Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 1

หน่วยที่ 1

Published by kalaya065, 2020-06-03 06:56:39

Description: หน่วยที่ 1

Search

Read the Text Version

1 หน่วยที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกยี่ วกบั การบญั ชี สาระสาคญั ขอ้ มูลทางการบญั ชีเป็ นขอ้ มูลพ้ืนฐานท่ีสาคญั ท่ีใช้ในการบริหารงานดา้ นต่าง ๆ ของ องคก์ ร ผูศ้ ึกษาวิชาการบญั ชี จาเป็ นท่ีจะตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจ เก่ียวกบั ความหมายของการบญั ชี วตั ถุประสงค์ ประโยชน์ของขอ้ มูลการบญั ชี ตลอดจนแนวคิดและแม่บทการบญั ชี เพ่ือให้การจดั ทา บญั ชีน้นั ถูกตอ้ งตามหลกั การท่ีเป็นท่ียอมรับโดยทวั่ ไป สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของการบญั ชี 2. ประวตั ิของการบญั ชี 3. วตั ถุประสงคข์ องการบญั ชี 4. ประโยชน์ของขอ้ มูลทางการบญั ชี 5. แม่บทการบญั ชี 6. ผใู้ ชข้ อ้ มูลทางการบญั ชี 7. ประเภทของหน่วยงานธุรกิจ 8. รูปแบบของหน่วยงานธุรกิจ 9. ขอ้ แนะนาในการศึกษาวชิ าบญั ชี

2 จุดประสงค์การเรียนรู้ เม่ือจบหน่วยการเรียนน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ 1. อธิบายความหมายของการบญั ชีได้ 2. บอกประวตั ิของการบญั ชีได้ 3. บอกวตั ถุประสงคข์ องการบญั ชีได้ 4. บอกประโยชน์ของขอ้ มูลการบญั ชีได้ 5. อธิบายแม่บทการบญั ชีได้ 6. ระบุผใู้ ชข้ อ้ มูลทางการบญั ชีได้ 7. บอกประเภทของธุรกิจได้ 8. อธิบายรูปแบบของหน่วยงานธุรกิจได้ 9. ปฏิบตั ิขอ้ แนะนาในการศึกษาวชิ าบญั ชีได้

3 1. ความหมายของการบัญชี การบญั ชี แปลมาจากภาษาองั กฤษคือ Accounting และมีผูใ้ ห้คาจากดั ความไวม้ ากมาย แตกต่างกนั ดงั น้ี พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ไม่ไดบ้ ญั ญตั ิคาวา่ “การบญั ชี” ไวโ้ ดยตรง แต่ไดบ้ ญั ญตั ิคาว่า “การ หมายถึง งาน ส่ิงหรือเร่ืองท่ีทา ถา้ อยู่หน้านามหมายความว่า เร่ืองธุระ หนา้ ที่” และคาว่า “บญั ชี หมายถึง สมุดหรือกระดาษสาหรับการจดรายการต่าง ๆ ให้เป็ นหลกั ฐาน เช่น บญั ชีเงินสด บญั ชีพสั ดุ บญั ชีเรียกชื่อ” ดงั น้นั การบญั ชี หมายถึง เร่ืองที่เกี่ยวกบั การจดรายการ ไวใ้ นสมุดหรือกระดาษ เพื่อเป็นหลกั ฐาน (ราชบณั ฑิตยสถาน, 2546, หนา้ 115, 615) สมาคมนกั บญั ชีสหรัฐอเมริกา (The American Institute of Certified Public Accountants) หรือตวั ยอ่ ที่เรารู้จกั กนั ดีคือ “AICPA” ไดใ้ หค้ าจากดั ความและความหมายของการบญั ชีโดยสรุปไวว้ า่ “การบญั ชี จดั เป็นศิลปะอยา่ งหน่ึง ของการจดบนั ทึก การจาแนกประเภท และการสรุปผลเหตกุ ารณ์ ต่าง ๆ ทางการเงิน โดยอยใู่ นรูปของหน่วยเงินตรา รวมท้งั แปลความหมายของรายงานเพ่อื นาไปใช้ ในการตดั สินใจ” (สมนึก เอ้ือจิระพงษพ์ นั ธ์ และสมเดช โรจน์คุรีเสถียร, 2552, หนา้ 2) สภาวิชาชีพบัญชี (The Federation of Accounting Professions - FAP) ของประเทศไทย โดยคณะอนุกรรมการบญั ญตั ิศพั ทบ์ ญั ชี ไดใ้ ห้คาจากดั ความหมายของการบญั ชีไวว้ า่ “การบญั ชี คือ ศิลปะของการเกบ็ รวบรวม การบนั ทึก จาแนก และทาสรุปขอ้ มูลอนั เกี่ยวกบั เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ ในรูปตวั เงิน ผลข้นั สุดทา้ ยของการบญั ชีกค็ ือการใหข้ อ้ มูลทางการเงินซ่ึงจะเป็นประโยชน์แก่บุคคล หลายฝ่ าย และผสู้ นใจในกิจกรรมของกิจการ” (สมนึก เอ้ือจิระพงษพ์ นั ธ์ และสมเดช โรจน์คุรีเสถียร, 2552, หนา้ 2) การบญั ชีเป็นศิลปะของ เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ ➢ รวบรวม (Collecting) ในรูปตวั เงิน ➢ จดบนั ทึก (Recording) ➢ จาแนก (Classifying) ➢ สรุปผล (Summarizing) ➢ ตีความผลสรุป (Interpreting) ภาพท่ี 1.1 ความหมายของการบญั ชี

4 จากคาจากดั ความขา้ งตน้ จึงสรุปความหมายของการบญั ชีไดว้ า่ การบญั ชีหมายถึง 1.1 การจดบนั ทึก (Recording) เป็นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลทางการเงินท่ีเกิดข้ึนในกิจการจากเอกสารหลกั ฐานต่าง ๆ เช่น ใบกากบั สินคา้ บิลขาย ใบเสร็จรับเงิน เป็นตน้ แลว้ นาขอ้ มูลมาวเิ คราะห์รายการ และจดบนั ทึก รายการทางการคา้ และเหตุการณ์ลงในสมุดบญั ชี 1.2 การใชห้ น่วยเงินตรา (Terms of money) การบนั ทึกรายการทางบญั ชีจะตอ้ งใชห้ น่วยเงินตรา เช่น บาท ดอลล่าร์ เป็นตน้ และ ถือวา่ จานวนท่ีบนั ทึกลงไปในแต่ละหน่วยจะมีค่าคงท่ี แมค้ ่าของเงินจะเปล่ียนแปลงกต็ าม 1.3 การจดั หมวดหมู่ของรายการ (Classifying) เมื่อมีการบนั ทึกรายการบญั ชีแลว้ กจ็ ะตอ้ งมีการจดั หมวดหมู่ของรายการ โดยการแยก ประเภทบญั ชีเป็นสินทรัพย์ หน้ีสิน ทุน รายได้ และค่าใชจ้ ่าย 1.4 การสรุปผล (Summarizing) เมื่อมีการบนั ทึกบญั ชีไประยะหน่ึง เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี จะตอ้ งนารายการ ที่ไดจ้ ดั หมวดหมู่ไวแ้ ลว้ มาสรุปผลการดาเนินงาน และฐานะของกิจการ โดยการจดั ทางบการเงิน ซ่ึงประกอบดว้ ย งบกาไรขาดทุน และงบดุล 2. ประวตั ิของการบัญชี การบนั ทึกรายการทางบญั ชีมีประวตั ิยาวนานซ่ึงเกิดข้ึนประมาณ 5,000 ปี มาแลว้ ต้งั แต่สมยั บาบิโลเนีย และอียปิ ต์ ซ่ึงคน้ พบหลกั ฐานการจดบนั ทึกขอ้ มูลบนแผน่ ดินเหนียว การจดบนั ทึกขอ้ มูล น้นั เกิดข้ึนตามความจาเป็นในแต่ละสมยั และไดว้ ิวฒั นาการข้ึนมาเร่ือย ๆ จนถึงยคุ ปัจจุบนั ในปี ค.ศ. 1494 ลูกา ปาซิโอ (Luga Pacuike) ชาวอิตาเลียน ไดเ้ ขียนหนงั สือเชิงคณิตศาสตร์ เล่มหน่ึงช่ือ Proportion “Summa de Arithmetica Geometrica Propertioniet alita” ซ่ึงเน้ือหาส่วนหน่ึง ได้กล่าวถึงหลกั การบัญชีคู่ โดยกาหนดศพั ท์คาว่า “Debito” หมายถึง “เป็ นหน้ี” และ “Credito” หมายถึง “เช่ือถือ” อนั เป็นพ้ืนฐานที่มาของคาวา่ “Debit” และ “Credit” ตามหลกั การบญั ชีคู่ ซ่ึงเป็นท่ี ยอมรับและถือปฏิบตั ิมาจนถึงปัจจุบนั น้ี ลูกา ปาซิโอลิ ไดร้ ับการยกย่องว่าเป็ นบิดาแห่งการบญั ชี ท่านสาเร็จการศึกษาระดบั ปริญญาเอก และเป็นอาจารยส์ อนในมหาวทิ ยาลยั ประเทศอิตาลี สาหรับประเทศไทย การบญั ชีเร่ิมตน้ เม่ือเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เมื่อวนั ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475) ซ่ึงส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยส่วนรวม อนั นาไปสู่การออกประมวล

5 รัษฎากร จดั เก็บภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดาและนิติบุคคล การกาหนดให้ผูป้ ระกอบธุรกิจตอ้ งจดั ทา บญั ชีตามพระราชบญั ญตั ิการบญั ชี พ.ศ. 2482 โดยผทู้ ่ีเผยแพร่ความรู้ทางดา้ นการบญั ชีในระยะแรก คือ พระยาไชยยศสมบตั ิ (เสริม กฤษณามระ) และหลวงดาริอิศรานุวรรต (ม.ล. ดาริ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา) ไดจ้ ดั ทาหลกั สูตรการสอนวิชาการบญั ชีเพอ่ื เผยแพร่ ทาใหค้ นไทยมีความรู้ทางดา้ นการบญั ชี ท่านท้งั สองสาเร็จการศึกษาทางดา้ นการบญั ชีจากประเทศองั กฤษ และกลบั มารับราชการท่ีสานกั งาน ตรวจเงินแผน่ ดิน 3. วตั ถุประสงค์ของการบัญชี จากความหมายของการบญั ชี ในลกั ษณะที่เนน้ หนา้ ท่ีหรือกระบวนการทางการบญั ชี กบั ลกั ษณะท่ีเนน้ การใหข้ อ้ มูลทางการบญั ชีหรือวิชาการน้นั ส่งผลใหว้ ตั ถุประสงคข์ องการบญั ชี แบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะดงั น้ี 3.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ทาบญั ชี วตั ถุประสงคข์ องการจดั ทาบญั ชีมีดงั น้ี 3.1.1 เพ่ือจดบนั ทึกรายการคา้ ต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนเรียงตามลาดบั ก่อนหลงั และจาแนก ประเภทของรายการคา้ ไวอ้ ยา่ งสมบูรณ์ 3.1.2 เพ่ือใหก้ ารจดบนั ทึกรายการคา้ น้นั ถูกตอ้ ง เป็นไปตามหลกั การบญั ชี และตาม กฎหมายวา่ ดว้ ยการบญั ชี 3.1.3 เพื่อแสดงถึงผลการดาเนินงานในรอบระยะเวลาหน่ึง และแสดงฐานะการเงิน ของกิจการในระยะเวลาหน่ึง 3.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องขอ้ มูลทางการบญั ชี วตั ถุประสงคข์ องขอ้ มูลทางการบญั ชีโดยสรุปมีดงั น้ี 3.2.1 ให้ขอ้ มูลที่เป็ นประโยชน์ในการตดั สินใจ และให้สินเช่ือ กิจการจะนาเสนอ ขอ้ มูลทางการบญั ชี ท่ีเป็ นประโยชน์ในการตดั สินใจเชิงเศรษฐกิจต่อผูใ้ ช้อย่างสมเหตุสมผล ผูใ้ ช้ ขอ้ มูลในท่ีน้ี หมายถึง บุคคลที่เก่ียวขอ้ งกบั ธุรกิจโดยตรงหรือโดยผา่ นตวั แทนผใู้ หก้ ทู้ ้งั ระยะส้นั และ ระยะยาว ผูล้ งทุน ผูถ้ ือหุ้น เจา้ หน้ีการคา้ ที่ปรึกษาการลงทุน นายหน้าหรือตวั แทนของผูล้ งทุน และเจา้ หน้ี 3.2.2 ใหข้ อ้ มูลท่ีเป็นประโยชน์ในการประเมินกระแสเงินสด โดยกิจการจะนาเสนอ ขอ้ มูลทางการบญั ชีท่ีช่วยผใู้ ช้ ในการประเมินถึงจานวนเงิน ระยะเวลา รวมท้งั ความไม่แน่นอนของ

6 เงินสดที่พึงไดร้ ับในอนาคต เช่น เงินปันผล ดอกเบ้ีย ผลตอบแทนท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ ซ่ึงข้ึนอยู่กบั ความสามารถของกิจการในการหาเงินเพื่อชาระหน้ี 3.2.3 ให้ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ทรัพยากรทางเศรษฐกิจของกิจการ กิจการนาเสนอขอ้ มูล ทางการบญั ชีท่ีแสดงขอ้ มูลเกี่ยวกบั ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ภาระผกู พนั และส่วนของเจา้ ของกิจการ ซ่ึงขอ้ มูลเหล่าน้ีเป็นประโยชน์ ในการประเมินความมนั่ คงทางการเงิน สภาพคล่อง และความสามารถ ในการชาระหน้ีของกิจการ 3.2.4 ใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั ผลการดาเนินงานประจางวด ผใู้ ชข้ อ้ มูลในอดีต เพ่ือประเมิน หรือคาดคะเนเหตุการณ์ในภายหนา้ ของกิจการ ขอ้ มูลที่สาคญั จะช่วยผใู้ ชใ้ นเร่ืองต่อไปน้ี 3.2.4.1 ประเมินผลการดาเนินงานของกิจการ 3.2.4.2 ประเมินผลการปฏิบตั ิงานของผบู้ ริหาร 3.2.4.3 ประเมินความสามารถในการทากาไร 3.2.4.4 พยากรณ์กาไรในอนาคต 3.2.4.5 ประเมินความเส่ียงจากการลงทุนและการใหก้ ยู้ มื 3.2.5 ให้ขอ้ มูลเก่ียวกบั ความรับผิดชอบของผูบ้ ริหารที่มีต่อเจา้ ของขอ้ มูลทางการ บญั ชี สามารถใชป้ ระโยชนใ์ นการประเมินความรับผดิ ชอบของผบู้ ริหารกิจการซ่ึงจะมีผลต่อการเล่ือน ตาแหน่ง และการโยกยา้ ยผูบ้ ริหาร ขอ้ มูลดงั กล่าวแสดงถึงการจดั การดูแล การใช้สินทรัพยอ์ ย่างมี ประสิทธิภาพ และความสามารถในการทากาไร 4. ประโยชน์ของข้อมูลทางการบญั ชี เป็นที่ยอมรับกนั ในปัจจุบนั วา่ ขอ้ มูลบญั ชีเป็นสิ่งสาคญั จนมีผกู้ ล่าววา่ การบญั ชีเป็นหูและตา ของผบู้ ริหาร ขอ้ มูลการบญั ชีจึงมีประโยชน์ ดงั น้ี 4.1 เพือ่ ใหท้ ราบถึงผลการดาเนินงาน และฐานะทางการเงินของกิจการ การจดั ทาบญั ชีจะทาใหก้ ิจการทราบถึงผลการดาเนินงาน ฐานะทางการเงินของธุรกิจ และความมนั่ คงของธุรกิจ เม่ือมีการบนั ทึกรายการต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนแลว้ ขอ้ มูลท่ีไดบ้ นั ทึกไวจ้ ะสามารถ นามาจดั ทาเป็นรายงานทางการเงินได้ เช่น งบดุล และ งบกาไรขาดทุน ซ่ึงเป็นภาพสะทอ้ นในการ ดาเนินธุรกิจ 4.2 เพือ่ เป็นเครื่องมือช่วยในการวางแผน และตดั สินใจของธุรกิจ ขอ้ มูลบญั ชีจะเป็นประโยชนต์ ่อการวางแผน และการตดั สินใจ โดยประเมินจากขอ้ มูล

7 เหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบนั และอนาคต ซ่ึงอาจอยู่ในรูปของรายงานการวิเคราะห์ต่าง ๆ อนั เป็ น เครื่องมือช่วยใหผ้ บู้ ริหารงานสามารถดาเนินงานอยา่ งมีประสิทธิภาพมากข้ึน 4.3 เพ่ือใชเ้ ป็นหลกั ฐานอา้ งอิงในภายหลงั ขอ้ มูลทางการบญั ชี ท่ีมีการจดั ทาไวใ้ นรูปของรายงานทางการเงิน สามารถใชเ้ ป็น หลกั ฐานประกอบเหตุการณ์ต่าง ๆ ทางธุรกิจท่ีเกิดข้ึน หากมีขอ้ โตแ้ ยง้ หรือขอ้ พิพาทก็อาจนาขอ้ มูล ทางการบญั ชีดงั กล่าว มาใชใ้ นการอา้ งอิงได้ 4.4 เพื่อเป็นเครื่องมือในการหาแหล่งเงินทุน ขอ้ มูลทางการบญั ชีสามารถนามาจดั ทาเป็นรายงานทางการเงินที่ใชเ้ ป็นส่ือกลางในการ ติดต่อทางธุรกิจต่าง ๆ เช่น กิจการนารายงานทางการเงินไปใชเ้ ป็นขอ้ มูลประกอบในการขอสินเชื่อ กบั ธนาคาร โดยธนาคารจะใช้รายงานทางการเงินของกิจการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิสินเชื่อ ขอ้ มูล ทางการบญั ชีจะสะทอ้ นถึงความน่าเช่ือถือ และความสามารถในการชาระหน้ีของผขู้ อกู้ 4.5 เพอ่ื ประโยชน์ในการเสียภาษีไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง การจัดทาบัญชีจะช่วยให้กิจการทราบถึงกาไรขาดทุนที่ถูกต้อง ส่งผลให้กิจการ สามารถนาขอ้ มูลทางการบญั ชีดงั กล่าว มาช่วยในการวางแผนภาษีอากรไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ซ่ึงจะช่วย ใหก้ ิจการเสียภาษีไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งตามกฎหมายภาษีอากร 4.6 เพื่อควบคุมและดูแลรักษาสินทรัพยข์ องกิจการ ข้อมูลทางการบัญชีแสดงถึงสินทรัพย์ท่ีกิจการมีอยู่ และสามารถใช้อ้างอิงเพื่อ ประโยชนใ์ นการควบคุมมิใหส้ ินทรัพยเ์ กิดการสูญหาย 4.7 เพ่ือประโยชนต์ ่อการตดั สินใจของบุคคลภายนอก ขอ้ มูลทางการบญั ชีจะช่วยใหบ้ ุคคลภายนอก เช่น เจา้ หน้ี นกั ลงทุน ไดท้ ราบถึงขอ้ มูล ทางการเงินของกิจการ แลว้ สามารถใชข้ อ้ มูลทางการบญั ชี เพ่ือช่วยในการตดั สินใจลงทุน หรือปลอ่ ย สินเชื่อ 4.8 เพื่อใหถ้ ูกตอ้ งตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการบญั ชี การจดั ทาบญั ชีน้นั จะตอ้ งเป็ นไปตามพระราชบญั ญตั ิทางการบญั ชีต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง กบั กิจการ กฎหมายการบญั ชีจะกาหนดให้กิจการตอ้ งรับผิดชอบในการจดั ทาบญั ชีให้ถูกตอ้ ง และ สะทอ้ นความเป็นจริง

8 5. แม่บทการบญั ชี 5.1 แม่บทการบญั ชี (Accounting framework) เป็ นขอ้ กาหนดเพ่ือวางแนวคิดพ้ืนฐานในการจดั ทา และนาเสนองบการเงิน เพื่อเป็น ประโยชน์ต่อผจู้ ดั ทางบการเงิน ผสู้ อบบญั ชี และผทู้ ี่สนใจ ในกรณีท่ีไม่มีขอ้ กาหนดทางบญั ชีที่ชดั เจน รวมท้งั ยงั ช่วยใหผ้ ใู้ ชง้ บการเงินไดเ้ ขา้ ใจความหมายของขอ้ มูลที่นาเสนอในงบการเงิน และนาขอ้ มูล ไปใชป้ ระโยชนใ์ นการตดั สินใจเชิงเศรษฐกิจไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ในการศึกษาวิชาบญั ชีเบ้ืองตน้ 1 ผศู้ ึกษาควรทราบถึงองคป์ ระกอบของแม่บทการบญั ชี ท่ีสาคญั และเก่ียวขอ้ งกบั การจดั ทางบการเงิน ซ่ึงประกอบดว้ ย ขอ้ สมมติ และลกั ษณะเชิงคุณภาพของ งบการเงิน 5.1.1 ขอ้ สมมติในการจดั ทาและนาเสนองบการเงิน เพ่ือใหก้ ารจดั ทางบการเงินบรรลุ วตั ถุประสงค์ แม่บทการบญั ชีไดก้ าหนดขอ้ สมมติไว้ 2 ขอ้ ดงั น้ี 5.1.1.1 เกณฑค์ งคา้ ง (Accrual Basis) งบการเงินตอ้ งจดั ทาข้ึน โดยใชเ้ กณฑ์ คงคา้ ง เพ่อื ใหบ้ รรลุตามวตั ถุประสงค์ ซ่ึงโดยปกติแลว้ รายการ และเหตกุ ารณ์ทางการบญั ชีจะรับรู้ เมื่อเกิดข้ึน มิใช่เม่ือมีการรับหรือจ่ายเงินหรือรายการเทียบเท่าเงินสด โดยรายการต่าง ๆ จะบนั ทึก และแสดงในงบการเงินตามงวดบญั ชีท่ีเก่ียวขอ้ ง งบการการเงินท่ีจดั ทาข้ึนตามเกณฑค์ งคา้ งนอกจาก จะให้ขอ้ มูลแก่ผูใ้ ช้งบการเงินเกี่ยวกบั รายการคา้ ในอดีตที่เกี่ยวขอ้ งกบั การรับ และจ่ายเงินสดแลว้ ยงั ให้ข้อมูลที่เก่ียวกับภาระผูกพนั ซ่ึงกิจการจะตอ้ งจ่ายเป็ นเงินสดในอนาคต และข้อมูลเกี่ยวกับ ทรัพยากรท่ีไดร้ ับเป็ นเงินสดในอนาคตอีกดว้ ย ดงั น้ัน งบการเงินจึงสามารถให้ขอ้ มูลรายการ และ เหตุการณ์ทางบญั ชีในอดีต ซ่ึงเป็นประโยชนแ์ ก่ผใู้ ชง้ บการเงินในการตดั สินใจในเชิงเศรษฐกิจ 5.1.1.2 การดาเนินงานต่อเน่ือง (Going Concern) โดยทวั่ ไปงบการเงินจดั ทาข้ึน ตามขอ้ สมมติท่ีวา่ กิจการจะดาเนินงานอยา่ งต่อเนื่อง และดารงอยตู่ ่อไปในอนาคต ดงั น้นั จึงสมมติวา่ กิจการไม่มีเจตนาหรือมีความจาเป็นท่ีจะเลิกกิจการ หรือลดขนาดของการดาเนินงานอยา่ งมีนยั สาคญั หากกิจการมีเจตนาหรือความจาเป็ นดังกล่าว งบการเงินตอ้ งจดั ทาข้ึนโดยใช้เกณฑ์อ่ืน และตอ้ ง เปิ ดเผยเกณฑน์ ้นั ในงบการเงินดว้ ย 5.1.2 ลกั ษณะเชิงคุณภาพของงบการเงิน หมายถึง คุณสมบตั ิท่ีทาใหข้ อ้ มูลต่าง ๆ ใน งบการเงินมีประโยชนต์ ่อผใู้ ชง้ บการเงิน ลกั ษณะเชิงคุณภาพแบ่งออกเป็นลกั ษณะหลกั 10 ประการ ดงั น้ี 5.1.2.1 ความเขา้ ใจได้ (Understandability) ขอ้ มูลในงบการเงินน้นั ตอ้ งสามารถ เขา้ ใจไดใ้ นทนั ทีที่ผใู้ ชง้ บการเงินใชข้ อ้ มูลดงั กลา่ ว ซ่ึงมีขอ้ สมมติวา่ ผใู้ ชง้ บการเงินมีความรู้ตามควร

9 เกี่ยวกับธุรกิจกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจ และการบัญชีรวมท้ังมีความต้ังใจตามควรที่จะศึกษาข้อมูล ดงั กล่าว อย่างไรก็ตามขอ้ มูลแมว้ ่าจะมีความซับซ้อนแต่ถา้ เกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สินใจเชิงเศรษฐกิจ ตอ้ งไม่ละเวน้ ท่ีจะแสดงในงบการเงิน เพียงเหตุผลที่ว่าขอ้ มูลดงั กล่าวยากเกินกว่าที่ผูใ้ ชง้ บการเงิน บางส่วนจะเขา้ ใจได้ 5.1.2.2 ความเก่ียวขอ้ งกบั การตดั สินใจ (Relevance) 1) ขอ้ มูลท่ีมีประโยชน์น้นั จะตอ้ งเก่ียวขอ้ งกบั การตดั สินใจของผใู้ ช้ งบการเงิน ขอ้ มูลจะเก่ียวขอ้ งกบั การตดั สินใจในเชิงเศรษฐกิจไดก้ ็ต่อเม่ือขอ้ มูลเหล่าน้นั ช่วยให้ผใู้ ช้ งบการเงินสามารถประเมินเหตกุ ารณ์ในอดีต ปัจจุบนั และอนาคต รวมท้งั ช่วยยนื ยนั หรือช้ีขอ้ ผดิ พลาด ของผลการประเมินท่ีผา่ นมาของผใู้ ชง้ บการเงินได้ 2) บทบาทของขอ้ มูล ท่ีช่วยในการคาดคะเน และช่วยยนื ยนั ถึง ความถูกตอ้ งของการคาดคะเนที่ผา่ นมา มีความสมั พนั ธก์ นั ตวั อยา่ งเช่น ขอ้ มูลเก่ียวกบั ปริมาณ และโครงสร้างของสินทรัพย์ ที่กิจการมีอยใู่ นปัจจุบนั มีประโยชนต์ อ่ ผใู้ ชง้ บการเงินเมื่อผใู้ ชง้ บ การเงินพยายามคาดคะเนถึงความสามารถของกิจการในการไดร้ ับประโยชนจ์ ากโอกาสใหม่ ๆ และ ความ สามารถในการแกไ้ ขสถานการณ์ต่าง ๆ ขอ้ มูลเดียวกนั น้ีมีบทบาทในการยนื ยนั ถึงความถูกตอ้ ง ของการคาดคะเนในอดีตท่ีเก่ียวกบั โครงสร้างของกิจการที่คาดวา่ จะเป็น และผลของการดาเนินงาน ตามที่วางแผนไว้ 3) ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดาเนินงานในอดีตของ กิจการ มกั ใชเ้ ป็นเกณฑใ์ นการคาดคะเนฐานะการเงิน ผลการดาเนินงานในอนาคต รวมท้งั เรื่องอื่น ๆ ท่ีผใู้ ชง้ บการเงินสนใจ เช่น การจ่ายเงินปันผล การจ่ายเงินค่าจา้ ง การเคลื่อนไหวของราคาหลกั ทรัพย์ และความสามารถของกิจการในการชาระภาระผูกพนั เม่ือครบกาหนด อย่างไรก็ตามขอ้ มูลจะมี ประโยชน์ต่อการคาดคะเนไดโ้ ดยไม่จาเป็นตอ้ งจดั ทาในรูปของประมาณการ ความสามารถในการ คาดคะเนจะเพ่ิมข้ึนไดด้ ว้ ยลกั ษณะการแสดงขอ้ มูลในงบการเงินของรายการ และเหตุการณ์ทางบญั ชี ที่เกิดข้ึนในอดีต เช่น งบกาไรขาดทุนจะมีประโยชนใ์ นการคาดคะเนเพ่มิ ข้ึน หากรายการเก่ียวกบั การดาเนินงานท่ีมีลกั ษณะไม่เป็นปกติ รายการผิดปกติ และรายการที่ไม่เกิดข้ึนบ่อยของรายได้ และ ค่าใชจ้ ่ายไดแ้ สดงแยกต่างหากจากกนั 5.1.2.3 ความมีสาระสาคญั (Materiality) 1) ความเก่ียวข้องในเร่ืองของการตัดสินใจของข้อมูลจะข้ึนอยู่กับ ลกั ษณะ และความมีสาระสาคญั ของขอ้ มูลน้นั ซ่ึง ในบางกรณี ลกั ษณะของขอ้ มูลแต่เพยี งอยา่ งเดียว ก็เพียงพอต่อการพิจารณาวา่ ขอ้ มูลมีความเกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สินใจหรือไม่ ตวั อยา่ งเช่น การรายงาน ส่วนงานใหม่อาจส่งผลกระทบต่อการประเมินความเส่ียง และโอกาสของกิจการแม้ว่าผลการ ดาเนินงานของส่วนงานในงวดน้นั จะไม่มีสาระสาคญั ในบางกรณี ท้งั ลกั ษณะและความมีสาระสาคญั

10 ของขอ้ มูลจะมีส่วนสาคญั ต่อการพจิ ารณาวา่ ขอ้ มูลมีความเกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สินใจหรือไม่ ตวั อยา่ ง เช่น มูลคา่ ของสินคา้ คงเหลือ ท่ีแยกตามประเภท ตามหลกั ที่เหมาะสมกบั ธุรกิจน้นั หากมูลคา่ ของ สินคา้ คงเหลือไม่มีสาระสาคญั ขอ้ มูลเก่ียวกบั สินคา้ คงเหลือน้นั กไ็ ม่เกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สินใจ 2) ขอ้ มูลจะถือว่ามีสาระสาคญั หากการไม่แสดงขอ้ มูล หรือการ แสดงข้อมูลผิดพลาด มีผลกระทบต่อการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจของผูใ้ ช้งบการเงิน ความมี สาระสาคญั จะข้ึนอยกู่ บั ขนาดของรายการหรือขนาดของความผดิ พลาดท่ีเกิดข้ึนภายใตส้ ภาพการณ์เฉพาะ ซ่ึงตอ้ ง พิจารณาเป็ นแต่ละกรณี ดงั น้นั ความมีสาระสาคญั จึงถือเป็ นขอ้ พิจารณามากกว่าจะเป็ นลกั ษณะเชิง คุณภาพ ซ่ึงขอ้ มูลตอ้ งมีหากขอ้ มูลน้นั จะถือวา่ มีประโยชน์ 5.1.2.4 ความเชื่อถือได้ (Reliability) 1) ขอ้ มูลท่ีเป็นประโยชน์ตอ้ งเชื่อถือได้ โดยขอ้ มูลจะมีคุณสมบตั ิของ ความเชื่อถือได้ หากปราศจากความผิดพลาดท่ีมีสาระสาคญั และความลาเอียงซ่ึงจะทาใหผ้ ใู้ ช้ งบการเงินสามารถเช่ือไดว้ ่าขอ้ มูลน้นั เป็ นตวั แทนอนั เที่ยงธรรมของขอ้ มูลที่ตอ้ งการให้แสดง หรือ สามารถคาดการณ์ไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผลวา่ แสดงได้ 2) ขอ้ มูลอาจมีความเกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สินใจ แต่การบนั ทึกขอ้ มูล ดงั กล่าวอาจทาใหผ้ ใู้ ชง้ บการเงินเขา้ ใจผิด เน่ืองจากขอ้ มูลขาดความน่าเช่ือถือ ตวั อยา่ งเช่น ประมาณ การค่าเสียหายจากการถูกฟ้องร้องที่อยรู่ ะหว่างการพิจารณาคดีอาจขาดความเช่ือถือเนื่องจากจานวน ค่าเสียหาย และผลการพิจารณาคดียงั ไม่เป็ นที่แน่นอน ดงั น้ัน อาจเป็ นการไม่เหมาะสมที่กิจการจะ รับรู้ค่าเสียหายดังกล่าวในงบดุล แต่กิจการต้องเปิ ดเผยจานวนค่าเสียหายท่ีมีการเรียกร้อง และ เหตุการณ์เก่ียวกบั การฟ้องร้องดงั กล่าว 5.1.2.5 การเป็นตวั แทนอนั เท่ียงธรรม (Representational Faithfulness) 1) ขอ้ มูลจะมีความเช่ือถือได้ เม่ือรายการ และเหตกุ ารณ์ทางบญั ชีน้นั ไดถ้ ูกแสดงไวอ้ ยา่ งเที่ยงธรรมตามท่ีตอ้ งการใหแ้ สดงหรือสามารถคาดการณ์ไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผลวา่ แสดงได้ ตวั อยา่ งเช่น งบดุลตอ้ งเป็นตวั แทนอนั เที่ยงธรรมของรายการและเหตุการณ์ทางบญั ชี ซ่ึง ก่อใหเ้ กิดสินทรัพย์ หน้ีสิน และส่วนของเจา้ ของกิจการเฉพาะส่วนท่ีเขา้ เกณฑก์ ารรับรู้รายการ ณ วนั ท่ี เสนอรายงาน เป็นตน้ 2) ข้อมูลทางการเงินส่วนใหญ่อาจมีความเส่ียงที่จะไม่อาจเป็ น ตวั แทนอนั เท่ียงธรรม ของรายการท่ีตอ้ งการใหแ้ สดงอยบู่ า้ งโดยมิไดม้ ีสาเหตุมาจากความลาเอียง แต่ เกิดจากความซบั ซอ้ นในการระบุรายการและเหตุการณ์ทางบญั ชี หรือเกิดจากการนาหลกั การวดั มูลคา่ และเทคนิคในการนาเสนอรายการมาประยกุ ต์ ใช้ ในบางกรณีการวดั มูลค่าผลกระทบทางการเงินของ

11 รายการบางรายการอาจมีความไม่แน่นอนสูงจนกระท่ังกิจการไม่รับรู้รายการน้ันในงบการเงิน ตวั อยา่ งเช่น กิจการมีคา่ ความนิยมท่ีเกิดข้ึน หลงั จากไดด้ าเนินงานมาระยะหน่ึง แต่กิจการไม่สามารถ บนั ทึกคา่ ความนิยมท่ีเกิดข้ึนภายในได้ เนื่องจากเป็นการยากที่กิจการจะระบุหรือกาหนดมูลคา่ ของ ค่าความนิยมดงั กล่าวไดอ้ ย่างน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีกิจการอาจรับรู้บางรายการและ เปิ ดเผยขอ้ มูลเกี่ยวกบั ความเสี่ยงจากการผดิ พลาดในการรับรู้และการวดั ค่าของรายการน้นั 5.1.2.6 เน้ือหาสาคญั กว่ารูปแบบ (Substance over form) เพ่ือให้ขอ้ มูลน้นั เป็ น ตวั แทนอนั เท่ียงธรรมของรายการ และเหตุการณ์ทางบญั ชี ขอ้ มูลดงั กล่าวตอ้ งบนั ทึก และแสดงตาม เน้ือหา และความเป็ นจริงเชิงเศรษฐกิจมิใช่ตามรูปแบบทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว เน้ือหาของ รายการ และเหตุการณ์ทางบญั ชีอาจไม่ตรงกบั รูปแบบทางกฎหมายหรือรูปแบบที่ทาข้ึน ตวั อยา่ ง เช่น กิจการอาจโอนสินทรัพยใ์ หก้ บั บุคคลอ่ืนโดยมีเอกสารยืนยนั วา่ ไดม้ ีการโอนกรรมสิทธ์ิตามกฎหมาย ไปให้กบั บุคคลน้ันแลว้ แต่มีขอ้ ตกลงให้กิจการยงั คงไดร้ ับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจาก สินทรัพยน์ ้นั ต่อไป ในกรณีดงั กล่าวการที่กิจการรายงานว่าไดข้ ายสินทรัพย์ จึงไม่เป็ นตวั แทนอนั เท่ียงธรรมของรายการที่เกิดข้ึน (แมว้ า่ ในความเป็นจริงมีรายการดงั กลา่ วเกิดข้ึน) 5.1.2.7 ความเป็ นกลาง (Neutrality) ขอ้ มูลท่ีแสดงอยู่ในงบการเงินจะมีความ น่าเช่ือถือเม่ือมีความเป็นกลางหรือปราศจากความลาเอียง งบการเงินจะขาดความเป็นกลางหาก การเลือกขอ้ มูลหรือการแสดงข้อมูลในงบการเงินน้ันมีผลทาให้ผูใ้ ช้งบการเงินตดั สินใจหรือใช้ ดุลพนิ ิจเพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลตามเจตนาของกิจการ 5.1.2.8 ความระมดั ระวงั (Prudence) โดยทวั่ ไปผจู้ ดั ทางบการเงินจะตอ้ งประสบ กับความไม่แน่นอนอนั หลีกเลี่ยงไม่ไดเ้ กี่ยวกบั เหตุการณ์และสภาพแวดลอ้ มต่าง ๆ ตวั อย่าง เช่น ความสามารถในการเก็บหน้ี การประมาณอายกุ ารใหป้ ระโยชน์ของโรงงานและอุปกรณ์ และจานวน การเรียกร้องค่าเสียหายท่ีอาจเกิดข้ึนตามสัญญารับประกนั กิจการตอ้ งแสดงความไม่แน่นอนดงั กลา่ ว โดยการเปิ ดเผยถึงลกั ษณะ และผลกระทบ โดยการใชห้ ลกั ความระมดั ระวงั ในการจดั ทา งบการเงิน หลกั ความระมดั ระวงั น้ี คือการใช้ดุลยพินิจท่ีจาเป็ นในการประมาณการภายใต้ภาวะ ความไม่แน่นอน เพ่ือมิใหส้ ินทรัพยห์ รือรายไดแ้ สดงจานวนสูงเกินไป และหน้ีสินหรือค่าใชจ้ ่ายแสดง จานวนต่าเกินไป อยา่ งไรก็ตาม การใชห้ ลกั ความระมดั ระวงั มิได้อนุญาตใหก้ ิจการต้งั สารองลบั หรือ ต้ังค่าเผ่ือไวส้ ูงเกินไป โดยเจตนาแสดงสินทรัพยห์ รือรายได้ให้ต่าเกินไปหรือแสดงหน้ีสินหรือ คา่ ใชจ้ ่ายใหส้ ูงเกินไป เน่ืองจากจะทาใหง้ บการเงินขาดความเป็นกลางซ่ึงมีผลต่อการความน่าเช่ือถือ 5.1.2.9 ความครบถว้ น (Completeness) ขอ้ มูลในงบการเงินท่ีเชื่อถือไดจ้ ะตอ้ ง ครบถว้ น โดยคานึงถึง ความมีสาระสาคญั ของขอ้ มูล และตน้ ทุนในการจดั ทารายการ การละเวน้ ไม่แสดงบางรายการในงบการเงิน จะทาให้ขอ้ มูลผิดพลาดหรือทาให้ผใู้ ชง้ บการเงินเขา้ ใจผิด ขอ้ มูล ดงั กลา่ วจะขาดความน่าเชื่อถือ และมีความเกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สินใจนอ้ ยลง

12 5.1.2.10 การเปรียบเทียบได้ (Comparability) 1) ผใู้ ชง้ บการเงิน ตอ้ งสามารถเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการใน รอบระยะเวลาต่างกนั เพ่ือคาดคะเนถึงแนวโนม้ ของฐานะการเงิน และผลการดาเนินงานของกิจการ นอกจากน้ีผูใ้ ชง้ บการเงินยงั ตอ้ งสามารถเปรียบเทียบงบการเงินระหว่างกิจการ เพื่อประเมินฐานะ การเงินของกิจการ ผลการดาเนินงาน และการเปล่ียนแปลงฐานะการเงิน ดงั น้นั การวดั มูลค่าและการ แสดงผลกระทบทางการเงินของรายการ และเหตุการณ์ทางบัญชีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน จึง จาเป็ นตอ้ งปฏิบตั ิอยา่ งสม่าเสมอ ไม่ว่าจะเป็ นการปฏิบตั ิภายในกิจการเดียวกนั แต่ต่างรอบระยะเวลา หรือเป็นการปฏิบตั ิของกิจการแต่ละกิจการกต็ าม 2) การเปรียบเทียบกนั ได้ เป็ นลกั ษณะเชิงคุณภาพที่สาคญั กล่าวคือ ผูใ้ ชง้ บการเงินจาเป็ นตอ้ งไดร้ ับขอ้ มูลเก่ียวกบั นโยบายการบญั ชีท่ีใชใ้ นการจดั ทางบการเงิน รวมท้งั ขอ้ มูลในการเปล่ียนแปลงเก่ียวกบั นโยบายการบญั ชี และผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงดงั กล่าว ผใู้ ช้ งบการเงินจะตอ้ งสามารถระบุความแตกต่างระหวา่ งนโยบายการบญั ชีที่กิจการใชส้ าหรับรายการ และ เหตุการณ์ทางบญั ชีท่ีคลา้ ยคลึงกนั ในรอบระยะเวลาบญั ชีที่ต่างกนั ของกิจการเดียวกัน และความ แตกต่างระหวา่ งนโยบายการบญั ชีที่ใชข้ องกิจการแต่ละกิจการได้ การปฏิบตั ิตามมาตรฐานการบญั ชี ซ่ึงรวมถึง การเปิ ดเผยนโยบายการบญั ชี จะช่วยให้งบการเงินมีคุณสมบตั ิในการเปรียบเทียบกนั ได้ 3) การที่ข้อมูลจาเป็ นต้องเปรียบเทียบกันได้มิได้หมายความว่า ขอ้ มูลตอ้ งอยใู่ นรูปแบบเดียวกนั ตลอดไป และไม่ใช่ขอ้ อา้ งอนั สมควรท่ีจะไม่นามาตรฐานการบญั ชี ที่เหมาะสมกว่ามาถือปฏิบตั ิ กิจการตอ้ งไม่ใชน้ โยบายการบญั ชีต่อไปสาหรับรายการ และเหตุการณ์ ทางบญั ชี หากนโยบายการบญั ชีน้นั ไม่สามารถทาให้ขอ้ มูลมีลกั ษณะเชิงคุณภาพ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การ ตดั สินใจ และความเช่ือถือได้ นอกจากน้ีกิจการจะตอ้ งเลือกใชน้ โยบายบญั ชีอื่นหากทาใหข้ อ้ มูล ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สินใจและเช่ือถือไดม้ ากข้ึน 4) เนื่องจากผใู้ ชง้ บการเงินตอ้ งการเปรียบเทียบฐานะการเงิน ผลของ การดาเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของกิจการ สาหรับระยะเวลาท่ีต่างกนั ดงั น้นั งบการเงินตอ้ งแสดงขอ้ มูลของรอบระยะเวลาท่ีผา่ นมาดว้ ย ตลอดจนระบุขอ้ จากดั ของขอ้ มูลการบญั ชี ไวด้ งั น้ี (1) ความทนั ต่อเวลา ในการรายงานขอ้ มูลท่ีล่าชา้ อาจทาใหข้ อ้ มูล สูญเสียความเก่ียวขอ้ งกบั การตดั สินใจ อย่างไรก็ตามฝ่ ายบริหารตอ้ งพิจารณาเปรียบเทียบระหว่าง ประโยชน์ที่ควรไดร้ ับจากการรายงานท่ีความทนั ต่อเวลากบั ความเชื่อถือไดข้ องรายงานน้นั กิจการ อาจจาเป็ นจะต้องเสนอรายงานให้ความทันต่อเวลาก่อนท่ีจะทราบข้อมูลเกี่ยวกับรายการ และ เหตุการณ์ทางบญั ชีในทุกลกั ษณะซ่ึงมีผลให้ความเชื่อถือไดข้ องขอ้ มูลลดลง ในทางกลบั กนั หาก กิจการจะรอจนกระทง่ั ทราบขอ้ มูลในทุกลกั ษณะจึงจะเสนอรายงาน รายงานน้นั อาจมีความเชื่อถือได้

13 สูงแต่ไม่มีประโยชน์ต่อผใู้ ชง้ บการเงินในการตดั สินใจในช่วงเวลาน้นั ในการหาความสมดุลระหวา่ ง ความเกี่ยวขอ้ งกบั เร่ืองการตดั สินใจ และเช่ือถือไดข้ องขอ้ มูล กิจการจึงตอ้ งพิจารณาถึงความตอ้ งการ ของผใู้ ชง้ บการเงินในการตดั สินใจเชิงเศรษฐกิจเป็นหลกั (2) ความสมดุลระหวา่ งประโยชน์ที่ไดร้ ับกบั ตน้ ทุนท่ีตอ้ งเสียไป ถือเป็ นขอ้ จากดั ที่ครอบคลุมทวั่ ไปในงบการเงินมากกว่าจะถือเป็ นลกั ษณะเชิงคุณภาพ โดยทว่ั ไป ประโยชน์ที่ไดร้ ับจากขอ้ มูลตอ้ งมากกว่าตน้ ทุนในการจดั หาขอ้ มูลน้นั การประเมินประโยชน์ และ ตน้ ทุนจาเป็นตอ้ งใชด้ ุลยพินิจเป็นหลกั โดยเฉพาะเมื่อผทู้ ี่ไดร้ ับประโยชน์จากขอ้ มูลไม่ตอ้ งรับผดิ ชอบ ต่อต้นทุนในการจัดหาข้อมูลน้ัน ข้อมูลอาจให้ประโยชน์แก่บุคคลอื่นนอกเหนือจากผูท้ ่ีกิจการ นาเสนอขอ้ มูลให้ ตวั อย่าง เช่น การให้ขอ้ มูลเพ่ิมเติมแก่ผูใ้ ห้กู้ อาจทาใหต้ น้ ทุนการกูย้ ืมของกิจการ ลดลง ดงั น้ัน จึงเป็ นการยากที่จะกาหนดสูตรสาเร็จในการหาความสมดุลระหว่างประโยชน์กบั ตน้ ทุนเพื่อให้นามาปฏิบตั ิในแต่ละกรณี อย่างไรก็ตามคณะกรรมการกาหนดมาตรฐานการบญั ชี ตระหนกั ถึงขอ้ จากดั น้ี รวมท้งั ผจู้ ดั ทาและผใู้ ชง้ บการเงินตอ้ งตระหนกั ถึงขอ้ จากดั น้ีดว้ ยเช่นกนั (3) ความสมดุลของลกั ษณะเชิงคุณภาพ ในทางปฏิบตั ิการสร้าง ความสมดุลระหว่างลกั ษณะเชิงคุณภาพต่าง ๆ ถือเป็ นส่ิงจาเป็ น วตั ถุประสงคห์ ลกั คือ การหาความ สมดุลของลกั ษณะเชิงคุณภาพต่าง ๆ เพ่ือใหง้ บการเงินบรรลุวตั ถุประสงค์ แต่ความสาคญั ของลกั ษณะ เชิงคุณภาพจะแตกต่างกนั ไปในแต่ละกรณี จึงจาเป็นตอ้ งใชด้ ุลยพินิจเย่ียงผูป้ ระกอบวิชาชีพในการ ตดั สินใจเลือกความสมดุลดงั กล่าว (4) การแสดงขอ้ มูลที่ถูกตอ้ งตามควร งบการเงินตอ้ งแสดงขอ้ มูล ท่ีถูกตอ้ งตามควรเกี่ยวกบั ฐานะการเงิน ผลการดาเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของ กิจการ แมว้ ่าแม่บทการบญั ชีน้ีไม่เก่ียวขอ้ งโดยตรงกบั แนวคิดในการแสดงขอ้ มูลท่ีถูกตอ้ งตามควร แต่การนาหลกั การของลกั ษณะเชิงคุณภาพ และมาตรฐานการบญั ชีที่เหมาะสมมาปฏิบตั ิก็สามารถ ส่งผลทาใหง้ บการเงินแสดงขอ้ มูลที่ถูกตอ้ ง และยตุ ิธรรมได้ หรือกลา่ วอีกนยั หน่ึงทาใหง้ บการเงินน้นั ใหข้ อ้ มูลที่ถูกตอ้ งตามควรนนั่ เอง 6. ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชี ผใู้ ชง้ บการเงินประกอบดว้ ย ผลู้ งทุน ท้งั ผลู้ งทุนในปัจจุบนั และผทู้ ่ีอาจตดั สินใจลงทุน ในอนาคต ลูกจา้ ง ผใู้ หก้ ู้ ผขู้ ายสินคา้ และเจา้ หน้ีอ่ืน ลูกคา้ รัฐบาล และหน่วยงานราชการ และ สาธารณชนผใู้ ชง้ บการเงินเหลา่ น้ีใชง้ บการเงินเพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการขอ้ มูลที่แตกต่างกนั ดงั น้ี

14 6.1 ผลู้ งทุน (Investor) หมายถึง ผูเ้ ป็ นเจา้ ของเงินทุน รวมท้งั ที่ปรึกษาซ่ึงตอ้ งการทราบถึงความเสี่ยง และ ทราบผลตอบแทนจากการลงทุน ผูล้ งทุนตอ้ งการขอ้ มูลท่ีจะช่วยในการพิจารณาตดั สินใจ ซ้ือ ขาย หรือถอนเงินลงทุนน้นั ต่อไป นอกจากขอ้ มูลดงั กล่าวแลว้ ผลู้ งทุนท่ีเป็นผถู้ ือหุน้ ยงั ตอ้ งการขอ้ มูล ท่ีช่วยในการประเมินความสามารถของกิจการเกี่ยวกบั การจ่ายเงินปันผลดว้ ย 6.2 ลูกจา้ ง (Employee) หมายถึง กลุ่มลูกจา้ ง รวมท้งั กลุ่มตวั แทนซ่ึงตอ้ งการขอ้ มูลท่ีเก่ียวกบั ความมนั่ คง และความสามารถในการทากาไรของนายจา้ ง นอกจากน้ันยงั ตอ้ งการขอ้ มูลที่จะช่วยให้สามารถ ประเมินความสามารถของกิจการในการจ่ายคา่ ตอบแทน บาเหน็จ บานาญ และโอกาสในการจา้ งงาน 6.3 ผใู้ หก้ ู้ (Lender) หมายถึง ผซู้ ่ึงตอ้ งการขอ้ มูลท่ีช่วยในการพจิ ารณาวา่ เงินใหก้ ยู้ มื และดอกเบ้ียท่ีเกิดข้นึ จะไดร้ ับชาระเมื่อครบกาหนด 6.4 ผขู้ ายสินคา้ และเจา้ หน้ีอื่น (Suppliers and Other creditors) หมายถึง ผซู้ ่ึงตอ้ งการขอ้ มูลที่จะช่วยในการตดั สินใจวา่ หน้ีสินน้นั จะไดร้ ับชาระคืน เมื่อครบกาหนด เจ้าหน้ีการคา้ อาจให้ความสนใจข้อมูลของกิจการในระยะเวลาที่ส้ันกว่าผูใ้ ห้กู้ นอกจากวา่ การดาเนินงานของเจา้ หน้ีน้นั ข้ึนอยกู่ บั การดาเนินงานต่อเน่ืองของกิจการ ซ่ึงเป็นลูกคา้ รายใหญ่ 6.5 ลกู คา้ (Customer) หมายถึง ผูซ้ ่ึงตอ้ งการขอ้ มูลเกี่ยวกบั การดาเนินงานต่อเนื่องของกิจการ โดยเฉพาะ กรณีท่ีมีความสมั พนั ธ์อนั ยาวนานหรือตอ้ งพ่งึ พากิจการน้นั 6.6 รัฐบาลและหน่วยงานราชการ (Government and Government agencies) หมายถึง หน่วยงานท่ีตอ้ งการขอ้ มูลเกี่ยวกบั การดาเนินงานของกิจการ เพ่ือการ จดั สรรทรัพยากร การกากบั ดูแล การพจิ ารณากาหนดนโยบายทางดา้ นภาษี และเพอื่ ใชข้ อ้ มูลเป็นฐาน ในการคานวณรายไดป้ ระชาชาติและจดั ทาสถิติในดา้ นต่าง ๆ 6.7 สาธารณชน (Public) หมายถึง ประชาชนผูซ้ ่ึงต้องการข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มความสาเร็จ และการ ดาเนินงานของกิจการ เน่ืองจากกิจการอาจก่อใหเ้ กิดผลกระทบต่อสาธารณชนในการจา้ งงาน และ การรับซ้ือสินคา้ จากผผู้ ลิตในทอ้ งถ่ิน แมว้ ่างบการเงินไม่อาจตอบสนองความตอ้ งการขอ้ มูลของผูใ้ ชง้ บการเงินไดท้ ุกกลุ่ม แต่ ผใู้ ชง้ บการเงินส่วนใหญ่กม็ ีความตอ้ งการขอ้ มูลบางส่วนท่ีมีลกั ษณะร่วมกนั ซ่ึงงบการเงินสามารถ

15 สนองความตอ้ งการได้ ตามปกติขอ้ มูลใดในงบการเงินท่ีสามารถตอบสนองความตอ้ งการของ ผลู้ งทุนได้ ขอ้ มูลน้นั จะสามารถตอบสนองความตอ้ งการของผใู้ ชง้ บการเงินกลุม่ อ่ืน ๆ ไดเ้ ช่นกนั ฝ่ ายบริหารของกิจการมีหนา้ ที่รับผดิ ชอบในการจดั ทา และนาเสนองบการเงินของกิจการ ดงั น้นั ฝ่ ายบริหารตอ้ งใหค้ วามสนใจต่อขอ้ มูล เพ่อื แสดงไวใ้ นงบการเงิน อยา่ งไรกต็ ามแม่บทการบญั ชีน้ี จะไม่ครอบคลุมถึงการรายงานขอ้ มูลเพมิ่ เติม ซ่ึงฝ่ ายบริหารสามารถกาหนดรูปแบบ และเน้ือหา เพอ่ื ช่วยในการวางแผนตดั สินใจ และควบคุมภายในกิจการเอง 7. ประเภทของหน่วยงานธุรกจิ หน่วยงานธุรกิจหรือที่เรียกวนั ว่า “กิจการค้า” หมายถึง หน่วยงานที่ก่อต้ังข้ึนโดยมี จุดประสงคเ์ พื่อประกอบกิจกรรมทางธุรกิจมุ่งท่ีจะใชท้ รัพยากรของกิจการใหเ้ กิดประโยชน์มากท่ีสุด ตามวตั ถุประสงคห์ รือเป้าหมายในการดาเนินธุรกิจ หน่วยงานธุรกิจอาจแบ่งตามลกั ษณะของกิจกรรม การประกอบธุรกิจได้ 3 ประการใหญ่ ๆ คือ 7.1 ธุรกิจบริการ (Service Business) เป็นธุรกิจที่มีลกั ษณะสาคญั คือ ไม่ไดข้ ายสินคา้ แต่ใหบ้ ริการแก่ลูกคา้ ผลผลิตจะอยใู่ น รูปของการใหบ้ ริการตามความตอ้ งการของลูกคา้ เช่น บริษทั ประกนั ภยั สานกั งานบญั ชี สานกั งาน กฎหมาย ร้านตดั เส้ือ ร้านเสริมสวย กิจการขนส่ง เป็นตน้ ดงั น้นั รายไดห้ ลกั ของกิจการ ไดแ้ ก่ รายได้ จากการใหบ้ ริการ ส่วนค่าใชจ้ ่ายไดแ้ ก่ ตน้ ทุนในการใหบ้ ริการ และค่าใชจ้ ่ายในการดาเนินงาน 7.2 ธุรกิจพาณิชยกรรม (Merchandising Business) เป็ นธุรกิจท่ีมีลกั ษณะสาคญั คือ ซ้ือสินคา้ แลว้ ขายต่อให้ลูกคา้ ซ่ึงอาจจะเป็ นการขาย ปลีกหรือการขายส่ง เช่น หา้ งสรรพสินคา้ ร้านขายของชา ร้านขายยา ร้านขายเส้ือผา้ ร้านขายอุปกรณ์ เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า เป็นตน้ โดยปกติราคาที่ขายจะตอ้ งสูงกวา่ ตน้ ทุนท่ีซ้ือมา รายไดห้ ลกั ของกิจการไดแ้ ก่ รายไดจ้ ากการขาย ส่วนคา่ ใชจ้ ่ายของกิจการไดแ้ ก่ ตน้ ทุนสินคา้ ที่ขาย และค่าใชจ้ ่ายในการดาเนินงาน 7.3 ธุรกิจอุตสาหกรรม (Manufacturing Business) เป็นธุรกิจท่ีทาการซ้ือสินคา้ มาเช่นเดียวกบั ธุรกิจพาณิชยกรรม แต่แตกต่างกนั ที่ กิจการ จะนาสินคา้ ท่ีซ้ือมาสร้างมูลค่าเพ่ิมโดยการประกอบหรือผา่ นกรรมวิธีในการผลิตเสียก่อน แลว้ จึงนา สินคา้ ที่ผลิตสาเร็จออกจาหน่าย เช่น กิจการผลิตรถยนต์ กิจการส่ิงทอ กิจการอาหารสาเร็จรูป รายได้ หลกั ของกิจการไดแ้ ก่รายไดจ้ ากการขายสินคา้ ส่วนค่าใชจ้ ่ายไดแ้ ก่ ตน้ ทุนการผลิต (ซ่ึงไดแ้ ก่ ตน้ ทุน

16 วตั ถุดิบ ค่าแรงงาน ค่าใชจ้ ่ายในการผลิต) และค่าใชจ้ ่ายในการดาเนินงาน สินคา้ ท่ีซ้ือมาเพ่ือทาการ ผลิตต่อเรียกวา่ “วตั ถุดิบ” จากประเภทของหน่วยงานธุรกิจที่กล่าวมาขา้ งตน้ สามารถสรุปและเปรียบเทียบลกั ษณะ ของธุรกิจไดด้ งั น้ี ลกั ษณะ บริการ ประเภทธุรกจิ อุตสาหกรรม ใหบ้ ริการ ผลิต กิจกรรม จากการใหบ้ ริการ พาณชิ ยกรรม จากการขาย รายได้ ตน้ ทุนการบริการ ซ้ือมาเพือ่ ขาย ตน้ ทุนขาย ตน้ ทุน จากการขาย ตน้ ทุนขาย ตาราง 1.1 การเปรียบเทียบประเภทของหน่วยงานธุรกิจ 8. รูปแบบของหน่วยงานธุรกจิ รูปแบบของหน่วยงานธุรกิจน้นั จะมีความแตกต่างกนั ตามจานวนของผูล้ งทุน ตามลกั ษณะ ในการจดั ต้งั การดาเนินงาน และสภาพตามกฎหมาย รูปแบบของหน่วยงานธุรกิจอาจแบ่งไดเ้ ป็น 3 ประเภท ดงั น้ี 8.1 กิจการเจา้ ของคนเดียว (Single Proprietorship) เป็ นกิจการที่มีบุคคลคนเดียวเป็ นเจา้ ของ โดยทว่ั ไปเจา้ ของจะเป็ นผูด้ าเนินกิจการเอง โดยอาจมีบุคคลอื่นเขา้ มาช่วยบา้ ง แต่ไม่ไดอ้ ยู่ในฐานะเจา้ ของกิจการ และบุคคลที่เป็ นเจา้ ของจะมี สถานะเป็ นบุคคลคนเดียวกนั เม่ือเป็ นเช่นน้ี การดาเนินงานตามกฎหมายจึงทาในนามของเจา้ ของ และเจา้ ของตอ้ งรับผดิ ชอบหน้ีสินที่เกิดข้ึนท้งั หมด แมว้ า่ จานวนหน้ีสินจะเกินจานวนเงินทุนท่ีเจา้ ของ นามาลงทุนก็ตาม การประกอบธุรกิจในรูปกิจการเจา้ ของคนเดียวน้ีมีขอ้ จากดั ในเรื่องเงินทุน ซ่ึง ข้ึนอยู่กับฐานะส่วนตวั ของเจา้ ของกิจการ และอายุของธุรกิจจะส้ันเพียงเท่ากับอายุของเจ้าของ นอกจากน้ี การขยายกิจการโดยการขอสินเชื่อทาไดค้ ่อนขา้ งลาบาก ตวั อย่างของธุรกิจประเภทน้ี ไดแ้ ก่ ร้านคา้ ยอ่ ย ร้านเสริมสวย สานกั งานของผปู้ ระกอบการวิชาชีพอิสระ เป็นตน้ 8.2 หา้ งหุน้ ส่วน (Partnership) เป็นกิจการที่มีบุคคลมากกวา่ หน่ึงคนมาลงทุนร่วมกนั เพอ่ื ประกอบกิจการคา้ โดยมี

17 สญั ญา หรือขอ้ ตกลงท่ีจะนาเอาเงินทุนท่ีมีอยไู่ ปแสวงหาผลประโยชนท์ างการคา้ แลว้ นาเอาผลกาไร หรือขาดทุนมาแบ่งปันกนั ระหวา่ งผเู้ ป็นเจา้ ของ ซ่ึงเรียกวา่ “ผเู้ ป็นหุน้ ส่วน” หา้ งหุน้ ส่วนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี 8.2.1 ห้างหุ้นส่วนสามญั เป็ นห้างหุ้นส่วนประเภทซ่ึงผูเ้ ป็ นหุ้นส่วนท้งั หมดทุกคน ตอ้ งรับผดิ ชอบร่วมกนั เพือ่ หน้ีท้งั ปวงของหา้ งหุน้ ส่วน โดยไม่จากดั จานวนและจะจดทะเบียนหรือไม่ จดทะเบียนกไ็ ด้ หา้ งหุน้ ส่วนสามญั จึงแยกออกไดเ้ ป็น 2 ชนิด คือ หา้ งหุน้ ส่วนสามญั ท่ีมิได้ จดทะเบียน และห้างหุ้นส่วนสามญั ท่ีไดจ้ ดทะเบียน ซ่ึงตามกฎหมายเรียกว่า “ห้างหุ้นส่วนสามญั นิติ บุคคล” 8.2.2 หา้ งหุน้ ส่วนจากดั เป็นหา้ งหุน้ ส่วนประเภทหน่ึงซ่ึงมีผเู้ ป็นหุน้ ส่วน 2 ประเภท คือ หุน้ ส่วนประเภทจากดั ความรับผิดชอบ (ผเู้ ป็นหุ้นส่วนประเภทน้ีจะรับผิดชอบในหน้ีสินของห้าง หุ้นส่วนเพียงไม่เกินกวา่ จานวนเงินท่ีตนไดล้ งทุนในหา้ งหุน้ ส่วนน้ี) และหุ้นส่วนประเภทรับผิดชอบ ในหน้ีสินไม่จากัด (ผูเ้ ป็ นหุ้นส่วนประเภทน้ีรับผิดชอบในหน้ีสินของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จากัด จานวน) ห้างหุ้นส่วนจากดั น้ีกฎหมายกาหนดให้ ตอ้ งมีหุ้นส่วนประเภทไม่จากดั ความรับผิดชอบ อย่างน้อย 1 คน และกฎหมายยงั บงั คบั ให้จดทะเบียนมีสภาพเป็ นนิติบุคคล และตอ้ งมีคาว่า ”ห้าง หุน้ ส่วนจากดั ” ติดอยกู่ บั ชื่อของหา้ งหุน้ ส่วนดว้ ย และในการจดทะเบียนตอ้ งระบุไวใ้ หช้ ดั เจนวา่ ผเู้ ป็น หุ้นส่วนประเภทรับผิดจากดั และไม่จากดั มีก่ีคน ใครบา้ ง และผูเ้ ป็ นหุ้นส่วนประเภทไม่จากดั ความ รับผิดชอบเท่าน้นั ท่ีจะมีสิทธิจดั การห้างหุ้นส่วนได้ โดยทวั่ ไป กิจการท่ีเป็ นห้างหุ้นส่วนจะมีขนาด ใหญ่กว่ากิจการเจา้ ของคนเดียว ในการระดมทุนของกิจการประเภทน้ีสามารถทาไดง้ ่ายกวา่ กิจการ เจ้าของคนเดียว เน่ืองจากมีแหล่งเงินทุนของผูเ้ ป็ นหุ้นส่วนหลายคน แต่การขอสินเชื่อยงั ทาได้ คอ่ นขา้ งลาบากเน่ืองจากขอ้ จากดั ตามกฎหมาย 8.3 บริษทั จากดั (Company Limited) เป็นกิจการที่ก่อต้งั ข้ึนโดยการแบ่งจานวนเงินทุนออกเป็นหุน้ แต่ละหุน้ จะมีมูลคา่ เท่า ๆ กนั เรียกวา่ “ทุนเรือนหุน้ ” ผลู้ งทุนซ้ือหุน้ เรียกวา่ “ผถู้ ือหุน้ ” กิจการท่ีเป็นบริษทั จากดั ตอ้ งไป จดทะเบียนเพ่ือเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ผถู้ ือหุน้ รับผดิ ชอบจากดั เพียงจานวนเงินทุนหรือค่าหุน้ ที่ยงั ส่งใชไ้ ม่ครบเท่าน้นั และไดร้ ับผลตอบแทนในรูปส่วนแบ่งกาไรเรียกวา่ “เงินปันผล” บริษทั จากดั บริหารงานโดยคณะกรรมการบริหาร ซ่ึงไดร้ ับเลือก และแต่งต้งั โดยผูถ้ ือหุ้น โดยปกติกิจการขนาด ใหญ่จะดาเนินการในรูปของบริษทั จากดั เน่ืองจากกิจการสามารถระดมทรัพยากรท้งั ในรูปของ กาลงั คน และกาลงั ทรัพยไ์ ดด้ ีกว่ากิจการในรูปแบบอื่น กิจการคา้ ในรูปบริษทั จากดั แบ่งไดเ้ ป็ น 2 ประเภท คือ

18 8.3.1 บริษทั เอกชนจากดั (Private Company Limited) มีผถู้ ือหุน้ ต้งั แต่สามคนข้ึนไป 8.3.2 บริษทั มหาชนจากดั (Public Company Limited) มีผถู้ ือหุน้ ต้งั แต่สิบหา้ คน ข้ึนไป จากรูปแบบของหน่วยงานธุรกิจที่กล่าวมาขา้ งตน้ สามารถสรุป และเปรียบเทียบลกั ษณะ ของหน่วยงานธุรกิจไดด้ งั น้ี ลกั ษณะ กิจการเจา้ ของคนเดียว รูปแบบธุรกิจ บริษทั จากดั คนเดียว ผถู้ ือหุน้ เจา้ ของ บุคคลธรรมดาในนามเจา้ ของ หา้ งหุน้ ส่วน นิติบุคคล สภาพตามกฎหมาย จานวนท่ีลงทุน ผเู้ ป็นหุน้ ส่วน ทุนเรือนหุน้ ส่วนทุน รับผดิ ไมจ่ ากดั นิติบุคคล จากดั เท่ากบั มูลคา่ หุน้ ภาระหน้ีสิน หุน้ ของผเู้ ป็นหุ้นส่วน เจา้ ของหา้ งหรือร้าน แต่ละคนอาจจะจากดั หรือไม่ คณะกรรมการบริหาร ผบู้ ริหาร กิจการเจา้ ของคนเดียว จากดั ข้ึนอยกู่ บั สภาพของการ บริษทั ประเภทของกิจการ เป็นหุน้ ส่วน หุน้ ส่วนผจู้ ดั การ หา้ งหุน้ ส่วนสามญั หรือหา้ งหุน้ ส่วนจากดั ตาราง 1.2 การเปรียบเทียบรูปแบบของหน่วยงานธุรกิจ 9. ข้อแนะนาในการศึกษาวชิ าบัญชี การศึกษาวิชาบญั ชีมิใช่เร่ืองยากอยา่ งท่ีหลายคนคิด เพราะในชีวติ ประจาวนั ของคนเรา ทุกคน ตอ้ งเกี่ยวขอ้ งกบั การบญั ชี หลายคนนาวิชาการบญั ชีมาใชโ้ ดยท่ีไม่รู้วา่ ตนกาลงั ทาบญั ชี เช่น การจดบนั ทึกเก่ียวกบั รายรับ รายจ่ายในแต่ละวนั เพ่ือใหก้ ารศึกษาวชิ าบญั ชีประสบความสาเร็จจึงควร ปฏิบตั ิตามขอ้ แนะนาในการศึกษาวชิ าบญั ชีดงั น้ี 9.1 ศึกษาเน้ือหาในแต่ละเร่ือง เป็ นการศึกษาเพ่ือให้ทราบถึงเน้ือหาท่ีเรียนในแตะละเรื่อง และให้สอดคล้องกับ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 9.2 การทาแบบฝึกหดั การทาแบบฝึกหดั เป็นส่ิงสาคญั และจาเป็นอยา่ งยงิ่ ผศู้ ึกษาควรทาแบบฝึกหดั

19 ดว้ ยตนเองใหถ้ ูกตอ้ งและรวดเร็ว 9.3 การเขียนตวั หนงั สือและตวั เลข ควรเขียนตวั หนงั สือและตวั เลข ควรเขียนใหอ้ ่านง่าย ชดั เจน สะอาด และรวดเร็ว 9.3.1 การเขยี นตวั เลขนิยมเขียนดว้ ยเลขอารบิค ใหม้ ีลกั ษณะดงั น้ี เช่น 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 9.3 2 การเขียนตวั เลขในช่องจานวนเงิน ให้เขียนหลกั หน่วยของจานวนบาทใกลเ้ ส้น แบ่งช่องบาทและสตางคเ์ สมอ เช่น รายการ จานวนเงิน บาท สต. 2,000 - 9.3.3 จานวนสตางคท์ ี่จะเขยี นในช่องจานวนเงิน ช่อง สต. ถา้ ไม่มีใหใ้ ช้ - หรือ 00 เช่น รายการ จานวนเงิน บาท สต. 35,000 04 2,000 - 9.3.4 การเขียนตวั เลข เขียนให้ตรงหลกั กนั เสมอ โดยหลกั หน่วย ตรงกบั หลกั หน่วย หลกั สิบ ตรงกบั หลกั สิบ และตวั เลขทุก ๆ 3 ตวั ท่ีเป็ นจานวนบาทนบั จากขวามือ ให้ใส่เครื่องหมาย จุลภาค (,) 12,000.00 เช่น 135,210.05 663,200,183.30

20 9.3.5 ถา้ เขียนตวั เลขผดิ ใหใ้ ชป้ ากกาขีดฆ่า โดยใชไ้ มบ้ รรทดั วางแลว้ ขีดเสน้ ขนานลงบน ตวั เลขน้ัน และเขียนตวั เลขจานวนท่ีถูกไวเ้ หนือตวั เลขที่ผิดท้งั จานวน พร้อมเขียนชื่อของผูท้ ่ีขีดฆ่า กากบั ไวท้ ุกคร้ังดว้ ย เช่น 1,234.- 1,254.- ก. 9.3.6 การเขียน วนั เดือน ปี ลงในรูปแบบฟอร์มบญั ชี ตอ้ งเขียน ปี พ.ศ. เดือน และตามดว้ ย วนั ที่... เช่น พ.ศ. 25X2 รายการ จานวนเงิน เดือน วนั ที่ บาท สต. มกราคม 1 2,000 - 3 12,000 - 31 555 - กมุ ภาพนั ธ์ 1 1,500 40 9.3.7 การเขียนตวั ยอ่ ของเดือนต่าง ๆ ที่ถูกตอ้ ง มกราคม ตวั ยอ่ ม.ค. กมุ ภาพนั ธ์ ตวั ยอ่ ก.พ. มีนาคม ตวั ยอ่ มี.ค. เมษายน ตวั ยอ่ เม.ย. พฤษภาคม ตวั ยอ่ พ.ค. เช่น มิถุนายน ตวั ยอ่ มิ.ย. กรกฎาคม ตวั ยอ่ ก.ค. สิงหาคม ตวั ยอ่ ส.ค. กนั ยายน ตวั ยอ่ ก.ย. ตุลาคม ตวั ยอ่ ต.ค. พฤศจิกายน ตวั ยอ่ พ.ย. ธนั วาคม ตวั ยอ่ ธ.ค.

21 สรุปเนื้อหาหน่วยที่ 1 เมื่อผเู้ รียนไดศ้ ึกษาหน่วยท่ี 1 ความรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั บญั ชีจบแลว้ สามารถสรุปเน้ือหาไดด้ งั น้ี 1. ความหมายของการบญั ชี หมายถึง ศิลปะของการบนั ทึกรายการต่าง ๆ ที่เก่ียวกบั การ รับเงิน การจ่ายเงิน สิ่งของ และสิทธิท่ีมีมูลคา่ เป็นเงิน การบญั ชีช่วยใหเ้ จา้ ของกิจการสามารถควบคุม รักษาสินทรัพย์ ทราบผลการดาเนินงาน และรวบรวมขอ้ มูลต่าง ๆ ของกิจการ เป็นเคร่ืองมือช่วยให้ ผบู้ ริหารสามารถบริหารกิจการไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ 2. ประวตั ิของการบญั ชี เกิดข้ึนในสมยั บาบิโลเนีย และอียปิ ต์ ในส่วนของประเทศไทย การบญั ชีเร่ิมตน้ เม่ือมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เม่ือวนั ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 โดยผเู้ ผยแพร่ ความรู้ทางดา้ นการบญั ชีในระยะแรก คอื พระยาไชยยศสมบตั ิ และหลวงดาริ อิศรานุวรรต 3. วตั ถุประสงคข์ องการทาบญั ชีบญั ชี เพ่อื จดบนั ทึกรายการคา้ ที่เกิดข้ึน เรียงตามลาดบั ก่อนหลงั และจาแนกประเภทของรายการคา้ ไวอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง สมบูรณ์ เป็นไปตามหลกั การบญั ชีและ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการบญั ชี 4. ประโยชนข์ องขอ้ มูลทางการบญั ชี เพ่ือทราบถึงความกา้ วหนา้ ของกิจการ ผลในการ ดาเนินงาน และฐานะทางการเงินของกิจการ เป็นขอ้ มูลในการวางแผน การควบคุมของฝ่ายบริหาร 5. แม่บทการบญั ชี สมาคมนกั บญั ชีและผสู้ อบบญั ชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ได้ กาหนดขอ้ สมมติทางการบญั ชีไวใ้ นแม่บทการบญั ชี คือ เกณฑค์ งคา้ ง และการดาเนินงานต่อเนื่อง นอกจากน้ียงั ไดก้ าหนดลกั ษณะเชิงคุณภาพของงบการเงินไวด้ งั น้ี 1) ความเขา้ ใจได้ 2) ความเกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สินใจ 3) ความมีสาระสาคญั 4) ความเช่ือถือได้ 5) การเป็นตวั แทนอนั เท่ียงธรรม 6) เน้ือหาสาคญั กวา่ รูปแบบ 7) ความเป็นกลาง 8) ความระมดั ระวงั 9) ความครบถว้ น 10) การเปรียบเทียบได้ ตลอดจนระบุขอ้ จากดั ของขอ้ มูลการบญั ชีไวด้ งั น้ี 1) ความทนั ต่อเวลา

22 2) ความสมดุลระหวา่ งประโยชนท์ ี่ไดร้ ับกบั ตน้ ทุนที่เสียไป 3) ความสมดุลของลกั ษณะเชิงคุณภาพ 4) การแสดงขอ้ มูลท่ีถูกตอ้ งตามควร 6. ผใู้ ชข้ อ้ มูลทางการบญั ชี ประกอบดว้ ย ผลู้ งทุน ท้งั ผลู้ งทุนในปัจจุบนั และผทู้ ี่อาจจะ ตดั สินใจลงทุนในอนาคต ลูกจา้ ง ผูใ้ ห้กู้ ผูข้ ายสินคา้ และเจา้ หน้ีอื่น ลูกคา้ รัฐบาลและหน่วยงาน ราชการ และสาธารณชน 7. ประเภทของหน่วยงานธุรกิจแบ่งตามกิจกรรมการประกอบธุรกิจ ได้ 3 ประเภท คือ ธุรกิจบริการ ธุรกิจพาณิชยกรรม และธุรกิจอตุ สาหกรรม 8. รูปแบบของหน่วยงานธุรกิจ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ กิจการเจา้ ของคนเดียว หา้ งหุน้ ส่วน และบริษทั จากดั 9. ขอ้ แนะนาในการศึกษาวชิ าบญั ชี เพือ่ ใหก้ ารศึกษาวิชาการบญั ชีประสบความสาเร็จ จึงควรปฏิบตั ิตามคาแนะนา โดยศึกษาเน้ือหาในแต่ละเรื่องตามลาดบั ลงมือทาแบบฝึกหดั ดว้ ยตนเอง เขียนตวั หนงั สือ และตวั เลขใหอ้ า่ นง่าย ชดั เจน ถูกตอ้ งตามหลกั การเขียน ศัพท์บัญชี Accounting Recording การบญั ชี Terms of money การจดบนั ทึก Classifying การใชห้ น่วยเงินตรา Summarizing การจดั หมวดหมู่ของรายการ Account Framework การสรุปผล Accrual Basis แม่บทการบญั ชี Understandability เกณฑค์ งคา้ ง Relevance ความเขา้ ใจได้ Materiality ความเก่ียวขอ้ งกบั การตดั สินใจ Reliability ความมีนยั สาคญั Representational Faithfulness ความเช่ือถือได้ Substance over form ความเป็นตวั แทนอนั เท่ียงธรรม เน้ือหาสาคญั กวา่ รูปแบบ

23 ความเป็ นกลาง Neutrality ความระมดั ระวงั Prudence ความครบถว้ น Completeness การเปรียบเทียบได้ Comparability ผลู้ งทุน Investor ลูกจา้ ง Employee ผใู้ หก้ ู้ Lender ผขู้ ายสินคา้ Suppliers เจา้ หน้ีอ่ืน Other Creditors ลูกคา้ Customer รัฐบาล Government หน่วยงานราชการ Government agencies สาธารณชน Public ธุรกิจบริการ Service Business ธุรกิจพาณิชยกรรม Merchandising Business ธุรกิจอุตสาหกรรม Manufacturing Business กิจการเจา้ ของคนเดียว Single Proprietorship หา้ งหุน้ ส่วน Partnership บริษทั จากดั Company Limited บริษทั เอกชนจากดั Private Company Limited บริษทั มหาชนจากดั Public Company Limited


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook