พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตรไทย สมัยรัตนโกสนิ ทรตอนตน
เหตผุ ลของการตง้ั กรงุ รตั นโกสนิ ทรเ ปน ราชธานี • ท่ตี ้งั กรงุ ธนบรุ ไี มเหมาะสม เพราะอยใู นทองคงุ นํา้ เซาะตลิ่งพังอยู เสมอ • บรเิ วณพระราชวังเดิมของสมเด็จพระเจาตากสินมหาราชคับแคบ ไม สะดวกตอ การขยายพระราชวงั ใหกวา งออกไป • ฝง กรงุ เทพฯ มีชยั ภมู ิเหมาะ เพราะมีแมนํ้าเจาพระยาเปน คูเมอื งท้งั ดา นตะวันตกและดานใต ประกอบกับพ้ืนทน่ี อกคูเมืองเดมิ เปนพน้ื ท่ี ลุม ทเี่ กิดจากการต้นื เขนิ ของทะเล ขาศึกจะยกทพั มาดา นนี้ ไดยาก
แผนที่แสดงอาณาเขตของกรงุ รัตนโกสินทร สมัยรชั กาลท่ี 1
ปจ จัยทสี่ งผลตอ ความมน่ั คงและความเจรญิ รุง เรือง พระปรชี าสามารถ ศนู ยก ลาง การมีลมมรสุม ของ ของอาณาจกั ร พัดผาน ทําให มีเสนทางออก มฝี นตกชกุ พระมหากษตั ริย การมแี มน า้ํ หลาย การเปน ศนู ย สูท ะเล สายไหลผานออกสู ปจ จยั ทส่ี ง ผลตอ ทะเลบรเิ วณ รวมของการขยายตัว ความมนั่ คงและ ทางดานวฒั นธรรม ความเจรญิ รุงเรอื ง อาวไทย ของไทย
พฒั นาการดา นการเมอื งการปกครอง • การบรหิ ารราชการแผนดนิ ในสว นกลาง พระมหากษตั รยิ กรม กรม กรม กรม กรม กรม มหาด กลา เมอื ง วัง ทา นา ไทย โหม
• การบรหิ ารราชการแผนดนิ ในสว นหวั เมอื ง การบรหิ ารราชการแผนดนิ ในสว นหวั เมอื ง หัวเมืองช้นั ใน หัวเมอื ง หวั เมือง ชนั้ นอก ประเทศราช
• การบริหารราชการแผน ดนิ ในสว นทอ งที่ ยังคงประกอบดว ย หมูบา นหรอื บาน แตละหมบู านจะมีผใู หญบ านซงึ่ เจา เมอื งแตง ต้งั เปนหัวหนา หลาย หมบู านรวมเปนตําบล แตล ะตําบล จะมีกํานันซ่งึ เจา เมอื งแตง ตงั้ เปนหัวหนา หลายตาํ บลรวมเปนแขวง มีเจาแขวงเปน หวั หนาหลายแขวงรวมเปน เมือง มี เจาเมอื งเปน ผูมีอาํ นาจสงู สดุ ของเมอื งนน้ั ๆ นอกจากน้ี ในการปกครอง บา นเมืองยังมกี ารใชก ฎหมาย ที่เรยี กวา กฎหมายตราสามดวง เปนหลกั เพื่อ ความสงบเรยี บรอ ยดวย ภาพวาดรชั กาลท่ี 1 โปรดเกลา ฯ ใหตรวจชาํ ระกฎหมายขึน้ ใหม เรียกวา กฎหมายตราสามดวง
พฒั นาการดานเศรษฐกิจ • การคา ภายในประเทศ ลกั ษณะเศรษฐกจิ เปน แบบยังชีพโดยผลิตเพือ่ บรโิ ภคใน ครัวเรอื น หากเหลอื จึงนําไปเสยี ภาษีอากรใหแกท างราชการและนาํ ไปแลกเปลี่ยน ซื้อขายกนั • การคากบั ตา งประเทศ อยภู ายใตก ารควบคุมของพระคลังสนิ คา ท่ผี ูกขาดการคา กับตา งประเทศ จนกระท่งั สมัยรชั กาลที่ 3 ไทยทําสนธสิ ญั ญาทางพระราชไมตรีและ การพาณิชยกบั องั กฤษ (ท่ีเรียกวา สนธิสญั ญาเบอรนีย) และกับสหรัฐอเมรกิ า ทําให สนิ คาออกของไทย เชน ขา ว นํ้าตาล พริกไทย เปน ทีต่ อ งการของพอคาตางชาติ จํานวนมาก ภาพวาดรัชกาลที่ 3 ทรงคา สาํ เภา หลวง กับตางประเทศเพื่อเพ่ิมพูน รายไดใ หแ กประเทศ
พัฒนาการดา นสงั คม • โครงสรา งสงั คมไทยสมัยรตั นโกสนิ ทรต อนตน พระมหากษตั รยิ พระบรมวงศานวุ งศ ขุนนาง • ทรงเปนพระประมุข • เปนเครือญาติของ • บคุ คลทีร่ ับ ของราชอาณาจกั ร พระมหากษัตริย ราชการแผนดิน ทรงไดร ับการยกยอง มีศกั ดินาแตกตาง มีทัง้ ศักดนิ า ยศ ใหเปน สมมติเทพ กนั ไปตามฐานะ ราชทนิ นาม และทรงเปน และตําแหนง ธรรมราชา
ไพร ทาส พระภกิ ษสุ งฆ • ราษฎรท่ีตองถูก • บุคคลทีม่ ไิ ดม ี • บุคคลที่สืบทอด เกณฑแ รงงาน กรรมสทิ ธ์ใิ น พระพทุ ธศาสนา ใหก ับทางราชการ แรงงานและชีวิต ซ่งึ ไดรบั การ ทงั้ ในยามปกติ ของตนเอง ยกยองและ และยามสงคราม ตองตกเปน ทาส ศรัทธาจาก และตองสงั กัด ของนายจนกวา บคุ คลทกุ ชนช้นั มลู นาย จะไดไถตัว
พัฒนาการดา นความสัมพนั ธก บั รฐั เพอ่ื นบาน ความสัมพนั ธก ับพมา • ลกั ษณะความสัมพันธเ ปน การเผชิญหนาทางการทหาร โดยสงครามคร้งั สําคญั ท่สี ุด คอื สงครามเกา ทัพใน พ.ศ. 2328 ซึ่งตรงกบั สมยั รัชกาลท่ี 1 • สมยั รัชกาลที่ 2 และสมัยรชั กาลที่ 3 แมความสมั พนั ธจะยงั เปน การทาํ สงครามตอ กัน แตก็คอ ยๆ ลดลงตามลาํ ดบั ท้งั นี้เพราะพมา ตองหนั ไปเผชญิ หนา กบั การคุกคามของ ลทั ธิจักรวรรดนิ ยิ มตะวนั ตก คอื อังกฤษ พมา จงึ ไมไดค ุกคามไทยอีก สมรภมู ทิ ุง ลาดหญา จ. กาญจนบรุ ี ซ่งึ เปน สถานทที่ ่ีมีความเก่ียวขอ งกบั สงครามเกา ทพั
ความสมั พันธกบั ลา นนา พระเจากาวลิ ะ เจาเมอื ง • ลักษณะความสัมพันธเ ปนพนั ธมิตรทด่ี ีตอ กนั เชยี งใหม ทรงปกครองดูแล • สมยั รัชกาลท่ี 1 ทรงสง กองทพั ไปชวยขบั ไล หัวเมอื งเหนือทัง้ หมด พมาออกจากลานนา และชว ยปรบั ปรุงการ ปกครองภายในของลานนาใหม ีประสทิ ธภิ าพ มากขนึ้ ทรงสงเสรมิ และยกยองเจาเมืองเชียงใหม เชน สถาปนาพระยากาวิละ ซึ่งรบชนะพมาใหเ ปน พระเจาเชยี งใหม • สมยั รชั กาลท่ี 3 ทรงกระชบั ความสมั พนั ธ ใหแ นน แฟน มากขึน้ ดว ยการชว ยเหลือกิจการ ตา งๆ ในเมอื งเชยี งใหมใ หเ จรญิ กาวหนา
ความสมั พนั ธกบั ลา นชา ง • ลกั ษณะความสมั พนั ธม ีทั้งการเมือง การผูกไมตรี และการเผชิญหนาทางทหาร • สมยั รชั กาลท่ี 1 ไทยสามารถขยายอทิ ธพิ ลเขาไป ในลานชางไดมากข้ึน (ซงึ่ ลา นชางแตกแยกเปน 3 ฝา ย คอื เวียงจนั ทน หลวงพระบาง และ จาํ ปาศักดิ์ ตา งไมข น้ึ แกก นั และตกเปน ประเทศราชของ ไทยมาต้งั แตป ลาย สมยั ธนบรุ จี นถึงตนรัตนโกสินทร) • สมัยรัชกาลท่ี 3 เจาอนวุ งศแ หง เวียงจันทนไ ดก อ กบฏขึน้ เพ่อื เปน อสิ ระจากไทย แตไ ทยกป็ ราบปรามลง ไดใ นท่สี ดุ พระบรมราชานสุ าวรยี เ จา อนุวงศ
ความสมั พันธกบั เขมร • ลกั ษณะความสมั พันธจ ะเปนการเผชิญหนา ทางทหาร เพ่อื จะไดเ ขมรมาเปน รฐั กนั ชนระหวางไทยกบั ญวน • สมัยรัชกาลที่ 1 ไทยจดั การแตงตงั้ กษัตริยข้ึนปกครองเขมร • สมยั รชั กาลที่ 2 กษตั รยิ เ ขมรหันไปฝก ใฝญวน ไทยจงึ เขา ไปแทรกแซง การเมืองภายใน • สมยั รัชกาลที่ 3 ไทยกบั ญวนไดส รู บกันในดินแดนเขมร ผลการสรู บปรากฏวา ไทยกบั ญวนปกครองเขมรรว มกนั ภาพวาดรชั กาลท่ี 3 โปรดเกลาฯ ใหเจาพระยาบดินทรเดชายกทัพไปปราบญวน ทข่ี ยายอํานาจเขา ไปในดนิ แดนเขมร
ความสมั พันธกบั หวั เมอื งมอญ • ลกั ษณะความสมั พนั ธเ ปน การผูกไมตรีและอปุ ถัมภพ วกมอญ • สมัยรชั กาลที่ 1 ทรงนํากองทัพไปชวยพระยาทวายรบกบั พมาท่ีครอบครอง เมอื งทวายไว • สมัยรชั กาลท่ี 2 ทรงอปุ ถมั ภชาวมอญท่ีอพยพเขามาโดยใหไปตั้งถิ่นฐานที่ แขวงเมืองนนทบรุ ี ปทมุ ธานี และนครเขอื่ นขนั ธ( พระประแดง) • สมยั รชั กาลท่ี 3 เมืองมะริด ทวาย ตะนาวศรี ตกเปนของอังกฤษ ไทยจึงไมย งุ เกี่ยวกับหวั เมอื งมอญอีก ภาพวาดรัชกาลท่ี 1 ทรงนําทพั ขามเขาตเี มืองทวายของมอญซ่งึ อยูใต การครอบครองของพมา ใน พ.ศ. 2330
ความสัมพนั ธกบั ญวน พระบรมสาทิสลกั ษณพระเจา เวยี ดนาม • ลกั ษณะความสัมพันธเปน การเผชิญหนา ยาลองหรือองเชยี งสือ ทางทหารเพือ่ แยง ชงิ ดนิ แดนเขมร • สมยั รชั กาลที่ 1 ญวนเกิดกบฏไกเซนิ (ไต เซนิ ) องเชียงสอื ไดหลบหนพี วกกบฏมา พ่ึงไทย • สมัยรชั กาลที่ 2 ไทยกบั ญวนบาดหมาง กันเรอื่ งเขมร เน่ืองจากเกดิ ความขัดแยง ภายในราชวงศเ ขมร ซึง่ ไทยกับญวนได สนับสนุนราชวงศเขมรแตล ะฝา ย • สมยั รัชกาลที่ 3 ไทยกับญวนเรมิ่ ทาํ สงครามกนั ดว ยเรือ่ งเขมร ผลจบลงท่ีท้ัง ไทยกบั ญวนรว มกนั ปกครองเขมร
ความสมั พันธก บั มลายู • ลักษณะความสมั พนั ธเ ปน การขยายอทิ ธพิ ลไปครอบครองทงั้ ดา นการผูกมติ รไมตรี และการเผชิญหนา ทางทหารในบางครงั้ • สมยั รัชกาลที่ 1 ไทยเรม่ิ ขยายอิทธพิ ลเขา ครอบครองหวั เมอื งมลายู และใหเ จา ผูครอง เชื้อสายเจา เมอื งเดิมปกครองสืบตอ กนั มา แตมีบางเมอื ง คอื ปต ตานไี ดย กทัพมาตี สงขลา ไทยไดยกกําลังขับไลแ ละเขายึดปต ตานไี ด จงึ แบง หวั เมอื งปตตานอี อกเปน 7 หวั เมอื ง และทรงใหข า ราชการไทยไปปกครองหวั เมอื งปตตานี สว นหัวเมืองทแี่ บง ออกใหมก ท็ รงใหค นไทยบาง ชาวมลายูบา งไปปกครอง และอยใู นความดแู ลของเมอื ง สงขลา นอกจากน้ัน ยงั โปรดเกลาฯ ใหช าวมลายปู กครองเมืองไทรบุรี และหัวเมือง ตา งๆ ท่ีแบง แยกใหม และทรงพระราชทานอภยั โทษใหแ กเจา พระยาไทรบรุ ี (ปะแง รัน) พรอมกบั ทรงอนุญาตใหกลบั มาปกครองหวั เมอื งไทรบุรีในฐานะเมอื งประเทศ ราชดังแตกอ น
พฒั นาการดา นความสมั พนั ธก บั จนี • ลักษณะความสมั พันธเ ปน ทางดานเศรษฐกจิ ภาพวาดเมืองกวางตุง ประตสู เู มอื งจีนทเ่ี รอื เพ่อื ผลประโยชนทางการคา ของราชทตู ไทยตองมาข้ึนฝง ทนี่ ีก่ อนเดนิ ทาง • การคาขายกบั จีนจะมลี ักษณะพเิ ศษ ที่ ตอ ไปยงั ปกก่งิ (ภาพวาดประมาณตน เรียกวา การคาแบบรัฐบรรณาการ โดยถา รฐั รตั นโกสนิ ทร ในหนังสอื The Opium War) ใดแตง ต้ังทูตพรอ มกับนาํ เครอ่ื งราช บรรณาการไปถวายจักรพรรดิจีน ราชสาํ นัก จนี ถือวา เขา มาออ นนอมและใหก ารรับรอง กษัตริยข องรัฐนัน้ ๆ และอนญุ าตใหซ ือ้ ขายกับ จีนได แตไทยไดสรางความสัมพนั ธก บั จีนก็ เพื่อตอ งการผลประโยชนทางดานเศรษฐกิจ เทานน้ั มิได คดิ วาจะตอ งออนนอมตอจนี • แตอยา งใด
พัฒนาการดานความสมั พนั ธก บั ประเทศแถบตะวนั ตก ความสัมพนั ธกบั โปรตเุ กส • ลักษณะความสมั พนั ธเ ปน ดานเศรษฐกิจเพ่อื ผลประโยชนทางการคา • สมยั รัชกาลที่ 1 โปรตุเกสสงทตู มาเจรญิ สมั พันธไมตรี • สมัยรัชกาลท่ี 2 ผสู ําเร็จราชการโปรตเุ กสทเ่ี มอื งมาเกา สงทูตคมุ เคร่อื ง ราชบรรณาการเขามาถวายเพือ่ ขอเจรญิ พระราชไมตรกี ับไทย นอกจากน้ี รัชกาลที่ 2 ทรงอนุญาตใหช าวโปรตเุ กสเขามาคาขายในไทยได และต้ัง โรงตอเรือท่ีหนา บานกงสุลโปรตุเกสดว ย
ความสัมพันธกบั องั กฤษ สนธิสญั ญาเบอรน ยี • ลกั ษณะความสมั พันธมีทัง้ การทตู การคา และการเมอื ง • สมยั รชั กาลท่ี 2 อังกฤษสง จอหน ครอวเฟรด มาเจรญิ สมั พนั ธไมตรกี ับไทย เพ่อื เจรจาเรอื่ ง การคา แตไมประสบความสําเรจ็ • สมยั รัชกาลท่ี 3 อังกฤษสง รอ ยเอกเฮนรี เบอรนีย เขามาเจรจากบั ไทย และไดท ํา สนธสิ ัญญาทางพระราชไมตรแี ละการพาณิชย หรอื สนธสิ ัญญาเบอรน ยี ระหวางกันเมอ่ื พ.ศ. 2369 ตอมาองั กฤษสง เซอรเจมส บรคู เขา มา แกไขสนธิสัญญา เบอรนียก บั ไทย แตการ เจรจาไมส าํ เร็จ
ความสมั พนั ธก บั สหรฐั อเมรกิ า หมอบรัดเลย มชิ ชนั นารีอเมริกัน ผูไ ดช ือ่ • ลักษณะความสมั พนั ธม ที ้งั การคา และ วาเปนบิดาแหง การพิมพแ ละหนงั สอื พมิ พ วฒั นธรรมผานทางคณะมิชชนั นารี ของเมืองไทย • สมัยรชั กาลที่ 2 ชาวอเมรกิ นั เรม่ิ เขามาคาขาย และเขา มามากขน้ึ ในสมัยรชั กาลที่ 3โดยเฉพาะ คณะมชิ ชนั นารอี เมรกิ นั ทเ่ี ขามาเผยแพรค วามรู ดา นการพิมพ และนําความรทู างการแพทย สมัยใหมเขามา • นอกจากนี้ สมยั รัชกาลที่ 3 สหรฐั อเมริกายงั สง เอดมันด รอเบติ ส เขา มาทาํ สนธิสัญญาทาง พระราชไมตรีและการพาณชิ ยกบั ไทย ซ่งึ มี สาระสําคญั คลา ยกบั สนธิสญั ญาเบอรน ีย
การอพยพเขา มาของชาวจนี ในสมยั รัตนโกสนิ ทร สาเหตขุ องการอพยพออก ปจจยั ทที่ าํ ใหช าวจนี นอกประเทศของชาวจนี อพยพเขา มาในไทย การเมืองภายในของ ปจ จัยดา นความอุดม จีน สมบรู ณแ ละความสงบสุข ภัยธรรมชาติ ของแผน ดนิ ไทย การเพิ่มจาํ นวน ปจ จยั จากการมีชุมชน ของประชากร ชาวจนี ขนาดใหญใ นไทย
ผลของการอพยพเขา มาของชาวจนี ดานการเพมิ่ กาํ ลงั คน ซง่ึ ชวยเพิ่มแรงงานใหก ับเมืองไทยในเวลาท่ฟี น ฟู บา นเมืองไดเปน อยางดี ดา นการปกครอง ชาวจนี อพยพบางคนไดม บี ทบาททางการปกครอง โดยเปน ขนุ นางไทย เชน ชาวจีนช่อื เหยียง เปนพระยาสงขลา และ เปนตน ตระกลู ณ สงขลา ดา นเศรษฐกจิ ชาวจีนอพยพประกอบอาชีพตางๆ เชน การคา ทาํ สวน ผกั เลี้ยงสตั ว รวมถงึ เจา ภาษีนายอากร ซงึ่ มคี วามสาํ คญั ทางเศรษฐกิจ ของไทย ดา นสังคม ชาวจนี อพยพบางสวนไดทาํ การละเมดิ กฎหมาย เชน มกี าร รวมตวั กันเปนองั้ ยี่หรือสมาคมลบั และลกั ลอบซื้อขายฝน สงผลใหช าว ไทยสบู ดว ย ทางราชการจึงตองออกประกาศหามการซอ้ื ขายและสบู ฝน
การจัดระเบียบสงั คมชาวจนี ในสมัยรัตนโกสนิ ทร ใหช าวจนี จา ยเงินผูกปแทนการ ในเมืองทม่ี ชี าวจนี อพยพอยมู าก เกณฑแรงงาน ทาํ ใหม ีรายได ใหม กี รมการเมอื งหรอื เจาหนา ท่ี และควบคุมชาวจีน ของเมอื งเปน ชาวจนี ดว ย กวดขนั ใหหัวหนาหรอื เถา เก ซ่ึงเปน ในสมัยตอมา คอื รชั กาลท่ี 5 ทรงใหชาวจนี นายทนุ ชาวจีนที่รับชาวจีนอพยพ ตง้ั เปน สโมสรการคา เปน สมาคมในลกั ษณะอื่น เขา มา ใหค วบคมุ ดูแลชาวจนี ใหด ี ได ซึ่งตอ มาไดเปน สมาคมผบู ําเพญ็ ประโยชน เชน สมาคมมลู นธิ ิรวมกตญั ู
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จฬุ าโลกมหาราช พระราชกรณยี กจิ สาํ คัญ • ดานการเมอื งการปกครอง ทรงสถาปนากรุงเทพฯ เปนราชธานี ทรงสถาปนาราชวงศจกั รี โปรดเกลา ฯ ใหมีการชาํ ระกฎหมาย เรียกวา กฎหมายตราสามดวง • ดานความมน่ั คง ทรงปอ งกนั ราชอาณาจักรใหป ลอดภัย โดยเฉพาะอยา งยิง่ ในสงครามเกาทพั • ดา นศิลปวฒั นธรรม โปรดเกลา ฯ ใหส ังคายนาพระไตรปฎก ทรงสนพระทัยวรรณคดี จงึ มีวรรณคดีทส่ี ําคญั หลายเรอื่ ง เชน รามเกียรติ์ รวมถึงการแปลวรรณกรรมของตางชาติ เชน สามกก และราชาธริ าช
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลานภาลยั พระราชกรณยี กจิ สําคญั • ดานความม่ันคง โปรดเกลาฯ ใหค รัวมอญไปตงั้ ภมู ลิ ําเนาทแ่ี ขวงเมอื งปทุมธานี เมืองนนทบุรี และเมอื งนครเขอ่ื นขันธ โปรดเกลา ฯ ใหไ พรมารับราชการ 1 เดือน และอยกู บั ครอบครวั 3 เดอื น ทรงใหมกี ารตรากฎหมายหามสูบและซอ้ื ขายฝน • ดา นศลิ ปวฒั นธรรม ทรงมีพระปรีชาสามารถดานวรรณกรรมประเภทตา งๆ โปรดเกลาฯ ใหสรา งพระปรางควัดอรณุ ราชวราราม
พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา เจา อยหู วั พระราชกรณยี กจิ สาํ คญั • ดานความมนั่ คง ทรงปอ งกนั อาณาจกั รดว ยการสกดั กองทัพของเจา อนุวงศ ทรงประสบความสาํ เร็จในการยุติการสูรบระหวา งไทยกับญวน • ดานการคา กบั ตา งประเทศ ทรงสนับสนนุ การคาทง้ั กับเอเชยี และยโุ รป มีการลงนามในสนธิสญั ญาเบอรนีย • ดานศลิ ปกรรม ทรงมรี ับส่ังใหสรางเรือสาํ เภาท่วี ัดยานนาวา โปรดเกลา ฯ ใหจ ารึกวรรณคดสี ําคญั และวชิ าการแพทยล งแผน ศลิ า แลวติดไวต ามศาลารายรอบบริเวณวัดพระเชตุพนวิมลมงั คลาราม
Search
Read the Text Version
- 1 - 31
Pages: