วิธีการทางประวัติศาสตร ในการศกึ ษาเรอ่ื งราวทางประวัตศิ าสตร
วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร การกําหนดหวั เรือ่ งทจ่ี ะศึกษา • เลอื กประเด็นทส่ี นใจ หรอื ตองการรูรายละเอียดทีล่ กึ ซง้ึ ในความรทู ีอ่ ธบิ ายกนั ในปจจุบนั การรวบรวมหลักฐาน • รวบรวมทง้ั หลกั ฐานชั้นตน และช้นั รอง การประเมนิ คณุ คาของหลักฐาน • ประเมินวาหลกั ฐานใดมีความสาํ คญั ควรแกก ารเชื่อถือ การวเิ คราะห สังเคราะห และจดั หมวดหมูขอมลู • การนาํ ขอ เทจ็ จรงิ ที่ผา นการวเิ คราะหม ารวบรวมจดั หมวดหมู การเรยี บเรยี งหรือการนําเสนอ • การนาํ เสนอผลการศกึ ษา
จดุ มงุ หมายของการวิเคราะหแ ละสังเคราะหเหตกุ ารณทางประวตั ิศาสตร 1. แยกแยะขอมลู ทง้ั ทีเ่ ปน ขอเท็จจริงความเห็น หรือคําอธิบายเรอ่ื งราว วา มีอยางไรบา ง 2. รวบรวมขอมลู รวบรวมให เปนหมวดหมู เพอื่ จะได ประเมินวา ขอ เท็จจริงใด มีความนาเชือ่ ถือ มากกวากัน
3. หาความหมายของขอ มลู 4. สรปุ ความเขาใจของ โดยเฉพาะขอ มลู ที่เปน ตนเอง วาตนเองมี เอกสารชัน้ ตน วา มี ความเห็น หรือความ ความหมาย เช่อื อยางไร เพราะ อยางไร เหตใุ ด
เหตกุ ารณท่ีมหี ลกั ฐานเกยี่ วขอ งนอย • เหตุการณลว งเลยมานานมาก การสบื คน หลกั ฐานจงึ เปนไปไดย าก • หลักฐานถูกทาํ ลายดว ยสาเหตตุ า งๆ เชน สงคราม ไฟไหม นํา้ ทว ม การเกบ็ รักษาไมด ี • การไมนิยมจดบันทึกดว ยสาเหตตุ างๆ เชน วสั ดุท่จี ะจดบนั ทึกหา ยาก ไมม ีความรูเ รือ่ งภาษา รวมทั้งการไมช อบจดบนั ทกึ เหตุการณท มี่ หี ลักฐานเก่ียวของนอย
เหตกุ ารณท่ีมหี ลกั ฐานเก่ยี วของมาก • ขอ ดี ทาํ ใหมคี วามคดิ ที่แตกตา งหลากหลาย และ สะทอนแงมมุ ของบคุ คลตา งๆ ท่ีมีตอ เหตกุ ารณน้ัน • ขอเสีย สมุดไทยซึ่งมีอายเุ กา แกย าวนาน ควรมกี ารวเิ คราะห การมหี ลักฐานทางประวตั ิศาสตรม าก เพ่อื ใหไ ดเรอื่ งราว เหตุการณที่ถูกตองและนาเชื่อถือ ก็ทาํ ใหตองใชเ วลาศึกษาวเิ คราะห ขอ มูลอยา งรอบคอบ และระมัดระวัง รวมทงั้ ตอ งวิเคราะห ตรวจสอบวา หลกั ฐานใด มีความสําคญั อยา งไร
เหตุการณทมี่ ผี ูเก่ยี วของหลายฝา ย •เหตุการณท่ีมีผูเก่ียวของหลายฝาย แตละฝายก็มีความเห็น หรือมี ผลประโยชนเก่ยี วขอ งกับเร่อื งราว เหตุการณนั้นแตกตางกัน จึงตอง วิเคราะหใหดีวา เร่ืองราวเหตุการณที่เกิดขึ้น หรือที่นาจะเปนคือ อยางไร •กรณีตัวอยาง เชน การคุกคามของฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 5 ทําให พระองคต อ งหาพนั ธมติ รใหม คือรสั เซยี
เหตกุ ารณน ัน้ ๆ มีความหมายตอปจ จุบันอยางไร • เร่ืองราว เหตุการณทางประวัติศาสตรท้ังหลายยอมมีผลกระทบ และเชื่อมโยงถึงปจจุบนั • กรณีตัวอยาง เชน ในตนรัชกาลท่ี 7 เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ พระองคทรงเสียสละเพ่ือชาติ โดยลดเงินคาใชจายสวนพระองคลง และทรงลดอีกกหลายครั้งในปตอๆ มา นับเปนตัวอยางที่ดีของการ เปนผูนํา เปนประมุขของประเทศ ซ่ึงในปจจุบัน พระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัว ทรงเปนผูนําในการชวยเหลือราษฎรในหลายๆ ดาน เมอ่ื ราษฎรประสบกับความเดือดรอ น
ทาํ ใหม ีความคิดรอบคอบ เพราะไดศ กึ ษาขอ มูลทเ่ี ปน ขอเท็จจรงิ จากหลายๆ ดา น ผเู รยี นประวตั ิศาสตรถาได ใชความคดิ หาเหตผุ ลจากขอ มลู ตางๆ รวมท้งั พจิ ารณาประเด็นแวดลอมตางๆ ท่ีเกี่ยวของ กจ็ ะทาํ ใหมีความคิดรอบคอบ มเี หตผุ ล และ ไมเ ชือ่ อะไรงายๆ
ทาํ ใหม คี วามสามารถแยกแยะเรื่องราวไดดี เพราะเม่ือศึกษารวบรวมขอมูลจาก หลักฐานตางๆ แลว ตองแยกแยะประเด็น ตางๆ ออกเปนสาเหตุ เร่ืองราวหรือเหตุการณ ผลของเหตุการณใหชัดเจน รวมท้ังแยกแยะ ความเห็นของนักประวัติศาสตรท่ีสําคัญๆ วา มคี วามเหน็ อยางไร
ทาํ ใหม ีความสามารถในการรวมขอมลู และจัดหมวดหมูขอ มลู เพราะเม่ือแยกแยะขอมูลเปนประเด็น ตางๆ แลว ตองนําขอมูลที่คนควาจาก หลักฐานหลายๆ แหลง มารวมใหเปน ประเด็นตามความเห็น หรือขอสรุปของ นกั เรยี นเอง
ทาํ ใหมคี วามคิดสรางสรรคเปนของตนเอง เพราะเมื่อมีการวิเคราะหสังเคราะห ขอมูลท้ังหลาย จะทําใหมีความคิดใหม เกิดข้ึนวาประเด็นตางๆ ในเรื่องราว เหตุการณที่ควรจะเปนอยางไร ทําให นักเรียนใชเหตุผล ใชความคิดในการเรียน มากกวา การทอ งจํา
เรือ่ งราวเกย่ี วกบั ตนเอง สามารถศึกษาไดหลายลักษณะ เชน ชีวิตของนักเรียนที่ผานมาในดานตางๆ เพ่ือใหไดประวัติสวนตัวที่สมบูรณ จากน้ัน รวบรวมหลกั ฐานตางๆ แลวนํามาวิเคราะห สุดทาย คือ การเขียนประวัติศาสตรของ นกั เรียนท่ผี า นมา
เรื่องราวเก่ียวกับครอบครวั เปนเร่ืองราวที่ควรศึกษาและบันทึกไว เพราะในสังคมสมัยใหม การยายออกจาก ครอบครัวเกิดขึ้นจากสาเหตุตางๆ มากมาย ซ่ึงเปนเรื่องปกติในปจจุบัน ดังน้ัน การเขียน เรือ่ งราวเกย่ี วกับครอบครัวจงึ มคี วามจําเปน
เรอ่ื งราวเก่ยี วกับทอ งถน่ิ การพูดถึงทองถ่ินซึ่งเปนสถานท่ี ท่ีเราเกิด เจริญเติบโต ยอมทําใหเกิด ความรูสึกผูกพัน ภาคภูมิใจ ดังนั้น เ ร่ื อ ง ร า ว เ กี่ ย ว กั บ ท อ ง ถ่ิ น จึ ง มี ความสําคญั สมควรแกการศึกษา
เรอ่ื งราวเก่ียวกบั เหตุการณส าํ คัญสมัยรตั นโกสินทร เมื่อนักเรียนเลือกหัวขอท่ีจะศึกษาได แลว ก็เร่ิมตนรวบรวมหลักฐาน ไดแก หลักฐานชั้นตน และหลักฐานช้ันรอง ซ่ึง หลักฐานท่ีใชตองมีการตรวจสอบ และ ประเมินความนาเช่ือถือของหลักฐานน้ันๆ กอ น
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: