แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๒ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่ือง กลไกราคาในระบบเศรษฐกจิ รหัสวชิ า ส 2๓10๓ รายวิชา สังคมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และ วฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง ครผู ู้สอน นางเสงีย่ ม หริ ญั สิงห์ 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ ส ๓.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช้ ทรัพยากรท่ีมีอยู่จากัด อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อ การดารงชีวติ อยา่ งมีดลุ ยภาพ ตัวช้วี ดั ส ๓.1 ม.๓/1 อธบิ ายกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (จากตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู)้ - อธบิ ายความหมายและความสาคญั ของกลไกราคาได้ 3. สาระสาคัญ กลไกราคามคี วามสาคญั ในระบบเศรษฐกจิ มสี ่วนในการตดั สนิ ใจของผบู้ รโิ ภคและผผู้ ลติ 4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสรุปความรู้ 2) ทกั ษะการเปรียบเทียบ 3) ทักษะการประยกุ ต์ใช้ความรู้ 4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต 5. สาระการเรยี นรู้ 5.1 ความรู้ (Knowledge : K) 1) ความหมายและความสาคัญของกลไกราคาและการกาหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ 2) หลักการปรบั และเปลีย่ นแปลงราคาสินค้าและบริการ
5.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P) - ทกั ษะการทางานรายบุคคล/รายกลุม่ 5.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์(Attitude : A) - คุณลกั ษณะด้านมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่ันในการทางาน 6. จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น(เลือกเฉพาะจดุ เนน้ ขอ้ ท่ีมใี นแผนการจัดการเรียนรู้ สามารถเพ่ิมเตมิ จุดเน้น ตามนโยบายอืน่ ๆได้) 6.1 ทกั ษะของคนในศตวรรษท่ี 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อา่ นออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithemetics (คดิ เลขเปน็ ) ทักษะด้านการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทกั ษะดา้ นความเข้าใจความตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding) ทักษะด้านความรว่ มมือ การทางานเปน็ ทมี และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะด้านการสือ่ สาร สารสนเทศและร้เู ทา่ ทันส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทักษะการเปลีย่ นแปลง (Change) 6.2 ทกั ษะดา้ นชีวติ และอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรบั ตวั การรเิ รมิ่ สร้างสรรค์และเปน็ ตัวของตัวเอง ทักษะสงั คมและสังคมข้ามวฒั นธรรม การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลติ (Productivity) และความรับผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้ (Accountability) ภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ (Responsibility) 6.3 คณุ ลกั ษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คณุ ลักษณะดา้ นการทางาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผู้นา คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชีน้ าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรขู้ องตนเอง คุณลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผ้อู ื่น ความซอื่ สตั ย์ ความสานึกพลเมือง
7. การบูรณาการ(เลือกเฉพาะข้อที่สามารถบูรณาการในแผนการจัดการเรียนรู้ สามารถเพิ่มเติมเรื่องอื่นๆ ได)้ โครงการสถานศึกษาพอเพียง โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม อาเซียนศึกษา คุณธรรม คา่ นยิ ม 12 ประการ อนุรักษ์พลังงานและสงิ่ แวดลอ้ ม อ่ืนๆ(ระบุ)..................................................................................... 8. ชนิ้ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู้) ใบงานท่ี ๒.1 เร่ือง ตลาดในระบบเศรษฐกิจ - การสรุปเนือ้ หาลงสมดุ บนั ทกึ - ผังมโนทัศนค์ วามรู้ การทาใบงาน การนาเสนองานกลุ่มหนา้ ช้ันเรียน 9. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรตั นตรัยและทาสมาธกิ ่อนเรียนทกุ ช่ัวโมง เรอื่ งท่ี 2 กลไกราคา เวลา 1 ชัว่ โมง วิธสี อนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื : เทคนคิ โตะ๊ กลม (Roundtable) ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรียน 1. ครนู าภาพชาวสวนท่ีนาผลไม้มาวางขายหลายชนดิ หรอื ภาพตลาดเสื้อผ้าจานวนมากมาใหน้ กั เรยี นดู และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับราคาของสินคา้ 2. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจวา่ ราคาสินคา้ น้นั จะเปน็ ไปตามกลไกราคา ข้นั สอน 1. ครูอธิบายให้นักเรียนเขา้ ใจ เร่ือง กลไกราคา ในหัวข้อ อุปสงค์ และอุปทาน 2. นักเรยี นกลมุ่ เดิม (จากเรื่องที่ 1) รว่ มกันศึกษาความรเู้ ร่ือง กลไกราคา และรว่ มมอื กันทาใบงานที่ 2.1 เรื่อง กลไกราคา โดยแบง่ หนา้ ทกี่ นั ตอบคาถามตามที่ครกู าหนด 3. ครูและนกั เรียนชว่ ยกนั เฉลยคาตอบในใบงานที่ 2.1 ข้นั สรปุ ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกันสรุปความรเู้ รอ่ื ง กลไกราคา และเร่ือง ความสัมพันธร์ ะหว่างอปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน ๑๐.ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรียน เศรษฐศาสตร์ ม.3 ๒) ใบความรูท้ ี่ 2.1 เร่ือง กลไกราคา ๓) บตั รภาพ ๔) ใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง กลไกราคา
11. แหลง่ เรยี นรู้ในหรือนอกสถานที่ 1)หอ้ งสมดุ 2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ - http://www.thaigoodview.com/node/98519 - http://www.skoolbuz.com/library/frame/31 12. การวัดและประเมนิ ผล (ใส่ตามความเหมาะสม) วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์ รอ้ ยละ 50 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ ๒.1 ใบงานท่ี ๒.1 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบนั ทึกการอ่าน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม สังเกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่นั ในการทางาน แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 13. กิจกรรมเสนอแนะ - ใหน้ ักเรยี นบันทึกการอา่ นนอกเวลาเพิ่มเติมในเร่อื งทเี่ กย่ี วข้อง 14. บนั ทึกผลหลังการสอน 14.1 ผลการจดั การเรียนการสอน 1. นกั เรยี นจานวน .๙๗ .คน ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๙๗ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐ ไม่ผ่านจดุ ประสงค์ ..................-..............คน คิดเป็นรอ้ ยละ ...............-.................................. ไดแ้ ก่ 1. .............................-............................................................................................... 2. ............................................................................................................................ นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ/นกั เรยี นพิการได้แก่ 1. ............................-................................................................................................ 2. ............................................................................................................................ 2. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ การบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการผลิต และการบริโภค เข้าใจหลกั การเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือการดารงชวี ิตอยา่ งมีดุลยภาพ 3. นักเรยี นมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ การทางานกลุ่ม 4. นกั เรียนเจตคติ คา่ นิยม 12 ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งม่นั ในการทางาน
14.2 ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข .......................................................-................................................................................................................. 14.3 เสนอแนะ ...............................................-......................................................................................................................... ...................................................................................... .................................................................................. ลงชอ่ื ....................................................... ( นางเสงย่ี ม หริ ญั สงิ ห์) ตาแหน่ง ครู ความเหน็ ของหวั หนา้ สถานศกึ ษา/ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ ......................................................แล้วมีความคดิ เห็นดงั น้ี 1. องค์ประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยงั ไมค่ รบถ้วนหรอื ไมถ่ ูกตอ้ ง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป 2. ความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรยี นรู้กบั หลกั สูตรสถานศึกษา สอดคลอ้ ง ยงั ไม่สอดคลอ้ ง ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั ยังเนน้ ผู้เรียนเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป 4. สอื่ การเรยี นรู้ เหมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรียนรู้ ยงั ไม่เหมาะ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ครอบคลมุ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ยงั ไมค่ รอบคลมุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป 6. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. ............................... ลงช่ือ ................................................................ (นายสุเมธ หน่อแก้ว.) ตาแหนง่ ผูอ้ านวยการโรงเรียนน้าปลกี ศึกษา
ใบความรู้ที่ 2.1 เรื่อง กลไกราคา กลไกราคากบั ระบบเศรษฐกจิ 1. กลไกราคา หมายถงึ ภาวการณ์เปลี่ยนแปลงในระดับราคาสินค้าและบริการอนั เกิดจาก แรงผลักดนั ของ อปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน เมื่อผู้ผลิตพยายามปรบั ปรุงการผลิตและบริการให้สอดคลอ้ งกับความ ตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค ดงั น้นั จะเห็นได้วา่ ราคาสนิ คา้ และบริการเปน็ ตวั แปรสาคญั ในการกาหนดอปุ สงค์และ อปุ ทาน ตลอดจนเปน็ กระบวนการปรบั เปลีย่ นราคาใหเ้ ข้าสู่จุดดลุ ยภาพ เช่น เมือ่ ราคาสินคา้ และบริการ เพ่มิ ข้ึน โดยท่วั ไปแล้วความต้องการซอ้ื หรือ อุปสงคก์ ็จะลดลง แต่อุปทานของสินค้าและบรกิ ารจะ เพ่มิ ขนึ้ เปน็ ตน้ กลไกราคาจะพบได้ในทกุ ตลาด ยกเว้นตลาดแบบผูกขาด เพราะกลไกราคาจะเกิดได้เฉพาะตลาดท่ี มีการดาเนนิ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ในลักษณะของตลาดเสรีหรอื ประเทศทใ่ี ช้ระบบเศรษฐกจิ แบบทุนนิยมหรือ เสรนี ิยม หรือระบบเศรษฐกิจแบบผสมเทา่ นัน้ โดยระบบเศรษฐกจิ เหล่านี้จะมีกลไกราคาเป็นตวั กาหนดว่าจะ ผลิตสนิ คา้ ปรมิ าณเท่าใดและราคาเทา่ ใด การกาหนดราคาสินคา้ และบรกิ ารในทางเศรษฐกิจ กาหนดไว้ 2 วิธี คอื 1. ให้กลไกราคาเป็นเคร่อื งมอื ในการกาหนดราคาสนิ ค้าและบริการ ซึ่งจะเปลย่ี นแปลงไปตาม แรงผลกั ดันของอุปสงค์และอุปทาน 2. รัฐบาลกาหนดราคาสินค้าและบริการด้วยการควบคุมและแทรกแซงราคาสนิ คา้ และบริการด้วย วธิ กี าหนดราคาเม่ือสนิ คา้ ท่ีจาเปน็ ขาดตลาด เพื่อช่วยเหลอื ผู้บริโภค การประกันราคาขัน้ ต่าเพื่อชว่ ยเหลอื ผ้ผู ลิต การพยุงราคาสนิ ค้าไมใ่ ห้ตกต่ามากเกนิ ไป เพื่อช่วยเหลอื ผู้ผลิตหรอื ผขู้ ายไม่ให้ขาดทุน 2. อุปสงค์ (Demand) หมายถงึ ปรมิ าณความต้องการซือ้ สินค้าและบรกิ ารชนิดใดชนิดหน่ึงของ ผ้บู ริโภคทเ่ี ต็มใจจะซื้อและซ้ือหามาได้ ณ ระดบั ราคาต่างๆ ทีต่ ลาดกาหนดให้ กล่าวคอื เมือ่ ผู้บรโิ ภคมคี วาม ตอ้ งการที่จะซื้อสนิ ค้าและบริการนั้นแล้ว ก็จะสามารถมีกาลังซอ้ื สนิ คา้ นน้ั ได้ แตถ่ ้าผ้บู ริโภคไมส่ ามารถที่จะ ซือ้ หรือไมม่ ีกาลังซื้อ กจ็ ะไม่ถือวา่ เป็นอปุ สงค์ตามความหมายในทางเศรษฐศาสตร์ 2.1 กฎของอุปสงค์ (Law of Demand) หมายถึง ผู้บรโิ ภคมคี วามต้องการซ้ือสนิ ค้าและบรกิ าร ในราคาต่า (ราคาถูก) ในปริมาณมากกว่าซ้ือสนิ คา้ ในราคาสูง (ราคาแพง) 2.2 ปจั จัยท่มี ีผลตอ่ การเปล่ียนแปลงอุปสงค์ การทผ่ี บู้ ริโภคจะทาการซ้อื สนิ คา้ ชนิดใดชนิดหนง่ึ ในขณะใดขณะหน่ึงเป็นจานวนเทา่ ใดนัน้ ยอ่ มขึ้นอยู่กับปจั จยั ต่างๆ ดังนี้ 1. ราคาสนิ คา้ และบริการ (ตามกฎของอุปสงค)์ 2. รายได้ของผ้บู ริโภค 3. รสนยิ มขอผูบ้ ริโภค 4. สมัยนยิ ม 5. การโฆษณาและเทคนิคการตลาด 6. ราคาสนิ ค้าหรอื บรกิ ารอื่นๆ ทต่ี อ้ งใช้รว่ มกันหรือแทนกนั ได้ 7. การคาดคะเนการขน้ึ ลงของราคาของผบู้ ริโภค 8. การคาดคะเนการขึน้ ลงของราคาของผบู้ ริโภค
9. พฤตกิ รรมของผ้บู ริโภค เชน่ ฤดกู าล การศึกษา 10. ภาวะเศรษฐกจิ ขณะน้นั ๆ 3. อปุ ทาน (Supply) หมายถึง ปรมิ าณสินค้าและบริการทีผ่ ขู้ ายหรอื ผู้ผลิตยินดีขายหรือผลิตใหแ้ ก่ผู้ ซ้ือ ณ ระดับราคาตา่ งๆ ตามที่ตลาดกาหนดให้ กล่าวคอื เมอ่ื ราคาสนิ ค้าชนิดใดชนิดหนึ่งเพม่ิ สงู ข้ึน ผ้ผู ลติ ก็ ยินดีที่จะเสนอขายมากขน้ึ แตถ่ ้าราคาสนิ ค้าชนิดนนั้ ลดลงปริมาณของอุปทานก็จะลดลงตามไปดว้ ย 3.1 กฎของอุปทาน (Law of Supply) หมายถงึ ผูผ้ ลติ มคี วามต้องการเสนอขายสนิ ค้าและ บรกิ ารในราคาสินคา้ และบรกิ ารท่ีสูง (ราคาแพง) ในปรมิ าณมากกว่าราคาสินค้าและบริการทตี่ ่า (ราคาถูก) 3.2 ปจั จยั ทมี่ ีผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงอุปทาน การท่ผี ผู้ ลติ จะผลติ สนิ ค้าเพ่ือสนองความต้องการ ของผู้บรโิ ภคหรอื ผซู้ ื้อมากน้อยเพียงใด ขนึ้ อยู่กับปจั จยั หลายประการ ดังนี้ 1. ราคาสินคา้ และบรกิ ารในขณะนั้นๆ (กฎของอุปทาน) 2. ตน้ ทุนการผลติ ทเ่ี ปลย่ี นแปลง (วตั ถุดิบ) 3. เทคโนโลยกี ารผลติ ทนี่ ามาใช้ 4. ฤดกู าล 5. สภาวะของตลาดและภาวะเศรษฐกจิ ในขณะน้ัน 6. การคาดคะเนการขน้ึ ลงของราคาสนิ คา้ และบริการของผู้ผลิต (การเกดิ กาไร) 7. จานวนผ้ผู ลติ ทเ่ี ป็นค่แู ขง่ (ราคาสินคา้ และบริการชนดิ เดียวกันทมี่ ีการแข่งขนั กัน) 4. ดลุ ยภาพ (Equilibrium) กลไกราคาทางานโดยไดร้ บั อิทธพิ ลจากท้งั ผูผ้ ลิตและผ้บู รโิ ภค ซึ่งเราจะสงั เกตเหน็ ไดว้ า่ ณ เวลาใด เวลาหนงึ่ ถา้ ปริมาณความต้องการหรือปริมาณอปุ สงคต์ ่อสนิ ค้าในตลาดมีมากเกนิ กวา่ ปริมาณสินค้าทผี่ ูผ้ ลิต จะยินดขี ายให้ ราคาสินค้าก็มีแนวโนม้ ที่จะปรับตัวสูงขนึ้ เนื่องจากการขาดแคลนของสนิ คา้ แต่ถ้าปริมาณ สนิ ค้าที่ผผู้ ลติ ประสงคจ์ ะขายใหผ้ บู้ รโิ ภค หรอื ปรมิ าณอุปทานของสินคา้ มมี ากกว่าปริมาณสินค้าที่ผูบ้ ริโภค ประสงคจ์ ะซ้ือ ราคาสนิ ค้าน้ันก็จะมีแนวโนม้ ลดตา่ ลง เม่ือปรมิ าณอุปสงคแ์ ละปริมาณอปุ ทานเทา่ กัน ราคา สนิ ค้าจงึ จะอยนู่ ิง่ หรอื ที่เรียกวา่ มีเสถียรภาพ ไมป่ รบั ขนึ้ ลงอกี ยกเวน้ ว่า จะมีปัจจยั อ่ืนๆ ทีท่ าให้ตลาดต้อง เปล่ยี นแปลงไป สรุป การทางานของกลไกราคาจะทาให้การจัดสรรทรัพยากรสามารถดาเนนิ ไปได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยทร่ี ฐั บาลไม่จาเป็นต้องเป็นผู้ตดั สินใจแทนผ้อู นื่ เพราะการแข่งขันระหว่างผ้ซู อื้ และผู้ขาย จะทาให้สินค้ามี ราคาที่สะทอ้ นความขาดแคลนของสินค้าหรือทรัพยากรน้นั ๆ ผู้ซอื้ ยอ่ มทราบดีถึงความต้องการท่แี ทจ้ รงิ ของ ตน เชน่ เดียวกบั ผูผ้ ลติ ก็ย่อมทราบดกี วา่ ผู้อนื่ ว่า ตน้ ทุนการผลิตของตนเองเป็นอยา่ งไร และสมควร ตอบสนองความต้องการสินค้าในทอ้ งตลาดอย่างไร ท่ีมา : http://tc.mengrai.ac.th/angkana/sara3_files/page2_files/2.htm
ชอ่ื …………………………………ชั้น……… เลขที่……….. ใบงานที่ 2.1 เรื่อง กลไกราคา คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี 1. กลไกราคา (Price mechanism) หมายถงึ อะไร …………………………………................... 2. อปุ สงค์ (Demand) หมายความวา่ อยา่ งไร …………………………………………………………………………. 3. เราสามารถอธบิ ายกฎของอปุ สงค์ (Law of demand) ไดอ้ ย่างไร 4. ปัจจัยในการกาหนดอปุ สงค์ ไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง ……………………….. ………………………………………………………………………………………………….. 5. การเปลย่ี นแปลงของอุปสงคม์ ลี กั ษณะอยา่ งไร ………………………………………………….
6. อปุ ทาน (Supply) หมายถึงอะไร ………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………. 7. เราสามารถอธิบายกฎของอปุ ทาน (Law of Supply) ไดอ้ ยา่ งไร ………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………….. 8. ปจั จยั ในการกาหนดอุปทาน ได้แก่อะไรบ้าง 9. การเปลย่ี นแปลงปริมาณอปุ ทาน คืออะไร ยกตัวอย่างประกอบ ……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… 10. การเปลย่ี นแปลงระดบั ของอปุ ทาน หมายความว่าอยา่ งไร …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………..
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: