Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สำนวนชวนคิด ภาษิตชวนจำ

สำนวนชวนคิด ภาษิตชวนจำ

Published by kanya.nat1911, 2021-03-07 13:46:37

Description: รายงาน สำนวนชวนคิด ภาษิตชวนจำ

Search

Read the Text Version

ก รายงาน เรอื่ ง สำนวนชวนคิด ภาษติ ชวนจำ 1.นางสาวกัญญาณฐั โดย เลขที่ 20 2.นางสาวญาณศรณ์ ฟุง้ สกลุ ม.5/1 เลขท่ี 22 3.นางสาวธัญชนก วงศ์ภกั ดี ม.5/1 เลขท่ี 25 4.นางสาวเพญ็ พิชชา ดา่ นสนุ ทรวงศ์ ม.5/1 เลขท่ี 29 อนิ ทรว์ งษ์ ม.5/1 นำเสนอ คณุ ครสู ภุ ลักษณ์ พลเรือง รายงานนเ้ี ปน็ สว่ นหนงึ่ ของวิชาภาษาไทย 4 (ท32102) โรงเรยี นราชสมี าวทิ ยาลยั

ขก คำนำ รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา ภาษาไทย เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง สำนวนและสุภาษติ ของไทย เพื่อได้ศึกษาอย่างเข้าใจและเปน็ ประโยชนก์ บั การเรยี น ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้ อยู่ หากมขี ้อแนะนำหรือขอ้ ผิดพลาดประการใด ผจู้ ัดทำขอน้อมรบั ไวแ้ ละขออภัยมา ณ ที่น้ีดว้ ย คณะผจู้ ดั ทำ

สารบญั ขค เรือ่ ง หน้า คำนำ ก สำรบญั ข ควำมหมำยของสำนวนและสภุ ำษติ ๑ หมวดสำนวน สุภำษติ เกย่ี วกบั น้ำ ๓ หมวดสำนวน สภุ ำษติ เกย่ี วกบั เสอื ๕ หมวดสำนวน สภุ ำษติ เกย่ี วกบั ววั ๗ หมวดทเ่ี กย่ี วเร่อื งกำรเมอื ง ๘ หมวดทม่ี ที ม่ี ำจำกวรรณคดี ๑๒ บรรณำนุกรม ๑๘

1 ๑. ความหมายของสานวนและสภุ าษิต สานวน หมำยถงึ ถอ้ ยคำทเ่ี รยี บเรยี งเป็นขอ้ ควำม หรอื คำพูดทเ่ี ป็นชนั้ เชงิ ไมต่ รงตำม รูปแบบภำษำ เป็นถ้อยคำหรอื คำพูดท่มี ลี กั ษณะเฉพำะตวั มคี วำมหมำยเป็นนัยแฝงอยู่ กนิ ควำมกวำ้ ง หรอื ลกึ ซ้งึ นำมำใชใ้ หม้ คี วำมหมำยแตกต่ำงไปจำกควำมหมำยเดมิ ของคำ ๆ นัน้ หรอื อำจจะมคี วำมหมำยคล้ำย กบั ควำมหมำยเดมิ ของคำท่นี ำมำประสมกนั แต่ก็ไม่เหมอื นกบั ควำมหมำยเดมิ ทเี ดยี ว เป็นควำมหมำยใน เชงิ อุปมำเปรยี บเทยี บ มกั ใชถ้ ้อยคำทไ่ี ม่ยำวมำก แต่กนิ ควำมมำก ใชค้ ำทไ่ี พเรำะ คมคำย สละสลวย ตอ้ งอำศยั กำรตคี วำมจงึ จะเขำ้ ใจ ตวั อยา่ งสานวนไทย ตาน้าพริกละลายแมน่ ้า ควำมหมำยสำนวนน้ีคอื กำรกระทำอะไรสกั อย่ำงท่ไี ม่เหมำะสมหรอื ไม่ได้สมดุลกนั ทำ ใหผ้ ลท่ไี ด้รบั สญู เปล่ำไมท่ ำใหเ้ กดิ ประโยชน์อะไรขน้ึ มำได้ เช่น ลงทุนเลก็ น้อยเพ่อื ทำงำนใหญ่ ซง่ึ ตอ้ งใชเ้ งนิ มำก ๆ ย่อมไมอ่ ำจสำเรจ็ ไดง้ ่ำย ตอ้ งสูญทุนไปเปล่ำ ๆ กเ็ หมอื นกบั กำรตำน้ำพรกิ เพยี งครกเดยี ว แลว้ นำไปละลำยในแมน่ ้ำ กไ็ มท่ ำใหเ้ กดิ รสชำตอิ ะไรขน้ึ มำได้ สญู เสยี น้ำพรกิ ไป อยำ่ งเปลำ่ ประโยชน์

2 สภุ าษิต หมำยถงึ ถอ้ ยคำทก่ี ลำ่ วแนะนำ สงั่ สอน เตอื นสติ ดว้ ยหลกั ควำมจรงิ สว่ นมำก เป็นคำคลอ้ งจอง มกี ำรสบื ทอดมำแตโ่ บรำณและแตล่ ะชุมชน กระทงั่ แตล่ ะเหล่ำอำชพี กม็ สี ำนวน ของใครของมนั คลำ้ ยกนั บำ้ ง แตกตำ่ งกนั ไปบำ้ ง ทงั้ น้เี พรำะทม่ี ำไมเ่ หมอื นกนั แตโ่ ดยควำมหมำย มกั เทยี บเคยี งกนั ได้ แมแ้ ตภ่ ำษำตำ่ งวฒั นธรรมกย็ งั มสี ว่ นคลำ้ ยกนั ในทำงอุปมำ ตวั อยา่ งสภุ าษิต เกบ็ เบย้ี ใตถ้ นุ รำ้ น ควำมหมำยสภุ ำษติ น้คี อื เกบ็ เลก็ ผสมน้อย เกบ็ สว่ นเลก็ สว่ นน้อยจะเป็นรปู รำ่ งเป็นกอบ เป็นกำ หลงั สฟู้ ้ำ หน้ำสดู้ นิ

3 หมำยถงึ ทต่ี อ้ งตรำกตรำทำงำนหนกั มกั หมำยถงึ ชำวไร่ชำวนำ ซง่ึ ในเวลำทำไร่ทำนำ หลงั ตอ้ งสกู้ บั แดด และหน้ำตอ้ งกม้ ลงดนิ . ๒.ตวั อยา่ งสานวน สภุ าษิต สำนวนและสุภำษติ มอี ยมู่ ำกมำย ซง่ึ จะขอยกตวั อยำ่ งสำนวนทน่ี ่ำสนใจตำมหมวดหมู่ ดงั รำยละเอยี ดตอ่ ไปน้ี ➢ หมวดสานวน สภุ าษิตเก่ียวกบั น้า ๑) กรวดน้าควา่ ขนั หมำยถงึ ตดั ขำดไมค่ บคำ้ สมำคมดว้ ยอกี ตอ่ ไป - ทม่ี ำ : กรวดน้ำ เป็นวธิ ปี ฏบิ ตั อิ ยำ่ งหน่ึงหลงั กำรทำบุญเพอ่ื แสดงควำมตงั้ ใจอทุ ศิ สว่ น กศุ ลถงึ คนทต่ี ำยแลว้ เมอ่ื ใชเ้ ป็นสำนวน หมำยถงึ ควำมตงั้ ใจทจ่ี ะไมเ่ กย่ี วขอ้ งกนั อกี ต่อไป และเพอ่ื เป็นกำรยนื ยนั ควำมตงั้ ใจ จงึ เตมิ คำว่ำ คว่ำขนั หรอื คว่ำกะลำ หรอื คว่ำคะนน (หมอ้ ดนิ สำหรบั ใสน่ ้ำ) หมำยถงึ จะไมต่ ดิ ต่อดว้ ยอกี ตอ่ ไปเดด็ ขำด ตวั อยำ่ ง : เพอ่ื นตวั แสบโกงเงนิ ฉนั ไปเป็นแสน ๆ ฉนั น่ะกรวดน้าควา่ ขนั เลย ๒) กระดี่ได้น้า หมำยถงึ อำกำรของคนทด่ี อี กดใี จสุดๆ หรอื ต่นื เตน้ มำกๆ จนทำใหแ้ สดง อำกำร ออกนอกหน้ำ ไมส่ ำมำรถควบคุมอำรมณ์เหลำ่ นนั้ ได้ - ทม่ี ำ : กระดเ่ี ป็นปลำตวั เลก็ ๆ อำศยั อยู่ในหนอง บงึ หรอื ลำคลองทวั่ ไป ยำมอำกำศรอ้ น จดั และน้ำแหง้ ขอด ปลำกระดก่ี ด็ น้ิ ขลกุ ขลกั เพรำะขำดน้ำ ถำ้ มคี นชอ้ นเอำไปปล่อยในลำ ธำรทม่ี นี ้ำ มนั จะดดี ตวั ขน้ึ ๆ ลง ๆ ตวั อยำ่ ง : เมอ่ื ป้ำสมศรไี ดร้ ูข้ ำ่ วว่ำลกู ชำยสอบตดิ คณะแพทย์ กแ็ สดงอำกำรรำวกบั กระด่ีได้น้า ทำใหช้ ำวบำ้ นในระแวกนนั้ ต่ำงตกใจ และสงสยั ว่ำป้ำสมศรเี ป็นอะไร ทำไมถงึ ดใี จขนำดนนั้ ๓) กินน้าใต้ศอก หมำยถงึ กำรจำยอมตกอยใู่ นสถำนะทเ่ี ป็นรองเขำ ไมส่ ำมำรถเทยี มหน้ำ เทยี ม ตำเสมอเขำได้ - ทม่ี ำ : สมยั กอ่ นคนไทยนิยมใชก้ ระบวย ซง่ึ มดี ำ้ มยำวตกั น้ำจำกโอ่งมำดม่ื ขณะยก กระบวยจรดทป่ี ำกเพอ่ื ด่มื น้ำ กระบวยใหญก่ วำ่ ปำก น้ำสว่ นหน่งึ จะไหลจำกกระบวยไป

4 ตำมมอื และแขน และรวมตวั ไหลลงตรงปลำยศอก หำกมผี อู้ ำ้ ปำกรอรบั น้ำจำกใตศ้ อกก็ จะไดน้ ้ำพอกลวั้ คอ ตวั อยำ่ ง : ถงึ จะรกั เขำมำกแค่ไหน ฉนั กไ็ มย่ อมกนิ น้ำใตศ้ อกใคร ๔) น้าขึ้นให้รีบตกั หมำยถงึ มโี อกำสดคี วรรบี ทำ - ทม่ี ำ : สมยั ก่อนคนใชน้ ้ำในแม่น้ำลำคลองเพอ่ื อุปโภคบรโิ ภค น้ำจะขน้ึ เป็นเวลำ เวลำน้ำ ขน้ึ น้ำจะเป่ียมฝัง่ ใสสะอำดและตกั ไดง้ ่ำย แต่เวลำน้ำลงน้ำจะขอดตกั ยำกและมกั ตดิ โคลน ตมขน้ึ มำ เมอ่ื น้ำขน้ึ ผคู้ นจงึ รบี ตกั ใสต่ ุม่ เพอ่ื ใหไ้ ดน้ ้ำทส่ี ะอำดไวใ้ ช้ ตวั อยำ่ ง : ตอนน้ีมงี ำนเขำ้ มำมำก กใ็ หร้ บั ไว้ อยำ่ มวั ขเ้ี กยี จอยเู่ ลย น้าขึน้ ให้รีบตกั จะไดม้ รี ำยได้ เพมิ่ ขน้ึ ๕) มือไมพ่ าย เอาเท้าราน้า หมำยถงึ ไมช่ ่วยทำงำนแลว้ ยงั กดี ขวำง ทำใหง้ ำนไม่ กำ้ วหน้ำ

5 - ทม่ี ำ : คำว่ำ “ รำน้ำ ” ในสำนวนน้ี แปลวำ่ ตำ้ นน้ำ ซง่ึ กำรกระทำดงั กลำ่ ว ทำใหพ้ ำยเรอื ลำบำกตอ้ งใชแ้ รงมำกขน้ึ ผทู้ ล่ี งเรอื ลำเดยี วกบั คนอน่ื นอกจำกจะไมช่ ว่ ยพำยเรอื แลว้ ยงั จะเอำเทำ้ รำน้ำเลน่ ทำใหค้ นอน่ื พำยเรอื ลำบำกขน้ึ ตวั อยำ่ ง : เขำไมช่ ่วยทำงำนสกั อยำ่ ง แลว้ ยงั คอยคดั คำ้ นทกุ เร่อื ง คนอะไรมือไม่พาย เอาเท้า ราน้า ➢ หมวดสานวน สภุ าษิตเกี่ยวกบั เสือ ๑) จบั เสือมอื เปลา่ หมำยถงึ เสย่ี งแสวงหำประโยชน์โดยไมต่ อ้ งลงทนุ - ทม่ี ำ : เสอื เป็นสตั วด์ ุรำ้ ย กำรจะจบั เสอื ตอ้ งมเี ครอ่ื งมอื พรอ้ ม คนทจ่ี บั เสอื มอื เปลำ่ ได้ จงึ ถอื ว่ำเกง่ และฉลำด ตวั อยำ่ ง : เขำทำธุรกจิ อยำ่ งจบั เสือมือเปลา่ แท้ ๆ ไมไ่ ดล้ งทุนอะไรเลย แตไ่ ดก้ ำไรมำก ๒) เสือซ่อนเลบ็ หมำยถงึ ผทู้ ม่ี คี วำมเกง่ กลำ้ สำมำรถแตไ่ มแ่ สดงออกมำให้ ปรำกฏ หรอื ผมู้ ี เลห่ ก์ ลอยใู่ นใจแตซ่ ่อนควำมรำ้ ยกำจไว้

6 - ทม่ี ำ : ปกตเิ สอื จะหดงอเลบ็ ไวใ้ นเน้ือ จะกำงเลบ็ ออกมำกต็ อ่ เม่อื ตอ้ งกำรตะปบเหยอ่ื หรอื ตอ่ สศู้ ตั รู ตวั อยำ่ ง : เพอ่ื นบำ้ นคนใหมข่ องฉนั เป็นคนหน้ำตำดี สุภำพเรยี บรอ้ ย มสี มั มำคำรวะ เมอ่ื วำนเขำ ถกู จบั ขอ้ หำมอื ปืนรบั จำ้ ง ฆำ่ คนตำยมำแลว้ หลำยศพ น่แี หละนะ เสือซ่อนเลบ็ จรงิ ๆ เลย ๓) เสือนอนกิน หมำยถงึ คนทไ่ี ดร้ บั ผลประโยชน์หรอื ผลกำไรดว้ ยอำนำจหรอื อทิ ธพิ ล ของ ตนโดยไมต่ อ้ งลงทุนลงแรง - ทม่ี ำ : ลกั ษณะของเสอื เวลำเดนิ มกั ลำกหำงไปเรอ่ื ย ๆ ทำใหเ้ หยอ่ื ไมร่ ะแวง แตพ่ อไดท้ ำ่ เสอื กเ็ ขำ้ ตะครบุ เหยอ่ื ทนั ที เปรยี บเหมอื นคนคดิ จะทำรำ้ ยหรอื คดิ มดิ มี ริ ำ้ ยกบั ใคร แต่ แกลง้ ทำเป็นไมส่ นใจ พอไดโ้ อกำสกเ็ ขำ้ จดั กำรทนั ที ตวั อยำ่ ง : เขำทำตวั เป็นเสือนอนกิน ใชอ้ ทิ ธพิ ลเรยี กบรษิ ทั ผรู้ บั เหมำมำฮวั้ ประมลู แลว้ คอยรบั เปอรเ์ ซน็ ตส์ บำยไป ๔) เสอื ลากหาง หมายถึง คนทีท่ ำท่าเซ่อื งซมึ เปน็ กลอุบายใหผ้ ูอ้ ื่นตายใจ แล้วเข้าทำการอย่างใด อย่างหนึง่ โดยไมท่ ันใหร้ ตู้ วั - ท่ีมา : ลักษณะของเสอื เวลาเดินมกั ลากหางไปเรอ่ื ย ๆ ทำใหเ้ หย่ือไม่ระแวง แต่พอไดท้ ่าเสอื ก็ เข้าตะครบุ เหยื่อทันที เปรียบเหมือนคนคิดจะทำรา้ ยหรอื คิดมดิ ีมิร้ายกับใคร แต่แกล้งทำเป็น ไม่สนใจ พอไดโ้ อกาสก็เข้าจดั การทนั ที ตวั อยำ่ ง : ฉนั เหน็ เขาท่าทางเซ่อื ง ๆ เปน็ เสอื ลากหาง ประเดี๋ยวเดียวกก็ ระชากสร้อยไปเสยี แลว้ ๕) เสอื สนิ้ ตวกั หมายถงึ เม่ือจวนตวั หมดหนทางหนีก็ฮึดสู้อยา่ งไมค่ ดิ ชวี ิต

7 - ทีม่ า : ตวกั หรือ จวัก เปน็ เครอ่ื งใชต้ ักข้าวและแกง มลี ักษณะคลา้ ยอุ้งเทา้ เสอื ซงึ่ งองุ้ม เสือ สิ้นตวกั โดยปริยายหมายถึง เสอื ไมม่ ีเล็บท่ีจะใชต้ ่อสู้ สำนวนนี้ มคี วามหมายเหมือน “หมาจน ตรอก” ซ่ึงบางทกี ก็ ล่าววา่ “เสอื ส้นิ ตวกั สนุ ัขจนตรอก” สุนัขจนตรอกคอื สุนขั ทีว่ ิง่ หนกี ารไล่ ล่าเข้าไปจนถึงทางตนั ท่ไี ปไมไ่ ด้อีก ท้ังเสือและสนุ ัขทต่ี กอยูใ่ นฐานะจวนตัวหมดหนทางกม็ กั จะ หันมาสูเ้ อาตัวรอด ตวั อยำ่ ง : คณุ รกุ ไลจ่ นเขากลายเป็น เสือสิ้นตวัก อยา่ งนัน้ เขากต็ ้องฮดึ สอู้ ยา่ งไม่คดิ ชวี ิต ซงึ่ ไม่เกดิ ผล ดีต่อใครเลย ➢ หมวดสานวน สภุ าษิตเกี่ยวกบั ววั ๑) ววั สนั หลงั หวะ มคี ำต่อทำ้ ยคอื “ววั สนั หลงั ขำด เหน็ กำบนิ ผำดกต็ กใจ” หรอื บำงทเี รยี ก กนั วำ่ “ววั สนั หลงั หวะ” หมำยถงึ ผทู้ ท่ี ำอะไรผดิ ไปแลว้ มอี ำกำรสอ่ พริ ุธใหเ้ หน็ กลวั วำ่ จะมคี นทร่ี เู้ รอ่ื งมำ พดู ใหค้ นอ่นื ๆรเู้ ร่อื งน้ี - ทม่ี ำ : เปรยี บเปรยถงึ ววั ทเ่ี ป็นแผลทห่ี ลงั มกั จะมอี กี ำมำจกิ แผลบ่อยๆ ตวั อยำ่ ง : เดก็ ชำยสมชำยแอบขโมยขนมของคุณครู แลว้ นำขนมไปกนิ หลงั หอ้ งเรยี น วนั ต่อมำ เมอ่ื ครเู รยี กชอ่ื เขำกต็ กใจแสดงอำกำรมพี ริ ุธออกมำ ตรงกบั สำนวนไทยทว่ี ่ำ “ววั สนั หลงั หวะ” ๒) ววั หำยลอ้ มคอก สำนวนสุภำษติ น้ี หมำยถงึ มเี หตกุ ำรณ์ทเ่ี สยี หำยเกดิ ขน้ึ มำแลว้ ถงึ จะมำ คดิ วธิ แี แกไ้ ขป้องกนั ภำยหลงั ซง่ึ ทถ่ี กู ควรจะคดิ หำทำงป้องกนั ไมใ่ หเ้ หตกุ ำรณ์เกดิ ขน้ึ แต่แรก

8 - ทม่ี ำ : เปรยี บเปรยถงึ กำรทม่ี วี วั หำยหรอื ถกู ขโมยไปแลว้ คนเลย้ี งจงึ หำทำงแกไ้ ขดว้ ย กำรทำคอกไวใ้ หว้ วั เพอ่ื ป้องกนั ววั หำย ซง่ึ หำกทำคอกไวต้ งั้ แต่แรกววั กไ็ มห่ ำย ตวั อยำ่ ง : เป็นตวั อยำ่ งใหเ้ หน็ กนั บ่อยๆในหน้ำหนงั สอื พมิ พ์ เช่น ถนนชำรดุ เกดิ อบุ ตั เิ หตุ แลว้ ค่อยมำเขยี นป้ำยเตอื น หรอื ซอ่ มแซมถนน ตอ้ งรอใหเ้ กดิ กำรสญู เสยี ก่อนจงึ คอ่ ยหำทำงป้องกนั แบบน้ตี รงกบั สำนวนไทยทว่ี ่ำ “ววั หำยลอ้ มคอก” ➢ หมวดทีเ่ กีย่ วเรอื่ งการเมือง การเมืองเปน็ เร่อื งทย่ี ากและวนุ่ วาย ดงั นั้นเวลาเราจะพูดถงึ เหตกุ ารณ์ท่เี กิดขึน้ หรือประเด็น ของเรือ่ งต่าง ๆ ถา้ ใช้สำนวนเขา้ ชว่ ยก็น่าจะทำใหก้ ารพูดคยุ ออกรสชาตยิ ิ่งข้นึ แถมยงั ขมวดเรอ่ื งหรือ ประเด็นทีจ่ ะตอ้ งพดู จนยืดยาวใหส้ ้นั กระชับลงได้ด้วย สำนวนไทยทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั การเมอื ง หรือ เหตุการณ์ทกี่ ำลงั เป็นกล่าวขวญั ถงึ ในปจั จุบนั (Talk of the Town) เชน่ ๑) กระเบ้ืองจะเฟอ่ื งฟลู อย นำ้ เต้านอ้ ยจะถอยจม หมายถึง เกิดเหตุอาเพศในบา้ นเมอื ง คนชว่ั จะรงุ่ เรือง คนดีจะตกอบั

9 - ท่มี า : สำนวนนมี้ าจากคำพยากรณค์ รั้งกรุงเก่า กระเบอ้ื งเปน็ ของหนกั ซงึ่ ควรจะจมน้ำแตก่ ลับ ลอยข้นึ มา เปรียบเหมอื นคนชั่วท่ไี ด้เปน็ ใหญ่ ทำให้ประชาชนเดือดรอ้ น นำ้ เต้าเป็นพืชผล จำพวกฟกั แฟง เมือ่ แกแ่ ละแห้งจะเบาและลอยน้ำไดแ้ ต่กลบั จมลงไป เปรียบเหมือนคนดแี ตถ่ กู กดี กัน ไม่มีโอกาสเป็นใหญ่ การที่กระเบ้อื งลอยแตน่ ำ้ เต้าจม ถือว่าเป็นลางร้าย ตวั อยา่ ง : บ้านเมืองทุกวนั นี้ กระเบื้องจะเฟอ่ื งฟลู อย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม เพราะคนช่ัวรุ่งเรอื ง มากกวา่ คนดี ๒) กอ่ หวอด หมายถึง เร่ิมจบั กลุม่ เพือ่ ก่อการอยา่ งใดอย่างหน่งึ - ที่มา : สำนวนนี้มาจากการวางไข่ของปลาบางชนิด เมื่อจะวางไข่ปลาตวั ผูต้ ัวเมียทีเ่ ป็นคู่กนั จะ ช่วยพ่นน้ำให้เกิดฟองไปติดตามหญ้ารก ๆ ในน้ำ ฟองน้ำที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า “หวอด” สำหรับ เป็นท่วี างไข่ ไข่ปลาจะอาศยั หวอดนอ้ี ยจู่ นเจรญิ ขนึ้ เป็นลูกปลา ตัวอย่าง : พนักงานแผนกนี้กำลัง ก่อหวอด เรียกร้องให้เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ พนักงานบริษัทอื่น ๆ ก็ สนบั สนุนและพรอ้ มทจี่ ะเขา้ ร่วมชุมนมุ ดว้ ย ๓) กิ้งก่าไดท้ อง หมายถงึ ผู้ท่ไี ดด้ แี ลว้ ลมื ตัว เห่อเหิม หยิง่ ผยอง

10 - ที่มา : สำนวนน้ีมาจากนิทานโบราณซ่งึ เล่าว่า พระราชาเสดจ็ ไปประพาสอทุ ยาน กงิ้ ก่าเหน็ พระราชากผ็ งกหวั ทำความเคารพ พระราชาพอพระทยั จงึ ให้เงินคนสวนซอ้ื เศษเน้ือใหก้ ง้ิ กา่ กนิ ทุกวนั วนั หนงึ่ คนสวนหาซื้อเศษเน้อื ไมไ่ ด้ จงึ เอาเงนิ ซื้อเศษทองผูกให้ท่คี อกิ้งกา่ ต่อมา พระราชาเสดจ็ ประพาสอุทยานอกี กง้ิ ก่าทำทา่ หยิ่งชูคออวดทอง ไมย่ อมผงกหวั คำนบั พระราชาดงั เคย พระราชาทรงเห็นวา่ ก้งิ กา่ นิสยั ไมด่ ี หย่ิงยโสเพราะไดท้ อง จงึ ทรงใหค้ นสวน เอาทองออกจากคอกงิ้ ก่า และงดซือ้ เศษเนอ้ื ใหก้ ง้ิ กา่ กินอกี ตอ่ ไป ตัวอย่าง : ถกู ลอ็ ตเตอรแ่ี ค่รางวลั ทีห่ ้า ทำเปน็ กงิ้ ก่าได้ทอง เชยี วนะเธอ ๔) ไกเ่ หน็ ตนี งู งูเห็นนมไก่ หมายถึง ต่างฝา่ ยตา่ งรูค้ วามลบั ของกนั และกัน

11 - ที่มา : เปน็ การกล่าวเปรียบเสมอื นว่า ไกส่ ามารถเห็นตีนงู และงูกส็ ามารถเห็นนมไกไ่ ด้ ท้ัง ๆ ท่ไี กไ่ มม่ นี มและงูกไ็ ม่มตี ีนปรากฏให้เห็น ตัวอยา่ ง : สองคนนั้น ทะเลาะกันแลว้ ก็เลิกรากนั ไป ไม่มใี ครกลา้ ไปฟอ้ งหัวหนา้ หรอก ตา่ งคนตา่ งรู้ ความผิดของกนั และกนั เหมือนไกเ่ ห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ๕) ชกั ซงุ ตามขวาง หมายถึง ขัดขวางผูม้ ีอำนาจ ย่อมไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ น - ทมี่ า : การชักหรือลากซงุ ถา้ ชักหรือลากตามแนวยาวจะสะดวกกวา่ ตามขวาง ตวั อย่าง : ทำงานแบบ ชักซุงตามขวาง อยา่ งนี้ เมื่อไหร่จะเจรญิ สักที ๖) ชกั นำ้ เขา้ ลกึ ชกั ศึกเขา้ บ้าน หมายถึง นำส่งิ ท่ีเปน็ อันตรายหรือศัตรูเข้าถึงตวั - ที่มา : ชักน้ำ คือ การทดนำ้ จากแม่น้ำลำคลอง เข้าไปตามร่องสวน เพื่อใช้ในการดูแลตน้ ไม้ แต่ ถา้ ระดับนำ้ ลกึ มากเกนิ ไปก็จะทำให้พชื สวนเสยี หาย ตัวอยา่ ง : จะชวนใครเข้ามาอยู่ดว้ ยก็ใหร้ ะมดั ระวงั เดยี๋ วจะกลายเป็น ชักน้ำเข้าลึก ชกั ศกึ เข้าบ้าน ๗) คางคกข้นึ วอ หมายถงึ คนท่มี ีฐานะต่ำต้อย พอได้ดแี ล้วกม็ กั แสดงกิริยาอวดดี ลืมตัว

12 - ท่ีมา : คางคก เป็นสัตว์ครึ่งบกครงึ่ น้ำ มีรปู ร่างคล้ายกบแตห่ นังหยาบและขรขุ ระน่าเกลียด จงึ มกั เปรยี บกบั คนที่ตำ่ ต้อย วอ เป็นยานที่มีหลังคาเปน็ รูปเรือน ใชค้ นหาม สมัยก่อนผเู้ ป็นขุน นางหรือมียศฐาบรรดาศักดจิ์ ะเดินทางไปทีใ่ ดมักจะนงั่ วอ มขี ้าทาสบริวารหาม ตวั อย่าง : แต่ก่อนเคยอย่สู ลมั มาด้วยกนั แต่พอแต่งงานกบั เศรษฐี ท่าทางเธอก็เปล่ยี นไป พบหน้า เพื่อนเธอกท็ ำเชดิ หยิง่ ไมย่ อมทกั ทาย ทำเหมือน คางคกข้ึนวอ ไม่มีผดิ ๘) ชา้ งตายทง้ั ตัว เอาใบบัวไปปิด หมายถงึ ความผิดหรือความช่วั ร้ายแรงท่ีร้กู ันทว่ั จะปดิ อย่างไรก็ไม่มิด - ท่ีมา : ช้างเปน็ สตั ว์ขนาดใหญ่ ใบบัวจึงไมพ่ อทจ่ี ะไปปกปดิ ซากช้างได้ ตวั อย่าง : ทำทจุ ริตคดโกงขนาดนัน้ จะปดิ บังอย่างไรคนเขาก็รู้ ช้างตายท้งั ตวั เอาใบบัวปิด ไม่มิด หรอก ➢ หมวดท่ีมีทม่ี าจากวรรณคดี ๑) กนิ จนพุงแตก เปน็ สำนวนทำนองเยาะหยัน แดกดนั หมั่นไส้ ผทู้ ีล่ ะโมบโลภมาก ไมร่ ้จู ัก ประมาณในการกนิ อาหาร หรอื มิฉะนัน้ กก็ ลา่ วเป็นทำนองเสียดสผี ทู้ คี่ ดโกงทรพั ยส์ ิน คอื โกงได้ เทา่ ไรก็ไมร่ ู้จักเพียงพอ ยังกระทำการทจุ รติ เรือ่ ยไปไมล่ ะอายบาปกรรม จึงมักจะกลา่ วกนั ว่า กนิ เข้าไปเถอะอีกหน่อยทอ้ งจะแตกตาย โดยนยั ดงั นกี้ ็หมายถึง \"คนทก่ี ินตะกละตะกลามอยา่ ง ตายอดตายอยาก\" อีกด้วย สำนวนน้ีมีท่มี าจากมหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑม์ หาราช กล่าวถงึ ตอนท่ี ชชู กขอพระชา ลแี ละกณั หาจากพระเวศสันดรมาไดแ้ ลว้ กพ็ าสองกุมารเดนิ ทางกลับบ้านของตน แตช่ ูชกหลง

13 ทางกลบั เดนิ ไปสเู่ มอื งเชตุดร ซึ่งพระเจ้าสญชัย พระบิดาของพระเวสสันดรปกครองอยู่ ท้าวสญชัยจงึ ไถส่ องกมุ ารจากชูชกด้วยพระราชทรพั ยอ์ ันมากมาย แล้วประทานเลี้ยงชูชกด้วย อาหารอนั อรอ่ ยเลิศ ชูชกตะกละตะกลามกนิ เขา้ ไปจนเกนิ ขนาดทำใหถ้ งึ แกค่ วามตาย การตาย ของชูชกเปน็ ทก่ี ล่าวกันตามประสาชาวบ้านว่า ท้องแตกตาย ซึ่งน่าจะมาจาก อาหารไม่ยอ่ ย มากกว่า ๒) จองถนน สำนวนนมี้ คี วามหมายวา่ \"เตรียมแผนการรกุ ล้ำท่ีของคนอ่ืน,ทำวางโต\" คำวา่ จอง หมายถงึ \"ผูก, สร้าง\" เพราะฉะนนั้ จองถนน ก็คือ \"สร้างถนน\" ตามเนื้อเรือ่ ง รามายณะ และรามเกียรติ์ ฉบับพระราชนพิ นธใ์ นรชั กาลท่ี ๑ กล่าวถึง พระรามยกไพร่พลลงิ ติดตามรอ่ งรอยนางสดี าไปจนถึง ฝั่งมหาสมทุ รตรงขา้ มเกาะลังกา จะข้ามไปไมไ่ ดจ้ ึงเกณฑ์พลวานรให้เอาหนิ มาสร้างสะพานขา้ มไป ลังกา (ของไทยเราเรียกว่า สรา้ งถนน) จงึ เกดิ ศัพท์ว่า จองถนน ซง่ึ มีปรากฏในวรรณคดีไทยหลาย แหง่ เช่น ในกำสรวลโคลงดัน้ โคลงบทที่ ๑๐๒ กล่าววา่

14 ๏ รามาธิราชใช้ พานร โถกนสมทุ รอายาน ย่านกว้าง จองถนนเปลง่ ศิลปศร ผลาญราพณ์ ใครอาจมาขวางข้า กา่ ยกอง ๓) ศรศิลป์ไมก่ นิ กัน ความหมาย สำนวนสุภาษติ นีห้ มายถึงผ้ทู ี่ตอ่ สกู้ นั ต่างคนตา่ งกไ็ ม่สามารถทำ อนั ตรายแกก่ ันได้ (ดคู วามหมายจากพจนานกุ รมไทย) แตป่ ัจจุบนั ความหมายผิดเพย้ี นไปเปน็ ไม่ชอบ หน้ากันหรือไม่ถูกกนั

15 - ทมี่ า : สำนวนนมี้ าจากวรรณคดีเร่ืองรามเกียรต์ิ ตอนทีพ่ ระรามกบั พระมงกุฎสู้กัน(เพราะ เข้าใจผิด ไม่ทราบว่าเป็นพ่อเปน็ ลูกกนั ) ด้วยธนู (ศร) เม่ือพระรามยิงธนูออกไป ลกู ธนกู ลบั กลายเปน็ อาหารคาวหวาน สว่ นลูกธนขู องพระมงกุฎน้ันกลับกลายเป็นดอกไม้ ทำให้ไม่ สามารถทำอันตรายแกก่ นั ได้จึงเกดิ เป็นสำนวน ” ศรศิลปไ์ มก่ ินกัน ” ตวั อย่าง : นกั มวยฝา่ ยแดงกับฝา่ ยน้ำเงินมาจากค่ายมวยเดยี วกนั แตท่ งั้ สองไดผ้ ่านเข้ารอบชิงชนะเลศิ ทำใหท้ ง้ั สองต้องชกกัน นักมวยทั้งสองสู้กนั สสู มี าก ไมม่ ีใครล้มใครได้ ศรศลิ ปไ์ ม่กนิ กัน เพราะฝกึ ซอ้ ม มาเหมอื นๆกนั รู้ทางกัน ๔) ว่าแต่เขาอเิ หนาเปน็ เอง สาํ นวนสุภาษิตนี้ หมายถงึ การต่อวา่ ผ้อู ื่นว่าทำในสงิ่ ผิด แตต่ นเอง กลบั ประพฤติผิดแบบนั้นเสยี เอง

16 - ทม่ี า : มาจากวรรณคดเี ร่ืองอิเหนา ในบททอ่ี ิเหนาได้ตอ่ ว่า จรกา กับ วิหยาสะกำ วา่ ไปหลง รกั นางบษุ บา จนตอ้ งมาทำสงครามกนั ไดอ้ ย่างไร แต่เมอ่ื อิเหนาได้พบกบั นางบุษบา ตวั เอง กลบั หลงรกั จนต้องทำอุบายเผาเมืองดาหาเพอ่ื ชิงตวั นางบุษษาเสยี เอง จึงกลายมาเปน็ สำนวน สภุ าษิตในเชิงตําหนติ ิเตยี น ตวั อย่าง : เวลาครูบุญมาเหน็ นักเรยี นท้ิงขยะในลงในทอ่ ระบายน้ำ ก็มกั จะเรียกนักเรยี นมาตำหนิ ตกั เตอื น แต่วนั นีม้ เี ดก็ นกั เรียนเห็นครูบุญมาท้ิงขยะลงในท่อระบายน้ำเสยี เอง แบบนีต้ รงกับสำนวน สุภาษติ ท่วี า่ “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ” ๕) ฤาษแี ปลงสาร หมายถึง คนทเี่ ปล่ยี นแปลงขอ้ ความในเอกสาร โดยเจตนาให้ผู้รับขอ้ ความน้ัน เขา้ ใจผดิ ไปจากเดมิ

17 - ที่มา : สำนวน \"ฤาษีแปลงสาร\" ได้มาจากเรอ่ื งพระรถเมรี ตอนท่พี ระรถเสนถือสารของนาง ยกั ษ์ไปใหน้ างเมรี ข้อความในสารน้ันให้ฆ่าพระรถ แต่ดว้ ยความสงสารพระฤาษีจงึ เปลยี่ นความ ในสารเป็นให้เมรีแตง่ งานกับพระรถเสีย การเปลยี่ นแปลงขอ้ ความในสาร นัน้ จึงนำมาเรยี กวธิ ี เขยี นหนงั สอื ลับแห่งไทยโบราณ กลบั ตวั อักษรข้างหลังมาไว้ข้างหนา้ แต่สมยั นี้ วิธีเขียน หนงั สอื ลบั ดงั กล่าวก็เลกิ ใช้ไปแล้ว สำนวนนจี้ ึงนำมาใช้ หมายถึงคนท่เี ปลย่ี นแปลงข้อความใน จดหมายหรือสาร เพ่ือให้ผู้รบั เข้าใจผิด ตัวอยา่ ง : การปลอมแปลงเอกสารในปจั จบุ นั จะมุ่งเนน้ เพื่อธุรธรรมการเงนิ หรือเก่ยี วกบั การกเู้ งิน ดงั นัน้ จึงตอ้ งระวงั ให้ดี เพราะมจิ ฉาชีพทกุ วนั นีม้ คี วามสามารถเหนือกวา่ ฤาษีแปลงสาร ที่แคแ่ ปลง เนอื้ หาในสารใหม้ คี วามหมายตรงข้ามเทา่ น้ัน แต่ทกุ วนั น้สี ามารถสร้างเอกสารข้ึนมาใหมไ่ ดท้ ้งั หมด อย่างสลปิ ATM ที่หลายคนมกั จะท้งิ ลงถังขยะก็ยงั มมี ิจฉาชีพบางคนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ แอบ ถอนเงินจากบญั ชเี จ้าของตัวจริงได้

18 บรรณานกุ รม https://sites.google.com/site/iurlsuphasit/bth-thi https://proverbthai.com/ http://xn--42cg2ebu1gf9iye.blogspot.com/2012/07/thai-proverbs-history.html


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook