Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore book_sage_KU72

book_sage_KU72

Description: book_sage_KU72

Search

Read the Text Version

นายชยั พร พรหมพนั ธ์ุ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ มีความชน้ื แต่ไม่ใหน้ ้ําขงั ระยะนีห้ ากพบเพลีย้ ต้องรีบสูบน้าํ ออกจาก รางวัลทีภ่ าคภูมิใจ และพฒั นาเปน็ ต้นแบบ แปลงนาให้แห้ง และเมื่อต้นข้าวอายุประมาณ 45 วัน จึงฉีดพ่น “ชาวนาเงินล้าน” สารเรง่ นมสดอีกรอบ พรอ้ มกบั ใสป่ ุย๋ อนิ ทรีย์ เสริมด้วยสารเรง่ ไข่ • เกษตรกรดเี ดน่ แห่งชาติ สาขาอาชีพท�ำ นา ประจ�ำ ปี 2538 จังห ัวดสุพรรณบุ ีร มหี ลกั ในการทำ�นา คอื เนน้ ปริมาณและคณุ ภาพ โดยหลงั จาก 30 มิลลิลิตร ต่อนา้ํ 25 ลติ ร โดยฉีดพ่นช่วงทขี่ ้าวก�ำ ลงั ต้ังท้อง • คนค้นฅนอวอร์ด ประจำ�ปี 2553 นายชัยพร พรหมพันธุ์ อายุ 53 ปี เกยี่ วขา้ วเสรจ็ จะเอานา้ํ เขา้ แปลงนา แลว้ ปลอ่ ยจลุ นิ ทรยี ท์ ไ่ี ดจ้ ากไม้ ผใุ นป่าเพ่ือสลายตอซงั หมกั ไว้ 2 อาทติ ย์ แล้วจงึ ไถกลบ ท�ำ เทือก ทีม่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลักดันในการพฒั นาองคค์ วามร ู้ บทเรียนจากปราชญ์ การศกึ ษา ประถมศึกษา เพ่ือปรับดิน หลังจากดินเรียบแล้วจึงหว่านข้าว สำ�หรับพันธุ์ข้าว หรือผลงานที่เกดิ จากภูมปิ ัญญา ทอี่ ย่ ู 35 บา้ นบางใหญ่ หมูท่ ่ี 1 ตำ�บลบางใหญ่ ทใ่ี ช้ คอื พนั ธสุ์ พุ รรณบรุ ี 60 พษิ ณโุ ลก 2 กข 31 และ กข 41 สาเหตุ “เรมิ่ ตน้ จากสงิ่ เลก็ ๆ แลว้ ทดลองดว้ ยตนเอง เมอื่ ประสบ อ�ำ เภอบางปลามา้ จงั หวดั สพุ รรณบุรี 72150 ที่ปลูกหลายพันธ์ุเพราะต้องการกระจายความเส่ียง ปริมาณ โทรศพั ท์ 08 1178 2813 เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ 20 กิโลกรัม ต่อไร่ มีวิธีการปลูก คือ หลังจาก ในพื้นท่ีทำ�นามีเพล้ียกระโดดสีน้ําตาลระบาด ในขณะนั้นมี ผลสำ�เรจ็ จึงจะขยายผลให้ใหญข่ ้นึ ” หว่านข้าว 6-7 วัน ใช้ยาคุมหญ้า หลังจากนั้นอีก 4 วัน ฉีดพ่น ความเช่ยี วชาญ ความชำ�นาญ สารเร่งนมสด ท่ีได้จากนมสดพาสเจอร์ไรซ์ 5 ลิตร กากน้ําตาล อาจารยจ์ ากมลู นธิ ขิ วญั ขา้ ว มาทดลองใชส้ มนุ ไพรในแปลงนาบางสว่ น และกิจกรรมทางการเกษตรทดี่ �ำ เนนิ การ 3 กโิ ลกรมั ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก นมเปรย้ี ว 1 ขวด หมักไว้ 2 สัปดาห์ ช่วงท่ีหมักต้องคอยเขย่าไว้ไม่ให้ไขมันจับตัว ใช้ ทำ�ให้เพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาลหายไป ส่วนในแปลงนาที่ไม่ได้ใช้ ทำ�นาบนพื้นท่ี 108 ไร่ โดยยึดหลักเกษตรอินทรีย์ สารเร่งนมสดในปริมาตร 70 มิลลิลิตร ต่อนํ้า 25 ลิตร ฉีดพ่น ใช้สมุนไพรปราบศัตรูพืช หมักเช้ือจุลินทรีย์เพ่ือใช้ในการย่อย ทางใบให้ต้นข้าว เมื่อต้นข้าวอายุ 25 วัน จะปล่อยนํ้าออกจาก สมุนไพรได้รับความเสียหายหมด จึงเกิดความสนใจและค้นคว้า ฟางขา้ ว และอนรุ กั ษต์ วั หา้ํ ตวั เบยี นเพอ่ื ควบคมุ แมลง ทำ�ใหผ้ ลผลติ แปลงนาให้หมดจนดินแห้งแตก ท้ิงไว้ประมาณ 30 วัน สังเกต มีคุณภาพ ปลอดสารเคมี ส่งผลให้ขายข้าวได้ราคาที่สูงกว่าราคา ข้าวเร่ิมเห่ียวถึงจะปล่อยนํ้าใส่แปลงนาเล็กน้อยพอให้ดินเปียก ทดลองใชส้ มนุ ไพรตลอดมา ในทอ้ งตลาด และต้นทุนการผลิตตํา่ ผทู้ �ำ นาโดยใชส้ ารชวี ภาพ แนวทางการเผยแพร่องคค์ วามรูห้ รือผลงานท่เี กิดจาก ในการปอ้ งกนั ก�ำ จดั ศตั รพู ชื ภมู ปิ ัญญาให้เปน็ ประโยชนแ์ ก่ผู้อื่น และสงั คมสว่ นรวม เพอ่ื ลดตน้ ทนุ เป็นวิทยากรให้แก่หน่วยงานภาครัฐภายในจังหวัดและต่าง ท�ำ ให้ไดผ้ ลผลติ มากขน้ึ จังหวัด ทำ�ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ส่งผลให้บุคคลท่ัวไปที่สนใจ จนสรา้ งรายไดห้ ลกั ลา้ นบาท การทำ�นาปลอดสารมาขอคำ�ปรึกษา มากกว่า 2,500 คนต่อปี และเปน็ ตน้ แบบของการท�ำ นา จงึ ท�ำ ใหท้ ี่นากลายเป็นแหลง่ เรยี นรอู้ กี ด้วย ทส่ี รา้ งรายได้ 100 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 101

นายเชาวรัตน์ อา่ํ โพธิ์ ใบฟ้าทะลายโจร มาสับรวมกันกับอาหาร โดยโรยสมุนไพรไว้ การประสานระหว่างผู้ซ้ือแพะ-แกะในประเทศลาว และเวียดนาม “ครผู ้จู ับแพะ ชนแกะ” ด้านบน  ผสมในอาหารให้สัตว์กินติดต่อกัน 10 วัน สามารถรักษา กับเกษตรกรผู้เล้ียงแพะ-แกะในประเทศไทย เพ่ือส่งแพะ-แกะ ไข้หวัด โรคทางเดินหายใจ  และทางเดินอาหารในแพะ-แกะได้ ซ่งึ ภายในประเทศไปขายยังต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังให้การ จังห ัวดสระบุ ีร ผเู้ ลย้ี งและพฒั นาแพะ-แกะ การใช้สมุนไพรเป็นอาหารในการรักษาโรคนอกจากช่วยลดต้นทุน สนับสนุนการฝึกงานด้านการเลี้ยงแพะ-แกะให้กับนักศึกษา ตามหลกั วชิ าการ การผลติ แลว้ ยงั ท�ำ ใหผ้ บู้ ริโภคเน้อื แพะ-แกะ ไดร้ ับความปลอดภัย คณะสัตวแพทยศาสตร์ และนักศึกษาสาขาสัตวบาลจากสถาบัน จนเปน็ ทย่ี อมรบั ของตลาดแพะ-แกะ ทง้ั ในและตา่ งประเทศ เพราะไมม่ สี ารตกคา้ งอกี ดว้ ย การศกึ ษาตา่ งๆ เชน่ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี รุ นารี มหาวทิ ยาลยั ทม่ี า แรงบันดาลใจ แรงผลักดนั ในการพฒั นาองค์ความรู้ เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี มหาวทิ ยาลยั มหานคร และมหาวทิ ยาลยั หรอื ผลงานท่ีเกิดจากภมู ิปญั ญา สงขลานครินทร์ เป็นต้น เริ่มต้นทำ�อาชีพการเกษตรเม่ือปี พ.ศ. 2536 โดยเริ่มจาก รางวัลที่ภาคภูมิใจ ทำ�พชื ไร่ ไดแ้ ก่ ข้าวโพด และอ้อย ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 เร่มิ เล้ยี ง โคขุนและเล้ียงแพะ-แกะ ซ่ึงเป็นพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ลูกผสม • เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์ ประจำ�ปี พื้นเมือง โดยเลี้ยงแพะจำ�นวน 36 ตัว และแกะจำ�นวน 30 ตัว 2552 นายเชาวรัตน์ อ่ําโพธ์ิ อายุ 57 ปี องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ บนพน้ื ที่10 ไร่ ตอ่ มาพบปญั หาดา้ นการตลาด และการจดั การฟารม์ บทเรียนจากปราชญ์ และพฒั นาเปน็ ตน้ แบบ การศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โคขุน ทำ�ให้พบว่าแพะ-แกะเป็นสัตว์ท่ีเล้ียงง่าย ต้นทุนการผลิตต่ํา “หากทำ�การเกษตร ขอให้มีความต้ังใจ ใฝ่ศึกษา ทอ่ี ย ู่ 301 หมทู่ ี่ 1 ต�ำ บลลำ�สมพุง อำ�เภอมวกเหล็ก พัฒนาแพะ-แกะลูกผสมตามหลักวิชาการ โดยเริ่มขอรับ หาความรู้อย่างถ่องแท้ ให้เวลาและสร้างกำ�ลังใจให้ตนเอง จังหวัดสระบุรี 18180 พ่อแม่พันธ์ุจากกรมปศุสัตว์ แล้วนำ�มาเลี้ยงท่ีฟาร์มเพ่ือคัดเลือก และคืนทุนเร็วกว่าการเล้ียงโคขุน ตลอดจนมีลู่ทางการตลาด มคี วามอดทน อยา่ ทอ้ ถอย ความรทู้ กุ สงิ่ ไมเ่ กนิ ทเ่ี ราจะศกึ ษา” โทรศพั ท์ 08 9203 1424 แพะ-แกะไว้ส�ำ หรบั ปรับปรุงเปน็ พอ่ แมพ่ นั ธุ์ การปรับปรุงพนั ธ์ุแพะ ใช้แม่พันธ์ุลูกผสมระหว่างพันธุ์แองโกลนูเบียนกับจัมปานารี ท่ีดีกว่า จึงได้เพ่ิมปริมาณการเล้ียงแพะ-แกะ และเลิกเลี้ยงโคขุน ความเชยี่ วชาญ ความชำ�นาญ ส่วนพ่อพันธ์ุจะใช้พ่อพันธุ์ลูกผสมระหว่างพันธ์ุบอร์กับพันธุ์ซาแนน โดยในปจั จบุ นั “คณุ สขุ ฟารม์ ” เลย้ี งแพะจ�ำ นวน400 ตวั และเลย้ี ง และกจิ กรรมทางการเกษตรท่ีด�ำ เนนิ การ ท่ีมีคุณลักษณะโตเร็ว โครงสร้างใหญ่ และมีการให้นมดี ส�ำ หรับ การพัฒนาพันธุ์แกะ แม่พันธุ์เป็นพันธ์ุพื้นเมือง และพันธ์ุหางขาว แกะจ�ำ นวน 150 ตัว พัฒนาการเล้ียงแพะ-แกะ ที่มีหลักการจัดการฟาร์มท่ี ซ่ึงสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี ส่วนพ่อพันธ์ุ ถกู สขุ ลักษณะตามหลักวิชาการ มกี ารปรับปรุงสายพนั ธุ์แพะ-แกะ ใชพ้ อ่ พนั ธลุ์ กู ผสมทาตาดนิ และลกู ผสมซานตา้ อเี นส ซงึ่ มกี ารเจรญิ แนวทางการเผยแพรอ่ งค์ความรหู้ รือผลงานทเ่ี กดิ จาก เพอ่ื ใหท้ นทานและโตเรว็ ในสภาพแวดลอ้ มของประเทศไทย จนเปน็ เตบิ โตเรว็ และใหเ้ นอ้ื ดี การใหอ้ าหารมกี ารพฒั นาการใหอ้ าหาร โดยใช้ ภมู ิปัญญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่ผู้อนื่ และสังคมสว่ นรวม ทย่ี อมรบั ในวงการผู้เล้ยี งแพะ-แกะ ในนาม “คุณสขุ ฟาร์ม” และ วัสดุท่ีมีอย่ใู นท้องถ่ิน คือ ใบมันสำ�ปะหลังสับตากแดด ต้นข้าวโพด ได้รับอนุญาตให้เป็นคอกกักสัตว์เอกชนรายแรกของประเทศไทย กระถินณรงค ์  เน้อื มันสับ และมนั เส้น มาผสมกนั โดยนำ�มาสบั เป็นผู้นำ�ในการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ-แกะ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2550 และหมักไว้เพ่ือเป็นอาหารส�ำ หรับแพะ-แกะได้ตลอดท้ังปี ซึ่งเป็น อาหารทมี่ ไี ขมนั และใหพ้ ลงั งานสงู ส�ำ หรบั การรกั ษาโรคใชส้ มนุ ไพร ในพื้นท่ีตำ�บลลำ�สมพุง โดยจัดต้ังเป็นชมรมส่งเสริมและพัฒนา 5 ชนดิ ผสมกบั อาหาร ไดแ้ ก่ ใบมะรมุ ใบกะเพรา โหระพา ตะไคร ้ และ พันธุ์แพะ-แกะ อำ�เภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพ่ือเป็นศูนย์ แลกเปลย่ี นเรียนรดู้ า้ นวิชาการ และด้านการตลาดของเกษตรกรผู้ เล้ียงแพะ-แกะในพ้ืนท่ี ส่งผลให้เกิดการรวบรวมพันธุ์แพะ-แกะ เพื่อส่งมอบให้กรมปศุสัตว์ได้นำ�ไปกระจายพันธ์ุให้แก่เกษตรกร ภาคใต้ เพ่ือใช้ในการส่งเสริมการเล้ียงแพะของเกษตรกร และ เป็นผูล้ งนามร่วมกับสหกรณผ์ ู้เลี้ยงแพะ-แกะนราธวิ าส ยะลา และ ปัตตานี ในการตกลงทำ�สัญญาซ้ือขาย และยังเป็นผู้นำ�ใน 102 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 103

นายเอนก สีเขยี วสด องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ สามารถลดความเสีย่ งจากภัยธรรมชาติ และโรคตดิ ตอ่ ตลอดจน รางวลั ทีภ่ าคภูมิใจ และพฒั นาเปน็ ตน้ แบบ ปัญหาด้านการตลาดลดลง ทำ�ให้ในปัจจุบันผลผลิตท่ีได้จาก “กระทาชาย ขายไข่ไม่ธรรมดา” นกกระทาเป็นท่ียอมรับในตลาดยุโรป และอเมริกา ส่งผลให้ • เกษตรกรดเี ดน่ แหง่ ชาติ สาขาอาชพี เลย้ี งสตั ว์ ประจ�ำ ปี2546 จังห ัวด ่อางทอง เพาะพันธุ์นกกระทาโดยใช้นกกระทาพันธุ์ไทย เร่ิมจาก คัดเลือกนกพ่อพันธุ์ที่มีลักษณะรูปร่างสมบูรณ์ ตัวใหญ่ ตาโต เกษตรกรในกลมุ่ มเี งินหมุนเวียนเดือนละไมต่ ํ่ากว่า 10 ล้านบาท บทเรยี นจากปราชญ์ แจม่ ใส สว่ นนกแมพ่ นั ธ์มุ ีลักษณะรปู รา่ งสมบูรณ์ ลำ�ตัวและสะโพก ใหญ่ ในการเล้ียงนกกระทาจะยึดแนวคิด “ตลาดนำ�การผลิต” ทีม่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดันในการพัฒนาองคค์ วามรู้ “ในปัจจุบันนี้ต้องทำ�ในส่ิงที่ตลาดชอบ เม่ือทำ�ได้แล้ว เพ่ือลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด โดยใช้กลยุทธ์ขายไข่ในราคาที่ หรอื ผลงานที่เกดิ จากภูมิปญั ญา ใหช้ อบในสงิ่ ทตี่ นทำ� แล้วจงึ จะช่วยให้คนอ่ืนท�ำ ไดอ้ ยา่ งเรา” ถูกกว่าในท้องตลาด ทำ�ให้มีตลาดมาสนใจซ้ือไข่นกกระทาเพิ่ม มากข้ึน ยังมีการผลิตเครื่องมือทุ่นแรงต่างๆ ได้แก่ เคร่ืองปอก เริ่มจากเป็นลูกจ้างคนอื่นต้ังแต่ยังเด็ก และถูกดูถูก ด่าทอ เปลือกไข่นกกระทาต้มสุก เพื่อช่วยลดแรงงานคน รวมถึงพัฒนา เครอ่ื งถอนขนนกกระทาที่ดัดแปลงมาจากเครื่องถอนขนไก่ อีกทงั้ จากนายจ้าง ทำ�ให้เกิดแรงสู้ว่าสักวันจะเป็นเจ้าของกิจการให้ได้ สร้างโรงงานแปรรูปนกกระทา อาทิ ไข่นกกระทากระป๋อง ไข่นก กระทาในถงุ สญุ ญากาศ และเนือ้ นกกระทา ประกอบกบั บรรพบรุ ษุ เลย้ี งนกกระทาและเกดิ ปญั หาเรอ่ื งการตลาด ของนกกระทา ตนจึงหันกลับมาช่วยแก้ไขปัญหาท่ีบ้าน และ ยดึ อาชีพเลี้ยงนกกระทามาจนประสบความสำ�เร็จจนถงึ ปจั จบุ ัน แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รือผลงานท่ีเกิดจาก ภูมิปัญญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่ผ้อู ่นื และสงั คมส่วนรวม นายเอนก สีเขียวสด อายุ 57 ปี ผผู้ ลติ และจ�ำ หนา่ ยไขน่ กกระทา รวมกลมุ่ ผเู้ ลย้ี งนกกระทารายยอ่ ยท�ำ ใหเ้ กษตรกรหลายรอ้ ย โดยยดึ หลกั ตลาดน�ำ การผลติ ครัวเรือนมีรายได้ม่ันคง จัดพ้ืนที่ฟาร์มเป็นแหล่งศึกษาดูงานของ การศึกษา ประถมศกึ ษา ท้ังภาครฐั และเอกชน รวมท้ังสือ่ มวลชนแขนงตา่ งๆ มาจดั ท�ำ ข่าว ทอ่ี ยู่ 57/1 หมู่ที่ 2 ตำ�บลป่างิว้ อ�ำ เภอเมือง และเปน็ ผนู้ �ำ และสารคดีเผยแพร่ และยังเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่เกษตรกร จังหวดั อ่างทอง 14000 ในการรวมกลมุ่ ผเู้ ลย้ี งนกกระทา ที่สนใจเลี้ยงนกกระทาและผู้สนใจท่ัวไป นอกจากน้ี ยังมีความ โทรศพั ท์ 08 1652 5666 รายใหญท่ ส่ี ดุ ในภมู ภิ าคอาเซยี น รว่ มมอื ทางวชิ าการกบั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ก�ำ แพงแสน และ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏจนั ทรเกษมอกี ดว้ ย นอกจากน้ี ยงั เปน็ ผทู้ �ำ ใหเ้ กดิ การรวมกลมุ่ กนั ระหวา่ งผเู้ ลยี้ ง ความเช่ยี วชาญ ความชำ�นาญ และผู้แปรรูปผลผลิตจากนกกระทาท่ีใหญ่ท่ีสุดในภูมิภาคเอเชีย และกิจกรรมทางการเกษตรท่ีดำ�เนนิ การ ตะวันออกเฉียงใต้ จากการรวมกลุ่มน้ที ำ�ให้ไดผ้ ลผลติ จำ�นวนมาก ทำ�การเพาะพันธุ์นกกระทา ผลิตนกกระทาแบบครบวงจร ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 105 รวมถึงแปรรูปผลผลิตจากนกกระทา นอกจากน้ี ยังพัฒนา ผลิตภัณฑ์นกกระทาให้เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและ ตา่ งประเทศ และเปน็ ผู้นำ�ในการรวมกล่มุ ผูเ้ ล้ยี งนกกระทา 104 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นายอางค์ น่วมดว้ ง องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ทม่ี า แรงบันดาลใจ แรงผลักดันในการพฒั นาองคค์ วามร้ ู บทเรยี นจากปราชญ์ จังห ัวดส ุมทรสงคราม และพัฒนาเป็นต้นแบบ หรอื ผลงานที่เกดิ จากภูมิปัญญา “ผผู้ ลติ ลน้ิ จ่รี สดี ดว้ ยฝมี ือแมลง” เดิมทำ�สวนล้ินจี่โดยใช้คนเป็นผู้ผสมเกสร ทำ�ให้ต้องใช้ “ขยัน ประหยัด ซ่ือสัตย์ต่อหน้าที่ มีใจรักการเกษตร ใชผ้ ง้ึ และชนั โรงผสมเกสรในสวนลน้ิ จ่ี โดยการน�ำ ผง้ึ มาเลย้ี ง จงึ จะประสบความสำ�เร็จ” ในขณะท่ีลิ้นจี่กำ�ลังออกดอก เป็นการเล้ียงในลักษณะพ่ึงพา แรงงานคนเปน็ จำ�นวนมาก และการตดิ ผลไมด่ เี ทา่ ทค่ี วร สำ�นกั งาน ซงึ่ กนั และกนั เจา้ ของรังผง้ึ จะไดน้ ํา้ หวาน ชาวสวนลน้ิ จจี่ ะได้ตวั ผึง้ เกษตรจังหวัดสมุทรสงครามให้คำ�แนะนำ�ให้เล้ียงผ้ึงและชันโรง เพ่อื ช่วยผสมเกสร จนท�ำ ใหล้ ิ้นจตี่ ดิ ผลเป็นจำ�นวนมาก เกษตรกรผู้ใชผ้ ง้ึ และชนั โรง ชว่ ยในการผสมเกสรตน้ ลน้ิ จ่ี แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานทเ่ี กดิ จาก เพอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการตดิ ผล ภมู ิปญั ญาใหเ้ ป็นประโยชนแ์ กผ่ อู้ ่นื และสังคมส่วนรวม และลดปญั หาการขาดแคลนแรงงาน เป็นประธานกลุ่มเล้ียงผ้ึงและชันโรง โดยใช้พ้ืนท่ีสวนเป็น สถานท่ีถ่ายทอดวิธีการใช้ผ้ึงและชันโรงผสมเกสรในสวนลิ้นจี่ ซง่ึ เปน็ การลดคา่ ใชจ้ า่ ยใหแ้ กเ่ กษตรกรในทอ้ งถน่ิ และผสู้ นใจทว่ั ไป รางวัลทีภ่ าคภูมิใจ • ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ระดับจังหวัดสมุทรสงคราม ประจำ�ปี 2552 นายอางค์ น่วมดว้ ง อายุ 76 ปี มาผสมเกสร ผ้งึ ทนี่ �ำ มาเลย้ี งสามารถบินได้ไกลรศั มี 6 กโิ ลเมตร จึงทำ�ให้ล้ินจ่ีมีการผสมเกสรเป็นอย่างดี ต่อมาหันมาเล้ียงชันโรง การศึกษา ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ การช่างแผนกตัดผม (Trigona laeviceps) ซึ่งเป็นแมลงวงศ์ Apidae เนื่องจากชนั โรง ท่อี ย่ ู 7 บา้ นบางสะแก หมูท่ ่ี 4 ตำ�บลบางสะแก เปน็ แมลงทเี่ ลย้ี งงา่ ยกวา่ ผง้ึ เพยี งแคป่ ลกู ดอกไม้ไวร้ อบบา้ นชนั โรง อำ�เภอบางคนที จงั หวัดสมทุ รสงคราม 75120 กส็ ามารถผลติ นาํ้ หวานไดแ้ ลว้ อกี ทง้ั ชนั โรงเปน็ แมลงตวั เลก็ ท�ำ ให้ โทรศัพท์ 08 1816 6733 มกี ารผสมเกสรตดิ มากกวา่ ผงึ้ ส�ำ หรบั การขยายพนั ธชุ์ นั โรง โดยใช้ วิธีแยกลงั ใน 1 ลัง มชี นั โรงมากกวา่ 1,000 ตวั ท�ำ ให้ได้น้ําหวาน จากชนั โรงในปรมิ าณมากกวา่ นา้ํ หวานจากผง้ึ ซงึ่ นาํ้ หวานจากชนั โรง ความเช่ยี วชาญ ความชำ�นาญ สามารถขายไดถ้ งึ ขวดละ 700 บาท และกจิ กรรมทางการเกษตรที่ด�ำ เนนิ การ ทำ�สวนลิ้นจ่ีบนพื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน โดยใช้ผ้ึงและชันโรง ช่วยผสมเกสร เพ่ือให้ล้ินจ่ีติดผลเพิ่มมากขึ้น ทำ�ให้มีรายได้ถึง 120,000 บาทต่อปี นอกจากน้ี ยังได้นํ้าหวานจากผึ้งและชันโรง เป็นผลผลิตสร้างรายได้อีกดว้ ย 106 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 107

นายจรัส โยธา องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ยังประดิษฐ์เตาแกลบชีวมวลโดยใช้ท่อเหล็ก และใช้แกลบเป็นตัวให้ บทเรยี นจากปราชญ์ จังห ัวด ุอ ัทยธา ีน และพฒั นาเป็นตน้ แบบ ความรอ้ น ซง่ึ เตาทง้ั สองแบบนส้ี ามารถน�ำ มาใชห้ งุ ตม้ ในครวั เรอื นได้ “ปรับวิธีคิด ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาดัดแปลงให้เกิด “เกษตรกรผู้ผสมผสาน เผาผลาญชีวมวล” ปลูกพืชไร่นาสวนผสมแบบครบวงจร โดยพิจารณาถึง ทมี่ า แรงบันดาลใจ แรงผลักดนั ในการพัฒนาองคค์ วามรู้ ประโยชน์ โดยไม่พ่ึงพาสิ่งภายนอก ทำ�ให้เกิดการลดต้นทุน คณุ ประโยชน์ และการน�ำ ไปใชป้ ระโยชนข์ องพชื และสตั วน์ น้ั ๆ กอ่ น หรอื ผลงานทเ่ี กิดจากภูมปิ ญั ญา ปลกู และเลย้ี ง เนอ่ื งจากเลง็ เหน็ วา่ ในการทำ�กจิ กรรมทางการเกษตร เล็งเห็นว่าในปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงจากการ การผลติ และรักษาสงิ่ แวดล้อม” ตา่ งๆ ตอ้ งเสยี ทด่ี นิ ในสว่ นนน้ั ไป และเหน็ วา่ ผลผลติ ทไ่ี ดจ้ ากพชื สตั ว์ สามารถน�ำ มาแปรรปู หรอื แปรสภาพไปท�ำ อยา่ งอน่ื ได้ จงึ ท�ำ ใหเ้ กดิ กระทำ�ของมนุษย์ ท�ำ ใหแ้ หล่งอาหารของมนุษย์ลดน้อยลง สนิ คา้ การน�ำ สว่ นตา่ งๆ ของพชื และสตั วม์ าท�ำ ปยุ๋ อนิ ทรยี อ์ ดั เมด็ นา้ํ หมกั มรี าคาสงู ขน้ึ จงึ ท�ำ ใหห้ นั มาปรบั ปรงุ ดแู ลพน้ื ทท่ี �ำ กนิ เพอ่ื ประโยชน์ ชวี ภาพสตู รตา่ งๆ แทนการใชส้ ารเคมี ไดแ้ ก่ สตู รเรง่ ดอก สตู รเรง่ ตอ่ ตนและลูกหลานต่อไป ผลใหผ้ ลใหญ่ สตู รยอ่ ยสลาย สตู รไลห่ นอนแมลง และสตู รคมุ หญา้ ในนาข้าว นอกจากน้ัน ยังคิดประดิษฐ์เตาเผาถ่านอเนกประสงค์ แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามร้หู รือผลงานท่เี กิดจาก ครบวงจรจากถงั เหลก็ โดยใชเ้ ศษไม้ใหค้ วามรอ้ นผา่ นเตาเผาถ่าน ภูมิปัญญาให้เปน็ ประโยชนแ์ ก่ผอู้ น่ื และสงั คมส่วนรวม นายจรสั โยธา อายุ 67 ปี ผวู้ างแผนการผลติ พชื สตั ว์ จัดต้ังศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเผยแพร่ความ แบบผสมผสาน ส�ำ เรจ็ ทางด้านการท�ำ ไร่นาสวนผสม โดยการจดั ฝึกอบรม และเป็น การศึกษา มัธยมศกึ ษาตอนปลาย แหลง่ เรียนรู้แกเ่ กษตรกร นักเรียน นกั ศึกษา และผูส้ นใจ รวมถงึ ทอ่ี ยู่ 87/11 หมทู่ ่1ี บา้ นทุ่งสบาย ต�ำ บลเขากวางทอง เพอ่ื ใชพ้ น้ื ท่ีใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ สร้างกลุ่มและสร้างเครือข่ายในจังหวัดอุทัยธานี เพ่ือร่วมกันพัฒนา อ�ำ เภอหนองฉาย จงั หวดั อุทัยธานี 61110 โดยการน�ำ วสั ดุ สว่ นตา่ งๆ ของพชื การเกษตรในพน้ื ท่ี โทรศพั ท์ 08 1972 9813 ทเ่ี หลอื ใชม้ าดดั แปลงท�ำ เปน็ ชวี มวล รางวลั ทภ่ี าคภมู ิใจ เพอ่ื เพม่ิ มลู คา่ ผลติ ภณั ฑ์ ความเช่ียวชาญ ความชำ�นาญ • ผนู้ �ำ อาชพี กา้ วหนา้ ดเี ดน่ ระดบั จงั หวดั อทุ ยั ธานี ประจ�ำ ปี2544 และกจิ กรรมทางการเกษตรท่ดี ำ�เนนิ การ • เกษตรกรดเี ดน่ ระดับจงั หวัดอุทัยธานี ประจำ�ปี 2544 ทำ�เกษตรกรรมไรน่ าสวนผสม บนเนือ้ ท่ี 27 ไร่ ปลกู มะมว่ ง นอกจากได้น้ําส้มควันไม้แล้ว ยังใช้อบหอยเชอร่ีเพ่ือ ลำ�ไย ข้าว มะนาว เลี้ยงไก่ เล้ยี งปลา แทนการปลกู พชื เชงิ เดยี่ ว เป็นอาหารสัตว์ ประดิษฐ์ถังหมักแก๊สเพ่ือการหุงต้ม โดยใช้ถัง และผลิตปุ๋ยใช้ในครัวเรือน นำ�วัสดุเหลือใช้ในพ้ืนที่มาเพิ่มมูลค่า ขนาด 200 ลติ รตอ่ กบั ทอ่ พวี ซี ี ใสม่ ลู สตั วห์ รอื เศษอาหารหมกั ทง้ิ ไว้ เพอื่ ลดตน้ ทนุ การผลติ สว่ นนา้ํ ทเ่ี หลอื จากการหมกั สามารถน�ำ ไปรดพชื ผกั และตน้ ไม้ และ 108 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ 109

นายยวง เขียวนลิ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ต่อเทยี่ ว เมื่อหักคา่ ใชจ้ า่ ยยังมีเงินพอได้เกบ็ ซ่งึ รายได้ส่วนนยี้ งั ไม่ บทเรียนจากปราชญ์ จังห ัวดนนทบุ ีร และพัฒนาเปน็ ต้นแบบ รวมรายได้จากการขายผลไม้และข้าว และยังทำ�ให้รู้ว่าการเกษตร “ทุกวันน้ีคนเราอยู่ในสภาพต่างกันคือ ด้อยโอกาส “ผู้ยนื ยันเลกิ เหล้าเท่ากบั รวย” ปลอดสารพษิ เปน็ การสร้างภมู ิคุ้มกนั ชีวิตท่ีดดี ้วย เรม่ิ จากคดิ วา่ ปลกู พชื อยา่ งเดยี วไมไ่ ด้ ตอ้ งปลกู ทกุ อยา่ งตาม พอเพียง ตามฐานานุรูปและการแข่งขัน เราต้องรู้ว่าอยู่ใน แนวทางของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทที่ รงทดลองทำ�มาแลว้ ที่มา แรงบันดาลใจ แรงผลักดนั ในการพัฒนาองคค์ วามร ู้ ฐานะไหน แลว้ กจ็ ัดการกบั ชีวิตตวั เองวา่ จะก้าวไปทางไหน” โดยเรมิ่ วางแผน เขยี นผงั ล�ำ ดบั ขนั้ ตอนแตล่ ะจดุ จะท�ำ อะไรกอ่ นหลงั หรอื ผลงานที่เกิดจากภมู ปิ ญั ญา ใชเ้ งนิ ลงทนุ 6,000 บาท ขดุ บอ่ ไวก้ ลางสวนขนาดบ่อ 3 ไร่ ปล่อย เคยทำ�งานสำ�นักงานรักษาความสะอาด กรุงเทพมหานคร ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 111 ปลานิล ปลาหมอ ปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาบึก ปลาสวาย ปลากด และปลาดกุ ลงในบอ่ สว่ นท่ดี ินอีก 18 ไรใ่ ช้ทำ�นา แปลงผัก เกือบ 10 ปี จนกระท่ังอายุ 30 ปี คิดว่าชีวิตก็อยู่แค่นี้ไม่มีอะไร ปลูกไม้ดอกไมป้ ระดับ ส้มโอ มะมว่ ง กระท้อน มะพรา้ ว มะกรูด กา้ วหนา้ จงึ ตดั สนิ ใจลาออกมาท�ำ ธรุ กจิ เหลก็ ดดั แตก่ ลบั เปน็ หนส้ี นิ จนเกือบล้มละลาย และยังมีคนพูดจาดูถูกว่าชีวิตทำ�อะไรก็ไม่สำ�เร็จ นายยวง เขียวนลิ อายุ 62 ปี เกษตรกรผพู้ ลกิ ชวี ติ ท�ำ ใหเ้ ป็นคนดมื่ สุราหนักมาตลอด จนปี พ.ศ. 2537 จึงตดั สนิ ใจ สตู่ น้ แบบในการท�ำ สวน เลิกด่ืมสุรา ขอทุ่มเทให้กับการทำ�การเกษตรทฤษฎีใหม่ตาม การศึกษา ปรญิ ญาตรี สาขาพฒั นาชมุ ชน ม.ราชภฎั พระนคร มกี ารวางแผนกอ่ นการผลติ แนวพระราชด�ำ รขิ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั จนประสบความ เพราะตอ้ งการใชพ้ น้ื ท่ีใหเ้ กดิ ประโยชน์ ส�ำ เรจ็ ในปัจจบุ ัน ทีอ่ ยู ่ 91/1 หม่ทู ่ี 5 ต�ำ บลราษฎรนยิ ม และสรา้ งรายได้ใหม้ ากทส่ี ดุ แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรูห้ รือผลงานท่ีเกิดจาก อำ�เภอไทรนอ้ ย จังหวดั นนทบรุ ี 61110 มะนาว รวมถงึ ปศุสัตว์ด้วย ทงั้ นาและสวนจะไมใ่ ชส้ ารเคมี พง่ึ พา ภูมิปัญญาให้เปน็ ประโยชนแ์ กผ่ ู้อ่ืน และสังคมสว่ นรวม โทรศพั ท์ 08 1929 9159 ระบบธรรมชาติจัดการกันเองเป็นหลัก ส่วนปุ๋ยใช้ปุ๋ยหมักจาก วัตถดุ บิ ในสวน เช่น เปลือกมะพร้าว หญ้า กิ่งไม้ อีกท้ังยังมีการ ได้จัดต้ังศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านศูนย์ศรียวง บนท่ีดินที่เป็น ทำ�สารสกัดจากสมุนไพรเพ่ือใช้ไล่แมลงในสวนด้วย จึงรับรอง กรรมสิทธิ์ของตนเอง เพื่อใช้สำ�หรับเป็นสถานที่อบรมและศึกษา ความเชีย่ วชาญ ความชำ�นาญ ไดว้ า่ ผลผลติ ในสวนทกุ อยา่ งปลอดสารพษิ โดยขายพชื ผกั ในตลาด ดงู านใหแ้ กห่ น่วยงาน/องค์กร หรือเกษตรกร โดยมีแนวคิดวา่ ตอ้ ง และกจิ กรรมทางการเกษตรทด่ี �ำ เนินการ ท่าน้ํานนท์ให้พ่อค้าขายปลีกเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ในช่วงเวลา เริ่มต้นจากการพึ่งตนเองก่อน เริ่มทำ�โดยใช้ทุนตนเองไม่ใช้เงินกู้ 22:00-01:00 น. สามารถสร้างรายได้ไม่ตํ่ากว่า 1,500 บาท เม่อื มีเหลอื ใช้จึงเกบ็ ออม ทำ�เกษตรกรรมไร่นาสวนผสม แบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำ�ริ และได้เปล่ียนจากเกษตรเคมีมาเป็นเกษตร รางวลั ทภ่ี าคภูมิใจ ใช้สารอินทรีย์ โดยเร่ิมลด ละ เลิกการใช้สารเคมีในการทำ�การ เกษตร และชักชวนให้เพื่อนเกษตรกรในพ้ืนที่ใกล้เคียงมาใช้วิธี • พัฒนาชมุ ชนดเี ด่น จากกรมพัฒนาชมุ ชน ประจ�ำ ปี 2541 เดียวกัน ทำ�ให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย ลดต้นทุนในการผลิตได้ • เกษตรกรดีเด่น ระดับภาคกลาง สาขาไร่นาสวนผสม มรี ายไดจ้ ากการขายผลผลติ เพมิ่ มากขึน้ จากกรมสง่ เสรมิ การเกษตร ประจ�ำ ปี 2540 • เศรษฐกิจพอเพียง จากสำ�นักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี 110 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำ�ปี 2549

112 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 113

นายสพุ งษ์ วรวงษ์ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ จากนั้นน�ำ ลูกปลามาเล้ยี งในกระชงั ขนาด 2 x 3 เมตร ลกึ 1 รางวลั ทภี่ าคภูมิใจ และพัฒนาเป็นต้นแบบ “หมอแปลงเพศปลานิลแห่งภาคอีสาน” เมตร จ�ำ นวน 30,000 ตวั ตอ่ กระชงั แล้วให้อาหารท่ผี สมระหวา่ ง • ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น จังห ัวดขอนแ ่กน การแปลงเพศปลานิลให้เป็นเพศผู้เป็นเทคนิคท่ีช่วยเพ่ิม ปลาป่นกับฮอร์โมนเพศผู้ (17- methyltestosterone) ในอัตรา ประจำ�ปี 2557 นายสพุ งษ์ วรวงษ์ อายุ 52 ป ี ปรมิ าตร 60 มลิ ลกิ รมั ต่ออาหาร 1 กโิ ลกรมั วนั ละ 5 มื้อ เป็นระยะ • เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าจืด ผลผลิต เน่ืองจากปลานิลเพศผู้มีอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่า เวลา 21 วนั ซงึ่ การผสมฮอรโ์ มนเพศผู้ในอาหารนจี้ ะสง่ ผลใหร้ ะดบั ประจ�ำ ปี 2552 การศกึ ษา ปรญิ ญาโท สาขาบริหารธรุ กจิ ม.รามคำ�แหง ของฮอร์โมนเพศผู้ในตัวปลาเพ่ิมมากขึ้น เมื่อปลาโตข้ึนจะพัฒนา บทเรียนจากปราชญ์ ปลานิลเพศเมีย โดยเริ่มจากคัดเลือกพ่อ-แม่พันธ์ุปลานิลที่มีอายุ รปู รา่ งและเพศตวั เองตามฮอรโ์ มน ท�ำ ใหป้ ลานลิ ทไ่ี ดเ้ ปน็ เพศผู้ โดย ที่อย ู่ 101 บ้านหนองมว่ ง หมู่ท่ี 12 ตำ�บลกดุ เคา้ 6 เดือน มาแยกเล้ียงในบ่อซีเมนต์ แม่พันธ์ุปลานิลจะเริ่มวางไข่ สามารถผลิตปลานิลแปลงเพศได้ 5,000 ตัวต่อพื้นท่ี 1 ไร่ “เกษตรกรควรเล้ียงปลาตามความรู้โดยมีหลักการ อำ�เภอมัญจาครี ี จังหวดั ขอนแกน่ 40160 ได้ผลตอบแทน 50,000 ถึง 60,000 บาท ในระยะเวลา 7- 8 เดอื น ไม่ใช้ความรู้สึกหรือคิดเอาเอง มุ่งเน้นการใช้ประโยชนจ์ าก โทรศพั ท์ 08 9944 6932 ในระยะเวลา 10 วนั และสามารถเกบ็ ไข่ได้ทกุ 7-10 วัน โดยไข่ โดยจะมีพอ่ ค้ามาซ้อื ถึงหนา้ ฟารม์ นอกจากน้ยี ังขายลกู ปลา พร้อม สิง่ ทม่ี อี ยู่ในทอ้ งถ่นิ และน�ำ สิง่ ต่างๆ มาประยกุ ต์ใช้ใหเ้ ข้ากับ ให้คำ�แนะนำ� เพ่อื ให้ผซู้ ้อื ได้ทง้ั ความรู้และผลก�ำ ไรควบคู่กนั ไปดว้ ย การเลี้ยงปลาของตนเอง โดยเกษตรกรต้องไม่หลงทาง ที่เก็บได้ต้องแยกเพาะเลี้ยงเป็นชุดเพ่ือความสะดวกในการจัดการ ที่มา แรงบันดาลใจ แรงผลักดนั ในการพัฒนาองคค์ วามร ู้ จะต้องมีการจัดการที่ชัดเจน ต้องหันมามองการเกษตร ในโรงเพาะฟัก ทง้ั นี้ การฟักไข่สามารถแบ่งไดเ้ ปน็ 6 ระยะ คือ หรอื ผลงานทีเ่ กิดจากภูมิปัญญา หลงั บา้ น เชน่ พืชผักสวนครัว ท�ำ ใหเ้ กิดความพอเพยี ง และ • ระยะท่ี 1 เปน็ ไขท่ ต่ี วั เมยี เพง่ิ วางจะยงั ไมม่ กี ารพฒั นา ไขจ่ ะ มสี เี หลอื งออ่ น จากความตอ้ งการทดแทนบญุ คณุ ใหก้ บั แผน่ ดนิ เกดิ อกี ทง้ั ต้องไมล่ ืมพื้นฐานของชีวิต” • ระยะท่ี 2 เปน็ ชว่ งทเ่ี กดิ จดุ ด�ำ เลก็ ๆ ของตา • ระยะท่ี 3 เปน็ ระยะทเ่ี หน็ ตาและเสน้ เลอื ดชดั เจน คนในพื้นท่ีอำ�เภอมัญจาคีรีนิยมเลี้ยงปลากันอย่างแพร่หลาย • ระยะท่ี 4 เปน็ ระยะทเ่ี หน็ หวั และหาง โดยถงุ ไขจ่ ะมสี สี ม้ • ระยะท่ี 5 เปน็ ระยะทถ่ี งุ ไขเ่ รม่ิ เปลย่ี นสเี ปน็ สขี าว และเรม่ิ ยบุ ตวั เน่ืองจากมีแหล่งน้ําธรรมชาติ และวิถีชีวิตของคนในชุมชนนิยม • ระยะท่ี 6 เปน็ ระยะทถ่ี งุ ไขห่ ายไป และลกู ปลาจะโตพรอ้ ม ทจ่ี ะน�ำ แยกออกมาเลย้ี งในกระชงั ได้ บริโภคปลาสดเป็นอาหารหลัก ทำ�ให้ตัดสินใจเล้ียงปลานิล โดยน�ำ ความรแู้ ละประสบการณม์ าประยกุ ต์ใชแ้ ละปรบั ปรงุ เทคนคิ ความเชย่ี วชาญ ความช�ำ นาญ ผปู้ ระยกุ ต์ใชค้ วามรู้ การเลย้ี งจนสามารถผลติ ปลานลิ แปลงเพศเปน็ รายแรกของภาค และกิจกรรมทางการเกษตรทด่ี �ำ เนนิ การ ดา้ นการเลย้ี งปลาและการจดั การฟารม์ จนสามารถผลติ ปลานลิ แปลงเพศได้ ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ เร่ิมเลี้ยงปลาในปี พ.ศ. 2537 จนกระทั่งปัจจุบันสามารถ เปน็ รายแรกของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ขยายธุรกิจการเล้ียงปลาเป็นฟาร์มเลี้ยงปลาท่ีใหญ่ที่สุดในอำ�เภอ แนวทางการเผยแพร่องค์ความรูห้ รือผลงานท่เี กิดจาก มญั จาครี ี มชี อ่ื เรยี กวา่ “บญุ โฮมฟารม์ ” เพาะเลยี้ งปลาหลายประเภท เขา้ ถงึ วธิ กี ารเลย้ี งปลาแตล่ ะพน้ื ท่ี ภูมปิ ญั ญาให้เป็นประโยชนแ์ ก่ผู้อน่ื และสงั คมสว่ นรวม ไดแ้ ก่ ปลานิล ปลานิลแปลงเพศ ปลาหมอ และปลากด มกี ารจัดการ ถกู ตอ้ งตามมาตรฐาน ฟารม์ ทไ่ี ดม้ าตรฐานจนไดร้ บั ใบรบั รองการปฏบิ ตั ทิ างประมงทดี่ สี �ำ หรบั และใชต้ น้ ทนุ ตา่ํ ให้ความรู้ด้านการเล้ียงปลา และการจัดการฟาร์มแก่ การผลติ สัตว์น้ํา (GAP) เลขท่ี IFKHO-40 GAPFO-03-48-00004 เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป โดยใช้พ้ืนที่ของตนเองเป็นศูนย์ และใบรับรองการผลิตสัตว์นํ้าขั้นปลอดภัย เลขที่ IFKHO-40- การเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือเป็นสถานที่ SLF0-03-47-00010 จากกรมประมง ศึกษาดูงานของผู้สนใจท้ังภาครัฐและภาคเอกชน รวมท้ัง เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานของนิสิต นักศึกษา และผู้สนใจ รวมระยะเวลาได้ประมาณ 3 ปี 114 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ 115

นายประยงค์ บญุ ทอง องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ 1 กิโลกรัม ผสมให้เข้ากัน จากนั้นเติมกากมะพร้าว 0.3 ถึง จัดการน้ําในนาข้าว พร้อมกับแนะแนวทางในการลดต้นทุนโดยใช้ และพัฒนาเป็นตน้ แบบ “สดุ ยอดชาวนาผู้เลยี้ งปลาในนาข้าว” 0.5 กิโลกรัม และนํ้าหมัก พด.2 และ พด.6 จำ�นวนอย่างละ วัสดุท่ีหาได้ในท้องถิ่น และช่วยปรับสภาพพ้ืนที่ของเกษตรกร จังหวัด ำอ�นาจเจ ิรญ การเลีย้ งปลาในนาข้าว จ�ำ นวน 13 ไร่ โดยพนั ธุ์ปลาทเี่ ล้ยี ง นายประยงค์ บญุ ทอง อายุ 40 ป ี ในนาข้าว ได้แก่ ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาไน และปลายี่สก 1 ลติ ร จากนัน้ ป้ันสว่ นผสมใหเ้ ปน็ ก้อนกลมขนาดเท่าลกู เปตองใส่ ทสี่ นใจจากประสบการณท์ ไ่ี ด้ไปศกึ ษาดงู านทเี่ กยี่ วกบั เกษตรทฤษฎี ในอัตราสว่ น 1,500 ถงึ 2,000 ตัว ต่อพ้ืนท่ี 1 ไร่ ใชเ้ วลาในการเลยี้ ง การศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลาย ประมาณ 3 เดอื น ซง่ึ ในการเลย้ี งปลาในนาขา้ วจะเรม่ิ จากการเตรยี ม ไว้ในตะกรา้ ท่มี กี ารระบายอากาศดี พน้ จากแสงและละอองน้ํา เป็น ใหม่ น�ำ มาเขยี นแบบแปลนให้กับเกษตรกรกอ่ นการด�ำ เนินการ ทีอ่ ยู ่ 152 หม่ทู ่ี 11 ตำ�บลนาวัง อ�ำ เภอเมอื ง พน้ื ทเี่ ลย้ี งปลาในนาขา้ ว ขดุ หลมุ ในชว่ งทา้ ยแปลงนา เพอ่ื เปน็ พนื้ ท่ี จังหวดั อ�ำ นาจเจริญ 37000 น้ําลึกสำ�หรับให้อาหารปลา และเป็นพื้นที่จับปลาซึ่งพ้ืนที่ส่วนนี้ เวลา 1 สัปดาห์ จะสังเกตเห็นราสีขาว แสดงวา่ จลุ นิ ทรยี ์เรม่ิ ทำ�งาน รางวลั ทีภ่ าคภูมิใจ โทรศพั ท์ 08 7079 6045 จะมีท่อระบายนํ้าท่ีมีตาข่าย สามารถเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ แล้วจึงสามารถนำ�มาใช้งานได้ จำ�นวนการใช้ต่อ 1 แปลงนา และช่วยในการจำ�กัดพ้ืนที่ของปลาในขณะจับปลาได้ เมื่อพ้ืนที่ ประมาณ 5 กอ้ นตอ่ วนั นอกจากเลย้ี งปลาในนาขา้ วแลว้ ยงั เลย้ี งปลา • รางวัลท่ี 1 ระดับประเทศ ดา้ นพฒั นาทด่ี นิ สาขาการปรบั ปรุง ความเชี่ยวชาญ ความชำ�นาญ พรอ้ มจงึ นำ�ตน้ กลา้ ขา้ วอายุ 1 เดอื น ไปปกั ดำ�ในนาประมาณ 15 วนั ในบอ่ นา้ํ ใชท้ างการเกษตร ทก่ี กั เกบ็ นา้ํ ไว้ใช้ในการท�ำ นาบนพน้ื ท่ี 7 ไร่ ดิน ประจ�ำ ปี 2556 และกจิ กรรมทางการเกษตรที่ด�ำ เนนิ การ ต้นกล้าเจริญเติบโตและแข็งแรงจึงเร่ิมปล่อยปลา หากปล่อย ดว้ ย ทง้ั นี้ ประโยชน์ของปลาทเ่ี ลย้ี งในนาขา้ ว มี 5 ข้อ คือ 1) ปลา • รางวลั ที่ 2 ระดับประเทศ ดา้ นพัฒนาท่ีดิน สาขาการอนุรักษ์ ปลากอ่ นจะท�ำ ใหร้ ากของตน้ ขา้ วลม้ โดยปลาทป่ี ลอ่ ยจะมอี ายปุ ระมาณ จะกินวชั พชื อ่ืนๆ ท�ำ ให้ไม่ตอ้ งใช้สารเคมใี นการกำ�จดั 2) หางของ ดินและนาํ้ ประจ�ำ ปี 2554 ปลูกข้าวพันธุห์ อมมะลิ ข้าวหอมนิล และข้าวเหนียว (กข.6) 20 วัน และมขี นาดประมาณ 2 เซนตเิ มตร ส่วนอาหารท่ีใชเ้ ลย้ี งเปน็ บนพืน้ ที่ 13 ไร่ เลีย้ งปลาเบญจพรรณโดยใช้พ้ืนที่ 7 ไร่ และปลูก อาหารก้อนท่ีมีส่วนผสมของรำ�อ่อน มูลโคแห้ง กากถ่ัวเหลือง ปลาเม่ือโบกสะบัดไปมาจะเป็นเหมือนกับพรวนดินให้กับต้นข้าว บทเรียนจากปราชญ์ พชื สมนุ ไพรและไมผ้ ล ไดแ้ ก่ มะมว่ ง ชมพู่ และฝรง่ั ในพืน้ ท่ี 2 ไร่ และหน่อกล้วย และใบกระถินหรือใบหม่อนสับละเอียดอย่างละ ในนา 3) มูลของปลาจะเป็นปุ๋ยให้กับต้นข้าว 4) ปลาเลี้ยงไว้ใช้ เมื่อจำ�แนกรายได้จากการทำ�การเกษตรในแต่ละปีประมาณ บรโิ ภคภายในครัวเรือน ยงั ใช้สรา้ งมิตรภาพโดยใชเ้ ป็นของฝากให้ “ฝากใหเ้ กษตรกรทกุ คนพยายามศกึ ษาหาความรู้ อยา่ เปน็ 400,000 บาท โดยจะมรี ายไดจ้ ากขา้ วปลี ะ 100,000 บาท จากปลา ผเู้ ลย้ี งปลาในนาขา้ ว กบั เพือ่ นบา้ น 5) น�ำ ปลามาขาย หรอื นำ�มาแปรรูป เชน่ ปลาแห้ง นา้ํ ทเ่ี ตม็ แกว้ เพราะความรู้ใหมๆ่ มมี ากและจำ�เปน็ ตอ้ งมกี าร ทเี่ ลย้ี งในนาขา้ วปลี ะ200,000 บาท และจากไมผ้ ลและพชื สมนุ ไพร โดยใชพ้ น้ื ท่ีใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ ปลาร้า ปลาสม้ ปลาย่าง และแจ่วบอง เป็นต้น แลกเปล่ียนความรู้ให้กัน โดยเฉพาะอย่างย่ิงในปัจจุบันท่ี ปลี ะ 100,000 บาท เศรษฐกจิ ผนั แปรตามกระแสสงั คม เกษตรกรจงึ จ�ำ เปน็ จะตอ้ ง จากการท�ำ นา ทีม่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลักดนั ในการพฒั นาองค์ความรู้ พง่ึ พากนั ” ท�ำ ใหส้ ามารถสรา้ งรายไดด้ ี หรือผลงานท่ีเกดิ จากภูมิปญั ญา ทง้ั จากการปลกู ขา้ วรว่ มกบั เลย้ี งปลา ในสมยั กอ่ นพอ่ และแมท่ �ำ นาในรปู แบบเดมิ มรี ายได้ไมม่ ากนกั อกี ทง้ั มกี ารเสรมิ รายได้ ซง่ึ ไมเ่ พยี งพอตอ่ รายจา่ ยภายในบา้ น เมอ่ื ตนเองไดม้ โี อกาสลงมอื ท�ำ เอง จากการปลกู ไมผ้ ล และพชื สมนุ ไพร จงึ อยากพฒั นาวธิ กี ารเพม่ิ ผลผลติ จากการท�ำ นาทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม โดยการปรบั เปลย่ี นพน้ื ทใ่ี หเ้ ขา้ กบั แนวทางเกษตรทฤษฎใี หมข่ องพระบาท สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั สามารถสรา้ งรายไดจ้ ากการท�ำ นาเพม่ิ ขน้ึ ในพน้ื ท่ี เดมิ ทม่ี ี จงึ เรม่ิ เลย้ี งปลาในนาขา้ วในปี พ.ศ. 2545 ตง้ั แตน่ น้ั เรอ่ื ยมา แนวทางการเผยแพร่องค์ความร้หู รือผลงานที่เกิดจาก ภูมิปัญญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่ผ้อู ืน่ และสังคมส่วนรวม ใชบ้ า้ นของตนเองเปน็ ศนู ยก์ ารเรยี นรเู้ พอ่ื ใหเ้ กษตรกรรายอนื่ ได้ศึกษาจากการปฎิบัติจริงของตนเอง โดยร่วมเป็นวิทยากร บรรยายให้ความรู้ และกระตุ้นให้เกษตรกรรายอ่ืนปรับเปล่ียน ความคิดจากการทำ�เกษตรในรูปแบบเดิม โดยเน้นให้เพ่ิมการ 116 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 117

นายมาโนช โพธ์ิเมือง องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ บนพ้ืนจะถูกนำ�มาใช้เป็นปุ๋ยพืชสดร่วมกับการตัดวัชพืชท่ีผิวดิน แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรอื ผลงานท่เี กิดจาก และพัฒนาเป็นตน้ แบบ ประมาณ 5 คร้งั ต่อปี โดยไมม่ ีการไถเปิดหน้าดิน ท�ำ ให้จลุ นิ ทรีย์ ภมู ปิ ัญญาให้เปน็ ประโยชนแ์ กผ่ อู้ ื่น และสงั คมส่วนรวม “ผู้ใช้ต้นไม้เปน็ ออมสิน” การปลูกพืชผสมผสานระหว่างไม้ผลกับไม้ป่า เป็นแนวทาง ทำ�หน้าท่ีในการย่อยสลายพืชให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ใช้พื้นท่ีปลูกไม้ผลของตนเองเป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ จังห ัวด ุมกดาหาร นายมาโนช โพธ์ิเมือง อายุ 55 ป ี ในการแก้ปัญหาการขาดแคลนนํ้า โดยเฉพาะในพ้ืนท่ีแห้งแล้ง อย่างต่อเน่ือง สร้างความอดุ มสมบรู ณ์ให้แก่หน้าดิน และสง่ ผลให้ ให้กบั เกษตรกรและผู้สนใจ จนกระทงั่ ปี พ.ศ. 2551 ได้รับคดั เลือก มีความลาดเอียง และเป็นพ้ืนท่ีที่อยู่สูงจากระดับนํ้าทะเลเกินกว่า ไม้ผลที่ปลูกมีความสมบูรณ์และให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน ทำ�ให้มีเกษตรกรเข้ารับการอบรม การศกึ ษา ปรญิ ญาตรี สาขาจิตวิทยาสังคม ม.รามคำ�แหง 300 เมตร อย่างเช่นพื้นที่ของจังหวัดมุกดาหาร หรือพื้นที่อ่ืนๆ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้จากเห็ดธรรมชาติ และหน่อไม้ เป็นจำ�นวนมาก และมีนักศึกษามาฝึกปฏิบัติที่สวนอย่างต่อเนื่อง ที่อยู่ 73 บ้านโนนน้ําคำ� หมู่ท่ี 5 ตำ�บลหนองสูงเหนือ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งน้ี การปลูกไม้ผลร่วมกับไม้ป่า จากตน้ ไผ่ท่ปี ลูกเพ่อื บังลมรอบพนื้ ท่อี กี ด้วย และในปจั จุบนั ได้เรมิ่ นอกจากน้ี ยงั เผยแพรค่ วามรผู้ า่ นเครอื ขา่ ยสากล รายการโทรทศั น์ อำ�เภอหนองสูง จังหวดั มุกดาหาร 49160 มีวัตถุประสงค์ให้ไม้ป่าเป็นเสมือนพ่ีเลี้ยงให้กับไม้ผลอ่ืนๆ อีกทั้ง พัฒนาการปลูกไม้ผลเขตหนาวร่วมด้วย เช่น แมคคาเดเมีย และสิ่งพิมพ์ด้วย โทรศัพท์ 08 2842 2398 ไม้ป่าเป็นพืชท่ีมีลำ�ต้นขนาดใหญ่และมีระบบรากลึก จึงสามารถ อ ะโวกาโด และกีวี เปน็ ต้น ดูดซมึ นาํ้ จากใต้ดนิ ได้ดี ช่วยใหด้ นิ มคี วามช่มุ ชน้ื และช่วยกกั เก็บ ทีม่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลักดนั ในการพฒั นาองค์ความร ู้ รางวัลท่ภี าคภูมิใจ ความเชีย่ วชาญ ความชำ�นาญ นํ้าฝนให้พ้ืนดินมีความชื้นยาวนานขึ้น จากประโยชน์ของไม้ป่า หรอื ผลงานท่ีเกดิ จากภูมปิ ัญญา และกจิ กรรมทางการเกษตรทีด่ �ำ เนินการ ดังกล่าวและภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนที่ปลูกต้นไม้หลายชนิด • เกษตรกรดีเด่นแหง่ ชาติ สาขาบญั ชีฟาร์ม ประจ�ำ ปี 2556 ร่วมกัน ทำ�ให้ตนเองปรับใช้องค์ความรู้ในการจัดการป่าไม้และ • รางวัลชมเชย ของโครงการในพระราชดำ�ริของพระบาท มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชผสมผสานระหว่างไม้ผล ท่ีดินท่ีใช้ปลูกไม้ผลในปัจจุบันเคยถูกใช้เป็นไร่ปลูก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำ�ปี 2555 และไม้ป่าในพ้นื ทท่ี ัง้ หมด 48 ไร่ โดยไม้ผลท่ปี ลูกเพือ่ เกบ็ ผลผลิต เกษตรกรผปู้ ลกู ปา่ มันสำ�ปะหลัง ทกุ ครง้ั หลงั เกบ็ เก่ียวผลผลติ พ้นื ทีจ่ ะโลง่ เตยี น ขาด • รางวัลที่ 1 ระดับภาคอีสาน ของกรมวิชาการเกษตร ขาย เชน่ มะขามหวาน ลิ้นจี่ ล�ำ ไย ส้มเขียวหวาน กระท้อน และ รว่ มกบั ไมผ้ ล ความอุดมสมบูรณ์ ทำ�ให้เกิดความรู้สึกอยากพัฒนาท่ีดินให้มี ด้านการปลูกไมผ้ ลแบบผสมผสาน ประจำ�ปี 2552 นอ้ ยหนา่ เปน็ ตน้ สว่ นไมป้ า่ ทปี่ ลกู ไดแ้ ก่ ไมส้ กั พะยงู มะคา่ ชงิ ชนั ความสมบรู ณเ์ พอ่ื เกบ็ ไว้ใหล้ กู หลาน เกดิ เปน็ แรงบนั ดาลใจในการ ยางนา และตะแบก ไวเ้ ป็นเงนิ ออม การจัดการไม้ผลร่วมกบั ปา่ ไม้ เพอ่ื คนื ผนื ปา่ สแู่ ผน่ ดนิ ปลูกป่าและคืนผืนป่าให้แก่แผ่นดิน จึงเริ่มปลูกป่าที่มีท้ังไม้ผล บทเรยี นจากปราชญ์ ในแต่ละปีสามารถทำ�กำ�ไรได้เฉล่ีย 300,000 ถึง 500,000 บาท และสรา้ งรายไดจ้ ากการจ�ำ หนา่ ยผลไม้ ที่สามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดปี และป่าท่ีมีไม้ใช้สอยเพื่อใช้ “แผ่นดินไทย เป็นแผ่นดินท่ีมีความอุดมสมบูรณ์ นอกจากน้ี ยังเป็นผู้ที่ส่งเสริมการจัดทำ�บัญชีครัวเรือนท่ีเป็น โดยเนน้ การรกั ษาความอดุ มสมบรู ณ์ ประโยชนแ์ บบยง่ั ยนื เช่น ไมส้ ัก พะยงู และยางนา เป็นตน้ ทยี่ อมรบั ของสังคมอีกดว้ ย จะปลูกอะไรก็ได้ผลดี ขอเพียงแค่มีความเอาใจใส่ แล้วจะ และความชมุ่ ชน้ื ของหนา้ ดนิ ท�ำ ใหส้ ามารถใชพ้ น้ื ทป่ี ลกู พชื ไดผ้ ลตอบแทนคืนมา” ไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื สวนไม้ผลในการปลูกพืชผสมผสานในพ้ืนท่ีของตนเอง สามารถ ลดการใช้น้ํา ปุ๋ย และสารฆ่าแมลง เน่ืองจากการปลูกต้นไม้ หลากหลายจะทำ�ให้เกิดสภาพการพึ่งพาอาศัยกัน ใบไม้ท่ีร่วง 118 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 119

นายทอง สงิ หส์ ุขุม องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ พด.2 และ พด.3 ของกรมพัฒนาที่ดนิ น�ำ มารวมกันแลว้ ปดิ ทบั ดว้ ย เองได้ ทง้ั น้ี ความรทู้ ถ่ี า่ ยทอดสสู่ าธารณะสว่ นใหญเ่ ปน็ เรอ่ื งเกย่ี วกบั และพัฒนาเป็นตน้ แบบ “เซยี นเปล่ียนยอดมะม่วงเมืองเกนิ ร้อย” ต้นกล้วยสับละเอียด คลุมทับเพ่ือควบคุมอุณหภูมิเป็นระยะเวลา เทคนคิ การขยายพนั ธม์ุ ะมว่ งเพอ่ื เพม่ิ ผลผลติ รวมถงึ การทำ�ปยุ๋ หมกั เทคนคิ การปลกู มะมว่ งโดยการเปลย่ี นยอด เรม่ิ จากเพาะกลา้ จากเมล็ด จากนั้นเลือกต้นท่ีมีรากแก้วสมบูรณ์แข็งแรง จำ�นวน 3 เดอื น จงึ เปดิ ใช้ได้ นอกจากน้ี ยังพัฒนาการใช้นํ้าหมักสับปะรด และน้ําหมักสับปะรด เพ่ือลดการใช้สารเคมี และในปี พ.ศ. 2552 จังห ัวด ้รอยเ ็อด 3 ต้นมาลงปลูกใน 1 หลุม นำ�ลำ�ต้นทั้งหมดมาทาบรวมกันให้ เป็นต้นเดียว โดยรากท้ังหมดจะทำ�หน้าท่ีดูดซึมน้ําและแร่ธาตุ ฉีดเป็นฮอร์โมนจากพืชสำ�หรับฉีดพ่นมะม่วง เพื่อเร่งดอกในปี ได้จัดต้งั ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน และได้รับคัดเลือกให้เป็นปราชญ์ผ้นู �ำ จากดินเพื่อเลี้ยงลำ�ต้น นอกจากน้ี การทาบลำ�ต้นรวมกันยังเป็น การเพิ่มความแข็งแรงให้ต้นมะม่วงและทำ�ให้ไม่ล้มง่ายอีกด้วย พ.ศ.2543 โดยมสี ว่ นผสมของนาํ้ เปลา่ 200 ลติ ร นาํ้ หมกั ชวี ภาพจาก ชมุ ชนและเครอื ขา่ ยระดบั จงั หวดั รอ้ ยเอด็ เรอ่ื ยมาจนถงึ ปจั จบุ นั หอยเชอรี่ 100 มิลลลิ ติ ร และนํ้าหมกั สับปะรด 200 มลิ ลลิ ิตร รางวัลท่ภี าคภูมิใจ ที่มา แรงบันดาลใจ แรงผลักดนั ในการพฒั นาองคค์ วามรู้ • เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการใช้วิชาการเกษตรดี หรือผลงานที่เกิดจากภมู ปิ ญั ญา ท่เี หมาะสม ประจำ�ปี 2550 เนอ่ื งจากครอบครวั มหี นสี้ นิ จ�ำ นวนมาก จงึ ท�ำ ใหม้ แี นวคดิ ใน • เขียวขจีดีเด่น จากมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ร่วมกับ การปลูกพืชผสมผสานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเริ่มต้นปลูกพืช กรมการพัฒนาชมุ ชน ประจำ�ปี 2549 ผสมผสานในปี พ.ศ. 2535 ในพน้ื ทีเ่ ร่ิมตน้ 1 งาน เปน็ มะม่วงนอก ผพู้ ฒั นาเทคนคิ การปลกู ฤดูกาลพันธุ์เศรษฐีจำ�นวน 7 ต้น ผสมผสานกับการปลูกหม่อน บทเรียนจากปราชญ์ และเปลย่ี นยอดมะมว่ ง เพอ่ื เพม่ิ ปรมิ าณผลผลติ เลย้ี งไหม พชื สมนุ ไพร และผกั สวนครวั กอ่ ใหเ้ กดิ กำ�ไรจากการขาย “เกษตรธรรมะ คอื การทำ�เกษตรโดยมคี วามซอื่ สตั ยต์ อ่ รว่ มกบั การใชป้ ยุ๋ หมกั ทป่ี ระยกุ ต์ มะม่วงปีละประมาณ 100,000 บาท รวมท้ังรายได้เสริมจากการ ตนเอง พยายามใช้ของเหลอื ใช้ ดูแลดนิ ให้ดี จะท�ำ ใหป้ ลกู พืช จากกรมพฒั นาทด่ี นิ ท�ำ ใหด้ นิ อดุ มสมบรู ณ์ ขายสมุนไพรและผักสวนครัว ทำ�ให้สามารถชำ�ระหนี้สินได้ ได้ผลผลิตดี ดแู ลนา้ํ ให้ดี จะท�ำ ให้เกษตรกรอยู่ดมี ีความสุข” นายทอง สงิ ห์สุขมุ อายุ 68 ป ี และมผี ลผลติ มะมว่ ง เพอ่ื จ�ำ หนา่ ยปลี ะ 1.3 ตนั ตอ่ ไร่ จนปัจจบุ นั สามารถขยายพน้ื ที่ปลกู รวม 22 ไร่ การศึกษา มธั ยมศึกษาตอนต้น ทอ่ี ยู ่ 117 บ้านโคกเลาะ หมทู่ ่ี 6 ตำ�บลหนองพอก แนวทางการเผยแพร่องคค์ วามรู้หรือผลงานทเี่ กดิ จาก อ�ำ เภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอด็ 45210 ภูมปิ ญั ญาให้เปน็ ประโยชน์แก่ผู้อน่ื และสังคมสว่ นรวม โทรศพั ท์ 08 0754 6179, 08 8332 9448 เผยแพรค่ วามรแู้ กเ่ กษตรกรผทู้ ส่ี นใจ ทง้ั การบรรยาย และให้ เกษตรกรไดป้ ฏบิ ตั จิ รงิ จนกระทง่ั มคี วามช�ำ นาญ สามารถน�ำ ไปปฏบิ ตั ิ ความเช่ยี วชาญ ความชำ�นาญ เม่ือต้นมะม่วงแข็งแรงแล้วจะใช้การเปล่ียนยอดตามพันธ์ุท่ีต้องการ และกจิ กรรมทางการเกษตรที่ดำ�เนินการ ทง้ั น้ี สง่ิ ส�ำ คญั ทช่ี ว่ ยให้ตน้ มะมว่ งให้ผลผลิตดคี อื การบ�ำ รุงดินให้มี คุณภาพ โดยใช้ปุ๋ยหมักท่ีมีส่วนประกอบของน้ําหมักชีวภาพ ปลกู พชื ผสมผสานระหวา่ งไมผ้ ลกบั หมอ่ นเลยี้ งไหม โดยเนน้ จากหอยเชอร่ี (หอยเชอร่ี 3 กโิ ลกรมั ตอ่ กากนา้ํ ตาล 1 กโิ ลกรมั ) ปลูกมะม่วงให้ได้ผลผลิตมาก สามารถเพาะขยายพันธุ์มะม่วง และนา้ํ หมกั ผลไมส้ กุ (สบั ปะรดหรอื มะมว่ ง2 กโิ ลกรมั ตอ่ กากนา้ํ ตาล ด้วยวิธีการรวมต้นและเปล่ียนยอด เน้นจัดการคุณภาพดิน 1 กิโลกรัม) โดยมีสูตรผสมปุ๋ยหมักจำ�นวน 1 ตัน ประกอบด้วย โดยการลดใช้สารเคมี จนกระทั่งสามารถเลิกใช้สารเคมีได้ ปยุ๋ คอก 100 กโิ ลกรมั แกลบดนิ 200 กโิ ลกรมั นา้ํ หมกั ผลไมส้ กุ รอ้ ยเปอร์เซ็นต์ ปจั จบุ ันปลูกตน้ มะม่วงมากกว่า 100 ต้น ภายใน 40 ลติ ร นา้ํ หมกั ชวี ภาพ 20 ลติ ร นา้ํ เปลา่ 200 ลติ ร สารเร่ง พด.1 พืน้ ที่ 22 ไร่ ไดผ้ ลผลติ ปลี ะประมาณ 1.3 ตนั ตอ่ ไร่ 120 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 121

นายจันทร์ที ประทุมภา องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ท่ีมา แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพัฒนาองค์ความร้ ู บทเรยี นจากปราชญ์ จังห ัวดนครราชสีมา และพัฒนาเป็นตน้ แบบ หรอื ผลงานทเ่ี กิดจากภมู ิปญั ญา “อยากให้เกษตรกรไทยทุกคนเดินตามรอยพ่อหลวง “ผู้พฒั นาผกั หวานปา่ แกจ้ นคนอีสาน” ผกั หวานปา่ เปน็ พชื ทไี่ ดร้ บั ความนยิ มนำ�มาบรโิ ภค เนอื่ งจาก การผลิตผักหวานป่าด้วยการเพาะเมล็ด เป็นการผลิต “ผัก อยู่อย่างพอเพียง มีความมุ่งม่นั พยายาม ขยนั ซอ่ื สตั ย์ อดทน นายจันทร์ที ประทุมภา อายุ 76 ป ี ยนื ตน้ ” ทสี่ ามารถเกบ็ เกยี่ วผลผลติ ไดน้ านหลายปี เรม่ิ ตน้ การเพาะ มีรสชาติดีกว่าผักหวานบ้าน แต่มีข้อจำ�กัดในการเล้ียงและเพาะ การทำ�การเกษตรเป็นการสร้างชีวิต ถึงแม้จะเป็นอาชีพระดับ ตน้ ผกั หวานปา่ จากการรวบรวมเมลด็ พนั ธทุ์ ห่ี าไดจ้ ากตน้ พนั ธ์ุในปา่ ขยายพนั ธ์ุ จงึ ท�ำ ใหผ้ กั หวานปา่ มรี าคาขายสงู หากสามารถเพาะพนั ธ์ุ รากหญา้ แต่ประเทศชาตกิ ข็ าดอาชีพนี้ไมไ่ ด้ เพราะการท�ำ การ การศกึ ษา ประถมศกึ ษา พร้อมกับสังเกตและเรียนรู้การเจริญเติบโตของผักหวานป่าใน ผักหวานป่าได้จะทำ�ให้มีผักหวานป่าบริโภคได้มากข้ึน และสร้าง เกษตรเป็นอาชีพที่ทำ�ให้ชีวิตทุกชีวิตได้มีอยู่มีกิน มีชีวิตที่ดี ท่อี ย่ ู 138 บ้านโนนรัง หมทู่ ่ี 6 ตำ�บลตลาดไทร สภาพธรรมชาติ จากนน้ั น�ำ เมลด็ ทรี่ วบรวมไดม้ าลา้ งท�ำ ความสะอาด รายได้ให้กับครอบครัว นอกจากน้ี การขยายพันธุ์ผักหวานป่าให้ การมชี วี ิตท่ีดตี ้องมาจากองค์ประกอบทด่ี ี คอื กายและใจต้อง อ�ำ เภอชุมพวง จงั หวัดนครราชสมี า 30270 ก�ำ จัดเปลอื กห้มุ เมลด็ ออก ลา้ งเมือกใสรอบเมลด็ ให้หมด แล้วน�ำ มากขนึ้ ยงั จะช่วยเพ่ิมจำ�นวนไม้ยนื ต้นในชมุ ชนอกี ดว้ ย สัมพนั ธ์กัน” โทรศัพท์ 08 9948 4737 ไปเพาะในวสั ดทุ เ่ี ตรยี มจากดนิ แกลบดำ� และปยุ๋ คอก ในอตั ราสว่ น 1:1:1 โดยวางเมล็ดพนั ธ์บุ นวัสดปุ ลูกตามแนวนอน ใหม้ สี ่วนที่อยู่ แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 123 ความเชย่ี วชาญ ความชำ�นาญ ใต้วัสดุปลูกเพียงคร่ึงหน่ึงของความสูงของเมล็ดในแนวนอน ภูมปิ ญั ญาใหเ้ ปน็ ประโยชน์แก่ผอู้ น่ื และสังคมสว่ นรวม และกิจกรรมทางการเกษตรท่ดี �ำ เนนิ การ ควบคุมความช้ืนโดยรดนํ้าอย่างสมํ่าเสมอ รากจะเริ่มงอกในระยะ เวลา 1-2 สัปดาห์ จากน้ันจึงย้ายปลูกในพื้นท่ีท่ีเตรียมไว้ ท้ังน้ี ศนู ยฝ์ กึ อบรมเกษตรผสมผสานบา้ นโนนรงั -บรู พา เรม่ิ จดั ตง้ั ท�ำ การเกษตรแบบไรน่ าสวนผสม ปลกู พชื แบบเกษตรอนิ ทรยี ์ ปัจจัยที่สำ�คัญต่อการเจริญเติบโตของผักหวานป่าคือ ปริมาณ ขน้ึ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2546 เพอ่ื ถา่ ยทอดความรดู้ า้ นการท�ำ การเกษตรโดย มีความชำ�นาญในการขยายพันธ์ุพืช และพัฒนาเทคนิคการปลูก แสงแดด ไมค่ วรปลกู ผกั หวานปา่ ในทโ่ี ลง่ แจง้ ควรปลกู ในพน้ื ทที่ มี่ ี ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่คนรุ่นใหม่ เน้นการขจัด ผกั หวานปา่ นอกจากน้ี ยงั มคี วามรคู้ วามสามารถในการขยายพนั ธุ์ รม่ เงาโดยปลูกรว่ มกับไม้ยนื ต้น (เช่น ประดู่ ยางนา และตะเคยี น ปญั หาความยากจน สรา้ งความเขม้ แขง็ ในชมุ ชน ทเ่ี รม่ิ จากการพง่ึ พา ปลา และการแปรรปู ผลผลิตทางการเกษตร เป็นตน้ ) หรือไม้ผล (เช่น ขนุน เป็นตน้ ) ที่มีระบบรากไมห่ นาแน่น ตนเองแลว้ น�ำ ไปสกู่ ารพง่ึ พากนั ระหวา่ งคนในชมุ ชน เนน้ การเผยแพร่ องคค์ วามรู้ในการเพาะและขยายพนั ธพ์ุ ชื และการรกั ษาความสมบรู ณ์ เกษตรกรผเู้ พาะ ทางทรพั ยากร ตอ่ มาใน ปี พ.ศ.2550 ไดเ้ ขา้ รว่ มโครงการพฒั นาการ และขยายพนั ธผ์ุ กั หวานปา่ สชู่ มุ ชน เกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ ของสำ�นักงานปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ จงึ เปลย่ี นชอ่ื ศนู ย์ เปน็ “ศนู ยเ์ รยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยเรยี นรธู้ รรมชาติ พอ่ จนั ทรท์ ี ประทมุ ภา” และด�ำ เนนิ การจดั อบรมใหเ้ กษตรกร นกั เรยี น เพอ่ื เพม่ิ ผลผลติ ขา้ ราชการ และผสู้ นใจมาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งจนถงึ ปจั จบุ นั และสรา้ งรายได้ใหค้ นในชมุ ชน จนเปน็ ทย่ี อมรบั รางวลั ทภี่ าคภมู ิใจ • ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจ พอเพยี ง ประจำ�ปี 2554 • รางวัลชนะเลิศ การประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี งด้านเกษตรทฤษฎใี หม่ ประจำ�ปี 2550 • การเชดิ ชเู กียรติเป็นครูภูมปิ ญั ญาไทย รุน่ ท่ี 5 ดา้ นเกษตรกรรม (เทคนิคการปลูกผกั หวาน) ประจ�ำ ปี 2549 122 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์

นายสมคดิ เลิศประเสรฐิ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ท่ีมา แรงบันดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพัฒนาองค์ความร้ ู รางวลั ท่ภี าคภมู ิใจ และพฒั นาเป็นต้นแบบ หรอื ผลงานทีเ่ กิดจากภูมิปัญญา • เกษตรกรดเี ดน่ ท่ีมผี ลงานเพาะปลกู พืชเกษตรอนิ ทรีย์ ประจำ�ปี “ผผู้ ลติ นา้ํ หมกั สมนุ ไพรสตู รออกฤทธพ์ิ ชิ ติ ตน้ ทนุ ” ผลติ น้ําหมกั เพื่อใช้ในการทำ�เกษตรผสมผสาน เปน็ นาํ้ หมัก ทำ�งานรับจ้าง ได้แก่ ช่างเย็บผ้า ช่างซ่อมเคร่ืองยนต์ 2549 จังห ัวดบึงกาฬ นายสมคิด เลิศประเสริฐ อายุ 63 ป ี สำ�หรับใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารสัตว์ และน้ําหมักสำ�หรับใช้ • เกษตรกรทำ�ไร่นาสวนผสมดีเด่น จังหวัดบึงกาฬ ประจำ�ปี ไล่แมลง โดยนํา้ หมักในสูตรอาหารสตั วจ์ ะใช้ผลไม้สุกผสมรวมกบั และชา่ งไฟฟ้า ในกรุงเทพมหานคร ต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2509 รวมเป็น การศกึ ษา มธั ยมศึกษาตอนปลาย อาหารขน้ สำ�เรจ็ รปู เพอื่ เปน็ สว่ นประกอบหลกั สำ�หรบั ใชเ้ ปน็ อาหาร เวลากวา่ 20 ปี ตลอดเวลารสู้ กึ วา่ การใชช้ วี ติ ในกรงุ เทพมหานคร 2557 ทีอ่ ย ู่ 46 บา้ นชยั พร หมทู่ ่ี 12 ต�ำ บลโนนศิลา เพื่อลดตน้ ทนุ ในการผลติ อาหารเล้ียงสุกรลกู ผสมเหมยซาน ไกไ่ ข่ มแี ตค่ วามวนุ่ วายและแกง่ แยง่ แขง่ ขนั ทำ�ให้ไมม่ คี วามสขุ อยา่ งท่ี • สมั มาชพี ดเี ด่นของสภาเกษตรจังหวดั ประจำ�ปี 2557 อำ�เภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ 38190 เปด็ ไข่ และโคเนอ้ื สว่ นนา้ํ หมกั สตู รทใี่ ช้ไลแ่ มลงจะมสี ว่ นผสมหลกั โทรศพั ท์ 08 3384 0464 เปน็ สมนุ ไพรหลายชนดิ เชน่ สะเดา ตะไครห้ อม และฟ้าทะลายโจร ตงั้ ใจไว้ จนในที่สดุ จึงได้ตดั สนิ ใจกลบั บ้านเกดิ ในปี พ.ศ. 2530 บทเรียนจากปราชญ์ เปน็ ตน้ ซงึ่ นาํ้ หมกั ทั้งสองสูตรจะมีสว่ นผสมเดยี วกนั คือ วตั ถุดิบ เพื่อทำ�นาและปลูกมันสำ�ปะหลัง โดยใช้พื้นที่ท่ีได้รับส่วนแบ่ง ความเชี่ยวชาญ ความชำ�นาญ หลัก 30 กโิ ลกรัม : กากนา้ํ ตาล 10 ลติ ร : นาํ้ 10 ลิตร ผสมรวม มาจากพ่อและแม่ของตนเอง แต่เนื่องจากผลผลิตจากการทำ�นา “เกษตร คือ ศาสตร์ท่ีว่าด้วยอาหารการกิน การทำ� และกจิ กรรมทางการเกษตรทดี่ ำ�เนินการ กับหัวเชือ้ พด.2 และยาคลู ท์ จำ�นวน 2 ขวด หมักเปน็ ระยะเวลา 1 และมันสำ�ปะหลังยังมีไม่มากและราคาของผลผลิตในขณะน้ัน เกษตรกรรมโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติ จะต้องอยู่ร่วมกับ เดือน จงึ เปิดใช้ มรี าคาตา่ํ ท�ำ ใหม้ หี นสี้ นิ จงึ ไดข้ อค�ำ ปรกึ ษาจากเกษตรและปศสุ ตั ว์ ธรรมชาติให้ได้ และต้องคืนให้แก่ธรรมชาติ จะท�ำ ใหเ้ กษตรกร ทำ�นาขา้ ว นาบวั สวนยางพารา เลยี้ งโค สุกร ไก่ เป็ด และ อำ�เภอ จนกระทัง่ ปี พ.ศ. 2535 ได้ปฏิบตั ติ ามหลักเกษตรทฤษฎี มคี วามสขุ ซงึ่ ความสขุ เหลา่ นน้ั มคี วามส�ำ คญั มากกวา่ เงนิ ทอง” ปลา นอกจากน้ียังปลูกสมุนไพร และพืชผักสวนครัว รวมพ้ืนที่ เกษตรกรผยู้ ดึ หลกั ทำ�การเกษตรทั้งสิ้น 25 ไร่ จากการที่มีประสบการณ์ในการทำ� เกษตรทฤษฎีใหม่ในการประกอบอาชพี ใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปรับพื้นที่ร่องสวน การเกษตรทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์มานานกว่า 20 ปี จึงทำ�ให้ สามารถนำ�ความรู้ที่มีมาประยกุ ต์ใช้รว่ มกัน เช่น การน�ำ สมุนไพร และเปน็ ตน้ แบบ ยางพารา เพ่อื ปลูกมันส�ำ ปะหลงั และเล้ียงสตั ว์ เช่น หมู เปด็ และ ทปี่ ลกู มาท�ำ นาํ้ หมกั เพอื่ ใช้ไลแ่ มลง ซง่ึ เปน็ สตู รนา้ํ หมกั ทใี่ ชว้ ตั ถดุ บิ การท�ำ การเกษตรแบบผสมผสาน ทหี่ างา่ ยในทอ้ งถน่ิ จงึ ไดร้ บั การสนบั สนนุ จากหนว่ ยงานราชการใน โดยประยกุ ต์ใชน้ า้ํ หมกั ทดแทนสารเคมี ไก่ คิดสูตรน้ําหมักใช้ในการเล้ียงสัตว์และปลูกพืชเพื่อลดการใช้ การท�ำ น้ําหมักและเผยแพรใ่ ห้ผูส้ นใจทวั่ ไป จนสรา้ งรายได้ ส ารเคมแี ละลดตน้ ทนุ จนกระทัง่ สามารถช�ำ ระหนไ้ี ดห้ มด และมคี ณุ ภาพชวี ติ ดขี น้ึ แนวทางการเผยแพรอ่ งค์ความรู้หรือผลงานที่เกดิ จาก ภูมิปัญญาให้เป็นประโยชนแ์ ก่ผอู้ ่นื และสังคมสว่ นรวม จัดตง้ั ศูนยก์ ารเรยี นรู้ชุมชนในปี พ.ศ. 2556 เพือ่ ใหน้ ักเรยี น นักศึกษา และเกษตรกรท่ีสนใจเข้ามาศึกษาการใช้ประโยชน์ จากพ้ืนทีเ่ พอ่ื ท�ำ เกษตรผสมผสาน และศึกษาการใชป้ ระโยชน์จาก วสั ดเุ หลอื ใชท้ างการเกษตรในการเลย้ี งสตั ว์ รวมไปถงึ การปอ้ งกนั แมลงโดยใช้น้ําหมักสมุนไพร นอกจากน้ี ยังเป็นอาสาเกษตร ของหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ อาสาปศุสัตว์ อาสาประมง อาสา ของกระทรวงเกษตร อาสาของกระทรวงพาณิชย์ และยังเป็น รองประธานสภาเกษตรอำ�เภออีกด้วย โดยมีหน้าที่หลักในการ จัดการอบรมและใหค้ ำ�แนะน�ำ กับเกษตรกร 124 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 125

นายคำ�ปว่ น สุธงษา องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ใหเ้ ขา้ กนั จากนน้ั เทสว่ นผสมบนพน้ื ดนิ หรอื พน้ื ซเี มนต์ ใหม้ คี วามสงู รางวัลทภี่ าคภูมิใจ และพฒั นาเปน็ ต้นแบบ จากพน้ื 30 เซนตเิ มตร คลมุ ดว้ ยกระสอบปา่ นเปน็ เวลา 12 ชว่ั โมง • เหรียญเงินเคร่ืองราชดิเรกคุณาภรณ์ ผู้มีผลงานดีเด่น “ฤาษีผมู้ ีฤทธิ์เนรมติ ความงามพืชพรรณ” แล้วจึงกลับกองปุ๋ย พักให้อุณหภูมิภายในกองกองปุ๋ยลดลงแล้วจึง ประจำ�ปี 2555 จังห ัวดเลย การเพาะและขยายพนั ธ์ุไมด้ อกไมป้ ระดบั เมอื งหนาวใหป้ ระสบ คลมุ ดว้ ยกระสอบปา่ นอกี ครง้ั กลบั ปยุ๋ จ�ำ นวนทง้ั สน้ิ 4 ครง้ั แตล่ ะครง้ั นายค�ำ ป่วน สธุ งษา อายุ 82 ป ี ผลส�ำ เรจ็ ตอ้ งเรม่ิ จากความเขา้ ใจธรรมชาตขิ องพชื เหลา่ นน้ั กอ่ น และ จากการสงั เกตพชื หลายชนดิ ท�ำ ใหท้ ราบถงึ ชว่ งเวลาทเ่ี หมาะสมในการ หา่ งกนั 12 ชว่ั โมง หลงั จากนน้ั จงึ เปดิ กระสอบปา่ น รอใหป้ ยุ๋ แหง้ แลว้ บทเรยี นจากปราชญ์ การศกึ ษา ประถมศึกษา ขยายพันธ์ุพืชชนิดต่างๆ เช่น ต้นพลอยอินเดียและคริสต์มาสควร จงึ น�ำ ไปใช้ สว่ นสมุนไพรทใ่ี ช้ก�ำ จัดแมลงศตั รพู ืชนน้ั เปน็ สตู รนา้ํ หมัก ทอ่ี ยู ่ 67 บา้ นหนองเสอื คราง หม่ทู ่ี 2 ต�ำ บลหนองบวั ขยายพันธ์ุในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ต้นกุหลาบหินควร สมนุ ไพร ทป่ี ระกอบดว้ ย ตะไครห้ อม รากมด ไหลแดง และยาเสน้ “เป็นคนอย่าอยู่น่ิง เพราะถ้าหยุดน่ิงเม่ือไร จะเดิน อ�ำ เภอภเู รือ จงั หวดั เลย 42160 ขยายพนั ธ์ุในชว่ งเดอื นธนั วาคมถงึ เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ และตน้ ไฮเดรนเยยี ปรมิ าณชนดิ ละ 1 กโิ ลกรมั สบั สว่ นผสมทง้ั หมดใหล้ ะเอยี ด แลว้ แช่ ถอยหลังทันที ต้องรู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และต้องมี โทรศัพท์ 08 6231 9006 ควรขยายพนั ธ์ุในชว่ งเดอื นมนี าคมถงึ เดอื นกนั ยายน เปน็ ตน้ นอกจาก ในนา้ํ สะอาดปรมิ าตร 15 ลติ ร เปน็ เวลา 1 คนื เมอ่ื น�ำ ไปใชต้ อ้ งละลาย ความซ่ือสตั ย์ในอาชพี ตัวเอง” น้ี การใชน้ า้ํ แขง็ วางตามจดุ ตา่ งๆ ในโรงเรอื นรว่ มกบั การพน่ ละอองนา้ํ ความเชย่ี วชาญ ความชำ�นาญ จะชว่ ยปรบั อณุ หภมู ใิ นโรงเรอื นตลอดทง้ั วนั ใหเ้ หมาะสมตอ่ การเจรญิ ปูนเค้ียวหมากกับน้ําหมักปริมาตร 5 ลิตรด้วย และควรใช้น้ําหมัก และกจิ กรรมทางการเกษตรท่ีด�ำ เนนิ การ เตบิ โตของไมด้ อกเมอื งหนาว สว่ นการบ�ำ รงุ พชื และก�ำ จดั แมลงศตั รพู ชื ควรเนน้ ใชส้ ารอนิ ทรยี เ์ พอ่ื ลดตน้ ทนุ และรกั ษาสภาพแวดลอ้ ม ปยุ๋ ทใ่ี ช้ ใหห้ มดภายในครง้ั เดยี ว หากปลอ่ ยทง้ิ ไวป้ นู เคย้ี วหมากจะตกตะกอน เพาะและขยายพันธ์ุไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น ในการรองก้นหลุมก่อนปลูกพืช คือ ปุ๋ยหมักชีวภาพ 48 ช่ัวโมง คริสต์มาส พลอยอินเดีย กุหลาบหิน และไฮเดรนเยีย เป็นต้น ทส่ี ามารถท�ำ ได้โดยผสมฟาง กากถว่ั และแกลบดนิ ใหเ้ ขา้ กนั ราดทบั สง่ ผลท�ำ ใหป้ ระสทิ ธภิ าพในการไลแ่ มลงลดลง จนกระทง่ั ประสบความส�ำ เรจ็ ในการท�ำ สวนไมด้ อก ไมป้ ระดบั และ ดว้ ยกากนา้ํ ตาลปรมิ าตร 10 ลติ ร คลกุ เคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั เมอ่ื ใชม้ อื ก�ำ ไมผ้ ลเมอื งหนาวเป็นรายแรกของจังหวดั เลย และเปน็ ท่รี ้จู กั ในชอ่ื ส่วนผสมแล้วไม่มีน้ําไหลผ่านน้ิว จึงเติมรำ�ละเอียด และคลุกเคล้า ทีม่ า แรงบันดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพฒั นาองค์ความรู้ “สวนนา้ํ ฝน” หรือผลงานท่ีเกิดจากภมู ปิ ัญญา ผเู้ พาะและขยายพนั ธ์ุ 126 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ไมด้ อกไมป้ ระดบั เมอื งหนาว ตอ้ งการสรา้ งอาชพี ทย่ี ง่ั ยนื ใหก้ บั พน่ี อ้ งจงั หวดั เลยโดยไมร่ บกวน โดยใชก้ ารสงั เกตและความเขา้ ใจ ธรรมชาตขิ องพชื จนประสบความส�ำ เรจ็ ธรรมชาติ จึงริเร่ิมผลักดันให้เกิดโครงการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ เปน็ รายแรกของจงั หวดั เลย สรา้ งภมู ปิ ญั ญาและอาชพี ทม่ี น่ั คง เมืองหนาวเพ่อื จำ�หน่าย เน่ืองจากสภาพภูมิอากาศของจังหวัดเลย ของคนในจงั หวดั เหมาะสมตอ่ การปลกู พชื เมอื งหนาว ประสานกบั ภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ นท่ี มีอย่เู ดิม ทำ�ให้ม่งุ ม่นั และท่มุ เทในการพัฒนาวิธีการปลูกจนกระท่งั ประสบความส�ำ เรจ็ แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก ภมู ิปัญญาให้เป็นประโยชน์แกผ่ อู้ น่ื และสงั คมสว่ นรวม เปดิ สวนไมด้ อกไมป้ ระดบั ของตนเองชอ่ื “สวนนา้ํ ฝน” เมอ่ื ปี พ.ศ. 2540 เพ่อื ใช้เป็นแหล่งเรียนร้แู ละถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการ เกษตรใหก้ บั ผทู้ ส่ี นใจ โดยรว่ มเปน็ วทิ ยากรในการบรรยายใหห้ นว่ ยงาน และองคก์ รตา่ งๆ นอกจากนย้ี งั เปดิ รบั นกั เรยี น นกั ศกึ ษา และเกษตรกร รวมท้ังผู้ท่ีสนใจท่ัวไป มาฝึกงานท่ีสวนน้ําฝน และมีการถ่ายทอด ความรผู้ า่ นสอ่ื มวลชนสาขาตา่ งๆ จนเปน็ ทย่ี อมรบั ของสงั คมและชมุ ชม ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 127

นายกฤติเดช ศรีเนตรภัทธ์ เกษตรกร ที่มา แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพัฒนาองคค์ วามร ู้ บทเรยี นจากปราชญ์ จังห ัวดมหาสารคาม ผู้ใชพ้ ลงั งานจากแสงอาทติ ย์ หรือผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ิปัญญา “ผทู้ ำ�นาดว้ ยพลังงานแสงอาทิตย์” เคยทำ�งานด้านพลังงานและส่ิงแวดล้อมในกรุงเทพฯ “คืนป่าให้ผืนดิน เรียนรู้ท่ีจะอยู่กับธรรมชาติ โดยไม่ มาบรหิ ารจดั การนา้ํ เบยี ดเบียนธรรมชาติ และด�ำ รงชีวติ แบบพอเพียง” และสรา้ งระบบนา้ํ ลน้ ตา่ งระดบั โดยทำ�งานและเรียนไปด้วย จนกระท่ังปี พ.ศ. 2540 เริ่มป่วย เป็นโรคภมู แิ พ้ จนต้องเข้ารบั การรักษาตวั ทโี่ รงพยาบาล แต่อาการ กอ่ ใหเ้ กดิ การใชน้ า้ํ ไมด่ ขี นึ้ จงึ ตดั สนิ ใจลาออกจากงานกลบั มารกั ษาตวั ทบ่ี า้ นทจ่ี งั หวดั เพอ่ื การท�ำ นาอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มหาสารคามในปี พ.ศ. 2546 และเรม่ิ ปลกู ผกั อนิ ทรยี เ์ พอ่ื บรโิ ภคเอง จากน้ันสุขภาพดีข้ึนเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดแนวความคิดท่ีผันตัวเอง นายกฤติเดช ศรเี นตรภัทธ์ อายุ 41 ป ี องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ เป็นเกษตรกรเต็มตัว ทำ�การเกษตรอินทรีย์ท่ีสามารถสร้างรายได้ และพฒั นาเป็นต้นแบบ คุ้มค่าโดยไม่ต้องมีหน้ีสิน และสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การศึกษา ปรญิ ญาตรี สาขาวศิ วกรรมศาสตรเ์ ครอื่ งกล ทบ่ี ้านเกดิ ของตนเอง การเกษตร ม.เกษมบณั ฑิต ทำ�นาข้าวอินทรีย์ 3 คร้ังต่อปี ด้วยวิธีบริหารจัดการน้ํา ท่ีอยู่ 52 บา้ นขามเปยี้ หมทู่ ี่3 ต�ำ บลกทู่ อง อ�ำ เภอเชยี งยนื อย่างมีประสิทธิภาพด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เน่ืองจากการปลูก แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก จงั หวัดมหาสารคาม 44160 ข้าวจะต้องอาศัยนํา้ เป็นหลกั จึงแบ่งที่ดนิ สำ�หรบั ท�ำ นาขา้ วอินทรีย์ ภูมปิ ัญญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่ผูอ้ ืน่ และสังคมสว่ นรวม โทรศัพท์ 09 2913 5208 3 ไร่ จากพน้ื ทท่ี ม่ี ที ง้ั สนิ้ 20 ไร่ โดยพน้ื ทที่ เี่ หลอื ใชข้ ดุ บอ่ ปลาจ�ำ นวน 4 บ่อ ให้แต่ละบ่อตั้งอยู่บนพื้นท่ีต่างระดับกันเพ่ือทำ�ระบบนํ้าล้น จดั ตง้ั ศูนยเ์ รียนรูเ้ กษตรครบวงจรชอื่ “ศูนย์เรยี นรศู้ รีเนตร ความเชีย่ วชาญ ความช�ำ นาญ ตดิ ตงั้ แผงโซลา่ เซลลเ์ ขา้ กบั เครอ่ื งสบู นา้ํ เพอ่ื ใชส้ บู นา้ํ จากแหลง่ นา้ํ พฒั นา” ในพน้ื ทข่ี องตนเอง โดยเปดิ ใหบ้ คุ คลทวั่ ไปทสี่ นใจ นกั เรยี น และกจิ กรรมทางการเกษตรทด่ี ำ�เนินการ ธรรมชาตใิ ส่ลงในบ่อปลาทง้ั 4 บอ่ อาศัยหลกั การนาํ้ ล้นจากทสี่ งู นักศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าศึกษาดูงานโดย ลงสูท่ ต่ี า่ํ โดยบ่อแรกจะเลีย้ งปลาดกุ จากนั้นน้ําจากบ่อแรกจะไหล ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผ่านช่องทางส่ือต่างๆ และเป็นวิทยากร ทำ�การเกษตรครบวงจรด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นท่ี ลงสูบ่ อ่ ท่สี อง สาม สี่ และแปลงนาขา้ ว ตามลำ�ดับ สง่ ผลให้ขา้ ว บรรยายเรื่องเกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ให้กับคนในชุมชน ประมาณ 20 ไร่ นำ�เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมและ ได้ปุ๋ยจากนํ้ามูลปลาเป็นแหล่งปุ๋ยอินทรีย์ ร่วมกับการใช้น้ําหมัก โดยคาดหวังให้เกษตรกรชาวนาสามารถลืมตาอ้าปากได้ ไมร่ บกวนธรรมชาติ เชน่ ท�ำ นาข้าวอนิ ทรีย์ ปลกู ผักปลอดสารพษิ ชีวภาพจากหอยเชอรี่ ทำ�ให้ข้าวงอกงามโดยไม่ต้องพ่ึงสารเคมี เน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และผลงานเชิงประจักษ์ในไร่นา เล้ยี งปลา เล้ยี งสัตว์ และนาํ้ หมักชีวภาพ เป็นตน้ นอกจากน้ี ยังน�ำ นอกจากนี้ ยังขุดร่องน้ําเพ่ือให้นํ้าไหลสู่ไม้ยืนต้นที่ปลูกเพื่อให้ ของตนเอง หลกั การตลาดมาประยุกต์ใชจ้ นประสบความส�ำ เรจ็ ถงึ ทุกวนั นี้ ร่มเงา และชว่ ยลดภาวะโลกร้อน ได้แก่ ต้นตะเคียน และต้นยางนา รวมถงึ พืชลม้ ลุก ได้แก่ เผือก มัน และดอกกระเจยี ว ที่ใช้บริโภค รางวัลท่ีภาคภมู ิใจ ในครวั เรือนและแบง่ ขายบางสว่ น • รางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคคล ในโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำ�ริ จากสำ�นักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำ ริ ประจ�ำ ปี 2553 • รางวัลรองชนะเลิศ ข้าวอินทรีย์ในพื้นท่ีดินเค็ม ประจำ�ปี 2557 128 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ 129

นายบญุ สง่ มาตขาว ผพู้ ฒั นาและคดั เลอื ก ใหผ้ ลผลติ 450-500 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ ในพน้ื ทล่ี มุ่ ขา้ วเหนยี วด�ำ นยิ ม แนวทางการเผยแพร่องคค์ วามรู้หรอื ผลงานที่เกิดจาก จังห ัวดยโสธร พนั ธข์ุ า้ วท่ีใหผ้ ลผลติ เหมาะสม นำ�มาใช้ประกอบพิธีกรรม ให้ผลผลิตระหว่าง 250-350 กิโลกรัม ภมู ิปญั ญาใหเ้ ป็นประโยชนแ์ กผ่ อู้ ืน่ และสังคมส่วนรวม “นักวิจัยพันธขุ์ ้าวชาวยโส” กบั การปลกู ในระบบเกษตรอนิ ทรยี ์ ตอ่ ไร่ ขน้ึ อยกู่ บั สายพนั ธ์ุ ขา้ วเจา้ มะลแิ ดง มรี ะดบั นา้ํ ตาลในเมลด็ ตา่ํ เหมาะส�ำ หรบั ผบู้ รโิ ภคทป่ี ว่ ยเปน็ โรคเบาหวาน ใหผ้ ลผลติ 450-500 เรม่ิ สรา้ งเครอื ขา่ ยผผู้ ลติ ขา้ วอนิ ทรยี เ์ มอ่ื ปี พ.ศ. 2533 โดยนำ� ของแตล่ ะพน้ื ท่ี กิโลกรัมต่อไร่ในพ้ืนท่ีลุ่ม และข้าวหอมนิล ให้ผลผลิตสูงสุดท่ีอายุ องค์ความรู้ด้านการผลิตข้าวอินทรีย์ และการพัฒนาและปรับปรุง เพอ่ื ประโยชน์ในการรกั ษาสภาพดนิ เกบ็ เกย่ี วระหวา่ ง 90-110 วนั ขา้ วอนิ ทรยี ์ใหเ้ หมาะสมกบั พน้ื ทป่ี ลกู ทพ่ี ฒั นาขน้ึ เผยแพรผ่ า่ น “ศนู ย์ การคดั และพฒั นาพนั ธข์ุ า้ วพน้ื เมอื งด�ำ เนนิ การอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง สามารถ ฝึกอบรมเศรษฐกิจพอเพียงปราชญ์ชาวบ้านเครือข่ายเกษตรกรรม และลดตน้ ทนุ การผลติ อนุรักษ์และปรับปรุงพันธ์ุข้าวท่ีปลูกได้ดี ให้ผลผลิตสูงในระบบ ทางเลอื กภาคอสี าน” และเขา้ รว่ มโครงการพฒั นาการเกษตรตามแนว เกษตรอนิ ทรยี ์ไดม้ ากกวา่ 100 สายพนั ธ์ุ มผี ลผลติ รวม 20-30 ตนั ตอ่ ปี ทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของสำ�นักงานปลัด นายบญุ ส่ง มาตขาว อายุ 57 ป ี องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ จึงรวมกลุ่มจัดต้ัง “ศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาพันธุกรรมข้าวพ้ืนบ้าน” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2551 มกี ลมุ่ ผสู้ นใจเขา้ รบั และพัฒนาเป็นต้นแบบ ดว้ ยการสนบั สนนุ จากศนู ยว์ จิ ยั ขา้ วอบุ ลราชธานี ในปจั จบุ นั มเี กษตรกร การอบรมอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง และในปจั จบุ นั ท�ำ หนา้ ทเ่ี ปน็ ประธานเครอื ขา่ ยฯ การศกึ ษา ประถมศึกษา ท่ีเข้าร่วมกว่า 150 ครัวเรือน และมีเกษตรกรท่ีผ่านการรับรองจาก ท่ีอยู่ 169 บา้ นโนนยาง หมู่ท่ี 17 ตำ�บลก�ำ แมด การผลติ พนั ธข์ุ า้ วอนิ ทรยี ์ใหเ้ หมาะสมกบั พน้ื ทป่ี ลกู เปน็ แนวคดิ ส�ำ นกั งานมาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ์ (มกท.) แลว้ จ�ำ นวน 50 ครวั เรอื น รางวัลท่ีภาคภมู ิใจ อ�ำ เภอกุดชมุ จงั หวัดยโสธร 35140 ท่ีก่อกำ�เนิดจากองค์ความรู้ในการเตรียมปัจจัยการผลิตของตนเอง ท้ังน้ี เพ่ือให้การอนุรักษ์และปรับปรุงพันธ์ุข้าวดำ�เนินไปอย่างย่ังยืน • เชดิ ชเู กยี รตศิ ลิ ปนิ พน้ื บา้ นและผมู้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางดา้ นศลิ ปะและ โทรศพั ท์ 08 1300 0165 เพอ่ื ตอบสนองตอ่ การผลติ ขา้ วในระบบอนิ ทรยี ์ คดิ และพฒั นาพนั ธข์ุ า้ ว ทางศนู ยฯ์ จงึ ก�ำ หนดเกณฑค์ ณุ ภาพของพนั ธข์ุ า้ วบรสิ ทุ ธเ์ิ ปน็ 3 ระดบั ทง้ั ในดา้ นคณุ ภาพและปรมิ าณผลผลติ ตอ่ ไร่ โดยเรม่ิ จากการอนรุ กั ษพ์ นั ธ์ุ คอื เกรดเอ มเี มลด็ ขา้ วพนั ธอ์ุ น่ื ปะปนในขา้ วพนั ธ์ุ 1 กโิ ลกรมั ไมเ่ กนิ วฒั นธรรมอสี าน สาขาอาหารและโภชนาการ ประจ�ำ ปี 2556 ความเชย่ี วชาญ ความชำ�นาญ ขา้ วพน้ื เมอื งในแตล่ ะทอ้ งถน่ิ ศกึ ษาวธิ กี ารปลกู แลว้ น�ำ มาปรบั ใช้โดยไมใ่ ส่ 3 เมลด็ เกรดบี มเี มลด็ ขา้ วพนั ธอ์ุ น่ื ปะปนในขา้ วพนั ธ์ุ1 กโิ ลกรมั จ�ำ นวน และกิจกรรมทางการเกษตรทดี่ �ำ เนนิ การ ปยุ๋ เคมี เมอ่ื ไดพ้ นั ธข์ุ า้ วมากพอสมควรจงึ เรม่ิ คดั พนั ธด์ุ ว้ ยวธิ กี ารดงั น้ี 3-6 เมลด็ และเกรดซี มเี มลด็ ขา้ วพนั ธอ์ุ น่ื ปะปนในขา้ วพนั ธ์ุ1 กโิ ลกรมั 1. คัดเมล็ดพันธ์ุข้าวท่ีบริสุทธ์ิ นำ�ข้าวเปลือกของข้าวพันธ์ุ ไม่เกิน 10 เมล็ด และหากพบเมล็ดข้าวพันธ์ุอ่ืนปะปนในข้าวพันธ์ุ บทเรยี นจากปราชญ์ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ท่ตี ้องการปรับปรุงพันธ์มุ าเคาะเปลือกออก พิจารณาความสมบูรณ์ เกนิ 10 เมลด็ เกษตรกรจะตอ้ งขายขา้ วอนิ ทรยี ส์ �ำ หรบั การบรโิ ภคเทา่ นน้ั “การท�ำ อาชพี เกษตรกรรมไมม่ อี ดตาย ขอใหข้ ยนั อดทน คิดริเร่ิมการผลิตพืชอินทรีย์ พัฒนาวิธีการคัดเลือกและปรับปรุง ของเมลด็ ขา้ วกลอ้ ง ไดแ้ ก่ สี (ขนุ่ หรอื ใส) รปู รา่ ง (เมลด็ สมสว่ น จะไมน่ �ำ ไปจ�ำ หนา่ ยเปน็ ขา้ วพนั ธ์ุ พนั ธขุ์ า้ วอนิ ทรยี ์ใหเ้ หมาะสมในแตล่ ะพนื้ ท่ี เพอื่ ใหเ้ กษตรกรในพนื้ ท่ี ไมส่ น้ั หรอื หกั ) และรอยแตกภายในเมลด็ และอดออม มแี นวคดิ พน้ื ฐานดา้ นเกษตรอนิ ทรยี ์ ไมต่ ามกระแส และผู้สนใจสามารถเลอื กใชพ้ นั ธุข์ ้าวอินทรยี ท์ ีใ่ ห้ผลผลติ เหมาะสม 2. เพาะขา้ วกลอ้ ง น�ำ เมลด็ ขา้ วกลอ้ งทค่ี ดั เลอื กไดม้ าเพาะกลา้ รทู้ นั ระบบทนุ นยิ ม และสรา้ งพน้ื ฐานการผลติ ของตนเองใหม้ คี วาม กับสภาพพ้ืนที่ของตนเองได้ นอกจากน้ี ยังสร้างเครือข่ายผู้ผลิต ในวัสดุปลูก ได้แก่ แกลบดำ� หรือทรายก่อสร้าง โดยใช้ระยะเวลา ย่งั ยืน” โดยถือคติ “ทำ�ทุกอย่างท่เี รากิน...กินทุกอย่างท่เี รามี” ข้าวอินทรีย์จนเป็นท่ีรู้จัก และได้รับความนิยมจากเกษตรกรและ 2 สปั ดาห์ แลว้ น�ำ ไปด�ำ ในแปลงนาทเ่ี ตรยี มไว้ และ “เหลอื เงนิ วนั ละบาท...ดกี วา่ ขาดทนุ วนั ละรอ้ ย” ผ้บู รโิ ภคในจงั หวัดยโสธรและจังหวดั ใกลเ้ คียง 3. เพาะรวง เมอ่ื ขา้ วออกรวง เลอื กเกบ็ พนั ธข์ุ า้ วจากรวงทส่ี วย ทส่ี ดุ และใหผ้ ลผลติ สงู ทส่ี ดุ ซง่ึ ถอื วา่ เปน็ ขา้ วพนั ธท์ุ บ่ี รสิ ทุ ธ์ิ สามารถน�ำ ทีม่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดันในการพัฒนาองคค์ วามรู้ ไปใชป้ ลกู ส�ำ หรบั การผลติ ขา้ วในรอบปตี อ่ ไป หรอื ผลงานทเี่ กิดจากภมู ปิ ัญญา พันธ์ขุ ้าวท่ไี ด้รับความนิยม ได้แก่ ข้าวเหนียวแดง มีรสชาติดี เน่อื งจากในอดีต เกษตรกรนิยมใช้สารเคมีในการทำ�นา ทำ�ให้ สารเคมตี กคา้ งสะสมในดนิ ทำ�ใหด้ นิ เสอ่ื มคณุ ภาพ จงึ จำ�เปน็ ตอ้ งเสยี ค่าใช้จ่ายในการบำ�รุงดินจำ�นวนมากสำ�หรับการเพาะปลูกรอบต่อไป นบั เป็นการเพ่มิ ต้นทุนการผลิตและก่อใหเ้ กิดหนส้ี ินตามมา ดว้ ยเหตนุ ้ี จงึ คดิ คน้ วธิ กี ารผลติ ขา้ วอนิ ทรยี ท์ ย่ี ง่ั ยนื จนสามารถน�ำ มาปฏบิ ตั แิ ละใช้ได้ จรงิ หลงั จากทป่ี รบั เปลย่ี นมาผลติ ขา้ วอนิ ทรยี แ์ ลว้ สขุ ภาพดขี น้ึ มตี น้ ทนุ การผลติ ลดลง จงึ ชกั ชวนใหเ้ กษตรกรรายอน่ื ๆ ท�ำ ตาม จนสามารถสรา้ ง เครอื ขา่ ยผผู้ ลติ ขา้ วอนิ ทรยี เ์ พอ่ื เปน็ ตลาดทางเลอื กใหผ้ บู้ รโิ ภค 130 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 131

นายบุญมี สุระโคตร องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ 2 ชอ้ นโตะ๊ ตอ่ นา้ํ 5 ลติ ร ซง่ึ ขา้ วทป่ี ลกู โดยใชส้ มนุ ไพรประมาณรอ้ ยละ ขา้ วเหนยี วด�ำ ซง่ึ เปน็ วธิ ที ช่ี ว่ ยใหเ้ กดิ ความรกั ในการผลติ ขา้ วปลอด และพฒั นาเป็นต้นแบบ 80 จะสง่ ออกไปขายในตา่ งประเทศ เชน่ จนี ออสเตรเลยี และยโุ รป สารพิษของกลุ่มเกษตรกร จะส่งผลใหเ้ กิดระบบการผลติ ทย่ี ่ังยืน “ชาวนาปลอดภยั ปลูกไรซ์เบอร์รี่” โดยผ่านทางเทรดเดอร์ (Trader) และผลผลิตข้าวปลอดสารพิษอีก ภมู ิปัญญาทางด้านการใช้สมนุ ไพรไล่แมลง และใชส้ มุนไพร รอ้ ยละ 20 จะขายภายในประเทศ เชน่ ตวั แทนจ�ำ หนา่ ยในพน้ื ทจ่ี งั หวดั รางวัลทภ่ี าคภูมิใจ จังห ัวดศ ีรสะเกษ นายบญุ มี สรุ ะโคตร อายุ 52 ป ี เป็นสารเร่งการเจริญเติบโตให้กับต้นข้าว เพื่อใช้สำ�หรับการผลิต ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ภูเก็ต และกรุงเทพฯ รวมไปถึงใช้ในการ ข้าวปลอดสารพิษ โดยทำ�สมุนไพรไล่แมลงจากการนำ�สมุนไพร ออกงานของสว่ นราชการดว้ ย • เกษตรกรดเี ด่นแหง่ ชาติ สาขาอาชพี ท�ำ นา ประจำ�ปี 2554 การศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ หางไหล บอระเพด็ หนอนตายหยาก ตะไคร้หอม เปลือก • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 วิสาหกิจชุมชนดีเด่น ระดับ ที่อย่ ู 155 บา้ นอุ่มแสง หมทู่ ี่ 7 ตำ�บลอู่ หรอื ใบแกข่ องตน้ สะเดา ใบสาบเสอื และกา้ นหรอื ใบยาสบู นำ�มาสบั ทมี่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลักดันในการพฒั นาองค์ความร ู้ ประเทศ ประจ�ำ ปี 2556 อ�ำ เภอราศไี ศล จังหวดั ศรสี ะเกษ 33160 ให้ละเอยี ด ใสน่ ้าํ 30 - 50 ลติ ร ผสมกบั เหลา้ ขาว 1 ขวด หวั นาํ้ สม้ หรือผลงานทเ่ี กิดจากภูมปิ ัญญา • หมอดินดีเด่น สาขาปรับปรุงบำ�รุงดิน ระดับประเทศ โทรศพั ท์ 08 2368 5152 150 มิลลิลิตร มะกรูดหรือมะนาวผ่าซีก 2 ลูก และกากน้ําตาล เดมิ ไมเ่ คยใชส้ ารเคมใี นการท�ำ นา แตเ่ มอ่ื มเี กษตรกรรายอน่ื ใช้ ประจ�ำ ปี 2557 30 - 40 มิลลิลติ ร ตอ่ น้ํา 20 ลติ ร น�ำ มาหมกั 1 สัปดาห์ก็สามารถ ใช้ได้ โดยมปี ระโยชนค์ อื สามารถก�ำ จดั หนอนใยผกั หนอนกระทู้ ปุ๋ยเคมีและสารกำ�จัดแมลงเพ่ิมข้ึน ทำ�ให้เกิดอาการแพ้สารเคมี บทเรียนจากปราชญ์ เพล้ยี อ่อน โรคกาบใบแห้ง โรคลำ�ตน้ และรากเน่า เป็นต้น ส่วนการ ใช้สมุนไพรท�ำ สตู รสารเร่งโต เพื่อใช้ฉดี บ�ำ รุงให้พชื ติดดอก ตดิ ผล ดังกล่าว จึงคิดหาวิธีแก้ปัญหาและเป็นท่ีมาของการนำ�ภูมิปัญญา “การทำ�เกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักในการสร้างคน เร่งระบบรากให้เจริญดี จะต้องใช้กล้วยนํ้าว้า ฟักทองแก่ และ ชาวบ้านด้านสมุนไพรมาประยุกต์ใช้ในการทำ�ป๋ยุ ชีวภาพ สารเร่งการ สรา้ งงาน และสร้างอาหารให้กับทกุ คนได้ ถ้าคนรนุ่ ใหมไ่ ม่ให้ มะละกอ อยา่ งละ 1 กโิ ลกรมั สบั ใหล้ ะเอียดผสมกบั กากนาํ้ ตาล เจริญเติบโต และสารกำ�จัดแมลง จากน้ันรวมกลุ่มชาวบ้านท่ีมีแนว ความส�ำ คญั และประกอบอาชพี เกษตรกรรม จะทำ�ใหท้ กุ คนอยู่ 2 ช้อนโต๊ะ และนํ้า 5 ลิตร ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำ�ไปใส่ถุง ความคดิ เชน่ เดยี วกนั มาใชส้ มนุ ไพรในการท�ำ นา และชว่ ยกนั คดิ หาวธิ ี อย่างลำ�บาก หรอื อาจจะประสบปัญหาขาดแคลนอาหารได”้ ผกู ปดิ ใหม้ ดิ ชดิ ประมาณ1 สปั ดาห์ สามารถนำ�มาใช้ได้ในอตั ราสว่ น ท�ำ ใหธ้ รรมชาตใิ นพน้ื ทโ่ี ดยรอบมสี ง่ิ แวดลอ้ มเหมอื นดงั อดตี เพอ่ื รกั ษา ไว้ให้ลูกหลาน อีกท้ังเป็นการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่กลับมาใช้วิถีชีวิต แบบเดมิ ลดปญั หาการทง้ิ บา้ นเกดิ แลว้ ไปหางานท�ำ ในกรงุ เทพฯ ความเชี่ยวชาญ ความช�ำ นาญ เกษตรกร แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก และกิจกรรมทางการเกษตรท่ดี �ำ เนนิ การ ผผู้ ลติ ขา้ วไรซเ์ บอรร์ อ่ี นิ ทรยี ์ ภมู ิปญั ญาให้เป็นประโยชน์แก่ผอู้ ื่น และสงั คมสว่ นรวม โดยใชส้ มนุ ไพรตอ่ ยอดภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ น ผลติ ขา้ วอนิ ทรยี ห์ รอื ขา้ วปลอดสารพษิ ไดแ้ ก่ ขา้ วหอมมะลิ โดยผลติ เปน็ สารก�ำ จดั แมลง จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงานและ ขา้ วหอมนลิ ขา้ วหอมมะลแิ ดง ขา้ วไรซเ์ บอรร์ ่ี และขา้ วเหนยี วด�ำ โดย และฮอร์โมนเรง่ การเจรญิ เตบิ โตใหก้ บั ตน้ ขา้ ว รวมกลมุ่ เกษตรกรทป่ี ลกู ขา้ วโดยไมใ่ ชส้ ารเคมี ภายใตช้ อ่ื ทางการคา้ จนสามารถสรา้ งผลติ ภณั ฑ์ เรียนรู้วิธีการผลิตข้าวและพืชปลอดสารพิษ ให้ความร่วมมือ “ขา้ วตราลงุ บญุ ม”ี ท�ำ ใหส้ ามารถผลติ ขา้ วปลอดสารพษิ ไดป้ ระมาณ 2,000 ตนั ตอ่ ปี มศี กั ยภาพในการผลติ ขา้ วหอมมะลิ จ�ำ นวน 600 ถงึ ขา้ วปลอดสารพษิ กับกรมพัฒนาที่ดินในการศึกษาการปลูกพืชตระกูลถั่ว ปอเทือง 650 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ และขา้ วไรซเ์ บอรร์ ่ี จ�ำ นวน 1,200 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ “ขา้ วตราลงุ บญุ ม”ี นอกจากน้ี ยังเป็นหมอดินท่มี ีความเช่ยี วชาญในการผลิตป๋ยุ หมัก ร่วมกับการไถกลบตอซังและใช้ตอซังหมักบำ�รุงดิน เพ่ือลดปัญหา อนิ ทรยี ท์ ม่ี าจากใบยคู าลปิ ตสั และมลู ไกไ่ ข่ รวมทง้ั ใชส้ มนุ ไพรผลติ สารไลแ่ มลงและสารเรง่ การเจรญิ เตบิ โตใหก้ บั ตน้ ขา้ วดว้ ย สภาพแวดลอ้ มจากควันไฟ นอกจากนี้ มีการบริหารจัดการแปลง 132 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ เมลด็ พนั ธข์ุ า้ วโดยคดั เลอื กเกษตรกรทมี่ คี วามรบั ผดิ ชอบสงู มพี นื้ ท่ี นาขนาดไมใ่ หญจ่ นเกนิ ไป และตอ้ งตงั้ อยใู่ กลบ้ า้ นทอี่ ยอู่ าศยั เพอื่ ให้ เกษตรกรสามารถดูแลไดอ้ ยา่ งใกลช้ ิด รวมพนื้ ท่ี 100 ไร่ มาช่วย คดั เมลด็ พนั ธข์ุ า้ วและปลกู ขา้ วเพอื่ เกบ็ เมลด็ ไวท้ ำ�พนั ธุ์5 พนั ธ์ุ ไดแ้ ก่ ขา้ วหอมมะลิ ขา้ วหอมนิล ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซเ์ บอร์ร่ี และ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 133

นายเกียรติ ประมูลศรี องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ท่ีหาไดง้ า่ ย เช่น ก�ำ จดั หอยเชอรใ่ี นแปลงนาด้วยฝกั คูณแห้ง กำ�จดั รางวลั ที่ภาคภูมิใจ และพฒั นาเปน็ ตน้ แบบ “หมอดินเซาะกราว ขา้ วอนิ ทรีย”์ ปูในนาข้าวด้วยมันเทศ กำ�จัดวัชพืชด้วยเกลือ และกำ�จัดหนอน • ชนะเลศิ การประกวดขา้ วหอมมะลอิ นิ ทรยี ข์ องจงั หวดั สรุ นิ ทร์ ผลิตข้าวอินทรีย์โดยใช้ปุ๋ยหมักธรรมชาติ เริ่มจากการ ในผกั ดว้ ยใบเตย เปน็ ตน้ นอกจากน้ี ยงั เพมิ่ ผลผลติ ขา้ วโดยเทคนคิ ประจำ�ปี 2547/2548 นายเกยี รติ ประมูลศรี อายุ 52 ป ี ปรับปรงุ ดินดว้ ยการปลกู พชื ตระกลู ถ่ัว ได้แก่ ถว่ั ลิสง และถัว่ เขียว ตัดตอข้าว แล้วปล่อยให้ข้าวแตกกอส�ำ หรับการเก็บเก่ียวรอบที่ 2 • ชนะเลศิ การประกวดขา้ วหอมมะลอิ นิ ทรยี ข์ องจงั หวดั สรุ นิ ทร์ จังห ัวดสุ ิรนท ์ร จำ�นวน 2 คร้ัง โดยครั้งแรกปลูกพืชตระกูลถั่วหลังจากเกี่ยวข้าว ทั้งน้เี พอ่ื ลดการลงทนุ ในการเตรยี มพื้นที่ การศกึ ษา มธั ยมศึกษาตอนต้น ผลผลติ ถว่ั ทไ่ี ดจ้ ะน�ำ ไปจ�ำ หนา่ ยและบางสว่ นเกบ็ ไวท้ �ำ พนั ธุ์ สว่ นการ ประจำ�ปี 2546/2547 ทอี่ ยู่ 52 หม่ทู ี่ 8 ต�ำ บลเฉนียง อำ�เภอเมือง ปลูกคร้ังที่สองจะปลูกพร้อมกับปลูกข้าว หากฝนท้ิงช่วง ต้นถ่ัว ทีม่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพัฒนาองค์ความรู ้ จังหวัดสุรินทร์ 32000 จะชว่ ยคลมุ ดนิ รกั ษาความชนื้ ในดนิ เมอ่ื ฝนตกต่อเนอื่ ง มีปรมิ าณ หรือผลงานทเี่ กดิ จากภูมิปัญญา บทเรยี นจากปราชญ์ โทรศพั ท์ 08 7260 1300 นํ้าในนาข้าวมาก ต้นถ่ัวจะตายและแปรสภาพเป็นปุ๋ยหมักใน แปลงนา สว่ นการท�ำ ปยุ๋ หมกั จะหมกั ตอซงั ขา้ วในพนื้ ทนี่ ารว่ มกบั ใช้ เดิมประกอบอาชีพทำ�นา และรับจ้างทั่วไปเม่ือหมดฤดูกาล “อาชพี เกษตรกรรม สามารถท�ำ เปน็ อาชพี หลกั หรอื อาชพี นา้ํ หมกั เพอื่ ชว่ ยในการยอ่ ยสลายฟางขา้ วใหเ้ ปน็ ธาตอุ าหารบ�ำ รงุ ดนิ เพาะปลูก แต่ฐานะของครอบครัวยังไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจทำ�การ เสริมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ และการทำ�เกษตรอินทรีย์ ท้ังนี้ น้ําหมักท่ีใช้จะผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติที่พิจารณาโดยใช้ เกษตรเพยี งอย่างเดยี ว โดยทำ�นาในพ้ืนทีน่ าเชา่ จ�ำ นวน 22 ไร่ และ ใหป้ ระสบความส�ำ เรจ็ ต้องเรียนรู้ธรรมชาติควบคู่ไปด้วย” วธิ คี ดิ ดงั นี้ ในมูลโคที่มีธาตฟุ อสฟอรัสสงู ให้ใช้หญา้ ทโ่ี คกินมาใช้ เปน็ วตั ถดุ บิ ในการท�ำ นาํ้ หมกั หรอื ในมลู คา้ งคาวทเ่ี กษตรกรนยิ มใช้ ปลกู ผกั ขายในพน้ื ท่ขี องตนเองจ�ำ นวน 2 ไร่ ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2537 ก็ให้นำ�ผลไม้ที่เป็นอาหารค้างคาวมาเป็นวัตถุดิบในการหมัก โดยหมักวัตถุดบิ ประมาณ 1 เดือน จึงนำ�มาใช้ในแปลงเพาะปลกู เนื่องจากในขณะน้ันผักมีราคาแพง ทำ�ให้สามารถสร้างรายได้ สว่ นการผลติ นาํ้ หมกั เพอ่ื ใชก้ ำ�จดั แมลง จะใชว้ ตั ถดุ บิ จากธรรมชาติ ให้ครอบครัวจำ�นวนมาก แต่หลังจากปลูกผักมาได้ระยะหนึ่งคน ในบ้านเร่ิมมีอาการเจ็บป่วยบ่อย เม่ือค้นหาสาเหตุแล้วพบว่าเป็น ผลข้างเคียงของการใช้สารเคมีในแปลงผัก ด้วยเหตุนี้ จึงเร่ิมมี แนวคดิ ในการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ และผลติ ขา้ วปลอดสารพษิ โดย ไม่ใชป้ ุ๋ยเคมแี ละสารเคมี นอกจากสุขภาพจะดขี น้ึ แลว้ ยงั มีรายได้ ความเชยี่ วชาญ ความชำ�นาญ จากการขายผักและข้าวอินทรียท์ ่ีเป็นทีน่ ิยมของผู้บริโภคอีกด้วย และกิจกรรมทางการเกษตรทดี่ �ำ เนนิ การ ผผู้ ลติ ขา้ วอนิ ทรยี ์ แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก ทำ�การเกษตรผสมผสาน ผลิตข้าวอินทรีย์ที่ได้รับรอง เนน้ การปรบั ปรงุ สภาพดนิ กอ่ นปลกู ภมู ปิ ญั ญาใหเ้ ป็นประโยชน์แกผ่ อู้ ืน่ และสงั คมสว่ นรวม มาตรฐานเกษตรอินทรยี ์ โดยพนั ธข์ุ า้ วท่ปี ลกู ได้แก่ ขา้ วหอมมะลิ โดยใชป้ ยุ๋ หมกั และนา้ํ หมกั ธรรมชาติ 105 ข้าวไรซ์เบอร์ร่ี ข้าวสุมาลี และข้าวดอกลำ�ดวน ซ่ึงในรอบ เป็นหมอดินประจำ�จังหวัดสุรินทร์ ให้ความรู้ในการผลิต การผลิตปีท่ีผ่านมา สามารถผลิตข้าวอินทรีย์ได้สูงสุดถึง 800 และเพม่ิ ผลผลติ ขา้ ว ปุ๋ยหมัก ทำ�นํ้าหมักโดยใช้สารเร่ง พด.2 และการปรับสภาพดิน กิโลกรัมต่อไร่ นอกจากน้ียังจำ�หน่ายพันธุ์ข้าวอินทรีย์ในราคา ดว้ ยเทคนคิ ตดั ตอขา้ ว นอกจากนี้ ยังจดั ต้ังศูนยเ์ รียนร้กู ารพฒั นาทด่ี ินตามแนวเศรษฐกจิ กิโลกรัมละ 50 บาทที่มีราคาตํ่ากว่าท้องตลาด เพ่ือส่งเสริมให้ พอเพียงในพ้ืนที่บ้านของตนเอง เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ เกษตรกรท่ีสนใจได้มีโอกาสผลิตข้าวอินทรีย์เพ่ิมขึ้น นอกจากนี้ ด้านเกษตรผสมผสานให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป ร่วมเป็น ยังมีความชำ�นาญในการทำ�ปุ๋ยหมักและนํ้าหมักสำ�หรับใช้เพื่อการ วิ ท ย า ก ร บ ร ร ย า ย ใ ห้ ค ว า ม รู้ ด้ า น ก า ร ทำ� เ ก ษ ต ร อิ น ท รี ย์ ใ ห้ แ ก่ เพาะปลูก ปลูกผกั ปลอดสารพิษ และเลยี้ งสตั วอ์ กี ด้วย หนว่ ยงานราชการเดอื นละประมาณ 2 - 3 ครัง้ 134 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 135

นายกณั หา พาพิมพ์ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ที่เหมาะสม ประมาณวนั ที่ 18-20 เดือนกันยายน และไมค่ วรเกิน แนวทางการเผยแพรอ่ งค์ความรู้หรือผลงานทีเ่ กดิ จาก จังห ัวดหนองคาย และพฒั นาเป็นตน้ แบบ วันที่ 24 เดือนกันยายนของทุกปี หากใส่ปุ๋ยเร็วหรือช้าเกินไป ภูมิปัญญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่ผู้อ่ืน และสงั คมสว่ นรวม “ผ้นู ำ�พาหลกั วชิ าลงนาขา้ ว” เทคนิคการปลูกข้าวเพ่ือให้ได้ผลผลิตดี ต้องประกอบด้วย จะทำ�ให้ใบและต้นข้าวเจริญเติบโตดี แต่มีรวงข้าวและเมล็ดข้าว เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ด้านการทำ�นา และลงมือ นายกัณหา พาพมิ พ์ อายุ 66 ป ี ขน้ั ตอนการคดั เลอื กเมลด็ พนั ธท์ุ ด่ี ี การใสป่ ยุ๋ ทถ่ี กู วธิ ี การก�ำ จดั วชั พชื ทไี่ มค่ อ่ ยสมบรู ณ์ นอกจากนี้ การบ�ำ รงุ ดนิ ในนาขา้ วกม็ คี วามส�ำ คญั ปฏิบัติจริงเพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ อยา่ งสมา่ํ เสมอ และการควบคมุ ระดบั นา้ํ ในนาขา้ วทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ต่อคุณภาพของผลผลิตข้าวด้วย เกษตรกรควรเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์ ยังเป็นคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยี การศกึ ษา ประถมศึกษา โดยการปลกู ขา้ วให้ไดผ้ ลดนี น้ั เกษตรกรควรคดั เลอื กเมลด็ พนั ธข์ุ า้ ว ในปริมาณ 200 กโิ ลกรมั ต่อไร่ ซ่ึงประกอบด้วย มลู โค แกลบดำ� การเกษตรประจำ�ตำ�บลของกรมสง่ เสรมิ การเกษตรอกี ด้วย ทีอ่ ยู่ 133 หมทู่ ี่ 2 ต�ำ บลกวนวัน อำ�เภอเมอื ง ท่ีดีก่อนเสมอ เน่ืองจากเมล็ดพันธ์ุข้าวถือเป็นหัวใจหลักท่ีส่งผล รำ�อ่อน และน้ําหมัก ในอัตราส่วนร้อยละ 20:20:10:10:40 จงั หวดั หนองคาย 43000 โดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพของข้าวท่ีจะปลูกได้ เกษตรกร โดยสามารถเตรียมนํ้าหมักได้จากผักผลไม้ (ผักผลไม้ 3 ส่วน รางวัลท่ีภาคภมู ิใจ โทรศัพท์ 08 3349 4955 ตอ้ งเลอื กใชข้ า้ วพนั ธห์ุ ลกั ซง่ึ เปน็ ขา้ วพนั ธเ์ุ ดย่ี ว จะท�ำ ใหผ้ ลผลติ ขา้ ว ต่อกากนํ้าตาล 1 ส่วน) หรือหอยเชอรี่ท่ีพบมากในแปลงนา ทไ่ี ดม้ คี วามบรสิ ทุ ธ์ิ สว่ นการบ�ำ รงุ ตน้ ขา้ วนน้ั ควรท�ำ 2 ชว่ งเวลา คอื • รางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ปีการ ความเช่ยี วชาญ ความช�ำ นาญ หลงั ปกั ด�ำ 7-10 วนั และชว่ งทข่ี า้ วตง้ั ทอ้ ง โดยใชป้ ยุ๋ ดงั น้ี เพาะปลกู 2552/2553 จากกรมการข้าว และกจิ กรรมทางการเกษตรทด่ี ำ�เนนิ การ หลังปกั ด�ำ 7-10 วนั ใชป้ ุ๋ยสตู ร 16-20-0 ส�ำ หรบั แปลงนา (หอยเชอรี่ 2 ส่วนต่อกากนํา้ ตาล 1 ส่วน) ท่ีเป็นดินเหนียว หรือปุ๋ยสูตร 16-16-8 สำ�หรับแปลงนาท่ีเป็น คดั เลอื กพนั ธข์ุ า้ วทเ่ี หมาะสมตอ่ สภาพพนื้ ทแี่ ละดนิ ฟา้ อากาศ ดนิ ทราย ปรมิ าณ 8 กิโลกรัมตอ่ ไร่ ท่ีมา แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดันในการพฒั นาองคค์ วามร ู้ บทเรยี นจากปราชญ์ วธิ กี ารปลกู ขา้ วให้ไดผ้ ลผลติ ดี และการน�ำ วสั ดทุ ม่ี ใี นทอ้ งถนิ่ มาผลติ ชว่ งขา้ วตง้ั ทอ้ ง ใชป้ ยุ๋ สตู ร 46-0-0 ปรมิ าณ 6 - 8 กโิ ลกรมั หรือผลงานท่เี กดิ จากภูมปิ ญั ญา ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพของเมล็ดข้าว ต่อไร่การใส่ปุ๋ยในช่วงที่ข้าวตั้งท้องจะช่วยให้ข้าวรวงใหญ่และมี “ชาวนาสามารถปลกู ขา้ วไดท้ ุกคน แต่จะทำ�อยา่ งไรท่ีจะ ซ่ึงส่งผลให้สามารถผลิตข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุน นํ้าหนักมาก อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยในช่วงเวลา ไดร้ บั การเสนอชอื่ เปน็ ประธานศนู ยข์ า้ วชมุ ชน ซง่ึ เรมิ่ แรกนนั้ ปลกู ให้เป็น การปลูกขา้ วควรรับเทคโนโลยที างวชิ าการเขา้ มา ในการผลติ คิดวา่ ตนเองยังไมเ่ หมาะสมทจี่ ะได้รบั ตำ�แหน่งนี้ แต่เมอ่ื สมาชิกให้ ประยุกต์ ใช้ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของแต่ละพ้ืนที่ เกษตรกรผปู้ ระยกุ ต์ใช้ ความไวว้ างใจ เมอื่ เขา้ รบั ต�ำ แหนง่ จงึ ตงั้ ใจจะท�ำ หนา้ ทใี่ หด้ ที ส่ี ดุ เกดิ เพราะวชิ าการเขาไดท้ ดลองและทดสอบมาแลว้ วา่ สามารถชว่ ย หลกั การทางวชิ าการรว่ มกบั เป็นแรงผลักดันให้เริ่มพัฒนาวิธีการปลูกข้าวเพ่ือให้ได้ผลผลิตที่ดี เพิม่ ผลผลติ และพัฒนาอาชีพของเราได้” ภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ นเพอ่ื พฒั นาการท�ำ นา โดยประยกุ ต์ใชค้ วามรทู้ างวชิ าการ เพอื่ ทำ�ใหเ้ กษตรกรทเี่ ปน็ สมาชกิ ให้ไดผ้ ลผลติ ดี เหมาะสมตอ่ สภาพภมู อิ ากาศ และภมู ปิ ระเทศ และขยายผลท่ไี ดส้ เู่ กษตรกร มรี ายไดแ้ ละมีคณุ ภาพชีวิตที่ดขี น้ึ ใหเ้ กดิ การพฒั นาศกั ยภาพอาชพี ท�ำ นา และยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ เกษตรกร ใหด้ ยี ง่ิ ขน้ึ 136 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 137

นางกองงัน จ�ำ นงคบ์ ญุ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ จะยา้ ยออกจากจอ่ และน�ำ มาใสใ่ นกระดง้ อกี 2 วนั จงึ สามารถน�ำ มา เพอื่ ให้ไดผ้ า้ ไหมทม่ี คี ณุ ภาพดี สำ�หรบั เศษผา้ ทเี่ หลอื ใชจ้ ะถกู นำ�มา และพฒั นาเปน็ ต้นแบบ สาวเสน้ ไหมได้ ทง้ั น้ี การเพม่ิ จ�ำ นวนการผลติ ใหเ้ ปน็ 24 รนุ่ ตอ่ ปี แปรรูปเป็นกระเปา๋ ได้อีกทางหนึ่ง ปัจจบุ ัน เผยแพร่ความรู้ใหก้ บั “ผ้ผู ลิตไหมรอบปีทวคี ณู ” สามารถทำ�ได้โดยเร่ิมเล้ียงไหมรุ่นถัดไป เม่ือไหมท่ีเล้ียงรุ่น นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเก่ียวกับต้นกำ�เนิดของการเลี้ยง ภูมิปัญญาการเล้ียงหม่อนไหมพัฒนาจากองค์ความรู้ กอ่ นหนา้ เขา้ สรู่ ะยะหนอนไหมวยั ท่ี 4 หรอื 5 อยา่ งไรกต็ าม การเพม่ิ หม่อนไหม รวมไปถึงเทคนิคการทอผ้าให้มีคุณภาพดี และมี จังห ัวด ัชย ูภ ิม นางกองงัน จำ�นงค์บญุ อายุ 59 ป ี ท่ีถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ร่วมกับการสังเกตวงจรชีวิตของ ปรมิ าณการเลย้ี งตอ้ งท�ำ ควบคกู่ บั การจดั การผลติ ใบหมอ่ นคณุ ภาพ ลวดลายสวยงาม เพื่อเป็นการอนุรักษ์การเลี้ยงหม่อนไหมและ หมอ่ นไหม ทส่ี ามารถจ�ำ แนกออกเปน็ 5 ระยะ ไดแ้ ก่ ไข่ หนอนไหม พนั ธบ์ุ รุ รี มั ย์ 60 ทม่ี ใี บขนาดใหญด่ ว้ ย การศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 5 วยั รงั ดกั แด้ และผเี สอ้ื พบวา่ ชว่ งเวลาทอ่ี ยใู่ นระยะหนอนไหม การท�ำ ผ้าไหมลายพืน้ บ้านใหค้ งอย่สู ืบไป ท่อี ยู่ 37/1 หมูท่ ่ี 6 ต�ำ บลบ้านเขวา้ อำ�เภอบา้ นเขวา้ วัยท่ี 5 น้ันเป็นช่วงท่ีต้องการใบหม่อนสำ�หรับใช้เป็นอาหาร จังหวัดชัยภูมิ 36170 ในปรมิ าณมากท่สี ดุ ประมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อกระดง้ เพ่อื เล้ยี ง ท่มี า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพฒั นาองคค์ วามร ู้ รางวัลทีภ่ าคภมู ิใจ โทรศพั ท์ 08 1565 4751 หนอนไหมใหเ้ จรญิ เตบิ โตไดเ้ ตม็ ท่ี ดงั นน้ั การผลติ ใบหมอ่ นอยา่ งมี หรอื ผลงานทเี่ กดิ จากภูมปิ ญั ญา • เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประสทิ ธภิ าพจงึ เปน็ สง่ิ ส�ำ คญั ควบคกู่ บั การเลย้ี ง ทง้ั น้ี สามารถบรหิ าร ความเชยี่ วชาญ ความชำ�นาญ จัดการพ้ืนท่ีปลูกจำ�นวน 3 ไร่ โดยแบ่งพ้ืนท่ีออกเป็น 3 ส่วน ในวยั เดก็ ชว่ ยครอบครวั เลยี้ งไหม แตเ่ นอ่ื งดว้ ยครอบครวั ไมม่ ี ประจ�ำ ปี 2556 และกจิ กรรมทางการเกษตรท่ดี ำ�เนินการ เพอ่ื หมนุ เวยี นและเวน้ ระยะใหต้ น้ หมอ่ นแตกกง่ิ และใบใหม่ สำ�หรบั พื้นท่ีปลูกหม่อนเป็นของตนเอง จึงจำ�เป็นต้องไปเอาใบหม่อน • รางวลั ท่ี3 ในโครงการสทิ ธบิ ตั รการประดษิ ฐเ์ ฉลมิ พระเกยี รติ ใบหม่อนท่ีให้หนอนไหมในวัย 1 และ 2 จะใช้ใบหม่อนอ่อน จากหมบู่ า้ นอนื่ เมอื่ โตขนึ้ จงึ มคี วามคดิ ทจี่ ะเพม่ิ พน้ื ทก่ี ารปลกู หมอ่ น ผลงานสาขาลิขสทิ ธ์ิ ประเภทลายผ้าไทย ประจ�ำ ปี 2550 มีประสบการณ์ในการเล้ยี งหนอนไหมพันธ์พุ ้นื เมืองต้งั แต่เด็ก สับละเอียดเพ่อื ให้หนอนไหมกินได้ง่ายและจะให้ใบท่แี ก่ข้นึ ตามวัย เพ่ือทำ�ให้มีใบหม่อนปริมาณมากเพียงพอต่อการนำ�ไปใช้เลี้ยง สามารถจดั การชว่ งเวลาการเลย้ี งหนอนไหมในแตล่ ะวยั ท�ำ ใหส้ ามารถ ของหนอนไหมทเ่ี พม่ิ ขน้ึ ซง่ึ กระบวนการจากวยั 1 จนถงึ วยั 5 จะใช้ ตวั ไหม และปรบั เปลยี่ นวธิ กี ารเลยี้ งไหมใหม้ ปี รมิ าณเพมิ่ ขน้ึ จงึ เรม่ิ • ผลติ ภณั ฑด์ เี ดน่ ระดบั 5 ดาว ประเภทผา้ และเครอื่ งแตง่ กาย เพม่ิ การเลย้ี งจากเดมิ 12 รนุ่ ตอ่ ปี เปน็ 24 รนุ่ ตอ่ ปี สรา้ งรายไดเ้ พม่ิ เวลาท้ังส้ิน 25 ถึง 30 วัน จึงทำ�ให้สามารถเล้ียงไหมได้จำ�นวน ประจ�ำ ปี 2546 จ�ำ นวน 2,500 ถงึ 3,000 บาทตอ่ เดอื น จนท�ำ ใหส้ ามารถขยายพน้ื ท่ี 12 รนุ่ ในระยะเวลา 1 ปี เมอ่ื หนอนไหมสรา้ งรงั ไดป้ ระมาณ 3 วนั ลองผิดลองถูก ปรับเปล่ียนรูปแบบการเล้ียงหม่อนไหม และนำ� การปลกู หมอ่ นจากเดมิ 1 งาน เปน็ 3 ไร่ และยงั สนบั สนนุ ใหม้ กี ารปลกู องค์ความรู้ที่ได้ไปใช้จนสามารถเพ่ิมรายได้ให้กับครอบครัว และ บทเรยี นจากปราชญ์ หม่อนในพ้ืนท่ีสาธารณะของหม่บู ้าน เพ่อื ให้เกษตรกรรายอ่ืนได้ใช้ เกษตรกรเลย้ี งไหม ประโยชนร์ ว่ มกนั อกี จ�ำ นวน14 ไร่ นอกจากนย้ี งั มคี วามสามารถในการ ควบคกู่ บั การผลติ ใบหมอ่ นคณุ ภาพ ที่ภูมิใจท่ีสุดคือ ทำ�ให้เกษตรรายอื่นมีเงินไว้ใช้จ่ายและสามารถ “เล้ียงหม่อนไหมด้วยใจรักและมีความผูกพัน เพ่ือเป็น ทอผา้ ไหมลายพน้ื บา้ นจนไดร้ บั รางวลั มากมาย เชน่ ลายขอนารี และ จนสามารถเลย้ี งไหมได้ 24 รนุ่ ตอ่ ปี ส่งลูกหลานเรียนหนังสือจนจบระดับปริญญา ซ่ึงเป็นแรงกระตุ้น การสืบทอดภูมิปัญญาที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ ให้ส่งต่อไปยัง ลายการบนิ ไทย เปน็ ตน้ นอกจากน้ี ยงั มกี ารปลกู ขา้ วบนพน้ื ท่ี 6 ไร่ ส�ำ คัญทที่ ำ�ใหย้ ังคงคดิ หาวธิ พี ฒั นาความรูท้ ี่มเี พอื่ เพ่ิมรายได้ให้กับ ลกู หลาน ถ้าพบอปุ สรรค ขอให้ตอ่ สู้ ให้ผ่านปัญหานนั้ ไปได้” เพอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื นและจ�ำ หนา่ ยเปน็ อาชพี เสรมิ ของครอบครวั อกี ดว้ ย สรา้ งรายไดจ้ นเปน็ ทย่ี อมรบั เกษตรกรทกุ คนตอ่ ไป และพฒั นากลมุ่ สตรสี หกรณบ์ า้ นตอ้ น แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก เพอ่ื อนรุ กั ษก์ ารเลย้ี งหมอ่ นไหม ภมู ปิ ญั ญาให้เป็นประโยชนแ์ กผ่ อู้ ื่น และสงั คมส่วนรวม และการท�ำ ผา้ ไหมลายพน้ื บา้ น ปจั จบุ นั ด�ำ รงต�ำ แหนง่ ประธานกลมุ่ สตรสี หกรณบ์ า้ นตอ้ นทม่ี ี สมาชิกจำ�นวน 50 ราย เป็นวิทยากรให้ความรู้เก่ียวกับการเล้ียง หม่อนไหมและพัฒนาพันธ์ุหม่อนท้ังในระดับท้องถิ่นและระดับ จงั หวดั มสี ว่ นรว่ มในการสนบั สนนุ ใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ เพาะขยายพนั ธ์ุ พ่อพันธ์ุหม่อนไหมพันธ์ุพื้นเมือง ได้แก่ พันธ์ุนางน้อย พันธ์ุ นางเหลือง พันธุ์นางตุ่น และพันธุ์นางลาย ซ่ึงแต่ละพันธุ์จะมี ความเข้มของสีเสน้ ไหมท่ีแตกต่างกนั นอกจากน้ี ยังสนับสนุนให้มี การพัฒนาฝีมือการสาวผ้าและการทอผ้าให้กับสมาชิกในกลุ่ม 138 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 139

นายธนศกั ด์ิ คำ�ดา่ ง องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ การเล้ียงไก่งวง จะเร่ิมจากการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มี จนเกษตรกรสามารถพฒั นาการเลย้ี งตอ่ ไปได้ นอกจากนี้ ยงั สรา้ ง จังห ัวดนครพนม และพัฒนาเป็นตน้ แบบ โครงร่างใหญ่ หัวใหญ่ ตัวใหญ่ ข้อขาใหญ่ และพร้อมท่ีจะใช้ ตลาดผู้บริโภคทั้งในและนอกชุมชน เพื่อให้เกษตรกรม่ันใจว่า “มหาบณั ฑติ ญ่ปี นุ่ ผู้เล้ียงไก่งวง” เป็นพ่อและแม่พันธ์ุ โดยเล้ียงในโรงเรือนพ่อ-แม่พันธ์ุ ก่อนจับคู่ สามารถเลี้ยงไก่งวงเป็นอาชีพได้ ท้ังน้ี ได้กำ�หนดคุณสมบัติของ ประยุกต์ใช้สมุนไพรในการเล้ียงไก่งวงเพ่ือเพ่ิมผลผลิตและ ผสมพนั ธ์ุ ควรท�ำ ความสะอาดล�ำ ตวั และขนแมพ่ นั ธด์ุ ว้ ยนา้ํ ยาลา้ งจาน เกษตรกรท่สี นใจเล้ยี งไก่งวงไว้ 2 ขอ้ คอื 1) มพี น้ื ท่เี ลย้ี งหา่ งไกล นายธนศักดิ์ ค�ำ ดา่ ง อายุ 57 ป ี ลดตน้ ทนุ แนวคดิ นเ้ี รม่ิ จากการสงั เกตการกนิ อาหารของไกง่ วงทเ่ี ลย้ี ง ปลอ่ ยใหเ้ ดนิ ตากแดดนาน 1 สปั ดาห์ เพอ่ื ใหข้ นและลำ�ตวั เงางาม ชมุ ชน เพอื่ สะดวกตอ่ การปอ้ งกนั โรคและสตั วเ์ ลยี้ ง และ 2) มพี นื้ ที่ ในชว่ งแรกวา่ ไกง่ วงสามารถกนิ พชื และสมนุ ไพรไดเ้ กอื บทกุ ชนดิ ทม่ี อี ยู่ เม่ือปล่อยให้เข้าผสมพันธ์ุ จะดึงดูดพ่อพันธ์ุให้มาผสมพันธ์ุได้ พอสมควร และสามารถปลกู หญา้ ได้ การศกึ ษา ปรญิ ญาโท สาขาปฐพวี ทิ ยา ม.นาโกยา่ ประเทศญป่ี นุ่ ในบรเิ วณพน้ื ทเ่ี ลย้ี ง ซง่ึ มลี กั ษณะการกนิ เชน่ เดยี วกบั คา้ งคาว จงึ เปรยี บ งา่ ยขน้ึ ภายหลงั การผสมพนั ธ์ุ แมไ่ กง่ วงจะให้ไขใ่ นชว่ งเวลา 45 วนั ทีอ่ ย ู่ 209 บ้านโคกก่อง หมู่ท่ี 4 ต�ำ บลโพธติ์ าก ไกง่ วงวา่ เปน็ “คา้ งคาวดนิ ” ดงั นน้ั อาหารทใ่ี ชเ้ ลย้ี งไกง่ วงเปน็ อาหาร ไขจ่ ะฟกั เปน็ ตวั ภายในระยะเวลา27-31วนั ลกู ไกง่ วงทฟ่ี กั ใหมต่ อ้ ง รางวลั ทภ่ี าคภูมิใจ อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั นครพนม 48000 ทผ่ี สมระหวา่ งอาหารส�ำ เรจ็ รปู ไกไ่ ขห่ รอื ปลายขา้ วทร่ี วมกบั พชื ทห่ี าได้ เล้ียงในสุ่ม เปิดไฟตลอดเวลา และไม่มีลมโกรกภายในโรงเรือน โทรศัพท์ 08 9863 6513 ในพน้ื ท่ี (เชน่ ผกั บงุ้ ผกั ตบชวา ใบไผ่ และแหน เปน็ ตน้ ) และเสรมิ สมนุ ไพร อนุบาล โดยได้รับอาหารสำ�เร็จรูป 1 ส่วน และหญ้า 3 ส่วน • เกษตรกรดเี ดน่ แหง่ ชาติ สาขาอาชพี เลย้ี งสตั ว์ ประจ�ำ ปี2553 ในอาหาร ไดแ้ ก่ ฟา้ ทลายโจร หวั ขมน้ิ กระชายด�ำ หวั ไพร ใบมะขาม อยา่ งเตม็ ท่ี เปน็ ระยะเวลา 2 สปั ดาห์ ใหว้ คั ซนี ปอ้ งกนั โรคหลอดลม ความเชย่ี วชาญ ความชำ�นาญ และใบสม้ ปอ่ ย ซง่ึ มสี ดั สว่ นของอาหารสำ�เรจ็ รปู หรอื ปลายขา้ วรอ้ ยละ อักเสบ และโรคอหิวาต์ ในลูกไก่งวงอายุ 3-7 วัน ไก่งวงจะโต บทเรยี นจากปราชญ์ และกจิ กรรมทางการเกษตรทดี่ ำ�เนนิ การ 20 และเปน็ พชื และสมนุ ไพรรอ้ ยละ80 เพอ่ื เปน็ การลดตน้ ทนุ คา่ อาหาร เตม็ ทเ่ี มอ่ื มอี ายปุ ระมาณ 10 เดอื น โดยไกง่ วงเพศผทู้ ข่ี นุ ขายจะมี “ชีวิตมนุษย์ท่ีแท้จริง มันไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่ต้อง และสมนุ ไพรทใ่ี ชน้ น้ั มสี ว่ นชว่ ยใหส้ ขุ ภาพของไกง่ วงแขง็ แรง ไมเ่ จบ็ ปว่ ย นา้ํ หนกั 7 - 8 กโิ ลกรมั ราคาขายกโิ ลกรมั ละ 120 บาท หากขาย ไมห่ ลงกระแส และเข้าใจธรรมชาติ จะอยไู่ ด้อยา่ งมีความสุข” ใชป้ ระสบการณร์ ว่ มกบั ความรทู้ เ่ี รยี นมาในการพฒั นาการผลติ ง่าย สำ�หรับการเล้ียงไก่งวงให้ได้ผลผลิตสูง ต้องจัดการโรงเรือน ไก่งวง ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2545 และเร่ิมขยายการเล้ียงเชิงการค้า ทแ่ี ยกสว่ นชดั เจน เพอ่ื ใหง้ า่ ยตอ่ การจดั การและมคี วามเหมาะสมในการ เปน็ ไกง่ วงรนุ่ จะมรี าคาตวั ละ 1,000-1,400 บาท อย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2547 ในปัจจุบันสามารถผลิตไก่งวงได้ ปอ้ งกนั โรคสตั ว์ ไดแ้ ก่ โรงเรอื นพอ่ -แมพ่ นั ธ์ุ โรงเรอื นฟกั ไข่ โรงเรอื น ประมาณ 5,000 ตัวต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่าล้านบาท นอกจากน้ี อนบุ าล โรงเรอื นไกเ่ ลก็ โรงเรอื นไกร่ นุ่ และโรงเรอื นไกข่ นุ ทม่ี า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพฒั นาองคค์ วามร ู้ ยงั สรา้ งเครอื ขา่ ยผเู้ ลย้ี งไกง่ วงภายใตช้ อ่ื “ศนู ยเ์ ครอื ขา่ ยภมู พิ ลงั ” หรอื ผลงานที่เกดิ จากภมู ปิ ัญญา และทำ�หน้าท่ีประธานศูนย์ โดยศูนย์ฯ ทำ�หน้าท่ีรับซ้ือไก่งวงจาก ผพู้ ฒั นาการเลย้ี งไกง่ วง ในปี พ.ศ.2535 ลงทนุ ท�ำ ธรุ กจิ โคเนอื้ ประมาณ1.7 ลา้ นบาท สมาชกิ ท�ำ ใหม้ อี ตั ราการผลติ ไกง่ วงในพน้ื ทร่ี วมทง้ั สน้ิ 10,000 ตวั จนประสบความส�ำ เรจ็ ต่อปี สามารถสร้างตลาดผู้บริโภคท้ังในประเทศ และตลาดใน ประยกุ ต์ใชส้ มนุ ไพรในอาหาร แตไ่ มป่ ระสบผลสำ�เร็จ เนอ่ื งจากขาดข้อมลู การตลาด ความรู้ และ ประเทศเพ่อื นบ้าน ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพอ่ื เพม่ิ ผลผลติ และลดตน้ ทนุ และสาธารณรฐั สงั คมนยิ มเวยี ดนาม อกี ทง้ั ยงั สรา้ งเครอื ขา่ ยผเู้ ลย้ี งและตลาด ท่ีปรึกษา ได้รับบทเรียนที่ยิ่งใหญ่จากความผิดพลาดครั้งน้ันว่า น�ำ ไปสคู่ วามยง่ั ยนื ในการประกอบอาชพี “การมีเงินก็ไม่สามารถทำ�อะไรได้ท้ังหมด” ชีวิตเร่ิมปรับเปล่ียน 140 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การเลย้ี งไกง่ วงในพน้ื ท่ี เมื่อได้รับทราบแนวคิดเร่ืองเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยหู่ วั จงึ ตดั สนิ ใจปฏญิ าณตนขอด�ำ เนนิ ตามแนวทางทท่ี รง สอนไว้ จงึ เรมิ่ เล้ียงสตั ว์อกี คร้ัง ไดแ้ ก่ กระตา่ ย หมหู ลมุ และแพะ จนกระทง่ั ตัดสนิ ใจเลยี้ งไก่งวงในปี พ.ศ. 2547 แนวทางการเผยแพรอ่ งค์ความรหู้ รอื ผลงานท่เี กดิ จาก ภูมิปญั ญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่ผอู้ นื่ และสงั คมส่วนรวม สร้างเครือข่ายสมาชิกผู้เลี้ยงไก่งวง โดยเปิดโอกาสให้แก่ เกษตรกรทุกคนได้เข้ามาเรียนรู้ข้ันตอนการเล้ียงอย่างเปิดเผย ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 141

นายสนั ตศ์ ิลป์ ยาสาไชย องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ เพอ่ื ให้โคเน้อื เพิม่ การสะสมไขมันแทรกในกลา้ มเนื้อ ท้งั นี้ ห้ามให้ โคเน้ือ จำ�นวนท้ังส้ิน 494 ราย เป็นกลุ่มที่เลี้ยงแม่พันธ์ุจำ�นวน จังห ัวดสกลนคร และพัฒนาเป็นตน้ แบบ เมลด็ ขา้ วโพดเปน็ อาหารเดด็ ขาด เนอื่ งจากจะทำ�ให้ไขมนั มสี เี หลอื ง 302 ราย และกลุ่มท่ีเล้ียงโคขุน จำ�นวน 192 ราย นอกจากน้ี “โคบาลแหง่ โพนยางคำ�” ซึ่งผู้บริโภคไม่ต้องการ เม่ือครบระยะเวลาการขุน โคจะมีนํ้าหนัก ยังเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานราชการต่างๆ อย่างต่อเน่ือง พัฒนาองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงโคขุน โดยเร่ิมจากการ ประมาณ 570-700 กิโลกรัม จึงส่งขายให้กับสหกรณ์การเล้ียง โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดเลือกแม่พันธ์ุและการเล้ียงโคเนื้อ นายสันตศ์ ิลป์ ยาสาไชย อายุ 57 ป ี คัดพันธุ์โคเน้ือที่ตรงตามความต้องการของตลาด แม่พันธุ์ควรมี ปศสุ ตั ว์ กรป.กลาง โพนยางค�ำ จ�ำ กดั จะไดน้ า้ํ หนกั ซากอยา่ งนอ้ ย 300 คุณภาพดีโดยไม่ปิดบัง เปิดบ้านของตนเองเป็นแหล่งเรียนรู้ นํ้าหนักมากกว่า 300 กิโลกรมั ไดร้ ับการถา่ ยพยาธแิ ละฉีดวคั ซีน กโิ ลกรัมข้นึ ไป คดิ เปน็ รายไดร้ าคาตัวละประมาณ 55,000-60,000 ของเกษตรกรทสี่ นใจ และใช้เป็นสถานท่ีศกึ ษาดงู านของนสิ ติ และ การศึกษา ประถมศึกษา เม่ือแม่พันธ์ุแสดงอาการเป็นสัด ให้ผสมพันธ์ุโดยใช้น้ําเช้ือของ บาท ในขณะทม่ี ตี น้ ทนุ คา่ อาหารหยาบประมาณ9,000-12,000 บาท นกั ศึกษาดว้ ย ทอ่ี ยู่ 66 บ้านท่าเย่ียม หมู่ท่ี 1 ตำ�บลโนนหอม พ่อพันธ์ุชาร์โรเล่ย์ (Charolais) เนื่องจากพันธุ์ชาร์โรเล่ย์จะมี และคา่ จดั การอน่ื ๆ 2,000 บาท ตอ่ การเลย้ี งโคขนุ 1 ตวั อำ�เภอเมือง จงั หวัดสกลนคร 47000 พันธุกรรมในการสร้างกล้ามเนื้อและการสะสมไขมันในกล้ามเน้ือ รางวัลท่ีภาคภูมิใจ โทรศพั ท์ 08 6240 4838 ไดด้ ี เมอ่ื ลกู โคคลอดใหท้ �ำ ประวตั ลิ กู โคแรกเกดิ กบั สหกรณก์ ารเลย้ี ง ปศสุ ตั ว์ กรป.กลาง โพนยางคำ� จ�ำ กดั ใหแ้ มโ่ คเลย้ี งลกู โคเปน็ ระยะ ทีม่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพัฒนาองค์ความร้ ู • เกษตรกรดเี ดน่ แหง่ ชาติ สาขาอาชพี เลยี้ งสตั ว์ ประจ�ำ ปี2549 ความเชี่ยวชาญ ความช�ำ นาญ เวลา 3-4 เดือนจึงหย่านม จากนั้นเล้ียงลูกโคด้วยอาหารหยาบ หรอื ผลงานทเ่ี กิดจากภูมิปญั ญา • รางวัลชนะเลิศ การประกวดกล่มุ เกษตรกรเล้ยี งสัตว์ดีเด่น และกจิ กรรมทางการเกษตรทด่ี �ำ เนินการ คุณภาพดี เช่น หญ้าสด เป็นต้น และถ่ายพยาธิ เมื่อลูกโคอายุ ประมาณ 1 ปี หรอื มีนาํ้ หนักประมาณ 300-400 กโิ ลกรมั จงึ น�ำ ครอบครวั มฐี านะยากจน ตนเองประกอบอาชพี รบั จา้ ง แตเ่ มอ่ื ระดบั เขต ประจ�ำ ปี 2548 เลย้ี งและขนุ โคเนอื้ คณุ ภาพดี เลย้ี งแมโ่ คเพอื่ ผลติ ลกู ส�ำ หรบั เขา้ สู่กระบวนการขนุ ทั้งน้ี ในกรณีท่ีไม่ใช่ลกู โคทเี่ กิดภายในฟาร์ม อายุมากขึน้ ไม่สามารถรับจ้างต่อ จงึ มาเลี้ยงโคเน้ือเป็นอาชพี หลัก การขุน และมีความเช่ียวชาญในการจัดการอาหารเพ่ือลดต้นทุน และไม่มีพันธุ์ประวัติ ให้พิจารณาเข้าขุนจากจำ�นวนฟันท่ีไม่เกิน โดยเล้ียงโคเนื้อภายในบริเวณบ้านตนเอง สมัครเป็นสมาชิกและ การผลิต พัฒนาระบบการเลย้ี งและปรับปรุงโรงเรือนจนไดร้ บั รอง 6 ซี่ ท�ำ การขนุ โคเป็นระยะเวลา 12-15 เดอื น โดยให้อาหารหยาบ ขายโคเนื้อให้กบั สหกรณ์การเลี้ยงปศสุ ัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ� บทเรียนจากปราชญ์ มาตรฐานฟารม์ เลยี้ งสัตว์จากกรมปศุสัตว์ ไดร้ ับการยอมรบั จากผู้ เป็นหลัก จนกระทั่งเข้าสู่ระยะขุนเดือนท่ี 9 ให้เสริมกากนํ้าตาล จำ�กัด ด้วยความอดทนและความมุ่งม่ันท่ีจะปรับปรุงการเลี้ยง เล้ียงโคเน้ือในพื้นท่ีและจังหวัดใกล้เคียง โดยในรอบปีท่ีผ่านมา “มีใจรักในอาชีพ คิดก่อนทำ� ไม่คดโกง ไม่มุ่งหวัง สามารถเลี้ยงและขุนโคเนื้อขายจำ�นวนท้ังส้ิน 24 ตัว คิดเป็น ผผู้ ลติ โคเนอ้ื คณุ ภาพสงู แตผ่ ลกำ�ไร” รายไดท้ ้งั ส้นิ ประมาณ 1,400,000 บาท โดยใชต้ น้ ทนุ ตา่ํ โคเนื้อโดยใช้ต้นทุนน้อยท่ีสุด จึงแสวงหาความรู้เพ่ิมเติมจากการ เนน้ การคดั พนั ธท์ุ ด่ี ี และใหอ้ าหารหยาบสด คณุ ภาพดสี ง่ ผลให้โคมปี รมิ าณเนอ้ื มาก เข้ารับการอบรมการเล้ียงโคเน้ือจากหลายหน่วยงาน จนกระทั่ง และมไี ขมนั แทรกในกลา้ มเนอ้ื สามารถจัดการฝูงโคเนื้อของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ใหเ้ นอ้ื โค และสรา้ งรายได้ใหผ้ ผู้ ลติ ใช้ต้นทุนต่ํา จากนั้นจึงมีความคิดในการรวมกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ ในชุมชน เพือ่ แลกเปล่ียนความรแู้ ละประสบการณ์ โดยมุ่งหวงั ให้ เพอ่ื นบา้ นและผเู้ ลย้ี งโคเนอื้ ในบรเิ วณจงั หวดั ใกลเ้ คยี ง ประสบความ สำ�เร็จในการเลี้ยงโคเน้ือ มีรายได้ที่เหมาะสม และถ่ายทอด ประสบการณ์การเลย้ี งโคเนอ้ื ส่รู นุ่ ลกู ร่นุ หลานต่อไป แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก ภมู ิปัญญาให้เปน็ ประโยชน์แก่ผ้อู นื่ และสังคมส่วนรวม เผยแพร่ความรู้ด้านการเล้ียงโคขุนผ่านศูนย์เรียนรู้เฉพาะทาง การเลี้ยงโคขนุ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ริเรมิ่ และรวมกลุม่ เกษตรกร ผู้เลี้ยงแม่โคผลิตลูกเพื่อการขุน ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกผู้เลี้ยง 142 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 143

นายแก่นจนั ทร์ ชาระ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ซง่ึ ถา้ ท�ำ หลงั จากนค้ี วายจะดอ้ื และฝกึ ไดย้ ากขน้ึ ทง้ั นก้ี ารสนตะพาย แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จาก และพฒั นาเป็นต้นแบบ คือการใช้เชือกร้อยผ่านระหว่างรูจมูกของควายอ้อมผ่านใต้ใบหู ภูมปิ ญั ญาใหเ้ ปน็ ประโยชน์แกผ่ ู้อ่นื และสังคมส่วนรวม “คนสอนควายใหท้ �ำ นา” และผูกบริเวณด้านหน้าท้ายทอย เพ่อื ใช้ในการบังคับและส่งั ควาย จังหวัดหนองบัวลำ� ูภ อนรุ กั ษแ์ ละใชค้ วายในการท�ำ นา ควายถอื เปน็ แรงงานส�ำ คญั ส�ำ หรบั เชอื กทผ่ี กู ใหก้ บั ควาย จะผกู ทางดา้ นซา้ ยของควาย โดยเชอื ก จัดต้ังกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์กุดดินจ่ี กลุ่มอนุรักษ์ จะมีความยาวประมาณ 1.5 ถึง 2 เมตร จากน้นั จะเร่มิ ฝึกควาย ควายไทยกดุ ดนิ จี่ เพอื่ การขยายผลไปยงั ผทู้ รี่ กั และพรอ้ มทจ่ี ะรว่ ม ในการเตรยี มดนิ ไถนา นวดขา้ ว โดยควาย 1 ตวั สามารถไถนา ให้รู้จักภาษาในการบังคับ ท้ังด้วยคำ�ส่ังจากเชือก และคำ�ส่ังจาก ฟ้ืนฟกู ารเลย้ี งควายอยา่ งจรงิ จงั และใชเ้ ปน็ แหลง่ ใหค้ วามรู้ในการ ภาษาพดู เชน่ การสง่ั หยดุ เดนิ เลย้ี วซา้ ย-ขวา หรอื ถอยหลงั เปน็ ตน้ อนรุ กั ษค์ วายไทย และการใชค้ วายในการไถนา นอกจากนย้ี งั คงเดนิ ไดป้ ระมาณ1 ไรต่ อ่ วนั ซง่ึ สามารถใชท้ ดแทนแรงงานจากเครอ่ื งจกั ร เม่อื ควายรู้จักคำ�ส่ังแล้ว จึงเร่ิมการฝึกไถโดยนำ�ควายมาเทียมไถ สายเปน็ วทิ ยากรเผยแพรค่ วามรตู้ ามโรงเรยี นและวดั ตา่ งๆ รวมถงึ ใช้แอกใหญ่วางลงบนคอของควายแล้วมัดสายรัดคอให้พอดี ไดจ้ ดั ท�ำ หลกั สตู รระยะสน้ั กบั วทิ ยาลยั ชมุ ชนหนองบวั ล�ำ ภู เรอ่ื งการ ได้ เน่ืองจากในปัจจุบัน เคร่ืองจักรทางการเกษตรมีราคาสูง โดยในคร้ังแรกๆ ใช้วิธีลากท่อนไม้แทนคันไถก่อน เพ่ือให้ควาย เลย้ี งควายไทย เกิดความเคยชินในการลาก หลังจากน้ันประมาณ 2 ถึง 3 วัน ประกอบกบั นา้ํ มนั เชอ้ื เพลงิ มรี าคาแพงมากขน้ึ ทกุ วนั เกษตรกรทใ่ี ช้ รางวลั ทีภ่ าคภูมิใจ เคร่อื งจักรบางรายจึงมีหน้สี ิน รายได้ท่ไี ด้มาจากการทำ�นาต้องนำ� ไปใชห้ นจ้ี นแทบไมเ่ หลอื นอกจากน้ี มลู ควายยงั สามารถใชท้ �ำ ปยุ๋ เพอ่ื เพม่ิ คณุ ภาพดนิ ในการท�ำ นาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ทง้ั น้ี การใช้ ปยุ๋ จากมลู ของควาย ท�ำ ใหค้ ณุ ภาพของดนิ ดไี ดถ้ งึ 3 ปี และชว่ ยให้ จงึ เทยี มไถและฝกึ ลากคนั ไถบนพน้ื ปกติ ซง่ึ เมอ่ื ควายเคยชนิ กบั ไถ • โล่กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียง ประจำ�ปี เกิดไส้เดือนดินช่วยปรับปรุงคุณภาพของดินให้ดีย่ิงข้ึนอีกด้วย และไมต่ น่ื ตกใจ กจ็ ะใหฝ้ กึ ไถนาจรงิ ๆ (ควายอายไุ ดป้ ระมาณ 2 ป)ี 2553 แตกต่างจากการใช้ปุ๋ยเคมีท่ีต้องใช้ทุกปี ไม่ทำ�ให้เกิดไส้เดือนดิน ซง่ึ หลงั จากนน้ั กส็ ามารถใชค้ วายในการไถนาไดต้ อ่ ไป บทเรียนจากปราชญ์ และมีราคาแพง สำ�หรับในการใช้ควายทำ�นาน้ัน อันดับแรก คือ นายแก่นจันทร์ ชาระ อายุ 75 ป ี ต้องเตรียมความพร้อมให้กับควายสำ�หรับไถนาโดยการสนตะพาย ทีม่ า แรงบันดาลใจ แรงผลักดันในการพฒั นาองคค์ วามรู้ “อย่าตามเทคโนโลยีใหม่ๆ มากจนเกินความจำ�เป็น หรือผลงานท่ีเกดิ จากภูมปิ ัญญา จนทำ�ให้ตนเองเป็นหน้ีเป็นสิน หันมายึดหลักที่บรรพบุรุษได้ และการผกู เชอื ก โดยขน้ั ตอนนจ้ี ะท�ำ เมอ่ื ควายอายไุ ดป้ ระมาณ 1 ปี การศึกษา ประถมศกึ ษา 6 เดือน ซ่ึงเป็นช่วงอายุท่คี วายมีกล้ามเน้อื และขนาดท่เี หมาะสม ควายถอื เปน็ สตั วท์ อ่ี ยคู่ กู่ บั ชวี ติ คนไทยมาชา้ นาน ซง่ึ สามารถ ปฏิบัติและสืบทอดกันมา ส่ิงน้ีจะช่วยให้สามารถดำ�เนินชีวิต ทอ่ี ย ู่ 64 บ้านอาบชา้ ง หมู่ที่ 5 ตำ�บลกุดดนิ จ่ี ผทู้ �ำ เกษตรกรรม ใช้แรงงานจากควายได้ และมูลของควายยังใช้เป็นปุ๋ยเพ่ือเพ่ิม ได้อยา่ งมคี วามสขุ ด้วยความพอเพียง” อ�ำ เภอนากลาง จงั หวดั หนองบวั ลำ�ภู 39350 ผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้แรงงานควายในการทำ�นา โทรศพั ท์ 08 7937 6325 ตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง จึงเป็นแนวทางหน่งึ ท่ชี ่วยให้ตนเองและเพ่อื นเกษตรกรอย่รู อดและ และเปน็ ประธานกลมุ่ เกษตรกรเลย้ี งสตั ว์ ความเช่ยี วชาญ ความช�ำ นาญ กดุ ดนิ จแ่ี ละกลมุ่ อนรุ กั ษค์ วายไทยกดุ ดนิ จ่ี มคี วามสขุ ในการด�ำ รงชวี ติ ได้ และกิจกรรมทางการเกษตรทีด่ �ำ เนินการ อนรุ กั ษค์ วายไทยเพอ่ื ใชท้ ดแทนแรงงาน ท�ำ เกษตรกรรมโดยใชแ้ รงงานจากควายตามแนวทฤษฎใี หม่ เครอ่ื งจกั รในการท�ำ เกษตรกรรม เศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ินและวัฒนธรรม เพอ่ื ลดตน้ ทนุ และเพม่ิ รายได้ ประเพณีในการใชแ้ รงงานควาย รวมท้ังจดั ทำ�หลกั สูตรระยะสั้นกับ วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำ�ภู เร่ืองการเล้ียงควายไทย เพ่ือเป็น ใหก้ บั เพอ่ื นเกษตรกรทย่ี ากจน ประโยชน์ต่อการเลี้ยง การใช้แรงงาน และการเพิ่มรายได้ให้กับ การท�ำ เกษตรกรรม 144 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 145

นายไพรตั น์ ชืน่ ศรี 5. ใหอ้ าหารเปน็ ประจ�ำ สปั ดาหล์ ะ 1 ครง้ั โดยอาหารทใ่ี ห้ ไดแ้ ก่ ความรู้และประสบการณ์ในการท�ำ เกษตรผสมผสาน ซ่ึงสามารถ เศษอาหาร กระดกู และปลา เปน็ ตน้ “ฮีโร่ไขม่ ดแดง” รองรบั ผเู้ ขา้ อบรมไดค้ รง้ั ละ 100 คน การเล้ยี งมดแดงน้นั จะเร่มิ เล้ยี งในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือ ผพู้ ฒั นาเทคนคิ การเลย้ี งมดแดง เดอื นมถิ นุ ายน และสามารถเกบ็ ผลผลติ ไดป้ ระมาณชว่ งเดอื นมนี าคม รางวลั ท่ีภาคภมู ิใจ จังห ัวดบุ ีร ัรม ์ย รว่ มกบั การใชป้ ระโยชนจ์ ากปา่ หากตอ้ งการไดผ้ ลผลติ ไขม่ ดแดงนอกฤดู สามารถท�ำ ได้โดยการตดิ สปริงเกอร์เพ่ือจำ�ลองการเกิดฝนตก ซ่ึงจะเร่ิมให้น้ําสปริงเกอร์ • เกษตรกรดเี ดน่ แหง่ ชาติ สาขาปลกู สวนปา่ ประจ�ำ ปี 2555 สรา้ งอาชพี และรายได้ ในเดอื นมนี าคม และจะเรม่ิ เกบ็ ผลผลติ ไขไ่ ดอ้ กี ครง้ั ในเดอื นเมษายน • ผทู้ �ำ คณุ ประโยชนเ์ ศรษฐกจิ พอเพยี งของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ตลอดจนจติ ส�ำ นกึ ในคณุ คา่ ของธรรมชาติ ราคาขายกโิ ลกรมั ละ 250 บาท นอกจากน้ี ผเู้ ลย้ี งควรระมดั ระวงั ไมใ่ ห้ บรุ รี มั ย์ ประจ�ำ ปี 2554 มีแมลงศัตรู เช่น มดดำ� เป็นต้น หากมีมดดำ�มาอยู่อาศัยร่วมด้วย • รางวลั ชมเชยการประกวดผลงานตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ ใหแ้ กค่ นในชมุ ชน จะท�ำ ใหม้ ดแดงทง้ิ รงั ปจั จบุ นั ก�ำ ลงั วจิ ยั การท�ำ คอนโดมดแดงโดยใช้ พอเพยี ง ดา้ นเกษตรทฤษฎใี หม่ ประจ�ำ ปี 2553 วสั ดเุ หลอื ใช้ เชน่ ขวดแกว้ และขวดเครอ่ื งดม่ื ชกู �ำ ลงั ตา่ งๆ เปน็ ตน้ บทเรยี นจากปราชญ์ เพอ่ื เพม่ิ ทางเลอื กในการผลติ ไขม่ ดแดงในพน้ื ทท่ี ม่ี ตี น้ ไมจ้ �ำ กดั “อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่น่าภาคภูมิใจ มีเกียรติ มีศักด์ิศรี ควรได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่อง และเป็นครัว ที่มา แรงบันดาลใจ แรงผลกั ดันในการพฒั นาองคค์ วามรู้ ของโลก ดังน้ันจงภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ หรือผลงานทเ่ี กิดจากภูมิปัญญา และพฒั นาเปน็ ต้นแบบ ของบรรพบุรุษเรา” นายไพรัตน์ ชืน่ ศรี อายุ 54 ป ี เรียนรู้และคิดค้นข้ันตอนการเล้ียงมดแดงเพ่ือเป็นอาชีพ แนวคิดในการเล้ยี งมดแดงเร่มิ จากการทำ�โครงงานเก่ยี วกับ การศึกษา ประถมศกึ ษา ร่วมกับการอนุรักษ์ต้นไม้และป่าไม้ จนเป็นต้นแบบในการเล้ียง การเล้ยี งมดแดงเม่อื คร้งั ยังรับราชการครู ซ่งึ ต้องการใช้ประโยชน์ ท่ีอยู่ 99 บา้ นแสงจนั ทร์ หม่ทู ่ี 7 ต�ำ บลสนามชยั อำ�เภอสตึก จังหวัดบรุ ีรัมย์ 31150 มดแดง สร้างอาชีพและจิตสำ�นึกในคุณค่าของธรรมชาติของคน จากต้นไม้ท่ีปลูกในพ้ืนท่ีและคนอีสานชอบบริโภคไข่มดแดงด้วย โทรศพั ท์ 08 1966 4317 ในชมุ ชน โดยมวี ธิ กี ารเลย้ี งมดแดง ดงั น้ี ซง่ึ ปรกตจิ ะสามารถเกบ็ ไขม่ ดแดงมาบรโิ ภคไดป้ ระมาณกลางเดอื น ความเชี่ยวชาญ ความชำ�นาญ 1. เลอื กตน้ ไมท้ ม่ี อี ายตุ ง้ั แต่ 5 ปี ขน้ึ ไป ไดแ้ ก่ ยางนา ประดู่ และกจิ กรรมทางการเกษตรทีด่ ำ�เนินการ มะม่วง หรือกระท้อน หากสามารถหาต้นไม้ในป่าได้จะดีท่ีสุด เมษายนเทา่ นน้ั เมอ่ื ลาออกจากการรบั ราชการครใู นปี พ.ศ. 2550 ทำ�การเกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ และไร่นาป่าผสม เนอ่ื งจากมดแดงจะชอบอาศยั ในพน้ื ทป่ี า่ จึงม่งุ ม่ันและทดลองเล้ยี งมดแดงให้สามารถผลิตไข่อย่างต่อเน่อื ง โดยยดึ หลกั การพง่ึ พาตนเอง ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ตวั อยา่ งของคนในชมุ ชน 2. น�ำ ขวดอดั ลมทล่ี า้ งสะอาดแลว้ มาผา่ ครง่ึ ตามแนวนอน โดย ปลกู ฝงั และแนะน�ำ ใหช้ าวบา้ นปลกู ตน้ ไมต้ า่ งๆ เชน่ ตน้ ยางนา ประดู่ สว่ นของกน้ ขวดจะท�ำ เปน็ ทใ่ี สน่ า้ํ ใหม้ ดแดง และปากขวดท�ำ เปน็ ทใ่ี ส่ สามารถน�ำ มาบรโิ ภคและจ�ำ หนา่ ยได้ มะมว่ ง และกระทอ้ น เปน็ ตน้ เพอ่ื ใหเ้ ปน็ อาหาร นอกจากน้ี ยงั เลย้ี ง ไสเ้ ดอื น หมหู ลมุ และเลย้ี งมดแดงบนตน้ ไมท้ ต่ี นเองปลกู บนพน้ื ท่ี อาหาร หลงั จากนน้ั น�ำ ไปมดั ไวก้ บั ตน้ ไม้ แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก ทง้ั หมด 34 ไร่ สรา้ งอาชพี ใหเ้ พอ่ื นบา้ นและผสู้ นใจทว่ั ไป 3. ใช้ไมเ้ ลก็ ๆ พาดระหวา่ งขวดพลาสตกิ กบั ตน้ ไม้ แลว้ มดั ภมู ิปญั ญาใหเ้ ป็นประโยชน์แก่ผ้อู ่นื และสังคมส่วนรวม ใหแ้ นน่ เพอ่ื ใหม้ ดแดงสามารถเดนิ ลงมากนิ อาหารทเ่ี ตรยี มไว้ได้ 4. เตรยี มมดแดงทจ่ี ะเลย้ี งมาใส่ในกระสอบปยุ๋ น�ำ กระสอบ เปน็ วทิ ยากรกระบวนการเพอ่ื การเปลย่ี นแปลงสกู่ ารพง่ึ ตนเอง ปุ๋ยไปมัดกับต้นไม้ท่ีจะใช้เล้ียงในช่วงเย็น แล้วเปิดถุงในช่วงเช้า ภาคประชาชน ทป่ี รบั ใชภ้ มู ปิ ญั ญาดง้ั เดมิ กบั เทคโนโลยสี มยั ใหม่ เชน่ การเล้ียงมดแดง ไส้เดือน และหมูหลุม เป็นต้น โดยปฏิบัติตน พรอ้ มใหอ้ าหาร มดแดงจะเรม่ิ สรา้ งรงั ใหมบ่ นตน้ ไม้ เป็นตัวอย่างให้คนในชุมชนเห็นและยอมรับ ริเร่ิมและจัดต้ัง “ศนู ยเ์ รยี นรชู้ มุ ชนบา้ นแสงจนั ทร”์ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2543 เพอ่ื ถา่ ยทอด 146 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 147

นายมีชัย แตส้ รุ ิยา เนน้ การใชเ้ สน้ ไหมทผี่ ลติ จากไหมพนั ธ์ุไทย จนเปน็ ทร่ี จู้ กั แพรห่ ลาย ทเี่ ปลย่ี นไปตามระยะเวลา เรม่ิ จากสขี าวของกลบี ดอก หรอื กาบบวั รางวัลทภ่ี าคภูมิใจ ในนามของ “ผา้ ไหมบา้ นค�ำ ปนุ ” และประยกุ ต์ใชเ้ ทคนคิ มดั หมผ่ี สม ชมพู เขียวจาง ทองอ่อน ไปจนถึงน้ําตาลไหม้ เหมาะสำ�หรับ • ศิลปินดเี ด่นจังหวัดอุบลราชธานี ประจำ�ปี 2544 “ผู้ถักทอวัฒนธรรมบนผนื ผ้าไหมไทย” งานแกะล้วง Tapestry Weave ขึน้ เปน็ คร้ังแรกด้วย การใชง้ านของทกุ เพศทุกวยั จังหวัด ุอบลราชธา ีน • ผสู้ บื ทอดมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม “ผา้ ทอเมอื งอบุ ล” นายมชี ยั แตส้ รุ ยิ า อายุ 56 ป ี องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ทีม่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลักดนั ในการพฒั นาองค์ความร ู้ และพฒั นาเป็นตน้ แบบ หรือผลงานท่ีเกดิ จากภูมิปัญญา ประจ�ำ ปี 2557 การศกึ ษา ปริญญาตรี สาขาศิลปศาสตร์ ม.รามค�ำ แหง ทอ่ี ยู่ 331 บ้านคำ�ปุน ตำ�บลค�ำ นํ้าแซบ คดิ คน้ และพฒั นา “ผา้ กาบบวั ” จากผา้ ทรี่ ะบชุ อื่ ในวรรณกรรม เทคนคิ และภมู ปิ ญั ญาเกยี่ วกบั การทอผา้ เปน็ สงิ่ มคี า่ ทสี่ บื ทอด บทเรียนจากปราชญ์ อ�ำ เภอวารินชำ�ราบ จังหวัดอบุ ลราชธานี 34190 โบราณอีสานของเมืองอุบล มาเป็นผ้าท่ีเป็นเอกลักษณ์ของ กันมาตั้งแต่รุ่นคณุ ยาย และในรนุ่ คณุ แม่ (นางคำ�ปนุ ศรีใส) ได้รับ “รากฐานของคนไทยมาจากการท�ำ การเกษตร เมื่อเกดิ โทรศัพท์ 08 1876 7755, 0 4525 4830 จังหวัดอุบลราชธานีในปัจจุบัน ด้วยการผสมผสานเทคนิค รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม (ทอผ้า) สาขาทัศนศิลป์ การทอผ้าแบบเดิมของท้องถ่ินร่วมกับเทคนิคการทอของตนเอง ในครอบครัวท่ีรุ่นปู่-ย่าทำ�การเกษตร นอกจากความภูมิใจ ความเชย่ี วชาญ ความชำ�นาญ จนเกิดเป็นรูปลักษณ์ใหม่ที่งดงามโดดเด่น ผ้ากาบบัวทอขึ้นจาก และกจิ กรรมทางการเกษตรท่ดี ำ�เนนิ การ ไหมหรือฝ้าย ที่ประกอบด้วยเส้นยืนย้อมอย่างน้อยสองสี เป็นร้ิว จากส�ำ นกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาติ จงึ ท�ำ ใหม้ คี วามรกั ในงานท่ีทำ� ยังได้รับสืบทอดภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า และ ตามลักษณะ “ซิ่นทิว” แล้วทอพุ่งด้วยไหมสี ไหมป่ันเกลียว ความผูกพันกับการทอผ้าไหมมากข้ึน พยายามเลือกใช้วัตถุดิบ สืบสานถึงรนุ่ ลูก-หลานตอ่ ไป” ผลิตผ้าไหมทอมือ โดยใช้เทคนิคเฉพาะของครอบครัว หางกระรอก มดั หม่ี และขดิ นอกจากน้ี อาจเพมิ่ การจกเปน็ ลวดลาย ที่ถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น อันประกอบด้วยภูมิปัญญาการทอผ้า กระจุกดาว หรือการจกด้วยไหมด้ินเงินหรือดิ้นทองที่ใช้ความ เส้นไหมพันธุ์ไทย และประยุกต์รูปแบบลายผ้าให้เกิดอัตลักษณ์ ด้วยเส้นใยธรรมชาติ ร่วมกับเทคนิคการย้อมสีโดยใช้พืชและ ปราณตี ในการทอ เพื่อเพ่มิ ความหรูหราของผ้า ท้ังน้ี สีย้อมทีใ่ ช้ใน วตั ถดุ บิ ในทอ้ งถนิ่ ทปี่ ลกู เอง เชน่ ไมเ้ ข ฝาง มะเกลอื และสมอไทย การทอผ้ากาบบัวเน้นใช้สีธรรมชาติเท่านั้น โดยใช้สีของดอกบัว ของผลงานทีท่ �ำ เป็นตน้ สร้างสรรคผ์ ลงานผ้าไหมด้วยสธี รรมชาติมานานกวา่ 30 ปี ศลิ ปนิ ผอู้ อกแบบ แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรู้หรือผลงานทเ่ี กิดจาก และพฒั นาการทอผา้ ดว้ ยเสน้ ใยธรรมชาติ ภมู ิปัญญาใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ก่ผอู้ ่นื และสงั คมส่วนรวม รว่ มกบั เทคนคิ การยอ้ มสที เ่ี ปน็ เอกลกั ษณ์ เป็นวิทยากรและผู้บรรยายให้กับสถานศึกษา ได้แก่ คณะ ผลติ ผา้ ไหมทอมอื จากภมู ปิ ญั ญา เกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และคณะพัสตราภรณ์ ทส่ี บื ทอดจากรนุ่ สรู่ นุ่ จนมชี อ่ื เสยี ง และเปน็ ทย่ี อมรบั อยา่ งแพรห่ ลาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มากว่า 15 ปี อกี ทั้งยงั เขยี นบทความ ในชอ่ื “ผา้ ไหมบา้ นค�ำ ปนุ ” เพื่อเผยแพร่ความรู้ในนิตยสาร หนังสือพิมพ์รายวัน และให้ และผลงาน “ผา้ กาบบวั ” สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์อย่างสมํ่าเสมอ รวมถึงมีการใช้กลุ่ม อาคารทรงไทย “บ้านคำ�ปุน” ซ่ึงเป็นท้ังโรงงานและท่ีอยู่อาศัย ของครอบครัว ทำ�งานถักทอผ้าไหมทุกขั้นตอนด้วยมือท่ามกลาง บรรยากาศทอ้ งถน่ิ อสี าน ทำ�ให้ผลงานผา้ ไหมไดร้ บั ความสนใจจาก ชาวไทยและชาวต่างประเทศท่ีไปเย่ียมชม นอกจากน้ี ยังจัด นิทรรศการบ้านคำ�ปุนเก่ียวกับผ้าไหม สาธิตการทอผ้า และ วัฒนธรรมอีสานเผยแพร่มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 15 ปี ด้วยเหตุน้ี การท่องเท่ียวแห่งประเทศไทยจึงกำ�หนดให้ “บ้าน คำ�ปนุ ” เปน็ สถานทเี่ ย่ียมชมทสี่ ำ�คญั ของจังหวัดอุบลราชธานี 148 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ 149

พระมหาสุภาพ พทุ ธวริ ิโย องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ 3. ไม้ปัญญาอ่อน คือ ต้นไม้ประเภทไม้ล้มลุก ปลูกง่าย แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จาก และพฒั นาเปน็ ตน้ แบบ อายุส้ัน ต้องดูแลใกล้ชิด และให้ผลผลิตเร็ว เช่น พริก มะเขือ ภูมิปัญญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ กผ่ ู้อน่ื และสงั คมสว่ นรวม “มหานักคิด.....เศรษฐกิจพอเพยี ง” กระเพรา โหระพา ตะไคร้ และฟกั ทอง เป็นต้น โดยเรม่ิ เกบ็ ผลผลิต เปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอดความรู้ โดยใชพ้ น้ื ท่ี1 ไร่ ท�ำ การเกษตร “หลุมพอเพียง” การเก้ือกูลกันของพืช 5 ชนิดในหลุม ไดต้ ง้ั แต่อายุ 15 วัน และทำ� “หลุมพอเพียง” เป็นตัวอย่างให้ชาวบ้าน เกษตรกร จังห ัวดกาฬสิน ์ธุ พระมหาสภุ าพ พุทธวิรโิ ย อายุ 41 ป ี เดยี วกนั ทด่ี �ำ เนนิ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ประการ 4. ไมบ้ �ำ นาญ คือ ต้นไม้ประเภทไม้ผลยืนต้น มีระยะปลูก นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจท่ีจะดำ�เนินชีวิตตามแนวคิด คือ 1. ทำ�ให้คนพ่ึงพาตัวเองได้ (พ่ึงตนเอง) 2. ให้คนท่ีพ่ึง การศกึ ษา เปรยี ญธรรมประโยค 3 ตนเองไดแ้ ลว้ ไปชว่ ยคนอนื่ ทยี่ งั พง่ึ ตนเองไมไ่ ด้ (พงึ่ พากนั เอง) และ ประมาณ 2-4 ปจี งึ จะใหผ้ ลผลิต เชน่ ขนนุ มะม่วง มะนาว มะขาม เศรษฐกิจพอเพียง เย่ียมชมและรับความรู้ไปปฏิบัติด้วยตนเอง ท่อี ย ู่ 240วดั ปา่ นาค�ำ บา้ นโคกกลาง หมทู่ ่ี6 ต�ำ บลจมุ จงั 3. เช่ือมโยงเครือข่าย ทำ�ให้ชุมชนสามารถลดค่าใช้จ่ายและ ทุเรียน และมงั คุด เปน็ ตน้ โดยเลือกปลูกเพยี งอยา่ งใดอยา่ งหนึง่ อ�ำ เภอกฉุ นิ ารายณ์ จังหวดั กาฬสินธ์ุ 46110 เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม ซ่ึงหลุมพอเพียงนี้ 5. ไมม้ รดก คอื ตน้ ไม้ประเภทไมย้ ืนต้น สามารถเกบ็ ไว้ใช้ โดยมงุ่ หวงั ใหเ้ กดิ การสบื ทอดองคค์ วามรสู้ รู่ นุ่ ลกู รนุ่ หลาน สามารถ โทรศพั ท์ 08 1592 9398, 08 1954 0880 เป็นวิธกี ารปลกู พืชท่ีลดการปลกู การรดน้ํา และการกำ�จัดศัตรพู ืช ใชป้ ระโยชน์ในการประกอบอาชพี รจู้ กั การพง่ึ พาตนเอง ชว่ ยเหลอื ประกอบด้วย ในบั้นปลายชีวิต หรือเป็นมรดกให้ลูกหลาน เช่น ประดู่ สักทอง ผู้อ่ืน มีความสำ�นึกรักบ้านเกิด และสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน ความเชีย่ วชาญ ความช�ำ นาญ 1. ไม้พี่เล้ียง คือ ต้นไม้ท่ีให้ร่มเงา เก็บนํ้าและความช้ืน ยางนา สะเดา พะยงุ และชงิ ชนั เปน็ ตน้ ซงึ่ จะปลกู ตรงขา้ มกบั กลว้ ย สบื ต่อไป และกิจกรรมทางการเกษตรท่ีด�ำ เนนิ การ โดยเฉพาะชว่ งฤดรู ้อนหรือช่วงแล้ง เช่น หญ้าแฝก และกลว้ ยนา้ํ วา้ ทม่ี า แรงบนั ดาลใจ แรงผลักดันในการพัฒนาองคค์ วามร ู้ เป็นต้น ควรปลูกในทิศตะวันตกจะช่วยบังแสงแดดในช่วงบ่าย หรือผลงานทีเ่ กดิ จากภมู ิปัญญา รางวลั ท่ภี าคภูมิใจ โครงการเมืองไทยคนดี ประยกุ ต์ใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งในการท�ำ การเกษตร เพอ่ื ทสี่ ภาพอากาศรอ้ นจดั ถอื วา่ เปน็ พเ่ี ลยี้ งใหพ้ ชื ทไี่ มช่ อบแดดจดั มาก ชาวบ้านในจังหวัดกาฬสินธ์ุมีความทุกข์และยากลำ�บาก เป็นต้นแบบให้ชาวบ้านและผู้สนใจนำ�ไปปฏิบัติ และจัดต้ังศูนย์ 2. ไม้ฉลาด คอื ตน้ ไมท้ เี่ อาตวั รอดไดด้ ี และใหผ้ ลผลิตนาน • โล่พร้อมประกาศเกียรติคุณ เรยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพยี งในปี พ.ศ.2540 ใหเ้ ปน็ แหลง่ เรยี นรสู้ �ำ หรบั พอสมควร เชน่ ชะอม ผักหวาน มะละกอ ผักติว้ ผักเมก็ และ มีฐานะยากจนและมีหนี้สิน จึงคิดหาหนทางท่ีจะช่วยให้ชาวบ้าน ประจำ�ปี 2555 เยาวชนในพน้ื ทแ่ี ละจงั หวดั ใกลเ้ คยี ง มะตูมแขก เป็นต้น สามารถเก็บกินได้ตัง้ แตอ่ ายุ 1 เดือนเปน็ ตน้ ไป มีความสุข โดยเริ่มจากการให้หวยทำ�นายฝัน แต่พบว่าชาวบ้าน บทเรยี นจากปราชญ์ ผปู้ ระยกุ ต์ใชป้ รชั ญา ส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำ�เร็จในการเส่ียงโชค จึงเปลี่ยนมาใช้ เศรษฐกจิ พอเพยี งในการท�ำ การเกษตร ธรรมะสอนชาวบ้านอย่างจริงจัง แต่ความพยายามคร้ังนี้ก็ยัง “ไม่เปลย่ี นวิธีคดิ ชวี ติ ไม่เปลยี่ น” จนกอ่ เกดิ “หลมุ พอเพยี ง” ไมไ่ ดผ้ ล เนอ่ื งจากชาวบา้ นมสี ตมิ ากขน้ึ แตย่ งั ขาดปญั ญา ดว้ ยเหตนุ ้ี หลมุ ทม่ี คี วามเกอ้ื กลู กนั ระหวา่ งพชื 5 ชนดิ ทส่ี ามารถสรา้ งรายได้ จึงเริ่มนำ�หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ และลดคา่ ใชจ้ า่ ยของเกษตรกร พระเจา้ อยหู่ วั มาสอนรว่ มกบั การทำ�การเกษตร โดยใชพ้ น้ื ทปี่ ระมาณ 1 ไร่ ลงมือท�ำ เองเปน็ ตัวอยา่ งให้ชาวบ้านยอมรบั และทำ�ตาม 150 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 151

นายแสนหม้นั อนิ ทรไ์ ชยา องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ • ออมน้ํา ออมน้ําโดยการขุดลอกคลอง เพ่ือเก็บน้ําไว้ใช้ รางวัลทภ่ี าคภมู ิใจ และพฒั นาเป็นต้นแบบ “ตน้ แบบคนพอเพยี งแหง่ เมืองอุดร” ในการเกษตร เลย้ี งปลา กบ และเลี้ยงสตั วอ์ ่ืนๆ • ชนะเลิศการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังห ัวด ุอดรธา ีน น�ำ หลักเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกต์ใช้กับชุมชน โดยตอ้ ง • ออมเงนิ จัดตั้งกลุ่มออมเงินในหมู่บ้านหรือชุมชนของตน ประเภทประชาชนท่ัวไป จากสำ�นักงานคณะกรรมการพิเศษ ดำ�รงตนอย่างพอเพียง ท่ีประกอบด้วย การมีความพอประมาณ เพอื่ ประสานงานโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำ ริ “80 พรรษา มีเหตมุ ผี ล ไม่ประมาท และมคี วามรู้ค่คู ุณธรรม ซ่ึงต้องผสมผสาน เพอื่ เป็นแหล่งเงินทุน ปวงประชาเป็นสุขศานต”์ ประจ�ำ ปี 2550 กับการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน เกิดเป็นแบบแผนเศรษฐกิจ • ออมความรู้ ความรจู้ ะไดม้ าเรอ่ื ยๆ จากการท�ำ ยง่ิ ท�ำ มากกร็ มู้ าก พอเพียงระดับชุมชนท่ีประชาคมในชุมชนต้องร่วมกันดำ�เนิน ทม่ี า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพฒั นาองค์ความรู้ หรอื ผลงานท่ีเกดิ จากภูมิปัญญา บทเรยี นจากปราชญ์ เม่ืออายุ 13 ปี ปว่ ยหนัก รักษาตัวอยูน่ านแตอ่ าการไม่ดขี ้นึ “การทเี่ กดิ มาเปน็ คนไดถ้ อื วา่ ประเสรฐิ สดุ แลว้ จงเคารพ ท�ำ ใหเ้ กดิ ความทอ้ แท้ในชวี ติ ของตนเอง จนกระทง่ั ไดพ้ บหลวงปมู่ กุ และภาคภูมิใจในตนเอง พ่ึงพาตนเองให้มากท่ีสุด และ ผปู้ ระยกุ ต์ใช้ ซ่ึงขณะน้ันท่านดำ�รงสมณศักด์ิเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรมงคล ทำ�ให้ ขยายผลในส่ิงที่ตนเองรู้และประสบความสำ�เร็จ เพื่อเป็น หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งรว่ มกบั ภมู ปิ ญั ญา เกิดกำ�ลังใจ จนอาการป่วยดีขึ้น จากนั้นจึงตัดสินใจบวชเป็น ประโยชน์แก่บุคคลอื่น จงลงมือทำ�ให้มากๆ เพราะความรู้ สามเณร ไดเ้ รียนรถู้ งึ คุณค่าของชวี ิต และแนวทางการดำ�เนินชวี ิต จะเกิดขนึ้ จากการลงมอื ทำ�” นายแสนหมั้น อนิ ทร์ไชยา อายุ 59 ป ี และทรพั ยากรทต่ี นมอี ยู่ เพอ่ื สรา้ งความสขุ แกว่ ถิ ชี วี ติ ของตนเอง อยา่ งพอเพียง ภายหลงั บวชไดเ้ ป็นเวลา 3 เดอื น แม่ล้มป่วย จงึ ลา การศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน้ ที่อย ู่ 27 หมทู่ ่ี 1 ต�ำ บลถ่อนนาลบั อ�ำ เภอบ้านดุง และครอบครวั สิกขาเพ่ือมาดูแลแม่และช่วยเหลือครอบครัว โดยใช้หลักความรู้ จงั หวดั อดุ รธานี 41190 รวมถงึ พฒั นาชมุ ชนใหม้ ชี วี ติ โทรศพั ท์ 08 6167 8524 ความเปน็ อยทู่ ด่ี แี ละยง่ั ยนื ที่ได้จากการบวชมาใช้ในการด�ำ เนินชีวิต และได้ใช้แนวความคิดนี้ ในการพัฒนาชมุ ชนทอี่ ย่ใู หส้ ามารถด�ำ เนนิ ชีวิตได้อยา่ งมีความสขุ ความเชย่ี วชาญ ความชำ�นาญ แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก และกิจกรรมทางการเกษตรทด่ี ำ�เนนิ การ ภูมิปญั ญาใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ก่ผู้อ่ืน และสังคมสว่ นรวม ยดึ หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งในการดำ�เนนิ ชวี ติ จนประสบความ กิจกรรมของชุมชนตามลำ�ดับความสำ�คัญ จัดตั้งสภาชุมชนเพ่ือ เปน็ วทิ ยากรเผยแพรห่ ลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งทป่ี ระยกุ ตร์ ว่ มกบั สำ�เร็จ และใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน ก่อต้ังร้านค้าชุมชน ปั๊มน้ํามันชุมชน กลุ่มผลิตข้าวชุมชน เป็น ขับเคลื่อนสิ่งที่จะต้องทำ� ในขณะเดียวกันต้องคำ�นึงถึงทรัพยากร ภูมิปัญญาและทรัพยากรท่ีมีให้แก่คนในชุมชนและผู้สนใจท่ัวไป ตัวอย่างของการรวมกลุ่มกันภายในชุมชนสร้างความเข้มแข็ง ทางเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน ปัจจุบันสร้าง ที่มอี ย่ใู นชมุ ชน ภูมิปัญญาของคนในชมุ ชน และทนุ ของชุมชนที่มี นอกจากน้ี ยังปฏิบัติตนเป็นต้นแบบจนประสบความสำ�เร็จและเป็น กลมุ่ อาชพี ตา่ งๆ มากมาย ได้แก่ กล่มุ เรอื ค�ำ กลุ่มก่อสร้าง กล่มุ โรงสีข้าวชุมชน กลุ่มสตรีเลี้ยงหมู กลุ่มผลิตหัวอาหารสัตว์ และ อยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังให้ความสำ�คัญเก่ียวกับการออม เกิดเป็น ท่ียอมรับ ทำ�ให้กลุ่มต่างๆ ท่ีจัดต้ังข้ึนสามารถดำ�เนินการได้จนถึง กลุ่มเคร่ืองจกั สาน นอกจากน้ี ยงั ร่วมกอ่ ตง้ั ธนาคารชุมชน ซงึ่ เป็น “หลกั สตู รการออมดว้ ยวัตถุ 5 ประการ” ทค่ี นในชมุ ชนควรยดึ ถือ ธนาคารชมุ ชนแหง่ แรกของจงั หวัดอดุ รธานี ปฏิบตั ิ ซ่ึงประกอบด้วย ปัจจุบัน และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำ�เนินกิจกรรม • ออมดนิ เนอ่ื งจากทดี่ นิ จะมรี าคาสงู ไปเรอ่ื ยๆ ผมู้ ที ดี่ นิ เยอะ จะสามารถน�ำ มาใชป้ ระโยชน์ไดม้ ากมาย อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เชน่ โครงการนวดสปาอบสมนุ ไพร และโครงการผลติ • ออมต้นไม้ เม่ือมีดินก็ต้องปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างสภาพ แวดล้อมทด่ี แี ละอากาศดี พลงั งานทดแทนไบโอดเี ซล เปน็ ตน้ ซง่ึ การน�ำ หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ตามพระราชดำ�รัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวมาใช้ ก่อให้เกิด การพฒั นาและสรา้ งความเขม้ แขง็ ใหแ้ กช่ มุ ชน เกดิ การสรา้ งรายไดแ้ ละ ความสขุ ใหก้ บั ชมุ ชนมากขน้ึ รวมถงึ เปน็ ตน้ แบบใหแ้ กผ่ สู้ นใจทว่ั ไปดว้ ย 152 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 153

154 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาคใต้ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 155

นายจาง ฟงุ้ เฟือ่ ง องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ทม่ี า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดันในการพฒั นาองค์ความร ู้ • ครภู มู ปิ ญั ญาไทย รนุ่ ท่ี7 ดา้ นการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ และพัฒนาเป็นต้นแบบ หรือผลงานที่เกิดจากภูมปิ ัญญา และสง่ิ แวดลอ้ ม(ธนาคารปมู า้ ) จากส�ำ นกั งานเลขาธกิ าร สภาการศกึ ษา “นายธนาคารปมู ้าปะทิว” ริเร่ิมแนวคิดและกระบวนการทำ�ธนาคารปูม้า โดยการใช้ ในช่วงวิกฤต ปี พ.ศ. 2544 จำ�นวนปูม้าลดลงอย่างรวดเร็ว กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประจ�ำ ปี 2554 จังห ัวด ุชมพร นายจาง ฟงุ้ เฟอ่ื ง อายุ 75 ปี ลอบดักปูม้าตาหา่ งขนาด 2.5 น้ิว แทนลอบตาถ่ี เพอื่ ให้ปตู วั เลก็ เนอ่ื งจากชาวประมงมจี �ำ นวนเพม่ิ ขน้ึ และใชล้ อบทม่ี ขี นาดตาถ่ี แทนทจ่ี ะ • รางวัลแทนคุณแผ่นดิน ทำ�คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน สาขา หรือปูที่กำ�ลังเติบโตมีโอกาสหลุดรอดออกจากลอบไปเติบโตและ ไดป้ ตู วั ใหญอ่ ยา่ งเดยี ว แตก่ ลบั ไดล้ กู ปทู อ่ี ยใู่ นวยั อนบุ าลขน้ึ มาดว้ ย สง่ เกษตรกรรม ประจำ�ปี 2550 การศึกษา ประถมศึกษา แพร่พันธุ์ได้ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างย่ังยืน ท่ีอย ู่ 11/5 หมทู่ ี่ 7 บ้านเกาะเตยี บ ต�ำ บลปากคลอง จนปัจจุบัน การทำ�ธนาคารปูม้าน้ันมีข้อกำ�หนดสำ�หรับชาวประมง ผลใหจ้ �ำ นวนปมู า้ ลดลงอยา่ งรวดเรว็ เมอ่ื เรม่ิ เหน็ ปญั หาดงั กลา่ วจงึ ได้ บทเรียนจากปราชญ์ อ�ำ เภอปะทวิ จังหวัดชมุ พร 86210 ทจี่ บั ปมู า้ ในเขตอา่ วทงุ่ มหา บา้ นเกาะเตยี บ โดยสามารถน�ำ แมป่ มู า้ โทรศัพท์ 08 1081 7302 มาฝากได้เท่ากับจำ�นวนปูม้าท่ีจับได้เท่าน้ัน เสมือนการฝากเงิน- คดิ หาทางแก้ไขเพอ่ื ใหอ้ าชพี ท�ำ การประมงยงั อยไู่ ด้ จงึ รเิ รม่ิ ท�ำ ธนาคาร “ชาวประมงทดี่ ไี มค่ วรโลภจนทำ�ร้ายทท่ี ำ�กินของตน แต่ ถอนเงินจากธนาคาร แต่เปลี่ยนเป็นฝากแม่ปูและจับปูที่มี ควรฟน้ื ฟแู ละอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ้ มในชมุ ชน ความเชย่ี วชาญ ความช�ำ นาญ ขนาดเหมาะสมแทน โดยแม่ปูท่ีนำ�มาฝากไว้จะถูกนำ�ไปเลี้ยงต่อ ปมู า้ โดยยดึ หลกั ตามแนวพระราชด�ำ รขิ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ของตนเองอยู่เสมอ เพื่อรักษาขุมทรัพย์แห่งชุมชนให้คงอยู่ และกิจกรรมทางการเกษตรทดี่ �ำ เนินการ ประมาณ 7 วนั จนไข่แมป่ ูหลุดจากกระดอง จากนัน้ นำ�แมป่ ูไปขาย “ทรัพยากรยังมีอยู่ ถ้าเรารู้จักใช้ รู้จักดูแล เขาจะอยู่กับเรา อย่างยง่ั ยนื ตลอดไป” เพื่อนำ�เงินเข้ากองทุนธนาคารปูเป็นสวัสดิการแก่สมาชิกกองทุน อย่างยั่งยืน” โดยได้ชักชวนชาวบ้านเพ่ือรวบรวมสมาชิกจัดต้ังเป็น เป็นต้นแบบแนวคิดการทำ�ธนาคารปูม้า การอนุรักษ์ ต่อไป ส่วนดอกเบี้ยคือ ลูกปูท่ีปล่อยลงสู่ทะเลให้เติบใหญ่และ กลมุ่ ฟน้ื ฟทู รพั ยากรปมู า้ แตต่ ดิ ปญั หาเรอ่ื งเงนิ ทนุ เรม่ิ ทดลองอปุ กรณ์ และขยายพนั ธปุ์ มู า้ เพอื่ ฟนื้ ฟทู รพั ยากรชายฝง่ั ทะเล โดยการทดลอง สามารถเปน็ แหลง่ รายได้ของชาวบ้านตอ่ ไป ทำ�ธนาคารปูม้าต้นแบบขึ้น เร่ิมจากทำ�ท่ีพักพิงแก่แม่ปู รอจน หลายคร้งั ด้วยตนเองก่อน จนเป็นเคร่อื งมือท่เี รียกว่า “ลอบพัฒนา” วางไข่จึงนำ�แม่ปูไปขายแล้วปล่อยลูกปูลงสู่ทะเลให้เติบใหญ่และ ผู้เป็นต้นแบบ เป็นแหล่งรายได้ต่อไปในอนาคต รวมถึงมีการพัฒนาโดยนำ� แนวคดิ การท�ำ ธนาคารปมู ้า เป็นเคร่ืองมือท่ีช่วยให้ชาวบ้านและชาวประมงทุกครัวเรือนสามารถ องค์ความรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝ่ังทะเลจากการไปดูงาน และการริเรม่ิ ใช้ลอบดกั ปูมา้ ตาหา่ ง ณ ประเทศญปี่ ุน่ มาดดั แปลงใหเ้ หมาะสมกับสภาพพน้ื ท่ี แทนลอบตาถี่ โดยใช้ภมู ิปัญญาชาวบ้าน ประกอบอาชีพจับปูม้าได้อย่างต่อเน่อื ง ไม่นานก็สามารถเพ่มิ จำ�นวน จนเปน็ ท่ยี อมรับ ลกู ปมู า้ มากขน้ึ และรู้จกั อยา่ งแพรห่ ลาย แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จาก ภูมิปัญญาให้เปน็ ประโยชน์แก่ผ้อู น่ื และสงั คมส่วนรวม เร่มิ ต้นจากทดลองทำ�ด้วยตนเองก่อน เม่อื ม่นั ใจว่าได้ผลและ มีความเป็นไปได้จริง จึงเร่ิมบอกต่อและร่วมกับชาวบ้านลงมือทำ� อยา่ งจรงิ จงั จนธนาคารปมู า้ เปน็ ทร่ี จู้ กั และแพรห่ ลายตอ่ สาธารณชน มากข้ึน และมีการถ่ายทอดความร้ทู ่เี ก่ยี วกับการอนุรักษ์ทรัพยากร ชายฝง่ั ทะเลผา่ นชอ่ งทางตา่ งๆไดแ้ ก่สอ่ื รายการโทรทศั น์“ทงุ่ แสงตะวนั ” “แผน่ ดนิ พอเพยี ง”ถา่ ยทอดทางไกลผา่ นดาวเทยี ม“รายการศกึ ษาทศั น์ ตอนธนาคารปมู า้ ” รวมถงึ การเดนิ ทางไปศกึ ษาดงู าน ณ ประเทศญป่ี นุ่ และน�ำ มาประยกุ ต์ใชก้ บั พน้ื ทอ่ี ยา่ งเหมาะสมจนถงึ ปจั จบุ นั รางวลั ท่ีภาคภูมิใจ • ปราชญเ์ กษตรของแผน่ ดนิ สาขาปราชญเ์ กษตรดเี ดน่ ประจ�ำ ปี 2555 156 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 157

นายอดลุ ย์ พันธโุ พธิ์ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ประมาณ 9 ปี จนถงึ ปี 2556 เกดิ วิกฤตโรคกงุ้ อเี อม็ เอส หรือโรค การเล้ียงกุ้งกุลาดำ�เกิดปัญหา จึงเปลี่ยนเป็นกุ้งขาวแวนนาไม และพัฒนาเปน็ ต้นแบบ ตายด่วน (Early Mortality Syndrome หรือ EMS) ซง่ึ เป็นอาการ แทน ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ประสบปัญหาวิกฤตโรคกุ้งอีกคร้ัง “โกกุ้งกุลา อนั ดามนั ” ตายก่อนวัยอันควรท�ำ ใหข้ าดทนุ ถงึ 12 ล้านบาท จงึ คน้ หาสาเหตุ จึงเปลย่ี นมาเล้ยี งกุ้งกุลาดำ�อีกครงั้ หนึ่งจนถงึ ปจั จุบนั วางระบบพัฒนาฟาร์มกุ้ง จนได้รับมาตรฐานของประเทศ ของปัญหา และได้ตัดสินใจเปล่ียนจากการเลี้ยงกุ้งขาวเป็น แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จาก จังห ัวดระนอง นายอดลุ ย์ พันธโุ พธิ์ อายุ 47 ปี เริ่มจากการเลย้ี งกุ้งกุลาด�ำ (Penaeus monodon fabricius) ซ่ึง กุ้งกุลาดำ� และเริ่มทำ�ตลาดใหม่ เน่ืองจากเดิมตลาดของกุ้งขาว ภูมปิ ญั ญาใหเ้ ปน็ ประโยชน์แก่ผ้อู ืน่ และสังคมส่วนรวม เป็นกุ้งทะเลท่ีมีขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 18-25 เซนตเิ มตร แวนนาไม คอื โซนยุโรป แต่ตลาดของกุง้ กลุ าด�ำ คอื จนี ฮอ่ งกง การศกึ ษา ปริญญาตรี สาขาการเพาะเลีย้ งสตั ว์น้ํา เปลือกหัวเกลี้ยงไมม่ ขี น ลายท่ีหนวดไมช่ ดั เจน กรีโคง้ ยาว ลำ�ตัว โดยการส่งออกไปยังต่างประเทศจะใช้เทคนิคคล้ายกบจำ�ศีล คือ เป็นวิทยากรเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับการเพาะเลี้ยงกุ้งให้แก่ ม.เกษตรศาสตร์ มีสีน้ําตาลเข้ม มีลายพาดขวาง ชอบอาศัยอยู่ในพื้นดินโคลน บรรจุกุ้งในลังโฟมและปรับอุณหภูมินํ้าลงมาอยู่ที่ระดับ 17 องศา เกษตรกร นกั เรยี น นกั ศกึ ษา และผทู้ ส่ี นใจ ณ พนั ธโุ พธฟ์ิ ารม์ และ ทอ่ี ย ู่ 182 หมูท่ ี่ 2 ตำ�บลบางหนิ อำ�เภอกะเปอร์ โดยมีแนวคิดในการเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน เริ่มจากการรักษา เซลเซียส เพื่อให้กุ้งเข้าสู่ภาวะซึมจนหลับไป โดยมีการขนส่งทาง นอกสถานท่ี รวมถึงเป็นกรรมการฝ่ายวิชาการชมรมเล้ียงกุ้ง จงั หวัดระนอง 85120 สิ่งแวดล้อมรอบฟาร์มกุ้ง โดยมองว่าขี้กุ้ง หรือเศษที่เหลือจาก เครื่องบินจากภูเก็ตไปยังฮ่องกงหรือจีน ซ่ึงจะทำ�ให้ได้ราคากุ้ง จงั หวดั ระนองด้วย โทรศพั ท์ 08 9288 8633 การท�ำ นากงุ้ สามารถน�ำ ไปใชป้ ระโยชนอ์ ะไรบา้ ง จนคน้ พบวา่ สามารถ น�ำ ไปเปน็ ปยุ๋ ใสต่ น้ ไม้ จงึ เรม่ิ ปลกู ขา้ ว ปลกู ปาลม์ นา้ํ มนั ปลกู มะพรา้ ว แพงขน้ึ มากกวา่ การขายทฟี่ ารม์ โดยราคาขายทฟี่ ารม์ ราคาประมาณ รางวลั ทภี่ าคภมู ิใจ น้ําหอม และปลูกผักต่างๆ ต่อมามีปัญหาเร่ืองสายพันธ์ุของ ความเชยี่ วชาญ ความชำ�นาญ กงุ้ กลุ าด�ำ ซงึ่ ท�ำ ใหร้ ะบบกงุ้ กลุ าด�ำ ลม่ ทง้ั ประเทศ จงึ ไดม้ กี ารเปลยี่ น 400-500 บาทต่อกิโลกรัม หากส่งออกไปยังประเทศฮ่องกงและ • เกษตรกรดีเดน่ แหง่ ชาติ สาขาอาชีพเพาะเลีย้ งสัตวน์ า้ํ กร่อย และกิจกรรมทางการเกษตรทดี่ ำ�เนนิ การ เปน็ เล้ยี งกงุ้ ขาวแวนนาไมแทน (Litopenaeus vannamei) ซง่ึ เปน็ จนี ไดร้ าคาประมาณ1,500 บาทตอ่ กโิ ลกรมั ปจั จบุ นั พนั ธโุ พธฟิ์ ารม์ ปร ะจำ�ปี 2557 กุ้งที่มีเปลือกหัว และลำ�ตัวสีขาวอมชมพูถึงแดง ปลายหางสีแดง มเี นอ้ื ทฟี่ ารม์ ประมาณ 500 ไร่ แบง่ เปน็ ฟารม์ กงุ้ 40 บอ่ โดยฟารม์ ประกอบอาชีพเล้ียงกุ้ง โดยมีแนวคิดเล้ียงกุ้งให้ยั่งยืน เข้ม หนวดยาวสีแดง ร่องบนกรีเห็นได้ชัด สามารถเล้ียงได้ ภายใต้ช่ือ “พันธุโพธิ์ฟาร์ม” ปัจจุบันมีฟาร์มกุ้งจำ�นวน 40 บ่อ ในทุกระดับความลึกของน้ํา โดยได้มีการเล้ียงกุ้งขาวแวนนาไม กุ้งจะมีการวางแผนเพาะเล้ียงกุ้งกุลาดำ�เดือนละประมาณ 7 บ่อ บทเรียนจากปราชญ์ มีการพัฒนาการเลี้ยงกุ้งจนได้รับมาตรฐานระบบการจัดการ แตล่ ะบอ่ ใชร้ ะยะเวลาประมาณ 150 วนั สว่ นทเ่ี หลอื อกี ประมาณ 70 ไร่ “มุ่งมั่นพัฒนาการผลิตกุ้งไทย ใส่ใจในส่ิงแวดล้อม ส่ิงแวดล้อม (Code of Conduct หรือ CoC) จากกรมประมง ผรู้ เิ รม่ิ และพฒั นา และมาตรฐานสินคา้ เกษตร การเพาะเล้ียงสัตว์นํ้าทีด่ สี ำ�หรบั ฟารม์ การเลย้ี งกงุ้ โดยมแี นวคดิ ทำ�นา ปลูกข้าว ปลูกปาล์มนํ้ามันและผักต่างๆ โดยใช้ขี้กุ้งและ มาตรฐานมคี วามพรอ้ มระดบั สากล” เลี้ยงกุ้งทะเล (Good Aquaculture Practices หรอื GAP หรือ “เลย้ี งกงุ้ ใหย้ ง่ั ยนื และไมท่ �ำ ลายสง่ิ แวดลอ้ ม” มกษ. 7401-2552) จากกระทรวงเกษตรและสหกรณอ์ กี ด้วย พรอ้ มกบั ยดึ หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ของเหลอื จากฟาร์มกุ้งเปน็ ปยุ๋ โดยไมม่ กี ารใชส้ ารเคมี จนถอื ไดว้ า่ จนปจั จบุ นั ฟารม์ กงุ้ ไดร้ บั มาตรฐาน พนั ธโ์ุ พธฟ์ิ ารม์ เปน็ ฟารม์ ในรปู แบบเศรษฐกจิ พอเพยี งตามรอยแบบ และมกี ารสง่ ออก ไปยงั ตลาดตา่ งประเทศ อย่างของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั จนถึงปจั จุบัน ท่ีมา แรงบันดาลใจ แรงผลักดนั ในการพัฒนาองคค์ วามร ู้ หรอื ผลงานท่ีเกิดจากภูมปิ ญั ญา เดิมเป็นคนกาฬสินธุ์ เม่ือเรียนจบระดับปริญญาตรีได้มา ทำ�งานเป็นนักวิชาการประจำ�ฟาร์มกุ้งของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ อาหาร จำ�กดั (มหาชน) ท่จี งั หวัดสุราษฏร์ธานี และจังหวดั ระนอง จนถึงปี พ.ศ. 2539 จึงลาออกมาเลย้ี งกุ้งกลุ าด�ำ โดยเช่าบอ่ จ�ำ นวน 2 บ่อ เพื่อเล้ียงกุ้งเองและพัฒนาเรื่อยมา เมื่อเกษตรกรละแวก ใกล้เคียงประสบปัญหาเร่ืองการเล้ียงกุ้งได้ช่วยเหลือให้คำ�แนะนำ� เสมอมา หลังจากนน้ั ฟารม์ กุง้ ขยายอยา่ งตอ่ เนอ่ื งจนถึงปี พ.ศ. 2547 158 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 159

นายธนา วศิ วฤทธ์ิ ในบ่อดินแก่เพ่ือนร่วมอาชีพและชุมชนบ้านทุ่งสะโบ๊ะ เนื่องจาก เป็น 2 ประเภท คือ อาหารสดจำ�พวกปลาสด หรืออาหารเม็ด ในพน้ื ท่ี 1 ไร่ เปน็ อาชพี หลกั โดยใชห้ ลกั การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองและ เป็นปลาที่มีความสำ�คัญทางเศรษฐกิจและมีผู้นิยมบริโภคมาก “ผูห้ ยั่งรู้วถิ แี หง่ เกา๋ ” ในแถบเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ซง่ึ เปน็ อาหารเสรมิ สว่ นใหญจ่ ะนยิ มเปน็ อาหารสด ครง้ั ละประมาณ พัฒนาระบบการเล้ียงมาตลอด จนปัจจุบันได้ขยายบ่อดินเล้ียง องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ 20-40 กโิ ลกรมั ขนึ้ อยกู่ บั ขนาดของปลา โดยปกตจิ ะใหอ้ าหารปลา ปลากะรงั เปน็ จ�ำ นวน 5 บอ่ บนพน้ื ท่ี 5 ไร่ ท�ำ ใหม้ รี ายไดต้ ลอดทง้ั ปี จังหวัดส ูตล และพฒั นาเปน็ ตน้ แบบ ประมาณ 2 วันต่อ 1 คร้ัง ส่วนการเปลี่ยนถ่ายน้ําเข้าออกจาก นอกจากน้ี ยังมีผลพลอยได้จากหอยแมลงภู่ท่ีเกิดข้ึนเองตาม เพาะเล้ยี งปลากะรงั หรอื ปลาเก๋าในบ่อดิน โดยใชภ้ มู ปิ ัญญา ชาวบ้าน โดยนำ�แนวคิดตามหลักวิชาการและหลักธรรมชาติ บ่อเล้ียงจะใช้ท่อระบายนํ้าแทนเคร่ืองสูบน้ํา ประมาณวันเว้นวัน ธรรมชาตอิ กี ดว้ ย ผสมผสานกัน ไมว่ ่าจะเปน็ การสร้างปะการังเทียมในบอ่ เพือ่ เปน็ แหล่งหลบซ่อนให้ปลาได้อาศัย การฝึกปลาให้กินอาหารเม็ดผสม โดยถ่ายนํ้าออกจะเหลือนํ้าอยู่ประมาณ 20% และนำ�นํ้าเข้าบ่อ แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก กบั อาหารสด เพอื่ ท�ำ ใหป้ ลามอี ตั ราการรอดและการเจรญิ เตบิ โตสงู สงู ประมาณ1.70 เมตร สำ�หรบั ระยะเวลาในการเลย้ี งปลาแตล่ ะบอ่ ภูมปิ ัญญาให้เปน็ ประโยชน์แกผ่ อู้ ืน่ และสังคมสว่ นรวม น�ำ หลกั ธรรมชาตนิ าํ้ ขนึ้ -นาํ้ ลงมาประยกุ ต์ใชก้ บั การน�ำ นาํ้ เขา้ -ออก จะใช้เวลาประมาณ 7-12 เดือน บ่อดิน 1 บ่อสามารถเล้ียงปลา จากบ่อเล้ียง โดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบนํ้า เพ่ือเป็นการประหยัด ได้ประมาณ 500-800 ตวั ผลผลิตรวม 2.5-3 ตันตอ่ ปี ราคาเฉลีย่ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการเล้ียง พลังงาน การใช้จุลินทรีย์ในการบำ�บัดน้ําและรักษาคุณภาพน้ํา ของปลาประมาณ 260-300 บาทตอ่ กิโลกรมั โดยเฉลีย่ ปลา 1 ตวั ปลากะรงั ในบ่อดนิ ใหแ้ ก่เกษตรกร นกั เรียน นักศกึ ษา และผูส้ นใจ แทนการใช้สารเคมี และใช้แสงแดดธรรมชาติในการกำ�จัดเชื้อ นํ้าหนักประมาณ 0.8-1.2 กิโลกรัม ทำ�ให้สามารถสร้างรายได้ ทั่วไป และมีการเผยแพร่การเล้ียงปลากะรังในบ่อดิน ผ่านสื่อ เฉลีย่ ประมาณ 500,000 บาทต่อปี โทรทัศน์ “รายการท่ัวถ่ินแดนไทย ตอนบ้านทงุ่ สะโบะ๊ ” ดว้ ย ทม่ี า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดันในการพัฒนาองค์ความร้ ู รางวัลทีภ่ าคภูมิใจ หรอื ผลงานท่ีเกิดจากภูมิปัญญา • เกษตรกรดเี ดน่ แหง่ ชาติ สาขาอาชีพเพาะเล้ยี งสัตวน์ ้าํ กร่อย เรม่ิ ตน้ จากการเลย้ี งปดู ำ�ในบอ่ ซง่ึ อยตู่ ดิ ทะเลอนั ดามนั รายได้ ประจ�ำ ปี 2555 นายธนา วศิ วฤทธ์ิ อายุ 46 ปี เกษตรกรผเู้ พาะเลย้ี ง ไม่ดีเท่าท่ีควร จนวันหน่ึงเดินลงไปในทะเลอันดามันพบปลากะรัง บทเรียนจากปราชญ์ ปลากะรงั หรอื ปลาเกา๋ ในบอ่ ดนิ ตวั เลก็ หรอื ทเ่ี รยี กกนั วา่ “ปลาเกา๋ ” จงึ น�ำ ปลากะรงั มาเลย้ี งปนกบั ปดู �ำ การศึกษา ประกาศนียบัตรวชิ าชพี (เกษตรกรรม) ในบอ่ ซง่ึ สามารถน�ำ ไปจ�ำ หนา่ ยได้ ท�ำ ใหม้ องเหน็ ชอ่ งทางสรา้ งรายได้ “ธรรมชาตสิ รา้ งคน คนต้องหวงแหน อนุรักษท์ รัพยากร ที่อย ู่ 42 หมทู่ ี่ 2 ต�ำ บลทุ่งบุหลัง อ�ำ เภอทงุ่ หว้า โดยใชภ้ มู ปิ ญั ญาชาวบา้ น ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มดว้ ยสองมือของเรา” จงั หวัดสตลู 91120 ในการน�ำ แนวคดิ ตามหลกั วชิ าการ ใหแ้ กค่ รอบครวั จงึ ตดั สนิ ใจเลย้ี งปลากะรงั ในบอ่ ดนิ จ�ำ นวน 1 บอ่ โทรศัพท์ 08 9766 8924 และหลกั ธรรมชาตผิ สมผสานกนั ความเชี่ยวชาญ ความช�ำ นาญ และกจิ กรรมทางการเกษตรที่ด�ำ เนนิ การ รเิ รม่ิ เลย้ี งปลากะรงั หรอื ปลาเกา๋ (Epiephelusmalabaricus) จลุ นิ ทรยี ์ ตลอดจนพฒั นาฟารม์ เลย้ี งปลา จนไดก้ ารรบั รองมาตรฐาน ซึ่งเป็นปลาทะเลซ่ึงมีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ที่นิยมเล้ียงกัน ฟารม์ การปฏบิ ตั ทิ างการเพาะเลย้ี งสตั วน์ า้ํ ทด่ี ี (GoodAquaculture คือ ปลากะรังจุดสีนํ้าตาล ปลาเก๋าดอกแดง ปลาเก๋าดอกดำ� Practice หรือ GAP) จากกรมประมง ส่วนการให้อาหารจะแบ่ง โดยเล้ียงปลาในบ่อดิน ใช้หลักการเรียนรู้ด้วยตนเองและพัฒนา ระบบการเล้ียง เพ่อื ใหป้ ลามีอัตราการรอดและการเจริญเตบิ โตสูง นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างในการประกอบอาชีพเล้ียงปลากะรัง 160 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 161

นายจนั ทร์ ชาญแท้ เกษตรกรต้นแบบ ทีม่ า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดันในการพัฒนาองคค์ วามร ู้ รางวัลท่ีภาคภมู ิใจ จังห ัวดนรา ิธวาส การพฒั นาและปรับปรงุ พ้ืนทด่ี ินเปร้ียว หรอื ผลงานที่เกดิ จากภมู ปิ ญั ญา “ผู้ปรุงรสดนิ ให้ถิ่นเกษตรผสมผสาน” ในอดีตประกอบอาชีพทำ�นา ทำ�สวน แต่ด้วยพ้ืนท่ีค่อนข้างมี • ชนะเลิศ ผลงานดีเดน่ ด้านเกษตรผสมผสาน จากศูนยศ์ กึ ษา มีค่าความเป็นกรดสงู การพฒั นาพกิ ุลทองอนั เน่ืองมาจากพระราชด�ำ ริ ประจ�ำ ปี 2554 โดยใชห้ ินปูนฝุน่ และแกลบดนิ ปัญหาดินเปร้ียวจึงทำ�นาไม่ค่อยได้ผล จนกระท่ังพระบาทสมเด็จ • เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำ�นา ระดับจังหวัดนราธิวาส เพอื่ ปรับคา่ pH ของดนิ และน้ํา พระเจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ฯ มาในพน้ื ท่ี และมพี ระราชดำ�รใิ นการแกป้ ญั หา ประจ�ำ ปี 2551 จนสามารถทำ�การเกษตรผสมผสาน สภาพพน้ื ทด่ี นิ เปรย้ี ว คลอง และปญั หาสน่ี า้ํ สามรส คอื ปญั หานา้ํ เปรยี้ ว • เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม ระดับจังหวัด นา้ํ จดื นา้ํ เคม็ และนา้ํ ทว่ มของพน้ื ทบ่ี รเิ วณนน้ั จงึ ท�ำ ใหเ้ กดิ แรงบนั ดาลใจ น ราธ วิ าส ประจำ�ปี 2547 ปลูกพชื ผักผลไม้ได้ ในการพัฒนาพ้ืนที่ดินเปร้ียว ซ่ึงในพื้นท่ีได้รับการแก้ปัญหาอย่าง ตอ่ เนอ่ื ง เรม่ิ ตง้ั แตก่ ารปรบั ปรงุ ถนน ระบบสาธารณปู โภค ปญั หาสน่ี า้ํ บทเรียนจากปราชญ์ สามรส การขุดคลองและทำ�โครงการชลประทานมูโนะ จนสามารถ “พระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ ผู้ทรง แกป้ ญั หาเรอ่ื งนา้ํ ไดอ้ ยา่ งครบวงจร ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2540 ศนู ยศ์ กึ ษา ไม่เคยย่อท้อต่อความลำ�บาก ทำ�ให้พื้นที่อันแห้งแล้งพลิกฟ้ืน การพัฒนาพิกุลทองอันเน่ืองมาจากพระราชดำ�ริได้เข้ามาช่วยเหลือ กลบั กลายมาเปน็ พ้นื ท่แี ห่งการเกษตรได้อยา่ งย่ังยนื ” องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ พฒั นาดนิ เปรย้ี ว โดยขดุ ยกรอ่ งสวน ปรบั ปรงุ ดนิ เพอ่ื ใหด้ นิ มคี ณุ ภาพ และพฒั นาเปน็ ต้นแบบ ดีข้ึน และส่งเสริมการจัดทำ�การเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชผักและ พัฒนาและปรับปรุงพ้ืนท่ีดินเปร้ียว โดยใช้หินปูนฝุ่นและ ไมผ้ ล ดว้ ยความมมุ านะอตุ สาหะจงึ ใชร้ ะยะเวลา 3 ปี ในการลองผดิ แกลบดนิ เพอ่ื ปรบั คา่ pH ของดนิ และนา้ํ จากเดมิ ทส่ี ภาพดนิ มคี า่ ความ นายจนั ทร์ ชาญแท้ อายุ 62 ปี เปน็ กรดสงู ซง่ึ ไดร้ บั คำ�แนะน�ำ จากเจา้ หนา้ ท่ี ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นา ลองถูกจนสามารถปลูกพืชผักผลไม้และเล้ียงสัตว์ จนได้ผลผลิต พิกุลทอง อันเน่ืองมาจากพระราชดำ�ริ โดยมีการโรยหินปูนฝุ่น ออกมามากพอทจ่ี ะสามารถนำ�ไปขายหารายไดเ้ ลย้ี งครอบครวั ทำ�ให้ การศกึ ษา ประถมศกึ ษา เพอ่ื ปอ้ งกนั การชะลา้ งของดนิ และโรยแกลบดบิ ในสว่ นบนหนา้ ดนิ บางๆ ท่ีอยู่ 42 หมูท่ ี่ 2 บา้ นโคกไผ่ ต�ำ บลพร่อน นอกจากน้ีใช้กาบมะพร้าววางก้ันรอบโคนหลุมเพ่ือรักษาความช้ืน ชวี ติ ความเปน็ อยดู่ ขี น้ึ จนวนั นม้ี พี น้ื ทส่ี วนเพม่ิ ขน้ึ จาก 11 ไร่ เปน็ 16 ไร่ อ�ำ เภอตากใบ จงั หวัดนราธิวาส 96110 เมอ่ื ดนิ มคี ณุ ภาพดขี น้ึ จงึ เรม่ิ ปลกู พชื ผกั ไมผ้ ล รวมถงึ ปลกู หญา้ แฝก โทรศัพท์ 08 7837 2799 บรเิ วณขอบรอ่ งเพอ่ื ปอ้ งกนั การพงั ทลายของดนิ และเลย้ี งปลา โดย แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก น�ำ ปยุ๋ สตู ร15-15-15 มาใสใ่ นบอ่ ปลาเพอ่ื ปรบั สภาพนา้ํ มกี ารเลย้ี ง ภมู ปิ ญั ญาให้เปน็ ประโยชนแ์ ก่ผู้อ่นื และสังคมส่วนรวม สุกรและโคเพ่ือนำ�มูลมาทำ�ปุ๋ยคอก จนถึงปัจจุบันมีพ้ืนท่ีทำ�การ ความเชย่ี วชาญ ความชำ�นาญ เกษตรผสมผสานจ�ำ นวน 23 ไร่ เปน็ นาขา้ วจ�ำ นวน 7 ไร่ และปลกู เร่ิมต้นจากการพัฒนาพ้ืนท่ี ทดลองปลูกพันธ์ุไม้ท่ีได้มาด้วย และกจิ กรรมทางการเกษตรท่ีดำ�เนนิ การ พชื ผกั ท�ำ สวนผลไมจ้ �ำ นวน16 ไร่ ส�ำ หรบั ปลกู มะพรา้ ว มะนาว เงาะ ส้มโอ มังคุด โดยใช้ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ท่ีเล้ียง ตนเองก่อนจนประสบความสำ�เร็จ และเป็นต้นแบบท่ีดีให้กับคน ปรับปรุงพ้ืนที่ดินเปร้ียวจากสภาพพ้ืนที่ที่ดินมีค่าความเป็น แทนการใช้สารเคมี และยังมีท่นี าปลูกข้าวอีกแปลงจำ�นวน 7 ไร่ ในหมบู่ า้ นน�ำ ไปเปน็ ตวั อยา่ งในการดำ�รงชวี ติ จนสามารถสรา้ งรายได้ กรดสูง ผลผลิตนอ้ ยหรอื แทบจะไม่มเี ลย โดยใช้วัสดุปรบั ปรุงดนิ สามารถสรา้ งรายได้ใหแ้ กค่ รอบครวั ประมาณ 500,000 บาทตอ่ ปี ประเภทหินปนู ฝุ่นและแกลบดบิ จนสามารถปลูกพืชผักผลไม้ และ ใหก้ บั ครอบครวั รวมถงึ เปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอดความรเู้ กย่ี วกบั ดนิ เปรย้ี ว ทำ�การเกษตรผสมผสาน จนสามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว จนถึงปัจจุบนั โดยยึดหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง การพัฒนาปรับปรุงดิน จนสามารถปลูกพืชผัก ทำ�การเกษตร ผสมผสานได้ และมกี ารเผยแพรค่ วามเปน็ มาการพฒั นาปรบั ปรงุ ดนิ และการทำ�เกษตรผสมผสานผ่านส่ือโทรทัศน์ “รายการร้อยใจ ชายแดนใต้ เทิดไท้จักรีวงศ์ ตอน จันทร์ ชาญแท้ เกษตรกร ท�ำ การเกษตรแบบผสมผสาน” 162 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ 163

นายไม ไกรสทุ ธิ์ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ข้ันท่ี 3 สำ�หรับพืชที่ต้องการแสงแดดประมาณร้อยละ 50 อย่างต่อเน่ือง โดยพัฒนาแปลงไร่นาสวนผสมเป็นศูนย์เรียนรู้การ และพัฒนาเป็นต้นแบบ “เกษตรกร 5 ไร่ แบบไม่ธรรมดา” ได้แก่ พชื คลุมดิน พชื ตระกูลเฟริ น์ ผกั กดู เปน็ ตน้ ซงึ่ ไร่นาสวนผสม พฒั นาทด่ี นิ ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี งและเปน็ จดุ ถา่ ยทอดเทคโนโลยี การแก้ปัญหาดินทมี่ สี ภาพเปน็ ทรายและเป็นดนิ เปรี้ยว เร่ิม นายไม ไกรสุทธ์ิ อายุ 59 ปี โดยปรบั พ้ืนท่ีโดยใช้โดโลไมท์ในอตั รา 300 กโิ ลกรมั ตอ่ พน้ื ที่ 1 ไร่ จำ�นวน 5 ไร่นนั้ สามารถปลกู พชื ผัก ผลไมต้ า่ งๆ รวมกนั ประมาณ ทางเกษตร มฐี านเรยี นรตู้ า่ งๆ จ�ำ นวน 13 ฐาน เชน่ การปรบั ปรงุ บ�ำ รงุ จังหวัดต ัรง หลงั จากนน้ั เกบ็ ตวั อยา่ งดนิ มาวเิ คราะห์ เพอ่ื เพม่ิ ธาตอุ าหารและปรบั การศกึ ษา ประถมศึกษา สภาพดนิ เพมิ่ อินทรียวตั ถุใหด้ นิ โดยใช้ปุ๋ยพืชสด เชน่ ถั่วพรา้ และ 120 ชนดิ โดยรอ้ ยละ70 เปน็ พชื สมนุ ไพร ยงั มกี ารเลย้ี งปลาในรอ่ งสวน ดนิ การท�ำ ปยุ๋ หมกั การท�ำ นา้ํ หมกั ชวี ภาพ การใชป้ ระโยชนจ์ ากหญา้ แฝก ทีอ่ ยู่ 6 หมทู่ ี่ 2 ตำ�บลนาชุมเห็ด อ�ำ เภอยา่ นตาขาว ปอเทือง เปน็ ตน้ เพอื่ เพ่ิมความอดุ มสมบูรณ์ให้ดนิ และพืชโดยใช้ จงั หวัดตรัง 92140 ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ ปยุ๋ หมกั และใชส้ ารไลแ่ มลง โดยนำ�เศษซากพชื เปลอื ก โดยใหเ้ กดิ การเกอ้ื กลู กนั ตามหลกั ธรรมชาตแิ ละตามแนวเกษตรทฤษฎี การผลติ ถา่ นไมจ้ ากเศษไม้ การดกั กลน่ั นา้ํ สม้ ควนั ไม้ และการจดั การ โทรศพั ท์ 08 4843 9290 ผลไม้ หรอื เศษวัชพืช ร่วมกับสารเรง่ พด. ซ่งึ จะช่วยลดต้นทุนการ ซื้อปุ๋ยเคมี นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงรูปแบบการผลิตทางการ ใหม่ การใชน้ าํ้ ภเู ขาไมไ่ ด้ใชน้ า้ํ จากชลประทาน ยกรอ่ งขดุ คนู าํ้ ขงั เพอื่ ระบบนา้ํ เปน็ ตน้ และในปี พ.ศ. 2554 ไดร้ บั เชญิ ไปรว่ มงาน ASEAN- ความเช่ียวชาญ ความช�ำ นาญ เกษตรใหม้ กี จิ กรรมหลากหลาย โดยวางผงั ฟารม์ ใหม้ กี ารปลกู พชื ผกั และกิจกรรมทางการเกษตรทดี่ ำ�เนินการ ผสมผสานยกร่อง ซงึ่ มที ั้งไมผ้ ล ไมย้ นื ต้น ไมป้ ระดบั ผักพ้ืนบา้ น กักเก็บน้ําไว้ใช้ตลอดปี และยังมีความคิดริเริ่มในการพัฒนาอาชีพ JAPAN FARMERS MEETING 2011 ณ ประเทศอนิ โดนเี ซยี โดยไดน้ �ำ และพชื นานาพนั ธุ์ ในพน้ื ท่ี 5 ไรน่ น้ั แบง่ ออกเปน็ 3 ระดบั คือ ขนั้ ที่ 1 สำ�หรับพชื ที่ตอ้ งการแสงแดดมากท่สี ดุ ไดแ้ ก่ สม้ โอ การเกษตรโดยผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาพ้ืนบ้านกับเทคโนโลยี ความสำ�เร็จของการปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมะพร้าวนาํ้ หอม ข้ันที่ 2 สำ�หรับพืชที่ต้องการแสงแดดประมาณร้อยละ 70 สมัยใหม่ จนปัจจบุ ันมีพ้ืนที่ไร่นาสวนผสมเพยี ง 5 ไร่ แตก่ ลับสร้าง ไปน�ำ เสนอในทป่ี ระชมุ ครง้ั นด้ี ว้ ย นอกจากน้ี เมอ่ื วนั ท่ี24 กนั ยายน2556 ไดแ้ ก่ พชื ประเภทกินใบ เชน่ ผักเหลียง พริก มะเขือ เป็นตน้ ประโยชน์อย่างมากมาย และเป็นศูนย์ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงใน ได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จฯ และถวายรายงานสมเด็จพระเทพรัตน ครวั เรอื น จนสามารถสรา้ งรายได้ใหแ้ กค่ รอบครวั ไดถ้ งึ ปลี ะ500,000 บาท ราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงมพี ระราชด�ำ รสั สง่ั ใหม้ กี ารตอ่ ยอด ที่มา แรงบันดาลใจ แรงผลกั ดันในการพฒั นาองค์ความร ู้ การท�ำ ไรน่ าสวนผสม และสรา้ งทายาทด�ำ เนนิ การในรนุ่ ตอ่ ไป หรือผลงานที่เกิดจากภมู ิปญั ญา รางวลั ทภ่ี าคภมู ิใจ พฒั นาผนื นาทแี่ หง้ แลง้ ไมส่ ามารถเพาะปลกู พชื ไดจ้ นสามารถ ผรู้ เิ รม่ิ หลงั จากจบประถมศกึ ษาชน้ั ปที ่ี4 ไดช้ ว่ ยพอ่ แมท่ �ำ นา จนกระทง่ั • เกษตรกรดเี ดน่ แหง่ ชาติ สาขาอาชพี ไรน่ าสวนผสม ประจ�ำ ปี2552 ปลูกพืชผัก ไม้ผล ท�ำ นา เลีย้ งสัตว์ และทำ�การเกษตรในรปู แบบ พฒั นาและแก้ไขปญั หาดนิ เกดิ อทุ กภยั ใหญใ่ นปี พ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2524 ผนื นาทเ่ี คยมคี วาม • ชนะเลศิ ถว้ ยพระราชทานสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรม ไร่นาสวนผสมได้ โดยใช้ความรู้ผนวกกับการเป็นหมอดินอาสา ใหส้ ามารถท�ำ การเกษตร อดุ มสมบรู ณก์ ลบั กลายเปน็ นารา้ งขาดความอดุ มสมบรู ณ์ไมส่ ามารถ ในการจัดการแก้ปัญหาดินท่ีมีสภาพเป็นกรดด่างจนสามารถปรับ ในรปู แบบไรน่ าสวนผสม เพาะปลูกพืชหรือทำ�นาได้เช่นในอดีต ด้วยความขยัน อดทน และ ราชกมุ ารี ภายใต้โครงการจดั ท�ำ แผนพลงั งาน80 ชมุ ชน ประจ�ำ ปี2550 สภาพผนื ดินใหอ้ ดุ มสมบรู ณข์ ึ้น รวมถึงการบ�ำ รุงดูแลรักษาโดยใช้ ประหยดั มธั ยสั ถ์ จงึ ตดั สนิ ใจไปขอค�ำ ปรกึ ษาจากกรมสง่ เสรกิ ารเกษตร • ศนู ยเ์ รยี นรเู้ พอ่ื การพฒั นาทด่ี นิ ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี งดเี ดน่ ปุ๋ยอินทรีย์ นํ้าหมักชีวภาพ และสารสกัดอินทรีย์ไล่แมลง ช่วย 5 ไรท่ ่ไี มธ่ รรมดา และได้รับคำ�แนะนำ�ให้ปรับปรุงสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยและสารเคมี จนปัจจุบันมีพื้นท่ีไร่นาสวนผสม รวมถงึ แนะน�ำ ใหป้ รกึ ษากบั สถานพี ฒั นาทด่ี นิ เพอ่ื ขอความชว่ ยเหลอื ใน ตามโครงการ 80 หมอดนิ น�ำ ทศิ สชู่ วี ติ พอเพยี ง ประจ�ำ ปี 2551 จำ�นวน 5 ไร่ ท่ีปลูกพืชแบบไร่นาสวนผสมเป็นท่ีรู้จักมีชื่อเสียง และเป็นตัวอย่างแก่ผู้สนใจท่ีมาศึกษาเรียนรู้ ณ ศูนย์เรียนรู้ การฟน้ื ฟทู ด่ี นิ และไดม้ โี อกาสเขา้ รว่ มโครงการหมอดนิ อาสาในปี2538 บทเรยี นจากปราชญ์ การพฒั นาที่ดนิ ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียงจงั หวัดตรัง เป็นต้นมา ทำ�ให้ได้รบั ความรมู้ าพัฒนาพน้ื ท่จี นกลบั มาอุดมสมบรู ณ์ เชน่ เดมิ ได้ และมคี วามมงุ่ มน่ั ทจ่ี ะกอ่ ตง้ั แปลงสาธติ ใหเ้ ปน็ ศนู ยเ์ รยี นรู้ “เมอ่ื เกดิ มาบนแผน่ ดนิ เพอ่ื ใหพ้ น้ื ทใ่ี กลเ้ คยี งอกี จ�ำ นวน800 ไรท่ ถ่ี กู นา้ํ ทว่ มเชน่ เดยี วกนั สามารถ ไทย เราตอ้ งทดแทนบญุ คณุ พฒั นาทด่ี นิ ไดจ้ นในทส่ี ดุ พน้ื ทด่ี งั กลา่ วสามารถปลกู พชื ไดเ้ ชน่ เดมิ แผน่ ดนิ โดยการเดนิ ตามรอย พ่อหลวงเพ่ือให้พ่อหลวงมี แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จาก ความสขุ ทส่ี ดุ โดยยดึ หลกั วา่ ภมู ปิ ญั ญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ กผ่ อู้ น่ื และสงั คมสว่ นรวม เหงอ่ื ทกุ หยด เพอ่ื อนาคตของ แผน่ ดนิ ไทย” เป็นหมอดินอาสาและวิทยากรถ่ายทอดความร้ทู ้ังในและนอก สถานทใ่ี หค้ นในชมุ ชน เกษตรกร นกั เรยี น นกั ศกึ ษา และผทู้ ส่ี นใจ 164 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 165

นายวริ ัตน์ สขุ แสง องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ เพอื่ เร่งการออกดอก ในช่วงการออกดอกแต่ละชอ่ จะมีผลหลายใบ แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รอื ผลงานท่ีเกดิ จาก และพฒั นาเป็นต้นแบบ เราต้องมีการตัดแต่งและท้ิงบางผลเหลือเฉพาะผลท่ีดี โดยมีระยะ ภูมปิ ญั ญาใหเ้ ปน็ ประโยชน์แกผ่ ้อู น่ื และสงั คมส่วนรวม “ผ้ปู ลูกกุ้งหวาน ทบั ทิมสยาม” เวลาการเกบ็ เก่ยี วส้มโอหลงั จากติดผลประมาณ 180 วนั จังหวัดนครศ ีรธรรมราช ริเร่ิมพัฒนาส้มโอพันธ์ุทับทิมสยาม ซ่ึงมีลักษณะใบ เปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ การปลกู สม้ โอทบั ทมิ สยาม ค่อนขา้ งกวา้ ง ปลายใบแหลม ใต้ใบมีขนอ่อนนมุ่ ผลมีขนาดใหญ่ ทม่ี า แรงบันดาลใจ แรงผลกั ดันในการพัฒนาองค์ความรู ้ เส้นรอบผลประมาณ 16-25 นิ้ว โดยส่วนใหญ่น้ําหนักแต่ละผล หรือผลงานทีเ่ กิดจากภูมิปญั ญา ทักษะการขยายพันธุ์ส้มโอ เพื่อเพ่ิมพ้ืนท่ีปลูกส้มโอให้เพียงพอ ไมน่ อ้ ยกว่า 1 กิโลกรมั เปลอื กบาง เนือ้ มสี ีแดงเข้มเหมอื นทับทมิ ตอ่ การสง่ ออกใหแ้ กเ่ กษตรกรและบคุ คลทส่ี นใจ เพอ่ื นำ�ไปตอ่ ยอดได้ รสชาติหวาน หอมนุ่ม และมีราคาค่อนขา้ งสงู โดยมกี ารปรับปรุง จากชวี ติ คนเมอื งกรงุ ยา้ ยถนิ่ ฐานมาเมอื งนครลมุ่ นาํ้ ปากพนงั รวมถึงเป็นต้นแบบที่ดีให้กับคนในหมู่บ้าน นำ�ไปเป็นตัวอย่าง สภาพดินใส่ปุ๋ยเพ่ือเพิ่มธาตุอาหารให้เหมาะสมกับดิน เมื่อสภาพ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 พนื้ ที่ในละแวกน้ันนิยมปลกู ส้มโอพันธุท์ องดี ในการด�ำ รงชวี ิตจนสามารถสรา้ งรายได้ใหแ้ กค่ รอบครวั ดินดีเหมาะสมจึงเริ่มปลูกและพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพของส้มโอ ซ่ึงค่อนข้างมีราคาดี และเริ่มมีการปลูกส้มโอพันธ์ุทับทิมสยาม ในช่วงแรกผลผลิตที่ได้มายังไม่ดีนัก บางผลรสชาติจืด ไม่หวาน กันบ้างแต่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก ทำ�ให้เริ่มปลูกส้มโอท้ังพันธุ์ รางวัลท่ภี าคภมู ิใจ จงึ ตอ้ งมกี ารปรบั ปรงุ รสชาตสิ ม้ โอโดยใสป่ ยุ๋ เพม่ิ และมกี ารปรบั ปรงุ ทองดีและพันธุ์ทับทิมสยามเรื่อยมา ในช่วงแรกที่เริ่มปลูกส้มโอ • คนเกษตรดีศรเี มืองนครศรีธรรมราช ประจ�ำ ปี 2552 สีของเนื้อส้มโอ หรือสีเนื้อกุ้ง (Juice Sac) ให้มีสีค่อนข้างแดง โดยใสป่ ุ๋ย หรอื แคลเซยี ม หรอื นํ้าสม้ ควันไมเ้ พม่ิ เติมตามปริมาณ พันธุ์ทับทิมสยาม ค่อนข้างมีปัญหา ทำ�ให้ต้องศึกษา ค้นคว้า บทเรยี นจากปราชญ์ และเวลาทเี่ หมาะสม ท�ำ ให้ไดส้ ม้ โอพนั ธท์ุ บั ทมิ สยามมรี สชาตดิ ี และ หาข้อมูล และสอบถามขอความช่วยเหลือจากสถาบันการศึกษา ออกผลตลอดท้งั ปี จนปัจจบุ นั ส้มโอท่ีผลติ ไดเ้ กอื บ 90 เปอรเ์ ซน็ ต์ ต่างๆ ในการแนะนำ�เพื่อพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของส้มโอ “การตอ่ สฟู้ นั ฝา่ อปุ สรรคในอดตี คอื ผลแหง่ ความส�ำ เรจ็ มีคุณภาพและรสชาติดี สำ�หรับการปลูกส้มโอในช่วงแรกจะใส่ เรอื่ ยมา จนรสชาตดิ ขี น้ึ และเปน็ ทตี่ อ้ งการของตลาด จนถงึ ปจั จบุ นั ทไ่ี ดร้ ับในปัจจุบนั สง่ ตอ่ ไปยังร่นุ ลกู หลานในอนาคต” ปุ๋ยชีวภาพ เช่น มูลค้างคาว เม่ือเร่ิมออกดอกจะใส่ปุ๋ยเคมี มีพ้ืนท่ีปลูกส้มโอพันธ์ุทับทิมสยามประมาณ 40 ไร่ ส้มโอพันธุ์ ทองดปี ระมาณ 10 ไร่ มรี ายได้จากการจำ�หน่ายสม้ โอและตอนกงิ่ สม้ โอจำ�หน่ายปีละ 3-5 ลา้ นบาท นายวิรตั น์ สุขแสง อายุ 46 ปี เกษตรกร ผปู้ ลูกสม้ โอพนั ธทุ์ บั ทมิ สยาม การศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนตน้ และพฒั นาปรบั ปรุงคณุ ภาพ ทอ่ี ย่ ู 65 หมทู่ ่ี 15 ต�ำ บลคลองนอ้ ย อ�ำ เภอปากพนงั จนมีสีเนอื้ กุ้ง รสชาตหิ วาน จงั หวัดนครศรีธรรมราช 80140 โทรศพั ท์ 08 9472 8425, 08 1434 8972 เปน็ ท่ีขนึ้ ชอ่ื ของ จังหวดั นครศรีธรรมราช ความเช่ียวชาญ ความชำ�นาญ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 167 และกิจกรรมทางการเกษตรที่ดำ�เนนิ การ ปลูกส้มโอพันธ์ุทับทิมสยาม ซ่ึงเป็นท่ีขึ้นช่ือของจังหวัด นครศรธี รรมราช และมผี ลผลติ สง่ ตลาดทง้ั ในและตา่ งประเทศ เชน่ สงิ คโปร์ จีน และฮ่องกง จนมชี ื่อเสียงในปจั จุบนั 166 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์

นายวีระชยั ราษฎรส์ ภา ความเปน็ กรดสงู และเปน็ ดนิ ลกู รงั จงึ ตอ้ งมกี ารปรบั ปรงุ ดนิ เพอ่ื ให้ ท่ีมา แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดันในการพฒั นาองคค์ วามรู้ รางวัลที่ภาคภูมิใจ มสี ภาพดนิ ดแี ละเรม่ิ ปลกู ลองกองเปน็ อยา่ งแรก โดยชว่ งแรกปลูก หรือผลงานท่ีเกิดจากภูมปิ ญั ญา “เจา้ ของสวนลองกองเงินล้าน” ในแปลงใหญ่ เน่ืองจากตลาดมีความต้องการสูง ราคาผลผลิตดี • เกษตรกรดีเดน่ แห่งชาติ สาขาอาชีพทำ�สวน ประจ�ำ ปี 2539 ตอ่ มาประสบปญั หาผลผลติ ออกปเี ว้นปี ราคาไมด่ ี จึงปรบั เปล่ยี น ภูมิลำ�เนาเดิมอยู่จังหวัดนครปฐม ต่อมาย้ายมาทำ�งานที่ • รางวัลที่ 2 ของประเทศ สวนผลไม้มาตรฐานดีเด่น นายวรี ะชัย ราษฎรส์ ภา อายุ 60 ปี แนวคิด ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของพระบาท จังหวัดพังงา เนื่องจากในอดีตพังงาเป็นยุคเหมืองแร่ในทะเล จังห ัวด ัพงงา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเร่ิมปลูกพืชหลากหลายชนิดและพึ่งพา โด่งดังมาก ต่อมาการทำ�เหมืองแร่เร่ิมลดน้อยถอยลง จึงเร่ิมมี งานมหกรรมสง่ เสริมเกษตรไทย ประจ�ำ ปี 2540 การศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนตน้ อาศยั กนั และกนั ของธรรมชาติ รวมถึงมกี ารคิดค้นเคร่ืองมืองา่ ยๆ แนวความคิดในการทำ�การเกษตรจำ�พวกไม้ผล ได้แก่ ลองกอง • คนดีศรพี งั งา จงั หวดั พงั งา ประจ�ำ ปี 2539 ที่อยู่ 36/8 หม่ทู ่ี 2 ต�ำ บลทงุ่ มะพรา้ ว ที่ช่วยอำ�นวยความสะดวกในกระบวนการปลูกไม้ผลต่างๆ โดยใช้ ที่มีรสชาติดีเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ยังไม่นิยมปลูกผลไม้ อ�ำ เภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา 82120 ภูมิปัญญาของตนเองประยุกต์ให้เข้ากัน เช่น เครื่องตีมูลสัตว์ โทรศพั ท์ 08 9289 3494, 08 4054 8250 ซึ่งปกติมูลสัตว์มีลักษณะเป็นก้อนใหญ่ ไม่สามารถนำ�มาหว่าน บทเรยี นจากปราชญ์ ได้ทันที ทำ�ให้เกิดแนวคิดออกแบบเครื่องตี เคร่ืองปั่นมูลสัตว์ให้ ความเชีย่ วชาญ ความชำ�นาญ ละเอยี ดกอ่ นน�ำ ไปหวา่ น หรอื เครอ่ื งดดู แมลง/ การสรา้ งถงั เผาถา่ น ในภาคใต้มากนัก จึงซ้ือท่ีดินและซื้อพันธุ์ลองกองมาเริ่มปลูก “คนเราเม่ือจะทำ�งานหรือทำ�อะไรสักอย่าง ในแต่ละวัน และกิจกรรมทางการเกษตรท่ีด�ำ เนินการ เพ่ือไล่ค้างคาวหรือแมลงต่างๆ ในตอนกลางคืน โดยการสร้าง ถังเผาถ่าน และวางไว้ทั้งส่ีด้านของสวนผลไม้ เพื่อสุมไฟในเวลา ในช่วงแรกค่อนข้างมีปัญหาจากสภาพดิน จึงต้องศึกษาค้นคว้า ตอ้ งพาใจ พากายมาทำ�งานดว้ ย รวมถึงการเอาใจใส่ และมอง ปลูกลองกองและไม้ผลต่างๆ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน กลางคืน เม่ือแมลงได้กล่ินควันจากการเผาไหม้จะบินหนีไป ในการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตเร่ือยมาจนมีผลผลิตดี ซึ่งจะนำ�ถงั เผาถ่านไปวางทั้งส่ดี า้ นของสวนผลไม้ เป็นต้น ด้วยตนเองและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญท่ีกรมพัฒนาที่ดินและ การณ์ไกลกบั สิ่งทเ่ี ราจะท�ำ ข้างหน้า เพอื่ ให้ได้ผลสำ�เรจ็ ทีด่ ี” และมีชอ่ื เสยี งจนปจั จบุ นั ผรู้ เิ รม่ิ พัฒนาและปรับปรงุ กรมสง่ เสริมการเกษตร จนสภาพดินดีขน้ึ สามารถปลกู ลองกองได้ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ กระบวนการปลกู ลองกองและไมผ้ ล และพัฒนาเป็นตน้ แบบ ในการพัฒนาปรบั ปรงุ กระบวนการผลติ มีการลองผิดลองถูก แก้ไขปัญหาเรื่อยมาจนผลผลิตลองกอง ริเร่ิมพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการปลูกลองกองและ จนไดร้ บั ขนานนามว่าเปน็ มีคณุ ภาพดี รสชาติดี เป็นทนี่ ิยมของตลาด สามารถส่งออกไปขาย ไม้ผลต่างๆ โดยเริ่มจากการปรับสภาพดิน เนื่องจากดินมีสภาพ “สวนลองกองขนาดใหญ่ทส่ี ดุ ” ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ได้ เช่น ท็อปส์ เดอะมอลล์ และ สามารถสร้างรายได้ ปลี ะไมต่ าํ่ กวา่ หนงึ่ ลา้ นบาท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นต้น ต่อมาท็อปส์ขอให้ส่งผลผลิต ทงั้ หมดมาทที่ อ็ ปสเ์ พยี งเจา้ เดยี วในประเทศ จนเคยไดร้ บั ขนานนาม ว่าเป็น “สวนลองกองขนาดใหญ่ท่ีสุด” ปัจจุบันมีพ้ืนท่ีทั้งหมด ประมาณ 300 ไร่ แบ่งเปน็ ปลูกลองกอง 150 ไร่ รายได้ประมาณ 5-6 ล้านบาทต่อไร่ ส่วนท่ีเหลือปลูกไม้ผลอื่นๆ เช่น มะละกอ รายไดป้ ระมาณ600,000 บาทตอ่ เดอื น สวนปาลม์ และสวนยางพารา รายได้ประมาณ 100,000 บาทต่อเดือน รวมรายได้ท้ังหมด เดอื นละไม่ต่าํ กว่า 1 ล้านบาท แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รือผลงานทีเ่ กดิ จาก ภูมปิ ัญญาให้เป็นประโยชน์แกผ่ ู้อืน่ และสงั คมสว่ นรวม เป็นปราชญ์ชาวบ้านและวิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ กระบวนการปลกู การปรบั ปรงุ คณุ ภาพผลไม้ และองคค์ วามรตู้ า่ งๆ ท่ีคิดค้นขึ้นมาให้แก่คนในชุมชน เกษตรกร และบุคคลที่สนใจ ณ สวนราษฎร์สภา จนถึงปจั จุบนั 168 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 169

นายเล็ก พรรณศรี องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ เพอื่ บำ�รุงผลให้สมบูรณก์ อ่ นเก็บผลผลติ ประมาณ 1 เดือน รวมถึง ถ่ายทอดความรู้ให้หมอดินอาสาและเกษตรกรเป็นประจำ� โดยให้ และพฒั นาเป็นต้นแบบ ห่อผลผลิตเพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชด้วย จนสามารถเก็บผลผลิต เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและใช้สวนของตนเองเป็นแหล่งเรียนรู้ “ผเู้ สกลองกองหลงฤดดู ว้ ยปยุ๋ อนิ ทรยี ”์ ลองกองได้ในชว่ งนอกฤดูกาล นอกจากนี้ ยังเปน็ ผ้เู ช่ียวชาญการ รวมถงึ ยงั เปน็ ผปู้ ระสานงานดา้ นการพฒั นาทด่ี นิ และการวเิ คราะหต์ รวจ คิดค้นสูตรปุ๋ยอินทรีย์ จำ�นวน 4 สูตร โดยใช้ภูมิปัญญา วิเคราะห์ตรวจสอบคณุ ภาพดนิ เพอื่ พัฒนาปรบั ปรุงดนิ โดยน�ำ ดิน สอบคณุ ภาพดนิ รว่ มกบั กรมพฒั นาทด่ี นิ อยเู่ ปน็ ประจ�ำ จนถงึ ปจั จบุ นั จังห ัวดสงขลา ชาวบ้านของตนเอง ร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ มาวเิ คราะหต์ รวจสอบหาคณุ ภาพดนิ เพอ่ื ใหท้ ราบวา่ ในดนิ มปี รมิ าณ พ.ด. ของกรมพฒั นาทดี่ นิ คอื สตู รบำ�รงุ ตน้ สตู รเรง่ ดอก สตู รบ�ำ รงุ ของธาตอุ าหารเพยี งพอหรอื จ�ำ เปน็ ตอ้ งใสป่ ยุ๋ อนิ ทรยี ช์ นดิ ใดเพม่ิ เตมิ รางวัลที่ภาคภมู ิใจ ผล และสูตรยางพารา เพอ่ื ใชก้ บั พืชในระยะตา่ งๆ และใหส้ ามารถ เพื่อให้พชื ไดร้ ับธาตุอาหาร้ตรงกับความต้องการมากท่สี ุด มผี ลผลติ ออกนอกฤดกู าลไดจ้ นมชี อื่ เสยี ง จนถงึ ปจั จบุ นั ซง่ึ จะเหน็ • เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำ�นา ระดับจังหวัดนราธิวาส ได้จากการผลิตลองกองนอกฤดู โดยกระบวนการเร่ิมจากไม่ให้ ทีม่ า แรงบันดาลใจ แรงผลักดันในการพฒั นาองคค์ วามร ู้ ประจ�ำ ปี 2551 ลองกองออกดอก ที่สามารถทำ�ได้โดยการตัดแต่งกิ่งทรงพุ่ม หรือผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญา • รองชนะเลศิ อนั ดบั 2 หมอดนิ อาสาดเี ดน่ จากกรมพฒั นาทด่ี นิ ตัดหญ้ารอบทรงพมุ่ ใส่ปุย๋ สูตรบ�ำ รุงตน้ และให้นํ้าทวั่ ทงั้ ตน้ ทกุ วนั ตลอดระยะเวลา20 ปี ทร่ี บั ราชการกรมทางหลวง จงั หวดั สงขลา ประจ�ำ ปี 2556 ด้วยระบบสปริงเกอร์ จนถึงเดือนที่ต้องการให้ออกดอกจึงหยุด การให้นาํ้ ตัดหญ้าใหแ้ หง้ ประมาณ 20-25 วัน ลองกองจะผลัดใบ รบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั การทำ�วเิ คราะห์ วจิ ยั ดา้ นดนิ หนิ ปยุ๋ และทราย บทเรยี นจากปราชญ์ และเรม่ิ แทงยอด ใหต้ ดั หญา้ รอบทรงพมุ่ แลว้ หวา่ นปยุ๋ สตู รเรง่ ดอก รวมถงึ รบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั โครงการปลกู ตน้ ไม้100,000 ตน้ ตอ่ ปี โดย “การใชภ้ มู ปิ ญั ญาของตนเอง สามารถสรา้ งสรรคส์ ง่ิ ทดี่ ี เพ่ือเร่งการออกดอกและให้น้ําทุกวัน จนกว่าจะเร่ิมออกดอก ดแู ลการปลกู ตน้ ไม้ในระยะทาง 100 กโิ ลเมตร จงึ ท�ำ ใหม้ คี วามสนใจ มีประโยชน์ให้กับผืนแผ่นดินท่ีอาศัย ให้คงอยู่สู่ลูกหลาน เก่ยี วกับการพฒั นาท่ดี นิ จนกระท่ังในปี พ.ศ. 2535 ได้เริ่มคน้ คว้า อย่างย่ังยืน” เกย่ี วกบั ปยุ๋ ดว้ ยตนเอง โดยน�ำ เทคโนโลยชี วี ภาพมาประยกุ ต์ใชบ้ นพน้ื ท่ี นายเล็ก พรรณศรี อายุ 75 ปี 5 ไร่ ปลกู ผกั ผลไม้ ไดแ้ ก่ ลองกอง เงาะ ทเุ รยี น มงั คดุ และกลว้ ย การศึกษา ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ (ชา่ งกอ่ สร้าง) เกษตรกรผคู้ ดิ คน้ โดยใชป้ ยุ๋ เคมแี ละสารเคมใี หน้ อ้ ยทส่ี ดุ ดว้ ยเปน็ คนขยนั ใฝห่ าความรู้ ท่ีอยู่ 167/1 หมทู่ ี่ 3 ต�ำ บลเขาพระ อำ�เภอรัตภูมิ สตู รปยุ๋ อนิ ทรยี ์ สตู รบ�ำ รงุ ตน้ จังหวดั สงขลา 90180 สตู รเรง่ ดอก สตู รบ�ำ รงุ ผล อยเู่ สมอ ลองผดิ ลองถกู จงึ คดิ คน้ สตู รปยุ๋ อนิ ทรยี ป์ ระยกุ ตก์ บั การใช้ โทรศัพท์ 08 4747 2576 และสตู รยางพารา ผลติ ภณั ฑเ์ ทคโนโลยชี วี ภาพ พด. ของกรมพฒั นาทด่ี นิ เพอ่ื ใหส้ ามารถ ความเช่ียวชาญ ความชำ�นาญ จนสามารถผลติ ลองกอง และกจิ กรรมทางการเกษตรท่ีด�ำ เนินการ ผลติ ผลไมอ้ อกนอกฤดกู าลได้ เนอ่ื งจากในอดตี ผลผลติ จะมมี ากในชว่ ง นอกฤดกู าล คดิ คน้ สตู รปยุ๋ อนิ ทรยี เ์ พอื่ ใชก้ บั พชื ในระยะตา่ งๆ จนสามารถ เดอื นกรกฎาคมถงึ เดอื นสงิ หาคม ท�ำ ใหร้ าคาผลผลติ ตกตา่ํ เมอ่ื ใชส้ ตู ร ผลิตผลไม้ออกนอกฤดูกาล และเป็นผู้เช่ียวชาญการวิเคราะห์ จึงตัดแต่งช่อดอก เม่ือดอกบานให้ตัดบริเวณปลายช่อทิ้ง เพราะ ตรวจสอบคุณภาพดิน โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบอย่างง่ายและ หากเก็บไว้ผลบริเวณปลายจะสุกช้าและมีขนาดผลเล็ก ระยะเวลา ปยุ๋ อนิ ทรยี ด์ งั กลา่ วจนประสบความส�ำ เรจ็ สามารถปลกู ลองกองขาย ส่งห้องปฏิบัติการเพื่อให้ทราบว่าในดินมีปริมาณของธาตุอาหาร ประมาณ 1 เดือน ลองกองจะติดผลให้ตัดแต่งผลและใส่ปุ๋ย เพยี งพอหรอื ไม่ จ�ำ เป็นตอ้ งใสป่ ยุ๋ อินทรียช์ นิดใด เพ่ือใหพ้ ชื ไดร้ ับ ไดต้ ลอดทง้ั ปี สรา้ งรายได้ใหแ้ กค่ รอบครวั อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ธาตุอาหารตรงกับความตอ้ งการมากทส่ี ดุ แนวทางการเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลงานที่เกิดจาก ภูมปิ ญั ญาใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ก่ผอู้ ่นื และสงั คมสว่ นรวม เมอ่ื ประสบความส�ำ เรจ็ แลว้ จงึ ถา่ ยทอดความรู้ใหก้ บั เพอ่ื นบา้ น และเกษตรกรในพ้ืนท่ี จนสามารถรวมกลุ่มจัดต้ังกลุ่มการผลิตปุ๋ย อินทรีย์ในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน สร้างรายได้ให้กับสมาชิกจนถึง ปจั จบุ นั โดยรวมกลมุ่ จดั ตง้ั การผลติ และใชป้ ยุ๋ อนิ ทรยี ์ พรอ้ มทง้ั บรรยาย 170 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 171

นายบ�ำ รงุ หนดู ้วง องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ นํา้ มันสงู ผลผลิตดมี คี ณุ ภาพและไมท่ �ำ ลายส่ิงแวดลอ้ ม ปจั จุบันมี เป็นสถานท่ีศึกษาดูงานให้แก่เกษตรกรและบุคคลท่ีสนใจท่ัวไป และพฒั นาเปน็ ต้นแบบ “นายหวั ปาลม์ นา้ํ มนั ในระดบั มาตรฐานสากล” พ้นื ทป่ี ลูกปาลม์ นํา้ มนั ของตนเอง จำ�นวน 70 ไร่ และสวนยางพารา สามารถน�ำ ไปปฏบิ ตั ไิ ดจ้ นเกดิ ความยง่ั ยนื ในอาชพี ตอ่ ไป นอกจากน้ี จังหวัด ุสราษฎ ์รธานี คดิ คน้ และพฒั นาการผลติ ปาลม์ นา้ํ มนั ดว้ ยตนเองโดยยดึ หลกั จ�ำ นวน60 ไร่ โดยสามารถผลติ ปาลม์ นาํ้ มนั ไดต้ ลอดทง้ั ปี ประมาณ ยังร่วมเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมชาวสวนปาล์มน้ํามันจังหวัด นายบำ�รุง หนูด้วง อายุ 57 ปี ปลูกปาล์มโดยไม่ทำ�ลายส่ิงแวดล้อม ไม่ทำ�ลายธรรมชาติใน 4 ตนั ตอ่ ไรต่ อ่ ปี(คา่ เฉลยี่ การผลติ ปาลม์ นาํ้ มนั ทง้ั ประเทศ ประมาณ สุราษฎร์ธานี และได้รับการคัดเลือกให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการ แปลงปลูก เริ่มต้นจากการใช้ซังทะลายปาล์มคลุมดิน แต่ไม่เป็น การศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น ที่ยอมรับของคนท่ัวไป เนื่องจากก่อให้เกิดการสะสมของโรค 3 ตันต่อไร่ต่อปี) มีเปอร์เซ็นต์น้ํามันสูงถึง 18-19 เปอร์เซ็นต์ พัฒนาการผลิตปาล์มนํ้ามันในเวทีต่างๆ เช่น กรรมการวิชาการ ทอ่ี ย ู่ 77/7 หมูท่ ่ี 8 ต�ำ บลสนิ ปนุ อ�ำ เภอพระแสง และแมลงศัตรูพืช จึงแก้ปัญหาด้วยการรดน้ําหมักชีวภาพบนซัง จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี 84120 ทะลายปาลม์ เพอ่ื ชว่ ยเรง่ กระบวนการยอ่ ยสลายใหเ้ ปน็ อนิ ทรยี วตั ถุ (คา่ เฉลย่ี การผลติ ปาลม์ นาํ้ มนั ทงั้ ประเทศ ประมาณ17 เปอรเ์ ซน็ ต)์ พิจารณามาตรฐานสินค้าเกษตรแหง่ ชาติ (มกอช.) GAP ปาล์มน้ํามัน โทรศพั ท์ 08 9871 8964 ช่วยให้ดินร่วนซุย ลดการงอกของวัชพืช และปลูกหญ้าแฝกตาม แนวร่องน้ําเพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดิน ส่วนการเก็บผลผลิต สรา้ งรายได้เฉลย่ี 500,000-1,000,000 บาทต่อปี และมาตรฐานทะลายปาล์มน้ํามันปี 2552-2553 เพ่ือใช้เป็น ปาล์มให้เก็บเฉพาะปาล์มที่สุกเท่านั้น เพื่อจำ�หน่ายผลผลิตให้ได้ ความเชย่ี วชาญ ความช�ำ นาญ ราคาดี และควรวางแผนการใสป่ ยุ๋ ปจั จยั การผลติ และบญั ชรี ายรบั ทม่ี า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพฒั นาองคค์ วามร ู้ มาตรฐานกลางของประเทศ กรรมการส่งเสริมพืชพลังงาน และกจิ กรรมทางการเกษตรท่ีด�ำ เนนิ การ รายจา่ ย เพ่ือควบคุมต้นทนุ และคา่ ใช้จ่ายได้อยา่ งชดั เจน รวมถงึ มี หรอื ผลงานทเี่ กดิ จากภูมิปญั ญา ปาล์มน้ํามนั ปี พ.ศ. 2553 กรรมการความร่วมมือระหว่างไทย- การจัดการสวนปาล์มนาํ้ มันตามหลักการปฏิบตั ทิ างการเกษตรทด่ี ี พัฒนาการผลิตปาล์มน้ํามันจนได้รับมาตรฐานทั้งในระดับ (Good Agricultural Practice หรือ GAP) และมาตรฐานการผลติ จากลูกจ้างสวนป่าสินปุนขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เยอรมนี (GIZ) ด้านปาลม์ นํา้ มนั ปี 2553-2554 โดยไดร้ ับเชิญให้ ประเทศและเป็นท่ียอมรับในระดับสากล โดยริเร่ิมศึกษาค้นคว้า น้ํามันปาลม์ อย่างยัง่ ยนื (Roundtable on Sustainable Palm Oil ท่ที ำ�หน้าที่ดูแลสวนยางพารา จ�ำ นวน 2,000 ไร่ ตอ่ มาในปี 2533 เข้าร่วมประชุมและดูงาน ณ ประเทศเยอรมนี เกี่ยวกับการผลิต ดว้ ยตนเอง ยดึ หลกั ปลกู ปาลม์ โดยไมท่ �ำ ลายสง่ิ แวดลอ้ ม จนปจั จบุ นั หรือ RSPO) เพือ่ ให้ได้ปาล์มน้าํ มนั ทนี่ ำ�ไปสกดั แลว้ ให้เปอรเ์ ซน็ ต์ ได้รับมรดกเป็นทด่ี ิน จ�ำ นวน 30 ไร่ จงึ ไดเ้ ร่มิ ท�ำ การศึกษาคน้ ควา้ ปาลม์ นา้ํ มนั อยา่ งเป็นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม กรรมการ RSPO ปาล์ม สามารถผลิตปาล์มน้ํามันท่ีได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต ลกั ษณะของดนิ ดว้ ยตนเองเพอื่ หาวธิ ปี รบั ปรงุ บำ�รงุ ดนิ ใหเ้ หมาะสม นา้ํ มนั ปี พ.ศ.2553-2554 และอนกุ รรมการยกรา่ งพระราชบญั ญตั ิ นา้ํ มนั ปาล์มอยา่ งยง่ั ยนื (Roundtable on Sustainable Palm Oil ผูค้ ดิ คน้ และพฒั นา กบั การปลกู ปาลม์ นาํ้ มนั จนกระทง่ั ในปี พ.ศ.2542 จงึ เรมิ่ ปลกู ปาลม์ ปาลม์ นํ้ามนั ปี พ.ศ. 2555 เปน็ ตน้ หรือ RSPO) โดยมีการกำ�หนดหลักการและเกณฑ์เพื่อเป็นกรอบ การผลิตปาลม์ นํา้ มนั รางวลั ที่ภาคภมู ิใจ สำ�หรบั การผลิตปาลม์ นาํ้ มัน ซง่ึ ทุกข้ันตอนต้ังแต่เกษตรกร ผ้ผู ลติ โดยไม่ทำ�ลายสงิ่ แวดลอ้ ม น้ํามันจำ�นวน 17 ไร่ ควบคู่ไปกับการทำ�สวนยางพารา ด้วยเป็น ทะลายปาลม์ โรงสกดั นาํ้ มนั ปาลม์ และโรงกลั่นนํา้ มนั ปาล์มท่ตี ้อง และไดร้ ับการรับรองมาตรฐาน คนทีข่ ยันและมคี วามคดิ รเิ รม่ิ ในการท�ำ งาน จงึ ม่งุ มน่ั พฒั นาอาชีพ • เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพท�ำ สวน ประจำ�ปี 2556 ผา่ นมาตรฐาน RSPO ดงั กล่าว การผลิตนา้ํ มนั ปาล์มอย่างยงั่ ยนื (RSPO) ของตนเองให้ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพมากขึ้นจนได้มาตรฐาน จนเปน็ ทย่ี อมรับในระดบั สากล ระดับประเทศ และได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยผลิต บทเรยี นจากปราชญ์ ปาล์มนํ้ามันตามมาตรฐาน RSPO นับเป็นเกษตรกรรายย่อย “หากเกษตรกรไทยทุ่มเททำ�การเกษตรอย่างจริงจัง รายแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO ดังกล่าว และไมท่ �ำ ลายสงิ่ แวดลอ้ ม ยากทเ่ี กษตรกรใดๆ ในโลกจะสู้ได”้ นอกจากนี้ ยังได้บริจาคผลผลิตปาล์มน้ํามันของตนเอง จำ�นวน 3 ตัน ให้แก่ภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ก�ำ แพงแสน เพอ่ื น�ำ ไปทดลองท�ำ เครอ่ื งมอื ตรวจสอบ เปอร์เซ็นต์น้ํามันปาล์ม เพื่อให้การวัดเปอร์เซ็นต์นํ้ามันปาล์ม มีความแม่นยำ�และมปี ระสิทธิภาพมากข้นึ ดว้ ย แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรูห้ รือผลงานท่เี กดิ จาก ภูมิปัญญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ กผ่ ้อู น่ื และสงั คมส่วนรวม เป็นวิทยากรเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิต ปาล์มนํ้ามันอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้สวนปาล์มนํ้ามันของตนเอง 172 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 173

นายสงวน มงคลศรพี นั เลศิ ทม่ี า แรงบนั ดาลใจ แรงผลกั ดนั ในการพฒั นาองคค์ วามร ู้ (นาบก) การปลูกข้าวนาว่งิ (ลอยน้าํ ) การทำ�ข้าวตีกลับรับวิตามิน หรือผลงานทเ่ี กิดจากภูมปิ ญั ญา “ผนู้ �ำ ทางปาล์มสู่ฟาร์มสัตว์ 4 กระเพาะ” การปลกู ผกั ไฮโซ การปลกู พชื ตกี ลบั การปลกู พชื ผสมผสานตา่ งระดบั เกษตรกรผคู้ น้ หา เดิมประกอบอาชีพลูกจ้าง เงินเดือนไม่เคยเหลือใช้ จึง ไรส้ ารพษิ แกจ้ น และการตอนมะละกอสวนทาง เปน็ ตน้ ใหแ้ กบ่ คุ คล จังห ัวดกระบ่ี วธิ กี ารใช้ใบทางปาลม์ ตัดสินใจพลิกผันชีวิตมาเป็นเกษตรกร โดยยึดหลักปรัชญา ท่สี นใจท่วั ประเทศ รวมถึงเพ่อื นบ้านในอาเซียนท่เี ดินทางมาศึกษา ส�ำ หรบั สตั ว์ 4 กระเพาะ เศรษฐกจิ พอเพยี งของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั เก่ียวกบั การ ดงู าน ณ ศนู ยเ์ รยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพยี งบา้ นเขากลม ซง่ึ เปน็ ศนู ยก์ าร จนกลายเปน็ องคค์ วามรทู้ ม่ี ปี ระโยชนม์ ากมาย สร้างพื้นฐาน ความพอมี พอกิน พอใช้ก่อน จึงค่อยคิดเรื่องเงิน เรยี นรกู้ ารพง่ึ ตนเอง มแี นวทางการสอนคนใหค้ ดิ ปรบั เปลย่ี นวธิ คี ดิ และเผยแพรถ่ า่ ยทอดองคค์ วามรู้ ในการด�ำ เนนิ ชวี ติ จนประสบความส�ำ เรจ็ มเี งนิ เหลอื เกบ็ เปน็ ลา้ นบาท บนพน้ื ฐานของความเปน็ จรงิ ของแตล่ ะบคุ คล โดยอาศยั ภมู ปิ ญั ญาท่ี ใหแ้ กบ่ คุ คลทส่ี นใจทว่ั ประเทศ มอี ยนู่ �ำ มาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ ยดึ หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง และ ตอ่ ปี โดยเรม่ิ ตน้ จากท�ำ การเกษตรบนพน้ื ท่ี8 ไร่ศกึ ษาและเรยี นรเู้ อง จนเกิดความคิดว่า หากจะทำ�การเกษตรแบบพอเพียงต้องสร้าง ส่ิงสำ�คัญท่ีห่วงใยและฝากเป็นข้อคิดเตือนใจทุกคร้งั ท่ีบรรยายก็คือ โรงปยุ๋ กอ่ น ประกอบกบั พน้ื ทเ่ี ปน็ สวนปาลม์ นา้ํ มนั มใี บทางปาลม์ “เราเปน็ คนไทย อยา่ ทง้ิ ผนื แผน่ ดนิ ไทย” นอกจากนไ้ี ดม้ กี ารรวบรวม เหลอื ใชเ้ ปน็ จ�ำ นวนมาก จงึ น�ำ มาเปน็ อาหารของสตั ว์ 4 กระเพาะ องคค์ วามรเู้ ผยแพรเ่ ปน็ เอกสารประกอบการบรรยายดว้ ย ตลอดระยะเวลา 15 ปที ผ่ี า่ นมา ไดค้ ดิ คน้ หาความรู้ ลงมอื ท�ำ จรงิ รางวัลที่ภาคภูมิใจ และลองผดิ ลองถกู จนเปน็ องคค์ วามรทู้ ม่ี ปี ระโยชน์ และสามารถ นายสงวน มงคลศรพี นั เลศิ อายุ 55 ปี องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ น�ำ มาเผยแพร่ ถา่ ยทอดใหแ้ กบ่ คุ คลทส่ี นใจทว่ั ประเทศจนถงึ ปจั จบุ นั • 76 คนดี แทนคุณแผ่นดนิ ประจ�ำ ปี 2552 และพฒั นาเปน็ ตน้ แบบ • ผ้นู ำ�การด�ำ รงชวี ิตเศรษฐกจิ พอเพียงดีเด่น ประจำ�ปี 2550 การศึกษา ปรญิ ญาตรี สาขาเกษตร ม.ราชภฏั นครศรธี รรมราช แนวทางการเผยแพร่องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานท่ีเกดิ จาก • เกษตรกรดเี ดน่ แหง่ ชาติ สาขาอาชพี เลย้ี งสตั ว์ ประจำ�ปี2548 ทอ่ี ยู ่ 63 หมทู่ ่ี 7 บ้านเขากลม ต�ำ บลหนองทะเล คิดค้นและบูรณาการองค์ความรู้ด้วยการพึ่งตนเอง โดย ภมู ิปัญญาให้เปน็ ประโยชน์แก่ผู้อ่ืน และสงั คมสว่ นรวม อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวัดกระบ่ี 81000 เร่ิมจากการริเร่ิมนำ�ใบทางปาล์มที่ชาวสวนปาล์มไม่ใช้ประโยชน์ เปน็ วทิ ยากรทง้ั ในและนอกศนู ยก์ ารเรยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพยี ง บทเรยี นจากปราชญ์ โทรศัพท์ 08 9590 673 มาบดและหมัก เพ่ือเปน็ อาหารส�ำ หรับสตั ว์ 4 กระเพาะ ได้แก่ โค บา้ นเขากลม โดยเผยแพรแ่ ละถา่ ยทอดองคค์ วามรทู้ ค่ี ดิ คน้ เชน่ การ “การพึ่งตนเอง ต้องเน้นปรัชญาแห่งความพอเพียง และแพะ โดยนำ�ใบทางปาล์มมาบดและหมักเป็นอาหารสัตว์น�ำ ไป ผลิตอาหารสำ�หรับสัตว์ 4 กระเพาะ โดยใช้ใบทางปาล์ม การเล้ยี ง โดยยึดหลกั คิดกอ่ น คดิ ตั้งคำ�ถามวา่ ท�ำ ...ทำ�ไม ทำ�อยา่ งไร เล้ียงโคและแพะที่เลี้ยงในคอก นอกจากนี้ยังนำ�มูลสัตว์มาหมัก ปลาแบบบอ่ สามดา้ นครบวงจรเพอื่ ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย การทำ�เตาแกส๊ ท�ำ เม่อื ไร และทำ�ให้ใคร กอ่ นคอ่ ยลงมอื ทำ�จรงิ ดังน้ัน เราต้อง ความเชีย่ วชาญ ความชำ�นาญ ในบ่อก๊าซชีวภาพเพ่ือใช้เป็นก๊าซหุงต้ม ซึ่งโค 1 ตัว จะผลิตมูล ชวี ภาพเปน็ ก๊าซหงุ ต้มโดยใชม้ ูลสตั ว์ การปลกู ขา้ วโดยไมต่ อ้ งทำ�นา เปล่ียนวิธคี ิด ชีวติ จึงจะเปลี่ยน” และกิจกรรมทางการเกษตรท่ีด�ำ เนนิ การ ประมาณ 2 ตนั ตอ่ เดอื น ท�ำ ให้สามารถผลิตก๊าซชีวภาพประมาณ 15-16 กโิ ลกรมั นอกจากนมี้ ลู สตั วย์ งั สามารถน�ำ ไปเปน็ อาหารปลา ค้นหาวิธีการทางการเกษตรด้วย “การพ่ึงตนเอง” โดยใช้ และใช้ทำ�ปุ๋ยหมัก โดยใช้มูลโคผสมกับเศษหญ้าเพ่ือใช้ประโยชน์ ภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น ทรัพยากรและพนื้ ทีใ่ นท้องถนิ่ ให้เกดิ ประโยชน์ ในการปลูกพืชและผักต่างๆ นับเป็นภูมิปัญญาที่บูรณาการอยู่ สูงสุด จนกลายเป็นองค์ความรู้ท่ีมีประโยชน์มากมายที่นำ�มา บนพ้ืนฐานของความเป็นจริง การพ่ึงพาอาศัยกันและกันเอง เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้แก่บุคคลท่ีสนใจทั่วประเทศ เก้อื กูลกันและกันของคน สัตว์ และธรรมชาตทิ ตี่ า่ งฝา่ ยตา่ งไดร้ บั รวมถึงประเทศเพ่ือนบ้านในอาเซียนท่ีเดินทางมาศึกษาดูงาน ผลประโยชน์ร่วมกนั โดยยดึ หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ณ ศนู ย์เรียนรเู้ ศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขากลม 174 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ 175

นายอคั ระ ธิติถาวร องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเี่ กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ภายใต้เคร่อื งหมายการค้า “พรจุ ำ�ปา” ซึ่งผ่านการรบั รองคณุ ภาพ รางวลั ท่ีภาคภมู ิใจ และพฒั นาเปน็ ตน้ แบบ จากส�ำ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จำ�หนา่ ยสผู่ บู้ รโิ ภค • เกษตรกรดเี ดน่ แหง่ ชาติ สาขาอาชพี เลยี้ งสตั ว์ ประจำ�ปี2551 “เจา้ แรกแหง่ นมแพะเกาะภเู กต็ ” จนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันอัคระฟาร์มแพะมีแพะทั้งหมด 40-50 ตัว • โล่ผู้ทรงคุณประโยชน์แก่วงการแพะแกะ จากการประกวด เล้ียงแพะนมและพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์แพะนมจากพันธ์ุ มรี ายได้จากการจ�ำ หน่ายพนั ธุ์แพะ แพะเนอ้ื และผลิตภัณฑน์ มแพะ แพะแกะสระบุรี ประจ�ำ ปี 2557 จังห ัวด ูภเ ็กต นายอคั ระ ธิตถิ าวร อายุ 53 ปี แพะพื้นเมืองที่ให้ผลผลิตตํ่า ตัวเล็ก อัตราการเจริญเติบโตช้า ประมาณ 1 ล้านบาทตอ่ ปี ให้เป็นแพะนมพันธ์ุลูกผสมท่ีโตเร็ว เลี้ยงง่าย มีนํ้านมมาก และ • นักสัตวบาลดีเด่น จากสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยฯ การศกึ ษา ปรญิ ญาตรี สาขาพชื ไร่ ทนทานต่อสภาพแวดลอ้ ม สามารถใหผ้ ลผลติ น้าํ นมเฉลย่ี 25-30 ที่มา แรงบนั ดาลใจ แรงผลักดันในการพฒั นาองค์ความร ู้ ม.เทคโนโลยรี าชมงคลบางพระ ลติ รตอ่ วัน มีระยะเวลาการใหน้ มและระยะเวลาการรดี นมยาวนาน หรอื ผลงานที่เกิดจากภมู ิปญั ญา ประจำ�ปี 2551 ท่อี ย ู่ 43/1 หมทู่ ่ี 3 บา้ นพรจุ ำ�ปา ต�ำ บลเทพกระษัตรี กวา่ 200 วนั สว่ นการเลย้ี งแพะใชว้ ธิ เี ลยี้ งแบบปลอ่ ยตามธรรมชาติ อำ�เภอถลาง จงั หวัดภูเก็ต 83110 โดยใชพ้ น้ื ทส่ี วนยางพาราของชาวบา้ นในเครอื ขา่ ยเปน็ แหลง่ อาหาร จากชวี ติ ลกู จา้ งบรษิ ทั พลกิ ผนั ชวี ติ มาเรม่ิ ตน้ อาชพี เกษตรกรรม บทเรียนจากปราชญ์ โทรศพั ท์ 08 9196 6003 ท่ีสำ�คัญของแพะ ซึ่งได้รับประโยชน์ท้ังสองฝ่าย เนื่องจากเราใช้ ตง้ั แตป่ ี 2537 ดว้ ยการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ จ�ำ นวน 2 ไร่ เนอ่ื งจาก “การผลิตอาหารที่มีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ คือ สวนยางเลี้ยงแพะ เจา้ ของสวนยางพาราก็ไดป้ ุ๋ยจากมูลแพะ สง่ ผล งานประจ�ำ ไมส่ ามารถคน้ พบความสขุ ทแ่ี ทจ้ รงิ และมคี วามคดิ ทจ่ี ะผลติ ความสขุ ท่แี ท้จริงของชวี ติ ที่เกดิ มาบนผนื แผ่นดนิ ไทย” ให้ดินอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตนํ้ายางดีข้ึน ลดการใช้สารเคมี และ ความเชี่ยวชาญ ความชำ�นาญ สามารถลดต้นทุนได้ รวมถึงพัฒนาปรับปรุงการจัดการฟาร์ม อาหารท่ีดีต่อสังคม จึงเร่ิมปลูกผักปลอดสารพิษ ปลูกไม้ดอก และกจิ กรรมทางการเกษตรทีด่ �ำ เนินการ การบรหิ ารจดั การอาหารแพะโดยการปลกู พชื อาหารสตั วเ์ พอื่ ใหแ้ พะ ได้รับสารอาหารท่ีครบถ้วน จนกระท่ังได้ออกมาเป็นผลผลิตหลัก ไมป้ ระดบั และมแี นวคดิ ทจ่ี ะใชป้ ยุ๋ จากธรรมชาตแิ ทนปยุ๋ เคมใี นการใส่ เล้ียงแพะนมเป็นคนแรกในจังหวัดภูเก็ต จากการปรับปรุง ของฟาร์ม คือ น้ํานมแพะ โดยมีวิธีการจัดการรีดนมเพ่ือให้ได้ ตน้ ไม้ จงึ ไดร้ เิ รม่ิ เลย้ี งแพะเพอ่ื น�ำ มลู แพะมาเปน็ ปยุ๋ แตเ่ นอ่ื งจากแพะ สายพันธ์ุแพะพ้ืนเมืองเป็นแพะนมพันธ์ุลูกผสม และแปรรูป นา้ํ นมแพะไมม่ กี ลนิ่ สาป และแปรรปู เปน็ นมพาสเจอร์ไรซพ์ รอ้ มดม่ื น้ํานมแพะเป็นนมแพะพาสเจอร์ไรซ์พร้อมดื่ม ซึ่งถือเป็นรายแรก ทเ่ี ลย้ี งเปน็ พนั ธแ์ุ พะพน้ื เมอื ง ตวั เลก็ และเจรญิ เตบิ โตชา้ จงึ ไดเ้ กดิ ของจังหวัดภูเก็ตท่ีผลิตนมแพะจ�ำ หน่ายสู่ท้องตลาดจนถึงปัจจุบัน ผรู้ เิ รม่ิ เลย้ี งแพะนม รวมถึงการจำ�หนา่ ยพันธแ์ุ พะเพอื่ เปน็ พอ่ พนั ธแุ์ มพ่ นั ธุแ์ พะดว้ ย และพฒั นาสายพนั ธแ์ุ พะนม แนวความคดิ พฒั นาและปรบั ปรงุ สายพนั ธแ์ุ พะดว้ ยตนเองใชร้ ะยะเวลา จากพนั ธแ์ุ พะพน้ื เมอื งเปน็ แพะนม พนั ธล์ุ กู ผสม และแปรรปู นา้ํ นมแพะเปน็ 2 ปี จนไดพ้ นั ธแ์ุ พะทด่ี ขี น้ึ ตอ่ มามองเหน็ วา่ แพะสามารถใหผ้ ลผลติ นมแพะพาสเจอร์ไรซพ์ รอ้ มดม่ื เปน็ คนแรกของจงั หวดั ภเู กต็ เร่อื งน้าํ นมได้ นอกเหนือจากเน้อื แพะ จึงเร่มิ ปรับปรุงสายพันธ์แุ พะ ดว้ ยตนเองอกี ครง้ั ใชร้ ะยะเวลา 3-4 ปี จนไดพ้ นั ธแ์ุ พะทต่ี อบสนอง ความตอ้ งการ โดยการคดั เลอื กแมแ่ พะทใ่ี หผ้ ลผลติ สงู และผสมพนั ธ์ุ ติดง่ายเพ่ือให้สามารถให้ผลผลิตน้ํานมมากข้ึน จนได้เป็นแพะนม พันธลุ์ กู ผสม แนวทางการเผยแพรอ่ งค์ความรู้หรือผลงานทีเ่ กดิ จาก ภมู ิปญั ญาให้เปน็ ประโยชนแ์ ก่ผู้อน่ื และสงั คมสว่ นรวม จดั ตง้ั ศนู ยเ์ ครอื ขา่ ยเรยี นรกู้ ารเลย้ี งแพะและเปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอด ความรู้โดยยดึ หลกั การด�ำ เนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ซ่ึงศูนย์เครือข่ายเป็นแหล่งเรียนรู้ครบวงจร ต้ังแต่ปรับปรุงพันธ์ุ แพะนม ผสมพนั ธร์ุ ดี นม ผลติ นา้ํ นมจ�ำ หนา่ ย และแปรรปู เปน็ นมแพะ พาสเจอร์ไรซพ์ รอ้ มดม่ื รวมทง้ั เปน็ “ศนู ยเ์ รยี นรปู้ ศสุ ตั วอ์ นิ ทรยี ”์ 176 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 177

นายอาหะมะ อาลมี าส๊ะ องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ทกุ 3 เดอื น และมกี ารฉดี วติ ามนิ บำ�รงุ หลงั ถา่ ยพยาธใิ หก้ บั แพะดว้ ย รางวัลที่ภาคภมู ิใจ และพฒั นาเปน็ ต้นแบบ ดา้ นการจดั การฟารม์ ดำ�เนนิ การปรบั ปรงุ เพอ่ื เขา้ สรู่ ะบบมาตรฐาน “ผู้พฒั นาแพะ 3 มติ ิ” ฟาร์มของกรมปศุสัตว์ โดยมีการแยกเลี้ยงระหว่างคอกขุนและ • เกษตรกรดเี ดน่ แหง่ ชาติ สาขาอาชพี เลย้ี งสตั ว์ ประจ�ำ ปี 2556 ริเริ่มพัฒนาและปรับปรุงสายพันธ์ุแพะระหว่างแพะนมกับ นายอาหะมะ อาลีมาสะ๊ อายุ 51 ปี แพะเนื้อเพ่ือสร้างแพะลูกผสมเน้ือ-นม ซึ่งสามารถช่วยป้องกัน คอกพ่อแม่พันธ์ุ จนถือได้ว่าเป็นผู้นำ�และเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดี บทเรียนจากปราชญ์ จังหวัดยะลา การผสมพันธ์ุแบบเลือดชิด ในขณะเดียวกันส่งผลให้แม่แพะ ใหก้ บั คนในชมุ ชน การศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มนี ํ้านมมากขึ้น สามารถนำ�มาเลี้ยงลกู แพะแรกคลอดได้ เพ่ือเพิ่ม “การเลยี้ งแพะตอ้ งเขา้ ใจถงึ ความรสู้ กึ และจติ ใจของแพะ ท่อี ย ู่ 70 หม่ทู ่ี 5 ต�ำ บลกรงปินัง อำ�เภอกรงปินงั อัตราการรอดให้แก่แพะแรกคลอด รวมถึงมีการพัฒนาการเลี้ยง ท่มี า แรงบันดาลใจ แรงผลักดนั ในการพัฒนาองค์ความรู้ เพ่ือก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมและ จังหวดั ยะลา 95000 แพะของตนเองอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีแพะเน้ือจำ�นวน 50 ตัว หรอื ผลงานที่เกิดจากภูมิปัญญา มนษุ ย”์ โทรศพั ท์ 08 4748 8057 แพะนมจำ�นวน 40 ตวั และลูกแพะนมจ�ำ นวน 20 ตวั ซึ่งแต่ละวัน สามารถผลติ น้าํ นมแพะและจำ�หน่ายได้เฉล่ยี 20 กิโลกรัม ในราคา จากเดมิ ทม่ี อี าชพี รบั จา้ งทวั่ ไป และมอี าชพี เสรมิ คอื การเลยี้ ง ความเชีย่ วชาญ ความชำ�นาญ กิโลกรัมละ 80 บาท คิดเป็นรายได้เฉลี่ย 1,600 บาทต่อวัน และกิจกรรมทางการเกษตรทีด่ ำ�เนนิ การ นอกจากน้ี ยังพัฒนาอาหารเล้ียงแพะ โดยนำ�วัสดุเหลือใช้ แพะ โดยในปี พ.ศ. 2537 เริ่มต้นเล้ยี งแพะเนื้อจ�ำ นวน 4 ตวั ควบคู่ พฒั นาและปรบั ปรงุ พนั ธแุ์ พะ ระหวา่ งแพะนมผสมกบั แมแ่ พะ ทางการเกษตรในพนื้ ที่ ไดแ้ ก่ การหมกั ตน้ ขา้ วโพด ซงั ขา้ วโพด และ เนอ้ื เพอ่ื สรา้ งแพะลกู ผสมเนอื้ -นม รวมถงึ การพฒั นาการเลยี้ งแพะ กากใบปาล์มมาเป็นอาหารแพะ และมีการสร้างแผนเสบียงสำ�รอง กบั การท�ำ สวน ปลูกผัก เนอ่ื งดว้ ยเปน็ คนขยัน แสวงหาความรู้และ อย่างต่อเนื่อง ท้ังในด้านพันธ์ุ ด้านอาหารเลี้ยงแพะ การจัดการ ช่วงขาดแคลน ทำ�ให้ไม่มีปัญหาเก่ียวกับอาหารสัตว์ ส่วนการ ด้านสุขภาพแพะ และด้านการจัดการฟาร์ม โดยผลผลิตหลักจาก ปอ้ งกนั โรค จะเนน้ การสขุ าภบิ าลสตั วโ์ ดยการถา่ ยพยาธเิ ปน็ ประจ�ำ มีใจรักผูกพนั กับการเล้ยี งสตั ว์ จงึ ได้รบั คัดเลอื กเปน็ อาสาปศสุ ตั ว์ ฟารม์ มที ้ังการจำ�หนา่ ยแพะเน้อื และนํา้ นมแพะ เกษตรกรตวั อยา่ ง ท�ำ ใหม้ คี วามรเู้ กย่ี วกบั การเลย้ี งแพะเพม่ิ มากขน้ึ ตอ่ มาในปี พ.ศ.2547 รเิ รม่ิ ปรบั ปรงุ พนั ธแ์ุ พะ ระหวา่ งแพะนมกบั แพะเนอ้ื ได้รับการสนับสนุนแพะจากโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ เพอ่ื สรา้ งแพะลกู ผสมเนอ้ื -นม และพฒั นาการเลย้ี งแพะอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เล้ียงสัตว์ จำ�นวน 23 ตวั ทำ�ใหม้ ีปรมิ าณแพะเพม่ิ ข้ึน จึงมีแนวคดิ จนเปน็ ตวั อยา่ งทด่ี ีใหแ้ กค่ นในชมุ ชน ริเริ่มปรับปรุงพันธุ์แพะเพื่อสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น โดยซ้ือ แพะนมมาผสมกบั แมแ่ พะเนอ้ื ทเี่ ลยี้ งในฟารม์ เพอื่ สรา้ งแพะลกู ผสม เน้ือ-นม ซ่ึงช่วยป้องกันการผสมพันธ์ุแบบเลือดชิด และทำ�ให้ แม่แพะมีน้ํานมมากข้ึนด้วย จากนั้นมีการพัฒนาเล้ียงแพะ อย่างต่อเนื่องท้ังในด้านพันธุ์แพะและด้านอาหารเล้ียงแพะ ซ่ึง ผลผลิตจากการเล้ียงแพะสามารถสร้างรายได้ ให้แก่ครอบครัว ท้ังรายได้จากการจำ�หน่ายน้ํานม และรายได้จากการจำ�หน่าย แพะเน้อื คิดเป็นรายได้ไม่นอ้ ยกวา่ ปลี ะ 500,000 บาท แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จาก ภูมิปญั ญาใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่ผู้อ่นื และสังคมส่วนรวม สร้างเครือข่ายการเล้ียงแพะในพ้ืนท่ีภาคใต้ จัดต้ังศูนย์เรียนรู้ ด้านการเล้ยี งแพะ รวมถึงฟาร์มแพะ และยังเป็นสถานท่ศี ึกษาดูงาน เพอ่ื แลกเปลย่ี นความรเู้ กย่ี วกบั การเลย้ี งแพะ การจดั การดา้ นสขุ ภาพ แพะ และการสขุ าภบิ าลสตั ว์ใหแ้ กเ่ กษตรกรผเู้ ลย้ี งแพะและผสู้ นใจทว่ั ไป 178 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 179

นายปล้มื ชคู ง ทม่ี า แรงบันดาลใจ แรงผลกั ดันในการพัฒนาองคค์ วามรู้ รางวัลท่ีภาคภูมิใจ หรอื ผลงานที่เกิดจากภมู ิปญั ญา • เชดิ ชเู กยี รติ ผมู้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางดา้ นวฒั นธรรม สาขาศลิ ปะ “กะลาลงุ ปลม้ื นอกกะลาเงนิ ลา้ น” ความสนใจในงานหัตถกรรมได้เร่ิมข้ึน เม่ือจบชั้นประถม การช่างศิลปะ และการช่างฝีมือ ประจำ�ปี 2534 จากสำ�นักงาน จังห ัวด ัพทลุง ศึกษาปีท่ี 4 จึงริเร่ิมทำ�เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนรูปแบบ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ง่ายๆ ด้วยตนเอง และนำ�ผลิตภัณฑ์ไปจำ�หน่ายตามหมู่บ้าน • รางวัลท่ี 1 การประกวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ประเภท ผรู้ เิ รม่ิ ผลติ และงานต่างๆ ควบคู่ไปกับการทำ�นา ปลูกผัก ต่อมาได้ใช้ ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของใช้ ของที่ระลึกที่ทำ�จากกะลามะพร้าว เครอ่ื งใช้ในครวั เรอื นจากกะลามะพรา้ ว ความคิดสร้างสรรค์ดัดแปลงทำ�ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว งานเทศกาลอาหารและสินค้าหัตถกรรมไทย กรมส่งเสริม ในรูปแบบเครื่องใช้ในครัวเรือน เชน่ ทพั พี ตะหลิว และกระบวย อุตสาหกรรม ประจำ�ปี 2532 จนเปน็ ทย่ี อมรบั มชี อ่ื เสยี งทว่ั โลก ตักนํ้า เป็นต้น โดยระยะแรกทำ�ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว จนไดช้ อ่ื วา่ เปน็ ภายในครัวเรือน ต่อมาได้มีโอกาสนำ�ผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว บทเรียนจากปราชญ์ ไปออกจำ�หน่ายท่ีงานหัตถกรรมเพ่ือไทย ณ สวนอัมพร จนเป็น “หัตถกรรมกะลามะพร้าว ภูมิปัญญาคนไทย สร้าง “หมบู่ า้ นกะลาเงนิ ลา้ น” ทร่ี จู้ กั มากขนึ้ หลงั จากนน้ั จงึ เกดิ แรงบนั ดาลใจในการผลติ ผลติ ภณั ฑ์ เอกลักษณ์และความเข้มแข็งของชุมชนท้องถ่ินให้คงอยู่ จากกะลามะพร้าวอย่างจริงจัง โดยเลิกการทำ�นา ปลูกผัก และ สู่ลูกหลานอย่างยั่งยืน” หันมาชักชวนชาวบ้านในหมู่บ้านมาร่วมกันทำ�ผลิตภัณฑ์กะลา นายปลมื้ ชคู ง อายุ 74 ปี มะพร้าว จนก่อต้ังเป็นกลุ่มหัตถกรรมกะลามะพร้าว โดยเป็น การศึกษา ประถมศกึ ษา ทอี่ ย ู่ 42/1 หมู่ท่ี 1 บา้ นคอกวัว ต�ำ บลชยั บรุ ี องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ผู้ถ่ายทอดวิชาให้สมาชิกในกลุ่ม จนมีสมาชิกเพิ่มมากข้ึน ท�ำ ให้ อำ�เภอเมือง จงั หวัดพัทลุง 93000 และพฒั นาเปน็ ต้นแบบ โทรศพั ท์ 08 6287 2542 เกิดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวที่หลากหลาย ผลติ เครอ่ื งใช้ในครวั เรอื นรปู แบบงา่ ยๆ ดว้ ยตนเอง โดยใชว้ สั ดุ ความเช่ยี วชาญ ความชำ�นาญ จนถึงปจั จบุ นั ซ่งึ ท�ำ รายได้ 2-3 ลา้ นบาทตอ่ ปี และกจิ กรรมทางการเกษตรทีด่ �ำ เนนิ การ ในท้องถ่ิน เช่น งานจักสานไม้ไผ่ ตะกร้า และไม้กวาด เป็นต้น แนวทางการเผยแพรอ่ งคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จาก ความถนดั ในงานหตั ถกรรม รเิ รม่ิ ผลติ เครอื่ งใช้ในครวั เรอื น พัฒนารูปแบบเครื่องใช้ในครัวเรือน โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ภูมปิ ัญญาใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ก่ผอู้ นื่ และสังคมส่วนรวม รูปแบบง่ายๆ ด้วยตนเอง และพัฒนาปรับปรุงจนเป็นผลิตภัณฑ์ กะลามะพร้าวท่ีมีรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงเป็น ดัดแปลงจนมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกะลามะพร้าว จนปัจจุบัน ถ่ายทอดวิธีการทำ�ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวรูปแบบ ผู้ริเร่ิมพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านคอกวัว โดยการชักชวน ต่างๆ กับเพื่อนบ้านจนเป็นท่ียอมรับ จนสามารถก่อต้ังเป็นกลุ่ม เพื่อนบ้านมาทำ�ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวเป็นเคร่ืองประดับ มีรูปแบบผลิตภณั ฑจ์ ากกะลามะพรา้ ว จ�ำ นวน 4 ประเภท คือ หัตถกรรมกะลามะพร้าวบ้านคอกวัว ซ่ึงสมาชิกในกลุ่มร่วมกัน เคร่ืองใช้ในครัวเรอื น ของตกแตง่ บ้านเรอื น และของช�ำ รว่ ย จนได้ 1. เคร่ืองประดบั ได้แก่ เข็มขัด ต่างหู และแหวน พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว นอกจากน้ียัง ช่อื ว่า “หมูบ่ ้านกะลาเงนิ ลา้ น” 2. เครอื่ งใช้ในครัวเรอื น ไดแ้ ก่ ทัพพี ตะหลิว และถว้ ย ท�ำ หนา้ ทเี่ ปน็ วทิ ยากรเผยแพรค่ วามรเู้ กย่ี วกบั กระบวนการขน้ั ตอน 3. ของตกแต่งบ้านเรอื น ได้แก่ โคมไฟรปู แบบตา่ งๆ การทำ�ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากกะลามะพร้าวให้แก่สมาชิกและ 4. ของชำ�รว่ ย ได้แก่ พวงกุญแจ จนทำ�ให้ผลิตภณั ฑ์จากกะลา บคุ คลทีส่ นใจอย่างตอ่ เน่ืองจนถงึ ปัจจบุ นั มะพรา้ วแพรห่ ลาย และมชี อ่ื เสยี งไปทวั่ โลก กลายเปน็ สนิ คา้ สง่ ออก ท่สี ำ�คญั ของประเทศไทย 180 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ 181

นายวรพจน์ สะรอนี องคค์ วามรหู้ รอื ผลงานทเ่ี กดิ จากภมู ปิ ญั ญาสรา้ งสรรค์ ท่มี า แรงบันดาลใจ แรงผลักดนั ในการพฒั นาองค์ความรู้ แนวทางการเผยแพร่องค์ความรูห้ รือผลงานทีเ่ กิดจาก และพัฒนาเปน็ ต้นแบบ หรือผลงานทเี่ กิดจากภูมปิ ัญญา ภูมปิ ัญญาให้เปน็ ประโยชน์แก่ผ้อู นื่ และสงั คมสว่ นรวม “นกั สหกรณ์วถิ มี สุ ลิม” รเิ รมิ่ รว่ มกบั ราชการนำ�แนวคดิ หลกั การสหกรณป์ ระยกุ ตก์ บั เริ่มต้นชีวิตด้านการสหกรณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 โดยเป็น เป็นวิทยากรให้คำ�ปรึกษาแนะนำ�ด้านการสหกรณ์และจัด จังห ัวดปัตตา ีน นายวรพจน์ สะรอนี อายุ 63 ปี หลกั การศาสนาอสิ ลาม จนเกิดเป็นสหกรณ์ในรูปแบบของศาสนา อสิ ลามท่มี คี วามสอดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ ซงึ่ สหกรณ์ ผกู้ อ่ ตง้ั สหกรณป์ ระมงเมอื งปตั ตานี จ�ำ กดั และมแี นวคดิ ทตี่ อ้ งการ รายการการสหกรณ์ในวิถีชีวิตมุสลิมผ่านทางสถานีวิทยุคลื่น การศกึ ษา ประกาศนียบัตรวิชาการสหกรณ์ ออมทรัพย์อิสลามจังหวัดปัตตานีถือเป็นสหกรณ์แห่งแรกที่ได้มี สถาบันการศกึ ษาทางสหกรณ์ การจดั ต้ังและจดทะเบยี นถูกตอ้ ง เม่อื วันท่ี 28 ตุลาคม พ.ศ. 2530 ให้คนในชุมชนรู้จักการใช้จ่ายเงินอย่างพอเพียง รู้จักเสียสละและ FM 93.75 ระหวา่ งเวลา 10:10-11:45 น. ทุกวนั ศุกร์ ณ สำ�นักงาน ทอ่ี ย ู่ 217/6 ถนนยะรงั ซอย 11 ตำ�บลจะบงั ติกอ นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบในการพัฒนาด้านการสหกรณ์จังหวัด อำ�เภอเมอื ง จังหวดั ปัตตานี 94000 ปัตตานีและจังหวัดในภาคใต้ โดยมีแนวคิดส่งเสริมให้สหกรณ์ สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ จึงพยายามนำ�ความรู้ด้านการ คณะกรรมการอิสลามประจ�ำ จังหวดั ปตั ตานี โทรศัพท์ 08 1698 1338 มคี วามเข้มแข็ง เปน็ ท่ีพงึ่ ของสมาชิกและสงั คม ท�ำ ใหส้ มาชกิ รจู้ กั คำ�ว่าเสียสละ ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน รู้จักการใช้จ่ายเงิน จัดท�ำ สหกรณ์มาประยุกต์กับหลักการศาสนาอิสลาม โดยสร้างความรู้ รางวัลท่ภี าคภมู ิใจ บัญชใี นครัวเรอื น และนำ�เงนิ ส่วนทีเ่ หลือจา่ ยมาออมไวก้ บั สหกรณ์ ความเขา้ ใจทางดา้ นกระบวนการสหกรณ์ การมสี ว่ นรว่ ม การชว่ ยเหลอื • ปราชญส์ หกรณจ์ งั หวัดปตั ตานี ประจ�ำ ปี 2555 ความเชี่ยวชาญ ความช�ำ นาญ เพอ่ื ใหส้ มาชิกมีความมั่นคงในเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง ซง่ึ เปน็ การ ซ่งึ กนั และกนั การรจู้ กั ใชจ้ ่ายเงนิ และการจัดทำ�บัญชใี นครวั เรอื น และกิจกรรมทางการเกษตรทด่ี �ำ เนนิ การ พัฒนาสหกรณ์ของมวลสมาชิกสอดคล้องกับวิถีชีวิตของมุสลิม ในสังคมทีแ่ ท้จรงิ รวมถึงมีแนวคิดทจ่ี ะแก้ไขปญั หาเศรษฐกิจของ ใหก้ บั ชมุ ชน จนกระทงั่ ในปี พ.ศ.2530 สามารถจดั ตง้ั สหกรณอ์ อม บทเรียนจากปราชญ์ ร่วมมือกับหน่วยงานราชการนำ�แนวคิดหลักการสหกรณ์ ชุมชนและประเทศผ่านการพัฒนาสหกรณ์ โดยยึดหลักปรัชญา ทรพั ย์อิสลามจงั หวดั ปัตตานี จ�ำ กัดข้ึน ในรปู แบบของสถาบนั การ ประยุกต์กับหลักการศาสนาอิสลาม จนสามารถจัดตั้งสหกรณ์ใน เศรษฐกิจพอเพียงจนถงึ ปัจจบุ ัน เงิน ดำ�เนินการทำ�ธุรกรรมทางการเงินตามหลักศาสนาอิสลาม “ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี มีความรัก แนวทางอสิ ลามทท่ี �ำ ใหเ้ กดิ สหกรณ์ในรปู แบบอสิ ลามใน14 จงั หวดั อยา่ งไรกต็ าม การจดั ตงั้ สหกรณข์ นึ้ ในชว่ งแรกยงั ไมค่ อ่ ยไดร้ บั ความ ความสามัคคี เมตตากรณุ า เอ้ือเฟอื้ เผอื่ แผ่ และช่วยเหลอื ภาคใต้และภาคกลางในบางจงั หวดั โดยมแี นวคดิ ท่จี ะแก้ไขปัญหา ผรู้ เิ รม่ิ น�ำ แนวคดิ สนใจมากนัก และเกิดปัญหาในการดำ�เนินงาน เช่น ปัญหาด้าน ซึ่งกันและกนั เพอ่ื ใหท้ กุ คนสามารถอยูร่ ว่ มกนั ได้ในสงั คม เศรษฐกจิ ของชมุ ชนและประเทศ โดยการเผยแพรอ่ ดุ มการณ์ หลกั การ หลกั การสหกรณป์ ระยกุ ต์ นโยบายที่ขาดเป้าหมายในการพัฒนาอย่างชัดเจน ปัญหาด้าน อยา่ งสันตสิ ุข” และวชิ าการสหกรณ์ รวมถงึ เคยดำ�รงต�ำ แหนง่ ในคณะทำ�งานจดั ท�ำ กบั หลกั การศาสนาอสิ ลาม และปรับปรุงคู่มือสหกรณ์อิสลามของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เคย บุคลากรที่ยังไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจในการดำ�เนินงานของ ด�ำ รงต�ำ แหนง่ เปน็ กรรมการสนั นบิ าตสหกรณแ์ หง่ ประเทศไทย และ จนเกดิ เปน็ สหกรณ์ ปัจจบุ ันด�ำ รงต�ำ แหนง่ ประธานสันนบิ าตสหกรณจ์ ังหวดั ปัตตานี ในรปู แบบของศาสนาอสิ ลาม สหกรณ์ ปญั หาการด�ำ เนินธรุ กจิ ในเรื่องความต้องการสินเชอื่ และ ทม่ี คี วามสอดคลอ้ ง หนที้ คี่ า้ งช�ำ ระ เปน็ ตน้ ท�ำ ใหต้ อ้ งมกี ารพฒั นาสหกรณเ์ รอ่ื ยมาจนถงึ กบั พระราชบญั ญตั สิ หกรณ์ ปัจจุบัน จนได้จดทะเบียนเปลี่ยนช่ือเป็น สหกรณ์อิสลามปัตตานี จำ�กดั 182 ปราชญ์เกษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 183

รายนามคณะกรรมการจดั ทำ�หนงั สอื • รศ.วฒุ ิชัย กปิลกาญจน ์ อธิการบดีมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ทป่ี รึกษา ทีป่ รึกษา • นายโอฬาร พทิ ักษ์ อธบิ ดกี รมส่งเสรมิ การเกษตร ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ • ผศ.ดร.ธันวา จติ ตส์ งวน รองอธกิ ารบดฝี า่ ยกิจการพิเศษ กรรมการ กรรมการ • ดร.ด�ำ รงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดฝี ่ายบรกิ ารวชิ าการ กรรมการ กรรมการ • ผศ.ดร.สตุ เขตต์ นาคะเสถยี ร คณบดคี ณะเกษตร กรรมการ กรรมการ • ผศ.ดร.สุรยิ ัน ธัญกิจจานกุ จิ คณบดีคณะประมง กรรมการ กรรมการ • ดร.จงรกั วัชรนิ ทร์รตั น์ คณบดีคณะวนศาสตร์ กรรมการ กรรมการ • ดร.เออวดี เปรมษั เฐียร ผชู้ ่วยอธิการบดี กรรมการ กรรมการ • นสพ.ดร.เสรี กญุ แจนาค ผ้ชู ่วยรองอธกิ ารบดี กรรมการ กรรมการ • ผศ.ดร.ววิ ฒั น์ หาญวงศ์จริ วัฒน์ รองคณบดคี ณะวนศาสตร์ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ • ดร.วรณั ทัต ดลุ ยพฤกษ ์ รองคณบดคี ณะประมง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการและผูช้ ่วยเลขานกุ าร • รศ.ดร.สุรวชิ วรรณไกรโรจน์ อาจารยค์ ณะเกษตร กรรมการและผ้ชู ่วยเลขานกุ าร กรรมการและผู้ช่วยเลขานกุ าร • นางสาวอษุ า วงศ์สอนธรรม อาจารย์คณะบรหิ ารธุรกจิ กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร • ผศ.อนุพร สุวรรณวาจกกสิกิจ ผอู้ ำ�นวยการสำ�นกั ส่งเสริมและฝึกอบรม • นางสุกญั ญา มณีเจรญิ ผอู้ ำ�นวยการกองกลาง • นายสงกรานต์ ภกั ดคี ง ผู้อ�ำ นวยการกอง กรมสง่ เสริมการเกษตร • นางกัลยาณี พรหมสภุ า ผู้อ�ำ นวยการกลุม่ กรมส่งเสรมิ การเกษตร • นางธัญญา บุญมา นักวิชาการ กรมสง่ เสรมิ การเกษตร • นางอมรรัฏฐ์ ชน่ื มาลยั นกั วชิ าการ กรมสง่ เสริมการเกษตร • ผศ.ดร.พนามาศ ตรวี รรณกุล รองคณบดคี ณะเกษตร • ดร.ธนาทิพย์ สุวรรณโสภี ผูช้ ว่ ยคณบดคี ณะเกษตร • นางสาวอัจฉรยี ์ ยวุ พันธ์ กองกลาง • นางสาวธวลั รัตน์ อย่คู งดี กองกลาง • นางสาวธนกาญจน์ สวุ รรณรัตน ์ นักวิจัยคณะเกษตร บรรณาธิการ ผศ.ดร.พนามาศ ตรวี รรณกุล • นางสาวอัญชสิ า บัวหยาด นกั วจิ ยั คณะเกษตร ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ 185 184 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook