Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงาน พระอัจฉริยภาพด้านศิลปวรรณกรรม pdf

รายงาน พระอัจฉริยภาพด้านศิลปวรรณกรรม pdf

Published by siraphope60, 2017-11-19 23:19:16

Description: รูปเล่มรายงาน

Search

Read the Text Version

พระอจั ฉริยภาพด้านศลิ ปวรรณกรรมThe Art and Literacy Genius of His Majesty the King สมาชกิ1. น.ส. สกาวรัตน์ สรุ ยิ า คณะแพทยศาสตร์ รหัสนสิ ติ 604610162. น.ส. สมติ า เหล่าจินดาพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ รหสั นสิ ติ 604610233. นาย สิรภพ เอบิ บุญญา คณะแพทยศาสตร์ รหสั นิสติ 604610304. นาย สริ วชิ ญ์ เอบิ บญุ ญา คณะแพทยศาสตร์ รหัสนสิ ติ 604610475. น.ส. สจุ ริ า อดุ มพรวัฒนะ คณะแพทยศาสตร์ รหสั นิสิต 604610546. น.ส. สชุ านนั ท์ ชาญวิกยก์ าร คณะแพทยศาสตร์ รหสั นิสิต 604610617. นาย สทุ ธภิ ัสส์ นพโชติภัทร์ คณะแพทยศาสตร์ รหสั นิสิต 604610788. น.ส. สธุ ารัตน์ อยูร่ อด คณะแพทยศาสตร์ รหสั นสิ ติ 604610859. นาย สปุ รีชา แดงจ๋วิ คณะแพทยศาสตร์ รหสั นิสิต 6046109210. นาย สภุ พงศ์ ประไพเพชร คณะแพทยศาสตร์ รหสั นสิ ิต 60461108 เสนอ รศ.ดร.สชุ าติ แย้มเม่นรายงานนเี้ ปน็ ส่วนหนงึ่ ของวชิ า สารสนเทศศาสตรเ์ พ่ือการศกึ ษาคน้ ควา้ รหสั วชิ า 001221 ภาคการเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2560 มหาวิทยาลัยนเรศวร

กชอื่ เรอ่ื ง พระอัจฉริยภาพด้านศิลปวรรณกรรมผู้วจิ ยั นางสาวสกาวรัตน์ สรุ ยิ า นางสาวสมิตา เหลา่ จนิ ดาพนั ธ์ทีป่ รกึ ษา นายสริ ภพ เอิบบุญญาสาขาวิชา นายสริ วชิ ญ์ เอบิ บุญญาภาควิชา นางสาวสุจริ า อดุ มพรวัฒนะปีการศึกษา นางสาวสุชานันท์ ชาญวกิ ย์การ นายสุทธิภัสส์ นพโชตภิ ทั ร์ นางสาวสุธารตั น์ อยู่รอด นายสปุ รีชา แดงจิว๋ นายสภุ พงศ์ ประไพเพชร นายสมทั รชา เนยี มเรือง แพทยศาสตร์ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2560 บทคดั ยอ่ วิทยานิพนธ์นี้ ไดท้ าการศึกษา และนาเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับพระอัจฉรยิ ภาพทางดา้ นศิลปะวรรณกรรมของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช พระมหากษตั ริย์ไทยรัชกาลที่ 9 ไม่วา่ จะเป็นเรื่องของ จิตรกรรม ประตมิ ากรรม ภาษา วรรณกรรม ดรุ ยิ างคศลิ ป์ ดนตรี หัตถศลิ ป์ และการถ่ายภาพ เนื่องจากทางผู้จัดทาเล็งเห็นว่าพระอจั ฉรยิ ภาพดา้ นศลิ ปะวรรณกรรมของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชเป็นที่ประจกั ษ์แกป่ ระชาชนในทุกด้าน แสดงใหเ้ ห็นถงึ การศกึ ษา และการเรยี นรู้ เป็นแบบอยา่ งที่ดีใหแ้ ก่เยาวชน และประชาชน และนอกจากน้พี ระอจั ฉริยภาพของพระองคเ์ ปน็ เรื่องท่มี ีความน่าสนใจและบคุ คลทุกเพศ ทุกวยั สามารถเข้าถงึ ได้ จงึ เปน็การดอี ยา่ งย่ิงทีจ่ ะจัดทาวทิ ยานพิ นธน์ ีข้ ้ึนมาเพือ่ ให้ความรเู้ ก่ียวกับ พระอจั ฉริยภาพด้านศิลปะวรรณกรรม เช่น จติ รกรรม ประตมิ ากรรม ภาษา วรรณกรรม ดุริยางคศิลป์ ดนตรี หัตถศลิ ป์ และการถา่ ยภาพ แก่บุคคล ประชานเท่าไป เพื่อใช้สาหรบั การศึกษาคน้ ควา้ ใชเ้ ปน็ ความรู้ เป็นแบบอยา่ งในการดาเนนิ ชวี ติ ตอ่ ไป

ขAbstract This thesis studies and presents the content about the genius of Arts andLiterature of King Bhumibol Adulyadej, King Rama IX. It is the matter of spirituality,sculpture, language, literature, music, craftsmanship and photography. Moreover, itshows that King Rama IX is a prototype and shows his genius about education andlearning to the people. His genius is interesting and accessible to all people of allages. So, it is the best way to prepare this thesis to use for studying and be the rolemodel in the way of life.

คกิตติกรรมประกาศ รายงานเล่มนีไ้ ม่สามารถสาเร็จลลุ ่วงไปไดด้ ้วยดไี ด้ หากปราศจากความชว่ ยเหลือจากอาจารย์ประจาวชิ า รศ.ดร.สุชาติ แยม้ เมน่ และอาจารย์สมัทรชา เนียมเรอื ง ที่ไดใ้ ห้ความรู้ท้งั ในดา้ นการเรยี นการสอน และการแนะแนวทางในการปฏิบัติตา่ ง ๆ นอกจากนี้ ยังขอขอบคุณแหลง่ การเรยี นรู้ต่าง ๆ ทีไ่ ด้นามาประกอบเนอ้ื หาในรายงานฉบับน้ี เช่น สอื่ อนิ เตอร์เนต็ หนงั สือและวารสารตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ คณะผ้จู ดั ทา

ง สารบญั หน้าบทคัดย่อภาษาไทย................................................................................................................ ...............กบทคัดย่อภาษาองั กฤษ..........................................................................................................................ขกิตตกิ รรมประกาศ................................................................................................................................คสารบัญ................................................................................................................. .................................งสารบญั ตาราง.......................................................................................................................................จสารบัญรูป................................................................................................................. ............................ชบทที่ 1 บทนา 1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ของโครงงาน.......................................................................1 1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงงาน................................................................................................1 1.3 ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ...............................................................................................1 1.4 ขอบเขตการทาโครงงาน..................................................................................................1 1.5 ข้ันตอนการดาเนนิ งาน.....................................................................................................2 1.6 แผนการดาเนนิ งาน..........................................................................................................2บทท่ี 2 หลักการและทฤษฎีเบ้อื งต้น 2.1 การสืบคน้ สารสนเทศ.......................................................................................................3 2.2 วิธีการสบื ค้นขอ้ มลู ทางอินเทอรเ์ น็ต.................................................................................3บทท่ี 3 วิธกี ารดาเนนิ งาน 3.1 วิธีทีใ่ ชใ้ นการสืบค้นข้อมูล................................................................................................5 3.2 ลักษณะของข้อมูล การเลือกข้อมลู และเหตุผลในการเลือก.............................................5 3.3 ขั้นตอนในการรวบรวมข้อมลู ...........................................................................................5 3.4 วธิ กี ารวเิ คราะหข์ ้อมลู ......................................................................................................5บทที่ 4 วเิ คราะห์ขอ้ มูลพระอจั ฉริยภาพด้านศลิ ปะวรรณกรรม……………………………………………………………………………………..6 4.1 ด้านจติ รกรรม..................................................................................................................7 4.2 ดา้ นประติมากรรม.........................................................................................................10 4.3 ด้านภาษาและวรรณกรรม.............................................................................................12 4.4 ด้านดุริยางคศิลป์และดนตรี...........................................................................................19

จ สารบญั หน้า 4.5 ด้านหัตถศิลป์................................................................................................................35 4.6 ดา้ นการถา่ ยภาพ...........................................................................................................37บทที่ 5 อภิปรายผล……………………………………………………………………………………………………………..42สรุปผลการศึกษา…………………………………………………………………………………………………………………42เอกสารอ้างองิ ……………………………………………………………………………………………………………………..43ประวัติผดู้ าเนินงาน………………………………………………………………………………………………………………45

ฉ สารบญั ตารางตารางท่ี หน้า1 แสดงตวั อยา่ งบทเพลงพระราชนพิ นธ์…………………………………………………………………………………34 สารบัญรปูรปู ที่ หนา้1 ภาพพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั และภาพเขยี นฝพี ระหัตถ์………………………………………………..82 ภาพสมเด็จพระบรมราชชนก…………………………………………………………………………………………..93 ภาพพระสาทิสลักษณ์ของสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ีนาถ……………………………………..104 ภาพนายไพฑรู ย์ เมอื งสมบูรณ์………………………………………………………………………………………..105 พระพุทธรปู ปางประทานพร ภ.ป.ร.…………………………………………………………………………………116 พระสมเด็จจติ รลดา……………………………………………………………………………………………………….117 ส.ค.ส. พระราชทาน………………………………………………………………………………………………………148 ภาพพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวกับพระราชนพิ นธ์…………………………………………………………179 พระราชนพิ นธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว………………………………………………………………1710 ภาพพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวทรงดนตรรี ่วมกับนักดนตรี…………………………………………....2011 ภาพสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวทรงตอ่ เรือใบ…………………………………………………………………………...3612 ภาพสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวทรงเรอื ใบ…………………………………………………………………………........3613 ภาพพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวทรงฉายพระรูปสมเดจ็ พระบรมราชินีนาถสมเดจ็ พระเจ้าลูกยาเธอ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ………………………………………………………………………...4114 ภาพเพือ่ นาไปแก้ปัญหาใหก้ ับประชาชน…………………………………..............................................41

1บทท่ี 1บทนา1.1 ความเปน็ มาและความสาคัญของโครงงาน ทางคณะผจู้ ดั ทาไดเ้ ลือกหวั ข้อการทาวิทยานิพนธเ์ ร่ือง พระอจั ฉรยิ ภาพดา้ นศลิ ปะวรรณกรรม เช่น จติ กรรม ประตมิ ากรรม ภาษา วรรณกรรม ดุริยางคศิลป์ ดนตรี หตั ถศิลป์ และการถ่ายภาพ เน่ืองจากทางผ้จู ัดทาเล็งเห็นว่าเป็นเรื่องที่มคี วามน่าสนใจและบคุ คลทุกเพศ ทุกวยั สามารถเข้าถงึ ได้ นอกจากน้นั แลว้ ยังเปน็ การเทิดพระเกยี รติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดชอีกดว้ ย1.2 วัตถปุ ระสงคข์ องโครงงาน เพ่ือให้ความรูเ้ กีย่ วกบั พระอัจฉรยิ ภาพด้านศิลปะวรรณกรรม เชน่ จติ กรรม ประติมากรรมภาษา วรรณกรรม ดุรยิ างคศิลป์ ดนตรี หัตถศิลป์ และการถ่ายภาพ1.3 ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ บั1. เพอ่ื ใหน้ ิสิตไดฝ้ ึกการทางานร่วมอย่างเปน็ ระบบและมีแบบแผน2. ไดท้ ราบถงึ พระอจั ฉริยภาพทางด้านศิลปะ ของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดชรัชกาลท9่ี3. ไดเ้ ผยแพรป่ ระวตั ิและพระอัจฉรยิ ภาพทางด้านศลิ ปะ ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9ให้แก่นิสติ บุคลากร หรือประชาชน ออกไปในวงกว้าง4. ไดน้ าความรูท้ ี่ได้จากการศึกษา ไปปรบั ใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อย่างเหมาะสม1.4 ขอบเขตการศกึ ษา1. การศึกษาครง้ั นี้ ศึกษาเฉพาะเร่ืองด้านศลิ ปะวรรณกรรมของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช เช่น พระราชนพิ นธ์ พระปรีชาดา้ นดนตรี2. การศึกษาครง้ั น้ี ได้ศึกษาหัวขอ้ จติ รกรรม, ประติมากรรม, ภาษาและวรรณกรรม, ดรุ ยิ างคศลิ ป์และดนตรี หัตศลิ ป์ และการถ่ายภาพ

21.5 ขัน้ ตอนการดาเนนิ งาน 1. ได้รับหวั ข้อทีจ่ ะต้องศึกษา 2. ศึกษาและค้นคว้าข้อมลู เกีย่ วกับหัวข้อที่ไดร้ ับจากแหล่งข้อมลู ทางอินเทอรเ์ น็ต ว่ามีเนือ้ หา มากน้อยเพยี งใดและตอ้ งศกึ ษาคน้ คว้าเพ่ิมเตมิ เพยี งใดจากการยมื หนงั สอื ทหี่ ้องสมุด 3. เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลทง้ั หมดและนามาวิเคราะห์ สังเคราะห์ จนได้เนื้อหาของรายงานที่สมบูรณ์ 4. นาเสนอความกา้ วหน้าของรายงานและโครงเร่ืองต่ออาจารย์ประจาวชิ า ซึ่งอาจารย์ได้ให้ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกบั การจดั ทาเน้อื หาและการนาเสนอทน่ี า่ สนใจ เหมาะสมกบั หัวข้อ ทไี่ ดร้ ับมา 5. จดั ทาส่อื การนาเสนอในรปู แบบ Power Point โดยมกี ารใช้ Infographic เพื่อให้มเี นื้อความ กระชบั เข้าใจงา่ ยและนา่ สนใจ 6. จดั ทารูปเลม่ รายงาน 7. จัดทาสอื่ วดิ ีโอทจี่ ะใชใ้ นการนาเสนอ 8. นาเสนอโครงงานต่ออาจารย์1.6 แผนการดาเนินงาน ระยะเวลาในการดาเนนิ งาน/สัปดาห์ที่ ขน้ั ตอนการดาเนินงาน กนั ยายน ตุลาคม พฤศจิกายนได้รบั หัวขอ้ ท่จี ะศึกษา 3412341234ศึกษาและคน้ คว้าข้อมูลเก็บรวบรวมข้อมลูนาเสนอความกา้ วหนา้ ของรายงานและโครงเร่อื งจัดทาส่อื การนาเสนอในรูปแบบPower Pointจัดทารปู เล่มรายงานจดั ทาส่ือวดิ ีโอท่ีจะใชใ้ นการนาเสนอนาเสนอโครงงาน

3 บทท่ี 2หลกั การและทฤษฎี2.1 การสืบคน้ ข้อมลู สารสนเทศความหมายการสบื คน้ ข้อมูลสารสนเทศ การสบื คน้ สารสนเทศ (Information retrieval) คอื กระบวนการคน้ หาสารสนเทศทต่ี ้องการ โดยใชเ้ ครอื่ งมือสืบคน้ สารสนเทศทีส่ ถาบันบริการสารสนเทศจัดเตรียมไวใ้ ห้ การสบื คน้ สารสนเทศ แบง่ ออกเป็น 2 วธิ ี คือ 1. การสืบค้นสารสนเทศดว้ ยระบบมือ (Manual system) 2. การสบื คน้ สารสนเทศดว้ ยระบบคอมพวิ เตอร์ (Computer system) การสืบคน้ สารสนเทศดว้ ยระบบมือ สามารถกระทาได้โดยผ่านเครือ่ งมือหลายประเภท เช่นบตั รรายการ บัตรดรรชนี วารสาร บรรณานกุ รม เป็นตน้ ในทนี่ ้จี ะกล่าวถึงเฉพาะบัตรรายการและบตั รดรรชนีวารสารเทา่ นน้ั การสบื คน้ สารสนเทศด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ สามารถกระทาไดโ้ ดยผา่ นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมลู ต่าง ๆ ไดแ้ ก่ 1.ฐานข้อมูลโอแพ็ก 2.ฐานข้อมูลซีดีรอม 3.ฐานข้อมูลออนไลน์ 4.ฐานขอ้ มลู บนอินเทอรเ์ น็ต2.2 วิธกี ารสืบคน้ ขอ้ มลู ทางอินเทอรเ์ น็ตการสืบคน้ ข้อมลู ทางอินเทอรเ์ นต็ ดว้ ยการใช้ Search EngineSearch Engine จะมีหนา้ ทรี่ วบรวมรายช่ือเว็บไซต์ตา่ ง ๆ เอาไว้ โดยจดั แยกเปน็ หมวดหมู่ ผู้ใชง้ านเพยี งแต่ทราบหัวขอ้ ทต่ี อ้ งการค้นหาแลว้ ปอ้ น คาหรือข้อความของหัวข้อน้นั ๆ ลงไปในช่องท่ีกาหนดคลกิ ปุ่มคน้ หา เทา่ นน้ั ข้อมูลอย่างย่อ ๆ และรายช่อื เวบ็ ไซต์ที่เกยี่ วข้องจะปรากฏใหเ้ ราเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ทนั ทีSearch Engine แต่ละแห่งมีวธิ กี ารและการจดั เกบ็ ฐานข้อมลู ทีแ่ ตกต่างกันไปตามประเภทของSearch Engine ท่ีแตล่ ะเว็บไซต์นามาใช้เกบ็ รวบรวมข้อมลู ดงั นั้นการทจ่ี ะเข้าไปหาข้อโดยวธิ ีการ

4Search นน้ั อย่างนอ้ ยเราจะตอ้ งทราบว่า เว็บไซต์ทจ่ี ะเขา้ ไปใช้บริการ ใช้วธิ กี ารหรือ ประเภทของSearch Engine อะไร เนื่องจากแต่ละประเภทมีความละเอียดในการจัดเกบ็ ข้อมูลตา่ งกนั ไปตัวอยา่ งเวบ็ ไซต์ท่ใี ห้บรกิ าร Search Engine - http://www.google.co.th - http://www.yahoo.com - http://www.geocities.com ซงึ่ มีจานวนเว็บมากมาย ให้คน้ หาข้อมลู เอง - http://www.siamguru.com เป็นเวบ็ ของคนไทย - http://www.sanook.com เปน็ เว็บของคนไทย

5 บทที่ 3วธิ กี ารดาเนนิ โครงงาน3.1 วิธที ี่ใชใ้ นการศกึ ษาค้นควา้ วิธีทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาคน้ ควา้ เพ่ือดาเนนิ โครงการ ใชว้ ิธกี ารวิจยั แบบเอกสาร3.2 ลกั ษณะของขอ้ มลู การเลอื กขอ้ มูลและเหตุผลในการเลอื ก ลกั ษณะของข้อมูลเป็นข้อมแบบทุตยิ ภูมิ เลือกข้อมลู จากความรเู้ ร่ืองของการวเิ คราะห์ความนา่ เชอื่ ถอื ของสาระสนเทศ โดยพิจารณาในประเดน็ ของความสอดคล้องกบั เนือ้ หาทีต่ อ้ งการ ความสะดวกต่อการใชง้ าน ความน่าเช่ือถือ และความทันสมัยของเน้ือหา กลุ่มของเรามวี ิธกี ารดาเนินงานเปน็ ไปตามข้นั ตอนอยา่ งมรี ะบบ เร่ิมจากการประชมุ วางแผนงานถงึ ขอบเขตของเน้ือหา การแบง่ หนา้ ทีข่ องสมาชิกตามความเหมาะสม การรวบรวมข้อมลู และคดั กรองข้อมลู ท่จี ะนามาใช้ เรยี บเรียงเนอ้ื หาของรูปเล่มรายงาน และการซ้อมนาเสนอก่อนวันจรงิ3.3 ข้ันตอนในการรวบรวมขอ้ มลู1. จัดบัตรบันทกึ ใหเ้ ป็นหมวดหมเู่ รียงลาดับหวั ขอ้ ตามท่ีกาหนดโครงเรือ่ ง2. วิเคราะหข์ ้อมูลท้งั ในด้านแนวคดิ และขอบเขต3. ผทู ารายงานตองศกึ ษาคนควาจนมคี วามเขาใจ แลวเรียบเรยี ตามความเขาใจของตนเอง4. การเรียบเรยี งตองเปนไปตามรูปแบบของงานเขียนวชิ าการ5. เนอื้ หาของรายงาน ถูกตองสมบรู ณ เนอ้ื ความเปนอันหนึ่งอันเดยี วกัน ไดสดั สวน ตามความสาคญัการใชภาษามีความชัดเจน และราบรืน่ สละสลวย3.4 วธิ ีการวเิ คราะหข์ อ้ มูล วิเคราะหข์ ้อมลู จากความรูเ้ รื่องของการวเิ คราะหค์ วามน่าเชื่อถือของสารสนเทศโดยพจิ ารณาในประเดน็ ของ ผู้แต่ง ความถูกตอ้ ง วตั ถปุ ระสงค์ ความทันสมัยและขอบเขตเน้อื หา มาใช้ในการเลือกข้อมลู มานาเสนอ

6 บทท่ี 4วิเคราะห์ขอ้ มลูพระอัจฉริยภาพดา้ นศิลปะวรรณกรรมของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวทรงได้รบั การทลู เกล้าทลู กระหม่อมถวายพระราชสมญั ญาวา่ “อคั รศลิ ปนิ ” เน่ืองจากทรงพระปรีชาสามารถในงานศิลปะหลายแขนง และทรงนาพระอัจฉริยภาพเหลา่ น้ีมาใชใ้ หเ้ ป็นประโยชนแ์ กป่ ระชาชนและประเทศตลอดมา ดว้ ยความสนพระราชหฤทยั ในการถา่ ยภาพ การทรงดนตรี และการวาดภาพ มาตง้ั แต่ครง้ั ยงั ทรงพระเยาว์ รวมทั้งพระปรชี าสามารถทางภาษาศาสตร์ท่ที รงศึกษามาอยา่ งตอ่ เน่ือง พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าหวั ทรงสรา้ งสรรค์ผลงานถ่ายภาพฝพี ระหตั ถ์ ผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมฝพี ระหตั ถ์ ผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมฝีพระหัตถ์ ผลงานเพลงพระราชนิพนธท์ ี่ทรงคณุ ค่าเปน็ ที่ยอมรับในนานาประเทศ ดว้ ยทรงสร้างศลิ ปกรรมทกุ แขนงเพือ่ พระราชทานเป็นของขวัญ ใหเ้ ป็นขวญั และกาลังใจแก่ประชาชน ในฐานะ “อัครศลิ ปนิ ” พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวทรงงานศลิ ปะอย่างมแี บบแผนและทรงพฒั นาข้นึตามลาดบั ทรงศึกษาคน้ ควา้ การฝึกฝนทักษะ การทดลองและแสวงหาแนวทางเฉพาะพระองค์เป็นผลงานฝพี ระหัตถ์และงานพระราชนิพนธม์ ีความโดดเดน่ เป็นพิเศษ ทรงพระราชนพิ นธ์บทเพลงไวถ้ ึง73 เพลง ทรงพระราชนิพนธแ์ ปลหนงั สือทม่ี ีสารประโยชน์ทค่ี นไทยรูจ้ ักกนั ทว่ั ไป 2 เรอ่ื งคือ “ตโิ ต”และ “นายอินทรผ์ ปู้ ดิ ทองหลังพระ” และทรงพระราชนิพนธข์ ึ้นจากนทิ านชาดกอีก 1 เรอื่ งคือ “พระมหาชนก” ด้านผลงานฝีพระหัตถท์ างทัศนศิลปน์ ้ันประกอบดว้ ยภาพจิตรกรรมฝพี ระหตั ถ์ 107 ภาพประตมิ ากรรมฝีพระหตั ถ์ 2 ชิน้ และภาพถ่ายฝพี ระหัตถ์อีกจานวนมากโดยเฉพาะภาพถ่ายฝพี ระหตั ถ์ทรงใช้เป็นข้อมลู และทรงใชป้ ระกอบพระราชอธิบายแนวพระราชดารทิ ีเ่ กยี่ วกบั โครงการพัฒนาและการแกป้ ัญหาตลอดมา นอกจากงานจติ รกรรมประติมากรรมและถ่ายภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ทรงพระปรชี าสามารถในงานทเ่ี กย่ี วข้องกบั ศลิ ปะคอื คือ การออกแบบ ทรงใชเ้ ครอื่ งคอมพิวเตอร์ออกแบบตวั อกั ษรภาษาไทยหลายแบบรวมท้ังอกั ษรเทวนาครี ออกแบบภาพประกอบในหนังสอื พระราชนพิ นธเ์ ร่ือง “พระมหาชนก”ในงานพระราชนพิ นธบ์ ทเพลง ทรงพระราชนิพนธ์ตามความเหมาะสมของการนาไปบรรเลง(เพลงประจามหาวิทยาลัยและเพลงมารช์ ของหนว่ ยทหารต่างๆ)หรือตามพระราชอธั ยาศัย(เพลงท่ัวไป)ในงานพระราชนพิ นธ์แปลและพระราชนพิ นธห์ นงั สอื นั้นทรงคานึงถึงสาระประโยชนท์ ีผ่ ้อู ่านจะได้รับทรงเลือกสรรถอ้ ยคาและการส่ือความหมายที่เรียบง่ายร่วม

7สมยั เพอ่ื ใหส้ าระประโยชน์ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้ผ้อู า่ นได้รบั นนั้ มคี วามหมายไมผ่ ิดเพ้ียนไปในงานภาพถ่ายพระองคท์ รงคานึงถึงความงามของภาพโดยมคี วามหมายและความแปลกใหมย่ ังทรงใช้ประโยชน์จากภาพถา่ ยเปน็ อย่างมากในการทรงงานวางแผนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ งานจิตรกรรมและประติมากรรมเปน็ งานท่ที รงเริ่มต้นจากภาพเหมอื นและพฒั นาปเป็นงานในแนวนามธรรมที่แสดงดดกอย่างอิสระและมีลักษณะโดดเดน่ เฉพาะพระองค์ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวทรงมพี ระมหากรณุ าธคิ ุณยิ่งต่อผทู้ างานศลิ ปะทุกแขนงทั้งงานแบบแผนประเพณี และงานศิลปะแบบสากล ได้แก่ งานสถาปตั ยกรรม งานทัศนศิลป์ งานวรรณกรรมและดนตรี ทรงพระราชทานความเข้าใจและคา่ นยิ มท่ถี ูกตอ้ งเกี่ยวกบั ความเป็นวิชาชพี ทม่ี ีเกียรตใิ นสงั คม เช่นเดยี วกับศลิ ปินในประเทศตะวนั ตก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับสมาคมและองค์กรท่ีเกี่ยวขอ้ งกับศลิ ปะและวฒั นธรรมไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ 4.1 จิตรกรรม คาประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย เดชฯ ศิลปะศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกติ ติมศกั ดิส์ าขาวชิ าศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ โรฒพทุ ธศกั ราช 2537 พระราชกรณียกิจทางด้านทัศนศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และศิปะการถ่ายภาพ พระวิริยะอุตสาหะ และแบบแผนการสร้างสรรค์งานด้านศิลปะท่ีได้ทรงสร้างข้ึน เป็นแบบแผนอันงดงามสาหรับ ศลิ ปินและประชาชนทง้ั ปวง สมดังพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรีชาญาณและผลงานด้านจิตรกรรมอันทรงคุณค่า ทรงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานด้าน จิตรกรรม ปรากฏผลงานด้านจิตกรรมท่ีทรงคุณค่าจานวนถึง 107ภาพ ท้ังภาพเหมือนภาพ นามธรรม ภาพธรรมชาติ ภาพชีวิตและจินตนาการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเชี่ยวชาญ ด้านจิตรกรรม ทรงเร่ิมวาดภาพเมื่อพุทธศักราช 2502 ภาพวาดฝีพระหัตถ์เป็นแบบภาพเหมือน โดยทรงศึกษาและเขียนจากต้นแบบจริงต่อมาระหว่าง พุทธศักราช 2505-2507 ผลงาน จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ที่มีลักษณะการตัดทอนรูปทรงจากแนวเหมือนจริง(Realistic)เป็นการเขียน แบบไม่ยึดตดิ รปู แบบทีเ่ หมือนจรงิ พทุ ธศกั ราช 2508 - 2510 ลกั ษณะงานเป็นแบบแสดงออกถึง รูปทรง (Figurative) และไร้รูปทรงหรือนามธรรม (Abstraction) ตลอดจนก่ึงนามธรรม (Semi – Abstraction) และในระยะต่อมาทรงเร่ิมเขียนแบบฉับพลัน ท่ีเรียกว่า แบบเอ็กเพรสชันนิสซ่ึม (Expressionism) เมื่อพุทธศักราช 2506 ได้พระราชทานภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ร่วมแสดงใน งานศิลปกรรมแห่งชาติครั้งท่ี 14 เป็นการแสดงนิทรรศการภาพฝีพระหัตถ์ครั้งแรกของพระองค์ ต่อมาเม่ือพุทธศักราช2525 ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญภาพ

8จิตรกรรมฝีพระหัตถ์จานวน 47 องค์ ไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และเมื่อพุทธศักราช 2549 ทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้รัฐบาลเชิญผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ไปจัดแสดง ณ ห้องพระอัจฉริยภาพในการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเนือ่ งในโอกาสฉลองสริ ริ าชสมบตั ิ ครบ 60 ปี ท่ี อิมแพคเมอื งทองธานี เทคนิคทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั ทรงใช้ในการเขียนภาพคือ เทคนิคสีน้ามันบนผ้าใบ ภาพเขียนเหมือนจริงที่ทรงเขียนส่วนใหญ่จะเป็นและทูลกระหม่อมทุกพระองค์ นอกจากภาพดังกล่าวแล้ว พระองค์ท่านยังทรงเขียนภาพอ่ืน ๆ อีก อาทิเช่น ภาพสมเด็จพระบรมราชชนก ภาพครอบครวั ภาพพระสาทสิ ลกั ษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ ีนาถเปน็ ตน้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยทางด้านทัศนศิลป์อย่างกว้างขวางและลุ่มลึก ทั้งด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะถ่ายภาพ รวมทั้งศิลปะงานช่างโดยเฉพาะอย่างย่ิง งานทางด้านจิตรกรรม ทรงสร้างสรรค์จิตรกรรมไว้ถึง 107 ภาพทั้งภาพเหมือน ภาพนามธรรม ภาพธรรมชาติ ภาพชีวิต และภาพจินตนาการ ผลงานจิตรกรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแสดงความเป็นศิลปะร่วมสมัย ( Modernism)ช่วงต้นครสิ ต์ศตวรรษท่ี 10 อยา่ งแท้จริง รูปที่ 1 ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั และภาพเขยี นฝีพระหัตถ์ ที่มา : http://www.wtfintheworld.com/2016/10/24/

9 ภาพเหมอื น( Portrait ) ภาพเหมอื นฝีพระหตั ถท์ เ่ี ป็นสีน้ามันมีไมน่ อ้ ยกว่า 30 ภาพ ภาพเหมอื นแนวเรยี ลสิ ม์ (Realism) เป็นภาพฝีพระหตั ถ์ที่มุ่งเนน้ แสดงความเหมือนอยา่ งศิลปะสัจนิยมเปน็ ดา้ นหลัก เชน่ ภาพสมเด็จพระราชบิดา(2540) ภาพสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ (2540)เป็นตน้ รูปที่ 2 ภาพสมเด็จพระบรมราชชนก ที่มา : https://www.dek-d.com/board/view/3695434/ ภาพสมเด็จพระราชบดิ า ขนาด 38.5x28.5 ซม.เป็นภาพที่ใช้สีตามธรรมชาติ (Local colors)สีออกน้าตาลหรอื เอริ ธ์ โทนให้ความรสู้ กึ เปน็ ธรรมชาติ คลา้ ยแนวทางทางธรรมชาตนิ ยิ ม(Naturalism)ทรงระบายสีบางเรยี บจนสามารถมองเหน็ พ้นื ผา้ ใบ ในบางพนื้ ที่สีหนา บรเิ วณแสงเด่นแสดงแสงเงา กายวภิ าค และมวลสารของรปู ทรงได้อย่างสวยงาม

10 รูปท่ี 3 ภาพพระสาทสิ ลักษณ์ของสมเดจ็ พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ที่มา : https://www.dek-d.com/board/view/3695434/ 4.2 ประติมากรรม ศลิ ปกรรมสาขาประติมากรรมเปน็ ศิลปะสาขาหน่ึงซง่ึ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงมีความสนพระราชหฤทยั ยงิ่ พระองค์ทรงศึกษาค้นควา้ เทคนิควธิ ีการต่างๆ ดว้ ยพระองค์เอง ทั้งการปั้น การหล่อ และการทาแม่พิมพ์ โดยมนี ายไพฑรู ย์ เมอื งสมบรู ณ์ ขา้ ราชการบานาญกอง หัตถศลิ ป์ กรมศิลปากร เปน็ ผู้ใกล้ชิดเบ้ืองพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรม รูปท่ี 4 ภาพนายไพฑรู ย์ เมอื งสมบูรณ์ทมี่ า:http://www.rama9art.org/artisan/artdb/artists/home.php?p=profiles&name=Paitun%20Mungsomboon

11งานประตมิ ากรรมฝีพระหัตถ์ท่ีเปน็ ประติมากรรมลอยตวั (Round Relief) ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ไดแ้ ก่ - รูปปั้นผหู้ ญงิ เปลอื ยคกุ เขา่ ความสงู 9 นวิ้ ทรงป้นั ด้วยดนิ นา้ มนั - พระรูปปัน้ สมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ นี าถ ครึ่งพระองค์ ความสูง 12 นว้ิ ทรงป้ันด้วยดนิ นา้ มนั - นอกจากงานประติมากรรมดังท่ีกล่าวมาแล้วนี้พระองค์ท่านยังทรงสนพระราชหฤทัยในการสร้างพระพทุ ธรูป ซึง่ พระพทุ ธรูปองคแ์ รกที่ทรงให้สร้างคือ พระพุทธรูปปางประทานพร ภ.ป.ร.ซึ่งสร้างขึ้นเปน็ ครั้งท่ี 2 โดยมีพระราชประสงค์ให้แก้ไขพุทธลักษณะจากการสร้างครั้งที่ 1 ของวดัเทวสังฆาราม จงั หวดั กาญจนบรุ ี เนื่องจากพระองคไ์ ม่ทรงพอพระราชหฤทยั ในพระพทุ ธลักษณะทเี่ ป็นแบบเดิม โดยทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ เปน็ ผปู้ ั้น และมอบหมายใหน้ ายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นผู้รับผิดชอบ รูปท่ี 5 พระพุทธรูปปางประทานพร ภ.ป.ร. ที่มา : http://amuletacademy.com/web/relic_detail.php?id=533 รปู ที่ 6 พระสมเด็จจิตรลดา ทีม่ า : http://amuletacademy.com/web/relic_detail.php?id=533

12พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ทรงมแี นวพระราชดารวิ า่ พระพุทธรปู ปางประทานพร ภ.ป.ร. ควรมีลกั ษณะสง่างาม เขม้ แข็ง แตไ่ มแ่ ข็งกระด้าง และใหม้ ีความร้สู กึ ทวี่ ่าเป็นที่พง่ึ เหล่าพสกนกิ รเพื่อให้เปน็ ไปตามพระราชประสงค์ จงึ ไดม้ ีการแก้ไขเปล่ยี นแปลงแบบพระพทุ ธรปู โดยสว่ นฐานของพระพทุ ธรูปจะเป็นกลบี บัว ใตก้ ลบี บวั เป็นขาสิงห์ ทผี่ า้ ทิพยป์ ระดษิ ฐานอกั ษรพระปรมาภิไธยย่อว่า ภ.ป.ร. และทีฐ่ านรองพุทธบลั ลังก์มีอกั ษรบาลีจารึกว่า “ ทยยชาตยิ า สามคคิย์สติสญชนเนนโภชสิ ยิ รกขนตุ ิ ” และบรรทัดถัดมาเปน็ อกั ษรไทยจารกึ ว่า “ คนไทยจะรกั ษาความเป็นไทย อยู่ได้ด้วยมสี ติสานึกในความสามคั คี ” ฐานด้านหลงั จารึกวา่ “ เสด็จพระราชดาเนนิ ในพิธหี ลอ่ ณ วดั บวรนิเวศวหิ าร เมือ่ วนั ท่ี 29 สงิ หาคม พ.ศ. 2508 ” พระพทุ ธรปู อีกองคห์ นึง่ ท่พี ระองค์ที่พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ทรงมีพระราชดารใิ หส้ รา้ งคือ “ พระพทุ ธนวราชบพิตร ” เป็นพระพุทธรูปปฎิมาแบบพิเศษ ปางมารวิชยั โดยใหแ้ กะแบบแม่พิมพด์ ้วยหินลบั มดี แลว้ หล่อเป็นปนู ปลาสเตอร์ ต่อมาภายหลังได้ทาแม่พิมพ์ด้วยขีผ้ งึ้ และทรงบรรจุผงศักดส์ิ ทิ ธจ์ิ ากปูชนยี สถานตา่ งๆ ทัว่ ประเทศภายในพระพมิ พ์ พระองคท์ รงมีพระราชดาริใหบ้ รรจุพระพิมพ์ขนาด 2x3 เซนติเมตร ไวท้ ี่ฐานบัวหงายด้านหนา้ ขององคพ์ ระพุทธนวราชบพิตร พร้อมทั้งทรงพระราชทานแก่ข้าราชการ ขา้ ราชบริพารและบุคคลตา่ งๆ เพ่ือไว้สักกะบูชาโดยให้ผรู้ บั พระราชทานนาไปปดิ ทองทดี่ า้ นหลังองค์พระพิมพ์ และให้พระบรมราโชวาทโดยสรุปว่า “ ให้ทาดเี หมอื นกับการปดิ ทองหลงั องคพ์ ระพิมพ์ ” โดยเรยี กว่า “ พระสมเดจ็ จิตรลดา” หรือ “ พระกาลังแผน่ ดนิ ”4.3 ภาษา และวรรณกรรมภาษาพระราชกรณยี กิจดา้ นการอนรุ กั ษภ์ าษาไทยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั มีพระราชดาริในเรือ่ งภาษาไทยและการใช้ภาษาไทยที่กอ่ ใหเ้ กดิความต่ืนตัวในการอนุรกั ษ์ภาษาไทยใหม้ แี บบแผนไมผ่ ดิ เพ้ียนไปตามความสะดวกหรือตามความพอใจของผู้ใชภ้ าษา ทรงมีพระราชดารัสถงึ ภาษาไทยซ่ึงเป็นเอกลักษณ์ของชาติท่เี ริ่มมีการปรับตัวเข้ากับภาษาและวัฒนธรรมตา่ งชาติ ภาษาเปน็ ส่งิ สาคญั สาหรับบา้ นเมือง ขอให้ร่วมมอื ชว่ ยกันรักษามาตรฐานของภาษาไว้ อยา่ ให้ทรดุ โทรมในด้านการใช้ถ้อยคาหรือคาที่คิดขึ้นใหม่ ขอใหพ้ ยายามนึกถึงคาเก่าๆในภาษาไทยของเราไวบ้ ้าง คาเกา่ ๆนมี้ ีอยู่แล้วขอให้พยายามรักษาไวแ้ ละใชใ้ ห้ถูก คาที่สร้างขึ้นมาใหม่ขอใหก้ ันคิดใหด้ ี ขออยา่ ให้คิดใหมใ่ ห้ฟ่มุ เฟอื ยนักจะคดิ ก็ขอให้คดิ เท่าท่ีจาเปน็ จรงิ ๆ ความเจรญิ และความ

13งอกงามของภาษานัน้ ยอ่ มมีเป็นของธรรมดา ขอให้ชว่ ยกันระวงั รักษา อย่าให้ภาษางอกเป็นมะเรง็ จะทาให้เกิดความเสยี หายขึน้ ได้ ในด้านการตัดทอนภาษากเ็ ช่นเดียวกนั ขอให้ชว่ ยกนั ทาดว้ ยความระมดั ระวงั เพราะการตัดทอนภาษาก็เป็นเชน่ เดยี วกบั การผา่ ตดั จะต้องเปน็ ผู้มีความรู้ดีเหมอื นหมอรักษาโรคทรงมแี นวพระราชดาริที่เก่ียวกบั การอนรุ ักษ์และใช้ภาษาไทยวา่ เป็นเคร่ืองมือในการสื่อสารของคนในชาติ เป็นรากฐานของวัฒนธรรม ทรงหว่ งใยการใช้ภาษาไทยทีใ่ ช้ตามความสะดวกของผูใ้ ช้จนอาจผดิ เพย้ี นไปและทรงบาเพ็ญพระราชกรณียกิจตามแนวพระราชดารนิ ้ันด้วยการที่ทรงตกั เตือนและทรงชแ้ี นะให้ตระหนกั ในความสาคญั ของการอนรุ ักษภ์ าษาไว้ดว้ ยการเปน็ แบบอยา่ งที่ดี พระราชดารัสและพระบรมราโชวาทในวโรกาสตา่ งๆ เป็นท่ีประจกั ษ์ชัดวา่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการใช้ภาษาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ดังเชน่ พระราชดารสัท่ีพระราชทานแก่นักธุรกิจและนกั หนังสือพิมพ์ในนิวยอรก์ เมือ่ เสด็จพระราชดาเนินไปประเทศสหรัฐอเมรกิ า เม่ือ พ.ศ.2510 ดงั นี้ “… การแพร่ข่าวโดยขาดความระมัดระวงั หรอื แมแ้ ต่คาพูดตา่ ง ๆ เพยี งนิดเดียวก็สามารถจะทาลายงานทผ่ี ู้มีความปรารถนาดีท้งั หลายพยายามสรา้ งไวด้ ้วยความยากลาบากเปน็ เวลาแรมปี...เหมอื นฟองอากาศนิดเดียว ถ้าเข้าไปอยู่ในเสน้ เลือดกจ็ ะสามารถปลดิ ชีวติ คนได้ท้งั คน และน้าตาลหวาน ๆ กอ้ นเลก็ นิดเดยี ว ถา้ ใส่ลงในถงั น้ามนั รถ ก็จะทาใหเ้ คร่อื งจักรดี ๆ ของรถเสียได้โดยสน้ิ เชิง... ” จากพระราชดารัสนี้พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ทรงอปุ มา คาพดู เล็กๆ “น้อย ๆ”เปรียบเทยี บกับ “ฟองน้า” และ “น้าตาล ” วา่ สามารถทาลายส่ิงที่สร้างมาดว้ ยความยากลาบากได้ เช่นเดียวกันกับฟองอากาศและน้าตาลแม้จะเป็นสิง่ เล็กๆ นอ้ ย ๆ แต่ถ้าฟองอากาศเข้าไปอยู่ในเสน้ เลือด และน้าตาลเขา้ ไปอยใู่ นเคร่ืองยนต์แล้วทง้ั เครื่องยนต์และเสน้ เลือดกจ็ ะถกู ทาลายลงได้ นอกจากนัน้ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ทรงศกึ ษาภาษาละตนิ ทรงสนพระทยั เกีย่ วกับเรื่องศพั ท์ ที่มาของศัพท์ และรากศพั ท์ อกี ท้งั ยงั สนพระทัยและค้นคว้าเกีย่ วกบั ศพั ทภ์ าษาบาลแี ละสันสกฤต เพราะทรงเข้าพระทยั ว่าหากเขา้ ใจศัพทแ์ ละท่ีมาของศัพท์แล้วจะชว่ ยใหเ้ ข้าใจความหมายของธรรมะได้อยา่ งลกึ ซึ้งย่ิงขึ้น อีกท้ังพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวภูมิพลอดลุ ยเดช ทรงใชภ้ าษาในดา้ นการพระราชนิพนธ์ร้อยกรองคาอวยพรปใี หม่ มอบแดพ่ สกนิกรชาวไทยท้ังประเทศซึ่ง ส.ค.ส. ฉบับแรกปี พ.ศ. 2529เพือ่ เป็น ส.ค.ส. พระราชทานปี พ.ศ. 2530 โดยพระราชทานให้แกห่ น่วยงานและเจ้าหนา้ ที่

14ผ้เู ก่ียวขอ้ งท่ที างานรบั ใชใ้ ตเ้ บื้องพระยคุ ลบาท โดยทรงพิมพ์จากคอมพวิ เตอร์และสง่ แฟกซ์พระราชทานไปยังหนว่ ยงานโดยทวั่ ถึงกนั ส.ค.ส. พระราชทานแตล่ ะปี จะประมวลจากเหตกุ ารณ์บา้ นเมอื งในรอบ 1 ปีทีผ่ ่านมา ด้วยถอ้ ยคาทีส่ ้นั ๆ แตม่ ากดว้ ยคณุ ค่าทรงเน้นในการเตือนและให้กาลงั ใจในการต่อสู้กับอปุ สรรคต่าง ๆ ซ่ึง ส.ค.ส. ส่วนใหญล่ ้วนเป็นสขี าว – ดา ทั้งสิน้ รปู ท่ี 7 ส.ค.ส. พระราชทาน ท่มี า : https://www.posttoday.com/social/royal/460571วรรณกรรม ตลอด 70 ปที ี่ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครองสิรริ าชสมบตั มิ านั้นนอกจากจะทรงอุทิศพระวรกายทรงงานอยา่ งไมร่ ้จู กั เหนด็ เหนอื่ ยเพื่อบาบดั ทุกข์บารงุ สขุ ปวงชนชาวไทยแล้ว พระองค์ยังทรงมพี ระปรีชาสามารถด้านภาษาและวรรณกรรม โดยมีงานพระราชนพิ นธ์ออกมาอยา่ งมากมายซ่ึงแสดงให้เห็นถงึ พระอจั ฉริยภาพด้านน้ีของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดชมีพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะกรรมการสมาคมนกั เขยี นแหง่ ประเทศไทย ณ พระตาหนักจติ รลดารโหฐาน วนั ศุกรท์ ่ี 3 พฤศจิกายน 2515 ความว่า “นกั เขียน นักประพันธ์ งานสาคญั ก็คือ แสดงความคิดของตนออกมาเปน็ เรื่องชีวติ หรือเรือ่ งแต่งขึ้นมา เพ่ือใหผ้ ้อู ่นื ได้ประโยชน์ คอื ความรู้บา้ ง บันเทิงบ้าง นกั แสดงความคดิ สาคัญมากเพราะวา่ มีอทิ ธิพลต่อชวี ติ ของมวลมนษุ ย์ อาจทาให้เกิดความคลอ้ ยตามไป และตวั ทา่ นเขียนดกี ็ย่งิ คล้อยตามกนั มาก ฉะนน้ั นักประพันธ์ต้องมีความรับผิดชอบสงู เพราะท่านเปน็ ผู้ปั้นความคดิ

15และความบริสุทธใิ์ นความคิดจึงเปน็ เร่อื งที่สาคญั ดังบทความกลน่ั กรองไว้ในสมองว่า สง่ิ ท่จี ะเขียนออกมาจะไม่แสลง ไม่ทาลายความคดิ ของประชากร ไมท่ าลายผอู้ ่นื และตนเอง คือมีเสรภี าพในการเขียนอยา่ งเตม็ ที่ในขอบเขตของศลี ธรรม” พระองค์ทรงมีพระราชนิพนธท์ ง้ั งานแปลและท่ีทรงพระอักษรเองรวมทั้งสิ้น 7 เรอ่ื ง ซ่ึงล้วนแต่เปน็ หนงั สอื ท่ีประทับอยูใ่ นใจของปวงชนชาวไทยตลอดมาดว้ ยเนื้อหาสาระท่ีแฝงข้อคดิ ไว้ผา่ นภาษาแหง่ เร่ืองเลา่ ท่ีงดงามสละสลวย พระราชนิพนธเ์ ร่ืองแรกคือ “พระราชานุกิจรชั กาลที่ 8” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช พระราชนิพนธเ์ รือ่ งน้ีตามคากราบบังคมทลู ขอพระราชทานของ หม่อมเจา้หญิงพูนพศิ มัย ดิศกุล เพ่ือให้พระราชานุกจิ กรงุ รตั นโกสนิ ทรค์ รบแปดรชั กาล โดยพระราชนิพนธ์เรือ่ งนีอ้ ยู่ในเรอ่ื ง “พระราชานุกจิ ” ซึง่ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ิมพ์พระราชทานในการพระราชกุศล 100 วัน พระบรมศพพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาอานันทมหิดล พระราชานุกิจน้ันหมายถงึ กาหนดเวลาที่พระเจา้ แผน่ ดนิ จะทรงประพฤติพระราชกจิ ตา่ งๆ เป็นประจาทุกวันเปน็ การส่วนพระองค์ โดยปรากฏอยใู่ นกฎมนเทียรบาลต้ังแตค่ รั้งรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซง่ึ แสดงถึงพระปรีชาญาณด้านภาษาไทยของพระองค์ตั้งแตย่ ังทรงพระเยาว์ เรื่องต่อมาคือ “เมือ่ ขา้ พเจ้าจากสยามมาส่สู วิตเซอร์แลนด์” พระราชนิพนธเ์ ร่ืองนี้ตีพมิ พ์ครงั้แรกในหนงั สือรายเดอื น วงวรรณคดี ฉบับประจาเดือนสงิ หาคม พ.ศ.2490 โดยเปน็ บนั ทกึ ท่พี ระราชนพิ นธ์ขึน้ ในชว่ งเวลาเสด็จพระราชดาเนินเพื่อกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์อกีครงั้ เมือ่ วนั ท่ี 19 สงิ หาคม พ.ศ.2489 หลงั จากท่พี ระองค์เสดจ็ ข้ึนครองราชยเ์ มื่อวนั ท่ี 9มิถุนายน พ.ศ.2489 โดยทรงบนั ทกึ เป็นเรื่องราวการเดินทาง แสดงถึงความรู้สึกของพระองค์ที่หว่ งใยพสกนกิ รอยา่ งย่ิง รวมถงึ เหตุการณท์ ่ีทรงพบเจอ เรอื่ งที่ 3 คอื “นายอินทร์ผูป้ ิดทองหลงั พระ” ซึ่งเป็นพระราชนิพนธแ์ ปลเม่อื พ.ศ.2537 โดยทรงแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเร่ือง “A MAN CALLED INTREPID” บทประพนั ธ์ของ เซอร์วิลเลยี ม สตีเฟนสนั ซึ่งทรงใชร้ ะยะเวลาในการแปลถงึ 3 ปี เปน็ เรื่องราวเก่ยี วกับ “นายอินทร์”หรือ “INTREPID” เป็นชอ่ื รหัสของ เซอร์วิลเลยี ม สตเี ฟนสัน ซึ่งเปน็ หัวหนา้ หนว่ ยราชการลบัอาสาสมัครของอังกฤษ ในระหว่างสงครามโลกคร้ังที่ 2 ซง่ึ มีหน้าทีล่ ว้ งความลับทางทหารของเยอรมันเพือ่ รายงานตอ่ อังกฤษและสหรฐั อเมริกา เพื่อร่วมกันตอ่ ตา้ นการขยายอานาจของนาซีโดยนายอนิ ทร์และผู้ร่วมงานถือเปน็ ตวั อย่างของผู้กลา้ ท่ยี อมอุทิศชวี ติ เพ่ือความถูกต้อง ยุติธรรมเสรีภาพ และสันตภิ าพ โดยไม่หวังลาภยศสรรเสริญใดๆ เร่อื งที่ 4 เปน็ พระราชนิพนธแ์ ปลเช่นกนั และตีพมิ พ์เมอื่ พ.ศ.2537คอื “ตโิ ต” ซง่ึ ทรงจากต้นฉบบั เรอ่ื ง TITO ของ ฟิลลิส ออตี้ เพื่อใชศ้ ึกษาและเรียนรูบ้ ุคคลท่นี า่ สนใจของโลกคนหน่ึงคอื

16ติโต หรอื รจู้ ักกนั ในนามของ จอมพลติโต เดมิ ช่ือ โจซบิ โบรซ และเปน็ นายกรฐั มนตรีคอมมวิ นิสต์คนแรกและประธานาธิบดีของประเทศยโู กสลาเวีย ตโิ ตฟันฝา่ อุปสรรคทุกวถิ ีทางเพ่ือสรา้ งความเป็นปึกแผ่นใหก้ บั ประเทศซึ่งประกอบด้วยหลายชนชาติ มีความแตกต่างทางด้านเชือ้ชาติ ศาสนา วฒั นธรรม และประวัติศาสตร์ และสามารถสร้างความเจรญิ ใหย้ ูโกสลาเวยี ได้ตลอดชีวติ ของเขา เร่อื งท่ี 5 คือ พระราชนพิ นธเ์ รอื่ ง “พระมหาชนก” ซึ่งตีพิมพ์เม่ือ พ.ศ.2539 โดยมีทัง้ ภาคภาษาไทยและภาษาองั กฤษอยใู่ นเล่มเดียวกนั โดยเป็นเร่อื งหนึง่ ในทศชาติชาดก อันเป็นชาดก10 ชาตสิ ุดทา้ ยกอ่ นท่ีพระโพธสิ ัตวจ์ ะมาประสูติเป็นเจ้าชายสทิ ธตั ถะและตรัสรู้เปน็ พระสัมมาสัมพทุ ธเจา้ ชาดกเร่ืองนเี้ ปน็ การบาเพญ็ ความเพียรเปน็ บารมี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงแปลเปน็ ภาษาอังกฤษตรงจากมหาชนกชาดกและยังทรงแปลเปน็ ภาษาสนั สกฤตประกอบอกี ภาษา รวมทงั้ แผนทีฝ่ พี ระหัตถ์แสดงสถานที่ตัง้ ทางภูมิศาสตร์ของเมืองโบราณบางแห่งและข้อมูลอุตุนยิ มวทิ ยาเกีย่ วกับทศิ ทางลม ซง่ึ แสดงถึงพระปรีชาในด้านอักษรศาสตร์ ภูมศิ าสตร์ และโหราศาสตร์ เร่อื งที่ 6 คือ “ทองแดง” ซงึ่ พระราชนิพนธ์เล่มนเี้ ปน็ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเล่มเดียวกัน และเปน็ หนงั สือพระราชนิพนธท์ ่ีตดิ อันดับขายดีที่สดุ ของประเทศในปี พ.ศ.2545เนอื้ หาหลกั เปน็ เร่ืองความกตัญญูรคู้ ุณของคุณทองแดง สุนัขทรงเลีย้ ง รวมท้งั ความจงรักภักดีความมีมารยาท และการส่ังสอนลกู ของคุณทองแดง และในพระราชนพิ นธ์ไดท้ รงยกย่องคุณทองแดงในเรื่องความกตญั ญรู ู้คณุ ของคุณทองแดงที่มีต่อแม่มะลิ “ผดิ กบั คนอื่นทีเ่ มื่อกลายมาเปน็ คนสาคัญแลว้ มักจะลืมตัว และดูหมิ่นผ้มู ีพระคณุ ซึง่ เป็นคนตา่ ต้อย” อนั เปน็ ประโยชนต์ อ่ การดารงชีวติ และเร่อื งสุดทา้ ยคือ “พระราชดารสั ” ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช ทรงแปลจากภาษาไทยเปน็ ภาษาองั กฤษ โดยรวบรวมพระราชดารัสท่ีพระราชทานแก่คณะบคุ คลทเ่ี ข้าเฝา้ ถวายชยั มงคล เน่ืองในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของทกุ ปี พระองคท์ รงเริ่มแปลพระราชดารัสเรอื่ งนา้ และส่ิงแวดลอ้ มซ่งึ มีพระราชดารสั เม่อื วันท่ี 4ธันวาคม พ.ศ.2532 พระราชดารสั ในครั้งน้ี ไดร้ ับความสนใจจากสหประชาชาติ และมีความประสงค์จะไดร้ ับฉบับที่แปลเป็นภาษาองั กฤษ ซงึ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวได้มีพระมหากรุณาธิคุณแปลพระราชดารัสเอง และจากพระราชดารสั ก็กลายเป็นพระราชนิพนธ์เล่มนี้ พระราชนิพนธ์ทกุ เรื่องนอกจากจะแสดงให้เหน็ ถึงพระปรีชาสามารถดา้ นวรรณกรรมในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชแล้วนั้น ยงั แฝงแง่คิดทท่ี รงคณุ ค่าและมีประโยชน์สูงสุดแก่พสกนิกรชาวไทยตลอดมา

17 รปู ที่ 8 ภาพพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวกบั พระราชนิพนธ์ ทีม่ า : http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot/2007/12/06/entry-1 รปู ท่ี 9 พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัวทีม่ า : http://bangkok-today.com/web/%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%92%E0%B9%91-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A/งานแปล ติโต ผลงานแปลชนิ้ แรกของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั โดยทรงแปลจากหนงั สือ Titoของ Phyllis Auty ในปี พ.ศ. 2519 เพือ่ ให้ข้าราชบริพารได้ทราบถึงบุคคลทีน่ ่าสนใจคนหน่งึ ของ

18โลก ตโิ ต เป็นผู้ทีท่ าใหป้ ระเทศยูโกสลาเวียท่ปี ระกอบดว้ ยประชาชนจากหลากหลายชนเผ่า มีความแตกตา่ งกนั ท้งั ในเรื่องของเชอื้ ชาติ ศาสนา วฒั นธรรมและประวตั ศิ าสตร์ สามารถรวมตวักันเป็นปึกแผน่ ยามท่ีประเทศชาตติ ้องพบกบั ภาวะวิกฤติ เพื่อรว่ มกันรักษาความอุดมสมบูรณ์และความเจริญของประเทศไว้ หนงั สอื ตโิ ตน้ี ไดจ้ ดั พิมพ์เป็นเลม่ และวางจาหนา่ ยในปี พ.ศ.2537 เศรษฐศาสตร์ตามนัยของพระพุทธศาสนา บทท่ี 4 เล็กดีรสโต แปลจาก Small is Beautifulโดย E.F.Schumacher หน้า 53-63 นายอินทรผ์ ปู้ ดิ ทองหลังพระ เป็นงานแปลช้ินที่สองของพระองค์ทา่ น โดยทรงแปลจากหนังสอื A Man Called Intrepid ของ William Stevensonทรงเรม่ิ แปลหนา้ แรกเมื่อ 20 มถิ ุนายน พ.ศ. 2520 และแปลหนา้ สุดท้ายเมอ่ื 23 มนี าคม พ.ศ.2523 โดยใช้เวลาในการแปลรวมทัง้ ส้ิน 2 ปี 9 เดือน 3 วัน แต่ไดน้ ามาจัดพิมพเ์ พอื่ วางจาหนา่ ยก่อนหนงั สือตโิ ต ซงึ่ ทรงแปลเปน็ เล่มแรก คือจดั พิมพ์ในปีพ.ศ.2536 บทความที่ทรงพระราชนิพนธ์แปลและเรียบเรียง “ข่าวจากวิทยุเพื่อสันตภิ าพและความก้าวหนา้ ” จาก “Radio Peace and Progress” ในนติ ยสาร Intelligence Digest 1 เมษายน พ.ศ. 2518 \"การคืบหน้าของมารก์ ซิสต\"์ จาก \"The Marxist Advance\" Special Brief \"รายงานตามนโยบายของคอมมนู ิสต์\" จาก \"Following the Communist Line\" \"ฝันร้ายไม่จาเปน็ จะต้องเป็นจรงิ \" จาก \"No Need for Apocalypse\" ในนิตยสาร TheEconomist ฉบบั ลงวันท่ี 17 พฤษภาคม พุทธศกั ราช 2518 \"รายงานจากลอนดอน\" จาก \" London Report\" ในนติ ยสาร Intelligence DigestWeekly Review ฉบับลงวันท่ี 18 มิถุนายน พทุ ธศักราช 2518 \"ประเทศจนี อยูย่ ง\" จาก \"Eternal China\" ในนติ ยสาร Intelligence Digest WeeklyReview ฉบบั ลงวันที่ 13 สงิ หาคม พุทธศักราช 2518 \"ทัศนะนา่ อศั จรรย์จากชิลีหลังสมัยอาลเ์ ลนเด\" จาก \"Surprising Views from a PostAllende Chile\" ในนติ ยสาร Intelligence Digest Weekly Review ฉบับลงวนั ท่ี20 สงิ หาคม พุทธศักราช 2518 \"เขาว่าอยา่ งน้นั เรากว็ า่ อยา่ งน้นั \" จาก \" Sauce for the Gander...\" ในนติ ยสารIntelligence Digest Weekly Review ฉบบั ลงวนั ที่ 20 สงิ หาคม พุทธศกั ราช 2518 \"จีนแดง ต้วั เฮยี ค้ายาเสพตดิ แห่งโลก\" จาก \"Red China Drug Pushers to the World \"ในนติ ยสาร Intelligence Digest Weekly Review ฉบับลงวันท่ี 20 สิงหาคม พุทธศักราช2518

19 \"วีรบุรุษตามสมยั นิยม\" จาก \"Fashion in Heroes\" โดย George F. Will ในนิตยสาร Newsweek ฉบับลงวนั ท่ี 6 สงิ หาคม พุทธศักราช 2522 จากการท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระปรชี าสามารถในหลายภาษา ทาให้พระองค์ ทรงเขา้ พระทยั ในการทจ่ี ะพระราชนพิ นธห์ รือแปลได้อย่างผ้ทู เี่ ขา้ ถงึ ความรูส้ ึกนึกคดิ ของผูเ้ ขียน ตน้ ฉบับ สาหรับพระราชนิพนธ์แปล จะทรงแปลตามความมากกวา่ แปลตามคา ดว้ ยเหตุที่ทรง เลอื กสรรถ้อยคาให้สอดคล้องกบั วัฒนธรรมทีผ่ ้อู ่านจะสื่อเร่ืองราวได้ ทาใหพ้ ระราชนพิ นธแ์ ปล ของพระองค์ มีอรรถรสแบบไทยแทรกพระอารมณข์ ันไวไ้ ด้อยา่ งเหมาะสม ส่งิ ท่ีแสดงใหเ้ หน็ ถึงพระอจั ฉริยะด้านวรรณศลิ ป์ของพระองค์อย่างสมบรู ณ์ คือพระราชนิพนธ์ เรอ่ื งพระมหาชนก ซงึ่ พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ท้ังภาษาไทยและภาษาองั กฤษในเลม่ เดียวกัน และจะทรงเลือกใช้ภาษาโบราณ ทัง้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ เพือ่ คงความขลงั ของเน้ือหาใน บางตอน ซึ่งในเรอื่ งพระมหาชนกน้ี พระองคไ์ ด้ทรงแสดงพระอจั ฉริยภาพด้านทัศนศิลป์ไว้ด้วย นัน่ คอื ภาพประกอบฝีพระหัตถ์ของพระองค์ โดยทรงใชค้ อมพวิ เตอรว์ าดภาพแสดงเสน้ ทาง เดินเรือของพระมหาชนก รวม 4 ภาพ คอื ภาพวันที่ควรออกเดนิ ทาง ภาพวันเดนิ ทาง ภาพวันท่ี เรอื ลม่ และภาพพระมหาชนกทรงว่ายน้า และนอกจากน้ี พระราชนิพนธแ์ ปลของพระองค์ จะ ทรงเลือกสรรคา โดยเฉพาะพระองคท์ รงโปรดที่จะใช้คาแปลก ๆ เพือ่ ให้พระราชนพิ นธ์ของ พระองค์มสี ีสัน 4.4 ดุรยิ างคศิลป์ และ ดนตรี พระราชดารัสเกยี่ วกบั การดนตรแี ลการเป็นศลิ ปนิ ทางดนตรี ในโอกาสทีค่ ณะกรรมการสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยฯ เขา้ เฝ้า ณ ศาลาดุสิดาลยั เมื่อวนั ที่ 16 ธันวาคม 2524 การดนตรีจงึ มีความสาคญั สาหรบั ประเทศชาตสิ าหรบั สังคมถ้าทาดีๆ กท็ าให้คนเขามีกาลงั ใจทจี่ ะปฏบิ ตั ิงาน ก็เปน็ หน้าทส่ี ่วนหนง่ึ ทใ่ี หค้ วามบันเทิงทาให้คนทีก่ าลงั ท้อใจมกี าลงั ใจขึน้ มาได้ คือเร้าใจ คนกาลังไปทางหน่งึ ทางที่ไม่ถูกต้องก็อาจจะดึงกลับมาในทางที่ถูกต้องได้ ฉะนั้นดนตรีก็มีความสาคญั อยา่ งย่งิ จึงพดู ได้กับทา่ นทั้งหลายทเ่ี ก่ียวข้องกบั ดนตรใี นรูปการณ์ตา่ งๆ ว่ามีความสาคัญและต้องทาให้ถกู ต้อง ต้องทาให้ดี ทง้ั ถูกต้องในหลกั วิชาของการดนตรีอย่างหน่งึ และกถ็ ูกตอ้ งตามหลักวิชาของผู้ทม่ี ีศลี ธรรม มีความซ่ือสัตย์สุจรติ กจ็ ะทาใหเ้ ปน็ ประโยชน์อยา่ งที่กลา่ วว่า เพลงนมี้ นัเกิดความปีตภิ ายในตัวเองได้ ความปีตใิ นผ้อู ่ืนได้ ก็เกดิ ความดไี ด้ เกิดความเสยี ได้ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ทรงสนพระราชหฤทยั วิทยาการดา้ นการดนตรีและทรงฝึกฝนพระองค์ในด้านดุรยิ างคศลิ ป์ ตง้ั แต่ครง้ั ยังทรงดารงพระฐานนั ดรศกั ดิ์เปน็ สมเด็จพระอนุชาธริ าช การฝกึ ฝนนัน้ ทรงฝกึ ตามแบบฉบับการศกึ ษาดนตรีอยา่ งแทจ้ รงิ คือฝึกตามโน้ตเพลงคลาสสกิ เคร่อื งดนตรี

20ทท่ี รงฝึกเป็นเครือ่ งดนตรปี ระเภทเปา่ เชน่ คราริเน็ต แซกโซโพน ทรัมเปต็ ภายหลงั เมื่อเสด็จข้นึครองราชแลว้ ได้ทรงเปียโน พระองค์ทรงพระราชนิพนธบ์ ทเพลง 34 บทเพลง และได้กรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมใหผ้ ูอ้ ่ืนนาไปใสค่ าร้องท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวมแล้วเปน็ เพลงจานวนถงึ73 เพลง เพลงพระราชนิพนธ์เหล่านี้มีทัง้ เพลงมารช์ เพลงประจามหาวิทยาลัย เพลงทแ่ี สดงถงึ คุณค่าปรัชญาการดารงชีวิต และเพลงทีแ่ สดงท่วงทานองอันไพเราะ เชน่ เพลงมารช์ ราชวลั ลภ เพลงมาร์ชธงชัยเฉลมิ พล เพลงพรปใี หม่ เพลงแสงเทยี น เพลงสายฝน เพลงแลงเทียนเป็นตน้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ยงั แสดงใหเ้ หน็ พระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีกบั นักดนตรีที่มชี ื่อเสียงไดท้ รงดนตรีรว่ มกับวงดนตรีกติ ติมศักดิ์ลายคราม วงดนตรี อ.ส.วันศกุ ร์ แลทรงดนตรีในสถาบนั อุดมศึกษาตา่ งๆ รูปที่ 10 ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ทรงดนตรรี ว่ มกับนักดนตรีท่มี า :http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9590000107301

21 เพลงพระราชนพิ นธ์ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช มพี ระราช ปรชี าญาณในเรอ่ื งของดนตรี ทรงพระราชนิพนธ์ทานองเพลงตัง้ แต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนชุ าธิ ราช รวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ทงั้ สิ้น 48 เพลง เพลงท่ีทรงพระราชนิพนธท์ านอง และคาร้อง ภาษาองั กฤษด้วยพระองคเ์ อง มี 5 เพลง คอื \"Echo\", \"Still on My Mind\", \"Old-Fashioned Melody\", \"No Moon\" และ \"Dream Island\" นอกจากน้ี มเี พลงท่ีทรงพระราชนิพนธ์ทานอง ข้นึ ภายหลังใสใ่ นคาร้องทีม่ ีผู้ประพันธ์ไวแ้ ล้ว คือ ความฝนั อันสูงสดุ เราสู้ และรักผทู้ โ่ี ปรดเกลา้ ฯ ให้แตง่ คาร้องประกอบเพลงพระราชนพิ นธ์มหี ลายทา่ น ไดแ้ ก่ พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจา้ จกั รพันธ์เพ็ญศิริ จกั รพันธ์ุ, ศาสตราจารย์ ทา่ นผู้หญงิ นพคุณ ทองใหญ่ ณ อยธุ ยา, ศาสตราจารย์ ดร.ประเสรฐิ ณ นคร, ท่านผหู้ ญิงสมโรจน์ สวัสดกิ ุล ณ อยุธยา, นายจานงราชกจิ (จรลั บณุ ยรตั พันธ)์ุ , ม.ร.ว.เสนยี ์ ปราโมช ม.ล.ประพนั ธส์ นิทวงศ์ และท่านผ้หู ญิงมณีรตั น์ บุนนาค เปน็ ตน้ ในยคุ แรก หลงั จากทเ่ี พลงพระราชนิพนธ์มีทานองและคาร้องสมบรู ณ์แลว้ จะทรง พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน นาไปบรรเลงในวงดนตรีกรมโฆษณาการหรอื วง กรมประชาสมั พนั ธ์ เพื่อให้แพรห่ ลายทั่วไป และโดยพระองคท์ า่ นเองทรงดนตรรี ่วมกบั วงดนตรี วง อ.ส. วันศกุ ร์ ออกอากาศ ปรากฏวา่ หลายเพลงกลายเป็นเพลงยอดนิยมท้ังในหม่ชู าวไทยและ ชาวต่างประเทศ ในระยะหลงั พระองคม์ ีพระราชกรณียกิจมากมาย ทาใหพ้ ระองคท์ รงไมม่ ีเวลาทจ่ี ะ ทรงพระราชนิพนธ์เพลงใหมๆ่ ออกมา เพลงสุดทา้ ยที่พระองคท์ รงพระราชนิพนธ์ออกมาคือเพลง \"เมนูไข่\" เปน็ เพลงแนวสนุกสนาน เนื้อรอ้ งโดยสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเป็นของขวัญวันพระราชสมภพครบ 72 พรรษาแด่ สมเดจ็ พระเจ้าพ่ีนางเธอ เจา้ ฟ้า กลั ยาณวิ ัฒนา กรม-หลวงนราธวิ าส ราชนครนิ ทร์ เมอื่ พ.ศ. 2538พระปรชี าดา้ นดนตรี เพลงพระราชนพิ นธเ์ พลงพระราชนพิ นธข์ องพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตวั ทไ่ี ม่เหมือนผ้ใู ดกบั ท้ังเพลงพระราชนิพนธย์ งั มีเสน่ห์อยใู่ นตวั อย่างยากท่ใี ครจะเสมอเหมือนได้ ยามเม่ือได้รับฟงั ครงั้ ใดก็จะสร้างขึ้นมาทันทวี ่าเน้ือหาและทานองอย่างนแี้ หละคอื เพลงพระราชนิพนธ์ แสงเทียน ชะตาชวี ติ พรปใี หม่ ยามเย็น ใกล้รงุ่ ท่ีกลา่ วมาข้างตน้ เป็นเพียงส่วนหนงึ่ ของบทเพลงพระราชนิพนธ์จานวน 48 เพลงโดยบรรเลงในรูปแบบต่างๆมากมายท้ังในลีลาของเพลงแจ๊สคลาสสิคเพลงสมยั นยิ มบทเพลงขับร้องซึ่งล้วนไพเราะและมีความหมายลึกซ้ึงอย่างมากพระองคไ์ ด้ทรง

22ใช้เวลาว่างจากพระราชกรณียกิจอนั มากมายมาสร้างประโยชนท์ รงสร้างผลงานออกมาได้อย่างทรงคุณค่ายิ่งนัก พระองค์ทรงพระปรชี าสามารถทางในการพระราชนพิ นธท์ านองก่อน บางบทเพลงก็ทรงพระราชนิพนธค์ าร้องกอ่ น เพลงท่ีมีคารอ้ งก่อนแลว้ ทรงพระราชนพิ นธใ์ ส่ทานองภายหลังคือเพลงความฝนัอนั สูงสุด The Impossible Dream และเราสู้ ส่วนเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทานองก่อนแลว้ มาใส่คารอ้ งภายหลังม๕ี เพลงคือเพลงในดวงใจนิรนั ดร์ (Still On My Mind), เตอื นใจ (Old fashionedmelody), ไรเ้ ดอื น (No moon), แวว่ (Echo) และเกาะในฝนั (Dream Island) เพลงท่ที รงพระราชนิพนธ์เฉพาะทานองเพลงและโปรดฯ ให้ผอู้ ่ืนประพนั ธ์เนือ้ เพลงมที ้ังสน้ิ 41 เพลง พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวพระองค์ทรงเปน็ คีตกวีและนักดนตรที ่ีชาวโลกต่างยกย่อง ทรงพระปรชี าสามารถในการทรงดนตรี ทรงพระราชนพิ นธเ์ พลงและเรยี บเรยี งเสยี งประสาน ทรงเป็นครูสอนดนตรแี ก่ขา้ ราชบริพารที่ใกลช้ ดิ และส่งซ่อมเคร่ืองดนตรีได้ดว้ ยพระองค์เองแรกเร่ิมแห่งพระอจั ฉริยภาพ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ทรงแสดงใหเ้ หน็ ถึงพระอจั ฉริยภาพทางดนตรีมาตงั้ แต่ทรงพระเยาว์ทรงฝกึ หดั ดนตรีตัง้ แตพ่ ระชนมายุ 10 พรรษาโดยเครื่องดนตรีช้นิ แรกท่ีทรงเลน่ คือหีบเพลงแอคคอร์เดยี น หลังจากนน้ั พระองคท์ รงนาพระราชทรัพยส์ ่วนพระองค์ท่ที รงเกบ็ สะสมไว้ไปซือ้ คลาริเน็ต มาทรงฝกึ หดั เป่าด้วยพระองคเ์ อง พระองคท์ รงอา่ นหนงั สอื เกย่ี วกบั ดนตรีตง้ั แต่ยังทรงศกึ ษาอยู่ที่ประเทศสวติ เซอร์แลนด์ ทรงฝกึ ฝนตามแบบฉบับการศึกษาวิชาดนตรีอย่างแท้จริง พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ทรงสนพระราชหฤทัยวิชาดนตรอี ย่างจริงจงั และทรงศกึ ษาอยา่ งลึกซึ้งพระองค์ทรงเริ่มเรียนดนตรเี ม่ือพระชนมายุ 13 พรรษาขณะประทบั อยูท่ ่ปี ระเทศสวติ เซอรแ์ ลนดท์ รงมีพระอาจารยถ์ วายคาแนะนาทา่ นเป็นชาวอลั ซาส ซง่ึ เปน็ แคว้นหนงึ่ ของประเทศฝรั่งเศส ชื่อนายเวยเ์ บรช์ (Weybrecht) โดยพระองค์ทรงเรียนเปา่ แซกโซโฟน ทรัมเป็ต ทรัมเป็ตเครื่องแรกที่ทรงซื้อเป็นยี่ห้อเวลเมอร์ ทรงศึกษาวชิ าการดนตรกี ารเขียนโนต้ สากลตา่ งๆ สาหรบั เครอ่ื งดนตรีอนื่ ๆท่ีทรงเล่นมเี ปียโน ทรงเลน่ กีต้าร์เม่ือพระชนมายุ 16 พรรษา โดยเพ่ือนรุ่นพ่ีให้ยืมเล่น ภายหลงั เขาเห็นวา่ พระองคท์ รงสนใจจึงให้เลย เม่อื พระชนมายรุ าว 16-17พรรษา ทรงเล่นขลุย่ ทรงเห็นว่าเล่นไม่ยากนิว้ คลา้ ยๆ แซกโซโฟน

23 สง่ิ ทีพ่ ระองคท์ รงผูกพนั ทรงทั้งเลน่ ทงั้ เรียนกับสมเดจ็ พระบรมเชษฐาธริ าชหรอื รัชกาลท่ี 8 มาด้วยกันเปน็ เวลานานน่นั คอื ดนตรที รงเลน่ ดนตรีด้วยกันพระองคท์ รงเล่นเคร่อื งดนตรีหลายชนดิ ทง้ั หีบเพลง เปียโน หรอื แซกโซโฟน นอกจากพระองค์จะทรงศึกษาวชิ าดนตรีจากครูชาวต่างชาตใิ นต่างประเทศแล้วพระองค์ยังไดร้ ับคาแนะนาวชิ าดนตรจี ากพระเจนดุรยิ างคช์ าวตา่ งชาติทีเ่ ข้ามารบั ราชการในประเทศไทยทรงโปรดพระเจนดุริยางคม์ ากพระองคท์ รงพมิ พต์ าราท่ีพระเจนดรุ ยิ างค์ประพันธข์ ้ึนทุกเล่ม ในแนวดนตรีคลาสสิค หลังจากท่ีทรงฝึกหดั ขน้ั พื้นฐานอยูน่ านพอสมควรแล้ว ต่อมาพระองค์จึงทรงเริ่มสนพระราชหฤทัย ดนตรที างแนวแจส๊ ทรงฝกึ ดนตรแี จส๊ และทรงดนตรสี ากล ทรงศกึ ษาประวตั นิ กั ดนตรีท่ีมีช่ือเสียงและทรงศึกษาฝมี ือการเลน่ ดนตรจี ากแผน่ เสียงท่ีบรรเลงโดยนกั ดนตรีเหล่านน้ั โดยทรงหัดเป่าแซกโซโฟนกบั เพลงจากเสียงของวงดนตรที ่มี ีฝมี ือระดบั โลก เช่น สไตล์การเป่าโซปราโนแซกโซโฟนของ Sidney Bechet ออโต แซกโซโฟนของ John Hodges หรอื เปียโนและวงดนตรขี อง Duke Ellington เปน็ ต้น จนทรงมคี วามเชยี่ วชาญชานาญจึงทรงบรรเลงเป่าสอดแทรกพร้อมไปกับแผน่ เสียงของนกั ดนตรที ่มี ีชอ่ื เสียงได้เป็นอยา่ งดี พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ทรงโปรดดนตรปี ระเภท Dixieland Jazz เปน็ อย่างมาก เปน็ สไตลข์ องชาวอเมริกนั แหง่ เมอื งนิวออลีนส์ ช่วงหลังปี พ. ศ. 2459 ขณะที่พระองค์ยังทรงศึกษาอยู่ยามที่ทรงว่างจากการศึกษาก็ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้บรรดานกั เรียนไทยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไปร่วมสโมสรสงั สรรค์ ณ พระตาหนักวลิ ล่าวัฒนา และโล่งทรงดนตรีด้วย เมื่อเสดจ็ ฯ ประทับท่ีสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงปารีส เปน็ การสว่ นพระองค์ ก็ไดพ้ ระราชทานพระมหากรณุ าธคิ ุณรว่ มทรงดนตรีกับนกั เรียนไทยที่กาลงั ศึกษาอยใู่ นประเทศฝร่ังเศสดว้ ยพระอจั ฉริยภาพเปน็ ท่ีประจักษแ์ กช่ าวโลก พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั ทรงเครื่องดนตรีไดด้ หี ลายชนดิ ท่ที รงโปรดคอื เคร่อื งเป่าแทบทุกชนดิ ประเภทเคร่อื งทองเหลอื ง เช่น ทรมั เป็ต ประเภทเคร่ืองลม เช่นแซกโซโฟน คลารเิ น็ต รวมทง้ัเปียโน และกีต้าร์ท่ีทรงฝกึ เพ่ิมเติมในภายหลัง ลงเล่นได้เป็นอยา่ งดี ทรงนาไปประกอบการพระราชนพิ นธ์เพลงแหลเ่ พื่อทรงดนตรรี ่วมกับวงดนตรี เหตกุ ารณ์ทีส่ าคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ในการแสดงถงึ พระอจั ฉรยิ ภาพทางด้านดนตรีที่แสดงต่อนานาประเทศดังน้ี

24 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ดนตรีเปน็ ตเู้ ชอื่ มสายสมั พันธส์ ร้างมติ รภาพระหว่างประเทศ พระองคท์ รงประสบความสาเรจ็ ในการใช้ดนตรีเป็นภาษาสากลได้อย่างงดงาม ดังเห็นได้จากการท่พี ระองคเ์ สด็จพระราชดาเนนิ ไปเยอื นตา่ งประเทศ เช่น สหรัฐอเมรกิ า ในปีพ. ศ. 2503พระองค์ได้เสดจ็ พระราชดาเนินไปเสวยพระกายาหารค่า ณ Washington Place ซ่งึ รฐั บาลฮาวายได้จัดถวาย ทางฝา่ ยเจ้าภาพเมื่อไดท้ ราบว่าพระบาทสมเดจ็ พระอย่หู ัวทรงมีพระปรชี าสามารถพเิ ศษด้านดนตรจี งึ ไดก้ ราบบังคมทูลเชิญเสดจ็ ฯ ใหท้ รงร่วมบรรเลงดนตรกี บั วงดนตรีท่ีจัดมาแสดงถวายหน้าพระทน่ี ง่ั โดยเตรียมเครื่องดนตรคี ลารเิ น็ตไว้ถวายใหท้ รงเล่นด้วย หลงั จากท่ีทรงได้รับการคะยนั้ คะยอหนักข้ึนจากท้งั เจ้าภาพ นักดนตรี และผรู้ ว่ มงาน พร้อมกบั เสยี งปรบมอื ดงั ไม่หยุด จงึ ทรงรับเชญิ ขน้ึ ไปทรงเล่นดนตรีพระราชทาน 2 เพลง แมว้ า่ จะมไิ ด้เตรยี มพระองคม์ ากอ่ น เหตุการณน์ ้ปี ระทับใจแก่ผรู้ ่วมงานในวนั น้นั เปน็ อย่างยิ่ง เพราะชาวอเมริกันชอบความเป็นกนั เองเชน่ นม้ี าก พระองค์ทรงเลน่ ดนตรรี ว่ มกับวงดนตรีไดท้ ุกวง ทรงเขา้ รว่ มบรรเลงกับวงดนตรนี ัน้ นน้ั ได้โดยไมว่ ่าวงดนตรนี ัน้ จะเลน่ แนวแบบใด สาหรบั วงดนตรีแจส๊ นนั้ ยังทรงดนตรีได้ทั้งชนดิ มีโน๊ตและไม่ตอ้ งมีโนต้ เม่อื ถึงตอนเดย่ี ว (solo) พระองค์ทรงสามารถใช้ปฏิภาณไหวพริบเล่นเดย่ี วไดอ้ ย่างยอดเย่ยี มศัพท์ทางดนตรีเรียกว่าการเด่ียวแบบ Solo adlib ซ่งึ ถอื ว่ายากมาก เพราะนักดนตรจี ะต้องแต่งเน้ือข้ึนมาใหม่ในเวลาน้นั โดยฉับพลัน แตต่ ้องให้อยู่ในกรอบของจงั หวะและแนวเพลงนัน้ ๆ พระอจั ฉริยภาพทางดนตรีของพระองคน์ นั้ ถึงข้ันท่ีทรงสามารถบรรเลงตอบโตไ้ ด้อยา่ งสนุกสนานคร้นื เครงกับนกั ดนตรตี ่างๆท่ีมีช่อื เสียงระดับโลกมากมายได้ อย่างเมื่อครง้ั เสดจ็ ฯ ไปเยือนประเทศสหรัฐอเมรกิ าทรงได้เสดจ็ ฯไปทรงดนตรีร่วมกบั นกั ดนตรอี ยา่ ง Benny Goodman (ยอดนักดนตรีคลาริเนต็ ฝมี ือช้ันยอดของโลก) Louis Armstrong (นักเปา่ ทรัมเป็ตชื่อก้องโลก) Jack Teagarden (ยอดนักตรี ะนาดเหลก็ สากลอนั โด่งดงั ) Stan Getz (นกั เป่าเทนเนอร์แซกโซโฟนทเ่ี ปน็ ท่รี จู้ ักกนั ดี) เม่ือครงั้ เสด็จพระราชดาเนนิ เยือนนครนิวยอร์ก เมอื่ ปพี .ศ 2503 นักดนตรฝี ีมอื ระดับโลกเหลา่ นนั้ ตา่ งล้วนถวายการยกย่องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ในฐานะที่ทรงเปน็ ยอดนักดนตรีผู้มีอัจฉรยิ ภาพสูงส่งพระราชดารสั ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวทรงตอบคาถามนักขา่ วตา่ งชาติได้อย่างนา่ ประทับใจย่งิมนี กั ข่าวชาวอเมริกนั คนหนึง่ ได้กราบบังคมทูลถามพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ว่าทรงเป็นนักดนตรีแจส๊ จรงิ หรือไม่และโปรดดนตรีประเภทใดมากท่สี ดุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวทรงมพี ระราชดารสั ตอบว่า “ดนตรีแจส๊ เปน็ สว่ นหนึ่งของขา้ พเจ้า จะเปน็ แจส๊ หรอื ไม่ใช่แจ๊สกต็ าม ดนตรีล้วนอยใู่ นตวั คนทกุ คน เปน็ ส่วนทย่ี ิ่งใหญ่ในชวี ิตคนเราสาหรบั ข้าพเจ้าดนตรีคอื ส่ิงประณตี งดงาม และทกุ คนควรนิยมในคุณค่าของดนตรีทกุ ประเภทเพราะวา่ ดนตรีแตล่ ะประเภทตา่ งกม็ ีความเหมาะสมตามแต่โอกาสและอารมณ์ท่แี ตกตา่ งกันไป เม่ือ

25พูดถึงการเลน่ ดนตรกี ็ตา่ งกันอีก ถ้าขา้ พเจา้ เลน่ เพลงคลาสสิกและมีใครทาเสียงดงั อย่างนี้กเ็ ป็นการรบกวน เพราะว่าดนตรีคลาสสิกตอ้ งเลน่ อย่างตัง้ ใจจรงิ ขา้ พเจ้าไม่ได้พักผอ่ นเท่าไหรน่ ัก ต้องคอยระวงัไมใ่ หผ้ ดิ โน๊ต และไม่ให้ใครมารบกวนข้าพเจา้ ถ้าหากว่าข้าพเจา้ ตอ้ งเลน่ เพลงแจส๊ กด็ ีกวา่ เพราะว่าข้าพเจา้ เลน่ ทานองไดต้ ามใจชอบตามทร่ี ้สู ึกได้ในขณะน้ัน ตามแต่ละอารมณแ์ ละความนึกคิดของขา้ พเจ้าจะพาไป ถ้าใครมาทาเสยี งดงั เวลาน้นั ขา้ พเจ้าก็ถือว่าเป็นเสียงประกอบ และถ้าข้าพเจ้าเลน่ ผิดโนต้ กเ็ ทา่ กบั วา่ ข้าพเจ้าแตง่ ทานองนัน้ ข้นึ เองในปัจจบุ ัน ” เหตุการณ์ที่พระองคท์ รงใช้ดนตรใี นการเช่ือมสัมพนั ธไมตรีกบั ตา่ งประเทศ ในคราวเสดจ็ ฯ เยือนประเทศฟลิ ปิ ปินส์ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ในปพี .ศ๒๕๐๖พระองค์ไดท้ รงร่วมดนตรีกบั สมาชกิ วฒุ สิ ภาของฟลิ ปิ ปินส์ ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงมะนิลาพระปรีชาสามารถของพระองคใ์ นครั้งนนั้ ได้สรา้ งความประทบั ใจให้กับชาวฟิลิปปนิ ส์เป็นอย่างมากนบั ว่าเป็นการชว่ ยกระชับสมั พนั ธไมตรีกบั ประเทศเพ่ือนบ้านให้แนน่ แฟ้นย่งิ ข้นึ เหตุการณ์ที่สาคญั อย่างย่ิงท่ีแสดงถงึ พระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรี และพระองคท์ รงสร้างชอื่ เสียงใหก้ บั ประเทศชาตกิ บั ทางทรงสร้างสมั พนั ธไมตรีกับตา่ งชาตมิ าเลา่ สูผ่ ้อู า่ นได้รับทราบ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวทรงใชด้ นตรีเป็นสื่อกระชับสมั พนั ธไมตรีระหว่างประเทศกับนานาประเทศได้อย่างแน่นแฟ้น นั่นคือเมื่อครัง้ ทพ่ี ระองคเ์ สด็จฯ เยือนประเทศสาธารณรัฐออสเตรยีในครง้ั น้ันอย่างเป็นทางการในเดอื นตุลาคมพ.ศ 2507 วงดรุ ิยางค์ เอน็ คิว โทนคนุ สเลอรอ์ อรเ์ คสตราแห่งกรงุ เวยี นนา ได้คัดเลือกอัญเชญิ บทเพลงพระราชนิพนธช์ ดุ มโนราห์ สายฝน ยามเยน็ มาร์ชราชนาวกิ โยธนิ และมาร์ชราชวลั ลภ ไปบรรเลง ณ คอนเสิร์ตฮอลล์ กรงุ เวียนนา เม่ือวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2507 เพราะ พร้อมกนั นี้ พร้อมกันน่สี ถานวี ิทยุกระจายเสียงของรัฐบาลออสเตรยี ได้ออกอากาศส่งกระจายเสียงเพลงและเสนอข่าวน้ไี ปทว่ั ประเทศออสเตรียและเสนอขา่ วนี้ไปทั่วประเทศ ปรากฏวา่ได้รบั ความนิยมเป็นอยา่ งสูง หลังจากน้ันอีก 2 วันตอ่ มา คือวนั ท่ี 5 ตุลาคม พ.ศ 2507 สถาบนั การดนตรแี ละศิลปะแห่งกรงุ เวียนนา ( institute of Music and arts of city of Vienna) โดยรฐั บาลออสเตรีย ได้ทูลเกลา้ ฯถวายพระเกียรติให้ทรงดารงตาแหนง่ สมาชกิ กติ ติมศกั ด์ิ สถาบันดนตรีและศลิ ปะแห่งกรุงเวยี นนา (ปจั จุบนั เปลยี่ นฐานะเปน็ มหาวทิ ยาลัยการดนตรีและศิลปะการแสดง) ได้ถวายพระเกยี รติให้ทรงดารงตาแหน่งสมาชิกกติ ติมศักด์หิ มายเลขที่ 23 ดังปรากฏพระปรมาภไิ ธย ภูมพิ ลอดุลยเดช จารกึ บนแผ่นหนิ อ่อนของสถาบนั อันเกา่ แก่ของยุโรปน้ี โดยประธานสถาบนั ได้กลา่ วสดุดีพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ในฐานะทีท่ รงเป็นผ้สู รา้ งสัมพันธ์อนั ดีระหว่างดนตรีตะวนั ออกกบั ดนตรตี ะวันตก และทรงพระราชนพิ นธ์เพลงด้วยพระปรชี าสามารถ

26นับเป็นคร้งั แรกทีพ่ ระมหากษัตรยิ ์แหง่ ทวีปเอเชียทรงมบี ทบาทสาคัญยิ่ง ณ ศูนย์กลางแห่งการดนตรีในทวีปยโุ รป นับเปน็ ชาวเอเชียพระองค์แรกที่ทรงได้รบั การถวายพระเกยี รตใิ ห้ดารงตาแหนง่ สมาชิกกติ ตมิ ศักดิ์ ขณะทีท่ รงมีพระชนม์พรรษาเพยี ง 37 พรรษา พสกนกิ รชาวไทยทุกคนตา่ งชื่นชมและภาคภูมิใจในพระเกยี รตยิ ศทางดนตรขี องพระองคใ์ นครงั้ นย้ี ิ่งนักพระอัจฉรยิ ภาพทยี่ ากนกั ทจ่ี ะมีผใู้ ดจะกระทาได้ เครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องเป่าแบ่งออกไดเ้ ปน็ 2 ชนิดคอื 1.เคร่ืองเปา่ ชนิดมลี ้ิน 2.เครอื่ งเป่าชนิดไม่มีลน้ิ เครือ่ งเปา่ ชนดิ มลี น้ิ เปน็ เครื่องดนตรที เี่ ปา่ ลมผา่ นลน้ิ มรี แู ละกระเดื่องสาหรับเปลี่ยนเสยี งมีหลายชนดิ ได้แก่ แซกโซโฟน คลาริเนต็ โอโบ บาสซูน เปน็ ตน้ สวนผงึ้ ปา่ ชนดิ ไม่มีลน้ิ เปน็ เครอ่ื งดนตรีที่เปา่ ลมผ่านช่องลม มรี ูและกระเดอื่ งสาหรบั เปล่ียนเสยี ง มีหลายชนิด ได้แก่ ฟลตุ รคี อรเ์ ดอร์ ปคิโคโล การทน่ี กั ดนตรีคนใดจะเปา่ เครอื่ งดนตรีชิน้ ใดช้ินหนง่ึ ให้ได้ดีนัน้ ก็ยากแล้ว แลว้ ผใู้ ดจะเรง่เครื่องเป่าชนิดเดียวกนั สลบั ไปมา 2 ช้ินในเพลงเดียวกนั น้นั นบั วา่ อยากเปน็ อยา่ งมาก และแทบจะไม่มีผู้ใดจะสามารถเรง่ เคร่ืองเปา่ ต่างชนดิ กัน สลบั ไปมา 2 ช้ินในเพลงเดยี วกันได้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั ทรงพระปรีชาสามารถทาได้และทรงทาไดด้ ี สง่ิ ที่สามารถบ่งบอกไดช้ ัดแจง้ วา่ พระองค์ทรงพระอัจฉริยภาพอย่างจะหาผู้ใดเสมอเหมือนไดย้ ากน่ิง พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวทรงมีพระราชปรารภว่า “ดนตรีเป็นภาษาสากลที่สามารถขจัดอปุ สรรคทางภาษา วัย ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมที่ตา่ งกัน เพราะภาษาดนตรสี ามารถส่อื ความหมายให้ทุกคนเข้าใจเปน็ อย่างเดยี วกันได้ ดนตรจี งึ เป็นสอ่ื ทีท่ าใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทดี่ ตี ่อกันแมว้ า่ เปน็ คนละชาติ คนละภาษา หรอื ตา่ งศาสนามหศั จรรย์แหง่ บทเพลง พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั พระองคท์ รงเร่มิ พระราชนพิ นธเ์ พลงเม่ือมพี ระชนมพรรษาได้ราว 18 พรรษา ในปีพ.ศ 2489 ทรงพระราชนพิ นธเ์ พลงแสงเทยี น เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกและทรงพระราชนิพนธเ์ รื่อยมา ทุกเรอื่ งล้วนมที านองไพเราะเปน็ เอกลักษณ์ ประทบั ใจผู้ทีไ่ ด้ฟงัสอดคลอ้ งกบั เน้ือรอ้ งซงึ่ มีคติเตอื นใจนานับประการ บทเพลงของพระองค์มคี ่าตอ่ คนไทย เป็นส่วนหน่ึงของชวี ิตคนไทยโดยแท้ มีความสาคัญเป็นทผี่ ูกพนั ท่กี ลมกลืนกนั อย่างแยกกันไม่ได้

27 เพลงพระราชนพิ นธ์แต่ละเพลงนัน้ ลว้ นแสดงออกถงึ พระมหากรณุ าธคิ ุณของพระองค์ท่ีมีต่อประชาชน ในยามใดท่ีบ้านเมืองไม่สงบสขุ พระองค์กท็ รงพระราชทานเพลงความฝันอันสงู สุด เพลงเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย และเพลงเราสู้ เพื่อเป็นการปลกุ ใจและใหก้ าลังใจแกป่ ระชาชน ข้าราชการทหาร พลเรอื น ผู้ปฏบิ ัติหน้าทเ่ี พื่อประเทศชาติ เพ่ือไม่ใหเ้ กดิ ความย่อท้อหวน่ั ไหวในการทาความดีพระองคย์ ังทรงพระราชทานเพลงประจามหาวทิ ยาลยั คอื เพลงมหาจฬุ าลงกรณ์ เพลงธรรมศาสตร์เพลงเกษตรศาสตร์ ทรงพระราชทานเพลงมาร์ชราชวลั ลภ เพลงมารช์ ราชนาวกิ โยธิน เพลงธงชัยเฉลมิพล ให้แกห่ นว่ ยทหารตา่ งๆ เพลงยามเยน็ ทรงพระราชทานแกส่ มาคมปราบวัณโรค เพ่ือนาออกแสดงเก็บเงนิ มาบารงุ การกุศล เพลงใกลร้ ุ่ง ไดบ้ รรเลงเปน็ ปฐมฤกษ์ในงานของสมาคมเลี้ยงไก่แหง่ ประเทศไทย เพลงลมหนาวทรงพระราชทานในงานประจาปีของสมาคมนักเรียนเกา่ อังกฤษในพระราชูปถมั ภ์เพลงพรปีใหมท่ รงพระราชทานแก่พสกนิกรเนื่องในวนั ปีใหม่ ทรงโปรดเกล้าฯ ใหน้ าเพลงชดุ Kinarisuite ไปบรรเลงเพ่ือหารายได้สมทบทุนสภากาชาดไทย และทรงพระราชนิพนธ์เพลงยม้ิ สู้ ทรงพระราชทานเพลงน้ีเพอื่ เป็นการปลอบขวญั และกาลังใจแก่คนตาบอด เพลงพระราชนพิ นธ์มีคู่ทไี่ ดร้ ับการโปรดเกล้าฯ ให้แต่งคาร้องประกอบเพลงพระราชนิพนธม์ ีหลายทา่ นอาทิ หม่อมเจา้ จักรพนั ธ์เพ็ญศริ ิ จกั รพันุธ์, ศาสตราจารยท์ ่านผู้หญงิ นพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา,ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร, หมอ่ มราชวงศเ์ สนีย์ ปราโมช, ทา่ นผูห้ ญิงสมโรจน์ สวสั ดิกลุ ณอยธุ ยา, นายจานง ราชกิจ (จรัล บณุ ยะรตั พนั ธ์)ุ , และท่านผหู้ ญิงมณีรัตน์ บนุ นาค เป็นต้น ในช่วงเวลาแรกหลังจากที่เพลงพระราชนิพนธ์มีคาร้องและทานองสมบูรณ์เรยี บรอ้ ยแล้วพระองคจ์ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหค้ รูเออื้ สุนทรสนาน นาไปบรรเลงในวงดนตรีกรมโฆษณาการ หรอื วงสนุ ทราภรณ์ อาจเปน็ วงดนตรที ี่ทนั สมยั ท่ีสดุ ในช่วงเวลาน้นั ตามกาลเทศะอนั ควรเพ่อื นาไปเผยแพร่ ปรากฏวา่ หลายเพลงที่ได้ออกสูผ่ ู้ฟังกลายเปน็ เพลงยอดนิยมทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศรายละเอียดบางส่วนของบทเพลงพระราชนิพนธ์ แสงเทียน ( Candlelight Blues) เป็นเพลงพระราชนพิ นธเ์ พลงแรก ทรงพระราชนพิ นธ์เมอื่ เดือนเมษายนพ. ศ. 2489 ครงั้ ดารงพระราชอิสริยยศเป็นสมเดจ็ พระอนชุ าธริ าช เปน็ เพลงพระราชนิพนธใ์ นแนวบลูส์ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระเจ้าวรวงศเ์ ธอพระองค์เจ้าจักรพนั ธ์เพ็ญศริ ิ(ขณะดารงพระยศเปน็ หม่อมเจา้ จักรพันธเ์ พ็ญศริ ิ จักรพนั ุธ)์ นพิ นธค์ าร้องภาษาไทย แต่เนอ่ื งจากทรงมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขทานองและคอรด์ บางตอนให้ดกี วา่ เดมิ จงึ ยงั ไม่ทรงโปรดเกล้าฯ

28พระราชทานใหน้ าออกมาบรรเลงในเวลานั้น ต่อมาได้ทรงพระราชทานใหน้ าออกบรรเลงครง้ั แรกเมื่อปีพ. ศ. 2490 ยามเยน็ (Love At sundown) เพลงพระราชนิพนธ์ลาดับท่ี 2 ทรงพระราชนพิ นธ์ในปีพ. ศ. 2489 ขณะยงั ทรงเป็นสมเดจ็ พระอนุชาธริ าช เพลงนเี้ ป็นเพลงจงั หวะฟอกซท์ รอท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองคเ์ จา้ จกั รพนั ธ์เพญ็ ศิริ นิพนธค์ าร้องภาษาไทยและท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยธุ ยา แต่งคารอ้ งภาษาอังกฤษแลว้ พระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ท่ีสมบูรณ์ใหน้ ายเอ้ือ สนุ ทรสนาน นาออกบรรเลงในงานของสมาคมปราบวัณโรค ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมอ่ื วนั เสาร์ท่ี 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 นบั เป็นเพลงพระราชนิพนธเ์ พลงแรกท่ีนาออกมาบรรเลงสปู่ ระชาชน จึงทาใหป้ ระชาชนสว่ นใหญเ่ ขา้ ใจว่า เพลงยามเยน็ เปน็ เพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรก สายฝน (Falling Rain) เปน็ เพลงพระราชนพิ นธ์ลาดบั ที่ 3 ทรงพระราชนิพนธ์ในปี พ. ศ.2489 ขณะทรงเป็นสมเดจ็ พระอนุชาธิราช เพลงนีแ้ สดงได้ประจกั ษ์ชดั ถงึ พระปรชี าสามารถท่ีทรงมีจนิ ตนาการสรา้ งท่วงทานองใหแ้ ตกต่างกันหลายประเภทไดไ้ พเราะ ทรงเลือกแปรลีลาสาเนยี งท่ีออ่ นโยนของจงั หวะวอลซ์ ทรงเปลย่ี นไปใชค้ อร์ดทร่ี ิเรมิ่ แปลกๆใหม่ๆ เพลงนเ้ี ป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกท่ีใช้ลีลาวอลซ์ เพลงฮิตติดอันดับเพลงลีลาศยอดนิยมในยุคนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระเจา้ วรวงศเ์ ธอพระองค์เจ้าจกั รพันธเ์ พ็ญศริ ิ นพิ นธค์ าร้องภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษ พระองค์เจา้ จกั รพันธเ์ พ็ญศริ ิ ทรงแต่งรว่ มกบั ทา่ นผูห้ ญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา บรรเลงครง้ั แรก ณ เวทีลลี าศสวนอมั พร วนั อาทติ ยท์ ี่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2489 นับเปน็ เพลงท่ี 2 ท่ีทรงโปรดเกล้าฯ ให้นาออกมาบรรเลง ใกลร้ งุ่ (Near Dawn) เพลงพระราชนพิ นธ์ลาดบั ท่ี 4 ทรงพระราชนิพนธใ์ นปพี . ศ. 2489ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนชุ าธริ าชทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสรฐิ ณ นครประพันธค์ าร้องภาษาไทย โดยมพี ระเจา้ วรวงศเ์ ธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศริ ิ ทรงชว่ ย สว่ นคารอ้ งภาษาองั กฤษทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหท้ า่ นผ้หู ญิงนพคณุ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธข์ ้ึน และพระเจา้ วรวงศ์เธอพระองคเ์ จ้าจกั รพันธเ์ พ็ญศริ ทิ รงชว่ ยแกไ้ ข แลว้ ทรงโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานให้วงดนตรีสุนทราภรณน์ าออกบรรเลงครั้งแรกในงานของสมาคมสง่ เสรมิ การเลี้ยงไกแ่ ห่งประเทศไทย ในวันท่ี 4 มิถุนายนพ. ศ. 2489 โดยวงสุนทราภรณ์ ชะตาชวี ิต (H.M. Blues) เป็นเพลงพระราชนพิ นธ์ลาดับท่ี 5 ทรงพระราชนิพนธห์ ลงั จากเสด็จข้นึ ครองราชยแ์ ล้ว แลว้ ทรงเสด็จแปรพระราชฐานกลับไปทรงศึกษาตอ่ ทีป่ ระเทศสวติ เซอร์แลนด์อีกวาระหนึ่ง เป็นเพลงพระราชนพิ นธใ์ นแนวบลูส์ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.

29ประเสรฐิ ณ นคร เปน็ ผ้ปู ระพันธ์ แต่เนือ่ งจากในเวลานนั้ คาร้องภาษาองั กฤษไม่ไดพ้ ระราชทานลงมาเพราะตน้ ฉบบั อยทู่ ่สี วิตเซอร์แลนด์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร จึงใสค่ าร้องภาษาไทยทีม่ ีความหมายออกมาคนละอย่าง เพลงนเ้ี ป็นเพลงทมี่ ที านองอันเรียบงา่ ย ที่อาศัยการดาเนินเสียงประสานของคอร์ดบลสู ์จานวน 12 หอ้ ง ซ่ึงเรียกว่า Blues Progression เปน็ หลกั สาคญั เพลงพระราชนิพนธ์ H.M. Blues คนสว่ นใหญ่เข้าใจว่าหมายถงึ His majesty แตแ่ ท้ท่ีจริงแล้วแปลวา่ Hungry men’s เพลงนีถ้ ือวา่ ยอดเยยี่ มมากทง้ั เนอื้ รอ้ งและทานอง แมก้ ระท่ัง Howard Roberts นักกีตาร์แจ๊สระดับโลกได้กล่าววา่ “คร้ังแรกท่ีไดย้ ินเพลงนี้ เขาไมเ่ ช่ือวา่ น่คี ือผลงานการประพันธ์ของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยหรือชาวเอเชียเพราะเพลงน้ีคือเพลงบลูของคนผิวดาอย่างแทจ้ รงิ คนทที่ าได้ถงึขนาดนน้ี า่ จะเป็นคนผิวดา เจ้าตารบั บลสู ์เท่านน้ั ” ดวงใจกับความรัก (Never Mind the H.M. Blues) เป็นเพลงพระราชนพิ นธ์ลาดบั ที่ 6ทรงพระ ทรงพระราชนิพนธใ์ นปีพ.ศ ทรงพระราชนพิ นธใ์ นปพี ศ 2490 พระองค์ทรงศึกษาและประทบั ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอรแ์ ลนด์ เพลงนี้มีลักษณะท่วงทานองทแ่ี ตกต่างไปจากบลูสร์ ุ่นแรก คอื ทรงเปลยี่ นทานอง ให้ระดับเสียงมชี ่วงกว้างขึ้น ทานองเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเรว็ พระองค์ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ใหพ้ ระเจา้ วรวงศเ์ ธอพระองคเ์ จา้ จักรพันธเ์ พ็ญศริ ินิพนธค์ าร้องภาษาไทยในงานเฉลมิ พระชนมพรรษาวันเสารท์ ่ี 6 ธันวาคมพ. ศ. 2490 หลังจากได้เสวยพระกระยาหารและนักดนตรไี ดร้ ับประทานอาหารแล้ว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ จักรพนั ธ์เพญ็ ศิรินพิ นธ์คารอ้ งภาษาองั กฤษ มาร์ชราชวัลลภ (Royal Guards March) เตน้ เพลงพระราชนพิ นธ์ลาดบั ที่ 7 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในปีพ. ศ. 2491 ทรงพระราชทานใหเ้ ปน็ เพลงประจากรมทหารราบที่ 1 มหาดเลก็ รกั ษาพระองค์เพื่อไวใ้ ช้ในพธิ ีสวนสนาม มหาดเล็กรักษาพระองคเ์ พื่อไวใ้ ชใ้ นพิธีสวนสนาม หลังจากน้ัน ผู้บังคบั การกรมทหารราบท่ี 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ไดม้ อบหมายให้พนั ตรศี รโี พธิ์ ทศนุต แต่งคาร้องภาษาไทยถวาย มหี ้องเป็นยาวกว่าเดิม จึงขอพระราชทานทานองเพิ่มเติมเพ่ือใหเ้ ขา้ กบั คาร้อง ในการแก้ไขคานองใหเ้ ข้ากบั คาร้องน้ี ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้พระเจนดรุ ิยางค์ (ปิติ วาทยกร) ช่วยตรวจทาน และได้พระราชทานนามเพลงพระราชนิพนธ์นี้เมื่อปี พ.ศ.2495 อาทิตย์อบั แสง (Blue Day) เปน็ เพลงพระราชนพิ นธล์ าดับท่ี 8 ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2492 ขณะทรงประทับแรมอยบู่ นภเู ขาในเมืองดาโวส์ ประสวิตเซอร์แลนด์ เพลงนมี้ ที ว่ งทานองเช่นเดยี วกับเพลงดวงใจกบั ความรัก เปน็ เพลงทม่ี ชี วี ิตชีวา ซึง่ แตกตา่ งจากเพลงไทย

30สากลในชว่ งเวลาน้ัน ต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ พระองค์เจา้ จกั รพันธ์เพญ็ ศริ ิ นิพธ์คารอ้ งทง้ั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ เทวาพาคฝู่ นั (Dream of Love Dream of You) เป็นเพลงพระราชนพิ นธ์ลาดบั ที่ 9 ทรงพระราชนพิ นธเ์ มื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2492 ขณะทรงประทับ ณ เมืองดาโวส์ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศเ์ ธอพระองคเ์ จา้ จกั รพันธเ์ พญ็ ศิริ นิพนธ์คาร้องท้งั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มหาจุฬาลงกรณ์ เป็นเพลงพระราชนพิ นธอ์ นั ดบั ท่ี 11 ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเดือนกุมภาพนั ธ์ พ.ศ.2492 เปน็ เพลงพระราชนพิ นธเ์ พลงแรกที่ใช้ Pentatonic Scale เปน็ เพลงท่ที รงจนิ ตนาการแปลกใหมไ่ ม่ซา้ แบบใคร เป็นเพลงทม่ี ที ว่ งทานองอนั สง่างาม มีจังหวะหนกั แน่นศาสตราจารยห์ มอ่ มราชวงศ์สุมนชาติสวสั ดกิ ลุ ได้ขอพระราชทานเพลงประจาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานทานองเพลงพระราชนิพนธ์นี้ให้ไปใสค่ าร้องเอง ท่านผู้หญงิ สมโรจน์ สวสั ดิกุล ณ อยุธยา และนายสพุ รผลชวี ิน จึงได้ประพนั ธค์ าร้องถวาย ตอ่ มาในปี พ.ศ.2492 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายเทวาประสิทธ์ิ พาทยโกศล นาทานองเพลงพระราชนิพนธม์ หาจุฬาลงกรณ์มาแต่งเป็นแนวไทย ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระเจ้าจักรพันธ์เพญ็ ศิริ นิพนธ์คาร้องทั้งภาษาไทยและภาษาองั กฤษ เป็นเพลงพระราชนพิ นธเ์ พลงแรกท่ที รงพระราชทานเปน็ เพลงประจามหาวิทยาลยัหลังจากทีท่ รงพระราชทานเพลงใหแ้ ก่จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว พระองค์ไดท้ รงพระราชนพิ นธ์เพลงเพ่ือพระราชทานใหแ้ ก่มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาตามลาดับ แกว้ ตาขวญั ใจ (Lovelight in my heart) เปน็ เพลงพระราชนิพนธล์ าดับที่ 12 ทรงพระราชนิพนธใ์ นปี พ.ศ.2492 ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระเจา้ จกั รพนั ธ์เพ็ญศิรินพิ นธค์ ารอ้ งท้งั ภาษาไทนและภาษาอังกฤษ พรปใี หม่ เปน็ เพลงพระราชนิพนธ์ลาดับท่ี 13 ทรงพระราชนิพนธข์ ึ้นในเดือนธนั วาคม พ.ศ.2494 เม่ือคราวเสดจ็ นวิ ตั พิ ระนคร และประทับ ณ ตาหนักจติ รลดารโหฐาน พระราชวงั ดุสติ ทรงมีพระราชประสงค์ทจี่ ะประทานพรปีใหมแ่ ก่พสกนกิ รชาวไทยด้วยบทเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพลงพรปใี หม่ และทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหห้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจกั รพนั ธเ์ พ็ญศิริ นพิ นธ์คาร้องเปน็ คาอวยพรปีใหม่และทรงพระราชทานแกว่ งดนตรี 2 วง คือวงดนตรนี ิสติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั และวงดนตรีสุนทราภรณ์ นาออกบรรเลง ณ ศาลาเฉลมิ ไทย ในวนั ปีใหมเ่ มื่อวันอังคารที่1 มกราคม พ.ศ.2495

31 รักคืนเรอื น (Love over again) เปน็ เพลงพระราชนิพนธล์ าดับที่ 14 ทรงพระราชนิพนธใ์ นปี พ.ศ.2495 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหห้พระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ จักรพันธเื พญ็ ศิรินพิ นธค์ าร้องทัง้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ แล้วพระราชทานให้นาออกบรรเลงในงานของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชปู ถัมภ์ ณ เวทีลลี าศสวนอมั พร เมอ่ื วันท่ี 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495 ยามค่า (Twilight) เปน็ เพลงพระราชนิพนธ์ลาดบั ที่ 15 ทรงพระราชนิพนธ์ในปี พ.ศ.2495ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ จกั รพนั ธเ์ พ็ญศิริ นิพนธค์ าร้องทง้ัภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แลว้ ทรงพระราชทานให้นาออกบรรเลงในงานของสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมรกิ าในพระราชปู ถัมภ์ ณ สโมสรสราญรมย์ เม่ือวันที่ 23 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2495 ยม้ิ สู้ (Smiles) เป็นเพลงพระราชนพิ นธ์ลาดับที่ 16 ทรงพระราชนิพนธใ์ นปี พ.ศ.2495 ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ จักรพนั ธเ์ พ็ญศิริ นิพนธ์คาร้องภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพ่ือเปน็ การปลอบขวัญและให้กาลงั ใจแก่คนตาบอด แลว้ พระราชทานให้นาไปบรรเลงในงานสมาคมชว่ ยคนตาบอดในพระราชปู ถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เม่ือวันเสาร์ที่ 1 มนี าคม พ.ศ.2495 ความฝันอนั สูงสุด (The impossible dream) เป็นเพลงพระราชนิพนธล์ าดับที่ 43 เป็นเพลงท่ีอาจจะกล่าวไดว้ า่ ไพเราะท่ีสุดบทเพลงหนงึ่ มีความหมายลกึ ซง้ึ กนิ ใจ โดยเนื้อเพลงมาจากการใส่ทานองเพลงในกลอน 5 บท เพอ่ื เตือนสติประชาชนใหไ้ ม่ท้อถอยในการทาความดี โดยทา่ นผหู้ ญงิมณรี ตั น์ บุนนาค เพลงนีม้ ลี กั ษณะพิเศษ คือ เปน็ เพลงพระราชนิพนธบ์ ทแรกท่ีทรงแต่งทานองภายหลัง ใชล้ ลี าจงั กวะวอลซ์ มเี นื้อหาปลกุ ใจรักชาติ ท่วงทานองในแตล่ ะวรรไม่ซา้ กนั คา่ แล้ว (Lullaby) เป็นเพลงพระราชนิพนธล์ าดบั ท่ี 24 ทรงพระราชนิพนธ์เม่อื เดือนกรกฎาคมพ.ศ.2498 ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าจักรพนั ธเ์ พ็ญศิริ นิพนธ์คารอ้ งภาษาองั กฤษ รว่ มกบั ทา่ นผหู้ ญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา และทา่ นผหู้ ญิงสมโรจน์ สวัสดกิ ลุ ณอยุธยา ประพันธ์คาร้องภาษาไทย เพลงที่ทรงพระราชนพิ นธ์สว่ นใหญ่น้นั เป็นช่วงที่พระองคท์ รงประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเมอ่ื เสด็จฯ นวิ ัติพระนครใหมๆ่ นน้ั เพลงในแนวบลสู ์ (ซง่ึ เปน็ สไตลห์ น่ึงของดนตรีแจส๊ ) ทเี่ รมิ่ เป็นท่ีนยิ มในสหัรัฐต้งั แตร่ าวปี พ.ศ.2443 เสียงโน้ตท่ีแปร่งหขู องเพลงแนวบลูส์ และช่วงจงั หวะทข่ี ดั ธรรมชาติของเพลงได้สร้างความแปลกใหม่ให้แก่วงการเพลงในยคุ นั้น ความรู้สกึ ของการขดั แย้งของเสยี งและจังหวะนีเ่ องท่ที าให้ดนตรแี จ๊สให้มิติของความรู้สึกต่นื เต้นแตกตา่ งไปจากแนวทาง

32ดนตรีด้ังเดิมของโลกตะวนั ตก คุณคา่ ของดนตรไี ม่ได้อยูท่ ่คี วามไพเราะรน่ื หู หรือความออ่ นหวานของบทเพลงและท่วงทานอง แทท้ ี่จริงแลว้ คอื ความรสู้ ึกท่ีเกิดจากเสยี งบลูสท์ แี่ ปลกใหม่ และจังหวะแจ๊สที่ขดั แยง้ ตน่ื เต้นเร้าใจ ความขัดแยง้ ต่ืนเตน้ ในบางครั้งก็อาจเตอื นมนุษย์ให้เขา้ ใจถงึ ความเป็นจริงของชีวติ ตนเองได้ เปรยี บเสมือนความทุกข์ของมนษุ ย์ที่บางคร้ังทาใหช้ วี ิตมีความหมายและมีคณุ ค่า เพราะความทกุ ข์ของชีวติ ทาให้จติ ใจเข้มแข็ง มากกวา่ ความสขุ ท่ีไม่จีรงั ก่อนที่พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั จะเสดจ็ ฯ นวิ ัติพระนครพระองค์ทรงใช้ระบบการประพนั ธ์แบบสบิ สองเสยี ง (Chromatic Scale) ซ่งึ เปน็ ที่นยิ มกันทางตะวันตก เพราะถือวา่ สามารถสรา้ งสสี นั ของเสียงดนตรีได้มากมาย โดยการใส่คอร์ดอย่างสลบั ซบั ซอ้ น ทาใหเ้ กิดเสยี งประสานได้อยา่ งไพเราะ เมื่อมีผู้กราบบังคมทูลฯ ทรงพระกรณุ าฯ วา่ บทพระราชนพิ นธ์ในแนวสิบสองเสยี งซับซ้อนและสามารถจาได้ยาก จงึ ทรงเลอื กประพันธท์ านองเพลงใหม่ โดยใช้ระบบห้าเสียง(Pentatonic Scale) ซึง่ เปน็ ระดบั เสียงท่ีเรียบง่ายและมกั จะพบในทานองเพลงพน้ื บ้าน เป็นการพสิ จู น์วา่ แมร้ ะบบบันไดเสียงที่เรียบง่ายก็อาจประพนั ธ์ทานองให้ไพเราะได้ ทรงเรียบเรียงดว้ ยระบบบันไดเสยี งท่เี รยี บง่ายดว้ ยจงั หวะมาร์ชทห่ี นักแนน่ ทานองเพลงทจี่ าง่าย แตม่ รี ะเบยี บและมีความสมดลุ กนั เปน็ อยา่ งดี ดงั เช่น เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ ทสี่ ่งพระราชนพิ นธด์ ว้ ยระบบห้ามเสียงเป็นเพลงแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัวทรงมีความรอู้ ย่างแตกฉานในทฤษฎกี ารประพันธ์ ทรงเปน็ ผ้นู าในดา้ นการประพนั ธ์ทานองเพลงสากลของเมืองไทย โดยทรงใสค่ อร์ดดนตรีที่แปลกใหม่และซบั ซอ้ น ทาใหเ้ กิดเสียงประสานท่เี ข้มข้นในเสียงดนตรเี มื่อประกอบกบั ลีลาจังหวะขน้ึ ทางขนึ้ หลากหลายทาให้บทเพลงพระราชนพิ นธ์บรรเลงได้อย่างไพเราะ หลายบทประพันธ์เพลงอมตะของไทยในปัจจบุ ันนอกจากนีย้ ังคงจนิ ตนาการสรา้ งสรรค์ที่ไมซ่ ้าแบบผู้ใดและแปลกใหม่อยตู่ ลอดเวลา พระราชนิพนธม์ ารช์ ราชนาวิกโยธนิ (Royal Marines March) เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลาดับที่ 29 พระราช พระราชทานให้เมื่อวนั ท่ี 28 มถิ ุนายน 2502 หนว่ ยบัญชาการนาวิกโยธินจงึ ได้ถอื เอาวันดงั กล่าวนเี้ ปน็ วันทหารนาวกิ โยธินจนตราบถึงปัจจุบัน ผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทและผู้ที่เคยไดร้ ่วมเลน่ ดนตรกี ับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว ได้เล่าถึงพระอจั ฉริยภาพในการพระราชนพิ นธ์ทรงแต่งเพลงได้ทกุ หนทุกแห่ง บางครัง้ ไม่จาเปน็ ตอ้ งใช้เคร่ืองดนตรีช่วย ครั้งหน่ึงทรงเกิดแรงบนั ดาลพระราชหฤทยั ทรงหยบิ ฉวยซองจดหมายได้กท็ รงตเี ส้น5 เส้น แลว้ ทรงเขียนโน้ตทานองเพลงขึน้ โดยฉบั พลนั เช่น เพลงพระราชนิพนธเ์ ราสู้ เป็นตน้ พระองค์ทรงมีความรู้อย่างแตกฉานในทางทฤษฎีและทางปฏิบตั ทิ รงเป็นผูน้ าในดา้ นการประพันธ์ทานองเพลง สากลของเมืองใครดงั ทีป่ ระจกั ษช์ ดั ทรงมกี ารประพันธ์เพลงรปู แบบต่างๆดังเช่น ทรงใส่คอร์ดดนตรที แ่ี ปลกใหมแ่ ละซบั ซ้อน ทาใหเ้ กิดเสยี งประสานท่เี ขม้ ขน้ ไพเราะ ประกอบ

33กับลลี าจังหวะทีห่ ลากหลาย ทาใหบ้ ทพระราชนิพนธ์บรรเลงได้อย่างไพเราะ กบั ทัง้ อยา่ งทรงจนิ ตนาการสรา้ งสรรค์ที่ไม่ซ้ารปู แบบใคร และแปลกใหมแ่ หวกแนวอยู่ตลอดเวลา จนทาใหเ้ พลงพระราชนพิ นธ์เป็นเพลงอมตะของไทยตลอดมาทรงเปน็ องค์อุปถัมภ์วงการดนตรไี ทย ในทางดนตรีไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ทรงเห็นว่าวิชาดนตรีไทยเปน็ ศลิ ปะสาคัญของชาติ สมควรทจ่ี ะได้รวบรวมเพลงไทยเดิมตา่ งๆไว้ไม่ให้ผนั แปรไปจากเดิม โดยทรงโปรดเกลา้ ฯ ให้มีการพฒั นาโปรแกรมท่ีถกู ต้องและจัดพิมพ์ข้ึนเก็บไวเ้ ป็นหลกั ฐาน เพราะวา่ ในการบนั ทกึ แนวเพลงเปน็โน้ตสากลแตเ่ ดิมนั้น ยังไม่ได้มีการบนั ทึกไว้อย่างครบถว้ นและจัดพิมพ์ให้เปน็ การสมบรู ณ์ จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้กรมศลิ ปากรรบั เรอื่ งนี้ไปดาเนินการ ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองคใ์ นการจัดพิมพ์โนต้ เพลงไทยชุดนี้ นับวา่ เปน็ การรกั ษาศิลปะดนตรีอนั สาคัญของไทยไวไ้ ม่ให้เสอ่ื มสญู และยังเปน็ การเผยแพรว่ ชิ าดนตรขี องไทยออกไปในหมปู่ ระชาชนทส่ี นใจ ให้เปน็ ท่ีรู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้นในภายภาคหนา้ อีกดว้ ยนับวา่ เป็นพระมหากรุณาธิคณุ อย่างหาท่ีสุดมไิ ด้ที่พระองคท์ รงมแี กว่ งการดนตรไี ทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัวทรงเป็นองคพ์ ระราชปู ถัมภกด้านดนตรี ทรงส่งเสริมดนตรีไทยทรงมพี ระมหากรุณาธิคุณแก่ศิลปนิ ดนตรอี ยา่ งถ้วนหน้า ในทางดนตรีไทย พระองค์ทรงเหน็ วา่ วชิ าดนตรไี ทยเป็นศลิ ปะท่ีสาคญั ของชาติ พระองคท์ รงรเิ ร่ิมให้มีการวิจัยเกี่ยวกับดนตรีไทยในดา้ นบันไดเสียงของเครอ่ื งดนตรไี ทยประเภทต่างๆ เช่น ความแตกต่างระหว่างบันไดเสยี งของเคร่ืองสายและบันไดเสียงของระนาด เปน็ ต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงรเิ ร่มิ ให้มีการบรรเลงเพลงไทยท่ีเรยี บเรยี งขึน้ จากเพลงไทยสากล โดยพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหน้ ายเทวาประสทิ ธิ์ พาทยโกศล นาทานองเพลงมหาจฬุ าลงกรณ์มาแต่งใหเ้ ปน็ แนวไทย นายเทวาประสิทธ์ิได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาดัดแปลงเพ่อื ใชใ้ นการบรรเลงดว้ ยวงป่ีพาทย์ ภายหลงั จงึ ได้ปรบั ปรงุ เป็นหนง่ึ ในการบรรเลงดนตรีไทยของชมรมดนตรไี ทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั นกั เต้นเพลงไทยเพลงแรกที่ประดษิ ฐข์ น้ึ มาจากเพลงไทยสากล พระราชดารใิ นการสรา้ งสรรคแ์ ละสง่ เสริมดนตรีไทย พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวทรงไดร้ บั การยกย่องจากคณะกรรมการสานักงานวฒั นธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธกิ าร ประจาปพี . ศ. 2529 ได้ ได้น้อมเกล้านอ้ มถวาย ให้ทรงเป็นองค์อคั รศลิ ปินแหง่ ชาติแต่ละองค์ ณ พระตาหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสติพระองค์ทรงแสดงให้เห็นถงึ พระอัจฉรยิ ภาพทางด้านดนตรีมาต้งั แต่ทรงพระเยาว์ พระองคท์ รงมีพระปรชี าสามารถอย่างแท้จริง พระองค์ทรงดนตรีต่างๆไดอ้ ย่างเชยี่ วชาญชานาญยิ่ง พระอจั ฉริยภาพด้าน

34ดนตรใี นพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั หาใชป่ รากฏเฉพาะในสายตาพวงชนชาวไทยเทา่ น้ัน หากแต่นานาประเทศตา่ งก็ยอมรบั ว่าพระองค์ทรงมีความสามารถทางด้านดนตรไี ม่เป็นทสี่ องรองใคร พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รัชกาลท่ี 9 ของไทยมีพระอัจฉรยิ ภาพทางด้านดนตรี ผลงานของพระองคน์ น้ั ถือวา่ จัดอยูใ่ นระดับยอดเย่ียมของโลก จนไดร้ บั การน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญานามวา่ อัครศิลปิน ที่แปลว่าผมู้ ีศิลปะอันเลอเลิศหรือผู้เป็นใหญ่ในศิลปนิ พระองค์ทรงเปน็ เลิศในศิลปะทั้งหลายทัง้ มวล ทรงไดร้ บั การยกยอ่ งสรรเสรญิ สดุดีพระเกียรติคุณทางจากพสกนกิ รชาวไทยและศิลปินทั่วโลกในพระอจั ฉรยิ ภาพและพระปรชี าสามารถอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทรงเป็นศิลปินเหนือศลิ ปนิ ทยี่ ังความปลาบปลม้ื ปิตมิ าสู่พสกนิกรชาวไทยตลอดมาตารางที่ 1 แสดงตวั อย่างบทเพลงพระราชนิพนธ์ ตัวอย่างบทเพลงพระราชนพิ นธ์1. แสงเทียน (Candlelight Blues) 27. แสงเดอื น (Magic Beams)2. ยามเย็น (Love at Sundown) 28. ฝัน (Somewhere Somehow), เพลนิ ภู3. สายฝน (Falling Rain) พงิ ค์4. ใกลร้ ุ่ง (Near Dawn) 29. มารช์ ราชนาวกิ โยธิน (Royal Marines5. ชะตาชีวิต (H.M. Blues) March)6. ดวงใจกบั ความรกั (Never Mind the 30. ภริ มย์รัก (A Love Story)Hungry Men's Blues) 31. Nature Waltz7. มาร์ชราชวลั ลภ (Royal Guards March) 32. The Hunter8. อาทิตย์อับแสง (Blue Day) 33. Kinari Waltz9. เทวาพาคฝู่ ัน (Dream of Love Dream of 34. แผ่นดนิ ของเรา (Alexandra)You) 35. พระมหามงคล10. คาหวาน (Sweet Words) 36. ยงู ทอง (ธรรมศาสตร)์11. มหาจุฬาลงกรณ์ (Maha 37. ในดวงใจนริ นั ดร์ (Still on My Mind)Chulalongkorn) 38. เตือนใจ (Old-Fashioned Melody)12. แกว้ ตาขวญั ใจ (Lovelight in My Heart) 39. ไรเ้ ดอื น (No Moon), ไร้จันทร์13. พรปีใหม่ 40.เกาะในฝนั (Dream Island)14. รักคืนเรือน (Love Over Again) 41. แวว่ (Echo)15. ยามค่า (Twilight) 42. เกษตรศาสตร์16. ย้ิมสู้ (Smiles) 43. ความฝันอันสูงสดุ (The Impossible17. มาร์ชธงไชยเฉลิมพล (The Colours Dream)

35March) 44. เราสู้18. เมือ่ โสมสอ่ ง (I Never Dream) 45. เรา-เหล่าราบ ๒๑ (We-Infantry19. ลมหนาว (Love in Spring Regiment 21)20. ศกุ รส์ ญั ลกั ษณ์ (Friday Night Rag) 46. Blues for Uthit21. Oh I say 47. รัก22. Can't You Ever See 48. เมนูไข่23. Lay Kram Goes Dixie24. ค่าแล้ว (Lullaby)25. สายลม (I Think of You)26. ไกลกังวล (When), เกิดเป็นไทยตายเพ่อืไทย 4.5 หตั ถศลิ ป์ ทางด้านงานออกแบบและศิลปะงานช่าง พระองค์ทรงประดิษฐข์ องเลน่ เครือ่ งเลน่ เรือรบจาลองด้วยพระองคเ์ องต่อมาพระองคจ์ ึงต่อเรือใบดว้ ยพระองค์เองถึงสามประเภทในพุทธศักราช 2507 ทรงต่อเรอื ใบลาแรกเป็นเรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ และในปีต่อมาก็ทรงต่อเรือใบประเภทโอเค และประเภทม็อธ พระองคย์ ังพิชิตเหรยี ญทองการแขง่ ขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ในพุทธศักราช 2510พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั มีฝพี ระหัตถ์เป็นเยย่ี มในด้านการชา่ ง ทง้ั ชา่ งไม้ชา่ งโลหะ และช่างกล ซ่งึ เป็นงานพ้นื ฐานดา้ นวิศวกรรมศาสตร์ เม่อื ยงั ทรงพระเยาว์ ทรงสร้างมอเตอร์ไฟฟ้าใช้เอง ทรงสรา้ งเคร่ืองรับวิทยรุ ว่ มกบั พระเชษฐาธิราช โดยซอ้ื อุปกรณ์ราคาถกู มาประกอบเองทรงจาลองส่ิงของตา่ งๆ ได้หลายอย่าง ทรงประดิษฐ์เครื่องร่อนทบี่ นิ ร่อนได้จรงิ ทรงจาลองเรอื รบหลวงของไทยชือ่ “ศรอี ยธุ ยา”ซ่ึงยาวเพยี งสองฟตุ มที ง้ั สายเคเบล้ิ และปืนเรือครบครนั พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ทรงสนพระราชหฤทยั ในงานช่างมาต้งั แตท่ รงพระเยาว์พระองค์ท่านทรงประดิษฐ์ของเล่นดว้ ยพระองคเ์ องเชน่ เครื่องร่อนและเรือรบจาลอง เปน็ ต้น พระองค์ทา่ นทรงโปรดกีฬาเรอื ใบเป็นอย่างย่ิงและประกอบกบั พระองค์ท่านทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างจงึ โปรดทจี่ ะตอ่ เรอื ใบด้วยพระองค์เอง

36 รปู ที่ 11 ภาพสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวทรงต่อเรอื ใบ ทมี่ า : http://www.tsood.com/contents/152844 รูปท่ี 12 ภาพสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ทรงเรือใบ ทม่ี า : http://www.jobthai.com/reach/inspiration.html?lang=th เรอื ใบฝีพระหัตถ์ท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ทรงต่อมีด้วยกนั 3 ประเภท ไดแ้ ก่- เรอื ใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ (International Enterprise Class) ซง่ึ เป็นเรอื ใบลาแรกท่ีทรงตอ่ เอง เมอ่ื วันท่ี 7 ธันวาคม 2507 และพระราชทานชื่อเรือว่า “ เรอื ปะแตน ” และลาต่อๆ มามีชอื่ วา่ “ เรอื เอจี ”- เรอื ใบประเภทโอ.เค (International O.K. Class) เปน็ เรือใบท่ีพระบาทสมเด็จพระ-เจ้าอยหู่ ัวทรงต่อเมอื่ พ.ศ. 2508 และพระราชทานชื่อเรือวา่ “ เรือนวฤกษ์ ” ลาดบั ต่อๆ มามชี ่อื วา่ เรือเวคา 1 , เรือเวคา 2 และเรือเวคา 3 เปน็ ต้น- เรือใบประเภทม็อธ (International Moth Class) เรอื ประเภทน้ีเป็นเรือท่กี าหนดความยาวตวัเรือไม่เกนิ 11 ฟุต เนอ้ื ทีใ่ บไม่เกนิ 35 ตารางฟตุ เรือม็อธท่ีทรงออกแบบและทรงต่อด้วยพระองค์เองในระหว่าง พ.ศ. 2509-2510 มดี ว้ ยกนั 3 แบบ คือ

37 - เรอื ใบมด ขนาดเรือยาว 11 ฟุต กว้าง 4 ฟุต 7 นิว้ เสาเดี่ยว เน้ือทใี่ บ 72 ตารางฟตุ คุณสมบัติคือ มีราคาถูก เบา แล่นไดเ้ รว็ เก็บรักษาได้ง่าย - เรอื ใบซปุ เปอร์มด เปน็ เรือท่ีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั ทรงสรา้ งใหม้ ขี นาดใหญ่ ขึ้นกว่าเรือมด คือมีขนาดยาว 11 ฟุต เทา่ เรือมด แตก่ วา้ ง 4 ฟุต 11นิว้ ซงึ่ มีความเร็วมากข้นึ สู้ คลืน่ ลมไดด้ ีและมีความปลอดภัยสงู เปน็ เรอื ที่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทรงใชแ้ ข่งขันกฬี า เรือใบทุกครงั้ ทม่ี ีการแข่งขันในประเทศไทย - เรอื ใบไมโครมด เป็นเรอื ใบทที่ รงออกแบบให้มีขนาดเล็กกวา่ เรอื ใบมด คอื มคี วาม ยาว 7 ฟุต 9 นิ้ว กวา้ ง 3 ฟตุ 4 นิว้ เปน็ เรือทีเ่ หมาะสาหรบั คนรา่ งเลก็ หรือเด็ก มีวิธีการสร้างที่ งา่ ย สะดวก และประหยดั เรอื ใบลาสุดท้ายทพี่ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัวทรงออกแบบและต่อดว้ ยพระองคเ์ องคือ “ เรอื โมก ” (Moke) ซึ่งเป็นเรือทที่ รงทดลองสร้างโดยทรงออกแบบผสมผสานระหวา่ งเรือ โอ.เค. และเรอื ซุปเปอร์มด คือ ออกแบบให้มีขนาดใหญ่กวา่ เรอื ซุปเปอร์มด และให้มีขนาดใกลเ้ คยี งกบั เรือโอ.เค. แตใ่ ชอ้ ปุ กรณ์เสาและใบเรอื ของเรอื โอ.เค. 4.6 การถ่ายภาพ ดา้ นศิลปะการถ่ายภาพพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัวทรงเป็นศิลปนิ นกั ถา่ ยภาพทั้งถ่ายภาพน่ิงและภาพยนตร์ ภาพถ่ายฝีพระหตั ถ์ของพระองค์ได้รับการอัญเชิญไปแสดงนิทัศการและตีพมิ พใ์ นนติ ยสารต่างๆทรงเชยี่ วชาญการถา่ ยภาพท้ังกล้องธรรมดาและกล้องถ่ายภาพยนตร์ ในระยะแรก ทรงถ่ายภาพดว้ ยกล้องที่ไม่มเี คร่อื งวัดแสงในตวั จงึ ตอ้ งทรงคานวณความเรว็ ของแสงด้วยพระองค์เองจนสามารถวดั แสงไดอ้ ยา่ งแม่นยา ทรงประดิษฐ์แผน่ กรองแสงขนึ้ เองท่ีเรยี กว่า Bicolocer Filter ได้ตัง้ แต่ยงั ไม่มจี าหนา่ ยในประเทศไทย ท้ังยังทรงเชยี่ วชาญในการลา้ งฟลิ ์มอัดขยายภาพขาวดาและภาพสี เมอื่ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั เสด็จพระราชดาเนินไปทรงเยีย่ มราษฎรในท้องถิ่นต่างๆ จะทรงถ่ายภาพด้วยพระองคเ์ องตามพระราชประสงคท์ จ่ี ะทรงใชโ้ ดยเฉพาะในการพัฒนาประเทศภาพถ่ายฝพี ระหตั ถ์มไิ ด้แสดงคุณลักษณะแห่งศิลปะเพยี งอย่างเดยี ว หากยงั อานวยประโยชนอ์ เนกอนันตต์ อ่ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนพระปรีชาดา้ นการถา่ ยภาพ การถ่ายภาพเหมอื นใครๆก็ถ่ายได้ จะถ่ายภาพให้ออกมาดูดีมีศิลปะใหส้ วยงามสมบูรณ์น้ันยากไม่ใชน่ ้อย ดา้ นการถ่ายภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัวนั้น ทรงถ่ายภาพออกมาได้อย่างยอดเย่ยี มคุณไปด้วยศลิ ปะ และประโยชน์ใช้สอย

38กลอ้ งของพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเดจ็ ทรงถา่ ยภาพท้งั ในยามเสด็จพระราชดาเนินไปในท่ตี ่างๆ ในการปฏบิ ตั ิพระราชกรณยี กิจ เพื่อนามาศึกษาในการช่วยเหลือราษฎร เมอ่ื ยามว่างพระองค์ก็ทรงถ่ายภาพเพอ่ื บนั ทกึเหตุการณ์ในช่วงนนั้ ๆ ได้อย่างดีเยย่ี ม ด้วยทรงใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชนท์ รงศึกษาจนชานาญ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวทรงมพี ระปรีชาสามารถในศลิ ปะตา่ งๆ ท้ังศลิ ปะด้านมณั ฑนศิลป์ จติ รกรรม ประติมากรรม สถาปตั ยกรรม วรรณศลิ ป์ การดนตรี ฯลฯ แต่งานท่ีทรงเชยี่ วชาญและพอพระราชหฤทัยเปน็ พเิ ศษคือ ศลิ ปะการถ่ายภาพ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงสนพระราชหฤทยั ในการถ่ายภาพมาตงั้ แตท่ รงพระเยาว์ดงั ท่ีประชาชนไดเ้ ห็นภาพพระองค์ทรงคล้องกล้องทีพ่ ระศออย่เู สมอ พระองค์ทรงมีกล้องถ่ายภาพตัวเลก็ ไดร้ ะบุรหัสต้ังแต่พระชนมายุเพยี ง 8 พระชันษา นบั ตั้งแต่ครง้ั ยังทรงพระเยาว์พระชันษาจนกระท่ังตราบเทา่ ทกุ วนั นี้ ทรงใชง้ านอดเิ รกดา้ นแต่งพระราชกรณยี กจิ ตา่ งๆเอื้อประโยชน์ตอ่ประเทศชาตนิ านาประการ กลอ้ งตวั แรกน้ันสมเดจ็ พระราชชนนีพระราชทานใหแ้ กพ่ ระองค์ กล้องตวั นั้นเป็นกล้องโคโรเนต็ มิดเจต็ สเี ขียวปะดา ด้วยกล้องน้ใี ช้ฟิล์มซึ่งมีราคาถกู เปน็ ตน้ ทีผ่ ลิตขึน้ ทีเ่ มอื งเบอร์มงิ แฮมประเทศอังกฤษ กลอ้ งตวั น้มี ีขนาดเล็กมาก โดยยังมคี าโฆษณาว่าเลก็ ทส่ี ดุ ในโลก ใชฟ้ ลิ ์มขนาด 16mm ถา่ ยได้ 6 ภาพต่อ 1 ม้วน กลอ้ งตัวนีเ้ ป็นกล้องทวี่ ัดแสงและจัดองค์ประกอบตา่ งๆด้วยพระองค์เองทรงสะพายกล้องทุกหนแห่งทเี่ สด็จ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ข้ึนครองราชย์แลว้ ก็ทรงโปรดถา่ ยภาพสถานที่ส่ิงของ และบุคคลตา่ งๆ อยู่เสมอ ภาพถา่ ยฝพี ระหตั ถ์ของพระองค์ได้ปรากฏบนปกนติ ยสารต่างๆเป็นประจา เช่น นติ ยสาร Standard ของพระวรวงศเ์ ธอพระองคเ์ จ้าเปรมบุรฉัตร ในราวปีพ.ศ 2483 พระองค์ทรงมีพระราชดารสั เรือ่ งพระอารมขันแกผ่ ใู้ กล้ชิดทา่ นหนึง่ ว่า “ฉนั เปน็ กษตั รยิ ก์ ็จรงิ แต่ฉันก็ยังมีอาชีพเป็นชา่ งภาพของหนังสือสแตนดารด์ ไดเ้ งินเดือนเดอื นละ 100 บาท ต้งั หลายปีมาแล้ว จนบดั นี้ก็ถึงเขายงั ไม่ขน้ึ เงนิ เดอื นให้สักที เขาก็คงถวายไวเ้ ดือนละ 100 บาทอยเู่ รื่อยมา” ความรักในการถ่ายภาพของพระองคพ์ ระองค์ทรงสรา้ งหอ้ งมืด (Dark Room) ไว้สาหรับล้างอดั ขยายภาพเปน็ การสว่ นพระองค์ ขนึ้ ในบรเิ วณช้ันลา่ งของตกึ ท่ีทาการสถานวี ิทยอุ .ส ด้วยพระราช

39ประสงคท์ ีจ่ ะทรงสรา้ งภาพให้เปน็ ศิลปะถูกต้องและรวดเรว็ ด้วยพระองคเ์ อง ทรงใชส้ าหรบั ลา้ งฟิลม์และขยายภาพ โดยทรงใชเ้ ครื่องมือแบบท่ีใช้ในห้องปฏิบตั ิการตามมาตรฐานทว่ั ไป ทรงศึกษาการล้างและขยายภาพจนสามารถอดั ขยายภาพออกมาด้วยพระองค์เอง ทรงทราบเรื่องทฤษฎีสีเปน็ อยา่ งดีทรงคดิ คน้ คน้ หาเทคนิคใหมๆ่ อยเู่ สมอ จนทาให้ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เปน็ ผลงานทีส่ วยงามในศิลปะล้าคา่ พระองคท์ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ จดั ตัง้ สว่ นชา่ งภาพส่วนพระองค์ขึ้นในสานกั พระราชวัง เพอ่ื ทาหน้าทีใ่ นการลา้ งอัดขยายภาพ เก็บรกั ษาอนรุ กั ษ์ภาพ และบริการถ่ายภาพให้แกผ่ ู้มาตดิ ตอ่ เพ่ือนาไปใช้ประโยชน์ พระองค์ทรงชานาญไม่ว่าจะเปน็ กลอ้ งถา่ ยภาพธรรมดาหรือกลอ้ งถา่ ยภาพยนตร์ ทรงโปรดการถา่ ยภาพสไลด์ พระองค์สนพระราชหฤทยั ศิลปะแขนงนี้มาต้งั แต่ทรงพระเยาว์ เม่ือครั้งทพ่ี ระองค์ดารงพระฐานนั ดรศกั ดเิ์ ป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจา้ ฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เม่ือใดท่ีพระองค์ทรงตามเสดจ็ พระราชดาเนินสมเดจ็ พระบรมเชษฐาธริ าช ชาวไทยก็จะเห็นพระองค์ทรงสะพายกล้องถ่ายรูปบันทึกภาพเหตุการณ์ตา่ งๆ ทุกแหง่ ที่ได้เสดจ็ ฯไป เมอื่ พระองคเ์ สด็จข้ึนครองราชย์ ท่อทรงฉายพระรูปสมเดจ็ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจา้ ลูกยาเธอ และบนั ทึกภาพประชาชนทวั่ ประเทศ ทรงบนั ทึกภาพวิวทิวทศั น์ ทรงบนั ทกึ ภาพเหตุการณ์ต่างๆมากมายซงึ่ เปน็ ประโยชน์อย่างย่งิ พระองค์ทรงโปรดการถ่ายภาพยนตร์ ทรงเคยนาภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนาเงนิรายได้น้นั มาสร้างอาคารสภากาชาดไทยท่โี รงพยาบาลจุฬาฯ และอื่นๆ นอกจากพระองค์จะเชยี่ วชาญการถา่ ยภาพแล้วพระองคย์ ังทรงเชี่ยวชาญในการล้างฟลิ ์ม อดัขยายภาพ ไม่ว่าจะเปน็ ภาพถ่ายขาวดาหรอื ภาพสี นอกจากนน้ั พระองคย์ ังทรงสรา้ ง filter พิเศษด้วยพระองคเ์ อง นบั เป็นพระปรีชาสามารถที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ ท้ังนหี้ รือเมื่อพระองค์ทรงครองราชย์แลว้ ไม่ว่าจะเสดจ็ ฯ ไปเยีย่ มราษฎร ณ ที่แหง่ ใด จะสงั เกตเหน็ ว่าจะสง่ มกี ล้องถ่ายรปู ผิวข้างพระวรกายเสมอ โปรดการถา่ ยภาพสถานท่ีทกุ แห่ง เพื่อเกบ็ ไวเ้ ปน็ หลกั ฐานประกอบงานทไี่ ดท้ รงปฏบิ ตั มิ า ภาพถ่ายฝพี ระหตั ถ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีจานวนมากมายสามารถจาแนกไดเ้ ป็น2 ประเภทคือ ภาพถ่ายแนวจติ รศิลป์ และภาพถ่ายแสดงพระปณธิ านในการพฒั นาประเทศ 1. ภาพถ่ายแนวจติ รศลิ ป์ คือภาพถ่ายที่เน้นหลกั การถ่ายภาพเป็นสาคญั เปน็ ภาพถ่ายท่ีสะท้อน ถึงความประทบั ใจของผู้ถ่ายภาพตอนสิ่งทป่ี รากฏต่อหน้า พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวทรง ถ่ายภาพแนวจิตรศลิ ป์ไวเ้ ปน็ อนั มาก

40 ภาพถ่ายฝพี ระหัตถ์แนวจติ รศิลป์นมี้ ีทง้ั ภาพถ่ายบคุ คล ภาพถ่ายเทียบนามธรรมและภาพถ่ายความคิดสร้างสรรค์ ภาพถ่ายบคุ คล ไดแ้ ก่ ภาพสมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ีนาถ สมเด็จพระเจา้ลูกยาเธอ สมเดจ็ พระเจ้าลูกเธอ สมเด็จพระเจา้ หลานเธอ ในพระอริ ิยาบถต่างๆ และเมอื่เสดจ็ ฯ ไปเยยี่ มราษฎรในท้องถ่ินจังหวัดตา่ งๆ พระองคท์ รงถา่ ยภาพบคุ คลที่พบระหวา่ งทางเชน่ ภาพเด็ก ภาพหนุ่มสาว ภาพคนชรา เป็นต้นดงั ผลงาน ด่งั โค้งสาคญั ท่ีกลางทุ่งดอกไม้ ค่ดู าว แสงนวลนุ่ม เปน็ ตน้ ภาพถ่ายแนวเทยี บนามธรรม คอื ภาพถ่ายท่ีแสดงแนวความคิดเชิงปรัชญาหลักธรรมซ่ึงผู้พิจารณาผ้าป่าตคี วามไปได้ตา่ งๆนานา เชน่ ผลงาน 4 หวั ใจ และผลงานสามัคคี 4 พระหตั ถ์ เป็นต้น ภาพถ่ายแนวความคดิ สรา้ งสรรค์ คอื ภาพถ่ายท่ีแสดงความคิดในการจดัองคป์ ระกอบหรอื เลือกมุมมองท่แี ปลกใหม่แปลกตา เช่น ภาพที่พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั ทรงถา่ ยระหวา่ งพระราชพิธีทอดกฐนิ หลวง ณ วัดอรณุ ราชวรารามฯ ขณะประทบัในเรอื พระทนี่ ั่งสุพรรณหงส์2. ภาพถา่ ยแสดงพระราชปณธิ านในการพฒั นาประเทศ คือ ภาพที่พระองคท์ รงบนั ทกึ เร่อื งราวตา่ งๆ สภาพบุคคล สิ่งของเครื่องใช้ สภาพภมู ิประเทศ ส่งิ ก่อสร้างสถาปตั ยกรรม และเหตุการณต์ า่ งๆ เพ่ือทรงใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ในการประกอบโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดารใิ นการพฒั นาด้านการเกษตร การชลประทาน การคมนาคม ฯลฯ ภาพถ่ายเหลา่ นีพ้ ระองคท์ รงถ่ายในระหว่างเสดจ็ พระราชดาเนินประกอบพระราชกรณียกจิ ต่างๆ และทรงเสด็จฯ เย่ยี มเยยี นราษฎรในทุกทอ้ งถิ่นทัว่ ราชอาณาจักร ส่วนมากเป็นภาพถา่ ยแบบฉบั พลนั ถ่ายได้เพียงครั้งเดยี ว แต่ด้วยพระปรชี าสามารถในดา้ นการถา่ ยภาพของพระองค์ ทาใหภ้ าพถ่ายเหลา่ น้ันมีความคมชัดและงดงาม แม้จะเป็นภาพถา่ ยทท่ี รงถา่ ยเพื่อทรงนามาใชใ้ นงานพัฒนากต็ ามภาพถา่ ยฝีพระหตั ถ์ประเภทน้ีทรงมีการจดั องคป์ ระกอบทางศิลปะได้อยา่ งสมบูรณ์ ทรงจดัแสง สี ลวดลาย พ้นื ผิว และรูปทรง ทาใหภ้ าพดูเด่น มรี ะยะ มีมิติ มีมมุ มองทีแ่ ปลกตา ทรงใช้เทคนิคถา่ ยภาพหลายแบบตามความเหมาะสม เชน่ การถ่ายภาพแบบนาสายตา การถ่ายภาพแบบเงาสะท้อน การถ่ายภาพย้อนแสง เพ่ือให้ไดภ้ าพเงาทึบ การถา่ ยภาพแบบมกี รอบภาพ เป็นต้น

41 ภาพถ่ายฝีพระหตั ถป์ ระเภทนี้พระองค์ทรงถ่ายไว้มีเป็นจานวนมากแสดงใหเ้ หน็ ว่าพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวฯ มไิ ด้ทรงถา่ ยภาพเพื่อศิลปะแต่เพียงอยา่ งเดยี ว แต่ภาพถ่ายของพระองค์สามารถนามาใช้ประโยชนใ์ นการวางแผนพัฒนาบ้านเมอื ง กับทางแก้ไขปัญหาของประเทศและวางแผนในการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ให้กับประชาชนได้ร่มเย็นเปน็ สุข สมดงั พระราชปณธิ านของพระองค์รปู ท่ี 13 ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉายพระรูปสมเดจ็ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจา้ ลกู ยาเธอ สมเด็จพระเจา้ ลูกเธอ ท่มี า : http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee/2012/11/30/entry-2 รปู ท่ี 14 ภาพเพือ่ นาไปแก้ปัญหาใหก้ บั ประชาชน ท่มี า : http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee/2012/11/30/entry-2

42 บทที่ 5อภิปรายผล จากการร่วมกนั ศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกับพระอจั ฉรยิ ภาพดา้ นศลิ ปะวรรณกรรมของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ทาให้ได้พบข้อมลู ตา่ ง ๆ ในหลาย ๆ ด้าน เช่น การทพี่ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัวทรงไดร้ บั การทูลเกลา้ ทลู กระหมอ่ มถวายพระราชสมัญญาว่า “อัครศลิ ปิน” โดยไดท้ รงสรา้ งศิลปกรรมทกุ แขนงเพ่ือพระราชทานเป็นของขวญั ใหเ้ ป็นขวญั และกาลังใจแก่ประชาชน ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงไวถ้ งึ 73 เพลง ทรงพระราชนิพนธแ์ ปลหนงั สือท่มี ีสารประโยชน์ทค่ี นไทยรู้จักกันทวั่ ไป 2 เรือ่ งคือ “ตโิ ต” และ “นายอนิ ทรผ์ ปู้ ิดทองหลงั พระ” และทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นจากนทิ านชาดกอีก 1 เรือ่ งคือ “พระมหาชนก” ด้านผลงานฝีพระหัตถ์ทางทัศนศลิ ป์นนั้ ประกอบดว้ ยภาพจิตรกรรมฝีพระหตั ถ์ 107 ภาพ ประติมากรรมฝีพระหัตถ์ 2 ช้นิ และภาพถ่ายฝีพระหตั ถ์อีกจานวนมาก ทาให้ไดท้ ราบวา่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงมีพระมหากรณุ าธคิ ุณยิ่งตอ่ ผู้ทางานศิลปะทุกแขนง ไมว่ ่าจะเปน็ ดา้ นจิตกรรม ประติมากรรม ภาษา และวรรณกรรม ดุริยางคศลิ ป์ และดนตรี หตั ถศิลป์ และการถ่ายภาพ ผลงานของท่านในดา้ นต่าง ๆ น้ีประชาชนสามารถนามาเป็นแบบอยา่ ง และนามาประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจาวันไดน้ ัน่ เอง สรปุ ผลการศึกษา จากการศึกษาค้นควา้ ขอ้ มลู ร่วมกนั ทาใหส้ มาชกิ ไดฝ้ ึกฝนการทางานรว่ มกัน และรว่ มกันทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทัง้ ยังเพ่ิมความสามัคคีในหมู่คณะ ทางานกันอย่างมรี ะบบแบบแผนมากขน้ึ ทาให้สมาชกิ มโี อกาสได้ทราบ และเผยแพร่ความสามารถ หรือพระอัจฉรยิ ภาพทางด้านศิลปะวรรณกรรมในดา้ นจติ กรรม ประติมากรรม ภาษา และวรรณกรรม ดุรยิ างคศลิ ป์ และดนตรี หตั ถศิลป์และการถ่ายภาพ ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช รัชกาลที9่ ให้แก่นสิ ติบุคลากร หรอื ประชาชน ออกไปในวงกวา้ ง ทาใหน้ สิ ิต บุคลากร หรือประชาชนทุกทา่ นได้นาเอาความรู้ตา่ ง ๆ เหลา่ น้ไี ปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ กอ่ ให้เกิดประโยชน์อนัสงู สุดต่อทง้ั ตนเอง และผู้อน่ื

43เอกสารอ้างองิกิตติ โล่หเ์ พชรรัตน์. (2554). ราชันย์ผู้สรา้ งสรรค์ ดนตรี กีฬา ศลิ ปะ ของพระเจ้าแผ่นดิน. กรุงเทพฯ :กา้ วแรก พบั ลิชช่ิง.พลาดิศัย สิทธิธญั กิจ. (2549). ใต้รม่ พระบารมีปกเกลา้ ฯ : พระราชอัจฉริยภาพในหลวง. กรุงเทพฯ :ไทย วฒั นาพาณิช.วรนชุ อษุ ณกร. (2544). ในหลวงผู้ทรงพระอจั ฉรยิ ภาพ. กรงุ เทพฯ : โอเดยี นสโตร.์วริ ณุ ต้งั เจริญ. (2551). พระราชอัจฉรยิ ภาพ อัครศิลปนิ . กรุงเทพฯ : ศูนยก์ ารพิมพ์มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทร์ วิโรฒ.( 16 ตุลาคม 2558). ประโยชนแ์ ละวธิ กี ารสบื คน้ ข้อมลู ทางอนิ เทอรเ์ นต็ . สืบค้นเมอ่ื 19 พฤศจิกายน2560, จาก https://jounjoue.wordpress.com/2013/10/16/ดอกฝน. (24 ตุลาคม 2559). 'พระราชนพิ นธ์แห่งอัครศิลปิน' พระอัจฉรยิ ภาพด้านวรรณกรรมของในหลวง รัชกาลท่ี 9. มติชนออนไลน์. สืบคน้ เม่อื 9 ตุลาคม 2560, จากhttps://www.matichon.co.th/news/332700.ธชั กร เหมะจันทร. (3 มีนาคม 2554). ดา้ นศลิ ปกรรมและการกีฬา. สบื คน้ เม่ือ 9 ตลุ าคม 2560, จาก http://www.moe.go.th/5DEC/index.php?option=com_content&view=article&id =19:2011-03-03-03-44- 55&catid=3:2011-03-02-04-30-09&Itemid=27.บริษทั เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จากัด. (27 ตุลาคม 2559). พระอัจฉรยิ ภาพ : ดา้ นศลิ ปะ. พ่อหลวงของเรา. สืบคน้ เมือ่ วนั ที่ 9 ตลุ าคม 2560, จาก http://news.sanook.com/2091090/.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook