นริ าศบวชเรยี น ที่มา: https://pngtree.com
นริ าศบวชเรยี น ๑ นิราศบวชเรียน นริ าศรักหักใจไกลจอมขวญั จะจากเจ้าพี่เศรา้ เฝา้ ราพนั ด้วยใกลว้ นั กาหนดบวชต้องสวดมนต์ จึงกราบลาพ่อช่วงไปเขา้ วัด เพอ่ื ฝกึ หดั ขานนาคหวังกศุ ล จาหักใจไกลจากนริ มล จงรกั ษ์ตนสงวนกายพ่ีลาจร จะคิดฝากน้องไวท้ ไ่ี หนเล่า เกรงชายอื่นลอบเขา้ ชมดวงสมร จะฝากพศ่ี รีมาลาพะงางอน เกรงพระไวย์เล่นซ่อนยุพาพาล จะฝากพ่ลี ะเวงวัณฬาราช เกรงร่วมอาสน์องค์อภยั สอดประสาน จะฝากพ่อี ุษาเยาวมาลย์ เกรงต้องผ่านอณุ รุทเฝา้ ประโลม จะฝากพบ่ี ษุ บามารศรี เกรงระเดน่ มนตรจี ะชมโฉม จะฝากไหนเกรงชายอืน่ เฝา้ ตระโบม มาลบู โลมจุมพติ ยอดขวญั ตา พ่จี ึงฝากนอ้ งไว้กับใจเจา้ น้องจงเฝา้ คอยพี่สกั หน่อยหนา ถงึ วันใดพี่ไดส้ ึกออกมา พจ่ี ะพาขวญั เจ้าเขา้ วมิ าน จะสนุกร่นื เรงิ บนั เทงิ จติ จะจุมพติ เฝา้ สอดกอดประสาน จะคลอเคลยี คลึงเคล้าเยาวมาลย์ สขุ สาราญประหนึง่ ผ่านมณเฑียรทอง ราพันพลางทางถงึ โพธิส์ ามต้น ยังกงั วลมวิ างวายคลายหม่นหมอง ด้วยราลกึ นกึ ถงึ เจา้ เน้อื ทอง รอวันครองรสร่วมภริ มยช์ ม เหน็ พฤกษาโพธิ์ใหญ่ให้ใจคิด ถงึ เดชฤทธ์ิพระโพธ์ิเคยอุ้มสม สมทุ รโฆษพินทุมดีร่วมภิรมย์ ไดเ้ สพสมรสรกั รน่ื เรงิ ใจ ครนั้ เสร็จกจิ สององคบ์ รรทมหลบั พระโพธิ์กลับพรากพระจากแทน่ ไสยย์
นิราศบวชเรยี น ๒ อรณุ รุ่งเรืองแสงอโณทัย สององค์ไซรท้ รงฟ้ืนตน่ื นิทรา แลซ้ายขวาไมเ่ ห็นคภู่ ิรมย์รกั ใหท้ กุ ขห์ นกั ดงั ถกู ทบั ดว้ ยภูผา เหมอื นพี่ร้างห่างเจา้ ยอดขวัญตา ให้โศกาเศรา้ สรอ้ ยเม่อื เห็นโพธ์ิ พอถบั ถึงวัดอรณุ บุญหนนุ สง่ แลเหน็ องคพ์ ระปรางค์งามอกั โข จงึ ต้งั ใจนอ้ มจติ ต้งั นะโม ยดึ พุทโธสรณังเป็นหลักไชย พระปรางคเ์ ด่นดจุ ราชภผู า หมู่ยักษาแบกปรางคด์ ้วยเลอ่ื มใส กนกลายเครือวลั ย์งามวไิ ล ลืมขวัญใจช่วั ครู่เมอ่ื ชมปรางค์ มาถึงวัดอมรินทรน์ ามอินทร์สถิต อนั ดวงจิตพี่นี้ย่ิงหมองหมาง ด้วยเคยมาเที่ยววัดกบั นอ้ งนาง มารว่ มสร้างกุศลส่งเมอื่ ต้นปี แต่คราน้ไี ม่มเี จา้ มาเคียงข้าง ตอ้ งอ้างว้างรา้ งคู่เกษมศรี จะเหลยี วซ้ายแลขวากไ็ ม่มี ขวัญชวี พี ซี่ ้านา้ ตารนิ พ่ีรา่ ไห้เพียงฝนเมื่อพรรษา ธารนา้ ตามากดังกระแสสนิ ธุ์ จนเออ่ นองไหลท่วมถึงพรหมนิ ทร์ ฝงู ปลากินโสมสอ่ งผ่องอาไพ มวลหมู่เขาสัตบริภณั ฑ์ ที่ลดหลน่ั รอบพระสุเมรไุ ศล กเ็ ปื่อยเป็นโคลนเลนทกุ ช้ันไป สวรรคไ์ ซร้จ่อมจมซ่ึงนา้ ตา โอ้อกเอ๋ยเป็นห่วงแตน่ อ้ งรกั ใครเลา่ จกั ช่วยเจ้าพ่เี ฝ้าหา คงมีเพียงอกนฎิ ฐ์องค์พรหมา ทจ่ี ะพาเจา้ พน้ อัสสุชล ถงึ ปิน่ เกล้าคิดถงึ แตน่ วลน้อง หมายประคองจมุ พติ สักแสนหน หมายสวาทสสู่ วรรค์อันโสภณ แต่จาทนครน้ั คดิ ถึงผา้ ไตร ด้วยบุญบวชสวดมนต์กุศลยิ่ง เรอ่ื งผ้หู ญงิ จงึ ตอ้ งละตดั ใหไ้ ด้ แม้พี่จะรักเจ้าสกั เท่าไร กจ็ าใจตอ้ งจากขวัญชวี ี
นริ าศบวชเรียน ๓ อนั การจากครั้งน้มี ไิ ร้ผล สร้างกศุ ลสืบศาสนพ์ ระชินสีห์ ทั้งสนองคุณชนกชนนี อกี นอ้ งพจ่ี ะได้รว่ มโมทนา ครน้ั เคล่ือนข้ามพน้ เขตบางกอกนอ้ ย เห็นไกต่ อ้ ยวัดไก่เต้ียงามนกั หนา ด่ังปูเ่ จา้ แสร้งเสกดว้ ยฤทธา ดาเนินมาลวงล่อพระเลืองลอ ธ รุกไลต่ ดิ ตามกระชั้นชิด พบมง่ิ มติ รเพอื่ นแพงสู่ห้องหอ แตต่ วั เราโศกาน้าตาคลอ เมื่อไหรห่ นอจะคนื ชมภิรมย์เชย ด้วยมคี ถู่ ึงคราวตอ้ งพลัดพราก คร้ันจาจากเจบ็ ยงิ่ นจิ จาเอย๋ อนั การหา่ งนริ าศรา้ งมใิ คร่เคย จะละเลยรสรกั ใหร้ ะทม สขุ อ่นื ใดไมเ่ ทา่ ได้ใกลเ้ จ้า ดว้ ยสองเราเคยชดิ สนทิ สนม แมเ้ ทวาให้ดอกฟ้ามาดอมดม ไมส่ ขุ สมเหมอื นได้ชมขวญั ตา พอถับถงึ ศรีประวตั ิพุทธาวาส งามพิลาสสมสืบพระศาสนา พระเจดียด์ จุ นิมติ ด้วยฤทธา ขอบูชาถวายหัตถน์ มสั การ พระพุทธศรีสวัสดิมงคล สมั ฤทธ์ิผลดงั จิตคิดพิษฐาน ไปเกดิ ไหนให้ประสบได้พบพาน ร่วมวิมานร่วมสถานค่งู ามงอน ถึงบางใหญใ่ หญก่ วา้ งกวา่ ขุนเขา ยงั มเิ ทา่ ทกุ ข์พ่ที ี่จากสมร ทกุ ข์พหี่ นักกวา่ ส่งิ ใดในดินดอน จะนงั่ นอนนงิ่ นึกคะนึงนาง คิดถงึ กล่นิ เกศแกม้ ที่หอมหวน เคยยยี วนชวนชนื่ จนรุ่งสาง คิดถงึ กายก่ายกอดมิเวน้ วาง ตอ้ งอา้ งวา้ งหา่ งกอดประคองเชย บางบัวทองคิดบัวทองของน้องแก้ว โอล้ าแลว้ โกสมุ ประทุมเอ๋ย ลาคลงึ เคล้นเคล้าคลอดงั ก่อนเคย การจะเฉยเลยจากลาบากใจ ดว้ ยความรักเพยี งหอกปกั ตรงึ ติด แสนสดุ คิดสรรคามาขานไข
นริ าศบวชเรียน ๔ ถงึ คมหอกศักด์ิสิทธฤิ์ ทธไิ กร กป็ ราชัยคมรักปักอรุ า ดูด่ังหอกโมกขศกั ดิพ์ ญายักษ์ ตอ้ งพระลักษณม์ วิ างวายพระชันษา ถอนหลดุ ดว้ ยสังกรณีตรชี วา แตร่ กั ข้าส้ินยาถอนท่วั ธาตรี ถึงลากคอ้ นเขตคลองพ้องนามวดั ใครส่ ลดั เสื่อมโศกส่งิ บัดสี ทั้งสละละรกั เร่ืองโลกีย์ ทง้ิ วารีไหลล่องใหห้ า่ งตน ถงึ บ้านเราเขา้ คลองระแหงใต้ ตะวันอยยู่ อดไม้ปลายเวหน จาหา่ งแลว้ แก้วตานฤมล สรา้ งกุศลสืบศาสน์พระพทุ ธา ได้ฤกษง์ ามยามดีเขา้ อย่วู ัด พฤหัสบดิ์แรมสามค่าเดอื นหา้ ยามสศี่ ูนยแ์ สนเสน่หเ์ ปน็ เมตตา เทีย่ วกราบลาญาตมิ ติ รสนทิ กนั ลามารดาไปเรยี นธรรมคาสั่งสอน ลาบดิ รไปจดจาพระธรรมขันธ์ ลาสวาทสู่เพศพรหมจรรย์ ลาจอมขวัญเนื้อน่มุ ปทมุ ทอง กราบมวลญาติอวยพรประสาทประสทิ ธ์ิ ให้ตง้ั จิตยึดวนิ ยั อยา่ ใหห้ มอง อนั สกี งสีกาอยา่ มวั มอง บ้างใหค้ รองผ้าเหลอื งเป็นสมภาร ลาเสร็จส้ินวงศาคณาญาติ ส่อู าวาสลากค้อนเขตสถาน ฝากเป็นศิษย์ใกลช้ ิดพระอาจารย์ แล้วสง่ พานก้มกราบลงสามครา เมอ่ื อยู่วัดหดั ซ้อมเอสาหงั การยนื นง่ั ตามระเบียบพระศาสนา หัดกราบสงฆ์ส่งไตรให้อุปัชฌาย์ แล้วศึกษาตาราพระบาลี พอตหี า้ ตามสงฆ์ลงทาวัตร เพ่ือฝกึ หัดซ้อมมนตพ์ ระชนิ สหี ์ คร้ังอรุณรุ่งแสงดวงรวี จรลเี ทยี่ วท่องกับหลวงตา พ่ีเข็นรถเตรียมปิ่นโตใส่อังคาส ท่านรบั บาตรเสร็จสรรพข้ึนยะถา ต่อสพั พีผีคนโมทนา กุศลพาสู่สุขสนิ้ ทุกข์ภัย
นิราศบวชเรยี น ๕ เหน็ สาวสวยนัง่ นบจบขนั ขา้ ว ผวิ นวลขาวราวมิง่ มิตรพสิ มัย ดดู ั่งเทพธดิ าสรุ าลยั แปลงมาใส่บาตรสงฆพ์ ่ีหลงมอง เม่ือถึงวดั จดั บาตรองั คาสพระ ไมเ่ ลยละหน้าทีป่ ระเคนของ ท้ังกบั ข้าวคาวหวานตามทานอง นาคท้งั สองปองบวชกช็ ่วยกัน แลว้ หัดซ้อมพรอ้ มเพรียงขานนาคคู่ ทั้งปัดถูอาสน์สงฆแ์ สนสุขสนั ต์ เช้าเยน็ เฝ้าสวดมนตม์ ิเวน้ วนั แต่ใจน้นั ยังนกึ ถึงนอ้ งนาง พี่เปน็ นาคนอนกฏุ ์ิสุดสงดั พระพายพดั เย็นเยือกยิง่ หมองหมาง หอมระเรื่อกล่ินจวงจันทน์เจอื จาง พ่ีอ้างวา้ งหนนุ หมอนนอนหลบั ไป เกดิ นมิ ติ จิตประหวน่ั กระสนั สวาท เหน็ นงนาฏนวลนอ้ งรว่ มหลับใหล พ่ีโอบอ้มุ จุมพติ อรไท โลกธาตุหว่นั ไหวประลยั กลั ป์ พายฮุ ือกระพือพดั เพยี งลา้ งโลก พระสุเมรเุ อนโยกอยู่เลอื่ นลั่น สะเทอื นทอ้ งคงคาพนาวัน มืดอาทติ ยม์ ดิ จันทร์จลาจล ภุชงค์ชาติแผพ่ งั พานผงาดฟ้า แผลงฤทธาโลกาโกลาหล เห็นถา้ ทองแย้มอยู่ดูแยบยล นาคชี นเสยี บสอดเศยี รเข้าไป แลว้ คอ่ ยเคล่อื นเลือ่ นตนเขา้ คูหา คับหนกั หนานาคาเลอ้ื ยไมไ่ หว จึงเอยี งกายสา่ ยเศยี รอนั ชาญชัย เขา้ สู่ในถา้ แกว้ แพรวอาพนั นาคราชเลน่ ถ้าสาราญจิต คะนองฤทธลิ์ าพองแสนสขุ สันต์ พอพ่นพศิ ม์หดเศียรลงฉบั พลัน ก็สน้ิ ฝันพลกิ ฟืน้ ต่นื นิทรา โอค้ วามฝนั นน้ั อยูค่ ูม่ นษุ ย์ ใครจะหยุดตอ้ งตัดสิ้นซงึ่ ตณั หา แมร้ ูปสงฆท์ รงศีลยงั ฝนั นา โอข้ วัญตาฝันพี่มแิ ปลกเลย
นิราศบวชเรียน ๖ ด้วยสุบินวถิ ีมแี ถลง กล่าวช้ีแจงแบ่งฝนั ไว้นอ้ งเอ๋ย บพุ นิมิตจติ คิดถึงกรรมเอย หากค้นุ เคยจดจ่อจิตอาวรณ์ แมเ้ ทวญั บนั ดาลยามหลับใหล ท่านกล่าวไวเ้ รยี กวา่ เทพสงั หรณ์ ธาตุกาเรบิ ปนั่ ป่วนกายนคร ในยามนอนใหฝ้ นั พลันเกดิ มี ซ่งึ นาคนอนนิ่งนึกถงึ น้องรัก แม้ใครจักบน่ ด่าว่าบดั สี ให้ไตร่ตรองลองคิดดจู งดี ด้วยฝนั นใี้ ช่แสร้งแกล้งราพนั สุรยิ าเคลื่อนพน้ ยุคนธร แสงนวลออ่ นแจง้ จบพภิ พสวรรค์ นาคอย่วู ดั หัดมนต์ได้เกา้ วัน ให้แม่นม่นั ขานนาคพระบาลี ถงึ วันเสาร์แรมสิบสองยามปลอดศนู ย์ ฤกษ์สมบรู ณ์พูนผลเป็นสุขี ลาสมภารคลานกราบลงสามที แลว้ ดนตรแี ตรบรรเลงคร้ืนเครงไป บา้ งโหร่ อ้ งสามลาแห่นาคกลับ ญาตมิ ิตรรับขานโหก่ ันเสียงใส ทง้ั ราเล่นเตน้ สนกุ เห็นสขุ ใจ แลว้ คลาไคลเล่ือนเคลื่อนขบวนมา นาคถึงบ้านเครอื่ งไฟเขาโหร่ ับ เพยี งสดบั เสยี งเสนาะเพราะนกั หนา เพลงไวพจนท์ ศพลสัง่ สีกา แตข่ วัญตาไยเจา้ ไม่มาฟงั แล้วทายกนานาคกราบลาศาล อธิษฐานครองไตรเหมือนใจหวัง ขึน้ นะโมเมชัยมังคลงั ภุมมานังโปรดช่วยอานวยพร พลันขยับขอขมาลาพอ่ แม่ คนเฒ่าแกเ่ คยเลี้ยงเคยสัง่ สอน เพ่อื มิใหก้ รรมตามตดิ จวี ร ไปรมุ่ ร้อนยามเป็นสงฆ์ห่มครองไตร นาคตักน้ารดล้างขมาผดิ ซ่ึงกายจติ วจีกรรมทาหนไหน ทั้งตอ่ หน้าลับหลังพลั้งผิดไป ทา่ นต่างใหส้ าธุโมทนา
นิราศบวชเรยี น ๗ พอแตรเล่นคร้นื เครงสนุกสนาน ตระเตรียมการเล็มผมปลงเกศา ทง้ั มดี โกนกรรไกรจัดแจงมา นาคผลัดผา้ นงุ่ ขาวมา้ ให้มน่ั คง นัง่ ประนมมือไหวใ้ จผ่องแผว้ ยึดดวงแกว้ ไตรรัตนไ์ ม่ไหลหลง ดว้ ยหวังบวชเป็นบตุ รพทุ ธองค์ พอ่ แมป่ ลงปอยขวญั ประเดิมดี แตรกเ็ ป่าเปน็ เพลงค่านา้ นม ญาตเิ ลม็ ผมอวยพรประสิทธ์ิศรี ลงมดี โกนเกลี้ยงเกลาดูเข้าที แลว้ นอ้ งพอี่ าบน้าให้นาคพลัน ซ่ึงวารีผสมกลบี บุปผา สุคนธาปนเจอื เป็นมิง่ ขวัญ มารดล้างมลทินทกุ สง่ิ อัน ทั้งชว่ ยกนั ขัดขมน้ิ ดนิ สอพอง ครัน้ อาบนา้ นาคเสร็จสาเรจ็ สิ้น แลยุพนิ ยังไมม่ าพาใจหมอง พนี่ าคน่งั นึกถงึ นวลละออง ฟังแตรกลองตเี ป่าอยู่ร่าไป บรรเลงเล่นเพลงซ้ึงสักรอ้ ยพัน ไม่จาบัลย์เท่าถามแฟนอยไู่ หน แก้วกับตนนาคน้กี ก็ ระไร เหตไุ ฉนใยเจ้ายังไมม่ า ชะแงเ้ ก้อชะเง้อคอยชม้อยมอง โอน้ วลนอ้ งพนี่ าคโหยหายหา กระวนกระวายใครพ่ บเพยี งขวัญตา เห็นหมอนผ้าเจา้ ถกั สลักใจ คิดอดตี แนบอิงพิงเขนย คิดครัง้ เคยคลอเคลียพศิ สมยั คิดความดรี ่วมสร้างคู่ทรามวยั คิดเรือ่ งใดครา่ ครวญไม่เว้นวาง จะเอ่ยพจน์พดู ไมเ่ ป็นภาษา ส้ินประดาเสียสติจติ หมองหมาง ดุจเจ็บไขร้ มุ่ ร้อนด้วยรักนาง จะกลา่ วอา้ งเหมือนใจถกู ไฟดง อันไข้รกั หนักหนาแสนสาหัส สดุ จะตัดขาดหายหยดุ ใหลหลง หากกาเริบถงึ ตายวายชพี ปลง ลมื ไมล่ งละไมไ่ ด้ตายลูกเดยี ว นอ้ งน้เี ปน็ เชน่ มนมทมาลย์ ให้ชายชาญเยย่ี งพ่ีหลงลืมเหลยี ว
นิราศบวชเรยี น ๘ ซ้ามวั เมามืดมนเสียจริงเจียว ดัง่ เดอื นเดี่ยวคืนดับแล้วหลบั ตา แต่เดชะพี่มจี ติ เลอื่ มใส พบผา้ ไตรพบพระพุทธศาสนา พบแสงธรรมแสงทองส่องโลกา จึงนาพาพ้นมืดพ้นจาบัลย์ พอเยน็ ย่าสุริยาลบั เหลี่ยมเขา แตรวงเปา่ ตระเตรยี มการทาขวญั นาคน้นี ุง่ ผ้าขาวเป็นสาคญั เส้ือคลุมนนั้ ลายลกู ไม้ชายขลบิ ทอง สพู่ ิธีชมอัฐบรขิ าร เดน่ ตระหงา่ นในงานมเิ ปน็ สอง ผ้าสีเ่ หลก็ สามนา้ หนึ่งตามทานอง ล้วนเปน็ ของใชส้ งฆ์ซ่งึ สาคญั อันตรวาสกอุตราสงค์ ผา้ ทาบทรงสงั ฆาฏิประคดม่ัน ทั้งบาตรเข็มมีดโกนกค็ รบครัน อีกหนง่ึ นน้ั ธมกรกครบถ้วนเอย แล้วชมพานแวน่ ฟา้ รองรับไตร งามวไิ ลดังเทวาสรรเสกเอ๋ย สปั ทนดจุ ทองทอถกั เอย ทง้ั เขนยเสอื่ สนั ถัตลว้ นงามตา ยามไหมถักสลักเป็นนามนาคนี้ พัชนีตาลปัตรงามหนักหนา ทัง้ ตน้ เทยี นพมุ่ กรวยอปุ ชั ฌาย์ ดูโสภาเพยี บพร้อมน่าพึงชม สว่ นบายศรกี ลางพิธีน่าถนอม ดอกไม้หอมแซมเสยี บแลสวยสม กลน่ิ แป้งอบนา้ มันจันทนล์ อยตามลม ทา่ นประพรมเจมิ ไว้ทใ่ี บตอง กระยาหารกระยาบวชเครอื่ งเสวย ใช้สงั เวยทวยเทพทกุ เผ่าผอง ทง้ั เหล้าขาวหมากพลใู ส่พานทอง ยาสูบกรองทิพย์วางไวเ้ ขา้ ที กลว้ ยนา้ ว้ามะพร้าวอ่อนผลาผล ขันนา้ มนต์ทองเหลอื งเรืองราศี ขันขา้ วสารปกั แวน่ เทยี นอคั คี พานหนึ่งมเี ครือ่ งบชู าค่ากานล ครน้ั ฤกษด์ เี ปน็ ศรพี ญาวัน หมอทาขวัญให้โหข่ ึน้ สามหน ล่ันฆอ้ งชยั ดังสนัน่ ถึงเมอื งบน แลผู้คนพวกพอ้ งมาพรอ้ มกัน
นิราศบวชเรยี น ๙ พ่อแม่นัง่ เคยี งข้างพี่นาคนี้ คอยพดั วเี รยี กสุขปัดโศกศัลย์ สอนใหน้ าคนอบนบอภิวนั ท์ ระลึกมัน่ ในพระไตรสรณา หมอจึงเอ่ยเอ้อื นบทพจนารถ อภิวาทคณุ ไตรรตั นท์ ุกทิศา ขัดสัคเคชุมนมุ เทวดา แตรรับสาธุการขึน้ ทนั ใด หมอขวัญส่ชี ายหญิงอยา่ งละสอง เอ่ยทานองกลอนสอนเสยี งสดใส วา่ แมฝ่ นั เหน็ ทา้ วสหัสนัยน์ ถอื แหวนเพชรเมด็ ใหญเ่ หาะดัน้ มา ครั้นถึงจึงย่นื แหวนวงนน้ั ให้ แม่รบั ไวส้ วมใสด่ ้วยหรรษา แสงเพชรสอ่ งวาววบั วาบเข้าตา พอต่ืนมาคว้าแหวนไม่เหน็ มี ไปหาพระใหท้ า่ นทานายฝนั ทายแหวนนัน้ เป็นของท้าวโกสยี ์ วเิ ศษสุดธามรงคว์ งนน้ั ดี จะสขุ บี ุตรในครรภ์นั้นเป็นชาย ใหพ้ อ่ แมป่ รดี ์เิ ปรมเกษมสันต์ รอคนื วนั บวชบตุ รอันเฉิดฉาย หมอก็แหล่กาเนดิ ก่อเกดิ กาย ร้องบรรยายตามระเบยี บแบบโบราณ เร่มิ กลั ละเปลยี่ นเป็นอมั พทุ ะ ถงึ เปสฆิ นะท่านกลา่ วขาน เบญจสาขายบี แปดทิวาวาร ตามใบลานบาลชี ้แี จงมา แล้วร้องแหล่เร่อื งแม่เม่ือแพ้ท้อง อยากล้มิ ลองของเปร้ียวนน้ั หนกั หนา พวกแม่ครวั กจ็ ดั แจงแต่งกายา ทาทที ่าตง้ั ท้องเต้นเลน่ กนั จวนได้ฤกษ์จะคลอดวา่ ปลอดศนู ย์ ดสู มบรู ณ์พนู ศกั ด์ิแสนสุขสันต์ แหลถ่ งึ หมอตาแยทาคลอดพลัน พอนาคนั้นคลอดเคลอ่ื นกอ็ วยชัย หมอนาน้าเทพมนต์พรมบายศรี โหส่ ามทีตีฆ้องสนั่นไหว แตรเล่นเพลงมหาฤกษข์ ้ึนทนั ใด แล้วจึงไดก้ ลอ่ มนาคนใี้ ห้นอน สายใยรักของแม่ทอแทนเปล โอละเหต่ กั แม่หนนุ ต่างหมอน
นริ าศบวชเรียน ๑๐ เสียงแม่กล่อมกลสงั คตี ในอมั พร น้านมปอ้ นจากแม่แทนทพิ ยธ์ าร พวกรกั ราทาเปลผ้าขาวม้า เอละชาเรยี กกานนสนกุ สนาน เป็นปจั จยั ทาสาเภาไปนพิ พาน แดนสาราญแสนสขุ ทกุ ขไ์ มม่ ี หมอจงึ แหล่เลน่ โล้ลาสาเภา โดยเปรียบเรานาคในศาสน์พระชนิ สีห์ ต่างนาวาลอยร่องท่องวารี ขา้ มโลกีย์พ้นโศกวิโยคครวญ อนั ห้วงแห่งมหรรณพภพสงสาร ใครขา้ มผา่ นพน้ แล้วไมเ่ หหวน นาคจงึ ต่อเภตราด้วยคดิ ควร แล้วจงึ ชวนญาติมติ รสัญจรไป ศรัทธาแทนกงวานกระดานตอกตึง สบงขงึ แทนชนั ยาชโลมไหล จวี รแทนสที าเรอื งวิไล ดาดฟา้ ใช้สงั ฆาฏมิ ากางกัน ตาลปัตรตั้งต่างเสากระโดง สายระโยงคอื ย่ามมผิ ดิ ผนั ประคดราวโซ่รอ้ ยเชอื กรัดพัน อังสะน้ันแทนทวนธงดูโสภา บรขิ ารเครื่องบวชคอื อับเฉา ใส่สาเภากนั โคลงมาหนักหนา เชิญพอ่ แมญ่ าติมิตรขึ้นเภตรา แลว้ มงุ่ หนา้ ส่มู หาพระนิพพาน องคพ์ ระพุทธเป็นฉัตรทองยอดธงชัย ธรรมวนิ ัยเป็นเขม็ ทิศชีส้ ถาน สงฆส์ าวกบอกจุดสนิ้ สมุทรธาร พระอาจารย์อุปชั ฌายเ์ ปน็ นายเรือ พระกรรมวาจาเป็นลา้ ต้า พระอนุศาส์เป็นต้นหนชใ้ี ชเ้ หนอื พระลาดบั ยส่ี บิ ห้ายนื กราบเรอื คอยช่วยเหลือค้มุ ครองปอ้ งกันภัย มหรรณพยอ่ มพบพายุคลื่น กแ็ ตกตืน่ สลาตนั ตีเรอื ไหว ผะผงั ผางโคลงเคลงตามคล่ืนไป สตไิ ซรต้ า่ งไต้ก๋งต้องมน่ั คง อนั พายุพัดพอื คอื โลภะ คลื่นปะทะคอื โมหะความล่มุ หลง ส่วนโทสะคอื เต่าปลาปลดชีพปลง แม้นจมลงมหิ ลงเหลือซีกส้ินกาย
นริ าศบวชเรียน ๑๑ พน้ พายุพงึ ระวงั เกยแก่งเกาะ โดยเฉพาะเกาะตณั หาพาฉิบหาย ชวนกอ่ เกดิ กามราคะให้วนุ่ วาย จาต้องตายบนเกาะแก่งโลกีย์ จะผา่ นพน้ พายุแลเกาะได้ ก็ต้องใชป้ ัญญาประเสรฐิ ศรี ทง้ั ขนั ตวิ ิริยะศรัทธามี สาเภานี้จงึ จะรอดปลอดภยั พาน แลน่ ระรีล่ อ่ งเรอ่ื ยลุเมอื งแกว้ อันกลา่ วแลว้ อมตนครสถาน สงบสขุ สิน้ ทกุ ขต์ ลอดกาล หมอใหข้ านโห่ร้องล่นั ฆอ้ งชัย ถงึ เวลาจงึ แหล่เรยี กรบั ขวัญ ต้ังจิตมั่นทางกศุ ลมิเฉไฉ พอ่ พดั วเี ชิญพระขวญั มาทนั ใด แม่น้นั ไซรล้ ูบหลงั ใหน้ าคพลนั แล้วเรียกรบั มิ่งขวัญชมบายศรี อย่าไดห้ นีห่างนาคเหินเหหนั มวั หลงเท่ียวท่งุ ทา่ พนาวัน มาเถดิ ขวญั อยา่ อยู่เขาลาเนาเนิน เหน็ วิหคหงส์สงิ หฝ์ งู ลงิ ค่าง จะอ้างวา้ งเวียนวกระหกระเหนิ กลับมาสู่กายนาคอย่าเพลิดเพลนิ มาดาเนินเดนิ ตามพระศาสดา ครั้นถึงพระมหาพชิ ัยฤกษ์ หมอจึงเบิกบายศรีขวัญให้หรรษา ใบพลพู รมนา้ มนตข์ องเทวา โห่สามลาลน่ั ฆ้องกอ้ งกังวาน นาใบตองขวัญเวยี นรอบบายศรี ใหน้ าคนรี้ บั ไวด้ ังบรรหาร แลว้ หมอบอกความหมายแบบโบราณ พฤฒาจารยส์ ืบสานเลา่ ขานมา อนั ใบตองสามก้านคอื โลภะ ทง้ั โทสะโมหะหุม้ จิตหนา ส่วนผา้ แพรลูกไม้ผืนนนั้ นา อวิชชาลวงล่อหลอกใหไ้ ป ดา้ ยสามเส้นอนั ผูกมัดแม่นมน่ั คอื บ่วงพันหว่ งรกั ลุ่มหลงใหล คมศาสตรารอ้ ยพนั ฟันบรรลยั แต่ปราชยั หว่ งรักทผี่ ูกพนั แลว้ จึงจดุ เทียนชัยยอดบายศรี เบิกอัคคีแวน่ เทยี นใหส้ ขุ สนั ต์
นิราศบวชเรียน ๑๒ แตรบรรเลงเป็นเพลงนางนาคพลัน สามแว่นน้ันเวียนวนดูโสภา แวน่ ที่หนึ่งดวงรวีไมม่ หี มอง แวน่ ท่สี องบหุ ลันบนเวหา แว่นทส่ี ามน้ันมใี นตารา ชื่อพระยาราหดู ูเข้าที เวยี นเปน็ ทกั ษณิ าวัตรถ้วนสามรอบ ตามระบอบแสนสุขประเสริฐศรี นาครบั ควนั อันดบั ซ่ึงอคั คี แตรดนตรรี ัวรับถว้ นสามครา มะพร้าวอ่อนไข่ขวญั ท่านป้อนนาค เจมิ หน้าผากอุณาโลมลงคาถา สง่ ตองขวัญให้มารดรบดิ า แลว้ ขมาญาติมติ รท่ีลอ้ มวง ทา่ นสาธุโมทนาแก่ผา้ ไตร ด้วยหวงั ให้นาคครองเมื่อเป็นสงฆ์ หมอแหลล่ าอวยพรใหม้ น่ั คง สาเร็จลงทาขวัญการพธิ ี คร้ันจนั ทราเทวราชค่อยคลาเคลอ่ื น ภากรเยอื นยคุ นธรส่องแสงศรี สว่างทัง้ ไตรตรึงษ์ถงึ ธรณี ระกาตปี กี ขันสนั่นไป นาคอาบนา้ ปนสุคนธ์หอมประทนิ่ นางลอยรินกลิ่นฟุ้งจะเปรยี บไหน ละอองอาบต้องกายสบายใจ แล้วคลาไคลจัดแจงแตง่ กายา น่งุ ผ้าขาวม่นั คงเขม็ ขัดคาด เสอ้ื สะอาดสเี ศวตเสน่หา สวมครุยทับลายพกิ ลุ ดโู สภา เตรยี มสรอ้ ยมาคลอ้ งพระล้วนเครื่องทอง ธามรงค์วงดีสลกั สกุล นพคณุ ลงยามิมีหมอง สอดน้วิ นางข้างขวาไรค้ ู่ครอง ดว้ ยนวลน้องไมม่ าให้นาคเชย พอเสร็จสรรพต้อนรบั แขกรว่ มงาน กนิ อาหารโตะ๊ จีนล้ิมลองเอย๋ ท้ังญาตมิ ติ รทานกันตามเสบย กาลล่วงเลยลุฤกษ์งามยามดี รววิ ารสัตตวสี ติมงั เดอื นอยู่ย้งั จติ ตมาสตามดถิ ี สองพันหา้ ร้อยหา้ สบิ เจ็ดตรงตามปี ตัวพาชีนักษัตรวา่ ว่องไว
นริ าศบวชเรยี น ๑๓ สองโมงเชา้ ส่ีสูญดพู ูนผล จรดลลาภมศี รผี อ่ งใส เสยี งโหร่ ้องแห่นาคกึกกอ้ งไป จากเครื่องไฟเปดิ เพลงบรรเลงดัง แตรขึน้ รถเทรลเลอรน์ าหนา้ นาค ญาตมิ ติ รมากขนเครอื่ งบวชติดตามหลงั ดนตรีแตรตกี ลองเสยี งตึงตงั จนกระทั่งถึงพทั ธสีมา พลนั หยุดย้ังต้ังกระบวนเตรียมเดินแห่ ถอื เทียนแพรธปู ทองบวั บปุ ผา กราบไหว้พระวยั ทตั ภูมิเทวา แลว้ รอราใหเ้ ขาเสร็จทงิ้ ทาน จึงคลาไคลเข้าเขตอุโบสถ เออ้ื นเอ่ยพจน์พุทธคณุ เป็นแกน่ สาร พ่อสะพายบาตรถอื ซ่งึ พัดตาล แม่ถอื พานแวน่ ฟา้ ผา้ ไตรครอง ปา้ น้าอาผลัดถือไตรอาศัย พ่มุ เครือ่ งไทยทานมมิ หี มอง สาวสาวถือต้นเทยี นหนมุ่ มุงมอง ล้วนเพื่อนพ้องญาตมิ ิตรสนทิ กัน สว่ นสาวนอ้ ยถอื กรวยอปุ ัชฌาย์ หมอนหนุนหนาเพ่ือนถือแทนจอมขวัญ พวกรกั ราดูสุขสนกุ มนั โห่เลือ่ นลน่ั รับฮวิ้ แล้วเฮฮา เพลงกินตับขยับเอวกนั คึกคกั เพลงผมรกั เมอื งไทยใหห้ รรษา เพลงคันหโู ยกย้ายส่ายลลี า เพลงสกาเรกเกว้ ่าเตน้ ดี สัปทนก้ันกางหมนุ ตามเพลง แตรบรรเลงลมื รอ้ นพระสรุ ิย์ศรี เวยี นโบสถค์ รบสามรอบตามพิธี อญั ชลีบูชาเสมาชัย แล้วขนึ้ สู่หน้าโบสถ์อธิษฐาน เพอื่ โปรยทานเพียงฝนหล่นลว่ งไหล ทัง้ นกแบงค์ปล่อยโยนโบยบินไป นาคมุ่งให้เป็นทานไมเ่ จาะจง พอเสรจ็ สรรพเข้าสู่อโุ บสถ จิตกาหนดดวงแกว้ มไิ หลหลง แตรบรรเลงรัวแล้วก็ลาลง ญาติเกาะส่งนาคสู่ประตูธรรม เข้ากราบพระขอขมาต้งั นะโม โยโทโสกรรมใดเคยเพล่ียงพลา้
นริ าศบวชเรียน ๑๔ สงฆส์ าธใุ ห้ศีลห้ามานอ้ มนา แลว้ จึงทาบรรพชากจิ พธิ ี กราบพ่อแมร่ บั ไตรข้นึ อาสน์สงฆ์ นาคจานงสง่ พานประเสริฐศรี ถวายเบญจางคประดิษฐ์ลงสามที เอย่ วจเี อสาหงั อย่างตัง้ ใจ อปุ ชั ฌาย์สอนปัญจะกัมมฏั ฐาน นาคจึงขานตามยอ้ นจติ ผอ่ งใส สวมองั สะสหู่ ลังโบสถ์ห่มครองไตร หลวงตาไปช่วยห่มให้มัน่ คง รบั ศลี สิบจากพระกรรมวาจา ญาติมิตรมาถวายบาตรเพือ่ บวชสงฆ์ นาคประเคนตน้ เทียนใจซือ่ ตรง แล้วจงึ ส่งกรวยขอนสิ สะยัง ฝากเป็นศิษยต์ ่างฝา่ ยเป็นธุระ บทอัชชะตัคเคครบสามครง้ั คลอ้ งบาตรบอกบรขิ ารใหน้ าคฟงั แล้วท่านสัง่ เปน็ ภาษาพระบาลี ว่าอจั ฉะอะมุมหอิ อกไปเถิด สงฆ์ประเสรฐิ สวดสมมติเป็นสกั ขี อปุ ัชฌายต์ งั้ ฉายาให้ทันที นามเรานคี้ ือฐติ สโุ ภ พระคสู่ วดซ้อมอนั ตรยกิ ธรรม นตั ถจิ าห้ากอ่ นมะนสุ โส อามะรบั หลังอะปะมาโร กนิ นาโมตอบฉายาเป็นม่นั คง อปุ ัชฌาย์คณุ กโรนามะ รอจนพระกวักเรียกข้ึนอาสน์สงฆ์ โดยขนาดหตั ถบาสล้อมเปน็ วง นาคจานงท่องบทอลุ ลมุ นา พระอาจารย์สมมตแิ ล้วสวดถาม จงึ บอกตามสวดซอ้ มนะท่านหนา ฟังญตั ติจตุตถกรรมวาจา ถว้ นสคี่ ราเปน็ องคพ์ ระสงฆพ์ ลนั กราบสามหนฟังอนุศาสน์นิสยั ส่ี ทง้ั อกรณยี กจิ สีไ่ ม่ผดิ ผนั แลว้ กรวดนา้ อุทศิ บญุ ให้ทั่วกนั พรหมสวรรคจ์ นถงึ อเวจี ครั้นเสร็จสรรพรบั ประเคนไทยทาน บริขารไตรอาศัยแสนสขุ ี ทัง้ หมอนมุ้งยามเส่ือบรรดามี พชั นีตาลปัตรสนั ถัตทอ
นิราศบวชเรยี น ๑๕ พลันพระเกา่ กลับกุฏิ์หม่ คลุมครอง พระใหมส่ องครองดองดุจเดิมหนอ แบ่งฉลองสองงานมิรรี อ ตามญาตโิ ยมเธอขอนิมนต์มา พระถงึ บา้ นโยมแม่แสนสขุ สันต์ โยมพ่อนัน้ แสนโสมนสั สา โยมญาตมิ ิตรแซ่ซอ้ งโมทนา โยมสกี ารา้ งรักอญั ชลุ ี คร้ันเพียบพร้อมจุดเทียนธูปบชู าพระ อาราธนาพระปรติ รประเสริฐศรี สงฆ์รูปสามขดั สัคเคขึน้ ทันที บทบาลชี มุ นมุ เหล่าเทวญั นะโมนาสรณะคมทีเ่ ลศิ ลา้ ตอ่ บทสมั พุทเธมิเหหนั นะโมแปดอะเสวะนาพลนั ประเคนขนั นา้ มนตจ์ ุดเทยี นชยั สวดบทยอ่ ระตะนะสุตตัง พอขีณงั ปลดเทียนมเิ ฉไฉ นพิ พนั ตจิ ุ่มเทียนดบั ทนั ใด ทุกขโ์ รคภัยสญู สิน้ ด้วยเดชา สวดกะระณยี ะสตู รเมตญั จะ ต่อขันธะปะรติ ตะคาถา ท้งั อเุ ทตะยันจกั ขมุ า พระพุทธาธะชคั คะดุจชายธง ต่ออาฏานาฏิยะพระปริตร แลว้ ประสทิ ธย์ิ ันทุนมไิ หลหลง สริ ฐิ ติ ิเลิศล้าธรรมม่นั คง สวดเสร็จสง่ เทพกลบั ทุกขัปปตั ตา พอถวายพรพระพลันใส่บาตร จัดอังคาสเรียงรายทงั้ ซ้ายขวา ลงภะวะตุสพั ถว้ นสามครา ต่อคาถานกั ขัตสาเร็จพลัน แลว้ ญาตโิ ยมประเคนภตั ราหาร ของคาวหวานกอ่ นพระจะจวกฉัน อุปโลกน์ชแ้ี จงแลแบ่งปัน ลาดับชน้ั พรรษาพระเถรา ครนั้ กระทาภัตกิจสาเสร็จแลว้ อาจารยแ์ มวตัง้ ตาลปตั รข้ึนยะถา ตอ่ สพั พีญาตโิ ยมโมทนา กอ่ นจะลาพรมน้าพทุ ธมนต์ ชยันโตเดชาพระสรรเพชญ์ คราเผด็จหมมู่ ารดว้ ยกุศล
ยอดมหาพิชัยมงิ่ มงคล นิราศบวชเรียน ๑๖ ก็เสร็จสนิ้ การอุปสมบท ทั้งฉลองพระใหม่ในพธิ ี มารผจญพ่ายแพพ้ ระบารมี ดั่งฝากพจนล์ ขิ ิตไว้เป็นสกั ขี พอเยน็ ยา่ สุรยิ าจะลาลบั สาเรจ็ ดีด้วยโยมรว่ มใจกัน สรงน้าครองไตรลดไหล่พลัน หลวงพ่ีกลบั อาวาสมแิ ปรผัน พินทุบาตรสบงทั้งจีวร อุ้มบาตรม่นั เขา้ หาพระอาจารย์ ฟังอกรณยี กจิ ส่ปี ระการ ผา้ ทาบซอ้ นสังฆาฏิอธษิ ฐาน หนง่ึ นน้ั เสพเมถนุ กับชายหญงิ หากดื้อดา้ นขนื ทาขาดทันที สอดใส่เพยี งเมลด็ งาประมาณมี แม้นนางลงิ เหลา่ สตั วท์ าบัดสี สองน้นั ทาอทินนาคือลกั ทรัพย์ ภิกษุน้ีพา่ ยแพ้พระวินยั ฉวยเอาของอนั ทา่ นมใิ หไ้ ป ตามมาตรนับห้ามาสกมิเฉไฉ สามนนั้ พรากกายมนุษยจ์ ากชีวติ ก็ปราชยั ตอ่ เพศสมณา ท้งั จา้ งวานยยุ งดว้ ยวาจา ดว้ ยมจี ติ เจตนาฆ่าท่านหนา สี่น้ันอวดอุตตะรมิ ะนสุ สะธรรม ก็อัปราพา่ ยแพ้ด้วยกจิ ตน ซ่ึงไมม่ ีคิดหลอกลวงผคู้ น วา่ เลิศลา้ ได้ฌานลุมรรคผล แมน้ ภกิ ษุกระทากิจอันหา้ มน้ี ใหป้ ป้ี นปราชยั ด้วยใจมาร ขาดจากสงฆท์ รงหา้ มพระนพิ พาน ส้นิ ราศีดัง่ ต้องโทษประหาร เอายอดกลบั มาตอ่ ก็ไมต่ ดิ ขาดด่งั ตาลยอดด้วนเหลอื แต่ตอ ฟังเสร็จสรรพกลับกุฏิไมร่ ีรอ คือจะคดิ บวชใหม่ไมไ่ ด้หนอ สวดมนต์ตอ่ จาวัดสงบใจ พออรณุ รงุ่ สางสวา่ งแจ้ง เป็นวันแห่งอุโบสถสมัย สงฆ์โสรจสรงคงคาแล้วคลาไคล หม่ ครองไตรเฉียงบา่ คาดสังฆาฏ์ิ
นิราศบวชเรยี น ๑๗ เจ็ดโมงคร่ึงหลวงตาตรี ะฆัง เสยี งเหงง่ หงั่งภกิ ษเุ รียงพรรษา พระอาจารยน์ าหน้าลงศาลา โยมขมาสงฆ์แลว้ รับศลี กนั ข้นึ ถวายพรพระพอเสร็จสรรพ ภิกษุรบั ประเคนเครอื่ งจังหนั ของคาวหวานทุกรูปมคี รบครัน ขาดเพยี งขวญั ยอดสีกามาประเคน เปน็ พระใหมท่ าสิง่ ใดไมส่ นั ทดั ต้องฝึกหดั ปฏบิ ตั ิตามพระเถร เสร็จกจิ เช้าได้เวลากฉ็ นั เพล ตะวันเอนจวนเยน็ สรงคงคา ส่โี มงคร่ึงลงพระอุโบสถ น้อมประณตพระสุคตศรีสัตถา คุกคลานเขา่ เข้าหาพระเถรา เปลง่ วาจาปลงอาบัตติ ามวนิ ัย เปดิ เผยโทษแห่งตนให้ทา่ นฟงั จะระวังบรสิ ุทธผิ อ่ งใส สวดทาวตั รปัจเวกข์เสรจ็ ทันใด เหล่าสงฆ์ไซร้ขมาซงึ่ พระประทาน ล้อมวงหตั ถบาสทาอโุ บสถ พุทธพจน์ปาฏิโมกข์พระบรรหาร สี่สบิ ห้านาทโี ดยประมาณ สาธุการเสร็จสวดพทุ ธมนต์ พระปรติ รธมั มะจักรประเสริฐศรี จบบาลีกรวดน้าแผ่กศุ ล ยะถาผสี พั พใี ห้ผคู้ น หวังให้พ้นสน้ิ ทุกข์สุขนริ ันดร์ กิจวตั รหลวงพ่ีสกี าเอ๋ย ใช่จะเฉยนงั่ ลุกคอยสุขสนั ต์ เชา้ ทาวัตรปลงอาบตั ิไมเ่ วน้ วัน แลว้ ผายผนั บิณฑบาตหนทางจร กลับมาทาภัตกิจพอเสร็จสรรพ กห็ ยบิ จบั ศึกษาธรรมคาสั่งสอน แลว้ ฉันเพลลา้ งบาตรบ่ายเอนนอน ตะวนั ออ่ นเที่ยวกวาดลานอาราม สรงวารีลงโบสถ์ปลงอาบัติ แลว้ ทาวัตรขัดจิตปลดเสี้ยนหนาม อันยอกใจใหห้ ลงในบ่วงกาม ยอดนงรามสีกาจงห่างไกล ดว้ ยสตรีอนั ตรายต่อบรรพชิต คอยกวนจติ คดิ หวนชวนหลงใหล
นริ าศบวชเรยี น ๑๘ มีเพยี งมนต์บ่นสวดกากบั ใจ เพอื่ ไม่ใหค้ อยคิดถงึ สกี า พอยามคา่ บหุ ลันเธอลอยเล่ือน ค่อยคอ่ ยเคลือ่ นสอ่ งแสงบนเวหา เหลา่ พระสงฆ์ล้อมวงสนทนา ฉันนา้ ชาศึกษาธรรมวนิ ยั ฟงั คาสอนจากท่านพระอาจารย์ วา่ สงั ขารเปน็ เพียงเรือนอาศัย แมน้ เรอื นทองเรืองรองงามวไิ ล กผ็ ไุ ปพงั สิน้ ไมจ่ รี ัง โฉมสีกาสงา่ งามดง่ั เรือนแกว้ ใครชมแลว้ เลยล่องต้องเหลียวหลงั แต่ใดใดในโลกล้วนอนิจจงั ไม่อยยู่ ัง้ ย่ังยนื เปลย่ี นตามกาล ครัน้ ส้นิ ชาตขิ าดภพเรือนพงั ยับ มอิ าจกลับคืนไดด้ ังคาขาน หาเรือนใหม่กว่าจะถึงซ่ึงนพิ พาน จงึ สาราญเรอื นจิตสูญสิน้ ไป ฟงั สอนเสร็จดกึ ดน่ื คืนสงดั พระพายพัดพฤกษายอดหววิ ไหว องค์จนั ทราเทวราชเธอคลาไคล สญั จรไปรอบสุเมรุคีรี พระแยกย้ายกลับกุฏิเ์ พือ่ จาวัด ลขิ ติ ชัดบอกสีกามารศรี ซึ่งกจิ สงฆก์ ล่าวไว้ประมาณมี ตามหลวงพป่ี ฏิบัติเม่ือบวชเรียน แล้วกลา่ วชมพุทธศาสนสถาน ดั่งพิมานพระสุคตสถิตเสถียร ทภี่ ิกษสุ าวกใชบ้ าเพ็ญเพียร เพื่อหยดุ เวยี นวนว่ายในภูมิไตร อโุ บสถเพยี งชะลอจากดสุ ติ ชวนพนิ จิ นอบน้อมจติ เล่อื มใส ดูช่อฟ้าหางหงส์เรอื งวไิ ล ชมซึ่งใบระกาก็งามงอน อนั หน้าบันประดิษฐานพระลลี า แลสงา่ กว่าแก้วประภัสสร เพยี งเสด็จคราโปรดพทุ ธมารดร จากอัมพรไตรตรงึ ษ์สโู่ ลกา ดคู นั ทวยสะสวยห้อยกระดิ่ง เสยี งเหง่งหงิ่งยามตอ้ งพระพายหนา ซุ้มประตูเปน็ มณฑปดโู สภา เจริญตาต้องจติ เมือ่ พิศชม
นิราศบวชเรยี น ๑๙ พระประทานนามพระพุทธวสิ ทุ ธิเทพ พกั ตรอ์ ม่ิ เอบองค์งามแลสวยสม พระสาวกซ้ายขวายนื ประนม ไหวบ้ รมสรรเพชรเผด็จมาร อกี หนงึ่ องค์ทรงนามหลวงพ่อได้ หลอ่ ปีกลายเชิญขนึ้ ประดษิ ฐาน แทนองค์เก่าดว้ ยเกิดอันตรธาน ใครบนบานไดด้ ั่งนามทา่ นเอย ออกมาชมเสมาศิลาสลัก สญั ลักษณ์ขอบเขตพระชินสหี ์ พ่ึงผูกพทั ธจ์ ัดฉลองเมื่อต้นปี คร้ังเราน้ีนุ่งผา้ ลายวนุ่ วายใจ จะเขียนยาวยดื เยื้อเสียดายกระดาษ โอ้ประหลาดดวงจิตคดิ พิสมยั อันเวลาวารลี ว่ งเลยไป แตฉ่ นั ใดยังมวั หลงในโลกีย์ ถึงเดอื นหกยกช่อฟ้าวดั หนา้ ไม้ โยมมากมายมางานมหิ น่ายหนี ท่านฉลองสามวนั สามราตรี หลวงพีน่ ้ไี ปรบั สังฆทาน ยามค่าคืนมีดนตรีแลราวง หนมุ่ สาวคงควงค่สู นกุ สนาน ท้งั ขอพรกานนั พลบปรีชาชาญ อธิษฐานครองรักใหย้ นื ยง พอกลางเดือนคนื เพ็ญวสิ าขมาส ข้าพระบาทเศร้าจติ พิศวง พิรณุ รว่ งด่งั น้าตาหยดย้อยลง คดิ ถงึ องคพ์ ระสัพพญั ญตุ ญาณ ยอดบุรุษประสตู ิในไพรสณฑ์ ทรงหลุดพน้ ใตร้ ม่ โพธพิ์ ฤกษ์สถาน พระชนม์ไดแ้ ปดสิบกน็ ิพพาน ตามคามารทลู ขออาราธนา แม้เกิดทันจะชิงทูลทรงอยู่กอ่ น ใหถ้ าวรอยู่สืบพระศาสนา แตบ่ ุญนอ้ ยมพิ บบาทพระศาสดา โอส้ ีกาครานั้นอย่แู ห่งใด ถึงเดอื นเจ็ดจารกิ โปรดโยมญาติ มงุ่ หมายมาดสอนธรรมผเู้ ลือ่ มใส ธรรมเฉกทพิ ยโ์ อสถดบั ทุกขภ์ ยั ถอนพษิ ไข้รักโลภหลงโกรธา โปรดโยมยายยงั เมอื งอตุ รดติ ถ์ ใหม้ ีจติ ใกล้ชิดพระศาสนา
นิราศบวชเรยี น ๒๐ พบหลวงพ่พี ระหลานหม่ คุลมมา โมทนาก้มเกล้าอญั ชลี ดว้ ยคราบวชโยมน้นั ไปมิไหว แลเห็นไตรดังธงชยั กส็ ุขี อยู่โปรดโยมหนง่ึ วนั ลาจรลี ดว้ ยว่ามีซ่ึงกจิ รับนิมนต์ พอวนั จนั ทรเ์ ดือนเจ็ดแรมส่คี ่า ดูเลิศล้าแสงทองสอ่ งเวหน สวา่ งทัว่ แผ่นพื้นภวู ดล บรรจวบจนขอบเขาจกั รวาล ส่ทู างธรรมอนั พระพงึ แลเหน็ คือบาเพญ็ ซึง่ พระกรรมฐาน ดูความคิดแห่งจิตในสันดาน ดหู ม่มู ารในตนมาราญรอน มะขามเรียงเรียงล้อมพ้องนามวดั นามหนึ่งชดั หลวงพ่อแหรม่ ผู้ส่ังสอน ท้งั พองยุบยกยา่ งใหส้ ังวร อย่ามัวนอนจาวดั หาองคอ์ ินทร์ ฝึกสองรูปกบั หลวงพพ่ี ระสุพจน์ จิตกาหนดม่ันคงกวา่ แผน่ หนิ ต่ืนตสี องนอนสที่ ุม่ อยู่อาจิณ ลืมยพุ ินสีกาสิบห้าวนั กลับถงึ วัดหาฤกษล์ าสิกขา แสนโศกาแสนเทวษแสนโศกศัลย์ พระเขาเขา้ อธิษฐานพรรษากัน หลวงพนี่ น้ั บญุ น้อยน้าตาคลอ ยา่ ยามคา่ ระฆงั กลองทุ่มทุ่มเมง้ ฟังวงั เวงเวลาล่วงแล้วโยมหนอ ควรรบี ทาความดีอย่ารีรอ ให้วงลอ้ ธรรมจักรเคลอ่ื นคลาไคล ครน้ั วันแรมแปดคา่ ข้ึนธรรมมาศ ปา่ วประกาศเทศนธ์ รรมแถลงไข นึกถงึ คราสีกาพิมพลิ าไลย เปล้ืองสไบทบั ทิมบชู าธรรม ให้เณรแกว้ ป่ันปว่ นรญั จวนจติ ดว้ ยเฝ้าคดิ ลุ่มรักแมง่ ามขา จนลาสึกรว่ มสุขภริ มยกรรม ชมุ่ ช่ืนฉ่าเสพสมสุขฤทัย แต่หลวงพเี่ ทศนธ์ รรมในครานี้ ขวญั ฤดีสีกามิมาไฉน เทศน์ศีลห้าอานิสงค์ส่งสขุ ใจ นาทางไปสู่สวรรคช์ น้ั นพิ พาน
นิราศบวชเรยี น ๒๑ ทัง้ รว่ มร้ือกุฏชิ์ ที ี่ภตั ตกจิ บรรพชิตฆราวาสสมัครสมาน รว่ มความคดิ รว่ มแรงรว่ มทาการ ดง่ั บนั ดาลเสร็จสิ้นเพียงพริบตา ถึงเดือนเก้าใกล้ก้าวสู่ฆราวาส ใจจะขาดพิศวาสพระศาสนา กายต้องหา่ งไตรครองนองน้าตา ให้โศกากาสรดสลดใจ ขน้ึ เจ็ดค่าโปรดโยมท่เี คหา ญาติกามาพร้อมด้วยเล่ือมใส สนองคณุ ดว้ ยพระธรรมผอ่ งอาไพ ชี้ทางใหพ้ น้ ทกุ ข์สุขนริ นั ดร์ ดูดัง่ องคส์ มเดจ็ มหาบุรษุ แม้พระพทุ ธมารดาสถิตสวรรค์ ยงั เสด็จดาเนนิ จรจรลั เหยยี บยคุ ันธรข้ึนส่ไู ตรตรึงษ์ ทง้ั ยงั ทรงเสด็จสู่กบิลพสั ดุ์ โปรดกษตั รยิ พ์ ระบดิ าให้ซาบซง้ึ มหาเวสสันดรยังตราตรึง ให้นกึ ถงึ สมเด็จพระศาสดา โอ้รวีแลแขเวยี นคลาเคลื่อน โอ้วันเดือนเหมือนผ่านเรว็ จรงิ หนา โอก้ ระไรหัวอกอาตมา โอผ้ ืนกาสาวพตั รจกั หา่ งไกล สุริยาเสดจ็ สถิตกลางเวหน เป็นมงคลสวัสดศี รสี มัย ปลงอาบัติขมาสงฆค์ นื วินัย ดวงฤทัยดงั่ จะขาดอยูร่ อนรอน แลว้ กลา่ วคนื ซึ่งพระปาฏิโมกข์ แสนสดุ โศกกว่าคราลาสกี าสมร เม่ือลารักมิโศกเท่าลาจีวร แต่จาจรด้วยกิจจงึ จาใจ จาเอ้อื นเอย่ สิกขงั ปัจจักขามิ คหิ ีตมิ ังธาเรถะดงั ขานไข ฤกษ์ตะวันตรงหวั มงคลชยั วนั เสารไ์ ซรข้ ้ึนสบิ สส่ี าวนมาส์ ชยนั โตชกั ซึ่งสงั ฆาฏิ จติ ดาริตรงตอ่ พระศาสนา ขอเป็นข้ารองบาทพระศาสดา แลราชาเปร่ืองปราชญ์พระภูมพิ ล ลาผ้าเหลืองนงุ่ ผา้ ผู้ครองเรือน มิแชเชอื นรับศีลสร้างทางกศุ ล
นริ าศบวชเรยี น ๒๒ พระอาจารยพ์ รมนา้ พุทธมนต์ อทุ ศิ ผลบญุ บวชกรวดน้าพลนั ใหพ้ อ่ แมญ่ าตมิ ิตรขนษิ ฐา ทงั้ เทวาอินทร์พรหมบนสวรรค์ ถึงสงิ หส์ ัตว์เหล่าเปรตจวบโลกนั ต์ ไดบ้ ญุ น้ันถ้วนหน้าพาพ้นภยั ลาสิกขาลาเพศบรรพชิต ใหห้ วนคิดถงึ ขวัญตาวา่ อยไู่ หน อยากพาเจ้าขน้ึ วมิ านสาราญใจ ดว้ ยวา่ ไกลหา่ งกนั กวา่ สามเดือน เขาวา่ ไว้สวรรค์ถึงเจด็ ช้ัน จะเทียมทนั แนบชิดมิมเี หมอื น สขุ จนหลังอานนท์สะท้านสะเทือน สุเมรเุ ลอื่ นเขยื้อนโยกอศั จรรย์ เป็นมนุษยส์ ุดสุขยามมรี กั ถึงหอกปกั อกพ่ีมิอาสัญ สกึ ออกมาใจเคยี งเจา้ ทกุ คนื วนั โอจ้ อมขวญั รักพีอ่ ้นั ตนั อรุ า สกึ จากสงฆส์ ามวันเปน็ ศิษย์พระ ยึดธรรมะชาระเรอ่ื งตัณหา ครบกาหนดคงไดพ้ บขวญั ชวี า รอก่อนหนายอดรกั ขวัญชีวี วันออกวัดตั้งจิตพษิ ฐาน ขอพบพานศาสนาพระชินสีห์ อานิสงค์สร้างฝากพระธรณี เป็นสกั ขพี ยานประทานพร แม้นเตม็ เปร่ียมเทียมจันทร์คืนวนั เพ็ญ ให้แลเห็นแสงธรรมคาสง่ั สอน ได้กลับคืนครองผืนผ้าจีวร เพือ่ ลาจรสมู่ หาพระนพิ พาน จบนิราศพรา่ เพอ้ ละเมอเขียน หลงั บวชเรยี นลิขติ แทนคาขาน ดว้ ยคดิ ถงึ นม่ิ น้องนวลนงคราญ ฝากกลอนกานท์แทนใจเม่ือไกลกนั คิดจะแต่งครงั้ เปน็ บรรพชิต เกรงจะผดิ พระวนิ ัยธรรมขนั ธ์ พอสิกขาลาเพศพรหมจรรย์ จึงราพันนิราศบวชเรียนเอย. .............................................................
พระนพดล ฐิตสโุ ภ ณ พัทธสมี าวัดลากคอ้ น
Search
Read the Text Version
- 1 - 24
Pages: