Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คอมและการบำรุงรักษา-02

คอมและการบำรุงรักษา-02

Published by waranya17684, 2021-04-14 03:04:07

Description: คอมและการบำรุงรักษา-02

Keywords: คอมและการบำรุงรักษา-02

Search

Read the Text Version

อุปกรณ์ภายนอกจะตดิ ตงั้ และเชอ่ื มต่อกบั เคสหรอื ตวั เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ มกั เป็นอุปกรณ์ทผ่ี ใู้ ชต้ อ้ งสมั ผสั โดยตรง เพอ่ื ป้อนและรบั ขอ้ มลู ในรปู แบบตา่ ง ๆ อุปกรณ์ภายนอกทส่ี าคญั ไดแ้ กค่ ยี บ์ อรด์ เมาส์ และจอภาพ คียบ์ อรด์ (Keyboard) หรอื แป้นพิมพ์ เป็นอุปกรณ์รบั ขอ้ มลู เบอ้ื งตน้ ทาหน้าทร่ี บั ขอ้ มลู เขา้ มาจากการกดคยี บ์ อรด์ แลว้ ทาการเปลย่ี นรหสั เพ่อื สง่ ต่อใหก้ บั คอมพวิ เตอร์ มลี กั ษณะคลา้ ยแป้นพมิ พข์ องเครอ่ื งพมิ พ์ดดี จานวนแป้นมตี งั้ แต่ 101-105 ปุ่ม ซง่ึ บางรนุ่ อาจมมี ากกวา่ น้ี และยงั มปี ุ่มพเิ ศษเพมิ่ ขน้ึ มาอกี หลายป่มุ เพอ่ื อานวยความสะดวกต่อการใชง้ าน ใหก้ บั ผใู้ ช้ คยี บ์ อรด์ ในปัจจบุ นั น้ไี ดร้ บั การออกแบบใหม้ คี วามโคง้ มน เหมาะสาหรบั การวางมอื และใชง้ านตามหลกั สรรี ะ ศาสตร์ (Ergonomics) โดยบางรุ่นจะมปี ุ่มพิเศษใช้เปิดเมนูวินโดว์ ดูหนัง ฟังเพลง เข้าเว็บไซต์ หรือเช็กอีเมลได้ คยี ์บอร์ดเป็นอุปกรณ์ทางด้านอนิ พุตท่ไี มค่ ่อยมปี ัญหาในการใชง้ าน และมรี าคาไม่แพงอยู่ระหว่าง 100-1,000 บาท แลว้ แตย่ ห่ี อ้ และความสามารถ โดยปัจจบุ นั น้คี ยี บ์ อรด์ มที งั้ ชนิดมสี ายและไรส้ าย (Wireless) ตวั อย่างคีบอรด์

เมาส์ (Mouse) เป็นอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการควบคมุ การทางานในคอมพวิ เตอร์ ซง่ึ ออกแบบมาเพอ่ื ใหพ้ อดกี บั การใชง้ าน โดยสว่ นโคง้ และส่วนเวา้ จะโคง้ เขา้ ตามอุง้ มอื ของผใู้ ช้ ดา้ นใตข้ องเมาสม์ อี ุปกรณ์คอยตรวจจบั การเคลอ่ื นไหวของเมาส์ โดยสง่ สญั ญาณไปทค่ี อมพวิ เตอร์ เพอ่ื แสดงผลของ เคอรเ์ ซอร์ (Cursor) บนหน้าจอคอมพวิ เตอร์ สามารถตดิ ต่อ กบั ผใู้ ช้ ในลกั ษณะกราฟิกท่เี รยี กว่า GUI (Graphic User Interface) โดยการใชร้ ูปแทนคาสงั่ เลอื กรายการ หรอื คาสงั่ ดว้ ยภาพ หรอื สญั ลกั ษณ์เป็นรปู ไอคอน (Icon) ตวั อย่างเมาส์

จอภาพ (Monitor) เป็นอุปกรณ์ท่ีแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว สามารถแสดงผลได้ทัง้ ในรูปของ อักษรหรอื ข้อความ (Text) ภาพและกราฟิก (Graphic) ในอดตี จอภาพจะเป็นจอสเี ดยี ว เช่น สเี ขยี วหรอื สสี ม้ ซ่งึ สามารถแสดงผลลพั ธ์ได้เฉพาะ อกั ษรหรอื ขอ้ ความเทา่ นนั้ ไมส่ ามารถแสดงผลออกมาในรปู ของภาพกราฟิกไดเ้ รยี กจอภาพแบบน้วี า่ จอภาพสเี ดยี วหรอื จอแบบโมโนโครม (Monochrome) ต่อมาจอภาพได้เปลย่ี นมาใชเ้ ป็นแบบจอสเี ทาสามารถแสดงภาพกราฟิกได้ แต่มี ความละเอยี ดไมม่ ากนัก แสดงไดเ้ ฉพาะสเี ทาดาเท่านัน้ เรยี กจอภาพแบบน้ีว่า วจี เี อโมโนโครม (VGA Monochrome) ปัจจุบนั จะพบว่าลกั ษณะการแสดงผลของจอภาพไดเ้ ปลย่ี นไป จอภาพทใ่ี ชจ้ ะเป็นจอสซี ง่ึ สามารถแสดงผลไดม้ ากมาย หลากหลายสี และสามารถแสดงผลอยูใ่ นรูปของกราฟิกทม่ี สี สี นั สมจรงิ จอภาพแบบน้ีทางานควบคู่กบั การด์ แสดงผล (Display Adapter Card) ทต่ี ่ออยใู่ นระบบคอมพวิ เตอรบ์ นเมนบอรด์ มคี วามละเอยี ด (Resolution) ของจอภาพคอ่ นขา้ งสงู โดยความละเอยี ดของจอภาพจะวดั เป็นจดุ หรอื พกิ เซล (Pixel) เชน่ 1024 x 768, 800 x 600 หรอื 640 x 480 เป็นตน้ ตวั อย่างจอภาพ

อุปกรณ์ภายใน เป็นอุปกรณ์คอมพวิ เตอรท์ ผ่ี ใู้ ชจ้ ะไมไ่ ดส้ มั ผสั โดยตรง แต่เป็นอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการประมวลผลหลกั ในการทางานของคอมพวิ เตอร์ อุปกรณ์ภายในจะตดิ ตงั้ โดยตรงจากผผู้ ลติ คอมพวิ เตอร์ มกั มลี กั ษณะบอบบาง ไมท่ นตอ่ แรงกระแทก และตดิ ตงั้ อยู่ภายในเคส หรอื เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ อุปกรณ์สามารถแบ่งได้ตามหน้าท่กี ารทางานของ คอมพวิ เตอร์ ไดแ้ กห่ น่วยประมวลผลกลางและหน่วยความจา หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หรือซีพียู (CPU) หรือเรียกอีก ช่ือหน่ึงว่า โพรเซสเซอร์ (Processor) หน่วยประมวลผลกลางเปรยี บเสมอื นสมองของคอมพวิ เตอรท์ าหน้าทเ่ี ป็นศูนยก์ ลางในการประมวลผล คานวณและควบคุมการทางานในระบบคอมพวิ เตอรท์ าใหท้ กุ หน่วยสามารถทางานไดอ้ ยา่ งสอดคลอ้ งและสมั พนั ธก์ นั ตวั อย่างซีพียู

ภายในตวั ซพี ยี จู ะประกอบไปดว้ ยหน่วยยอ่ ยทส่ี าคญั 2 สว่ น คอื หน่วยควบคุม และหน่วยคานวณทางคณติ ศาสตร์ และตรรกะ ซง่ึ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี

1. หน่วยควบคมุ (CU: Control Unit) หน่วยควบคมุ ทาหน้าท่ี เป็นตวั ควบคมุ ประสานงาน และการดาเนินการในระบบเชน่ ควบคุมลาดบั ขนั้ ตอนในการ ประมวลผล และควบคุมการทางานของอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ภายในหน่วยประมวลผลกลาง นอกจากน้ียงั เป็นตวั ประสานงาน ระหวา่ งหน่วยประมวลผลกลางกบั อุปกรณ์ทางดา้ นหน่วยนาเขา้ ขอ้ มลู หน่วยแสดงผลขอ้ มลู และหน่วยความจา 2. หน่วยคานวณทางคณิตศาสตรแ์ ละตรรกะ (ALU: Arithmetic and Logic Unit) หน่วยคานวณทางคณิตศาสตร์และตรรกะ ทาหน้าท่ีเก่ียวกับการคานวณทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ และหาร นอกจากการคานวณทางคณิตศาสตร์แล้วยงั คานวณในเชงิ ตรรกศาสตร์อีกด้วย เป็นการคานวณในเชงิ ลกั ษณะ ของการเปรยี บเทยี บตามเงอ่ื นไข เชน่ มากกวา่ (>) น้อยกวา่ (<) และเทา่ กบั (=) จรงิ หรอื เทจ็ เป็นตน้ การเปรยี บเทยี บ ในลักษณะน้ีจะเป็ นลักษณะของการตัดสินใจในการเลือกทางานของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ว่าจะทาตามคาสงั่ ใด ของโปรแกรม เม่อื หน่วยประมวลผลกลางทาการประมวลผลเสร็จเรยี บร้อยแล้ว ก็จะนาผลลพั ธ์ท่ไี ด้ไปเก็บไว้ยงั หน่วยความจาหลกั กอ่ นทจ่ี ะถกู นาออกไปแสดงผลยงั หน่วยแสดงผลขอ้ มลู (Output Unit)

ทาหน้าทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู คาสงั่ และโปรแกรมต่าง ๆ ในระบบคอมพวิ เตอร์ หน่วยความจาในระบบคอมพวิ เตอร์แบ่ง ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คอื หน่วยความจาหลกั (Main Memory) และ หน่วยความจาสารอง (Secondary Memory) 1. หน่วยความจาหลกั หน่วยความจาหลกั เป็นหน่วยเกบ็ ขอ้ มลู ทม่ี คี วามเรว็ ในการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู สงู และจาเป็นตอ้ งมใี นเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ ถา้ ไมม่ ใี นเครอ่ื งคอมพวิ เตอรจ์ ะไมส่ ามารถทางานได้ จงึ เรยี กหน่วยความจาประเภทน้ีว่าหน่วยความจาหลกั หน้าทข่ี อง หน่วยความจาหลกั ในระบบคอมพวิ เตอร์ คอื 1. ทาหน้าทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู กอ่ นนาไปประมวลผล 2. ทาหน้าทเ่ี กบ็ คาสงั่ ของโปรแกรมขณะใชง้ าน 3. ทาหน้าทเ่ี กบ็ ผลลพั ธท์ ไ่ี ดจ้ ากการประมวลผลกอ่ นนาไปแสดงผล

ตวั อย่างหน่วยความจาหลกั หน่วยความจาหลักในระบบคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ หน่วยความจาชวั่ คราว และหน่วยความจาถาวร 1. หน่วยความจาชวั่ คราว หน่วยความจาชวั่ คราว ในระบบคอมพวิ เตอรเ์ รยี กวา่ แรม (RAM) ยอ่ มาจากคาวา่ Random Access Memory สาเหตุ ทก่ี ล่าวว่าแรมเป็นหน่วยความจาชวั่ คราวนัน้ เน่ืองมาจากแรมตอ้ งมไี ฟเลย้ี ง หรอื มกี ารจ่ายกระแสไฟฟ้าใหก้ บั แรมอยู่ ตลอดเวลาจงึ จะสามารถเกบ็ ขอ้ มลู อยไู่ ด้ เพราะฉะนนั้ ถา้ ไฟฟ้าเกดิ ดบั หรอื ไมม่ กี ระแสไฟฟ้าจา่ ยใหก้ บั แรม ขอ้ มลู ต่างๆ ทเ่ี กบ็ ไวบ้ นแรมกจ็ ะหายไป แรมเป็นหน่วยความจาทใ่ี ชส้ าหรบั เกบ็ ขอ้ มูลและคาสงั่ (Data & Programming Memory) มหี น้าทจ่ี ดจาคาสงั่ ทเ่ี ป็นโปรแกรมและขอ้ มลู ทจ่ี ะทาการประมวลผลในขณะทม่ี กี ารเปิดเครอ่ื งและมกี ระแสไฟฟ้าเลย้ี งอยู่ เทา่ นนั้ แรมทใ่ี ชใ้ นคอมพวิ เตอรม์ ที งั้ แบบทเ่ี ป็น ไดนามกิ แรม (Dynamic RAM) และสแททกิ แรม (Static RAM)

ตวั อยา่ งการทางานของแรมเพอ่ื ใหง้ า่ ยต่อการทาความเขา้ ใจ เชน่ เวลาทเ่ี ราพมิ พง์ านอยนู่ นั้ ในขนั้ ตน้ จะถูกบนั ทกึ อยู่บนหน่วยความจาชวั่ คราวก่อน แล้วหากมกี ารบนั ทกึ จงึ จะยา้ ยขอ้ มูลจากแรมไปเกบ็ บนั ทกึ ไว้ท่หี น่วยเกบ็ สารอง ขอ้ มลู ดงั นนั้ หากยงั ไมไ่ ดบ้ นั ทกึ แตเ่ กดิ เหตุการณ์ไฟฟ้าดบั ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ ขอ้ มลู ทพ่ี มิ พไ์ วก้ อ่ นการบนั ทกึ จงึ หายไป 2. หน่วยความจาถาวร หน่วยความจาถาวรหรอื ทเ่ี รยี กวา่ รอม (ROM) ยอ่ มาจากคาว่า Read Only Memory รอมเป็นหน่วยความจาชนิดท่ี ไมจ่ าเป็นตอ้ งมกี ระแสไฟฟ้าไปเลย้ี ง ซง่ึ รอมกย็ งั สามารถเกบ็ ขอ้ มลู ไวไ้ ดจ้ งึ เรยี กรอมวา่ เป็นหน่วยความจาถาวร รอมทใ่ี ชใ้ นระบบคอมพวิ เตอร์ เรยี กวา่ รอมไบออส (Bios : Basic Input Output System)เป็นหน่วยความจาสาหรบั เกบ็ คาสงั่ (Program Memory) ใชเ้ กบ็ คาสงั่ ทม่ี กั ใชบ้ ่อยๆ เชน่ คาสงั่ เรม่ิ ตน้ การทางานของคอมพวิ เตอร์ โดยคาสงั่ น้ีจะ อยู่ภายในคอมพวิ เตอรต์ ลอดแม้ว่าจะทาการปิดเคร่อื งไปแลว้ โดยส่วนใหญ่รอมไบออสจะเกบ็ โปรแกรมท่ใี ช้ในการ ทางานของระบบ โดยเฉพาะขอ้ มลู ทใ่ี ชใ้ นการเรม่ิ ตน้ การทางานของระบบ (Start Up) ซง่ึ โปรแกรมเหลา่ น้จี ะถกู บนั ทกึ มา จากโรงงานผผู้ ลติ

แสดงตวั อย่างของ ROM

2. หน่วยความจาสารอง หน่วยความจาสารอง เรยี กอกี อยา่ งว่า Secondary Storage หรอื หน่วยเกบ็ ขอ้ มูลสารอง ซง่ึ หน่วยความจาสารอง ชว่ ยแกป้ ัญหาการสญู หายของขอ้ มลู อนั เน่อื งมาจากไฟฟ้าดบั หน่วยความจาสารองมหี น้าทห่ี ลกั ดงั น้ี 1. ใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู หรอื สารองขอ้ มลู เพอ่ื ไวใ้ ชใ้ นอนาคต 2. ใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู โปรแกรมไวอ้ ยา่ งถาวร 3. ใชท้ าเป็นหน่วยความจาเสมอื น (Virtual Memory) สว่ นมากจะกระทากบั ฮารด์ ดสิ ก์ โดยการแบง่ เน้อื ทส่ี ว่ นหน่งึ มาเป็นหน่วยความจาหน่วยความจาประเภทน้มี กั พบเหน็ ในรปู ของสอ่ื บนั ทกึ ขอ้ มลู เชน่ ฮารด์ ดสิ ก์ (Hard disk) ซดี รี อม (CD Rom) ดวี ดี ี (DVD) หรอื แฟลชไดรฟ์ (Flash Drive) เป็นตน้ 3. ฮารด์ ดสิ ก์ ฮารด์ สิ ก์ หรอื ฮารด์ ไดรฟ์ เป็นอุปกรณ์ทร่ี วมเอาทงั้ สว่ นทท่ี าหน้าทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู และไดรฟ์ ในการอา่ นเขยี นเขา้ ไวใ้ นตวั เดียวกัน ลักษณะภายนอกเป็ นรูปส่ีเหล่ียมมีเปลือกหุ้ม ภายนอกเป็ นโลหะแข็งและมีแผงวงจรควบคุม การทางานประกอบอยู่บนตวั ฮาร์ดดสิ ก์ ภายในตวั ฮาร์ดดสิ ก์จะมลี กั ษณะเป็นแผ่นจานโลหะกลมๆ เคลอื บดว้ ยสาร แม่เหล็กซ้อนกนั หลายๆ ชนั้ แต่ละชนั้ มหี วั อ่านของตนเองการเข้าถึงข้อมูลทาได้รวดเร็วกว่า ฟลอปปีดิสก์ไดรฟ์

สามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ไดโ้ ดยตรง ขนาดความจุของฮารด์ ดสิ ก์มดี ว้ ยกนั หลายขนาดตงั้ แต่ เมกะไบต์ (MB : Megabyte) จกิ ะไบต์ (GB : Gigabyte) และปัจจุบนั มถี งึ เทราไบต์ (TB : Terabyte) ฮารด์ ดสิ กป์ ัจจุบนั มที งั้ แบบภายใน (Internal) และ แบบภายนอก (External) สาหรบั พกพา แบบภายใน (Internal) แบบภายนอก (External) ฮารด์ ดิสกแ์ บบภายในและภายนอก

สแกนเนอร์ เป็นอุปกรณ์นาเขา้ ขอ้ มูลในกรณีทไ่ี ม่สามารถป้อนขอ้ มูลเขา้ คอมพวิ เตอร์ผา่ นทางแป้นคยี บ์ อรด์ ได้ เช่น รูปภาพ ภาพถ่ายหรอื เอกสาร เป็นต้น สามารถใช้สแกนเนอร์สแกนภาพเพ่อื แปลงเป็นขอ้ มูลเขา้ ไปสู่เคร่อื ง คอมพิวเตอร์ได้โดยตรง โดยอาศัยแสงเลเซอร์ในการอ่านหรือ สแกนข้อมูล แล้วนามาทาการแปลง (Decode) เป็นสญั ญาณไฟฟ้าอกี ครงั้ หน่วยประมวลผลจะ นาขอ้ มลู ทไ่ี ดร้ บั มานนั้ แสดงเป็นภาพใหป้ รากฏอยบู่ นจอภาพเพ่อื นามา แกไ้ ข สี รปู รา่ ง ตดั แต่ง และนาภาพไปประกอบงานพมิ พอ์ น่ื ตอ่ ไปได้ นอกจากลกั ษณะเครอ่ื งสแกนเนอร์ ยงั มอี ุปกรณ์ อกี ชนิดหน่งึ ทจ่ี ดั อยใู่ นประเภทของสแกนเนอรน์ นั่ คอื สแกนเนอร์ แบบมอื ถอื หรอื บารโ์ คด้ สแกนเนอรแ์ บบมอื ถอื (Handheld Scanner) สแกนเนอรแ์ บบมอื ถอื โดยทวั่ ไปเป็นสแกนเนอรท์ ม่ี ขี นาดเลก็ ดงั นนั้ ใน การใช้งานผู้ใช้ต้องจับตัวสแกนเนอร์ทาบลงไปบนวัตถุ ท่ีต้องการสแกนแล้วเล่ือนหัวสแกนไปบนวัตถุนัน้ ๆ ใชเ้ ทคโนโลยพี ้นื ฐานเหมอื นกบั เครอ่ื งสแกนประเภทแท่นราบ แต่อาศยั การเล่อื นหวั ผา่ นเอกสารแทนการเคล่อื นไหว ของสายพานกล ผใู้ ชต้ อ้ งเลอ่ื นหวั สแกน

ไปบนหนงั สอื หรอื รปู ภาพ สแกนเนอรแ์ บบน้จี ะใหภ้ าพทม่ี คี ุณภาพไมด่ นี กั จงึ เหมาะกบั ภาพทไ่ี มต่ อ้ งการความละเอยี ด ส่วนใหญ่ใช้สแกนโลโก้ (Logo) ลายเซ็น หรือภาพท่มี ขี นาดเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มากหรืออ่านแถบรหสั บาร์โค้ดสนิ ค้า ตามหา้ งสรรพสนิ ค้า ซูเปอรม์ ารเ์ กต็ และรา้ นขายหนังสอื สแกนเนอรแ์ บบน้ีไม่เหมาะกบั การสแกนหนังสอื ขนาดใหญ่ เพราะผใู้ ชต้ อ้ งสแกนภาพนนั้ หลาย ๆ ครงั้ เพอ่ื ใหค้ รบหน่ึงหน้ากระดาษ แต่สแกนเนอรแ์ บบน้ีมปี ระโยชน์ในดา้ นการ สแกนขอ้ ความไดร้ วดเรว็ ในบางครงั้ จะเหน็ สแกนเนอรช์ นดิ น้ีในรปู ของปากกาในราคาทไ่ี มแ่ พงมาก ตวั อย่างสแกนเนอร์ ตวั อย่างสแกนเนอรแ์ บบมือถือ

จอยสตกิ เป็นอุปกรณ์รบั เขา้ ชนิดหน่ึงทใ่ี ชค้ วบคุมการเคล่อื นทข่ี องตวั ชต้ี าแหน่งเชน่ เดยี วกบั เมาส์ ซง่ึ คงจะเป็นท่ี คนุ้ เคยของนกั เลน่ เกม นกั เรยี น นกั ศกึ ษาทน่ี ยิ มเลน่ เกมคอมพวิ เตอรช์ นิดทม่ี กี ารแสดงผลเป็นแบบกราฟิกทต่ี วั ผเู้ ลน่ ท่ี ปรากฏบนหน้าจอภาพตอ้ งมกี ารเคล่อื นทท่ี าภารกจิ ตามกตกิ าของเกม ตวั ผเู้ ล่นทป่ี รากฏบนจอภาพเปรยี บไดก้ บั ตวั ช้ี ตาแหน่งทป่ี รากฏในซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์ทวั่ ไป โดยมกี า้ นควบคุมหรอื ปุ่มกดทาหน้าทค่ี อยกาหนดการเคล่อื นทข่ี องตวั ช้ี บนจอภาพซง่ึ จอยสตกิ บางรนุ่ กม็ เี ฉพาะปุ่มกดแตบ่ างรนุ่ จะมลี กั ษณะของกา้ นควบคมุ คลา้ ยกลอ่ งทม่ี กี า้ นโผลอ่ อกมาและ ก้านนัน้ สามารถบิดขน้ึ ลง ซ้าย ขวา ได้ การเคล่อื นทข่ี องก้านน้ีเองท่เี ป็นการกาหนดทศิ ทางการเคล่อื นท่ขี องตวั ช้ี ตาแหน่ง หลกั การทางานของกา้ นควบคุมจะขน้ึ อยกู่ บั อุปกรณ์ภายนอก ตวั อย่างจอยสติกแบบต่าง ๆ

ไมโครโฟน เป็นอกี อุปกรณ์หน่ึงท่มี คี วามสาคญั โดยเฉพาะอย่างยง่ิ หากเป็นผู้ผลติ ส่อื บันทกึ เสยี งแบบดจิ ทิ ลั โดยทัว่ ไปส่วนใหญ่ใช้ไมโครโฟนเป็ นอุปกรณ์ในการบันทึกเสียงลงในคอมพิวเตอร์ หรือร้องเพลงคาราโอเกะเพ่ือความบันเทิง โดยจะนาไมโครโฟนไปต่อเขา้ กบั การ์ดเสยี ง (Sound Card) ทอ่ี ยใู่ นคอมพวิ เตอร์ การเลอื กใชไ้ มโครโฟน ในกรณีของ เสยี งพูดซง่ึ มชี ว่ งความถ่ไี ม่กวา้ งนักไมโครโฟนทวั่ ไปกอ็ าจเพยี งพอใชง้ าน แต่ถ้าเป็นเสยี งรอ้ งเพลง หรอื ดนตรี กค็ วร เลอื กใชไ้ มโครโฟนทม่ี ชี ว่ งความสามารถ ในการรบั ความถไ่ี ดก้ วา้ งขน้ึ ตวั อย่างไมโครโฟน

ลาโพง เป็นอุปกรณ์ทางด้านเอาต์พุตท่แี สดงผลออกมาในรูปของเสยี ง ทาหน้าท่เี ปลย่ี นสญั ญาณไฟฟ้าใหเ้ ป็น สญั ญาณเสยี ง ในคอมพวิ เตอรล์ าโพงจะรบั สญั ญาณขอ้ มลู มาจากการด์ เสยี ง (Sound Card) แลว้ นาสญั ญาณทร่ี บั เขา้ มา แปลงเป็นเสยี งขบั ออกมาใหไ้ ดย้ นิ โดยปกตคิ อมพวิ เตอรส์ ว่ นใหญ่จะมลี าโพงขนาดเลก็ ตดิ มากบั ตวั เครอ่ื งไว้ สาหรบั ฟัง เสยี งขณะเครอ่ื งทางาน หรอื เกดิ ความผดิ พลาด (Error) ขน้ึ นอกจากน้ยี งั มลี าโพงมาตอ่ พว่ งเพม่ิ เตมิ โดยต่อเขา้ กบั การด์ เสยี งทต่ี ดิ ตงั้ อยบู่ นเมนบอรด์ สาหรบั ฟังเพลง ซง่ึ จะใหค้ ุณภาพเสยี งทด่ี กี ว่ามาก แต่ทงั้ น้ีคุณภาพของเสยี งจะขน้ึ อยกู่ บั คุณภาพของการด์ เสยี ง (Sound Card) ทใ่ี ชด้ ว้ ย ตวั อย่างการด์ เสียงและลาโพง

เคร่อื งพมิ พ์หรอื พรนิ เทอร์ เป็นอุปกรณ์ทท่ี าหน้าท่แี ปลผลลพั ธ์ทไ่ี ดจ้ ากการประมวลผลของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ ใหอ้ ยู่ในรูปของอกั ษรหรอื รูปภาพกราฟิกท่ไี ปปรากฏอยู่บนกระดาษในรูปของเอกสาร โดยเคร่อื งพมิ พ์สามารถแบ่ง ประเภทตามลกั ษณะของเคร่อื งพมิ พไ์ ด้เป็น 5 ประเภท คอื แบบหวั เขม็ แบบหมกึ พ่น แบบเลเซอร์ แบบพลอ็ ตเตอร์ และแบบสามมติ ิ ซง่ึ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี 1. แบบหวั เขม็ เคร่อื งพมิ พ์แบบหวั เขม็ หรอื ดอตเมทรกิ ซ์ (Dot Matrix Printer)เคร่อื งพมิ พ์ชนิดน้ี จะมหี วั พมิ พ์หรอื หวั เขม็ แบบ 9 พนิ (Pin) หรอื เขม็ 24 พนิ (Pin) การทางานของเครอ่ื งพมิ พป์ ระเภทน้ีใชห้ ลกั การสรา้ งจุดบนกระดาษ โดยวธิ กี ารกระแทกหวั เขม็ ผา่ นลงบนผา้ หมกึ ทาใหเ้ กดิ จุดเลก็ ๆ ขน้ึ หลายๆ จุดรวมกนั เป็นตวั อกั ษรบนกระดาษ คลา้ ยเครอ่ื งพมิ พด์ ดี เครอ่ื งพมิ พ์ ชนิด 9 เขม็ จะมคี วามละเอยี ดของตวั อกั ษรน้อยกวา่ แบบ 24 เขม็ เพราะจานวนจุดทเ่ี กดิ ขน้ึ บนกระดาษน้อยกวา่ ความ ละเอยี ดในการพมิ พว์ ดั ไดเ้ ป็นจุดตอ่ น้ิว (dpi : Dot per inch) เครอ่ื งพมิ พป์ ระเภทน้ี จะมเี สยี งดงั พอสมควรเวลาพมิ พ์ นิยมนามาพมิ พล์ งบนกระดาษไขงานเอกสารแบบฟอรม์ ท่ี ตอ้ งการใชก้ ระดาษก๊อบป้ีซอ้ นหลายชนั้ และงานเอกสารทวั่ ไปเน่ืองจากประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย อกี ทงั้ สามารถใชก้ บั กระดาษ แบบตอ่ เน่อื งในการพมิ พไ์ ดอ้ กี ดว้ ย

2. แบบหมกึ พ่น เครอ่ื งพมิ พแ์ บบหมกึ พน่ หรอื องิ กเ์ จต็ (Ink-jet Printer) ใชว้ ธิ กี ารพมิ พโ์ ดยการพน่ ละอองน้าหมกึ ออกมาทางรูเลก็ ๆ ของหวั พมิ พ์ลงไปบนกระดาษเคร่อื งพมิ พ์ชนิดน้ีเหมาะสาหรบั พมิ พ์ภาพสเี น่ืองจากสามารถพมิ พ์ภาพสไี ด้สวยงาม และเหมอื นจรงิ โดยเฉพาะถา้ ใชก้ ระดาษพมิ พแ์ บบพเิ ศษ ดงั นนั้ จงึ นิยมใชก้ บั งานดา้ นกราฟิก อกี ทงั้ คุณภาพของงานท่ี พมิ พอ์ อกมานนั้ ยงั คมชดั กวา่ เครอ่ื งพมิ พแ์ บบดอตเมทรกิ ซ์ ปัจจุบนั เครอ่ื งพมิ พป์ ระเภทน้ีไดร้ บั การพฒั นาใหม้ คี ุณภาพ และความละเอยี ดในการพมิ พ์สูงข้นึ เร่อื ย ๆ สาหรบั ตวั เคร่อื งพมิ พ์มรี าคาค่อนขา้ งถูก แต่หมกึ พมิ พ์จะมรี าคาแพง มากกวา่ ความเรว็ ในการพมิ พว์ ดั เป็นหน้าตอ่ วนิ าที (PPM : Page per Minute) หลักการทางานจะพิมพ์หมกึ เป็นจุด ๆ คล้ายกบั แบบ Dot matrix แต่จะพมิ พ์แต่ละจุดลงบนกระดาษด้วยการพ่นหมกึ ตรง ๆ โดยไม่มกี าร สมั ผสั ระหว่างหวั พมิ พ์กบั กระดาษ ทาใหไ้ ดจ้ ุดท่เี ลก็ และละเอยี ด แต่ยงั มี การซมึ หรอื กระจายของตวั หมกึ บ้างเล็กน้อยขน้ึ อยู่กบั ชนิดของกระดาษ ท่ใี ช้ถ้าใชก้ ระดาษท่ผี ลติ มาสาหรบั เคร่อื งพมิ พ์แบบองิ ก์เจ็ตโดยเฉพาะ จะไดง้ านพมิ พท์ ม่ี คี ุณภาพดี เครือ่ งพิมพแ์ บบพน่ หมกึ

3. แบบเลเซอร์ ทใ่ี หค้ ุณภาพของงานพมิ พ์ละเอยี ดคมชดั และพมิ พไ์ ด้เรว็ ทส่ี ุด เวลาพมิ พ์จะไมม่ เี สยี งดงั เหมอื นเครอ่ื งพมิ พ์แบบ ดอตเมทริกซ์ เคร่ืองพิมพ์แบบเลเซอร์มีหลักการทางานโดยอาศัยเทคโนโลยีเดียวกับเคร่ืองถ่ายเอกสาร คือ อาศัยความร้อน ประจไุ ฟฟ้าของผงหมกึ และการยงิ แสงเลเซอรไ์ ปสรา้ งภาพบนกระดาษโดยสว่ นใหญ่ทใ่ี ชก้ นั ทวั่ ไปจะใชส้ าหรบั งานพมิ พ์ ท่ีเป็นภาพขาว-ดา ปัจจุบันเคร่อื งพิมพ์เลเซอร์แบบสีเริม่ มีการนามาใช้กบั งานพิมพ์ด้านกราฟิกมากข้นึ แต่ก็ยงั คงมรี าคาแพง ถา้ พมิ พง์ านทเ่ี ป็นสี สว่ นใหญ่จะใชเ้ ครอ่ื งพมิ พแ์ บบหมกึ พน่ แทน หลกั การของเครอ่ื งพมิ พแ์ บบเลเซอรท์ างานโดยใชแ้ สงเลเซอรใ์ นการสรา้ งประจุไฟฟ้าบนดรมั (Drum) เพ่อื ใหผ้ ง หมกึ ไปเกาะตามตาแหน่งต่าง ๆ เป็นภาพทต่ี อ้ งการคลา้ ยกบั เครอ่ื งถ่ายเอกสารต่างกนั ตรงทเ่ี ครอ่ื งถ่ายเอกสารใชแ้ สง สอ่ งใหส้ ะทอ้ นจากตน้ ฉบบั ไปตกกระทบดรมั แต่เครอ่ื งพมิ พแ์ บบเลเซอร์ ใช้ลาแสงเลเซอร์ซ่ึงมีขนาดเล็กมาก ในการสร้างภาพบนแม่พิมพ์ ทรงกระบอกกลมหรอื ดรมั ซง่ึ มคี ุณสมบตั ไิ วตอ่ แสงและเปลย่ี นแปลงประจุ ไฟฟ้าไปตามแสงท่ตี กกระทบในแต่ละจุด ประจุไฟฟ้าจะดงึ ดูดผงหมกึ แมเ่ หลก็ ใหม้ าเกาะเป็นภาพตามทส่ี รา้ งไว้ จากนนั้ นากระดาษไปผา่ นดรมั น้ีจะไดผ้ งหมกึ เกาะบนกระดาษเป็นรปู ตามทต่ี ้องการ เม่อื ใชค้ วามรอ้ น เพมิ่ เขา้ ไปกจ็ ะทาใหห้ มกึ ละลายตดิ แน่นกบั กระดาษ เครือ่ งพิมพแ์ บบพ่นหมึก

4. แบบพลอ็ ตเตอร์ (Plotter) พลอ็ ตเตอรจ์ ดั เป็นเครอ่ื งพมิ พช์ นิดทใ่ี ชป้ ากกาในการเขยี นขอ้ มลู ต่าง ๆ ลงบนกระดาษ ส่วนใหญ่นิยมใชก้ บั งาน ทางด้านการออกแบบโครงสร้าง เขียนแบบงานทางวิศวกรรม และงานตกแต่งภายในสาหรับสถาปนิก มีทัง้ ขนาดเล็กและใหญ่ สามารถพมิ พง์ านออกมาเป็นแผน่ ขนาดใหญ่ๆ ไดต้ ามความตอ้ งการ พลอ็ ตเตอรท์ างานโดยอาศยั วธิ กี ารเล่อื นกระดาษ โดยสามารถใชป้ ากกาได้ 6-8 สี ความเรว็ ในการทางานของพลอ็ ตเตอรว์ ดั เป็นน้ิวต่อวนิ าที (IPS : Inches Per Second) ซง่ึ หมายถงึ จานวนน้วิ ทพ่ี ลอ็ ตเตอรส์ ามารถเลอ่ื นปากกาไปบนกระดาษไดน้ นั่ เอง พลอ็ ตเตอร์

5. แบบสามมิติ เคร่อื งพมิ พ์แบบสามมติ ิ (3D Printer) เป็นเคร่อื งพิมพ์ท่ชี ่วยสร้างวัตถุเป็นรูปทรงเพ่ือให้สามารถจบั ต้องได้ และสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ไดจ้ รงิ โดยมจี ดุ ประสงคเ์ พอ่ื ใชใ้ นการสรา้ งตน้ แบบ เครือ่ งพิมพแ์ บบสามมิติ

หลกั การทางานของเครอ่ื งพมิ พส์ ามมติ ิ แบง่ ตามกระบวนการพมิ พแ์ ละวสั ดุไดด้ งั น้ี 1. แบบฉีดเส้นพลาสติก เคร่ืองพิมพ์ 3 มิติ แบบฉีดเส้นพลาสติก หรือเรียกว่า ระบบ FDM (Fused Deposition Modeling) หรือ FFF เป็ นเคร่ืองพิมพ์ท่ีได้รับความนิยมใช้มากท่ีสุด ในปัจจุบัน หลักการพิมพ์คือการหลอมเส้นพลาสติกให้กลายเป็ นของเหลวแล้ว ฉีดออกมาเป็นเส้น ด้วยหวั ฉีด (Nozzle) ท่มี ลี กั ษณะคล้ายกับปืนกาวท่ใี ช้กนั ทวั่ ไป โดยเริม่ จากในแกนระนาบ เป็นชนั้ ไปเร่อื ย ๆ จนไดช้ น้ิ งานทต่ี อ้ งการ 2. แบบเรซิน เคร่อื งพมิ พ์ 3 มติ ิ แบบเรซนิ หรอื เรยี กว่า ระบบถาดเรซนิ โดยระบบน้ีใชก้ ารฉายแสง ไปทต่ี วั วสั ดุดว้ ยความไว แสง (Photo Resin, Photopolymer) แบง่ ออกเป็น 2 ระบบ คอื - ระบบ SLA (Stereo Lithography) ใชแ้ หล่งกาเนิดแสงด้วยแสงเลเซอร์โดยเคร่อื งจะ ทาการยงิ เลเซอร์ไปท่ี เรซนิ และวาดเสน้ เลเซอรไ์ ปเรอ่ื ยๆ - ระบบ DLP (Direct Light Process) ใชเ้ ครอ่ื งฉายภาพฉายไปทงั้ เลเยอรบ์ นถาดเรซนิ โดยไมต่ อ้ งวาดทลี ะเสน้ จงึ ทาใหใ้ ชเ้ วลาพมิ พท์ เ่ี รว็ กวา่

3. แบบผง เครอ่ื งพมิ พ์ 3 มติ ิ แบบผง วสั ดทุ ใ่ี ช้ ไดแ้ ก่ ผงเทอรโ์ มพลาสตกิ , ผงโลหะ,ผงเซรามกิ - เคร่ืองพิมพ์ 3 มิติ แบบผงยิปซัม หรือเรียกว่า เคร่ืองพิมพ์ระบบแป้ง (Powder 3D Printer) ใช้ผงยิปซัม่ หรอื ผงพลาสติกเป็นตวั ข้นึ ช้นิ งาน เคร่อื งพมิ พ์จะทางานโดยพิมพ์ลงไปบนผงยปิ ซัม และใส่สีเข้าไปด้วย ในขณะทพ่ี มิ พจ์ ะฉดี Blinder ลงไปผสานใหเ้ ขา้ กนั เป็นรปู รา่ ง - เครอ่ื งพมิ พ์ 3 มติ ิ แบบผงพลาสตกิ ผงโลหะ เซรามกิ หรอื เรยี กว่าเครอ่ื งพมิ พร์ ะบบ SLS หรอื Selective Laser Sintering ทาการหลอมผงวสั ดดุ ว้ ยการใชค้ วามรอ้ นจากการฉายแสง ทาใหผ้ งวสั ดุหลอมเหลวเป็นเน้อื เดยี วกนั ช้ินงานทีไ่ ด้จากเครอื่ งพิมพ์ 3 มิติ แบบผงยิปซมั ช้ินงานทีไ่ ด้จากเครอื่ งพิมพ์ 3 มิติ แบบผงพลาสติก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook