Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge (1)

Description: ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge (1)

Search

Read the Text Version

ก�ำหนดอุบาย ของพระสัพพัญญูโพธิสัตว์ทั้งหลาย ย่อม ใหญโ่ ตกว่าพระปจั เจกพทุ ธเจา้ . เหตนุ น้ั พญายงู จงึ กลา่ วกะทา่ นวา่ “ปจั เจกโพธญิ าณ ทท่ี า่ นทำ� ลายกเิ ลสทงั้ ปวงเสยี แลว้ บรรลดุ ว้ ยโพธมิ รรคใด โปรดปรารภโพธิมรรคนั้น กระท�ำสัจกิริยาเถิด ธรรมดา สัตวอ์ นั ต้องจองจำ� ในชมพูทวปี ท้ังสิ้นกจ็ ักไม่ม.ี ” ท่านด�ำรงในฐานะที่พระโพธิสัตว์กล่าวแล้ว เม่ือจะ ทำ� สัจกิริยา จึงกล่าวคาถาวา่ “อนง่ึ มีนกเหล่าใดท่ีเรากักขังไวใ้ นนเิ วศน์ประมาณ หลายร้อย วันนเ้ี ราให้ชีวิตแก่นกเหล่านน้ั ขอนกเหล่าน้ัน จงพ้นจากการกักขัง ไปสู่สถานท่ีอยเู่ ดมิ ของตนเถดิ .” ล�ำดับนั้น นกท้ังปวงก็พ้นจากท่ีกักขัง พอดีกันกับ เวลาที่พระปัจเจกโพธิน้ันกระท�ำสัจกิริยานั่นเอง ต่างร้อง ร่าเรงิ บนิ ไปท่ีอยขู่ องตนทว่ั กัน. กแ็ ลในขณะนนั้ บรรดาสตั วใ์ นเหยา้ เรอื นทกุ หนแหง่ ตงั้ ตน้ แตแ่ มวเปน็ ตน้ ในชมพทู วปี ทง้ั สน้ิ ทจี่ กั ไดช้ อ่ื วา่ สตั ว์ ต้องกักขังมิได้มีเลย. พระปัจเจกพุทธเจ้ายกมือลูบศีรษะ. ทันใดนั่นเอง เพศคฤหัสถ์ก็หายไป เพศบรรพชิตปรากฏแทน. ท่าน 50 www.kalyanamitra.org

เป็นเหมือนพระเถระมีพรรษา ๖๐ สมบูรณ์ด้วยมรรยาท ัสจ ิกริยา ๙ ทรงอัฐบริขาร กล่าวว่า “ท่านนั้นเทียวได้เป็นท่ีพึ่งของ ข้าพเจ้า” ประคองอัญชลีแก่พญายูงกระท�ำประทักษิณ เหาะขนึ้ อากาศไปสูเ่ ง้อื มผาชอ่ื นนั ทมลู . ฝา่ ยพญายงู ก็โดดจากปลายคนั แร้ว หาอาหาร ไปสู่ ที่อยขู่ องตนดังเดิม. l ทรงประชมุ ชาดกวา่ พระปัจเจกพุทธเจ้าในครง้ั นน้ั ปรินิพพาน ส่วนพญายูงได้มาเป็น พระตถาคตเจ้า ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 51 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวนั น้ี สัจกริ ิยา ตอนที่ ๑๐ (พฤ. ๑๒ ม.ค. ๖๐) ๗. คนอน่ื ท�ำสจั กิรยิ าเพือ่ พิสจู นต์ นเองและชว่ ย ผ้อู ื่น ๗.๑ สัมพุลาชาดก ว่าด้วยความซื่อสัตย์ ของ พระนางสมั พุลา (ล.๖๑, น.๕๐๖, มมร.) ความตอนหนง่ึ วา่ พระนางสัมพุลาได้ยินพระด�ำรัสของพระสวามี จึงทูลว่า “ข้าแต่พระทูลกระหม่อม หม่อมฉันจักเยียวยา ทูลกระหม่อม ผู้ไม่ทรงเช่ือ ด้วยก�ำลังความสัตย์ของ 52 www.kalyanamitra.org

หมอ่ มฉนั นน่ั เทยี ว.” แลว้ ตกั นำ�้ มาเตม็ กระออม ทำ� สจั กริ ยิ า ัสจกิริยา ๑๐ รดนำ�้ ลงเหนอื พระเศยี รพระสวามี แลว้ กลา่ วคาถา ความวา่ “ขอความสตั ย์ ทหี่ มอ่ มฉนั มไิ ดเ้ คยรกั บรุ ษุ อน่ื ยงิ่ กวา่ ทลู กระหมอ่ มเปน็ ความจรงิ ดว้ ยอำ� นาจสจั จวาจานี้ ขอพยาธิ ของทูลกระหม่อมจงระงับดบั หาย.” เม่ือพระนางสัมพุลา กระท�ำสัจกิริยาอย่างนี้ แล้ว รดนำ้� ถวายเทา่ นนั้ โรคเรอ้ื นของโสตถเิ สนราชกมุ าร กร็ ะงบั หายทนั ที ดุจสนมิ ทองแดงถกู ล้างดว้ ยนำ�้ สม้ ฉะนั้น. ทั้งสองพระองค์เสด็จอยู่ในอาศรมนั้น สอง-สาม ราตรกี อ็ อกจากป่า ดำ� เนนิ ไปถงึ เมอื งพาราณสี เข้าไปยงั พระอุทยาน. พระราชาทรงทราบว่า ‘พระราชโอรสกับพระสุณิสา กลับมาจึงเสด็จไปยงั พระอทุ ยาน’ ตรสั สั่งใหย้ กเศวตฉัตร ถวายโสตถิเสนราชโอรส และให้อภิเษกพระนางสัมพุลา ไว้ในต�ำแหน่งอัครมเหสี ในพระอุทยานนั่นเอง แล้วเชิญ เสดจ็ สพู่ ระนคร. ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 53 www.kalyanamitra.org

เรอ่ื งย่อ สัมพลุ าชาดก ว่าด้วยความซอื่ สตั ย์ของพระนางสมั พลุ า l สถานที่ตรัส ณ พระเชตวนั มหาวิหาร l ทรงปรารภพระนางมลั ลิการาชเทวี เร่ืองย่อความวา่ ในอดีตกาล พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุง พาราณสี พระองคม์ พี ระราชโอรสพระองคห์ นงึ่ พระนามวา่ โสตถ-ิ เสน เม่ือพระราชโอรสเจริญวัยข้ึนได้ทรงแต่งตั้งพระราชโอรส ไว้ในต�ำแหน่งอุปราช พระอุปราชมีพระวรชายาทรงพระนามว่า สมั พุลา ต่อมา พระอุปราชเกิดเปน็ โรคเร้ือนตามพระวรกาย พวก แพทย์หลวงไม่สามารถจะถวายการรักษาให้พระองค์หายจาก อาการประชวรได้ เม่ือประชาชนทราบเร่ืองได้พากันรังเกียจ จนในท่ีสุดองค์อุปราชทรงคิดท่ีจะไปตายในป่าจึงถวายบังคมลา พระชนกชนนีออกไปพ�ำนกั อย่ใู นปา่ สว่ นพระวรชายาสมั พลุ าแมจ้ ะถกู พระสวามสี งั่ ใหก้ ลบั กย็ งั ตามเสด็จออกไปด้วยความเคารพรักในพระสวามี ทรงเป็นยอด ภรรยาปรนนบิ ตั พิ ระสวามีตลอดเวลา วนั หนง่ึ พระนางสมั พลุ าเสดจ็ ออกไปเกบ็ ผลไมใ้ นปา่ ในขณะ ที่พระนางลงไปสรงน้�ำในล�ำธารแล้วข้ึนมาแต่งพระองค์ มีอสูร 54 www.kalyanamitra.org

ตนหน่ึงเห็นพระนางก็เกิดจิตปฎิพัทธ์รักใคร่ ตรงเข้ามาจับตัว ัสจกิริยา ๑๐ พระนางพร้อมท้ังกล่าวขู่ว่า “ถ้าพระนางไม่ยอมเป็นภรรยาก็จะ ถูกมนั จับกิน” ในขณะน้ัน พระนางรู้สึกเศร้าเสียใจต่อชะตากรรม ทรง ร�ำพึงร�ำพันตัดพ้อต่อว่าเทพเจ้าทั้งหลายมีท้าวโลกบาล เป็นต้น ท�ำให้อาสนะของท้าวสักกะที่เคยอ่อนนุ่มก็กลับแข็งกระด้างปาน ศิลา ท้าวสักกะจึงถือวชิราวุธเสด็จมาประทับยืนอยู่บนศีรษะ ของยักษ์แล้วตรัสขู่ยักษ์น้ันทันที ท�ำให้ยักษ์อสูรจ�ำใจต้องปล่อย พระนางสมั พลุ า แตท่ า้ วสกั กะไมท่ รงไวว้ างใจในตวั อสรู จงึ จองจำ� อสรู ไวด้ ว้ ยตรวนทพิ ยแ์ ลว้ ปลอ่ ยไวใ้ นภเู ขาลกู ท่ี ๓ แลว้ เสดจ็ กลบั วิมาน ฝ่ายพระนางสัมพหุลาเม่ือรอดจากอันตรายรีบเสด็จกลับ อาศรมทนั ทดี ว้ ยความเปน็ หว่ งในพระสวามี ในขณะนนั้ พระสวามี เกดิ ความระแวงหงึ หวงทพ่ี ระนางกลบั ผดิ เวลาจงึ ไดไ้ ปซอ่ นพระองค์ เมื่อพระนางไม่เห็นสวามกี ย็ ิ่งกนั แสงหนกั ขน้ึ พระสวามเี กดิ ความสงสารจงึ เสดจ็ ออกมาจากทซ่ี อ่ นพระองค์ พระนางจงึ เลา่ เรอ่ื งราวทง้ั หมดใหพ้ ระสวามฟี งั แตพ่ ระเจา้ โสตถเิ สน ไมท่ รงเชอื่ พระนางจงึ ใชค้ วามซอ่ื สตั ยข์ องตนเองรกั ษาพระสวามี โดยทรงตักน�ำ้ มารดเหนอื เศียรพระสวามีแลว้ อธิษฐานวา่ “ถ้าหม่อมฉันกลา่ วความสตั ย์ ขอพระองคจ์ งทรงหายจาก อาการโรคเรอ้ื นดว้ ยเถดิ ” พรอ้ มกบั การอธษิ ฐานนน่ั เอง พระอาการ ประชวรของพระเจา้ โสตถิเสนก็หายทันที ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 55 www.kalyanamitra.org

ทงั้ สองพระองคจ์ งึ พากนั กลบั เขา้ เมอื ง พระราชบดิ าโสมนสั ยงิ่ นกั จงึ ยกราชสมบตั ใิ หแ้ กอ่ ปุ ราช สว่ นตวั พระองคไ์ ดอ้ อกผนวช เป็นพระดาบสประทบั อยใู่ นพระราชอทุ ยานนน่ั เอง ฝ่ายพระเจ้าโสตถิเสนเมื่อข้ึนครองราชย์แล้ว พระองค์ได้ พระราชทานต�ำแหนง่ พระอคั รมเหสแี กพ่ ระนางสัมพลุลา ไมไ่ ด้ พระราชทานราชสกั การะอยา่ งอน่ื ทรงมวั เมาอยกู่ บั พระสนมอน่ื ๆ ทำ� ใหพ้ ระนางสมั พหลุ าตอ้ งตรอมตรมพระหฤทยั จนตอ้ งเสดจ็ ไป เฝา้ พระสสั สรุ ดาบสทูลเลา่ ระบายความทุกขใ์ ห้ฟัง พระดาบสจงึ ใหค้ นทลู เสดจ็ พระราชาผเู้ ปน็ พระราชโอรสมา และได้โอวาทตรัสสอนดว้ ยคาถานว้ี า่ “หญงิ ผเู้ กอ้ื กลู ตอ่ สามเี ปน็ หญงิ หาไดแ้ สนยาก สามผี เู้ กอ้ื กลู ต่อภรรยาก็หาได้ยากเหมือนกัน ดูก่อนพระราชาผู้เป็นจอมชน มเหสีของพระองค์เป็นผู้เกื้อกูลต่อพระองค์ด้วย มีศีลด้วย เพราะฉะน้ัน ขอให้พระองค์ได้โปรดประพฤติธรรมต่อพระนาง สมั พลุ าด้วยเถิด.” ฝา่ ยพระราชาไดส้ ดบั พระราโชวาท ทรงไดพ้ ระสตสิ ำ� นกึ ถงึ พระคุณของพระมเหสีคู่ทุกข์ยากจึงทรงขอขมาโทษให้พระนาง ไดย้ กโทษทพี่ ระองคไ์ ดก้ ระทำ� ผดิ พลาดทไี่ มท่ รงถนอมนำ�้ พระทยั พระมเหสคี ทู่ กุ ขย์ าก 56 www.kalyanamitra.org

นับจากน้ันมา พระราชาและพระราชินีได้ทรงอยู่กันอย่าง สมัครสมานสามคั คี ทรงบำ� เพ็ญกุศลธรรมมกี ารใหท้ าน เป็นตน้ เม่ือสวรรคตได้เสด็จไปตามกรรม ส่วนพระราชาดาบสท�ำฌาน และอภิญญาให้บังเกิดแล้ว เมื่อมรณภาพได้ไปบังเกิดในพรหม โลกแล้ว พระศาสดาทรงนำ� พระธรรมเทศนานม้ี าแลว้ ตรสั วา่ “ดกู อ่ น ภิกษุท้ังหลาย ใช่แต่ในบัดน้ีเท่านั้น ก็หามิได้ แม้ในชาติก่อน พระนางมลั ลกิ ากเ็ คารพตอ่ สามดี ุจเทพยดาเหมือนกัน” l ประชุมชาดกว่า ัสจกิริยา ๑๐ พระนางสมั พุลาในครั้งน้ัน ไดม้ าเปน็ พระนางมลั ลกิ า พระเจ้าโสตถเิ สน ได้มาเปน็ พระเจ้ากรงุ โกศล พระดาบสผรู้ าชบดิ า ไดม้ าเป็น พระตถาคตเจ้า ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 57 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวนั น้ี สจั กิรยิ า ตอนท่ี ๑๑ (พฤ. ๑๒ ม.ค. ๖๐) ๘. คนอ่ืน ท�ำสัจกิริยาโดยนึกถึงคุณของพระ รัตนตรัย ๘.๑ คาถาธรรมบทเรอ่ื งพระมหากปั ปนิ เถระ (ล.๔๑, น.๓๐๘, ๓๑๓, มมร.) ความตอนหน่งึ วา่ พระราชาตรสั วา่ “เมอ่ื เราทงั้ หลายมวั หายานมเี รอื เป็นต้น ชาติย่อมน�ำไปสู่ชรา ชราย่อมน�ำไปสู่มรณะ เรา ไมม่ คี วามสงสยั ออกบวชอทุ ศิ พระรตั นตรยั ดว้ ยอานภุ าพ แหง่ พระรัตนตรยั นน้ั น�้ำน้ีอยา่ ได้เปน็ เหมือนน�้ำเลย” 58 www.kalyanamitra.org

ดังนี้แล้ว ทรงระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ระลึกถึง ัสจกิริยา ๑๑ พุทธานุสสติว่า ‘แม้เพราะเหตุน้ี พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า’ เป็นต้น พร้อมท้ังบริวารเสด็จไปบนหลังน�้ำด้วยม้าพันหนึ่ง. ม้าสินธพท้ังหลายก็วิ่งไป ดุจว่ิงไปบนหลังแผ่นหิน. ปลายกีบกไ็ ม่เปยี ก พระราชาเสด็จข้ามแม่น�้ำแล้ว เสด็จไปข้างหน้า ทอดพระเนตรเห็นแม่น�้ำอ่ืนอีก จึงตรัสถามวา่ “แม่นำ้� นช้ี ่อื อะไร?” อ�ำมาตย์. “ช่ือนลี วาหนานที พระเจ้าขา้ .” พระราชา. “แม่นำ�้ น้ีประมาณเท่าไร?” อำ� มาตย์. “ทั้งส่วนลึก ทั้งส่วนกว้าง ประมาณ กง่ึ โยชน์ พระเจา้ ข้า.” ค�ำทเี่ หลือก็เช่นกับค�ำก่อนน้ันแล. ก็พระราชาทอดพระเนตรเห็นแม่น�้ำน้ันแล้ว ทรง ระลกึ ถงึ ธรรมานสุ สตวิ า่ ‘พระธรรมอนั พระผมู้ พี ระภาคตรสั ดแี ลว้ ’ เปน็ ตน้ เสดจ็ ไปแล้ว. ครน้ั เสดจ็ ขา้ มแมน่ ำ�้ แมน้ น้ั ไปไดแ้ ลว้ ทอดพระเนตร เห็นแม้แมน่ ้�ำอ่ืนอกี ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 59 www.kalyanamitra.org

จงึ ตรัสถามวา่ “แมน่ ำ้� น้ชี ื่ออะไร?” อ�ำมาตย.์ “แมน่ ำ้� นช้ี อ่ื วา่ จนั ทภาคานที พระเจา้ ขา้ .” พระราชา. “แมน่ �้ำน้ปี ระมาณเทา่ ไร?” อ�ำมาตย.์ “ทงั้ สว่ นลกึ ทง้ั สว่ นกวา้ ง ประมาณโยชน์ หนึง่ พระเจา้ ข้า.” ค�ำทีเ่ หลอื กเ็ หมอื นกับคำ� กอ่ นนัน่ แล. สว่ นพระราชาทอดพระเนตรเหน็ แมน่ ำ�้ นแี้ ลว้ ทรงระลกึ ถงึ สงั ฆานสุ สตวิ า่ ‘พระสงฆส์ าวกของพระผมู้ พี ระภาคเจา้ เป็นผู้ปฏบิ ัติดีแล้ว’ เปน็ ต้น เสดจ็ ไปแล้ว. ก็เมื่อเสด็จข้ามแม่น้�ำน้ันไป ได้ทอดพระเนตรเห็น พระรศั มมี วี รรณะ ๖ แตพ่ ระสรรี ะของพระศาสดากง่ิ คา่ คบ และใบแหง่ ต้นนโิ ครธ ได้เปน็ ราวกะวา่ ส�ำเรจ็ ดว้ ยทองคำ� . ฯลฯ พระเทวตี รัสวา่ “ถา้ กระน้ัน พวกเจา้ จงมา” ดังนแ้ี ล้ว รบั สงั่ ใหเ้ ทยี มรถพนั คนั เสดจ็ ขนึ้ รถออกไปกบั หญงิ เหลา่ นนั้ ทอดพระเนตรเห็นแม่น�้ำสายท่ีหนึ่งในระหว่างทาง ตรัส ถามเหมือนพระราชาตรัสถามแล้วเหมือนกัน ทรงสดับ ความเป็นไปทงั้ หมดแลว้ ตรัสวา่ “พวกเจ้าจงตรวจดทู าง เสดจ็ ไปของพระราชา” 60 www.kalyanamitra.org

เมอ่ื หญงิ เหลา่ นน้ั กราบทลู วา่ “พวกหมอ่ มฉนั ไมเ่ หน็ ัสจกิริยา ๑๑ รอยเทา้ มา้ สนิ ธพ พระเจา้ ขา้ ” ทรงดำ� รวิ า่ ‘พระราชาจกั ทรง ทำ� สจั กิริยาว่า ‘เราออกบวชอทุ ศิ พระรัตนตรยั ’ แล้วเสด็จ ไป, ถงึ เรากอ็ อกบวชอทุ ศิ พระรตั นตรยั , ดว้ ยอานภุ าพแหง่ พระรตั นะเหลา่ นน้ั นน่ั แล ขอนำ�้ นอี้ ยา่ ไดเ้ ปน็ เหมอื นนำ�้ เลย’ ดงั นแ้ี ลว้ ทรงระลกึ ถงึ คณุ พระรตั นตรยั ทรงสง่ รถพนั คนั ไป. น้�ำได้เป็นเช่นกับหลังแผ่นหิน. ปลายเพลาและ เกลียวกงแห่งล้อก็ไม่เปียกเลย. พระเทวีเสด็จข้ามแม่น้�ำ ทง้ั สองแม้นอกนไี้ ปได้ โดยอุบายนัน้ เหมือนกัน. ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 61 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวนั น้ี สจั กิริยา ตอนท่ี ๑๒ (พ. ๑๘ ม.ค. ๖๐) เมอื่ สบื ค้นในอรรถกถาพระสูตร มกี ลา่ วไว้ ๗ แหง่ ๑. อรรถกถาสูตรที่ ๓ ประวตั ิพระโกณฑธานเถระ (ล.๓๒, น.๔๑๒, มมร.) ความตอนหนึง่ วา่ นางมหาสภุ ทั ทา อยใู่ นครอบครวั มจิ ฉาทฏิ ฐใิ นอคุ ค- นครคิดว่า พระศาสดาจงทรงอนุเคราะห์เราจึงอธิษฐาน อุโบสถ เป็นผู้ไม่มีกลิ่นคาว อยู่ปราสาทชั้นบน กระท�ำ สัจกิริยาว่า ‘ดอกไม้เหล่าน้ีจงอย่าอยู่ในระหว่างทางเสีย จงกางกั้นเป็นเพดานในเบ้ืองบนแห่งพระทศพลเถิด ขอ พระทศพลจงรับภิกษาของเราพร้อมกับภิกษุ ๕๐๐ รูป 62 www.kalyanamitra.org

ดว้ ยสญั ญาน้ีเถดิ ’ แล้วโยนดอกไม้ ๘ กำ� ไป ดอกไม้กไ็ ป สัจ ิกริยา ๑๒ กางก้ันเป็นเพดานอยู่เบ้ืองบนของพระศาสดาในเวลา แสดงธรรม พระศาสดาทอดพระเนตรเห็น เพดานดอกมะลิน้ัน ทรงรับภกิ ษาของนางสุภทั ทาด้วยจติ นั้นแหละ วันรุ่งขึ้นเม่ืออรุณข้ึน จึงตรัสสั่งพระอานนท์ว่า “อานนท์ วันนี้เราจะไปภิกษาจาร ณ ท่ีไกล จงอย่าให้ สลากแก่พระปถุ ุชน จงให้แก่พระอริยะเท่าน้นั .” พระเถระบอกแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ผู้มีอายุ วันนี้ พระศาสดาจักเสด็จภิกษาจารณท่ีไกล พระภิกษุปุถุชน จงอยา่ จบั สลาก พระอริยะเท่านนั้ จงจับ.” ๒. อรรถกถากุณฑธานเถรคาถา (ล.๕๐, น.๑๓๔, มมร.) มีขอ้ ความทำ� นองคลา้ ยกนั ๓. อรรถกถากณุ ฑธานวรรคที่ ๔ เถราปทาน กณุ ฑ- ธานเถราปทาน (ล.๗๑, น.๑๒๖, มมร.) มีขอ้ ความทำ� นอง คล้ายกนั ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 63 www.kalyanamitra.org

ขอ้ ความตรงนค้ี ลา้ ยกบั คาถาธรรมบทเรอื่ งจฬู สภุ ทั ทา (ล.๔๓, น.๑๘๕, มมร.) ความว่า ล�ำดับนั้น แม่ผัวกล่าวกะนางว่า “เจ้าอาจแสดงสมณะ ท้ังหลายของเจ้า แม้แก่พวกฉันได้หรือ” เม่ือนางตอบว่า “อาจ” จงึ พดู วา่ “ถา้ กระนน้ั เจา้ จงทำ� โดยประการทพ่ี วกฉนั จะเหน็ สมณะ เหล่านนั้ .” นางรับว่า “ดีละ” ตระเตรียมมหาทานเพื่อภิกษุสงฆ์ มพี ระพทุ ธเจา้ เปน็ ประมขุ แลว้ ยนื อยบู่ นพน้ื ปราสาทชน้ั บน ผนิ หนา้ ไปเฉพาะพระเชตวัน ไหว้โดยเคารพ ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ระลกึ ถงึ พระพทุ ธคณุ ทงั้ หลาย ทำ� การบชู าดว้ ยของหอม เครอ่ื งอบ ดอกไมแ้ ละธูป กล่าวอัญเชิญวา่ “ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จริญ ข้าพเจา้ นมิ นตภ์ กิ ษสุ งฆม์ พี ระพทุ ธเจา้ เปน็ ประมขุ เพอื่ ฉนั เชา้ ในวนั รงุ่ ขน้ึ , ดว้ ยสญั ญาณของขา้ พเจ้าน้ี ขอพระศาสดาจงทราบวา่ ‘เป็นผูอ้ ัน ขา้ พเจ้านมิ นตแ์ ล้ว’ ” ดงั นแี้ ล้ว จึงซัดดอกมะลิ ๘ กำ� ไปในอากาศ. ดอกไม้ทั้งหลายลอยไปเป็นเพดานอันส�ำเร็จด้วยระเบียบ ดอกไม้ ได้คงท่ีอยู่เบื้องบนพระศาสดาผู้ทรงแสดงธรรมอยู่ใน ท่ามกลางบรษิ ัท ๔. 64 www.kalyanamitra.org

อนาถบณิ ฑกิ เศรษฐมี ลี กู สาว ๓ คน, ชอ่ื มหาสภุ ทั ทา, สัจ ิกริยา ๑๒ จฬู สุภัททา, สมุ นาเทวี. ดังความตอนหนึ่งในคาถาธรรมบทเรื่องสุมนาเทวี (ล.๔๐, น.๒๐๔, มมร.) ความว่า ถึงท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีก็ตั้งธิดาคนใหญ่ ชื่อมหา- สุภัททาไว้. ก็นางมหาสุภัททาน้ัน ท�ำการขวนขวายแก่ภิกษุ ทง้ั หลายอยู่ (และ) ฟงั ธรรมอยู่ เปน็ พระโสดาบนั แลว้ ไดไ้ ปสสู่ กลุ แห่งสาม.ี แต่นั้น ท่านอนาถบิณฑิกะก็ตั้งนางจุลลสุภัททา (แทน). แมน้ างจลุ ลสภุ ทั ทานนั้ กท็ ำ� อยอู่ ยา่ งนนั้ เหมอื นกนั เปน็ พระโสดาบนั แลว้ ก็ไปสู่สกุลแห่งสาม.ี ล�ำดับนั้น ท่านอนาถบิณฑิกะ จึงต้ังธิดาคนเล็กนามว่า สุมนาเทวี (แทน). l ที่น่าแปลกคอื ทำ� ไมลูกสาวคนโต ๒ คนแต่งงานไป ท่ีเมืองเดียวกันคือ อุคคนคร และได้ท�ำสัจกิริยาด้วย ดอกมะลิ ๘ กำ� เหมือนกนั . ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 65 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวันนี้ สจั กริ ยิ า ตอนที่ ๑๓ (พ. ๑๗ ม.ค. ๖๐) ๔. อรรถกถาองั คลุ มิ าลสตู ร (ล.๒๑, น.๑๖๓, มมร.) ค�ำว่า ตํอิตฺถึ เอวํ อวจ ความว่า “ธรรมดาการ คลอดบุตร ของหญิงท้ังหลาย ผู้ชายไม่ควรจะเข้าไป พระเถระกระท�ำอะไร” จึงบอกว่า “พระองคุลิมาลเถระ มากระท�ำสจั กิริยาเพอ่ื คลอดโดยสวัสดี.” แตน่ นั้ ชนเหลา่ นนั้ จงึ กนั้ มา่ นปลู าดตง่ั ไวภ้ ายนอกมา่ น สำ� หรบั พระเถระ. พระเถระนงั่ บนตง่ั นน้ั กระทำ� สจั กริ ยิ าวา่ 66 www.kalyanamitra.org

“ยโต อหํ อภนิ ิ สพพฺ ญญฺ พู ทุ ธฺ สสฺ อรยิ าย ชาตยิ า ชาโต” ัสจ ิกริยา ๑๓ “ดูก่อนน้องหญิงจ�ำเดิมแต่เราเกิดโดยอริยชาติแห่งพระ สัพพัญญูพุทธเจ้า.” ทารกก็ออกมาดุจน�้ำไหลจากธมกรก พรอ้ มกบั กลา่ วคำ� สตั ยน์ น่ั เทยี ว. ทงั้ มารดาทง้ั บตุ รมคี วาม สวสั ดแี ลว้ . ก็แลพระปริตน้ีท่านกล่าวไว้ว่า น้ีช่ือว่า มหาปริต จะไมม่ ีอนั ตรายไรๆ มาทำ� ลายได.้ ชนท้ังหลายไดก้ ระท�ำ ต่ังไวต้ รงท่ที ่พี ระเถระนั่งกระท�ำสจั กิริยา. ชนท้ังหลายย่อมน�ำแม้ดิรัจฉานตัวเมียท่ีมีครรภ์ หลงมาให้นอนท่ีต่ังนั้น. ในทันใดน้ันเอง ก็คลอดออกได้ โดยง่าย. ตัวใดทุรพลน�ำมาไม่ได้ก็เอาน้�ำล้างต่ังน้ันไปรด ศีรษะ ก็คลอดออกไดใ้ นขณะน้นั ทีเดียว. แมโ้ รคอย่างอืน่ ก็สงบไป. ไดย้ นิ วา่ พระมหาปรติ รน้ี มปี าฏหิ ารยิ ต์ งั้ อยตู่ ลอดกปั . ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 67 www.kalyanamitra.org

๕. อรรถกถาสูตรที่ ๙ ประวัติพระมหากปั ปนิ เถระ (ล.๓๒, น.๔๘๖, มมร.) ความตอนหน่งึ วา่ ฝ่ายพระราชาเสด็จถึงฝั่งแม่น�้ำคงคา พร้อมกับ อำ� มาตย์พนั คน. ขณะน้ัน แม่น�้ำคงคาเปี่ยมน�้ำ เห็นแม่น้�ำคงคาน้ัน แล้ว ต่างก็ด�ำริและอธิษฐานว่า ‘แม่น้�ำคงคาเปี่ยมน�้ำ. เกล่ือนด้วยปลาร้าย ไม่มีทาสหรือมนุษย์ที่มากับพวกเรา ซึ่งจะพึงให้เรือหรือแพแก่พวกเราในท่ีนั้น แต่ธรรมดาว่า พระคุณท้ังหลายของพระศาสดาแผ่ไปเบ้ืองล่างแต่อเวจี มหานรกจนถึงภวัคคพรหม ก็ถ้าพระศาสดาทรงเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไซร้ ขอหลังกีบม้าเหล่านี้จงอย่า เปียกน้�ำเลย.’ แล้วกค็ วบขับม้าไปทางหลงั น�้ำ. 68 www.kalyanamitra.org

แม้เพียงกีบม้าแต่ละตัว ก็มิได้เปียกน�้ำเลย. ถึงฝั่ง ัสจ ิกริยา ๑๓ โน้นเหมือนไปโดยราชมรรคา แต่แล้วก็ถึงมหานทีอื่นๆ ขา้ งหน้า. ตรสั ถามว่า “แมน่ ำ�้ แห่งทสี่ อง ชอ่ื อะไร?” กราบทูลว่า ชื่อว่า “นีลวาหินีมีประมาณคร่ึงโยชน์ ทั้งส่วนลึก ทั้งส่วนกว้าง พระเจา้ ข้า.” ในแม่น้�ำนั้นไมม่ ีสจั กริ ยิ าอย่างอ่นื พากันขา้ มแม่นำ�้ ท่ีกว้างถึงคร่ึงโยชน์ด้วยสัจกิริยาแม้น้ัน ท้ังถึงมหานที ที่สามช่ือว่า ‘จันทรภาคา’ ก็พากันข้ามด้วยสัจกิริยาน้ัน นัน่ เอง. (ส่วนน้ีการบรรยายคล้ายในคาถาธรรมบทเร่ือง พระมหากัปปินเถระ สัจกริ ิยาตอนท่ี ๑๑) ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 69 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวนั นี้ สจั กิรยิ า ตอนที่ ๑๔ (พฤ. ๑๙ ม.ค. ๖๐) ๖. อรรถกถาสกั กปญั หสตู ร (ล.๑๔, น.๑๖๖, มมร.) พระราชาทรงมีรับสั่งให้หัวหน้านั้นเข้าเฝ้าแล้ว ตรสั ถามวา่ “เขาว่า แกมมี นตห์ รอื ?” “ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีมนต์ แต่พวก ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดก้ ระทำ� สจั กริ ยิ าไวว้ า่ ‘ถา้ พวกเราเปน็ โจร ของพระราชา ขอให้เหยียบเถิด ถ้าไม่เป็นโจร ขอ อย่าเหยียบ.’ น่ันเป็นอ�ำนาจของสัจกิริยาของพวกข้า พระพทุ ธเจ้า.” ราชา. “แล้วก็ พวกพอ่ กระท�ำงานอะไร?” 70 www.kalyanamitra.org

หัวหน้า. “พวกข้าพระพุทธเจ้า ปราบทางท่ีขรุขระ สัจ ิกริยา ๑๔ ให้เรียบ สร้างศาลาในทางใหญ่สี่แยก ขุดสระบัว ผูก สะพาน ขอเดชะ พวกขา้ พระพทุ ธเจา้ เทย่ี วสรา้ งบญุ กรรม เหน็ ปานนี้.” แต่ในคาถาธรรมบทเร่ืองท้าวสกั กะ, อัปปมาทวรรค วรรณนา (ล.๔๐, น.๓๖๒, มมร.) กลา่ ววา่ เปน็ การแผเ่ มตตา ความตอนหน่ึงวา่ มฆมาณพได้ให้โอวาทแก่ชนท่ีเหลือทั้งหลายว่า “สหาย ทั้งหลาย เว้นเมตตาเสีย ที่พ่ึงอย่างอ่ืนของพวกเรา ไม่มี, ท่าน ทั้งหลายไม่ต้องท�ำความโกรธในใครๆ จงเป็นผู้มีจิตเสมอเทียว ด้วยเมตตาจิต ในพระราชา ในนายบ้าน ในช้างท่ีจะเหยียบ และ ในคน” ชนเหลา่ น้นั ก็ไดท้ ำ� อย่างนน้ั . ล�ำดับน้ัน ช้างไม่อาจเข้าไปใกล้ได้ เพราะอานุภาพแห่ง เมตตาของชนเหลา่ นน้ั . พระราชาทรงสดับความนนั้ แลว้ ตรสั ว่า “ชา้ งมนั เหน็ คนมาก จงึ ไมอ่ าจเหยยี บได,้ ทา่ นทงั้ หลายจงไป, เอา เสือ่ ลำ� แพนคลุมเสยี แลว้ จงึ ใหม้ นั เหยียบ.” ชา้ งอนั เขาเอาเสอ่ื ลำ� แพนคลมุ ชนเหลา่ นน้ั ไสเขา้ ไปเหยยี บ ก็ถอยกลับไปเสียแต่ไกลเทยี ว. ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 71 www.kalyanamitra.org

พระราชาทรงสดบั ประพฤตเิ หตนุ น้ั แลว้ ทรงดำ� รวิ า่ ‘ในเรอื่ ง น้ี ต้องมีเหตุ’, แล้วรับสั่งให้เรียกชนเหล่านั้นมาเฝ้า ตรัสถามว่า “พอ่ ทง้ั หลาย พวกเจา้ อาศัยเรา ไมไ่ ดอ้ ะไรหรอื ?” พวกมฆะ. “น่ีอะไร? พระเจา้ ข้า.” พระราชา. “ขา่ ววา่ พวกเจา้ เปน็ โจรเทย่ี วไปในปา่ ดว้ ยการ คุมกันเป็นพวก.” พวกมฆะ. “ใครกราบทลู อย่างน้นั พระเจา้ ขา้ ?” พระราชา. “นายบา้ น, พ่อ.” พวกมฆะ. “ขอเดชะ พวกข้าพระองค์ไม่ได้เป็นโจร, แต่ พวกข้าพระองค์ช�ำระหนทางไปสวรรค์ของตนๆ จึงท�ำกรรมน้ี และกรรมนี้, นายบ้านชักน�ำพวกข้าพระองค์ในการท�ำอกุศล ประสงค์จะให้พวกข้าพระองค์ผไู้ ม่ทำ� ตามถอ้ ยคำ� ของตนฉิบหาย โกรธแลว้ จึงกราบทลู อย่างนัน้ .” l ช่วงต้นของคาถาธรรมบทเร่ืองน้ีก็ได้อ้างอิงสักก- ปญั หสูตรเช่นเดยี วกนั ความวา่ เจ้าลจิ ฉวนี ามวา่ มหาลิ อยู่ในเมอื งเวสาลี. พระองค์ ทรงสดบั เทศนาในสกั กปญั หสตู ร ของพระตถาคตแลว้ . 72 www.kalyanamitra.org

๗. อรรถกถาเวลามสูตร (ล.๓๗, น.๗๘๓, มมร.) สัจ ิกริยา ๑๔ เม่ือบุคคลผู้จัดการท่านบอกว่า โรงทานส�ำเร็จแล้ว นงุ่ ผา้ ราคาหนงึ่ พนั ผา้ เฉวยี งบา่ มรี าคาหา้ รอ้ ยแตง่ แลว้ ดว้ ย เครอื่ งประดบั ทกุ อยา่ ง ใสน่ ำ�้ ซง่ึ มสี แี กว้ ผลกึ ใหเ้ ตม็ สวุ รรณ- ภงิ คาร (เตา้ นำ้� ทอง) แลว้ เพือ่ ทดลองทานทำ� สัจกิริยาว่า “ถา้ ในโลกน้ี ยงั มที กั ขเิ ณยยบคุ คลผสู้ มควรรบั ทานนี้ ขอนำ�้ นไี้ หลออกแลว้ จงซมึ แผน่ ดนิ ถา้ ไมม่ จี งตงั้ อยอู่ ยา่ งน้ี ไดเ้ อียงปากสวุ รรณภงิ คารลงแลว้ . น�้ำได้เปน็ แลว้ เหมือน กับธมกรกถูกอุดไว้แลว้ .” พระโพธสิ ัตว์มิไดเ้ ดือดรอ้ นวา่ โอทา่ นผู้เจริญ ชมพู ทวปี วา่ งเปลา่ ยอ่ มไมม่ แี มบ้ คุ คลคนเดยี วทค่ี วรรบั ทกั ษณิ า ดังนี้ คิดแล้วว่า ‘ถ้าทักขิณาจักบริสุทธ์ิฝ่ายทายก ขอน้�ำ ไหลออกแลว้ จงซึมแผน่ ดนิ ไปดงั น.้ี ’ นำ้� คลา้ ยสแี กว้ ผลกึ ไหลออกแลว้ ซมึ แผน่ ดนิ ไปแลว้ . ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 73 www.kalyanamitra.org

l ถ้าจะจัดอรรถกถาพระสูตร ๗ เรื่องเข้าระบบ เดยี วกันกบั ตอนต้น ในบทน�ำ (น.๗) ก็จะไดว้ ่า ๕. พระโพธิสตั วห์ รอื คนอ่นื ทำ� สจั กริ ยิ าเพอ่ื ขอสง่ิ ท่ี ตนปรารถนา ๕.๑ เตมยี ชาดก วา่ ดว้ ย พระเจา้ เตมยี ท์ รงบำ� เพญ็ เนกขมั มบารมี เมอื่ สืบคน้ ในอรรถกถาพระสตู ร มกี ลา่ วไว้ ๗ แหง่ ๕.๒ (๑. อรรถกถาสูตรที่ ๓ ประวัติพระโกณ- ฑธานเถระ) ๕.๓ (๒. อรรถกถากุณฑธานเถรคาถา) ๕.๔ (๓. อรรถกถากุณฑธานวรรคที่ ๔ เถรา- ปทาน กุณฑธานเถราปทาน) ๖. พระปัจเจกพุทธเจ้า ท�ำสัจกิริยาด้วยตนเอง เพือ่ ชว่ ยสรรพสตั ว์ ๖.๑ มหาโมรชาดกวา่ ดว้ ย พญานกยงู พน้ จากบว่ ง ๗. คนอน่ื ทำ� สจั กริ ยิ า เพอื่ พสิ จู นต์ นเองและชว่ ยผอู้ น่ื ๗.๑ สัมพุลาชาดก ว่าด้วยความซื่อสัตย์ของ พระนางสมั พุลา ๗.๒ (๔. อรรถกถาองั คลุ ิมาลสตู ร) 74 www.kalyanamitra.org

๘. คนอน่ื ทำ� สจั กริ ยิ าโดยนกึ ถงึ คณุ ของพระรตั นตรยั สัจ ิกริยา ๑๔ ๘.๑ คาถาธรรมบทเร่ืองพระมหากปั ปินเถระ ๘.๒ (๕.อรรถกถาสตู รที่ ๙ ประวตั พิ ระมหา- กัปปนิ เถระ) ๙. คนอนื่ ท�ำสจั กริ ยิ า เพ่ือตนเองพ้นภยั ๙.๑ (๖.อรรถกถาสกั กปญั หสตู ร) ๑๐. พระโพธิสัตวท์ �ำสัจกิริยา เพ่อื พสิ จู นค์ วามจริง ๑๐.๑ (๗. อรรถกถาเวลามสูตร) จบสจั กริ ิยา ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 75 www.kalyanamitra.org

76 การใช้พลังมวชนในรปู แบบต่างๆ ที่ปรากฎในชาดก ผู้กระทำ� ผูถ้ ูกกระท�ำ ผลลพั ธ์ คนอน่ื ๆ www.kalyanamitra.org 1 พระราชา และอำ� มาตย์ทงั้ ๔ วางแผนใสร่ า้ ยและฆา่ พระราชา ชาวเมอื ง l ตอ้ งใชม้ วลชนปอ้ งกนั ภยั l l มโหสถบัณฑิต มโหสถขออภยั โทษ มโหสถชาดก อำ� มาตยท์ ัง้ ๔ l วา่ ดว้ ยพระมโหสถบัณฑิตทรงบำ� เพ็ญปัญญาบารมี พระเจา้ ชาวเมอื ง แทนอ�ำมาตยท์ งั้ ๔ วเิ ทหราช l พาราณสี l 2 ประชาชนลุกฮือทุบตพี ระราชาและพราหมณป์ ุโรหติ ตาย พราหมณ์ปุโรหิต มาณพหน่มุ ประชาชนลกุ ฮือทุบตีพระราช เพราะเป็นโจรเสยี เอง l l ปทกุสลมาณวชาดก พระเจ้า l ชาวเมอื ง และพราหมณ์ปุโรหิตตาย ว่าด้วย ภัยทีเ่ กิดแตท่ ีพ่ ่ึงอาศัย พาราณสี กณั ฑหาลปโุ รหิต พาราณสี พระเจา้ พรหมทตั ประชาชนลกุ ฮอื ขนึ้ 3 ประชาชนต่างโกรธแค้น ลกุ ฮอื ข้ึน ฆ่าพระราชานั้นเสีย l l ฆา่ พระราชาน้ันเสีย สจั จงั กิรชาดก พระเจ้า ชาวเมือง ว่าดว้ ย ไม้ลอยนำ้� ดีกว่าคนอกตัญญู เอกราช พาราณสี l พระจันทกมุ าร ประชาชนขวา้ งปาทุบตีปุโรหติ 4 ประชาชนขา้ งก้อนดนิ ใสป่ ุโรหติ จนตาย เนรเทศพระราช จันทกุมารชาดก จนตาย เนรเทศพระราชา วา่ ดว้ ยพระจันทกุมารทรงบ�ำเพ็ญชนั ติบารมี

ธรรมะวนั นี้ พลงั มวลชน บทน�ำ พลังมวลชน (ศ. ๒๐ ม.ค. ๖๐) การใชพ้ ลงั มวลชนในรปู แบบตา่ งๆ ทป่ี รากฏในชาดก พอสรุปไดด้ ังน้ี ๑) พระราชา และอ�ำมาตย์ทั้ง ๔ วางแผนใส่ร้าย และฆ่า ต้องใชม้ วลชนป้องกันตนเอง ความตอนหน่งึ ในมโหสถชาดก วา่ ดว้ ยพระมโหสถบณั ฑติ ทรงบำ� เพญ็ ปญั ญาบารมี ๒) ประชาชนลุกฮือทุบตีพระราชาและพราหมณ์ ปุโรหติ ตายเพราะเป็นโจรเสยี เอง ความตอนหนึ่งใน ปทกุสลมาณวชาดก วา่ ด้วยภัยที่เกดิ แต่ที่พ่งึ อาศัย ๓) ประชาชนต่างโกรธแคน้ ลุกฮือขึ้น ฆ่าพระราชา นนั้ เสยี เพราะเปน็ คนอกตญั ญตู อ่ ผู้ชว่ ยชวี ิต ความตอนหนง่ึ ใน สัจจังกริ ชาดก ว่าด้วย ไมล้ อยน้ำ� ดกี วา่ คนอกตญั ญู ๔) ประชาชนขว้างก้อนดินใส่ปุโรหิตจนตายแล้ว เนรเทศพระราชา ความตอนหนึง่ ใน จนั ทกุมารชาดก ว่าด้วย พระจันทกมุ ารทรงบ�ำเพ็ญขนั ตบิ ารมี ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 77 www.kalyanamitra.org

๕) ประชาชนขับไล่พระโอรสออกจากเมือง เพราะ ไม่พอใจทีพ่ ระองค์บรจิ าคช้างเผอื ก ความตอนหน่ึงในมหาเวสสันตรชาดก วา่ ดว้ ยพระเวสสันดรทรงบำ� เพ็ญทานบารมี ๖) ประชาชนขับไล่พระราชาออกจากเมือง เพราะ ไม่พอใจท่ีพระองค์กินเน้อื มนุษย์ ความตอนหนง่ึ ในมหาสตุ โสมชาดก วา่ ดว้ ยพระเจา้ สตุ โสมทรงทรมานพระยาโปรสิ ารท ๗) ประชาชนทุบตีด้วยก้อนดินและท่อนไม้ลูกศิษย์ จนตาย เพราะตีตนเสมออาจารย์ ๗.๑ ความตอนหนง่ึ ใน คตุ ติลชาดก ว่าด้วย ลกู ศษิ ยค์ ิดลา้ งครู ๗.๒ ความตอนหน่งึ ใน อปุ าหนชาดก ว่าดว้ ย อนารยชนย่อมใชศ้ ลิ ปะในทางผดิ ๘) มหาชนพากนั โบยตชี ฎลิ โกงจนถงึ สน้ิ ชวี ติ . เพราะ ใสร่ า้ ยพระโอรส เมอื่ ความจรงิ ปรากฏพระโอรสขอออกบวช ความตอนหนง่ึ ใน โสมนัสสชาดก วา่ ด้วยการใคร่ครวญเสียก่อนแล้วจึงค่อยทำ� 78 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวันนี้ พลงั มวลชน ตอนท่ี ๑ พลังมวลชน ๑ (ส. ๒๑ ม.ค. ๖๐) ๑) พระราชา และอ�ำมาตยท์ ง้ั ๔ วางแผนใส่รา้ ย และฆา่ ใชม้ วลชนป้องกันตนเอง มโหสถชาดก วา่ ดว้ ยพระมโหสถบณั ฑติ ทรงบำ� เพญ็ ปัญญาบารมี (ล.๖๓, น.๔๑๘, มมร.) ความตอนหน่ึงวา่ ฝา่ ยอาจารยท์ ้งั ๔ ถือพระแสงขรรค์ ยนื อยภู่ ายใน ประตูวังแต่เช้า. เมื่อไม่เห็นมโหสถมาก็เสียใจ ไปเฝ้า พระราชา. ครั้นตรัสถามว่า “เป็นอย่างไร. ท่านท้ังหลายฆ่า มโหสถแล้วหรอื ?” จงึ กราบทูลวา่ “ไมเ่ หน็ มโหสถมา พระเจ้าขา้ .” ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 79 www.kalyanamitra.org

ฝ่ายพระมหาสัตว์ พออรุณข้ึนก็สนานกายด้วย น�้ำหอม ประดับกายด้วยเคร่ืองอลังการทั้งปวง บริโภค โภชนะอันเลิศ ช�ำระสรีรกิจแล้ว. ท�ำชาวพระนครให้อยู่ ในเงื้อมมือแล้ว ตั้งการรักษาในที่นั้นๆ เป็นผู้อันมหาชน หอ้ มลอ้ ม ขน้ึ รถไปส่ปู ระตวู งั ด้วยยศใหญ่. ฝ่ายพระเจ้าวิเทหราชให้เปิดพระแกล (หน้าต่าง) ประทบั ยนื ทอดพระเนตรอยู่. ล�ำดับนนั้ พระโพธสิ ัตว์ลงจากรถ ถวายบงั คมบรม- กษัตรยิ ์ แล้วยนื อย.ู่ พระราชาทอดพระเนตรเห็นกิริยาของมโหสถทรง ด�ำริว่า ‘ถ้ามโหสถเป็นข้าศึกแก่เรา ที่ไหนเขาจะพึง ไหว้เรา.’ ล�ำดับนั้น ก็ตรัสให้เรียกมโหสถมาเฝ้า แล้วเสด็จ ประทบั ณ พระราชอาสน.์ ฝ่ายมโหสถถวายบังคมแล้วน่ัง ณ ท่ีส่วนหน่ึง. บัณฑิตท้งั ๔ ก็นงั่ อยู่ท่นี ่ัน. ล�ำดับนั้น พระราชาเป็นเหมือนไม่ทรงทราบอะไร. ตรัสถามมโหสถว่า “แน่ะ พ่อมโหสถ เม่ือวานน้ีเจ้า กลับบ้านแต่ยามแรก เจ้าพึ่งมาเดี๋ยวนี้ เจ้าสละเสีย อยา่ งน้ี เพราะอะไร ?” ตรัสฉะนีแ้ ล้ว ไดต้ รสั คาถานีว้ า่ 80 www.kalyanamitra.org

เจ้าไปบ้านแต่หัวค�่ำ มาเอาบัดน้ี ใจของเจ้ารังเกียจ เพราะได้ฟังอะไรหรือ. ดูก่อนเจ้าผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน ใครได้พูดอะไรแก่เจ้า เราจะฟังเจ้าบอกเรื่องของเจ้า เจา้ จงบอกเรอื่ งนน้ั แกเ่ รา. ลำ� ดบั นนั้ พระมหาสตั วท์ ลู เตอื นพระราชาวา่ “ขา้ แต่ พระมหาราชเจ้า พระองค์ถือเอาค�ำบัณฑิตท้ัง ๔ แล้ว มพี ระราชาณตั ใิ หฆ้ า่ ขา้ พระบาท. ดว้ ยเหตนุ นั้ ขา้ พระบาท จึงยังไม่มา.” ทลู ฉะน้ี แลว้ ไดก้ ล่าวคาถานวี้ า่ มโหสถผูม้ ีปัญญาจะถูกฆ่า ขา้ แต่พระปิน่ ประชากร กาลใด พระองค์เสด็จอยู่ในที่ลับได้ตรัส ข้อความลับท่ี รับสง่ั แกอ่ าจารยท์ ้ัง ๔ กับพระนางอทุ มุ พร เม่ือหัวค่�ำ. ขอ้ ความลบั อยา่ งนนั้ ของพระองค์ พระองคไ์ ดเ้ ปดิ เผย แลว้ ก็ข้อความลับนัน้ อนั ขา้ พระบาทไดฟ้ งั แล้วในกาลนน้ั l ทรงประชมุ ชาดกว่า พลังมวลชน ๑ เสนกบัณฑติ ในครงั้ น้ัน คอื กสั สปภกิ ษุ ในบัดน้.ี กามินทะ คือ อัมพฏั ฐภกิ ษุ ปกุ กสุ ะ คือ โปฏฐปาทภกิ ษุ เทวนิ ทะ คอื โสณทณั ฑกภิกษุ พระเจ้าวเิ ทหราช คอื กาฬทุ ายภี ิกษุ พระนางอทุ มุ พรเทว ี คอื โคตมีภิกษุณี มโหสถบัณฑติ คอื พระตถาคตเจา้ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 81 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวันนี้ พลงั มวลชน ตอนที่ ๒ (อา. ๒๒ ม.ค. ๖๐) ๒) ประชาชนลกุ ฮอื ทบุ ตพี ระราชาและพราหมณ์ ปุโรหิตตายเพราะเปน็ โจรเสียเอง ปทกุสลมาณวชาดก วา่ ด้วย ภัยที่เกดิ แต่ท่ีพึ่งอาศัย (ล.๕๙, น.๖๘๑, มมร.) ความตอนหน่งึ วา่ ล�ำดับนนั้ พระโพธสิ ัตวไ์ ด้กราบทลู พระราชาอยา่ งนี้ วา่ “ขา้ แต่พระมหาราชเจา้ พระองคจ์ ะให้ข้าพระองค์ชตี้ ัว โจรอย่างเดยี วเท่านน้ั มใิ ชห่ รือ?” 82 www.kalyanamitra.org

พระราชาตรสั ว่า “ถูกแลว้ เธอ.” พลังมวลชน ๒ พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า “ถ้าเช่นน้ัน ข้าพระองค์ จกั ประกาศในทา่ มกลางบรษิ ัทวา่ คนโนน้ ด้วย คนนี้ด้วย เปน็ โจร.” พระราชาตรัสวา่ “จงท�ำอย่างนั้นเถิด เธอ.” พระโพธิสัตว์ได้สดับพระราชด�ำรัสดังนั้นแล้วคิดว่า ‘พระราชานไี้ มใ่ หเ้ รารกั ษาพระองคไ์ ว้ ฉะนน้ั เราจกั จบั โจร ในบดั น.้ี ’ คดิ ดงั นแ้ี ลว้ จงึ ปา่ วประกาศเรยี กประชมุ ชาวนคิ ม ชนบท แลว้ กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :- ขอชาวชนบทและชาวนคิ มผมู้ าประชมุ กนั แลว้ จงฟงั ข้าพเจ้า น�้ำมีในท่ีใด ไฟก็มีในท่ีน้ัน ความเกษมส�ำราญ บงั เกิดขึ้นแต่ท่ใี ด ภยั กบ็ ังเกิดขึน้ แตท่ ่นี น้ั พระราชากบั พราหมณป์ โุ รหติ พากนั ปลน้ รฐั เสยี เอง ทา่ นท้งั หลายจงพากันรกั ษาตนของตนอยูเ่ ถิด ภัยเกิดขนึ้ แต่ทพี่ ง่ึ อาศยั แล้ว. ล�ำดบั น้นั ประชาชนเหลา่ นน้ั ได้ฟงั ค�ำของพระโพธ-ิ สตั วน์ นั้ แลว้ พากนั วา่ “พระราชาพระองคน์ ี้ ควรจะมหี นา้ ท่ี ปกปักรักษา บัดนี้พระองค์กลับใส่โทษคนอื่น เอาส่ิงของ ของพระองค์ไปไว้ในสระโบกขรณีด้วยพระองค์เองแล้ว ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 83 www.kalyanamitra.org

ค้นหาโจร บัดน้ีพวกเราจะฆ่าพระราชาลามกน้ีเสีย เพื่อ ไม่ใหก้ ระท�ำโจรกรรมอีกตอ่ ไป.” ล�ำดับน้ัน ประชาชนเหล่าน้ันจึงได้พร้อมกันลุกขึ้น ถอื ท่อนไม้บ้าง ตะบองบ้าง ทบุ ตีพระราชาและพราหมณ์ ปโุ รหติ ใหต้ าย แลว้ อภเิ ษกพระมหาสตั วใ์ หค้ รองราชสมบตั ิ ต่อไป. l ทรงประชุมชาดกว่า บดิ าในคร้ังนั้น ไดม้ าเป็น พระกัสสป ในครัง้ นี้ มาณพผฉู้ ลาดในการสงั เกตรอยเทา้ ไดม้ าเปน็ พระตถาคตเจา้ 84 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวันนี้ พลงั มวลชน ตอนท่ี ๓ พ ัลงมวลชน ๓ (จ. ๒๗ ก.พ. ๖๐) ๓) ประชาชนตา่ งโกรธแคน้ ลกุ ฮอื ขน้ึ ฆา่ พระราชา น้ันเสียเพราะเป็นคนอกตัญญูต่อผู้ชว่ ยชีวติ สจั จังกิรชาดก ว่าดว้ ย ไม้ลอยนำ้� ดกี ว่าคนอกตญั ญู (ล.๕๖, น.๑๙๕, มมร.) ความตอนหน่ึงว่า “สว่ นบคุ คลบางคนคือ คนท�ำลายมติ ร คนอกตญั ญู คนใจบาป ถกู กระแสน�้ำพดั ลอยไป ชว่ ยฉุดมือใหข้ นึ้ จาก แม่น้�ำได้ ไม่ประเสริฐเลย เป็นความจริงทีเดียว เราช่วย คนใจบาปนใี้ หร้ อดชีวติ ได้ กลบั เปน็ อันน�ำทุกขม์ าใหต้ น.” ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 85 www.kalyanamitra.org

พระโพธิสัตว์กล่าวคาถาน้ีในท่ีที่ถูกเฆี่ยนทุกแห่ง ด้วยประการฉะน้ี. ฝูงชนต่างได้ยินค�ำเป็นคาถาน้ัน ท่าน พวกที่เป็นบัณฑิตในหมู่น้ัน พากันกล่าวว่า “ข้าแต่ท่าน นักพรตผู้เจริญ ท่านกระท�ำคุณอะไรไว้แก่พระราชาของ พวกเราหรอื ?” พระโพธสิ ตั วจ์ งึ เลา่ เรอื่ งนนั้ แลว้ กลา่ ววา่ “เราเองเปน็ ผู้ช่วยพระราชานี้ให้ขึ้นจากห้วงน้�ำใหญ่ กลับเป็นการท�ำ ทุกข์ให้แก่ตนอย่างน้ี เรามาหวนร�ำลึกได้ว่า ‘เราไม่ได้ กระท�ำตามค�ำของบัณฑิตแต่คร้ังก่อนสิหนอ’ จึงกล่าว อยา่ งนี้.” ชาวพระนครมีกษัตริย์และพราหมณ์เป็นต้น ฟังค�ำ นนั้ แลว้ พากนั กลา่ ววา่ “เพราะอาศยั พระราชาผทู้ ำ� ลายมติ ร มไิ ดร้ แู้ มม้ าตรวา่ คณุ ของทา่ นผถู้ งึ พรอ้ มดว้ ยพระคณุ ผใู้ ห้ ชีวิตแก่ตนอย่างน้ี พระองค์นี้ พวกเราจะมีความเจริญได้ แต่ท่ีไหน จับมันเถิด.” ดังนี้แล้วต่างโกรธแค้น ลุกฮือข้ึน โดยรอบ ฆา่ พระราชานน้ั เสยี ทง้ั ๆ ทย่ี งั อยบู่ นคอชา้ งนนั่ เอง ดว้ ยเครอ่ื งประหาร มีลกู ศร หอกซัด ก้อนหิน และไมค้ อ้ น เปน็ ตน้ แลว้ จบั เทา้ กระชากลงมาโยนทงิ้ ไปเหนอื สนั คู แลว้ อภเิ ษกพระโพธสิ ัตวใ์ หด้ ำ� รงราชย์สบื แทน. 86 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวันนี้ พลงั มวลชน ตอนท่ี ๔ พลังมวลชน ๔ (จ. ๒๓ ม.ค. ๖๐) ๔) ประชาชนขวา้ งกอ้ นดนิ ใสป่ โุ รหติ จนตายแลว้ เนรเทศพระราชา จนั ทกมุ ารชาดก วา่ ดว้ ย พระจันทกมุ ารทรงบำ� เพญ็ ขันติบารมี (ล.๖๔, น.๑๙๙, มมร.) ความตอนหน่งึ ว่า ท้าวสักกเทวราช ได้ทรงสดับเสียงคร�่ำครวญของ พระนางจนั ทาเทวนี น้ั แลว้ ทรงกวดั แกวง่ คอ้ น. ยงั ความกลวั ให้เกดิ แกพ่ ระเจ้าเอกราชน้ัน. แลว้ ได้ตรัสกะพระราชาว่า “พระราชากาลี จงรไู้ วอ้ ยา่ ใหเ้ ราตเี ศยี รของทา่ นดว้ ย ค้อนเหล็กนี้. ท่านอย่าได้ฆ่าบุตรองค์ใหญ่ ผู้ไม่คิด ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 87 www.kalyanamitra.org

ประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์. พระราชากาลี ท่านเคย เหน็ ทไี่ หน? คนผปู้ รารถนาสวรรค์ ฆา่ บตุ ร ภรรยา เศรษฐี และคฤหบดีผ้ไู มค่ ดิ ประทษุ รา้ ย.” กัณฑหาลปุโรหิต และพระราชาได้ฟังพระด�ำรัส ของท้าวสักกะ ได้เห็นรูปอันน่าอัศจรรย์แล้ว ให้เปล้ือง เคร่ืองพันธนาการของสัตว์ท้ังปวง เหมือนดังเปล้ือง เคร่อื งพันธนาการของคน ผู้ไมม่ ีความชว่ั . เม่ือสัตว์ท้ังปวงหลุดพ้นจากเครื่องจองจ�ำแล้ว ผู้ที่ ประชุมอยู่ ณ ที่นั้น ในกาลน้ัน ทุกคนเอาก้อนดินคนละ ก้อนทุ่มลง การฆ่าซ่ึงกัณฑหาลปุโรหิตได้มีแล้วด้วย ประการดงั นี.้ ส่วนมหาชน ครั้นฆ่ากัณฑหาลพราหมณ์นั้นแล้ว ก็เริ่มเพ่อื จะฆา่ พระราชา. พระโพธิสัตว์สวมกอดพระราชบิดาไว้แล้ว มิได้ ประทานใหเ้ ขาฆ่า. มหาชนกลา่ ววา่ “เราจะใหแ้ ตช่ วี ติ เทา่ นนั้ แกพ่ ระราชา ชั่วน้ัน แต่พวกเราจะไม่ยอมให้ ฉัตรและท่ีอยู่อาศัย ใน พระนครแก่พระราชาน่ัน. เราจักท�ำพระราชาให้เป็นคน จัณฑาล แล้วให้ไปอยู่เสียภายนอกพระนคร แล้วก็ให้ 88 www.kalyanamitra.org

นำ� ออกเสยี ซ่ึงเครือ่ งทรงสำ� หรบั พระราชา ใหท้ รงผา้ ยอ้ ม พลังมวลชน ๔ ด้วยน้�ำฝาด ให้โพกพระเศียร ด้วยท่อนผ้าย้อมด้วยขมิ้น กระทำ� ใหเ้ ปน็ จณั ฑาล แลว้ สง่ ไปสทู่ เ่ี ปน็ อยขู่ องคนจณั ฑาล.” ส่วนคนพวกใด บูชายัญอันประกอบด้วยการฆ่า ปศสุ ตั วก์ ็ดี ใชใ้ ห้บูชาก็ดี พลอยยินดีตามกด็ ี. ชนเหลา่ นั้น ไดเ้ ปน็ คนมนี ริ ยาบาย เปน็ ทไ่ี ปในเบอื้ งหนา้ ทง้ั สนิ้ ทเี ดยี ว. l ทรงประชุมชาดกว่า กณั ฑหาลพราหมณ์ ในกาลน้นั ไดเ้ ปน็ พระเทวทตั . พระนางจนั ทาเทวี ไดเ้ ปน็ ราหลุ มารดา. ทา้ วสกั กเทวราช ไดเ้ ป็น อนุรทุ ธะ. ส่วนพระจนั ทกุมารนนั้ คอื พระตถาคตเจ้า ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 89 www.kalyanamitra.org

90 การใช้พลงั มวชนในรูปแบบตา่ งๆ ท่ีปรากฎในชาดก ผู้กระทำ� ผถู้ ูกกระทำ� ผลลพั ธ์ พระราชา คนอืน่ ๆ ชาวเมือง l www.kalyanamitra.org 5 ประชาชนขบั ไล่พระโอรสออกจากเมือง เพราะไมพ่ อใจ ทีพ่ ระองค์บรจิ าคช้างเผอื ก l มหาเวสสนั ดรชาดก ว่าด้วยพระเวสสนั ดรทรงบ�ำเพ็ญทานบารมี ชาวเมอื งสีพี พระเวสสันดร ประชาชนขับไลพ่ ระโอรส ออกจากเมอื ง 6 ประชาชนขบั ไล่พระราชาออกจากเมอื ง เพราะไมพ่ อใจ ทพ่ี ระองคก์ ินเนอื้ มนษุ ย์ ll มหาสุตโสมชาดก ว่าดว้ ยพระเจา้ สุตโสมทรงทรมานพระยาโปริสารท กาฬหตั ถี ชาวเมอื งพาราณสี พระเจ้าพาราณสี ประชาชนขบั ไล่ เสนาบดี พระเจา้ พาราณสอี อกจากเมอื ง 7 ประชาชนทุบตดี ้วยก้อนดิน และทอ่ นไม้ นกั ดดี พิณผูเ้ ป็นลกู ศษิ ย์จนตาย l 7.1 คตุ ตลิ ชาดก ชาวเมอื งพาราณสี มสุ ิละนกั ดดี พิณ ประชาชนทุบตีผู้เป็นลูกศษิ ย์ วา่ ดว้ ย ลกู ศิษยค์ ดิ ล้างครู ชาวเมืองพาราณสี ลกู ศิษย์ จนตาย คนฝกึ ช้าง ประชาชนทุบตีผู้เปน็ ลกู ศิษย์ 7.2 อุปาหนชาดก จนตาย วา่ ดว้ ย อนารยชนย่อมใชศ้ ิลปะในทางผดิ l 8 มหาชนพากันโบยตีชฎลิ โกงจนถงึ ส้นิ ชวี ิต เพราะใสร่ ้ายพระโอรส ชาวเมือง ชฎิลโกง ชฎลิ โกงถูกโบยตจี นตาย โสมนัสสชาดก อตุ ตรปัญจาลนคร พระโอรสขอออกบวช ว่าด้วยการใครค่ รวญเสยี ก่อนแลว้ จึงค่อยทำ�

ธรรมะวันน้ี พลังมวลชน ตอนท่ี ๕ พลังมวลชน ๕ (อ. ๒๔ ม.ค. ๖๐) ๕) ประชาชนขบั ไลพ่ ระโอรสออกจากเมอื งเพราะ ไม่พอใจทพี่ ระองคบ์ รจิ าคช้างเผอื ก มหาเวสสนั ตรชาดก วา่ ดว้ ยพระเวสสนั ดรทรงบำ� เพญ็ ทานบารมี (ล.๖๔, น.๖๒๐, มมร.) ความตอนหนง่ึ วา่ กแ็ ละครน้ั กราบทลู อยา่ งนแ้ี ลว้ ไดก้ ลา่ วอยา่ งนอ้ี กี วา่ “พระเวสสนั ดรนน้ั ควรพระราชทานขา้ วนำ�้ และผา้ นงุ่ ผา้ หม่ เสนาสนะ เพราะว่าของนั้นสมควรแก่พราหมณ์ทั้งหลาย พระเวสสันดรน้ีเป็นพระราชาสืบวงศ์มาแต่พระองค์ เป็น ผทู้ ำ� ความเจรญิ แกส่ พี รี ฐั ขา้ แตพ่ ระเจา้ สญชยั พระเวสสนั ดร ผูพ้ ระราชโอรสพระราชทานชา้ งเสียทำ� ไม ถา้ พระองค์จัก ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 91 www.kalyanamitra.org

ไมท่ รงทำ� ตามคำ� อนั นขี้ องชาวสพี ี ชะรอยชาวสพี จี กั พงึ ทำ� พระองคก์ ับพระราชโอรสไวใ้ นเง้ือมมอื ของตน.” พระเจ้าสญชัยได้ทรงสดับดังน้ัน ทรงส�ำคัญว่า ‘ชาวเมอื งเหลา่ นจี้ กั ปลงพระชนมพ์ ระเวสสนั ดร.’ จงึ ตรสั วา่ “ถงึ ชนบทจะไมม่ ี และแมแ้ วน่ แควน้ จกั พนิ าศไปกต็ ามเถดิ เรากไ็ ม่พงึ เนรเทศพระโอรสผู้หาความผดิ มไิ ด้ จากแคว้น ของตนตามค�ำของชาวเมืองสีพี เพราะลูกเกิดแต่อุระ ของเรา และเราไม่พึงประทุษร้ายในโอรสนั้น เพราะเธอ เป็นผถู้ งึ พรอ้ มด้วยศีลและวัตรอันประเสรฐิ แม้ค�ำตเิ ตยี น จะพึงมีแก่เรา และเราจะพึงได้บาปเป็นอันมาก ฉะนั้น เราจะฆา่ ลกู เวสสนั ดรดว้ ยศัสตรา ได้อย่างไร.” ชาวสีพีได้ฟังดังน้ัน จึงกราบทูลว่า “พระองค์อย่า ประหารพระเวสสนั ดรน้ัน ดว้ ยทอ่ นไม้และศสั ตรา เพราะ พระปิโยรสน้ันหาควรแก่เครื่องพันธนาการไม่ พระองค์ จงขับพระเวสสันดรน้ันเสียจากแคว้นพระเวสสันดร จงประทบั อยู่ ณ เขาวงกต.” พระเจา้ สญชยั ไดท้ รงสดบั ดงั นน้ั จงึ ตรสั วา่ “ถา้ ชาว สีพีพอใจอย่างน้ี เราก็ไม่ขัดความพอใจ ขอโอรสของเรา จงอยู่ตลอดราตรีนี้ และจงบริโภคกามารมณ์ทั้งหลาย แต่น้ัน เม่ือราตรีสว่างแล้ว ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ชาวสีพี จงพร้อมกันขับโอรสของเราจากแวน่ แควน้ เถดิ .” 92 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวนั น้ี พลงั มวลชน ตอนท่ี ๖ พ ัลงมวลชน ๖ (พ. ๒๕ ม.ค. ๖๐) ๖) ประชาชนขบั ไลพ่ ระราชาออกจากเมอื งเพราะ ไมพ่ อใจทพ่ี ระองคก์ ินเนื้อมนุษย์ มหาสตุ โสมชาดก วา่ ดว้ ย พระเจา้ สตุ โสมทรงทรมาน พระยาโปรสิ ารท (ล.๖๒, น.๖๖๐, มมร.) ความตอนหนง่ึ วา่ แม้พระราชา กท็ รงมีพระประสงคจ์ ะทรงน�ำเรอ่ื งอ่นื มาเปรียบเทียบอีก แต่ชาวเมืองลุกขึ้นร้องว่า “ท่าน เสนาบดีท�ำอะไร จะเอาโจรกนิ เนือ้ มนุษยไ์ ว้ทำ� ไม ถ้าเธอ จกั ไมย่ อมอด จงเนรเทศเธอเสยี จากแควน้ กแ็ ลว้ กนั ไมใ่ ห้ ตรสั ไดต้ อ่ ไป.” ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 93 www.kalyanamitra.org

พระราชาไดท้ รงสดบั ถอ้ ยคำ� ของคนหมมู่ าก ตกพระทยั ไม่อาจจะตรัสอะไรต่อไปได้ ทา่ นเสนาบดกี ราบทลู ตอ่ ไปอกี วา่ “ขา้ แตม่ หาราชเจา้ พระองคอ์ าจงดได้หรือไม?่ .” เมอื่ พระราชาตรัสตอบวา่ “ไม่อาจ” จึงจัดพระสนมก�ำนัลในทุกหมู่เหล่า ท้ังพระโอรส พระธิดาล้วนประดับประดาด้วยเคร่ืองอลังการ ให้มาเฝ้า อยู่พรอ้ มพรงั่ ข้างพระองค.์ กราบทลู ว่า “ข้าแตม่ หาราชเจา้ ขอพระองคจ์ งทอด พระเนตร พระญาติพระวงศ์ หมู่อ�ำมาตย์ และสิริราช- สมบัติน้ี พระองค์อย่าได้ทรงพินาศ ต้องพลัดพรากจาก ส่งิ เหล่านี้ จงงดจากการเสวยเนอื้ มนษุ ยเ์ สียเถดิ .” พระราชาตรสั วา่ “คนและสมบตั เิ หลา่ นี้ มไิ ดเ้ ปน็ ทรี่ กั ของเรา ย่ิงไปกว่าเนื้อมนษุ ย์.” เมื่อเสนาบดีกราบทูลว่า “ถ้าเช่นน้ัน พระองค์ต้อง เสดจ็ ออกจากพระนครและแควน้ น้.ี ” จงึ ตรสั วา่ “ทา่ นกาฬหตั ถเี สนาบดี ประโยชนด์ ว้ ยราช สมบตั ขิ องเราไมม่ ี เรายอมออกจากพระนคร แตจ่ งใหด้ าบ เลม่ หนึ่ง คนท�ำกบั ข้าวคนหนงึ่ ภาชนะใบหนึง่ แกเ่ รา.” 94 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวนั นี้ พลงั มวลชน ตอนท่ี ๗ พลังมวลชน ๗ (อ. ๒๘ ก.พ. ๖๐) ๗) ประชาชนทุบตีด้วยก้อนดิน และท่อนไม้ นักดีดพิณลูกศิษย์จนตาย เพราะ ตตี นเสมออาจารย์ ๗.๑ คุตตลิ ชาดก วา่ ด้วย ลกู ศษิ ยค์ ดิ ล้างครู (ล.๕๗, น.๔๙๑, มมร.) ความตอนหนงึ่ วา่ พระโพธสิ ตั วไ์ ดก้ ลบั ไปบา้ นในเวลาเชา้ พวกชาวเมอื ง ทำ� มณฑปทใี่ กลป้ ระตพู ระราชวงั ตกแตง่ ทปี่ ระทบั สำ� หรบั พระราชา พระราชาเสดจ็ ลงจากปราสาท แลว้ ประทับนง่ั กลางบัลลังก์ ณ มณฑปทีป่ ระดบั ประดาแล้ว สตรตี กแตง่ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 95 www.kalyanamitra.org

แล้วหนึ่งหมื่น และอ�ำมาตย์ พราหมณ์ ชาวแว่นแคว้น เปน็ ตน้ ตา่ งกเ็ ฝา้ แหนอยพู่ รอ้ มพรง่ั ชาวนครทง้ั ปวงชมุ นมุ กนั แลว้ ตา่ งจดั ตงั้ รถซอ้ นรถ เตยี งซอ้ นเตยี งทส่ี นามหลวง แมพ้ ระโพธสิ ตั วอ์ าบนำ้� ลบู ไลก้ ายแลว้ บรโิ ภคอาหาร มรี สเลศิ ต่างๆ แล้ว ใหถ้ ือพิณไปนง่ั บนอาสนะสำ� หรับตน. ทา้ วสกั กเทวราชมาสถติ อยใู่ นอากาศโดยไมป่ รากฏ กาย พระโพธิสัตวเ์ ท่าน้ันเห็นทา้ วสกั กเทวราช. ฝ่ายมสุ ิละมาน่ังบนอาสนะของตน มหาชนแวดล้อม แล้ว. แม้ท้ังสองก็ดีดพิณต้ังแต่เริ่มเสมอกัน มหาชนต่าง โหร่ อ้ งยินดดี ว้ ยการบรรเลงของท้งั สองคน. ทา้ วสกั กเทวราชสถติ อยบู่ นอากาศ บอกใหไ้ ดย้ นิ แต่ พระโพธิสตั ว์เท่านัน้ ว่า “ท่านจงเดด็ พณิ เสยี สายหน่งึ .” พระโพธสิ ตั วเ์ ดด็ พณิ สายท่ี ๑ ทงิ้ แลว้ แมเ้ ดด็ สายที่ ๑ ออกแลว้ เสยี งยงั ดงั ออกไดจ้ ากเงอ่ื นทขี่ าดแลว้ ดจุ เสยี งพณิ เทพคนธรรพ์. ฝา่ ยมสุ ลิ ะก็เด็ดสายพิณบา้ ง แตเ่ สียงหาดังออกไม.่ อาจารย์ได้เด็ดสายท่ี ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ท่ี ๕ ท่ี ๖ ที่ ๗ เมอื่ ดดี แตค่ นั พณิ เปลา่ ๆ เสยี งยงั ดงั ตลบทวั่ พระนคร เสยี ง โหร่ อ้ งและธงโบกสะบดั เป็นจำ� นวนพันไดเ้ ป็นไปแลว้ . 96 www.kalyanamitra.org

พระโพธสิ ตั วไ์ ดโ้ ยนหว่ งที่ ๑ ไปในอากาศ ในคราวนน้ั พลังมวลชน ๗ นางอัปสร ๓๐๐ นางลงมาขับฟ้อน เม่ือโยนห่วงท่ี ๒ และที่ ๓ ไปแลว้ นางอัปสรทัง้ ๙๐๐ ได้ลงมาฟ้อนรำ� ตาม นยั ที่กล่าวแล้ว. ขณะพระราชาได้ให้อิงคิตสัญญาโครงพระเศียรแก่ มหาชน มหาชนต่างพากันลุกขึ้นคุกคามมุสิละว่า “ท่าน แข็งขอ้ กับอาจารย์ พยายามทำ� อาการตเี สมอ ท่านไม่รู้จัก ประมาณตน.” ทุบตดี ว้ ยก้อนหนิ ตน้ ไม้เปน็ ต้น ที่ฉวยได้ นน่ั เองจนแหลกเหลว ใหถ้ งึ แกค่ วามตาย จบั เทา้ ลากไปทง้ิ ทก่ี องหยากเย่อื . พระราชามพี ระทยั ยนิ ดพี ระราชทานทรพั ยเ์ ปน็ อนั มาก แกพ่ ระโพธสิ ัตว์ ดจุ ฝนลกู เห็บโปรยปรายลงมา ชาวนคร กใ็ ห้เหมอื นอยา่ งน้นั . l ทรงประชุมชาดกวา่ มสุ ลิ ะ ในครง้ั นัน้ ไดเ้ ป็น เทวทตั ในครง้ั นี้ ทา้ วสกั กะ ไดเ้ ปน็ อนุรทุ ธะ พระราชา ได้เป็น อานนท์ สว่ นคตุ ติลคนธรรพ์ คือ พระตถาคตเจา้ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 97 www.kalyanamitra.org

ธรรมะวนั น้ี พลังมวลชน ตอนที่ ๘ (อ. ๒๘ ก.พ. ๖๐) ๗) ประชาชนทุบตีด้วยก้อนดิน และท่อนไม้ ลกู ศิษย์จนตาย เพราะ ตตี นเสมออาจารย์ ๗.๒ อุปาหนชาดก ว่าดว้ ย อนารยชนย่อมใชศ้ ิลปะ ในทางผดิ (ล.๕๔, น.๔๓๓, มมร.) ความตอนหนึง่ วา่ พระราชาไดใ้ หต้ กี ลองปา่ วรอ้ งวา่ พรงุ่ น้ี อาจารยก์ บั ลูกศิษยท์ ง้ั สองจะแสดงศิลปะ ผปู้ ระสงคจ์ ะดู จงพากนั มา ดทู ี่สนามหลวง. อาจารย์คิดว่า ‘ลูกศิษย์ของเรายังไม่รู้ความฉลาด ในอุบาย’ จึงจับช้างมาเชือกหน่ึง ฝึกให้จดจ�ำกลับวิธี โดยคนื เดียวเท่าน้นั อาจารย์ให้ชา้ งส�ำเหนียกอย่างนี้ คอื เมอ่ื บอกใหเ้ ดนิ กใ็ หถ้ อย เมอ่ื บอกใหถ้ อยกใ็ หเ้ ดนิ บอกให้ 98 www.kalyanamitra.org

เทา (ก. ยอบตัวลง หมอบลง คกุ เขา่ ) ก็ให้ลุก เมื่อบอกให้ พลังมวลชน ๘ ลกุ กใ็ หเ้ ทา เมอ่ื บอกใหจ้ บั กใ็ หว้ าง เมอื่ บอกใหว้ างกใ็ หจ้ บั . รุ่งขึ้นจึงข้ึนช้างเชือกนั้นไปท่ีสนามหลวง ฝ่าย ลูกศิษย์ก็ขึ้นช้างท่ีถูกใจเชือกหนึ่งไป มหาชนประชุม กันแลว้ ทง้ั สองคนไดแ้ สดงศิลปะเท่าๆ กนั แลว้ . พระโพธสิ ตั วจ์ งึ ใหช้ า้ งของตนทำ� สง่ิ ทต่ี รงกนั ขา้ มอกี ช้างนั้น เมื่อบอกว่าจงไปก็ถอยกลับ เมื่อบอกว่าจงถอย กลับได้ว่ิงไปข้างหน้า เม่ือบอกว่าจงยืนข้ึนได้เทาลง เม่ือบอกว่าจงเทาก็ลุกยืน เมื่อบอกว่าจงหยิบก็ท้ิงเสีย เม่อื บอกว่าจงทง้ิ กไ็ ดห้ ยิบ. มหาชนกล่าวว่า “แน่ะศิษย์ผู้ช่ัวร้าย ท�ำการแข่งดี กับอาจารย์ ไมร่ ู้ประมาณตน เข้าใจว่ารเู้ สมอกับอาจารย์” ต่างก็เอาก้อนดินและท่อนไม้เป็นต้น ประหารให้ถึงแก่ ความตายในท่นี นั้ เอง. พระโพธิสัตว์ลงจากช้างเข้าเฝ้าพระราชากราบทูล ว่า “ข้าแต่มหาราช ขึ้นช่ือว่าศิลปะ บุคคลย่อมเรียน เพ่ือความสุขแก่ตน แต่ศิลปะท่ีบุคคลบางคนเรียนแล้ว กลับน�ำความพนิ าศมาสู่ดจุ รองเท้าท่ีทำ� ไมด่ ฉี ะนัน้ ” l ทรงประชุมชาดกวา่ ลกู ศิษยใ์ นครั้งนนั้ ไดเ้ ปน็ เทวทตั ในครง้ั น้ี ส่วนอาจารย์ คอื พระตถาคตเจ้า ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 99 www.kalyanamitra.org