บทที่ 8 การสบื พันธ์ขุ องพืชดอก ไฮดรา
บทท่ี 8 การสืบพันธ์ุของพืชดอก สว่ นทีเ่ รียกวา่ ฝักบวั เมล็ดบวั และดีบัวเป็นโครงสรา้ งสว่ นใดของบัว และเก่ียวข้องกับการ สบื พันธข์ุ องบัวอย่างไร ??? ดอกท่ีมีลักษณะแตกตา่ งกันนนั้ มกี ระบวนการสบื พันธุ์ท่เี หมือนหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร และ เมอื่ พฒั นาไปเปน็ ผลและเมลด็ มนษุ ยน์ ามาใชป้ ระโยชน์ในดา้ นใดบ้าง
วดั ความรู้ก่อนเรียน
บทท่ี 8 การสืบพันธข์ุ องพืชดอก พชื ดอก (flowering plant หรอื angiosperm) หมายถึง พชื ที่เมอ่ื เจริญเติบโตเต็มท่ีแลว้ จะมดี อกใหเ้ ห็น พืชดอกจัดเป็นพืชชัน้ สูงท่มี อี วัยวะต่างๆ ครบสมบูรณ์ คือ ราก ลาต้น ใบ ตา ดอกและ เมล็ด มีไวเ้ พื่อสาหรบั ขยายพันธุ์พชื ดอกมอี ย่ทู ั่วไปหลายชนดิ มีทง้ั ท่อี ยู่บน บกและอยใู่ นนา้ พชื ดอก ถือว่ามวี ฒั นาการสงู ที่สุดในอาณาจกั พืช การสืบพนั ธแุ์ บบอาศยั เพศ ต้องมกี ารรวมกนั ของเซลลส์ บื พนั ธ์ุ ซงึ่ เกดิ ขนึ้ ในดอก ดอกจงึ เป็นอวัยวะสบื พันธข์ุ องพืชดอก
บทที่ 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนดิ ของผล 8.1.1 โครงสร้างและประเภทของดอก ดอกโดยทว่ั ไปมสี ว่ นประกอบ 4 ชั้น เรยี งเป็นวงบนฐานดอก (receptacle) 1) วงกลบี เล้ยี ง (calyx) - กลีบเล้ยี ง (sepal) 2) วงกลบี ดอก (corolla) filament ก้านเกสรเพศเมยี (style) - กลีบดอก (petal) stigma anther 3) วงเกสรเพศผู้ (androecium) ovary - เกสรเพศผู้ (stamen) 4) วงเกสรเพศเมีย (gynoecium) ovule - เกสรเพศเมีย (pistil)
บทท่ี 8 8.1 โครงสรา้ งของดอกและชนดิ ของผล 8.1.1 โครงสรา้ งและประเภทของดอก 1) กลบี เลย้ี ง (sepal) เปน็ กลบี รองดอก มกั มีสีเขียว ทาหน้าทีห่ มุ้ และปอ้ งกนั ดอกตูม
บทท่ี 8 8.1 โครงสรา้ งของดอกและชนดิ ของผล 8.1.1 โครงสร้างและประเภทของดอก 2) กลีบดอก (petal) กลีบดอกมักมสี ารสีทาใหม้ ีสีสัน เอาไว้ลอ่ แมลง และโคลนกลบี ดอกมัก มีต่อมผลิตนา้ หวาน
บทที่ 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนิดของผล 8.1.1 โครงสรา้ งและประเภทของดอก 3) เกสรเพศผู้ (stamen) ประกอบด้วย - การชูอับเรณู (filament) - อับเรณู (anther) ขา้ งในบรรจลุ ะอองเรณู ละอองเรณเู ปน็ เซลลส์ บื พนั ธเ์ุ พศผู้ ดอกทมี่ ีวิวฒั นาการสูงมักมจี านวนเกสรตวั ผนู้ ้อย
บทที่ 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนดิ ของผล 8.1.1 โครงสร้างและประเภทของดอก 4) เกสรเพศเมยี (pistil) ประกอบด้วย 3 ส่วน - รงั ไข่ (ovary) ภายในมี ออลวุล (ovule) 1 อันหรอื มากกว่า - กา้ นเกสรเพศเมีย (style) - ยอดเกสรเพศเมีย (stigma)
. . . . . . . . . . . . . . . . . .
บทที่ 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนดิ ของผล 8.1.1 โครงสร้างและประเภทของดอก กลบี เลี้ยงและกลบี ดอกของพืชบางชนิดมลี ักษณะคลา้ ยกัน เรยี กวา่ วงกลบี รวม เชน่ ดอกจาปี และดอกบวั จีน
บทที่ 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนดิ ของผล การจาแนกดอกตามส่วนประกอบ 1) ดอกสมบูรณ์ (complete flower) - ดอกทมี่ ีสว่ นประกอบครบทั้ง 4 สว่ น - เช่น ชบา พู่ระหง กหุ ลาบ มะเขือ
บทที่ 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนดิ ของผล การจาแนกดอกตามสว่ นประกอบ 2) ดอกไมส่ มบูรณ์ (incomplete flower) - ดอกท่มี สี ว่ นประกอบของดอกไม่ครบทั้ง 4 สว่ น - เช่น ดอกหนา้ ววั (ขาดกลบี เลยี้ งและกลีบดอก) ดอกบานเยน็ (ขาดกลีบดอก) โปย๊ เซียน (ขาดกลบี ดอก) ดอกหนา้ ววั ดอกบานเยน็ ดอกโป๊ ยเซียน
บทที่ 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนิดของผล การจาแนกดอกตามส่วนประกอบ 3) ดอกสมบรู ณเ์ พศ (perfect flower) เป็นดอกท่ีมเี กสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี อยู่ในดอกเดียวกนั เชน่ ชบา พรู่ ะหง กหุ ลาบ มะเขอื
บทท่ี 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนิดของผล การจาแนกดอกตามสว่ นประกอบ 4) ดอกไม่สมบูรณเ์ พศ (imperfect flower) อยู่ต่างดอกกนั เป็นดอกท่มี ีเกสรเพศผู้หรือเกสรเพศเมยี เพียงอย่างเดยี ว - ดอกท่มี เี กสรเฉพาะเพศผู้เรียกว่า ดอกเพศผู้ - ดอกที่มีเฉพาะเกสรเพศเมีย เรยี กวา่ ดอกเพศเมีย เช่น ดอกฟักทอง ดอกละหุ่ง ดอกมะละกอ
. . . . . . . . . . . . . . . . . .
บทท่ี 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนดิ ของผล ชนิดของดอก จาแนกตามตาแหนง่ ของรังไข่และวงกลบี 1) ดอกท่มี รี ังไข่เหนอื วงกลีบ (superior ovary) เชน่ มะเขอื ตะขบ จาปี พริก ถั่ว มะละกอ และสม้ ดอกส้ม ดอกพริก
บทที่ 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนิดของผล ชนิดของดอก จาแนกตามตาแหนง่ ของรงั ไขแ่ ละวงกลีบ 2) ดอกที่มรี ังไข่ใตว้ งกลบี (inferior ovary) เชน่ ตาลึง ฟักทอง แตงกวา บวบ ทับทมิ กลว้ ย และพลับพลงึ
บทท่ี 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนิดของผล ชนดิ ของดอก จาแนกตามจานวนดอกท่ีอยู่บนก้านดอก 1) ดอกเด่ยี ว (solitary flower) - ดอกไมท้ มี่ ดี อกอยู่เพยี งดอกเดียวบนกา้ นชูดอกเพียงก้านเดียว - เชน่ ดอกบวั ดอกชบา ดอกกุหลาบ ทิวลิป คณุ นายตน่ื สาย และจาปี
บทที่ 8 8.1 โครงสรา้ งของดอกและชนดิ ของผล ชนดิ ของดอก จาแนกตามจานวนดอกทีอ่ ยูบ่ นก้านดอก 2) ดอกชอ่ (inflorescences flower) - หลายๆ ดอกอยูบ่ นก้านดอกเดียวกันดอกแต่ละดอก เรียกวา่ ดอกย่อย - เชน่ ดอกผกากรอง ดอกหางนกยงู เขม็ และราชพฤกษ์ ดอกผกากรอง ดอกหางนกยงู
บทที่ 8 8.1 โครงสรา้ งของดอกและชนดิ ของผล ชนดิ ของดอก จาแนกตามจานวนดอกที่อยูบ่ นกา้ นดอก 3) ดอกรวม (composite flower) - เป็นดอกช่อชนดิ หน่ึง ซง่ึ จะประกอบดว้ ยดอกยอ่ ยเลก็ ๆ บนฐานรองดอกเดียวกนั เรียกว่า ฐานดอกรว่ ม (common receptacle) - มกี ้านชูดอกอนั เดียวกนั มองดคู ล้ายดอกเดย่ี ว เชน่ บานชน่ื ดาวกระจาย ทานตะวัน ดาวเรือง บานชื่น ดาวกระจาย
บทท่ี 8 8.1 โครงสรา้ งของดอกและชนิดของผล ชนิดของดอก ดอกรวม (composite flower) บานช่ืน
. . . . . . . . . . . . . . . . . .
บทที่ 8 กจิ กรรม 8.1 โครงสรา้ งของดอกและชนดิ ของผล เลอื กดอกไมม้ าอยา่ งน้อย 3 ชนิด จาแนกประเภทของดอกโดยใช้เกณฑต์ ่าง และออกแบบตารางบันทกึ ผล การทากิจกรรม กลมุ่ ของดอก จานวนดอกบน สว่ นประกอบท่ีเป็นโครงสรา้ ง จานวน จานวนรัง ตาแหนง่ (ตัวแทนของ ก้านดอก หลัก เกสร ไข่ในแต่ รงั ไข่ ชนดิ ดอก) ดอก ดอกช่อ กลบี กลีบ เกสร เกสร เพศ เพศ ละดอก เด่ยี ว เลี้ยง ดอก เพศผู้ เพศเมยี ผู้ เมีย 1. ดาวเรือง 1 1 1 ใตว้ งกลีบ หรือ เหนอื วงกลบี 2. ราชพฤกษ์ 3. พรกิ คาถามท้ายกิจกรรม 1) จานวนเกสรเพศผ้แู ละเกสรเพศเมยี ในดอกแตล่ ะชนดิ มีจานวนเท่ากนั หรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร 2) จานวนรังไข่ในแตล่ ะดอกของพืชต่างชนดิ กนั มจี านวนเทา่ กันหรอื ไม่ อย่างไร
บทท่ี 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนดิ ของผล 8.1.2 ชนดิ ของผล 1) ผลเดี่ยว (simple fruit) - มาจากดอก 1 ดอกท่มี ีรังไข่ 1 รงั ไข่/1 ดอก ดอกเดีย่ วหรอื ช่อกไ็ ด้ (ชอ่ จะเปน็ พวง) - ผลเด่ียวจากดอกเดี่ยว เชน่ ตะขบ สม้ ทุเรยี น มะเขอื ตอ้ ยยงิ่ - ผลเดย่ี วจากดอกช่อ เช่น ลาไย องนุ่ มะพรา้ ว ลนิ้ จี่ เงาะ กระถิน ผลเดี่ยวจากดอกเดี่ยว ผลเด่ียวจากดอกชอ่
บทที่ 8 8.1 โครงสรา้ งของดอกและชนิดของผล 8.1.2 ชนดิ ของผล 2) ผลกลุ่ม (aggregate fruit) - มาจากดอกที่มเี กสรเพศเมียมากกว่า 1 อัน อยบู่ นฐานรองดอกเดียวกนั (มีรังไขม่ ากกว่า 1 รงั ไข่) - ผลยอ่ ยแยกจากกัน เช่น จาปี จาปา การเวก กระดังงา - ผลยอ่ ยเช่ือมติดกนั คล้ายผลเดย่ี ว เช่น นอ้ ยหนา่ บัวหลวง สตรอเบอรี กระดังงาหรือการเวก จาปี ผลยอ่ ยเชอ่ื มตดิ กัน ผลย่อยแยกจากกัน จาปา
บทท่ี 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนิดของผล 8.1.2 ชนดิ ของผล 3) ผลรวม (multiple fruit) - เกดิ จากดอกชอ่ ซ่ึงแตล่ ะดอกย่อยเชื่อมรวมกนั แน่น - รังไข่เหล่านีจ้ ะกลายเปน็ ผลย่อยๆ เช่อื มรวมกนั แน่นจนคล้ายเป็นผลเด่ยี ว - ไดแ้ ก่ สบั ปะรด ขนุน มะเดอ่ื ยอ หม่อน สาเก เป็นตน้ สาเก มะเด่อื
บทที่ 8 8.1 โครงสร้างของดอกและชนิดของผล สรุปสง่ ทา้ ย ชนดิ ของดอกและจานวนรงั ไข่ภายในดอกมีความสัมพนั ธก์ บั ชนิดของผล คือ - รงั ไข่ 1 รังไข่ ท่ีอยู่ในดอกเด่ียว 1 ดอก หรือดอกยอ่ ย 1 ดอกในดอกช่อ เมอื่ เจรญิ เปน็ ผลผลนัน้ จะเป็นผลเดี่ยว - รังไข่หลายรังไข่ทีอ่ ยู่ในดอกเด่ยี ว 1 ดอกเมอ่ื เจริญเป็นผล ผลนน้ั จะเปน็ ผลกลมุ่ - รงั ไขข้ องดอกยอ่ ยแตล่ ะดอกที่อยูช่ ิดกนั แนน่ จะเจริญร่วมกันขน้ึ มาเป็นผลยอ่ ยทอ่ี ยู่ เบียดชิดกนั บนแกนชอ่ ดอกจนดคู ลา้ ยเป็นผล 1 ผล ผลนนั้ จะเป็นผลกลุ่ม
. . . . . . . . . . . . . . . . . .
บทที่ 8 8.2 วฏั จักรชวี ติ แบบสลับของพืชดอก 8.2 วฏั จักรชีวิตแบบสลับของพชื ดอก เมล็ด ออวลุ ผล รงั ไข่ สเปิรม์ (sperm) ไซโกต (zygote) เอ็มบรโิ อ (embryo) เซลล์ไข่ (ovule) (อยู่ในเมลด็ )
บทที่ 8 8.2 วัฏจกั รชวี ิตแบบสลบั ของพืชดอก 8.2 วัฏจักรชวี ติ แบบสลับของพืชดอก เม่อื เอ็มบริโอเจริญเปน็ พืชตน้ ใหม่ แล้วออก ดอก และสบื พันธต์ุ ่อไปจนได้เมล็ดอกี ครั้ง จะ หมนุ เวียนเปน็ วัฏจกั รชีวิต (life cycle) วัฏจกั รชวี ติ ของพชื เป็นวัฏจักรชวี ติ แบบสลับ (alternation of generation) มี 2 ระยะ คือ sporophyte (2n) และ gametophyte (n)
บทท่ี 8 8.2 วัฏจักรชวี ิตแบบสลบั ของพืชดอก วฏั จกั รชีวติ แบบสลบั ของพืช พืชจะดารงชวี ิตอยใู่ นระยะสปอโรไฟต์ มโี ครโมโซม 2 ชดุ (2n) เรยี ก ดพิ ลอยด์
บทท่ี 8 8.2 วฏั จกั รชีวิตแบบสลับของพชื ดอก วัฏจักรชวี ิตแบบสลบั ของพชื มีการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซีส เพอ่ื สร้างสปอร์ โครโมโซมลดเหลอื ครึ่งหนึ่ง (n) เรยี ก แฮพลอยด์
บทท่ี 8 8.2 วฏั จกั รชีวติ แบบสลบั ของพชื ดอก วฏั จกั รชีวติ แบบสลบั ของพืช สปอร์ท่สี ร้างแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซีส เพอ่ื สรา้ งเซลล์สบื พันธ์ุ (gamete : n)
บทที่ 8 8.2 วัฏจกั รชีวิตแบบสลบั ของพืชดอก วฏั จกั รชีวิตแบบสลับของพชื เมื่อการปฏสิ นธิของเซลลส์ ืบพันธไุ์ ด้ไซโกต ทาให้โครโมโซมเป็นดพิ ลอยด์อกี คร้งั
บทที่ 8 8.2 วัฏจักรชีวิตแบบสลับของพชื ดอก วฏั จักรชีวิตแบบสลบั ของพชื ไซโกตแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสี เพื่อการเจริญเตบิ โต จนอยู่ในระยะสปอโรไฟตอ์ ีกคร้งั
. . . . . . . . . . . . . . . . . .
บทท่ี 8 8.2 วฏั จกั รชีวติ แบบสลบั ของพชื ดอก วฏั จกั รชวี ิตแบบสลบั ของพชื ไรด้ อก เฟิร์นเปน็ พืชที่มที ่อลาเลียงไร้เมล็ด (ตน้ เฟิรน์ ทเ่ี ห็นเป็นสปอโรไฟต์) เมื่อสปอโรไฟโตเต็มท่ี จะมีโครงสร้างทีส่ ร้างสปอร์ เม่อื แกจ่ ะมกี ารกระจายสปอร์ ในสภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสม สปอร์จะงอกเจริญเปน็ แกมโี ทไฟต์ ซึ่งจะมโี ครงสรา้ งทีส่ รา้ งเซลล์สืบพนั ธุต์ อ่ ไป
บทท่ี 8 8.2 วฏั จกั รชวี ิตแบบสลบั ของพชื ดอก วฏั จกั รชวี ติ แบบสลับของเฟิรน์ sporophyte (2n) gametophyte (n)
. . . . . . . . . . . . . . . . . .
บทที่ 8 8.2 วฏั จักรชวี ติ แบบสลบั ของพืชดอก วฏั จกั รชวี ติ แบบสลับของพืชดอก sporophyte (2n) gametophyte (n)
. . . . . . . . . . . . . . . . . .
บทที่ 8 8.2 วัฏจักรชีวติ แบบสลับของพชื ดอก คาถาม การกระจายสปอรข์ องเฟริ น์ และพชื ดอกแตกตา่ งกันอยา่ งไร มคี วามแตกตา่ งกันคอื การกระจายสปอร์ของเฟริ ์น สปอรจ์ ะหลดุ ออกจาก ระยะสปอโรไฟต์ และสปอร์จะงอกแล้วเจริญเป็นแกมโี ทไฟตอ์ ย่างอสิ ระ ส่วน การกระจายสปอร์ของพชื ดอกน้ัน สปอร์จะไม่ไดห้ ลดุ ออกจากระยะสปอโรไฟต์ เม่ือสปอรพ์ ฒั นาเปน็ แกมโี ทไฟต์ แกมโี ทไฟตข์ องพชื ดอกจึงไม่ไดอ้ ย่อู ยา่ งอิสระ แต่จะอยภู่ ายในดอกจนกว่าจะเกิดการปฏิสนธิ
บทที่ 8 8.3 การสบื พนั ธ์ุแบบอาศัยเพศของพืชดอก รูห้ รือไม่ พืชหลายปี (perennial plant) เป็นพืชทใี่ ชเ้ วลาหลายปใี นการเจรญิ เตบิ โต ตลอดช่วงชีวิตออก ดอกไดห้ ลายครัง้ แต่มพี ืชบางชนดิ แม้อายุยาวหลายปแี ตอ่ อกดอกได้คร้งั เดียวในชวี ิต เชน่ ไผ่ บางชนิด และต้านลาน เมอ่ื ออกดอกและติดผลแล้วก็จะยืนตน้ ตาย ไผป่ ่ า ตน้ ลาน รอออกดอก-ผล นานกว่า 50-60 ปี
บทท่ี 8 8.3 การสบื พันธุแ์ บบอาศยั เพศของพชื ดอก 8.3.1 การสร้างไมโครสปอร์ และเมกะสปอร์ และการสรา้ งเซลลส์ บื พันธุ์ คาศัพท์ท่ีควรรู้กอ่ นเขา้ สเู่ นื้อหา คาศพั ท์ ความหมาย คาศพั ท์ ความหมาย microgametogenesis การสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธุเ์ พศผู้ megagametogenesis การสรา้ งเซลลส์ บื พันธ์ุเพศเมยี anther อบั เรณู ovule ออวุล (อยูใ่ นรังไข่) microspore mother cell เซลลต์ น้ กาเนิดเซลลส์ บื พันธุเ์ พศผู้ megaspore mother cell เซลลต์ ้นกาเนดิ เซลล์สบื พนั ธเ์ุ พศเมยี microspore สปอร์ทจ่ี ะพฒั นาเป็นแกมีโทไฟต์ megaspore สปอร์ทจ่ี ะพัฒนาเปน็ แกมีโทไฟต์ generative nucleus เจเนอเรทฟี นิวเคลยี ส micropyle ชอ่ งไมโครไพล์ tube nucleus ทวิ บน์ วิ เคลยี ส antipodals แอนตโิ พแดล (3 เซลล์) pollen grain ละอองเรณู polar nuclei cell เซลลโ์ พลาร์นวิ คลีไอ (1เซลลต์ รงกลาง) male gametophyte แกมโี ทไฟต์เพศผู้ egg cell เซลลไ์ ข่ (1 เซลล์ตรงไมโครไฟล)์ synergids ซินเนอร์จดิ ส์ (2เซลล์อยขู่ า้ งเซลลไ์ ข่) embryo sac ถุงเอ็มบรโิ อ female gametophyte แกมีโทไฟตเ์ พศเมีย
บทที่ 8 8.3 การสืบพนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศของพืชดอก การสรา้ งเซลลส์ ืบพนั ธ์ุเพศผู้ ภายในอับเรณู มีกลุ่มเซลล์ เรยี กว่า ไมโครสปอร์ 1 อบั เรณู มาเทอร์เซลล์ (microspore mother cell) (2n) 1 ไมโครสปอรม์ าเทอร์เซลล์ (2n) ไมโครสปอรม์ าเทอร์เซลล์แต่ละเซลลจ์ ะแบง่ 2 เซลลแ์ บบไมโอซสิ 2 การสรา้ งเซลล์สืบพันธเ์ุ พศผู้ ไมโอซิส (microgametogenesis) ไดเ้ ซลล์ใหม่เรยี กวา่ ไมโครสปอร์ 3 (microspore) (n) จานวน 4 เซลล์ ไมโครสปอร์ (n) 3 แต่ละไมโครสปอร์จะแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิส เซลลท์ วิ บ์ 1 ครง้ั ได้ 2 เซลล์ คอื เซลล์เจเนอเรทีฟ 4 ไมโทซสิ เซลลเ์ จเนอเรทฟี (generative cell) และเซลลท์ วิ บ์ (tube cell) 4 5 เรณู ได้เรณู (pollen) หรือแกมโี ทไฟต์เพศผู้ (male gametophyte) เมื่อเรณแู กเ่ ตม็ ที่ อบั เรณูจะ 5 แตกออกทาให้เรณูกระจายออกไป
. . . . . . . . . . . . . . . . . .
บทท่ี 8 8.3 การสืบพนั ธ์ุแบบอาศัยเพศของพชื ดอก การสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธ์ุเพศเมยี 1 ภายในรงั ไข่มอี อวุล และภายในออวลุ มีเซลลท์ เี่ รียกว่า เมกะสปอร์ 1 มาเทอร์เซลล์ (megaspore mother cell) (2n) ไมโอซิส รงั ไข่ 2 เมกะสปอร์มาเทอรเ์ ซลลแ์ บ่งเซลลแ์ บบไมโอซสิ ได้เมกะ สปอร์ (megaspore) (n) จานวน 4 เซลล์ เมกะสปอร์มาเทอร์เซลล์ (2n) 2 3 เมกะสปอรจ์ ะสลายไป 3 เซลล์ เหลอื เพียง 1 เซลล์ เมกะสปอร์ (2n) การสร้างเซลลส์ บื พนั ธเ์ุ พศ 3 4 เมกะสปอร์ทเ่ี หลือ 1 เซลล์ จะขยายขนาดแลว้ แบง่ เซลล์ แบบไมโทซิส 3 ครัง้ ได้จานวน 7 เซลล์ 8 นวิ เคลยี ส เมยี (megagametogenesis) ไมโทซสิ 5 ทัง้ 8 นิวเคลียส อยู่ในตาแหนง่ ต่าง ๆ ดังนี้ • 3 เซลล์ อยู่ตรงข้ามกบั ไมโครไพล์ เรียกวา่ แอนตโิ พแดล แอนตโิ พแดล (antipodal) 4 • 3 เซลล์ อยดู่ ้านเดยี วกบั ไมโครไพล์โดย 1 เซลล์ ทาหน้าท่ี เปน็ เซลลไ์ ข่ (egg) สว่ นอกี 2 เซลล์จะอยดู่ า้ นขา้ งของ เซลล์ไข่ เรียกว่า ซนิ เนอรจ์ ิด (synergid) ซินเนอรจ์ ิด โพลารน์ วิ คลีไอ • 1 เซลลต์ รงกลาง เรยี กวา่ โพลารน์ ิวคลไี อ (polar nuclei) เซลล์ไข่ โครงสร้างทงั้ หมดน้ี เรยี กว่า ถุงเอม็ บรโิ อ (embryo sac) หรือ 5 แกมโี ทไฟต์เพศเมีย (female gametophyte)
. . . . . . . . . . . . . . . . . .
บทท่ี 8 8.3 การสบื พันธ์ุแบบอาศัยเพศของพชื ดอก ตอบคาถามหนอ่ ย (หนา้ 18) การแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสี ของเมกะสปอร์มาเทอรเ์ ซลล์มผี ลอยา่ งไรต่อลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของพืชใน รนุ่ ตอ่ ไป ตอบ พืชรนุ่ ต่อไปจะมีลักษณะทางพนั ธุกรรมท่ีหลากหลาย ถ้าเรม่ิ จากไมโครสปอรม์ าเทอรเ์ ซลล์ 1 เซลล์และเมกะสปอรม์ าเทอรเ์ ซลล์ 1 เซลล์ เมอ่ื มีการสร้างสปอร์ และพัฒนาไปเปน็ แกมโี ทไฟต์ จะได้เรณูและถงุ เอม็ บรโิ อจานวนเท่ากันหรอื ไม่ ตอบ ไมเ่ ทา่ กัน จะไดเ้ รณู 4 อนั และถงุ เอ็มบริโอ 1 อัน เนอื่ งจากเมกะสปอร์สลายไป 3 เซลล์ เหลอื เพียง 1 เซลลท์ ีพ่ ัฒนาไปเปน็ ถงุ เอ็มบริโอ
Search