คำนำ การจัดทาหลักสูตรการศึกษาต่อเน่ือง เป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งเนน้ การพัฒนา เพ่ือเน้นการเรียนรู้ ด้านการปฏิบัติ และสามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน หรือนาไปสู่ทักษะการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ที่ ม่ังค่ังและมั่นคง เป็นบคุ คลท่มี ีวินยั เปย่ี มไปด้วยคุณธรรม จรยิ ธรรม มจี ติ สานึกรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ผอู้ ่นื และ สงั คม เน้นการจัดการศึกษาที่ยึดพื้นทเ่ี ปน็ ฐาน โดยสถานศึกษาต้องวิเคราะหศ์ ักยภาพ 5 ดา้ น ของแต่ละพื้นที่ ได้แก่ ศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติ ศักยภาพด้านภูมิอากาศ ศักยภาพด้านภูมิประเทศ ศักยภาพ ด้าน ศิลปวัฒนธรรมประเพณี และศักยภาพด้านทรัพยากรมนุษย์ และวิเคราะห์ข้อมูลวิถีการดาเนินชีวิต ความ ต้องการของประชาชนการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวจะนามาสู่การกาหนดหลักสูตรอาชีพท่ีสถานศึกษาจะ จัดการเรียนการสอน เอกสารฉบับน้ีได้เป็นหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ (หลักสูตรไม่เกิน 30 ชม.) หลักสูตรการทาปลาร้าบอง จานวน 5 ชั่วโมง เพ่ือเป็นประโยชน์ต่อบุคลากร กศน. และผู้ท่ีสนใจทั่วไปได้ ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดทาหลักสูตร จึงขอให้สถานศึกษาที่นาหลักสูตรที่ได้พัฒนาแล้วน้ัน นามาคัดเลือก ใหเ้ หมาะสมกับความตอ้ งการของผู้เรยี นแต่ละพืน้ ที่ และนาไปอนมุ ตั ิใช้ในการจดั การเรยี นการสอนต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอนาโพธ์ิ ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทาหลักสูตรการศึกษาต่อเน่ือง รูปแบบกลุ่มสนใจ (หลักสูตรไม่เกิน 30 ชม.) หลักสูตรการทาปลาร้าบอง จานวน 5 ช่ัวโมง ฉบับน้ีซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานสถานศึกษา และ บุคลากร หรอื ผทู้ ส่ี นใจ ใชเ้ ปน็ แนวทางและนาไปปรบั ใช้ใหเ้ หมาะสมตอ่ ไป ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอนาโพธิ์
สำรบัญ สารบญั เร่ือง หนำ้ หลกั สูตรการทาปลาร้าบอง............................................................................................................... 1 ความเปน็ มา...................................................................................................................................... 1 หลักการของหลักสูตร....................................................................................................................... 1 จุดมุ่งหมาย………………………………………………………………………………………………………………………… 1 กลุ่มเปา้ หมาย................................................................................................................................... 2 ระยะเวลา......................................................................................................................................... 2 การจัดกระบวนการเรยี นรู้................................................................................................................ 2 สอื่ /อุปกรณ์/แหล่งเรียนรู.้ ............................................................................................................... 2 การวดั และประเมนิ ผล..................................................................................................................... 3 จบหลกั สูตร...................................................................................................................................... 3 เอกสารหลักฐานการศึกษา............................................................................................................... 3 การเทยี บโอน................................................................................................................................... 3 รายละเอยี ดโครงสร้างหลักสูตร....................................................................................................... 4 ผังมโนทัศน์ ระดบั ประถมศกึ ษา...................................................................................................... 5 ผงั มโนทัศน์ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น............................................................................................ 6 ผังมโนทศั น์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย........................................................................................ 7 โครงสร้างเน้ือหาหลักสูตรการทาวุ้นกะทิแฟนซี………….………………………………………………….……… 9 เรอ่ื งท่ี ๑ ชอ่ งทางการประกอบอาชีพการทาวนุ้ กะทิแฟนซ.ี ............................................................ 9 เรือ่ งท่ี ๒ ทิศทางการประกอบอาชีพการทาวุ้นกะทิแฟนซี............................................................... 10 บรรณำนกุ รม คณะผจู้ ัดทำ ภำคผนวก แบบประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษาต่อเนอื่ ง (แบบ กศ.ตน.7 (1) ) แบบสอบถามความพงึ พอใจ (แบบ กศ.ตน.10)
รำยละเอยี ดหลกั สูตร หลกั สตู ร กำรทำปลำรำ้ บอง จำนวน 5 ชั่วโมง กล่มุ อำชพี พำณิชยกรรมและบริกำร ควำมเปน็ มำ การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสาคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศ ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริมความ เข้มแข็งให้แก่ เศรษฐกิจชุมชน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้กาหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 2 พัฒนากาลังคน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ กลยุทธ์ 2.1 พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และ สมรรถนะอาชีพให้สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นท่ี ภูมิภาคและประเทศ ภายใต้กรอบ ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2566 – 2567) ทจ่ี ะพฒั นาศกั ยภาพของพืน้ ทใ่ี น 5 กลมุ่ อาชพี ใหม่ ให้สามารถแขง่ ขันได้ ใน 5 ภูมิภาคหลักโลก “รู้เขา รู้เรา เท่าทัน เพ่ือแข็งขันได้ใน เวทีโลก” ตลอดจนกาหนดภารกิจท่ีจะยกระดบั การจัดการศึกษาเพื่อเพ่มิ ศักยภาพและขีดความสามารถให้ ประชาชนได้มีอาชีพทีส่ ามารถสร้างรายได้ท่ีม่ันคง โดยเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านต่าง ๆ มุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รักการศึกษาเพ่ือพัฒนา อาชีพและการมีงานทาอย่างมีคุณภาพทั่ว ถึง และเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้ม่ันคง และมีงานทาอย่าง ย่ังยืน มีความสามารถเชิงการแข่งขันท้ังในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ซึ่งเป็นการจัดการศึกษา ตลอดชวี ิตในรปู แบบใหม่ที่สร้างความม่นั คงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ ในสภาพปัจจบุ ันมนุษย์เราได้รับ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และส่ิงแวดล้อมเป็นอย่าง มากเป็นอย่างมาก เมื่อจานวนประชากรเพิ่มขึ้นแต่ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว และไม่เพียงพอ ต่อความต้องการ จึงจาเป็นอย่างยิ่งท่ีมนุษย์จะต้องสร้างขึ้นหรือทดแทนโดยวิธีการต่าง ๆ เพื่อการอยู่รอด ศูนย์การศึกษานอกระบบลากรศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอนาโพธิ์ กศน.ตาบลบ้านดู่ จึงได้นานโยบาย ยุทธศาสตร์ และความจาเป็นดังกล่าวสู่การปฏิบัติ เพ่ือการพัฒนาหลักสูตรอาชีพให้กับ กลุ่มเป้าหมาย และ ประชาชนมีรายได้ และมีอาชพี เสริมดา้ นการทาปลารา้ บอง ผทู้ สี่ นใจควรศกึ ษาหาความรแู้ ละฝึกปฏบิ ัตจิ นเกิด ความชานาญ สามารถนาไปประกอบอาชพี ให้กบั ตนเองได้ หลักกำรของหลกั สตู ร การจดั การศึกษาเพื่อพัฒนาการพัฒนาอาชีพเพ่ือการมีงานทา กาหนดหลักการไวด้ ังน้ี 1. เป็นหลักสตู รท่ีเน้นการบรู ณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพดา้ นต่าง ๆ ห้าดา้ น ไดแ้ ก่ ศกั ยภาพ ของทรพั ยากรธรรมชาตใิ นแต่ละพืน้ ท่ี ศกั ยภาพของพ้ืนที่ตามลกั ษณะภูมิอากาศ ศกั ยภาพภมู ิประเทศและ ทาเลทต่ี ั้งของแต่ละประเทศ ศักยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถชี ีวิตของแต่ละพน้ื ที่และ ศักยภาพของทรพั ยากรมนุษย์ในแตล่ ะพนื้ ท่ี 2. มุง่ พัฒนาคนไทยให้ได้รับการศกึ ษาเพ่ือพฒั นาอาชีพและการมีงานทาอย่างมีคุณภาพทั่วถงึ และ เท่าเทยี มกัน สามารถสร้างรายไดท้ ีม่ นั่ คง และเปน็ บุคคลที่มวี นิ ยั เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มจี ิตสานกึ ความรบั ผิดชอบต่อตนเอง ผอู้ ่ืน และสงั คม 3. สง่ เสริมใหม้ คี วามร่วมมือในการดาเนินงานรว่ มกบั ภาคีเครอื ข่าย
2 4. เน้นการฝึกปฏิบัตจิ รงิ เพื่อใหผ้ ้เู รียนเกดิ ความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนาไปประกอบอาชีพให้ เกิดรายได้ทม่ี นั่ คง ม่ังคั่ง และยั่งยนื ในอาชีพส่งเสริมให้มีการเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์เข้าส่หู ลักสูตร การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน จดุ หมำย 1. เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้พ้ืนฐาน ร้วู ิธี มที ักษะ ในการทาปลาร้าบอง 2. เพื่ออนรุ กั ษภ์ ูมิปัญญาของคนรุ่นหลังเอาไว้และการนาวตั ถุดบิ ในท้องถ่ินมาใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ 3. เพ่อื นาปลารา้ บองไปจาหน่ายใหเ้ กิดรายได้ สามารถนาไปตอ่ ยอดเพ่ือประกอบอาชีพ กลุม่ เปำ้ หมำย กล่มุ เปา้ หมายคือประชาชนกลมุ่ เป้าหมายนอกระบบโรงเรยี น 1. ผู้ท่ีไม่มีอาชพี 2. ผู้ที่มอี าชีพและต้องการพฒั นาอาชีพ ระยะเวลำ จานวน 5 ชัว่ โมง 1. ภาคทฤษฎี จานวน 1 ชัว่ โมง 2. ภาคปฏบิ ัติ จานวน 4 ชว่ั โมง กำรจัดกระบวนกำรเรยี นรู้ 1. ศึกษาข้อมูลจากเอกสาร/ภูมิปัญญา 2. การศกึ ษาดงู านจากแหล่งเรียนรู้ 3. และเปลี่ยนเรียนรู้ 4. ฝึกปฏบิ ตั ิจรงิ สอ่ื /อุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรยี นรเู้ รื่องความรูเ้ กยี่ วกบั การทาปลารา้ บอง 2. ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ สอื่ บุคคล วิทยากรผู้ชานาญ 3. เนือ้ หาวิชาการความร้เู กย่ี วกบั การทาปลารา้ บอง 4. ใบความรู้เก่ียวกบั การทาปลาร้าบอง 5. อุปกรณ์ประกอบกลุ่มสนใจระยะส้ัน
3 กำรวดั และประเมนิ ผล เป้ำหมำย วธิ วี ดั และประเมินผล เกณฑ์กำรวดั และประเมนิ ผล 1. ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ - ทดสอบความรู้ความเข้าใจ - คะแนนเต็ม 20 คะแนน ในเนอ้ื หาสาระ (20 ) - สอบถามความรู้ความเข้าใจ - ต้องได้ 12 คะแนนข้นึ ไปจงึ จะถือวา่ ผ่าน 2. ดา้ นทักษะ - สังเกตการณ์ปฏิบัติในระหว่าง - ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ ูกต้องตามขนั้ ตอน การปฏบิ ตั ิ (40) การเรยี นรู้การจัดกิจกรรม คล่องแคล่ว รวดเรว็ ไม่มขี ้อผิดพลาด/ - ประเมนิ โดยใหส้ าธติ /แสดงข้ันตอน ปญั หา หากมปี ญั หาสามารถแก้ไขได้อย่าง วธิ กี ารปฏิบัติ รวดเรว็ - กรณีไม่มีการปฏบิ ตั จิ ดั ทาผลงานให้ ประเมินจากกระบวนการมีส่วนร่วม (รว่ มคิด ร่วมทา ร่วมแกป้ ญั หา) 3. คุณภาพของผลงานผล - สงั เกต/ตรวจสอบผลงาน/ผลการ - ความถกู ต้อง/ความสมบูรณ์ การปฏบิ ัติ (40) ปฏบิ ัติ ว่าเป็นไปตามเกณฑ์ - ความแขง็ แรงคงคน/ความสวยงาม ทก่ี าหนดหรือไม่ ประณตี - ความประหยัด - ความเหมาะสมกบั กลุ่มเปา้ หมายสภาพ พนื้ ที่ ฯลฯ รวมคะแนน (100) - - กำรจบหลักสตู ร 1. มเี วลาเรียน ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 2. มผี ลการประเมินตลอดหลักสตู ร ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 60 3. มีผลงานที่มคี ณุ ภาพ เอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำ 1. หลกั ฐานการประเมนิ ผล 2. ทะเบียนคุมวฒุ บิ ตั ร 3. วุฒบิ ัตร ออกโดยสถานศึกษา กำรเทยี บโอน ผเู้ รยี นท่จี บหลกั สตู รนี้สามารถนาไปเทียบโอนผลการเรยี นรู้กบั หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพวชิ าเลอื กทส่ี ถานศึกษาได้จัดทาข้ึน ลงชื่อ ...................................... ผู้อนมุ ัติ (นายศริ ิชาต คุ้มสุวรรณ) ผู้อานวยการศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอนาโพธ์ิ
4 รำยละเอยี ดโครงสร้ำงหลักสูตร ชอ่ื หลักสตู ร กำรทำปลำรำ้ บอง จำนวน 5 ช่ัวโมง กลมุ่ อำชพี พำณิชยกรรมและบริกำร สาระการประกอบอาชีพ เป็นสาระเกย่ี วการมองเหน็ ช่องทาง และการตัดสินใจประกอบอาชพี เรยี นรทู้ ักษะในอาชีพ การจัดการอาชีพอย่างมคี ุณธรรม และการพัฒนาอาชีพใหม้ ีความมั่นคง ประกอบ ด้วยมาตรฐานการเรียนรู้ ดงั น้ี มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐานที่ 3.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจและเจตคตทิ ่ีดี ในงานอาชพี มองเห็นชอ่ งทาง และตัดสนิ ใจ ประกอบอาชีพไดต้ ามความตอ้ งการ และศกั ยภาพของตนเอง มาตรฐานที่ 3.2 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลอื ก มาตรฐานที่ 3.3 มคี วามรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการอาชีพอย่างมคี ุณธรรม มาตรฐานท่ี 3.4 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการพัฒนาอาชพี ใหม้ ีความม่ันคง
5
6
7
8 ที่ เรอื่ ง จุดประสงค์ เน้ือหำ กำรจดั จำนวนชั่วโมง กำรเรียนรู้ กระบวนกำรเรยี นรู้ ทฤษฎี ปฏบิ ัติ 1 การประกอบอาชีพ 1. ผู้เรียนเห็น - ความเปน็ ไปไดใ้ น 1. อธบิ าย 1- การทาปลารา้ บอง ความสาคญั ในการ การประกอบอาชพี 2. ระดมความคดิ ประกอบอาชีพการ และการตัดสนิ ใจ 3. ยกตัวอย่าง ทาปลาร้าบอง เลอื กประกอบ 2. ผู้เรยี นเหน็ อาชีพการทา ชอ่ งทางในการทา ปลาร้าบอง ปลารา้ บอง - ความตอ้ งการ 3. เพอ่ื ใหผ้ ้เู รียน ของตลาด สามารถตัดสนิ ใจ เลอื กประกอบอาชีพ การทาปลารา้ บองได้ 2 ทักษะการประกอบ 1. เพอื่ ให้ผ้เู รยี นรู้จัก - ขัน้ ตอนการทา 1. ฝึกปฏิบตั งิ านการ - 4 อาชีพการทา ขั้นตอนและสามารถ ปลาร้าบอง ทาปลาร้าบอง ปลารา้ บอง ทาปลารา้ บองได้ - อปุ กรณ์การทา ปลาร้าบอง รวม 1 4 แนวคิด 1. ปลารา้ บองเป็นการถนอมอาหารทมี่ วี ธิ กี ารทาทีง่ า่ ย 2. ปัจจบุ นั มีการคดิ คน้ วธิ ีสูตรการทาทีห่ ลากหลาย เพื่อทาให้มีรสชาติท่แี ปลกใหม่ และน่ารบั ประทาน 3. เปน็ แนวทางอกี แนวทางหนึ่งที่สามารถสรา้ งรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชน จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ 1. เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรู้พื้นฐาน รูว้ ิธี มที ักษะ ในการทาปลาร้าบอง 2. เพื่ออนุรกั ษ์ภมู ิปัญญาของคนรนุ่ หลงั เอาไวแ้ ละการนาวัตถุดิบในท้องถนิ่ มาใช้ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ 3. เพ่อื นาปลาร้าบองไปจาหนา่ ยใหเ้ กิดรายได้ สามารถนาไปตอ่ ยอดเพื่อประกอบอาชีพ ขอบข่ำยเนอ้ื หำ ขอบขา่ ยเน้ือหาที่ใช้เวลาเรียนรู้ 5 ชวั่ โมง ประกอบด้วยเน้อื หา จานวน 2 เรอ่ื ง เรื่องท่ี 1 ช่องทางการประกอบอาชีพการทาปลารา้ บอง เรื่องท่ี 2 ทักษะการประกอบอาชพี การทาปลาร้าบอง ผลกำรเรยี นรทู้ ีค่ ำดหวัง 1. ผูเ้ รียนสามารถอธบิ ายลักษณะ วตั ถุดบิ และอปุ กรณใ์ นการทาปลารา้ บองได้ 2. ผู้เรียนสามารถลงมือปฏบิ ตั กิ ารทาปลาร้าบอง ตามข้นั ตอนและวิธกี ารได้ 3. ผเู้ รียนสามารถรว่ มกิจกรรมในการเรียนการสอนได้
9 รำยละเอียดเน้อื หำ เร่ืองท่ี 1 กำรประกอบอำชีพกำรทำปลำรำ้ บอง 1. สำระสำคัญ ลักษณะของปลำร้ำบอง ปลารา้ บองหรอื แจ่วบอง เป็นเมนูนา้ พรกิ อย่างหนึ่งของฝ่ังอีสาน เปน็ การนาปลาร้ามาบดหรือสบั ให้ละเอียดแลว้ ปรุงรสด้วยผักสวนครวั หรอื พืชสมนุ ไพรตา่ ง ๆ 2. สว่ นประกอบ 1 กโิ ลกรมั 2.1 เนื้อปลานลิ บด 121 ช้อนโต๊ะ 2 ขีด 2.2 ผงปรงุ รส 1 ขีด 2 ขีด 2.3 พรกิ ปน่ 2 ขีด 2.4 พรกิ เม็ด (แหง้ ) 1 ขีด 2.5 หอมแดง 1 ขีด 2.6 กระเทียม 1 ขดี 2.7 ใบมะกรูด 2.8 ข่าออ่ น 2.9 ตะไคร้ 3. วิธีทำ 3.1 นาปลารา้ มาลา้ งใหส้ ะอาด เลาะกา้ งท้ิง ใช้แตเ่ นอ้ื ปลาร้าเท่าน้นั 3.2 สับปลารา้ หรอื บดใหล้ ะเอยี ดกอ่ น แล้วนาไปอบความร้อน 125 องศา 40 นาที แล้วพักไว้ 3.3 นาเคร่ือง พริกเมด็ หอมแดง กระเทียม ข่าอ่อน ตะไคร้ มาบดใหล้ ะเอยี ด แล้วนาไปโขลก ใหเ้ นื้อละเอยี ดยิ่งขึน้ 3.4 ตักปลาร้าบดท่ีพกั ไว้ใส่รวมกับเคร่อื งทโี่ ขลกละเอียด ใสพ่ ริกป่นแล้วคลุกเคล้าใหเ้ ขา้ กันดี 3.5 ใสใ่ บมะกรูดห่นั ฝอย 3.6 เสริ ฟ์ พรอ้ มผักสด เช่น แตงกวา ถว่ั ผกั ยาว ผกั กาดขาว มะเขือเปราะ
10 เรอ่ื งที่ 2 ทิศทำงกำรประกอบอำชีพกำรทำปลำรำ้ บอง 1. วธิ กี ำรเลือกวตั ถดุ ิบ/อปุ กรณ์ 1.1 เลือกใชภ้ าชนะท่ีไม่มีสารตกคา้ ง 1.2 ใช้เครอื่ งปรงุ ท่มี ีมาตรฐาน 1.3 เลือกใช้วตั ถดุ บิ ตามธรรมชาติ เพ่ือลดต้นทนุ การผลติ 2. วตั ถุดิบ เนอ้ื ปลำรำ้ บด พรกิ ป่น
11 ผงชูรส ใบมะกรดู หัน่ ฝอย พรกิ แห้ง หอมแดง กระเทียม
12 สีข่ำ (หนุ่ม) ตะไคร้ 3. อปุ กรณ์ ครก/สำก เครอ่ื งบด เขียง มีดห่นั
13 กำละมงั บรรจภุ ัณฑ์ 4. ข้ันตอน/วิธีกำรปฏิบตั ิ 4.1 นาปลารา้ มาล้างใหส้ ะอาด เลาะกา้ งท้ิง ใชแ้ ต่เน้ือปลารา้ เท่านั้น ปลำรำ้ ปลำนลิ แร่เน้อื ปลำ 4.2 สบั ปลารา้ หรือบดใหล้ ะเอยี ดก่อน แลว้ นาไปอบความร้อน 125 องศา 40 นาที แลว้ พักไว้ สบั ปลำรำ้ หรือบดให้ละเอียด
14 4.3 นาเครอื่ ง พรกิ เมด็ หอมแดง กระเทียม ข่าอ่อน ตะไคร้ มาบดให้ละเอียด แล้วนาไปโขลก ใหเ้ นื้อละเอียดย่ิงข้นึ เครอื่ งปรุง โขลกใหเ้ นื้อละเอียดยง่ิ ข้นึ 4.4 ตักปลารา้ บดท่ีพักไว้ใส่รวมกับเครอ่ื งท่โี ขลกละเอยี ด ใส่พริกป่นแลว้ คลุกเคล้าใหเ้ ขา้ กันดี
15 4.5 ใสใ่ บมะกรดู ห่นั ฝอย เสริ ฟ์ พรอ้ มผกั สด เช่น แตงกวา ถวั่ ผักยาว ผักกาดขาว มะเขือเปราะ พร้อมเสริ ์ฟ
บรรณำนกุ รม ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอหนองบวั ลาภู จังหวัดอุดรธาน.ี กล่มุ อาชพี พาณิชยกรรม. https://food.trueid.net/detail/omkOb6bd9GWm
คณะผ้จู ดั ทำ คณะทป่ี รกึ ษำ ผูอ้ านวยการ กศน.อาเภอนาโพธ์ิ 1. นายศิริชาต คมุ้ สุวรรณ ครู 2. นายปฐพล ดา่ นนอก ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน 3. นางธมุ าวดี กลบั โก ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน 4. นายมนสั ปกั เคทัง คณะทำงำน ครู กศน.ตาบล 1. นายพิชิตชัย แสวงชยั ครู กศน.ตาบล 2. นายธรี ศักดิ์ ชนะพาล ครู กศน.ตาบล 3. นายวนั ชัย มาศรี ครู กศน.ตาบล 4. นายชาญณรงค์ ผิวดา ครู กศน.ตาบล 5. นางสาวจักรจณิ บวั ระบัตรทอง ครู กศน.ตาบล 6. นางสาวจันทรเ์ พญ็ บตุ รพรม ครู กศน.ตาบล 7. นางสาวสกุ ญั ญา วังใหญร่ ัมย์ ครู กศน.ตาบล 8. นางสาวสมพร วงษ์อินทร์จนั ทร์ ครู กศน.ตาบล 9. นางสาวอรัสยา ทาไธสง ครู กศน.ตาบล 10. นางสาวดวงดาว ติดใจดี ครู กศน.ตาบล 11. นายเตชทตั เสนารกั ษ์ ครู กศน.ตาบล 12. จ.ส.ต.วษิ ณุ บุญสอน ครผู ู้สอนคนพกิ าร 13. นางอัจฉรา ลอ้ มไธสง ครูผู้สอนคนพิการ 14. นางสาวลักษมณ สีป่าญ้า ผูร้ วบรวม/ผเู้ รียบเรยี ง ครู กศน.ตาบล 1. นางสาวสุภาภรณ์ พรมนอก ครู กศน.ตาบล 2. นางสาวอรุณี พวงไธสง ครู กศน.ตาบล 3. นางอจั ฉรา ล้อมไธสง ผอู้ อกแบบปก/จัดทำรปู เล่ม ครู กศน.ตาบล 4. นางสาวอรุณี พวงไธสง
ภำคผนวก
ผนวก ก แบบประเมนิ ผลกำรจัดกำรศกึ ษำตอ่ เน่อื ง
แบบ กศ.ตน..๗ (๑) แบบประเมินผลกำรจดั กำรศกึ ษำต่อเนอ่ื ง หลกั สตู ร .............................................................................................. จานวน .................... ชั่วโมง ระหว่างวนั ที่ ......... เดอื น ........................ พ.ศ. ............. ถงึ วนั ท.่ี ........ เดอื น ........................ พ.ศ.............. สถานทจี่ ัด ณ .............................................................. ตาบล......................อาเภอ.......... จงั หวัด.................. ลาดบั เลขประจาตัว ช่ือ-สกลุ ๑.ความรู้ ๒.ทกั ษะ ๓.คณุ ภาพของ ๔.ผลการ ระดับการ ที่ ประชาชน ความเข้าใจ การปฏิบตั ิ ผลงาน/ผล ประเมนิ รวม ประเมิน ในเนอ้ื หา การปฏิบัติ (ผา่ น/ไม่ผา่ น) สาระ (๒๐) (๔๐) (๑๐๐) (๔๐) หมำยเหตุ การประเมนิ ผลการจบหลักสตู ร อาจดาเนนิ การได้ ดงั น้ี การประเมนิ ระหว่างเรียน และเม่ือจบหลักสตู ร ประเมนิ ครง้ั เดยี วก่อนจบหลกั สูตร ทง้ั นี้ เกณฑ์การจบหลกั สูตร จะต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๖๐ จึงจะผ่านเกณฑ์ การประเมนิ ลงชื่อ ..................................... วิทยากร ลงชอ่ื ...................................... หัวหนา้ กศน.ตาบล (........................................) (........................................) ลงชอื่ ..................................... ผ้อู นุมตั ิ (..........................................) ผู้อานวยการ กศน.อาเภอ .............................
ผนวก ข แบบประเมนิ ควำมพงึ พอใจ
แบบ กศ.ตน.๑๐ แบบประเมินควำมพึงพอใจ หลักสูตร /โครงกำร .................................................. ระหวา่ งวนั ท่ี ........... เดอื น ...................... พ.ศ........... สถานทีจ่ ดั .................................................................. อาเภอ/เขต ............................ จังหวัด............ ........... ข้อมูลพ้ืนฐานของผู้ประเมนิ ความพึงพอใจ เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง อายุ ........... ปี วฒุ กิ ารศกึ ษา .............................. อาขีพ................ คำชแี้ จง ๑. แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ มี ๔ ตอน ๒. โปรดแสดงเครือ่ งหมาย √ ในชอ่ งว่างระดับความพึงพอใจตามความคดิ เห็นของท่าน ขอ้ รายการประเมินความพงึ พอใจ มากทสี่ ดุ ระดบั ความพึงพอใจ นอ้ ยท่สี ุด หมายเหตุ ๕ ตอนท่ี ๑ ควำมพึงพอใจด้ำนเนอ้ื หำ มาก ปานกลาง นอ้ ย ๑ ๑ เนื้อหาตรงตามความต้องการ ๔๓๒ ๒ เนอื้ หาเพยี งพอต่อความต้องการ ๓ เนื้อหาปจั จุบนั ทันสมัย ๔ เนอ้ื หามีประโยชน์ต่อการนาไปใชใ้ นการพฒั นาคุณภาพชีวติ ตอนท่ี ๒ ควำมพึงพอใจดำ้ นกระบวนกำรจดั กิจกรรมกำรอบรม ๕ การเตรยี มความพร้อมกอ่ นอบรม ๖ การออบแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค์ ๗ การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา ๘ การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกับกลุ่มเปา้ หมาย ๙ วิธกี ารวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ ตอนท่ี ๓ ควำมพึงพอใจต่อวิทยำกร ๑๐ วิทยากรมคี วามรู้ความสามารถในเรอื่ งท่ถี ่ายทอด ๑๑ วิทยากรมเี ทคนิคการถ่ายทอดใชส้ อื่ เหมาะสม ๑๒ วิทยากรเปดิ โอกาสใหม้ สี ่วนร่วมและซักถาม ตอนที่ ๔ ควำมพึงพอใจดำ้ นกำรอำนวยควำมสะดวก ๑๓ สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอานวยความสะดวก ๑๔ การส่ือสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรยี นรู้ ๑๕ การบรกิ าร การชว่ ยเหลอื และการแกป้ ัญหา ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะอื่น ๆ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
Search
Read the Text Version
- 1 - 29
Pages: