การประชมุ วิชาการระดับชาติศกึ ษาศาสตร์วิจยั คร้งั ท่ี 8 “นวศึกษาทย่ี ่งั ยนื ในชว่ งเวลาแหง่ ความท้าทาย” การใชอ้ ำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาท่ีส่งผลตอ่ บรรยากาศองคก์ ารในโรงเรียนขยายโอกาส ทางการศึกษาตามการรบั รขู้ องครู สงั กดั สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาปัตตานี เขต 1 ลกุ มาน ดอเลาะ1*, วรภาคย์ ไมตรีพนั ธ์2* 1นกั ศึกษาปรญิ ญาโท, หลกั สูตรการบรหิ ารการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ 2อาจารย์ ดร., หลกั สูตรการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ *ผู้ประสาน: [email protected] บทคัดย่อ การวิจยั คร้งั น้มี วี ัตถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ศกึ ษา 1) ระดับการใช้อำนาจของผบู้ ริหารสถานศึกษา 2) ระดับของ บรรยากาศองค์การ 3) ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งการใชอ้ ำนาจของผ้บู ริหารสถานศกึ ษากับบรรยากาศ องค์การ 4) ตวั แปรพยากรณ์ของการใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาทีส่ ่งผลต่อบรรยากาศองค์การ กลุม่ ตวั อยา่ งทใี่ ช้ในการวจิ ัยคือ ครูในโรงเรยี นขยายโอกาสทางการศึกษาทัง้ 17 โรง สงั กดั สำนกั งานเขตพ้นื ท่ี การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 จำนวน 229 คน โดยใชว้ ิธีการสุม่ อยา่ งงา่ ย เครื่องมอื ท่ีใชใ้ นการวิจัย เปน็ แบบสอบถามมาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะหข์ ้อมูล โดยใช้ คา่ รอ้ ยละ ค่าเฉล่ีย คา่ สว่ นเบี่ยงเบน มาตรฐาน ค่าสัมประสทิ ธิส์ หสัมพันธ์ของเพียรส์ ันและการสร้างสม ผลการวิจัยพบว่า 1) การใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศกึ ษาโดยภาพรวมอยใู่ นระดับมาก ดา้ นการใช้ อำนาจจากการใหร้ างวัลมีคา่ เฉลีย่ สูงกวา่ ดา้ นอ่ืนและด้านการใช้อำนาจจากการบังคบั มคี ่าเฉลย่ี ต่ำกวา่ ดา้ น อน่ื 2) บรรยากาศองค์การในโรงเรยี นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ดา้ นความผูกพันตอ่ องคก์ ารมีค่าเฉล่ยี สงู กว่าดา้ นอืน่ และดา้ นการสนบั สนุนมคี า่ เฉลย่ี ต่ำกว่าด้านอื่น 3) ความสมั พันธ์ระหว่างการใช้อำนาจของผบู้ รหิ าร สถานศึกษากบั บรรยากาศองคก์ ารในโรงเรียน โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์ทางบวก ในระดับค่อนข้าง สูง (r=.722) อยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) การใช้อำนาจของผบู้ ริหารทส่ี ามารถพยากรณ์ บรรยากาศองค์การในโรงเรยี น ไดแ้ ก่ อำนาจจากขอ้ มลู ขา่ วสารและอำนาจจากการให้รางวลั ท่สี ่งผลทางบวก ตอ่ บรรยากาศองค์การในโรงเรยี นขยายโอกาสทางการศกึ ษาตามการรบั รู้ของครู สังกดั สำนกั งานเขตพืน้ ที่ การศกึ ษาประถมศกึ ษาปตั ตานี เขต 1 อย่างมนี ยั สำคัญทางสถติ ทิ ่ีระดับ .01 โดยมีอำนาจพยากรณ์ร้อย ละ 69.2 คำสำคญั : การใชอ้ ำนาจของผู้บริหารสถานศกึ ษา, บรรยากาศองค์การ, โรงเรยี นขยายโอกาสทางการศกึ ษา
การประชุมวิชาการระดับชาติศึกษาศาสตร์วจิ ัย ครง้ั ที่ 8 “นวศกึ ษาทีย่ ง่ั ยืนในชว่ งเวลาแหง่ ความทา้ ทาย” The Power Exercise of School Administrators Affecting Organizational Climate as Perceived by Teachers in Educational Opportunity Expansion Schools under The Jurisdiction of the Pattani Primary Educational Service Area Office 1 Lukmarn Doloh1*, Warapark Maitreephun2 1Master’s Student, Educational Administration Program, Faculty of Education, Prince of Songkla University, 2Lecturer, Educational Administration Program, Faculty of Education, Prince of Songkla University *Corresponding author: [email protected] Abstract The aims of this study were 1) to investigate the level of school administrators' power exercise; 2) to study the level of organizational climate; 3) to determine the relationship between the school administrators' power exercise and the organizational climate as perceived by teachers; and 4) to investigate predictors of school administrators' power exercise affecting the organizational climate as perceived by teachers in the educational opportunity expansion schools under the jurisdiction of Pattani Primary Educational Service Area Office 1. The sample was 229 teachers from 17 schools. The research instrument was a five-point Likert scale questionnaire. The data were analyzed using percentage, mean, standard deviation, Pearson's Correlation Coefficient, and multiple regression using Enter Multiple Regression Coefficient. The findings revealed that 1) all aspects of the administrators' power exercise were considered at a high level; 2) the organizational climate in the educational opportunity expansion schools was at a high level; 3) the administrators' power exercise and organizational climate were highly positively correlation at .01 level of significance level; and 4) the power exercise was a significant predictor of the organizational climate as perceived by the teachers in which explained 69.2% of the variance at .01 level and that both information power and reward power contributed significantly to the model. Keywords: The power exercise of school administrators, Organizational climate, Educational opportunity expansion schools
การประชุมวิชาการระดับชาติศกึ ษาศาสตรว์ จิ ยั คร้งั ท่ี 8 “นวศึกษาทีย่ ั่งยืนในชว่ งเวลาแหง่ ความทา้ ทาย” บทนำ การใช้อำนาจของผบู้ รหิ ารถือเป็นตวั แปรสำคัญในการขับเคล่อื นให้การดำเนินงานของสถานศึกษา บรรลุตามเปา้ หมายท่ีกำหนดไว้ เน่ืองจากการใช้อำนาจคือพฤติกรรมหรือการกระทำของผู้บรหิ ารที่แสดงให้ เห็นถึงความสามารถในการชกั จูงให้ผ้ใู ตบ้ ังคบั บัญชาเปลีย่ นแปลงพฤติกรรมในทศิ ทางท่ีผู้บริหารตอ้ งการ (ธิดา รัตน์ รัศม,ี 2556) ผบู้ รหิ ารควรคำนงึ ถงึ การใชร้ ู้จักใช้อำนาจอยา่ งรอบคอบ ระมัดระวัง เหมาะสมกบั บรบิ ทและ สถานการณ์ (สุระชัย เอ่ียมสอาด, 2557) รวมทงั้ ตอ้ งทราบถึงอำนาจที่มอี ยู่ของตน รจู้ กั การใช้อำนาจน้นั อย่าง เหมาะสมและสร้างสรรค์เพอ่ื เปน็ ประโยชนต์ ่อการปฏิบัตงิ าน ดงั ที่ กัลยมน อนิ ทุสุต (2547) ระบุวา่ ผบู้ รหิ าร ตอ้ งรูจ้ กั อำนาจทุกประเภทและเลือกใช้ใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งสอดคล้องกับ Stringer (2002) ที่ได้ กล่าววา่ ผบู้ รหิ ารท่ฉี ลาดจำเปน็ ท่จี ะต้องมองหาแหลง่ อำนาจท่จี ะนำมาสนบั สนนุ หนา้ ที่ทีม่ อี ย่เู พื่อเอื้อ ประโยชนใ์ นการปฏบิ ตั ิงาน รวมทั้งเป็นแรงกระตุ้นท่สี ามารถจงู ใจให้ผูร้ ่วมงานปฏิบัตงิ านอย่างเต็มศักยภาพ เพือ่ ใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมายและวตั ถุประสงคข์ ององค์การ ดังนั้น ผูบ้ รหิ ารต้องใช้อำนาจที่มีอยเู่ พ่ือเอื้อตอ่ การ ปฏบิ ัติหนา้ ทข่ี องตนเองเน่อื งจากอำนาจเป็นเคร่ืองมือสำคัญในการควบคุมและผลกั ดันการดำเนนิ งานต่างๆ ภายในองค์การให้เปน็ ไปตามวัตถุประสงคแ์ ละนโยบาย (แสวง พิพัฒน์, 2544) กลา่ วโดยสรปุ ไดว้ า่ การใช้ อำนาจเปน็ สง่ิ ทีผ่ บู้ ริหารต้องให้ความสำคัญและร้จู กั อำนาจอยา่ งชาญฉลาดและเหมาะสมเพ่ือใหก้ ารดำเนนิ งาน ขององค์การประสบความสำเรจ็ ตามเป้าหมาย มากไปกว่านั้น การใช้อำนาจที่เหมาะสมของผู้บริหารยังเป็นการ ช่วยสร้างขวญั และกำลงั ในการปฏบิ ตั งิ านของผู้ใต้บงั คับบัญชาเพือ่ ส่งผลใหเ้ กิดความรว่ มมอื รว่ มใจในการ ปฏิบัตงิ านและนำไปส่กู ารสรา้ งบรรยากาศองค์การที่ดใี นสถานศกึ ษา บรรยากาศองค์การคือการรับร้ทู สี่ ่งผลตอ่ การปฏบิ ัติงานของบุคคลากรหรือความรสู้ ึกท่เี กิดจากการ พฤติกรรมของการมีปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมาชิกในสถานศึกษา Brown and Moberg (1980) กลา่ วว่า บรรยากาศองค์การเป็นตวั กำหนดทัศนคติท่ดี ีและความพงึ พอใจท่จี ะอย่ใู นองค์การซึ่งบรรยากาศองค์การที่ แตกต่างกนั ยอ่ มทำให้ประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ลของการทำงานแตกตา่ งกนั ดว้ ยเชน่ กัน การท่ีสถานศึกษามี บรรยากาศองค์การท่ดี ีกจ็ ะสง่ ผลใหผ้ ูป้ ฏบิ ตั ิงานในสถานศกึ ษามีความรสู้ ึกที่ดี เกิดความพึงพอใจในการ ปฏิบัติงาน มกี ารปฏบิ ตั ิงานอย่างเต็มความสามารถ รสู้ ึกถึงความเปน็ เจา้ ของและมคี วามรักในองคก์ าร ทา้ ยทีส่ ุดกจ็ ะนำมาซึ่งผลการปฏบิ ัตงิ านท่ดี แี ก่สถานศึกษา Fox et al. (1973) ท่ีได้เน้นย้ำว่าบรรยากาศ องค์การท่ดี ีของโรงเรยี นจะทำผลการปฏบิ ตั งิ านบรรลตุ ามเป้าประสงค์ท่สี ำคญั รวมท้งั ส่งผลใหโ้ รงเรยี นเปน็ สถานทท่ี ีน่ า่ สนใจ มีความหมายทง้ั ต่อครู ผบู้ ริหาร ตลอดจนนักเรยี น และอยากใช้เวลาท่ีโรงเรยี นอยา่ งคุ้มค่า ในทางกลบั กันหากสถานศึกษามีบรรยากาศองคก์ ารทไี่ ม่ดี ไมเ่ อื้อตอ่ การทำงาน ก็จะสง่ ผลตอ่ ผปู้ ฏบิ ัติงานเกิด ความเบื่อหน่ายและทำงานไม่เตม็ ศักยภาพ (Litwin & Stringer, 1968) ดว้ ยเหตุน้ี การท่ผี ู้บริหารให้ ความสำคญั มีการรับรู้ถงึ สภาพบรรยากาศองค์การของสถานศกึ ษากจ็ ะเปน็ ประโยชนอ์ ย่างมากในการนำมา ปรบั ปรงุ และพัฒนาสภาพบรรยากาศขององค์การให้เป็นไปในทิศทางท่ดี แี ละสง่ ผลตอ่ ประสทิ ธิภาพในทุกๆดา้ น ของการปฏบิ ัตงิ าน
การประชุมวิชาการระดบั ชาติศึกษาศาสตร์วิจยั คร้ังท่ี 8 “นวศกึ ษาท่ียง่ั ยืนในชว่ งเวลาแหง่ ความทา้ ทาย” อยา่ งไรกต็ าม จากการศกึ ษาจากหลายงานวิจัยท่เี กย่ี วข้องกับการใชอ้ ำนาจพบว่า ผบู้ รหิ ารยังมีการใช้ อำนาจไปในในทางที่ผิด (นิพนธ์ ระสติ านนท,์ 2541) ไมเ่ หมาะสมและขาดความเปน็ ธรรม และสง่ ผลทางลบแก่ องค์การในหลายๆด้าน (อรุ ชุ า หอรณรงค์ศริ ิ, 2557) ท้งั ในเรอ่ื งของภาวะผนู้ ำของผ้บู รหิ าร ผลสมั ฤทธิ์ทางการ เรยี นของนักเรยี น ผลการปฏบิ ตั งิ านของครู ขวัญและกำลงั ใจในการปฏิบตั ิงานของผูใ้ ตบ้ ังคับบญั ชา รวมทั้ง บรรยากาศขององคก์ าร (เสาวนิตย์ ทวีสันทนนี กุ ลู , 2550) นอกจากนี้ ยงั พบอีกว่าการทผี่ ู้บรหิ ารไม่มีความ กระตือรือรน้ ในการพฒั นาคน พัฒนางาน ขาดความเป็นประชาธปิ ไตย ม่งุ เนน้ ผลสำเรจ็ ของงานมากเกินไป ใช้ อำนาจเพ่ือมอบหมายงานท่ีไม่ตรงกับความสามารถของผู้ปฏบิ ตั ิงาน ขาดความเปน็ ธรรมในการพจิ ารณาความ ดคี วามชอบ รวมทัง้ ขาดการสร้างขวัญและแรงจงู ใจในการปฏบิ ตั ิงาน ส่งผลทางลบอยา่ งย่ิงต่อบรรยากาศของ องค์การของโรงเรียน (อวยชยั จาตุรพนั ธ์, 2554) การบริหารงานในสถานการณ์หรอื บริบทท่ีมคี วามหลากหลายของผู้บรหิ ารเพื่อใหเ้ กิดประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายของสถานศึกษานน้ั ถอื ว่าเปน็ เร่อื งท่ีน่าท้าทายอยา่ งยิ่ง จังหวดั ปตั ตานถี ือว่า เป็นพ้นื ท่ที ี่มอี ัตลักษณ์ท่ีพิเศษ (สมบัติ โยธาทิพย์, 2553) มีความหลากหลายและแตกต่างจากพืน้ ที่อื่นของ ประเทศไทยทัง้ ในเร่ืองของ วัฒนธรรม ประเพณี ความเชอ่ื วิถีชวี ิต ระเบยี บและกฎเกณฑ์ในการปฏบิ ตั ิงาน รวมท้งั เป็นพ้ืนท่ีท่มี ีความรุนแรงของเหตุการณ์ความไม่สงบทไ่ี ม่มที ีท่าว่าจะสงบ เชน่ การวางระเบดิ การเผา สถานท่ีราชการ รวมถงึ การฆ่ารายวัน (เอกรินทร์ ตว่ นศริ ิ, 2557 อ้างถงึ ใน อัสดี ยิงทา, 2560) อกี ทั้งผลสัมฤทธ์ิ ของการสอบวดั ผลทางการศึกษาระดับชาติขน้ั พนื้ ฐาน (ONET) ในภาพรวมทุกระดับชนั้ ของจงั หวดั ท่มี ีคะแนน เฉลย่ี ตำ่ กว่าระดบั ประเทศในทุกรายวิชา (สำนักงานศกึ ษาธิการ เขต 8, 2561) ท้งั น้ี เม่ือมองในบรบิ ทของ โรงเรยี นขยายโอกาสทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาปตั ตานี เขต 1 ซง่ึ มีทตี่ งั้ สถานศกึ ษาในพ้ืนท่ดี ังกลา่ วและมีการจดั การเรยี นการสอนทีแ่ ตกตา่ งจากจากโรงเรียนท่ัวไปที่มีการจัดการ เรียนการสอนตั้งแต่ระดบั ชั้นอนบุ าลจนถงึ ระดับชัน้ มัธยศึกษาตอนต้น จะพบวา่ ปัญหาท่ีเจอมักค่อนขา้ ง แตกต่างจากโรงเรยี นท่สี อนแคใ่ นระดับช้ันประถมศกึ ษาท่วั ไป เชน่ ปญั หาเรือ่ งพฤติกรรมเชงิ ลบของผ้เู รียน ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนท่ีต่ำ ครูและบคุ ลากรขาดซ่ึงขวญั และกำลงั ใจในการปฏบิ ัตงิ าน (กมู ะไซดี กูจ,ิ 2560) จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาในเรื่องของการใช้อำนาจของผู้บริหารที่ ส่งผลต่อบรรยากาศองค์การในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาตามการรับรู้ของครู ในสังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพใน การทำงานสูงสุด เนื่องจากเห็นว่าการใช้อำนาจของผู้บริหารถือเป็นส่วนสำคัญในการบริหารสถานศึกษาซ่ึง ผู้บริหารจำเป็นที่จะต้องรู้จักการใช้อำนาจอย่างเหมาะสมภายใต้บริบทดังที่กล่าวมาข้างต้น รวมทั้งต้องมีการ สร้างทีมงานหรือองคก์ ารให้มคี วามเข้มแข็งโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างบรรยากาศองค์การที่ดีที่สามารถเอ้ือต่อ การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดจนมีการสร้างขวัญและกำลังใจ รวมทั้งการสนับสนุนเพื่อให้ ผู้ใต้บังคับบัญชามีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานส่งผลให้ผลการปฏิบัติเกิดประสิทธิผลมากที่สุด ทั้งน้ี ผลการวจิ ยั จะเป็นข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์สำหรบั ผู้บริหารสถานศึกษาในการท่ีจะนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหาร สถานศึกษาและสรา้ งบรรยากาศองค์ท่ีดีเพือ่ ก่อให้ผลประโยชน์สดุ ต่อคุณภาพการศกึ ษาต่อไป
การประชุมวชิ าการระดับชาติศกึ ษาศาสตร์วจิ ัย ครัง้ ท่ี 8 “นวศกึ ษาที่ย่งั ยนื ในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย” วัตถุประสงค์การวจิ ยั 1. เพ่อื ศึกษาระดบั การใชอ้ ำนาจของผู้บรหิ ารสถานศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาตาม การรับรูข้ องครู สังกัดสำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 2. เพ่อื ศึกษาระดบั ของบรรยากาศองค์การในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาตามการรับรู้ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาปัตตานี เขต 1 3. เพอื่ ศึกษาความสัมพนั ธ์ระหว่างการใชอ้ ำนาจของผ้บู รหิ ารสถานศึกษากับบรรยากาศองค์การใน โรงเรียนขยายโอกาสทางการศกึ ษาตามการรบั รูข้ องครู สังกัดสำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา ปัตตานี เขต 1 4. เพ่ือคน้ หาตัวแปรพยากรณ์ของการใชอ้ ำนาจของผู้บริหารสถานศกึ ษาทส่ี ง่ ผลตอ่ บรรยากาศ องค์การในโรงเรยี นขยายโอกาสทางการศกึ ษาตามการรับรู้ของครู สงั กดั สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา ประถมศึกษาปตั ตานี เขต 1 สมมติฐานของการวจิ ัย 1. การใช้อำนาจของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาทส่ี ัมพันธ์ทางบวกกบั บรรยากาศองคก์ ารในโรงเรียนขยาย โอกาสทางการศึกษาตามการรบั รูข้ องครู สังกัดสำนกั เขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 2. การใชอ้ ำนาจของผูบ้ ริหารสถานศึกษาอยา่ งน้อย 1 ดา้ น ท่ีสามารถเป็นตัวแปรพยากรณบ์ รรยากาศ องค์การในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาตามการรับรู้ของครู สังกดั สำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษา ประถมศกึ ษาปตั ตานี เขต 1 กรอบแนวคิดการวิจยั /วรรณกรรมท่เี กี่ยวข้อง การวจิ ัยคร้งั น้ี ผวู้ ิจัยมุ่งหวังศกึ ษาการใชอ้ ำนาจของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษาทส่ี ง่ ผลต่อบรรยากาศองค์การ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาตามการรับรู้ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปัตตานี เขต 1 ซ่ึงมีขอบเขตด้านเน้ือหาที่ศึกษา 2 ประเด็น คอื 1) การใช้อำนาจของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา ทาง ผู้วิจัยได้สังเคราะห์องค์ประกอบการใช้อำนาจจากทฤษฎีและแนวคิดของ French and Raven (1968), Hersey, Blanchard and Natemeyer (1979) ปรัชญา เวสารัชช์ และอรุณ รักธรรม (2522) และงานวิจัย ของ สุระชัย เอี่ยมสอาด (2557) ก้อสาลี นุ้ยสมัน (2560) และอัสดี ยิงทา (2560) 2) บรรยากาศองค์การใน โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจากทฤษฎีและแนวคิดบรรยากาศองค์การของ Litwin and Stringer (1968), Stringer (2002) รวมทั้งงานวิจัยของ สิมาภา จันทร์หอมกุล (2553) บัญชา ปลื้มอารมณ์ (2557) สรี ยา บุญธรรม (2558) และพิพากร เลขภสั ร์ (2561) จนได้กรอบแนวคิดการวจิ ัย ดังนี้ การใชอ้ ำนาจของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา บรรยากาศองคก์ าร 1. การใช้อำนาจจากการใหร้ างวัล 1. โครงสรา้ งองค์การ 2. การใช้อำนาจจากการบังคับ 2. การสนับสนุน 3. การใชอ้ ำนาจตามกฎหมาย 3. ความเจรญิ กา้ วหน้า 4. การใช้อำนาจจากการอา้ งอิง 4. ความผูกพันต่อองค์การ 5. การใช้อำนาจจากความเช่ียวชาญ 5. ความรับผดิ ชอบ 6. การใช้อำนาจจากข้อมลู ข่าวสาร
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติศึกษาศาสตรว์ จิ ัย ครงั้ ท่ี 8 “นวศึกษาทยี่ ั่งยนื ในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย” นิยามศัพทเ์ ฉพาะ 1. การใชอ้ ำนาจ หมายถงึ พฤตกิ รรมหรือการกระทำของผู้บรหิ ารทแ่ี สดงให้เห็นถึงความสามารถใน การชกั จูงให้ผใู้ ต้บงั คบั บัญชาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทิศทางที่ผบู้ ริหารต้องการเพือ่ ประโยชน์ทง้ั ของตนเอง และสว่ นร่วม ซึ่งประกอบดว้ ย 6 องคป์ ระกอบ ได้แก่ อำนาจการให้รางวลั อำนาจการอำนาจบงั คับ อำนาจ ตามกฎหมาย อำนาจอ้างอิง อำนาจความเช่ียวชาญ และอำนาจข้อมูลข่าวสาร 2.1 การใช้อำนาจจากการใหร้ างวัล หมายถงึ ความสามารถของผบู้ ริหารสถานศึกษาในการ ใหห้ รอื รางวลั ที่เป็นสิ่งตอบแทนแก่ผใู้ ต้บงั คบั บญั ชาจากพฤติกรรมหรือผลการปฏบิ ัติงานท่ีดี เชน่ การยกยอ่ ง สรรเสรญิ การประกาศเกยี รติคุณ การเล่ือนข้นั เงนิ เดอื น การสนับสนุนสง่ เสรมิ ความก้าวหน้าในหนา้ ท่ีการงาน เปน็ ต้น 2.2 การใช้อำนาจจากการบังคับ หมายถงึ ความสามารถของผบู้ ริหารสถานศึกษาในการ บังคับหรือข่มขู่เพื่อผลักดนั หรือกำกับการปฏิบตั ิงานของผ้ใู ตบ้ งั คับบัญชาเป็นไปตามทต่ี ้องการโดยใช้วธิ กี ารทั้ง การว่ากล่าวตักเตือน การตำหนิติเตยี น การข่มขูว่ า่ หากไมป่ ฏิบตั ิตามจะถูกลงโทษ เชน่ การลงโทษทางวินัย การไล่ออก เปน็ ต้น 2.3 การใชอ้ ำนาจตามกฎหมาย หมายถึง ความสามารถของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาท่ีเกิดจาก การได้รบั หรือดำรงตำแหนง่ หน้าทตี่ ามท่ีกำหนดไว้ในโครงสร้างขององค์การ โดยผบู้ ริหารร้ถู งึ ขอบเขต อำนาจ หน้าที่และสายการบังคับบัญชาและมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้อำนาจส่ังการให้ผใู้ ตบ้ ังคับบัญชายอมรับและ ปฏิบตั ิตาม 2.4 การใชอ้ ำนาจจากการอา้ งองิ หมายถึง ความสามารถของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาซ่ึงเกิดจาก การมบี คุ ลิกลักษณะสว่ นตวั ท่โี ดเดน่ สามารถดงึ ดูดความสนใจของผูใ้ ต้บังคบั บัญชาให้เกิดความนบั ถือ ศรัทธา นยิ มชมชอบ รวมทัง้ นำมาเปน็ แบบอย่างในการปฏิบตั งิ าน 2.5 การใชอ้ ำนาจจากความเช่ียวชาญ หมายถงึ ความสามารถของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาที่เกิด จากการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ การเรยี นรู้และสง่ั สมประสบการณ์อย่างต่อเนื่องจนมีความเช่ยี วชาญหรือเป็นผ้รู ูเ้ ฉพาะ ดา้ นสามารถชักจงู ให้ผใู้ ตบ้ ังคับบัญชายอมรบั นับถอื และปฏิบัติตาม รวมทง้ั สามารถเปน็ ที่พ่งึ พาหรือเปน็ ปรึกษา ของผู้ใตบ้ ังคับบัญชาได้ 2.6 การใชอ้ ำนาจจากข้อมลู ข่าวสาร หมายถึง ความสามารถของผู้บรหิ ารซ่ึงมีความรอบรู้ ข้อมลู ขา่ วสารทเี่ ทา่ ทันต่อเหตุการณ์ โดยการแสวงหา เปน็ เจ้าของและควบคุมข้อมูลข่าวสารท่มี คี ณุ คา่ และเปน็ ประโยชน์ต่อการปฏิบตั ิงานของผใู้ ต้บังคบั บญั ชา 3. บรรยากาศองค์การ หมายถงึ การรับรู้และความรสู้ ึกท่ีเกิดจากพฤติกรรมของการมปี ฏสิ ัมพันธ์ ระหวา่ งครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศกึ ษาท่ีมีต่อการปฏิบตั ิงานของบุคคลากรในสถานศกึ ษา ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ โครงสรา้ งองค์การ การสนบั สนุน ความเจริญกา้ วหนา้ ความผกู พนั ตอ่ องค์การ และความรบั ผดิ ชอบ
การประชมุ วชิ าการระดับชาติศกึ ษาศาสตรว์ ิจยั ครัง้ ที่ 8 “นวศึกษาที่ยัง่ ยนื ในช่วงเวลาแห่งความทา้ ทาย” 3.1 โครงสร้างองค์การ หมายถงึ สงิ่ ทแ่ี สดงถึงการรบั รู้ของผู้ปฏบิ ตั ิงานวา่ องค์การมีการ กำหนดโครงสร้างองค์การ สายการบงั คับบัญชา รายละเอยี ดของขอบเขตงานและความรับผิดชอบทีช่ ัดเจน ตลอดจนการจดั บุคลากรทเ่ี หมาะสมกบั งาน 3.2 การสนับสนนุ หมายถึง ความรู้สึกของสมาชกิ องค์การต่อการไดร้ บั การยอมรบั การ ช่วยเหลอื สนบั สนุน การไดร้ บั คำแนะนำ และความไวว้ างใจในการปฏิบตั งิ านท้ังจากผบู้ ังคบั บญั ชาและเพื่อน รว่ มงาน 3.3 ความเจรญิ ก้าวหน้า หมายถงึ ความรู้สึกถึงโอกาสท่ีสมาชกิ ขององคก์ ารไดร้ บั จากการ ส่งเสริมในด้านต่างๆ ทงั้ ในเรื่องของความกา้ วหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มพูนความรู้และพฒั นาศักยภาพของ ตนเอง ตลอดจนการไดร้ ับการสง่ เสริมในเรอื่ งของการนำแนวคิดหรือวิธีการใหมๆ่ มาใช้ในการทำงาน 3.4 ความผูกพันต่อองค์การ หมายถึง ความรสู้ ึกท่แี สดงถึงความภาคภมู ใิ จ ความจงรักภักดี การอุทิศตนและทุม่ เททงั้ แรงกายและความรคู้ วามสามารถในการปฏิบตั ิงานเพอื่ ประโยชนส์ งู สุดขององค์การ 3.5 ความรับผดิ ชอบ หมายถึง ความรู้สกึ ของการเปน็ คนสำคัญจากการไดร้ บั มอบหมายต่อ ภาระงานหรือหนา้ ท่ีทเ่ี หมาะสมกบั ความรู้ความสามารถ การมอี สิ ระในการปฏิบัติงานท้ังในเรอื่ งของการ วางแผน การตดั สนิ ใจ รวมท้งั การใช้อำนาจ ตลอดจนการได้รับการกระตุ้นให้มีความกลา้ ในการสรา้ งสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆเพื่อใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ในการทำงาน 4. ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา หมายถงึ ผทู้ ่ีมีตำแหน่งและหน้าท่ีบรหิ ารงาน ควบคุมดูแลสถานศึกษาใน โรงเรียนขยายโอกาสทางการศกึ ษา สังกัดสำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาปตั ตานี เขต 1 ไดแ้ ก่ ผู้อำนวยการสถานศกึ ษาและรองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา 5. ครู หมายถึง ครู ท่ปี ฏบิ ตั หิ นา้ ทีใ่ นการจัดการเรยี นการสอนในระดบั การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานใน โรงเรียนขยายโอกาสทางการศกึ ษา สงั กดั สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาปตั ตานี เขต 1 6. โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา หมายถึง โรงเรียนในสังกัดสำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา ประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 ทม่ี ีการจัดการการเรยี นการสอนต้ังแต่ระดบั ชนั้ อนบุ าลจนถึงระดับชน้ั มัธยมศึกษา ตอนต้น วิธดี ำเนินการวจิ ัย ออกแบบการวจิ ัย (research design) งานวจิ ยั ฉบับนี้ออกแบบการศึกษาวิจยั โดยใช้การออกแบบ งานวจิ ัยแบบเชิงสำรวจ (survey research) โดยการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากกลุ่มตัวอย่างของประชากร (population and sample) ซงึ่ เปน็ ครใู นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาท้ัง 17 โรง ในสังกดั สำนกั งาน เขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 จำนวน 229 คน จากจำนวนประชากรทั้งหมด 538 คน โดยใช้ วธิ ีการเทยี บสัดสว่ นจำนวนครกู ับโรงเรียนเพ่ือให้ได้กลมุ่ ตัวอยา่ งแบบกระจาย จากน้ันส่มุ กลุม่ ตวั อยา่ งแบบงา่ ย โดยใช้วธิ ีการจับฉลากแบบไม่ใสค่ นื ตวั แปรท่ีศึกษา (variables) มจี ำนวน 2 ตวั แปร คอื ตัวแปรที่ 1 การใช้ อำนาจของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ตัวแปรท่ี 2 บรรยากาศองคก์ าร เคร่ืองมือท่ใี ชใ้ นการวิจัย (research
การประชมุ วิชาการระดับชาติศึกษาศาสตรว์ ิจัย คร้ังที่ 8 “นวศึกษาที่ยั่งยนื ในชว่ งเวลาแห่งความทา้ ทาย” instruments) เปน็ แบบสอบถาม (questionnaire) แบบมาตรส่วนประมาณค่า (rating scale) 5 ระดับ ตาม เกณฑ์วัดของ Likert Rating Scale โดยสรา้ งข้อคำถามภายในกรอบแนวคดิ และครอบคลมุ วัตถปุ ระสงค์การ วิจัย การเกบ็ รวบรวมข้อมูล (data collection) เริม่ จากการขอหนงั สือแนะนำตัวผ้วู ิจยั และขออนุญาตเก็บ ขอ้ มลู เพ่อื การวจิ ยั จากภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วทิ ยา เขตปตั ตานี ถงึ ผู้บรหิ ารสถานศึกษาจากโรงเรยี นทเ่ี ป็นกลุ่มตัวอยา่ ง เพ่ือขอความอนุเคราะห์ในการเกบ็ รวบรวม ขอ้ มูลจากกลุ่มตวั อยา่ ง จำนวน 229 ฉบบั โดยต้องไดข้ ้อมลู ตอบกลบั ครบตามจำนวนท่รี ะบไุ ว้ จากนนั้ ทำการ วเิ คราะห์ข้อมูล (data analysis) เพื่อหาค่าสถิตติ า่ งๆ ได้แก่ ค่าเฉลยี่ (arithmetic Mean) ส่วนเบีย่ งเบน มาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าสมั ประสทิ ธ์สิ หสัมพันธข์ องเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient) และการสรา้ งสมการถดถอยเพ่ือการพยากรณ์ตวั แปรคาม โดยวิเคราะหส์ มการ ถดถอยแบบเลอื กเข้าตวั แปรทง้ั หมด (Enter Multiple Regression Coefficient) โดยใชโ้ ปรแกรม คอมพวิ เตอร์สำเรจ็ รูป ผลการวจิ ยั ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญ่เปน็ ครูเพศหญงิ จำนวน 163 คน คิดเปน็ ร้อยละ 71.2 และส่วนใหญ่มี ประสบการณ์ในการทำงาน 11-15 ปี ซึ่งมีจำนวน 72 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 31.4 1. ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู การใช้อำนาจของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาทสี่ ง่ ผลต่อบรรยากาศองค์การใน โรงเรยี นขยายโอกาสทางการศึกษาตามการรบั รขู้ องครู สังกัดสำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา ปตั ตานี เขต 1 โดยหาคา่ เฉลี่ย (������̅) และค่าความเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) วเิ คราะหภ์ าพรวมและรายด้าน ไดแ้ ก่ 1.1 การวิเคราะห์ขอ้ มลู ระดบั ระดบั การใชอ้ ำนาจของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ปรากฎผลดังตาราง 1 ตาราง 1 คา่ เฉล่ยี คา่ ความเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับของการใช้อำนาจของผบู้ ริหารสถานศึกษา ด้านที่ การใช้อำนาจของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ������̅ S.D. ระดับ 1 การใช้อำนาจจากการให้รางวัล 3.92 .849 มาก 2 การใช้อำนาจจากการบังคับ 3.48 .921 ปานกลาง 3 การใชอ้ ำนาจตามกฎหมาย 3.89 .857 มาก 4 การใชอ้ ำนาจจากการอา้ งอิง 3.69 .978 มาก 5 การใช้อำนาจจากความเช่ียวชาญ 3.69 1.065 มาก 6 การใชอ้ ำนาจจากข้อมลู ข่าวสาร 3.83 .964 มาก รวม 3.75 .743 มาก จากตาราง 1 พบวา่ การใช้อำนาจของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา โดยภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก (������̅= 3.75, S.D. = .743) เมือ่ พจิ ารณาเป็นรายดา้ น พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมากยกเวน้ ดา้ นการใชอ้ ำนาจจากการ
การประชมุ วชิ าการระดับชาติศึกษาศาสตรว์ ิจยั คร้งั ท่ี 8 “นวศกึ ษาท่ียั่งยนื ในชว่ งเวลาแหง่ ความทา้ ทาย” บงั คบั เพยี งดา้ นเดียวท่ีอยใู่ นระดบั ปานกลางและมคี า่ เฉล่ียต่ำสดุ (������̅= 3.48, S.D. = .921) โดยด้านท่ีมคี ่าเฉลี่ย สูงสุด คอื ด้านการใช้อำนาจจากการให้รางวลั (������̅= 3.92, S.D. = .849) 1.2 การวิเคราะห์ข้อมลู ระดับบรรยากาศองค์การในโรงเรียน ปรากฏผลดังตาราง 2 ตารางที่ 2 คา่ เฉล่ีย คา่ ความเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และระดับแรงจูงใจบรรยากาศองค์การในโรงเรยี นขยายโอกาส ทางการศกึ ษาตามการรบั รูข้ องครู สังกัดสำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาปัตตานี เขต 1 ด้าน บรรยากาศองคก์ ารในโรงเรียน ������̅ S.D. ระดบั 1 โครงสร้างองค์การ 4.21 .699 มาก 2 การสนับสนุน 3.87 .917 มาก 3 ความเจรญิ กา้ วหนา้ 4.01 .824 มาก 4 ความผกู พันต่อองค์การ 4.31 .705 มาก 5 ความรับผดิ ชอบ 4.11 .748 มาก รวม 4.10 .669 มาก จากตาราง 2 พบวา่ พบว่า บรรยากาศองค์การในโรงเรยี น โดยภาพรวมอยู่ในระดบั มาก (������̅= 4.10, S.D. = .669) พิจารณาเปน็ รายด้าน พบวา่ ทกุ ด้านอยู่ในระดบั มากเช่นกนั โดยดา้ นท่มี คี ่าเฉล่ียสูงสุด คอื ด้าน ความผูกพนั ต่อองค์การ (������̅= 4.31, S.D. = .705) และดา้ นที่มีคา่ เฉลี่ยตำ่ สุด คือ ดา้ นการการสนบั สนนุ (������̅= 3.87, S.D. = .917) 2. การวิเคราะห์ข้อมลู ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งการใช้อำนาจของผ้บู ริหารสถานศึกษากบั บรรยากาศ องค์การในโรงเรียน ในการวิเคราะหข์ ้อมูลผู้วจิ ยั ใชก้ ารวเิ คราะห์ ค่าสมั ประสิทธ์สิ หสัมพันธ์ของเพยี ร์สัน (Pearson’s product correlation coefficient) ดงั ปรากฎในตาราง 3 ตาราง 3 ค่าสมั ประสิทธ์สิ หสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการใชอ้ ำนาจของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษากบั บรรยากาศองค์การใน โรงเรียน โดยภาพรวม บรรยากาศองค์การในโรงเรียน การใช้อำนาจของผู้บริหาร ด้านโครงส ้รางอง ์คการ สถานศกึ ษา ้ดานการส ันบสนุน ด้านความเจริญ ้กาวห ้นา ด้านความ ูผก ัพน ่ตอองค์การ ด้านความ ัรบผิดชอบ (Ytotal) (Y1) (Y2) (Y3) (Y4) (Y5) ด้านการใช้อำนาจจากการให้ (X1) .598** .771** .703** .364** .624** .725** รางวัล
การประชุมวิชาการระดบั ชาติศกึ ษาศาสตร์วิจยั ครงั้ ที่ 8 “นวศกึ ษาทยี่ ่ังยนื ในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย” บรรยากาศองค์การในโรงเรยี น การใช้อำนาจของผ้บู รหิ าร ด้านโครงสร้างองค์การ สถานศึกษา ้ดานการสนับสนุน ด้านความเจริญก้าวหน้า ด้านความผูก ัพน ่ตอองค์การ ด้านความรับผิดชอบ (Ytotal) ดา้ นการใชอ้ ำนาจจากการ (Y1) (Y2) (Y3) (Y4) (Y5) บังคับ (X2) .009 -.059 -.051 .077 -.030 -.017 ดา้ นการใชอ้ ำนาจตาม (X3) .546** .626** .538** .417** .547** .628** กฎหมาย (X4) .612** .803** .672** .437** .625** .745** ด้านการใชอ้ ำนาจจากการ (X5) .606** .811** .674** .458** .629** .752** อา้ งองิ (X6) .689** .828** .690** .509** .714** .807** ดา้ นการใช้อำนาจจากความ เชี่ยวชาญ .648** .804** .684** .481** .659** .722** ด้านการใชอ้ ำนาจจากข้อมูล ข่าวสาร (Xtotal) ** มีนัยสำคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ .01 (P<0.01) * มนี ยั สำคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 (P<0.05) จากตาราง 3 เมื่อพจิ ารณาค่าสมั ประสทิ ธิส์ หสมั พนั ธข์ องเพียรส์ นั (Pearson’s product correlation coefficient) ระหว่างการใช้อำนาจของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษากบั บรรยากาศองค์การในโรงเรยี น โดยภาพรวมมี ความสัมพนั ธท์ างบวก อยู่ในระดบั ค่อนขา้ งสูง (r = .722) อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถติ ิทรี่ ะดับ .01 เมื่อพจิ ารณาการใชอ้ ำนาจของผบู้ ริหารสถานศึกษาในโรงเรียน เปน็ รายดา้ นพบวา่ ด้านการใชอ้ ำนาจ จากข้อมลู ข่าวสาร (rX6,Y = .807) มีความสัมพนั ธ์ทางบวกกับบรรยากาศองค์การในโรงเรียนในระดบั สูง อย่างมี นัยสำคัญทางสถิตทิ รี่ ะดบั .01 ในขณะท่ดี ้านการใช้ด้านการใช้อำนาจจากความเช่ยี วชาญ (rX5,Y = .752) ดา้ น การใช้อำนาจจากการอา้ งองิ (rX4,Y = .745) ดา้ นการใช้อำนาจจากการใหร้ างวลั (rX1,Y = .725) และด้านการใช้ อำนาจตามกฎหมาย (rX3,Y = .638) มีความสัมพันธท์ างบวกกับบรรยากาศองค์การในโรงเรียน ในระดบั
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติศกึ ษาศาสตรว์ ิจัย ครงั้ ที่ 8 “นวศกึ ษาทีย่ ง่ั ยนื ในชว่ งเวลาแห่งความทา้ ทาย” ค่อนข้างสูง อย่างมีนยั สำคัญทางสถติ ิท่ีระดับ .01 ตามลำดับ ในขณะท่ดี ้านการใช้อำนาจจากการบงั คบั ไม่มี ความสมั พันธก์ ับบรรยากาศองคก์ ารในโรงเรียนอย่างมีนยั สำคัญทางสถิติ นอกจากน้ี เมื่อพจิ ารณาบรรยากาศ องค์การในโรงเรียนเป็นรายด้าน พบวา่ ด้านการสนับสนุน (rY2,X = .804) มีความสมั พันธ์ทางบวกกบั การใช้ อำนาจของผ้บู รหิ ารสถานศึกษาในระดับสูง อย่างมนี ัยสำคัญทางสถิติท่รี ะดบั .01 3. การวเิ คราะหข์ ้อมลู เพอ่ื ค้นหาตัวพยากรณ์ทใี่ ชใ้ นการพยากรณ์การใช้อำนาจของผ้บู ริหาร สถานศึกษาทีส่ ่งผลต่อบรรยากาศองค์การในโรงเรียน ดงั ปรากฎในตาราง 4 ตาราง 4 ผลการวิเคราะห์ภาพรวมของการถดถอยพหุคณู แบบ Enter ของการใช้อำนาจของผู้บริหาร สถานศกึ ษากบั บรรยากาศองค์การในโรงเรียน ตวั แปร R R2 Adjusted R2 S.E. F Sig X1, X2, X3, X4, X5, X6 .832 .692 .684 .37620 83.276 .000 จากตาราง 4 แสดงใหเ้ ห็นว่า ตวั แปรอิสระจำนวน 6 ตวั มีคา่ สมั ประสทิ ธ์ิพหคุ ณู (R) เท่ากับ .832 คา่ สัมประสิทธ์ิการพยากรณ์ ( R2 ) เท่ากบั .692 (ร้อยละ 69.2) แสดงใหเ้ หน็ ว่า ตัวแปรการใชอ้ ำนาจของผู้บริหาร สถานศึกษา ดา้ นการใชอ้ ำนาจจากการใหร้ างวลั ดา้ นการใช้อำนาจจากการบังคบั ดา้ นการใช้อำนาจตาม กฎหมาย ด้านการใช้อำนาจจากการอ้างอิง ดา้ นการใช้อำนาจจากความเชย่ี วชาญ และด้านการใช้อำนาจจาก ข้อมูลขา่ วสารร่วมกนั ส่งผลต่อบรรยากาศองค์การในโรงเรยี น คดิ เป็นร้อยละ 69.2 ในขณะทยี่ ังมีตวั แปรอื่นท่ี ยงั ไม่ศึกษาส่งผลต่อบรรยากาศองคก์ ารในโรงเรียน อีกคิดเป็นรอ้ ยละ 31.8 ดว้ ยคา่ สถติ ิ F ท่ี 83.276 แสดงให้ เห็นวา่ มตี ัวแปรพยาการณ์อย่างนอ้ ย 1 ตวั อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถิติท่ี .01 ในการสรา้ งสมการพยากรณ์การใชอ้ ำนาจของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาท่ีส่งผลต่อบรรยากาศองค์การใน โรงเรยี น ผู้วจิ ัยได้นำกลุม่ ตวั แปรเหลา่ นมี้ าสรา้ งสมการถดถอยพหุคณู เพื่อคำนวณหาค่าสัมประสิทธกิ์ าร ถดถอยที่อยู่ในรูปคะแนนดบิ (B) และทีอ่ ยู่ในรปู คะแนนมาตรฐาน (Beta) ปรากฏดังตาราง 5 ตาราง 5 ผลการวเิ คราะห์ค่าสัมประสทิ ธิก์ ารถดถอยพหุคณู ทอี่ ย่ใู นรปู คะแนนดิบ (B) และที่อยู่ในรปู คะแนน มาตรฐาน (Beta) ของการใช้อำนาจของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาทีส่ ง่ ผลต่อบรรยากาศองค์การใน โรงเรยี น ตวั แปร คะแนนดิบ คะแนน Sig มาตรฐาน t B Std.Error β ค่าคงที่ (constant) 1.757 .158 11.091 .000 การใช้อำนาจจากการใหร้ างวัล .175 .054 .223 3.257 .001** การใชอ้ ำนาจจากการบังคับ -.043 .028 -.060 -1.541 .125 การใช้อำนาจตามกฎหมาย .051 .046 .066 1.114 .267 การใชอ้ ำนาจจากการอา้ งอิง .051 .070 .074 .724 .470
การประชุมวชิ าการระดับชาติศึกษาศาสตรว์ ิจัย ครั้งท่ี 8 “นวศกึ ษาท่ยี ง่ั ยืนในชว่ งเวลาแห่งความทา้ ทาย” ตัวแปร คะแนนดิบ คะแนน Sig มาตรฐาน t B Std.Error β การใชอ้ ำนาจจากความเช่ียวชาญ .015 .067 .024 .226 .821 การใชอ้ ำนาจจากข้อมลู ข่าวสาร .357 .052 .514 6.931 .000** R = .832, R2 = .692, Adjusted R2 = .684, S.E. =. 37620, F = 83.276 ** มนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ร่ี ะดับ .01 (P<0.01) * มนี ยั สำคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดบั .05 (P<0.05) จากตาราง 5 เม่ือนำตัวแปรการใชอ้ ำนาจของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาท้ัง 6 ดา้ น เข้าไปส่กู ารวิเคราะห์ การถดถอยพหุคณู พบว่า มตี ัวแปรพยากรณ์ 2 ตัว คอื ดา้ นการใชอ้ ำนาจจากการให้รางวลั และดา้ นการใช้ อำนาจจากขอ้ มลู ขา่ วสารทีส่ ง่ ผลต่อบรรยากาศองค์การในโรงเรยี น อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถิติท่ี .01 โดยตวั แปร การดา้ นการใชอ้ ำนาจจากข้อมลู ขา่ วสาร (B =.357, .514) เป็นตัวพยากรณ์ที่ดีกวา่ ดา้ นการใช้อำนาจจากการ ให้รางวลั (B =.175, .223) ขณะท่ีการใชอ้ ำนาจของผู้บริหารสถานศกึ ษาในด้านอืน่ ๆไมไ่ ดเ้ ป็นตัวพยากรณ์ท่ี สง่ ผลต่อบรรยากาศองคก์ ารในโรงเรยี น เมอ่ื นำปัจจัยดงั กลา่ วซึง่ เปน็ ตัวพยากรณ์ไปสรา้ งสมการพยากรณ์ สามารถสรา้ งสมการในรูป ของคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐานไดด้ ังนี้ สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ Yˆ = 1.757 + .175 (X1)** - .043 (X2) + .051 (X3) + .051 (X4) + 0.15 (X5) + .357 (X6)** สมการพยากรณ์ในรปู คะแนนมาตรฐาน zˆ y = .223 (X1)** - .060 (X2) + .066 (X3) + .074 (X4) + 0.24 (X5) + .514 (X6)** อภิปรายผล ผลจากการวิจยั สามารถนำประเด็นมาอภปิ รายตามวตั ถุประสงค์และสมมติฐาน ดังน้ี 1. การศกึ ษาระดับการใช้อำนาจของผ้บู รหิ ารในโรงเรียน พบว่า การใช้อำนาจของผบู้ รหิ าร สถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ท่ีเปน็ เพราะผบู้ ริหารมกี ารใช้อำนาจทเี่ หมาะสมกับสภาพและบรบิ ท ของโรงเรยี นผา่ นการใช้อำนาจจากการให้รางวลั ครูและบุลากรในโรงเรยี นโดยพจิ ารณาจากการปฏบิ ัตงิ านทด่ี ี การใช้อำนาจจาการอ้างอิงเพื่อสรา้ งการยอมรบั และศรัทธา การใช้อำนาจจากตามกฎหมายในการสง่ั การ การ ใช้อำนาจจากความเช่ยี วชาญเพอื่ ชี้แนะหรอื เปน็ ท่ีปรกึ ษาในการปฏิบตั ิงาน และการใช้อำนาจจากข้อมูล ข่าวสารเพอ่ื เอ้ืออำนวยข้อมูลทเี่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ การปฏบิ ัติงานของครูและบคุ ลากร รวมทง้ั การใช้อำนาจจาก การบงั คบั เพื่อกำกบั ดูและและควบคุมการปฏบิ ตั งิ านของครแู ละบคุ ลากร สอดคล้องกับงานวิจัยของ นกิ ร สุร
การประชุมวิชาการระดับชาติศึกษาศาสตรว์ จิ ัย ครั้งท่ี 8 “นวศกึ ษาท่ยี ั่งยนื ในช่วงเวลาแหง่ ความท้าทาย” โย (2557) ที่ศึกษาเรอื่ งการใชอ้ ำนาจของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐาน สังกัดสำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา ประถมศกึ ษาชยั ภมู ิ เขต 2 และ อุรุชา หอณรงคศ์ ริ ิ (2557) ซึง่ ศึกษาการใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศกึ ษาท่ี ส่งผลตอ่ ประสทิ ธภิ าพการปฏบิ ัติงานของครู สังกัดเทศบาลในจังหวัดฉะเชิงเทรา พบวา่ การใชอ้ ำนาจของ ผบู้ ริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับมากเช่นกัน ผลการวิจยั พบว่าการใช้อำนาจของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษาดา้ นตา่ งๆ ส่วนใหญ่อยใู่ นระดบั มากเช่นกัน ไดแ้ ก่ ดา้ นการใช้อำนาจจากการให้รางวลั ด้านการใช้อำนาจตามกฎหมาย ดา้ นการใชอ้ ำนาจจากความ เช่ียวชาญ ด้านการใชอ้ ำนาจขอ้ มูลขา่ วสาร และดา้ นการใชอ้ ำนาจจากการอ้างอิง ยกเว้นดา้ นการใชอ้ ำนาจจาก การบงั คับทอ่ี ยใู่ นระดับปานกลาง สาเหตทุ ี่ระดับการใชอ้ ำนาจจากการใหร้ างวัลอยใู่ นระดับมาก อาจ เน่อื งมาจากผบู้ ริหารสถานศึกษามีการพิจารณาความดีความชอบโดยการเลอื่ นข้ันเงนิ เดือนแก่ครูท่มี ีผลการ ปฏิบัตงิ านทเ่ี ปน็ เลศิ หรือมผี ลงานเปน็ ทีป่ ระจักษ์ มีการสนับสนุนและใหโ้ อกาสผ้ใู ตบ้ งั คับบัญชาเพื่อ ความก้าวหน้าในหนา้ ที่การงาน รวมทั้งมีการยกยอ่ ง ชมเชยและประชาสมั พันธ์ครูและบคุ ลากรทีม่ ีผลงานดเี ดน่ ต่อสาธารณชน ซึ่งการใหร้ างวลั ถอื วา่ เป็นวิธกี ารหนึ่งทจ่ี ะสามารถจูงใจผู้ใตบ้ ังคบั บญั ชาให้มีขวญั และกำลังใจ การปฏิบัติงานตามหน้าท่อี ย่างเต็มความสามารถ สอดคลอ้ งกับข้อคน้ พบของ นวล กลั ยาณธรรม (2530) ที่ว่า ในการบริหารงานใดๆในระบบราชการไทย วิธีการท่ีผ้บู งั คับบัญชานำมาใชเ้ พ่ือสรา้ งขวัญและกำลังใจแก่ ผ้ใู ต้บงั คับบัญชามากทส่ี ุด คือการใหร้ างวลั ตอบแทนหรอื การพิจารณาความดีความชอบ เชน่ การให้เงนิ เดอื น 2 ข้นั เช่นเดียวกับแนวคิดของ Fisher (1984 อ้างถึงใน นพดล คลำทงั่ , 2559) ท่ีได้กล่าววา่ อำนาจที่อยใู่ นรูป ของการให้รางวัลหรอื การตอบแทนเปน็ การใช้ความสามารถของผใู้ ดผ้หู น่ึงเพื่อท่ีให้ได้มาซ่งึ ผลของงานตามท่ี คาดหวังไว้ โดยให้ความดี ความชอบเปน็ รางวลั แกผ่ ู้ที่ปฏิบัตงิ าน รวมทัง้ เพ่ือเป็นการเสริมแรงจูงใจ และสร้าง ขวญั และกำลังใจในการทำงาน ท้งั น้ี ผลจากการวิจัยยังพบอีกว่า ดา้ นการใชอ้ ำนาจจากการบงั คับอยู่ในระดับ ปานกลาง ที่เปน็ เช่นนี้เพราะว่าครูมองวา่ ผบู้ ริหารไม่ควรว่ากลา่ ว ตำหนิ หรอื ขู่บังคับครแู ละบคุ ลากร หรอื ควร ใช้การลงโทษให้น้อยทสี่ ุดหรืออาจจะใชว้ ธิ ีการตักเตือนแทน ซ่ึงผลการวิจัยดงั กลา่ วสอดคล้องกับข้อคน้ พบของ สขุ ชัย ขนั อัศวะ (2541) ท่ีกล่าวว่าลักษณะประเพณี วัฒนธรรมหรือสังคมของไทยทม่ี ีความยดื หยนุ่ ความ เกรงอกเกรงใจ การรักษาน้ำใจซ่งึ กนั และกนั และกลัวการขัดแยง้ ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาจึงพยายามทจ่ี ะ หลกี เล่ยี งการใชอ้ ำนาจจากการบงั คบั หรือการลงโทษ นอกจากจำเปน็ จรงิ ๆ หรือใช้อำนาจในดา้ นนี้ให้น้อยทีส่ ดุ 2. การศกึ ษาระดับบรรยากาศองค์การในโรงเรยี น พบว่าบรรยากาศองค์การในโรงเรียนขยายโอกาส ทางการศกึ ษาตามการรับรูข้ องครโู ดยภาพรวมอยู่ในระดบั มาก เมอ่ื พิจารณารายด้าน พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับ มากเชน่ กนั ได้แก่ ดา้ นโครงสร้างองค์การ ด้านการสนับสนุน ด้านความเจริญก้าวหน้า ด้านความผกู พนั ต่อ องค์การ และด้านความรบั ผิดชอบ สาเหตทุ ่ีระดับของบรรยากาศองค์การในภาพรวมอยู่ในระดับมาก อาจเป็น เพราะว่า สถานศกึ ษามีการกำหนดโครงสร้างการปฏิบตั งิ านที่ชัดเจน ผู้บริหารมีการส่งเสริมสนับสนนุ และ ชว่ ยเหลือครแู ละบุคคลากรในการปฏบิ ัตงิ าน ตลอดจนครแู ละบุคลากรมีความรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี และมีความ จงรักภักดแี ละภาคภมู ิใจในการเปน็ หนึ่งขององค์การ สอดคล้องกบั ผลการวิจยั ของพรี วิชญ์ วังนุราช (2554) ที่ พบวา่ บรรยากาศองค์การในสถานศกึ ษาสงั กัดสำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 อยู่ใน
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติศึกษาศาสตรว์ จิ ยั คร้ังท่ี 8 “นวศึกษาทยี่ ั่งยืนในชว่ งเวลาแหง่ ความท้าทาย” ระดับมาก และจริ าวัลย์ พมิ พ์บาล (2559) ทศี่ ึกษาบรรยากาศองคก์ ารของกลุม่ โรงเรียนบางละมงุ 2 สงั กดั สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาชลบุรี เขต 3 และพบว่าบรรยากาศองค์การอยู่ในระดับมากเชน่ กัน ผลการวจิ ัยพบวา่ บรรยากาศองค์การในโรงเรยี นด้านความผูกพันต่อองค์การมคี ่าเฉลีย่ สงู กว่าดา้ นอ่นื ๆ แสดงว่าครแู ละบุคลากรมีความจงรักภกั ดตี ่อองค์การ ร้สู กึ ภาคภูมใิ จในการเป็นสว่ นหนงึ่ ขององค์การ อทุ ิศตน เพื่อปฏิบตั งิ านนอกเหนือจากเวลาราชการ อีกทัง้ ยังใช้ความรคู้ วามสามารถ ทุ่มเทแรงกายและแรงใจอย่างเต็ม ศกั ยภาพเพื่อใหก้ ารปฏบิ ัติงานเกดิ ประโยชน์สงู สดุ แก่องค์การ สอดคลอ้ งกับข้อคน้ พบของ Stringer (2002) ทีว่ า่ ความรูส้ ึกผกู พนั ต่อองค์การถอื เปน็ มติ หิ น่ึงที่สามารถวัดความร้สู ึกของผปู้ ฏบิ ตั ิงานต่อความภาคภมู ใิ จใน การเปน็ ส่วนหนึง่ ขององค์การ รวมท้ังเป็นสิ่งท่ีบอกถึงความสมั พนั ธ์และความจงรักภักดีต่อองค์การ และวนิ ัน ทา ลีลาย่งิ ยศ (2556) ท่ีกล่าววา่ การปลกู ฝังความผูกพันรักใคร่สามคั คี ความจงรักภักดอี งค์การ รวมทงั้ ความ ภาคภมู ิใจในการเปน็ สว่ นหนง่ึ ขององค์การส่งผลให้สมาชกิ องคก์ ารพรอ้ มทจ่ี ะปกป้ององค์การเม่ือมีเหตกุ ารณ์ กรณที ี่มผี ู้กลา่ วถึงองค์การในทางทเี่ สยี หาย 3. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้อำนาจของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษากับบรรยากาศองค์การใน โรงเรยี น พบวา่ โดยภาพรวมมคี วามสมั พนั ธท์ างบวกอยู่ในระดับค่อนข้างสงู (r=.722) อย่างมนี ัยสำคัญทางสถิติ ท่ี .01 ซ่ึงเป็นไปตามสมมติฐานการวจิ ยั ในคร้งั น้ี ผลการวิจัยพบวา่ การใชอ้ ำนาจจากข้อมูลข่าวสารมคี วามสัมพนั ธ์ทางบวกในระดบั คอ่ นขา้ งสูงกับ บรรยากาศองค์การด้านการสนับสนนุ เช่นเดยี วกนั ท่ีเปน็ เชน่ นเ้ี พราะว่าการใชอ้ ำนาจจากข้อมูลข่าวสารเปน็ การใช้อำนาจของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาทอี่ ยู่บนพ้ืนฐานของการเขา้ ถึงหรอื การเปน็ เจ้าของข้อมูลขา่ วสารซง่ึ การ ใชอ้ ำนาจลักษณะนีจ้ ะมีมีอิทธพิ ลตอ่ ผใู้ ตบ้ ังคับบญั ชาก็ต่อเม่ือบคุ คลเหล่าน้นั มคี วามต้องการในการรับรูห้ รอื เขา้ ถงึ ข้อมลู เพ่ือใหเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเองผู้บรหิ ารสถานศึกษายังมกี ารใช้อำนาจจากข้อมลู ขา่ วสารเพือ่ ใช้ใน การสนับสนุนการปฏิบัตงิ านของครูและบุคลากรในโรงเรยี น อาจจะเปน็ การใชข้ ้อมูลข่าวสารเพ่ือแนะนำ ช่วยเหลอื ครแู ละบุคลากรเกย่ี วกับแนวทางในการปฏบิ ตั งิ านตามกฎ และขอ้ ระเบียบตา่ งๆของทางราชการ รวมทง้ั การใช้ข้อมลู ท่ีความเป็นปจั จบุ ันมาชว่ ยอำนวยความสะดวกและเพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการปฏิบัติงานของ ครูและบุคลากร เช่น แหล่งเรียนรอู้ อนไลนส์ ำหรบั พัฒนาวธิ ีการจดั การเรยี นการสอนของครผู ลการวจิ ัย สอดคลอ้ งกับแนวคิดของ พิกุล ดีพจิ ารณ์ (2548) ที่ระบุวา่ ผู้บรหิ ารสถานศึกษาควรใชค้ วามรอบรใู้ นข้อมลู ขา่ วสารมาเป็นแหลง่ ข้อมลู ทเี่ ปน็ ประโยชนต์ ่อการพัฒนาตนเองหรือสนบั สนนุ การปฏบิ ัติงานของครผู ู้สอนใน สถานศึกษา อยา่ งไรก็ตามผลการวจิ ัยครังนไ้ี ม่มคี วามสอดคล้องกับการคน้ พบของกลั ยมน อนิ ทสุ ุต (2547) ซง่ึ ได้ศึกษาเก่ยี วกับการใชอ้ ำนาจของผู้บรหิ ารสตรีทสี่ ่งผลต่อการบริหารงานวชิ าการโรงเรียนเอกชนในจังหวัด กรุงเทพมหานคร และพบวา่ การใชอ้ ำนาจของผู้บริหารทเี่ ป็นสตรีดา้ นการใชอ้ ำนาจจากข้อมูลข่าวสารไม่สง่ ผล ตอ่ การสนบั สนุนการบรหิ ารงานวิชาการ 4. การค้นหาตวั พยากรณข์ องการใชอ้ ำนาจของผู้บริหารสถานศกึ ษาทีส่ ง่ ผลต่อบรรยากาศองค์การใน โรงเรยี น พบวา่ การใชอ้ ำนาจของผบู้ ริหารสถานศึกษาดา้ นการใชอ้ ำนาจจากการใหร้ างวัลและด้านการใช้ อำนาจจากขอ้ มลู ขา่ วสารสง่ ผลต่อบรรยากาศองคก์ ารในโรงเรียน อย่างมนี ยั สำคัญทางสถิติที่ .01 ซง่ึ สอดคล้อง
การประชุมวิชาการระดบั ชาติศึกษาศาสตรว์ ิจยั ครั้งท่ี 8 “นวศกึ ษาที่ย่ังยนื ในชว่ งเวลาแห่งความทา้ ทาย” กับสมมตฐิ านที่ต้งั ไว้ โดยดา้ นการใชอ้ ำนาจจากข้อมูลข่าวสารเปน็ ตัวพยากรณท์ ี่ดที ีส่ ดุ ทีส่ ่งผลตอ่ บรรยากาศ องค์การในโรงเรยี น อาจเน่ืองจากวา่ ประสบการณใ์ นการสอนของครูมีผลต่อการใชอ้ ำนาจดา้ นขอ้ มลู ข่าวสาร ของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาเพราะเมื่อพจิ ารณาจากจำนวนผตู้ อบแบบสอบถามพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามสว่ น ใหญเ่ ปน็ ครูท่ีมีประสบการณใ์ นการสอนระหว่าง 11-15 ปี ซง่ึ ถือว่าเป็นผทู้ ่ีมีอายรุ าชการมากพอสมควรใน ระดับหน่ึง มีฐานะทางการงานที่ถอื วา่ มนั่ คงบางคนอาจจะผา่ นประสบการณ์ในการทำงานทีห่ ลากหลายรวมท้ัง อาจจะมีอิทธิพลในการตอ่ รองท่ถี ือว่าเปน็ การเมืองในองค์การและบางคนอาจจะมคี วามต้องการท่จี ะพฒั นา ตนเองเพอ่ื ความกา้ วหนา้ ในหน้าทกี่ ารงาน เชน่ การเล่ือนตำแหน่งทางวชิ าการ หรือการสอบเพื่อเปลี่ยน ตำแหนง่ จากครไู ปสูผ่ บู้ รหิ ารซ่ึงจำเปน็ อย่างย่ิงที่จะตอ้ งมี ซงึ่ ถ้าผบู้ รหิ ารรจู้ ักการใช้ประโยชน์จากการมขี ้อมลู ข่าวสารทเี่ ป็นปจั จบุ นั มปี ระโยชน์ในการปฏิบตั ิงานและตรงกบั ความต้องการของกลุม่ คนดังกล่าวอยา่ ง เหมาะสมกจ็ ะส่งผลให้บรรยากาศองค์การเปน็ ไปในทางทดี่ ี เปน็ ส่ิงท่ีถอื ว่าดีตอ่ ทงั้ สองฝา่ ยกล่าวคือ ผู้ใตบ้ งั คบั บญั ชาได้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารทเี่ ป็นประโยชนเ์ พ่อื พฒั นาตนและพฒั นางานผ้บู ริหารสามารถ ใช้อำนาจดงั กล่าวสร้างความน่าเชือ่ ถอื ในการบริหารงานหรอื ส่ังการให้ครปู ฏิบัตติ าม ท้ังนี้ เม่อื พิจารณาบริบท ของโรงเรยี นขยายโอกาสในพื้นท่จี งั หวัดปัตตานีซงึ่ ถือว่าเป็นพน้ื ทท่ี ่ีเสีย่ งในการปฏบิ ตั งิ านของครแู ละบุคลากร ของโรงเรยี นผูว้ ิจยั มองว่าการทผ่ี บู้ รหิ ารสถานศกึ ษามีการแสวงหาใหห้ รือเกบ็ รกั ษาข้อมลู ทีเ่ ป็นประโยชน์ต่อ การปฏิบตั งิ านของผ้ใู ต้บังคบั บัญชาโดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในข่าวสารท่เี ก่ียวข้องกบั ความปลอดภัยต่อชีวติ และ ทรพั ย์สนิ ของผปู้ ฏิบตั งิ านในกรณีท่เี กดิ เหตุการณ์ความไม่สงบ หรอื การได้รับสิทธิพเิ ศษจากการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีใน พ้ืนทเ่ี สี่ยง เปน็ ตน้ ถือวา่ เป็นตัวแปรสำคัญที่จะสง่ ผลตอ่ การบริหารงานและการมบี รรยากาศองค์การทด่ี ีเพราะ เป็นสรา้ งความมน่ั ใจในการปฏบิ ัติงานว่ามคี วามปลอดภัยรวมท้งั ยงั เปน็ การสร้างขวญั และกำลังใจในการ ปฏิบัตงิ านของผู้ใตบ้ ังคับบญั ชาผลของการวจิ ัยมีความสอดคล้องกับแนวคิดของ Hersey, Blanchard and Natemeyer (1979) ทก่ี ล่าวว่า อำนาจจากข้อมูลขา่ วสาร (information power) เปน็ อำนาจทอี่ ยู่บนพ้นื ฐาน ของการเขา้ ถึงหรือการเปน็ เจ้าของข้อมูลข่าวสารท่บี คุ คลอ่ืนๆ พิจารณาว่ามีความสำคญั ตอ่ พวกเขา เนื่องจาก ตอ้ งการไดร้ บั หรือรบั รูข้ ้อมูลเหลา่ น้นั นอกจากน้ี ด้านการใชอ้ ำนาจจากการใหร้ างวลั ซง่ึ เปน็ อีกหน่งึ ตัวแปรพยากรณท์ ่ีสง่ ผลต่อบรรยากาศ องค์การในโรงเรยี น อาจเนื่องจากวา่ ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษามีสนบั สนนุ และใหโ้ อกาสครูและบคุ ลากรเพื่อ ความก้าวหน้าในหนา้ ที่การงานมีการพิจารณาความดคี วามชอบดว้ ยการเลอ่ื นขน้ั เงินเดือนหรือใหร้ างวลั มกี าร มอบหมายงานหรอื หน้าทีค่ วามรับผิดชอบแก่ครุและบุคลากรท่ีตอ้ งการความท้าทายในการทำงานตลอดจนมี การยกย่องชมเชย และรวมทั้งประชาสมั พันธ์ครูและบุคลากรท่ีมีผลการปฏบิ ัตดิ ีเดน่ ส่สู าธารณะ สอดคล้องกับ การค้นพบของอสั ดี ยงิ ทา (2560) ท่ีระบุว่าในการปฏิบัตงิ านเพอื่ ใหป้ ระสบผลสำเร็จผู้บริหารมกี ารใช้อำนาจ จากการใหร้ างวัลมากที่สุดเน่ืองจากการใหใ้ นส่ิงทีบ่ ุคคลต้องการแล้วก็จะนำมาซ่ึงผลประโยชนท์ ีจ่ ะเกดิ ขึ้นกับ องค์การยง่ิ รางวลั ทบ่ี ุคคลน้นั ได้รบั ตรงกบั ต้องการมากก็จะส่งผลต่อผลการปฏบิ ัติมากเทา่ นนั้ ข้อเสนอแนะ
การประชมุ วชิ าการระดับชาติศึกษาศาสตร์วิจยั ครั้งท่ี 8 “นวศึกษาทีย่ ่งั ยนื ในช่วงเวลาแห่งความทา้ ทาย” จากผลการวจิ ัย เร่ือง การใชอ้ ำนาจของผู้บริหารสถานศกึ ษาทีส่ ่งผลตอ่ บรรยากาศองค์การในโรงเรยี น ขยายโอกาสทางการศึกษาตามการรบั รขู้ องครู สงั กัดสำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 มขี อ้ เสนอแนะดงั ต่อไปน้ี 1. ขอ้ เสนอแนะในการนำผลการวจิ ัยไปใช้ 1.1 ผบู้ ริหารสถานศกึ ษาควรใหค้ วามสำคัญกับการใช้อำนาจจากข้อมลู ข่าวสารมากท่สี ดุ เพราะถือ เปน็ การสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานและส่งเสริมความก้าวหนา้ ในหน้าที่การงานของครูและบุคลากรในโรงเรียน 1.2 ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาควรใหค้ วามสำคัญกับการใช้อำนาจจากการใหร้ างวลั เพราะถือเป็นการ สร้างแรงเสริมทางบวก รวมท้ังยงั เป็นการสรา้ งขวัญและกำลังใจในการปฏบิ ัตงิ านแก่ครูและบุคลากรสง่ ผลให้ เกดิ ความมงุ่ มั่นในการทำงาน อันจะนำไปสู่การสรา้ งบรรยากาศองค์การท่ีดใี นโรงเรียน 1.3 ผู้บริหารสถานศึกษาควรมกี ารพจิ ารณาและไตรต่ รองอยา่ งรอบคอบในการใชอ้ ำนาจจากการ บังคบั ในการกำหนดและใชก้ ฎระเบยี บ ข้อบงั คบั รวมทง้ั บทลงโทษเพ่ือใช้ในการส่งั การ และกำกับและติดตาม การปฏิบตั งิ าน และไม่ควรว่ากลา่ วตำหนิ ขู่บงั คับ หรือใชบ้ ทลงโทษครแู ละบคุ ลากรท่ไี ม่ปฏิบัตติ ามคำสงั่ หรือ กฎระเบยี บในทันที เพราะการใช้อำนาจจากการบังคับสามารถชักจงู ผู้ใต้บังคบั บัญชาให้ทำตามแบบไม่เต็มใจ และอาจเกิดการต่อต้านจากครแู ละบุคลากรได้ 2. ขอ้ เสนอแนะสำหรับการวิจัยคร้ังตอ่ ไป 2.1 ควรศกึ ษาการใชอ้ ำนาจของผู้บรหิ ารสถานศึกษาทสี่ ่งผลตอ่ บรรยากาศองคก์ ารในโรงเรยี นขยาย โอกาสทางการศึกษาตามการรับรขู้ องครู สงั กัดสำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาปัตตานี เขต 1 ด้วย วธิ ีการวิจยั เชงิ คุณภาพ เพ่ือศึกษารายละเอยี ดทเี่ กี่ยวข้องในเชิงลึกมากข้นึ 2.2 ควรศึกษาการใชอ้ ำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาทส่ี ่งผลตอ่ ในโรงเรียนขยายโอกาสทาง การศกึ ษาด้านอ่นื ๆ ทน่ี อกเหนอื จากบรรยากาศองค์การในโรงเรยี นเพือ่ ประโยชนต์ ่อการบรหิ ารงานและการจดั การศึกษาต่อไป เอกสารอ้างอิง กัลยมน อนิ ทสุ ตุ . (2547). การใชอ้ ำนาจของผู้บรหิ ารสตรที ี่สง่ ผลต่อการบรกิ ารงานวิชาการโรงเรียนเอกชน กรุงเทพมหานคร. (วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญามหาบัณฑิต, มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร). กมู ะไซดี กูจ.ิ (2560). ภาวะผนู้ ำเชิงสร้างสรรคข์ องผู้บรหิ ารโรงเรยี นขยายโอกาสทางการศกึ ษาใน 3 จังหวดั ชายแดนภาคใต.้ (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์). จิราวลั ย์ พมิ พ์บาล. (2559). การศกึ ษาบรรยากาศองค์การของกลุม่ โรงเรียนบางละมงุ 2 สังกัด สำนกั งานเขต พืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบณั ฑติ , มหาวทิ ยาลัยบูรพา). ธดิ ารตั น์ รศั มี. (2556). ความฉลาดทางอารมณ์กับการใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนกั งานเขต พืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสมทุ รสาคร. (วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร).
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติศึกษาศาสตร์วิจยั ครงั้ ท่ี 8 “นวศึกษาท่ียง่ั ยนื ในชว่ งเวลาแหง่ ความทา้ ทาย” นพดล คลำท่ัง. (2559). แบบการใช้อำนาจของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาทสี่ ง่ ผลตอ่ บรรยากาศองคก์ ารของ สถานศึกษา สงั กัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาฉะเชงิ เทรา เขต 2. (วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญา มหาบัณฑิต, มหาวทิ ยาราชภัฎราชนครนิ ทร์). นวล กัลยาณธรรม. (2532). การใชพ้ ลังอำนาจของผบู้ ริหารโรงเรียนมธั ยมศึกษากับขวญั ในการปฏบิ ตั งิ านของ ครู ในกรงุ เทพมหานคร. (วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร). นกิ ร สุรโิ ย. (2557). การใช้อำนาจของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษา ประถมศึกษาชยั ภมู ิ เขต 2. (สารนพิ นธป์ ริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลยั ). นิพนธ์ ระสติ านนท.์ (2541). การศึกษาความสัมพนั ธ์ระหว่างการใชอ้ ำนาจของผบู้ ริหารโรงเรียนกบั ขวัญของครู สงั กัดสำนักงานการประถมศกึ ษาจงั หวดั สงขลา. (วิทยานิพนธป์ รญิ ญามหาบณั ฑิต, มหาวทิ ยาลยั ทักษิณ) พกิ ุล ดีพิจารณ์. (2548). การใชอ้ ำนาจของผบู้ ริหารกับความพึงพอใจในการปฏบิ ตั ิงานของครูโรงเรียน เอกชน ในเขตภาคตะวนั ออก. (วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลยั บรู พา). พีรวิชญ์ วงั นรุ าช. (2554). บรรยากาศองค์การที่ส่งผลต่อการเป็นองค์การแห่งการเรยี นรูข้ อง สถานศึกษาสงั กัด สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมยเ์ ขต 2. (วิทยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบัณฑิต, มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสุรินทร)์ . วลิ นั ดา ลีลาย่ิงยศ. (2556). ความสมั พันธร์ ะหวา่ งสมรรถนะของผบู้ ริหารกับบรรยากาศองคก์ ารของธนาคาร ออมสิน. (วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร). สมบตั ิ โยธาทพิ ย์ และคณะ. (2553). การพฒั นาการศกึ ษา เศรษฐกจิ และสงั คมในสามจงั หวดั ภาคใต้ใน สถานการณ์ความไมส่ งบ. (งานวจิ ัยทุนสนบั สนุนจากงบประมาณแผ่นดนิ ประจำปี 2553, มหาวิทยาลยั ราชภัฏยะลา). สำนกั งานศึกษาธกิ าร ภาค 8. (2561). การศึกษา วิเคราะหผ์ ลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ปกี ารศึกษา 2560 ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 และช้นั มัธยมศกึ ษาปี ที่ 6 ในพ้นื ที่ 3 จังหวดั ชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส). ยะลา: สำนักงานศกึ ษาธิการ ภาค 8. สุขชยั ขนั อศั วะ. (2541). การใช้อำนาจของผบู้ รหิ ารโรงเรยี นประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาใน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชยี งใหม่. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบณั ฑิต, มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม)่ . สรุ ะชยั เอ่ยี มสอาด. (2557). การใช้อำนาจของผูบ้ ริหารโรงเรียนหวั หนิ วิทยาคม. (วทิ ยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร). เสาวนติ ย์ ทวสี ันทนีนุกลู . (2551). ความสัมพันธเ์ ชิงคาโนนิคอล ระหว่างผ้นู ำปริวรรต การใชอ้ ำนาจความฉลาด ทางอารมณ์ของผู้บริหาร กับความม่งุ มน่ั พยายามของครู ความพงึ พอใจในงาน และแรงจูงใจในการ ปฏิรปู สถานศึกษา. (วทิ ยานพิ นธป์ ริญญาดุษฎบี ณั ฑิต, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์).
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติศึกษาศาสตร์วจิ ยั ครงั้ ท่ี 8 “นวศกึ ษาท่ีย่ังยนื ในช่วงเวลาแห่งความทา้ ทาย” แสวง ศริ พิ ิพฒั น์. (2544). ขวัญในการปฏิบัตงิ านของครพู ี่เล้ียงศนู ย์อบรมเดก็ กอ่ นเกณฑ์ในวัดจงั หวัด หนองบัวลำภู. (วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบัณฑติ , มหาวิทยาลยั มหาสารคาม). อวยชัย จาตรุ พนั ธ.์ (2554). การใชอ้ ำนาจของผ้บู รหิ ารสถานศึกษากับบรรยากาศองค์การของสถานศึกษา สังกดั สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาสมุทรสาคร. (วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบณั ฑติ , มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร). อัสดี ยิงทา. (2560). การใช้อำนาจของผู้บรหิ ารสถานศึกษาทสี่ ่งผลตอ่ การดำเนนิ งานวิชาการในสถานศึกษา สงั กดั สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1. (สารนพิ นธป์ ริญญามหาบัณฑิต, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์). อุรชุ า หอณรงค์ศริ ิ. (2557). การใชอ้ ำนาจของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาทส่ี ง่ ผลตอ่ ประสิทธภิ าพการปฏบิ ตั ิงานของ ครสู งั กดั เทศบาลในจงั หวดั ฉะชิงเทรา. (วิทยานพิ นธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลยั ราชภัฎราช นครินทร)์ . Fox, R. S., et al. (1973). School climate Improvement: A Challenge to the School Administrator. Englewood: Phi Delta Kappa. Litwin, G. H., & Stringer, R. A. (1968). Motivation and organizational climate. Boston: Division of Research, Harvard Business School. Paul Hersey, Kenneth H. Blanchard, & Walter E. Natemeyer. (1979). Situational Leadership, Perception, and the Impact of Power. Group & Organization Management. Robert Stringer. (2002). Leadership and Organizational Climate: The Cloud Chamber Effect. New York: Prentice-Hall. Warren Brown & Dennis Moberg. (1980). Organization and Management: A Macro Approach. New York: Wiley and Sons.
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: