Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore eightteen

eightteen

Description: eightteen

Search

Read the Text Version

คำนำ สมุนไพรเป็นสิ่งที่สังคมไทย ให้การยอมรับในการใช้บำบัดบรรเทาและฟ้ืนฟู รักษาโรค ตามวิธีการแพทย์แผนไทยมาแต่คร้ังบรรพบุรุษ เป็นเวลาช้านาน ซึ่ง สมุนไพรนั้นเป็นสิ่งท่ีอยู่ใกล้ตัวในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก คุณประโยชน์ของ สมุนไพรน้ันได้รับการพิสูจน์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในด้านผลการรักษาและความ ปลอดภัย เมื่อมีการนำมาใช้อย่างถูกต้องตามวิธีการแพทย์แผนไทย ประกอบกับ สภาวะการปจั จุบัน มีวธิ ีการรกั ษาตามวธิ ีการแพทย์แผนปัจจุบนั จะตอ้ งนำเข้า ตวั ยา และสารเคมี เพื่อใชใ้ นการรักษานั้นเป็นมลู คา่ มหาศาล ดังนั้นหากมีการนำองค์ความรู้ของบรรพบุรุษ แต่คร้ังโบราณกลับมาใช้ เพื่อเป็นการพ่ึงพาตนเอง ในครัวเรือนท้ังยังเป็นการทดแทนการใช้ยาแผนปัจจุบัน เป็นการลดภาระการนำเข้าตัวยาและสารเคมีจากต่างประเทศได้เป็นอย่างดี เพราะ สมนุ ไพรสว่ นมากจะสามารถหาได้ ในครัวเรือนและชมุ ชนนนั้ เอง หนังสือเล่มน้ีจึงเป็นอีกหน่ึงทางเลือกในการนำองค์ความรู้ด้านสมุนไพรมา ประยุกต์ใช้ในการพึ่งพาตนเองด้วยสมุนไพรและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะ เป็นประโยชน์ในการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรใกล้ตัว และเป็นประโยชน์ในการต่อ ยอดองคค์ วามรู้จากการใชส้ มนุ ไพรในโอกาสต่อไป

สารบญั กระเพาะปลูกสมนุ ไพร หน๕า้ ขมิ้นชัน ๖ ไพล การเตรยี มสมุนไพรหลังการเกบ็ เก่ียว ๑๑๒๕ ผลติ ภณั ฑย์ าจากสมนุ ไพรทีช่ มุ ชนสามารถผลิตเพือ่ เศรษฐกิจชุมชน ๑๗ ลกู ประคบสมนุ ไพร ๑๘ การปรุงลูกประคบสมนุ ไพร ๑๙ การหอ่ ลูกประคบสมนุ ไพร ๑๙ ตน้ ทนุ การผลิตลกู ประคบสมุนไพร ๒๐



การแปรรปู ผลิตภัณฑจ์ าก พชื สมุนไพร การเพาะปลูกสมุนไพร ๕ การปลูกพืชสมุนไพรมีความจำเป็นมาก เพราะการใช ้ สมุนไพรในอดีตเป็นการเก็บจากธรรมชาติ แต่ไม่มีการปลูก ทดแทนจึงทำให้จำนวนสมุนไพรลดลงขณะน้ีพืชสมุนไพรได้รับ ความสนใจในฐานะ ท่ีเป็นยารักษาโรคเพ่ิมขึ้น จึงจำเป็นต้องมี แหล่งสมุนไพรมากขึ้น ท้ังน้ีเพ่ือประโยชน์ในการพัฒนาสมุนไพร คือเป็นแหล่งตัวอย่าง แหล่งขยายพันธ์ุ และแหล่งวัตถุดิบเพื่อใช้ เป็นยา การเพาะปลูกสมุนไพรให้มีคุณภาพมาตรฐานแน่นอน ควรมี หลักเกณฑ์ วิธกี ารทด่ี ีในการเพาะปลูก (Good Agrotechnological Practices, GAP) มปี จั จัยที่ตอ้ งคำนงึ คือ ๑. รายละเอียดทั่วไปของพืช เช่น วงศ์พืช ส่วนที่ใช้ และ ประโยชน์ หรอื อ่นื ๆ ๒. ลักษณะเฉพาะของพืช ๓. สภาพของดนิ และภูมอิ ากาศทเี่ หมาะสม ๔. การเตรียมพืน้ ที่และการแพร่พนั ธุ ์ ๕. การใหป้ ุย๋ การใหน้ ำ้ และการบำรุงรกั ษา ๖. โรคพืชและศตั รขู องพืช ๗. การเก็บเกย่ี วและผลผลติ คู่มือการแปรรปู ผลติ ภณั ฑจ์ ากพชื สมุนไพร

ขม้นิ ชัน ช่อื วิทยาศาสตร์ Curcuma longa Linn. ชอ่ื ทอ้ งถนิ่ ขมิ้นแกง ขม้ินชัน ขม้ินหยอก ขม้ินหัว ขมี้ ้นิ ตายอ สะยอ หม้นิ ส่วนท่ีใชเ้ ป็นยา เหง้า สรรพคุณ เหง้ารสฝาดหวานเอียน แก้ไข้เบื่อดี คลง่ั เพอ้ แก้ไข้เรอ้ื รัง ผอมเหลือง แกโ้ รคผิวหนงั แก้ เสมหะและดลหิต แก้ท้องร่วง สมานแผล แก้ธาตุ พิการ ขับผายลม แก้ผ่ืนคัน ขับกล่ินและส่ิงสกปรก ในร่างกาย รกั ษาแผลในกระเพาะอาหาร แกท้ อ้ งร่วง แกบ้ ิด รายงานวิจยั ปจั จบุ นั จากการศึกษาพบวา่ ขม้นิ มี ฤทธ์ิขับลม รักษาอาการท้องอดื ทอ้ งเฟ้อ ปวดท้อง แน่น จุกเสียด อาหารไม่ยอ่ ย ฆา่ เช้ือรา ป้องกันตบั อกั เสบ รักษาสิว สภาพแวดลอ้ มทีเ่ หมาะสม ดนิ ขมิน้ ชอบดินรว่ นซุย pH ระหวา่ ง ๕ - ๗ มกี ารระบายนำ้ ดี พนื้ ท่ที มี่ นี ำ้ ขัง หรือมีความช้ืนสูงเกินไปหรือมีการระบายน้ำไม่ดี จะทำให้เหง้าขมิ้นเน่าเสียหายได้ ดังนั้น ดินเหนียวหรือดินท่ีเป็นลูกรังและพ้ืนท่ีที่ค่อนข้างแห้งแล้ง จึงไม่เหมาะสมต่อ การปลูกขม้ิน ขม้ินสามารถปลูกบนพื้นที่ท่ีสูงต้ังแต่ระดับน้ำทะเลจนกระท่ังความสูง ประมาณ ๑,๓๕๐ เมตร ปลกู กนั มากทรี่ ะดับความสูง ๔๕๐ - ๙๐๐ เมตร เหนือระดับ น้ำทะเลปานกลาง น้ำ ขมิ้นชอบบริเวณพื้นท่ีท่ีความช้ืนสูง ต้องการน้ำฝนเพ่ือการเจริญเติบโต ประมาณปีละ ๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ มิลลิเมตร หรือท่ีมีปริมาณน้ำฝน ๑,๒๐๐ - ๑,๔๐๐ มิลลิเมตรต่อปี ในเวลา ๑๐๐ - ๒๐๐ วัน ฉะน้ันถ้าปลูกในที่ท่ีมีปริมาณน้ำฝนน้อย ต้องมีระบบการใหน้ ำ้ หรือชลประทานชว่ ย อากาศ ขมิ้นชันขึ้นได้ดีในสภาพอากาศร้อน ไปจนถึงอบอุ่น ท่ีมีความชื้นและ ปรมิ าณนำ้ พอเพยี ง ๖ ๑๙ ผลสำเร็จทีโ่ ดดเดน่ ของศนู ย์ศกึ ษาการพัฒนาภูพานอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ

การลัดเลือกพนั ธุ์ ควรคดั เลือกพนั ธท์ุ ่ีเหง้าสมบรณู ์ มอี ายเุ ก็บเกย่ี วระหว่าง ๗ - ๙ เดือน หรือตง้ั แต่ ๗ เดือนขึ้นไป ทัง้ หวั หรอื แง่งควรมีตามากกว่า ๒ - ๕ ตาขน้ึ ไป มีความแกรง่ ไม่ เล็กลีบ ปราศจากโรคและแมลงศตั รู การขยายพันธุ์ ขม้ินชันใช้วิธกี ารขยายพนั ธุ์แบบไมใ่ ชเ้ พศ โดยสว่ นทีใ่ ชข้ ยายพันธุ์ คือเหงา้ การปลกู ๑. ฤดูเพาะปลูก ส่วนมากจะอยู่ในช่วงฤดูฝนหรือก่อนฤดูฝนเล็กน้อย ประมาณ เดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม การเพาะปลูกขมิ้นในเขตชลประทานจะ ใช้เวลางอกประมาณ ๑๕ วัน แต่ถ้าปลูกในที่ราบอาศัยน้ำฝนจะใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน จากนั้นอีกประมาณ ๕ - ๖ เดือน จะเป็นช่วงเวลาการเจริญเติบโตทาง ลำต้นและใบ การเจริญเติบโตทางลำต้นและใบนี้จะส้ินสุดลงในราวเดือนกันยายนถึง เดือนตุลาคม ต่อไปจะเป็นการเจริญเติบโตของเหง้าและเร่ิมออกดอกในช่วงเดือน พฤศจิกายน แต่ขมน้ิ บางต้นและบางปเี ทา่ น้นั ทีจ่ ะมกี ารออกดอก ซ่งึ การออกดอกของ ขมิ้นเป็นสิ่งที่ต้องการของเกษตรกร เพราะมีผลทำให้เหง้าขม้ินเจริญเติบโตและมี ขนาดเล็กลง ดังนนั้ เกษตรกรจงึ ควรตดั ชอ่ ดอกต้งั แตใ่ นระยะเรมิ่ แรก ๒. การเตรียมดิน การเตรียมดินปลูกขมิ้นชันจำเป็นต้องขุดหรือไถพรวนเพื่อให้ ดินร่วนซุยขึ้น ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีวัชพืชมากและหน้าดินแข็งควรไถพรวนไม่น้อยกว่า ๒ คร้ัง คอื ไถดะ เพอ่ื กำจดั วชั พืชและเปดิ หน้าดนิ ใหร้ ว่ นซยุ แลว้ ตากดนิ ไว้ ๑ - ๒ สัปดาห์ เพ่ือทำลายไข่แมลง เช้ือโรคในดิน และไถแปร เพ่ือกลับหน้าดินทำให้ดิน ร่วนซุยและละเอียดข้ึน พร้อมกับเก็บเศษไม้และวัชพืชออกจากแปลงให้หมด ถ้าเป็น ดินเหนียวจัดควรใส่ปยุ๋ หมกั ปยุ๋ คอก อตั รา ๑ ตนั /ไร่ เพือ่ ปรับปรงุ สภาพดนิ การเตรยี ม ดนิ ควรไถพรวนกอ่ นต้นฤดฝู น ใหม้ สี ภาพพร้อมปลกู ในตน้ ฤดูฝน ๓. การเตรียมพันธ์ุ ทอ่ นพนั ธทุ์ ใ่ี ชม้ ี ๒ ชนิด คอื แงง่ แม่หรือหัวทมี่ ลี กั ษณะกลม หนา ส่วนอีกชนิดหนึง่ คือ แงง่ นิ้วมือมีลกั ษณะเรยี วยาว ท่อนพนั ธุ์ทใ่ี ช้น้อี าจจะใชท้ ั้ง ทอ่ นยาว ๆ โดยไม่ต้องตัดหรือจะตดั เปน็ ทอ่ น ๆ ให้มีตาตดิ อยูป่ ระมาณ ๑ - ๒ ตา ก็ได้ ท่อนพันธุ์ที่ได้จะนำไปปลูกในแปลงทันทีหรือนำไปเพาะก่อนก็ได้ แต่ถ้าท่อนพันธ์ ุ ก่อนนำไปปลูก ให้นำท่อนพันธุ์ไปกองไว้ในท่ีร่มช้ืนและเย็น นำมูลสัตว์หรือโคลนตม คู่มือการแปรรปู ผลิตภัณฑ์จากพชื สมนุ ไพร ๗

คลุมทิ้งไว้ประมาณ ๓๐ วัน ท่อนพันธ์ุจะงอกแตกหน่อขึ้นมา สามารถนำไปปลูกใน แปลงได้ในพื้นท่ี ๑ ไร่ จะใช้ท่อนพนั ธ์ุประมาณ ๔๐๐ กโิ ลกรัม ท่อนพนั ธุ์ชนดิ แงง่ แม่ หรือหัวซง่ึ ตัดเปน็ ท่อน ๆ ให้มตี าประมาณ ๑ - ๒ ตา จะใหผ้ ลผลติ สงู กว่าการปลกู ด้วยวิธีอ่ืน ๆ ก่อนปลูกแช่ท่อนพันธ์ุด้วยสารเคมีป้องกันเชื้อรา และแมลง เช่น แช่ ดว้ ยมาลาไธออน หรือ คลอไพรฟี อส ๑ - ๒ ช่ัวโมง ตามอัตราแนะนำ เพอื่ ป้องกัน เพลี้ยหอย ๔. การเตรยี มแปลง การเตรยี มแปลงปลกู มี ๒ รปู แบบ คือ ๔.๑ แปลงปลกู สภาพพืน้ ราบเหมาะสมกบั พนื้ ทที่ ่มี กี ารระบายน้ำด ี ๔.๒ แปลงปลูกสภาพยกสันร่อง หรือยกแปลงให้สูงจากระดับดินเดิมและมี รอ่ งระบายนำ้ เหมาะกับสภาพพน้ื ทีล่ ่มุ หรอื พน้ื ทีร่ าบตำ่ มกี ารระบายน้ำไม่ดีเม่อื ปลกู พืชแล้วอาจมีนำ้ ทว่ มขัง ทำใหพ้ ืชเสยี หายได้ การยกสันรอ่ ง ควรทำสนั นูนสูง ๒๐ - ๓๐ เซนติเมตร กว้าง ๔๕ - ๕๐ เซนตเิ มตร ในกรณียกแปลงปลูกขนาดที่ง่ายต่อการ ดูแลรักษาควรกวา้ ง ๑๐๐ - ๑๕๐ เซนติเมตร สงู ๑๕ - ๒๐ เซนตเิ มตร ความยาวขนึ้ อยู่กับความเหมาะสมและขนาดของพื้นทแี่ ปลง ๕. วิธีปลูก การปลูกขมิ้นนิยมปลูกทั้งแบบยกร่องและไม่ยกร่อง แต่ในเขตท่ีมี การชลประทานหรือมีน้ำดีนิยมปลูกแบบยกร่อง เพื่อช่วยในการระบายน้ำ ร่องปลูก จะกวา้ งประมาณ ๕๐ - ๖๐ เซนตเิ มตร สูงประมาณ ๒๕ เซนตเิ มตร ความยาวไม่ จำกัดหรอื เปน็ ช่วง ช่วงละประมาณ ๑๐ - ๒๐ เมตร กไ็ ดเ้ พอ่ื ความสะดวกในการดูแล รกั ษา ใชร้ ะยะปลูกประมาณ ๑๕ x ๑๕ เซนตเิ มตร ใหฝ้ งั ทอ่ นพนั ธขุ์ มนิ้ ลกึ ประมาณ ๕ - ๗ เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก รองก้นหลุมในอัตรา ๑ กระป๋องนม (ประมาณ ๒๕๐ กรัม) ตอ่ หลมุ คลกุ เคลา้ ใหเ้ ข้ากับดนิ ก้นหลุม นำหวั หรือแง่งพันธทุ์ ่ี เตรียมไว้ลงปลกู แล้วกลบดนิ กับหนา้ ประมาณ ๕ - ๑๐ เซนติเมตร ฉะนนั้ ในร่องหนึง่ ๆ จะปลกู ขม้นิ ไดป้ ระมาณ ๓ แถว การปฏบิ ตั ิดูแลรักษา ๑. การคลุมแปลง หลังจากปลูกเหง้าพันธ์ุแล้ว ควรใช้ฟางข้าวหรือใบหญ้าคา หรือวัสดุอย่างอ่ืนที่มีคุณสมบัติเหมือนกันคลุมแปลงปลูก เพื่อลดการระเหยของน้ำใน ดนิ และชว่ ยรกั ษาความชื้นในดนิ ซง่ึ จะมีผลดีต่อการงอกของขม้ินชัน ๘ ๑๙ ผลสำเร็จท่โี ดดเด่นของศูนยศ์ กึ ษาการพฒั นาภพู านอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ

๒. การให้น้ำ ขม้ินเป็นพืชที่ต้องการความช้ืนสูง แต่ไม่ต้องการสภาพที่ชื้นแฉะ หลังจากปลกู เหงา้ พันธุ์แล้ว ควรรดนำ้ ให้ช่มุ เพอื่ รกั ษาความช้ืนของดินให้เหมาะสมตอ่ การงอก ลำอย่างต่อเนื่องในระยะเร่ิมปลูกจนถึงระยะที่ต้นยังมีขนาดเล็กควรให้น้ำ อย่างสม่ำเสมอหรือให้น้ำเมื่อเห็นว่าดินแห้ง โดยเมื่อพืชเริ่มโตการให้น้ำควรลดลง หรือให้ตามความเหมาะสม โดยทั่วไปในฤดูฝนท่ีมีฝนตกสม่ำเสมอไม่จำเป็นต้องให ้ น้ำเพ่ิม และควรระมดั ระวงั ไมใ่ หม้ นี ้ำทว่ มขังในแปลงปลกู นาน ๆ เพราะจำทำให้ตน้ เนา่ เสยี หายได้ และหยดุ การใหน้ ้ำในระยะท่ีตน้ เรม่ิ มีใบสเี หลอื งในฤดแู ลง้ ซง่ึ เป็นช่วง ที่ขมิน้ ชนั เขา้ ส่รู ะยะพักตวั ๓. การใส่ปุย๋ ควรเร่งใสป่ ุ๋ยอินทรยี ์ แตก่ ็สามารถใชป้ ุ๋ยวทิ ยาศาสตรแ์ ทนได้ เช่น เดียวกนั ซึ่งการใส่ปุ๋ย N : P ที่ ๑๕ : ๑๐ ทำใหไ้ ด้ผลผลติ และปริมาณสารเคอคิวมนิ ในเหง้าเพิ่มมากข้ึน แต่ต้องระมัดระวังอย่าให้ปุ๋ยสัมผัสกับต้นขม้ินท้ังลำต้นใต้ดินและ ลำต้นเหนือดิน ปกติไม่ควรปลูกขมิ้นซ้ำอยู่ในท่ีเดียวกันหลาย ๆ คร้ัง ท้ังนี้เพ่ือหลีก เลย่ี งปัญหาการขาดแคลนความอุดมสมบรูณ์ของดนิ ซงึ่ จะมีผลทำใหผ้ ลผลติ ลดต่ำลง ระยะเวลาใสป่ ๋ยุ ใสห่ ลงั การปลกู ๑ - ๒ ครัง้ ตามความเหมาะสม คร้งั ท่ี ๑ เมื่ออายปุ ระมาณ ๑ - ๒ เดอื น หรอื ขมน้ิ ชันทปี่ ลกู มกี ารงอก ๕๐ % ข้ึนไป ใส่ประมาณคร่ึงช้อนแกง (ประมาณ ๑๕ กรัม) ต่อต้น หรือประมาณ ๕ กโิ ลกรัมต่อไร ่ คร้ังท่ี ๒ เมื่ออายุประมาณ ๒ - ๔ เดือน ใส่ประมาณ ๑ ช้อนแกง (ประมาณ ๓๐ กรัม) ต่อตน้ วิธีใส่ปุ๋ย ควรใส่ห่างจากโคนต้น ๘ - ๑๕ เซนติเมตร โดยขุดหลุมฝัง หรือ หว่านระหวา่ งแถวปลกู แล้วพรวนดินกลบ หลังใสป่ ุ๋ยทกุ คร้ังต้องใหน้ ้ำทนั ท ี ๔. การกำจัดวัชพชื ควรเอาใจใสด่ แู ลกำจัดวัชพชื อย่างสมำ่ เสมอ โดยเฉพาะใน ช่วงแรกหลังตน้ งอกและระยะทีต่ ้นยงั เล็ก กรณีทีม่ ีวัชพชื ขึ้นมากควรใช้จอบดายหญา้ และพรวนดินเข้าโคนตน้ ไปพร้อม ๆ กัน บรเิ วณโคนควรใชม้ ือถอนวชั พืชจะดกี วา่ ใช้ จอบดายหญ้า เพราะอาจจะทำความเสียหายใหพ้ ชื ทีเ่ ราปลกู ได้ ๕. การพรวนดิน ส่วนใหญ่แล้วจะพรวนดินและดายหญ้าไปพร้อมกันหรือพวน ดินเมื่อหน้าดินแน่น ดูดซับน้ำได้ช้า การพรวนดินจะทำให้ดินร่วนซุย ดูดซึมซับน้ำ และสารอาหารได้ดี ซึ่งจะช่วยให้ระบบรากพืชใช้น้ำและปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขน้ึ คูม่ ือการแปรรปู ผลติ ภัณฑ์จากพืชสมุนไพร ๙

๖. การป้องกนั กำจัดโรคและแมลง โรคของขมิน้ ชัน ท่พี บได้แก ่ โรคเหง้าและรากเน่า การให้น้ำมากเกินไป หรือเกิดจากการปลูกซ้ำท่ีเดิม หลาย ๆ ครง้ั ทำให้เกดิ การสะสมของเช้ือโรค การป้องกันกำจัด โรคดังกล่าว เมื่อเกิดแล้วรักษายากในเบื้องต้นควรถอน และทำลายและควรป้องกันก่อนปลูก โดยการหมุนเวียน แปลงปลูกและใช้เหง้าพันธ์ุ ทีป่ ราศจากโรค แมลงศตั รูพืช ได้แก่ ๑. แมลงดูดกนิ นำ้ เล้ยี ง (Scale insect หรอื Sucking insect) เชน่ เพลีย้ หอย มักวางไข่ไว้ท่ีผิวเปลือกเหง้าเห็นเป็นสะเก็ดสีขาว ดูดกินน้ำเลี้ยงทำความเสีย หายแก่ตน้ และเหง้า พบได้ทัง้ ในแปลงและในระยะหลงั เก็บเกีย่ ว ๒. หนอนหรือแมลงกัดกินใบ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช การปอ้ งกนั กำจัด ในเบอื้ งต้นควรทำลาย การเก็บเกีย่ วและการปฏิบตั ิหลงั การเก็บเกย่ี ว การเกบ็ เกีย่ ว หลงั การปลูกขมิน้ ไดป้ ระมาณ ๗ เดือน ใบล่าง ๆ ของขม้นิ จะเร่ิม เปลี่ยนเป็นสีเหลือง แสดงว่าขมิ้นเริ่มแก่แล้ว ให้ปล่อยขมิ้นไว้ในแปลงจนมีอายุ ประมาณ ๙ - ๑๐ เดือน จึงเริม่ ขดุ ซ่ึงอย่ใู นช่วงเดือนพฤศจกิ ายนถึงเดือนธันวาคม วิธีการขดุ การขุดตอ้ งพยายามไมใ่ หจ้ อบโดนเหง้า ถ้าดินแห้งเกนิ ไปในขณะที่จะ ขุดก็ให้รดน้ำก่อนทุกคร้ัง เพ่ือให้สะดวกต่อการขุดและง่ายต่อการเอาดินออกจาก หัวขม้ิน เสรจ็ แลว้ จึงตัดใบ ราก และล้างน้ำใหส้ ะอาด ผลผลิต ขม้นิ กอหนงึ่ ๆ จะมีหวั ประมาณ ๒ - ๘ อนั และมีแง่งนิว้ มือประมาณ ๑๐ - ๔๐ อนั ใหผ้ ลผลติ ประมาณ ไรล่ ะ ๓,๒๐๐ - ๓,๕๐๐ กิโลกรมั สำหรับบนพ้นื ทท่ี ี่ มีการชลประทาน แต่ถ้าปลูกนอกเขตพ้ืนที่ชลประทานหรืออาศัยน้ำฝนจะให้ผลผลิต ต่ำกว่าน้ี ส่วนผลผลิตจากการปลูกขม้ินชัน เป็นพืชแซมไร่อ่ืน ๆ จะได้ผลผลิตสด ประมาณ ๒๐๐ - ๓๐๐ กิโลกรมั /ไร่ นอกจากนผ้ี ลผลิตของขมน้ิ ยังขนึ้ อยูก่ บั ระยะห่าง ของการปลกู พันธุ์และแหล่งปลกู ด้วย ๑๐ ๑๙ ผลสำเรจ็ ทโ่ี ดดเดน่ ของศูนย์ศกึ ษาการพฒั นาภูพานอันเน่อื งมาจากพระราชดำริ

การทำความสะอาด คัดแยกหัวและแงง่ ออกจากกัน ตัดรากและส่วนตา่ ง ๆ ที่ ไม่ต้องการทิง้ อาจใช้แปรงชว่ ยขัดผิว คดั เลอื กสว่ นทสี่ มบรูณ์ปราศจากโรคและแมลง นำมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง จากนั้นคัดแยกส่วนของผลผลิตที่จะนำไปทำ แห้งและเก็บรกั ษาไว้ทำหวั พันธ์ตุ ่อไป การเก็บรักษาเหง้าพันธุ์หรือเหง้าสด การเก็บเกี่ยวขมิ้นชันจะเก็บเก่ียวในช่วง ฤดูแล้ง และจะเรม่ิ ปลกู ใหมใ่ นตน้ ฤดฝู น จะมีระยะท้งิ ชว่ งห่างประมาณ ๒ - ๓ เดือน ดังนั้นการเก็บรักษาที่เหมาะสมจะช่วยลดหรือหลีกเล่ียงความเสียหายของเหง้า พนั ธไ์ุ ด้ โดยวางเหง้าพนั ธุ์ผง่ึ ไว้ในทร่ี ่ม สะอาด ปราศจากเชอ้ื โรค แมลงและสัตว์ต่าง ๆ รบกวน มีอากาศถา่ ยเทสะดวก พ้ืนท่ีเก็บแหง้ และปราศจากความช้ืน การทำให้แห้ง กระทำไดโ้ ดยนำขม้ินไปต้ม ตากให้แห้งและขัดเปลือกให้สะอาด เวลาที่ใช้ ต้มประมาณ ๑ - ๖ ชัว่ โมง ขน้ึ อยูก่ บั ปริมาณ ขม้นิ การต้มมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ทำให้เซลลข์ อง ขมน้ิ ตายและปอ้ งกันการระเหยของน้ำ เม่ือนำ ไปตากแห้งแง่งขม้ินจะมีลักษณะตึงสวยและ เกบ็ ได้นาน ขม้นิ ที่ตม้ เสร็จแล้วจะมีเนือ้ อ่อนนุม่ สเี หลอื งเข้ม บางแหง่ นยิ มแชข่ มิ้นใน น้ำปูนใสก่อนที่จะนำไปตากแห้ง เพ่ือให้มีความแห้งอย่างสม่ำเสมอ จึงต้องใช้เวลา พอสมควร ซึง่ ปกติจะใช้เวลาประมาณ ๑ - ๒ สปั ดาห์ อัตราการทำแห้ง ผลผลติ สด : ผลผลิตแห้ง เท่ากับ ๖ : ๑ การบรรจุและการเก็บรักษา ขม้ินชันท่ีแห้งแล้วควรบรรจุในภาชนะที่สะอาด ปิดให้สนิท เก็บในที่แห้งสะอาด หากยังไม่ได้นำออกมาผ่ึงในที่ร่มทุก ๓ - ๔ เดือน ไม่ควรเก็บวัตถุดิบขม้ินชันไว้นาน เพราะจากการศึกษาพบว่าปริมาณน้ำมันหอม ระเหยจะลดลงประมาณ ๒๕ % เมื่อเกบ็ ไวน้ าน ๒ ป ี การจำหน่าย การค้าขม้ินระหว่างประเทศจะแบ่งขม้ินออกเป็น ๓ ชนิด คือ ขมนิ้ ชนดิ นิว้ มอื ชนดิ ทงั้ เหงา้ และชนดิ แตกหกั ซ่งึ ขม้ินชนิดนิว้ มือมคี ุณภาพดที สี่ ดุ ราคาจำหนา่ ย หวั สดอยู่ระหว่างกโิ ลกรมั ละ ๖ - ๒๐ บาท ขน้ึ อยูก่ ับปรมิ าณการผลติ สว่ นหวั ขม้ินแหง้ ห่นั แลว้ ๑๒๐ - ๑๕๐ บาท/กิโลกรัม คูม่ อื การแปรรปู ผลติ ภัณฑจ์ ากพชื สมนุ ไพร ๑๑

ไพล ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber montanum (Koening) Link ex Dietr. ชื่อทอ้ งถ่ิน ปูเลย ปลู อย ม้นิ สะล่าง วา่ นไฟ ส่วนทีใ่ ช้ เหง้า สรรพคุณ ภมู ปิ ญั ญาดง้ั เดมิ เหงา้ แก้ฟกช้ำ เคลด็ บวม ขับลมในลำไส้ แกจ้ กุ เสยี ด แก้ปวดทอ้ ง แก้ทอ้ งอืดเฟอ้ ขับระดู ราก ขับโลหิต ทำให้ประจำเดือนมาตามปกติ แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้ท้องผูก แก้เคล็ดยอก แก้โรค ผวิ หนงั แกอ้ าเจียนเป็นเลือด ดอก กระจายโลหิต ขับโลหิต แก้อาเจียนเป็น โลหิต แก้เลอื ดกำเดาออกทางจมกู แกช้ ้ำใน ขบั ระดปู ระจำเดือน รายงานวจิ ยั ปจั จุบนั แก้ปวดเมื่อย แก้เคล็ดยอก รกั ษาอาการอักเสบ ปวด บวม ฟกช้ำ รักษาโรคหอบหดื สภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสม พื้นท่ีปลูก ต้องการดินโปร่ง ชอบดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียวปนทรายมี อินทรียวัตถุสูง มีการระบายน้ำดี ปลูกได้ท้ังที่แจ้งและท่ีร่มรำไร ควรหลีกเล่ียงการ ปลกู ในดินลกู รงั และพื้นทน่ี ้ำขัง การขยายพันธ์ุ โดยใช้เหงา้ การปลกู ๑. ฤดูปลูก ควรปลูกชว่ งต้นฤดูฝน ในราวเดอื นพฤษภาคม ๒. การเตรียมพันธ์ุ ต้องเป็นหัวพันธุ์ทีม่ อี ายมุ ากกวา่ ๑ ปี มตี าสมบรณู ไ์ ม่มีโรค แมลงเขา้ ทำลาย ปล่อยใหห้ วั พนั ธุฟ์ กั ตัวในระยะเวลาหน่ึงแลว้ แช่ใน Indole Acetic Acid (IAA) ที่ระดับความเข้มข้น ๒๕๐ ppm เป็นเวลา ๒๔ เซนติเมตร จะช่วย ๑๒ ๑๙ ผลสำเรจ็ ทโ่ี ดดเดน่ ของศูนย์ศกึ ษาการพัฒนาภูพานอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ

กระต้นุ ให้หวั ไพลงอกไดเ้ ร็วข้นึ จะทำให้ได้ผลผลติ สูงขึ้น โดยแบ่งหัวพนั ธุ์ให้มนี ้ำหนกั ๑๐๐ กรมั /หัวมตี า ๓ - ๕ ตา และชบุ ทอ่ นพนั ธ์ดุ ว้ ยสารเคมีปอ้ งกันเชอื้ รากอ่ นปลกู ใน ๑ ไร่ จะใช้หัวพนั ธ์ุประมาณ ๙๖๐ กิโลกรมั ๓. การเตรียมแปลงปลกู เตรยี มดนิ ให้โปรง่ รว่ นซยุ ดว้ ยการไถพรวนกำจดั เศษ วัสดุและวัชพืช ตากดินไว้ประมาณ ๗ - ๑๕ วัน จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อีกคร้ังแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขุดหลุมขนาด ๒๕ x ๒๕ เซนติเมตร และลึก ๑๕ เซนติเมตร ๔. วธิ กี ารปลูก สามารถทำได้ ๒ วิธี คือ วิธี ๑ ปลูกโดยใช้เหง้าตัดเป็นท่อน ๆ ชุบด้วยสารเคมีป้องกันเช้ือราทิ้งไว ้ สักครู่ แล้วปลูกลงแปลงที่เตรียมไว้ ระยะระหว่างต้นและระหว่างแถว ๒๕ x ๒๗ เซนตเิ มตร และกลบดนิ ใหม้ ดิ หนาประมาณ ๒ - ๓ เซนตเิ มตร คลุมด้วยฟางหรือใบ หญ้าคาตากแห้ง หนาประมาณ ๒ น้วิ รดนำ้ ทนั ที วิธี ๒ ปลูกโดยใช้เหง้าเพาะให้งอกก่อน โดยเพาะเหง้าท่ีตัดเป็นท่อน ๆ ใน กระบะทรายให้แทงยอด แตกใบประมาณ ๒ - ๓ ใบ จึงย้ายลงปลูกในแปลงปลูก การปฏบิ ตั ดิ ูแลรักษา ๑. การให้น้ำ ในระยะแรกของการปลูกต้องคอยดูแลอย่าให้พืชขาดน้ำ ต้อง รดนำ้ สมำ่ เสมอ จนกวา่ พืชจะต้ังตวั ได้ หลงั จากน้ันก็ควรใหน้ ำ้ บ้างอย่างน้อย สปั ดาหล์ ะ ๑ ครั้ง ในพ้ืนที่ท่ีแห้งแล้ง โดยปกติในพ้ืนท่ีปลูกภาคตะวันออก อาศัยน้ำฝนจาก ธรรมชาติ จะไมม่ ีการรดน้ำ ๒. การใหป้ ๋ยุ ใสป่ ุย๋ N,P และ K ในอัตราส่วน ๑๒:๖:๖ กก./ไร่ จะให้ผลผลิต สูงสุด และให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงสุด ๑.๒๕ % ควรให้ในระยะท่ีมีการเจริญเติบโต ทางลำต้น ไม่ควรให้ระยะท่ีไพลลงหัว เพราะเช่ือว่าปุ๋ยเคมีจะมีผลต่อคุณภาพของ นำ้ มนั ไพล ๓. การกำจัดวชั พชื ปีแรก กำจดั วัชพืช ๒ ครง้ั ปีท่ีสอง กำจัดวัชพชื ๑ ครงั้ เนอื่ งจากไพลจะคลมุ พน้ื ที่ระหวา่ งต้นและแถว จนเตม็ ปที ส่ี าม ไมต่ อ้ งกำจดั วชั พืช และปลอ่ ยให้แห้งตายไปพรอ้ มกับตน้ ไพลที่ฟบุ ค่มู อื การแปรรปู ผลิตภัณฑ์จากพชื สมนุ ไพร ๑๓

๔. การป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรู ไพลมีกล่ินเฉพาะตัวที่ไล่แมลง จึงไม่ คอ่ ยมศี ตั รูพชื รบกวน แต่ถ้าสภาพดนิ ปลกู ช้นื แฉะและการระบายน้ำไม่ดี เหง้าไพลจะ เน่าเสียหายได้ และห้ามฉีดสารเคมีป้องกันกำจัดแมลง เพราะจะมีพิษตกค้างใน น้ำมนั ไพล การเก็บเกี่ยว ฤดูเก็บเกี่ยว ควรเกบ็ ในฤดแู ล้ง การเกบ็ เกย่ี ว ตัง้ แต่เรม่ิ ปลกู จนถึงวันทเี่ ก็บเกย่ี วผลผลิตไพลจะใชร้ ะยะเวลานาน ๒ - ๓ ปี เปน็ ระยะเวลาทเ่ี หมาะสม ในการนำไพลไปสกดั นำ้ มัน จะได้ปรมิ าณน้ำมัน มาก และมีคุณภาพหัวไพลจะเก็บช่วงเดือน มกราคม - มีนาคม จะสังเกตเห็นต้น ไพลแหง้ และฟุบลงกับพ้นื หา้ มเกบ็ หัวไพลขณะท่เี ริ่มแตกหนอ่ ใหม่ เพราะจะทำใหไ้ ด้ น้ำมันไพลท่ีมปี ริมาณและคณุ ภาพต่ำ วธิ ีเกบ็ เกี่ยว ใช้จอบ เสยี มขุด หรอื นิยมใช้อีเทอร์ (อีจิก) ขดุ เหงา้ ไพลขึ้นมาจาก ดิน (ต้องระวังไม่ให้เกิดแผลหรือร้อยช้ำกับเหง้า) เขย่าดินออก ตัดรากแล้วนำไปผึ่ง ลมใหแ้ ห้งเกบ็ ผลผลติ บรรจกุ ระสอบพรอ้ มที่จะนำไปสกดั น้ำมันไพล ผลผลติ ปรมิ าณผลิตไพลสด ๑๓,๗๕๔ กก./ไร่ โดยใช้หัวพนั ธข์ุ นาด ๑๐๐ กรมั / หวั /หลมุ ทร่ี ะยะปลกู ๒๕ x ๒๗ เซนตเิ มตร และเกบ็ เกี่ยวหลงั ปลูก ๒๑ เดือน การทำแหง้ ลา้ งดินและล้างนำ้ อีก ๕ คร้ัง หั่นบาง ๆ จากน้ันนำไปตากแดดจัด ๒ วนั อัตราส่วนน้ำหนัก น้ำหนักสด : น้ำหนักแห้ง เท่ากับ ๕ - ๖ กก./๑ กก. การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว เก็บหัวไพลที่ตัดราก และผ่ึงลมให้แห้งแล้วเก็บบรรจุ กระสอบพร้อมที่จะนำไปสกัดน้ำมันโดยเครือ่ งกล่ันไอน้ำ อัตราส่วนสกดั น้ำมันหอมระเหย ผลผลติ สด : นำ้ มนั หอมระเหย เท่ากับ ๑ ตัน/ ๘ - ๑๐ ลิตร การจำหน่าย ราคา ผลผลิตสดราคากิโลกรัมละ ๖ - ๑๐ บาท ถ้าขายปลีกราคากิโลกรัมละ ๒๐ - ๓๐ บาท ๑๔ ๑๙ ผลสำเรจ็ ท่ีโดดเด่นของศูนย์ศกึ ษาการพัฒนาภพู านอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ

การเตรียมสมุนไพรหลงั เกบ็ เก่ยี ว เพ่อื ให้สมุนไพรคงสภาพทด่ี ี ไม่สญู เสียสาระสำคญั หลงั การเกบ็ เกยี่ วปลอดภัยใน การใช้ เราควรคำนกึ ถึงขนั้ ตอนตา่ ง ๆ หลังการเกบ็ เกย่ี วดังนี้ คอื ๑. การคัดเลือกสิ่งปนเป้ือน สมุนไพรที่เป็นส่วนของพืชที่อยู่ใต้ดิน จะมีส่ิง ปนเปอ้ื นมากกวา่ สว่ นของพชื ท่ีเหนอื ดิน เชน่ มี ดนิ ทราย หรือสว่ นของพชื อื่นปะปน มาด้วย ควรคัดเลือกสิ่งเหล่าน้ีออกให้หมดก่อนนำไปทำความสะอาด ส่ิงปนปลอมท่ี ทำให้สมุนไพรมีคุณภาพตำ่ อาจเกดิ จากสาเหตุต่าง ๆ กัน เชน่ สมนุ ไพรตา่ งชนดิ กัน แต่นำมาจำหน่ายแทนกันทั้งท่ีมีสรรพคุณทางยาต่างกัน โดยท่ีสมุนไพรต่างชนิดกัน นนั้ มลี กั ษณะภายนอกคลา้ ยกัน หรือมชี ่อื เรยี กคล้ายกนั ๒. การทำความสะอาดสมุนไพร สมุนไพรส่วนใหญ่ต้องทำความสะอาดหลัง เก็บเก่ียวทันที และทำให้แห้งโดยเร็วท่ีสุด เพื่อป้องกันการทำลายของเชื้อจุลินทรีย์ และแมลงศัตรูพืชของสมุนไพร แต่บางชนิดไม่สามารถทำความสะอาดด้วยน้ำ เช่น จำพวกดอกซ่ึงหลดุ ร่วงไดง้ ่ายหรือสว่ นท่ีเปน็ ผลหรือเมลด็ ๓. การลดขนาดสมุนไพร สมุนไพรท่ีมีขนาดใหญ่ หรือหนาหรือมีเนื้อแข็งต้อง ตัดให้เล็กหรือบางลง เพื่อให้สมุนไพรแห้งง่ายและสะดวกในการเก็บรักษา เช่น จำพวกรากหรอื ลำตน้ ใตด้ ิน เปลือกไม้ เน้อื ไม้ หรอื ผล ควรหั่นหรอื ฝานเป็นช้นิ บาง ๆ ก่อนทำให้แห้ง กรณีท่ีต้องเตรียมสมุนไพรเป็นผง อาจหั่นเป็นชิ้นความหนาประมาณ ๔ มิลลิเมตร กวา้ งและยาวประมาณ ๑๕ มิลลิเมตร เพื่อสะดวกในการบดเปน็ ผง คมู่ อื การแปรรูปผลติ ภณั ฑจ์ ากพชื สมนุ ไพร ๑๕

๔. การทำใหแ้ หง้ การอบสมนุ ไพรมีขอ้ ควรปฏิบตั ิ ดังน้ี คอื - ควรเกลี่ยสมุนไพรให้แผ่บาง ๆ บนภาชนะ ถ้าซ้อนทับกันหนาทำให้เกิด ความรอ้ น สมนุ ไพรจะมีสดี ำ คณุ ภาพลดลง - ดอกควรทำใหแ้ หง้ เร็วทีส่ ุด เพอื่ ถนอมสีของดอกใหเ้ หมอื นเดิม ถ้าเป็นดอก ท่ีมีกลิ่นหอม ควรผึ่งในที่ร่มท่ีมีอากาศถ่ายเทได้ดี หรือตามแดดช่วงส้ัน เพ่ือป้องกัน การเกิดเช้ือรา ดอกบางชนดิ อาจมัดรวมกันแขวนตากไว้บนราว - ใบอาจทำให้แห้งวิธีเดียวกับดอก ใบท่ีอุ้มน้ำไว้มากอาจเพิ่มความร้อนใน การอบแห้งให้สงู กว่าปกติ - ทั้งต้นของพืชล้มลกุ ถา้ ไมอ่ ุ้มน้ำไวม้ ากอาจผูกมัดรวมเปน็ กำ แล้วตากแห้ง - รากและลำต้นใต้ดิน เวลาตากหรืออบแห้งในตู ้ ควรหมั่นกลับสมุนไพร บ่อย ๆ เพือ่ ป้องกนั เชอื้ รา ตารางแสดงขอบเขตของอณุ หภูมทิ ใ่ี ช้อบสมนุ ไพรให้แหง้ อุณหภมู ทิ ที่ ำใหแ้ หง้ ชนิดของสมนุ ไพร (องศาเซลเซียส) ๑. ดอก ใบ ต้น ๒๐ - ๓๐ ๒. ราก ก่ึงราก ผิว ๓๐ - ๖๕ ๓. ผล ๗๐ - ๙๕ ๔. สมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย ๒๕ - ๓๐ ๕. สมุนไพรท่มี ไี กลโคไซดแ์ ละอัลคาลอยด์ ๕๐ - ๖๐ ๑๖ ๑๙ ผลสำเรจ็ ทโ่ี ดดเด่นของศนู ยศ์ ึกษาการพฒั นาภูพานอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ

๕. การบดรอ่ นสมนุ ไพร สมุนไพรทตี่ อ้ งบดเปน็ ผงละเอยี ด ควรอยู่ในสภาพแห้ง กรอบจึงจะบดได้ดี อาจทดสอบความกรอบได้ง่าย ๆ โดยลงหักสมุนไพรว่าหักได้ง่าย หรอื ไม่ หรือลองปน่ ดว้ ยมือวา่ เปน็ ผงได้งา่ ยหรือไม่ สมนุ ไพรกอ่ นบดควรมีความชื้นไม่ เกินร้อยละ ๕ ๖. การเก็บบรรจุสมุนไพร หลังจากสมุนไพรแห้งสนิทแล้ว ต้องเก็บในถุงหรือ ภาชนะท่ีสะอาด แยกเก็บสมุนไพรแต่ละชนิดให้เป็นสัดส่วนถ้าเป็นสมุนไพรที่ชื้นง่าย ตอ้ งหมัน่ นำออกผึง่ แดด หรอื อบแหง้ อยู่เสมอทกุ ๒ - ๓ เดอื น ผลติ ภณั ฑ์ยาจากสมุนไพรทชี่ ุมชนสามารถผลติ เพื่อเศรษฐกิจชุมชน ยาจากสมุนไพรที่ชุมชนมีศักยภาพ และสามารถผลิตได้ในปัจจุบัน จำแนก ตามลกั ษณะการผลติ เปน็ ๓ ประเภท คือ ๑. ยาสมุนไพร หมายถึง ช้นิ ส่วน ของพชื สตั ว ์ หรือ แรธ่ าต ุ ทีน่ ำ มาใช้เป็นยา ท่ียังไม่ได้ผสมปรุง หรือแปรรปู เชน่ สมุนไพรอบแห้ง หรือสมุนไพรบดหยาบที่ยังคงเป็น สภาพเดิม ๒. ยาจากสมุนไพรสูตร (ตัวยา) เดี่ยว หมายถึง ยาที่ผลิตจากสมุนไพรเพียง ๑ ชนิด ท่ีนำมาแปรรูปทำเป็นยาในรูปแบบ ต่าง ๆ เชน่ ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาผง ยาชง ยาแคปซลู ยานำ้ มนั ยาขผ้ี ้งึ ยาครมี เป็นตน้ ๓. ยาจากสมนุ ไพรสตู ร (ตำรับ) ผสม หมายถึง ยาท่ีผลติ จากสมุนไพรมากกว่า ๑ ชนิดข้ึนไป นำมาผสมรวมกันและแปรรูปทำเป็นยาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาผง ยาแคปซลู ยาน้ำมนั ยาข้ผี ึง้ ยาครมี เป็นตน้ คู่มือการแปรรูปผลติ ภณั ฑ์จากพืชสมุนไพร ๑๗

ลูกประคบสมนุ ไพร ลูกประคบสมุนไพร เป็นภูมปิ ญั ญาไทยทน่ี ำสมุนไพรนานาชนดิ หอ่ รวมกัน โดยมี สมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลัก คือ ไพล ขม้ิน ตะไคร้ มะกรูด การบูร ฯลฯ ประเพณีไทยแต่เดิมน้ันลูกประคบสมุนไพรนิยมใช้สตรีหลังคลอด โดยจะอาบน้ำต้ม สมุนไพรเพื่อชำระล้างร่างกายให้สะอาด ประคบด้วยลูกประคบสมุนไพร ทาตัวด้วย ไพลและขมิ้น เพ่ือช่วยรักษาอาการอักเสบที่ผิวหนังและบำรุงผิวพรรณ จากน้ันจะ เข้าสกู่ ารอยู่ไฟ เป็นความเชอ่ื ที่ว่าจะช่วยให้คณุ แมม่ สี ขุ ภาพแข็งแรงสร้างความอบอุน่ ให้กบั รา่ งกาย กระต้นุ การหดตัวของมดลูก ช่วยใหม้ ดลกู เขา้ อเู่ รว็ ปัจจุบันนิยมใช้เพ่ือสุขภาพและความงาม เป็นสินค้ามีมาตรฐานได้การยอมรับ และสง่ ออกไปจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก ขนั้ ตอนการเตรยี มสมนุ ไพรแห้ง : สตู รประคบเพอื่ สุขภาพ (๒๕๐ กรัม) ส่วนผสม ๑. ไพล ๘๐ กรมั ๒. ผิว/ใบมะกรดู ๓๐ กรัม ๓. ใบมะขาม ๒๐ กรมั ๔. ขม้ินชนั ๕๐ กรมั ๕. ตะไคร้บา้ น ๓๐ กรัม ๖. พิมเสน ๕ กรมั ๗. การบรู ๒๐ กรัม ๘. เกลอื ๑๕ กรมั วสั ดอุ ปุ กรณ ์ ๑. ผ้าดบิ ขนาด ๔๐ x ๔๐ ซม. ๒. เชือกฝา้ ย สำหรับมดั และตกแต่ง ๓. เคร่ืองช่งั ๔. ชามใหญ่ สำหรับคลุกเค้าสมุนไพร ๕. กรรไกร ๑๘ ๑๙ ผลสำเรจ็ ทีโ่ ดดเดน่ ของศนู ย์ศกึ ษาการพฒั นาภพู านอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ

การปรงุ ลูกประคบสมนุ ไพร ๑. เตรียมสมุนไพรให้พร้อม ก่อนทำการปรุง ๒. นำสมุนไพรแต่ละชนิด ๑. ๒. มาชัง่ นำ้ หนกั ตามสตู รท่กี ำหนด ๓. ๔. ๓. นำส่วนประกอบทั้งหมด มาคลุกเคลา้ ใหเ้ ข้ากัน ๔. นำมาทดสอบน้ำหนักอีก ครงั้ หนึ่งก่อนนำไปห่อ การห่อลกู ประคบสมุนไพร ๑. เร่ิมต้นด้วยการจับมุมผ้า ๒ มุมข้ึนมาทบกัน โดยการจับทีละมุมจนครบทั้ง ๔ มุม มาทบกนั ๒. จากนัน้ จะเกิดมมุ ผา้ อกี ๔ มมุ ใหร้ วบมมุ ผา้ เขา้ มาทีละข้าง จนครบทัง้ ๔ มมุ ๓. แต่งชายให้เรียบร้อย ซ้อนกันเป็นชายเดียว จากน้ันจัดแต่งปลูกประคบให้ เป็นรูปทรงกลมทีส่ วยงาม ๔. จากน้ันให้นำเชือกมาพับครึ่งร้อยเป็นห่วง ให้ชายทั้งสองข้างเท่ากันจากน้ัน พันทบกันสองรอบ แล้วผกู ใหแ้ นน่ ด้วยเง่ือนตายหน่งึ รอบ ก็จะทำให้เหลือปลายผา้ ท่ี เทา่ กนั ทั้งสองด้าน จากนั้นจงึ คอ่ ย ๆ จัดระเบียบปลายผ้าในสว่ นท่จี ะใชท้ ำเปน็ ด้ามจบั ๑,๒. ๓. ๔. คมู่ อื การแปรรปู ผลติ ภัณฑจ์ ากพืชสมนุ ไพร ๑๙

๕. ๖. ๗. ๕. หลังจากที่เราจัดแต่งและซ้อนชายผ้าเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว ให้พับครึ่งลงมา ประมาณ ๒ นิ้วคร่ึง เพ่ือทำด้ามจับ เสร็จแล้วใช้ปลายเชือกเส้นเดิมมาพันทบกันอีก สองรอบแล้วผูกให้แน่นอีกครั้ง โดยการผูกแบบเงื่อนตาย จากนั้นให้ซ่อนปลายเชือก ไวใ้ นซอกผา้ ตรงรอยพบั ทเ่ี ป็นดา้ มจับ ๖. เพื่อให้ลูกประคบมีความแข็งแรง สวยงาม คงทน ให้นำเชือกป่านผูกแน่น อีกครั้ง โดยการผูกแบบเงื่อนตายให้ปลายด้ามหนึ่งมีความยาวประมาณ ๒ นิ้วคร่ึง เสรจ็ แล้วใหย้ กข้นึ แนบกับดา้ มจบั ใช้ปลายเชือกสว่ นที่ยาวกวา่ คอ่ ย ๆ พนั ขน้ึ มา โดย การใช้น้ิวแนบกดเชือกให้แน่น การทำเช่นน้ีจะทำให้เชือกเรียงกันดูสวยงามเป็น ระเบียบ เมื่อพันจนสุดปลายเชือกแล้ว ให้ผูกเงื่อนตายไว้กับปลายเชือกสั้นที่แนบไว้ กับดา้ มจบั ในตอนแรก ๗. จากนนั้ ซอ่ นปลายไวท้ ่ตี รงซอกผา้ ทเี่ ป็นด้ามจับ เพยี งเทา่ นี้ก็จะไดล้ กู ประคบที่ สวยงามพรอ้ มใชง้ าน สรรพคุณ : ใช้ประคบเพื่อสขุ ภาพและความงาม จะชว่ ยใหผ้ อ่ นคลาย บรรเทา อาการปวดเม่อื ยทำให้เลอื ดไหลเวียนดี ผิวพรรณสดใส หายใจสะดวก ต้นทนุ การผลิตลกู ประคบสมนุ ไพร ลูกประคบสมุนไพรนำ้ หนกั ๒๕๐ กรัม ต้นทนุ ตอ่ ลูก ๓๘.๓๕ บาท ราคาขายลกู ประคบสมนุ ไพร ลกู ละ ๕๐ - ๘๐ บาท ๒๐ ๑๙ ผลสำเรจ็ ท่โี ดดเดน่ ของศูนย์ศึกษาการพฒั นาภูพานอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ

บรรณานุกรม กลุ่มงานพัฒนาวิชาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร. คู่มือการปลูกพืชสมุนไพรเศรษฐกิจ. สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทย กรมพัฒนาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวง สาธารณสุข เอกสารการประชุมเชิงปฏิบัติการ. เร่ืองการควบคุมคุณภาพสมุนไพร วันที่ ๘ - ๑๑ มิ.ย. ๒๕๓๖ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นนทบุร.ี ๒๕๓๖ เอกสารวิชาการ. เร่ืองแนวทางการพัฒนาสมุนไพร. คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลับมหิดล, ๒๕๒๔