Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นาฏศิลป์ 1

นาฏศิลป์ 1

Published by sunisa.sombunma, 2021-01-04 14:58:45

Description: นาฏศิลป์ 1

Search

Read the Text Version

ความหมาย และประเภทของการขับรอ้ ง การขับร้อง กำรเปลง่ เสียงออกมำเปน็ ถอ้ ยคำ เสยี งสูง-ตำ่ ตำมทำนองทมี่ จี งั หวะกำหนดแน่นอน การขบั ร้องเพลงไทย แบง่ เปน็ ๔ ประเภท ๑ การขบั รอ้ งอิสระ • กำรขับรอ้ งทไ่ี มม่ กี ำรบรรเลงดนตรีมำเกยี่ วข้อง ผู้ขบั รอ้ งสำมำรถกำหนดเสยี งสงู -ตำ่ ไดต้ ำมควำมพอใจ ๒ การขับร้องประกอบดนตรี • คลอ หมำยถึง กำรขบั ร้อง และบรรเลงเพลงเดียวกันไปพรอ้ มๆ กนั โดยผู้บรรเลงดนตรตี อ้ งบรรเลงให้เสยี ง และทำนองใกลเ้ คียงกบั เสยี ง ของผู้ขับรอ้ งใหม้ ำกที่สดุ • เคล้า หมำยถึง กำรขับรอ้ ง และบรรเลงเพลงเดยี วกนั ไปพร้อมๆ กัน โดยที่ผ้ขู บั ร้อง และผู้บรรเลงดนตรีตำ่ งดำเนินทำนองตำมทำงของ ตนในระดับเสียงเดยี วกนั • ลาลอง หมำยถงึ กำรขบั รอ้ งไปพร้อมๆ กบั บรรเลง ผู้ขบั ร้องและผู้บรรเลงดนตรมี อี ิสระไม่ข้นึ แก่กนั เพยี งแตเ่ ปน็ เพลงทม่ี รี ะดับเสียง เดยี วกันเพื่อใหเ้ กิดควำมไพเรำะ และกลมกลนื • ร้องส่ง หรือร้องรับ หมำยถึง กำรขับรอ้ งสลับกบั กำรบรรเลงเพลงเดยี วกัน โดยปกติผขู้ ับร้องจะร้องส่งให้ดนตรรี ับทีละท่อน เมื่อดนตรี บรรเลงจบทอ่ นกจ็ ะทอดจังหวะส่งให้ผู้ขับร้องร้องท่อนหรือเพลงต่อไป

๓ การขับรอ้ งประกอบการแสดง • กำรขับร้องประกอบกิริยำอำกำรของนกั แสดงหรือบรรยำยเรื่องรำว เพอ่ื ดำเนินเนื้อเร่อื งของกำรแสดงนน้ั ๆ นอกจำกผขู้ ับร้องต้องคำนงึ ถึงระดับเสยี งให้ตรงกบั เครอื่ งดนตรแี ล้ว ยังต้องใส่อำรมณต์ ำมบทร้อง เพื่อให้ผชู้ มเกดิ อำรมณค์ ล้อยตำมดว้ ย ๔ การขับร้องหมู่ แบง่ เปน็ ๒ ลักษณะ • การขับร้องหมู่ทานองเดียวกนั กำรทีผ่ ูข้ ับรอ้ งทกุ คนขบั ร้องทัง้ เนื้อรอ้ ง ทำนองจงั หวะ และระดับเสยี งเดยี วกนั พร้อมกัน ผขู้ ับรอ้ งทกุ คน ต้องคำนึงถงึ เนื้อรอ้ ง ทำนอง จังหวะ และระดบั เสยี ง ให้ออกมำเป็นหน่งึ เดยี ว • การขบั รอ้ งหมูป่ ระสานเสยี ง การขบั ร้องที่แบง่ ผ้ขู บั ร้องเป็นกลมุ่ ๆ ขบั ร้องเพลงเดยี วกนั แตท่ านอง หรือระดบั เสียงอาจตา่ งกนั แล้วแตแ่ นวประสานเสียงท่ีกาหนด

หลกั การ และข้ันตอนการขบั รอ้ งเพลงไทย หลกั การขบั ร้องเพลงไทย ท่านั่ง นยิ มนงั่ กบั พ้นื ตำมแบบวฒั นธรรมไทย ปัจจุบันให้น่งั บนเกำ้ อี้ได้ ข้นึ อยู่กบั ควำมเหมำะสมของโอกำส และสถำนที่ กระแสเสียง ต้องดแู ลรกั ษำให้สดใส กงั วำน เป็นธรรมชำติ ไม่ควรบีบเสียงให้สงู เกนิ ธรรมชำติ เพรำะจะทำให้ไมไ่ พเรำะ ระดับเสยี ง ต้องควบคุม และรักษำระดบั เสียงใหต้ รงกับเสยี งเครื่องดนตรีเสมอ ระบบการหายใจ ตอ้ งควบคมุ กำรหำยใจเขำ้ -ออก ให้ถกู จงั หวะ จงึ จะได้เสยี งและถ้อยคำที่ถกู ต้องชดั เจน ทานองเพลง ตอ้ งมคี วำมถูกตอ้ งแม่นยำตำมทีผ่ ู้ประพนั ธ์กำหนด ท้งั คำรอ้ ง ทำนองและจงั หวะ อกั ขระ ต้องระมัดระวังกำรออกเสยี งให้ถกู ต้องตำมหลกั ภำษำ คำควบกล้ำ ร ล ได้ชดั เจน รวมถึงกำรแบ่งคำ และแบง่ วรรค อารมณ์เพลง ควรศึกษำบทร้องว่ำใหอ้ ำรมณใ์ ด เพอื่ จะไดส้ อ่ื อำรมณไ์ ด้อยำ่ งเหมำะสม ความกล้า และสมาธิ ขณะขบั รอ้ งต้องมคี วำมมั่นใจ กล้ำแสดงออก ควบคุมสมำธิ เพือ่ ให้ขบั ร้องได้ถกู ตอ้ ง

ขนั้ ตอนการฝึกขับร้องเพลงไทย การฝึกหายใจ และการออกเสียง • ขัน้ ตอนกำรฝึกจะประกอบดว้ ยกำรสดู ลมหำยใจเขำ้ ทำงจมูกให้มำกทส่ี ุดเท่ำที่สำมำรถทำได้ เมอื่ ลมหำยใจเข้ำไปในปอด ทอ้ ง จะป่องเลก็ น้อย ใหก้ กั ลมไว้ให้มำกท่ีสดุ คอ่ ยๆ ระบำยลมออกมำทำงปำกชำ้ ๆ จนหมด แลว้ จงึ สูดลมเขำ้ ไปใหม่ • เม่อื ฝกึ กำรหำยใจเขำ้ และกักลมไว้ไดม้ ำกแลว้ ขน้ั ต่อไปใหร้ ะบำยลมออกชำ้ ๆ พร้อมกับออกเสียงมำดว้ ย ใหเ้ สียงตอ่ เนื่องอยำ่ งสมำ่ เสมอ และยำวท่สี ุดเท่ำทจี่ ะทำได้ • เสียงท่อี อกมำอำจใชเ้ สียงเออ อำ ลำ กำรระบำยลมพร้อมกับกำรออกเสยี งนัน้ ควรเคำะจังหวะ หรอื นับไปดว้ ยเชน่ ออกเสยี ง อำ เคาะจงั หวะ ๑ ๒ ๓ ๔ - - - - - - - - การฝึกออกเสียงสูง-ตา่ • เป็นกำรฝกึ เพอ่ื ให้ออกเสยี งชัดเจนตรงตำมตัวโนต้ ทำนองเพลง ระดับ และคุณภำพของเสียง • กำรฝกึ ออกเสยี งควรใช้เสยี งของเครื่องดนตรีประกอบในกำรฝกึ • ควรใช้เสยี งของระนำด ฆอ้ งวง หรือขลยุ่ ดนตรสี ำกลควรใชเ้ สยี งของเปียโน อิเล็กโทน หรือริคอร์เดอรก์ ำรฝกึ ออกเสยี ง • ควรฝึกต้ังแต่เสียงยำวถึงเสยี งส้นั คอื ๔ จังหวะ ๓ จงั หวะ ๒ จังหวะและ ๑ จังหวะ

หลกั การบรรเลงเครื่องดนตรีไทย สว่ นประกอบของซอดว้ ง ซอด้วง ๑ ลูกบิดสำยทมุ้ ๒ ลูกบดิ สำยเอก ๑ ๓ รดั อก ๒ ๔ ทวน ๓ ๕ คันชัก ๔ ๖ กะโหลก ๕ ๗ หยอ่ ง ๖ ๗

วิธีการฝึกหัดซอดว้ ง • เริ่มแรกต้องเทียบสำยทง้ั ๒ สำย ให้เข้ำกนั โดยใชม้ อื ขวำจบั ท่ีปลำยคนั ชกั ด้ำนขวำ มือซ้ำยค่อยๆ บดิ ลูกบิดสำยเอก (ลูกล่ำง) ข้ึน-ลง ให้ไดเ้ สยี ง “เร” และบดิ ลูกบดิ สำยทมุ้ (ลูกบน) ให้ได้เสยี ง “ซอล” ถ้ำบรรเลงรวมวงใหใ้ ช้เสยี งขลยุ่ เพียงออเป็นหลกั ในกำร เทียบสำย จำกนัน้ ใช้มือซ้ำยจบั ทวนซอ หำ่ งจำกรัดอกลงมำเลก็ นอ้ ย โดยใชง้ ำ่ มนว้ิ ระหว่ำงนว้ิ หัวแม่มอื กบั นิว้ ชห้ี นบี ทวนซอใหแ้ น่น ไมใ่ หเ้ ล่อื นขน้ึ หรอื ลง เพรำะจะทำใหร้ ะดับเสยี งไม่คงท่ยี กข้อมอื ข้นึ เล็กน้อย อยำ่ ใหฝ้ ่ำมือแนบกบั ทวนซอ กำงนว้ิ ออกให้ไดร้ ะยะ ควำมหำ่ งเท่ำๆ กนั • สำหรบั มือขวำ จับทป่ี ลำยคนั ชักดำ้ นขวำห่ำงจำกหมุดทีย่ ึดหำงม้ำประมำณ ๓-๔ นว้ิ โดยใชน้ ้วิ นำงสอดเข้ำไปตรงกลำงระหวำ่ งคนั ชัก (สว่ นทเี่ ป็นไม)้ กับหำงม้ำ สำหรับเหนีย่ วหำงม้ำให้ถูกสำยทตี่ อ้ งกำร สว่ นนวิ้ ชีแ้ ละนวิ้ กลำงจับอยู่ด้ำนนอกของคนั ชกั นิ้วหวั แมม่ ือวำง ไว้ดำ้ นบนของคันชัก ใช้ปลำยนว้ิ ดันคันชกั เพอ่ื บงั คบั คันชกั เวลำลำกให้เทีย่ ง นวิ้ กอ้ ยอยดู่ ำ้ นในสดุ ใชช้ ่วยสง่ คันชกั เมอ่ื ตอ้ งกำรสี สำยเอก ลำกคันชกั ให้เปน็ เส้นตรง ให้ปลำยทำงขวำเฉยี งออกนอกตัวเล็กน้อยคันชักท่ีลำกไปทำงขวำมือเรียกว่ำ “คันชักออก” และ ทีล่ ำกไปทำงซ้ำยเรยี กวำ่ “คันชักเขา้ ” ฝึกลำกคันชกั โดยลำกคนั ชักออก (ไปทำงขวำ) เสยี งซอล (สำยทมุ้ เปลำ่ ) และลำกคนั ชกั เขำ้ (ไปทำงซ้ำย)เสียงเร (สำยเปล่ำเอก) ปฏบิ ตั ิเชน่ นจ้ี นลำกคันชักไดเ้ ที่ยง มเี สียงชัดเจน • จำกนน้ั จงึ หัดวำงนว้ิ โดยวำงให้ไดร้ ะยะหำ่ งเท่ำๆ กัน เรม่ิ จำกเสียงซอล (สำยเปลำ่ สำยทมุ้ ) ไลเ่ สยี งโดยใชน้ ิว้ มือซ้ำยวำงลงบน สำยทัง้ ๒ สำย ทลี ะน้วิ เปล่ียนนว้ิ พร้อมกบั เปลี่ยนคนั ชกั เข้ำ-ออก ซง่ึ จะเกดิ เสียงต่ำงๆ ดังนี้

แบบฝึกปฏิบัตลิ ำกคนั ชักซอดว้ ง - - - ซ- - - ร - - - ซ- - - ร- - - ซ- - - ร- - - ซ- - - ร - - - ซ- - - ร - - - ซ- - - ร- - - ซ- - - ร- - - ซ- - - ร • ฝึกปฏบิ ัติซำ้ หลำยๆ คร้งั จนคนั ชกั เที่ยงได้ระดบั คงท่ี สวยงำม จงึ เร่ิมฝึกปฏิบัตลิ ำกคันชกั สลบั สำยในลักษณะตำ่ งๆ ดังต่อไปน้ี - ซ- ซ- ร- ร - ร - ร- ซ- ซ- ซ- ร- ร- ซ- ร- ซ- ซ- ซ - ร - ซ- ซ- ร - ร - ซ- ร - ซ- ร- ร- ร- ซ- ร- ซ- ซ- ซ • ฝึกปฏบิ ัติซ้ำหลำยๆ ครง้ั จนสำมำรถลำกเปลี่ยนคันชักได้คล่อง เสยี งสดใส ได้จังหวะสมำ่ เสมอ จึงฝึกลำกคันชัก จงั หวะเร็วข้นึ โดยลำกคันชักใหไ้ ด้ควำมยำวเท่ำเดมิ แตล่ ำกใหเ้ รว็ ข้ึนกว่ำเดิมหนง่ึ เทำ่ ปฏิบตั ิตำมโน้ต ดังตอ่ ไปน้ี ซ ซซซร ร ร ร รซซ ร ร ซซ ซซ ซร ร ร ซซซซ ร ร ซร ซซซ - รรร ร ซซรร ซซรร รซซซรร รร รซซซซร ร รรซซ • ฝกึ ปฏบิ ัตไิ ลเ่ สยี งจำกเสยี งซอล (สำยทุ้มเปล่ำ) ลำ ที โด เร มี ฟำ ซอลสงู และลำสูงจำกนัน้ ไล่เสยี งยอ้ นกลบั จำกลำ สูง ซอลสูง ฟำ มี เร โด ที ลำ และซอล ลำกให้สุดคันชกั โดยรกั ษำจังหวะใหส้ ม่ำเสมอ เท่ำๆ กัน เมื่อปฏบิ ตั ไิ ดค้ ล่อง แลว้ จึงเร่มิ ฝึกปฏบิ ตั ิเพลงทมี่ ีทำนองง่ำยๆ และยำกขึ้นตำมลำดบั

แบบฝกึ ปฏิบตั ิไล่เสยี งซอดว้ ง • นอกจำกกำรลำกคนั ชกั เขำ้ ออก โดยเปล่ียนนว้ิ คันชักละ ๑ น้วิ แลว้ บำงครงั้ จำเปน็ ต้องเปล่ียนน้วิ ๒ น้วิ โดยลำกคนั ชกั เดยี ว ในกำรบนั ทกึ โน้ตใช้เครอ่ื งหมำย “ ” บันทกึ บนระหวำ่ งตวั โน้ต เพ่ือใหป้ ฏบิ ัติโนต้ ที่อยู่ใต้เครือ่ งหมำยน้ัน รวบเปน็ คันชักออก (ลำกไปทำงขวำ) ดว้ ยกัน ดังนี้ • สำหรบั กำรลำกคนั ชักเข้ำ ๑ คันชกั แต่เปล่ียนน้ิว ๒ นิว้ ในกำรบนั ทึกโนต้ ใชเ้ ครื่องหมำย “ ” บนั ทกึ บนระหว่ำง ตวั โน้ต เพือ่ ให้ปฏบิ ตั ิโนต้ ท่อี ยใู่ ตเ้ ครอ่ื งหมำยน้ันรวบเป็นคนั ชกั เข้ำ (ลำกไปทำงซ้ำย) ดว้ ยกัน ดังน้ี

ขลยุ่ เพยี งออ สว่ นประกอบขลุ่ยเพยี งออ • ขลยุ่ เพยี งออทำจำกไม้ไผท่ ม่ี ีปล้องยำวๆ นำมำเจำะรดู ำ้ นหน้ำสำหรับใชน้ ว้ิ วำงปิด-เปิด เพอ่ื ให้เกดิ เสียงตำ่ งๆ กนั มีจำนวน ๗ รู • ดำ้ นหลังชว่ งบนถัดจำกตอนปลำยลงมำประมำณ ๔ เซนตเิ มตร เจำะรู ๑ รู เรยี กว่ำ “รูปากนกแกว้ ” สำหรับให้เสียงออก นอกน้นั เจำะรูด้ำนหลงั ๑ รู ตรงกบั แนวรปู ำกนกแกว้ ลงมำ ระยะก่ึงกลำงระหว่ำงรูที่ ๑-๒ ของด้ำนหน้ำ สำหรับใช้นิว้ หัวแม่มือปดิ -เปิด เรยี กวำ่ “รนู ิว้ คา้ ”

วิธกี ารฝึกหัดเปา่ ขล่ยุ เพยี งออ ฝึกปฏบิ ตั โิ ดยกำรไล่นว้ิ เรยี งตำมลำดับเสียงจำกโดต่ำ (น้ิวกอ้ ยมือซำ้ ย) จนถึงเสียงโดสงู (ปดิ น้วิ หัวแมม่ ือขวำท่รี นู ้วิ คำ้ ) และไลย่ อ้ นกลับ ลงมำทเ่ี สยี งโดตำ่ ฝึกปฏบิ ตั เิ ชน่ นี้จนกว่ำจะจำเสียงแต่ละเสียงได้

การขับร้อง และบรรเลงเคร่อื งดนตรีประกอบเพลงไทยเดมิ เพลงไทยเดมิ สำมำรถแบง่ ออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ ๒ ประเภท คือ ประเภทของเพลงไทย และบทร้องเพลงไทย ประเภทของเพลงไทย เพลงขบั รอ้ ง เพลงท่ีประพนั ธ์ขนึ้ สำหรบั ดนตรีบรรเลงร่วมกบั กำรขับรอ้ ง ไดแ้ ก่ เพลงเถำ เพลงตบั เพลงเกรด็ เพลงบรรเลง เพลงที่ประพันธข์ ้ึนเฉพำะสำหรบั เคร่ืองดนตรบี รรเลง ไดแ้ ก่ เพลงโหมโรง เพลงหนำ้ พำทย์ เพลงเร่อื ง เพลงหำงเคร่อื ง เพลงออกภำษำ เพลงลกู หมด บทร้องเพลงไทย • บทรอ้ งเพลงไทยทน่ี ยิ มนำมำใชข้ บั รอ้ งประกอบกำรบรรเลง นยิ มใช้คำประพนั ธป์ ระเภทกลอนแปด บทรอ้ งเพลงไทยใชก้ บั กำรร้องส่ง รอ้ งประกอบระบำ รำ ฟ้อน ประกอบกำรแสดงโขน ละคร และกำรละเล่นตำ่ งๆ บทรอ้ งท่ใี ช้ในลักษณะตำ่ งๆ จาแนกได้ ๓ ประเภท บทรอ้ งท่คี ัดเลือกกลอน และตัดตอนมาจากบทละคร หรือบทวรรณคดี บทรอ้ งทเี่ ปน็ บทของเกา่ และไม่ทราบนามผแู้ ต่ง บทร้องทีม่ ีการประพนั ธ์ข้ึนใหม่

การขบั รอ้ ง และบรรเลงเครอื่ งดนตรีประกอบเพลงพื้นบา้ น เพลงพื้นบ้าน • เพลงทร่ี อ้ งเล่นกันในแตล่ ะทอ้ งถ่นิ เพอ่ื ควำมสนุกสนำน มกี ำรสบื ทอดมำแต่โบรำณร่นุ สู่รนุ่ รปู แบบจะเปน็ ไปตำมแต่ละท้องถิน่ กำหนด ภำษำ และคำศพั ทท์ ีใ่ ชเ้ ป็นภำษำถ่นิ ง่ำยๆ • กำรร้องเพลงพื้นบ้ำนสว่ นใหญ่ไม่นิยมใชเ้ ครอ่ื งดนตรีดำเนนิ ทำนองบรรเลงประกอบจะใช้เพยี งกำรปรบมือใหต้ รงจังหวะ หรือใช้ ฉ่งิ ฉำบ กรับ และกลอง เปน็ เคร่ืองประกอบจังหวะเทำ่ นั้น วตั ถปุ ระสงค์ของการขับรอ้ งเพลงพื้นบา้ น • เพอื่ ความสนกุ สนาน เพลดิ เพลิน เช่น เพลงเรือ เพลงฉอ่ ย ที่นิยมร้องเลน่ ในงำนเทศกำลหรอื งำนรน่ื เรงิ ตำ่ งๆ • เพอื่ ใหเ้ กิดความสามัคคี และความเพลดิ เพลินใจในการทางานรว่ มกันอย่างมคี วามสขุ • เพ่อื วตั ถุประสงคเ์ ฉพาะ เช่น เพลงท่ีใชร้ อ้ งในประเพณที ำงศำสนำ และพิธีกรรมตำมควำมเชือ่

เพลงพื้นบ้ำน ถ้ำแบง่ ตำมภมู ิภำคสำมำรถแบง่ ไดเ้ ปน็ ๔ ภำค เพลงพ้นื บำ้ นภำคเหนอื แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ ๑ ๒ เพลงบรรเลง เพลงขบั รอ้ ง • เพลงทบ่ี รรเลงเฉพำะเครอื่ งดนตรี ไมม่ ีกำรขับรอ้ ง • เพลงทีใ่ ชส้ ำหรับร้องเลน่ แบ่งออกเป็น ๒ ชนดิ มที ง้ั กำรบรรเลงเดีย่ ว และกำรบรรเลงเปน็ วง เพื่อ ขับกล่อมในยำมวำ่ ง รวมถึงเพลงทห่ี นุ่มไปบรรเลง เพลงจ๊อย คือเพลงท่ผี ู้ชำยรอ้ งเลน่ ในหมูบ่ ้ำนเวลำ แอ่วสำว ไปแอว่ สำว เพลงซอ บทเพลงท่ีมีลลี ำ และเน้อื หำทีแ่ สดงให้เหน็ ถึงอำรมณ์ขนั ของชำวบ้ำนที่รักควำมสนกุ

เพลงพ้นื บ้ำนภำคกลำง ๑ เพลงเรอื • เปน็ เพลงท่นี ิยมรอ้ งเลน่ ในฤดนู ำ้ หลำกในเทศกำลตำ่ งๆ โดยผู้ร้องเลน่ จะลงเรอื พำย แยกเปน็ ฝ่ำยชำย และฝ่ำย หญงิ ทั้ง ๒ ฝำ่ ย จะร้องเพลงเรอื โต้ตอบกัน ๒ เพลงพวงมาลัย • วธิ ีเล่นจะแบ่งผ้เู ล่นเป็น ๒ ฝ่ำย คอื ฝ่ำยชำย และฝำ่ ยหญงิ กำรเล่นผลดั กนั ใชผ้ ำ้ มว้ นปำไปทผี่ เู้ ล่นอีกฝ่ำยหนึ่ง ถ้ำปำถูกใครผนู้ ั้นจะต้องร้องเพลงพวงมำลัย ผ้ปู ำจะเป็นผูร้ ำ แต่ถ้ำผู้เลน่ อกี ฝำ่ ยรบั ได้แลว้ ปำกลบั มำ ถำ้ ถูกใคร ผนู้ ั้นก็ต้องเปน็ ผรู้ อ้ ง และผ้ปู ำจะเปน็ ผู้รำ ๓ เพลงหยอ่ ย • กำรร้องเลน่ เพลงเหยอ่ ยนี้จะแบ่งผเู้ ล่นเป็น ๒ ฝำ่ ย คือ ชำย และหญงิ วธิ ีเล่นจะเรมิ่ จำกฝ่ำยชำยร่ำยรำนำผ้ำ ไปคลอ้ ง หรือส่งให้ฝ่ำยหญิง จำกนนั้ ทัง้ ๒ ฝ่ำย จะร้องเพลงโตต้ อบกันเมอ่ื ร้องจบฝำ่ ยหญิงรำ่ ยรำนำผ้ำไปคล้อง ฝ่ำยชำยคนต่อไป ชำยคนแรกจะรำ่ ยรำกลบั เข้ำทฝ่ี ำ่ ยหญิงรอ้ งโต้ตอบกับชำยคนใหม่ เม่อื จบฝ่ำยชำยรำ่ ยรำนำ ผำ้ เปลย่ี นไปคลอ้ งฝำ่ ยหญิงซ่ึงจะกระทำเชน่ นี้สลับกันไป โดยเคร่อื งดนตรีทใี่ ชป้ ระกอบ คือ กลองยำว ฉิ่ง ฉำบ กรับ และโหม่ง

เพลงพืน้ บำ้ นภำคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ๑ เพลงพ้ืนบ้านกล่มุ วัฒนธรรมไทย-ลาว • เพลงทนี่ ิยมร้องเล่นกนั ไดแ้ ก่ หมอลำ และเซงิ้ ๒ เพลงพืน้ บ้านกลุ่มวฒั นธรรมเชมร-สว่ ย • ไดแ้ ก่ เพลงพน้ื บ้ำนแถบจงั หวัดสรุ ินทร์ ศรสี ะเกษ และบุรรี มั ย์บำงส่วน ภำษำถ่นิ ท่ีชนแถบนีใ้ ช้ คอื ภำษำเขมร และภำษำสว่ ย เพลงพื้นบ้ำนของกลมุ่ นี้ ได้แก่ กันตรึม และเจรยี ง (ภำษำเขมร แปลวำ่ ขับร้อง) ๓ เพลงพนื้ บา้ นกลมุ่ วัฒนธรรมไทยโคราช • เพลงพ้นื บำ้ นแถบจงั หวดั นครรำชสมี ำ และบำงสว่ นของจงั หวดั บรุ รี มั ย์ เพลงพื้นบำ้ นแถบน้ี เรียกวำ่ “เพลง โคราช” เพลงโครำชเปน็ เพลงพ้นื บ้ำนเกำ่ แกท่ ี่ผขู้ บั ร้องตอ้ งใช้ปฏภิ ำณในกำรร้องโตต้ อบกันสดๆ เปน็ กลอนดน้ ท่ีเน้นกำรสมั ผสั คำ ทำใหม้ คี วำมไพเรำะย่ิงขึน้ ลกั ษณะกำรเลน่ เพลงโครำช แบ่งเปน็ ๓ ประเภท คือ เก้ยี วพำรำสี ลองปญั ญำ และเลำ่ เปน็ เร่อื ง

เพลงพน้ื บำ้ นภำคใต้ • วัตถุประสงคเ์ พื่อควำมสนุกสนำน เพลิดเพลนิ อันเป็นกำรผอ่ นคลำยควำมเหนด็ เหน่อื ย • กำรแสดง นิยมรอ้ งเลน่ กนั เอง ไมม่ กี ำรว่ำจ้ำง และเล่นกันตำมเทศกำล ไม่ได้ใชพ้ ่อเพลงแม่เพลงอำชพี ไดแ้ ก่ เพลงเรอื เพลงนำ เพลงบอก เพลงรอ้ งเรอื หรอื เพลงชำน้อง(เพลงกลอ่ มเด็ก) ตวั อย่าง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook