ปรมิ าณสารสัมพนั ธ (Stoichiometry)2.1 พื้นฐานเกย่ี วกับปรมิ าณสารสมั พันธ ปฏิกิรยิ าเคมีเปน การเปลยี่ นแปลงจากสารต้ังตน (reactant) เปลี่ยนเปน สารผลติ ภัณฑ (product)ดังนนั้ สารต้ังตนจงึ มคี วามสัมพันธโดยตรงกับสารผลิตภณั ฑท่ีเกดิ ขึน้ ความสัมพนั ธดังกลาวจะบอกใหทราบถงึ ปริมาณท่เี ปลย่ี นแปลงไปของสารต้ังตนและปริมาณทีเ่ กิดขนึ้ ใหมของสารผลติ ภัณฑไ ด นอกจากน้ียงั รวมถึงพลังงานทีเ่ ปลี่ยนแปลงในการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี ในป ค.ศ.1792 ริชชเทอร (Jeremias Benjamin Richter) นักเคมีชาวเยอรมันไดเสนอคําวาปริมาณสารสัมพันธ (stoichiometry) โดยใหความหมายวาเปน “ศิลปะของการวัดทางเคมี” (art ofchemical measurement) คําวา stoichiometry เปนคําผสมจากภาษากรีกคือ stoicheion แปลวา“ธาตุ” และ metron แปลวา “การวัด” ดังน้ัน ปรมิ าณสัมพนั ธจึงมีความหมายคือ การศกึ ษาและการวัดปริมาณของสารโดยอาศัยความสมั พนั ธของสารตา งๆ ทเ่ี ก่ียวของในปฏิกริ ยิ าเคมี2.1.1 อะตอม โมเลกลุ ไอออน และสตู รเคมีอะตอมอะตอม (atom) คืออนภุ าคท่เี ล็กที่สดุ ของธาตทุ ่ียังคงรกั ษาสมบตั ิของธาตุชนดิ นั้นๆ ไวได อนภุ าคมูลฐานของอะตอมมีนิวเคลียสเปนแกนกลางและอิเล็กตรอนหอหุมอะตอม นิวเคลียสประกอบดวยอนุภาคโปรตอนและนิวตรอนอยูรวมกันดวยแรงยึดเหน่ียวทางนิวเคลียร สว นอิเล็กตรอนโคจรอยูรอบๆนิวเคลียสเปนสวนทก่ี ําหนดขอบเขตและขนาดของอะตอม โดยทั่วไปอะตอมของธาตุสว นใหญจะไมอยูเปนอสิ ระอะตอมเด่ียว แตจ ะรวมกบั อะตอมชนิดเดียวกันหรอื อะตอมตางชนิดกันดว ยสัดสวนทเ่ี หมาะสมโดยยึดเหนยี่ วกนั เปนโมเลกุลสญั ลกั ษณนวิ เคลยี รของธาตุ เชน 12 C และ 16 O จะระบถุ ึงเลขอะตอม (atomic number, Z) ซึ่งคอื 6 8จาํ นวนโปรตอนในนวิ เคลียส และเลขมวล (mass number, A) หรือเรียกวามวลอะตอม (atomic mass)หรอื นํา้ หนกั อะตอม (atomic weight) ซึง่ คือปรมิ าณรวมของโปรตอนและนิวตรอน โมเลกลุ โมเลกุล (molecule) คือการรวมตัวของอะตอมอยางนอยสองอะตอมดวยแรงดึงดูดทางเคมีโดยทว่ั ไปโมเลกลุ อาจเปนการรวมตัวของอะตอมของธาตชุ นิดเดยี วกัน หรอื อะตอมของธาตุตางชนดิ กันมารวมกนั ดวยอัตราสว นทีแ่ นน อนตามกฎสดั สว นคงตวั โมเลกุลแบง ตามการรวมตัวกนั ของอะตอม ดังนี้ 1) โมเลกุลอะตอมเด่ียว (monoatomic molecule) หมายถึง สารประกอบท่ี 1 โมเลกุลประกอบดวย 1 อะตอมเทานั้น ซ่งึ มแี ตแ กส มสี กุล (noble gas) เทาน้ัน เชน He, Ne, Ar, Kr, Xe และRn 2) โมเลกลุ อะตอมคู (diatomic molecule) หมายถึง โมเลกุลที่ประกอบดวยสองอะตอม โมเลกลุอะตอมคูแ บงออกได 2 ชนิดคือ
2 | ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ 2.1) โมเลกุลแบบโฮโมนวิ เคลียร (homonuclear molecule) เปน โมเลกลุ อะตอมคูท ี่ทัง้ สองอะตอมเปนอะตอมของธาตุชนิดเดียวกนั เชน H2, O2, N2, Cl2 และ Br2 2.2) โมเลกลุ แบบเฮทเทอโรนิวเคลียร (heteronuclear molecule) เปนโมเลกุลอะตอมคูท่ีทั้งสองอะตอมเปน อะตอมของธาตตุ า งชนิดกัน เชน HCl, HBr, HF และ CO 3) โมเลกลุ หลายอะตอม (polyatomic molecule) หมายถึงโมเลกลุ ทีป่ ระกอบดว ยอะตอมตงั้ แต 3อะตอมข้ึนไป ซึง่ อาจเปนอะตอมชนิดเดยี วกันหรอื ตางชนิดกัน เชน O3, H2O, CH4, CO2 และ C6H12O6 ไอออน ไอออน (ion) คืออะตอมหรือกลุมของอะตอมท่ีมีประจุซ่ึงเกิดจากการเคลื่อนยายอิเล็กตรอน(electron transfer) โดยการให (electron donor) หรือการรับอิเล็กตรอน (electron acceptor) แบงไอออนเปน 2 ชนิด คือ 1) แคตไอออน (cation) เกดิ จากอะตอมสูญเสยี เวเลนซอเิ ล็กตรอนไป ทาํ ใหจ าํ นวนอิเล็กตรอนท่ีเหลืออยูมจี ํานวนนอยกวาจาํ นวนโปรตอน อะตอมจึงแสดงอํานาจไฟฟาประจบุ วก (positive charge)ตามจํานวนของโปรตอนที่มีมากกวา เชน อะตอมโซเดียม (Na) เม่ือถกู ดึงอิเล็กตรอนออกจากระดับพลังงานสดุ ทา ย 1 อิเลก็ ตรอนทาํ ใหเ กดิ เปนโซเดียมไอออน (Na+) ดังภาพท่ี 2.1 Na Na+ ภาพท่ี 2.1 เวเลนซอิเล็กตรอนของอะตอมโซเดยี มและโซเดียมไอออน 2) แอนไอออน (anion) เกดิ จากอะตอมรบั อเิ ลก็ ตรอนเขามา ทาํ ใหมจี ํานวนอเิ ลก็ ตรอนมากกวาจํานวนโปรตอน อะตอมจึงแสดงอํานาจไฟฟา ประจลุ บ (negative charge) ตามจํานวนของอิเลก็ ตรอนท่ีมมี ากกวา เชน อะตอมฟลูออรีน (F) รบั อเิ ลก็ ตรอนเขา มา 1 อิเล็กตรอนทําใหเ กิดเปนฟลูออไรดไอออน(F-) ดังภาพที่ 2.2 F F- ภาพที่ 2.2 เวเลนซอเิ ล็กตรอนของอะตอมฟลอู อรนี และฟลูออไรดไอออน สตู รเคมี สูตรเคมี (chemical formula) เปนสัญลักษณแ สดงองคป ระกอบของสารนั้นๆ โดยจะระบุชนิดและจาํ นวนอะตอมของธาตุท่ีเปนองคประกอบเปนตัวเลขที่อยูมมุ ลา งดานขวาไวที่ทายสัญลักษณข องธาตุที่เปน องคป ระกอบนน้ั เชน
ปริมาณสารสมั พนั ธ | 3 สูตรเคมขี องน้าํ (H2O) ประกอบดวย H 2 อะตอม และ O 1 อะตอม สตู รเคมขี องคารบอนไดออกไซด (CO2) ประกอบดว ย C 1 อะตอม และ O 2 อะตอม สตู รเคมขี องมีเทน (CH4) ประกอบดวย C 1 อะตอม และ H 4 อะตอม สตู รเคมีท่ีใชแสดงจํานวนอะตอมของธาตุทีเ่ ปน องคประกอบในโมเลกุลหรือสารประกอบ สามารถเขยี นไดหลายแบบ ดังนี้ 1) สตู รเอมพิรคิ ลั (empirical formula) หรือ สูตรอยางงาย เปน สตู รที่แสดงอัตราสวนอยางต่ําของธาตุท่ีเปน องคประกอบ ถา รูสตู รโมเลกุลจะสามารถเขียนสตู รเอมพริ ิคลั ไดโ ดยลดจาํ นวนตัวเลขลงตามสัดสวน แตใ นทางตรงกันขา มจะไมส ามารถเขียนสูตรโมเลกุลไดแ มว าจะรูส ูตรเอมพริ ิคลั เชน สูตรโมเลกุลของไฮโดรเจนเปอรออกไซด คอื H2O2 อัตราสว นอยางตํ่าของจํานวนอะตอมH:O เทากับ 1:1 ดังนน้ั สูตรเอมพริ คิ ลั จึงเขียนไดเปน HO สูตรโมเลกุลกลูโคสคือ C6H12O6 อัตราสวนอยางต่ําของจํานวนอะตอม C:H:O เทากับ1:2:1 ดงั น้นั สตู รเอมพิรคิ ลั จงึ เขียนไดเ ปน CH2O การคํานวณหาสูตรเอมพิริคัลของธาตุองคประกอบทําไดโดยเทียบจํานวนโมลของธาตุท่ีเปนองคป ระกอบดวยกัน แลว ทําใหเปน อตั ราสว นอยา งตํ่า จาํ นวนโมลของธาตุ A = น้ําหนกั ของธาตุ A มวลอะตอมของธาตุ Aตวั อยา ง 2.1 สูตรเอมพริ คิ ลั ของสารทปี่ ระกอบดวย Na 29.1%, S 40.5% และ O 30.4% โดยนา้ํ หนกัวิธีคิด จาํ นวนโมลของ Na = 29.1 = 1.26 23.0 40.5 จาํ นวนโมลของ S = 32.0 = 1.26 จาํ นวนโมลของ O = 30.4 = 1.99 16.0 เทียบจาํ นวนโมลของธาตุที่เปน องคป ระกอบดวยกนั Na : S : O 1.26 : 1.26 : 1.99 ทาํ ใหเ ปนอัตราสว นอยา งต่ํา (หารตลอดดว ย 1.26) 1 : 1 : 1.58 ทาํ ใหเปน เลขจํานวนเต็ม (คูณ 2 ตลอด) 2 :2:3 อตั ราสวนจาํ นวนโมลของ Na : S : O เปน 2 : 2 : 3 ดังนนั้ สูตรเอมพิริคลั ของสารประกอบนี้คอื Na2S2O3 2) สูตรโมเลกุล (molecular formula) เปนสูตรเคมีท่ีแสดงจํานวนอะตอมที่แนนอนของธาตุองคประกอบที่มีอยใู น 1 โมเลกลุ ของสารนั้น เชน แกส ไฮโดรเจนมีสตู รโมเลกลุ เปน H2 แสดงวาแกส H21 โมเลกลุ ประกอบดวย H 2 อะตอม หรอื ไฮโดรเจนเปอรอ อกไซดมีสูตรโมเลกลุ เปน H2O2 แสดงวา 1โมเลกุลประกอบดว ย H 2 อะตอม และ O 2 อะตอม
4 | ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ 3) สตู รแบบโครงสราง (structural formula) เปน สูตรเคมีท่ีแสดงการเกาะกันของอะตอมตา งๆ ในโมเลกลุ สูตรโมเลกุลจะบอกขอมูลเฉพาะองคประกอบของสารเทานัน้ แตไมไดบอกรูปรางของโมเลกุลการเขยี นสูตรเคมีแบบโครงสรางจะใชสญั ลักษณธ าตุและใชเคร่ืองหมายขีด () แทนพนั ธะท่ียดึ อะตอมแตละคูไวดว ยกัน สูตรแบบโครงสรา งโดยท่ัวไปจะไมแสดงโครงสรา งของรูปโมเลกลุ หรือมมุ ที่อะตอมจบั กนัจริง ตัวอยา งโมเลกุล CH4 ดังภาพที่ 2.3(ก) อยางไรก็ตาม มีสูตรโครงสรา งทเ่ี ขียนเพอื่ แสดงใหเหน็ รูปทรงของโมเลกลุ ใน 3 มิติ ดังภาพที่ 2.3(ข) และแบบจาํ ลองโมเลกุลทรงกลมและกาน (ball-stick model) ดังภาพที่ 2.3(ค) และแบบจาํ ลองสเปซฟล ลิง (ball filling model) ภาพท่ี 2.3(ง)(ก) (ข) (ค) (ง)ภาพท่ี 2.3 สูตรโครงสรางเคมีของโมเลกลุ CH4 (ก) สตู รโครงสรางแบบเสน (ข) รปู ทรงของโมเลกลุ ใน 3 มติ ิ และ (ค)แบบจาํ ลองโมเลกุลทรงกลมและกา น (ง) แบบจาํ ลองสเปซฟล ลิง2.1.2 มวลอะตอม มวลโมเลกลุ และน้ําหนกั สตู ร มวลอะตอม เน่ืองจากอะตอมของแตล ะธาตุมีนํ้าหนักนอ ยมาก เชนอะตอม H มีน้ําหนักเบาท่ีสุดคือประมาณ1.66x10-24 กรัม ทําใหไมสามารถชัง่ น้าํ หนักของธาตุหนึ่งอะตอมไดโดยตรง จึงไมนยิ มใชมวลทแ่ี ทจรงิ(absolute mass) แตน ิยมใชมวลเปรียบเทยี บ (relative mass) เร่ิมแรกดอลตัน (John Dalton) เสนอใหใชอ ะตอม H เปน ธาตุมาตรฐานในการเปรียบเทียบเพอื่ หามวลอะตอมของธาตอุ ่ืนๆ เพราะ H เปน ธาตทุ ่ีมีนํ้าหนกั นอยท่สี ุด ในเวลาตอ มาพบวามวลอะตอมของธาตุตา งๆ ท่ีใช H เปนธาตุมาตรฐานเปรียบเทยี บ มีคาตวั เลขไมใกลเคยี งกับจํานวนเต็ม ธาตุบางชนิดตองหามวลอะตอมโดยวิธีออม เพราะธาตเุ หลาน้ันไมส ามารถรวมตัวกับ H ไดโดยตรง สตาส (Jean Servais Stas) นักเคมีวิเคราะหชาวเบลเยียมไดเสนอใช O เปนมาตรฐานในการเปรยี บเทียบ ดวยเหตุผลที่วา O มมี ากและมีอยูเปนอิสระในบรรยากาศ ทั้งยงั เปนธาตุท่ที ําปฏิกริ ิยากบัธาตอุ ่ืนไดเ กือบทั้งหมด แตเ นอ่ื งจาก O ในธรรมชาติมี 3 ไอโซโทป คือ 16O,17O และ 18O จึงทําใหเกิดความสับสนในการเปรยี บเทยี บกนั ระหวา งนักฟส ิกสแ ละนกั เคมี ในป ค.ศ.1961 เปนตนมา นักวิทยาศาสตรไดรวมตกลงในท่ีประชุมนานาชาติใหใช 12C ซ่งึ เปนไอโซโทปที่มปี ริมาณมากทส่ี ดุ ในธรรมชาตเิ ปนธาตุมาตรฐานในการเปรียบเทยี บ มวลอะตอมของธาตุ = 1/12น(ํ้านห้าํ นหกั นขักอขงอธงาต1ุ21Cอ1ะอตะอตมอม) มวลอะตอมจึงเปนเพยี งตัวเลข (ไมม ีหนว ย) ที่บอกใหทราบวา ธาตุใดๆ 1 อะตอม มีนา้ํ หนักเปนก่ีเทา ของ 1/12 เทาของนาํ้ หนัก 12C จาํ นวน 1 อะตอม เนือ่ งจากพบวา 1/12 เทา ของน้ําหนกั 12C จาํ นวน 1 อะตอม (1 amu) เทา กบั 1.66x10-24 กรมั
ปริมาณสารสมั พันธ | 5 มวลอะตอมของธาตุ = น้ําหนัก1ข.อ6ง6ธxา1ต0ุ 1-24อะตอมดังนนั้ นํ้าหนักของธาตุ 1 อะตอม = มวลอะตอมของธาตุ x (1.66x10-24) มวลอะตอมเฉลย่ี มวลอะตอมของธาตทุ ี่ปรากฏในตารางธาตุ เชน มวลอะตอม Na เทา กบั 23.00 จะเหน็ ไดวา มวลอะตอมของธาตไุ มเปนเลขจาํ นวนเตม็ จะเปน ทศนยิ ม เนอื่ งจากธาตใุ นธรรมชาตสิ วนมากมหี ลายไอโซโทปมวลอะตอมของธาตจุ ึงเปนมวลอะตอมเฉลีย่ ของไอโซโทปทั้งหมดทพี่ บในธรรมชาติของธาตุนนั้ ธาตุสว นใหญใ นธรรมชาติมีหลายไอโซโทปและแตละไอโซโทปมีปริมาณมากนอยตา งกัน (ตารางท่ี 2.1) ปจจุบันนักวิทยาศาสตรหามวลอะตอมและปริมาณของไอโซโทปของแตละธาตุโดยใชเครื่องแมสสเปกโทรมิเตอร (mass spectrometer) ทําใหไ ดคาที่แนนอนและมีความถูกตองสูง มวลอะตอมเฉลยี่ ของธาตหุ าไดจ ากสมการ (2.1) A = (%X1)(A X1) + (%X2)(A X 2) +(%X 3)(A X3) ……(2.1) 100เมอ่ื A = มวลอะตอมเฉลย่ี ของธาตุแตละไอโซโทป %X1, %X2 และ %X3, = รอยละของแตล ะไอโซโทปในธรรมชาตขิ องธาตุ X1, X2 และ X3 ตามลําดับ AX1, AX2 และ AX3 = มวลอะตอมของแตละไอโซโทปของธาตุ X1, X2 และ X3 ตามลาํ ดบัตัวอยาง 2.2 จงคํานวณมวลอะตอมเฉลย่ี ของคารบอน (C) ทม่ี ใี นธรรมชาติ 2 ไอโซโทปคือ 12C และ 13Cดังตาราง ไอโซโทป ปริมาณทีม่ ีในธรรมชาติ (%) มวลอะตอม 12C 98.89 12.000 13C 1.11 13.003วิธคี ดิ มวลอะตอมเฉล่ยี = (98.89%)(12.00) + (1.11%)(13.003) 100 = 12.01113ตัวอยาง 2.3 แกส Ar ประกอบดวย 3 ไอโซโทปคือ 36Ar, 38Ar และ 40Ar ปริมาณของไอโซโทปมี0.10%, 0.30% และ 99.6% ตามลําดบั จงหามวลอะตอมเฉล่ยีวิธคี ดิ มวลอะตอมเฉลีย่ = (0.10%)(36) + (0.30%)(38) +(99.6%)(40) 100 = 39.99
6 | ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ตารางที่ 2.1 มวลอะตอมเฉลีย่ และปรมิ าณไอโซโทปในธรรมชาติธาตุ ไอโซโทป มวลอะตอมของ ปริมาณ มวลอะตอมเฉลยี่ ไอโซโทป ไอโซโทป (%) (amu)คารบ อน 12C 12.000 98.9 12.001 13C 13.003 1.1ออกซิเจน 16O 15.999 15.995 99.76 17O 16.999 0.04 20.183 18O 17.999 0.20 35.453นอี อน 20Ne 19.992 90.92 21Ne 20.993 0.26 24.31 22Ne 21.991 8.82คลอรีน 35Cl 34.967 75.5 39.947 37Cl 36.966 24.5 10.811แมกนเี ซยี ม 24Mg 23.99 78.10 14.007 25Mg 24.99 10.13 26Mg 25.98 11.17อารก อน 36Ar 35.968 0.337 38Ar 37.963 0.063 40Ar 39.962 99.600โบรอน 10.0130 19.9 10B 11B 11.0093 80.1 14Nไนโตรเจน 15N 14.003 99.625 15.000 0.375หมายเหตุ มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุบางชนิดที่แสดงในตารางท่ี 2.1 ปรากฏเปนเลขทศนิยม ไมเปนจํานวนเต็ม แตเพอ่ื ใหสะดวกในการคํานวณ มวลอะตอมเฉลย่ี ของธาตุบางธาตุนิยมใชเปนตัวเลขจาํ นวนเต็ม มวลโมเลกลุ มวลโมเลกุล (molecular mass) หรือนํ้าหนักโมเลกุล (molecular weight) คือมวลของธาตุองคประกอบของโมเลกุล มวลโมเลกุลของสารหาไดส องวิธี ดงั น้ี 1) ใชก ารเปรียบเทยี บกบั 12C (เชนเดียวกบั การหามวลอะตอม) มวลโมเลกลุ ของสาร = 1/1น2้ํานหํา้ นหักนขกั อขงอสงาร121Cโ1มเอละกตุลอม มวลโมเลกลุ ของสาร =น้ําหนัก1ขอ.6ง6สxา1ร01-24โมเลกลุ ดงั นัน้ นาํ้ หนกั ของสาร 1 โมเลกุล = มวลโมเลกลุ ของสาร x (1.66x10-24)
ปรมิ าณสารสมั พันธ | 7 2) คํานวณจากผลบวกของมวลอะตอมของธาตุทเ่ี ปน องคป ระกอบโมเลกุล มวลโมเลกุลของสารใดๆ จะเทา กับผลบวกของมวลอะตอมคูณดว ยจาํ นวนอะตอมในสูตรเคมี ในการคํานวณมวลโมเลกุลของสารสามารถทําไดงายโดยใชมวลอะตอมของธาตุองคประกอบมารวมกัน แตบางครั้งตองมีความระมัดระวัง เนื่องจากในบางโมเลกุลอาจมีน้ํารวมอยูดวย เรียกวาไฮเดรต เชน CuSO45H2O และMnSO42H2O ตัวอยางการคํานวณมวลโมเลกลุ (โดยมวลอะตอมดจู ากตารางธาตุ) H2O = (1.00x2) + (16.0x1) = 18.0 S8 = (32.0x8) = 256 CuSO45H2O = (63.5x1) + (32.0x1) + (16.0x4) + (18.0x5) = 249.5 CH3COOH = (12.0x2) + (1.00x4) + (16.0x2) = 60 K3(Fe(CN)6) = (39.1x3)+(55.8x1)+(12.0x6)+(14.0x6) = 329.1 น้าํ หนกั สูตร นํ้าหนักสูตร (formula weight) หรือมวลสูตร (formula mass) คือตัวเลขที่แสดงวาอนุภาคตามสตู รเคมี 1 อนุภาค มีนํ้าหนกั เปน ก่เี ทา ของ 1/12 ของน้าํ หนัก 12C จาํ นวน 1 อะตอม นาํ้ หนกั สูตรของสาร = 1/1น2 าํ้ นหํ้านหกันขกั อขงอสงาร121Cอ1นอุภะาตคอมดงั นัน้ นํา้ หนกั สตู รจํานวน 1 อนภุ าค (ตามสตู ร) = น้ําหนักสตู ร x1.66x10-24 เชน NaCl มนี ํา้ หนักสูตรเทากับ 58.5 หมายความวา 1 อนุภาคมีนํ้าหนักเปน 58.5 เทาของ 1/12ของน้ําหนกั ของ 12C จํานวน 1 อะตอม ดงั นัน้ นํ้าหนัก NaCl 1 อนภุ าค = 58.5x1.66x10-24 กรัม เน่อื งจากสารไอออนิกไมม ีสูตรโมเลกุล เพราะอนภุ าคประจบุ วกและลบเรยี งตวั สลับกนั ทั้งสามมิติดังนั้น นํ้าหนกั สูตรจะเทา กบั ผลรวมของมวลอะตอมในสตู รโมเลกลุ เชน K4Fe(CN)6 = (39.1x4)+(55.8x1)+(12.0x6)+(14.0x6) = 368.3องคป ระกอบรอยละของธาตุ สูตรเคมีบอกใหทราบถึงจํานวนอะตอมของแตละธาตุที่เปนองคประกอบในโมเลกุลและสารประกอบอยางแนนอน การบอกองคประกอบของธาตุใดๆ ในโมเลกุลหนึ่งๆ นิยมบอกเปนองคป ระกอบรอยละ รอ ยละของธาตุ A ในสารประกอบ = มวลโมมวเลลกอุละขตอองมสขาอรงปรAะกอบ x 100
8 | ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ตวั อยา ง 2.4 การหารอ ยละโดยน้ําหนกั ของ N, C, H และ O ในยูเรยี (NH2CONH2)วธิ คี ดิ มวลโมเลกุลของ NH2CONH2 = 60.0 g/molรอ ยละของธาตุ N ใน NH2CONH2 = 2 x 14.0g N x100 = 46.7% 60.0 g NH2CONH2รอยละของธาตุ C ใน NH2CONH2 = 1 x 12.0 g C x100 = 20.0% 60.0 g NH2CONH2รอยละของธาตุ H ใน NH2CONH2 = 4 x 1.00 g H x100 = 6.67% 60.0 g NH2CONH2รอยละของธาตุ O ใน NH2CONH2 = 1 x 16.0 g O x100 = 26.7% 60.0 g NH2CONH2ตัวอยา ง 2.5 การหานํา้ หนกั เปน รอยละของ Cu ใน Cu(NO3)2 จาํ นวน 10.0 กรมัวิธคี ิด หามวลโมเลกลุ ของ Cu(NO3)2 = 187.5 g/molCu(NO3)2 187.5 g มี Cu อยู 63.5 gถา มี Cu(NO3)2 10.0 g มี Cu = (63.5 g/mol)(10.0 g) = 3.39 g 187.5 g/molดังน้นั Cu(NO3)2 10.0 g จะมี Cu อยู 3.39 gรอ ยละของ Cu คํานวณไดจ าก Cu(NO3)2 10.0 g จะมี Cu อยู 3.39 gดงั นนั้ Cu(NO3)2 100 g จะมี Cu 3.39 g Cu x 100 = 33.9% 10.0 g Cu(NO3)22.1.3 โมล เนอื่ งจากอะตอมมีน้าํ หนักเบามาก (1 amu เทา กบั 1.66x10-24 กรมั ) ซึ่งยากในทางปฏิบัติ ในปค.ศ.1896 ออสทว าลด (Friedrich Wilhelm Ostwald) นักเคมีชาวเยอรมัน (ไดร บั รางวลั โนเบล สาขาเคมีในป ค.ศ.1909) ไดเสนอคําวา โมล (mole) ซงึ่ มีรากศัพทม าจากภาษาละตนิ แปลวา “กอง” หนวยระบบSI หนวยโมล (mol) เปนหนวยการบอกปริมาณสาร โดยใหคําจาํ กัดความคือ “ปริมาณสารท่ีมีจํานวนอนุภาคเทากบั จาํ นวนอะตอม 12C ท่ีหนัก 12.0 กรัม” จากคําจาํ กัดความดังกลาวถารูวา 12C ท่ีหนัก12.0 กรมั มีจาํ นวนอะตอม 12C เทาใดแลว สสารใดๆ กต็ ามท่มี ีจํานวนอะตอมเทา กบั 12C ท่หี นัก 12.0กรัม จะมีปรมิ าณเทากบั 1 โมล เม่ือ 12C 1 อะตอม มีน้ําหนกั เทากับ 12.0x1.66x10-24 กรัม ซึ่งสามารถคํานวณจํานวนอะตอมของ 12C ทห่ี นกั 12.0 กรมั ได โดยสมมติให 12C หนกั 12.0 กรมั มจี าํ นวนอะตอมเทา กบั y อะตอม เมือ่เขยี นในรปู อตั ราสว นระหวางจํานวนอะตอมกับนาํ้ หนักเปนกรัม จะได
ปริมาณสารสมั พนั ธ | 9 C 1 atom g= C y atoms12.0x1.66x10-24 12.0 gC y atoms = C 1 atom x 12.0 g 12.0x1.66x10-24 g = 6.02x1023 atomsดังนั้น 12C หนกั 12.0 กรมั มีจาํ นวนอะตอมเทากบั 6.02x1023 อะตอมหรอื ในทํานองเดยี วกัน 16O ท่ีหนกั เทากบั 16.0 กรัมO y atoms = O 1 atom x 16.0 g 16.0x1.66x10-24 g = 6.02x1023 atomsดงั นนั้ 16O หนกั 16.0 กรัมมีจํานวนอะตอมเทา กบั 6.02x1023 อะตอม ดงั น้ัน แสดงวา 12C ทีห่ นกั 12.0 กรัม จะประกอบดวยอะตอมเทากับ 6.02x1023 อะตอม หรือ16O ทีห่ นัก 16.0 กรัม จะประกอบดว ยอะตอมเทา กบั 6.02x1023 อะตอมเชน กัน เม่ือพจิ ารณาอะตอมของธาตุชนิดอ่ืนๆ จะมลี กั ษณะเชน เดยี วกัน สรุปไดวา ธาตุใดๆ ท่ีมีน้ําหนักเทากับมวลอะตอมของธาตุนั้น จะมีจํานวนอะตอมเทากับ6.02x1023 อะตอม ดังนน้ั จึงไดกาํ หนดนยิ ามของโมลที่เก่ียวของกบั จํานวนอะตอมคือ “1 โมลของธาตุใดๆ ประกอบดวยปริมาณของธาตุนนั้ จํานวน 6.02x1023 อะตอม” แตเ พือ่ ใหใชไดอ ยา งกวางขวางกบั อนุภาคทั้งหมดของสสาร จึงใชจํานวนอนุภาคแทนจํานวนอะตอมดงั นน้ั นยิ ามของโมลโดยรวมจะใหคําจํากดั ความไดเ ปน “สารใดๆ 1 โมลประกอบดว ยปรมิ าณของสารที่มีจาํ นวนอนุภาคเทา กบั 6.02x1023 อนภุ าค” ตัวเลข 6.02x1023 เรียกวา “เลขอาโวกาโดร” (Avogadro’s number) เพื่อเปนเกียรติแกนักวิทยาศาสตรชาวอิตาเลยี นท่ีช่อื อาโวกาโดร (Amedeo Avogadro, ค.ศ.1776-1856) เลขอาโวกาโดรทถ่ี ูกตองและยอมรบั กันในปจจบุ ันคือ 6.0221367x1023 แตอ นุโลมใหใ ช 6.02x1023 แทนไดความสัมพันธร ะหวางจาํ นวนโมลกบั น้ําหนกั สาร จากนิยามโมลจะพบวา สารใดๆ 1 โมลประกอบดวยปริมาณของสารท่ีมีจาํ นวนอนุภาคเทากับ6.02x1023 อนุภาค (อะตอม โมเลกุล หรอื ไอออน) ดังนั้นในการบอกปรมิ าณของสารเปน โมลจึงตองระบุชนิดของอนภุ าคดวย เชน ถา อนุภาค คอื อะตอม เรียกวา โมลอะตอม เชน C 1 โมลอะตอม มีจํานวนอะตอม C เทากับ6.02x1023 อะตอม ถาอนุภาค คือ โมเลกลุ เรียกวา โมลโมเลกุล เชน O2 1 โมลโมเลกลุ มจี ํานวนโมเลกลุ O2 เทา กบั6.02x1023 โมเลกุล
10 | ปรมิ าณสารสัมพันธ์ ถาอนุภาค คือ ไอออน เรียกวา โมลไอออน เชน Ca2+ 1 โมลไอออน มีจํานวนไอออน Ca2+เทากับ 6.02x1023 ไอออน แตโดยท่ัวไปการบอกหนวยปริมาณสารเปนโมล มักไมไดบอกถึงชนิดอนุภาคสารน้ัน ดังน้ันจําเปนตอ งรวู าสารนัน้ เปน อะตอม โมเลกลุ หรือไอออน เชน ถา เปน สารประกอบหรือโมเลกุลจะหมายถงึโมลโมเลกุล แตถาเปน ธาตอุ ิสระจะหมายถึงโมลอะตอม เปนตน อยางไรก็ตาม การเรียกหนวยปริมาณสารจะเรียก โมล เทา นนั้ ความสัมพนั ธระหวางจํานวนโมลกบั น้ําหนักของอนุภาคสารที่เปน อะตอม โมเลกลุ หรือไอออนแสดงในตารางที่ 2.2, 2.3 และ 2.4 ตามลาํ ดบั ซ่งึ พบวา นาํ้ หนกั ของอนุภาคจํานวน 1 โมลจะเทา กับมวลอะตอม มวลโมเลกลุ หรือมวลไอออน แลวแตก รณีตารางท่ี 2.2 นํ้าหนักของธาตุจาํ นวน 1 โมลธาตุ มวลอะตอม นาํ้ หนักของธาตุ 1 น้ําหนกั ของธาตุ จํานวน 1 โมล (กรมั ) อะตอม (กรัม)Na 23.0 23.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(23.0x1.66x10-24) = 23.0 (6.02x1023)x(4.00x1.66x10-24) = 4.00He 4.00 4.00x1.66x10-24 (6.02x1023)x(14.0x1.66x10-24) = 14.0N 14.0 14.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(55.8x1.66x10-24) = 55.8Fe 55.8 55.8x1.66x10-24 (6.02x1023)x(32.0x1.66x10-24) = 32.0S 32.0 32.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(31.0x1.66x10-24) = 31.0P 31.0 31.0x1.66x10-24ตารางที่ 2.3 นาํ้ หนกั ของสารประกอบหรือโมเลกลุ จํานวน 1 โมลโมเลกลุ มวลโมเลกุล นาํ้ หนักของสาร 1 น้ําหนักของโมเลกุลสาร จาํ นวน 1 โมล โมเลกุล (กรัม) (กรัม)N2 28.0 28.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(28.0x1.66x10-24) = 28.0CO2 44.0 44.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(44.0x1.66x10-24) = 44.0SO2 64.0 64.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(64.0x1.66x10-24) = 64.0H2O 18.0 18.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(18.0x1.66x10-24) = 18.0HNO3 63.0 63.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(63.0x1.66x10-24) = 63.0ตารางท่ี 2.4 น้าํ หนกั ของไอออนจํานวน 1 โมลไอออน มวลไอออน นาํ้ หนกั ของไอออน นา้ํ หนักของไอออน จาํ นวน 1 โมล (กรัม) 1 ไอออน (กรมั ) (6.02x1023)x(23.0x1.66x10-24) = 23.0Na+ 23.0 23.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(55.8x1.66x10-24) = 55.8Fe3+ 55.8 55.8x1.66x10-24 (6.02x1023)x(19.0x1.66x10-24) = 19.0F- 19.0 19.0x1.66x10-24 (6.02x1023)x(96.0x1.66x10-24) = 96.0SO42- 96.0 96x1.66x10-24 (6.02x1023)x(97.0x1.66x10-24) = 97.0H2PO4- 97.0 97x1.66x10-24
ปริมาณสารสมั พันธ | 11 ความสมั พนั ธระหวา งจํานวนโมลกบั น้ําหนักอนุภาคสาร (อะตอม โมเลกลุ หรือไอออน) สรปุ ไดดังนี้ 1) ธาตุใดๆ จํานวน 1 โมล มนี ํา้ หนักเปน กรมั เทา กบั มวลอะตอมของธาตุนัน้ เชน ธาตแุ มกนเี ซยี ม (Mg) 1 โมล (หรือ 6.02x1023 อะตอม) มีนาํ้ หนักเทา กับ 24.3 กรัม ธาตอุ อกซิเจน (O) 1 โมล (หรอื 6.02x1023 อะตอม) มนี ้ําหนักเทากบั 16.0 กรัม 2) สารประกอบใดๆ จาํ นวน 1 โมล มนี ้ําหนกั เปนกรัมเทากบั มวลโมเลกลุ ของสารประกอบน้ันเชน แกส คลอรีน (Cl2) 1 โมล (หรอื 6.02x1023 อะตอม) มนี า้ํ หนักเทา กับ 71.0 กรัม แกสคารบอนไดออกไซด (CO2) 1 โมล (หรือ 6.02x1023 อะตอม) มีน้ําหนักเทากับ44.0 กรมั นา้ํ (H2O) 1 โมล (หรือ 6.02x1023 อะตอม) จะมนี าํ้ หนกั เทากบั 18.0 กรัม 3) ไอออนใดๆ จํานวน 1 โมล จะมีนาํ้ หนักเปนกรัมเทากบั มวลไอออนของไอออนนนั้ ๆ เชน ซัลเฟตไอออน (SO42-) 1 โมล (หรอื 6.02x1023 อะตอม) มีนํ้าหนักเทากับ 96.0 กรัม คลอไรดไอออน (Cl-) 1 โมล (หรือ 6.02x1023 อะตอม) มีน้ําหนักเทากับ 35.5 กรัมการคาํ นวณหาจาํ นวนโมลของสารใดๆ จากนาํ้ หนักสาร หาไดโดยใชส ตู รทวั่ ไปดงั น้ี n = g …..(2.2) MMเม่อื n = จาํ นวนโมล (mol) g = นํา้ หนกั ของสาร (g) MM = มวลโมลาร (g/mol)หมายเหตุ มวลโมลาร (molar mass) หมายถึง มวลอะตอม กรณอี นภุ าคเปน อะตอม มวลโมเลกลุ กรณอี นภุ าคเปน โมเลกุล มวลไอออน กรณอี นุภาคเปน ไอออนตัวอยาง 2.6 จงคาํ นวณจํานวนโมลของปริมาณสารตอไปน้ีก) สังกะสี (Zn) หนัก 22.5 กรมัn ของ Zn = 22.5g Zn = 0.344 mol 65.4 g/mol Znข) แกส ไฮโดรเจนคลอไรด (HCl) หนัก 10.0 กรัมn ของ HCl = 10.0g HCl = 0.274mol 36.5g/mol HClค) ซลั เฟตไอออน (SO42-) หนกั 40.2 กรมัn ของ SO24-= 40.2g SO24- = 0.42mol 96.0g/mol SO24-
12 | ปรมิ าณสารสัมพันธ์ตวั อยา ง 2.7 จงคาํ นวณจํานวนอนภุ าคของปรมิ าณสารตอ ไปนี้ก) สังกะสี (Zn) หนกั 22.5 กรัมคาํ นวณจาํ นวนโมล = 0.344 โมล (จากตัวอยาง 2.6 ก)จาก Zn 1 โมล จะมี Zn = 6.02x1023 อะตอมถา Zn 0.344 โมล จะมี Zn = (0.344 )(6.02x1023) = 2.07x1023 อะตอม 1ข) แกสไฮโดรเจนคลอไรด (HCl) หนัก 10.0 กรัมคํานวณจํานวนโมล = 0.274 โมล (จากตัวอยา ง 2.6 ข)จาก HCl 1 โมล จะมี HCl = 6.02x1023 โมเลกลุถา HCl 0.274 โมล จะมี HCl = (0.274 )(6.02x1023) = 1.65x1023 โมเลกุล 1ค) ซลั เฟตไอออน (SO42-) หนัก 40.2 กรัมคาํ นวณจํานวนโมล = 0.42 โมล (จากตัวอยาง 2.6 ค)จาก SO42- 1 โมล จะมี SO42- = 6.02x1023 ไอออนถา SO42- 0.42 โมล จะมี SO42- = (0.42 )(6.02x1023) = 2.53x1023 ไอออน 1ความสัมพนั ธระหวา งจํานวนโมลกับปรมิ าตรของแกส ความสัมพนั ธระหวา งโมลกับปริมาตรจะคดิ เฉพาะสารที่มีสถานะแกส เทา นั้น ปริมาตรของแกสจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิและความดัน ดังน้ันเมื่อเปรียบเทียบปริมาตรของแกสตางๆ จึงตองมีการกําหนดอณุ หภูมแิ ละความดันเพอ่ื เปนมาตรฐาน นกั วทิ ยาศาสตรไดกําหนดอุณหภมู ทิ ี่ 0C และความดัน1 บรรยากาศ (atm) เปนสภาวะมาตรฐาน (Standard Temperature and Pressure) เรยี กยอวา STP จากสมมติฐานของอาโวกาโดรทวี่ า “ภายใตอ ุณหภมู ิและความดนั เดียวกนั แกส ที่มีจํานวนโมเลกุลเทากนั จะมีปริมาตรเทากัน” ซง่ึ จากความสัมพันธของโมลกบั จาํ นวนโมเลกุลที่วา “สารประกอบใดๆจาํ นวน 1 โมล จะประกอบดวยจาํ นวนโมเลกุลของสารนั้นเทา กับ 6.02x1023 โมเลกลุ ” ดังนั้น ปรมิ าตรของแกส จึงควรจะมีความสัมพนั ธก บั จํานวนโมลดว ย นักวทิ ยาศาสตรไดทดลองหาความสัมพนั ธระหวางปรมิ าตรของแกส กบั จาํ นวนโมลของแกส ท่ี STP ไดผ ลดงั ขอ มลู ในตารางที่ 2.5ตารางท่ี 2.5 การทดลองหาปริมาตรของแกส ตอ จํานวนโมลของแกส บางชนดิ ท่ี STPแกส นา้ํ หนกั ของแกสท่ีใช น้ําหนกั ของแกส ปรมิ าตรตอ โมล (กรมั /ลิตร) จํานวน 1 โมล (กรัม) ของแกส (ลติ ร)O2 1.43 32.0 22.4N2 1.25 28.0 22.4CO 1.24 28.0 22.5CO2 1.97 44.0 22.3 เฉลีย่ 22.4
ปรมิ าณสารสมั พนั ธ | 13 จากผลการทดลองสรุปเปน ความสมั พนั ธระหวางจํานวนโมลและปริมาตรของแกส คือ “แกสใดๆจํานวน 1 โมล จะมปี รมิ าตร 22.4 ลิตร ท่ี STP” ดังนน้ั สารใดๆ ในสถานะแกส ไมวาโมเลกุลขนาดใหญ (มวลโมเลกลุ มาก) หรอื ขนาดเล็ก (มวลโมเลกลุ นอ ย) เมอ่ื มจี ํานวนเทา กับ1 โมล จะมปี ริมาตรเทา กบั 22.4 ลิตร ที่ STP เสมอ เชน แกส O2 1 โมล (มีนา้ํ หนัก 32.0 กรมั ) จะมีปรมิ าตรเทากับ 22.4 ลิตร ที่ STP แกส CO2 1 โมล (มีนาํ้ หนกั 44.0 กรัม) จะมปี ริมาตรเทา กับ 22.4 ลิตร ที่ STP ไอน้าํ (H2O) 1 โมล (มีนาํ้ หนกั 18.0 กรมั ) จะมีปริมาตรเทา กับ 22.4 ลติ ร ที่ STPการคํานวณหาจํานวนโมลของแกส จากปรมิ าตรของแกสท่ี STP โดยใชสมการทว่ั ไปดังน้ี n = V …..(2.3) 22.4เมอ่ื n = จํานวนโมล (mol) V = ปริมาตรของแกสท่ี STP (L)ตัวอยา ง 2.8 การคํานวณจาํ นวนโมลของแกส ตอไปน้ีท่ี STPก) แกส O2 100 ลิตร n ของ O2 = 100 L = 4.46mol 22.4 L ดงั นนั้ แกส O2 ปรมิ าตร 100 ลิตร เทา กับ 4.46 โมลข) แกส NO2 1 ลติ ร n ของ NO2 = 1L L = 0.045mol 22.4 ดังนั้น แกส NO2 ปริมาตร 1 ลิตร เทากบั 0.045 โมลตวั อยาง 2.9 แกส O2 100 กรัม มีปริมาตรก่ีลติ รท่ี STPวิธีคิด คาํ นวณจาํ นวนโมลของ O2 โดยอาศยั สมการ (2.2) แลวจึงหาปริมาตรจากจํานวนโมลโดยอาศยัสมการ (2.3) n ของ O2 = 100g O2 = 3.12mol 32.0g/mol O2ดังนน้ั แกส O2 100 g คดิ เปน 3.12 molจาก O2 1 mol มปี ริมาตร = 22.4 L ที่ STPถา มี O2 3.125 mol จะมปี รมิ าตร = (3.125 mol)(22.4 L) = 69.9 L 1 mol
14 | ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ จากความสัมพันธระหวางจํานวนโมลกับนํ้าหนัก อนภุ าคสาร (อะตอม โมเลกุล หรือไอออน) และปริมาตรของแกส สรปุ ไดว า 1 โมลของสารใดๆ จะมีจาํ นวนอนุภาค เทากบั 6.02x1023 อนภุ าค (อะตอม โมเลกลุ หรอื ไอออน) 1 โมลของสารใดๆ จะมีนํ้าหนกั (เปน กรัม) เทากบั มวลโมลาร (มวลอะตอม มวลโมเลกุล หรือมวลไอออน) 1 โมลของแกสใดๆ จะมปี ริมาตรเทา กบั 22.4 ลติ ร ที่ STPตัวอยางเชน โมเลกุลของ H2O 1 โมลในสถานะแกส ที่ STPจาํ นวนอนุภาค (โมเลกุล) ของ H2O = 6.02x1023 โมเลกุลนาํ้ หนักของ H2O = 18.0 กรัมปริมาตรของไอนํา้ = 22.4 ลติ รจากความสัมพันธดังกลาวนี้ จะพบวา H2O 6.02x1023 โมเลกุล จะหนัก 18.0 กรัม และถาวัดปรมิ าตรของไอนํา้ จะได 22.4 ลติ ร ที่ STPตารางที่ 2.6 จาํ นวนอนภุ าค นาํ้ หนกั และปรมิ าตรของสารบางชนิดจํานวน 1 โมลสาร สถานะ จาํ นวนอนุภาค น้ําหนกั (กรัม) ปริมาตร (ที่ STP)O2 แกส 6.02x1023 32.0 22.4 LCO แกส 6.02x1023 28.0 22.4 L 6.02x1023C2H2 แกส 6.02x1023 28.0 22.4 LCH3OH ของเหลว 6.02x1023 32.0 -H2O ของเหลว 6.02x1023 18.0 -Hg ของเหลว 6.02x1023 200.6 - 6.02x1023C6H12O6 ของแข็ง 180.0 -Na ของแข็ง 23.0 -C10H8 ของแข็ง 6.02x1023 128.0 - จากตารางท่ี 2.6 สรุปไดวาสารตา งชนิดกันเม่ือจาํ นวนโมลเทา กันจะมจี ํานวนอนุภาคเทา กนั และมีปรมิ าตรในกรณแี กส แตจ ะมีนา้ํ หนกั ไมเทา กัน (ยกเวน กรณที ่ีสารเหลานน้ั มีมวลโมเลกุลเทากัน เชน O2กบั CH3OH หรอื CO กับ C2H2 จะมีนา้ํ หนักเทา กันดวย) การคํานวณปริมาณสมั พันธของสาร ระหวางจํานวนโมลกับน้ําหนัก จาํ นวนอนุภาค และปริมาตรของแกส สามารถเขยี นเปนความสมั พันธทีเ่ รียกวา สามเหล่ียมโมล (triangle mole) ดงั ภาพท่ี 2.4
ปริมาณสารสมั พนั ธ | 15ภาพท่ี 2.4 สามเหลี่ยมโมลแสดงความสัมพนั ธระหวา งจาํ นวนโมลกับน้ําหนัก จาํ นวนอนุภาค และปรมิ าตรของแกส ความสัมพันธระหวางจํานวนโมลกับนํ้าหนัก จํานวนอนุภาค และปริมาตรของแกส สามารถคํานวณการเปลย่ี นความสัมพันธจากความสมั พนั ธหนึ่งไปอีกความสัมพนั ธหนง่ึ ดงั ตารางท่ี 2.7ตารางที่ 2.7 การเปลีย่ นความสัมพนั ธระหวางจํานวนโมลกับน้าํ หนกั อนภุ าคและปริมาตรของแกสความสัมพันธ การเปล่ยี นความสัมพันธ วิธกี ารเปล่ยี นความสมั พนั ธโมลกบั นาํ้ หนกั โมล น้าํ หนกั โมล x มวลโมลาร นาํ้ หนัก โมล นํา้ หนกั มวลโมลารโมลกบั อนุภาค โมล อนภุ าค โมล x 6.02x1023 อนภุ าค โมล อนภุ าค 6.02x1023โมลกับปรมิ าตร โมล ปรมิ าตร โมล x 22.4 ปรมิ าตร โมล ปรมิ าตร 22.4จากรูป 2.4 จะเหน็ วาจํานวนโมลเปนศูนยก ลาง ดงั น้ัน การคาํ นวณหานํ้าหนกั จาํ นวนอนภุ าค และปริมาตรของแกส จะตอ งคาํ นวณผานจาํ นวนโมลกอ น เพราะในปฏกิ ิริยาเคมจี ํานวนโมลเปน สมั ประสทิ ธิท์ ่ีใชในการเปรียบเทยี บอตั ราสว นในการเกิดปฏกิ ิริยาของทั้งสารต้ังตนและสารผลิตภณั ฑ เนอ่ื งจากจาํ นวนโมลสัมพันธก ับน้ําหนกั จาํ นวนอนภุ าค และปรมิ าตรของแกส จึงเขียนเปนสมการไดดังน้ีn = g (g) = V (L) = N ……(2.4) MM (g/mol) 22.4 (L) 6.02x1023เมอื่ n = จาํ นวนโมล (mol)g = น้าํ หนกั ของสาร (g)MM = มวลโมลาร (g/mol)V = ปรมิ าตรของแกสที่ STP (L)N = จํานวนอนุภาค (อะตอม โมเลกุล หรอื ไอออน)
16 | ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์สมการ (2.4) มีประโยชนมากในการคํานวณ เพราะชวยลดเวลาในการเทยี บจํานวนโมลของการคาํ นวณแตละข้ัน สามารถคาํ นวณโดยอาศัยความสมั พนั ธเ ปนคๆู จากสมการ เชนถาตองการคํานวณระหวางโมลกับปริมาตร ใหใชความสัมพันธ กับ หรือคํานวณระหวางนํ้าหนักกับปริมาตรใหใชความสมั พันธ กบั โมล น้ําหนัก ปรมิ าตร อนภุ าค n= g (g) = V (L) = N MM (g/mol) 22.4 (L) 6.02x1023ตวั อยา ง 2.10 การคาํ นวณปรมิ าณสารตอไปนี้ก) สงั กะสี (Zn) หนกั 22.5 กรัม มีจํานวนอะตอมเทา ไร วิธีคดิ สมการ (2.4) โดยใชค วามสมั พันธร ะหวางนํ้าหนกั กบั อนภุ าค จะไดสมการ g = N MM 6.02x1023 g)(6.02x1023 N = (22.5 65.4 g/mol atoms) = 2.07x1023 atomsข) แกสไฮโดรเจนคลอไรด (HCl) หนัก 10 กรมั มีปรมิ าตรก่ลี ติ ร (ที่ STP) วธิ คี ิด สมการ (2.4) โดยใชค วามสัมพนั ธร ะหวา งน้ําหนกั กบั ปริมาตร จะไดสมการ g = V (L/mol) MM 22.4 (L) V = (10 g)(22.4 L/mol) = 6.14 L 36.5 g/molค) ซัลเฟตไอออน (SO42-) จาํ นวน 4.26x1025 ไอออน มนี าํ้ หนักกีก่ รมั วธิ ีคดิ สมการ (2.4) โดยใชความสมั พนั ธระหวา งนาํ้ หนกั กบั อนุภาค จะไดสมการ g = N MM 6.02x1023 (96 g)(4.26x1025 ions) g = 6.02x1023 ions = 6,793.3 gตัวอยาง 2.11 จงคํานวณนา้ํ หนกั เปนกรมั ของ O2 ท่ีใชท ําปฏิกริ ยิ าพอดีกับ C3H8 จํานวน 100 กรมั จากปฏกิ ิรยิ า C3H8(g) + 5O2(g) 3CO2(g) + 4H2O(g)วิธีคิด การคํานวณไมอ าจใชส มการ (2.4) ไดเหมือนตวั อยา งท่ีผานมา เนือ่ งจากโจทยถามจํานวนกรัมของO2 เมื่อกําหนดจํานวนกรัมของ C3H8ดงั นน้ั สมการ (2.4) ใชคาํ นวนจํานวนโมลของ C3H8 ระหวาง กับ
ปรมิ าณสารสัมพันธ | 17 n = g MM 100 gn ของ C3H8 = 44.0 g/mol = 2.27 molจากปฏกิ ริ ยิ าพบวา C3H8 1 mol ทําปฏิกริ ิยาพอดกี บั O2 5 molดงั นัน้ เมื่อมี C3H8 2.27 mol จะตอ งใช O2 เทา กบั (2.27 mol)x5 = 11.3 mol ข้นั ตอนตอไป คอื คํานวณจํานวนโมลของ O2 เปนน้าํ หนัก (กรัม) ของ O2 โดยใชค วามสัมพนั ธ กับ (หรือสมการ 2.2) n = g MM g O2 = n x MM g O2 = (11.3 mol)(32.0 g/mol) = 361.6 gการคํานวณอาจแสดงเปนความสัมพันธร ะหวา ง O2 กบั C3H8 ไดด งั น้ี 100 g C3H8 mol C3H8 mol O2 g O2g O2= 100 g C3H8x 1 mol C3H8 5 mol O2 32.0 g O2 = 361.6 g 44.0 g C3H8 1 mol C3H8 1 mol O2การคาํ นวณปรมิ าณสมั พันธ สมการเคมที ่ดี ลุ แลว แสดงใหทราบความสัมพันธระหวางปริมาณของสารตางๆ ในปฏกิ ริ ยิ าเคมี โดยจะพิจารณาความสมั พนั ธของจาํ นวนโมลของสารเปนสําคัญ สวนจะมนี ํา้ หนักเปน เทา ใด มจี ํานวนโมเลกุลเปน เทาใด หรือมีปรมิ าตรกล่ี ิตรที่ STP นั้น สามารถคาํ นวณโดยอาศัยจาํ นวนโมลของสารในสมการเคมที ี่ดลุ แลวตามหลกั สามเหลย่ี มโมล การคํานวณปริมาณสารสัมพันธใ นสมการเคมีทําไดหลายวิธี ข้ึนอยกู ับความถนัดของแตละคน บางวิธีอาจมหี ลายข้ันตอน บางวิธที ําไดโดยข้ันตอนเดยี ว อาจสรปุ หลักในการคํานวณแตล ะวิธี ดังน้ี 1) วิธโี มลสมั พนั ธ วธิ ีโมลสัมพันธ (mol correlation) เปนวิธีพื้นฐานในการคํานวณปริมาณสัมพันธในสมการเคมี ซึ่งเปน การคํานวณทีละขน้ั โดยอาศัยการเปรียบเทียบอัตราสวนจํานวนโมลของสารทีเ่ กย่ี วของกนั เปนสําคัญ โดยเริ่มตนคํานวณหาจํานวนโมลของสารที่โจทยกําหนดน้ําหนัก หรือปริมาตร หรืออนุภาค(แลว แตกรณี) ตามหลักความสัมพันธจํานวนโมลกบั นํ้าหนัก จาํ นวนอนภุ าคและปรมิ าตร เม่ือสามารถหาจํานวนโมลของสารท่ีโจทยกําหนดไดแลว จึงเทียบเปนจํานวนโมลของสารที่ตอ งการตามความสัมพันธระหวางอัตราสวนจาํ นวนโมล (mol ratio) ของสารน้ันๆ เมื่อทราบจํานวนโมลของสารที่ตองการ จึงคํานวณเปน น้าํ หนกั หรือเปนอนภุ าค หรือเปนปรมิ าตร (แลวแตกรณ)ี โดยอาศยั สามเหลยี่ มโมล แนวคิดการคาํ นวณวิธีโมลสัมพนั ธ แสดงในภาพที่ 2.5 โดยสมมติ โจทยกาํ หนดนํา้ หนักของ A มาจะตอ งเปลี่ยนน้าํ หนักใหเปน จํานวนโมล A โดยอาศัยสามเหลี่ยมโมล และเมือ่ ไดจํานวนโมล A แลวจะ
18 | ปรมิ าณสารสัมพันธ์เห็นวาจํานวนโมล A สัมพันธกับจํานวนโมล B ตามอัตราสวนจํานวนโมล เมื่อทราบจํานวนโมล Bสามารถคํานวณหานํ้าหนัก หรือเปนอนุภาค หรือเปนปริมาตร (แลวแตกรณี) ของสาร B โดยอาศัยสามเหลี่ยมโมลสมมตสิ มการเคมี aA bB น้ําหนกั A อนุภาค A mol A ปริมาตร A อนภุ าค B mol ratio ของ B ตอ A คือ b a mol B ปรมิ าตร B นาํ้ หนัก B ภาพท่ี 2.5 แนวคดิ การคาํ นวณวธิ โี มลสัมพนั ธตวั อยาง 2.12 ถาตอ งการเผาไหมแ กส CH4 ปรมิ าตร 900 ลติ รใหส มบรู ณ ที่ STP ปฏิกิริยาทีเ่ กดิ ข้นึ CH4(g) + 2O2(g) CO2(g) + 2H2O(g) ก) จะตองใชแกส O2 อยางนอยกี่กรมั ข) ถา ใช O2 มากเกินพอจะเกิดแกส CO2 ก่ีกรมั และก่ีโมเลกลุวธิ ีคดิ การแกปญหาโจทยโดยวิธโี มลสมั พนั ธ ซ่งึ เปน การคํานวณทลี ะข้ันโดยเรมิ่ ท่หี าจาํ นวนโมลของ CH4 ก) คํานวณน้าํ หนักของ O2แนวคิด x 32.0 g/mol 22.4 L 900 L CH4 mol CH4 mol O2 g O2 mol ratio = 2/1 ขัน้ ท่ี 1 คํานวณจาํ นวนโมลของ CH4 ที่มีปรมิ าตร 900 L จากสมการ (2.3) n ของ CH4= 900 L = 40.2 mol 22.4 L ข้นั ที่ 2 เทยี บจาํ นวนโมลในปฏิกริ ยิ า พบวา CH4 1 mol ทําปฏกิ ริ ิยาพอดกี บั O2 2 mol ดงั นนั้ จาํ นวนโมลของ O2 ที่ตองใช = 2 x 40.2 = 80.4 mol 1 ขนั้ ที่ 3 คํานวณกรมั ของ O2 (มวลโมเลกุล O2=32.0 g/mol) กรมั ของ O2 = (80.4 mol)(32.0 g/mol) = 2,571.5 g
ปรมิ าณสารสัมพนั ธ | 19 ดังนั้น ตองใช O2 อยางนอย 2,571.5 กรัมจึงจะเผาไหม CH4 ปริมาตร 900 ลิตร ไดอยางสมบรู ณ ข) ถา ใช O2 มากเกินพอ จะเกิด CO2 ก่ีกรัม x 44.0 g/molแนวคดิ 22.4 g CO2 900 L CH4 mol CH4 mol CO2 mol ratio = 1/1 molecules CO2จากปฏกิ ริ ยิ า x 6.02x1023ข้นั ท่ี 1 คาํ นวณจาํ นวนโมลของ CH4 ที่มปี ริมาตร 900 L จากสมการ (2.3) n ของ CH4 = 900 L = 40.2 mol 22.4 Lข้นั ท่ี 2 ถา ใช CH4 1 mol จะเกดิ CO2 1 mol (เน่ืองจากอตั ราสวนจาํ นวนโมลระหวา ง CH4 และCO2 เปน 1:1) ดังน้ัน เมอ่ื มี CH4 40.2 mol จะเกิด CO2 = 40.2 molข้ันท่ี 3 คาํ นวณน้าํ หนกั ของ CO2 ทเี่ กดิ ข้นึ (มวลโมเลกลุ CO2=44.0 g/mol) g CO2 = (40.2 mol)(44 g/mol) = 1,767.9 gดงั นนั้ ถา เผา CH4 ปริมาตร 900 L จะเกดิ CO2 เทากับ 1,767.9 g ขน้ั ที่ 4 จํานวนโมเลกุลของ CO2 ที่เกิดข้ึน คาํ นวณไดจาก N = (40.2 mol)(6.02x1023 molecules) = 2.42x1025 molecules ดงั นน้ั ถา เผา CH4 ปริมาตร 900 L จะเกดิ CO2 เทากับ 2.42x1025 molecules 2) วธิ ีแฟกเตอรเ ปลี่ยนหนว ย วิธีแฟกเตอรเปลี่ยนหนวย (conversion factor) ในการคํานวณปริมาณสารสัมพันธเปนการคํานวณโดยอาศัยแฟกเตอรเปลีย่ นหนวยของความสัมพันธระหวางจํานวนโมลกับน้ําหนัก จํานวนอนภุ าคและปรมิ าตรของแกส ดงั ตารางที่ 2.8ตารางที่ 2.8 แฟกเตอรเ ปล่ยี นหนว ยเกย่ี วกบั การคาํ นวณทส่ี มั พันธก ับจาํ นวนโมลความสมั พนั ธ แฟกเตอรเ ปลี่ยนหนวยโมลกับนา้ํ หนกั 1 mol หรอื MMโมลกับจาํ นวนอนุภาค MM 1 mol 6.02x1023 1 mol หรือ 1 mol 6.02x1023
20 | ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ โมลกับปรมิ าตรของแกส (ที่ STP) 1 mol หรือ 22.4 L 22.4 L 1 mol วิธกี ารเทียบหนวยจะอาศัยแฟกเตอรเ ปล่ียนหนวยของแตล ะความสมั พนั ธเ ทียบหนว ยทตี่ องการหา เชน ถาตองการทราบวา เหล็ก (Fe) 10 กรัมมีกโ่ี มล แฟกเตอรเ ปลยี่ นหนว ยคอื โมลกบั นํ้าหนกั จากตารางที่ 2.8 จะมีแฟกเตอรเ ปลี่ยนหนวยอยู 2 ตวั คือ 1 mol และ MM ดงั น้ัน การเลอื กแฟกเตอร MM 1 molเปลี่ยนหนวยในการคํานวณจะตองเลือกแฟกเตอรเปล่ียนหนวยทมี่ ีตวั สวนเหมือนกับหนว ยของตัวแปรท่ีโจทยใหมา กรณนี ี้การคาํ นวณจะได n ของ Fe = 10 g Fe x 1 mol Fe = 0.18 mol 55.8 g Fe แตถาตองการทราบวา เหล็ก (Fe) 10 กรัมมีกี่อะตอม จากตารางท่ี 2.8 จะไมมีแฟกเตอรเปล่ียนหนวยระหวางนํ้าหนักกับอนุภาค (อะตอม) โดยตรง ดังน้ันจงึ ตองใชแฟกเตอรเปล่ียนหนวย 2สว นคือแฟกเตอรเปล่ียนหนว ยโมลกับนา้ํ หนกั และโมลกับจาํ นวนอนุภาคตอ เนอื่ งกนั คือ atom Fe = 10 g Fe x 1 mol Fe 6.02x1023 atoms Fe = 3.34x1024 atoms 55.8 g Fe 1 mol Fe ตัวอยาง 2.12 (คํานวณโดยวิธีแฟกเตอรเ ปลีย่ นหนวย)วธิ ีคิด ก) คาํ นวณนํา้ หนกั ของ O2 g O2= 900 L CH4x 1 mol CH4 2 mol O2 32.0 g O2 = 2,571.5 g O2 22.4L CH4 1 mol CH4 1 mol O2 ข) คาํ นวณนํ้าหนกั ของ CO2 g CO2= 900 L CH4x 1 mol CH4 1 mol CO2 44.0 g CO2 = 1,767.9 g CO2 22.4 L CH4 1 mol CH4 1 mol CO2 คาํ นวณจาํ นวนโมเลกุลของ CO2 molecule CO2 = 900 L CH4x 1 mol CH4 1 mol CO2 6.02x1023 molecules CO 2 22.4 L CH4 1 mol CH4 1 mol CO2 = 2.42x1025 molecules 3) วธิ เี ทียบบัญญตั ิไตรยางค วธิ ีเทียบบัญญัติไตรยางค (rule of three) เปนการจบั คูความสัมพันธสามตัวแปรแลวหาตวัแปรท่ีสี่โดยการเทียบบัญญัติไตรยางค โดยวิธีน้ีตองเขียนความสัมพันธระหวางจํานวนโมลกับนํ้าหนักจาํ นวนอนุภาค และปริมาตรของแกส เปนตัวเลข 4 บรรทัด ตัวเลขในแตละบรรทัดของสารทั้งหมดมีความสัมพันธก ัน ดังน้ี
ปริมาณสารสมั พนั ธ | 21 AB CD สมการทีด่ ลุ แลว Zn(s) + 2HCl(aq) ZnCl2(aq) + H2(g) จาํ นวนโมล (mol) 12 11 นํา้ หนกั (g) จํานวนอนุภาค 65.4 2x36.5 136.0 2.00 ปรมิ าตรที่ STP (L) 6.02x1023 2x6.02x1023 6.02x1023 6.02x1023 -- - 22.4หลกั การเขียนตวั เลข 4 บรรทดั ประกอบดวย จํานวนโมล () เขียนตามเลขสัมประสทิ ธิ์จาํ นวนโมล น้าํ หนกั () คาํ นวณจากความสมั พนั ธระหวางจาํ นวนโมลกบั น้าํ หนกั โดยอาศยั สามเหลีย่ มโมล จํานวนอนภุ าค () คาํ นวณจากความสมั พันธระหวางจาํ นวนโมลกับจํานวนอนภุ าค ปรมิ าตรที่ STP () คํานวณจากความสมั พนั ธร ะหวา งจาํ นวนโมลกับปรมิ าตรของแกส ในการคํานวณปริมาณสารในสมการเคมีจะอาศัยความสัมพันธทั้ง 4 บรรทัด มาเทียบบญั ญัติไตรยางค โดยจะพจิ ารณาจบั เปน คตู ามตวั แปรที่โจทยก ําหนดและท่ีตองการถามตวั อยา ง ถา ใช Zn 10.0 กรัม จะเกิดแกส H2 ก่ีลติ รแนวคดิ ใหจ บั ครู ะหวา ง A ----------------- Dจะไดค วามสัมพนั ธคือ Zn 65.4 g จะเกิด H2 22.4 L ถา ใช Zn 10.0 g จะเกิด H2 = (22.4 L)(10 g) = 3.42 L 65.4 g/molตัวอยาง 2.12 (คํานวณโดยวิธีเทยี บบญั ญัตไิ ตรยางค)วธิ ีคดิ เขียนความสมั พนั ธท ง้ั 4 บรรทดั ดังนี้ ABC D ปฏกิ ริ ยิ าที่ดลุ แลว CH4(g) + 2O2(g) CO2(g) + 2H2O(g) จํานวนโมล 1 2 1 2 นํ้าหนัก (g) 16.0 2x32.0 44.0 2x18.0 จํานวนอนภุ าค 6.02x1023 2x6.02x1023 6.02x1023 2x6.02x1023 ปรมิ าตรที่ STP (L) 22.4 2x22.4 22.4 2x22.4ก) คํานวณน้าํ หนกั O2 เมอ่ื โจทยก าํ หนดปริมาตรของ CH4 ดังนั้นใหจับคูร ะหวาง A กับ Bโดยจากความสมั พนั ธในตาราง CH4 ปรมิ าตร 22.4 Lจะตองใช O2 = 64.0 g
22 | ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ถามี CH4 900 L จะตองใช O2 = (900 L)(64.0 g) = 2,571.5 g 22.4 Lข) คาํ นวณนํ้าหนกั CO2 เม่ือโจทยกาํ หนดปรมิ าตรของ CH4 ดังน้นั ใหจ บั ครู ะหวาง A กับ Cโดยจากความสมั พนั ธใ นตารางCH4 ปรมิ าตร 22.4 L จะเกิด CO2 = 44.0 gถามี CH4 900 L จะเกิด CO2 = (900 L)(44.0 g) = 1,767.9 g 22.4 Lคาํ นวณจาํ นวนโมเลกุล CO2 เมื่อโจทยกําหนดปริมาตรของ CH4 ใหจ บั คูระหวาง A กบั Cโดยจากความสมั พนั ธใ นตารางCH4 ปริมาตร 22.4 L จะเกดิ CO2 = 6.02x1023 moleculesถามี CH4 900 L จะเกิด CO2 = (900 L)(6.02x1023) = 2.42x1025 molecules 22.4 Lตวั อยา ง 2.13 ปฏิกิริยา CaC2(s) + 2H2O(l) Ca(OH)2(aq) + C2H2(g) ถาใช CaC2 250 กรัม ทาํปฏกิ ริ ยิ ากบั นา้ํ ทีม่ ีปรมิ าณมากเกนิ พอ จงคาํ นวณหา ก) C2H2 เกิดขึ้นกีโ่ มลและคิดเปน กกี่ รัม x มวลโมเลกลุ C2H2 ข) C2H2 เกดิ ข้ึนกล่ี ิตรท่ี STP ค) H2O ทาํ ปฏิกริ ยิ าไปก่ีโมลและกก่ี รมั เกิด mol C2H2 g C2H2วธิ ีคดิ มวลโมเลกลุ CaC2CaC2 250 g mol CaC2 L C2H2 x 22.4 L x มวลโมเลกลุ H2O mol H2O (ใช 2 เทา ของ mol CaC2) g H2Oการคาํ นวณวิธีที่ 1 วธิ ีโมลสมั พันธคาํ นวณจํานวนโมลของ CaC2 จากสมการ (2.2)n ของ CaC2 = 250 g = 3.90 mol 64.1 g/molก) จากสมการจํานวนโมลระหวาง CaC2 และ C2H2 เปน 1:1ดงั นั้น เมอ่ื ใช CaC2 3.90 mol จะเกดิ C2H2 3.90 mol เชนกนัคดิ เปน กรัม C2H2 = (3.90 mol)(26.0 g/mol) = 101.4 gข) ปริมาตร C2H2 ทเ่ี กิดขึน้ คํานวณจากจํานวนโมลคดิ เปน ปริมาตร C2H2 = (3.90 mol)(22.4 L) = 87.4 Lค) จากสมการจาํ นวนโมลระหวา ง CaC2 และ H2O เปน 1:2ดังน้ัน ถา มี CaC2 3.90 mol จะตองทําปฏิกริ ิยาพอดกี ับ H2O = 3.90x2 = 7.80 molคดิ เปนกรมั H2O = (7.80 mol)(18.0 g/mol) = 140.4 g
ปรมิ าณสารสัมพันธ | 23การคํานวณวิธที ่ี 2 วธิ ีแฟกเตอรเ ปลยี่ นหนวยก) คํานวนจํานวนโมล C2H2n ของ C2H2 = 250 g CaC2x 1 mol CaC2 = 3.90 mol 64.1 g CaC2คาํ นวนกรัม C2H2g C2H2 = 250 g CaC2x 1 mol CaC2 26.0 g C2H2 = 101.4 g 64.1g CaC2 1 mol C2H2ข) คํานวณปรมิ าตร C2H2L C2H2 = 250 g CaC2x 1 mol CaC2 22.4 L C2H2 = 87.4 L 64.1g CaC2 1 mol C2H2ค) คํานวณจาํ นวนโมล H2On ของ H2O = 250 g CaC2x 1 mol CaC2 2 mol H2O = 7.80 mol 64.1g CaC2 1 mol CaC2คํานวณจาํ นวนกรมั H2Og H2O = 250 g CaC2x 1 mol CaC2 2 mol H2O 18.0 g H2O = 140.4 g 64.1g CaC2 1 mol CaC2 1 mol H2Oการคาํ นวณวิธที ่ี 3 วธิ เี ทียบบัญญตั ไิ ตรยางคจากสมการเคมที ่ดี ุลแลว สรปุ ความสมั พนั ธไดดงั นี้ AB C Dปฏกิ ิรยิ าที่ดลุ แลว CaC2(s) + 2H2O(l) Ca(OH)2(aq) + C2H2(g) จาํ นวนโมล (mol) 1 2 1 1 นํา้ หนกั (g) 64.1 2x18.0 74.1 26.0 จาํ นวนอนุภาค 6.02x1023 2x6.02x1023 6.02x1023 6.02x1023 ปรมิ าตรที่ STP (L) - - - 22.4โจทยกาํ หนด นา้ํ หนกั ของ CaC2 ท่ีใชในการเกดิ ปฏกิ ิริยาเทากบั 250 กรัมก) C2H2 เกดิ ขึน้ กโี่ มลและคดิ เปน กกี่ รัมคาํ นวณจาํ นวนโมลของ CaC2 จากสมการ (2.2) n ของ CaC2= 250 g CaC 2 = 3.90 mol 64.1 gโมล C2H2 เกิดข้ึนเทากบั โมล CaC2 ทใี่ ช เนื่องจากอัตราจํานวนโมลระหวาง CaC2 กบั C2H2เปน 1:1 ดงั นั้นจาํ นวนโมลของ C2H2 ที่เกดิ ข้ึน = 3.90 mol
24 | ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ นาํ้ หนักเปนกรัมของ C2H2 ที่เกิดข้ึน คิดจับคูเทียบบัญญตั ิไตรยางคร ะหวา งบรรทดั A กบัD จะไดด ังน้ี จากปฏิกริ ิยาใช CaC2 64.1 g จะเกดิ C2H2 26.0 g ถาใช CaC2 250 g จะเกิด C2H2 = (250 g)(26.0 g) = 101.4 g 64.1 gข) C2H2 เกดิ ขนึ้ กี่ลิตรท่ี STP ปริมาตร C2H2 เกิดขนึ้ คิดโดยเทยี บระหวา ง CaC2 บรรทัดท่ี A กับ D ไดด ังน้ี จากปฏิกริ ยิ าใช CaC2 64.1 g เกิด C2H2 22.4 L ถาใช CaC2 250 g เกิด C2H2 = (250 g)(22.4 L) = 87.4 L 64.1gค) H2O ทําปฏิกิริยาไปก่โี มลและกกี่ รมั คํานวณเทียบจากจาํ นวนโมลของ H2O ในบรรทดั ที่ B ดังนน้ั ถา มี CaC2 3.90 mol จะตอ งทําปฏิกิริยาพอดกี บั H2O 3.90x2 = 7.80 mol คาํ นวณนาํ้ หนกั เปนกรมั ของ H2O = (7.80 mol)(18.0 g/mol) = 140.4 gตวั อยาง 2.14 พ้นื ผิวโลหะ Al ทําปฏิกริ ยิ ากับ O2 เกดิ โลหะออกไซดปอ งกันการผกุ รอน ปฏกิ ิริยาท่เี กิดข้ึนคือ 4Al(s) + 3O2(g) 2Al2O3(s) ก) จงหาวาตองใช O2 กก่ี รัมในการทาํ ปฏิกริ ิยากับ Al 0.30 โมล ข) เกิด Al2O3 ข้นึ กี่กรมั ถา ใช O2 12.5 กรัมวิธคี ดิ การคาํ นวณวธิ แี ฟกเตอรเปล่ียนหนวยก) g O2= 0.30 mol Al x 3 mol O2 32.0 g O2 = 7.2 g 4 mol Al 1 mol O2ข) g Al2O3= 12.5 g O2x 1 mol O2 2 mol Al2O3 102.0 g Al2O3 = 26.6 g 32.0 g O2 3 mol O2 1 mol Al2O32.2 สมการเคมี สมการเคมี (chemical equation) คือกลุมสัญลักษณท ่ีเขียนแทนการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี ซงึ่ บอกใหทราบชนิดของสารที่เขาทําปฏิกิริยากัน เรียกวา สารตั้งตน และชนิดของสารท่ีเกิดข้ึนเรียกวา สารผลิตภัณฑ สมการเคมีเขียนสารตั้งตนไวทางซายมือและสารผลิตภณั ฑไ วทางขวามอื ของลูกศรที่แสดงทิศทางของการเกดิ ปฏิกริ ิยา สมการเคมีทสี่ มบูรณจะตองมีจํานวนอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันท้ังสองขา งสมการเทากัน โดยผา นขั้นตอนทเี่ รียกวา การดลุ สมการเคมี สมการเคมีโดยทวั่ ไปมีสวนประกอบคอื - สารต้งั ตน (reactant) คือสารทีเ่ ขาทาํ ปฏกิ ริ ยิ าเคมกี นั ซึง่ อาจมีหนง่ึ สารหรอื มากกวาก็ได - สารผลิตภณั ฑ (product) คือสารทเ่ี กิดจากปฏกิ ิรยิ าเคมขี องสารต้งั ตน ซึ่งอาจเกิดขึน้ หน่ึงสารหรือมากกวา ก็ได
ปรมิ าณสารสัมพนั ธ | 25 แบบฝกหัด1. Al 1 อะตอม มีนาํ้ หนกั เทา กบั 27x1.66x10-24 กรัม จงหาวา Al มีมวลอะตอมเทาไร2. จงคาํ นวณหานํ้าหนกั (กรมั ) ของ Ag 1 อะตอม3. H2SO4 10.0 กรัม ประกอบดว ย O กี่กรัม4. จงคาํ นวณสตู รเอมพริ คิ ัลของสารที่มีองคป ระกอบคอื C 60%, H 13.3% และ O 26.7%5. ธาตุ Cl ที่พบในธรรมชาติมี 2 ไอโซโทป คือ 35Cl และ 37Cl โดยพบในปริมาณ 75.53% และ 24.47% และมมี วลอะตอม 34.969 และ 36.966 amu ตามลาํ ดบั จงหามวลอะตอมเฉลี่ย6. Cu มี 2 ไอโซโทป คือ 63Cu และ 65Cu ซงึ่ มีมวลอะตอมเทากับ 63 และ 65 amu ตามลําดับ จะมี 63Cu และ 65Cu ในธรรมชาตริ อ ยละเทา ใด ถา มวลอะตอมเฉลีย่ ของ Cu เทากบั 63.5467. จงหามวลโมเลกลุ ของสารตอไปน้ี 1) KMnO4 2) CaSO4H2O 3) C6H12O6 4) Ca3(PO4)2 5) CaCO38. จงคาํ นวณหารอยละโดยนา้ํ หนกั ของ Cu จากแรทองแดงตอ ไปน้ี 1) Cu2O 2) Cu5FeS4 3) Cu(NH3)4SO4 4) CuSO49. จงหาจาํ นวนโมลของแกส CO2 หนัก 12.0 กรมั10. จงหาจํานวนโมลของแกส CH4 จํานวน 9.03x1025 อะตอม11. Ag2SO4 หนกั 31.2 กรมั คดิ เปน ก่ีโมลและก่ีโมเลกุล12. แกส NH3 5.6 ลติ ร ท่ี STP มีจํานวนโมเลกุลเปน เทาใด13. แกส CO2 หนัก 12.0 กรัม มปี รมิ าตรกีล่ ติ รที่ STP
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: