Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore earth science

earth science

Published by natthareya14, 2020-06-14 04:03:21

Description: การลำดับชั้นหิน

Keywords: โลกและการเปลี่ยนแปลง,การลำดับชั้นหิน

Search

Read the Text Version

เรอื่ ง โลกและการเปล่ยี นแปลง สำหรับนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 รายวชิ า โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วิชา ว30161 สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน ชดุ ที่ 10 เรื่อง การลำดับชั้นหิน โดย: นางณัฐรียา แบบอย่าง ครชู ำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนธาตศุ รนี คร สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 33

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลีย่ นแปลง สำหรับนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 รายวชิ า โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวิชา ว30161 สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ชดุ ที่ 10 เรอื่ ง การลำดับช้ันหนิ โดย นางณฐั รียา แบบอยา่ ง ครชู ำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนธาตุศรีนคร สำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 33

ก คำนำ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร รายวิชา โลก ดาราศาสตร และอวกาศ รหสั วชิ า ว30161 เร่ือง โลกและการเปล่ยี นแปลง ชุดท่ี 10 เรอ่ื ง การลำดบั ชั้นหนิ จดั ทำข้ึนเพ่อื เปนสื่อการเรียนรู สำหรับ ปรับปรงุ และพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างเรยี นของนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 6 โดยจัดทำข้นึ ตามมาตรฐาน การเรียนรูและตวั ชว้ี ัดกลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาระท่ี 6 กระบวนการเปลีย่ นแปลงของโลก ชุดกจิ กรรมชุดนีม้ ีเนอื้ หาเกีย่ วกับการลำดบั ชน้ั หนิ ซง่ึ ความรเู กีย่ วกับการลำดับชนั้ หิน สามารถ นำมาใชประโยชนใ นการอธิบายประวตั คิ วามเปน มาทางธรณีวิทยาของพื้นท่ี สภาพแวดลอ มในอดตี และ วิวฒั นาการของสง่ิ มีชวี ติ ในพน้ื ท่หี นึง่ ๆ ทำใหเราสามารถลำดับเหตกุ ารณตา ง ๆ ทเี่ กดิ ข้นึ บนโลกได นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเรียนรูทีห่ ลากหลายใหน ักเรียนไดสำรวจตรวจสอบ ปฏิบัติการทดลอง สืบคน ขอ มลู รวมทั้งการอภิปราย อนั จะกอใหเกิดทักษะที่สำคญั ในการเรียนรู และการทำงานรวมกัน เปนกลมุ ซ่ึงจะกอ ใหเ กดิ ประโยชนใ นการดำรงชีวิต ผูจัดทำขอขอบคณุ ผูอำนวยการโรงเรียนธาตุศรีนคร ผูเชี่ยวชาญและคณะครูทุกคน ที่ให คำแนะนำจนชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตรชุดนี้สำเร็จลุลวงดวยดี และหวังเปนอยางยิ่งวา ชุดกจิ กรรมการเรยี นรวู ิทยาศาสตรชดุ น้ี จะมปี ระโยชนต อ นกั เรยี น ชว ยใหนกั เรียนเขา ใจเน้ือหาในการ เรียนเพ่ิมขึ้น รวมท้ังมีประโยชนต อ ครผู ูส อนและผูสนใจ ณัฐรียา แบบอยา ง

สารบัญ ข เรือ่ ง หนา 1. คำนำ ก 2. สารบัญ ข 3. คำแนะนำการใชชดุ กิจกรรมการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรส ำหรับครู 1 4. คำแนะนำการใชช ดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู ิทยาศาสตรสำหรบั นักเรียน 2 5. ลำดบั ขนั้ ตอนการเรยี นรดู วยชุดกจิ กรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร 3 6. ตวั ชี้วัดและจุดประสงคก ารเรยี นรู 4 7. แบบทดสอบกอ นเรียน 5 8. กระดาษคำตอบแบบทดสอบกอนเรียน 8 9. บัตรคำสั่ง 9 10. บตั รเน้อื หา 10 11. บัตรกิจกรรมที่ 10.1 ลองทำดู...เพ่ือรูจริง 19 12. บตั รกิจกรรมที่ 10.2 สนกุ รู...สนุกคดิ 22 13. บตั รกจิ กรรมที่ 10.3 ลบั สมอง...ประลองความคิด 24 14. แบบทดสอบหลงั เรยี น 26 15. กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรยี น 29 16. ภาคผนวก 30 31 16.1 บัตรเฉลยกจิ กรรมที่ 10.1 ลองทำด.ู ..เพื่อรูจริง 33 16.2 บัตรเฉลยกิจกรรมที่ 10.2 สนุกร.ู ..สนกุ คิด 35 16.3 บตั รเฉลยกิจกรรมท่ี 10.3 ลบั สมอง...ประลองความคิด 37 16.4 บตั รเฉลยแบบทดสอบกอนเรียน 38 16.5 บตั รเฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น 39 16.6 แบบบันทึกพัฒนาการทางการเรยี น 40 17. บรรณานุกรม

การลำดับชนั้ หิน 1 คำแนะนำในการใชช้ ดุ กิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับครู 1. ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร เร่ือง โลกและการเปลย่ี นแปลง รายวิชา โลก ดาราศาสตร และอวกาศ รหัสวิชา ว30161 สำหรบั นักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 มที ัง้ หมด 10 ชุด 2. ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูวทิ ยาศาสตรช ุดนเี้ ปน ชุดที่ 10 เรื่อง การลำดับชั้นหิน ใชป ระกอบ การเรยี นการสอนกบั แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 11 3. ครูควรจดั เตรยี มชุดกจิ กรรม ซง่ึ ประกอบดวย บัตรคำสง่ั บตั รเน้ือหา บัตรกิจกรรม บัตรเฉลย ตลอดจนอปุ กรณตา ง ๆ ใหค รบถวน 4. ใหน ักเรียนทำแบบทดสอบกอ นเรยี น เพอ่ื ประเมินความรูพน้ื ฐานของนักเรียน 5. ดำเนินการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน โดยใชช ดุ กิจกรรมชุดนีค้ วบคกู ับแผนการจัดการ เรยี นรูท่ี 11 6. เมื่อนกั เรียนศกึ ษาชุดกจิ กรรมชดุ น้ีเสร็จแลว ใหน ักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น เพ่ือประเมิน พัฒนาการทางการเรียน 7. การจดั ชน้ั เรยี น จัดใหน ักเรียนนัง่ เรยี นเปน กลุม กลุม ละ 4-5 คน โดยคละความสามารถ เกง ปานกลาง และออน เพอ่ื ประสทิ ธิภาพในการจัดการเรยี นการสอน คุณครตู อ้ งปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำนนี้ ะคะ

การลำดับช้ันหิน 2 คำแนะนำในการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สำหรบั นกั เรียน 1. ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตร เร่อื ง โลกและการเปลี่ยนแปลง รายวชิ า โลก ดาราศาสตร และอวกาศ รหัสวิชา ว30161 สำหรบั นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 มีทง้ั หมด 10 ชดุ 2. ชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตรช ุดนี้เปน ชดุ ที่ 10 เร่ือง การลำดับช้นั หิน 3. ศกึ ษาชุดกจิ กรรมดว ยความตั้งใจ โดยปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอนที่กำหนดไวในบัตรคำสั่ง 4. ในการทำกิจกรรมแตล ะกิจกรรม และแบบทดสอบกอนเรยี นและหลงั เรยี น ขอใหน กั เรียนทำ ดว ยความตง้ั ใจและมคี วามซือ่ สัตยต อ ตนเองโดยไมด เู ฉลยคำตอบกอนโดยเด็ดขาด เพราะการดเู ฉลย กอ นจะทำใหน ักเรียนไมท ราบพัฒนาการทางการเรียนรูของนักเรยี นอยางแทจ รงิ เพ่อื น ๆ ตอ้ งปฏบิ ัติตามคำแนะนำอยา่ งเครง่ ครดั นะคะ เพอ่ื ใหเ้ กิดผลดตี ่อการเรียนรู้ของเพอื่ น ๆ เองคะ่

การลำดับชนั้ หิน 3 ลำดบั ขัน้ ตอนการเรียนรู้ดว้ ยชุดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ อ่านคำแนะนำ ศกึ ษาจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ศกึ ษาความรู้ ทำกิจกรรม ทำแบบทดสอบหลงั เรียน ผ่านเกณฑ์ ไม่ผา่ นเกณฑ์ ศึกษาชุดต่อไป

การลำดับช้ันหนิ 4 การลำดับชน้ั หนิ ตัวชว้ี ดั ว 6.1 ม. 4-6/4 สำรวจ วิเคราะห และอธบิ ายการลำดบั ชั้นหนิ จากการวางตวั ของชน้ั หนิ ว 6.1 ม. 4-6/5 ซากดกึ ดำบรรพ และโครงสรางทางธรณวี ทิ ยาเพื่ออธิบายประวตั คิ วาม เปนมาของ พ้ืนท่ี สบื คน วิเคราะห และอธบิ ายประโยชนข องขอ มลู ทางธรณีวทิ ยา จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. ทดลองเลยี นแบบการลำดบั ชน้ั หนิ ได 2. อธบิ ายการลำดับชน้ั หินจากการวางตัวของช้ันหนิ ได 3. บอกประโยชนข องการศกึ ษาธรณีประวัตไิ ด 4. สรุปและบอกประโยชนข องการลำดับช้นั หนิ ได

การลำดบั ชัน้ หนิ 5 แบบทดสอบก่อนเรยี น จุดประสงคการเรียนรู สรุปและบอกประโยชนข องการลำดับช้นั หนิ ได คำชี้แจง ใหเ ลอื กคำตอบที่ถกู ตองทส่ี ดุ เพยี งขอเดยี ว จากตวั เลือก 1 2 3 หรอื 4 1. คำกลา วทวี่ า “ชนั้ หนิ ตะกอนทอ่ี ยดู า นลา ง มอี ายุมากกวาชน้ั หนิ ตะกอนท่วี างทับอยูช้ันบน” ตรงกับ กฎเกณฑใดในการศกึ ษาการเรยี งลำดบั ชน้ั หนิ 1. ความสัมพันธเปรยี บเทยี บของหินตะกอน 2. กฎการตอเน่อื งของซากดกึ ดำบรรพ 3. กฎการตกทบั ถมซอ นกัน 4. กฎการตัดขวาง 2. จากภาพการเรยี งตัวของชั้นหิน หนิ ชนิดใดอายุมากทีส่ ุด และหินชนิดใดอายุนอ ยทส่ี ุด ตามลำดบั 1. หนิ ทราย หินปูน 2. หนิ ปนู หินกรวดมน 3. หินทราย หินดนิ ดาน 4. หินดินดาน หนิ ทราย 3. จากขอ ความตอ ไปน้ี “รพนิ ทรเดินสำรวจพบหินบะซอลตตดั แทรกเขา ไปในช้นั หนิ ดินดานท่มี ี ซากดึกดำบรรพข องหอยกาบคู ยคุ ครเี ทเซยี ส และยังพบอีกวามรี อยเล่ือนขนาดใหญต ดั ผานชนั้ หนิ ดนิ ดานและหินบะซอลตด งั กลาว” ขอใดเรียงลำดับอายุของหนิ หรอื เหตกุ ารณจ ากแกไปออน ไดอ ยา งถกู ตอง 1. หินดินดาน รอยเลอ่ื น หนิ บะซอลต 2. หนิ ดนิ ดาน หนิ บะซอลต หอยกาบคู 3. หอยกาบคู หนิ บะซอลต รอยเลอื่ น 4. รอยเลื่อน หินดนิ ดาน หอยกาบคู 4. หินในขอ ใดจดั เปนหนิ อัคนีแทรกซอน 1. หินบะซอลต หินดนิ ดาน 2. หนิ แกรนติ หินแกบโบร 3. หินทราย หนิ กรวดมน 4. หนิ ชสี ต หนิ ชนวน

การลำดบั ชั้นหนิ 6 5. ถาใหนักเรยี นสำรวจหาซากดกึ ดำบรรพในหนิ ชนิดตาง ๆ นกั เรียนควรพบซากดกึ ดำบรรพใ นหนิ ชนดิ ใดมากท่ีสดุ 1. หนิ ทราย 2. หนิ บะซอลต 3. หนิ แอนดีไซต 4. หินออบซิเดยี น 6. ขอ ใดกลาวถกู ตอ งเก่ยี วกบั การลำดับช้ันหนิ ก. ซากดึกดำบรรพต ระกลู เดียวกันทีม่ ีอายุแกก วา จะมีวิวัฒนาการนอยกวาพวกทมี่ ีอายุนอ ยกวา ข. หนิ ทอ่ี ยดู านบนสุดจะมอี ายมุ ากกวา หนิ ที่อยดู านลา งเสมอ ค. หนิ ที่ตดั แทรกเขามาจะมีอายุนอยกวา หินทีม่ ีอยเู ดิมเสมอ ง. หนิ ท่แี ปรสภาพมาจากหินเดิมจะมอี ายเุ ทากบั หินเดิมเสมอ 1. ก และ ข 2. ก และ ค 3. ข ค และ ง 4. ก ข ค และ ง ใชภ าพตอไปนตี้ อบคำถามขอ 7-9 7. จากภาพ คำอธิบายใดกลาวถงึ กฎการตดั ผา นของหิน 1. หินแกรนิตตดั ผา นเขาไปในหนิ ชีสต 2. หินชีสตต ดั ผา นเขาไปในหนิ แกรนิต 3. หนิ ในกลุม ก ตัดผา นเขา ไปในหนิ ชสี ต 4. หินบริเวณ ตดั ผานเขา มาในกลุมหิน ก

การลำดับช้นั หนิ 7 8. จากภาพ ขอ ใดกลา วถกู ตอง 1. กลมุ หิน ก มอี ายุมากกวาหนิ แกรนติ 2. กลุมหนิ ก มอี ายมุ ากกวาหินชสี ต 3. หนิ แกรนติ มอี ายุมากกวา หินชีสต 4. หนิ ชีสตมีอายมุ ากทส่ี ุด 9. กลุมหนิ ก เกดิ การเปลีย่ นแปลงใดทางธรณีวิทยา 1. รอยเลื่อน 2. การคดโคง 3. การเอียงเท 4. รอยช้ันไมต อ เนื่อง 10. ขอใดไมใชประโยชนข องการศกึ ษาโครงสรา งทางธรณีวิทยาและการลำดบั ช้นั หนิ 1. ใชเปนขอมลู ในการวางผงั เมือง 2. ใชเ ปนขอ มูลในการจดั การพนื้ ทเ่ี กษตรกรรม 3. ใชเปนขอ มูลในการออกแบบอาคารขนาดใหญ 4. ใชเปน ขอมูลประกอบการพยากรณอากาศในแตละเขตพน้ื ที่

การลำดบั ช้นั หนิ 8 กระดาษคำตอบ แบบทดสอบกอนเรยี น คะแนนท่ไี ด ชอื่ .....................................................................เลขท่ี...........ชัน้ .............. ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ 16 27 38 49 5 10 เปน็ ไงคะเพื่อน ๆ ได้คะแนนเทา่ ไหร่กันบ้าง ได้นอ้ ยได้มากกไ็ ม่ไดม้ ผี ลอะไรนะคะ เพราะ การทดสอบกอ่ นเรยี นเปน็ เพยี งการทดสอบว่า เพอื่ น ๆ มีพ้นื ฐานความรเู้ ดิมมากน้อยเพียงใด เท่านน้ั เองคะ่

การลำดับช้นั หนิ 9 บัตรคำส่ัง ใหน กั เรียนแตละกลุมปฏิบัติตามขัน้ ตอนตอ ไปนี้ 1. ศกึ ษาบตั รเนอื้ หาแลว รวมกนั อภิปราย ถาม-ตอบ ภายในกลมุ จนเขา ใจ 2. ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามบัตรกิจกรรมที่ 10.1 10.2 และ 10.3 3. ตรวจผลงานกับบัตรเฉลยกจิ กรรมท่ี 10.1 10.2 และ 10.3 คะแนนจากผลงานคอื คะแนนของทุกคนในกลุม่ ดังนั้นขอใหท้ กุ คนใหค้ วามร่วมมือและปฏบิ ัติ กจิ กรรมด้วยความตง้ั ใจนะคะ

การลำดบั ช้ันหนิ 10 บัตรเนอ้ื หา เรือ่ ง การลำดับช้นั หิน คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ศกึ ษาบตั รเนือ้ หาตอ่ ไปนี้ สวสั ดคี ะ่ เพ่ือน ๆ ในทสี่ ดุ เรากเ็ ดินทางมาถึง ชว่ งสดุ ท้ายของการศึกษาเรื่อง โลกและ การเปล่ียนแปลงแลว้ นะคะ เม่อื ครั้งทแ่ี ลว้ เราไดร้ ู้จกั กับอายทุ างธรณีวทิ ยาและซากดึกดำบรรพ์ แลว้ ใช่ไหมคะ ซ่งึ เพ่ือน ๆ กท็ ราบแล้วว่า ซากดึกดำบรรพส์ ่วนใหญจ่ ะเกดิ ในชั้นหินตะกอน แต่เอะ๊ ! แลว้ เราจะทราบไดอ้ ยา่ งไรวา่ หนิ ชนดิ ใด เกดิ กอ่ นหรือเกิดหลงั เราไปถามพโ่ี ทซองกนั เลยค่ะ สวัสดีครับนอ้ งซูอึนและนอ้ ง ๆ ทกุ คนนะครับ อึม...เราก็ทราบกันดีแล้วนะครบั ว่าโลกมีการ เปลยี่ นแปลงไปตามกระบวนการและปรากฏการณ์ ต่าง ๆ ทางธรณวี ิทยา การเปลย่ี นแปลงทีเ่ กดิ ข้ึนทำให้ หินทป่ี รากฏอยบู่ นเปลอื กโลกมกี ารเปลีย่ นแปลงทง้ั รปู แบบและตำแหน่ง ตะกอนประเภทตา่ ง ๆ สะสมตวั เกิดเปน็ ชัน้ อยา่ งต่อเน่ือง และเมอื่ เวลาผา่ นไปหลาย ลา้ นปี ชัน้ ตะกอนจะแขง็ ตัวเป็นช้ันหนิ ตะกอนซ้อนกัน เปรยี บไดก้ บั หนา้ ของหนงั สอื ประวตั ิศาสตร์ทบ่ี อกเล่า เรือ่ งราวตั้งแต่อดตี มาจนถงึ ปจั จุบันได้เป็นอยา่ งดี เหตุการณ์เกดิ ก่อนก็จะเขียนกอ่ นในช่วงต้นของหนงั สอื หินตะกอนก็เช่นกนั เราไปตดิ ตามกันเลยครบั

การลำดบั ชน้ั หิน 11 ก่อนจะไปศกึ ษาการลำดับช้นั หิน เรามาทำความรู้จักกบั หนิ ประเภทต่าง ๆ กอ่ นนะคะ หนิ (rocks) ในวชิ าธรณีวิทยา ไดแบงหินออกเปน 3 กลุมใหญ ๆ คือ 1. หนิ อคั นี เปนหนิ ทเี่ กดิ จากหินหนดื หรือแมกมา ทแี่ ทรกตวั ข้นึ มาจากสว นลึกของช้ัน ฐานธรณภี าค เมอื่ เย็นตัวลงกลายเปนหินอคั นี ซึง่ มีการแยกออกเปน 2 กลุมใหญ คอื หินอคั นแี ทรกซอน เกิดจากการเย็นตัวของแมกมา ซึ่งอยูลึกลงไปใตเปลอื กโลก แมกมา เม่ือแทรกขึ้นมาสเู ปลือกโลกไดร ะดับหนึ่งแลว เกดิ การเย็นตัวเสยี กอ นท่จี ะออกสูผวิ โลก และมกี ารเยน็ ตวั อยางชา ๆ ทำใหแรใ นแมกมามีเวลาในการตกผลึกนาน ผลกึ แรจึงมีขนาดใหญ ลักษณะเปนเหลย่ี ม หนา ผลึกเกาะประสานตวั กันอยา งแนนสนทิ เราเห็นหินเหลานี้เนื่องจากการกัดเซาะทำใหห ินทป่ี ดอยู ขางบนผุพังไป ตวั อยางหินอคั นแี ทรกซอน ไดแ ก หนิ แกรนติ หนิ แกบโบร หนิ ไดโอไรต ดังภาพที่ 1 ภาพที่ 1 ตัวอยางหินอคั นแี ทรกซอน ที่มา (ปญ ญา จารุสริ ิ, 2551: 223) หินอัคนีพุ หรอื หนิ อคั นีภเู ขาไฟ เกดิ จากหินหนดื หรือแมกมา ปะทุออกมาจากการ ระเบดิ ของภูเขาไฟ ไดล าวาซึ่งไหลออกมาตามรอยพุ เมือ่ เย็นตัวลงจนแขง็ ตวั กก็ ลายเปน หินอคั นี การท่ี หนิ หนืดปะทอุ อกมาภายนอก แรจะเย็นตัวตกผลกึ และแขง็ ตวั เร็วมาก ผลึกแรจงึ มขี นาดเลก็ มาก หรือหนิ บางชนิด เชน หินออบซิเดียน (หินแกวภูเขาไฟ) ไมม ีการตกผลกึ เลย ตัวอยา งหนิ อคั นีพุ ไดแ ก หนิ บะซอลต หินแอนดไี ซต หนิ ไรโอไลต ดังภาพท่ี 2

การลำดับชนั้ หิน 12 ภาพที่ 2 ตัวอยางหนิ อัคนพี ุ ทม่ี า (ปญ ญา จารสุ ริ ิ, 2551: 224) 2. หินชัน้ หรอื หนิ ตะกอน เกิดจากการสะสมและทบั ถมของเศษหิน ดนิ ทราย ท่ถี กู ชะลาง ละลายหรือแตกสลายออกมาจากหินเดมิ ที่เกดิ ขน้ึ กอ นโดยการกระทำของธรรมชาติ เชน กระแสลม สายน้ำ กระแสคล่นื ในทะเลหรือมหาสมทุ ร ธารนำ้ แข็ง ที่สามารถพดั พาตะกอนท้งั หมดไปสะสมตัวกนั อยใู นบรเิ วณท่ีเปนแอง เมอ่ื ปรมิ าณตะกอนสะสมเพ่มิ ปรมิ าณมากขึ้นทำใหมนี ำ้ หนกั กดทับอดั ตัวกันแนน เมือ่ มตี วั การทำใหเ กดิ การประสานกันจนตะกอนเหลา น้นั กลายเปน หนิ ในท่สี ุด นอกจากนั้นตะกอนยัง เกิดไดจากปฏิกริ ยิ าเคมี ตวั อยา งหินชัน้ หรอื หินตะกอน ไดแ ก หนิ กรวดมน หนิ ทราย หินดินดาน หนิ ปูน เปน ตน ดงั ภาพท่ี 3 ภาพท่ี 3 ตวั อยา งหนิ ตะกอน ทมี่ า (ศูนยการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรโ ลกและดาราศาสตร, ม.ป.ป. : ออนไลน)

การลำดบั ชน้ั หนิ 13 3. หนิ แปร เปน หินทเี่ กิดจากการแปรสภาพของหนิ เดมิ ที่อาจเปน หินอคั นีหรอื หินตะกอนหรือหิน แปร ตัวท่ที ำใหเกิดการแปรสภาพคือความรอนหรอื ความดนั หรอื ทงั้ สองกรณี ตัวอยา งหินแปร ไดแก หนิ ไนส หนิ ชีสต หินชนวน หนิ ออ น หนิ ควอรต ไซต เปนตน ดงั ภาพท่ี 4 ภาพที่ 4 ตวั อยา งหินแปร ท่ีมา (ศูนยก ารเรียนรวู ทิ ยาศาสตรโ ลกและดาราศาสตร, ม.ป.ป. : ออนไลน) การลำดับชน้ั หิน การลำดับช้ันหนิ เปนอีกขอมูลหนึ่งทสี่ ามารถอธบิ ายความเปนมาของพ้ืนทใ่ี นอดีตได เนือ่ งจาก หนิ ตะกอนทเ่ี กิดจากการตกตะกอนของสารอินทรียแ ละสารอนินทรยี  สะสมตัวกนั เกิดเปน ชน้ั ๆ ขึ้น มีการตกตะกอนทับถมกนั อยา งตอเน่ือง เมอ่ื เวลาผานไปหลายลานป ชั้นตะกอนท่ีทับถมกันจะเกิดการ แขง็ ตัวกลายเปนหินตะกอนซอ นกันข้ึน กลายเปนการตกตะกอนทีม่ ีการเรยี งลำดับชัน้ หนิ โดยตะกอนใน ช้นั แรกจะกลายเปนชั้นหินท่แี กทส่ี ดุ ไลเรียงลำดบั ขน้ึ มาถึงช้ันบน หลกั การเรียงลำดับช้ันหนิ หลกั การเรียงลำดับชน้ั หินท่สี ำคัญมี 3 ขอ เรียกวา กฎของสตีโน (Steno’s law) ไดแก 1. กฎการวางตวั ในแนวราบ หมายถงึ ตะกอนทส่ี ะสมตัวในนำ้ วางตวั ซอนกันเปนชนั้ และแตล ะ ชน้ั วางตวั ในแนวราบ หรอื เกือบขนานกับผิวโลก ดงั ภาพที่ 5

การลำดบั ช้ันหิน 14 ภาพที่ 5 ลักษณะการวางตัวของหินเปนชั้น ๆ ท่มี า (สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี, 2556: 140) ถา ชน้ั หินถกู รบกวนจากกระบวนการทางธรณีวทิ ยาอ่ืน ๆ เชน มีแรงภายนอกมากระทำกบั ช้นั หิน อาจสง ผลทำใหช ัน้ หินเกิดการเปล่ียนแปลงลกั ษณะและตำแหนง ไปจากเดมิ เชน ทำใหห ินเกดิ การเอียง เท ดังภาพท่ี 6 ภาพท่ี 6 ลกั ษณะการเอยี งเทของชั้นหนิ ทม่ี า (สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลย,ี 2556: 141) นอกจากนั้นชั้นหนิ ทว่ี างตัวซอนทบั กันตามปกติ ดังภาพที่ 5 อาจถกู หินอคั นีตดั แทรกเขา มาใน ชัน้ หินเดมิ ซ่งึ เปนหนิ ในพ้ืนที่ หินที่ตัดแทรกเขา มาจะมอี ายุนอยกวาหินทม่ี ีอยูเดิมเสมอ ดงั ภาพที่ 7

การลำดบั ช้นั หนิ 15 ภาพท่ี 7 การตัดแทรกของหนิ อคั นเี ขามาในหินเดิมทม่ี อี ยใู นพืน้ ท่ี ท่ีมา (สถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลย,ี 2556: 141) จากภาพท่ี 7 ช้นั หนิ ก ข ค และ ง เปนหนิ เดมิ ในพื้นทแ่ี ละหิน จ ซงึ่ เปนหนิ อคั นี ได ตัดแทรกเขามาภายหลัง ซ่งึ จะมอี ายุนอ ยท่ีสุด 2. กฎการวางซอ นหรอื วางทบั กนั กลาววา หินทว่ี างตวั อยชู ้ันบนยอ มเกดิ ทีหลัง หรอื มีอายุนอ ย กวาหนิ ท่วี างตัวอยูขางลางถา ชั้นหินนน้ั ไมม กี ารพลิกตลบ นน่ั คือหินอายุมากจะอยูช้ันลา งและหินอายุ นอ ยจะชั้นบน ดงั ภาพที่ 8 เปนการเรยี งลำดบั ช้ันหนิ ตะกอน โดยมหี นิ ดนิ ดานเปนหนิ ทมี่ อี ายมุ ากทีส่ ุด รองลงมาคอื หินปูน หินกรวดมน และหินทรายมอี ายุนอ ยทสี่ ดุ แตเ น่อื งจากมีการเปลีย่ นแปลงบนผวิ โลก เกิดขน้ึ ตลอดเวลา จึงทำใหก ารเรยี งตัวของช้ันหนิ เปลย่ี นแปลงไปได ภาพท่ี 8 ลำดบั อายขุ องชัน้ หินจากหินทม่ี อี ายุมากซึ่งอยดู า นลา งขึ้นไปสูหินอายนุ อยทอ่ี ยูดา นบน ทมี่ า (สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี, 2554: 86) 3. กฎการตอ เนอ่ื งของซากดกึ ดำบรรพ กลาววา ซากดึกดำบรรพใ นตระกูลเดียวกนั ทอ่ี ยใู นช้ัน หนิ ท่ีอายุแกก วา หรืออยขู างลาง ยอมมวี วิ ัฒนาการมานอยกวา พวกท่ีอยใู นชั้นหินทอ่ี ายุนอยกวา หรอื ทอี่ ยูข างบน

การลำดบั ชัน้ หิน 16 นอกจากนี้ โครงสรา งทางธรณีวทิ ยาที่ปรากฏอยูในหิน เชน รอยเล่ือน รอยคดโคง ของชนั้ หนิ และ รอยช้นั ไมตอเน่อื ง ดังภาพท่ี 9 ก็สามารถอธบิ ายประวัติความเปน มาของพน้ื ที่นน้ั ได ภาพท่ี 9 การเปลี่ยนแปลงของช้ันหินเน่ืองมาจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของเปลอื กโลก ท่ีมา (สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี, 2551: 73) ดงั นัน้ จะเห็นวา ช้นั หนิ รอยคดโคง รอยชนั้ ไมต อ เนื่องท่ีเกดิ ในหิน มคี วามสำคัญในการลำดบั ชน้ั หินตะกอน แตในกรณที ี่ไมมีช้นั หินและซากดกึ ดำบรรพป รากฏใหเห็น จะตอ งนำโครงสรางทางธรณที ่ี เกดิ ข้ึนในหินทุกชนดิ ท่ีเกิดรวมกนั มาพิจารณาหาความสัมพนั ธ เชน ถามีหนิ อัคนแี ทรกดันตดั ผา นชั้นหนิ ตะกอน ช้ันหินตะกอนที่ถกู หินอัคนีแทรกจะมอี ายุแกกวาหินอัคนีชดุ น้นั เสมอ ดังน้ัน ถาเราทราบอายุ ของหนิ อคั นี เราก็จะทราบอายุหนิ ตะกอน และในทำนองเดียวกันถา เราทราบอายหุ นิ ตะกอนโดยการ ศึกษาจากชวงอายขุ องซากดกึ ดำบรรพ กจ็ ะสามารถประมาณอายุหินอคั นีไดเ ชนเดยี วกนั ตัวอยา งการ ลำดับช้ันหนิ ดังภาพท่ี 10 ภาพที่ 10 ตัวอยา งการลำดับชน้ั หินตามลกั ษณะโครงสรางทางธรณีวทิ ยาของช้ันหิน ท่มี า (สถาบันสง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลย,ี 2551: 74)

การลำดบั ชนั้ หนิ 17 จากภาพที่ 10 เปน การลำดบั การเกิดหินตามลักษณะโครงสรางทางธรณวี ทิ ยา ซึ่งสามารถ เรยี งลำดับไดด งั นี้ หนิ ชีสตเปน หินท่ีเกิดขนึ้ กอ นหินชนิดอื่นและมอี ายุมากทส่ี ดุ ตอมามหี ินแกรนิตแทรกดนั หนิ ชสี ต ข้นึ มา จากน้ันหินแกรนิต และหินชสี ตเ กดิ การยกตัวและถูกกดั กรอน แลว มกี ารสะสมตัวของหินตะกอน ตอเน่อื งเปนช้ัน ๆ บนรอยช้ันไมตอ เนื่องหมายเลข 1 เหนือหินแกรนติ และหินชสี ต (กลุมหิน ก) หลังจากนน้ั เมอื่ เปลือกโลกเคลื่อนทที่ ำใหชั้นหินตะกอนเกิดการเอียงเท เมือ่ มีการเปลย่ี นแปลง สภาพอากาศ เกดิ น้ำหลาก น้ำทวม ทำใหเ กดิ การสะสมตะกอนในแนวราบซอนกนั เปน กลุมของชั้นหิน (ข) โดยทับอยูบ นกลมุ ของช้ันหนิ (ก) ในลักษณะรอยชั้นไมตอ เนื่องอกี หลายคร้ังตามแนวหมายเลข 2, 3, 4 และ 5 ตามลำดบั ตอจากน้นั ชน้ั หินตะกอนซ่งึ มลี ักษณะออนกวาก็จะถกู แมน้ำกัดเซาะเขา ไปเปน บริเวณกวาง ชั้นหินพังทลายลงจนมีลักษณะเปนเหมือนที่ราบสูง แมนำ้ จะกัดเซาะพื้นท่นี ลี้ ึกลงเรอ่ื ย ๆ ทำให หนิ แกรนิต หนิ ชีสต ที่คงทนตอการกัดเซาะไดม ากกวาโผลใหเห็นอยูสองฝง แมน้ำ การนำขอ้ มูลจากการศกึ ษาการลำดบั ชั้นหนิ ไปใชป้ ระโยชน์ การเก็บรวบรวมขอมูลการลำดับชนั้ หนิ ทำใหเ ราสามารถลำดับเหตุการณตางท่ีเกดิ ขึน้ บนโลกได และสามารถนำขอ มูลเหลานั้นมาใชป ระโยชน ดงั ตอ ไปน้ี 1. นำไปใชวางแผนสำรวจหาทรัพยากรธรณชี นดิ ตา ง ๆ ไดแก แหลงแร แหลงหนิ แหลง น้ำบาดาล แหลง เชอื้ เพลิงซากดกึ ดำบรรพ เชน ปโตรเลียม ถา นหิน แกส ธรรมชาติ 2. นำไปใชในการวางแผนพัฒนาและจดั การพ้ืนทตี่ าง ๆ ใหเ หมาะสมกบั สภาพแวดลอ ม เชน 1) การวางผงั เมอื ง 2) การจัดการพ้ืนท่ีเกษตรกรรม 3) การวางแผนหรือการออกแบบสรา งเขื่อนกกั เก็บนำ้ หรอื อาคารขนาดใหญ

การลำดบั ช้นั หิน 18 เปน็ ไงครบั นอ้ ง ๆ ถึงตอนนี้แล้วน้อง ๆ คงจะเขา้ ใจ แล้วนะครับวา่ การศกึ ษาเกย่ี วกับการลำดบั ชนั้ หนิ นนั้ มีวธิ กี ารอยา่ งไรและมีประโยชน์อย่างไรกบั พวกเรา ซอู นึ เขา้ ใจแล้วค่ะ การศกึ ษาการลำดับช้นั หนิ ทำให้เราทราบ ประวัตคิ วามเป็นมาของพนื้ ท่ตี ่าง ๆ บนโลก นอกจากนีย้ งั ทำให้ สามารถวางแผนในการสำรวจทรัพยากรทางธรรมชาติ และ จดั การพ้ืนทต่ี า่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม ซ่ึงเปน็ ประโยชนใ์ น การดำรงชวี ิตของมนษุ ย์เราค่ะ ถา้ เขา้ ใจดแี ล้ว เราไปทำกจิ กรรม เพ่ือทดสอบความเข้าใจกันเลยครบั

การลำดบั ช้นั หิน 19 กจิ กรรมที่ 10.1 ลองทำด.ู ..เพอ่ื รู้จริง เยลลีช้ันหิน สมาชกิ ในกลุ่ม 1………………………………………………………………………….เลขท.่ี ..........ช้นั .............. 2………………………………………………………………………….เลขท่ี...........ชัน้ .............. 3………………………………………………………………………….เลขที่...........ชน้ั .............. 4………………………………………………………………………….เลขที่...........ช้ัน.............. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ทดลองเลียนแบบการลำดบั ช้นั หินได วสั ดุอปุ กรณ์ 1. ผงเยลลี 3-4 สี 2. ภาชนะใส 3. น้ำ

การลำดับชนั้ หนิ 20 วิธที ดลอง 1. เตรียมเยลลี 3-4 สี 2. ผสมเยลลสี ีใดสหี น่งึ กบั นำ้ เปลา เทลงในภาชนะใสใหห นาประมาณ 1 เซนติเมตร แลว ทำให เยลลเี ย็นจนแขง็ ตัว 3. ใชเยลลีสีอน่ื ๆ แลวทำเชน เดียวกับขอ 2 จนไดเ ยลลีเปนชนั้ ๆ 4. เปรียบเทยี บขัน้ ตอนการทำช้ันเยลลกี ับการเกดิ ช้ันหนิ ตะกอน แลวรวมกันอภิปรายถงึ ลำดับ การเกิด (บนั ทกึ ลงในขัน้ สรุปผลการทดลอง) ผลการทดลอง (2 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลการทดลอง (3 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรปุ ผลการทดลองเสรจ็ แลว้ อยา่ ลมื ตอบคำถามท้าย การทดลองนะคะเพ่ือน ๆ

การลำดับชั้นหนิ 21 คำถามทา้ ยการทดลอง 1. เยลลี เทยี บไดก บั สิ่งใดในการลำดบั ช้นั หนิ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เยลลี 1 ชั้น เทยี บไดก บั การเกดิ หินตะกอนกี่ชนั้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. จากการทดลองเปรียบเทียบชน้ั เยลลีกับการลำดบั ชั้นหิน หินที่มอี ายุมากทสี่ ุดจะอยูสว นใด ของลำดับชัน้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คะแนนเตม็ 8 คะแนน ได......................คะแนน

การลำดับช้นั หิน 22 กิจกรรมที่ 10.2 สนุกร้.ู ..สนุกคดิ “สนุกกบั การลำดับชน้ั หนิ ” สมาชิกในกลุ่ม 1………………………………………………………………………….เลขท่ี...........ชนั้ .............. 2………………………………………………………………………….เลขท่ี...........ช้ัน.............. 3………………………………………………………………………….เลขท.่ี ..........ชน้ั .............. 4………………………………………………………………………….เลขท.่ี ..........ช้นั .............. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ อธิบายการลำดบั ชน้ั หนิ จากการวางตวั ของชั้นหินได คำชีแ้ จง ใหเ้ พื่อน ๆ ศกึ ษารปู ภาพที่กำหนดให้ แลว้ ปฏิบัตติ ามคำส่ังในแตล่ ะข้อใหถ้ ูกตอ้ งนะคะ

การลำดบั ชน้ั หิน 23 1. จากภาพตดั ขวางของหินปนู หินดินดาน หนิ ทราย หินกรวดมน และหนิ แกรนติ ใหนกั เรียนเรยี งลำดับ ช้ันหนิ ดงั กลา วตามอายกุ ารเกิด โดยใหใ สหมายเลข 1-6 เรียงลำดบั ขอ ความเหตุการณต าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ โดยใชห ลกั ฐานจากลกั ษณะทางธรณวี ทิ ยา ไดแ ก การวางตัวของหนิ เปน ช้ัน การเอยี งเทของชั้นหินทม่ี ี มมุ เอียงเทไปในทศิ ทางเดียวกนั และการแทรกตัดของหนิ อัคนีเขามาในชัน้ หินเดิม ซง่ึ เปนหินในพื้นที่ (ขอ ละ 1 คะแนน) ท่ีมา (สถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี, 2556: 145) ………………1.1 หินแกรนิตตดั แทรกเขา มาในชั้นหินปูน หินดนิ ดาน หินทรายและหินกรวดมน ซ่ึงเปน ชั้นหินเดิมในพื้นทีแ่ ละมีลักษณะเอยี งเท ………………1.2 เกิดชน้ั หินดนิ ดาน ………………1.3 การเอียงเทของชน้ั หนิ ปนู หินดนิ ดาน หนิ ทรายและหนิ กรวดมน ………………1.4 เกดิ ช้ันหินทราย ………………1.5 เกดิ ชน้ั หนิ ปูน ………………1.6 เกดิ ช้ันหนิ กรวดมน 2. จากภาพในขอ 1 จงเรียงลำดบั ชั้นหนิ จากอายุมากไปหานอยท่สี ุด (2 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คะแนนเตม็ 8 คะแนน ได. .....................คะแนน

การลำดบั ชน้ั หนิ 24 กจิ กรรมที่ 10.3 ลับสมอง...ประลองความคิด “การศกึ ษาธรณปี ระวัตมิ ีประโยชนอ์ ยา่ งไรนะ” สมาชกิ ในกล่มุ 1………………………………………………………………………….เลขท่ี...........ช้ัน.............. 2………………………………………………………………………….เลขท.่ี ..........ชั้น.............. 3………………………………………………………………………….เลขที่...........ชั้น.............. 4………………………………………………………………………….เลขท.่ี ..........ชน้ั .............. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ บอกประโยชนข องการศึกษาธรณปี ระวัติได คำชี้แจง ให้เพอ่ื น ๆ บอกประโยชน์ของการศกึ ษา ธรณปี ระวตั โิ ดยการเติมข้อความลงใน ชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ งครบถ้วนนะคะ ชอ่ งว่างละ 2 คะแนนค่ะ

การลำดบั ชนั้ หนิ 25 ประโยชน์ของ การศึกษาธรณีประวตั ิ คะแนนเต็ม 10 คะแนน ได......................คะแนน

การลำดบั ชน้ั หิน 26 แบบทดสอบหลงั เรยี น จุดประสงคการเรยี นรู สรุปและบอกประโยชนของการลำดับชน้ั หินได คำชี้แจง ใหเลอื กคำตอบท่ีถกู ตอ งท่ีสุดเพยี งขอเดียว จากตวั เลอื ก 1 2 3 หรอื 4 1. จากขอ ความตอไปน้ี “รพนิ ทรเ ดินสำรวจพบหินบะซอลตต ดั แทรกเขาไปในช้ันหินดินดานทมี่ ี ซากดกึ ดำบรรพข องหอยกาบคู ยุคครเี ทเซียส และยังพบอีกวา มีรอยเลอ่ื นขนาดใหญตดั ผานชั้น หินดินดานและหินบะซอลตดังกลา ว” ขอ ใดเรยี งลำดับอายุของหินหรือเหตกุ ารณจ ากแกไ ปออ น ไดอยา งถกู ตอง 1. หินดินดาน รอยเลือ่ น หนิ บะซอลต 2. หินดนิ ดาน หินบะซอลต หอยกาบคู 3. หอยกาบคู หินบะซอลต รอยเลอื่ น 4. รอยเลอ่ื น หินดนิ ดาน หอยกาบคู 2. คำกลาวท่วี า “ชัน้ หินตะกอนทอ่ี ยูด า นลาง มอี ายุมากกวา ชั้นหินตะกอนท่วี างทบั อยชู ้ันบน” ตรงกับ กฎเกณฑใ ดในการศกึ ษาการเรยี งลำดบั ชน้ั หนิ 1. ความสมั พนั ธเ ปรียบเทยี บของหินตะกอน 2. กฎการตอ เน่ืองของซากดึกดำบรรพ 3. กฎการตกทบั ถมซอนกนั 4. กฎการตดั ขวาง 3. หนิ ในขอใดจดั เปนหนิ อัคนีแทรกซอน 1. หินบะซอลต หินดนิ ดาน 2. หนิ แกรนติ หนิ แกบโบร 3. หินทราย หินกรวดมน 4. หนิ ชีสต หินชนวน 4. จากภาพการเรยี งตวั ของชั้นหนิ หินชนดิ ใดอายุมากทส่ี ุด และหนิ ชนิดใดอายนุ อ ยทสี่ ดุ ตามลำดบั 1. หินทราย หินปูน 2. หินปูน หินกรวดมน 3. หนิ ทราย หนิ ดินดาน 4. หินดินดาน หนิ ทราย

การลำดบั ชั้นหนิ 27 5. ขอใดกลา วถูกตอ งเก่ยี วกบั การลำดับชนั้ หิน ก. ซากดกึ ดำบรรพตระกลู เดียวกนั ท่มี อี ายุแกกวา จะมีวิวฒั นาการ นอยกวา พวกท่ีมีอายนุ อยกวา ข. หินทอี่ ยดู านบนสุดจะมอี ายมุ ากกวา หนิ ที่อยดู า นลางเสมอ ค. หินที่ตดั แทรกเขามาจะมอี ายนุ อยกวาหนิ ทีม่ อี ยูเดิมเสมอ ง. หนิ ท่ีแปรสภาพมาจากหินเดิมจะมอี ายเุ ทา กับหนิ เดิม 1. ก และ ข 2. ก และ ค 3. ข ค และ ง 4. ก ข ค และ ง 6. ถา ใหนักเรยี นสำรวจหาซากดึกดำบรรพในหินชนดิ ตา ง ๆ นกั เรยี นควรพบซากดึกดำบรรพใ นหนิ ชนดิ ใดมากทส่ี ุด 1. หนิ ทราย 2. หินบะซอลต 3. หนิ แอนดไี ซต 4. หนิ ออบซิเดียน ใชภาพตอ ไปนต้ี อบคำถามขอ 7-9 7. จากภาพ คำอธิบายใดกลาวถึงกฎการตดั ผานของหิน 1. หนิ แกรนติ ตดั ผา นเขา ไปในหินชสี ต 2. หินชีสตต ดั ผานเขา ไปในหินแกรนิต 3. หนิ ในกลุม ก ตดั ผา นเขาไปในหนิ ชสี ต 4. หนิ บริเวณ ตดั ผา นเขามาในกลุมหิน ก

การลำดับช้นั หิน 28 8. กลมุ หิน ก เกิดการเปล่ียนแปลงใดทางธรณีวิทยา 1. การคดโคง 2. รอยเลอื่ น 3. การเอยี งเท 4. รอยชั้นไมต อ เนื่อง 9. จากภาพ ขอใดกลา วถกู ตอง 1. กลุมหิน ก มีอายมุ ากกวาหินแกรนติ 2. กลุมหนิ ก มีอายุมากกวา หินชสี ต 3. หนิ แกรนิตมีอายุมากกวาหินชสี ต 4. หนิ ชสี ตม ีอายุมากทส่ี ุด 10. ขอ ใดไมใชประโยชนของการศึกษาโครงสรา งทางธรณวี ทิ ยาและการลำดบั ช้นั หนิ 1. ใชเปน ขอ มลู ในการวางผังเมือง 2. ใชเปนขอมลู ในการจัดการพน้ื ทเ่ี กษตรกรรม 3. ใชเปน ขอมูลในการออกแบบอาคารขนาดใหญ 4. ใชเปนขอ มลู ประกอบการพยากรณอากาศในแตละเขตพื้นท่ี

การลำดบั ชัน้ หิน 29 กระดาษคำตอบ แบบทดสอบหลังเรยี น คะแนนทไ่ี ด ช่อื .....................................................................เลขที.่ ..........ช้ัน.............. ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ 16 27 38 49 5 10 เป็นอย่างไรบ้างคะ ไดค้ ะแนนเทา่ ไหร่เอย่

การลำดับชั้นหนิ 30 ภาคผนวก

การลำดบั ช้นั หนิ 31 บัตรเฉลย กิจกรรมท่ี 10.1 ลองทำด.ู ..เพอื่ รู้จริง เยลลีชน้ั หิน จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ทดลองเลยี นแบบการลำดบั ชัน้ หินได ผลการทดลอง (2 คะแนน) ………………ไ…ดเ…ย…ลล…ีส…ล…ับ…สี…3…-4…ช…น้ั …………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลการทดลอง (3คะแนน) …………กดก…………็เเ็าปก…………นิดรล…………ยีมา…………บีกตงจไา…………ะดรงึก…………มทกอ…………อีบั่เีนรา…………หมายทนิ…………าุมตตำ…………าเกะกย…………กสลก…………อะลวสน…………ีาชมทห…………้ันท่ีเินแ…………มับตรื่อ…………ถกะต…………มทกะกอ…………ี่อกันนย…………อูดทอน…………กีา่ีอต…………นจยกนล…………ดู สาแา…………ะงขนส…………ส็งบมุด…………กนทแล…………นขับา…………ัน่ง็ยถต…………เเมอปัว…………กงกน ัน…………อหน…………นนิ า…………อนแีก…………เลขว…………เาปเจ…………รน าน…………จอแ…………ึงยขเา…………ท็งงต…………เนยวั …………้ีซลเป้ำ…………ลนีชๆ…………หัน้ …………หนิต…………นิอ แ…………ตลๆะ…………ว กไ…………เอวป…………ลนไดา…………ทผ อ่ี…………า ย…………นู ไ…………ป……………………

การลำดบั ชน้ั หนิ 32 คำถามทา้ ยการทดลอง 1. เยลลี เทยี บไดกบั สงิ่ ใดในการลำดบั ชนั้ หิน ……ต…อ…บ……ช…ั้น…ห…ินต…ะ…ก…อ…น……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เยลลี 1 ชัน้ เทียบไดกับการเกิดหนิ ตะกอนก่ีชน้ั ……ต…อ…บ……1…ช…ั้น…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. จากการทดลองเปรยี บเทยี บชั้นเยลลกี บั การลำดับชนั้ หิน หนิ ท่ีมีอายุมากที่สุดจะอยสู วนใด ของลำดับช้นั ……ต…อ…บ……ช…น้ั …ล…า ง…ส…ดุ …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………

การลำดบั ช้นั หิน 33 บัตรเฉลย กจิ กรรมที่ 10.2 สนกุ รู้...สนกุ คดิ “สนกุ กบั การลำดับชน้ั หิน” จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ อธบิ ายการลำดับชัน้ หนิ จากการวางตวั ของชั้นหินได คำชีแ้ จง ใหเ้ พอ่ื น ๆ ศกึ ษารปู ภาพทก่ี ำหนดให้ แล้วปฏิบัติตามคำสงั่ ในแตล่ ะขอ้ ให้ถกู ตอ้ งนะคะ 1. จากภาพตัดขวางของหนิ ปนู หินดินดาน หินทราย หนิ กรวดมน และหนิ แกรนิต ใหน ักเรียนเรียงลำดับ ช้ันหนิ ดังกลาวตามอายุการเกิด โดยใหใ สหมายเลข 1-6 เรียงลำดบั ขอความเหตุการณต า ง ๆ ท่เี กดิ ขนึ้ โดยใชห ลกั ฐานจากลกั ษณะทางธรณีวทิ ยา ไดแก การวางตวั ของหินเปน ช้ัน การเอยี งเทของชน้ั หนิ ท่ีมี มมุ เอียงเทไปในทิศทางเดยี วกัน และการแทรกตดั ของหินอคั นเี ขา มาในชนั้ หนิ เดมิ ซ่ึงเปน หินในพื้นที่ (ขอละ 1 คะแนน)

การลำดบั ช้นั หนิ 34 ทมี่ า (สถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี, 2556: 145) ………6………1.1 หนิ แกรนิตตดั แทรกเขา มาในชั้นหินปนู หินดนิ ดาน หินทรายและหนิ กรวดมน ซ่ึงเปน ชั้นหนิ เดมิ ในพื้นที่และมลี ักษณะเอียงเท ………2………1.2 เกิดชน้ั หนิ ดินดาน ………5………1.3 การเอียงเทของชนั้ หนิ ปนู หินดนิ ดาน หินทรายและหินกรวดมน ………3………1.4 เกดิ ช้นั หนิ ทราย ………1………1.5 เกิดช้ันหนิ ปนู ………4………1.6 เกดิ ชั้นหนิ กรวดมน 2. จากภาพในขอ 1 จงเรยี งลำดบั ชั้นหนิ จากอายมุ ากไปหานอ ยที่สดุ (2 คะแนน) ……ตอ…บ………หิน…ป…ูน……ห…ิน…ด…ินด…า…น……ห…นิ ท…ร…า…ย…ห…ิน…ก…รว…ด…ม…น……ห…ินแ…ก…ร…น…ิต…………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………

การลำดบั ชน้ั หนิ 35 บตั รเฉลย กิจกรรมท่ี 10.3 ลบั สมอง...ประลองความคดิ “การศึกษาธรณปี ระวตั มิ ปี ระโยชนอ์ ยา่ งไรนะ” จุดประสงค์การเรยี นรู้ บอกประโยชนของการศกึ ษาธรณปี ระวตั ไิ ด คำชแ้ี จง ใหเ้ พือ่ น ๆ บอกประโยชน์ของการศกึ ษา ธรณีประวัตโิ ดยการเติมข้อความลงใน ช่องวา่ งใหถ้ กู ต้องครบถ้วนนะคะ ช่องว่างละ 2 คะแนนคะ่

การลำดบั ชนั้ หิน 36 แนวคำตอบ ทำใหส ามารถจำกัด ทำใหท ราบความเปนมา ทำใหม ีขอ มูลที่ใชศ กึ ษา ขอบเขตของหินได ของแผนดนิ ทีเ่ ราอาศัยอยู วเิ คราะห ประเมนิ ศักยภาพของพ้ืนที่ ชดั เจนขึ้น บรเิ วณใดบรเิ วณหนึง่ ประโยชน์ของ การศกึ ษาธรณีประวตั ิ ทำใหม ขี อมูลไปใชในการสำรวจหา นำขอมูลจากการลำดบั ชั้นหนิ ไปใช ทรัพยากรธรณี เนื่องจากหินแตล ะ ในการวางผังเมือง ชวงอายุ เกิดในสภาพท่ีแตกตางกัน จะมที รัพยากรธรณแี ตกตา งกันดวย การจดั การพื้นที่เกษตรกรรม การออกแบบสรางเขอื่ นกกั เกบ็ น้ำ หรืออาคารขนาดใหญ

การลำดบั ชน้ั หิน 37 บตั รเฉลย แบบทดสอบก่อนเรยี น ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ 13 6 2 24 7 1 33 8 4 42 9 3 5 1 10 4

การลำดบั ชน้ั หิน 38 บัตรเฉลย แบบทดสอบหลงั เรียน ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ 13 6 1 23 7 1 32 8 3 44 9 4 5 2 10 4

การลำดบั ชนั้ หิน 39 แบบบนั ทึกพัฒนาการทางการเรียน ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 10 เร่ือง การลำดับชั้นหิน แบบทดสอบคะแนนเต็ม 10 คะแนน ทดสอบกอนเรยี น ทำแบบทดสอบได. ..................คะแนน ทดสอบหลังเรียน ทำแบบทดสอบได. ...................คะแนน พฒั นาการอยใู นระดับ...................................................... เกณฑก์ ารพจิ ารณาพฒั นาการทางการเรยี น คะแนนเพ่ิมขน้ึ ระดบั พัฒนาการ 6 - 10 ดเี ยีย่ ม 4 -5 ดี 2–3 พอใช ปรับปรุง 1 หรอื ลดลง ผา นรายจุดประสงค ไมผา นรายจุดประสงค สำหรับเกณฑก์ ารผ่านรายจุดประสงค์ น้อง ๆ ต้องทำแบบทดสอบหลงั เรยี น ไดค้ ะแนน 80 % ขึ้นไปนะครบั หรอื น้อง ๆ ต้องทำแบบทดสอบหลงั เรยี น จำนวน 10 ข้อ ให้ถูกอยา่ งนอ้ ย 8 ข้อ ข้ึนไป หากน้อง ๆ คนใดทำไม่ถงึ เกณฑ์ กใ็ ห้ย้อนกลับ ไปทบทวนใหมอ่ กี รอบนะครบั

การลำดบั ชนั้ หนิ 40 บรรณานุกรม ทวศี กั ดิ์ บุญบชู าไชย. (2556). หนังสือคูมอื รายวิชาพ้ืนฐาน ดวงดาวและโลกของเรา. กรงุ เทพฯ: พ.ศ. พัฒนา. ปญญา จารุสิริ. (2551). เปลอื กโลกและหิน. สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหวั . (เลม ท่ี 33, หนา 223-224). กรุงเทพฯ: โครงการสานกุ รม ไทยฯ. พเยาว ยนิ ดสี ุข และคณะ. (2556). หนงั สอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร กระบวนการ เปลี่ยนแปลงของโลก ดาราศาสตร และอวกาศ. กรุงเทพฯ: พัฒนาคุณภาพวชิ าการ (พว.). ศนู ยการเรียนรูวทิ ยาศาสตรโ ลกและดาราศาสตร. (ม.ป.ป.). หนิ (Rocks). สืบคนเมือ่ วันที่ 25 มิถนุ ายน 2556, จาก http://portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/ LESA212/8/rocks/properties/rocks_properties.html สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลย.ี (2551). หนงั สอื เรียนสาระการเรยี นรพู นื้ ฐาน โลก ดาราศาสตรและอวกาศ กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 5. กรุงเทพฯ: สกสค. ลาดพราว. --------. (2553). คมู ือครู รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร โลก ดาราศาสตร และอวกาศ ช้ันมัธยม ศกึ ษาปท ่ี 4-6. กรงุ เทพฯ: สกสค. ลาดพราว. --------. (2554). หนังสอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน โลก ดาราศาสตร และอวกาศ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4-6. พมิ พครงั้ ที่ 3. กรงุ เทพฯ: สกสค.ลาดพราว. --------. (2556). หนังสอื เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร ดวงดาวและโลกของเรา ช้ันมธั ยม ศึกษาปที่ 4-6. กรงุ เทพฯ: สกสค. ลาดพรา ว.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook