ฟ1!๑ เปรตนางแ!! เรึ่องของเปรตเรึ่องนื้ ข้าพแ 'ๆไม่ได้พบโดยตรงด้วยตนเอง เพียงแต่เคย!!จักกับฝัที่ตายไปเป็นเปรต ขอให้เข้อเรึ่องว่า เปรตนางแป็ {ข้อจริงก็คด้าย «1 คำ นั)๊ เมื่อปลาย ๆ ปี ๒๕๓๐ นี่เอง ข้าพเจัาไปข้อผลไฟ้จากเพื่อน รุ่นน้อง เป็นซาวหมู่บ้านเดียวกัน ขายอยู่ตรงชอกทางเดินเข้าตลาดพรานนก ฝังตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ เขาเรียกข้าพเจ้าว่า \"พี'\" เพราะน้บฉือข้าพเจ้า มาก ทั้งข้าพเจ้าก็รักเขามากที'ยอมเข้อฟังข้าพเจ้า เลิกจากอาข้พขายปลา มาขายผลไม้แทน ได้บอกข้าพเจ้าว่า \"พี' นางแป้ม้นตายแด้ว รันเผาศพม้นรเรึ่องประหลาด\" นางแบ้นี่เป็นน้องสะใภ้ฝัพูด \"มีอะไรประหลาด\" ข้าพเจ้าข้ก มีดวามรู้สึกว่าให้ประหลาด แค่ไหน ข้าพเจ้าก็ด้องตอบได้ \"ในรันงานเผานะพี'นะ ในรัดมีแต่กลิ่นเหมีนเน่าคลุ้งไปทั้ง รัดเลย เหมีนจริง «1 กระทั่งกินข้าวปลาอาหารกันไม่ลง ดูท'ีโลงศพก็ www.kalyanamitra.org
tflo ไม่มีอะไรรั่ว อดยาสนิท ดมดูก็ไม่มีกลิ่น พากันเที่ยวดมหาที่ไหน ก็ไม่ เจอต้นกลิ่น ทีนี้พอเผาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ศพก็ไหม้ไฟไปแล้ว กลิ่น ก็ยังอยู่ นทนกันไม่ไหวรีบลากล้บกันไปหมด ลูกสาวคนตายก็รีบกลับ บ้าง เอารูปถ่ายข่องแม่กลับบ้าน ปรากฏว่ากลิ่นตามมาด้วยดลอดทาง ก็ซ่วฺยกันดมดูที่รูปถ่าย ที่รูปมีกลิ่น พอมาถึงบ้านกลิ่นก็เข้ามาคลุ้งอยู่ใน บ้าน ลูกสาวเลยเอะใจว่า คงเป็นกลิ่นของแม่ จึงบอกว่า \"แม่ แม่ นี่แม่ตามมาจากวัดหรือ ทำ ไมทำกลิ่นเหมีนยังงื้ หนูทนไม่ไหว แม่ออกจากบ้านไปเลอะนะ ไปอยู่ที่อึ่นเถอะ ไม่ไหวแลัว\" ลูกก็บ่นข้า «1 ซาก ๆ อย่างนื้ สักครู่ใหญ่กลิ่นก็จางลง แต่ออกไปอยู่ที่กอหญ้าใหญ่ข้างทาง ข้งไม่ห่างจากบ้านมากนัก ตรงนั้นมีทางคนเดินผ่าน ใครเดินไปเดินมา ก็จะต้องไต้กลิ่นรนแรงแทบสะอึกทุกคน ต่างพากันมองหาว่าจะมีสุนัข ตายอยู่บ้างรีเปล่า หรือมีอะไร «1 เน่าบ้าง ก็ไม่เห็นมี พอมีผู้คนโวยวาย ว่านี่บ้นกลิ่นเดียวกับที่ไปเผาศพนางแปัที่วัด ลูกสาวก็ไปพิสูจน์ดู ก็เห็น ว่าเป็นกลิ่นเดียวที่อยู่ในบ้านเมื่อกื้นี้จริง «1 \"นี่มันเป็นอะไรกันน่ะพี่\" เล่าจบแล้ว เพี่อนก็ลามข้าพเจ้า \"อย่างนื้เค้าเรียกว่าเจ้าแปัมันไปเกิดเป็นเปรตชนิดหนี่งทีม กลิ่นเหมีนเน่าน่ะ เปรตมันมีเป็นสิบ «1 ชนิดแหละ บางพวกมีแต่กระดูก บางพวกมีแต่เนือ บางพวกมีฃนเป็นเข้มเป็นอาวุธ นี่พวกเจ้าแป้นี่เป็น เปรตชนิดมีกลิ่น\" ข้าพเจ้าตอบ นึกถึงคนตายข้งอายน้อยกว่ฬาพเจ้ามาก อาข้พ คือเที่ยวหาบขนมจีนขาย เวลาข้าพเจ้าพักอยู่กับบิดาในสมัยก่อนเคยข้อกิน www.kalyanamitra.org
๕๓ บ่อย «1 ต่อมารู้ว่าทำไม่สะอาด ไม่นึกถึงคนกินว่าจะท้องเดินท้องเสีย อย่างใด จึงเลิกเอกิน \"เจ้าแป้นี่มันทำเวรอะไรนักหนาฮึ ถึงต้องเป็นเปรตยังงี้\" ช้าพเจ้าฃํโกเฟึอน ความจริงผู้ตายไม่ใช่น้องสะใภ้แท้รเ เพียงแต่สามีของ นางเป็นลูกพีลูกน้องภ้บเพื่อนข้าพเจ้า \"อ้อ แล้วแก้เรื่องกลิ่นเหมนกันยังไงล่ะ เพื่อนบ้านมิแย่ไป ตาม «[ ก้นรึเนี่ย*' ข้าพเจ้าถามต่อ \"พวกลูก รเ เค้ากิไปพูดตรงกอหญ้าที่ส่งกลิ่นนั่นแหละพี่ ว่าจะไปทำบุญที่วัดให้นะ จะไต้หายเหมีน\" \"แล้วหายมั้ยล่ะ\" ข้าพเจ้าช่ก \"กิหายไปนะพี่\" ฬงคำตอบแล้วกิโล่งอก นึกว่าไปเกิดที่อื่น เลิกเป็นเปรด เหมีน «1 แต่เปล่า อีกหลายเดือน ดูเหมีอนจะเป็นตอนปีใหม่ ไอ๕๓๑ นี่เอง เมื่อพบก้มเพื่อนอีกครั้งในการไปทำบุญปล่อยปลา เพื่อนกิบอกว่า \"พี พี ตอนนี้นางแป้มันเกิดเป็นผีต้วสูงโย่ง มองไม่เห็นลำตัว ท่อนบนเลย\" \"ใครเห็นล่ะคราวนี้\" ข้าพเจ้าถาม \"ผัวมันเป็นคนเห็นเองเลยพี'\" \"เล่าไปเลย พี่จะพี'ง จะไค้จำเอาไปเล่าให้ผู้คนที่พี่ต้องไป บรรยายธรรมตามที่ต่าง «1 พี'งต้วยเป็นธรรมทานนะ หนูกิไต้บุญต้วย พกุ๊ไต้ แตสงส้ยเจ้าแป้มันจะไม่ไต้ เพราะมันไม่รู้เรื่อง\" ข้าพเจ้าว่า แล้ๆ กินี่งคอยพี'งอย่างสนใจ www.kalyanamitra.org
<^๔ \"มีอยู่ว้นนึงตอนเย็นใกล้คํ่า โพล้เพล้ เจ้าปี (เอสมมุติของ สามีนางแป้) มันติดกึงเมีย มันนั่งร้องไห้อยู่ที่แ งบันไดบ้าน ปากมันก็ ส่งเสียงเรียกออกมา ไม่ต้องกล้วใครเห็นเพราะไม่มีใครอยู่เลยทั้ง ๓-๔ บ้านในกลุ่มนั้น คนบ้านอื่น «[ ยังไม่กลับจากไร่อ้อยก้นส้กบ้านเดียว \"แป้เยัย เองอยู่ที่ไหน ข้าติดกึงเหลือเกิน ตั้งแต่เอ็งตายไป แล้วนี่ ข้าต้องนั่งแกร่วอยู่คนเดียว ก้มข้าวก้มปลาทำกินเองก็ไม่อร่อย เหมีอนเอ็งทำให้กิน ลูก «1 มันก็ยุ่งอยู่ก้มเรื่องผัวเรื่องเมีย เรื่องลูกของ พวกมันก้นหมด ไม่มีใครติตกึงข้าเล้ย เงินทองที่มีอยู่ก็กำล้งจะหมด นี่หมดแล้วข้าคงอดตาย ไปขอข้าวลูกคนไหนมันคงจะไม่ให้กิน แป้เอ็ย ข้าติดกึงเอ็งจริง «1 เอ็งอยู่ไหนมาหาข้าบ้าง\" คนเล่าหยุดพ้กเหนึ่อยเล็กน้อยแล้วลามว่า \"พี่ พี่ ผีมันไดียินเสียงคนเรียกด้วยหรือ\" ข้าพเจ้าตอมว่า \"ถ้าผีนั้นอยู่ใกล้ ยุ หรือกระแสจิตเค้าร้มไต้ เต้าก็ไดียิน เพราะเต้ามีกายละเอียดกว่าพวกเรา ไม่ใช่ไต้ยินอย่างเดียวนะ เค้าเห็นเราด้วย มีแต่เรามองไม่เห็นเค้า ไม่ไดยินเค้าพูด\" \"มิน่า'เจ้าปีมันเล่าว่า พอมันนึกกึงเมียมันเท่านั้น มีเงาวูมมา ยืนทะมึนอยู่ข้างหน้า ตอนแรกติดว่าเงาต้นไมั ก็เงยหน้าขื้นมอง ก็ไม่มี ต้นไมัอะไรอยู่ตรงหน้า เป็นที่ว่างเปล่า เห็นแต่เงาดำนั้นสูงลิ่ว ลิ่ว ขื้นไป ไม่เห็นท่อนมนเลยว่าเป็นต้วอะไร แล้วหมาก็หอนก้นใหญ่ เงานั้นก็มี อาการโยกเยก โยกพก ย้ายไปย้ายมา ทั้งทีเวลานั้นไมมลมพ้ดสักนิดเดียว เจ้าปีมันมองอย่างสงสัยเดีมที่ ติดไปติดมามันก็ติดไต้ว่า หรือว่านางแปั มาแล้ว พอติดเท่านื้แหละ วิ่งเผ่นอ้าวขื้นบ้านไปนอนคลุมโปงต้ว่สั่น งันงกเลย\" www.kalyanamitra.org
'แป้เ§1} ขาคดรทปีงจh ๆ เอ็งอยู่ไหนมาหาข้าปาI www.kalyanamitra.org
๕๖ เล่าจบคนเล่าก์หัวเราะ คนฬ'งคือข้าพแ าก็หัวเราะตามไปด้วย ทั้งขำทั้งสมเพช คิดลึงผี เรียกให้มาหา พอมาจริง «1 กลับทั้งกลัวทั้งเกลียด อย่างดอนด้นที'ส่งกลิ่นเหม็นในบ้านลูกสาว ลูกสาวก็ไล่ให้ออกไปให้พ้น จากบ้าน นึกไปแลัวก็น่าอนาถใจ เมื่อยังมีข้วิดอยู่ก็รักใคร่ผูกพ้นกันดี พอดายลง ไม่มีใครยอมให้อยู่ในบ้านด้วย เปรดรายนี้นอกจากปรากฏร่างให้สามีเห็นแลัว ยังไปเข้าฝัน เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ^งแต่เดิมเป็นคนประพฤติผิดศีลข้อ ๓ คือนอกใจ สามีไปมีข้ จนต้องเลิกกับสามีมาอยู่กับข้ ต่อมาคงจะคิดถึงเรื่องบาปกรรม ได้ จึงสนใจทำบุญให้ทานอยู่ปอย «1 สดรีนั้นเล่าให้เพื่อนของข้าพเจ้าพ้งว่า เขาเห็นคนดายในความฝัน มีร่างกายสูงมากจนมองไม่เห็นหน้า แหงน ฃื้นดูเท่าไรก็ไม่เห็น เห็นแต่ท่อนขาทั้งสอง เท้าไม่เหมือนเท้าของคน มี ลักษณะแบน ฤ แผ่ออกเหมีอนแผ่นเท้าของเป็ด แต่ในฝันนั้นรู้ว่าเป็น เปรดของนางแป้ เพราะจำเสียงได้แม่นยำ ทั้งร่างนั้นยังออกข้อสามี และลูก «[ ด้วย จึงมั่นใจว่าใช่ \"นางแป้มันฟ้องว่า ทั้งลูกทั้งผัว ไม่มีใครทำบุญใส่บาดร ให้เลยทั้งแต่ดายแลัวนี่ ได้กินตอนที'ดายใหม่ ๆ เท่านั้น เพราะมีการทำศพ จึงทำบุญทำทานกัน หลังจากนั้นก็ไม่ได้กินอีกเลย มันมาหาฉันนี่ มัน ขอให้ฉันอุทิศส่วนบุญเวลาตักบาดรให้มันกินมั่ง\" ผู้หญิงที'เป็นเพื่อนผี เล่าให้เพื่อนข้าพเจ้าพ้งมาตังนี้ จากนั้นข้าพเจ้าให้เพื่อนเล่าถึงบาปอกุศลที่นางเปรดแป้ทำ อยู่สมัยยังไม่ดาย เพื่อนำมาคิดเทียบเคียงกับความรู้ทางภาคปริยัติและ ปฏิบัติ เพื่อนจึงเล่าให้พ้งถึงประวิติต่าง รเ ตังนี้ www.kalyanamitra.org
Hal นางแป้เป็นแม่หม้ายมาจากทางจังหวัดเพชรบุรี มาเที่ยวที่ หมู่บ้านที่ข้าพเจ้าและเพื่อนอยู่ ได้เกิดรักใคร่ชอบพอกับนายป็ที่งก็เป็น พ่อหม้ายมีดูกติด เลิกกับภรรยานานแล้ว ลูกที่มีอยู่โดแล้ว ไปรับจ้าง ทำ งานอยู่ที่อื่น นายปีกับนางแป้ประกอบอาข้พทำขนมจีนขาย นายปีทำอยู่ ที่บ้าน ส่วนนางแป้เป็นคนหาบไปขายตามหมู่บ้านต่าง ๆ มารดาของ นายปีมีฐานะรํ่ารวย อาข้พของนางคือออกเงินใบ้กู้เอาดอกเบี้ยค่อนข้าง แพงกว่าทางธนาคาร ไม่ใคร่ตํ่ากว่าเท่าตัว เข้นทางธนาคารเอาดอกเบี้ย เงินกู้รัอยละ ๕ สลึง แม่ของนายปีจะด้องเอาถึง ๓ บาท ด้งนื้เป็นด้น หรือกัาหากไม่มีทรัพย์สินมาคํ้าประกัน ก็ม้กด้องเสียดอกเบี้ยถึงร้อยละ ๑๐ ต่อเดือน นางดื้ที่งเป็นแม่นายปีมีอายุถึง ๘๐ ปีเศษ ก็ต้องวานสะใภ้ ข้วยเก็บดอกเบี้ยให้ต้วยในเวลาที่ไปขายขนมจีนผ่านตามบ้านลูกหนื้ นางแป้ เก็บได้แล้วก็คดโกงเอาเสียเองบางส่วนอยู่เสมอ เพราะถึอว่าแม่ของสามี อายุมากไปทวงเอฺงไม่ไหว สามีภรรยาคู่นื้แม้จะมีบ้านหลังเลึกอยู่ข้างหน้าเรือนใหญ่ ของแม่ แต่ไม่เคยให้อะไร «j แก'แม่เลย ไม่ว่าจะเป็นขนมสักข้น แกง สักกัวย รวมไปถึงลูกชายวันเพียง ๘-๙ ขวบของตนก็ยังแอบขโมยเงิน ของย่าเรื่อยมาจนเป็นหนุ่มก็ยังกระทำอยู่ สร้างความเจ็บข้ๆนํ้ๆใจใบ้ผู้ เป็นย่ามาก พ่อแม่ก็ไม่อบรมสั่งสอนลงโทษลูก กลับเห็นดีเห้นงามด้วย ต่อมาทั้งนายปีนางแป้และลูกชายลูกสาวเห็นว่านางตี้มีอายุ มากแล้ว กัาปล่อยใบ้ตายไปโดยไม่มีพิน้ยกรรม พี «1 น้อง ยุ ของนายปี ฑีอยู่ในทีต่าง ยุ ก็จะกลับมาขอแปงสมบ้ติ ทั้งสามจึงทำดีเอาใจนางตี้ www.kalyanamitra.org
๕๘ จนตายใจ ยอมทำพินัยกรรมยกทรัพย์สมบดต่าง «1 ตลอดจนบ้านเรือน ไทยสองหลังแฝดก็เขียนยกให้หลานสาวคนเล็กลูกของนายป็นางแปั เมื่อพ่อแม่ลูกครอบครัวนี้หลอกผู้เป็นย่าไแสมใจแล้ว ก็ปล่อยปละ ละเลยไม่ดูแลนางตื้อีกต่อไป แม้นางตี้จะขอให้ช่วยดูแลเวลาเจ็บไข้ ไข้ป่วยอย่างไรทุกคนก็เพิกเฉย ท้ายที'สดเมื่อมีการทะเลาะกันขื้นในเย์น ว้นหนึ่ง คนเหล่านี้ก็ช่วยกันไล่นางตื้ออกจากบ้านของนางตี้เอง ข้างว่า เขียนพินัยกรรมยกให้หลานสาวแล้วนางตื้จะข้องหมดสิทธ เรียกว่าใข้ กฎหมายไม่จริงมาขู่ นางตีเสียใจมากออกปากสาปแช่งต่าง «1 ชาวบ้านบางคนที่รู้ กฎหมายอดทนอยู่ไม่ไข้จึงนี้แจงให้นางตื้ทราบว่า กัาย้งไม่ดายก็สามารถ เปลียนพินัยกรรมไข้ นางตื้จึงเปลียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติให้หลานชาย คนหนึ่ง นี้งเปีนลูกของลูกสาวอีกคนของนาง ดอนเย์นวันที่นางแบ้รัขาวว่าแม่สามีเปลี่ยนพินัยกรรมนั่นเอง นางแบ้ก็ดกใจจนหมดสติ เมื่อพินขื้นก็ถึงกับเป็นอ้มพาด เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ไข้ พูดไม่ไข้ ทุรนทุรายทุเรศทุรังผ้าผ่อนไม่ยอมนุ่ง อยู่เป็นแรมเดือน จึงถึงแก'ความดาย ช่วิตนางแป้ปกติก็เป็นคนโลภจัด การขายขนมจีนของนาง นางไม่ข้องนี้อผ้กต่าง «1 ทีใข้กินแกล้มกับขนมจีน นางจะไข้วิธีเดดเอา จากไร่จากสวนที่ชาวบ้านปลูกไวิโดยไม่ข้องขอ เรียกว่ามีอทินนาทาน เหล่านี้เป็นอาจิณณกรรม กระทั่งในวันพระมีผู้คนไปทำบุญที่วัด นางแปั นำ ขนมจีนไปขาย เพื่อให้ผู้คนนี้อทำบุญ แต่ตัวนางเองไม่เคยแปงขนมจีน แม้แต่คำเดียวเพื่อถวายพระภิกษสงฆ์ www.kalyanamitra.org
(£๙ คนที'มีจิตใจตระหนี่จัด ไม่เคยบริจาคทานไว้เลย แถมใจคอ ยังหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่แต่เรึ่องอยากได้ของผู้อื่น จึงต้องไปเกิดเป็นเปรด อดอยากด้งนี้ ถ้าจิดใจมีโทสะกล้าขื้งเครียดโกรธเคืองเสมอ บางทีถึงขั้น ทุบตีทำร้ายผู้ที่ตนไม่พอใจ ทำ ทุกข์ร้อนให้คนอื่นด้วยโทสะของตน ถ้า อีกฝ่ายเป็นคนตีมีศีลธรรม บาปก็ยิ่งเพิ่มพูนขื้น พวกนี้ตายแล้วต้อง ตกนรก ส่วนพวกที่มีโมหะกล้าแข์ง ไม่ร้เรึ่องร้ราว ไม่มีปัญญา ไม่รู้ อะไร «1 ตามเป็นจริง ก็จะไปเกิดเป็นเดร้จฉานบ้าง อสุรกายบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ชอบแต่งตัวให้สวยให้งาม ไม่รู้ตามเป็นจริง ว่า ร่างกายใเนเป็นของไม่แน่นอนตัองเปลี่ยนแปลงเสึ๋อมสลาย ก็หลง ตกแต่งจนเกินกว่าเหตุ ปล่อยพ่อแม่อดอยากไม่เลี้ยงดู แต่เอาเงินไป^อ เครึ๋องสำอางราคาแพง «1 เพื่อดกแต่งร่างกายเกินจำเป็น ประเภทนี้ ดายแล้วก็ต้องเป็นเดร้จฉานที'ชอบแต่งตัว หรีอมีสีกายสวยงามเหมีอน เสื้อฝ่าที'ชอบแต่ง เช่น นกแก้ว นกหงส์หยก ส่องกระจกก้นทั้งว้น หรือ พวกไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง ฯลฯ ถ้าลืมตัวคิดว่าดนเองใหญ่ มัวเมาประมาทในอำนาจวาสนา มีมิจฉาทิฐิ ใช่'ยศศักดิ๋ของดนทำร้าย ทำ อันดรายเบียดเบียนผู้อื่นให้ ตัองลำบากทุกข์ยาก ถ้าผู้ถูกร้งแกเป็นผู้อยู่ในคุณธรรม คนประเภท ดังกล่าว ตายแล้วคงไดไปเป็นอสุรกายชนิดมีโทษร้ายแรงในโลก้นตริยนรก www.kalyanamitra.org
๖๐ เปรตลุงหลิน รายนี้เป็นลุงแท้ «1 ของข้าพเจ้า เป็นพี่ชายคนเดียวของแม่ ข้อ ลุงหลิน ล้าการนำเรื่องของลุงตนเองมาเล่าเป็นธรรมทาน ใครอ่านแล้ว มีจิตใจกล้วบาปรักบุญ คือเกิดกุศลจิตขื้นมา ข้าพเจ้าผู้เล่าคงได้บุญใน ฐานะให้ธรรมเป็นทานอยู่บ้าง ขออุทิศส่วนกุศลที่เกิดขื้นนี้ให้แก่เปรต ลุงของข้าพเจ้า ข้งมีข้อว่า \"นายหลิน จิตต์งามขำ\" ด้วย ขอให้บุญกุศล ในแป็นบ้จจ้ยสนับสนุนให้ไปอยู่ในภูมิที่ดีกว่าเดิม ลุงของข้าพเจ้าเป็นยอดของคนขี้เหนียวประจำตำบลเกาะพล้บพลา อำ เภอเมือง จังหว้ดราชบุรี เมื่อข้าพเจัาจากบ้านไปอาศ้ยบ้านญาติเพี่อ เรียนหนังสืออยู่ในตัวเมืองราชบุรี เวลาในั้เข้าพเจ้าอายุ ๘ขวบเศษ ขณะ เดินกล้บจากโรงเรียนได้พบลุงคนนี้ ท่านมาข้อของในตัวเมือง อารามดีใจ www.kalyanamitra.org
๖๑ ก็วิ่งไปทำความเคารพ ในฐานะที่เป็นญาติหญ่ใกส์®ดสนิทสนมก็'บ แม่ของข้าพเจ้า ได้กล่าวออกไปว่า \"หนูดีใจจ้งที่เจอลุง ลุงให้สตางค์หนูข้อขนมหน่อยได้ไหมคะ\" ลุงก็ล้วงกระเป๋ากางเกง มีธนบ้ตรติดขั๊นมาในอุ้งมือของท่าน เป็นปึกใหญ่ มีหลายสี ข้าพเจ้าคิดในใจว่า ขอสีนํ้าเงินก็พอ (สีนํ้ๆเงินคือ ธนบัตรฉบับละหนึ่งบาท สมัยโน้นไม่ใข้เหรียญบาท) แต่ข้าพเจ้าคาดผิด ลุงจะคว้กเงินออกมาอวดข้าพเจ้าว่าท่านรวยเท่าiเนเอง เพราะพอท่าน เห้นว่าข้าพเจ้ามองเห้นแล้ว ท่านก็หดมือเก็บเงินลงในกระเป็ากางเกง ตามเดิม แล้วหยิบสตางค์ ๑ สตางค์ จากกระเป๋าเสื้อส่งให้ข้าพเจ้า พร้อม ทั้งบอกว่า \"เอ้า ตัง ลุงไปละนะ\" ข้าพเจ้าอ้าปากด้าง ขอบคุณไม่ออก สตางค์เดียวก็ข้อขนม ได้ครึ่งข้น หรือนํ้าแข้งเปล่า% แก้ว หรือท้อฟฟิ ๑ อ้น ข้าพเจ้าเลย จำ แม่นลึงนํ้าใจลุง ล้าคิดเป็นเงินแล้วดูช่างน้อยนิดเดียว แต่ล้าคิดกึง นํ้าใจละก็มากมายน้ก เพราะแม่บอกข้าพเจ้าว่า \"แค่นั้นน่ะมากน้กนะลูก หนูเป็นหลานที่ลุงหลินเด้ารักมาก ที่สุดเลย เค้าจึงให้ หลานคนอื่น «1 ที่มีอยู่น้บเป็นสิบ «1 คน ไม่เคยมีใคร ได้สตางค์จากลุงเหมือนหนูสักคน\" เมื่อข้าพเจ้าเรียนอยู่ในข้นอุดมศึกษา มีบางคราวที่พ่อแม่ หมุนเงินให้ข้าพเจ้าไม่ท้น เพราะท่านชอบนำเงินทนการศึกษาจากทาง ราชการของข้าพเจ้าไปใข้เรึ่องโน้นเรื่องนี้หมดไปก่อน พอเปิดเทอมจะ ด้องให้ข้าพเจ้าคืนมาใข้เป็นค่าหอพัก ค่าเล่าเรียน ค่าหน้งสีอ เสื้อฝัา www.kalyanamitra.org
๖๒ อะไร«[ ท่านจึงต้องไปขอยืมลุง บางครั้งข้าพเจ้าไปกับแม่ เคยพูดต้อเล่น กับลุงว่า \"ลุงช่วยส่งหนูเรียนโดยให้แม่หนูยืมเงินไม่ต้องเอาดอกเบื้ย ไม่ไต้หรือ หนูเรียนจบแต้ว ไม่ลืมบุญคุณลุงเลย นะลุง\\เะ เอาแต่เงินต้น คืนเลอะ แม่ยืมแค่ ๓ เดือนเท่าifน เดี้ยวได้ค่าเช่านาแต้ว ลุงก๊เก็บเอา เงินด้นได้เลย\" แค่ลุงก็ไม่เคยยินยอมสักครั้ง ท่านรวยมาก มีทร้พย์สมบด สมัยtfนหลายแสนบาท เป็นคนไม่มีลูก ป้าสะใกัเองเคยมีลูกชายลึง ๔-๕ คน แค่ตายเสียตั้งแต่ย้งแบเบาะหมดทุกคน เรื่องการทำบุญสุนทานลุงไม่เคยพูดกึงเลย อย่าว่าแค่ลงมือ กระทำ ส่วนป้าสะใภ้ เวลาข้าพเจ้าไปพักด้วยเมื่อยังเล็ก «1 ท่านเคยให้ ข้าพเจ้าเอาข้าวเปล่าใส่ขันไปใส่บาตรเมื่อพระภิกษุมาบิณฑบาต ต่อมาเมื่อป้าสะใภ้ตายลง ลูกหนี้คนหนึ่งได้นำเด็กที'เขาเลี้ยงไว้ ในบ้านมายกให้เป็นภรรยาใหม่แทนหนี้สินไม่กี่พันบาท มัหญิงifนอายุ อ่อนกว่าข้าพเจ้าเสียอีก เวลานั้นลุงของข้าพเจ้าอายุ ๗0ปึ ผู้หญิงอายุ ๓๓ ปึ ลุงหลงใหลภรรยาใหม่มาก ข้าพเจ้ามีความรู้เรื่องทางศาสนา บ้างแล้ว จึงได็ไปอ้อนวอนป้าสะใภ้คนใหม่ ขอให้ช่วยอ้อนวอนลุงอีก ทีหนึ่งให้ทำบุญให้ทานสิ'งใดบ้างเถิด ป้าสะใภ้เกรงใจข้าพเจ้าก็พูดให้ ลุงรู้ว่าข้าพเจ้าเป็นต้นคิด นอกจากปฏิเสธแล้วยังว่าข้าพเจ้าอีกด้วย \"นี อีหนูใหญ่ แม่เอ็งเป็นหนี้ลุงอยู่ ๗๐๐ บาทนะ แล้วมา ตายหนี เอ็งน่าจะใข้หนี้แทนแม่ ไม่ใช่มาชวนลุงทำบุญ ทำ ไมแม่เอ็ง เป็นหนี้คนอื่นเป็นหมื่น «1 เอ็งยังยอมใช่'หนี้แทนให้มันเลย ทำ ไมไม่คืน ให้ลุงมั่ง แค่ ๗๐๐ เท่านั้น\" www.kalyanamitra.org
๖๓ ความจริงข้าพเจ้าไม่คิดจะโต้เฉียง แต่เห็นลุงขี้เหนียวเกิน ขนาดจึงพูดว่า \"เงินที่แม่เป็นหนี้ลุงนั่นนะ หนูใข้คืนให้ลุงเดี๋ยวนี้กิไต้ เพราะ ตอนนีหนูมีเงินเดือน เดือนละเกือบ ๗ พ้น แต่หนูเห็นว่าฑีดินหน้าบ้าน ลุงแปลงนี้ตายกให้แม่หนู แต่ลุงแอบโกง ไปโอนโฉนดเป็นข้อลุง ใคร กืรู้กันทั้งนั้นว่าตาให้แม่ แม่เห็นว่าลุงเป็นพี่ชาย ลูกเต้าไม่มี ตายแล้วกื คงคืนให้ลูกหลาน แม่จึงไม่ฟ้องร้อง ราคาที่ดินผึนนี้สูงกว่า ๗๐๐ บาท นะลุง หนูชวนลุงทำบุญ เพราะลุงเป็นคนบอกหนูเองว่า หมอบอกว่า ลุงเป็นมะเริงขั้นสุดท้าย จะมีข้วิตไต้อีกไมก'เดือน ไม่ทำกืตามใจ หนู ไม่ว่าอะไร\" \"ลุงไม่ทำหรอกบุญน่ะ มีจริงหรือเปล่ากืไม่รู้ ลุงตายแล้วกิ ให้คนนี้เขาใข้สมบ้ติของลุงเลี้ยงข้วิตต่อไป\" พร้อมกับห้นไปทำตาหวาน กับภรรยาเด็กคราวหลาน ทั้งที่ตาของท่านมีสีขุ่นเหมือนนํ้าข้าวแล้ว การไปเยี่ยมครั้งนั้นน้บเป็นครั้งสุดท้าย เมื๋อเห็นว่าทำให้เป็น สัมมาทิฏเไม่ไต้ กิต้องปล่อยไปตามกรรมของลุง ข้าพเจ้าไปอีกครั้งหนึ่ง ในวันเผาศพเท่านั้น ภายหล้งไต้ทราบเรื่องว่า หลังจากทำงานศพลุงแล้ว ป้าสะใภ้ สาวเล่นไพ่จ้ต ไม่พ้งเสียงห้ามปรามจากใคร เพราะฉีอว่าไต้ทรัพย์สมบ้ต มาก นอกจากนั้นย้งก่อกรรมทำเข้ญกับพวกหลาน «1 ที่ปลูกบ้านอยู่ใน ที่ดินของลุง ไม่ยอมให้เข้าอยู่ต่อไป ใข้'อำนาจศาลขับไล่ ทะเลาะวิวาท วุ่นวาย ท้ายที่สุตกิมีมีอปีนมายิงตาย กลายเป็นอสุรกายอยู่ในบ้านนั้น มีผู้พบเห็นกันอยู่เสมอ ®| เวลาที่สุนัขหอน www.kalyanamitra.org
\"ครูคพ....ครูคพั....ครูขา นมตาหลmlm'mj ไฝใส่เสรเลย น'งแฅ่โสร'งฅัวเคึยว หนาว^นทเตยว ใhตากแดดอยู่ตรงนั้น\" www.kalyanamitra.org
๖๕ ส่วนลุงหลินขอพ้เพเจ้า วันหนึ่งเด็กนักเรียนเลิก 6|นันประกม จำ นวนหลายคนในโรงเรียนวัดเกาะลอย ได้เมือให้ครูดูที'กลางกนน ด้านตะวันออกของโรงเรียน ตรงiณั้มืแดดตอนเขํเาส่องจ้าลงตรงพื้นดิน \"ครูครับ ครูครับ ครูขา นั่นตาหลินนั่งอยู่นั่น ไม่ใส่เสื้อเลย นุ่งแต่โสร่งตัวเดียว หนาวสั่นทีเดียว นั่งตากแดดอยู่ตรงนั้น\" เวลานั้นเป็นฤดูหนาว หนาวจัดมากในป็นั้น เด็ก «1 ใส่เสื้อหนาว กันทุกคน เมื่อพวกเขามองเห็นคนไม่ใส่เสื้อ จึงรู้สึกแปลก ทั้งเป็นคน ที'ทุกคนรู้จ้กดี เพราะเมื่อมืรวิตอยู่ พ่อแม่ของเด็ก ฤ เหล่านี้มักจะเป็น ลูกหนี้ลุงขอฬาพเจ้าแทบทั้งนั้น เคยเห็นผู้ตายไปเก็บดอกเบื้ยเป็นประ^า นีดีอเปรตลุง ไม่ทำบุญทำทานไว้ ตายแล้วต้องลำบาก ล้า มิใซ่เรื่องจริงข้าพเจ้าจะไม่นำมาเล่าไว้เลย เป็นญาติผู้Iหญ่ของตนเอง แท้ๆ จะพูดให้อับอายไปถึงหมู่ญาติทำไม แต่ปรารถนาดีอย่างบริสุทธิ๋ใจ ให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แก่ท่านผู้อ่าน จะไต้ไม่ดำเนินข้วิตผิดพลาดด้ง เช่นข้วิตลุงข้าพเจ้าที'เล่าไว้ ข้าพเจ้าใคร่ขอเนันในเรื่องนี้อีกเลิกน้อย สำ หรับํผู้มือาข้พ ออกเงินกู้เอาดอกเบื้ยแพงเกินกว่าทางราชการมาก 6J ทำ ไมด้องเกิด เป็นเปรต อย่างรายลุงของข้าพเจ้าก็ตาม รายยายตื้ แม่สามีของเปรต นางแป้ก็ตาม ยายตื้นั้นข้าพเจ้าเข้าใจว่าด้องเป็นเปรต เพราะก่อนตาย ปากคอเน่ากินอาหารไม่ได้ รัองบ่นรำพันแต่เรื่องความหิวอยู่ตลอดจน ถึงวันตาย จริงอยู่บางคนอาจจะเถียงว่า ทั้งผู้ให้กู้และผู้^นยอมพร้อมใจ กันแล้ว ไม่ใช่ขู่บังคับจีปล้น ทำ ไมจึงเป็นบาป ลูกหนี้บางรายก็ไม่เดือดร้อน ในการส่งดอกเบื้ย www.kalyanamitra.org
๖๖ บาปมิ.ได้อยู่ตรงจุดifน แต่อยู่ตรงจิตใจของเจ้าของเงิน ^ง ผูกพันต่อความโลภอยู่ตลอดเวลา คอยนั่งคิดตัวเลขยอดดอกเบี้ย คิดหา วิธีการต่าง®เถ้าลูกหนี้จะขอผลัดผ่อน ใจจึงมีแต่อกุศลมโนกรรม เป็น อกุศลจิต คิดแต่เรึ่องจะเอา จะเอา จะคลาดเคลึ๋อนกำหนดไปบ้าง ก็ นึกกึงแต่เรื่องการฟ้องร้องยึดสิ่งของที่นำมาคํ้าประกัน หรือเรียกจาก คนคํ้าประกัน ไม่เคยมีเจ้าหนี้คนใดคิดจะให้ จะให้ ถ้าเก็บดอกเบี้ยครั้งนี้ ไม่ได้ก็จะยกให้ เพราะเก็บได้มามากแลัว คิดอย่างนี้ไม่มีเลย ใจที่เต็ม ไปด้วยโลภะกลัาแขงอย่างนี้แหละที่ทำให้เกิดเป็นเปรต ยิ่งถ้าหากมี การทำอันตรายต่าง®[หรือเล่ห์เหลี่ยมอื่น®! ต่อลูกหนี้ เช่น การขายฝาก โดยมีเจตนาคดโกง ใอัอุบายไม่ให้ลูกหนี้ไล่ลอน ให้เลยเวลาแล้วยึดทร้พย์สิน อะไรทำนองนี้ บาปก็ยิ่งมากจนตกนรกได้ ความคิดจะเอา จะเอานั้น เป็นความหิวที่ไม่ร้จ้กพอ เป็น ความไม่ร้จ้กอิ่ม สะสมความหิวนั้นไว้ตั้งแต่ยังไม่ตายเป็นเวลานานนาน บางฑีมีอาช่พเหล่านี้เป็นสิบ ®1 ปี ใจย่อมเสพคุ้นอยู่แต่ความรู้สึกด้งกล่าว เมึ๋อตายแล้วก็ได้ความรู้สึกที่กระทำประจำติดตัวไป นึเป็นหล้กวิทยาศาสตร์ ชอบอย่างไรก็ด้องได้อย่างนั้น ชอบอยาก ชอบหิว ก็ด้องมีอาการอย่างนั้น ต่อไปเรื่อย ®| ถ้าชอบให้ ให้อยู่เสมอ ®[ ใครที่ให้อยู่เป็นประจำ พอข้าพเจ้า พูดกึงตรงนี้ ท่านจะนึกออกท้นฑี การที่เราให้อยู่เสมอบ่อย ®| นั้น ใจ ของเราจะมีคุณภาพพิเศษเกิดขึ้นอยู่เสมอเช่นเดียวกัน นั่นคือ จะไม่ใคร่ รู้สึกอยาก รู้สึกหิวกระหาย จะเอาโน่นจะเอานี่ ใจจะมีคุณภาพสูงขึ้น กว้างขวางเอิบอิ่ม ข้าพเจ้าพูดอย่างนี้ เพราะไม่มีถ้อยคำจะใช่' เมึ่อเรา www.kalyanamitra.org
๖๗ ให้อะไรแก่ใคร เป็นมูลค่าเท่าใดด้วยความเต็มใจไปแล้ว ล้าเราจะด้อง สูญเสียวัตธุสิ่งของไปด้วยเหตุบังเอิญอื่น«[ ที่ไม่เต็มใจ ภายในวงเงินที่ ไม่เกินจำนวนสิ่งเคยเต็มใจให้iณั้ เราจะไม่เสียใจอะไรมาก จะพออดทนได้ เฟนเคยทำบุญ ๑๐๐ บาทอยู่ปอย ๆ ว้นนื้แมวแอบขโมยกินปล่าทูไปเสีย เข่งหนึ่ง ๑๐ บาท อาจจะหงดหงิดชุ่นเคืองนิดหน่อย แล้วกิอดทนได้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยบริจาคแล้ว จะคิดแค้นทุรนทรายถึงกับนอนไม่หลับ ล้าเห้นแมวตัวนั้นอาจไล่ตีมันถึงตาย หรือสิ่อยาเบื๋อมาให้มันกินฑีเดียว การคิดจะให้ จะให้ และหมั่นทำตามความคิดนั้นอยู่เสมอ «1 ใจจะมีคุณภาพขื้นด้งที่ยกด้วอย่างให้ฬ'งนํ๋แหละ เมื่อเป็นอย่างที่เล่าให้ ฟ'ง การประกอบอาข่พต่าง «1 ของคนเราจึงมีความสำคัญมากนัก ที่ จะเป็นเครึ๋องกำหนดข่วิตหลังจากตายแล้วว่าจะไปเกิดอยู่ที่ใด ด้งนั้น คนฉลาดจะไม่ยอมประกอบอาข่พที่ทำอกุศลทางกายและทางวาจา เป็นอันขาด เขาจะค้องเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ทำ ผิดทางกาม พูดปด พูดส่อเสียด เพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ แม้อาข่พที่ก่อบาปก่อเวรกิจะ ไม่ยอมทำ เพื่อให้ใจของเขามีคุณภาพดีขื้น กุ ตายแล้วย่อมมีสุคติภูมิ เป็นที่ไป www.kalyanamitra.org
r^. ร''^^y* www.kalyanamitra.org
วิธฝืกสมาธิผองด้น ๓) นั่งลัดสมาธิ เท้าขวาทับเห้า ต่อไปนั๊ ให้ทดลอง!!เฬอมควบ ลัาย มือขวาท้บมือลัาย นิ้วลัมือขวาจรด คุมใจตนเองให้อยู่ในความสงบด้วยการ ห้วแม่มือลัาย หลับตาพอป็ดสนิท แต่ ทำ สมาธิในพุทธศาสนาตามแนววิชชา ไม่ถึงกับป็บกลัามเนิ้อตา ตั้งกายตรง ธรรมกาย ดำ รงสตีมั่น ๑) สำ รวมใจ ระลก!!งบุญกุศล ๔) กำ หนดเควิองหมา*ย ดวง ที่เคยทำมาตีแด้วตลอตธิวิต เฟ้อรงความ ต่มส์นให้แก่จิตใจ สิ่งใตด้ากระทำ ด้า แห้ว ให้ใสเหมือนเพชรลูกที่เจียระไน เฟ้น ด้าไตียิน ล้าระลึก!!งแตีวก่อให้เกิด เป็นดวงกลม 1ไม่มืตำหนิ สีขาวใสเยิน ความไม่สบายใจ ควรเว้นเสีย ดาเยินใจ โตเท่าล้บแล้าตาดำ นิ้เรียกว่า ๒) กราบบุชาพระร''ตนดร''ย บริกรรมนธิด ห้อมมาตั้งไว้ที่ศูนยิกลาง กายฐานที่ ๗ (ดูภาพ) แลัวบริกรรม หห้าที่บุชาพระ สมาทานสืลห้า (หรอ ภาวนาในใจเป็นพุทธานุสตีว่า ส*มมา ศีลแปดตามกำลังศรัทธา) ตั้งใจรักษา อะระห'^ บริกรรมทั้งสองอย่างนิ้ให้ ให้ฟ้'น ควบต่ล้นไป ฬาพแสดงฑตีงจีฅตีง ๗ ฐาน ฐานfi•ปา๗รงจ^ท I น<ฐงช่างช่'าท ฐานก่ to เพลาคา ชา๗างขวา ฐานก่ เท จอมปาะลาท I ห^งช่างช่าท ชา!เช่างขวา ฐานก่ ๔ ใ/องเพคาน ไ to ที่วรอ ฐานต่ ๕ ปาทช่องส์าคอ ฐานต่ ๖ คูนย์ทลางทา!ทะฟับละสิอ ฐานที่ ๗ คูาเ/เทลางทาอที่ร้งจํคทาาา www.kalyanamitra.org
ภาพแสดงฑิ่ตั้งจิฅทั้ง ๗ ฐาน ฐานที่•ปากข่องจมูก I หญิงฟ้าฬาช ฐานที่ ta เพ8าตา ขายฟ้างขวา หญิงฟ้างฟ้'ใย ขายฟ้างขวา ฐานที่ ท จอมประRาฑ ......} รอ ฐานที่ ๔ข่องmตาน ฐานที่ ๕ ปา๗องส์าดอ ฐานที่ ๖ คูนรกลางกายระฟ้บสะตอ ฐานที่ ๗ คูนย์กลางทายที่ตงจตทาวร เมื๋อฺนิมิตIป็นดวงแทั้'วใส1กิดขื้น ดวงแก้วที่เจียระไนแลัว ใสสะอาด ไม่ แ^ว ให้หยุดบริกรรมภาวนาเหลือแต่ มีรอยขีดรอยร้าว สว่างเกินดาเกินใจ การกำหนดสติอย่กลางดวงนิมิตอย่าง ขนาดประมาณเท่าฟองไข่แดงของไข่ไก่ เดียว ห้าดวงนิมิตเกิดฃื้นห้อึ่น เรเน ตรง หรืออย่างโดกิขนาดเส์'นผ่าคูนยกลาง ห้วดาบ้าง ห้างหห้าบ้าง หห้าห้องบ้าง ประมาผหนึ่งคืบ เมือใจหยุด^กส่วนเห้า ให้ห้อมเอานิมิตนั้น มาดั้งไว้ที่ถูนยกลาง ในที่สุดจะมีร้ศมีสว่างรอบดวงสามารถ กายฐานที่ ๗ แต่อย่าให้แรงบังคับ เห็นจดคูนกิกลางดวง ขีงมีขนาดเล็กเท่า กำ ใจให้หยุดเห้าไปดรงกลาง ดวงนิมิต ปลายเขีม ดวงนิมิตนั้คือ ดวงธรวม เริอยไปไม่ฉอยหห้งกลับ ดวงนิมิตกิจะ เรืยกว่า ดวงปฐมมรรค ที่ขีอเข่นนั้ สว่างสดใสยิ่งขื้น จะนิกให้Iหญ่หรือเลืก เพราะเป็นหนทางเบั้องคันไปสู่มรรค กิไลัดามปรารถนา ผลและนิพพาน ฉะนั้น คัองหบ้น เมิอใจหยุด^กส่วน นิมิตที่เกิด ประคองร้กษาไว้ให้ดี จนกว่าจะเห็น ^นจะเห้นไคัห้ดเจน มีลักษผะเหมือน อยู่ดลอดเวลา ทั้งนั่ง นอน กิน เติน จีงจะห้บไห้ว่า • ไห้ที่ที่งอันประเสริฐ www.kalyanamitra.org
ข้อควรระวํง ๑- อย่าพกาลัง คือ ไมHiาาลัง สว่างเป็นบาทเบื้องตัน เมื๋อเกิตนิมิต เป็นตวงสว่างแล้วค่อยเจริญวิป้สสนา ใด ๆ ทั้งสํ๋น ฟน ไม่ป็บกล้ามเนื้อตา ในภายหลัง จึงไม่มืความจำเป็นตัอง เฟือจะให้เห็นนิมิตเร็ว ๆ ไม่เกร็งแขน กำ หนตลมหายใจเข้าออกแต่ประการใต ไม่เกร็งกล้ามเนื้อทน้าห้อง ไม่เกร็งตัว ๔. เมือเสิกจากนั่งฺสมาธิแล้ว เพราะ การไล้กำลังตรงส่วนไหนของ ให้ตั้งใจไว้ที่ศูนย์กลางกายที่เดียวไม่ว่า ร่างกายก็ตาม จะห้าให้จิตเตลี๋อนจาก จะอยู่ในอิริยาบกใตก็ตาม เช่น ยืนก็ดี ศูนย์กลางกายไปส่จุตนั้น เตินก็ดี นอนก็ดี หรือนั่งก็ดี ห้ามย้าย to. อย่าอยากเห็น คือ ห้าใจให้ ฐานที่ตั้งจิตใจไปไว้ที่อึ๋นเป็นกันขาต เป็นกลาง ประคองสติมิให้เผลอจาก ให้ตั้งใจบริกรรมภาวนาพว้อมกับนึกกึง บริกรรมภาวนาและบริกรรมนิมิต ส่วน บริกรรมนิมิตเป็นตวงแกัวใสควบคู่กัน จะเห็นนิมิตเมิอใตนั้นอย่ากังวล กัากึง ตลอตไป เวลาแล้วย่อมเห็นเอง การป'งเกิตของ ๕. นิมิตต่าง ๆ ที่เกิดขื้น จะ ตวงนิมิตอุปมาเสมือนการขื้นและตกของ ตัองน้อมไปตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายทั้งหมด ตวงอาทิตย์ไม่อาจจะเร่งเวลาไตั ล้านิมิตที่เกิตขื้นแล้วหายไปก็ไม่ตัอง ๓. อย่ากังวลกึงการกำหนต ตามหา ให้ภาวนาประคองใจต่อไปตาม ลมหายใจเข้าออก เพราะการฝึกเจริญ ปกติ ในที่สุต เมื่อจิตสงบ นิมิตย่อม ภาวนาตามแนววิชชาธรรมกายอาศัย ปรากฎขื้นใหม่อีก การเพ่ง อาโลกกสิณ คือ กสิณแสง www.kalyanamitra.org
www.kalyanamitra.org
Search