Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Rambutan

Rambutan

Description: Rambutan

Search

Read the Text Version

การปลกู เงาะ สารบญั หนา แหลงปลูกท่ีเหมาะสม 2 พนั ธุ 2 การปลกู 3 การดูแลรกั ษา 3 โรคและการปอ งกนั กาํ จดั 5 แมลงและการปองกนั กําจัด 6 การเกบ็ เก่ียว 8 การแปรรูป 9 ที่มา : กรมวิชาการเกษตร จดั ทําโดย : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร

2 แหลง ปลูกทเี่ หมาะสม สภาพพื้นที่ • เปน พนื้ ทที่ มี่ รี ะดับความสูงจากระดบั น้ําทะเลไมเ กนิ 650 เมตร • พน้ื ทไี่ มม ีนา้ํ ทว มขัง • ความลาดเอียงประมาณ 1 - 3 เปอรเ ซ็นต แตไมค วรเกนิ 15 เปอรเ ซ็นต • ควรใกลแ หลง นํ้า ลักษณะดนิ • ดนิ รว นปนทราย ความอุดมสมบูรณสูง ระบายนํา้ ดี • หนา ดินลกึ มากกวา 1 เมตร • มคี า ความเปนกรด-ดางประมาณ 5.0-5.7 สภาพภมู ิอากาศ • อณุ หภูมิที่เหมาะสมประมาณ 25-30 องศาเซลเซยี ส • ปรมิ าณนา้ํ ฝนมากกวา 1,500 มลิ ลิเมตรตอป • ความชืน้ ในอากาศสงู พนั ธุ พนั ธุท ีป่ ลกู เปน การคา มี 2 พันธุ ไดแ ก 1.พันธโุ รงเรียน เปนเงาะท่ีมีคุณภาพดี เปน ทต่ี อ งการของตลาด ราคาสูงกวาเงาะพนั ธุสีชมพู ผวิ สแี ดงเขมโคนขนมีสีแดง ปลายขนมีสเี ขียว เน้ือหนา แหง และลอ นออกจากเมล็ดได งา ย ตอบสนองตอปุยไดด ี เมอ่ื ขาดนาํ้ ในชว งผลออน ผลจะแตกหรอื หลน ไดมากกวา เงาะพนั ธุสีชมพู 2. พนั ธุสชี มพู เปน พนั ธุท ปี่ ลูกงาย มกี ารเจริญเตบิ โตดี ทนทานตอการเปลย่ี นแปลงของสภาพ ดนิ ฟา อากาศ ใหผ ลดกมผี วิ และขนเปนสีชมพูสด เน้ือหนา ฉํ่านํา้ บอบช้ํางา ย ไมทน ทานตอการขนสง

3 การปลูก การเตรยี มดิน ไถพรวน ปรบั พืน้ ท่ีใหเ รียบ และขดุ รอ งระบายนา้ํ ในแปลง การเลือกตน พนั ธุ - ตน พนั ธทุ น่ี าํ ไปปลกู ไดจากการเพาะเมลด็ การตอน การทาบกง่ิ การติดตา - มีความสมบูรณแขง็ แรง - มีระบบรากสมบรู ณ รากไมขดหรอื งอ ระยะปลูก ระยะระหวางตนประมาณ 8-10 เมตร ระหวางแถวประมาณ 8-10 เมตร การเตรยี มหลุมปลกู ขดุ หลุมกวาง ยาว ลึก ประมาณ 50x50x50 เซนติเมตร ถา ดินมีความอุดมสมบรู ณ ตา่ํ ควรมขี นาด 1x1x1 เมตร ผสมดินปลกู ดวยหินฟอสเฟต 2 กระปองนมและปยุ คอกแหง ประมาณ 1 ปุงกี๋ กลบลงในหลมุ ใหร ะดบั ดนิ สงู กวา ระดบั เดมิ 20-25 เซนติเมตร การปลูก เตรยี มดนิ ไวใ หเ ปนหลุมเล็ก ๆ วางก่งิ พันธดุ ีตรงกลางหลุมกลบดนิ ใหสูงกวา ระดบั เดมิ ไมเ กิน 1 น้ิว อยา ใหสูงถึงรอยแผลทตี่ ิดตา ใชไมเปนหลักผกู ยึดกิง่ เพ่ือปอ งกนั ตนลม การดูแลรกั ษา การใหน้าํ ระยะเรมิ่ ปลกู ใหน าํ้ สมา่ํ เสมอจนกวาจะต้งั ตัวได ควรให 7-10 วนั /ครั้ง ฤดูแลง ควรหาวัสดุ คลมุ โคนตน เพ่อื รกั ษาความชืน้ ในดิน

4 ระยะใหผ ล เมอื่ ใกลอ อกดอกควรใหน้าํ ในปริมาณที่นอยมากเพ่ือปอ งกนั การแตกใบออ น ถา มใี บออ นแซม ชอ ดอกมากควรงดใหนาํ้ สักระยะจนกวาใบออนทแี่ ซมมาจะรวงหมดจงึ เรม่ิ ใหน าํ้ ใหม เพอ่ื ให ตาดอกเจรญิ ตอไปตอ งใหน ้ํา 1 ใน 3 ของการใหน ํา้ ตามปกตแิ ละ เพ่มิ ปริมาณขึ้นเร่ือย ๆ เมอ่ื ดอกเรมิ่ บานและตดิ ผล ชวงการเจริญเตบิ โตของผลควรใหน า้ํ อยา ง สมา่ํ เสมอ เพราะถาไดร บั นา้ํ ไมเพยี งพอผลจะเล็กและลบี และมเี ปลือกหนา ชว งใกลจ ะเกบ็ เกย่ี วถา ฝนท้ิงชว งตอ งดแู ลใหนาํ้ สม่ําเสมอ เพราะถาเงาะขาดน้าํ แลว เกดิ มฝี นตกลงมา จะทําใหผลแตกเสียหาย การใสป ยุ ระยะไมใหผล ใสปุยอัตรา 1:1:1 ตนเงาะอายุ 1-2 ป ใสปยุ ประมาณ ฝ -1 กโิ ลกรัม/ตน /ป โดยแบง ใส 2 ครัง้ ในตอนตน และปลายฤดฝู น ใสร วมกบั ปยุ อินทรีย ระยะหลงั เกบ็ เกี่ยว หลงั จากตดั แตงกงิ่ ใสปุย เคมี เชน สูตร 15-15-15 อัตรา 1:1:1 ตน ละ 2-3 กโิ ลกรมั และปยุ อินทรยี  2-3 ปบ ใสป ุย เปน หลุม ๆ รอบทรงพุมเพ่อื ปอ งกนั น้าํ ฝนชะ ระยะกอ นออกดอก เมอื่ ฝนเรม่ิ ท้งิ ชวงใหใสป ยุ ที่มีธาตอุ าหารตวั กลางและตัวหลงั สงู เชน สูตร 8-24-24 หรอื สตู ร 9-24-24 ประมาณ 2-3 กโิ ลกรัม/ตน ระยะตดิ ผล ใสปยุ สตู ร 15-15-15 หรือสูตร 16-16-16 ปริมาณ 1-2 กิโลกรัม/ตน กอนเก็บเกยี่ ว 1 เดอื น ใสป ยุ สตู ร 12-12-17-2 หรอื 13-13-21 หรือ 14-14- 25 อตั รา 1-2 กิโลกรัม/ตน โดยการหวานลงทั่วบริเวณทรงพุม แลวใชค ราดกลบบางๆ หลงั รดนาํ้

5 การตดั แตงกิง่ ตดั แตง กงิ่ กอ นการใสปยุ ตดั กงิ่ ตํ่าทรี่ ะดิน กิ่งเปนโรค กงิ่ แหง ตาย ก่งิ ใบทรงพุม ทไี่ ม ไดร บั แสงแดด หลงั จากเก็บเกีย่ วแลวใหต ัดแตงกิง่ โดยเร็ว ตดั กานผลที่เหลอื คางออกใหหมด โดยตดั ลกึ เขา ไปอีกประมาณ 1 คบื เพ่ือใหม ีการแตกยอดใหมทด่ี ี การปอ งกนั กําจัดวชั พชื กระทาํ ทกุ ครง้ั กอ นใสป ยุ ปองกันไมใหวัชพชื ขน้ึ ในสวนอยา งหนาแนน อาจใชรถ ตดั หญา หรอื ใชสารเคมีควบคมุ โรคและการปองกันกาํ จดั โรคราแปง เชือ้ รา สาเหตุ อาการรนุ แรงจะเกดิ ที่ดอกและผลออนขนาดเทา หัวไมขดี จะมผี ง สขี าวๆ คลา ยแปงเกาะอยูทําใหด อกและผลออนรวง หรอื ถาไมรวงก็ ลกั ษณะอาการ เจรญิ เตบิ โตไดแ ตเ ชอื้ ราจะเขาทําลายตามซอกขน ปลายขนทําใหเงาะ ขนกดุ ขนเกรยี น ผวิ กราน นอกจากน้นั แลว เชื้อรายงั เขา ทําลายใบ ชวงเวลาระบาด ออ นที่อยตู ามก่งิ ในทรงพมุ หรือ การปอ งกันกําจดั ตน กลา ออ น ซ่ึงเปน แหลง สะสมโรคเพอื่ การระบาดในระยะดอกและ ผล ในปถัดไป โรคจุดสนมิ ระบาดมากในชว งทีเ่ งาะออกดอกติดผล สาเหตุ ในชว งทเ่ี งาะออกดอกติดผลใหใ ชก ํามะถนั ผง ฉีดพน ในชวงเชา หรอื เยน็ สว นสารเคมีชนดิ อน่ื ท่ีใชไดด ี ไดแ ก เบนโนมลิ ไดโนแคป พารา ลกั ษณะอาการ โซฟอส เปน ตน การปอ งกันโรคอกี ทางหนึ่ง คอื เก็บเอาผลเงาะที่เปน เงาะแหง ดาํ อยกู บั ตน รวมท้ังเก็บกง่ิ แหงท่ีรวง หลน เผาทําลาย ชวงเวลาระบาด การปอ งกนั กําจดั สาหราย กลมุ ของสาหรายจะขนึ้ บริเวณผิวใบ เปน จดุ สเี ทาออ นปนเขียว และ เปลยี่ นเปน สแี ดงคลา ยกํามะหย่ี สวนอาการทร่ี นุ แรงทีจ่ ะเกดิ ทีก่ ง่ิ ทํา อนั ตรายตอ ผวิ เปลอื ก ทาํ ใหเ ปลอื กแตกรอน กิ่งแหงตายในเวลาตอ มา เมอ่ื ความช้ืนในอากาศสงู ฉดี พนดว ยคอปเปอรอ อกซีคลอไรด คปู ราวทิ หรือซแี นป ในกรณีที่ เปน ทก่ี ง่ิ รนุ แรง ใหต ัดเผาทําลายแลว ทาบริเวณรอยแผลดวย สารเคมี ดงั กลา วขา งตน

6 โรคราสีชมพู เชอ้ื รา สาเหตุ ทกี่ งิ่ และลาํ ตนจะเหน็ เสน ใยของเชือ้ ราประสานกันเปนดวง แผขยาย ออกไปจนรอบกิ่ง ใบเหลอื งรว ง ก่ิงแหง ภายในเวลาตอมา ลกั ษณะอาการ ระบาดมากในชวงทม่ี ีอากาศชื้น ฉดี พนดวยคอปเปอรอ อกซคี ลอไรด หรือแคปแทน สว นก่ิงที่เปนโรค ชวงเวลาระบาด รนุ แรงใหต ดั เผาทําลายเสยี การปอ งกันกําจัด เชื้อรา โรคราดาํ พบอาการของโรคไดทัง้ ใบ ก่ิง ชอดอก และผล ความเสียหาย จะเกิดท่ี สาเหตุ ผล ผลเงาะทถี่ กู ทาํ ลายจะมีเขมาสีดาํ ปกคลมุ ……………………………. ลกั ษณะอาการ ฉดี พน สารเคมีจาํ พวก ไดเมทโธเอท หรือ คาบารลิ ในขณะที่เงาะ กาํ ลงั ผลใิ บและชอดอกเพอื่ ปองกันแมลง และอาจใชส ารเคมีปองกนั ชวงเวลาระบาด กาํ จดั เชอ้ื ราควบคกู นั ไปดว ย การปอ งกนั กาํ จัด เช้ือรา โรคผลเนา แผลจะเปน รอยชา้ํ สนี า้ํ ตาล และเนาลุกลามขยายใหญข นึ้ ตอมา สาเหตุ จะเปลยี่ นสเี ปน สนี า้ํ ตาลจนถึงดาํ ทําใหผลรว ง ในชว งทม่ี ีฝน ลกั ษณะอาการ ฉดี พน ดวยแคปตาโฟล แมนโคแซบ และควรหยดุ การฉดี พนกอน เก็บผล 15 วัน ชว งเวลาระบาด การปอ งกันกําจดั แมลงและการปอ งกันกาํ จดั หนอนคบื กนิ ใบ หนอนทฟี่ ก ตวั ออกมาใหมๆ จะมสี เี ขยี วออน และมีแถบสี น้ํา ลกั ษณะและการทาํ ลาย ตาลขา งลาํ ตวั เม่อื โตขน้ึ จะมีสตี าง ๆ เชน สีน้ําตาล เขียวออน หรอื เหลอื งปนนาํ้ ตาล มขี นาดโตเต็มที่ประมาณ 3-4 ชว งระบาด เซนตเิ มตร เคลอ่ื นไหวไดเ รว็ มาก ตัวหนอนเมอ่ื เรม่ิ ออกจาก ไขจ ะกนิ ใบออนรวมทงั้ ยอดออนเม่อื โตขึน้ จะกนิ ทัง้ ใบออ นและ ใบเพสลาด รวมท้ังใบแกห มดทง้ั ใบ ระยะแตกใบออ น

การปอ งกันกาํ จดั 7 หนอนรานกนิ ใบ ในระยะทย่ี อดแตกใบออนควรฉดี พน ดวยสารเคมีจําพวกคาร ลกั ษณะและการทําลาย บารลิ ถา พบหนอนระบาดมากและหนอนมีขนาด โตแลว ควร พนดว ยโมโนโครโตฟอส ชว งระบาด การปอ งกันกําจัด ลกั ษณะและการทาํ ลาย ตวั เตม็ วยั เปนผเี สอ้ื กลางคืน ขนาด เลก็ ตวั หนอนสีเหลอื ง ออนมกี ลุม ขน 10 คู บนลาํ ตัว และ หนอนกนิ ชอเงาะ ดา นขา งอกี ขางละ 10 ปมุ ตัวหนอนจะเกาะกลมุ เรียงกันเปน ลกั ษณะและการทาํ ลาย แถวแทะกนิ ใบ พืชเฉพาะสีเขยี วจนเหลอื กา นใบเปนโปรง ๆ ระบาดในฤดแู ลง ชว งระบาด เมอื่ พบใบเงาะแหง หรอื มรี อยทาํ ลายใหต รวจดู ถาพบ หนอน การปอ งกนั กําจัด ใหน าํ ใบเงาะไปเผาทาํ ลาย และเมอ่ื พบ หนอนระบาดมากควร พน ดวยคารบาริลใหท ่ัว หนอนเจาะข้ัวผลเงาะ ลกั ษณะและการทําลาย หนอนกินชอเงาะมีหลายประเภท เชน หนอนกระทดู อก เงาะจะกินดอกเงาะจนหมดเปน ชอ ๆ โดยสรา งทางไปตาม ชวงระบาด กง่ิ ชอ ดอก โดยใชม ูลของหนอนและใย หนอนอกี ชนิดหนึ่งคอื การปอ งกันกําจัด หนอนรงั จะทาํ ลายดอกเงาะโดยชักใยเอาชอ ดอกเงาะมารวม กนั เปน กลมุ หลวม ๆ แลว ตัวหนอนจะกดั กนิ ดอกเงาะเหลือ แตก าน ……………………………. หมน่ั ตรวจดตู ามชอ ดอกเมอ่ื พบทางสนี ้าํ ตาลใหแ กะดูแลว จบั ตวั หนอนทาํ ลายถา หากมีหนอนระบาดมากๆ ให พน ดว ย โมโนโครโตฟอส หรือเมธามโิ ดฟอสใหท วั่ ยกเวน ชวงดอกบาน ไมส ามารถสงั เกตการทาํ ลายไดจ ากภายนอก แตเมื่อ ปอก เปลอื กออกจะพบหนอนกดั กนิ อยูท ีข่ วั้ พบมากบรเิ วณทรงพมุ ทเ่ี งาะตดิ กนั หรือชอ เงาะที่อยูในรม คาดคะเนวา เกิดข้ึนโดย ผเี ส้อื ตวั เมยี วางไขไ วใกลขั้วเงาะ แลวตวั หนอนเจาะเขา ไป เจรญิ เติบโตภายในผล เม่ือเงาะเร่ิมเปลย่ี นสแี ละฝนตกชกุ เมือ่ เงาะเร่มิ แกควรพน ดวยคารบารลิ ทกุ 7 วัน และหยดุ พน สารกอ นเกบ็ ผลอยางนอย 10 วนั และใหเกบ็ ผลที่รวงหลน นาํ ไปฝง หรอื เผาไฟ เพ่ือปองกนั การระบาดในฤดูตอ ไป

เพลี้ยไฟเงาะ 8 ลกั ษณะและการทาํ ลาย ทง้ั ตวั ออ นและตวั เตม็ วยั จะดดู กินน้ําเล้ียงจากดอกทําให ดอก ชวงระบาด แหง และรว ง สวนผลออนท่ีถูกทําลายท่ีขนจะเปน รอยสะเก็ด การปอ งกันกาํ จดั แหง สนี า้ํ ตาล ปลายขนมว นหงิกงอและแหง ระบาดรนุ แรงในชวงอากาศรอ นและแหง ใหฉ ดี พน สารฆา แมลงจาํ พวก ไซฮาโลธนิ และโปรไซโอฟอส และ งดการฉดี พนในชวงดอกบาน การเกบ็ เกีย่ ว เงาะเรมิ่ ใหผลผลิตไดต ัง้ แตอายุ 3 - 4 ป เงาะท่มี ผี ลแกพรอมเกบ็ เก่ยี วไดใชเ วลา ประมาณ 130-160 วนั หลังจากดอกบานหมด เงาะโรงเรยี นอายุประมาณ 10 ป ใหผล ผลติ ประมาณ 2,000 กโิ ลกรมั /ไร เงาะพนั ธุส ีชมพู อายปุ ระมาณ 10 ป ใหผ ลผลติ ประมาณ 3,500 กโิ ลกรมั /ไร ผลเงาะทแ่ี กจดั พรอ มเกบ็ เก่ียว ขนและสีของผลเงาะเร่มิ เปลี่ยนสจี ากสเี ขยี วเปนสี เหลอื งออน หรือสีแดงแลวแตสายพนั ธขุ องเงาะ

9 การแปรรปู เงาะสามารถนาํ ไปใชป ระโยชนไ ดเฉพาะสว น เนอื้ ผลสดนาํ มาเปน อาหารประเภทของหวาน ซ่งึ จาํ หนา ยไดทั่วตลาดภายในประเทศ และสง ออกจาํ หนา ยตา งประเทศ เงาะสามารถแปรรูปเปนผลิตภัณฑตา ง ๆ ไดห ลายรปู แบบ ซึง่ เปน การเพ่มิ ความหลาก หลายให ผบู รโิ ภค และทีส่ ําคัญเปนการเพม่ิ มลู คาของเงาะใหม รี าคาสูงขน้ึ ทัง้ น้ีเนื่องจากหลงั การเก็บเกี่ยว ผลผลิตแลวไมสามารถเก็บไดนาน เพราะเน้ือผลจะเละและมีน้ําหวานไหลเย้ิม โดยเฉพาะในป ใดทผ่ี ลผลติ เงาะออกสูทองตลาดมาก ราคามกั ตกตํา่ การนาํ มาแปรรูปเปน การ แกปญหาราคาผล ผลิตตกต่ําได เชน การทําเปนเงาะแชอิ่มอบแหง การทําเงาะกระปอง เงาะกวน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook