เครอ่ื งยนตเ์ ลก็ Small engine jobs
CONTENTS 01. การใชเ้ ครอื่ งมือท่วั ไปในงานเครอ่ื งยนตเ์ ลก็ 04. ระบบสตาร์ทเคร่ืองยนตเ์ ลก็ 02. หลักการทางานของเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลนี 05. การบารุงรกั ษาเครอ่ื งยนต์เลก็ 03. หลักการทางานของเครอ่ื งยนตด์ ีเซล
การใช้เครอื่ งมือทัว่ ไปในงาน เครอ่ื งยนต์เลก็ เครื่องมือช่างยนต์ (Hand Tools) หมายถงึ เครอื่ งมือทใ่ี ช้เป็นประจาในการซ่อม บารงุ ชน้ิ สว่ นต่าง ๆ ของงานซอ่ มบารุงรถจกั รยานยนต์ ทาให้เครือ่ งยนต์สามารถทางานได้เปน็ ปกติ เครอื่ งมอื เหลา่ นี้มที ัง้ เครื่องมอื ทีใ่ ชแ้ รงคน และเคร่ืองมอื กาลงั ที่ใช้แรง ในการทางานจากกระแสไฟฟ้า สง่ิ สาคัญสาหรบั การซ่อมบารงุ รถจักรายานยนต์
การใชเ้ ครอื่ งมือทว่ั ไปในงานเครื่องยนต์เล็ก ประแจปากตาย (Open End Wrench) เป็นประแจปากเปดิ ทงั้ สองขา้ ง ปากทง้ั สองมีขนาด แตกต่างกนั ตามขนาดที่กาหนดใช้ขนั หรือคลายสลักเกลียวหรือแปน้ เกลยี ว ไม่ควร ใช้ประแจปากตายคลายสลัก เกลียวหรือแป้นเกลยี วท่ีตงึ เกนิ ไป เพราะอาจจะทาใหเ้ หลี่ยมของแป้น เกลียวเสยี รูปทรงได้ แสดงลักษณะของประแจปากตาย ที่มา:อุทุมพร แนวอนิ ทร : 2560
การใช้เครือ่ งมอื ทัว่ ไปในงานเคร่ืองยนต์เลก็ ประแจกระบอก (Socket Wrench) มลี กั ษณะภายในคล้ายกับประแจ แหวนคือ สามารถสวมเข้าพอดีกบั หัวหมดุ เกลยี วหรือแป้นเกลียว ประแจกระบอกแตกตา่ งจากประแจ แหวนตรงที่ ประแจกระบอกสามารถถอดออกจากด้ามต่อได้ แสดงลักษณะของประแจกระบอก ที่มา : อทุ ุมพร แนวอินทร : 2560
การใช้เคร่อื งมอื ท่ัวไปในงานเครือ่ งยนต์เล็ก ประแจแหวน (Box Wrench) เปน็ ประแจปากปดิ มลี กั ษณะเป็นวงแหวน ซงึ่ จะสวมเข้า พอดกี ับหวั หมดุ เกลียวหรือแปน้ เกลียวท่ีใชข้ ันหรือคลาย ทาใหส้ ามารถใชแ้ รงขันได้มาก ข้นึ โดยไมล่ ื่นหลดุ ออกมา และไม่ทาให้แปน้ เกลียวเสียรูป แสดงลกั ษณะของประแจกแหวน ที่มา : อุทุมพร แนวอนิ ทร : 2560
การใช้เครื่องมือท่วั ไปในงานเคร่อื งยนต์เลก็ ประแจแอล (Allen Wrench) เป็นประแจทม่ี ขี นาดคงที่ ทาหน้าท่คี ลาย หรอื ขันหมุดเกลียว ที่มีหวั เป็นหลุมหกเหลย่ี ม เชน่ หมุดเกลยี วทีใ่ ช้ยึดพูลเลย่ ์ ประแจตัวหน่ึงจะมี ขนาดเดยี ว ประแจประเภทน้ี จะมีเปน็ ชุดเหมือนประแจปากตาย โดยมีเบอร์บอกไวท้ ่ีดา้ นขา้ งของ ประแจ แสดงลักษณะของประแจแอล ทม่ี า : อุทมุ พร แนวอนิ ทร : 2560
หลักการทางานของ เครอ่ื งยนตแ์ กส๊ โซลีน หลักการทางานของเคร่อื งยนต์เล็กแกส๊ โซลนี แบบ 4 จังหวะ (Four-stroke engine) เปน็ เคร่ืองยนต์เลก็ ทีใ่ ช้ในรถยนต์ ใชใ้ นรถจกั รยานยนต์ ใชใ้ นรถบรรทกุ เปน็ เครื่องยนตท์ ี่มีการเผาไหม้ภายใน สาหรบั เครอื่ งยนต์เบนซนิ (petrol engine หรือ gasoline engine) ไอของ นา้ มนั จะถกู อัดแลว้ ถกู จุดระเบดิ โดยหวั เทยี น \"ไอดี\" คือสว่ นผสมของไอระเหยหรือละอองนา้ มนั เบนซินผสมกับอากาศ ไอดจี ะถกู ดดู เขา้ กระบอกสบู หรือฉีดเขา้ กระบอกสูบโดยหวั ฉีดในชว่ งชักดูด และไอดจี ะถูกอัดให้มีอณุ หภูมสิ ูงขน้ึ ประมาณ 700-900 องศาเซลเซยี ส แล้วไอดถี ูกจดุ ระเบิดโดยประกายไฟประมาณ 25,000 โวลต์ จากเข้ยี วหวั เทยี น เรยี กชว่ งชกั นวี้ า่ ช่วงชกั ระเบิด หรอื \"ช่วงชกั งาน\" แรงระเบิดทาให้ลกู สบู เล่อื นลงเครอื่ งยนตไ์ ด้งานในชว่ งชักนี้ ทาให้เพลาขอ้ เหวย่ี งเกดิ การหมนุ เป็นการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเปน็ พลงั งานกล ชว่ งชักคายลูกสูบเลื่อนข้นึ ลนิ้ ไอ ดปี ิด ลน้ิ ไอเสยี จะเปิด ไอเสียออกจากกระบอกสูบทางลิ้นไอเสียผ่านท่อไอเสยี ออกสู่บรรยากาศ เครอ่ื งยนตท์ างาน ครบ 4 ชว่ งชัก
หลักการทางานของเครอื่ งยนตแ์ กส๊ โซลีน จังหวะดดู (Suction or intake stroke) ลกู สูบเลื่อนลงจากศูนย์ตายบนลงส่ศู ูนยต์ ายลา่ ง ล้นิ ไอดีเปิดลน้ิ ไอเสียปิด เพ่ือดูดไอดีเขา้ มาในกระบอกสบู
หลกั การทางานของเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลนี จังหวะอัด (Compression stroke) ลูกสูบเล่อื นขึ้นจากศนู ย์ตายล่างขึ้นส่ศู นู ยต์ ายบน ล้นิ ไอดแี ละล้นิ ไอเสยี ปดิ สนิท ไอดถี ูกอดั ใหร้ ้อน 700-900 องศาเซนเซยี ส
หลักการทางานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน จงั หวะระเบดิ (Power stroke) ลกู สบู เลือ่ นข้นึ ใกลศ้ ูนย์ตายบน หัวเทยี นจุดประกายไฟเผ่าไหม้ ไอดเี กดิ การระเบิดข้นึ ในห้องเผาไหม้ แรงระเบิดทาให้ลูกสูบเล่อื นลงจากศนู ย์ตายบนลงสูศ่ นู ย์ตายลา่ ง ทาให้เพลาข้อ เหวย่ี งเกดิ การหมุน เครื่องยนตไ์ ด้งานในชว่ งชกั นี้ เรียกอกี ช่ือหนึง่ ว่า \"ชว่ งชกั งาน\" เป็นการเปล่ยี นพลังงาน ความร้อนเป็นพลังงานกล
หลักการทางานของเครอ่ื งยนต์แก๊สโซลีน จังหวะคาย (Exhaust stroke) ลกู สูบเคลื่อนท่ีจากศูนย์ตายล่างขึ้นสศู่ นู ย์ตายบน ลิ้นไอดีปิด ล้นิ ไอเสยี เปดิ แก๊สไอเสียออกจากกระบอกสูบผ่านล้นิ ไอเสยี ท่อไอเสยี และออกส่ชู ัน้ บรรยากาศภายนอกเคร่ืองยนต์
หลกั การทางานของ เคร่อื งยนตด์ ีเซล เคร่ืองยนตเ์ ล็กดเี ซล เปน็ เครอื่ งยนต์สบู เดยี ว ขนาดไมเ่ กนิ 10 แรงมา้ มที ้งั แบบลูกสบู นอนและ แบบลกู สบู ตงั้ เคร่ืองยนตเ์ ล็กดีเซลท่นี ยิ มใช้กนั มากในประเทศไทย จะเปน็ เครื่องยนต์แบบลูกสบู นอน ใชไ้ ดท้ ั้ง น้ามันดเี ซลและนา้ มนั ไบโอดเี ซล การบารงุ รักษางา่ ย ใช้งานไดส้ ะดวกตลอดเวลา
หลักการทางานของเครอื่ งยนตด์ ีเซล จงั หวะดดู (Induction) ในจังหวะดดู จะกาหนดเป็นจงั หวะท่ี 1 จงั หวะนี้ลน้ิ ไอดจี ะเปดิ ต้ังแตล่ กู สูบอยู่ท่ีศูนยต์ ายบน เพลาขอ้ เหว่ยี งจะหมุนพาลกู สูบลงสู่ศนู ย์ตายลา่ ง เครือ่ งยนต์จะดูดอากาศเปลา่ ๆ ท่ผี ่านไส้กรองอากาศแล้วเข้าไปใน กระบอกสูบประมาณ 0.6 – 0.9 บาร์ เม่อื ลูกสบู เคล่ือนทล่ี งลน้ิ ไอดีจะเปิด กระบอกสบู ได้รับการบรรจุดว้ ยอากาศ จนเต็ม ลกู สบู จะเริม่ เคลื่อนทีข่ ึน้ เป็นการเริม่ จังหวะอัด
หลกั การทางานของเคร่อื งยนต์ดเี ซล จังหวะอัด (Compression) จงั หวะน้ีลกู สูบจะเคลือ่ นทจี่ ากศูนย์ตายล่าง ขนึ้ สู่ศูนยต์ ายบน ล้ินท้ังค่ปู ิดสนิท อากาศภายในกระบอกสบู ถกู อดั ให้มีปริมาณเล็กลงประมาณ 16 : 1 ถึง 23 : 1 เรยี กวา่ อัตราอัด 16 : 1 ถึง 23 : 1 จะมีความดันสูงประมาณ 30 – 40 บาร์ อากาศทถี่ ูกอดั จะเกิดการเสียดสีระหวา่ งอณอู ากาศ อากาศ จะรอ้ นข้นึ เป็น 600 – 700 องศาเซนเซยี ส
หลักการทางานของเครอ่ื งยนต์ดีเซล จงั หวะระเบิด (Expansion) จงั หวะนจ้ี ะฉีดน้ามันดว้ ยปรมิ าณตามกาหนดเข้าไป ในอากาศที่ถกู อัดให้รอ้ น ละอองน้ามัน ดเี ซลจะผสมกบั อากาศกลายเป็นไอ และจะเผาไหม้ดว้ ยความร้อนในตวั เอง เวลาระหว่างเริม่ ฉดี นา้ มนั กบั เรมิ่ เผาไหม้ เรยี กว่า เวลาถ่วงจดุ ระเบดิ (Ignition Delay Period) มไี ดป้ ระมาณ 0.001 วินาที หากมนี านเกินไปจะทาใหเ้ กดิ การ สะสมน้ามนั ดีเซล จะเปน็ สาเหตใุ ห้เครอื่ งยนต์เดินนอ็ ก ความรอ้ นที่เกิดขนึ้ จากการเผาไหมป้ ระมาณ 2000 – 2500 องศา เซนเซยี ส จะทาใหแ้ กส๊ ขยายตวั ดนั ลกู สบู ลงล่างประมาณ 15 – 75 บาร์ เปน็ การเปล่ยี นพลงั งานความรอ้ นเปน็ พลังงานกล
หลกั การทางานของเครอ่ื งยนตด์ ีเซล จงั หวะคาย (Exhaust) 1) ล้นิ ไอเสียเปดิ ก่อนลูกสบู จะถึงศูนยต์ ายลา่ งเลก็ น้อยเพอื่ ให้ไอเสยี ออกไปแต่ ลนิ้ ไอดยี งั ปิดอยู่ปลายจังหวะคาย ประมาณ 1.1 บาร์ 2) เคร่ืองยนต์ดเี ซลคายไอเสยี เมอื่ อณุ หภูมไิ อเสยี ประมาณ 500 – 600 องศาเซนเซยี ส ส่วนเครอ่ื งยนตแ์ กส๊ โซลนี จะคาย ไอเสยี ประมาณ 900 องศาเซนเซยี ส จากความรอ้ นที่เกดิ จากการเผาไหม้เทา่ กัน 2000 – 2500 องศาเซนเซยี สจะเห็นไดว้ า่ เคร่อื งยนต์ดเี ซลใช้ความร้อนจากการเผาไหมน้ ้ามนั เช้ือเพลิงเปน็ ประโยนชไ์ ดม้ ากกวา่ เคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน จงึ ประหยดั น้ามันชื้อ เพลงิ และมลพิษไอเสยี นอ้ ยกวา่ เคร่อื งยนต์แก๊สโซลีน
ระบบสตาร์ทเครือ่ งยนต์เลก็ โครงสรา้ งมอเตอร์สตารต์ หลักพ้นื ฐานของมอเตอรส์ ตาร์ต ขดลวดวางอยรู่ ะหว่างขวั้ แมเ่ หล็ก เมอื่ กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรไ่ี หลผ่าน ขดลวด จะเกิดสนามแม่เหล็กขนึ้ รอบขดลวด สนามแมเ่ หล็กนต้ี รงกนั ขา้ มกบั สนามแม่เหล็กของแมเ่ หลก็ ที่ตรึง อยูก่ ับที่ จงึ ทาให้ขดลวดหมนุ ไปไดด้ ว้ ยแรงผลัก
ระบบสตาร์ทเคร่ืองยนตเ์ ล็ก สนามแม่เหล็กท่อี ยู่กับทีน่ ัน้ เกดิ จากขดลวดซึง่ พันไว้ในชดุ โครงมอเตอร์ เมอ่ื มอเตอร์ต่อกับแบตเตอรี่ จะเกดิ แรงกระทาระหว่าง สนามแม่เหล็ก ทาใหอ้ ารม์ าเจอรห์ มุน มอเตอรส์ ตารต์ ท่ีใชส้ าหรับสตารต์ เครอื่ งยนต์นนั้ ตอ้ งการสนามแมเ่ หลก็ ทีม่ ีความเข้มสงู เพื่อให้เกิดทอรก์ สงู เพยี งพอต่อการ หมุนเครื่องยนต์ สนามแม่เหล็กจะมีความแรงมากก็ต่อเมือ่ มกี ระแสไฟฟ้าไหลผ่านตวั นาในมอเตอร์มากขนึ้ มอเตอรส์ ตาร์ต จานวนมากเปน็ แบบขดลวดอนุกรม (series- wound) สิ่งน้หี มายถงึ ขดลวดอารม์ าเจอร์และขดลวดสนามต่อกนั อย่าง อนุกรม
ระบบสตาร์ทเครอ่ื งยนตเ์ ลก็ มอเตอร์สตาร์ตบางตัวมขี ดลวดสนาม 4 ขุด และแปรงถา่ น 4 ชุด ซ่งึ ทางานเหมือนกัน กระแสไฟฟา้ ไหลผ่านขัว้ ผ่าน ขดลวดสนาม ผา่ นแปรงถา่ นเขา้ สคู่ อมมวิ เตเตอร์ คอมมิวเตเตอรแ์ บ่งเป็นส่วน ๆ และมฉี นวนกัน้ กลาง และต่อกับ ขดลวดของอารม์ าเจอร์ แปรงถ่านตอ่ กับแตล่ ะสว่ นของคอมมวิ เตเตอรใ์ นขณะทีแ่ ต่ละสว่ นเคลอ่ื นที่ผา่ นแปรงถ่านเมื่อ อารม์ าเจอรห์ มนุ กระแสไฟฟา้ จงึ ไหลผ่านขดลวดอารม์ าเจอร์และผา่ นแปรงถา่ นที่เป็นสายดนิ
ระบบสตาร์ทเครอ่ื งยนต์เล็ก ถา้ ขดลวดสนามและแปรงถ่านยง่ิ มาก กระแสไฟฟา้ สามารถไหลผา่ นได้มาก ทาใหส้ นามแม่เหลก็ ย่ิงแรงขน้ึ เพือ่ เพมิ่ ทอ๎รก ในการหมุนเครอ่ื งยนต์ มอเตอร์สตาร์ตมหี ลายขนาดสาหรบั เครอ่ื งยนต์แต่ละชนดิ เปรยี บเทยี บมอเตอรส์ ตาร์ตสาหรบั รถยนตท์ ใี่ ชเ้ คร่ืองยนต์แกส๊ โซลนี และดเี ซล เครือ่ งยนตด์ ีเซลจะใชม้ อเตอร์สตารต์ ทมี่ ที อร์กสงู กว่า ช้นิ ส่วนตา่ งๆ ประกอบเขา้ เป็นมอเตอรส์ ตาร์ต
ระบบสตาร์ทเคร่ืองยนตเ์ ลก็ มอเตอรส์ ตาร์ตบางตวั มแี มเ่ หลก็ ถาวรแทนแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ดังที่ไดก้ ลา่ วมาแล้ว มอเตอร์สตาร์ต ทใี่ ช้แม่เหลก็ ถาวร จะมขี นาดเล็กกวา่ และเบากวา่ มอเตอรส์ ตาร์ตที่ใชแ้ ม่เหลก็ ไฟฟ้า ความแตกต่างของทง้ั 2 แบบคือ วิธีการเกิด สนามแมเ่ หล็ก
การบารุงรกั ษา เครอ่ื งยนตเ์ ล็ก เครอ่ื งยนต์สันดาปภายในมีชิ้นส่วนยุ่งยากซบั ซอ้ น ฉะนั้นจึงควรตอ้ งระวังรักษาใหอ้ ย่ใู นสภาพดี เพื่อใหส้ ามารถใชง้ านไดเ้ ป็น ระยะเวลายาวนานและคมุ้ คา่ กบั ราคาการบารงุ รกั ษาจะเป็นสิ่งจาเป็นและสาคญั การตรวจสอบภายในเครื่องอาจกระทาเปน็ บางชน้ิ ส่วน หรืออาจรื้อเคร่ืองออกทัง้ หมด รวมถงึ การทาความสะอาดเปล่ยี นชนิ้ สว่ นที่ไมส่ ามารถซ่อมได้ ในการตรวจ บารงุ รกั ษาสามารถทาไดท้ ้ังตรวจดูเปน็ ประจา และตรวจเปน็ ชว่ งระยะของการทางาน
การบารงุ รกั ษาเครือ่ งยนต์เลก็ การตรวจสอบประจาวนั - ตรวจระดับนา้ มันเครอ่ื ง
การบารุงรักษาเครอื่ งยนตเ์ ล็ก - ตรวจหารอยรว่ั ของน้ามันเช้อื เพลงิ - ตรวจระดบั น้ามนั เช้อื เพลิงในถัง
การบารงุ รกั ษาเคร่อื งยนต์เล็ก ขนั้ ตอนการบารุงรักษาเครอ่ื งยนต์ การตงั้ ลิน้ ทาไดโ้ ดยการหมนุ เคร่อื งยนตใ์ นจงั หวะอดั สุด ในขณะทีล่ น้ิ ท้งั คปู่ ิดสนิทจะมรี ะยะห่างของ กระเด่ืองกดลิ้นกับตีนลิ้น จากนนั้ ใชแ้ ผ่นฟิลเลอร์เกจสอดเข้าไปตรงระยะห่างนี้ ถ้าปรากฏวา่ หลวมควรปรับต้งั ให้พอดี
การบารุงรกั ษาเครือ่ งยนตเ์ ลก็ การตรวจสอบป๊มั นา้ มนั เชอื้ เพลิง ปัม๊ น้ามันเช้อื เพลิงจะต้องได้รบั น้ามันทีส่ ะอาดเสมอ ไส้กรองตอ้ งสะอาด ระบบป๊มั ฉดี นา้ มนั เช้ือเพลงิ จงึ จะมปี ระสทิ ธิภาพทด่ี ี และจะช่วยใหป้ ๊ัมมีอายกุ ารใช้งานได้นาน ถา้ ป๊มั นา้ มนั เชื้อเพลิงเกิดขดั ขอ้ งหรอื เสียหาย จะสง่ ผลกระทบถึงการทางานของเครอ่ื งยนตไ์ ด้ทนั ที ขอ้ ขัดขอ้ งของปั๊มนา้ มนั เชอื้ เพลิงเกิดได้หลายกรณี
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: