เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 Slide PowerPoint_ส่ือประกอบการสอน บรษิ ทั อักษรเจริญทศั น์ อจท. จำกดั : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand โทร./แฟกซ.์ : 0 2622 2999 (อตั โนมตั ิ 20 คู่สำย) [email protected] / www.aksorn.com
1หนว่ ยการเรียนรู้ที่ การจดั การขอ้ มลู และสารสนเทศ ตัวชี้วัด • รวบรวม ประมวลผล ประเมนิ ผล นำเสนอขอ้ มูลและสำรสนเทศตำมวัตถุประสงค์ โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริกำรบนอินเทอรเ์ นต็ ท่หี ลำกหลำย
เพราะเหตุใดจงึ ต้องนาขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้ไปประมวลผลก่อนนามาใช้ การซ้อื สินค้าออนไลนอ์ ยา่ งปลอดภยั อุปกรณ์ วธิ กี าร ไมใ่ ชง้ าน Wi-Fi สาธารณะ เกบ็ หลกั ฐานการสง่ั ซ้ือ ตรวจสอบการจดทะเบียนร้านค้า ตรวจสอบประวตั กิ ารฉอ้ โกง
การรวบรวมข้อมูล กำรรวบรวมขอ้ มูลเปน็ ข้ันตอนท่ีสำคัญทส่ี ุดของกำรจัดกำรข้อมูลและสำรสนเทศ โดยเมื่อพจิ ำรณำประเภท ข้อมูลตำมแหล่งทม่ี ำของขอ้ มลู แลว้ สำมำรถแบ่งได้เป็น 2 กล่มุ ดังน้ี ข้อมลู ปฐมภมู ิ การสัมภาษณ์ การสอบถามทางโทรศพั ท์ การใช้แบบสอบถาม การสังเกต เปน็ ขอ้ มลู ท่ีผูใ้ ชเ้ กบ็ รวบรวม ดว้ ยตนเอง ซึง่ จะทำให้ได้ขอ้ มูล ทต่ี รงกับควำมต้องกำรมำกทสี่ ดุ โดยกำรรวบรวมขอ้ มูล แบบปฐมภมู สิ ำมำรถทำได้ หลำยแบบ ดงั นี้
การรวบรวมขอ้ มลู ขอ้ มูลทตุ ยิ ภมู ิ การค้นหาขอ้ มูลจากหนงั สอื ในหอ้ งสมุด การคน้ หาขอ้ มลู จากความรู้บนอนิ เทอร์เนต็ เปน็ ขอ้ มลู ท่มี ีกำรรวบรวมไว้แล้ว โดยผอู้ ื่น ซึ่งกอ่ นทจี่ ะนำข้อมลู มำใช้ จะต้องพจิ ำรณำคุณภำพของขอ้ มลู กอ่ นวำ่ ถกู ตอ้ งตำมควำมต้องกำรและทันสมยั หรือไม่ โดยกำรรวบรวมข้อมลู แบบทตุ ิยภูมิ เช่น
การประมวลผลขอ้ มลู เปน็ กำรจดั กำรกบั ข้อมลู เพ่ือทีจ่ ะสำมำรถนำข้อมูลนนั้ มำใช้ประโยชนไ์ ด้ โดยกำรประมวลผลข้อมลู สำมำรถ แบง่ ตำมอปุ กรณท์ ่ีใชง้ ำนได้ 3 ประเภท ดังน้ี การประมวลผลข้อมูลด้วยมอื การประมวลผลข้อมูลดว้ ยเครอ่ื งจักรกล การประมวลผลขอ้ มูลดว้ ยคอมพิวเตอร์
การประมวลผลขอ้ มลู กำรประมวลผลข้อมูลดว้ ยคอมพวิ เตอรม์ ีขั้นตอนในกำรประมวลผล 3 ขัน้ ตอน ดงั นี้ Process
การประมวลผลขอ้ มูล กำรประมวลผลข้อมูลของคอมพวิ เตอร์ เพอื่ นำไปใช้ประโยชน์น้ันมีวธิ กี ำรประมวลผลข้อมลู 2 วิธี ดงั นี้ 1. การประมวลผลแบบแบตช์ เป็นกำรประมวลผลโดยกำรรวบรวมข้อมลู ไว้ระยะเวลำหนึ่ง แลว้ จึงนำข้อมูลเหล่ำนั้นมำประมวลผล โดยที่ จะต้องมีกำรกำหนดชว่ งเวลำทีใ่ ช้ในกำรประมวลผลอย่ำงชัดเจน เชน่ ระบบการคานวณดอกเบยี้ ของธนาคาร ท่จี ะคานวณทกุ 6 เดอื น
การประมวลผลขอ้ มลู 2. การประมวลผลแบบอนิ เทอรแ์ อก็ ทฟิ เปน็ กำรประมวลผลท่ีคอมพวิ เตอรจ์ ะประมวลผลและให้ผลลพั ธใ์ นทันที โดยในปัจจุบนั มี 2 ประเภท ดังน้ี การประมวลผลออนไลน์ การประมวลผลแบบทนั ที เปน็ กำรประมวลผลดว้ ยคอมพวิ เตอรโ์ ดยตรง เป็นกำรประมวลผลเพือ่ ให้ได้ผลลัพธท์ ันที โดยทไ่ี มจ่ ำเปน็ ต้องอยู่กบั เคร่อื งประมวลผล เช่น นยิ มใชร้ ่วมกับกำรประมวลผลแบบออนไลน์ เชน่ กำรทำธุรกรรมกำรเงนิ ดว้ ยเครื่องอัตโนมตั ิ กำรแสดงควำมคิดเหน็ บนเฟซบุก๊
การประมวลผลข้อมูล กำรประมวลผลข้อมลู ดว้ ยคอมพิวเตอรม์ ีกรรมวิธหี ลำยวิธี เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มูลทตี่ รงตำมควำมต้องกำรของผใู้ ชง้ ำนมำกทส่ี ดุ โดยกรรมวิธีในกำรประมวลผลขอ้ มูลด้วยคอมพวิ เตอร์ มีดงั นี้ การคานวณ การสรปุ ผล การสารองขอ้ มลู การจัดเรยี งขอ้ มลู การทารายงาน การกู้ขอ้ มลู การจดั กลมุ่ ขอ้ มูล การบนั ทกึ การสอ่ื สารข้อมลู การสืบคน้ ขอ้ มูล การปรับปรุงข้อมูล การบีบอดั ข้อมลู การรวมขอ้ มูล การสาเนาขอ้ มลู
การประมวลผลข้อมูล กำรประมวลผลขอ้ มูลดว้ ยคอมพิวเตอร์มีขัน้ ตอนในกำรประมวลผล 3 ขั้นตอน ดงั นี้ 1.การเตรยี มเพอ่ื นาเข้าข้อมลู 2.ประมวลผลข้อมูล 3.การนาข้อมลู ไปใช้ ประโยชนแ์ ละแสดงผลขอ้ มลู ลงรหัสข้อมลู ตรวจสอบแกไ้ ขขอ้ มลู แยกประเภทข้อมูล บันทึกขอ้ มูลลงส่ือ
การใชซ้ อฟต์แวร์ในการจดั การขอ้ มูลและสารสนเทศ ซอฟตแ์ วร์ทใี่ ช้ในการรวบรวมขอ้ มลู ซอฟต์แวรท์ ใ่ี ช้ในการประมวลผลขอ้ มลู • ซอฟตแ์ วรท์ ี่ติดตง้ั อยูบ่ นเคร่อื งคอมพิวเตอร์ • ซอฟตแ์ วรส์ ำเรจ็ รูป เชน่ Microsoft Excel เช่น Microsoft Word, Microsoft Access • ซอฟต์แวรท์ ีพ่ ัฒนำขึ้นมำโดยพำะ • ซอฟต์แวร์ที่ใช้งำนผ่ำนอนิ เทอรเ์ นต็ เช่น ซอฟต์แวรป์ ระมวลผลข้อมลู ทำงกำรแพทย์ เช่น Google Docs, Google Sheets
การใช้ซอฟตแ์ วร์ในการจดั การข้อมลู และสารสนเทศ ซอฟตแ์ วร์ท่ใี ชใ้ นการนาเสนอขอ้ มูล ซอฟต์แวร์ทใี่ ชใ้ นกำรนำเสนอขอ้ มูลในปจั จบุ ันมใี หเ้ ลอื กใช้จำนวนมำก เชน่ ซอฟต์แวร์เพ่ือใช้ในการสรา้ งภาพ 3 มิติ ซอฟตแ์ วรเ์ พอื่ การสร้างภาพอนิ โฟกราฟกิ
การนาข้อมูลท่รี วบรวมได้ไปประมวลผลก่อนนามาใชง้ านด้วยวิธกี ารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การประมวลผลด้วยมอื การประมวลผลดว้ ยเครื่องจกั รกล หรือการประมวลผลดว้ ยคอมพวิ เตอร์ ลว้ นเปน็ วธิ กี ารเพ่ือให้ไดม้ าซงึ่ ขอ้ มลู ที่ตรงตามความตอ้ งการมากทส่ี ุด และหลงั จากท่ีไดข้ อ้ มูลมา จงึ นาข้อมลู นั้นมานาเสนอ ดว้ ยซอฟตแ์ วร์นาเสนอต่าง ๆ ตามตอ้ งการ
2หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ความนา่ เช่ือถือของขอ้ มลู ตวั ชว้ี ัด • ประเมินควำมนำ่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มูล วเิ ครำะหส์ อ่ื และผลกระทบจำกกำรใชข้ ำ่ วสำรที่ผดิ เพื่อกำรใชง้ ำนอยำ่ งร้เู ท่ำทนั
การประเมินความน่าเชื่อถอื ของข้อมูล สามารถทาไดอ้ ย่างไร
การสืบคน้ เพื่อหาแหล่งขอ้ มูล การสบื ค้นข้อมลู ดว้ ยคอมพิวเตอร์ เปน็ กำรสบื คน้ ผำ่ นเทคโนโลยีสำรสนเทศ หรอื คอมพิวเตอร์ตำ่ ง ๆ การสบื คน้ ขอ้ มูลดว้ ยมือ เป็นกำรสบื คน้ ตำมเอกสำร หนงั สือ ตำรำ
การสบื ค้นเพอื่ หาแหล่งขอ้ มูล การสืบคน้ เพอ่ื หาข้อมลู บนอินเทอรเ์ น็ตมีวธิ ีการดาเนนิ การ ดังนี้ 1 กำหนดวัตถปุ ระสงคก์ ำรสบื ค้น 2 ดูประเภทของขอ้ มลู ที่สำมำรถสืบคน้ ได้ 3 เตรียมอุปกรณ์และควำมร้ทู ่ีจำเป็นในกำรสืบค้น 4 เลือกบรกิ ำรอินเทอร์เนต็ ทีต่ อ้ งกำร เช่น อเี มล เว็บไซต์ 5 เลือกเคร่ืองมือหรอื โปรแกรมสำหรับคน้ หำ
การสบื คน้ เพอื่ หาแหลง่ ขอ้ มูล ประโยชน์ของอินเทอรเ์ น็ต
การสบื คน้ เพือ่ หาแหล่งขอ้ มูล โทษของอนิ เทอรเ์ นต็
การสืบค้นเพอ่ื หาแหลง่ ขอ้ มลู การใช้งานอินเทอร์เนต็ บนระบบเครือขา่ ยควรใชง้ านอย่างมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรมโดยการปฏิบตั ิ ดังนี้ ใช้ถอ้ ยคาสภุ าพ ไมใ่ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ทาลาย หรอื หลอกลวงผูอ้ ื่น แจง้ ผู้ปกครองเมือ่ พบ ไมเ่ ผยแพร่ขอ้ มูล การใชง้ านที่ไม่เหมาะสม ทเ่ี ปน็ เทจ็ ไม่ละเมดิ สทิ ธิของผูอ้ ่นื เคารพกฏและข้อตกลง ไมเ่ ปดิ เผยข้อมูลส่วนตัว ใชง้ านในทางทีถ่ ูกต้อง
การสบื ค้นเพอ่ื หาแหลง่ ข้อมูล เคร่ืองมือสำหรับสืบค้นข้อมูลผ่ำนอินเทอร์เน็ต เป็นโปรแกรมที่ใช้ในกำรสืบค้นข้อมูลจำกคำค้นหำต่ำง ๆ ท่ีผู้ใช้ ป้อนเข้ำสรู่ ะบบ โดยโปรแกรมทีใ่ ชใ้ นกำรสบื ค้นข้อมูล สำมำรถแบง่ ตำมลกั ษณะกำรทำงำนได้ 3 ประเภท ดังน้ี Crawler Based Search Engines Web Directory Meta Search Engines จะอำศัยกำรบันทึกข้อมูลและจัดเก็บ เ ป็ น ส ำ ร บั ญ เ ว็ บ ไ ซ ต์ ท่ี มี ก ำ ร เ ป็ น โ ป ร แ ก ร ม ที่ ใ ช้ ห ลั ก ก ำ ร ขอ้ มลู เป็นหลัก โดยกำรใชซ้ อฟต์แวร์ขนำดเล็ก จัดเก็บข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่อย่ำง สืบค้นด้วย Meta Tag โดยผลลัพธ์ ในกำรเก็บขอ้ มลู จำกเวบ็ ไซต์ตำ่ ง ๆ เชน่ ชัดเจน ทำให้กำรสืบค้นทำได้อย่ำง ของโปรแกรมสืบค้นประเภทน้ี จะมี www.google.com รวดเรว็ เช่น www.dmoz-odp.org ควำมแม่นยำน้อยกว่ำประเภทอื่น เชน่ www.ixquick.com
การสืบค้นเพ่อื หาแหลง่ ข้อมลู การสบื ค้นข้อมูลบนอินเทอรเ์ น็ต เพ่อื ใหไ้ ด้แหลง่ ข้อมูลท่มี คี ณุ ภาพ มีความนา่ เช่อื ถือ และตรงตามความต้องการของผสู้ ืบค้นมีขั้นตอน ดงั นี้ กำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดประเภท กำหนดคำสำคญั ประเมนิ ควำมน่ำเชือ่ ถอื และหัวขอ้ ให้ชดั เจน ของข้อมลู ท่จี ะสบื คน้ สำหรบั สืบค้นขอ้ มูล ของข้อมลู ท่ีได้ จำกกำรสบื คน้
การประเมนิ ความนา่ เช่อื ถือของข้อมูล การประเมนิ ความน่าเช่ือถือของข้อมลู มีหลักสาคญั 3 ประการ คอื 1. ประเมินว่าข้อมลู ตรงตามต้องการหรอื ไม่ โดยสำมำรถประเมนิ ไดจ้ ำกกำรอำ่ นชือ่ เวบ็ ไซต์ ชอ่ื เวบ็ เพจ ชื่อหัวเร่ือง คำนำ สำรบัญ หรือเน้ือหำ ซ่ึงโดยส่วนใหญ่จะสำมำรถประเมินได้ตั้งแต่กำรอ่ำนช่ือเว็บไซต์ ชอ่ื เว็บเพจ หรอื ช่ือหวั เร่อื งแล้ว
การประเมนิ ความน่าเชือ่ ถอื ของขอ้ มลู 2. ประเมนิ ความน่าเชือ่ ถอื และความทนั สมยั ของข้อมูล ประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถือของแหล่งข้อมลู พจิ ำรณำว่ำขอ้ มลู ไดม้ ำจำกแหลง่ ข้อมูลที่นำ่ เช่อื ถอื หรอื ไม่ ประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของทรพั ยากรข้อมูล พจิ ำรณำว่ำขอ้ มูลอยใู่ นรปู แบบใด เชน่ หนงั สือทวั่ ไป วำรสำร นิตยสำร ขอ้ มลู บนอินเทอร์เน็ต ประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถือของผ้เู ขยี น พจิ ำรณำวำ่ ผ้เู ขยี นเปน็ ใคร เป็นของสำนักพมิ พ์หรือเวบ็ ไซต์ใด ประเมนิ ความทันสมยั ของขอ้ มลู พจิ ำรณำวันเดือนปที ข่ี อ้ มลู ถูกเผยแพร่ หรอื ผลิต
การประเมนิ ความนา่ เชื่อถือของขอ้ มูล 3. ประเมนิ ระดบั เน้อื หาของขอ้ มูล โดยข้อมูลสำมำรถแบง่ ได้ 3 ระดับ ไดแ้ ก่ ขอ้ มูลปฐมภูมิ ขอ้ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ ข้อมูลตติยภูมิ เป็นข้อมลู ทีไ่ ด้จำกกำร เปน็ กำรนำข้อมูลปฐมภูมิ เป็นกำรชแี้ นะแหล่งข้อมูล คน้ ควำ้ โดยตรงของผู้เขียน มำเขยี นเรียบเรยี งใหม่ ปฐมภมู ิและทุตยิ ภมู ิ เชน่ เช่น รำยงำน วิจยั วทิ ยำนิพนธ์ โดยระบแุ หลง่ ท่มี ำอยำ่ งชดั เจน บรรณำนุกรม เอกสำรอำ้ งองิ
การประเมนิ ความนา่ เช่ือถือของขอ้ มลู แหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่เรำจะนำมำใช้งำนจะต้องมำจำกแหล่งข้อมูลที่เช่ือถือได้ ซง่ึ มลี กั ษณะเป็นแหลง่ ทีม่ กี ำรรวบรวมขอ้ มูลอยำ่ งมีหลักเกณฑ์ มีแหล่งอำ้ งองิ เชอื่ ถือได้ โดยแหลง่ ข้อมลู ทีเ่ ช่อื ถอื ได้ เชน่ ข้อมูลจำกเจ้ำของ ข้อมูลจำกองคก์ ร ข้อมลู จำก ขอ้ มลู โดยตรง หรอื ผเู้ ชี่ยวชำญ หน่วยงำนของรฐั
การประเมินความน่าเชือ่ ถอื ของข้อมูล การประเมนิ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลโดยใช้ PROMPT เป็นวิธีกำรประเมินควำมน่ำเช่อื ถือของ ขอ้ มลู โดยกำรตงั้ คำถำม มี 6 ขัน้ ตอน ดังน้ี การนาเสนอ (Presentation) ความสมั พนั ธ์ (Relevance) คำถำมเช่น ข้อมลู ท่ีได้ คำถำมเชน่ ขอ้ มลู นั้นมีรำยละเอียด มคี วำมชดั เจนหรือไม่ มำกเกินไปหรือไม่ ข้อมูลน้ันมีจุดเน้นอะไร ภำษำทีใ่ ช้ถูกตอ้ งหรือไม่ ข้อมูลน้นั มคี ำสำคญั ทต่ี อ้ งกำรหรือไม่
การประเมินความน่าเชือ่ ถอื ของข้อมูล วตั ถุประสงค์ (Objectivity) วิธกี าร (Method) คำถำมเชน่ คำถำมเกยี่ วกบั ขอ้ มลู ท่ตี ้องกำร คำถำมเช่น ข้อมลู นี้มวี ธิ กี ำร ในกำรรวบรวมขอ้ มูลอยำ่ งไร
การประเมินความนา่ เชื่อถอื ของขอ้ มลู พสิ จู น์หรอื ยืนยัน (Provenance) เปน็ ปจั จุบัน (Timeliness) คำถำมเช่น ข้อมูลนน้ั ไดม้ ำจำกแหลง่ ข้อมูลใด คำถำมเชน่ ข้อมลู น้นั เผยแพรเ่ ม่อื ใด และแหล่งข้อมลู นน้ั เช่ือถอื ไดห้ รือไม่ ตีพมิ พเ์ มือ่ ใด
การประเมนิ ความนา่ เชื่อถือของขอ้ มลู เหตุผลวิบตั ิ เป็นกำรใชเ้ หตผุ ลที่ผดิ พลำด ขำดควำมน่ำเชอ่ื ถอื ในกำรนำเสนอข้อมูล ซง่ึ หำกนำข้อมลู เหลำ่ นี้ไปเผยแพร่ อำจทำให้ผรู้ บั ข้อมูลเกิดควำมเขำ้ ใจผดิ ได้ โดยเหตผุ ลวบิ ัติมหี ลำยประเดน็ เช่น
การรเู้ ทา่ ทันสอ่ื การร้เู ทา่ ทันส่ือ ท้ังส่ือท่เี ผยแพรบ่ นอนิ เทอร์เน็ตและสอ่ื สง่ิ พมิ พต์ ่าง ๆ มอี งคป์ ระกอบ ดังนี้ 01 02 03 04 ความสามารถ ความเขา้ ใจการประเมินคา่ การสร้าง การใชป้ ระโยชน์ การสะท้อนคดิ ในการเขา้ ถึงสอื่ สารสนเทศและเน้อื หาในสือ่ และการเฝ้าระวังสารสนเทศ เป็นกำรพิจำรณำกำรกระทำ เป็นกำรได้รับสอ่ื ประเภทตำ่ ง ๆ เป็นกำรประเมนิ คุณค่ำของสื่อ และเนือ้ หาในสือ่ ของตนเองวำ่ จะมี ได้อย่ำงเตม็ ที่ รวดเร็ว ว่ำ สอ่ื น้นั มคี ณุ ค่ำตอ่ ผรู้ ับสำร และเขำ้ ใจเน้ือหำ เป็นกำรสรำ้ งสรรค์สือ่ ใหม่ ผลกระทบหรือผลลัพธ์ มำกน้อยเพียงใด ในแบบของตนเอง ต่อผอู้ ื่นอยำ่ งไร
การรู้เทา่ ทันสอื่ ส่ือดิจิทัล เปน็ ส่ือที่นักเรียนสำมำรถเข้ำถึงได้รวดเร็วที่สุด ทั้งสื่อจำกทำงวิทยุ โทรทัศน์ หรือเว็บไซต์ ต่ำง ๆ โดยกำรรู้เทำ่ ทันสื่อดิจิทลั สำมำรถแบง่ ออกได้ 8 ดำ้ น ดงั นี้
การรเู้ ท่าทนั ส่ือ กำรแบ่งระดบั ของกำรรเู้ ทำ่ ทนั สื่อ สำมำรถแบง่ ไดเ้ ป็น 4 ระดบั ดงั น้ี ความรตะดรบัะหนกั ควารมะดเขับา้ ใจ วเิ รคะรดาบั ะห์ การปรระะดเมบั นิ และ และตีความ การตดั สินใจ ❖ ระดับความตระหนกั คือ ระดบั ท่ผี รู้ ับสือ่ ตระหนกั วำ่ ส่ือและเนือ้ หำส่อื มเี พื่อตอบสนองต่อ ควำมชอบ ควำมพอใจ ❖ ระดบั ความเขา้ ใจ คอื ระดบั ทผ่ี ้รู บั สือ่ มคี วำมรู้ควำมเข้ำใจในสอื่ รลู้ ักษณะของสอ่ื ตำมบทบำท หน้ำที่ในระบบสังคม รู้ควำมหมำยตรง ❖ ระดับวิเคราะหแ์ ละตคี วาม คอื ระดบั ที่ผู้รบั สื่อสำมำรถวิเครำะหก์ ำรดำเนนิ กำรของสถำบัน หรอื องค์กรส่ือ วิเครำะห์และตีควำมหมำยแฝงได้ ❖ ระดับการประเมนิ และการตดั สนิ ใจ คอื ระดบั ทีผ่ ู้รบั สื่อประเมนิ ไดว้ ่ำ สถำบนั หรือองค์กรส่อื เก่ียวขอ้ งกับระบบอำนำจ ทนุ นิยม บรโิ ภคนิยม สำมำรถตีควำมเนือ้ หำสื่ออยำ่ งเช่ือมโยงกับ บรบิ ททำงสังคมและวฒั นธรรม
การรเู้ ทา่ ทันสอ่ื ควำมก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยีและนวตั กรรมในปจั จุบนั ทีม่ ีกำรพฒั นำไปอย่ำงมำก โดยเฉพำะส่ือ เทคโนโลยสี ำรสนเทศต่ำง ๆ ซงึ่ อำจสง่ ผลใหเ้ กดิ ปญั หำจำกกำรใช้สื่อของคนในสงั คมมำกขึ้นและรวดเรว็ เชน่ ปญั หำควำมรุนแรง กำรเลน่ เกมออนไลน์ พฤติกรรมกำร ปญั หำพฤตกิ รรมกำ้ วรำ้ ว ลอกเลียนแบบ ปญั หำทำงอำรมณ์
การรูเ้ ทา่ ทนั ส่ือ กำรรบั ข้อมลู ข่ำวสำรต่ำง ๆ จะต้องมีกำรวิเครำะห์ว่ำ สงิ่ ทเ่ี ผยแพร่น้ันเปน็ จรงิ หรอื ไม่ ซึง่ ถ้ำหำก ข้อมูลน้นั เป็นเทจ็ อำจทำให้ผรู้ บั ข้อมูลได้รบั ผลกระทบได้ ดงั ตวั อยำ่ งต่อไปนี้ นายบอยได้รบั อีเมลจากธนาคารแจง้ วา่ บัญชีธนาคารมีความเคล่ือนไหวผิดปกติ ให้นายบอยส่งเลขบัตร ประจาตัวประชาชนพร้อมเบอรโ์ ทรศพั ท์กลับมาทอี่ ีเมลน้ี มิเชน่ นั้นบัญชธี นาคารจะไม่สามารถใชง้ านได้ ผลกระทบจากการไดร้ บั ข้อมูลผิดพลาดน้ี คือ 1. กำรถูกโจรกรรมข้อมลู สว่ นตวั ได้แก่ เลขบตั รประจำตัวประชำชน เบอร์โทรศัพท์ 2. กำรถูกโจมตดี ้วยมลั แวร์ตำ่ ง ๆ 3. กำรถกู ล่อลวงดว้ ยข้อมลู อนั เปน็ เท็จ
การประเมินความนา่ เช่ือถือของข้อมลู จะตอ้ ง พจิ ารณาขอ้ มูลทมี่ าจากแหล่งขอ้ มลู ทเี่ ช่ือถอื ได้ และตรงตามความต้องการของผู้ใชง้ าน หรืออาจใช้เครอื่ งมอื ในการประเมินความน่าเชอ่ื ถือ เชน่ PROMPT
3หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ เทคโนโลยีสารสนเทศ ตวั ชีว้ ดั • ใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศอยำ่ งปลอดภยั และมคี วำมรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม ปฏบิ ตั ติ ำมกฎหมำยทีเ่ กยี่ วข้องกับคอมพิวเตอร์ ใชล้ ขิ สิทธขิ์ องผ้อู ืน่ โดยชอบธรรม
การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั มลี ักษณะอย่างไร ?
การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในปัจจุบนั มีการพัฒนาอย่างรวดเรว็ และสรา้ งความเปลย่ี นแปลงตอ่ ระบบสังคมและองค์ตา่ ง ๆ ดังน้ี ระดบั ประเทศ ระดับหนว่ ยงานหรือองค์กร ระดบั บคุ คล การทาบตั รประชาชน Smart Card การใช้บตั รเครดิตแทนการพกเงนิ สด การใชแ้ อปพลิเคชันบนมอื ถอื สว่ นตวั สะดวก สะดวกในการเชื่อมโยงข้อมูลของทางภาครัฐ เพราะสะดวกและปลอดภยั สามารถใชไ้ ด้ทุกท่ี ทกุ เวลา
การใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ผ้ใู ช้งานจะต้องคานงึ ถงึ ความปลอดภัยในการใช้งานเปน็ สาคัญ เช่น อา่ นววิ ก่อนสั่งซอ้ื การซอ้ื สินคา้ และการทาธรุ กรรมออนไลน์ การใชง้ านสื่อโซเชียลมเี ดยี การกรอกขอ้ มูลสว่ นตัวตา่ ง ๆ กอ่ นการใช้งาน
การทาธุรกรรมออนไลน์อย่างปลอดภยั ใชง้ านบนอุปกรณ์ SMS ใชบ้ รกิ าร SMS สว่ นตวั แจง้ เตือน ตัง้ รหสั ผ่านให้ แจ้งเตอื นผ่านอเี มล มคี วามปลอดภยั ไม่ใช้งาน ออกจากระบบทกุ คร้งั ผ่าน WI-FI สาธารณะ หลงั ใชง้ าน จากัดวงเงนิ ในการทาธุรกรรม
การซ้อื สนิ คา้ ออนไลนอ์ ยา่ งปลอดภยั ไมใ่ ชง้ านผา่ น WI-FI อา่ นรวี วิ กอ่ นส่ังซื้อ สาธารณะ ตรวจสอบคุณสมบัติ ของสินค้า เลือกเว็บไซต์ที่ขึ้นตน้ ด้วย https:// สารวจราคาตลาดกอ่ น ตรวจสอบการจด เก็บหลักฐาน ทะเบียนรา้ นค้า การส่ังซอ้ื ไว้ ตรวจสอบประวัติ การฉ้อโกง
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งมีความรับผิดชอบ ความเปน็ สว่ นตวั ความถูกต้องแมน่ ยา ความเปน็ เจา้ ของ การเขา้ ถงึ ข้อมูล ไมค่ ดั ลอก อา่ นรีวิวก่อนสัง่ ซ้อื ผู้ใช้จะต้องตระหนกั ถงึ ความ การเผยแพรข่ อ้ มูลข่าวสาร ผู้ใช้จะตอ้ งไม่คดั ลอก ผูใ้ ช้จะตอ้ งไมพ่ ยายามเข้าถึง เป็นส่วนตวั ของเจ้าของข้อมลู จะตอ้ งตรวจสอบขอ้ มูลใหด้ ี ผลงานของผู้อนื่ ข้อมูลของผู้อื่น โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต
กฎหมายคอมพิวเตอร์ ในประเทศไทยมีกฎหมายทเี่ กี่ยวข้องกบั การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทคอยูห่ ลายฉบบั แต่ฉบับทีส่ าคญั ที่สุด คือ พระราชบญั ญัติวา่ ดว้ ยการทาความผดิ เกยี่ วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พระราชบญั ญตั วิ า่ ดว้ ยการทาความผดิ เกย่ี วกับคอมพวิ เตอร์ (ฉบบั ท่ี2) พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นพระราชบัญญตั ทิ ี่ตั้งขึ้นมาเพอ่ื ปอ้ งกัน ควบคมุ การกระทาความผิด ทีเ่ กดิ ขึน้ จากการใช้คอมพวิ เตอร์ มีบทลงโทษ ตามท่พี ระราชบัญญัตกิ าหนดไว้
ลขิ สทิ ธิ์ ลขิ สทิ ธิ์เป็นผลงานท่เี กดิ จากความรู้ ความสามารถ และความอตุ สาหะพยายามในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยผ้ทู ี่สรา้ งผลงานชิ้นน้นั สามารถกระทาการใด ๆ เกี่ยวกับผลงานทส่ี ร้างข้นึ ได้แตเ่ พียงผู้เดียว การคมุ้ ครองลิขสทิ ธ์ิเกดิ ขนึ้ ทันทีนบั ต้ังแตส่ ร้างสรรคผ์ ลงาน และจะค้มุ ครองต่อหลงั จากผู้สรา้ งสรรค์ผลงานเสยี ชีวติ ลงอกี 50 ปี
ลิขสทิ ธิ์ พระราชบญั ญัตลิ ิขสทิ ธิ์ พ.ศ. 2537 ใหค้ วามคมุ้ ครองกบั ผลงาน 9 ประเภท ได้แก่ งานวรรณกรรม งานดนตรีกรรม งานภาพยนตร์ • หนังสือ • ทานอง • ภาพยนตร์ • จลุ สาร • ขบั ร้อง • ละคร • ส่ิงเขียน สงิ่ พมิ พ์ • เนื้อเพลง • เสยี งประกอบอยูใ่ น • หนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ • ดนตรีทานองเพลง ภาพยนตรแ์ ละละคร งานนาฏกรรม งานสิ่งบนั ทกึ เสยี ง งานแพร่เสยี งแพรภ่ าพ • การเตน้ • เสียงดนตรี • ฟอ้ นรา • เสยี งการแสดง • รายการวิทยุ • เสยี งท่ีบนั ทึก • มิวสิกวดิ ีโอเพลง การแสดงต่าง ๆ • การเผยแพร่เสียง งานโสตทัศนวัสดุ งานศลิ ปกรรม ทางโทรทัศน์ • วีซีดี • ภาพถ่าย • ดวี ีดี งานอนื่ ใดในแผนกวรรณคดี • ประตมิ ากรรม • จติ กรรม แผนกศิลปะ และแผนกวทิ ยาศาสตร์ • ภาพพิมพ์
ลขิ สิทธ์ิ ขอ้ ยกเว้นที่คนทวั่ ไปมีสิทธ์ิที่จะใช้งานทม่ี ลี ขิ สิทธ์ิ โดยไมต่ ้องไดร้ ับความยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์ มีหลกั เกณฑด์ งั น้ี การกระทาเพือ่ ใชใ้ นการศกึ ษาหรือ การกระทาตอ้ งไม่ใช่ การกระทาต้องไมข่ ดั การวจิ ัยเท่าน้นั เพื่อหาผลกาไร ต่อผลประโยชน์เจ้าของลขิ สิทธิ์ และไมก่ ระทบตอ่ สทิ ธ์ิอันชอบ ด้วยกฎหมายของเจา้ ของลขิ สิทธิ์
การใชง้ านสารสนเทศให้ปลอดภัย • ผู้ใช้จะต้องระมดั ระวงั ในการบันทึกขอ้ มลู ส่วนตัวทางออนไลน์ • กอ่ นเผยแพร่ข้อมูลตอ้ งตรวจสอบข้อมลู เสมอ • ไมค่ ัดลอกหรอื นาข้อมลู ของผอู้ ่ืนไปใช้โดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต และหากนาไปใชต้ ้องใสแ่ หลง่ ท่มี าทกุ คร้งั • หากผใู้ ช้เทคโนโลยีในทางทไี่ ม่ดีจะตอ้ งไดร้ ับโทษตาม พ.ร.บ. คอมพวิ เตอร์
4หน่วยการเรียนรทู้ ี่ แอปพลเิ คชัน ตวั ช้ีวัด • พัฒนำแอปพลเิ คชนั ท่มี ีกำรบรู ณำกำรกับวชิ ำอ่นื อยำ่ งสรำ้ งสรรค์
Search