Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แบบเรียน การรักษาดุลยภาพ

แบบเรียน การรักษาดุลยภาพ

Published by ธนา หวังสม, 2021-05-24 13:13:33

Description: แบบเรียน การรักษาดุลยภาพ

Search

Read the Text Version

4413 ประเด็นท่สี งั เกต ผลการสังเกต 1. ลกั ษณะภายนอกของผิวหนัง ผิวหนงั บาง และเปียกช้ืน 2. หลอดเลือดใต้ผิวหนงั 3. ปรมิ าตรลาตวั เมื่อเทยี บกับผิวหนัง มี มาก ผวิ หนังของไส้เดือนดนิ มีลักษณะเปียกชืน้ เปน็ เมอื กผิวหนังบาง มีหลอดเลือดใต้ ผิวหนังเมื่อเทียบกบั พนื้ ที่ผวิ หนังตอ่ ปรมิ าตรลาตัวพบว่ามสี ัดสว่ นสงู สรุปได้วา่ โครงสรา้ งที่ ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของไส้เดือนดินคอื ผิวหนังท่ีมสี มบัติ บาง เปียกชื้น และมี อตั ราส่วนพน้ื ทีผ่ ิวตอ่ ปริมาตรสงู ผวิ หนังของไส้เดอื นดนิ มีโครงสร้างที่เหมาะสมกับการแลกเปลยี่ นแก๊สอยา่ งไร แนวคาตอบ ผวิ หนงั บาง เปียกช้ืน มีหลอดเลือดฝอยอยู่ใตผ้ ิวหนงั หลอดเลอื ดฝอยทพี่ บมากบริเวณใต้ผิวหนังทาหน้าทอ่ี ะไร แนวคาตอบ นาแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์มาขบั ทิง้ และลาเลยี งแกส๊ ออกซเิ จนไปเลย้ี งเซลล์ท่ัว ร่างกาย ผิวหนังของไสเ้ ดือนดินมลี ักษณะอยา่ งไร ลกั ษณะดังกล่าวมผี ลต่อการแลกเปลีย่ นแกส๊ อยา่ งไร แนวคาตอบ ผวิ หนงั ของไสเ้ ดือนดินจะล่ืน เพราะผิวหนังขับสารเมือกออกมาทาใหผ้ ิวหนังชมุ่ ชนื้ ทา ใหม้ ีการ แลกเปลี่ยนแก๊สดีขน้ึ แก๊สท่แี พร่ผา่ นทางผิวหนังจะถูกลาเลียงไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วรา่ งกายไดอ้ ย่างไร แนวคาตอบ ไปกับระบบไหลเวยี นเลอื ด ถา้ จบั ไส้เดือนดินใสใ่ นกองขีเ้ ถา้ จะมผี ลต่อการแลกเปลี่ยนแก๊สอยา่ งไร แนวคาตอบ ข้ีเถา้ จะหมุ้ รอบลาตวั ไสเ้ ดือนดิน ทาใหส้ ารเมือกบรเิ วณพนื้ ทผ่ี วิ ในการแลกเปลย่ี นแก๊ส ลดลง

4244 บัตรกจิ กรรมท่ี 1.4 เรื่อง “ทา้ ...ทดลอง” เรื่อง ศึกษาลักษณะและโครงสร้างของปอดหมู กลุม่ ที่ ............................ ชอื่ กลมุ่ ............................................................. ชั้น .................... สมาชกิ ในกลุ่ม 1. ............................................................................ ประธาน 2. ............................................................................ รองประธาน 3. ............................................................................ กรรมการ 4. ............................................................................ กรรมการ 5. ............................................................................ เลขานกุ าร ศึกษาลักษณะและโครงสรา้ งการแลกเปล่ียนแกส๊ ของสตั วม์ ีกระดูกสนั หลัง นักเรียนคดิ วา่ โครงสร้างของปอดหมูมีความเหมาะสมตอ่ การทาหนา้ ท่ีอยา่ งไร แนวคาตอบ ปอดมีขนาดใหญ่ มกี ารแลกเปลย่ี นแก๊สไดด้ ีเสน้ เลอื ดเยอะ มีถุงลมเกบ็ ลมไดเ้ ยอะ มีหลอดลมยดื หย่นุ ไดด้ ี “นกั เรยี นอาจตอบอยา่ งอนื่ ไดต้ ามความเขา้ ใจ” ปญั หา >> เม่อื สบู ลมเขา้ สหู่ ลอดลมไปยังปอด ปอดจะมคี วามแตกต่างจากเดิมหรือไม่ สมมตุ ฐิ าน >> ถ้าสบู ลมเข้าส่หู ลอดลมไปยังปอด ดงั น้นั ปอดจะเกดิ แรงดนั ทาใหป้ อด ขยายตัวและมปี ริมาตรเพ่ิมข้ึน 1. ปอดหมูหรอื ปอดวัว 2. เคร่ืองมือผา่ ตดั ถาดผ่าตดั 3. สายยางขนาดเสน้ ผา่ นศนู ย์กลาง 0.5 cm 4. ถุงมือยาง 5. ทสี่ ูบลม

4345 ใหน้ ักเรยี นสวมถงุ มือยาง นาปอดไปล้างให้สะอาดและดาเนนิ การดังนี้ 1. ให้พจิ ารณาลักษณะและโครงสรา้ งของปอด 2. ตัดสว่ นอน่ื ๆ ออกเหลือแต่ทอ่ ลมและปอด ลองใชน้ วิ้ มือบีบแล้วปลอ่ ยสงั เกตการเปล่ียนแปลงท่ี เกดิ ข้ึน จากน้นั สงั เกตการจดั เรยี งตัวของกระดูกอ่อน และรูปรา่ งของกระดกู อ่อนทปี่ ระกอบกนั เปน็ ทอ่ ลม 3. เลาะเนื้อเย่ือตรงรอยต่อของทอ่ ลมและหลอดลม (bronchus) เพ่อื หาตาแหนง่ ของหลอดลม ใชส้ ายยางสอดเข้าไปในทอ่ ลมแลว้ ใชท้ ่สี ูบลม สูบลมเข้าไป แลว้ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของปอด (ห้ามใช้ ปากเปา่ ) 4. กรีดหลอดลมแล้วใช้สายยางสอดเข้าไปท่หี ลอดลม ใช้ทสี่ ูบลม สบู ลมเข้าไปสงั เกตการณ์ เปลีย่ นแปลงท่เี กิดขึน้ และผ่าเนื้อปอดบรเิ วณต่าง ๆ ทย่ี ังคงเหน็ หลอดลมอยู่ เพอื่ ศกึ ษาการแตกแขนงของ หลอดลม 5. สังเกตการณ์เรียงลาดับของทางเดนิ อากาศตง้ั แตห่ ลอดลม วา่ จะไปส้นิ สดุ ทีใ่ ด ประเดน็ ทีส่ งั เกต ผลการสงั เกต 1. ลักษณะของหลอดลม ลักษณะรปู รา่ งของหลอดลมเป็นหลอดกลมๆ ประกอบด้วย 2. ลกั ษณะของปอด กระดูกอ่อนรูปวงแหวน หรือรูปตวั U ซึง่ มีอยู่ 20 ชิ้น วางอยู่ 3. เย้อื หุม้ ปอด ทางด้านหลงั ของหลอดลม ชอ่ งว่าง ระหว่างกระดูกอ่อนรูปตวั U ทีว่ างเรยี งต่อกนั มีเน้ือเยื่อและกลา้ มเนื้อเรียบมายึดตดิ กนั มรี ูปรา่ งคล้ายกรวย มปี ลายหรือยอดชขี้ ้นึ ไปข้างบน ฐานของ ปอดแตล่ ะขา้ งจะใหญ่และวางแนบสนทิ กับกระบงั ลม เมอ่ื เป่า ลมเขา้ ไปในปอดสังเกตได้วา่ ปอดมีการเปลี่ยนสี เปน็ เยื่อท่ีบางและละเอยี ดอ่อน เปยี กชืน้ และเปน็ มันลนื่ หุ้ม ผวิ ภายนอกของปอด เยือ่ หมุ้ ปอดซ่ึงมี 2 ช้นั ระหว่าง 2 ชัน้ น้ี มีของเหลวอยนู่ ิดหนอ่ ย ระหวา่ งเยื่อห้มุ มโี พรงว่าง ปอดมีสีแดง เพราะตามถุงลมจะมีหลอดเลือดฝอยไปหล่อเลี้ยง ลักษณะรูปร่างและขนาดของปอด ซ้าย และปอดขวาที่สังเกตได้แตกต่างกันคือ ปอดซ้ายมี 3 พู ปอดขวามี 4 พูปอดซ้ายเล็กกว่าปอดขวา เลก็ นอ้ ย เน่ืองจากด้านซ้ายมีหัวใจอยู่ด้วย เมื่อใช้น้ิวมือบีบหลอดลมแล้วปล่อย หลอดลมมีการเปล่ียนแปลง คือ หลอดลมจะกลบั คงรูปเดมิ ลักษณะของหลอดลมการจัดเรียงตัวของกระดูกอ่อน และลักษณะของกระดูก อ่อนและถุงลมมีความเหมาะสมต่อการทาหน้าท่ีคือ หลอดลมมีกระดูกอ่อนเป็นวงเรียงตัวต่อ ๆ กัน และ ปลายกระดกู อ่อนแตล่ ะชน้ิ จะไมช่ นกัน มีกล้ามเน้ือเช่อื มระหว่างปลาย จึงมีลักษณะเหมือนกระดูกซ่ีโครงงู มี ความยืดหยุ่นทาให้หลอดลมไม่ตีบแบน สามารถขยายตัวได้เล็กน้อย จึงมีประโยชน์ทาให้อากาศเข้าและ ออกจากปอดได้สะดวก และการท่ถี ุงลมมีปริมาณมาก ช่วยใหม้ พี นื้ ท่ีผิวในการแลกเปล่ยี นแกส๊ ไดม้ าก

4446 4 ปอดมสี ีอะไร เพราะเหตใุ ดจงึ มสี ีเช่นนน้ั แนวคาตอบ ปอดมีสีแดง เพราะตามถุงลมจะมหี ลอดเลอื ดฝอยไปหล่อเลย้ี ง ลกั ษณะรูปรา่ งและขนาดของปอดซา้ ย และปอดขวาท่ีนักเรียนสังเกตได้มคี วามแตกตา่ งกันอยา่ งไร แนวคาตอบ ลกั ษณะรปู รา่ งและขนาดของปอดซ้าย และปอดขวาทส่ี ังเกตไดแ้ ตกต่างกันคอื ปอด ซา้ ยมี 3 พู ปอดขวามี 4 พู ปอดซ้ายเล็กกว่าปอดขวาเล็กน้อย เนอื่ งจาก ดา้ นซา้ ยมีหัวใจอยู่ดว้ ย จากกิจกรรมเมื่อใช้นิว้ บบี หลอดลมแล้วปล่อยหลอดลมมีการเปล่ยี นแปลงอยา่ งไร แนวคาตอบ เมอื่ ใช้นว้ิ มือบบี หลอดลมแลว้ ปล่อยหลอดลมมกี ารเปลี่ยนแปลง คอื หลอดลม จะกลับคงรปู เดมิ ลักษณะของหลอดลม การจดั เรียงตัวของกระดูกอ่อน ลักษณะของกระดูกอ่อนและถงุ ลมมีความ เหมาะสมต่อการทาหน้าที่อย่างไร แนวคาตอบ ลักษณะของกระดกู อ่อนและถุงลมมีความเหมาะสมต่อการทาหนา้ ที่คือหลอดลมมี กระดูกอ่อนเป็น วงเรียงตวั ต่อ ๆ กัน และปลายกระดูกอ่อนแต่ละชิ้นจะไมช่ นกนั มกี ลา้ มเน้ือเช่อื ม ระหว่างปลาย จึงมลี กั ษณะเหมือนกระดูกซโี่ ครงงู มีความยดื หยนุ่ ทาให้หลอดลมไม่ตีบแบน สามารถขยายตวั ได้ เล็กน้อย จึงมปี ระโยชน์ทาให้อากาศเข้าและ ออกจากปอดได้สะดวก

4547 จากภาพด้านลา่ งเป็นการแลกเปลีย่ นแก๊สแบบใด และของสิ่งมชี วี ติ ใด แนวคาตอบ แลกเปลี่ยนโดยการแพรร่ ะหวา่ งเซลลก์ ับส่ิงแวดล้อมโดยตรงของสง่ิ มชี วี ิตเซลล์เดียว เช่น อะมบี า Book lung เป็นโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลีย่ นแกส๊ ของสัตว์พวกใด แนวคาตอบ แมงมมุ แมงป่อง เหงือกมีลักษณะทเ่ี หมาะสมต่อการแลกเปลย่ี นแก๊สของสัตว์นา้ อยา่ งไร แนวคาตอบ มีลกั ษณะรปู รา่ งแบนบาง มจี านวนมากทาให้มพี น้ื ทผ่ี วิ เพยี งพอต่อการแลกเปลย่ี น แกส๊ ในนา้ กบ ใช้โครงสรา้ งใดในการแลกเปล่ียนแกส๊ แนวคาตอบ ปอดและผิวหนงั ระบบการแลกเปลย่ี นแก๊สของสัตว์นา้ เช่น ปลา กงุ้ มีการปรับตวั อยา่ งไร แนวคาตอบ มีโครงสร้างช่วยทาให้นา้ ไหลหมุนเวยี นผา่ นอวัยวะแลกเปลีย่ นกา๊ ซ

48 46 บตั รกิจกรรมท่ี 1.5 เร่อื ง “เพม่ิ เตมิ ..เสรมิ ความรู้” ใหน้ กั เรียนศึกษาภาพโครงสรา้ งทใ่ี ชใ้ นการแลกเปลี่ยนแก๊สของส่งิ มีชวี ติ เซลลเ์ ดียวและของสัตวแ์ ละ เตมิ คาตอบในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกต้อง ไฮดรา --> น้าไหลเขา้ ออกทางช่องปากผ่าน ทาให้เกดิ การไหลเวียนและเกิดการ แลกเปลีย่ นแก๊ส อะมีบา --> การแพร่ผา่ นทางเย่อื ห้มุ เซลล์ พารามีเซียม --> การแพรผ่ ่านทางเย่อื หุ้ม เซลล์ พลานาเรีย --> แลกเปลย่ี นแก๊สทาง ผิวหนงั ไสเ้ ดือนดนิ --> แลกเปลี่ยนแก๊สทางผิวหนัง และมหี ลอดเลือด

4497 แมลง --> ระบบท่อลม แมงมมุ -->แผงปอด ปลา --> เหงอื ก นก --> ปอด ภาพท่ี 8 โครงสรา้ งทใี่ ชใ้ นการแลกเปลี่ยนแกส๊ ของนก ทม่ี า : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สบื ค้นเมอ่ื 12 กนั ยายน 2559)

4850 บตั รกิจกรรมที่ 1.6 เร่อื ง “คาถาม..ขยายความรู้” 1. โครงสร้างทใ่ี ช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สของอะมบี า พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดนิ เหมอื นกนั หรอื ไม่อยา่ งไร แนวคาตอบ ไมเ่ หมือนกนั อะมีบาใช้เย่ือหมุ้ เซลล์ สว่ นของพลานาเรียและไสเ้ ดินดนิ ใช้ผิวหนังในการ แลกเปลยี่ นแกส๊ 2. พลานาเรียมขี นาดของร่างกายใหญ่ขน้ึ ประกอบดว้ ยเน้ือเย่อื 3 ชั้น คือ เนอ้ื เย่ือช้นั นอก เนอ้ื เยอ่ื ชั้น กลาง และ เนอ้ื เยอื่ ชั้นใน พลานาเรีย มีการปรบั โครงสร้างของร่างกายอย่างไร เพื่อให้เซลลท์ ุกเซลล์ ไดร้ บั แก๊สออกซิเจน อย่างท่วั ถึง แนวคาตอบ ลาตัวแบน เนื้อเย่ือช้นั กลางเกาะกันหลวม ๆ เพอ่ื ให้ออกซเิ จนแพรผ่ ่านไดเ้ ร็วข้นึ แล้วแพร่เข้าสู่ เน้อื เยอื่ ชน้ั ใน 3. โครงสร้างท่ีใชใ้ นการแลกเปลี่ยนแกส๊ ของแมลงประกอบดว้ ยโครงสร้างใดบ้าง แนวคาตอบ ไม่เท่ากัน พลานาเรยี มีพ้ืนทผี่ ิวในการแลกเปลี่ยนแกส๊ มากกวา่ เพราะทุกส่วนของรา่ งกายสมั ผัส กับน้า แต่ ไสเ้ ดอื นดนิ จะมสี ่วนท้องท่ีสัมผสั ดิน ซงึ่ พ้นื ทผี่ วิ สว่ นนไี้ มส่ ามารถแลกเปลยี่ นแก๊สได้ 4. พลานาเรยี และไส้เดอื นดนิ มพี ้ืนที่ผวิ ลาตัวเท่า ๆ กนั แต่พลานาเรยี อาศยั อยู่ในน้า ไส้เดือนดนิ อยู่บนบก นกั เรียนคดิ วา่ พ้ืนทผ่ี ิวในการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่าง พลานาเรยี และไส้เดือนดนิ เท่ากนั หรือไม่ อยา่ งไร แนวคาตอบ รูหายใจ (spiracle) ท่อลม (trachea) ทอ่ ลมฝอย (tracheole) เซลล์ (cell) 5. ปอดแผงและระบบท่อลม แตกตา่ งกันอย่างไร แนวคาตอบ ปอดแผงต้องอาศัยระบบหมุนเวยี นเลือดมาช่วยในการลาเลยี งแกส๊ ส่วนระบบทอ่ ลมไม่ จาเป็นตอ้ งใช้ ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดเพราะเซลล์ได้รบั แก๊สออกซเิ จนได้มุมโดยตรง

4591 บตั รกจิ กรรมที่ 1.7 เรื่อง “ประมวล...ความรู้” นักเรยี นเขียนแผนผงั ความคดิ (Mind Map) สรปุ เรือ่ ง โครงสร้างที่ใชใ้ นการแลกเปล่ยี นแกส๊ ของสัตว์

5520 บตั รกจิ กรรมท่ี 1.8 เรือ่ ง “นาความรู้..สชู่ มุ ชน” ให้นักเรียนวิเคราะห์และอธบิ ายสถานการณ์ต่อไปน้ี ในช่วงเดือนเมษายน แม่น้าแห่งหน่ึงสภาพ 2 ข้างฝ่ังแม่น้ามีโรงงานอุตสาหกรรมน้าในช่วงดังกล่าว แห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งได้ สภาพน้าเป็นสีเขียว มีตะไคร้น้าปกคลุมทั่วบริเวณราวระยะพ้ืนที่กว่า 3 กิโลเมตร พบว่ามีปลาหลายพันธ์ุ อาทิปลานิล ปลาตะเพียนปลาแขยง ลอยขึ้นอืดส่งกล่ินเหม็นเป็นจานวน มาก จนแหลง่ น้าดังกลา่ วไม่สามารถที่จะนาน้ามาใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวนักเรียน คิดว่าสาเหตุใดท่ีทาใหป้ ลาตายและนักเรียนจะมีวิธดี ูแลรักษาแหล่งน้าอย่างไรบ้าง แนวคาตอบ กรณีดังกลา่ วอาจเกิดจาก สาเหตุอากาศรอ้ นจัดจนส่งผลให้ระดับน้าในแหล่งนา้ ลดลงอีกทั้งเกิดตะไคร้น้าปกคลมุ ทั้งบรเิ วณ จึงทาใหไ้ มส่ ามารถทีจ่ ะระบายออกซเิ จนในน้าออกมาได้ ปลาซ่งึ เป็นส่งิ มชี วี ิตท่ีใช้เหงือกเปน็ โครงสร้างในการแลกเปลีย่ นแก๊สทาใหป้ ลาไมส่ ามารถใชเ้ หงือกใน การแลกเปล่ยี นแกส๊ ออกซิเจนในน้าได้ ท้งั นา้ ทีเ่ หลือน้อยเม่ือเจอแสงแดดที่ร้อนระอทุ าให้ปลาชอ็ กตาย เปน็ จานวนมาก หรืออาจเกิดจากการปล่อยน้าเสยี จากโรงงานอตุ สาหกรรมโดยไม่ผ่านการบาบัดน้าเสีย วธิ ีการดแู ลรกั ษาแหลง่ น้า 1. การใช้นา้ อย่างประหยดั ไม่ปลอ่ ยให้น้าสูญเสยี ไปโดยเปล่าประโยชนแ์ ละสามารถนาน้าทีใ่ ชแ้ ล้ว หมนุ เวียนกลับมาใชไ้ ด้ใหม่อีก 2. การรณรงค์ไมใ่ ห้มกี ารตัดไมท้ าลายปา่ และการดูแลควบคุมมใิ ห้มกี ารปล่อยสง่ิ สกปรกลงในแหลง่ นา้

53


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook