การติดตอ ระหวา งโลกตะวันออก เจง้ิ เหอ กบั โลกตะวันตกในสมยั โบราณ มหาขนั ที ผบู ญั ชาการ เสนทางสายไหม ทหารเรือจนี ค๑.๓ศ๐. -ปคก .ศอ .น๑๔๕๓ เสนทางสายไหมทางบก กกาารรเคดานิ ขทาายง เสนทางสายไหมทางทะเล กาศราเสผนยาแผ เสน ทางสายไหม เร่มิ จากจีน - อนิ เดีย - เอเซยี กลาง เอเซยี ไมเนอร เมโสโปเตเมีย (อหิ ราน) อียิปต แอฟริกาเหนือ กรีซ - โรม เสนทางสายไหมกอใหเกดิ การแลกเปล่ยี นทางวัฒนธรรม และอารยธรรมในทุกสาขา ระหวางโลกตะวนั ออกกับโลกตะวันตก มารโคโปโล (ค.ศ. ๑๒๕๔ - ๑๓๒๔) เรื่องราวการเดนิ ทางของเขาตลอดเสนทางไปสู ราชสํานักจีน เปนแรงบันดาลใจใหชาวตะวันตกสนใจใครรูเรื่องราวของโลกตะวันออก จนนาํ ไปสกู ารสํารวจทางทะเลในยุคตอมา เสน ทางสาํ รวจทางบก เสนทางสาํ รวจทางทะเล มารโคโปโล เสน ทางสํารวจ เสนทางกลบั ผูเขียนบันทึก ของมารโคโปโล เสนทางไป เดนิ ทางมายงั จีน แแลละกวเปฒั ลนีย่ ธนรครวมามรู เสนทางอัญเชิญพระไตรปฎ ก ของพระถงั ซัมจง๋ั ๑๔๔
การขยายอาณาเขตของอเล็กซานเดอร ประวัติศาสตรสากล ๑๔๕ อเล็กซานเดอรมหาราช (๓๕๖ - ๓๒๓ ป กอน ค.ศ.) การแผพ ระราชอํานาจของ พระองค จากคาบสมุทรบอลขา น ไปจนถงึ ปากีสถานในปจ จบุ นั ทําให อารยธรรมกรีกแผข ยายออกไป ทัว่ เอเชีย - แอฟริกา ดินแดนภายใตการยึดครองของอเลก็ ซานเดอร การขยายอาณาเขตของเจงกสิ ขาน มองโกล ตีแผขยายอาณาเขตยาวไกลไปจนถึงยุโรป ขกยาารสยองคาํ รนาามจ สงครามครเู สด กศาารสขนยาาอยสิ ตลัวาขมอง ระหวาง ค.ศ. ๖๒๒ - ๗๕๐ ภาพกรุงเยรูซาเลมในสงครามครเู สดครงั้ แรก
เหตกุ ารณส ําคัญของโลกในสมยั กลาง (คริสตศตวรรษท่ี ๕ - คริสตศ ตวรรษท่ี ๑๕) เม่ือจักรวรรดิโรมันตะวันตกลมสลายใน ค.ศ. ๔๗๖ ครสิ ตศ าสนาโรมนั คาทอลกิ มอี าํ นาจครอบคลมุ สงั คมชาวยโุ รป ท้ังมวล สังคมเปนระบบศักดินาสวามิภักด์ิ (Feudalism) สมยั กลางสน้ิ สดุ ลงเมอื่ อาณาจกั รโรมนั ตะวนั ออกลม สลายลง ใน ค.ศ. ๑๔๕๓ ยุคมดื (Dark Ages) ระบบฟวดลั (Feudalism) Act of Homage คอื พิธแี สดงความ จงรักภักดีของขารับใชท่ีมีตอขุนนาง หลังจากจักรวรรดิโรมันลมสลาย แวนแควนตางๆ จะดูแลคุมครอง เจาของทด่ี นิ ของตน สังคมยุโรปวุนวายจากการรุกราน ประชาชนอยางเบ็ดเสร็จ ขุนนาง ของอานารยชนเผาตางๆ จากยโุ รป เจาของที่ดิน (Lord) มีสิทธิในการ เหนอื เปนสภาพสงั คมของยุคกลาง ครอบครองที่ดิน ประชาชนท่ีอาศัย ตอนตน อยูในที่ดินเรียกวา ขารับใช (Vassal) ความสมั พนั ธใ นระบบฟล ดลั เปน ระบบ อุปถัมถระหวางเจานายกับขารับใช ระบบแมนเนอร (Manorialism) อัศวิน (Knight) ศนู ยก ลางของแมนเนอรอ ยทู ปี่ ราสาทของ คือนักรบทหารมาเม่ือรบจนได ขุนนาง ชาวนาซ่ึงเปนทาสติดท่ีดิน เปน ชยั ชนะกจ็ ะไดร บั ทด่ี นิ ปราสาท และ หนวยเศรษฐกิจท่ีพึ่งพาตนเองได โดย มยี ศศกั ดม์ิ สี ทิ ธพิ เิ ศษเหนอื สามญั ชน ลอรด วสั ซลั และทาสมคี วามสมั พนั ธก นั ใน อัศวินจะตองจงรักภักดีตอกษัตริย ระบบอปุ ถมั ภ และปกปองศาสนา ยคุ แหง ศรทั ธา (Age of Faith) (สTงhคeราCมrคuรsเู aสdดes) ผลของสงครามครูเสด ศาสนาคริสตมีอิทธิพลตอการเมือง ระหวาง ค.ศ. ๑๐๙๖ - ๑๒๙๑ เปน จกั รวรรดไิ บแซนไทนล ม สลาย การปกครอง การดําเนินชีวิต และ สงครามระหวางชาวคริสตในยุโรป กษตั ริยม ีอํานาจมากขึ้น เกิด ศิลปวฒั นธรรมในสงั คมยุคกลาง กบั มสุ ลมิ ที่ยดึ ครองนครเยรูซาเล็ม การพัฒนาเสนทางการคา ทางทะเล เมืองกลายเปน ศูนยกลางของชุมชน เกิด ชนช้นั กลาง โลกทัศนข องชาว ยโุ รปกวางขวางขนึ้ ๑๔๖
เหตกุ ารณสาํ คญั ของโลกสมัยใปรหะวตั ศิมาสต รสากล ๑๔๗ (ครสิ ตศ ตวรรษที่ ๑๕ - ๒๐) การฟนฟูศิลปวิทยาการ การนําศลิ ปวทิ ยาการของกรีกและโรมนั มาศกึ ษาใหม ในชวงครสิ ตศ ตวรรษท่ี ๑๔ - ๑๖ ใหค วามสําคัญกับความเปนมนษุ ยนิยม (Humanism) ถือเปน จดุ เชือ่ มตอ ของ ประวตั ิศาสตรสมยั กลาง กบั ประวัตศิ าสตรสมัยใหม สาเหตุ ผล ๑. การขยายตัวทางการคา และความเจริญ ๑. ทําใหเกดิ การปฎิรูปศาสนา การสํารวจทาง ทางเศรษฐกิจ ทะเล การปฏวิ ตั วิ ทิ ยาศาสตร การปฏวิ ัติ ๒. ความเส่อื มศรัทธาในสถาบนั ศาสนาครสิ ต อตุ สาหกรรม และการปฏวิ ตั ทิ างภูมปิ ญ ญา ๓. ทัศนะคตขิ องชาวยโุ รปเปลี่ยนแปลง ๒. การแสวงหาความรอู ยา งกวา งขวาง ๔. การลมสลายของจกั รวรรดไิ บแซนไทน และสรางสรรคสง่ิ ตางๆเพือ่ สนองตนเอง ความเจริญในสมยั ศิลปกรรม วรรณกรรม การฟน ฟศู ิลปวทิ ยาการ ฟรานเซสโก เพทรารก ไมเคิลแอนเจโล บูโอนารโรตี (Francesco Petrarca) (Michel Angelo Buonarroti) กวนี ิพนธ ไดรับการยกยอง รูปสลกั เดวิด และปเอตา (Pieta) วา เปนบดิ าแหง มนุษยนิยม ภาพเขยี นทีโ่ บสถซสี ตนิ ในมหาวหิ ารเซนตปเตอรท ก่ี รุงโรม นโิ คโล มาเคียเวลล่ี เลโอนารโ ด ดา วนิ ชี (Nicolo Machiavelli) (Leonardo da Vinci) เจา ผูค รองนคร (The Prince) ภาพอาหารมอ้ื สุดทา ย (The last Suppy) และ เซอรทอมสั มอร โมนาลิซา (Monalisa) (Sir Thomas More) ราฟาเอล เมอื งในอดุ มคติ หรอื (Raphael) ยโู ทเปย (Utopia) ภาพพระมารดา และพระบตุ ร วิทยาการ และนกั บญุ จอหน วลิ เลีย่ ม เชคสเปยร ดานอน่ื ๆ โยฮนั กูเตนเบิรก (William Shakespeare) (Johannes Gutenburg) บทละครเร่ือง โรมิโอ - จเู ลียต ระบบการพมิ พโดยการเรียงตัวอกั ษร เวนิสวาณชิ
สาเหตุ ผล เรอื ของเมกเจลลัน เดินทางรอบโลก ๑. ความเจริญกา วหนา ๑. อารยธรรมตะวนั ตกเผยแพรไ ป สำเรจ็ เปนคร้ังแรก ทางวิทยาการ สดู ินแดนตางๆ ๒. ความตอ งการดา นการคา ๒. การแพรกระจายของพนั ธพุ ืชและสัตว ๓. การเผยแผคริสตศาสนา ๓. การแพรระบาดของโรคตดิ ตอ ๔. ความตองการสรา งช่ือเสียง ๔. การปฏิวตั ทิ างการคา และ และเกียรตภิ มู ิ การเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกจิ เฟอรด นิ นั ด แมกเจลลนั (Ferdinand Magellan) พบหมเู กาะฟลปิ ปน ส ไดเปนอาณานคิ ม ครสิ โตเฟอร โคลัมบสั วาสโก ดา กามา ๑๕๔๑ (Christopher Columbus) (Vasco da Garma) ๑๕๓๔ พบหมเู กาะเวสตอนิ ดสี เดินทางมาถงึ เมือง (West Indies) ในอเมรกิ าใต กาลิกตั ของอินเดยี ๑๕๒๒ จารค การต เิ ยร (Jacques Cartier) ๑๕๑๙ สำรวจแมน้ำ เซนตลอเรนซ ครสิ ตศ ตวรรษที่ ๑๕ โปรตเุ กสกบั สเปน (St. Lawrence) การแขง ขนั ทางทะเล ทำสัญญา ๑๕๑๑ อเมรกิ าเหนอื ระหวางโปรตุเกส ตอรเ ดซียาส (Tordesillas) ๑๕๐๐ กบั สเปน ไดเ มอื งมะละกา ๑๔๙๘ เปน อาณานคิ ม เจา ชายเฮนร่ี ราชนาวิก ๑๔๙๗ เปโตร คาบราล (Henry of Navigator) ๑๔๙๔ (Pedro Cabral) ตง้ั โรงเรียนฝก หัดการเดินเรือ สำรวจบราซิล และเปน ผนู ำสำรวจทางทะเล ๑๔๙๒ จอนหน แคบอต (John Cabot) ๑๔๘๘ พบเกาะนวิ ฟน ดแลนด of ค.ศ. ๑๔๐๐ ๑๔๕๐ บารโทโลมิว ไดแอช Ageทวีปอเมรกิ าเหนอื (Bartholomew Diaz) ๑๔๘ เดินทางผา นแหลมกูดโฮป ไดสำเรจ็
ประวัตศิ าสตรส ากล ๑๔๙ โปรตเุ กสรวมกับสเปน แสวงหาเสน ทาง จัดตัง้ สถานกี ารคา ยตุ ิการแขง ขันทางทะเล ทางทะเลเพอ่ื การคา ในเกาะชวา เครอ่ื งเทศ จดั ตงั้ บรษิ ัทอินเดยี ตะวนั ออกขององั กฤษ ๑๕๘๘ ๑๕๙๘ ๑๖๐๐ ต้งั อาณานคิ ม ๑๕๘๑ ๑๖๐๒ จัดตง้ั บรษิ ทั อินเดยี ที่มาเกา ตะวันออกของดตั ช กองทัพเรืออังกฤษ (Dutch East India ๑๕๘๐ ชนะสเปนได องั กฤษเปน Company : VOC) มหาอำนาจทางทะเล ๑๕๕๗ เซอรฟ รานซสิ เดรก ๑๖๐๖ ๑๕๔๗ (Francis Drake) เดนิ ทางรอบโลกสำเรจ็ ตัง้ สถานีการคา พบทวีป ๑๖๑๑ ตามเมอื งทา ซามูเอล เดอ ซองแปลง ออสเตรเลยี ชายฝงของอินเดยี (Samuel de Champlain) เปน คร้ังแรก สำรวจดินแดนทะเลสาบ คริสตศ ตวรรษที่ เรยี กวา ใหญทง้ั ๕ อเมรกิ าเหนอื ๑๖ - ๑๘ New Holland ๑๖๔๑ ฮอลนั ดา การแขง ขนั ทางทะเล ยึดมะละกา ระหวางองั กฤษ ฮอลันดา จากโปรตเุ กส และฝรั่งเศส ๑๖๕๘ ยึดเกาะซีลอน ๑๖๖๓ (ศรีลงั กา) ๑๖๘๒ ยึดมะละบาร ๑๗๖๘ (Malabar) ชายฝง ตะวันตกเฉียงใต ของอินเดยี กัปตันเจมส คกุ โรเบริ ต ลาซาล (Captain (Robert La Salle) James Cook) สำรวจแมนำ้ พบออสเตรเลยี โอไฮโอ (Ohio) อเมรกิ าเหนอื Explorationครสิ ตศ ตวรรษท่ี ๑๕ - ๑๗
การปฏิรูปศาสนา (Religious Reformation) การแตกแยกของศาสนาครสิ ต ในครสิ ตศ ตวรรษท่ี ๑๘ ๑๒.. สาเหตุ ผล การฟน ฟศู ลิ ปวทิ ยาการ ๑. คริสตศาสนาแบงเปน ๒ นิกาย คือ กษัตริยและเจาผูปกครองแควนตางๆ โรมนั คาทอลกิ และนกิ ายโปรเตสแตนท ตองการเปนอิสระจากคริสตจักร และ ๒. ครสิ ตจกั รโรมนั คาทอลกิ ปรบั ปรงุ ศาสนา สนั ตะปาปา ของตนเอง (Catholic Reformation) ๓. ความเสอ่ื มศรัทธาในนกั บวชของศาสนา จดั “การประชมุ สงั คายนาแหง เทรนต” คริสต และปรังปรุงวินัยของนักบวช ๔. แนวคิดของมานุษยนิยม ธรรมชาตินิยม และปจเจกชนนิยม ันกปฏ ริ ปู ศาสนาท่ี สำคญั มารต นิ ลเู ธอร (Martin Luther) จอหน คาลวนิ (John Calvin) (Anนglกิ icาaยnองั cกhฤuษrch) โจมตีศาสนจักร เร่ืองขายใบไถบาป นำนิกายโปรเตสแตนทมาเผยแผ เรียกคำประทว ง ๙๕ ขอ กอ ตัง้ นิกายแคลวนิ (Calvinism) พระเจา เฮนรที่ ี่ ๘ ขัดแยงกบั (Ninety-Five Theses) เม่ือ ค.ศ. ๑๕๔๐ สันตะปาปา จึงต้งั นิกายใหม กอตั้งนกิ ายโปรเตสแตนท มกี ษัตรยิ อ งั กฤษเปนประมุข ๑๕๐ (Protestent) เม่ือ ค.ศ. ๑๕๑๗
ประวัติศาสตรส ากล ๑๕๑ สาเหตุ การศึกษาเก่ยี วกบั โลกและสังคมมนษุ ย ดว ยการใชท ฤษฎคี วามรู การคน ควาทดลอง ๑. การฟน ฟูศลิ ปวทิ ยาการ และนำเทคโนโลยีมาประดษิ ฐเ คร่ืองมือเครอื่ งใช ๒. การสำรวจทางทะเล ผลเริม่ ตง้ั แตค ริสตศตวรรษท่ี ๑๖ เปนตน มา ๑. ความเจรญิ กา วหนา และการคน พบดนิ แดนใหม ทางวิทยาศาสตรสมัยใหม เซอรไอแซก นิวตนั ทำใหเกดิ การขยายความรู (Sir Isaac Newton) ๓. ความเจรญิ ทางการคา ๒. นำไปสกู ารปฏวิ ตั ทิ างความคิด กฎแหง ความโนมถวง และอุตสาหกรรม (Intellectual Revolution) นกั วิทยาศาสตรและผลงานสำคญั ๓. ปฏริ ปู สังคมตะวนั ตก ครสิ ตศตวรรษท่ี ๑๖ - ๑๗ นิโคลสั คอเปอรนิคัส กาลิเลโอ กาลเิ ลอิ โยฮัน เคปเลอร เซอรฟรานซิส เบคอน (Nicholas Copernicus) (Galileo Galilei) (Johann Kepler) (Sir Francis Bacon) กลอ งโทรทรรศน ระบบสุริยจักรวาล กอ ตง้ั ราชบณั ฑิตยสถาน ระบบสุริยจกั รวาล สงั เกตกุ ารโคจรของดวงดาว สมบรู ณขนึ้ ขององั กฤษ คริสตศตวรรษท่ี ๑๘ - ๒๐ ชารล โรเบริ ต ดารว นิ เกรเกอร โยฮนั น เมนเดล หลยุ ส ปาสเตอร เจมส วตั ต (Charles Robert Darwin) (Gregar Johann Mendall) (Louis Pasteur) (James Watt) บิดาของวิชาพนั ธศุ าสตร จุลินทรียในอากาศ เคร่อื งจักรไอนำ้ ทฤษฎีวิวัฒนาการ และวธิ กี าร Pasteurization ของสง่ิ มีชวี ิต ซิกมันด ฟรอยด อัลเฟรด เบิรนฮารด โนเบล อัลเบริ ต ไอนสไตน (Sigmund Freud) (Alfred Bernhard Nobel) (Albert Einstein) ผบู ุกเบกิ ทฤษฎีจิตวิเคราะห ไดนาไมต ความสัมพนั ธร ะหวา ง มวลสารกบั พลังงาน
ก ารปฏวิ สตั าอิ เตุหสตาุ หกรรม๑ Industrial Revolution ทอกาแงาาทสณรสวะางำเนลหรคิแวามจละ ควา๒มเจรญิ ๓ทแคาลวงะากเมสามรร่นัเภี มคาอื พงง การเปลยี่ นแปลงวิธีการผลิต จากการใชแ รงงาน คน สตั ว และพลงั งานธรรมชาติ มาเปน การผลติ ทางวิทยาศาสตร โดยใชเครื่องจักร และระบบโรงงาน ในคริสต และเทคโนโลยี ศตวรรษท่ี ๑๘-๒๐ ในการผลิต การข๔ยายตัว การเพ๕มิ่ จำนวน รฐั บาล๖และผนู ำ ทางการคา ประชากร ประเทศสนบั สนนุ และการสะสมทุน และสง เสรมิ การคา ผล ๒ ๑ เกิดชนชั้นนายทนุ ความกา วหนาทาง และกรรมกร เทคโนโลยี การคมนาคม และการจัดตงั้ สหภาพแรงงาน การสือ่ สาร และ การกอ สรา ง ๔สเสเงั กคริดนีมแแลิยนลลัทมยิะะธมกเทิปศาารครรงะษคอกชามฐาาเกมรสธจิเิวิปรมีนไือตสิ งยต ปญ ห๓าสังคม หลายดาน ๑๕๒
ประวตั ศิ าสตรส ากล ๑๕๓ ลกั ษณะของการปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม๑. การปฏิวัติอุตสาหกรรมในระยะแรก : เรม่ิ ทอ่ี งั กฤษในคริสตศตวรรษท่ี ๑๘ - ๑๙ ทอี่ ตุ สาหกรรมทอผา ประสบความสำเรจ็ ในการใชเ ครือ่ งจกั รไอน้ำในอุตสาหกรรม เรยี ก “สมยั แหงพลงั งานไอน้ำ” จอหน เคย เจมส ฮารกรฟี ส รชิ ารด อารก ไรต (Jaเจmมeสs วWตั ตat) อ(นเตุGปทิ สrนeรารaผหศtอูนกกงัEำรากกxรรhฤมาครiษจbรปัดi้งั tฏแใioหิวสnตัญด)ิง เสรหทใงถอลชว่ัเผไาคไใก็ปฟลวปนรนใุธื่อแอหเยอใรลงตุ หมทุุตือจะสญกี สกัเโเาดธหาาร หปนิแรหลไกอพลทก็กกรนะรัฒะกรรณ้ำเรลนมลมา า (John Kay) (James Hargreaves) (Richard Arkwright) (Elอi ลีWิ วhิตitนnียe y) เครอ่ื งแยกเมลด็ ฝา ย ประดษิ ฐก ่ีกระตกุ เครอื่ งปน ดา ย เคร่อื งจกั รกลทใ่ี ช Spinnig Jenny พลงั น้ำสำหรบั เครอื่ งปนดา ย (Water Frame) การใชเ ครอ่ื งจักรไอน้ำในการคมนาคมสอื่ สาร (Riรcิชhาaรrดd เTทrรeวvทีitิกick) จอรจ สตีเฟนสัน (Rโoรbเบeริ rตt Fฟuลุ lตtoนั n) (SแeซmมuมeวlลCคuูนnาaรrด d) ใชพ ลงั งานไอนำ้ ใชพ ลงั งานไอน้ำ เรือกลไฟขาม กับรถบรรทกุ (George Stephenson) กับเรือ มหาสมทุ รแอตแลนติก หัวรถจักรไอน้ำ Rocket มาใชก บั รถไฟ ๒. การปฏวิ ัติอตุ สาหกรรมในระยะทสี่ อง : การเปลย่ี นแปลงดา นพลงั งานจากถา นหนิ และไอนำ้ เปน กา ซ น้ำมันปโตรเลียมและไฟฟา และทำเหล็กใหเปน เหล็กกลา เรยี กวา ยุคเหล็กกลา (Age of Steel) เรมิ่ ในศตวรรษ ท่ี ๑๙ - ๒๐ คารล เบนซ (Karl Benz) การพฒั นา แซมมวล มอรส แ(ลGะotกtอliตeตbลDบี aเiดmมlเeลrอ)ร ระบบไปรษณยี (SemuโทeรlเลMขorse) ประดิษฐร ถยนตใชน ำ้ มนั เบนซนิ อเลก็ ซานเดอร เกรแฮม เบลล ธอมสั แอลวา เอดิสนั (Alexander Graham Bell) (Thomas Alva Edison) หลอดไฟฟา เครื่องเลน จานเสยี ง โทรศัพท และกลอ งถายภาพยนตร
กา รปฏวิ ตัสทิ าาเงหภมูตปิ ุ ญ ญา Intellectu al Revolution ๑. ความม่นั คงทางการเมอื งของยุโรป ความคดิ กาวหนา ทางเศรษฐกจิ และความคิดของความเปนชาติ และการเมือง เกดิ นักคดิ และนักปรัชญา จำนวนมาก เรยี กวา ยคุ แหง ความสวา งไสว ๒. เดียวกัน การฟน ฟูศิลปวิทยาการ การปฏวิ ัติ ทางปญญา หรือยุคภูมธิ รรม ทางวิทยาศาสตร และการปฏิวัติ (Age of Enlightenment) ทางอตุ สาหกรรม ในชวงศตวรรษท่ี ๑๗ - ๑๘ ผล ๑. แนวคิดของนักปรัชญาในยุคภูมิธรรมมอี ทิ ธพิ ล ๒. ตอ ทัศนคตขิ องชาวยุโรป และสงั คมโลก เกดิ แนวคิดทางการเมอื งและเศรษฐกจิ ทแี่ ตกตาง ๒ แนวทาง คือ ลัทธิเสรีนิยม (Liberalism) และ ๓. ลทั ธิสังคมนยิ ม (Socialism) กอ ใหเกิดการเปลีย่ นแปลงการปกครอง ในหลายประเทศ ๑๕๔
กษตั รยิ ผ ูทรงคณุ ธรรม ประวตั ิศาสตรสากล ๑๕๕ มหพารระาเชจแาเหฟงรปเรดัสรเกิ ซยี แคจแทกั หเรงธพรอัสรรรเนี ซดทยีิน่ี ี๒ (Frederick The Great) (Catherine of Russia) ค.ศ. ๑๗๔๐ - ๑๗๘๖ ค.ศ. ๑๗๖๒ - ๑๗๙๖ นกั ปรชั ญาและผลงาน (ThoโธmมaัสsฮHอoบbบb es) (JoจhอnหนLoลcอ็ kคe) (Mมoอnงtเตesสqกuิเอieอu) หนงั สือเรอื่ ง Leviathan หนังสอื เรือ่ ง Two Treatises หนงั สือเร่อื ง เสนอแนวคิดวา สังคมสันตสิ ุข of Government เจตนารมณแ หงกฎหมาย ตองมอบอำนาจใหผ ปู กครอง เสนอแนวคิดการปกครอง เสนอแนวคิดการแบงแยก ทำหนา ทีป่ กครองทีส่ อดคลอ ง ระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธบิ ไตย กับความตอ งการของคน สวนใหญ (Vวaอlลtแaiตrรe) ชอง - ชาคส รสุ โซ (Adอaดmมั สSmมธิ ith) (คKาaรrลl Mมาaกrxซ) หนังสือเรื่อง The Philosophical Letters (Jean-Jacques Rousseau) หนงั สอื เร่อื ง เคปเแศอนลรมกะษมDาคหฐวิขรำaกนนอเปsอิจังิสงรแาสKนตะรบือaากดัโpเบยรดาเiททออื่tศยaนุานุงเเlจนเนปตน ยิรนวมียาาบ หนังสอื เรอื่ งสญั ญา ความมงั่ คั่งของชาติ เรียกรองใหม ีการปฏริ ูป ประชาคม เสนอแนวคดิ เก่ียว การปกครอง กับทฤษฎีการคา เสรี เปน การวางรากฐาน เกยี่ วกับอำนาจ อธปิ ไตยของประชาชน
การปฏิวัตเิ ปลี่ยนแปลงการปกครอง ในครสิ ตศ ตวรรษท่ี ๑๗ - ๑๘ การปฎวิ ตั อิ นั รงุ โรจนข ององั กฤษ (The Glorious Revolution) ค.ศ. ๑๖๘๘ เปนความขัดแยงระหวางอังกฤษ กับรัฐสภา เกย่ี วกบั นโยบายการปกครอง และ การนับถือศาสนา รัฐสภาจึงกอการปฏิวัติขึ้น และประกาศใช “พระราชบัญญัติวาดวยสิทธิ พน้ื ฐานของพลเมอื ง” (Bill of Rights) เปน การ จำกัดอำนาจกษัตริย และยอมรับอำนาจของ รฐั สภา เม่ือป ค.ศ. ๑๖๘๙ ค.ศ. เหตกุ ารณ ๑๖๒๔ : พระเจาชาลสที่ ๑ (Charles ) ขัดแยงกับรัฐสภาใน เรื่องนโยบายการปกครองและการนับถือศาสนา ๑๖๔๒ - ๑๖๔๙ : เกิดสงครามกลางเมืองพระเจาชาลสที่ ๑ ถูกสำเร็จโทษ ๑๖๔๙ : อังกฤษจัดการปกครองระบอบสาธารณรัฐ ๑๖๖๐ : อังกฤษฟนฟูระบอบกษัตริย ๑๖๘๕ : พระเจาเจมสที่ ๒ (James ) ปกครองอังกฤษ เกิดความขัดแยงเรื่องการนับถือศาสนา ๑๖๘๘ : รัฐสภาจึงกอการปฏิวัติอันรุงโรจนขึ้น ลมอำนาจของ พระเจาเจมสที่ ๒ แลวเชิญเจาชายวิลเลียมแหงออรเรนจ และเจาหญิงแมรี่พระชายามาปกครองอังกฤษ ๑๖๘๙ : รัฐสภาประกาศใช “พระราชบัญญัติวาดวยเรื่อง สิทธิพื้นฐานของพลเมือง” (Bill of Rights) เปนการจำกัดอำนาจของกษัตริย และ ยอมรับอำนาจสูงสุดของรัฐสภา ๑๕๖
ประวัติศาสตรส ากล ๑๕๗ การปฏิวตั ิเพือ่ เอกราชของสหรัฐอเมรกิ า หรือสงครามสหรัฐอเมริกา (American Revolutionary War) ค.ศ. ๑๗๗๖-๑๗๘๓ เปน สงครามระหวา งองั กฤษ กบั อาณานคิ ม ๑๓ รฐั ขององั กฤษ ในทวปี อเมรกิ าเหนอื ซง่ึ ตอ งการเอกราชจากเจา อาณานคิ ม ผลของสงครามชาวอาณานิคมเปน ฝา ยชนะ ในสนธิสัญญา ปารีส (Treaty of Paris) อังกฤษยอมรับวาสหรัฐอเมริกา เปน เอกราช การปฏิวตั ฝิ ร่งั เศส (French Revolution) ค.ศ. ๑๗๘๙ : การเปลี่ยนแปลงการปกครองของฝรั่งเศส ซึ่ง เกิดขึ้นในชวงที่ฝรั่งเศสมีปญหาเศรษฐกิจ ประชาชนอดอยาก แรน แคน และปญ หาดา นการเมอื งซง่ึ ไดร บั อทิ ธพิ ลจากปรชั ญา ทางการเมืองของจอหน ล็อคและรุสโซ ประชาชนจึงกอกบฏ ทลายคกุ บาสตยี (Fall of the Bastille) เกดิ สงครามกลางเมอื ง เมอ่ื ค.ศ. ๑๗๙๑ ยกเลกิ การปกครองระบอบกษตั รยิ เ ปลย่ี นเปน การปกครองระบอบสาธารณรัฐ
Imperialism จักรวรรดินิยม กหแในาลรกรอืะดาแดรำสนิ ขเวแนยงดินาหนนยาทอโผยอ่ีิทลบอธปานพิ รยและตอโเาขยกงาชวปไนาปรใะปนเกทปคศรระขอเอทงงศชคารตอบิมหงำาอำนาจ สา๑เหตุ ๒ความสำเร็จ ของการปฏวิ ัติ ความต่ืนตวั เร่อื ง อตุ สาหกรรม ลัทธิชาตนิ ิยม และเศรษฐกจิ ในคริสตศ ตวรรษ และการแขง ขนั กนั แสวงหา ๓ที่ ๑๘ อำนาจทางการเมือง และเศรษฐกจิ เพอ่ื เกยี รตภิ ูมิของชาตติ น แนวคดิ เร่ือง “ภาระของคนผวิ ขาว” (White Man's Burder) ๑ ผลมหาอำนาจ ๒ อารยธรรมตะวันตก ในยุโรปมอี ำนาจ โดยเฉพาะระบบเศรษฐกจิ ทางการเมืองสูงสดุ มีความเขมแข็ง แบบทุนนยิ ม ศาสนาครสิ ต ทางกำลังทหาร และชาตนิ ิยม แพรก ระจาย และอาวุธยุทโธปกรณ ในทุกพน้ื ท่ที ยี่ โุ รปยดึ ครอง ชาตมิ หาอำนาจ ทำใหเ กดิ ขบวนการชาตินยิ ม เรยี กรองเอกราชในเวลาตอมา ๓ ตะวันตก เกิดการแขง ขนั ดนิ แดนในอาณานคิ ม ๔ทางการเมือง สูญเสียเอกราชอธปิ ไตย และเศรษฐกจิ และทรัพยากรให เจาอาณานิคม ชาวพนื้ เมืองรับความเจรญิ จากชาวตะวนั ตก ๕ ทำใหม ีความกา วหนาทางการศึกษา การคมนาคม การแพทย และการสาธารณสขุ แตก ็สญู เสียวัฒนธรรมและภูมิปญญาด้งั เดิม ๑๕๘
สงครามโลก ประวัตศิ าสตรส ากล ๑๕๙ ครั้งท่ี ไแปกใยขมนสสังอนยรพงงาุษโุคครชืน้งยวรปคาทาชาตว่ีตมมแามิาาตขทลมหงอิดัะีเ่ ๆเากขสยแอิดยียายขำจงาหงอนรายางาุนกตยโจแลัวรกง ๑ค.ศ. ๑๙๑๔ - ๑๙๑๘ สาเหตุ ชนวนขอ งสงครามโลกครงั้ ท่ี ๑ ๑. ลทั ธชิ าตนิ ิยม (Nationalism) ทส่ี ง ผลใหอิตาลีและเยอรมนี ของอขราณัชณเทะกมาาเาือ่ยขจยครืออักาป๒.นศงทรล๘บอ.เแงมออ๑ลมพอื สส๙ะถิรงเเพ๑นุะซตนชรา๔ราียะยนียรชานม-เายยฮโางัวการี รวมชาตสิ ำเรจ็ และพยายาม สรางชาตติ นใหเปน ชาตยิ ง่ิ ใหญ ๒. การแขง ขันการสะสมกำลังทหาร และอาวธุ ยุทโธปกรณ ๓. ความขัดแยง ของชาตมิ หาอำนาจในยุโรป เกิดการรวมกลุมประเทศเปน ๒ กลุม คือ • มหาอำนาจกลาง ไดแก เยอรมนี อติ าลี และออสเตรยี - ฮงั การี • มหาอำนาจสัมพันธมติ ร ไดแ ก องั กฤษ ฝร่ังเศสและรสั เซีย ผล ๑. กอ ความเสียหายดานชวี ิตและทรัพยส นิ จำนวนมาก ๒. ประเทศเอกราชใหมเกิดขนึ้ (แยกมาจากประเทศท่แี พสงคราม) ๓. มกี ารเปลยี่ นแปลงการปกครองในประเทศตางๆ ๔. มหาอำนาจมีการเปล่ียนแปลงเปน สหรฐั อเมริกา และญป่ี นุ ๕. การพฒั นาอาวุธยุทโธปกรณในสงครามโลกครัง้ ท่ี ๑ เชน รถถัง เรอื ดำน้ำ ปนใหญ ปน กล ๖. เกดิ องคการสนั นิบาตชาติ World War I
สนัLeนagบิueาoตf ชNaาtiตonิ s องคการระหวา งประเทศท่จี ัดตัง้ ข้นึ ใน ค.ศ. ๑๙๑๘ ปลายสงครามโลกครัง้ ท่ี ๑ เพือ่ รักษาสันติภาพของโลก โดยประธานาธิบดวี ูดโรว วิลสัน (Woodrow Wilson) แหง สหรฐั อเมริกา ไดเ สนอขอเสนอ ๑๔ ประการ อันเปนพื้นฐานของกฎบตั รสนั นิบาตชาติ แตสันนบิ าตชาตไิ มสามารถแกป ญ หาความขดั แยง ของมหาอำนาจได ทำใหเ กิดสงครามโลกคร้งั ที่ ๒ ขึ้น ๑ สาเขห ุต๒ควาอมงสลนัม นเหบิ ลาวตชาติ สหรัฐอเมรกิ า ไมไดเ ปนสมาชกิ องคก ารสันนิบาตชาติ ไมมีกองกำลงั และมาตรการ ในการลงโทษ ผูละเมดิ กฎบตั ร ๑๖๐
ประวัตศิ าสตรส ากล ๑๖๑ สงครามโลกครั้งที่ ๒ สาเหตุ สงครามทเ่ี กดิ มาจากความไมพอใจ ของชาตมิ หาอำนาจภายหลงั สงครามโลกครงั้ ท่ี ๑ ๑. ความไมพอใจท่ีเยอรมนี เปน สงครามทีข่ ยายตวั ไปหลายภมู ิภาคของโลก มตี อสนธิสัญญาแวรซ ายส และกอ ความเสียหายอยา งมาก ๒. ความลมเหลวขององคการสนั นบิ าตชาติ ทไี่ มสามารถแกปญหาความขัดแยง ของชาติมหาอำนาจได ๓. ความออนแอของชาติมหาอำนาจเดมิ และใชน โยบายออมชอมกับประเทศ ที่มคี วามเขม แข็งทางทหาร ผลของสงคราม ๔. การรวมกลมุ พันธมติ รของ ประเทศเผดจ็ การทหาร ๑. ผคู นทงั้ พลเรือนและทหารเสียชีวติ บาดเจบ็ พกิ ารและสญู เสียทรัพยส นิ เปน จำนวนมาก ๒. การเปลีย่ นแปลงมหาอำนาจของโลก เปน สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ๓. ประเทศท่ีเคยเปนอาณานคิ มของชาตติ ะวนั ตก ไดรบั เอกราช ๔. เกิดสงครามเยน็ หรอื ความขดั แยง ดานอดุ มการณท างการเมอื ง ๕. เกดิ องคการสหประชาชาติ (United Nations) ๖. การสะสมและแขงขนั กนั ดานอาวธุ นวิ เคลียร และขปี นาวธุ รา ยแรง WoSrledcoWnadr เน้อื หาที่สามารถเปดแอปพลเิ คชนั ดไู ด
Contemporary History เขหอตงุกโลากรณสมสยั ำปคจัญจุบัน องคก ารสหประชาชาติ ๒๔ ตุลาคม : วันสหประชาชาติ (The United Nation : UN) เปนองคการสากลท่มี ปี ระเทศตา งๆ ของโลกเปน สมาชิก โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ พอ่ื รกั ษาสันตภิ าพ และสนันสนนุ ความ รว มมอื ระหวางประเทศ กำเนิดข้นึ ใน ค.ศ. ๑๙๔๔ กอ น สงครามโลกครง้ั ท่ี ๒ ยตุ ลิ ง โดยผแู ทนของประเทศสหรัฐอเมริกา องั กฤษ สหภาพโซเวยี ต และจนี รวมเปน ผรู า งกฏบัตรขององคก าร ตอ มาในที่ประชุมยลั ตา ซานฟรานซสิ โก ประเทศผูร ิเร่มิ ๕๑ ประเทศไดลงนามรับรองกฏบัตรสหประชาชาติ และไดรับ สตั ยาบันจากประเทศตา งๆ เมื่อ ๒๔ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ สมชั ชาใหญ สำนักเลขาธกิ าร ศาลยุตธิ รรม ระหวา งประเทศ สหโปคองรรคงะสชก ราาารชงาติ คณะมนตรี ภาวะทรัสตี คณะมนตรีเศรษฐกจิ และสังคม คณะมนตรี ความม่นั คง ๑๖๒
ประวตั ิศาสตรส ากล ๑๖๓ องคการชำนัญพเิ ศษของสหประชาชาติ องคการแรงงาน องคก ารอาหารและ การประชมุ สหประชาชาติ โครงการสงิ่ แวดลอ ม ระหวา งประเทศ เกษตรแหงสหประชาชาติ วา ดว ยเรอ่ื งการคา และการพฒั นา แหงสหประชาชาติ (FAO) (UNCTAD) (UNEP) (ILO) องคการการบินพลเรอื น โครงการพัฒนา องคการทางทะเล ระหวางประเทศ แหง สหประชาชาติ ระหวางประเทศ (ICAO) (UNDP) (IMO) องคก ารศกึ ษาวิทยาศาสคร กองทนุ ประชากร และวฒั นธรรม แหงสหประชาชาติ แหงสหประชาชาติ (UNFPA) (UNESCO) กองทนุ เพื่อเด็ก แหงสหประชาชาติ (UNICEF) สหภาพสากล องคก าร ไปรษณยี อนามัยโลก (UPU) (WHO)
สงครามเย็น (Cold War : ค.ศ. ๑๙๔๕ - ๑๙๙๑) ลักษณะความสัมพนั ธระหวา งประเทศทเี่ ปนความขัดแยงระหวางกลุมประชาธปิ ไตย ท่ีมสี หรฐั อเมรกิ าเปนผนู ำ และกลมุ คอมมวิ นสิ ตท มี่ สี หภาพโซเวียตเปน ผนู ำ โดยความขัดแยง แสดงออกหลายแบบยกเวนการทำสงครามกันเองโดยตรง าเหตขุ องส๑ง.คเดปรุลน าอปำมรนะเาเยจทโศน็ ลสกหเปรัฐลอีย่ เนมแริกปาลเกงดิ เปน สงครามตวั แทน (proxy war) ในหลายพ้ืนท่ี กับสหภาพโซเวยี ต ส เ๒. ความแตกตา งทางการเมือง ระหวา งประชาธิปไตย กับ คอมมวิ นิสต ๓. นโยบายผนู ำชาติมหาอำนาจ ๑. วินสตัน เชอรชิลล (Winston Churchill) ขององั กฤษ ๒. เฮนรี่ เอส. ทรแู มน (Henry S. Truman) ของสหรัฐอเมรกิ า ๓. โจเซฟ สตาลนิ (Joseph Stalin) ของสหภาพโซเวียต ๑๓ หตกุ ารณส น้ิ สดุ สงครามเยน็ กำแพงเบอรลิน : ๒ สคญั .ศล.ักษ๑ณ๙ข ๘อง๙สงเคยรอารมมเนยน็ีตถะวูกันทอำอลกาย และเยอรมนตี ะวนั ตกรวมเปน ประเทศเดยี วกนั การลมสลายของ สคห.ศภา. พ๑โซ๙เว๙ียต๑ใน ๑๖๔
Cold War ประวัตศิ าสตรส ากล ๑๖๕ สงครามเย็น (ค.ศ. ๑๙๔๕ - ๑๙๙๑) ๑. ดลุ อำนาจโลกเปลี่ยนแปลง Second World War สาเหตุ n ill๒. ความแตกตางทางการเมือง สงครามตัวแทน ประชาธปิ ไตย (Proxy War) คอมมวิ นิสต ๓. นโยบายผูน ำชาติมหาอำนาจ enry S. TrumaW inston Church Joseph Stalin H แบง เกาหลเี หนอื - ใต สงครามเวียดนาม สงครามเกาหลี ค.ศ. ๑๙๕๐ - ๑๙๕๓ ทเ่ี สนขนานท่ี ๓๘ กับฝรั่งเศส ๑๙๔๖ - ๑๙๕๔ ชวงสงครามโลกคร้ังที่ ๒ สหภาพโซเวยี ตบุกยดึ สหรัฐอเมริกา แมนจูเรยี ของญป่ี ุน และยโุ รปตะวันตก รางกฎบัตร สหประชาชาติ องคก าร สหรัฐอเมรกิ า จนี แบง เปน ค.ศ. ๑๙๔๔ ๒ ประเทศ สหประชาชาติ หลกั การ สหภาพโซเวียต ทรแู มน สหภาพโซเวยี ต Cominform Comecon ๑๙๔๕ ๑๙๔๖ ๑๙๔๗ ๑๙๔๙ ๑๙๕๐ ๑๙๕๓ สหภาพโซเวยี ตยดึ ครอง รวม ๓ เขตเปนเยอรมนีตะวันตก ยุโรปตะวนั ออก สวน ๑ เขตเปน เยอรมนตี ะวันออก เยอรมนถี ูกแบง แบง แยกประเทศเยอรมนี และเกดิ ออกเปน ๔ สว น วิกฤตการณ Berlin Blockade (ค.ศ. ๑๙๔๘ - ๑๙๔๙)
ขชอว งงสกงาครรผาอ มนเยค็นลา(ย๑ค๙ว๖า๙มต-ึง๑เค๙ร๗ยี ด๙) สงครามตวั แทน จดั ตั้ง ASEAN (Proxy War) วิกฤตการณข ีปนาวธุ คิวบา สงครามเวียดนาม เวยี ดนามแบงเปน สหรัฐอเมรกิ าใหการ ส้นิ สดุ สงคราม เวยี ดนามเหนอื - สนบั สนุนเวียดนามใต เวยี ดนาม เวียดนามใต สหรัฐอเมรกิ า ถอนทพั สหภาพโซเวยี ต จากเวยี ดนาม งคการ WARSA อ W รวมมอื อ สำรวจ องคก าร อวกาศ CENTO งคการ SEATO ขอ ตกลง SALT สหรฐั อเมริกา และพนั ธมิตร ๑๙๕๔ ๑๙๕๕ ๑๙๖๑ ๑๙๖๒ ๑๙๖๗ ๑๙๖๙ ๑๙๗๒ ๑๙๗๓ ๑๙๗๕ สหภาพโซเวยี ต กำแพงเบอรล นิ กั้นเบอรล ินตะวนั ออก กบั เบอรล นิ ตะวนั ตก ๑๖๖
ประวัติศาสตรส ากล ๑๖๗ ชวงการเจรจคา.ศระ. ห๑ว๙า๘งส๕ห-รฐั๑อ๙เม๘ร๙ิกา - โซเวียต ความตึงเครยี ดของ สหภาพโซเวยี ตปรบั เปลยี่ น การเจรจาที่ สงครามเย็นเรมิ่ ขนึ้ นโยบายตางประเทศเปน เกาะมอลตา นโยบายกลาสนอสต - อกี ครง้ั (Malta) เปเรสตรอยกา สหภาพโซเวยี ต บกุ อฟั กานสิ ถาน โอลมิ ปก ฤดูรอ น ๑๙๘๐ ๑๙๘๔ เจาภาพ เจาภาพ การเจรจา สงครามเยน็ จำวกาัดดขว ีปยนกาาวรธุ สหภสานิ้พสโซดุ เวยี ต สหรัฐอเมรกิ า สแหลภะาพพนั โธซมเวติ ียรต และพันธมติ ร อกี ไ๑ม๕เ ขาปรรว ะมเทศ พ(ิสSTัยAกRลTาง) ลม สลาย อกี ๖๓ ประเทศ ไมเขารว ม ๑๙๗๙ ๑๙๘๐ ๑๙๘๔ ๑๙๘๕ ๑๙๘๗ ๑๙๘๙ ๑๙๙๐ ๑๙๙๑ ทเำยลอารยมกนำีรแวพมงปเรบะอเรทล ศิน
Search