Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

112

Published by วีรสิทธิ์ หารัญดา, 2019-04-15 03:27:50

Description: 112

Search

Read the Text Version

46 36. วัสดุในขอ้ ใดใช้ระยะเวลำย่อยสลำยมำกกวำ่ 500 ปี ก. ถงุ พลำสตกิ ข. รองเท้ำหนัง ค. โฟมบรรจุอำหำร ง. กระปอ๋ งอะลูมิเนยี ม 37. ข้อใดกล่ำวถูกต้อง ก. ขวดแกว้ ไมส่ ำมำรถยอ่ ยสลำยได้เลย ข. ไม้ สำมำรถย่อยสลำยได้ภำยใน 5 ปี ค. ผำ้ ฝ้ำย สำมำรถยอ่ ยสลำยได้ภำยใน 1 ปี ง. กระดำษ สำมำรถย่อยสลำยไดภ้ ำยใน 1 เดอื น 38. ข้อดีของกำรกำจัดวัสดุทใี่ ช้แลว้ โดยใชเ้ ตำเผำ คอื ขอ้ ใด ก. เปน็ ระบบที่ไมย่ ุง่ ยำกซบั ซ้อน ข. ไมม่ เี ศษเหลอื ตกค้ำงทจ่ี ะตอ้ งนำไปกำจัดต่อไป ค. ส่วนท่เี หลอื จำกกำรเผำไหม้ (ขี้เถำ้ ) สำมำรถนำไปถมท่ดี ินได้ หรือทำวัสดุกอ่ สร้ำงได้ ง. สำมำรถกำจดั วสั ดไุ ดท้ ุกประเภท ทกุ ขนำด ยกเว้นของเสยี อันตรำยและของเสยี ตดิ เช้อื 39. ขอ้ ใดเป็นวิธกี ำรกำจัดวัสดุท่ใี ช้แลว้ ทถี่ กู ต้องตำมหลักสุขำภิบำล ก. อว้ นนำเศษผำ้ ท่ีใชไ้ มไ่ ด้แลว้ ไปทำกำรฝังกลบ ข. หน่อยนำถุงพลำสติกท่ีใช้แล้วไปเผำกลำงแจง้ ค. จอยนำเศษอิฐท่ีเหลอื จำกกำรสร้ำงบำ้ นไปทงิ้ ในทะเล ง. เบนซ์นำเศษอำหำรท่เี หลอื จำกกำรประกอบอำหำรไปทง้ิ ไว้บนดนิ

47 40. เพรำะเหตใุ ดกำรกำจัดวัสดทุ ่ีใชแ้ ลว้ โดยวธิ ีกำรฝังกลบแบบพื้นรำบจึงจำเป็นต้องทำคันดนิ ตำมแนวขอบพืน้ ท่ี ก. เพอ่ื ป้องกันไมใ่ ห้เกิดกำรปนเปอ้ื นตอ่ นำ้ ใตด้ ิน ข. เพอื่ ป้องกันแมลง และสตั ว์ทเ่ี ป็นพำหนะนำโรค ค. เพื่อป้องกันกำรปนเป้ือนของนำ้ เสยี จำกวสั ดทุ ่ีใช้แล้วลงสู่น้ำใต้ดนิ ง. เพอ่ื ป้องกันนำ้ เสยี ทเ่ี กิดจำกกำรย่อยสลำยของวัสดไุ ม่ให้ซึมออกมำด้ำนนอก

48 เฉลยและแนวตอบกจิ กรรม

49 เฉลยกิจกรรมทา้ ยหนว่ ยท่ี 1 วสั ดุในชวี ติ ประจาวนั กิจกรรมที่ 1 อธิบายความหมายของวสั ดศุ าสตร์ มาพอสงั เขป ตอบ วัสดุศาสตร์ หมายถงึ การศกึ ษาองค์ความรู้ท่ีเก่ียวข้องกบั วัสดุ ที่นามาใช้ ประกอบกนั เป็นชิน้ งาน ตามการออกแบบ มตี วั ตน สามารถสัมผัสได้ กิจกรรมท่ี 2 2.1 อธิบายความหมายของวัสดุธรรมชาติ พร้อมยกตวั อยา่ ง 5 อย่าง ตอบ วัสดุธรรมชาติ หมายถงึ วัสดุที่ได้มาจากสง่ิ ทม่ี ีอยู่ในธรรมชาติ แบง่ ออกเป็น 1. วสั ดุท่ไี ดจ้ ากสงิ่ มชี วี ติ เช่น ไม้ เปลอื กหอย ขนสัตว์ ใยไหม และ หนงั สัตว์ เปน็ ต้น 2. วัสดทุ ีไ่ ด้จากส่ิงไม่มชี ีวิต เชน่ ดินเหนยี ว หนิ ปนู ศลิ าแลง กรวด และ ทราย เป็นตน้ (ผู้เรียนอาจตอบนอกเหนอื จากนไี้ ด้) 2.2 อธิบายความหมายของวสั ดสุ ังเคราะห์ พร้อมยกตัวอย่าง 5 อย่าง ตอบ วัสดุสังเคราะห์ หมายถึง วัสดุที่เกิดจากกระบวนการทางเคมี เช่น พลาสติก เสน้ ใยสงั เคราะห์ ยางสงั เคราะห์ โฟม และผงซกั ฟอก เปน็ ตน้ (ผู้เรียนอาจตอบนอกเหนอื จากนไี้ ด้)

50 กิจกรรมท่ี 3 วเิ คราะห์สิ่งของเครือ่ งใช้ต่อไปน้ีแลว้ เขยี นเคร่ืองหมายถูก  ลงในตารางประเภท ของวัสดใุ ห้ถกู ต้อง ตอบ ส่ิงของเครือ่ งใช้ ทาจากวัสดุ ประเภทวสั ดุ 1. วัสดุธรรมชาติ วัสดสุ ังเคราะห์ โลหะ  2. ดินเผา  3. ไม้  4. แก้ว  5.  ผ้าทอหรือสิง่ ทอ

51 กิจกรรมท่ี 4 จับคกู่ ารนาวัสดุไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวัน ต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง ตอบ 1. วสั ดุท่ีมีความยดื หยนุ่ ก. ทาภาชนะหงุ ตม้ เช่น หมอ้ กระทะ กาต้มนา้ 2. วัสดทุ ม่ี ีความแขง็ ข. ทาของเล่นและของใชต้ า่ ง ๆ เชน่ ยางรัดของ 3. วสั ดุทม่ี คี วามเหนยี ว ค. ทาโครงสร้างอาคาร เครอ่ื งบิน รถยนต์ เครื่องมอื ช่างตา่ ง ๆ 4. วสั ดทุ ม่ี ีสมบตั ินาความ ง. ทาสายไฟ ปลัก๊ ไฟ ส่วนประกอบของ ร้อน เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้า 5. วัสดุทม่ี สี มบตั นิ าไฟฟ้า จ. ทาโซ่ รอก เส้นลวด มุ้งลวด ภาชนะตา่ ง ๆ สายเบด็ ตกปลา ขึงไม้เทนนิส ไม้แบดมนิ ตัน

52 กิจกรรมที่ 5 ให้ผ้เู รียนยกตวั อยา่ งการนาวสั ดุไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั ตอ่ ไปน้ี ตอบ ผู้เรยี นอาจตอบนอกเหนอื จากนี้ได้ เสาบา้ น แกว้ นา้ ไม้ เฟอรน์ เิ จอร์ แกว้ จาน ต้เู สอื้ ผ้า กระจกรถยนต์ พลาสติก ตะกร้า โลหะ หม้อ กลอ่ งใส่อาหาร กระทะ ถังนา้ ใบมดี ผา้ ทอหรือสง่ิ ทอ ผ้าห่ม รองเทา้ ผ้าเช็ดหนา้ เสอื้ ผา้ ยาง ถงุ มือ สายยาง

53 เฉลยกิจกรรมท้ายหน่วยที่ 2 สมบัติของวสั ดุ กจิ กรรมท่ี 1 ความแข็ง ให้ผเู้ รียนทาการทดลองเพื่ออธิบายเกยี่ วกับสมบตั คิ วามแข็ง แลว้ บนั ทึกผล ตอบ บนั ทึกผลการทดลอง การทดลอง ผลการสังเกต การทดลอง ผลการสงั เกต 1. ใช้ยางลบถูบน ไมเ่ กดิ รอย ใช้ยางลบถูบนไม้ ไม่เกิดรอย . . ไมบ้ รรทดั เหลก็ . . 2. ใช้ขอบไมบ้ รรทดั เหล็ก เกิดรอย ใชข้ อบไมบ้ รรทดั เหล็ก เกดิ รอย .. ขูดยางลบ . ขูดบนไม้ . 3. ใชไ้ มข้ ูดบนยางลบ เกิดรอย ใช้ไม้ขดู บน ไม่เกดิ รอย . . ไมบ้ รรทดั เหล็ก . สรปุ ผลการทดลอง ยางลบมีความแข็งน้อยกว่าไมบ้ รรทดั เหล็ก และไม้ เน่อื งจากเมือ่ ถูกขูดกับวสั ดุอืน่ จะเกิดรอย ไม้บรรทัดเหล็กมคี วามแข็งมากกว่ายางลบและไม้ จึงไมเ่ กิดรอยเม่อื ขดู กับวัสดุอ่ืนๆ คาถามประกอบกิจกรรม 1. วัสดุชนิดใดมีความแขง็ น้อยทีส่ ดุ สงั เกตจากอะไร ตอบ วัสดทุ ม่ี คี วามแข็งนอ้ ยที่สดุ คือ ยางลบ เนื่องจากเมอ่ื ขดู กับวัสดอุ นื่ จะเกดิ รอย 2. วัสดชุ นิดใดมคี วามแข็งมากท่สี ุด สังเกตจากอะไร ตอบ วสั ดทุ มี่ คี วามแข็งมากท่ีสุด คือ ไม้บรรทัดเหล็ก เนือ่ งจากไมเ่ กิดรอยเม่อื ขูดกับวัสดอุ ่ืน ๆ 3. ยกตัวอยา่ งของใช้ท่ีทาจากวัสดุทม่ี คี วามแข็งแรง ตอบ ตัวอยา่ งของใชท้ ี่ทาจากวัสดุทีม่ คี วามแขง็ แรง เชน่ โครงหลงั คา รถยนต์ เครอ่ื งมอื ช่าง เปน็ ตน้ (ผู้เรียนอาจตอบนอกเหนือจากนไ้ี ด้)

54 กจิ กรรมท่ี 2 ความเหนียว ใหผ้ ูเ้ รียนทาการทดลองเพื่ออธบิ ายเกย่ี วกบั สมบตั คิ วามเหนยี ว แลว้ บันทกึ ผล การทดลอง ตอบ บันทกึ ผลการทดลอง จานวนถงุ ทราย (ถุง) ขนึ้ อยู่กบั การทดลอง วสั ดุ ขึ้นอยกู่ ับการทดลอง 1. เชือกฟาง ขึน้ อยกู่ บั การทดลอง 2. เสน้ ดา้ ย 3. เสน้ เอ็น สรุปผลการทดลอง จากการทดลองถ้า วัสดุเส้นใดขาดกอ่ น แสดงว่ามีความเหนียวนอ้ ยกวา่ คาถามประกอบกจิ กรรม 1. วัสดุชนิดใดมคี วามเหนียวมากทีส่ ดุ ตอบ วัสดทุ ม่ี ีความเหนียวมากทส่ี ดุ คือ เสน้ เอ็น เนื่องจากสามารถรับน้าหนกั ไดม้ ากแลว้ จงึ ขาด 2. วธิ ที ใ่ี ช้ทดสอบความเหนยี ว ในกิจกรรมนคี้ อื อะไร ตอบ วธิ ีทีใ่ ช้ทดสอบความเหนียว ในกจิ กรรมนี้ คือ ความสามารถในการรับนา้ หนักไดม้ าก (จานวนถงุ ทราย)

55 กจิ กรรมที่ 3 ความยดื หยุ่น ใหผ้ ู้เรียนทาการทดลองเพื่ออธบิ ายเกีย่ วกับสมบัตคิ วามยดื หยนุ่ แลว้ บนั ทึกผล การทดลอง ตอบ บันทึกผลการทดลอง ชนิดของวัสดุ เรม่ิ ตน้ (ชม.) ความยาว (ชม.) ขณะดงึ หลังจากปลอ่ ย ไม้ 10 เชอื ก 10 10 10 ยางรดั ของ 10 10 10 กระดาษ 10 ลูกโปง่ ใบใหญ่ 10 10 10 สรปุ ผลการทดลอง ยางรัดของ และลูกโปง่ ใบใหญ่ มีสภาพความยดื หยุน่ เพราะเม่ือออกแรงดึงแล้ว มีความยาวเพ่ิมขึ้นและเมือ่ หยดุ ออกแรงดึงแล้ว ความยาวกลบั ส่สู ภาพเดมิ ส่วน ไม้ เชือก และกระดาษ ไมม่ สี ภาพความยืดหยุน่ เพราะเม่อื ออกแรงดงึ แลว้ ความยาวไม่เพ่มิ ขึ้น หรือรูปรา่ งไม่กลับสภาพเดิม คาถามประกอบกิจกรรม 1. วสั ดชุ นดิ ใดบ้างที่ขณะออกแรงดึงแลว้ ความยาวเปล่ียนไป ตอบ วัสดุท่ีขณะออกแรงดงึ แล้ว ความยาวเปล่ียนไป คือ ยางรดั ของ ลูกโป่ง ใบใหญ่ 2. ผเู้ รียนคดิ ว่าเพราะเหตุใด “ความยาวขณะดงึ ของวัสดุไมเ่ ท่ากนั ” ตอบ ความยาวขณะดึงของวสั ดุไม่เทา่ กัน เพราะ วัสดุแต่ละชนดิ มคี ุณสมบตั ิดา้ นความยืดหยนุ่ ไมเ่ ทา่ กนั เมือ่ อออกแรงดึงและวดั ความยาวจงึ ไดไ้ ม่เท่ากนั 3. วัสดุมีสภาพอย่างไรถา้ ความยาวของวัสดกุ ่อนออกแรงกระทาเท่ากับความยาวของวสั ดุ หลงั ออกแรงกระทา ตอบ แสดงวา่ วัสดุมสี ภาพความยืดหยุ่น

56 4. วสั ดุมสี ภาพอย่างไร ถ้าความยาวของวสั ดุหลงั ออกแรงกระทายาว กวา่ กอ่ นออกแรงกระทา ตอบ แสดงว่า วัสดุไม่มสี ภาพความยืดหยุ่น 5. ถ้าผู้เรียนมีความจาเป็น หรอื ตอ้ งการทจ่ี ะใชว้ ัสดทุ ่ีมอี ยใู่ นการทดลองเพื่อใช้รัดถุงใสข่ อง ผเู้ รยี นจะเลอื กใชว้ สั ดุชนิดใด เพราะอะไร ตอบ เลอื ก ยาง เพราะมีสภาพความยืดหยุ่น สามารถรดั ถงุ ไดแ้ น่น

57 กจิ กรรมที่ 4 การนาความรอ้ น ให้ผ้เู รียนทาการทดลองเพ่ืออธบิ ายเก่ยี วกบั สมบัติการนาความร้อน แลว้ บนั ทึกผล ตอบ บันทกึ ผลการทดลอง การทดลอง ความรูส้ กึ ขณะจบั วสั ดุ รอ้ น ไม่ร้อน 1. จับปลายชอ้ นพลาสตกิ 2. จบั ปลายช้อนโลหะ  3. จับปลายตะเกียบ   สรุปผลการทดลอง เม่ือจบั ปลายชอ้ นพลาสตกิ ปลายชอ้ นโลหะ และปลายตะเกยี บเปรียบเทียบ ความรสู้ กึ รอ้ นขณะจบั วสั ดุ พบวา่ เมอ่ื จบั ปลายชอ้ นพลาสติกและปลายตะเกยี บ จะไม่รู้สึกรอ้ น แตเ่ ม่ือจบั ปลายช้อนโลหะจะรสู้ ึกร้อนมาก ท้งั ๆ ทว่ี ัสดุท้งั 3 ชนิด ได้รับความร้อนที่บริเวณ ปลายด้านหนง่ึ เหมอื นกนั แสดงวา่ โลหะนาความรอ้ นได้ดกี ว่าพลาสติก และไม้ คาถามประกอบกจิ กรรม 1. จากการทดลองวสั ดชุ นดิ ใดนาความรอ้ นไดด้ ีท่ีสุด ตอบ วัสดทุ ีน่ าความรอ้ นได้ดที ่สี ดุ คือ ชอ้ นโลหะ 2. จากการทดลองวสั ดุชนดิ ใดไมน่ าความร้อน ตอบ วัสดทุ ่ีไมน่ าความร้อน คือ ช้อนพลาสติกและตะเกยี บ 3. วัสดทุ ่ีความรอ้ นผ่านไดด้ ี เรยี กว่าอะไร ตอบ วสั ดุท่ีความรอ้ นผ่านไดด้ ี เรียกวา่ ตวั นาความรอ้ น 4. วัสดทุ ี่ไมน่ าความรอ้ นหรือนาความรอ้ นน้อย เรียกวา่ อะไร ตอบ วสั ดทุ ่ีไม่นาความร้อนหรือนาความรอ้ นนอ้ ย เรียกว่า ฉนวนความรอ้ น 5. ผ้เู รียนคดิ วา่ เพราะเหตุใดวัสดจุ งึ มีความร้อนไมเ่ ท่ากนั ตอบ เพราะว่า วัสดุแตล่ ะชนดิ สามารถนาความร้อนได้แตกตา่ งกันและบางชนดิ ไม่นาความร้อน วสั ดทุ น่ี าความร้อนได้ดีจะถ่ายเทพลงั งานความร้อนไดเ้ รว็ และมาก เมื่อวสั ดุชนิดนั้นได้รบั ความ รอ้ นทีบ่ ริเวณใดบริเวณหน่ึง จะถา่ ยโอนความร้อนไปสู่บรเิ วณอืน่ ดว้ ย

58 กิจกรรมที่ 5 การนาไฟฟ้า บันทึกผล ใหผ้ ูเ้ รียนทาการทดลองเพ่ืออธบิ ายเกยี่ วกับสมบตั ิการนาไฟฟา้ ของวสั ดแุ ล้ว ตอบ บันทกึ ผลการทกลอง ผลการสังเกตทห่ี ลอดไฟ หลอดไฟสวา่ ง หลอดไฟไม่สวา่ ง วสั ดุ  1. ชอ้ นโลหะ 2. ตะเกียบ  3. เหรยี ญบาท 4. ไมบ้ รรทดั เหล็ก  5. ไมบ้ รรทดั พลาสติก  6. ดนิ สอ 7. แกว้  8. ปากกา    สรุปผลการทดลอง วัสดุทีน่ ามาต่อเข้ากบั วงจรไฟฟา้ แลว้ หลอดไฟสวา่ ง จัดเป็นตัวนาไฟฟ้า วัสดทุ ่ีนามาต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าแล้วหลอดไฟไม่สว่าง จดั เปน็ ตัวฉนวนไฟฟ้า คาถามประกอบกจิ กรรม 1. จากการทดลองวัสดุใดจดั วา่ เปน็ ตัวนาไฟฟา้ และวสั ดใุ ดจัดว่าเป็นฉนวนไฟฟา้ ตอบ วัสดทุ ่จี ดั ว่าเป็นตัวนาไฟฟ้า ได้แก่ ช้อนโลหะ เหรยี ญบาท และไมบ้ รรทัดเหลก็ วัสดุทีจ่ ัดวา่ เป็นฉนวนไฟฟา้ ไดแ้ ก่ ตะเกียบ ปากก ดนิ สอ แกว้ ไมบ้ รรทดั และพลาสตกิ 2. วัสดุทย่ี อมให้กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นได้ เรียกวา่ อะไร ตอบ วัสดุที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ เรียกว่า ตวั นาไฟฟ้า

59 3. วัสดุทไ่ี มย่ อมใหก้ ระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นได้ เรียกว่าอะไร ตอบ วสั ดทุ ่ีไม่ยอมใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ เรยี กว่า ฉนวนไฟฟา้ 4. เพราะเหตุใดสายอุปกรณไ์ ฟฟ้าจึงตอ้ งหุ้มดว้ ยพลาสตกิ ตอบ เพราะว่า พลาสตกิ เปน็ วสั ดุท่ีไมย่ อมใหก้ ระแสไฟฟา้ ไหลผ่านได้ เรยี กว่า ฉนวนไฟฟ้า จึงนาพลาสติกมาห้มุ สายอุปกรณ์ไฟฟ้า เพอ่ื ป้องกนั ไฟฟา้ ดูดหรอื ไฟฟา้ ร่ัว

60 กิจกรรมท่ี 6 ความหนาแน่น ให้ผู้เรียนทาการทดลองเพ่ืออธิบายเก่ียวกับสมบัติความหนาแนน่ แล้วบันทึกผล ตอบ บันทึกผลการทดลอง วัสดุ ผลการสงั เกต จมนา ลอยนา 1. แผน่ ไม้ 2. ก้อนหนิ  3. ฟองน้า 4. โฟม  5. ตะปู    สรปุ ผลการทดลอง วสั ดทุ ่ลี อยน้าได้ ไดแ้ ก่ แผน่ ไม้ ฟองน้า และโฟม ส่วนวัสดุทจี่ มนา้ ได้แก่ กอ้ นหนิ และตะปู ทเ่ี ป็นเช่นน้ี เพราะ แผน่ ไม้ ฟองน้า และโฟม มคี วามหนาแน่นน้อยกว่านา้ จึงลอย นา้ ได้ ส่วนก้อนหิน และตะปู มเี น้อื แน่น จึงมคี วามหนาแนน่ มาก ทาใหม้ นี า้ หนักมาก จงึ จมนา้ ดังนน้ั เนอ้ื ของวัสดจุ ึงเปน็ สมบัตทิ ่แี สดงความหนาแนน่ ของวสั ดุ คาถามประกอบกิจกรรม 1.เพราะเหตุใด วสั ดุจึงมกี ารจมนา้ และลอยนา้ ได้ ตอบ วัสดมุ กี ารจมน้าและลอยน้าได้ เพราะว่า วสั ดุแตล่ ะชนดิ มคี วามหนาแน่นตา่ งกนั วสั ดทุ ่ี ลอยนา้ ได้ แสดงวา่ วัสดนุ ั้นมคี วามหนาแน่นน้อยกว่านา้ แตถ่ า้ วสั ดุนั้นเกิดการจมนา้ แสดงวา่ มคี วามหนาแนน่ มากกว่าน้า 2. จากการทดลอง ถา้ ผเู้ รียนมีความจาเปน็ ตอ้ งข้ามแม่นา้ ไปอกี ฝัง่ หนงึ่ ผเู้ รียนจะเลือกใช้วสั ดุ ชนิดใดเพอื่ ทาอุปกรณ์ชว่ ย เพราะอะไร ตอบ เลือกแผน่ ไม้ เพราะ แผน่ ไม้ มีความแขง็ แรงและมคี วามหนาแนน่ นอ้ ยกวา่ น้า ทาให้ สามารถลอยน้าได้

61 เฉลยกจิ กรรมท้ายหน่วยที่ 3 การเลือกใชแ้ ละผลกระทบจากการใช้วัสดุ กิจกรรมที่ 1 1.1 จงอธบิ ายความหมายของผลติ ภัณฑ์ทเี่ ป็นมิตรต่อสงิ่ แวดล้อม ตอบ ผลติ ภณั ฑท์ ี่เปน็ มิตรตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ทีส่ ่งผลกระทบ ตอ่ ส่งิ แวดลอ้ มนอ้ ยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑอ์ นื่ ๆ โดยมี ฉลากสิง่ แวดลอ้ มเปน็ เครอื่ งมือแยกผลิตภัณฑ์ท่ีเปน็ มติ รต่อสิ่งแวดล้อมออกจากผลิตภณั ฑท์ ่วั ไปในท้องตลาด และให้ ข้อมลู ทางดา้ นสิ่งแวดลอ้ มทถ่ี ูกต้องของผลติ ภัณฑ์แก่ผ้บู รโิ ภค 1.2 หากผูเ้ รยี นมีความจาเปน็ ตอ้ งซ้ือสินคา้ หรือผลติ ภัณฑเ์ พื่อนาไปใช้ใน ชีวิตประจาวนั ผู้เรียนมแี นวทางในการพจิ ารณาคุณสมบตั ิของสินคา้ หรือผลิตภัณฑ์อยา่ งไรบา้ ง จงอธิบาย ตอบ แนวทางการเลอื กซือสินคา้ หรอื ผลติ ภณั ฑ์ท่เี ปน็ มิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาจากคณุ สมบัติของผลิตภัณฑ์หรอื สนิ คา้ ดังนี้ 1) ใชว้ สั ดุทมี่ ีผลกระทบต่อสิ่งแวดลอ้ มน้อย เชน่ วัสดุไม่มีพิษ วสั ดุ หมนุ เวยี นทดแทนได้ วัสดรุ ีไซเคลิ และวสั ดทุ ใ่ี ชพ้ ลงั งานตา่ ในการจดั หามา 2) ใช้วัสดุน้อย เช่น น้าหนักเบา ขนาดเล็ก มีจานวนประเภทของวัสดุ นอ้ ย 3) มีเทคโนโลยีการผลิตท่ีมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ใช้พลังงานสะอาด ลดการเกิดของเสียจากกระบวนการผลติ และลดข้นั ตอนของกระบวนการผลติ 4) มีระบบขนส่งและจัดจาหน่ายท่ีมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ลดการใช้ หบี หอ่ บรรจุภณั ฑท์ ่ีฟุ่มเฟือย ใชบ้ รรจุภัณฑ์ท่ที าจากวสั ดุท่ีใช้ซ้าหรือหมุนเวียนใช้ได้ใหม่ได้ และ เลือกใชเ้ สน้ ทางการขนสง่ ที่ประหยดั พลงั งานที่สุด 5) ลดผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มทีเ่ กดิ ในช่วงการใชง้ าน เชน่ ใช้พลงั งาน ตา่ มกี ารปลอ่ ย มลพษิ ต่าในระหวา่ งการใช้งาน ลดการใชว้ ัสดุสนิ้ เปลอื ง และลดการใชช้ นิ้ สว่ น ทไ่ี มจ่ าเปน็ 6) มีความคุ้มค่าตลอดชีวิตการใช้งาน เช่น ทนทาน ซ่อมแซมและดูแล รักษางา่ ย ปรบั ปรงุ ต่อเติมได้ ไมต่ ้องเปล่ียนบ่อย

62 7) มรี ะบบการจัดการระบบหลังหมดอายุการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น การเกบ็ รวบรวมทก่ี ่อผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อมน้อย มีการออกแบบใหส้ ามารถนาสินค้าหรือ ช้ินส่วนกลับมาใช้ซ้า หรือหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ง่าย หรือหากต้องกาจัดท้ิงสามารถนาพลังงาน กลบั คนื มาใชไ้ ด้และมคี วามปลอดภัยสาหรับการฝังกลบ กิจกรรรมท่ี 2 จงบอกความหมายของสัญลกั ษณต์ อ่ ไปนี้ พรอ้ มทั้งอธิบายวิธกี ารนาไปใช้กบั สินค้า หรือผลิตภณั ฑใ์ นชีวติ ประจาวัน มาพอเขา้ ใจ สัญลักษณ์ ความหมาย นาไปใชก้ ับสนิ ค้าหรือผลิตภัณฑ์ ประเภท ฉลากเขยี ว คือ ฉลากที่ให้กับ ใชไ้ ดก้ ับสนิ คา้ ทกุ ประเภท ยกเวน้ ผลิตภัณฑท์ ีม่ ีคณุ ภาพและ ยารักษาโรค เคร่ืองดืม่ และอาหาร มีผลกระทบต่อสิ่งแวดลอ้ ม นอ้ ยกว่า เมือ่ นามา เปรียบเทียบกบั ผลติ ภัณฑ์ ทที่ าหน้าทีอ่ ยา่ งเดียวกนั ฉลากประหยดั ไฟเบอร์ 5 ใชไ้ ด้กบั ผลติ ภัณฑต์ ่าง ๆ 17 ชนิด คือ ฉลากแสดงประสทิ ธภิ าพ ได้แก่ อปุ กรณไ์ ฟฟ้า 1) เครอ่ื งรับโทรทศั น์ 2) กระตกิ นา้ รอ้ นไฟฟ้า 3) เครื่องปรับอากาศ 4) บัลลาสต์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ T5 5) พัดลมชนิดตงั้ โตะ๊ ตัง้ พนื้ ติดผนงั 6) หลอดคอมแพคตะเกียบ 7) โคมไฟประสิทธิภาพสงู

63 8) โคมไฟฟา้ สาหรบั หลอดผอม 9) พดั ลมระบายอากาศ 10) จอคอมพิวเตอร์ 11) ตเู้ ย็น 12) บัลลาสตน์ ริ ภัย 13) หลอดผอม 14) พดั ลมชนดิ ส่ายรอบตวั 15) หมอ้ หงุ ข้าวไฟฟา้ 16) ขา้ วกล้อง 17) เครอ่ื งทานา้ อ่นุ ไฟฟ้า ฉลากประสทิ ธภิ าพสูง สาหรับอปุ กรณ์ ไม่ใช้ ไฟฟา้ - การเกิดขึ้นของฉลาก 4 ผลติ ภัณฑ์ ไดแ้ ก่ ประสทิ ธิภาพสงู เป็นไปตาม 1. เตาหุงต้มในครัวเรือนหรือ พระราชบญั ญตั ิการส่งเสริม เตาแก๊ส การอนรุ กั ษพ์ ลังงาน 2. อปุ กรณป์ รับความเรว็ เป็นโครงการนาร่องของ รอบมอเตอร์ กรมพฒั นาพลงั งานทดแทน 3. ฉนวนกนั ความรอ้ น และอนุรกั ษ์พลังงาน สาหรบั 4. กระจกอนรุ ักษพ์ ลงั งาน อุปกรณไ์ ม่ใช้ไฟฟ้า

64 กิจกรรรมที่ 3 จงอธิบายผลกระทบจากการทิ้งวัสดทุ ีใ่ ช้แล้วทีไ่ มถ่ ูกวธิ ี ตอ่ ไปน้ี ตอบ 3.1 ผลกระทบต่อสุขภาพ 1. ความเสย่ี งตอ่ การเกิดโรค การได้รับสารอนั ตรายบางชนดิ เข้าไปใน รา่ งกาย อาจทาให้เจ็บป่วยเปน็ โรคต่าง ๆ จนอาจถงึ ตายได้ (ผู้เรียนตอบคาถามโดยศึกษาเพ่ิมเตมิ จากหนว่ ยที่ 3 เรอ่ื งท่ี 2 ผลกระทบจากการใชว้ สั ดุ ในชีวติ ประจาวนั ขอ้ 2.1 ผลกระทบตอ่ สุขภาพ ) 3.2 ผลกระทบตอ่ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม 1. เกดิ มลพิษทางดนิ 2. เกดิ มลพษิ ทางน้า 3. เกดิ มลพิษทางอากาศ (ผูเ้ รียนตอบคาถามโดยศึกษาเพม่ิ เติมจากหนว่ ยท่ี 3 เรือ่ งท่ี 2 ผลกระทบจากการใช้วสั ดุ ในชีวติ ประจาวัน ขอ้ 2.2 ผลกระทบต่อระบบนเิ วศและสิง่ แวดล้อม) 3.3 ผลกระทบด้านเศรษฐกจิ และสังคม 1. เกดิ ความเสียหายตอ่ ทรพั ย์สิน 2. เกดิ การสูญเสยี ทางเศรษฐกิจ 3. ทาให้ขาดความสงา่ งาม (ผูเ้ รียนตอบคาถามโดยศึกษาเพ่มิ เตมิ จากหนว่ ยท่ี 3 เร่ืองที่ 2 ผลกระทบจากการใช้วสั ดุ ในชีวติ ประจาวัน ขอ้ 2.3 ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสงั คม)

65 กจิ กรรมที่ 4 หากรา่ งกายไดร้ ับสารพิษอันตราย จะส่งผลกระทบตอ่ สขุ ภาพอยา่ งไรบา้ ง จงอธิบาย เบรลิ เลยี ม เป็นสารกอ่ มะเร็งชนิดหนึ่งหาก หายใจเขา้ ไปอย่างต่อเนอ่ื งจะเปน็ โรคทม่ี ผี ลกับปอด หากสมั ผสั จะทา ให้เกิดแผลทีผ่ วิ หนังอย่างรุนแรง

66 กจิ กรรมทา้ ยหนว่ ยที่ 4 การจัดการและกาจดั วสั ดุทใี่ ช้แล้ว กจิ กรรมท่ี 1 1. จงอธิบายความหมายของหลกั 3R ตอบ 3R เปน็ หลกั การจัดการวัสดุที่ใชแ้ ลว้ เพอ่ื ลดปริมาณวัสดุ โดยใช้หลกั การการ ใชน้ อ้ ยหรอื ลดการใช้ (Reduce) การใชซ้ ้า (Reuse) และการผลิตใช้ใหม่(Recycle) เพอื่ เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ิในการลดปรมิ าณการใช้วัสดุในครัวเรือน โรงเรยี น และชมุ ชน 2. จงอธบิ ายวธิ ีการจัดการวัสดุทีใ่ ชแ้ ลว้ ดว้ ยหลกั 3R ตอ่ ไปนี้ 2.1 การใช้น้อยหรอื ลดการใช้ (Reduce) มวี ธิ กี ารปฏิบตั ดิ ังน้ี ตอบ การใชน้ ้อยหรอื ลดการใช้ (Reduce) มวี ิธีการปฏิบตั ิดังน้ี 1. ปฏิเสธหรอื หลกี เลี่ยงส่ิงของหรอื บรรจภุ ณั ฑ์ท่ีจะสรา้ งปัญหาขยะ 1.1 ปฏเิ สธการใช้บรรจภุ ัณฑ์ฟ่มุ เฟือยรวมทั้งวสั ดทุ ่ีเปน็ มลพษิ ตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม อาทิเชน่ กล่องโฟม ถงุ พลาสติก หรือวสั ดุมพี ษิ อนื่ ๆ 1.2 หลกี เล่ยี งการเลอื กซ้อื สนิ คา้ หรือผลิตภณั ฑ์ทใี่ ชบ้ รรจุภณั ฑ์ห่อห้มุ หลายช้ัน 1.3 หลกี เลี่ยงการเลือกซ้อื สินค้าชนดิ ใช้คร้ังเดียว หรือผลติ ภัณฑท์ ่ีมีอายุ การใช้งานตา่ 1.4 ไมส่ นับสนุนร้านค้าทกี่ ักเก็บและจาหน่ายสนิ คา้ ที่ใช้ บรรจภุ ณั ฑฟ์ ่มุ เฟือย และไมม่ ีระบบเรียกคนื บรรจภุ ัณฑ์ใชแ้ ลว้ 1.5 กรณกี ารเลอื กซอ้ื ผลติ ภัณฑป์ ระจาบ้านที่ใช้เป็นประจา เช่น สบู่ ผงซกั ฟอก ให้เลือกซือ้ ผลิตภณั ฑ์ท่มี ีปรมิ าณบรรจุมากกวา่ เนอ่ื งจากใช้บรรจุภัณฑน์ ้อยกว่าเม่ือ เปรยี บเทียบกบั หนว่ ยน้าหนักของผลติ ภณั ฑ์ 2 เลอื กใชส้ นิ ค้าที่สามารถสง่ คืนบรรจุภัณฑส์ ู่ผู้ผลติ ได้ 2.1 เลือกซื้อสนิ คา้ หรอื ใช้ผลิตภณั ฑ์ท่มี ีการนาบรรจุถัณฑห์ มุนเวยี น กลบั ไปบรรจุใหม่ เชน่ เคร่ืองดื่มชนิดขวดแก้ว 2.2 เลอื กซื้อสนิ คา้ หรอื ผลิตภัณฑ์ทีส่ ามารถนากลบั ไปรีไซเคิลได้ หรอื มี สว่ นประกอบของวัสดุรไี ซเคลิ เช่น เครอ่ื งใชท้ ่ีทาจากพลาสติก

67 2.3 เลอื กซื้อสินคา้ หรือผลิตภัณฑ์ท่ีผูผ้ ลิตเรียกคืนซาก บรรจภุ ัณฑ์ หลงั จากการบรโิ ภคของประชาชน 2.2 การใช้ซ้า (Reuse) มีวธิ กี ารปฏิบตั ดิ งั น้ี ตอบ การใช้ซา้ (Reuse) มวี ธิ กี ารปฏบิ ัตดิ ังนี้ 1. เลือกซอื้ หรอื ใช้ผลิตภณั ฑท์ ่ีออกแบบมาใหใ้ ชไ้ ดม้ ากกวา่ 1 คร้ัง เชน่ แบตเตอรป่ี ระจไุ ฟฟา้ ใหม่ได้ 2. ซ่อมแซมเคร่อื งใช้ และอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ให้สามารถใชป้ ระโยชน์ต่อไป ได้อกี 3. บารุงรักษาเคร่ืองใช้ อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ให้สามารถใช้งานไดค้ งทนและ ยาวนานขนึ้ 4. นาบรรจุภัณฑ์และวสั ดเุ หลือใชอ้ ่นื ๆ กลบั มาใช้ประโยชนใ์ หม่ 5. ยมื เชา่ หรอื ใช้สงิ่ ของหรือผลติ ภัณฑท์ ี่ใชบ้ ่อยคร้ังร่วมกัน เช่น หนงั สือพมิ พ์ วารสาร 6. บริจาคหรือขายสง่ิ ของเคร่ืองใช้ตา่ ง ๆ เช่น หนังสือ เส้อื ผ้า เฟอรน์ ิเจอร์ และเคร่ืองมือใช้สอยอน่ื ๆ 7. นาสิง่ ของมาดดั แปลงให้ใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ีก เชน่ การนายางรถยนตม์ าทา เกา้ อี้ การนาขวดพลาสตกิ มาดดั แปลงเปน็ ท่ใี ส่ของ แจกัน การนาเศษผา้ มาทาเปลนอน เป็นตน้ 8. ใช้ซา้ วัสดสุ านักงาน เช่น การใช้กระดาษท้ังสองหน้า เป็นตน้ 2.3 การแปรรูปนากลับมาใชใ้ หม่ (Recycle) มีวธิ กี ารปฏบิ ัติดงั น้ี ตอบ การแปรรปู นากลับมาใชใ้ หม่ เพ่อื นาวสั ดุที่ยงั สามารถนากลับมาใช้ใหม่มา หมุนเวียนเข้าส่กู ระบวนการผลิตตามกระบวนการของแต่ละประเภท เพ่อื นากลับมาใช้ ประโยชนใ์ หม่ โดยท่วั ไป แยกได้เปน็ 4 ประเภท คือ แกว้ กระดาษ พลาสติก โลหะและอโลหะ สว่ นบรรจภุ ณั ฑ์บางประเภทอาจจะใชซ้ า้ ไม่ได้ เช่น กระปอ๋ งอลูมิเนยี ม หนงั สอื เกา่ ขวด พลาสติก ซง่ึ แทนท่ีจะนาไปทิ้ง กร็ วบรวมนามาขายใหก้ ับร้านรับซือ้ ของเก่า เพ่ือส่งไปยงั โรงงาน แปรรูป เพื่อนาไปผลติ เป็นผลิตภัณฑต์ ่าง ๆ

68 กิจกรรมท่ี 2 ผู้เรยี นสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยลดปริมาณวัสดุที่ใช้แลว้ ที่เกิดข้ึนในครอบครัว และชุมชนดว้ ยหลัก 3R อยา่ งไรบา้ ง จงอธิบาย แนวทางการตอบ ใหผ้ ูเ้ รียนศึกษาเอกสารเรื่องที่ 1 การจัดการวัสดุ ทใ่ี ช้แลว้ ดว้ ยหลัก 3R หน้าที่ 42 กิจกรรมที่ 3 จากการศกึ ษาเร่ือง ระยะเวลาการยอ่ ยสลายของวัสดุ ใหผ้ เู้ รยี นนาตวั อกั ษรท่ีอยู่ ด้านหนา้ คาตอบด้านขวามือมาเตมิ ลงในชอ่ งวา่ งดา้ นซ้ายมอื ใหถ้ ูกต้อง .………ง………1. เปลือกส้ม ก. 5 วนั – 1 เดือน ..........ฉ........2. กน้ กรองบุหรี่ ข. 3 เดอื น ..........ฌ.......3. ถุงพลาสติก ค. 2 - 5 เดอื น ..........ก........4. เศษพืชผัก ง. 6 เดอื น ..........ณ........5. โฟม จ. 5 ปี ...........ฐ.......6. ผ้าออ้ มเด็กชนดิ สาเร็จรูป ฉ. 12 – 15 ปี ...........ช.......7. รองเท้าหนัง ช. 25 – 40 ปี .........ญ.........8. ขวดพลาสตกิ ซ. 80 – 100 ปี ..........ค........9. เศษกระดาษ ฌ. 450 ปี ...........ซ......10. กระป๋องอลมู ิเนยี ม ญ. 450 ปี ...........ข......11. ใบไม้ ฐ. 500 ปี ...........จ......12. กล่องนมเคลอื บพลาสตกิ ณ. ไมย่ ่อยสลาย ............ถ.....13. เชือก ด. 1- 5 เดอื น ............ด.....14. ผ้าฝ้าย ต. 13 ปี ............ต.....15. ไม้ ถ. 3 - 14 เดอื น

69 กิจกรรมท่ี 4 1. จงอธบิ ายวิธีการกาจัดวสั ดุทใ่ี ช้แลว้ ด้วยวิธีการตอ่ ไปน้ี 1.1 การกาจดั วัสดุที่ใชแ้ ล้วโดยใชเ้ ตาเผา ตอบ การกาจัดวัสดุท่ีใช้แล้วโดยวิธีการเผา เป็นการทาลายวัสดุในเตาเผา ทไี่ ด้รบั การออกแบบก่อสรา้ งท่ถี กู ต้องและเหมาะสม โดยต้องใหม้ อี ุณหภมู ใิ นการเผาท่ี 850 - 1,200 องศาเซลเซียส เพ่ือให้การทาลายที่สมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากความแตกต่างและ ลักษณะขององค์ประกอบของวัสดุแต่ละชนิด ดังนั้น รูปแบบของเตาเผาจึงแตกต่างกันไปด้วย เป็นต้นวา่ ถ้าชมุ ชนที่มีวัสดุทใี่ ช้แลว้ ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นชนิดท่ีเผาไหมไ้ ดง้ ่าย เตาเผาอาจใช้ชนิดท่ีไม่ ต้องใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นช่วยในการเผาไหม้ แต่ถ้าองค์ประกอบของวัสดุมีส่วนท่ีเผาไหม้ได้ง่าย ตา่ กว่าร้อยละ 30 (โดยน้าหนัก) หรอื มีความชน้ื มากกวา่ ร้อยละ 50 เตาเผาท่ีใชต้ ้องเปน็ ชนดิ ทต่ี ้องมเี ช้อื เพลิงช่วยในการเผาไหม้ (ศกึ ษาเอกสารเพ่มิ เตมิ เรื่องท่ี 2 การกาจัดและทาลาย ขอ้ 2.2 การกาจัดวัสดุ ที่ใช้แล้ว หน้าที่ 45) 1.2 การกาจดั วสั ดุทใี่ ช้แล้วโดยวิธีการฝังกลบ ตอบ การกาจัดวสั ดทุ ่ีใชแ้ ลว้ โดยการฝงั กลบ เปน็ การนาวสั ดทุ ่ีใชแ้ ล้ว มาเทลงในพ้ืนท่ี ท่ีเตรยี มเอาไว้ ซึง่ จะมีการวางระบบตา่ ง ๆ เพ่อื ปอ้ งกนั มิใหม้ ีการปลดปลอ่ ย มลสารตา่ ง ๆ ออกสู่ภายนอก แลว้ ใชเ้ คร่ืองจักรกลเกลี่ยและบดอดั ใหย้ บุ ตัวลง หลงั จากน้นั ใชด้ ินกลบทับและบดอดั ให้แน่นอีกครง้ั หนึ่งจนเต็มพื้นที่ เพ่อื ปอ้ งกนั ปัญหาดา้ นกลน่ิ แมลง สัตว์ พาหะ น้าฝน ชะล้างและเหตุราคาญอืน่ ๆ วิธกี ารฝังกลบมี 3 วิธี คือ 1. วิธีฝังกลบแบบพนื้ ราบ 2. วิธฝี งั กลบแบบขดุ เป็นรอ่ ง 3. วิธฝี งั กลบแบบหบุ เขา (ศกึ ษาเอกสารเพ่ิมเติม เร่ืองท่ี 2 การกาจัดและทาลาย ขอ้ 2.2 การกาจัดวสั ดุ ทใ่ี ชแ้ ลว้ หน้าท่ี 48)

70 กจิ กรรมที่ 5 หากผเู้ รียนไดร้ บั มอบหมายให้ดาเนินการกาจดั วสั ดทุ ่ีใชแ้ ลว้ ในชมุ ชน ผู้เรียนจะ เลือกวธิ ีการกาจดั วสั ดทุ ี่ใช้แล้วด้วยวธิ กี ารใด เพราะเหตุใด แนวทางการตอบ ผเู้ รยี นตอบคาถามโดยศึกษาเอกสาร เรื่องที่ 2 การกาจัดและ ทาลาย ขอ้ 2.2 การกาจดั วสั ดทุ ใี่ ชแ้ ลว้ หน้าที่ 45

71 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน 1. ง. เปน็ การศึกษาองคค์ วามรู้ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับวสั ดุ ท่ีนามาใชป้ ระกอบกันเปน็ ชน้ิ งาน ตามการออกแบบ มตี ัวตน สามารถสัมผสั ได้ 2. ข. เก้าอไี้ ม้ 3. ก. ถงั น้า 4. ง. พลาสตกิ 5. ง. ถงุ ใสอ่ าหาร 6. ง. ดินเหนียว 7. ก. การนาเพชรมาใช้ในการตัดกระจก 8. ง. C A B 9. ข. ความเหนียว 10. ก. เสน้ เอน็ 11. ข. ความเหนียว 12. ง. สภาพยดื หยุน่ 13. ก. ฟองน้า 14. ค. ภาชนะหงุ ต้ม 15. ก. ไม้ 16. ค. พลาสตกิ โลหะ 17. ค. โลหะ 18. ง. เพราะพลาสติกมีสมบตั ิเปน็ ฉนวนไฟฟ้า 19. ง. โฟม 20. ข. การจมน้า – ลอยนา้ ของวัสดุ 21. ค. ผลติ ภัณฑ์ทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ สิ่งแวดล้อมนอ้ ยกวา่ เมื่อเปรียบเทยี บกับผลิตภัณฑ์อืน่ ๆ 22. ข. ใบขา้ ว เลอื กซ้ือสนิ ค้าท่มี สี ัญลักษณ์ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 1 เพราะช่วยลดการใช้ พลังงานไฟฟา้ 23. ง. ฉลากที่ให้กบั ผลติ ภัณฑท์ ่มี คี ุณภาพและมีผลกระทบตอ่ สิ่งแวดล้อมน้อยเมื่อนามา เปรยี บเทียบกบั ผลติ ภัณฑ์ชนิดเดียวกนั 24. ก. ยาธาตนุ า้ ขาว นา้ อัดลมและปลากระป๋อง

72 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น (ตอ่ ) 25. ก. ฉลากท่ีแสดงประสิทธิภาพสาหรับอปุ กรณ์ไมใ่ ช้ไฟฟ้า 26. ก. อนงค์ทิง้ แบตเตอร์รโ่ี ทรศัพท์ลงในถงั สีแดง 27. ค. สมหวัง เห็นขยะตกลงพนื้ จึงรบี ไปเกบ็ และคดั แยกกอนทงิ้ 28. ง. ปวดศรี ษะ อ่อนเพลีย คล่ืนไส้ 29. ข. น้าใจทาการบ้านเรอื่ งผลกระทบท่ีเกดิ จากการใช้วัสดุในชีวติ ประจาวัน 30. ง. นา้ เกดิ สภาพเหม็นเนา่ ไดง้ ่าย 31. ค. หลักการจดั การวัสดเุ พ่ือลดปรมิ าณวัสดุท่ใี ช้แล้ว 32. ค. เบนซ์นาขวดน้าพลาสติกไปทากับดกั แมลงวันทอง 33. ง. นา้ นาขวดแกว้ ทใ่ี ชแ้ ลว้ ไปหลอมใหม่ เพือ่ ขึน้ รูปเป็นแก้วใบใหม่ 34. ก. Reuse 35. ง. อาไพ หลีกเลี่ยงการเลือกซอ้ื สินคา้ หรอื ผลติ ภณั ฑ์ที่ใช้บรรจภุ ณั ฑห์ อ่ หมุ้ หลายชน้ั 36. ค. โฟมบรรจุอาหาร 37. ก. ขวดแกว้ ไมส่ ามารถยอ่ ยสลายได้เลย 38. ก. อ้วนนาเสื้อผ้าท่ใี สแ่ ลว้ ไปทาการฝงั กลบ 39. ค. สว่ นท่เี หลือจากการเผาไหม้ (ขีเ้ ถ้า) สามารถนาไปถมทีด่ ินได้ หรอื ทาวัสดกุ อ่ สรา้ งได้ 40. ง. เพอ่ื ป้องกนั น้าเสียที่เกิดจากการยอ่ ยสลายของวัสดุไมใ่ หซ้ มึ ออกมาด้านนอก

73 เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น 1. ก. เปน็ การศกึ ษาองค์ความรู้ทเี่ กีย่ วข้องกับวัสดุ ที่นามาใช้ประกอบกนั เปน็ ชน้ิ งาน ตาม การออกแบบ มตี วั ตน สามารถสัมผสั ได้ 2. ง. ถุงใส่อาหาร 3. ข. เกา้ อ้ีไม้ 4. ก. ถังนา้ 5. ง. พลาสติก 6. ง. ดนิ เหนียว 7. ก. การนาเพชรมาใช้ในการตัดกระจก 8. ง. C A B 9. ข. ความเหนยี ว 10. ข. ความเหนียว 11. ก. เส้นเอน็ 12. ง. สภาพยดื หยุ่น 13. ก. ฟองนำ้ 14. ก. ไม้ 15. ค. ภำชนะหุงตม้ 16. ค. พลาสตกิ โลหะ 17. ค. โลหะ 18. ง. เพราะพลาสติกมสี มบัตเิ ปน็ ฉนวนไฟฟ้า 19. ข. การจมนา้ – ลอยน้า ของวัสดุ 20. ง. โฟม 21. ค. ผลติ ภัณฑ์ทส่ี ่งผลกระทบต่อสิง่ แวดลอ้ มนอ้ ยกว่าเมอ่ื เปรียบเทียบกับผลติ ภัณฑ์อนื่ ๆ 22. ข. ใบขา้ วเลอื กซือ้ สนิ คา้ ที่มีสัญลกั ษณ์ฉลากประหยดั ไฟเบอร์ 1 เพราะชว่ ยลดการใช้ พลงั งานไฟฟ้า 23. ก. ยำธำตนุ ้ำขำว น้ำอัดลมและปลำกระปอ๋ ง

74 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น (ตอ่ ) 24. ง. ฉลากท่ใี หก้ บั ผลิตภัณฑท์ ม่ี ีคุณภาพและมผี ลกระทบตอ่ ส่ิงแวดล้อมน้อยเมอ่ื นามา เปรยี บเทียบกับผลติ ภัณฑ์ชนิดเดียวกนั 25. ก. ฉลากทแ่ี สดงประสิทธิภาพสาหรับอปุ กรณไ์ ม่ใช้ไฟฟา้ 26. ก. อนงคท์ ิ้งแบตเตอร์รี่โทรศัพท์ลงในถงั สแี ดง 27. ค. สมหวัง เหน็ ขยะตกลงพื้น จึงรบี ไปเก็บและคัดแยกกอนท้งิ 28. ข. นา้ ใจทาการบา้ นเรือ่ งผลกระทบท่ีเกดิ จากการใช้วัสดุในชีวติ ประจาวัน 29. ง. เกิดสภาพเหมน็ เน่าได้ง่าย 30. ง. ปวดศรี ษะ ออ่ นเพลีย คล่นื ไส้ 31. ค. หลกั การจดั การวสั ดุเพ่อื ลดปรมิ าณวสั ดุทใ่ี ช้แลว้ 32. ค. เบนซ์นาขวดนา้ พลาสติกไปทากับดักแมลงวันทอง 33. ก. Reuse 34. ง. นา้ นาขวดแก้วที่ใช้แลว้ ไปหลอมใหม่ เพ่อื ขน้ึ รปู เปน็ แก้วใบใหม่ 35. ง. อาไพ หลกี เลย่ี งการเลือกซอ้ื สนิ คา้ หรอื ผลติ ภณั ฑ์ทใ่ี ช้บรรจุภณั ฑ์หอ่ หุ้มหลายช้นั 36. ค. โฟมบรรจอุ าหาร 37. ก. ขวดแก้ว ไม่สามารถย่อยสลายได้เลย 38. ค. สว่ นทเ่ี หลือจากการเผาไหม้ (ขเ้ี ถา้ ) สามารถนาไปถมทดี่ นิ ได้ หรอื ทาวสั ดุกอ่ สรา้ งได้ 39. ก. อว้ นนาเศษผา้ ที่ใชไ้ ม่ใด้แล้วไปทาการฝังกลบ 40. ง. เพ่ือป้องกันนา้ เสียทีเ่ กิดจากการย่อยสลายของวัสดไุ มใ่ ห้ซึมออกมาด้านนอก

75 ที่ปรกึ ษำ คณะผ้จู ดั ทำตน้ ฉบบั นายวิเชียรโชติ โสอบุ ล นายทรงเดช โคตรสิน ผอู้ านวยการสถาบนั กศน. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ รองผู้อานวยการสถาบนั กศน. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ผู้เชย่ี วชำญเนอื้ หำ อาจารยป์ ระจาวิชาฟสิ กิ ส์ คณะวิทยาศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิตพิ งษ์ อนุ่ ใจ มหาวิทยาลัยราชภฎั อบุ ลราชธานี ผู้เชี่ยวชำญดำ้ นเทคโนโลยี ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ นายสทิ ธิพร ประสารแซ่ สถาบนั กศน. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ นายไพจติ ร ผดุ เพชรแก้ว สถาบนั กศน. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ นายสชุ าติ สวุ รรณประทีป สถาบัน กศน. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ นายสมชาย คาเพราะ สถาบนั กศน. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ผู้เช่ยี วชำญด้ำนวัดและประเมินผล ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ นางสาวนาลวี รรณ บญุ ประสงค์ สถาบนั กศน. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ครู วิทยาฐานะครูชานาญการพเิ ศษ นางสาวฉนั ทลกั ษณ์ ศรผี า สถาบัน กศน. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ นางแสงจนั ทร์ เขจรศาสตร์ สถาบนั กศน. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื

76 คณะบรรณำธกิ ำร ตรวจสอบควำมถกู ตอ้ งและพสิ จู นอ์ ักษร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐติ พิ งษ์ อุ่นใจ อาจารยป์ ระจาวชิ าฟสิ กิ ส์ คณะวทิ ยาศาสตร์ นางลัดดา คมั ภรี ะ มหาวิทยาลัยราชภฎั อุบลราชธานี นางแกว้ ใจ ประสารแซ่ ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ นางพัชรวี รรณ ทามาเกตุ สถาบัน กศน. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ นางสาวธัญรัศม์ ม่ิงไชยอนนั ต์ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ นางศรัญญา โนนคู่เขตโขง สถาบนั กศน. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ นางอรญั ญา บวั งาม ครู สถาบนั กศน.ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ครู วิทยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ สถาบัน กศน. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ครู สถาบัน กศน. ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ขา้ ราชการบานาญ สถาบนั กศน. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ผู้เขยี น/รวบรวม/เรยี บเรียง ครู นางศรญั ญา โนนคู่เขตโขง สถาบนั กศน. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ออกแบบปก กลมุ่ พฒั นาการศึกษานอกระบบและ นายศุภโชค ศรีรตั นศิลป์ การศกึ ษาตามอธั ยาศยั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook