Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ฝาผนัง

ฝาผนัง

Published by husoclibrary.lpru, 2023-08-11 08:15:28

Description: ฝาผนัง

Search

Read the Text Version

รา ยงานการวิจัย ก า ร สำ ร ว จ ปั จ จั ย ชุ ม ช น เ พื่ อ ก า ร อ นุ รั ก ษ น์ แ ล ะ พั ฒ น า เ มื อ ง เ ก่ า ลำ ป า ง เ ข ล า ง ค์ น ค ร ยุคที่ 1 ชุมชนช่างแต้ม ชุมชนบ้านใหม่ประตูม้า แ ล ะ ชุ ม ช น พ ร ะ แ ก้ ว หั ว ข่ ว ง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ศิริลักษณ์ ศรีทองสุข และคณะ การวิจัยภาคสนามรายวิชาการพัฒนาชุมชนรุ่นที่ 21 ม นุ ษ ย ศ า ส ต ร์ แ ล ะ สั ง ค ม ศ า ส ต ร์ ม ห า วิ ย า ลั ย ร า ช ภั ฏ ลำ ป า ง ปีการศึกษา 2550 F . ห้ อ ง ส มุ ด ค ณ ะ ม นุ ษ ย ศ า ส ต ร์ แ ล ะ สั ง ค ม ศ า ส ต ร์ โทร.081-950-2340 [email protected]

การวิจัยเรื่อง การวิจัยสำรวจปัจจัยชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า ลำปางเขลางค์นคร ชุมชน ผู้วิจัย ช่างแต้ม ชุมชนบ้านใหม่ประตูม้าและชุมชนพระแก้วหัวข่วง นางศิริลักษณ์ ศรีทองสุข 49233070121 โปรแกรมวิชา นางอนงค์ แกล้วทนงค์ 49233070125 อาจารย์ที่ปรึกษา นายประเวช ช้อนสุข 49233070110 ปีการศึกษา นายรุจนศักดิ์ จินะ 49233070119 การพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนากร สังเขป 2549 ก.ศ.บ.ป ลาปาง รุ่นที่21 บทคัดย่อ ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความเข้าใจความรู้และความตระหนักของประชาชนต่อ คุณค่าของเมืองเก่าและเพื่อสำรวจความคิดเห็นความต้องการของภาคประชาสังคมต่อ การอนุรักษ์และ พัฒนาเมืองเก่า ระยะเวลาในการทำวิจัยครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2550 - เดือนธันวาคม 2551 รวมระยะเวลา 14 เดือน โดยใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน โดย การร่วม จัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า การสอบถามกับผู้รู้ในชุมชน เมืองเก่าและการ ใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้นเพื่อสำรวจความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก ต่อคุณค่าเมืองเก่าและการ แสดงความคิดเห็นต่อการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า ผลการวิจัย พบว่าชุมชนช่างแต้ม ชุมชนบ้านใหม่ประตูม้า และชุมชนพระแก้วหัวข่วงเป็น เมือง โบราณในอดีต เนื่องจากโดยรอบทั่วไปจะมีกำแพงเมืองและคูเมือง ประตูเมืองเก่า เหลือเป็นหลักฐานอยู่ แต่ชาวบ้านในชุมชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องโบราณสถานโบราณวัตถุ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ชุมชนที่อยู่รอบๆ บริเวณสถานที่เมืองเก่า ว่ามีประโยชน์อย่างไร? และต้องอนุรักษ์พัฒนาอะไร บ้าง? จะมีผลต่อชุมชนที่เขาอยู่อาศัยอย่างไร? และเมื่อทางราชการได้พัฒนาเป็นรูปแบบที่ดีแล้วจะมีผลดี หรือผลเสียกับชุมชนอย่างไรบ้าง? ประชากรในชุมชนคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของรัฐไม่เกี่ยวกับตนเอง จึง ทำให้ประชากรในชุมชนไม่ได้สนใจในเรื่องของการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า

สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ สรุป การวิจัยสำรวจปัจจัยชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าลำปางเขลางค์นครมี วัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความเข้าใจ ความรู้และความตระหนักของประชาชนต่อคุณค่าของเมืองเก่า และ เพื่อสำรวจความคิดเห็น ความต้องการของภาคประชาสังคมต่อการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่ามี ขอบเขต ของการวิจัยดังต่อไปนี้ 1. ขอบเขตของพื้นที่ การวิจัยได้กำหนดพื้นที่ที่จะศึกษาครั้งนี้ เป็นพื้นที่ชุมชนเมืองเก่าใน เขตเมืองเขลางค์นคร ได้แก่ ชุมชนช่างแต้ม ชุมชนบ้านใหม่ประตูม้าและชุมชนพระแก้วหัวข่วง 2. ขอบเขตของเนื้อหา การวิจัยครั้งนี้มุ่งประเด็นในการสำรวจปัจจัยชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ และพัฒนาเมืองเก่าลำปางเขลางค์นคร โดยมีขอบเขตในระดับชุมชนกระบวนการวิจัยเน้นในเรื่อง ความ เข้าใจ ความรู้และความตระหนักของประชาชนต่อคุณค่าของเมืองเก่า และสำรวจความคิดเห็น ความ ต้องการของภาคประชาสังคมต่อการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า 3. ระยะเวลาในการทำวิจัย เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2550 - เดือนธันวาคม 2551 รวม ระยะเวลา 14 เดือน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Random Sampling) ได้แก่ ประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณเมืองเก่าทั้ง 3 ชุมชน และบริเวณใกล้เคียง ภาคประชาสังคม (องค์กร ชมรม วัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)ที่อยู่ในเขตเทศบาลนครลำปางและเทศบาลเมืองเข ลางค์นคร กรอก ข้อมูลแบบสอบถามจำนวนชุมชนละ 150 ชุด รวมจำนวนแบบสอบถามทั้งหมด 600 ชุด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม โดยแบ่งแบบสอบถาม เป็นตอน รวม ทั้งหมด 3 ตอน ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ตอนที่ 2 ความเข้าใจ ความรู้ การมองเห็นคุณค่าความคิดเห็นและความ ต้องการของชุมชน ตอนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยได้ดำเนินการแจกแบบสอบถามทั้งหมด 600 ชุดและเป็น แบบสอบถามที่ได้ รับคืนมา 582 ชุด คิดเป็น 97% ของแบบสอบถามทั้งหมด

การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลที่เก็บได้จากแบบสอบถามจะถูกนำมาตรวจสอบความถูกต้อง และความสมบูรณ์ทุกชุด จากนั้นจึงนำแบบสอบถามมาลงรหัส (Coding) แล้วประมวลผล สถิติที่ใช้ในการ วิจัย 1.ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์ด้วยการหาค่าร้อยละ 2. ความรู้ ความเข้าใจ การเห็น คุณค่าในการอนุรักษ์พัฒนาเมืองเก่า วิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลี่ยและ หาความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่าโบราณสถานและโบราณวัตถุ ไม่ใช่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นได้เอง แต่ เป็นทรัพยากรวัฒนธรรมประเภทหนึ่งที่มนุษย์ใช้สติปัญญาและความรู้ความสามารถสร้างขึ้น ใหม่ทั้งหมด หรือดัดแปลงจากทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ต่อตน และสังคมในสมัยนั้น ๆ สถานที่และสิ่งของ เหล่านั้น เมื่อตกทอดเป็นมรดกมาถึงคนรุ่นเราก็กลายเป็นโบราณสถานและ โบราณวัตถุ เช่นเดียวกับอาคาร และวัตถุที่เราสร้างขึ้นสมัยนี้ ก็จะเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุ ของคนในอนาคต บต่อไป ชุมชนช่างแต้ม ชุมชนบ้านใหม่ประตูม้า และชุมชนพระแก้วหัวข่วงเป็นชุมชนที่มี ประวัติศาสตร์ยาวนานมีศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยวและมีความเก่าแก่ของมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นเมือง โบราณในอดีต เนื่องจากโดยรอบทั่วไปจะมีกำแพงเมือง คูเมืองและประตูเมืองเก่าเหลือ เป็นหลักฐานอยู่ และจากสภาพปัจจุบันปัญหาที่มองเห็นได้ชัดเจน คือ 1.ชุมชนขาดการดูแล 2. ถูก บุกรุกสถานที่ 3. คูเมือง ตื้นเขิน 4. สภาพของกำแพงเมือง(ดินพังทลาย) 5. ขาดความร่วมมือ 6. ปัญหาด้านสาธารณูปโภค (น้ำ ประปาไม่ทั่วถึง) 7. ความขัดแย้งในชุมชน 8. การประชาคมไม่ ต่อเนื่อง 9. สิ่งแวดล้อมไม่ดี เช่น สารพิษจาก โรงงานเซรามิค โรงงาน ไก่และขยะมูลฝอย 10. ขาด งบประมาณ ความรู้ความเข้าใจของชุมชนเป็นอย่างไร? ก่อนเข้าร่วมกระบวนการวิจัยพบว่าประชากรในชุมชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักต่อคุณค่าของเมืองเก่า วิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลี่ยและหาค่าความเบี่ยงเบน มาตรฐาน ในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.257 โดยเรียงระดับความคิดเห็นในประเด็นต่างๆจากมาก ที่สุดไปหาน้อย ที่สุดได้ดังต่อไปนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดในข้อ 1. เมือง เก่ามีคุณค่าทาง ประวัติศาสตร์ของชุมชน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,778 รองลงมาคือข้อ20. หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาล กรมศิลปากร กรมธนารักษ์ เป็นผู้ดำเนินการชุมชนเป็นผู้ให้ความร่วมมือ มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.689 รองลงมา คือข้อ15. ท่านต้องการให้คงสภาพวิถีชีวิตชุมชนแบบเดิมมากน้อย เพียงใด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.467 รองลง มาคือข้อ11. ท่านต้องการให้มีการเรียนการสอน เรื่องการ อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าลำปางในสถาบันการ ศึกษาทุกระดับ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,444 รองลงมาคือ 17. ท่านต้องการให้มีการจัดทำแหล่งเรียนรู้ เช่น พิพิธภัณฑ์หอศิลป์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,444

รองลงมาคือข้อ 13. ท่านคิดว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะมีการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.378 รองลงมาคือข้อ18. ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการตามแผนแม่บทโดยการสนับสนุน ของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาล กรมศิลปากร ฯลฯ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.378 รองลงมาคือข้อ 16. ท่านต้องการให้มีการ จัดทำแผนแม่บท การอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.333 รองลงมาคือข้อ8. ท่านคิดว่าสภาพ เมืองเก่าในปัจจุบันมีความเสื่อมโทรมเสียหายมากน้อยเพียงใด มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.311 รองลงมาคือข้อ4 เมือง เก่าทำให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของมีความภาคภูมิใจ มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.267 รองลงมาคือข้อ5. แผนแม่บทใน การอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่ามีความสำคัญ มากน้อยเพียงใด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,222 รองลงมาคือข้อ10, ท่านต้องการศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับ เมืองเก่าลำปางเขลางค์นคร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.222 รองลงมาคือข้อ 2, เมืองเก่ามีคุณค่าต่อการพัฒนา เศรษฐกิจชุมชน เช่น การท่องเที่ยวการส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งด้านการผลิต และการบริการ มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.2 รองลงมาคือข้อ9. ท่านไม่ต้องการให้มีการบุกรุกและทำลายสถานที่เมือง เก่า มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.111 รองลงมาคือข้อ3. เมืองเก่ามีคุณค่าสร้างจิตสำนึกให้รักและผูกพันกับท้องถิ่น มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,044 รองลงมาคือข้อ14. ท่านต้องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.044 รองลงมาคือข้อ19. ท่านต้องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง เก่าในระดับใด มีค่า เฉลี่ยเท่ากับ 3 รองลงมาคือข้อ6. ท่านได้รับความรู้เกี่ยวกับเมืองเก่าจากสื่อต่างๆ และจากผู้รู้มากน้อยเพียงใด มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.733 รองลงมาคือข้อ7. ท่านได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับ เมืองเก่ามากน้อยเพียงใด มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 2.644 และข้อ12. ท่านคิดว่าการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง เก่าจะมีผลกระทบต่อท่านและวิถีชีวิตของ ท่านมากน้อยเพียงใด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.422 ตามลำดับ และหลังเข้าร่วมกระบวนการวิจัยพบว่าประชากรในชุมชนส่วนใหญ่เริ่ม มีความรู้ ความ เข้าใจและ ความตระหนักต่อคุณค่าของเมืองเก่า เมื่อนำมาวิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลี่ยและหาค่า ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.269 โดยเรียงระดับความคิดเห็นในประเด็น ต่างๆจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดได้ ดังต่อไปนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความคิดเห็นมากที่สุด ในข้อ9. ท่านไม่ต้องการให้มีการบุกรุกและทำลาย สถานที่เมืองเก่า มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.57% รองลงมา คือข้อ2. เมืองเก่ามีคุณค่าต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เช่น การท่องเที่ยวการส่งเสริมอาชีพ รวมทั้ง ด้านการผลิตและการบริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,556 รองลงมาคือ ข้อ8. ท่านคิดว่าสภาพเมืองเก่าใน ปัจจุบันมีความเสื่อมโทรมเสียหายมากน้อยเพียงใด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.511 รองลงมาคือข้อ11. ท่าน ต้องการให้มีการเรียนการสอนเรื่องการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าลำปางในสถาบัน การศึกษาทุก ระดับ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.511 รองลงมาคือข้อ10. ท่านต้องการศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับเมืองเก่า ลำปางเขลางค์นคร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,489 รองลงมาคือข้อ1. เมืองเก่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของ ชุมชน มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.489 รองลงมาคือข้อ3, เมืองเก่ามีคุณค่าสร้างจิตสำนึกให้รักและผูกพันกับ

ท้องถิ่น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.467 รองลงมาคือข้อ13. ท่านคิดว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะมี การอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,444 รองลงมาคือข้อ 18. ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ ตาม แผนแม่บท โดยการสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาล กรมศิลปากร ฯลฯ มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,422 รองลงมาคือข้อ20, หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาล กรมศิลปากร กรมธนา รักษ์ เป็นผู้ดำเนินการ ชุมชนเป็นผู้ให้ความร่วมมือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,422 รองลงมาคือข้อ 19. ท่าน ต้องการมีส่วนร่วมในการ อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าในระดับใด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.4 รองลงมาคือ ข้อ5. แผนแม่บทในการอนุรักษ์ และพัฒนาเมืองเก่ามีความสำคัญมากน้อยเพียงใด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.378 รองลงมาคือข้อ15. ท่านต้องการ ให้คงสภาพวิถีชีวิตชุมชนแบบเดิมมากน้อยเพียงใด มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.378 รองลงมาคือข้อ 16. ท่าน ต้องการให้มีการจัดทำแผนแม่บท การอนุรักษ์และพัฒนาเมือง เก่า มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.37% รองลงมาคือข้อ 14. ท่านต้องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนา เมืองเก่า มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.356 รองลงมาคือข้อง, เมืองเก่าทำให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของมีความ ภาคภูมิใจ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.333 รองลงมาคือข้อ17. ท่าน ต้องการให้มีการจัดทำแหล่งเรียนรู้ เช่น พิพิธภัณฑ์หอศิลป์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.333 รองลงมาคือข้อ7. ท่าน ได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองเก่า มากน้อยเพียงใด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3,222 รองลงมาคือข้อ 12. ท่านคิด ว่าการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง เก่าจะมีผลกระทบต่อท่านและวิถีชีวิตของท่านมากน้อยเพียงใด มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.2 และข้อ6. ท่าน ได้รับความรู้เกี่ยวกับเมืองเก่าจากสื่อต่างๆ และจากผู้รู้มากน้อยเพียงใด มีค่า เฉลี่ยเท่ากับ 3.156 คาม าดับ อภิปรายผลการวิจัย จากการศึกษาวิจัยพบว่าชุมชนช่างแต้ม ชุมชนบ้านใหม่ประตูม้า และชุมชนพระแก้วหัว ช่วงเป็น เมืองโบราณในอดีต เนื่องจากโดยรอบทั่วไปจะมีกำแพงเมืองและคูเมือง ประตูเมืองเก่า เหลือเป็นหลักฐาน อยู่ แต่ชาวบ้านในชุมชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องโบราณสถาน โบราณวัตถุ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ให้ ความรู้ ความเข้าใจแก่ชุมชนที่อยู่รอบๆบริเวณสถานที่เมืองเก่า ว่ามีประโยชน์อย่างไร? และต้องอนุรักษ์ พัฒนาอะไรบ้าง? จะมีผลต่อชุมชนที่เขาอยู่อาศัยอย่างไร? และเมื่อทางราชการได้พัฒนาเป็นรูปแบบที่ดีแล้ว จะมีผลดีหรือผลเสียกับชุมชนอย่างไรบ้าง? ประชากรในชุมชนคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของรัฐไม่เกี่ยวกับ ตนเอง จึงทำให้ประชากรในชุมชนรู้ เรื่องการอนุรักษ์พัฒนาน้อยมาก และการดูแลรักษาเมืองเก่าโบราณ สถาน โบราณวัตถุและ สภาพแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องการความร่วมมือจากบุคคลทุกฝ่าย บุคคลกลุ่ม แรกได้แก่ ผู้ที่มี ความรู้ด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีและศิลปกรรม กลุ่มที่สองได้แก่ ผู้ที่มีความรู้ด้านรูปแบบ อาคาร ประวัติศาสตร์ ศิลปะ กลุ่มที่สามได้แก่ ผู้ที่กำหนดนโยบายและมาตรการในการอนุรักษ์เมืองเก่า

โบราณสถานและสภาพแวดล้อม กลุ่มที่สี่ได้แก่ผู้ดำเนินการอนุรักษ์ที่มีความรู้และความสามารถ ทางด้าน ช่างก่อสร้างโยธา สถาปนิกและวิศวกร ที่เข้าใจการอนุรักษ์และกลุ่มสุดท้ายได้แก่ ประชาชนในชุมชนและ กลุ่มผู้มีความรู้ด้านการจัดการเพื่อนำนโยบายไปสู่การได้รับประโยชน์ โดยไม่ทำลายทั้งโบราณสถานโบราณ วัตถุและสภาพแวดล้อม เทศบาลนำไปใช้อย่างไร? 1. จัดตั้งโครงการพัฒนาการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า 2. กําหนดกรอบการพัฒนา 3. เป็นแนวทางในการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจ 4. หาศักยภาพของหน่วยงานในการพัฒนา 5. การกำาหนดนโยบายในแผนแม่บท 6. ตั้งข้อบังคับกฎหมาย สถานบันการศึกษาเอาไปใช้อย่างไร? 1. บรรจุไว้ในการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาทุกระดับ 2. จัดตั้งโครงการพัฒนาการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า 3. าหนดกรอบการเรียนการสอนในการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานโบราณวัตถุ 4. ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจ 5.หาศักยภาพในการพัฒนาในสถาบันการศึกษา 6. ปลูกสร้างจิตสำนึกให้นักเรียน-นักศึกษา รักและผูกพันกับท้องถิ่น ประชาชนเอาไปใช้อย่างไร? 1. ปลูกจิตสำนึกประชากรในชุมชนให้รักและผูกพันกับท้องถิ่น 2. หาศักยภาพและภูมิปัญญาในท้องถิ่นในการพัฒนาชุมชน 3. เป็นแนวทางในการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจในชุมชน 4. เป็นแนวทางในการจัดตั้งโครงการต่างๆในการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า 5. การปรับปรุงดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุในชุมชนที่ถูกต้อง 6. ใช้ในการดำรงชีวิตประจําวัน จากการวิจัยสำรวจปัจจัยชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าลำปางเขลางค์นครใน ส่วนของ เทศบาล สถาบันการศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถที่จะนำไปปรับใช้กับหน่วยงาน หรือชุมชนของตนเอง ได้ในด้านการนำศักยภาพและภูมิปัญญาที่มีอยู่ในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาไปสู่ อาชีพเสริมอื่นๆและเกิดรายได้เพิ่ม ขึ้น ชาวบ้านเกิดความสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกันและจะมี ส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่ชุมชนจัดขึ้นซึ่งจะ นำมาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป

ข้อเสนอแนะในการวิจัย ควรจัดตั้งคณะกรรมการโครงการร่วมจากหลายฝ่ายหลายด้าน(พหุภาคี) เช่น จากองค์ความรู้ ท้องถิ่น ภาครัฐบาลส่วนปกครองท้องถิ่น ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ประชาคมในท้องถิ่น สถาบันการ ศึกษา เพื่อให้มีการพิจารณาถึงความสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ ในชุมชนและขอให้ทุกๆฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องให้ความช่วยเหลือและ สนับสนุนในการอนุรักษ์และพัฒนา เมืองเก่าให้มากกว่านี้ มิฉะนั้นในอนาคตชุมชนจังหวัดลำปางจะ ไม่มีร่องรอยอารยธรรม และวิถีชีวิตดั้งเดิม ของคนในจังหวัดลำปางให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและ ค้นคว้าอีกต่อไป ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 1.ควรส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชน ให้มีความตระหนัก หวงแหนและรู้วิธีการมีส่วนร่วม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมในท้องถิ่นของคน 2.ควรสร้างเครือข่ายประสานงาน ระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ องค์กรและภาคเอกชนที่ เกี่ยวข้องกับการจัดการกิจกรรมต่างๆ กับสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม ทั้งในระดับนโยบายและระดับ ปฏิบัติ 3. ควรกำหนดนโยบายให้หน่วยงานในท้องถิ่นมีหน้าที่ดูแลพื้นที่ที่มีสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม 4. ควรเร่งรัดออกกฎระเบียบ มาตรการ ข้อบังคับต่างๆ ในการควบคุมการติดตั้งป้าย โฆษณา ที่มีความสูง หรือขนาดใหญ่ที่อยู่ในบริเวณสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมเพื่อป้องกันการบดบัง ทําลายภูมิทัศน์ 5. ควรส่งเสริมการจัดตั้งองค์กรท้องถิ่นเพื่อช่วยทางราชการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศิลปกรรม ให้ทั่วถึง อันจะเป็นการกระจายความรับผิดชอบในการดูแลทรัพยากรไปสู่ท้องถิ่น 6. ควรปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ให้สามารถนำรายได้ประมาณร้อยละ 5 สำหรับ บำรุงซ่อมแซม วัดอย่างถูกหลักวิชาการ เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณีของท้อง ถิ่น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook