สรปุ ผลการจดั กิจกรรม การเรียนรูห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ปงี บประมาณ 2563 (ไตรมาส3-4) โครงการปราชญ์ชาวบ้านกับวิถเี ศรษฐกจิ พอเพียง ในวันท่ี 30 มิถนุ ายน 2563 ณ ศูนย์การเรยี นรูต้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง หมู่ 8 ตาบลหนองขยาด อาเภอพนสั นคิ ม จงั หวดั ชลบรุ ี กศน.ตาบลหนองขยาด และกศน.ตาบลนาเรกิ ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอพนสั นคิ ม สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจงั หวัดชลบุรี
คานา กศน.ตำบลหนองขยำด และ กศน.ตำบลนำเริก สังกัด ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัย อำเภอพนสั นคิ ม ไดจ้ ดั ทำโครงกำรปรำชญ์ชำวบำ้ นกบั วิถีเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ำร่วมกิจกรรมมีกำร ขยำยผลกำรเรียนรู้จำกแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและส่งเสริมผู้อบรมมีควำมสัมพันธ์ระหว่ำงคนในชุมชนกับภูมิปัญญำท้องถ่ิน และสำมำรถนำไปประกอบอำชีพ และมีรำยได้เสริมให้กับตนเอง ซ่ึงมีกำรสรุปผลกำรจัดกิจกรรมโครงกำรดังกล่ำวเพ่ือ ต้องกำรทรำบวำ่ กำรดำเนินโครงกำรบรรลุตำมวัตถุประสงค์ท่กี ำหนดไว้หรือไม่ บรรลุในระดับใดและได้จัดทำเอกสำรสรุปผล กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้หลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงเสนอต่อผู้บริหำร ผู้เก่ียวข้องเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในกำรปรับปรุง และพฒั นำกำรดำเนนิ โครงกำรให้ดยี ง่ิ ข้ึน คณะผจู้ ัดทำ ขอขอบคณุ ผ้อู ำนวยกำรศนู ยก์ ำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอพนสั นิคม ที่ใหค้ ำแนะนำ คำปรกึ ษำ ในกำรจัดทำสรุปผลกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรหู้ ลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในคร้งั น้ี หวังเป็นอย่ำงย่ิงว่ำเอกสำรสรุปผลกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงฉบับนี้ จะเป็น ประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงำนโครงกำรและหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องในกำรนำไปใช้ ในกำรจัดกิจกรรมกำรศึกษำนอกระบบและ กำรศกึ ษำตำมอธั ยำศัย ต่อไป กศน.ตำบลหนองขยำด และ กศน.ตำบลนำเริก มถิ ุนำยน 2563
สารบญั หนา้ ก หวั เรือ่ ง ข คำนำ ค สำรบญั สำรบญั ตำรำง 1 บทที่ 1 บทนำ 1 1 หลกั กำรและเหตผุ ล 1 วตั ถุประสงค์ 1 เปำ้ หมำยกำรดำเนนิ งำน ผลลัพธ์ 2 ตวั ช้วี ดั ผลสำเร็จของโครงกำร 2 บทที่ 2 เอกสำรกำรศึกษำและงำนวจิ ยั ที่เกีย่ วข้อง 16 กรอบกำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรูห้ ลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง 19 เอกสำร/งำนทเ่ี กย่ี วข้อง 24 บทที่ 3 วิธดี ำเนนิ งำน บทที่ 4 ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล บทที่ 5 อภปิ รำยผลและข้อเสนอแนะ บรรณำนุกรม ภำคผนวก โครงกำรปรำชญช์ ำวบำ้ นกบั วิถีเศรษฐกจิ พอเพยี ง หนังสอื ขออนุเครำะห์วิทยำกร รำยงำนผลกำรจัดกจิ กรรม แบบประเมินผูร้ ับบริกำร คณะผ้จู ัดทำ
สารบญั ตาราง หนา้ ตารางท่ี 19 19 1. ผูเ้ ขำ้ ร่วมโครงกำรทต่ี อบแบบสอบถำมไดน้ ำมำจำแนกตำมเพศ 20 2. ผเู้ ข้ำร่วมโครงกำรทีต่ อบแบบสอบถำมได้นำมำจำแนกตำมอำยุ 20 3. ผเู้ ข้ำร่วมโครงกำรทีต่ อบแบบสอบถำมได้นำมำจำแนกตำมอำชีพ 20 4. ผ้เู ขำ้ ร่วมโครงกำรที่ตอบแบบสอบถำมไดน้ ำมำจำแนกตำมระดับกำรศึกษำ 21 5. แสดงค่ำร้อยละเฉล่ยี ควำมสำเรจ็ ของตัวชวี้ ัด ผลผลติ ประชำชนทั่วไป 21 6. ค่ำเฉลี่ยและสว่ นเบย่ี งเบนมำตรฐำนควำมพึงพอใจฯ โครงกำร ในภำพรวม 22 7. ค่ำเฉลี่ยและสว่ นเบ่ยี งเบนมำตรฐำนควำมพงึ พอใจฯ โครงกำร ดำ้ นบรหิ ำรจดั กำร 22 8. คำ่ เฉลยี่ และสว่ นเบย่ี งเบนมำตรฐำนควำมพึงพอใจฯ โครงกำร ดำ้ นกำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้ 9. ค่ำเฉลยี่ และสว่ นเบี่ยงเบนมำตรฐำนควำมพึงพอใจฯ โครงกำร ด้ำนประโยชนท์ ่ีได้รับ
1 บทท่ี 1 บทนา หลักการและเหตุผล เศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นปรชั ญำท่ีช้ีถงึ แนวทำงปฏบิ ตั ิตน โดยคำนงึ ถึงควำมพอประมำณ ควำมมเี หตผุ ล และกำรสรำ้ ง ภมู ิคมุ้ กนั ทีด่ ี เพ่ือพร้อมรบั ต่อควำมเสยี่ ง บนพ้นื ฐำนของควำมรอบรู้ ควำมรอบคอบ ระมัดระวงั และคุณธรรม กำรใชค้ วำมรู้ อย่ำงถูกหลักวชิ ำกำร ควบคู่ไปกับกำรกระทำ ท่ีไมเ่ บยี ดเบียนกันกำรแบ่งปัน ช่วยเหลอื ซ่ึงกันและกนั ควำมร่วมมือปรองดอง กันในสังคม จะสรำ้ งสำยใย เช่ือมโยงคนในภำคสว่ นตำ่ งๆของสงั คมเขำ้ ด้วยกัน สรำ้ งสรรค์พลงั ในทำงบวก นำไปสคู่ วำม สำมคั คี กำรพัฒนำที่สมดุลและย่ังยืน และกำรพร้อมรบั ต่อกำรเปลยี่ นแปลงตำ่ งๆ ภำยใต้กระแสโลกำภวิ ฒั น์ กำรนำภมู ิ ปญั ญำชำวบ้ำน แหล่งเรยี นรู้ มำใชใ้ นกำรจัดกำรเรียนกำรสอนเป็นกจิ กรรมทตี่ ั้งอยู่บนพืน้ ฐำนควำมเช่ือทีว่ ่ำ ภมู ิปัญญำ ชำวบำ้ น ภูมิปญั ญำท้องถิ่นและแหลง่ เรียนรู้ เป็นชุดควำมรู้ในชุมชนท่ีมีกำรใช้ เพือ่ กำรดำเนนิ วิถชี วี ติ ทไ่ี ดผ้ ลมำในอดตี สำมำรถดำรงควำมสันตสิ ุขแก่บคุ คล ครอบครวั และชมุ ชน ตลอดจนควำมมีดลุ ยภำพอยรู่ ่วมกบั ธรรมชำติและสงิ่ แวดล้อมได้ อย่ำงผสมกลมกลืน เป็นกระบวนกำรพัฒนำกำรเรยี นกำรสอนทไี่ ดเ้ นน้ กำรมสี ว่ นร่วมของชุมชน โดยเฉพำะปรำชญ์ชำวบ้ำนที่ เปน็ ผู้เชื่อมโยงชุดควำมรทู้ ีเ่ ป็นภมู ิปัญญำท้องถิน่ ร่วมกบั สถำนศกึ ษำเข้ำสูก่ ระบวนกำรเรียนกำรสอนของสถำนศกึ ษำ ในแต่ ละทอ้ งถิ่นน้ันๆ ดังนั้น กศน.ตำบลหนองขยำด และกศน.ตำบลนำเริก ได้เลง็ เห็นควำมสำคัญ จงึ ไดจ้ ัดทำโครงกำรปรำชญ์ชำวบำ้ นกบั วถิ เี ศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือให้ผู้อบรมขยำยผลกำรเรยี นรู้จำกแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและส่งเสรมิ ผอู้ บรมมีควำมสมั พันธ์ระหวำ่ ง คนในชมุ ชนกับภมู ิปญั ญำทอ้ งถิน่ และสำมำรถนำไปประกอบอำชพี และมีรำยไดเ้ สริมให้กบั ตนเอง วัตถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ ใหผ้ ู้อบรมขยำยผลกำรเรียนร้จู ำกแหลง่ เรียนร้ใู นชมุ ชน 2. เพื่อให้ส่งเสรมิ ผู้อบรมมีควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งคนในชุมชนกับภูมปิ ัญญำท้องถิน่ 3. เพอ่ื ให้ผู้อบรมสำมำรถนำไปประกอบอำชีพ และมีรำยได้เสริมให้กบั ตนเอง เปา้ หมาย (Outputs) เป้าหมายเชิงปริมาณ - ประชำชนตำบลหนองขยำด จำนวน 8 คน - ประชำชนตำบลนำเริก จำนวน 7 คน รวมท้ังส้นิ 15 คน เปา้ หมายเชิงคณุ ภาพ - ผู้เขำ้ ร่วมโครงกำรฯ รอ้ ยละ 80 มีกำรขยำยผลกำรเรียนรู้จำกแหล่งเรียนรูใ้ นชุมชนและสง่ เสรมิ ผูอ้ บรมมี ควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงคนในชุมชนกบั ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถิน่ และสำมำรถนำไปประกอบอำชีพและมรี ำยได้เสริมให้กบั ตนเอง
2 ผลลพั ธ์ - เพ่อื ให้ผอู้ บรมขยำยผลกำรเรียนรู้จำกแหลง่ เรยี นร้ใู นชมุ ชนและสง่ เสริมผู้อบรมมีควำมสัมพนั ธ์ระหวำ่ งคนในชมุ ชน กับภมู ปิ ญั ญำท้องถิ่น และสำมำรถนำไปประกอบอำชพี และมีรำยไดเ้ สริมให้กบั ตนเอง ดัชนชี ีว้ ดั ผลสาเร็จของโครงการ 1. ตัวชี้วดั ผลผลติ (Outputs) - ผู้เข้ำร่วมกจิ กรรม เข้ำร่วมโครงกำรไมน่ ้อยกวำ่ ร้อยละ 80 2. ตัวช้ีวดั ผลลัพธ์ (Outcomes) - ผู้เข้ำรว่ มกจิ กรรมมีควำมพงึ พอใจตอ่ โครงกำร ไมน่ ้อยกวำ่ ร้อยละ 80 - ผเู้ ข้ำกิจกรรมสำมำรถนำควำมรูไ้ ปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ ไม่น้อยกว่ำร้อยละ 80
3 บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและงานวิจยั ทเ่ี กย่ี วข้อง ในกำรจัดทำสรุปผลโครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกับวถิ ีเศรษฐกิจพอเพียง คร้ังนี้ คณะผู้จัดทำโครงกำรได้ทำกำรคน้ คว้ำ เนือ้ หำเอกสำรกำรศึกษำและงำนวิจยั ท่ีเก่ยี วข้อง ดังน้ี 1. กรอบกำรจดั กิจกรรมกำรเรียนร้หู ลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. เอกสำร/งำนวิจัยที่เกีย่ วข้อง 1. กรอบการจดั กิจกรรมการเรียนรหู้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง นโยบายเรง่ ดว่ นเพ่ือร่วมขบั เคลอ่ื นยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาประเทศ ภารกจิ ตอ่ เนอื่ ง 1. ด้านการจดั การศกึ ษาและการเรยี นรู้ 1.3 การศกึ ษาตอ่ เน่ือง 4) กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรตู้ ำมหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงผ่ำนกระบวนกำรเรียนรูต้ ลอดชีวติ ใน รูปแบบตำ่ งๆ ให้กับประชำชน เพือ่ เสริมสรำ้ งภูมิคมุ้ กนั สำมำรถยนื หยดั อยูไ่ ด้อย่ำงมนั่ คง และมีกำรบรหิ ำร จดั กำรควำมเสี่ยง อยำ่ งเหมำะสม ตำมทศิ ทำงกำรพฒั นำประเทศสู่ควำมสมดุลและย่ังยนื 2. เอกสาร/งานทีเ่ ก่ยี วข้อง เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญำช้ีถงึ แนวกำรดำรงอยู่ และปฏิบัตติ นของประชำชนในทกุ ระดับตัง้ แตร่ ะดบั ครอบครัว ระดบั ชมุ ชนจนถึงระดับรฐั ทงั้ ในกำรพฒั นำ และบริหำรประเทศให้ดำเนนิ ไปใน ทำงสำยกลำง โดยเฉพำะกำรพฒั นำเศรษฐกจิ เพอ่ื ให้กำ้ วทันต่อโลกยุคโลกำภวิ ตั น์
4 ความพอเพียง หมำยถึง ควำมพอประมำณ ควำมมีเหตุผล รวมถึงควำมจำเปน็ ทจี่ ะต้องมีระบบภูมิคมุ้ กันในตวั ทดี่ ี พอสมควร ตอ่ กำรมผี ลกระทบใดๆ อันเกดิ จำกกำรเปล่ียนแปลงทงั้ ภำยนอก และภำยใน ทง้ั นี้จะต้องอำศยั ควำมรอบรู้ ควำม รอบคอบ และควำมระมัดระวังอย่ำงยิ่ง ในกำรนำวชิ ำกำรต่ำง ๆ มำใชใ้ นกำรวำงแผน และกำรดำเนินกำรทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกนั จะต้องเสรมิ สร้ำงพ้นื ฐำนจติ ใจของคนในชำตโิ ดยเฉพำะเจำ้ หนำ้ ที่ของรฐั นักทฤษฎี และนกั ธุรกิจในทุกระดับให้ มีสำนกึ ในคุณธรรม ควำมซื่อสัตย์สุจริต และให้มีควำมรอบรทู้ เ่ี หมำะสม ดำเนนิ ชีวติ ด้วยควำมอดทน ควำมเพยี ร มีสติ ปัญญำ และควำมรอบคอบ เพอื่ ให้สมดุล และพรอ้ มต่อกำรรองรบั กำรเปล่ียนแปลงอย่ำงรวดเร็ว และกว้ำงขวำงทั้งด้ำนวัตถุ สง่ิ แวดลอ้ ม และวฒั นธรรมจำกโลกภำยนอกได้เป็นอยำ่ งดี ประการท่สี าคัญของเศรษฐกิจพอเพียง พอมีพอกนิ ปลูกพชื สวนครวั ไว้กนิ เองบ้ำง ปลูกไมผ้ ลไวห้ ลงั บ้ำน 2-3 ต้น พอทจ่ี ะมีไว้กนิ เองในครวั เรือน เหลือจงึ ขำยไป พออยูพ่ อใช้ ทำให้บ้ำนน่ำอยู่ ปรำศจำกสำรเคมี กล่ินเหม็น ใชแ้ ต่ของทเ่ี ปน็ ธรรมชำติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ำถูพน้ื บำ้ น จะสะอำดกว่ำใชน้ ำ้ ยำเคมี) รำยจำ่ ยลดลง สขุ ภำพจะดีข้ึน (ประหยดั ค่ำรักษำพยำบำล) พออกพอใจ เรำต้องรจู้ กั พอ รู้จกั ประมำณตน ไม่ใคร่อยำกใครม่ เี ช่นผู้อ่ืน เพรำะเรำจะหลงติดกับวตั ถุ ปญั ญำจะไม่เกดิ \"การจะเป็นเสอื นั้นมันไม่สาคัญ สาคญั อยู่ท่ีเราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกจิ การเป็นอยู่แบบพอมีพอกนิ แบบพอมีพอกนิ หมายความว่า อุ้มชูตวั เองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง\" พระราชดารสั ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัวฯ หลกั แนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพียง กำรพัฒนำตำมหลกั เศรษฐกิจพอเพียง คือกำรพัฒนำท่ีตงั้ อยู่บนพนื้ ฐำนของทำงสำยกลำง และควำมไม่ประมำท โดย คำนึงถงึ ควำมพอประมำณ ควำมมเี หตุผล กำรสรำ้ งภมู ิคมุ้ กันท่ีดีในตัว ตลอดจนใช้ควำมรคู้ วำมรอบคอบ และคณุ ธรรม ประกอบกำรวำงแผน กำรตดั สนิ ใจ และกำรกระทำ
5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มหี ลกั พจิ ารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้ กรอบแนวคดิ เปน็ ปรัชญำที่ชี้แนะแนวทำงกำรดำรงอยู่ และปฏิบัติตนในทำงที่ควรจะเป็น โดยมีพืน้ ฐำนมำจำกวถิ ี ชีวติ ดั้งเดิมของสังคมไทย สำมำรถนำมำประยกุ ต์ใช้ได้ตลอดเวลำ และเป็นกำรมองโลกเชิงระบบที่มีกำรเปลย่ี นแปลงอยู่ ตลอดเวลำ และเปน็ กำรมองโลกเชิงระบบท่ีมกี ำรเปลยี่ นแปลงอยู่ตลอดเวลำ มุ่งเน้นกำรรอดพน้ จำกภัย และวิกฤต เพื่อควำม มัน่ คง และควำมยัง่ ยนื ของกำรพฒั นำ คณุ ลกั ษณะ เศรษฐกจิ พอเพียงสำมำรถนำมำประยุกต์ใช้กับกำรปฏบิ ตั ิตนได้ในทกุ ระดับ โดยเน้นกำรปฏิบัติบนทำง สำยกลำง และกำรพฒั นำอยำ่ งเป็นขั้นตอน คานยิ าม ความพอเพยี งจะต้องประกอบด้วย 3 คณุ ลกั ษณะ พร้อม ๆ กันดังนี้ ความพอประมาณ หมำยถงึ ควำมพอดีท่ีไมน่ ้อยเกนิ ไป และไม่มำกเกินไปโดยไมเ่ บียดเบียนตนเอง และผู้อน่ื เช่น กำรผลติ และกำรบรโิ ภคท่ีอยู่ในระดบั พอประมำณ ความมีเหตุผล หมำยถึง กำรตดั สนิ ใจเกี่ยวกบั ระดับของควำมพอเพียงน้ัน จะต้องเป็นไปอย่ำงมเี หตผุ ล โดยพจิ ำรณำ จำกเหตุปัจจยั ทเ่ี ก่ียวขอ้ งตลอดจนคำนงึ ถงึ ผลที่คำดว่ำจะเกิดข้ึนจำกกำรกระทำนน้ั ๆ อย่ำงรอบคอบ กำรมภี ูมคิ ุ้มกนั ท่ีดใี นตวั หมำยถึง กำรเตรยี มตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และกำรเปลย่ี นแปลงด้ำนตำ่ ง ๆ ทจ่ี ะเกิดข้นึ โดย คำนึงถงึ ควำมเปน็ ไปได้ของสถำนกำรณ์ ต่ำง ๆ ท่คี ำดว่ำจะเกิดข้นึ ในอนำคตท้ังใกล้ และไกล เงอ่ื นไข กำรตดั สนิ ใจและกำรดำเนนิ กจิ กรรมต่ำง ๆ ให้อย่ใู นระดับพอเพียงนั้น ต้องอำศัยทัง้ ควำมรู้ และคุณธรรม เปน็ พนื้ ฐำน กล่ำวคือ
6 เงอื่ นไขความรู้ ประกอบด้วย ควำมรอบรู้เกยี่ วกบั วิชำกำรตำ่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้องอย่ำงรอบด้ำน ควำมรอบคอบทีจ่ ะนำ ควำมรูเ้ หลำ่ นน้ั มำพิจำรณำให้เช่อื มโยงกนั เพ่ือประกอบกำรวำงแผน และควำมระมัดระวังในขั้นปฏิบตั ิ เงอ่ื นไขคุณธรรม ท่จี ะตอ้ งเสรมิ สร้ำงประกอบด้วย มคี วำมตระหนกั ในคณุ ธรรม มีควำมซอ่ื สตั ย์สจุ ริต และมีควำม อดทน มีควำมเพยี ร ใช้สติปญั ญำในกำรดำเนินชวี ติ แนวทางปฏิบตั ิ / ผลที่คาดว่าจะไดร้ บั จำกกำรนำปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำประยุกตใ์ ช้ คือ กำรพัฒนำที่ สมดลุ และย่งั ยนื พร้อมรับต่อกำรเปล่ียนแปลงในทุกด้ำน ทั้งดำ้ นเศรษฐกจิ สงั คม ส่ิงแวดลอ้ ม ควำมรู้ และเทคโนโลยี การทาแปลงผกั ถาวร/การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ ขอ้ ดีของกำรปลูกผักปลอดภัยจำกสำรพิษ 1. ทำ ใหไ้ ด้พชื ผกั ท่ีมีคุณภำพ ไม่มีสำรพิษตกค้ำง เกิดควำมปลอดภัยแก่ผบู้ ริโภค 2. ช่วยให้เกษตรกรผปู้ ลูกผักมีสขุ ภำพอนำมยั ดีข้ึนเนื่องจำกไม่มกี ำรฉดี พ่นสำรเคมีปอ้ งกนั และกำ จดั ศัตรพู ชื ทำ ใหเ้ กษตรกรปลอดภัยจำกสำรพษิ เหล่ำน้ดี ้วย 3. ลดตน้ ทนุ กำรผลติ ของเกษตรกรดำ้ นคำ่ ใชจ้ ำ่ ยในกำรซ้ือสำรเคมปี ้องกันและกำ จัดศัตรพู ืช 4. ลดปรมิ ำณกำรนำ เขำ้ สำรเคมปี ้องกนั และกำ จัดศตั รูพชื 5. เกษตรกรจะมรี ำยไดเ้ พ่ิมมำกข้ึน เนือ่ งจำกผลผลิตทีไ่ ด้มีคุณภำพ ทำ ให้สำมำรถขำยผลผลิตได้ในรำคำ สูงขึ้น 6. ลดปรมิ ำณสำรเคมีป้องกันและกำ จดั ศัตรพู ชื ที่จะปนเปื้อนเขำ้ ไปในอำกำศและนำ้ ซ่ึงเปน็ กำรอนุรักษท์ รัพยำกรธรรมชำติและลดมลพิษของสิง่ แวดล้อมไดท้ ำงหนง่ึ วิธีการผลติ ผักปลอดภยั จากสารพษิ ในกำรปลูกผกั ปลอดภัยจำกสำรพิษนน้ั จะใช้หลกั กำรปลูกพืชผกั โดยกำรใชส้ ำรเคมีในกำรผลิต ใหน้ ้อยที่สดุ หรือใช้ ตำมควำมจำ เป็นและจะใช้หลัก ??กำรป้องกนั และกำ จดั ศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสำน หรอื ไอพีเอม็ แทนแต่กำรที่จะปอ้ งกันและ กำ จดั ศตั รูพืชให้ไดผ้ ลนัน้ จะต้องเลอื กวธิ ีทปี่ ระหยัดเหมำะสมและมีประสทิ ธิภำพ ซึ่งผปู้ ลูกจะต้องเข้ำใจเร่อื งตำ่ งๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง ดงั น้ี การเตรยี มแปลงปลกู เนื่องจำกเมล็ดพชื ผักสว่ นใหญ่มีขนำดเล็ก มรี ะบบรำกละเอียดอ่อน ถ้ำเกษตรกรเตรยี มดินไมด่ ีก็อำจมผี ลกระทบต่อ กำรงอกของเมล็ดและกำรเจริญเตบิ โตของพชื ผักได้ ดังน้ัน ก่อนกำรปลกู พืชควรมีกำรปรับสภำพดนิ ใหเ้ หมำะสมเสียก่อน โดยเฉพำะในพนื้ ทีท่ ีเ่ คยมกี ำรปลกู ผกั หรือพืชชนดิ อ่ืนโดยกำรปล่อยน้ำใหท้ ่วมแปลงแล้วสูบออก เพ่ือใหน้ ้ำชะล้ำงสำรเคมีและ กำ จดั แมลงตำ่ งๆ ท่ีอำศัยอย่ใู นดนิ แล้วจึงทำ กำรไถพลกิ หนำ้ ดนิ ตำกแดดไว้ เพื่อทำ ลำยเช้อื โรคและแมลงศัตรทู ่ีอำศัยอยู่ใน ดินอีกครั้ง จำกนนั้ เกษตรกรควรจะปรับสภำพควำมเป็นกรดเป็นดำ่ งของดนิ ให้อยูใ่ นสภำพท่เี ป็นกลำง โดยใช้ปูนขำว ปูน มำร์ล หรือ แรโ่ ดโลไมท์ อัตรำ 200-300 กิโลกรัม/ไร่ แล้วรดน้ำตำมหลงั จำกกำรใส่ปูนขำวเพอ่ื ปรบั สภำพดนิ ท่เี ป็นกรดใหเ้ ปน็ กลำงนอกจำกน้ีควรเพมิ่ ควำมอดุ มสมบรู ณข์ องดนิ ด้วยกำรใส่ปยุ๋ อินทรีย์ เช่น ป๋ยุ คอก ปุ๋ยหมัก ในอัตรำ 1,000-2,000 กโิ ลกรัม/ไร่ ซ่ึงจะชว่ ยให้ต้นพชื ผกั มีควำมแข็งแรงสำมำรถตำ้ นทำนต่อกำรเข้ำ ทำ ลำยของโรคและแมลงไดโ้ รยปนู ขำวเพอ่ื ปรับสภำพดินกำรปลูกผกั ปลอดภยั จำกสำรพิษ การเตรียมเมลด็ พันธ์ุ
7 ก่อนนำ เมล็ดพันธ์ผุ กั ไปปลูกในแปลงปลูกหรอื แปลงกลำ้ เกษตรกรควรทำ ควำมสะอำดเมล็ดพนั ธก์ุ ่อน ตำมขน้ั ตอน ดังนี้ 1. คัดแยกเมล็ดพนั ธ์ุ โดยกำรคดั เมล็ดท่ีเสยี เมล็ดวชั พชื ที่มีอยู่ปะปน และสิง่ เจือปนตำ่ งๆออก 2. แช่เมล็ดพันธใ์ุ นน้ำอุ่น ที่อุณหภูมิ 50-55 องศำเซลเซียส เป็น เวลำ 15-30 นำที จะชว่ ยลดปรมิ ำณเช้ือโรคที่ติดมำ กบั เมล็ดพนั ธุ์และยังกระตนุ้ กำรงอกของเมล็ดอีกด้วย 3. ในพน้ื ท่ีท่ีมีกำรระบำดของโรครำน้ำคำ้ ง และโรคใบจุดควรคลุกเมล็ดพนั ธด์ุ ว้ ยสำรเคมีเช่น เมทำแล็กซิน 35 เปอร์เซน็ ต์ SD (เอพรอน) และไอโปรไดโอน (รอฟรลั ) อัตรำ 10 กรมั / เมล็ดพนั ธุ์ 1 กิโลกรมั การปลกู และการดูแล กำรเลอื กวิธกี ำรปลูก ระยะปลูกเป็นเทำ่ ใดน้นั จะขึน้ อยู่กับชนดิ ของพชื ผักที่เกษตรกรเลือกปลูกแตม่ ีข้อแนะนำ คือ เกษตรกรควรปลูกผักให้มีระยะหำ่ งพอสมควร อย่ำใหแ้ น่นจนเกนิ ไป เพื่อให้มกี ำรระบำยอำกำศที่ดี เปน็ กำรปรับ สภำพแวดลอ้ มไมใ่ ห้เหมำะสมต่อกำรระบำดของโรค นอกจำกนคี้ วรหมั่นตรวจแปลงอยเู่ สมอ โดยอำจเลือกสำรวจเปน็ จุดๆ ประมำณ 10-20 จดุ /ไร่ ถำ้ พบวำ่ มีกำรระบำดของโรคและแมลงในระดับทกี่ ่อให้เกดิ ควำมเสยี หำยแก่พืชผักนนั้ ก็ควรดำ เนนิ กำรกำ จดั โรคและแมลงท่พี บทันที การใช้สารสกดั จากพชื พืชท่ีนยิ มนำ มำใช้สกดั เปน็ สำรควบคมุ โรคและแมลง คือ สะเดำ เนื่องจำกในสะเดำมีสำรอะซำดิแรคตนิ (Azadirachtin) ซ่งึ มคี ุณสมบัติชว่ ยในกำรป้องกนั และกำ จัดแมลงได้โดย •สำมำรถใช้ฆำ่ แมลงไดบ้ ำงชนิด • ใชเ้ ปน็ สำรไลแ่ มลง • ทำ ให้แมลงไมก่ ินอำหำร • ทำ ให้กำรเจริญเติบโตของแมลงผดิ ปกติ • ยบั ยั้งกำรเจรญิ เติบโตของแมลง • ยบั ย้งั กำรวำงไข่และกำรลอกครำบของแมลง • เป็นพษิ ต่อไข่ของแมลง ทำ ให้ไข่ไม่ฟัก • ยบั ยงั้ กำรสร้ำงเอนไซม์ในระบบยอ่ ยอำหำรของแมลง วิธกี ำรใช้ คอื นำ เอำผลสะเดำหรือสะเดำท่บี ดแล้ว 1 กโิ ลกรมั แช่ในนำ้ 20 ลิตร ทง้ิ ค้ำงคนื ไว้ 1 คนื แต่ถ้ำเกษตรกรมีเครือ่ ง กวนสว่ นผสมดังกลำ่ ว ก็จะลดเวลำเหลอื เพียง 3-4 ช่ัวโมง ขอ้ ควรระวัง พืชบำงชนิดเม่ือไดร้ ับสำรน้ีแล้วอำจเกิดอำกำรใบไหม้เห่ียวยน่ หรอื ต้นแคระแกรน็ ดังนเ้ี ม่ือพบอำกำรตำ่ งๆ เหล่ำนี้ ก็ ควรจะงดใชส้ ำรสกดั จำกสะเดำทันทีชนดิ ของแมลงท่สี ำมำรถกำจัดไดด้ ้วยสะเดำ 1. ชนิดท่ใี ชแ้ ลว้ ได้ผลดี ได้แก่ หนอนใยผกั หนอนหนังเหนียว หนอนกระท้ชู นิดต่ำงๆ หนอนกดั กินใบ หนอนเจำะ ยอด หนอนชอนใบ หนอนมว้ นใบ หนอนหัวกะโหลก 2. ชนดิ ทใ่ี ช้แลว้ ไดผ้ ลปำนกลำง ไดแ้ ก่ เพล้ียจกั จนั่ หนอนเจำะ สมอฝำ้ ย หนอนต้นกล้ำถ่ัวแมลงหวข่ี ำว แมลงวันทอง เพลยี้ ไก่แจ้ เพลย้ี ออ่ น 3. ชนดิ ท่ีใช้แลว้ ได้ผลนอ้ ย ได้แก่ หนอนเจำะฝกั ถ่วั เพลย้ี ไฟ ไรแดง มวนและดว้ งชนิดต่ำงๆ
8 พืชผกั ท่ใี ชส้ ำรสกดั จำกสะเดำได้ผล ไดแ้ ก่ ผักคะนำ้ กวำง ผักกำดหอม กะหล่ำปลี กะหลำ่ ดอก แตงกวำ แตงโม แตงเทศ มะเขือเทศ มะเขือยำว หนอ่ ไม้ฝร่ัง ข้ำวโพดอ่อน พริกข้หี นู ตำลงึ มะนำว มะกรูด การใช้สารแคมปี อ้ งกันและกาจดั ศัตรพู ชื จำกข้อมลู ที่ไดก้ ลำ่ วมำแล้วขำ้ งต้น ในกำรปฏบิ ตั จิ ริงของเกษตรกรนน้ั เกษตรกรต้องหมั่นตรวจแปลงปลูกพชื ของตน อยำ่ งสมำ่ เสมอ เพอ่ื เป็นกำรพยำกรณส์ ถำนกำรณ์ของศัตรูพืชในแปลงของตน เมือ่ ทรำบสถำนกำรณ์แลว้ จงึ พิจำรณำเลอื กใช้ วธิ ีกำรปอ้ งกนั และกำ จดั ทเ่ี หมำะสม แต่ในกรณที ่ีไมส่ ำมำรถควบคมุ หรือไม่มวี ิธีกำรควบคุมใดท่ีใช้ได้ผลแล้ว เกษตรกรอำจใช้ สำรเคมใี นกำรควบคุมศัตรพู ชื นน้ั ๆ คอื 1. เป็นสำรเคมที ี่เหมำะสมกับศตั รูพืชชนดิ นน้ั 2. สำรเคมนี ้นั สลำยตัวไดเ้ รว็ 3. ใช้ในอัตรำทเี่ หมำะสมตำมคำ แนะนำ 4. เว้นระยะกำรเกบ็ เก่ียวผลผลิตตำมคำ แนะนำ ทั้งนเ้ี พื่อไม่กอ่ ใหเ้ กิดอันตรำย หรอื มสี ำรพิษตกคำ้ งในพชื ผักนั้น และมคี วำมปลอดภยั ต่อผบู้ ริโภคอีกดว้ ย การกาจดั ขยะอนิ ทรยี ์เพื่อผลิตปยุ๋ หมกั ชีวภาพ การทาปยุ๋ หมักชีวภาพ จากเศษปลา กำรทำปยุ๋ หมักชีวภำพ เพ่ือทำใหเ้ ป็นปยุ๋ อนิ ทรยี น์ ้ำที่ใชใ้ นกำรเกษตรครบั โดยวัตถุดิบก็ได้แก่ เศษอำหำร เศษปลำ ก้ำง เคร่ืองใน หรือแมก้ ระทั่งหอยเชอรีก่ ็ได้ครับ แตท่ จี่ ะสำธิตนี้ผมจะใช้เปน็ ปลำล้วน ๆ เพรำะอยู่ใกล้แหล่งจึง สะดวกหน่อยครับ อย่ำงทที่ รำบกันดวี ่ำปลำน้นั เปน็ แหล่งแคลเซยี มอย่ำงดี พอนำไปหมกั ซกั พัก ตัวปลำ กำ้ ง เคร่ืองใน จะเรม่ิ ยอ่ ยสลำย เรำกจ็ ะได้นำ้ หมักชวี ภำพไปใชใ้ นกำรเป็นอำหำรพชื ได้อย่ำงดี สว่ นวตั ถดุ บิ ของการทาปุ๋ยหมกั ชีวภาพมีดังน้ี 1. เศษปลำ 12 กโิ ลกรัม (ปลำสด หรือเศษอำหำรแลว้ แต่จะหำได้) 2. กำกนำ้ ตำล 8 กโิ ลกรมั 3. นำ้ EM 2 ลิตร 4. ถังขนำด 30 ลติ รแบบมีฝำปดิ 5. กระชอนหรือผำ้ ขำวบำง (ใชเ้ พ่ือจะตกั หรือกรองเศษปลำออกตอนหมักครบระยะเวลำ) ระยะเวลำหมักใชเ้ วลำ 2 เดอื น เคล็ดลับ ทำป๋ยุ หมกั ชีวภำพ 20 ลิตร และจะใชก้ ำกน้ำตำล 40 % ของนำ้ หนกั รวม ซึ่งจะต้องใชก้ ำกนำ้ ตำล 8 กโิ ลกรัม ถ้ำเศษ ปลำมำกกเ็ พ่ิมกำกนำ้ ตำลและนำ้ EM ตำมสัดสว่ น
9 การทานา้ ยาอเนกประสงคส์ ตู รนา้ ดา่ งข้ีเถ้า การทาน้ายาล้างจาน จากข้ีเถ้า มนุษย์กับเคมี เปน็ สง่ิ ท่ีคู่กันมำตง้ั แตเ่ กิด จะเปน็ กำรดีมำกท่ีจะหลกี หนีจำกเคมี กลับไปสู่ธรรมชำตอิ กี ครง้ั นำ้ ยำล้ำง จำนกเ็ ชน่ กัน ถงึ จะบอกว่ำปลอดภัยซักเพียงไหนกต็ ำม แตอ่ ยำ่ ลมื วำ่ ก็ยังคงทำจำกสำรเคมจี งึ ยงั คงมีโอกำสอันตรำยจำกกำร สะสมในสว่ นต่ำงๆของรำ่ งกำย จำกกำรทำนำ้ ยำล้ำงจำนนี้อำศยั ภูมปิ ญั ญำจำกโบรำณ แต่มีกำรพสิ จู นท์ ำงวิทยำศำสตรแ์ ล้วว่ำสำมำรถใชง้ ำนได้ เทยี บเทำ่ นำ้ ยำล้ำงจำนช้นั นำ ปรำศจำกเชอ้ื โรค ปลอดภัยต่อผ้ใู ช้งำน ไม่มฟี องทำใหป้ ระหยัดนำ้ และล้ำงออกง่ำย อีกประกำรหนึ่ง ขเี้ ถำ้ มีอยู่อย่ำงมำกมำยในชวี ติ ประจำวันของชำวอสี ำนจึงเป็นวสั ดุทีห่ ำได้ง่ำย เตรียมวสั ดุ 1. ข้เี ถ้ำ 2. นำ้ เปล่ำ 3. น้ำมะนำวแท้ 4. ผ้ำกรอง / ตะแกรงกรองส่ิงสกปรก 5. กระดำษวดั ค่ำ Ph ข้นั ตอนการทา 1. ใชน้ ำ้ 4สว่ น ผสมกบั ขเี้ ถ้ำ 1 ส่วนคนใหเ้ ขำ้ กัน ปดิ ฝำทิง้ ไว้ 3 วัน 2. ขเี้ ถำ้ จะตกตะกอน คอ่ ยๆตักนำ้ ส่วนทใ่ี ส เทใส่ผ้ำกรอง 3. นำน้ำขี้เถำ้ ที่กรองแลว้ ผสมกับนำ้ มะนำว คนใหเ้ ข้ำกนั ใชก้ ระดำษวัดคำ่ PH ให้ได้ค่ำเปน็ 7 (กระดำษจะ เปลีย่ นเป็นสเี หลือง) การใช้งาน 1. นำน้ำทผี่ สมเสร็จแลว้ ไปล้ำงจำนได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมนำ้ อีก การทดสอบ ได้ผำ่ นกำรตรวจฆ่ำเชือ้ โรคโดยทำสอบตำมกระบวนกำรตรวจทำงวทิ ยำศำสตร์เปน็ เวลำ 7 วนั ปรำกฏว่ำไมพ่ บ เชอ้ื โรคใดๆ และยังทำให้ภำชนะท่เี ป็นอลมู เิ นยี มหรือสแตนเลส เงำงำมสดใสได้อกี ด้วย
10 บทท่ี 3 วิธีดาเนนิ งาน กำรดำเนนิ โครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกับวิถีเศรษฐกจิ พอเพยี ง ไดด้ ำเนินกำรตำมข้ันตอนต่ำงๆ ดังน้ี 1. ขนั้ เตรยี มการ การศึกษาเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งกับโครงการปราชญช์ าวบา้ นกบั วถิ เี ศรษฐกิจพอเพียง ผรู้ บั ผิดชอบโครงกำรได้ศึกษำคน้ ควำ้ เอกสำรทเี่ ก่ียวข้องเพื่อเปน็ ข้อมูลและแนวทำงในกำรดำเนินกำรโครงกำร ปรำชญ์ชำวบ้ำนกบั วถิ ีเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ 1. ศึกษำเอกสำร / ค่มู ือ ข้อมูลจำกหนงั สือ เก่ียวกบั กำรเรียนรูม้ ุ่งสคู่ วำมพอเพียงเพอ่ื เป็นแนวทำงเกี่ยวกับกำรจดั โครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกับวิถเี ศรษฐกจิ พอเพียง 2. ศึกษำขน้ั ตอนกำรดำเนนิ โครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกบั วถิ ีเศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่ือเปน็ แนวทำงในกำรจดั เตรยี มงำน วัสดุอุปกรณ์ และบุคลำกรให้เหมำะสม การสารวจความต้องการของประชาชนในพนื้ ท่ี (ตามนโยบายของรัฐบาล) กลุ่มภำรกจิ กำรจัดกำรศึกษำนอกระบบ มอบหมำยให้ ครู กศน.ตำบล สำรวจควำมตอ้ งกำรของ กล่มุ เปำ้ หมำยเพ่ือทรำบควำมต้องกำรท่แี ทจ้ รงิ ของประชำชนในตำบล และมีข้อมลู ในกำรจัดกิจกรรมที่ตรงกบั ควำมต้องกำร ของชุมชน การประสานงานผนู้ าชุมชน / ประชาชน /วทิ ยากร 1. ครู กศน.ตำบล ได้ประสำนงำนกับหัวหนำ้ /ผนู้ ำชุมชนและประชำชนในตำบลเพื่อรว่ มกันปรกึ ษำหำรือใน กลุ่มเกยี่ วกบั กำรดำเนนิ กำรจัดโครงกำรใหต้ รงกบั ควำมต้องกำรของชมุ ชน 2. ครู กศน.ตำบล ไดป้ ระสำนงำนกบั หนว่ ยงำนท่เี กี่ยวขอ้ งเพ่อื จัดหำวิทยำกร การประชาสัมพนั ธ์โครงการฯ ครู กศน.ตำบล ได้ดำเนนิ กำรประชำสัมพันธ์กำรจดั โครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกับวถิ ีเศรษฐกิจพอเพยี ง เพื่อให้ประชำชนทรำบข้อมลู กำรจดั กิจกรรมดังกล่ำวผ่ำนผู้นำชมุ ชน ประชมุ เตรียมการ / วางแผน 1) ประชมุ ปรกึ ษำหำรือผทู้ ่เี กี่ยวข้อง 2) เขียนโครงกำร วำงแผนมอบหมำยงำนใหฝ้ ่ำยต่ำงๆ เตรยี มดำเนินกำร 3) มอบหมำยหนำ้ ท่ี แตง่ ตง้ั คณะทำงำน การรบั สมัครผู้เขา้ ร่วมโครงการฯ ครู กศน.ตำบล ได้รบั สมัครผู้เข้ำรว่ มโครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกับวถิ ีเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยให้ประชำชน ท่ัวไปท่ีอำศยั อยู่ในพนื้ ท่ตี ำบลหนองขยำด และกศน.ตำบลนำเรกิ เข้ำรว่ ม เป้ำหมำยจำนวน 15 คน การกาหนดสถานทแี่ ละระยะเวลาดาเนินการ ครู กศน.ตำบล ได้กำหนดสถำนทใ่ี นกำรจดั อบรม ณ ศูนย์กำรเรยี นรู้ตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตำบลหนองขยำด อำเภอพนัสนคิ ม จงั หวัดชลบรุ ี ในวันท่ี 30 มิถนุ ำยน พ.ศ. 2563 จำนวน 1 วนั เวลำ 08.30-14.00 น.
11 2. ข้ันดาเนนิ งาน กลุ่มเป้าหมาย กลุม่ เปำ้ หมำยของโครงกำรปรำชญช์ ำวบำ้ นกับวถิ ีเศรษฐกิจพอเพียง - ประชำชนตำบลหนองขยำด จำนวน 8 คน - ประชำชนตำบลนำเริก จำนวน 7 คน รวมท้ังสิน้ 15 คน สถานทีด่ าเนินงาน ครู กศน.ตำบล จดั กิจกรรมโครงกำรปรำชญ์ชำวบำ้ นกับวิถเี ศรษฐกิจพอเพียง โดยจดั กิจกรรมอบรมให้ ควำมรู้ ในวันที่ 30 มถิ ุนำยน พ.ศ. 2563 เวลำ 08.30-14.00 น. ณ ศูนยก์ ำรเรียนรตู้ ำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง ตำบลหนองขยำด อำเภอพนัสนคิ ม จงั หวดั ชลบุรี การขออนมุ ัติแผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรหู้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.ตำบล ไดด้ ำเนินกำรขออนุมัติแผนกำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง โครงกำรปรำชญช์ ำวบำ้ นกบั วิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง ต่อสำนักงำน กศน.จังหวดั ชลบรุ ี เพ่อื ให้ตน้ สงั กัดอนุมัติแผนกำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้หลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง การจัดทาเครือ่ งมอื การวัดความพงึ พอใจของผรู้ ่วมกิจกรรม เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในกำรติดตำมประเมนิ ผลโครงกำร ไดแ้ ก่ แบบประเมินควำมพึงพอใจ ขั้นดาเนินการ / ปฏบิ ตั ิ 1. เสนอโครงกำรเพือ่ ขอควำมเหน็ ชอบ/อนุมัติจำกตน้ สังกัด 2. วำงแผนกำรจดั กิจกรรมในโครงกำรปรำชญช์ ำวบำ้ นกับวิถีเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยกำหนดตำรำงกิจกรรมที่กำหนดกำร 3. มอบหมำยงำนให้แก่ผรู้ บั ผิดชอบฝ่ำยต่ำงๆ 4. แต่งตัง้ คณะกรมกำรดำเนนิ งำน 5. ประชำสมั พนั ธ์โครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกับวถิ ีเศรษฐกจิ พอเพยี ง 6. จัดกจิ กรรมโครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกบั วถิ ีเศรษฐกิจพอเพียง ตำมตำรำงกจิ กรรมท่ีกำหนดกำร 7. ตดิ ตำมและประเมินผลโครงกำรปรำชญช์ ำวบำ้ นกับวถิ เี ศรษฐกิจพอเพียง 3. การประเมนิ ผล วิเคราะหข์ ้อมลู 1. บันทกึ ผลกำรสงั เกตจำกผเู้ ขำ้ ร่วมกิจกรรม 2. วเิ ครำะหผ์ ลจำกกำรประเมินในแบบประเมนิ ควำมพึงพอใจ 3. รำยงำนผลกำรปฏบิ ตั งิ ำนรวบรวมสรุปผลกำรปฏบิ ัติงำนของโครงกำรนำเสนอตอ่ ผ้บู ริหำรนำปัญหำ ข้อบกพร่องไปแก้ไขครั้งตอ่ ไป
12 คา่ สถิติที่ใช้ กำรวิเครำะห์ข้อมูล ใช้ค่ำสถิติร้อยละในกำรประมวลผลข้อมูลส่วนตัวและตัวช้ีวัดควำมสำเร็จของโครงกำร ตำมแบบสอบถำมคดิ เป็นรำยขอ้ โดยแปลควำมหมำยค่ำสถิตริ อ้ ยละออกมำไดด้ ังน้ี คำ่ สถิติรอ้ ยละ 90 ขน้ึ ไป ดมี ำก ค่ำสถติ ิร้อยละ 75 – 89.99 ดี ค่ำสถติ ริ ้อยละ 60 – 74.99 พอใช้ คำ่ สถิติร้อยละ 50 – 59.99 ปรบั ปรุง ค่ำสถติ ิรอ้ ยละ 0 – 49.99 ปรับปรุงเรง่ ด่วน ส่วนกำรวิเครำะห์ข้อมูลจำกแบบสอบถำมควำมคิดเห็นรำยข้อซ่ึงมีลักษณะเป็นค่ำน้ำหนักคะแนน และ นำมำเปรียบเทียบ ได้ระดับคณุ ภำพตำมเกณฑก์ ำรประเมิน ดังน้ี เกณฑก์ ำรประเมนิ (X) ค่ำน้ำหนกั คะแนน 4.50 – 5.00 ระดบั คุณภำพ คือ ดมี ำก ค่ำน้ำหนกั คะแนน 3.75 – 4.49 ระดับคุณภำพ คอื ดี คำ่ น้ำหนักคะแนน 3.00 – 3.74 ระดับคุณภำพ คือ พอใช้ ค่ำนำ้ หนกั คะแนน 2.50 – 2.99 ระดบั คณุ ภำพ คอื ต้องปรบั ปรงุ ค่ำนำ้ หนักคะแนน 0.00 – 2.49 ระดับคณุ ภำพ คอื ต้องปรบั ปรงุ เรง่ ด่วน
13 บทท่ี 4 ผลการดาเนนิ งานและการวิเคราะหข์ ้อมูล ตอนท่ี 1 รายงานผลการจัดกจิ กรรมโครงการปราชญช์ าวบา้ นกับวิถีเศรษฐกจิ พอเพียง กำรจดั กจิ กรรมโครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกับวิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง สรุปรำยงำนผลกำรจัดกิจกรรมไดด้ ังนี้ ในกำรจดั กจิ กรรมอบรมให้ควำมรู้ตำมโครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกับวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ กำรอบรมให้ ควำมรู้ โดยมี นำยสธุ น ลบแทน่ เปน็ วิทยำกรในกำรบรรยำยใหค้ วำมรู้ เรื่อง จดุ เร่ิมตน้ เศรษฐกจิ พอเพยี ง กำรดำเนนิ ชีวิต ตำมแนวพระรำชดำรพิ อเพียง กำรปลูกพืชผกั สวนครวั ปลอดสำรเคมี กำรกำจดั ขยะอินทรยี ์เพ่ือผลติ ปุ๋ยหมักชีวภำพ และฐำน กำรทำน้ำยำอเนกประสงค์ หลงั จำกเสรจ็ สิน้ กจิ กรรมดังกล่ำวแล้ว ผู้เขำ้ ร่วมกจิ กรรม มคี วำมรู้ ควำมเข้ำใจในหลักปรัชญำของ เศรษฐกจิ พอเพียงและนำควำมรทู้ ไี่ ด้รับมำปรบั ใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 2 รายงานผลความพึงพอใจของโครงการปราชญ์ชาวบ้านกบั วถิ ีเศรษฐกิจพอเพยี ง กำรจัดกจิ กรรมโครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกบั วิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง ซงึ่ สรุปรำยงำนผลจำกแบบสอบถำมควำมคดิ เหน็ ขอ้ มลู ที่ไดส้ ำมำรถวเิ ครำะห์และแสดงคำ่ สถิติ ดังนี้ ตารางท่ี 1 ผ้เู ขำ้ ร่วมโครงกำรท่ตี อบแบบสอบถำมได้นำมำจำแนกตำมเพศ รายละเอียด เพศ หญิง ชำย 12 80.00 จำนวน (คน) 3 รอ้ ยละ 20.00 จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำผตู้ อบแบบสอบถำมที่เข้ำร่วมกิจกรรมกำรเรยี นรหู้ ลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง โครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกบั วิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ ชำย 3 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 20.00 และเปน็ หญงิ จำนวน 12 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 80.00 ตารางท่ี 2 ผเู้ ข้ำร่วมโครงกำรทต่ี อบแบบสอบถำมไดน้ ำมำจำแนกตำมอำยุ รำยละเอียด อำยุ (ปี) อำยุ 15-29 30 - 39 40 - 49 50-59 60 ขึ้นไป 4 7 จำนวน (คน) 1 1 2 26.67 46.67 ร้อยละ 6.67 6.67 13.32 จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำผู้ตอบแบบสอบถำมทีเ่ ข้ำรว่ มกจิ กรรมกำรเรยี นรู้หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง โครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกบั วิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง มอี ำยุ 15 – 29 ปี จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 6.67 มีอำยุ 30 – 39 ปี จำนวน 1 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 6.67 มอี ำยุ 40 – 49 ปี จำนวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 13.32 มอี ำยุ 50 – 59 ปี จำนวน 4 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 26.67 และมีอำยุ 60 ปขี ึ้นไป จำนวน 7 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 46.67
ตารางท่ี 3 ผเู้ ข้ำร่วมโครงกำรท่ตี อบแบบสอบถำมไดน้ ำมำจำแนกตำมอำชพี 14 รายละเอียด เกษตรกรรม รับจ้ำง อาชีพ คำ้ ขำย อืน่ ๆ รับรำชกำร/รฐั วสิ ำหกจิ 1 3 6.67 20.00 จำนวน (คน) 7 4 - รอ้ ยละ 46.66 26.67 - จำกตำรำงท่ี 3 พบวำ่ ผ้ตู อบแบบสอบถำมท่ีเข้ำรว่ มกิจกรรมกำรเรยี นรหู้ ลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง โครงกำรปรำชญ์ชำวบำ้ นกับวิถเี ศรษฐกิจพอเพียง มอี ำชีพเกษตรกรรม จำนวน 7 คน คดิ เป็นร้อยละ 46.66 มีอำชีพรบั จำ้ ง จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 26.67 มอี ำชีพค้ำขำย จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 6.67 และอำชีพอ่ืนๆ จำนวน 3 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 20.00 ตารางที่ 4 ผู้เขำ้ ร่วมโครงกำรทตี่ อบแบบสอบถำมไดน้ ำมำจำแนกตำมระดับกำรศึกษำ รายละเอยี ด ระดบั การศึกษา กำรศึกษำ ประถม ม.ตน้ ม.ปลำย/ปวช. ปวส./ป.ตรีข้นึ ไป - จำนวน (คน) 6 8 1 - ร้อยละ 40.00 53.33 6.67 จำกตำรำงที่ 4 พบว่ำผ้ตู อบแบบสอบถำมทเ่ี ข้ำร่วมกิจกรรมกำรเรยี นรู้หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง โครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกับวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง มีระดับประถม จำนวน 6 คน คดิ เป็นร้อยละ 40.00 มีระดบั มธั ยมศึกษำ ตอนต้น จำนวน 8 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 53.33 และมีระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย จำนวน 1 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 6.67 ตารางท่ี 5 แสดงค่ำร้อยละเฉลยี่ ควำมสำเรจ็ ของตัวช้วี ดั ผลผลิต ประชำชนทั่วไป เข้ำร่วมโครงกำรจำนวน 15 คน ผลสาเร็จของโครงการ เปา้ หมาย(คน) ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ(คน) คิดเป็นร้อยละ 15 15 100 จำกตำรำงที่ 5 พบว่ำผลสำเร็จของตัวช้วี ดั ผลผลติ กิจกรรมกำรเรยี นรูห้ ลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง โครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกับวิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง มผี ู้เขำ้ รว่ มโครงกำร จำนวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ซึ่งบรรลุ เป้ำหมำยดำ้ นตัวชวี้ ดั ผลผลิต
15 ตารางที่ 6 ค่ำเฉลยี่ และส่วนเบ่ียงเบนมำตรฐำนควำมพึงพอใจของผู้เข้ำรว่ มกิจกรรมที่มคี วำมพงึ พอใจต่อโครงกำรปรำชญ์ ชำวบ้ำนกบั วถิ เี ศรษฐกิจพอเพียง ในภาพรวม รำยกำร ค่ำเฉลี่ย สว่ นเบย่ี งเบนมำตรฐำน ระดับ ควำมพงึ พอใจ ดำ้ นบริหำรจัดกำร () () ดำ้ นกำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้ 4.49 0.56 ดี ด้ำนประโยชนท์ ี่ไดร้ บั 4.55 0.60 ดมี ำก รวมทกุ ด้ำน 4.62 0.61 ดีมำก 4.55 0.59 ดีมำก จำกตำรำงที่ 6 พบวำ่ ผู้ตอบแบบสอบถำมทีม่ ีควำมพึงพอใจตอ่ โครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกับวิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง ในภำพรวมอยูใ่ นระดบั ดีมำก (=4.50) เม่อื พิจำรณำเปน็ รำยด้ำน พบวำ่ ด้ำนประโยชน์ทไี่ ด้รบั อยู่ในระดบั ดมี ำก มีค่ำเฉลีย่ (= 4.62) รองลงมำคอื ด้ำนกำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้ มีอย่ใู นระดับดมี ำก มีค่ำเฉลยี่ (= 4.55) และ ด้ำนบรหิ ำรจดั กำร อยู่ในระดับดี มคี ำ่ เฉลีย่ (= 4.49) ตำมลำดับ โดยมสี ว่ นเบีย่ งเบนมำตรฐำน () อยรู่ ะหวำ่ ง 0.56 - 0.61 แสดงว่ำ ผูเ้ ข้ำรว่ มกจิ กรรมมคี วำมพึงพอใจสอดคล้องกนั ตารางที่ 7 ค่ำเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนควำมพึงพอใจของผู้เข้ำร่วมกิจกรรมท่ีมีควำมพึงพอใจต่อโครงกำรปรำชญ์ ชำวบ้ำนกบั วถิ เี ศรษฐกิจพอเพียง ดา้ นบรหิ ารจดั การ รำยกำร ค่ำเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบน ระดบั ควำมพึงพอใจ 1. อำคำรสถำนที่ () มำตรฐำน () 2. สงิ่ อำนวยควำมสะดวก 4.77 0.42 ดมี ำก 3. กำหนดกำรและระยะเวลำในกำรดำเนินโครงกำร 4.45 0.58 ดี 4. เอกสำรกำรอบรม 4.27 0.45 ดี 5. วทิ ยำกรผูใ้ ห้กำรอบรม 4.59 0.72 4.41 0.78 ดมี ำก รวม 4.50 0.59 ดี ดมี ำก จำกตำรำงที่ 7 พบว่ำ ผู้ตอบแบบสอบถำมที่มีควำมพึงพอใจต่อโครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกับวิถีเศรษฐกิจ พอเพียง ด้ำนบริหำรจัดกำร ในภำพรวมอยู่ในระดับดีมำก มีค่ำเฉล่ีย (= 4.50) เม่ือพิจำรณำเป็นรำยข้อ พบว่ำ อำคำร สถำนท่ี มีค่ำเฉล่ีย (= 4.77) รองลงมำ คือ เอกสำรกำรอบรม มีค่ำเฉล่ีย (= 4.59) ส่ิงอำนวยควำมสะดวก มีค่ำเฉลี่ย (= 4.45) วทิ ยำกรผใู้ ห้กำรอบรม มีคำ่ เฉลี่ย (= 4.41) กำหนดกำรและระยะเวลำในกำรดำเนินโครงกำร มีคำ่ เฉลย่ี (= 4.27) ตำมลำดับ โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน () อยู่ระหว่ำง 0.42 - 0.78 แสดงว่ำ ผู้ตอบแบบสอบถำมมีควำม คดิ เหน็ ไปในทศิ ทำงเดียวกัน
16 ตารางที่ 8 คำ่ เฉล่ียและส่วนเบยี่ งเบนมำตรฐำนควำมพึงพอใจของผู้เขำ้ รว่ มกจิ กรรมท่ีมีควำมพึงพอใจต่อโครงกำรปรำชญ์ ชำวบ้ำนกบั วถิ ีเศรษฐกิจพอเพียง ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ รำยกำร ค่ำเฉล่ยี สว่ นเบ่ียงเบน ระดับ () มำตรฐำน () ควำมพึงพอใจ 6. กำรจัดกิจกรรมโครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกบั วิถี เศรษฐกจิ พอเพยี ง 4.41 0.49 ดี 7. กำรใหค้ วำมร้เู ร่ืองกำรเรยี นร้มู ุง่ สคู่ วำมพอเพียง 8. กำรตอบข้อซักถำมของวทิ ยำกร 4.50 0.50 ดีมำก 4.86 0.34 ดมี ำก 9. กำรแลกเปล่ยี นเรยี นรขู้ องผเู้ ข้ำรบั กำรอบรม 10. กำรสรปุ องค์ควำมร้รู ่วมกัน 4.32 0.47 ดี 11. กำรวัดผล ประเมนิ ผล กำรฝกึ อบรม 4.55 0.66 ดีมำก 4.41 0.49 รวม 4.51 0.49 ดี ดมี ำก จำกตำรำงที่ 8 พบว่ำ ผตู้ อบแบบสอบถำมมีควำมพึงพอใจต่อโครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกับวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ด้ำนกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ในภำพรวมอยู่ในระดับดีมำก มีค่ำเฉลี่ย (= 4.51) เมื่อพิจำรณำเป็นรำยข้อ พบว่ำ กำร ตอบขอ้ ซกั ถำมของวทิ ยำกร มีคำ่ เฉลี่ย (= 4.86) รองลงมำคือ กำรสรปุ องคค์ วำมรู้รว่ มกัน มีค่ำเฉล่ยี (= 4.55 ) กำรให้ควำมรู้เร่ืองกำรเรยี นรมู้ ุ่งสู่ควำมพอเพยี ง มคี ำ่ เฉล่ีย (= 4.50 ) กำรจดั กิจกรรมโครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำน กับวิถีเศรษฐกิจพอเพียง มีค่ำเฉล่ีย (=4.41) กำรวัดผล ประเมินผล กำรฝึกอบรม มีค่ำเฉลี่ย (= 4.41) และกำร แลกเปล่ียนเรียนรู้ของผู้เข้ำรับกำรอบรม ( = 4.32) ตำมลำดับ โดยมีส่วนเบ่ียงเบนมำตรฐำน () อยู่ระหว่ำง 0.34 - 0.66 แสดงวำ่ ผตู้ อบแบบสอบถำมมีควำมคิดเห็นสอดคล้องกนั ตารางที่ 9 ค่ำเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบนมำตรฐำนควำมพึงพอใจของผู้เขำ้ ร่วมกิจกรรมทีม่ ีควำมพึงพอใจต่อโครงกำรปรำชญ์ ชำวบ้ำนกับวิถเี ศรษฐกิจพอเพียง ด้านประโยชนท์ ี่ได้รับ รำยกำร ค่ำเฉลีย่ สว่ นเบย่ี งเบน ระดับควำม () มำตรฐำน () พงึ พอใจ 12. ได้เรียนรูแ้ ละฝึกตนเอง เกีย่ วกับกำรทำนำ้ ยำ อเนกประสงค์ 4.73 0.45 ดีมำก 13. นำควำมรู้ท่ไี ด้รบั มำปรับใช้ในชีวิตประจำวนั 4.59 0.49 ดมี ำก รวม 4.66 0.47 ดีมำก
17 จำกตำรำงท่ี 9 พบว่ำ ผู้ตอบแบบสอบถำมมีควำมพึงพอใจต่อโครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกับวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ด้ำนประโยชนท์ ไี่ ด้รับ ในภำพรวมอยูใ่ นระดบั ดีมำก มีค่ำเฉล่ีย (= 4.66) เมื่อพิจำรณำเป็นรำยข้อ พบว่ำ ได้เรียนรู้และฝึก ตนเอง เกี่ยวกบั กำรเรียนรู้มงุ่ สคู่ วำมพอเพียง มคี ่ำเฉลย่ี (= 4.73) รองลงมำ นำควำมรู้ท่ีได้รับมำปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีค่ำเฉลี่ย (= 4.59) โดยมีส่วนเบ่ียงเบนมำตรฐำน () อยู่ระหว่ำง 0.45 - 0.49 แสดงว่ำผู้ตอบแบบสอบถำมมีควำม คิดเห็นไปในทศิ ทำงเดยี วกัน สรุปในภาพรวมของกิจกรรมคดิ เปน็ รอ้ ยละ 90.56 มีค่านา้ หนักคะแนน 4.53 ถือวา่ ผู้รบั บริการ มีความพงึ พอใจทางด้านตา่ งๆ อยใู่ นระดับดีมาก โดยเรียงลาดับดงั น้ี อนั ดับแรก ดำ้ นด้ำนประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั คิดเปน็ รอ้ ยละ 93.18 มคี ำ่ นำ้ หนักคะแนน 4.66 อยู่ในระดบั คุณภำพ ดีมำก อันดับสอง ดำ้ นกำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ คดิ เปน็ ร้อยละ 90.15 มคี ่ำนำ้ หนักคะแนน 4.51 อยูใ่ นระดบั คุณภำพดี อันดับสาม ด้ำนบรหิ ำรจัดกำร คิดเป็นร้อยละ 90.00 มีคำ่ น้ำหนักคะแนน 4.50 อยู่ในระดบั คุณภำพดี
บทที่ 5 18 อภิปรายและข้อเสนอแนะ ผลกำรจดั กิจกรรมโครงกำรปรำชญ์ชำวบ้ำนกบั วิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง ได้ผลสรปุ ดังนี้ วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื ให้ผู้อบรมขยำยผลกำรเรียนรู้จำกแหล่งเรียนร้ใู นชมุ ชน 2. เพื่อใหส้ ่งเสรมิ ผู้อบรมมีควำมสัมพนั ธ์ระหวำ่ งคนในชมุ ชนกบั ภูมิปญั ญำทอ้ งถน่ิ 3. เพ่ือใหผ้ ู้อบรมสำมำรถนำไปประกอบอำชีพ และมรี ำยได้เสรมิ ให้กบั ตนเอง เป้าหมาย (Outputs) เป้าหมายเชิงปริมาณ -ประชำชนตำบลหนองขยำด จำนวน 8 คน -ประชำชนตำบลนำเรกิ จำนวน 7 คน รวมท้ังสน้ิ จานวน 15 คน เปา้ หมายเชิงคณุ ภาพ - ผูเ้ ขำ้ รว่ มโครงกำรฯ ร้อยละ 80 มีกำรขยำยผลกำรเรียนรู้จำกแหล่งเรยี นรูใ้ นชุมชนและสง่ เสริมผ้อู บรมมี ควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงคนในชุมชนกบั ภูมิปญั ญำทอ้ งถ่ิน และสำมำรถนำไปประกอบอำชีพ และมีรำยได้เสรมิ ใหก้ ับตนเอง เครื่องมือทีใ่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นกำรเก็บรวบรวมข้อมลู ในครั้งน้ี คือ แบบประเมนิ ควำมพงึ พอใจ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ในกำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู ได้มอบหมำยให้ ครู กศน.ตำบล ที่รบั ผิดชอบกิจกรรมแจกแบบสอบถำมควำมพึงพอใจ ใหก้ บั ผรู้ ่วมกจิ กรรม โดยให้ผเู้ ข้ำรว่ มกิจกรรมประเมินผลกำรจัดกจิ กรรมตำ่ งๆ ตำมโครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกบั วิถีเศรษฐกิจ พอเพียง สรปุ ผลการดาเนนิ งาน กศน.ตำบล ไดด้ ำเนินกำรจดั กิจกรรมตำม โครงกำรปรำชญ์ชำวบำ้ นกบั วถิ ีเศรษฐกจิ พอเพียง โดยดำเนินกำรเสร็จสน้ิ ลงแล้วและสรปุ รำยงำนผลกำรดำเนนิ งำนไดด้ ังน้ี 1. ผูร้ ว่ มกจิ กรรมจำนวน 15 คน ผู้เข้ำร่วมกจิ กรรมมีกำรขยำยผลกำรเรยี นรจู้ ำกแหล่งเรียนรใู้ นชุมชนและสง่ เสริมผู้ อบรมมีควำมสัมพันธ์ระหวำ่ งคนในชุมชนกับภูมิปญั ญำทอ้ งถน่ิ และสำมำรถนำไปประกอบอำชพี และมรี ำยไดเ้ สรมิ ให้กับ ตนเอง 2. ผรู้ ว่ มกิจกรรมรอ้ ยละ 93.20 นำควำมร้ทู ่ีไดร้ บั มำปรับใช้ในชวี ิตประจำวัน 3. จำกกำรดำเนนิ กจิ กรรมตำมโครงกำรดงั กลำ่ ว สรปุ โดยภำพรวมพบวำ่ ผเู้ ข้ำรว่ มกจิ กรรมส่วนใหญม่ ีควำมพงึ พอใจ ต่อโครงกำร อยใู่ นระดับ “ดีมาก ” และบรรลุควำมสำเร็จตำมเป้ำหมำยตวั ช้ีวัดผลลัพธท์ ต่ี ัง้ ไว้ โดยมีค่ำเฉล่ยี รอ้ ยละภำพรวม ของกจิ กรรม 90.56 และค่ำกำรบรรลเุ ป้ำหมำยคำ่ เฉลี่ย 4.53 ข้อเสนอแนะ - อยำกใหม้ ีกำรจดั กิจกรรมอีก จะไดน้ ำควำมรู้ไปใชใ้ นกำรดำเนนิ ชวี ติ ต่อไป
บรรณานกุ รม ที่มำ กรมกำรศกึ ษำนอกโรงเรยี น (2546) บุญชม ศรีสะอำด และ บุญส่ง นิลแกว้ (2535 หน้ำ 22-25) กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร . (2543). http://singkle.blogspot.com/p/blog-page_6535.html
ภาคผนวก
โครงการฯ
หนงั สอื เชิญวทิ ยากร
คาส่งั ฯ
แผนการศกึ ษาตอ่ เน่ือง
รายงานผลการจดั กิจกรรม โครงกำรปรำชญ์ชำวบำ้ นกับวิถเี ศรษฐกิจพอเพยี ง วันที่ 30 มถิ ุนำยน 2563 ณ ศูนยก์ ำรเรียนรตู้ ำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง ตำบลหนองขยำด อำเภอพนัสนคิ ม จังหวดั ชลบรุ ี วทิ ยำกรให้ควำมรู้ โดยนำยสุธน ลบแทน่ ปรำชญ์ชำวบำ้ น เร่อื งจดุ เร่มิ ต้นเศรษฐกิจพอเพียง กำรดำเนนิ ชีวติ ตำมแนวพระรำชดำรพิ อเพียง กำรปลกู พชื ผักสวนครัวปลอดสำรเคมี กำร กำจัดขยะอนิ ทรีย์เพื่อผลิตปยุ๋ หมกั ชีวภำพ และฐำนกำรทำนำ้ ยำอเนกประสงค์
แบบสอบถามความพงึ พอใจ โครงการปราชญช์ าวบ้านกบั วิถีเศรษฐกจิ พอเพียง ปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 กศน.อาเภอพนสั นิคม จงั หวดั ชลบุรี คาชแ้ี จง 1. แบบสอบถำมฉบับน้มี วี ตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ ใช้ในกำรสอบถำมควำมพึงพอใจตอ่ โครงกำรปรำชญ์ชำวบำ้ นกบั วิถเี ศรษฐกิจพอเพียง 2. แบบสอบถำมมี 3 ตอนดงั น้ี ตอนท่ี 1 ถำมข้อมลู เก่ยี วกบั ผตู้ อบแบบสอบถำมจำนวน 4 ข้อ ให้ทำเครอื่ งหมำย ลงในช่องให้ตรงกบั สภำพจรงิ ตอนท่ี 2 ควำมพงึ พอใจตอ่ โครงกำรปรำชญ์ชำวบำ้ นกบั วิถีเศรษฐกจิ พอเพยี ง จำนวน 13 ขอ้ ซ่ึงมรี ะดับควำมพึงพอใจ 5 ระดับ ดงั น้ี 5 มำกทสี่ ุด หมำยถงึ มีควำมพึงพอใจมำกทีส่ ดุ 4 มำก หมำยถึง มคี วำมพงึ พอใจมำก 3 ปำนกลำงหมำยถึง มคี วำมพึงพอใจปำนกลำง 2 นอ้ ย หมำยถงึ มคี วำมพงึ พอใจน้อย 1 น้อยท่สี ดุ หมำยถงึ มีควำมพึงพอใจนอ้ ยท่ีสดุ ตอนที่ 3 ข้อคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะตอ่ โครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกับวถิ เี ศรษฐกิจพอเพยี ง ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม หญิง 40 ปี – 49 ปี เพศ 30 ปี – 39 ปี ชำย 60 ปขี นึ้ ไป อายุ 15 ปี – 29 ปี 50 ปี – 59 ปี การศกึ ษา ตำ่ กวำ่ ป.4 ป.4 ประถม ม.ต้น ม.ปลำย ประกอบอาชีพ อนุปรญิ ญำ ปรญิ ญำตรี สูงกวำ่ ปริญญำตรี รบั จ้ำง คำ้ ขำย เกษตรกร ลูกจำ้ ง/ข้ำรำชกำรหนว่ ยงำนภำครัฐหรือเอกชน อื่น ๆ ………………………………….
ตอนที่ 2 ความพึงพอใจเก่ยี วกับโครงการปราชญ์ชาวบา้ นกบั วถิ ีเศรษฐกจิ พอเพียง ข้อท่ี รายการ ระดบั ความคดิ เหน็ 1 5 432 ด้านบริหารจัดการ 1. อำคำรและสถำนที่ 2. สงิ่ อำนวยควำมสะดวก 3. กำหนดกำรและระยะเวลำในกำรดำเนนิ โครงกำร 4. เอกสำรกำรอบรม 5. วทิ ยำกรผใู้ หก้ ำรอบรม ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 6. กำรจัดกิจกรรมโครงกำรปรำชญช์ ำวบ้ำนกบั วิถเี ศรษฐกิจ พอเพียง 7. กำรให้ควำมรู้เรื่องปฏบิ ัติกำรเรยี นรูม้ ุ่งส่คู วำมพอเพียง 8. กำรตอบข้อซักถำมของวิทยำกร 9. กำรแลกเปลี่ยนเรียนรขู้ องผู้เข้ำรบั กำรอบรม 10. กำรสรุปองคค์ วำมรูร้ ่วมกนั 11. กำรวดั ผล ประเมินผล กำรฝกึ อบรม ด้านประโยชนท์ ี่ได้รับ 12 ได้เรียนรแู้ ละฝึกตนเอง เกยี่ วกับปฏบิ ตั ิกำรเรยี นรมู้ ุ่งส่คู วำม พอเพยี ง 13 นำควำมรู้ที่ได้รับมำปรบั ใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 3 ขอ้ คิดเห็นและข้อเสนอแนะ ขอ้ คดิ เหน็ .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................................................................ ขอบขอบคณุ ท่ใี ห้ควำมรว่ มมอื กศน. อำเภอพนสั นคิ ม จังหวดั ชลบุรี
คณะผจู้ ดั ทา ท่ปี รึกษา หม่นื สำ ผ้อู ำนวยกำร กศน.อำเภอพนัสนคิ ม กำรงำนดี ครู 1. นำงณชั ธกัญ ศรีเทพ บรรณำรักษป์ ฏบิ ตั ิกำร 2. นำงสำวมทุ กิ ำ รำยศริ ิ ครู อำสำสมคั ร กศน. 3. นำงปลมื้ จิตร อุดำนนท์ ครู อำสำสมคั ร กศน. 4. นำงโสพศิ 5. นำยวัชรนิ ทร์ เอมเปีย ครู กศน.ตำบลหนองขยำด ฤกษ์งำม ครู กศน.ตำบลนำเรกิ คณะทางาน เอมเปีย ครู กศน.ตำบลหนองขยำด 1. นำงสำวนฤมล 2. นำงสำวอมุ ำพร บรรณาธิการ - นำงสำวนฤมล
Search
Read the Text Version
- 1 - 39
Pages: