Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เสน่ห์นางในวรรณคดี

เสน่ห์นางในวรรณคดี

Published by KruFon, 2022-09-27 11:28:42

Description: เสน่ห์นางในวรรณคดี

Search

Read the Text Version

บทละครนอกเรือ่ ง “ไกรทอง” พระนิพนธข์ องพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หล้านภาลยั นางวมิ าลา นางวิมาลา เป็นเมียเอกของชาละวัน พญาจระเข้ซึ่งอยู่ในถ้ำทอง นางมีเวทย์มนต์ สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ที่สวยงามได้ ภายหลงั ชาละวนั ถูกไกรทองปราบ นางจึงตก เป็นเมียของไกรทองอย่างไม่เต็มใจ มี บตุ รชายกับไกรทอง 1 คน คอื “ไกรวงศ์” นางเลื่อมลายวรรณ เป็นเมียรอง นางเล่อื มลายวรรณ ของชาละวัน พญาจระเข้ซึ่งอยู่ในถ้ำทอง นางมเี วทย์มนต์สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ท่ี สวยงามได้เช่นกัน ภายหลังชาละวันถูกไกร ทองปราบ นางจึงตกเป็นเมียของไกรทองไป อีกคนตามหลังนางวิมาลา มีบุตรชายกบั ไกร ทอง 1 คน คอื “ไกรเวช”

บทละครนอกเรอ่ื ง “สังข์ทอง” พระนิพนธข์ องพระบามสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา้ นภาลัย “ พศิ โฉมพระธดิ าวลิ าวณั ย์ ผดุ ผาดผวิ พรรณดังดวงเดือน งามละม่อมพร้อมสน้ิ ทงั้ อินทรีย์ นางในธรณีมิมเี หมือน แสร้งทำแลเสีย่ งบิดเบือน ให้ฟ่ันเฟือนเตือนจติ คิดปอง ” นางรจนา นางรจนา จากเรอ่ื งสังข์ทอง เป็นธดิ าสดุ ทอ้ งจากจำนวนเจ็ดองค์ของท้าวสามล พ่ีๆเลือกคู่ ได้สามีท่คี ู่ควรกันแล้ว แต่นางรจนากลับเลอื กไดเ้ จ้าเงาะรปู ช่ัวตวั ดำ ทงั้ ๆที่ตนเป็นสาวสวย จึงเป็นที่ เยาะเย้ยไปทั่ว ทำให้พระบิดากริ้วไล่ให้ไปตกระกำลำบากที่กระท่อมปลายนา แต่ความจริงที่นา ง เลือกก็เพราะเห็นรูปทองอยู่ข้างใน เจ้าเงาะถึงจะขี้ริ้วแต่ก็มีวิชาความรู้ จนต่อมาพระอินทร์ต้อง แปลงร่างมาตคี ลเี พ่ือชว่ ยให้เจ้าเงาะได้ถอดรูปใหท้ กุ คนได้เหน็ รปู ทองในทสี่ ุด

บทละครนอกเรือ่ ง “สังขท์ อง” พระนิพนธข์ องพระบามสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั นางพนั ธรุ ตั นางพันธุรัต เป็นยักษ์ ได้รับพระสังข์มาเป็นบุตรบุญธรรมโดยนางและ บรวิ ารแปลงร่างเป็นมนษุ ย์ วนั หน่งึ พระสงั ข์ได้เข้าไปในเขตหวงหา้ ม จึงรู้ว่านาง พันธุรัตเป็นยักษ์ก็คิดหลบหนี พระสังข์ได้เข้า ไปในเขตหวงห้ามลงไปชุบตัวใน บ่อทองเอาชุดเจ้าเงาะและของวิเศษเหาะหนี นางพันธุรัตกลับมา ไม่พบพระ สังข์ก็ออกตาม นางพยายามอ้อนวอนให้พระสงั ข์กลับ แต่ไม่เป็นผลนางพันธุรตั เสยี ใจ จนอกแตกตาย

วรรณคดีเรื่องมัทนะพาธา “ ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาใหม้ ดื มน ไมย่ ินและไม่ยล อปุ สัคคะใดใด ความรักเหมอื นโคถึก กำลงั คกึ ผขิ ังไว้ ก็โลดจากคอกไป บ่ยอมอยู่ ณ ท่ขี งั ” นางมัทนา นางมัทนา เป็นนางฟ้าที่มีรูปโฉมงดงามจนจอมเทพสุเทษณ์ติดตาตรึงใจและใคร่จะได้นางเป็นชายา แต่นางมัทนาไม่เคยสนใจจอมเทพสุเทษณ์ เพราะได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะครองคู่กับชายที่ตนรักเท่านั้น จึงถูก สาปลงไปเกิดเป็นดอกกุหลาบบนโลกมนษุ ย์ จนกว่าจะยอมรักเทพสุเทษณ์จงึ จะพ้นคำสาป แต่สุดท้ายนางก็ไม่ รับรักจึงถกู สาปเป็นดอกกหุ ลาบตลอดไป >>> มัทนะพาธา เป็นได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรเป็นยอดบทละครพูดคำฉนั ท์ 5 องก์ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกลา้ เจ้าอยูห่ ัวทรงพระราชนิพนธ์ข้ึนทั้งหมดดว้ ยพระองค์เองโดยไม่ไดอ้ งิ เนือ้ หามาจากที่อื่น ทรงพระราชนิพนธท์ ้ังเริ่มและจบลงในปี พ.ศ. 2466 เลา่ เร่ืองว่าดว้ ยตำนานเก่ียวกบั ดอกกุหลาบ และความเจ็บปวดจากความรัก

วรรณคดเี รื่องมทั นะพาธา นางจัณฑี นางจัณฑี เป็นอัครมเหสีแห่งท้าวชัยเสน เป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองมคธที่แต่งงานกับชัยเสนก็เพราะเรื่อง บ้านเมือง ชีวติ คขู่ องนางคงจะราบร่ืนปกติ ถ้าวนั หน่งึ ชยั เสนไม่บงั เอญิ ไปเจอกับมัทนาในป่า และตกหลุมรักสร้าง ตำนานรักสุกหวานกลางปา่ กวา่ จณั ฑีจะรูว้ ่าสามีตนเองมีหญงิ อื่นกต็ อนท่ขี ้ารับใช้ไปพบชัยเสนพามัทนามาซ่อนไว้ ในตำหนักที่อุทยานแล้ว ด้วยความที่อยากเห็นกับตาอยากได้ยินกบั หู ภรรยาหลวงอย่างจัณฑีจึงบุกไปดู และก็ เปน็ อย่างที่คาดคิด พิษรักแรงหึงจึงเกิดขน้ึ จึงมเี รอ่ื งราววนุ่ วายต่างๆ ตามามากมาย ด้วยความหึงของจัณฑีเป็น เหตใุ ห้พอ่ ตนเองต้องตายเพราะรบกบั ชัยเสน และสุดท้ายก็ถูกชยั เสนเนรเทศกลับเมอื งไป >>> มัทนะพาธา เป็นได้รับยกยอ่ งจากวรรณคดสี โมสรเปน็ ยอดบทละครพดู คำฉันท์ 5 องก์ โดยพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฏเกล้า เจ้าอยูห่ วั ทรงพระราชนพิ นธ์ข้ึนทั้งหมดด้วยพระองค์เองโดยไม่ได้อิงเนื้อหามาจากที่อื่น ทรงพระราชนพิ นธท์ ั้งเร่ิมและจบลงในปี พ.ศ. 2466 เลา่ เร่ืองวา่ ดว้ ยตำนานเกย่ี วกับดอกกหุ ลาบ และความเจบ็ ปวดจากความรัก

วรรณคดีเร่อื งวิวาหพ์ ระสมุทร กล่าวถึงประชาชนชาวกรีก ณ เกาะอัลฟะเบตา โง่เขลา นางอันโดรเมดา หลงเชื่อในอำนาจทางทะเล เมื่อ ครบรอบ 100 ปี จะต้องส่งสาว พรหมจารีไปเป็นเจ้าสาวของพระ สมทุ ร กษัตริย์มิดัสผู้ครองเกาะจำ ใจส่งราชธิดาชื่ออันโดรเมดาไป สังเวยทางทะเล แต่อันเดรคู่รกั ของ นางออกอุบาย ขอให้นายนาวาเอก เอดเวิดไลออน กัปตันเรืออังกฤษ มาขชู่ าวเมอื งใหย้ กนางให้อนั เดร นางจึงรอดชีวิต และได้ แต่งงานกบั อนั เดรสมปรารถนา วิวาห์พระสมุทร เป็นบทละครพูดสลับลำ มีทั้งบทร้องและบทเจรจา เป็นพระ ราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อ พ.ศ. 2461 เน้ือเร่ืองได้เคา้ มาจากนยิ ายกรกี เกา่

บทละครรำเรอื่ ง “ศกุนตลา” พระราชนิพนธ์โดยพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ วั “ ดผู วิ สินวลละอองออ่ น มะลิซอ้ นดดู ำไปหมดสิน้ พศิ เนตรงามกวา่ เนตรมฤคิน นางนีเ้ ป็นปน่ิ โลกา งามโอษฐด์ งั ใบไม้อ่อน งามกรดงั ลายเลขา งามรปู เลอสรรขวญั ฟ้า งามยง่ิ บปุ ผาเบง่ บาน” นางศกุนตลา นางศกลุ ตลา เป็นธดิ าของพระฤาษีวิศวามิตรกบั นางอปั สรเมนกา หลงั จากเกิดมาแล้ว บิดามารดาแยกย้ายกันไปตามวถิ ีของตน ทิ้งนางไว้จนต่อมาพระกัณวะดาบสรับไปเลีย้ งตั้งช่อื ว่า “ศกุนตลา” แปลว่านางนก เมือ่ เจริญวัยนางพบรกั กบั ทา้ วทุษยันต์ กษตั ริย์แหง่ หัสตนิ าปุระ ต่อมามีเหตุให้ตอ้ งแยกจากกันโดยที่นางนัน้ ตัง้ ครรภอ์ ยู่ แต่สุดท้ายก็ไดก้ ลับมาพบกนั อีก ครั้งด้วยความช่วยเหลือจากเทพบิดรมารดาบนสวรรค์ ท้าวทุษยันต์รับศกุนตลาเป็นมเหสีเคียง กาย พร้อมต้งั ช่อื พระโอรสว่า “ภรต”

บทละครเรือ่ งอุณรุท พระนพิ นธใ์ นพระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช นางอษุ า นางอุษา จากวรรณคดีเรื่องอุณรุท แต่เดิม ท้าวกรุงพาณปลอมตัวไปลอบชม นางฟา้ ทกุ วมิ านเกดิ กำเรบิ จึงไปลอบชมนางสุจติ รามเหสีของพระอนิ ทร์ พระอินทรพ์ านาง สจุ ติ ราไปเขา้ เฝ้าพระอิศวร นางเสียใจที่เสียรทู้ ้าวกรุงพาณ จงึ ขอจุตลิ งไปแก้แค้น นางสุจิ ตราไปเกิดในดอกบัวในนครรัตนา พระฤาษีสุธาวาสนำไปเลี้ยงชื่อว่า นางอุษา ท้าวกรุง พาณขอไปเลี้ยงเป็นลูก พระฤาษีก็ยกให้ ต่อมานางอุษาได้เสียกับอุณรุท โอรสของท้าว ไกรสุทแห่งเมืองณรงกา แต่เกิดเหตุวุ่นวายต่างๆรบราฆ่าฟันกันจนท้าวกรุงพาณ สิ้นพระชนม์ จนในที่สุดนางอุษาได้แต่งงานกับอุณรุทเป็นมเหสีฝ่ายขวา และมีนางศรี สดุ าเป็นมเหสฝี ่ายซา้ ย

บทละครเรื่องอณุ รุท พระนพิ นธใ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช นางศรีสุดา หรือนางสุดา เป็น พระธิดาของท้าวอุทุมราชถวายให้เป็นมเหสี ของพระอุณรุท พระอุณรุทพามเหสีศรีสุดา และบริวารประพาสป่า พระอินทร์ให้พระมาต ลีแปลงเป็นกวางทองล่อพระอุณรุทไปยังต้น ไทร นางศรีสุดาเห็นกวางทองอยากได้ไปเลี้ยง จงึ ขอใหพ้ ระอณุ รุทจับให้ พระอุณรุทตามกวาง ไปถึงต้นไทรแล้วกวางก็หายไป พระอุณรุทพัก คา้ งคืนใต้ต้นไทร พระไทรเทพารักษ์ได้อุ้มพระ อุณรุทไปสมกบั นางอุษา นางศรสี ุดา/นางสุดา ต่อมาภายหลังพระอุณรุทเกิดความรักในตัวนางอุษามากขึ้นเรื่อยๆ และเกิด เหตุการณ์รบราต่างๆกนั มากมาย จนตอนท้ายเรื่องพระอุณรุทพานางอุษากลับนครณรงกา นางศรีสุดาหึงและเกิดวิวาทกัน พระอุณรุทต้องมาไกล่เกลี่ย สุดท้ายนางศรีสุดาได้ กลายเป็นมเหสฝี า่ ยซ้าย ในขณะทน่ี างอษุ าไดเ้ ปน็ มเหสฝี า่ ยขวา

สมุทรโฆษคำฉนั ท์ นางพนิ ทมุ ดี สมุทรโฆษคำฉันท์ เป็นวรรณคดีท่ี ได้รับการยกย่องจาก วรรณคดีสโมสร ในสมัย รัชกาลที่ 6 ว่าเป็นเรื่องที่แต่งดีเป็นเยี่ยมใน กระบวนคำฉันท์ สมุทรโฆษคำฉันท์มีผู้แต่งสามท่าน ซึ่ง แต่งในยุคสมัยต่างๆ กัน ดังนี้ พระมหาราช ครู แต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงพระ ราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เอง 205 บท แต่ไม่จบ เรอ่ื ง สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมา นุชิตชิโนรส ในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ทรงพระนิพนธ์ต่อจากนั้นจนจบ เรื่อง พินทมุ ดี จากเรอื่ ง สมทุ รโฆษคำฉันท์ นางพินทุมดเี ปน็ ธิดาแหง่ เมือง รมยนครที่อยู่ทางตอนใต้ของเมืองพรหมบุรีเมืองขอองสมุทรโฆษ ทั้งสอง พบเจออุปสรรคมากมายแต่สุดท้ายก็ครองรักกันอย่างผาสุกจน ส้ินพระชนมแ์ ลว้ ไปบงั เกดิ บนสวรรค์

“เธอมีองคอ์ คั รเรศวไิ ลลักษณ์ ประไพพกั ตรง์ ามเพยี งอปั สรสวรรค์ ชือ่ กากีศรีวลิ าสดง่ั ดวงจนั ทร์ เนอ้ื นัน้ หอมฟงุ้ จรงุ ใจ เสมอเหมอื นกลิ่นทพิ มณฑาทอง ผใู้ ดตอ้ งสมั ผวั พสิ มัย กลิน่ กายติดชายผูน้ ้ันไป กน็ บั ไดถ้ งึ เจด็ ทิวาวาร” นางกากี นางกากี เปน็ หญิงท่มี รี ปู รา่ งหน้าสวยสดงดงามราวกบั เทพธิดา และมีกล่ินกายหอม น่าหลงใหล นางเป็นมเหสีของท้าวพรหมทัต ผู้ครองกรุงพาราณสี ซึ่งมีอายุมากแล้ว ทรงรัก และหลงใหลนางมาก มีแต่คนที่สนิทจริงๆ เท่านั้นทีเข้าใกล้ได้ หนึ่งในนั้นคือ นาฏกุเวร คนธรรพ์ผู้มคี วามสามารถ นางกากีเปน็ หญงิ งาม แต่นิสยั ของนางไมค่ อ่ ยดนี กั เปน็ หญิงท่มี ักมากในกาม ไม่รู้จกั ยับยงั้ ช่ังใจ ในขณะทีต่ นมสี ามีอย่แู ลว้ แต่ยงั มใี จให้ชายอ่นื ทำใหน้ างกากีมีสามมี ากถงึ 5 คน และทำใหเ้ กดิ ศกึ ชิงนางวุ่นวายตามมาอกี มาก ซ่งึ นางกากีถือเปน็ หญิงนิสัยขดั แย้งกับอดุ มคติ ของหญงิ ในสมยั กอ่ น จึงถกู สังคมมองว่าไมด่ ีน่นั เอง ผแู้ ตง่ : เดิม เปน็ เรอ่ื งราวในนบิ าตชาดกนำมาแตง่ เป็นกลอน โดยเจ้าพระยาพระคลัง(หน)

นิทานคำกลอนเร่ือง “ลกั ษณวงศ์” “...เมอ่ื นอ้ ยน้อยนวลลำ้ เจา้ ขำขาว คร้นั รุ่นสาวเรืองสีงามทสี่ ดุ ดัง่ นางแก้วรุ่งเรืองเมอื งมนษุ ย์ สมเปน็ มง่ิ มงกฎุ สนมนาง...” นางทพิ เกสร นางทิพเกสร เป็นสาวสวยจากเรื่องลักษณวงศ์ ถูกฤษีเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้น พร้อมกับพระลักษณวงศ์ กระทั่งโตเป็นสาวได้แต่งงานเป็นชายาพระลักษณวงศ์ จากนั้นพระลักษณวงศ์ต้องออกไปตามหามารดาและกู้บ้านเมืองได้สำเร็จและได้ นางยี่สุ่นเป็นชายาอีกคน นางทิพเกสรปลอมตัวเป็นพราหมณ์หนุ่มติดตามไป จนกระทั่งรู้เรื่องนางยี่สุ่น ทำให้เกิดเรื่องราววุ่นวายตามมาอีกมาก แต่สุดท้าย เรอ่ื งก็จบลงอย่างมคี วามสขุ (ผแู้ ต่ง : สุนทรภู)่

นิทานคำกลอนเรื่อง “ลกั ษณวงศ”์ “...เสด็จขึ้นพลบั พลาหนา้ สนาม เรอื งอร่ามพราวพรบั ระยบั ศรี สว่ นโฉมยงองค์ยสี่ ุน่ สุมาลี พระเทวเี ย่ียมพักตรด์ ่ังเพง็ จันทร...” นางย่สี ุ่น นางยีส่ นุ่ เป็นธดิ าท้าวกรดสรุ ิกาล แห่งเมืองยุบล นางถกู ตาต้องใจกับพระ ลักษณวงศต์ ้งั แต่แรกท่พี ระลกั ษณวงศม์ าทีเ่ มอื งยบุ ล พระบดิ ายกนางให้เป็นชายา ของพระลักษณ์วงศ์ ในภายหลังนางมารู้ว่าพระลักษณวงศ์มีชายาอันเป็นยอด ดวงใจที่พลัดพรากกนั มาช่อื นางทพิ เกสร นางจงึ ออกอาการหึงหวงและออกอุบาย กำจัดนางทพิ เกสร (ซึ่งขณะน้นั อยู่ในร่างพราหมณแ์ ปลงกาย) เปน็ เหตุให้เกิดเรื่อง วุน่ วายตามมาอกี มาก

วรรณกรรมท้องถนิ่ เรื่องโสวัต นางประทมุ วดี นางประทุมวดี เป็นนางวรรณกรรมจากเรื่องโสวัตมีมาตั้งแต่สมัย อยุธยาถงึ รตั นโกสินทร์ตอนต้น กลา่ วถงึ นางฟา้ องค์หนึ่งจุตมิ าเกิดในดอกบัว มีกล่ินกายหอมจงึ ช่อื ประทมุ วดี เมอื่ อายุได้ 15 ปี นางได้รอ้ ยมาลัยเส่ียงทาย ไปในแม่น้ำ โดยอธิฐานให้พวงมาลัยไปคล้องมอื ผู้เปน็ คู่ครอง สุดทา้ ยมาลัย ลอยน้ำไปคล้องมือโสวัต เมือ่ ได้ครองคู่กันไม่นานกเ็ กิดเหตุให้ต้องพลัดพราก และเจอเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย จนกระทงั่ ได้กลับมาครองคู่กนั ในท่ีสุด ไมป่ รากฏผแู้ ต่งทแ่ี นช่ ัด

วรรณกรรมพ้นื บา้ นเรอื่ ง “ปลาบู่ทอง” นางเออ้ื ย นางเอื้อย เป็นตัวเอกจากเรื่องปลาบู่ ทอง ดังว่า เศรษฐีทารก (อ่านว่า ทา-ระ-กะ) มภี รรยา 2 คน คนแรกช่อื ขนิษฐา มีลกู สาวชื่อ เออื้ ย สว่ นคนที่สองช่ือ ขนิษฐี มลี กู สาวชอ่ื อ้าย และ อี่ วันหนึ่งเศรษฐีทารกพาขนิษฐาไปจับ ปลาในคลอง แต่ไมว่ า่ จะเหวย่ี งแหไปก่ีครั้งก็ได้ เพียงปลาบู่ทองที่ตั้งท้องตัวเดียว จนกระท่ัง พลบค่ำเศรษฐีจงึ ตัดสินใจทีจ่ ะนำปลาบู่ทองตัว นนั้ กลับบ้าน ทว่า ขนิษฐา สงสารปลาบู่ จึงขอให้ สามีปล่อยปลาไป ด้านเศรษฐที ารกเกิดบันดาล โทสะจงึ ฟาดนางขนษิ ฐาจนตายกอ่ นโยนร่างทิ้ง ลงคลอง จากนนั้ นางขนษิ ฐาจึงกลายเป็นปลาบู่ ทองมาคอยฟงั เอ้อื ยปรับทุกข์ เนือ่ งจากถูกนาง ขนิษฐีและลูก ๆ กลั่นแกล้งตลอดเวลา โดย เศรษฐที ารกไม่รบั รแู้ ละไมส่ นใจ เม่อื นางขนิษฐแี ละลกู ๆ ทราบเร่อื งปลาบ่ทู อง จึงได้หาหนทางกำจดั และยังคงหาวิธีกลั่นแกล้ง เออ้ื ยอยตู่ ลอดเวลา จนกระท่งั พระเจา้ พรหมทัตไดม้ าพบกบั เอือ้ ย เมื่อท้ังสองเกดิ ต้องตาต้องใจกนั พระ เจ้าพรหมทัตจึงชวนเอื้อยเข้าไปอยู่ในวังและแต่งตั้งให้เป็นพระมเหสี ด้านนางขนิษฐีและลูกสาวที่นึก อิจฉากไ็ ดอ้ อกอุบายเพอ่ื ลวงเอ้ือยไปฆ่า กอ่ นท่ีจะใหล้ กู ตนสวมรอยเปน็ พระมเหสีแทน ในตอนท้ายเมื่อพระเจ้าพรหมทัตทราบความจริงทั้งหมด พระองค์จึงสั่งประหารชีวิตอ้าย อี่ และนางขนษิ ฐี ก่อนไปรบั เอ้ือยท่ีพระฤาษีชว่ ยชวี ิตไว้ เพอื่ กลับมาครองบัลลงั กร์ ว่ มกันอกี คร้ัง ไมป่ รากฏผแู้ ตง่ ทีแ่ น่ชดั

บทละครนอกเรื่อง มณีพชิ ัย นางยอพระกลิน่ นางยอพระกลิ่น เป็นธิดาของพระ อินทร์และเจ้าหญิงชาวมนุษย์นางหนึ่ง ด้วย ความทีพ่ ระอนิ ทรไ์ ม่สามารถเลี้ยงดูพระธิดาได้ จึงนำนางไปฝากไว้ในต้นไผ่ต้นใหญ่ในป่าบน โลกมนุษย์ เวลาผ่านล่วงเลยไปนางยอพระ กลิ่นเติบโตเป็นสาว (ที่ได้ชื่อว่ายอพระกลิ่น เพราะนางมีกลิ่นกายหอมมาก) ก็ได้พบกับ \"มณีพิชัย\" เจ้าชายเมืองหนึ่ง ซึ่งบังเอิญเดิน ทางเข้าป่ามาแล้วพบต้นไผ่ต้นใหญ่จึงโค่นลง เมื่อมณีพิชัยพบนางยอพระกลิ่นที่มีกลิ่นกาย หอมหวน จึงนำนางกลับเมืองและเเต่งตั้งให้ นางเป็นมเหสี แม่ของมณีพิชัยนั้นไม่ยอมรับ นางและใสร่ า้ ยว่ายอพระกล่ินกินแมว จากนั้น เกิดเรื่องราววุ่นวายอีกมาก แต่ท้ายที่สุดยอ พระกลิ่นและมณีพิชัยก็ได้ครองรักครองเมือง อย่างผาสุก ผู้แต่ง : บทละครนอกเรื่องน้ีเปน็ ที่รู้จักกันในช่ือเร่ืองว่า \"ยอพระกลิ่น\" เข้าใจกันว่าเปน็ บทพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้า รัชกาลที่ ๒ เปน็ กลอนสำหรับใช้เป็นบทละครนอก ซึง่ ความจริงร.๒ แต่งเฉพาะตอนทย่ี อพระกลิน่ ปลอมตัวเปน็ พราหมณม์ าขอ พระมณีพิไชยไปเป็นทาส ส่วนเนื้อเรื่องตามต้นเรื่องและบทท้ายนั้น จากหนังสือ \"รวมพระราชนิพนธ์บทละครนอก ๖ เรื่อง\" ไมไ่ ด้ระบุว่าใครเป็นผูแ้ ตง่

วรรณคดีไทยเรอ่ื ง “พระนลคำหลวง” “...ทรงศรีฉววี รวิลาส กลวาดวิมลเสมอ ใครยลก็ดลจติ เลมอ มนถึงคนงึ ศรี ในฟ้าจะหาอรสรุ างค์ ดุจนางก็หอ่ นมี ในดินจะหาอรยพุ ี กลนชุ ก็สดุ หา ความงามณะสามภพเสนอ จะเสมอบม่ มี า ทรามไวยประไพพรศุภา ผิวเห็นก็เปนบญุ ...” นางทมยนั ตี นางทมยันตี เป็นธิดาของพระเจ้าภีมราชแหง่ เมอื งคันธปุระ เมื่อโตเป็นสาวก็มีพระสริ ิโฉมงดงามและเป็นกุลสตรที ี่ดี ต่างก็ร่ำลือกันไปไกลจนถึงสวรรค์ ส่วนพระนลเป็นเจา้ ชายเมืองนษี ระ เป็นคนเก่ง ฉลาด และรูปลักษณ์งดงามมาก ต่างก็ยกย่อง และรำ่ ลือกนั ไปไกล เมอ่ื ทัง้ คเู่ ติบโตอยใู่ นวยั หนุ่มสาวต่างกใ็ ฝฝ่ นั และถวลิ หาซง่ึ กนั และกัน ตอ่ มาพระเจา้ ภมี ราชได้ประกาศพิธีสยุมพรของพระนางทมยนั ตีขน้ึ โดยเชญิ เจ้าชายและกษัตริย์ทุกเมือง มาร่วมพธิ ี โดยการทำใหน้ างพึงพอใจและเลอื กคู่เอง นางทมยันตีจึงไดเ้ ลือกพระนลเปน็ สวามี ทว่า กลี และ ทวา รบร ซ่งึ จะมางานน้แี ตท่ ราบว่านางได้เลอื กพระนลไปแล้ว ก็โกรธเคืองสัญญาว่าจะทำลายความรกั ของท้ังคู่และจะ ทำให้แตกแยกและพลัดพรากจากกันให้ได้ หากตวั เองไมไ่ ด้นางมาครอง ซึ่งเปน็ เหตุใหพ้ ระนลกับนางทมยันตีต้อง พบพานกับอุปสรรคนานัปการ รวมถึงต้องพัดพรากจากกันเป็นเวลานาน แต่ในท้ายที่สุดทั้งคู่ก็สามารถฟันฝ่า อุปสรรคจนสามารถกลับมาครองค่กู ันดว้ ยความสขุ ได้ดังเดิม ผแู้ ต่ง : \"พระนลคำหลวง\" เป็นวรรณคดไี ทยทีล่ ้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ พระนิพนธข์ ้ึนซ่งึ ไดเ้ ค้าเร่ืองมาจากมหากาพย์ “มหา ภารตะ”ของอินเดีย ส่วน \"พระนลคำฉนั ท์\" น้ันเป็นพระนพิ นธ์ของ \"กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์\"

วรรณกรรมเรือ่ ง “สาวติ รี” พระนพิ นธ์ในพระบามสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั นางสาวิตรี “...ราชะอนั พระธดิ าไท้ รปู เห็นแลว้ พอใจเป็นหนักหนา ผวิ พกั ตรผ์ อ่ งพรรณดังจันทรา ลักขณาราวพระศรอี วตาร กริ ิยามรรยาทพิลาสล้ำ ท้งั วาจาถอ้ ยคำก็อ่อนหวาน อีกทรงธรรมกำกับในสนั ดาน เห็นเป็นยอดนงคราญในโลกน้ี...” สาวิตรี เป็นบุตรของมหาราชอัชวาปตี มหารานีมัลวี ซึ่งมหาราชอัชวาปตีนัน้ ไม่มีบุตรชายเลย จึงได้ ทำพิธีภาวนาต่อพระแม่มาเตสวาตี (พระแม่กายาตรี) มาถึง 16 ปี จนพระแม่มาประทานพรให้ แต่เนื่องจากใน โชคชะตาของมหาราชน้ัน ไม่ไดม้ ีพรของบตุ รชายเลย พระแมจ่ ึงไดม้ อบบตุ รสาวทีเ่ ก่งกาจสามารถ มีสติปัญญา และรูปโฉมอันงดงามให้ เทวฤษีนารัทมุนีได้ตังชื่อให้เด็กน้อยว่าสาวิตรี สาวิตรีเป็นคนที่ฉลาดและงดงามมาก จนไม่มีชายใดกลา้ มาสขู่ อ มหาราชอชั วาปตีจงึ ได้มอบหมายให้นางออกหาสามีเอง ตอ่ มาเกดิ เหตทุ ่ที ำให้สามีของนางตาย นางได้ออ้ นวอนต่อยมราชหลายครั้งก็ไมเ่ ปน็ ผล จนกระทง่ั คร้ัง สุดท้ายนางออกอุบายขอพรอีก 1 ข้อ ยมราชจึงต่อรองกับสาวิตรี ว่าเจ้าขอพรได้ 1 ข้อ เว้นแต่ชีวิตของสามี แล้วกลับไป สาวิตรีจึงขอมีบุตรถึง 100 คน ยมราชได้ให้พรดังที่ขอ แต่สาวิตรีไม่ยอมกลับ ยมราชจึงหันมาดุ สาวติ รี นางสาวติ รีเลยได้กล่าวว่าหากท่านให้พรข้ามีลกู ถึง 100 คน แต่หากข้าปราศจากสามีแล้ว แล้วข้าจะต้ัง ทอ้ งได้อย่างไร สดุ ทา้ ยยมราชเลยยอมคืนวิญญานพระยาสตั ยวานให้ และไดค้ รองคู่อย่ดู ้วยกนั อย่างมีความสุข

“มหาเวสสันดรชาดก” มหาเวสสันดรชาดกมีทั้งหมด 13 กณั ฑ์ ซง่ึ มผี ้แู ตง่ หลายคน สำหรับกัณฑ์ ที่กล่าวถึงนี้คือ กัณฑ์มัทรี แต่งโดย เจ้าพระยาพระคลัง (หน) แต่งเป็นร่าย ยาว มีพระคาถาภาษาบาลีนำ และ พรรณนาเนื้อความโดยมีพระคาถาสลับ เปน็ ตอนๆ ไปจนจบกณั ฑ์ นางมัทรี นางมัทรี เป็นตัวละครเอกในเวสสันดรชาดกซ่ึงเปน็ เรื่องราวที่ว่าด้วยบุพจริยาของพระ พุทธองค์ในอดีตชาติเมื่อเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรบรมโพธิสัตว์ พระชาตินี้ถือว่าเป็น พระชาติยิ่งใหญ่ สำคัญ เพราะเป็นพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะประสูติเป็น เจ้าชายสิทธตั ถะและตรสั รู้เป็นพระพทุ ธเจ้า พระนางมัทรีจึงเป็นผู้ทีม่ ีส่วนให้การบำเพ็ญทาน บารมขี องพระเวสสนั ดรบรรลุดังความตง้ั ใจ มัทรีเป็นพระราชธิดาในตระกูลมาตุลราชวงศ์แห่งกรุงมัทราช เมื่อเจริญพระชันษาได้ อภิเษกกบั พระเวสสนั ดร โอรสของพระเจ้ากรุงสญชัย และพระนางผุสดผี ู้ครองนครสีพี ต่อมา พระเวสสันดรได้รับราชสมบัติต่อจากพระราชบิดา พระนางมัทรีจงึ อยูใ่ นฐานะพระราชินีแหง่ กรงุ สีพี พระนางมีพระโอรสและพระธดิ า ๒ องค์ คอื พระชาลแี ละพระกณั หา

“มหาเวสสันดรชาดก” มหาเวสสันดรชาดกมีทั้งหมด 13 กณั ฑ์ ซง่ึ มีผแู้ ต่งหลายคน สำหรบั กัณฑ์ที่กล่าวถึงน้ีคือ กัณฑ์มัทรี แต่ง โดย เจ้าพระยาพระคลัง (หน) แต่ง เป็นร่ายยาว มีพระคาถาภาษาบาลีนำ และพรรณนาเนื้อความโดยมพี ระคาถา สลับเป็นตอนๆ ไปจนจบกัณฑ์ นางอมติ ตดา “อมิตตดา” (อะ-มิด-ตะ-ดา) เป็นธิดาของตระกูลพราหมณ์ พ่อแม่รับฝาก ทรัพย์จากชูชกไว้แล้วเอาทรัพย์ไปใช้จ่ายหมด ไม่มีใช้คืนให้ชูชก จึงยกนางให้เป็น การใชห้ นี้ นางอมิตตดาปรนนิบัติชูชกเป็นอย่างดี ทำให้ผู้ชายในหมู่บ้านพากันตำหนิตี ดา่ ภรรยาของตนทป่ี รนนบิ ัติไม่ดเี หมือนนาง พวกภรรยารมุ กันดา่ วา่ นางอมติ ตดาจนออกนอกบ้านไมไ่ ด้ นางจึงขอให้ชูชก ไปขอชาลีกณั หามาเปน็ คนรับใช้

วรรณคดีไทยเรอื่ ง ตำรบั ทา้ วศรีจุฬาลกั ษณ์ นางนพมาศ นางนพมาศ เป็นธิดาของ พระศรีมโหสถ กับนางเรวดี เกิดในรัชกาลพญาเลอไท กษัตริย์ที่ 4 แห่ง ราชวงศ์พระร่วง มีรูปลักษณ์และคุณสมบัติที่งดงาม ได้รับการอบรมจากบิดามาร อีกทั้งยังมีความรู้ทาง อักษร พระพุทธศาสนา การช่างของสตรี รวมไปถึงการขับร้องเสยี งดนตรี ด้วยความทน่ี างนพมาศ มีความ เพียบพร้อมทุกด้าน ทำให้นางไดเ้ ขา้ รับราชการในสมัยพระยาลิไท หลังจากเข้ารับราชการ นางนพมาศก็ ได้ข้ึนมาเป็นสนมเอก และเปล่ยี นช่ือเป็น ทา้ วศรจี ุฬาลกั ษณ์ ภายหลังทน่ี างนพมาศไดเ้ ขา้ วังได้เพยี ง 5 วันเทา่ นนั้ กถ็ งึ พระราชพิธีจองเปรียงลอยพระประทปี นาง ได้คิดประดิษฐ์โคมเป็นรูปบัวกมทุ บาน มีนกเกาะดอกไม้สสี วยๆ ต่างๆ กัน นำไปถวายพระร่วงเจ้า เป็นท่ี โปรดปรานของพระรว่ งเจ้ามาก เป็นท่มี าของการลอยกระทงตราบจนปจั จบุ นั

วรรณคดไี ทยเรอื่ ง “อลิ ราชคำฉันท”์ ทา้ วอลิ ราช - นางอลิ า นางอิลา เป็นตัวละครจากวรรณคดีเรื่องอิลราชคำฉันท์ นางอิลาคือท้าวอิลราชที่ถูก พระอิศวรสาป โดยจะกลายร่างเป็นชายและหญิงสลับไปมาอย่างละ 1 เดือน ตอนที่กลายร่าง เปน็ นางอลิ า นางกใ็ ช้ชีวิตอยา่ งสตรี มีรกั กบั ฤษีตนหน่ึงชอ่ื พระพธุ จนกระท่งั ตัง้ ทอ้ ง แต่ก็ยงั กลาย รา่ งกลบั ไปมาอยู่อยา่ งนเี้ ร่อื ยๆ จนฤษีต้องหาวิธีใหท้ ้าวอลิ ราชกลบั ไปเปน็ ผ้ชู ายดงั เดมิ อิลราชคำฉันท์ เป็น วรรณคดีคำฉันท์ที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งดี มีความไพเราะ และ นิยมใช้เป็นแบบอย่างในการแต่งคำฉันท์มาช้านาน แม้จะมีความยาวเพียง 329 บท ตีพิมพ์เป็น หนงั สือเล่มเล็กเพียง 36 หน้ากระดาษเท่าน้ัน นบั เปน็ คำฉันท์อกี เร่อื งหน่ึงทีน่ ักศึกษาวรรณคดีเอ่ย ถึงเสมอ ผู้แต่ง : อิลราชคำฉันท์คือ มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) แต่งเมือ่ ครั้งยงั มีบรรดาศกั ด์เิ ป็นหลวงสารประเสริฐ

บทละครนอกเร่ือง แก้วหน้าม้า นางแก้วหน้ามา้ /นางมณรี ัตนา นางมณีรัตนาหรือแก้วหน้าม้า เป็นตัวละครในวรรณคดีไทย พระนิพนธ์ใน พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ พระองค์เจา้ ทินกร กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธ์ิ ประพันธ์ขึ้น ในสมัยรชั กาลที่ 2 นางแก้วหน้าม้าเป็นธิดาสามัญชนชาวเมืองมิถลิ า เหตุที่นางมีชื่อเช่นนี้เพราะ กอ่ นตง้ั ครรภ์ผเู้ ป็นมารดาได้ฝันวา่ เทวดานำแกว้ มาให้ พอใหก้ ำเนดิ บุตรสาวเลยตั้งช่ือ ว่า “แก้ว” แตเ่ นือ่ งจากใบหน้าเหมอื นม้า ชาวบา้ นเรียกวา่ นางแก้วหนา้ ม้า นางแก้วได้พบพระปิน่ ทองพระโอรสเมืองมถิ ิลาก็หลงรัก แต่พระป่ินทองเห็น วา่ นางแก้วอปั ลักษณจ์ ึงรงั เกียจ เรอื่ งดำเนนิ ต่อไปเกิดเหตกุ ารณ์มากมายท่ีแสดงให้ เห็นทักษะความสามารถของนางแก้ว ต่อมาพระปิ่นทองมีลูกกับนางแก้วชื่อว่า ปิ่นแก้ว และในตอนท้ายเรื่องนางแก้วยอมถอดรูปหน้าม้าเป็นสาวสวยงดงาม ท้ัง สองครองรกั กันอย่างมีความสุข ไม่ปรากฏผ้แู ตง่ ทีแ่ นช่ ดั

วรรณคดนี ทิ านเรอื่ ง “กนกนคร” พระนพิ นธข์ องพระเจา้ วรวงศเ์ ธอ กรมหมน่ื พิทยาลงกรณ์ “ นางเหลอื บนยั นามาแล คอื แขสอ่ งสรวงดวงจกั ษ์ุ สบเนตรนางยมิ้ พรม้ิ พกั ตร์ ย่วั รกั ยิง่ เร่งใจร้อน พศิ เนตรนวลนางกลางสนิ ธุ์ คือนิลสศี อมหศิ ร แสงศอแสงโฉมศศิธร ในเนตรบังอรรวมพร้อม เนตรนางอย่างศอมหิศร ฤๅรัชนกี รเฉิดฉนั เนตรไหนไปเ่ ปรียบเทียบทนั เนตรนางพางจันทรร์ จู ี ” นางกนกเรขา นางกนกเรขา แตเ่ ดิมเปน็ นางฟา้ ช่ือ อนศุ ยินี ซงึ่ พระอศิ วรประทานใหเ้ ปน็ คู่ครองของพญากลมติ ร (คนธรรพ)์ แต่ทงั้ สองถกู คำสาปให้มาเกิดยงั โลกมนุษย์ โดยนางอนุศยนิ ีเกดิ เปน็ ธดิ ากษัตริย์เมืองอินทิราลัย ชื่อว่า “กนกเรขา” ส่วนพญากลมิตรเกิดเป็นโอรสกษัตริย์ชื่อว่า “อมรสิงห์” จากนั้นเกิดเรื่องผจญภัย มากมายจนสดุ ทา้ ยทง้ั สองพ้นคำสาปไดก้ ลับไปเกดิ บนสวรรคแ์ ละครองคกู่ นั นางกนกเรขาถือว่าเปน็ นางทมี่ ี ดวงตาสวยงามท่ีสุดในบรรดานางในวรรณคดที งั้ หลาย มีการบรรยายวา่ ดวงตาสีนลิ อยา่ งศอพระอิศวร แต่มี แสงสดใสเหมอื นดวงจันทร์

นทิ านคำกลอนเรื่อง “จันทโครพ” นางโมรา เป็นชื่อของนางในวรรณคดี เรื่อง “จันทโครพ” ที่นอกใจสามี เป็นเหตุให้ จันทโครพตาย เรื่องมีอยู่ว่าจันทโครพได้ไป ศึกษาเล่าเรียน อยู่กับพระฤษีตนหนึ่งจนสำเรจ็ วิชา อาจารย์เลยให้ผอบทอง ซึ่งมีสาวสวยปลกุ เสกจากขนนกยูงอยู่ข้างในนั้นชื่อว่า นางโมรา โดยพระฤษีกำชับนักหนาว่า อย่าเพิ่งเปิดผอบ ระหว่างทาง แต่ความที่อยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ใน น้ัน ทำใหจ้ นั ทโครพตดั สินใจเปิดออกดู เม่ือเห็น นางโมราก็หลงรักทันที และได้นางเป็นชายาที่ กลางป่านั่นเอง นางโมรา แต่ขณะที่ทั้งคู่เดินทางกลบั เมือง ก็ไปเจอโจรป่าเขา้ เลยถูกปลน้ โดยโจรหวังจะชงิ นางโมราไปดว้ ย จึงเกิดการต่อส้กู นั ข้นึ ทา้ ยทีส่ ดุ พระขรรคห์ ลดุ ออกไป จันทโครพตะโกนใหน้ างส่งพระขรรคใ์ ห้ แตน่ างกลับ ส่งใหโ้ จรเอามาฆ่าจันทโครพตาย สว่ นโจรได้นางโมราไปแล้วก็เกดิ ไม่แน่ใจ กลวั ถกู ทรยศเหมือนจันทโครพ เลยแอบหนีนางไป ทำให้โมราต้องระหกระเหินหิวโหยอยู่ในป่า พระอินทร์จึงแปลงร่างเป็นเหยี่ยวคาบชิ้น เนื้อมาลองใจ โดยตกลงวา่ เมื่อให้ชิ้นเนื้อแลว้ นางต้องมาเปน็ ภรรยา นางโมราก็มิได้ขัดขืนแต่อยา่ งใด พระ อินทร์เหน็ เช่นนั้นกโ็ กรธว่า เปน็ หญงิ มกั มากในกามคณุ โดยไมเ่ ลอื กวา่ โจรหรอื สตั ว์ จึงสาปนางให้กลายเป็น ชะนี สง่ เสียงร้องโหยหวนเรียกหาสามขี องตน เพราะเหตุน้ีจงึ มกี ารเรียกผ้หู ญิงหลายใจวา่ “โมรา” ไม่ปรากฏผู้แตง่ ที่แนช่ ดั

วรรณกรรมพืน้ บ้านเรอื่ ง “เจา้ หญิงนกกระจาบ” นางสุวรรณเกสร นางสวุ รรณเกสร ธิดาของท้าวอสุ ภราชและพระนางกุสมุ พาแห่งเมอื งศิริราชนคร เคยเป็น แม่นกกระจาบเมื่อชาติก่อน แม่นกกระจาบโกรธพ่อนกที่ไม่ยอมกลับรัง จึงคิดว่าไปติดนางนกอื่น จนลกู ๆ ต้องตายในกองเพลิง แม่นกจึงตั้งจติ อธษิ ฐานขอให้เกิดใหม่เป็นสตรีทง่ี ดงาม จะไม่ยอมพูด กับบุรุษใด ฝ่ายพ่อนกมิได้ทำผิดก็ตั้งจิตอธิษฐานขอให้เกดิ เป็นคู่ครองกับนางทุกชาติไป จึงมาเกิด เปน็ พระสรรพสิทธ์ิ โอรสของทา้ ววิชยั ราช และพระนางอบุ ลเทวีแห่งเมืองอลิกะ พระสรรพสิทธิ์เจอ นางสุวรรณเกษรก็ขอใหน้ างยอมพูดกับตน ท้ังสองจึงต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายกว่าจะได้ครองคู่ อยู่ด้วยกัน ไม่ปรากฏผู้แต่งที่แน่ชัด

นทิ านพ้ืนบา้ นเรอื่ ง อุทัยเทวี นางอทุ ัยเทวี อุทัยเทวี เป็นธิดาของรุกขเทวดาและนางนาค นางต้องพลัดมาอยู่บนโลกมนุษย์ จึง ปกป้องตนเองดว้ ยการอาศัยอยู่ในร่างของคางคก ต่อมาตายายได้มาพบ นางจึงขอไปอาศัยอยู่ด้วย อุทัยเทวีช่วยเหลือตอบแทนตายายที่เลี้ยงดูตนเองโดยออกมาจากร่างคางคก และทำงานตา่ งๆ ใน บา้ น จนบ้านเรือนสะอาดเรยี บร้อย อุทัยเทวีเติบโตเป็นสาวสวยงาม เจ้าชายสุทราชกุมารได้พบกับนางก็หลงรัก และให้พระ ราชบดิ ามาสู่ขอ ตายายไดข้ อใหส้ ร้างสะพานทองจากพระราชวงั มาถงึ บา้ น ทำใหพ้ ระราชากรว้ิ มาก และตรัสให้ตายายสร้างปราสาทหลังใหญ่ให้เสร็จภายใน7 วัน เช่นกัน อุทัยเทวีได้เนรมิตปราสาท และเจา้ ชายได้ต้ังจิตอธษิ ฐานขอสะพานทองจากเทวดา ในทส่ี ดุ ทกุ อยา่ งก็จบลงด้วยความสขุ ไม่ปรากฏผู้แตง่ ที่แนช่ ดั

นางโสน (สะ-โหนฺ ) นิทานพ้ืนบ้านเรอ่ื ง โสนน้อยเรอื นงาม นางโสน เปน็ สาวจากนิทานพื้นบ้านท่ีเล่าสืบตอ่ กันมาเรอื่ ง “โสนน้อยเรือนงาม” นางเป็น พระธดิ าของกษตั รยิ ์เมืองโรมวิสัย นางมีลักษณะเลอโฉมงดงามมาก เม่อื แรกประสตู ิมเี รือนไม้เลก็ ๆ ติด มือมาดว้ ย จงึ เรียกกนั ว่า “โสนน้อยเรือนงาม” เนอื้ เร่ืองมเี หตกุ ารณ์ผจญภัยเกดิ ขนึ้ มากมาย และ สุดทา้ ยนางได้อภิเษกกับพระวิจติ รจินดา พระโอรสจากนครนพรัตน์ ไมป่ รากฏผแู้ ต่งทีแ่ น่ชดั

บทละครเร่อื ง “พระรถเมรี” นางเมรี นางเมรี เปน็ ธิดาของนางยักษ์สนธมาร เมื่อนางยักษ์สน ธมารได้ออกอุบายให้พระรถเสน ซึ่งเป็นลูกของนางสิบสอง กับ พระรถสิทธ์ราช ผู้ครองเมืองกุตารนคร ไปตามหา “มะม่วงหาว มะนาวโห่” มีอยู่ที่เมืองคชปุรนคร เพื่อรักษาอาการป่วยของนาง โดยนางสนธมารได้เขียนสารให้พระรถเสนนำไปยื่นที่เมืองคชปรุ นครด้วย จากนั้นเมื่อพระรถเสนได้ขี่ม้าไปจนถึงอาศรมพระฤาษี ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจึงหลับลงที่นั่น เมื่อพระฤาษีได้ทราบถึง อุบายของนางยักษ์สนธมารทเ่ี ขียนสารใหน้ างเมรกี นิ พระรถเสนผู้ ถือสารทันทีที่ไปถึงเมืองดังกล่าว พระฤาษีจึงทำการแปลงสารวา่ ใหน้ างเมรรี บั พระรถเสนเป็นสวามี ดังนนั้ ถงึ พระรถเสนเมอื งคชปุร นคร นางเมรีจึงได้จัดการอภเิ ษกพระรถเสนกุมารให้เป็นพระเจา้ แผ่นดิน และอภิเษกสมรสนางเป็นมเหสี ครอบครองราชสมบัติ ในคชปุรนคร ต่อมาพระรถเสนเกดิ คดิ ถึงมารดาอยากกลบั พระนคร จงึ ไดอ้ อกอบุ ายโดยทรงแสรง้ ทำเป็นว่าเสวยสุรากับ นางเมรี จนนางเมรีมอี าการเมามาย ขณะที่พระรถเสนทอดพระเนตรดสู ง่ิ ของต่าง ๆ ในปราสาทน้นั ทรงพบห่อของ หอ่ หนึ่งจึงสอบถามนางเมรที ี่ไมไ่ ด้สติ จนทราบว่าเป็นห่อลูกตาของนางสิบสอง และยังได้ทราบสรรพคณุ ของห่อยา วิเศษต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นเปน็ ยาทพิ ย์ที่สามารถรกั ษาตาของนางสบิ สองได้ พอนางเมรีหลับพระรถเสนจึงนำห่อ ลูกตาและหอ่ ยาเหลา่ นัน้ รีบขน้ึ มา้ หนีออกไปในเวลากลางคืน เมื่อนางเมรีไม่เห็นพระรถเสนก็ตกใจเที่ยวค้นหาจนทั่วปราสาท เมื่อรู้ว่าพระรถเสนหนีไป นางจึงออก ติดตามพระรถเสนทันที แต่พระรถเสนได้บอกลานางโดยกล่าวว่า แม้ตนจะรักนางเพียงใด แต่ตนต้องกตัญญูต่อ มารดา จงึ จำตอ้ งลากจากนางไป เมื่อนางเมรีเห็นพระรถเสนท้ิงนางไปเชน่ นนั้ นางเมรีก็ทรงกนั แสงเสียพระทัยจน สิ้นชีพในที่สุด ก่อนตายนางอธิษฐานว่า “ถ้าชาตินี้น้องตามพี่ไม่ได้ งั้นชาติหน้าขอให้พี่ตามน้องแทน” จึงเป็น ภาคตอ่ มาของเร่ือง “พระสุธนมโนราห”์ ผแู้ ต่ง : ไมป่ รากฏผูแ้ ต่งที่แนช่ ัด

นิทานพนื้ บ้านเรอ่ื ง นางมโนราห์ นางมโนราห์ เป็นนางกินรีจากเรื่อง พระสุธน - มโนราห์ มาจากป่าหิม พานต์และถูกจับได้เมื่อลงมาเล่นน้ำในสระ จนต้องกลายเป็นพระมเหสีของพระสุ ธนผู้เปน็ มนุษย์ และถกู กลนั่ แกลง้ ใหถ้ กู เผาท้ังเปน็ แตน่ างใช้อบุ ายหลอกขอปีกหาง ที่ถูกยึดไว้และบินหนีรอดมาได้ ภายหลังพระสุธนออกติดตามไปยังป่าหิมพานต์ และได้พบกันในที่สุด ไมป่ รากฏผูแ้ ต่งท่แี น่ชัด

บทละครนอกเรือ่ ง “ไชยเชษฐ”์ ไชยเชษฐ์ เป็น นิทานพื้นบ้าน สมัย กรงุ ศรอี ยุธยา เป็นราชธานี มีผู้นำ นิทานเรื่องนี้มาเล่นเป็นละครเพราะ เป็นเรื่องสนุก ต่อมา พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงนำนทิ าน เรื่องไชยเชษฐ์มาพระราช นิพนธเ์ ป็นบทละครนอก นางสวุ ญิ ชา - จำปาทอง นางสุวิญชา แต่เดิมเป็นธิดาของ \"ท้าวอภัยนุราช\" เจ้าเมืองเวสาลี พระนามว่า \"นาง จำปาทอง\" เพราะเมื่อนางร้องไห้จะมดี อกจำปาทองร่วงลงมา ต่อมานางถูกขบั ไลอ่ อกจากเมือง จึงมาอยกู่ บั พระฤษี ซึ่งต่อมานางกลายเป็นธิดาบุญธรรมของ ท้าวสิงหลซึ่งเปน็ ยักษค์ รองเมืองสิงหล ไม่มี พระโอรสและพระธิดา คืนหนึ่งท้าวสิงหลบรรเทาหลับและทรงพระสุบินว่า มียักษ์ตนหนึ่งมา จากป่านำดอกจำปามาถวาย ดอกจำปามสี ีเหลอื งเหมอื นทองคำงามย่ิงนกั ท้าวสิงหลจึงทรงให้ โหรทำนายพระสุบิน โหรทำนายว่าท้าวสิงหลจะไดพ้ ระธิดา วันนั้นนนทยักษ์เข้าเฝ้าท้าวสิงหล และทูลว่าพบหญิงสาวอาศัยอยู่กับพระฤาษีที่ในป่า ท้าวสิงหลจึงเสด็จไปหาพระฤาษี และขอ นางจำปาทองมาเป็นธิดา ประทานนามว่า \"นางสุวิญชา\" นางสุวิญชามีคู่ครองคือ พระไชย เชษฐ์ และบุตรชายคือ พระนารายณ์ธเิ บศร์

บทละครนอกเร่อื ง “พิกลุ ทอง” นางพกิ ลุ ทอง เรื่องนางพิกุลทอง นี้เป็น ละครนอก หนง่ึ ใน 14 เรอ่ื ง ทีน่ ิยม นำมาเล่นกันมากเรื่องหนึ่งตั้งแต่ ครั้ง สมัยอยุธยา ปัจจุบันยังพบว่า มีต้นฉบับหนังสือตัวเขียนที่เหลือ รอดจากการถูกพม่าทำลายคราว เสียกรุง เก็บรักษาไว้อยู่ที่ หอสมุด แหง่ ชาติ \"นางพิกุลทอง\" เป็นธิดาของ \"ท้าวสัณนุราช\" กับพระมเหสี คือ \"นางพิกุล จันทรา\" ผู้ครองเมอื งสรรพบุรี (ในสมดุ ไทยเขยี นว่าเมือง สันทบรุ ี) เมอื่ ย่างเขา้ วัยรุ่นสาว ความงามของนางเป็นที่เลื่องลือว่ายากที่จะหาผู้หญิงคนใดเสมอเหมือนได้ ซึ่งนอกจาก เวลาพดู กับใครจะมีดอกพิกลุ ทองรว่ งจากปาก แลว้ ยังมีเส้นผมทหี่ อมอกี ดว้ ย ผู้แตง่ : แต่เดมิ เปน็ นิทานพนื้ บา้ นเลา่ ตอ่ กันมา จงึ ไม่ปรากฎผแู้ ต่งท่ีแนช่ ดั

บทละครนอกเร่อื ง “สุวรรณหงส์” กรมหลวงภวู เนตรนรนิ ทรฤ์ ทธ์ิ นางเกศสรุ ยิ ง/พราหมณ์เกศสรุ ยิ ง นางเกศสุริยง เป็นพระธิดาผู้เลอโฉม ของพญายักษ์ ชอ่ื ว่าสุวรรณวกิ แห่งเมืองมัตตัง โดย นางพบรักกับพระโอรสสุวรรณหงส์ แห่ง นครไอยรัตน์ ทัง้ สองแอบรกั กันอยา่ งลับๆ โดย พระโอรสไต่สายว่าวขึ้นมาหานางเกศสุริยงอยู่ บ่อยๆ จนวันหนึง่ พี่เลี้ยงของนางเกศสุรยิ งวาง กับดักทำให้พระโอรสสุวรรณหงส์ถูกคมหอก เสียชีวิต จากนั้นเกิดเรื่องราววุ่นวายขึ้น มากมาย ในช่วงท้ายเรื่องพระอินทร์ได้แปลง ร่างนางเกศสุริยงเป็นพราหมณ์เพื่อให้สะดวก แกก่ ารเดินทางตามหาคนรักและชุบชีวิตให้ จึง นิยมเรียกกนั วา่ พราหมณเ์ กศสรุ ยิ ง สำหรับเรื่อง “สุวรรณหงส์” นี้ตอนที่นิยมเล่นละครชาตรีกันมากมี 3 ตอน คือ ตอน พราหมณ์เล็กพราหมณ์โต ชมถ้ำเพชรพลอย และตอนกุมภณฑ์ถวายม้า ผู้แสดงซึ่งเป็นตัวละคร สำคัญก็มีอยู่ 3 คน เช่นกัน คือ ตอนพราหมณ์เล็กพราหมณ์โต มีพราหมณ์เล็ก (คือพราหมณ์เกศ สรุ ิยง) พราหมณโ์ ต (คอื พราหมณ์กมุ ภัณฑ์) และพระสุวรรณหงส์ ส่วนตอนกุมภัณฑ์ถวายม้าก็มี ผแู้ สดงสำคญั 3 คน คือ กุมภณั ฑ์ยักษ์ เกศสรุ ิยงยักษ์ และพระสวุ รรณหงส์ และตอนสวุ รรณหงส์ ตอ้ งหอก นอกจากนี้ยังมีตน้ ฉบับวรรณกรรมท่ีแพร่หลายไปยังภาคใตเ้ ชน่ สวุ รรณหงส์ คำกาพย์ ฉบับ หลวงพุทธราชศกั ดา จงั หวัดพัทลงุ เปน็ ตน้ ซ่ึงสณั นษิ ฐานวา่ คงจะได้รับอิทธิพลจากการเล่นละคร ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน ก็ปรากฏเป็นวรรณกรรมใบลาน และ ภาพจติ รกรรมฝาผนังตามวัดต่าง ๆ เช่น วหิ ารลายคำวัดพระสิงห์ จ.เชยี งใหม่ เป็นต้น

นิทานคำกลอนเรือ่ ง “โคบุตร” ผลงานประพนั ธข์ องสุนทรภู่ “...พระโคบตุ รสรุ ยิ วงศผ์ ูท้ รงเดช ชำเลอื งเนตรเพ่งพิศขนษิ ฐา พึ่งแรกรุ่นรปู งามอรา่ มตา กริ ยิ างามงอนชะออ้ นองค์...” นางมณีสาคร นางมณีสาคร เป็นธิดาของท้าวพรหมทัตและนางปทุมทัศแห่งเมืองพาราณสี มนี อ้ งชายคนหนง่ึ ชื่อ “พระอรณุ ” ฝ่ายพระเอกของเรอ่ื งคือโคบุตรนั้นเคยช่วยกอบกู้ เมืองพาราณสไี ว้ เจ้าเมอื งจึงเลีย้ งโคบตุ รเหมือนลูก เมอื่ โคบตุ รจากเมืองไปผจญภัย ต่อก็ได้นางอำพนั มาลาเป็นชายา ต่อมาโคบุตรกลบั มาท่ีเมืองพาราณสอี ีกครั้งแล้วพบมณสี าครท่โี ตเป็นสาวสวย โคบุตรรักนางมณีสาครมาก และใช้เวลาอยู่แต่กับมณีสาครจนอำพันมาลาริษยา ทำ ให้เกิดเหตุวุ่นวายตามมา แต่ในท้ายที่สุดมณีสาครและโคบุตรก็ได้ครองรักกัน มี โอรสหนงุ่ คนชอื่ ว่า “มณีสรุ ิยนั ”

นทิ านคำกลอนเรือ่ ง “โคบตุ ร” ผลงานประพันธข์ องสุนทรภู่ “...เจา้ งามคมขาวขำลำ้ วไิ ล โอษฐส์ ะอาดตะลาชาดบรรจงจิ้ม เหมือนจะยมิ้ แยม้ รบั ทั้งหลบั ไหล ศอระหงดังบุหรงสำหรับไพร พระขนงโก่งสุดนยั นานาง น้ิวพระหัตถ์ทดั เทียมลออออ่ น ลำพระกรกลมละอองทงั้ สองขา้ ง เล็บแฉล้มแชม่ ช้อยดังจัดวาง ทั้งสองปรางเปลง่ นวลชวนให้เชย...” นางอำพันมาลา นางอำพันมาลา เป็นธิดาของท้าวหลวิราชเจ้าเมืองกาหลง นางมีความ งดงามมากทำใหพ้ ระบดิ ารกั และหวงไม่ยอมยกให้ชายใด ต่อมาอำพันมาลาพบรัก กับโคบตุ รจากการชกั นำของนกขนุ ทองแปลง อำพันมาลารกั และไดเ้ สียกับโคบุตร เมอื่ ท้าวหลวิราชรู้เขา้ ก็ไม่พอใจทำใหท้ ัง้ สองตอ้ งหนีออกจากเมอื งไปทีเ่ มอื งพาราณ สี ณ ทนี่ น้ั โคบตุ รกไ็ ดพ้ บรักกับนางมณสี าคร ทำให้มเี รอ่ื งวุ่นวายตามมา อยา่ งไรก็ ตาม นางอำพนั มาลาได้ให้กำเนิดโอรสกบั โคบุตร 1 คนนามวา่ “อำพันสรุ ิยา”

นิทานพ้ืนบา้ นเร่ือง “หลวิชยั - คาว”ี ผู้แต่ง : นิทานพื้นบ้านเรื่อง หลวิชัย - คาวีเล่าสืบต่อกันมานาน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัยได้ทรงพระนิพนธ์บางตอน เรื่องคาวี เป็นบทละครนอกเพ่อื ให้ ผหู้ ญงิ ของหลวงเล่นเป็นละครนอก นางจนั ทส์ ดุ า นางจันทร์สุดา เป็นพระธิดาของเจ้าเมืองจันทรนครและพระมเหสี ลักษณะพิเศษที่มีมาแต่ กำเนิดคือเส้นผมมีกลิ่นหอมดั่งบุปผา นางใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองจันทรนครกับบิดามารดาอย่างมีความสุข ตราบจนวันหนึ่ง นกยักษ์สองตัวผัวเมียได้เข้ามากินมนุษย์ที่เมืองจันทรนคร คุกคามความเป็นอยู่ของ ชาวเมอื ง ก่อนทเี่ จ้าเมืองและมเหสีจะถูกนกยกั ษ์กินไดพ้ าธดิ าไปซ่อนไวใ้ นกลองใบใหญ่ เพ่อื ปอ้ งกันภัยให้ นาง ต่อมา คาวี (โคทถ่ี กู ฤาษีชุบให้กลายเป็นมนุษย์ นอ้ งชายของหลวิชัย) ท่ีออกผจญภัยในโลกกว้าง ผ่านมาพบเมืองร้าง และบังเอิญได้พบนางจันทร์สุดาที่ซ่อนอยู่ในกลองจึงช่วยปราบนกยักษ์ทั้งสองจน สำเรจ็ รวมถึงชว่ ยชุบชีวติ เจ้าเมอื งจนั ทรนคร พระมเหสี ทหาร และชาวเมือง เจา้ เมอื งจันทรนครชื่นชม ในความสามารถและซาบซึ้งในบุญคุณของคาวี จึงยกเมืองจันทรนครให้คาวีปกครอง รวมถึงยกธิดาแสน งามอย่างจันทร์สุดาให้เป็นมเหสีของคาวี แต่ต่อมาความหอมของเส้นผมนางก็พาเหตุเดือดร้อนมาสู่ ตนเองและคนรกั ท้ังสองตอ้ งไปตอ่ สู้ผจญภัยกับท้าวสนั นุราชเจ้าเมืองพทั ธพิสยั แตส่ ดุ ท้ายเรื่องก็จบลง ด้วยดี

นทิ านคำกลอนเรอ่ื ง “สงิ หไกรภพ” ผลงานประพันธข์ องสุนทรภู่ นางสร้อยสดุ า “...พลางเขม้นเหน็ สรอ้ ยสุดาสมร ลอออ่อนเอวองคท์ รงสณั ฐาน พึง่ แรกรุ่นรปู โฉมประโลมลาญ เยาวมาลยน์ ั่งเลือกมาลากรอง ดั่งดวงจันทร์วนั เพ็งเปลง่ จำรัส เป็นนวลผัดผิวฉวีไมม่ หี มอง พระเต้าต้ังดังดอกประทมุ ทอง ดขู าวผอ่ งครดั เคร่งเต่งอรุ า เนตรขนงวงพกั ตร์ประไพพรมิ้ เป็นลกั ย้มิ นา่ รกั น้ันหนักหนา จะแลไหนกว็ ไิ ลละลานตา เสน่หารญั จวนปั่นป่วนใจ...” นางสรอ้ ยสุดา เปน็ นางท่ีเกิดในดอกไม้ เจ้าเมอื งมารันชอื่ ท้าวจตพุ ักตร์ และมีมเหสี ชื่อมณฑาวดีนำมาเลี้ยงเป็นพระธิดา ต่อมานางพบรักกับสิงหไกรภพซึ่งปลอมเป็นตัวเป็น นกแกว้ นางสร้อยสุดาจับได้นำมาเล้ียงไวใ้ นตำหนัก เวลากลางคืนนกแกว้ กลายรา่ งเป็นคน และได้นางสร้อยสุดาเป็นชายา ทง้ั คลู่ กั ลอบได้เสยี กนั จนกระท่ังนางสรอ้ ยสุดาต้ังครรภ์ จึง ชักชวนกนั หนี ฝา่ ยท้าวจัตุพกั ตร์ตามมาทนั ชงิ ตัวนางสร้อยสุดากลบั ไปได้ นางสร้อยสุดาให้กำเนิด พระโอรส ฝา่ ยสิงหไกรภพหลังทราบภูมิหลังของตนเองจากเทพจินดากใ็ หท้ ้าวอินณุมาศมา ส่ขู อนางให้ แต่ท้าวจตั พุ ักตรไ์ ม่ยินยอม ยกทพั มาตีเมอื งโกญจา จงึ ถูกสิงหไกรภพฆา่ ตาย

วรรณกรรมท้องถิ่นเรอ่ื ง “ผาแดง - นางไอ่” นางไอ่คำ นางไอ่คำ จากเรื่องท้าวผาแดงกับนางไอ่ เป็น ตำนานทผ่ี กู พันกบั ทะเลสาบหนองหาร จ. สกลนคร ตาม ตำนานเล่าว่าเดิมบริเวณที่หนองหารนั้น เคยเป็นเมือง ใหญช่ ือ่ ว่า เอกชะทตี า มีพระยาขอมองคห์ นึง่ ปกครองอยู่ พร้อมมเหสีนามว่านางจันทร์เทียม ซึ่งพระยาขอมมีธิดา ซึ่งมีรูปโฉมงดงามชื่อ นางไอ่คำ หรือบางทีก็เรียกว่า นางไอ่ เมอื่ นางไอ่มีอายุได้ 15 ปี ความงามของนางเป็นท่ี เลอื่ งลือมาก จน ท้าวผาแดง กษัตริยแ์ ห่งเมอื งผาโพงต้อง เสด็จมายังเมืองเอกชะทีตาเพื่อชมความงามของนาง จากนั้นทั้งสองได้ผูกพันกันทั้งกายและใจ แต่ท้าวผาแดง ต้องลานางไอเ่ พื่อกลับไปยังเมอื งผาโพง โดยสัญญาวา่ จะ รีบกลับมาสู่ขอตามประเพณโี ดยเรว็ ทวา่ ฝ่ายพระยาขอมทีไ่ มท่ ราบเร่ืองดังกลา่ ว เมอื่ เห็นว่าธิดาเจริญวัยควรมีคู่ครองได้แล้ว จงึ ได้ประกาศ ว่า หากผใู้ ดปรารถนาไดน้ างไอ่ไปเป็นคู่ ใหท้ ำบอ้ งไฟมาประกวดกนั ใครสามารถจดุ บ้องไฟให้ขน้ึ ไปสงู ทีส่ ุดผู้นั้น จะไดเ้ ปน็ สวามขี องนางไอ่ แตท่ า้ วผาแดงกลับพ่ายแพ้ในการแขง่ ครั้งนั้น ขณะเดียวกัน บุตรชายของพญานาค ชื่อ สุวรรณภังคี ที่ได้ยินคำร่ำลือถึงความงามของนางไอ่ ก็ได้ แปลงรา่ งเป็นกระรอกเผอื กทมี่ ีแหวนศักดสิ์ ทิ ธิ์หอ้ ยไวท้ ่ีคอ เพื่อมาชมความงามของนาง ทวา่ สวุ รรณภังคีได้ถูก ทหารยงิ ตาย เพราะนางไอ่ต้องการแหวนศกั ดิ์สิทธ์วิ งดังกลา่ ว เมอ่ื ขา่ วการตายของสุวรรณภังคีรู้ถึงพญานาคผู้เป็นบิดา พญานาคจงึ พาบริวารมาถล่มเมอื งเอกชะทีตา จนกลายเป็นทะเลสาบกว้างใหญ่ คือ ทะเลสาบหนองหาร ส่วนท้าวผาแดงทพี่ านางไอ่ขน้ึ หลังม้าหนกี ารทำล้าย ล้างเมืองของพญานาค เกิดพบกบั แผ่นดินถลม่ ระหว่างทาง จนทำให้นางไอ่พลัดตกลงจากหลังมา้ เสียชีวิต ทำ ให้ท้าวผาแดงตอ้ งเดนิ ทางกลับเมอื งผาโพงตามลำพงั ผู้แต่ง : ไมป่ รากฏผแู้ ตง่ ท่ีแน่ชดั

ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนวนิยายอิง ประวัติศาสตร์ งานประพันธ์ของ ยา ขอบ กล่าวถงึ เรอื่ งราวของนกั รบผ้หู นง่ึ ที่ได้ชื่อว่าเป็น \"ผู้ชนะสิบทิศ\" นั่นคือ พระเจ้าบุเรงนองแห่งกรุงหงสาวดี นว นิยายได้รับความนิยมมากและ ด ั ด แ ป ล ง เ ป ็ น ล ะ ค ร เ ว ที ล ะ ค ร โทรทัศน์ และ ภาพยนตร์ หลายคร้ัง ตะละแม่จนั ทรา ตลอดจน ละครวิทยุ รวมถึงมีการ ประพันธ์เพลง ผู้ชนะสิบทิศ ซึ่งเป็นท่ี ร้จู ักอยา่ งแพรห่ ลายด้วย นางจันทรา จากเรื่องผู้ชนะสิบทิศตละแม่จันทรา ใครก็มองว่าเป็น\"ยอดหญิง\" ท่ี เกิดมาเพื่ออยู่คู่บัลลังก์ของบุเรงนอง..เจ้าของสมญานาม\"ผู้ชนะสิบทิศ\"แม้จะเป็น \"ยอด หญงิ \" แต่เม่ือพจิ ารณาจากเนอ้ื เร่อื งในหนังสอื ก็จะพบว่าตละแมจ่ นั ทรา-หญิสาวมากน้ำใจ ผู้นี้ เปน็ สตรนี ่าสงสารมากท่สี ุดอีกคนใน\"ผู้ชนะสบิ ทิศ\" โดยจะตอ้ งอยู่ในสภาพ\"หน้าช่ืนอก ตรม\"เพราะความมากรักของพระสวามี เหมือนที่เจ้าตัวเคยบอก \"จะเด็ด\" ว่าตัวของนางอนาถนกั ท่จี ำต้อง\"แบง่ ผวั \"ให้หญิงสาวอ่นื

กลอนบทละครเร่อื ง “เวนสิ วาณชิ ” นางปอรเ์ ชีย (Portia) “...ความเอยความรกั เริม่ สมคั รชั้นต้น ณ หนไหน เริ่มเพาะเหมาะกลางหว่างหัวใจ หรอื เร่ิมในสมองตรองจงดี แรกจะเกดิ เปน็ ไฉนใครรู้บ้าง อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรท่ี ใครถนอมกลอ่ มเกลี้ยงเลี้ยงรตี ผูใ้ ดมคี ำตอบขอบใจเอย...” ปอร์เชยี เป็นสาวสวยผมู้ ั่งคัง่ จากการรับมรดกมากมายเน่อื งจากบิดาเธอเสียชีวิต กอ่ นตายบดิ าเธอไดม้ ีเงื่อนไขว่า \"นางปอร์เชยี ตอ้ งทำพิธเี สี่ยงทายด้วยหีบ3ใบเพ่ือเลือกคู่ ชายใดเลือกหีบที่มีรูปนางปอร์เชียก็จะได้แต่งงานกับนาง แต่ถ้าเลือกผิดชาย คนนั้นก็ ต้องห้ามแตง่ งานลอดชีวิต\" บสั สานโิ ยซึ่งชอบอยกู่ บั นางปอร์เชียจึงคิดจะไปร่วมงานคร้ัง นีด้ ้วย และแลว้ เรอ่ื งราววุ่นวายตา่ งๆ กเ็ กิดขึน้ แตเ่ ร่ืองนีเ้ ปน็ อีกเรอ่ื งทม่ี จี ดุ จบท่สี มหวังมี ความสขุ วรรณกรรมแปลเรื่องน้ีเป็นบทละครของวิลเลียม เชกสเปียร์ ซึ่งเชื่อว่าแต่งขึ้นใน ราวปี ค.ศ. 1596-1598 แปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยูห่ วั ทรงพระราชนพิ นธ์แปลเป็นกลอนบทละครในปี พ.ศ. 2459 มีกลอนบทละคร ทเี่ ปน็ ท่ตี ราตรงึ มากมายจนกระทง่ั ปัจจบุ นั

วรรณคดเี ร่ือง สามก๊ก นางเตยี วเสย้ี น เตยี วเสย้ี น ถือเป็นหญิงงามอนั ดบั ท่ีสามจากหญิงงามทั้งสี่ คนในบันทึกแดนมังกร ที่คนทั่วไปต่างก็รู้จักเธอผ่าน (ฉายาจันทรห์ ลบโฉมสุดา) วรรณกรรมจนี อิงประวัตศิ าสตร์ เรอื่ ง สามก๊ก แตค่ วามเป็นจริง นนั้ เตยี วเส้ียนเป็นบคุ คลที่ไมไ่ ด้มตี ัวตนจริงในประวัตศิ าสตร์ เธอเป็นเพียงสตรีที่ถูกสร้างขึ้นจาก ปลายปากกาของ หลอก้วนจง นักเขียนอัจฉริยะ ผู้แต่งนิยายสามก๊ก \"ซานกั๋วเห ยี่ยนอี้\" เท่านั้น เธอเป็นหญิงงามที่มีประวัติส่วนตัวน้อยที่สุด หากเทยี บกบั หญิงงามคนอืน่ ในประวัตศิ าสตร์ ในสามก๊กบรรยายว่า เตียวเสี้ยน เป็นเชื้อพระวงศ์ฮ่ัน ปลายแถว เมื่อตอนเด็กมีฐานะยากจนต้องช่วยแม่ทอเสื่อขาย เลี้ยงชีพ จนได้มาเป็นนางรำในจวนอ้องอุ้น ขุนนางผู้ใหญ่ใน พระเจ้าเยี่ยนเต้ (ปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก) เนื่องด้วยมีรูป โฉมท่งี ดงามเป็นอยา่ งยิง่ มคี วามสามารถในการฟ้อนรำเป็นเลิศ และมสี ติปัญญาฉลาดเฉลียว ออ้ งอ้นุ จึงเมตตารกั เหมอื นลกู และ รบั เป็น บุตรบุญธรรม อ๋องอุ้น เห็นว่าทรราชตั๋งโต๊ะกำเริบเสิบสานคิดล้ม >> สามก๊กเป็นวรรณคดีที่ได้รับยกย่อง ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก แล้วยกตัวขึ้นเป็นฮ่องเต้ อ้องอุ้นคิดจะ จากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นเลศิ ด้านความ กำจัดตั๋งโต๊ะ ขุนนางกังฉินกินบ้านเมือง จึงได้วางแผนการอัน เรียงนิทาน ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง แยบยล เรยี กวา่ กลยทุ ธ์สาวงาม ยกเตียวเส้ียนให้แก่ลิโป้ ก่อน (หน) เป็นแม่กองแปล ตั้งแต่ พ.ศ. 2345 อยา่ งลับๆ แลว้ จงึ คอ่ ยยกใหแ้ ก่ ตง๋ั โตะ๊ อีก และเป็นร้อยแก้วของไทยที่ได้รับการ ตีพิมพ์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2417 คราครั้งนั้น นางเตียวเสี้ยนผู้กตัญญู ได้ยอมสละตัวเอง เพื่อทำให้ตั๋งโต๊ะแตกคอบาดหมางกับลิโป้ จนสุดท้ายลิโป้ และตัง๋ โต๊ะต้องทะเลาะกนั เพราะสาวงาม “เตียวเสยี้ น”

วรรณคดเี รื่อง สามก๊ก เอียนสี เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิง ประวตั ิศาสตรเ์ ร่ืองสามกก๊ ทีม่ ีตวั ตนจรงิ ในประวตั ศิ าสตร์ยุค สามก๊ก ฮองเฮาแห่งวุยก๊ก มีชีวิตอยู่ระหว่าง พ.ศ. 726 – พ.ศ. 764 เป็นหญิงสาวสามัญชนธรรมดาที่ฐานะไม่ ร่ำรวยมากนัก ลักษณะนิสัยตามคำบรรยายในสามกก๊ ฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นคนนิสยั อ่อนโยน ค่อนข้างไว้ ตัว เรียบร้อย มีอารมณ์ศิลปนิ สามารถแต่งโคลงกลอนตา่ ง ๆ ได้ตั้งแต่เดก็ มกั จะทำทานใหค้ นยากไร้เสมอ แต่งงานครง้ั แรกกับอ้วนฮีลกู ชายคนรองของอว้ นเสยี้ วเมอื่ อายไุ ด้ 16 ปี ต่อมาโจโฉทำศึกสงครามชนะอ้วนเสี้ยว จึงยึดเมืองและสงั่ ห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปยังตำหนักของอ้วนเสี้ยวโดยเด็ดขาด เนอื่ งจากโจโฉแอบหลงรักเอียนสที ี่หลบซ่อนอย่ใู นตำหนกั โจผซี งึ่ ติดตามโจโฉในการทำศึกกบั อ้วนเสี้ยว ไดฝ้ ่าฝืนคำสง่ั ของโจโฉดว้ ยการแอบเข้าไปยงั ตำหนกั อ้วนเสี้ยว รงุ่ เช้าโจโฉพบโจผีอยู่กับเอียนสีและเอย่ ปากขอเอียนสีเปน็ ภรรยา สรา้ งความโกรธใหแ้ ก่โจโฉเปน็ อย่างย่ิงจึงลงโทษ ฐานที่ขัดคำสั่งและกลายเปน็ สาเหตุสำคัญที่ทำให้โจโฉรกั โจสิดมากกว่าโจผี หลังจากเอียนสีเป็นภรรยาของโจผี โจ สดิ เร่มิ หลงรักและคิดแยง่ ชิงเอียนสีจากโจผี เพราะคดิ ว่าโจผแี ย่งชิงมาจากโจโฉเชน่ กัน หลงั จากโจโฉเสียชีวิตและโจ ผีขนึ้ ครองราชยแ์ ทน เอยี นสีจงึ เปน็ ฮองเฮาแหง่ ราชวงศว์ ุย มบี ุตรดว้ ยกนั หนึ่งคนคอื โจยอย ตามบนั ทกึ จดหมายเหตุ ระบุว่าเอียนสีเสียชีวิตเพราะป่วย แต่ในเกร็ดพงศาวดารระบุว่าเอียนสีถูกสำเร็จโทษด้วยยาพิษ เพราะถูกจับไดว้ ่า แอบลอบคบกับโจสิด แต่มีประวัติศาสตร์บางส่วนที่ระบุว่า เอียนสีเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย และมีการทำลาย ร่างกายเธอหลังเธอเสียชวี ิต แตก่ ็เป็นทสี่ รปุ แล้ววา่ เธอเสียชวี ติ ในวันนจ้ี ริง แตย่ ังเป็นปรศิ นาเกี่ยวกบั การตายของเธอ >> สามกก๊ เปน็ วรรณคดีที่ไดร้ บั ยกย่องจากวรรณคดสี โมสรว่าเป็นเลิศด้านความเรยี งนิทาน ฉบับเจ้าพระยาพระคลงั (หน) เป็นแม่ กองแปล

“มหากาพยม์ หาภารตะ” นางจิตรางคะทา นางจิตรางคทา ในวรรณกรรมเรื่อง มหาภารตะ เป็นเจ้าหญิงนักรบแห่งเมือง มณีปุระ เธอ เปน็ ทายาทคนเดียวของกษัตรยิ ์จิตราวรรณา นางเปน็ สนมอีกคนของ อรชนุ นางมลี กู กบั อรชนุ 1 คน มณีปรุ ะเป็นอาณาจักรในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือของอนิ เดียในสมยั มหาภารตะ ถูกปกครอง โดยกษัตริย์ชื่อจิตราวรรณา มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อจิตรลดาซึ่งเขาตั้งชื่อตามดอกมาดลู ิกา หลายชั่วอายุ คน ในราชวงศน์ ีไ้ มม่ กี ษัตรยิ ์องค์ใดท่ีจะมีรชั ทายาทมากกวา่ หนง่ึ คน เนื่องจากจติ ราวรรณาไม่มีทายาท อื่นใดเขาจึงฝึกนางจิตรางคทาในการศึกและการปกครอง นางจิตรางคทาจึงมีความเชี่ยวชาญในการ รบและไดร้ บั ทกั ษะในการปกป้องผู้คนในดินแดนของเธอ ผู้แตง่ : ไมป่ รากฏแนช่ ดั

“มหากาพยม์ หาภารตะ” “พระนนาางงเเททรราาปปตตี”ี เป็นบุตรของท้าวทรุปทั และเป็นน้องสาวของธฤษฏัทยุมนะ มีต้นกำเนดิ มาจากกองไฟยัญญะ นางเป็นผู้มีรูปโฉมงดงามมาก วันหนึ่งท้าวทรุปัทได้จัดพิธีเลือกคู่ครองให้นาง โดยใหเ้ หลา่ เจ้าชายจากเมืองตา่ งๆ แขง่ กันยงิ ธนูโดยมองเป้าผา่ นเงาในน้ำ ซึ่ง อรชนุ ผเู้ ก่งกาจดา้ นการ ยิงธนูก็ได้เข้าร่วมพิธีนี้ และเป็นผูช้ นะการเลือกคู่ ได้นางเทราปตีไปเป็นภรรยา แต่เมื่อพานางกลบั ไป บ้าน นางกุนตี ผู้เป็นมารดาได้กล่าวกับลูกอยา่ งไม่ทันได้หันมามองว่า “มีอะไรกลับมากแ็ บ่งๆ กันนะ ลูก” ด้วยความที่เคารพในคำสั่งของมารดาดั่งเทวโองการ จึงตัดสินใจให้นางเทราปตีเป็นมเหสีของ พวกเขาทงั้ 5 คน โดยมีกฎว่านางตอ้ งปรนนบิ ตั ิรบั ใชส้ ามที ั้ง 5 คนอยา่ งเทา่ เทยี มกนั โดยแบ่งเวลาการ ดูแลเปน็ 1 คนต่อ 1 ปี ซง่ึ นางกร็ ักและซื่อสตั ย์กบั สามีทงั้ 5 คนของนางมาก ผแู้ ตง่ : ไม่ปรากฏแน่ชดั

วรรณกรรมแปลเรื่อง “กามนติ ” นางวาสฐิ ี กามนิต เป็นวรรณกรรมประเภท นวนิยายองิ พระพุทธศาสนาทีม่ ชี ื่อเสียงมาก ประพนั ธ์ใน ค.ศ. 1906 โดยคารล์ แอดอล์ฟ เกลเลอโรป นักประพันธ์ชาวเดนมาร์ก ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมใน ค.ศ. 1917 หนังสือกามนิตได้รับการยกย่องให้ เป็นหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ฉบับภาษาไทยแปลโดยเสฐยี รโกเศศ–นาคะ ประทีป ในปี พ.ศ. 2473 มีรูปประกอบโดย อาจารย์ช่วง มูลพินิจ โดยแปลจากฉบับ ภาษาอังกฤษ (The Pilgrim Kamanita) ซ่งึ แปลมาจากต้นฉบับภาษาเยอรมัน (Der Pilger Kamanita) อกี ทอดหน่ึง นางวาสิฐี จากเรื่อง กามนิต วาสิฏฐี เป็นธิดาของเศรษฐี ช่างทองที่มีช่ือเสียงคนหนึ่ง ในกรุงโกสัมพี นางรักอยู่กับกามนิต แต่ ก็มีเหตุพาให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกัน ถึงแม้ว่านางจะต้องทนทุกข์กับ การอยหู่ า่ งจากคนรักแต่นางก็ไดพ้ บกบั สิง่ ทีม่ คี ่าอันประมาณมไิ ด้ นั่น ก็คือ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่ช่วยอบรมว่าสิฏฐีให้ เขา้ ใจความเปน็ ไปของสิง่ ตา่ ง ๆ

อ้างองิ ประพันธ์ เรืองณรงคแ์ ละคณะ. กลุ่มสาระภาษาไทย ช่วงช้ันท่ี ๔ (ม. ๔-๖). กรุงเทพมหานคร : ประสานมิตร, ๒๕๔๖. พุทธเลิศหล้า , พระบาทสมเดจ็ พระ. 2510 เล่ม 2. บทละครเรอ่ื งรามเกยี รต.์ิ กรงุ เทพ ฯ : องค์การค้าของ ครุ สุ ภา. พิชติ อัคนจิ . วรรณกรรมไทยสมัยสโุ ขทยั – กรุงศรอี ยุธยา. กรงุ เทพมหานคร : โอเดยี นสโตร์, ๒๕๓๖. ฐะปะนยี ์ นาครทรรพและคณะ. หนังสอื เรยี นสาระการเรียนรพู้ ้นื ฐาน กลุ่มสาระภาษาไทย ภาษาไทย ม.๔ เล่ม ๑. กรงุ เทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทัศน์, ๒๕๔๖. สนยี ์ วิลาวรรณและคณะ. ประวัตวิ รรณคดี ๑. กรงุ เทพมหานคร : วัฒนาพานชิ , ๒๕๔๒. หนังสอื เรียนสาระการเรียนรพู้ ื้นฐาน วรรณคดีวจิ ักษ์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓, ๕, ๖ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย หลกั สตู รการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พธุ ศักราช ๒๕๔๔. กรงุ เทพมหานคร : ครุ ุสภาลาดพร้าว, ๒๕๕๐. ประวัตินางในวรรณคดี หญงิ งามในบทประพนั ธ์. //สบื ค้นเมื่อ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๔, จาก http://hilight.kapook.com/view/84335. คุณสมบตั ทิ ่ัวไปขอนางในวรรณคดี. //สบื คน้ เม่ือ สบื คน้ เมื่อ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๔,จาก http://www.oocities.org/thai_lit/charac.htm. คตทิ ี่ได้รับจากนางในวรรณคดี.//สืบค้นเม่อื สืบค้นเมื่อ ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๔,จาก http://hilight.kapook.com/view/84335. คลงั ภาพนางในวรรณคด.ี //สบื ค้นเมอื่ สืบคน้ เมือ่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๔, จาก ruangrat.wordpress.com/วรรรกรรมและ วรรณคดี/คลงั ภาพ-นางในวรรณคดี ภาพประกอบ ขอบคุณภาพประกอบจากเวบ็ ไซต์ Pinterest , Google ของคณุ Tawboon Thep , NooMay Art , ลานคำดีไซน์ และ ภาพของอาจารย์ จกั รพันธ์ุ โปษยกฤต


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook