หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบทางเทคโนโลยี เฉลย แผนฯ ท่ี 2 การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยี ใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง ผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยี คำชีแ้ จง : เติมข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง 1. ระบบทางเทคโนโลยี (Technological system) หมายถงึ ระบบท่ีมนุษยส์ รา้ งขนึ้ มาเพ่อื แก้ปญั หาหรือ ความตอ้ งการ ประกอบดว้ ย……………..………………………..……………..……………..……………..……………..…………………….. 1. ตวั ป้อน (Input) คอื 2. กระบวนการ (Process) คอื 3. ผลผลติ (Output) คอื ความตอ้ งการของมนุษย์ ขนั้ ตอนการแกป้ ัญหา เป็นการ ผลติ ภณั ฑ์ หรอื วธิ กี าร เกย่ี วกบั ความจาเป็นหรอื ดาเนินการทท่ี าใหเ้ กดิ การ ทางานสงิ่ ของเคร่อื งใช้ ปัญหา เปลย่ี นเป็นผลผลติ หรอื ผลลพั ธต์ าม วตั ถปุ ระสงค์ 4. ขอ้ มลู ยอ้ นกลบั (Feedback) คอื ขอ้ มลู ทใ่ี ชป้ ้อนกลบั เขา้ ไปในระบบเพอ่ื ปรบั ปรงุ การทางานของระบบไดต้ ามวตั ถุประสงคไ์ ดด้ ยี ง่ิ ขน้ึ 2. จงบอกข้อแตกต่างของระบบเปิดกับระบบปิด ระบบเปิด (Open – Loop System) ระบบปิด (Close – Loop System) • ตวั ป้อน กระบวนการ ผลลพั ธ์ • ตัวปอ้ น กระบวนการ ผลลพั ธ์ ข้อมลู • ระบบไมม่ ีผลสะท้อนกลบั ยอ้ นกลบั • ระบบไมม่ คี วามซบั ซ้อน • ระบบมีข้อมลู ย้อนกลบั • เหมาะกับงานที่ไม่ต้องการความแม่นยำ • ระบบมคี วามซับซ้อน • ประหยดั • เหมาะกบั งานทต่ี ้องการความแม่นยำ • ค่าใช้จ่ายสงู 30
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบทางเทคโนโลยี แผนฯ ท่ี 2 การเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยแี ละระบบทางเทคโนโลยี 3. เนอ่ื งจากปัจจุบัน การขายของออนไลนเ์ ป็นที่นิยม จนทำให้เกดิ แอพพลเิ คชนั่ (Application) ส่งเสริมการ ขายมากมาย เชน่ Shopee Lazada เปน็ ตน้ จงอธบิ ายทง้ั ประโยชนแ์ ละผลกระทบจากการใชเ้ ทคโนโลยี ประโยชนแ์ ละผลกระทบจากการใชเ้ ทคโนโลยี ด้านมนุษยแ์ ละสงั คม ประโยชน์ - ทาใหช้ วี ติ ของมนุษยม์ คี ณุ ภาพดขี น้ึ ไม่วา่ จะ ด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบ เป็น…….…เทคโนโลยที ช่ี ่วยอานวยความ ด้านส่ิงแวดล้อม ประโยชน์ สะดวก……..…………....…… ผลกระทบ - ทาใหส้ งั คมของเราเช่อื มโยงกนั มาก -ขทน้ึ า…ให…ร้ .ะ.…บบ…ก.า.…รเง…นิ .เ.ก. ดิ ความสญู เสยี การถูกโจรกรรม ออนไลน์ในระบบธนาคาร ผ่าน………..……..…………….. - ทาใหเ้ กดิ ปัญหาการปฏสิ มั พนั ธก์ นั ระหวา่ งมนุษย์… - ทาใหเ้ กดิ การเพม่ิ อาชพี ทงั้ อาชพี หลกั และอาชพี เสรมิ - ทาการตลาดของการคา้ ขายเปิดกวา้ งมากขน้ึ สง่ ผล ทาใหผ้ บู้ รโิ ภคมที างเลอื ก -สะทดาวใหกสเ้ กบดิ ามยจิ…ฉ…าช.พ.ี …เพ…มิ่ .ข.…น้ึ …ห.า.ช…อ่ …งท..างเป็นกลโกง - ผคู้ า้ ขายและผซู้ อ้ื เกดิ การโกงกนั ไดง้ า่ ย ขน้ึ ……..…….. ประโยชน์ - ทาใหเ้ กดิ ผลงานทห่ี ลากหลาย เมอ่ื ไม่มบี รษิ ทั รา้ นคา้ อาจชว่ ยลดมลภาวะในสงิ่ แวดลอ้ ม ได…้ …..……..…….. - ประหยดั ทรพั ยากรธรรมชาติ เชน่ ประดาษ เป็นตน้ - เกดิ ขยะเพมิ่ มากขน้ึ เช่น จากพลาสตกิ ทย่ี ่อยสลาย ผลกระทบ ไมไ่ ด…้ …..……..……..……..……..……..………….. ……..…….. 31
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบทางเทคโนโลยี ) แผนฯ ท่ี 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยี 9. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงชอื่ ( ตำแหน่ง 10. บันทึกผลหลงั การสอน ด้านความรู้ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นความสามารถทางการออกแบบและเทคโนโลยี ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี)) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข 32
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 กระบวนการเชิงวิศวกรรม เวลา 5 ช่วั โมง 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืนๆ เพ่ือแก้ปัญหา หรือ พัฒนา งานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสมโดยคำนงึ ผลกระทบต่อชีวติ สงั คม และส่งิ แวดล้อม ว 4.1 ม.4/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการที่มผี ลกระทบตอ่ สังคม รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และ แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่มีความซับซ้อนเพ่ือสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการ แก้ปญั หา โดยคำนงึ ถึงความถกู ตอ้ งดา้ นทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา ว 4.1 ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่ จำเป็นภายใต้เง่ือนไขและทรัพยากรท่ีมีอยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่น เข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการที่หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ วางแผนขัน้ ตอนการทำงานและดำเนนิ การแก้ปัญหา ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดข้ึน ภายใต้กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการแก้ไข ปญั หา พร้อมท้งั เสนอแนวทางการพฒั นาตอ่ ยอด ว 4.1 ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับ วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเลกทรอ นิกส์ และเทคโนโลยีท่ีซับซ้อนในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั 2. สาระการเรียนรู้ 2.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง 1) ปัญหาหรอื ความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อสังคม เช่น ปัญหาด้านการเกษตร อาหาร พลังงาน การ ขนส่ง สขุ ภาพและการแพทย์ การบรกิ าร ซึ่งแต่ละดา้ นอาจมีไดห้ ลากหลายปัญหา 2) การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาโดยอาจใช้เทคนิคหรือวิธีการวิเคราะห์ที่หลากหลาย ช่วยให้เข้าใจ เงอ่ื นไขและกรอบของปญั หาไดช้ ดั เจน จากนน้ั ดำเนนิ การสืบค้น รวบรวมข้อมลู ความรู้จากศาสตร์ ต่างๆ ที่เกย่ี วขอ้ ง เพอื่ นำไปสกู่ ารออกแบบแนวทางการแกป้ ญั หา 3) การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น โดยคำนึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา เงื่อนไขและทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมูล และสารสนเทศ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ ช่วยให้ได้แนวทางการแก้ปญั หาทีเ่ หมาะสม 33
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม 4) การออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหาทำได้หลากหลายวิธี เช่น การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ การ เขียนผังงาน 5) ซอฟแวร์ชว่ ยในการออกแบบและนำเสนอมหี ลากหลายชนดิ จงึ ตอ้ งเลอื กใช้ใหเ้ หมาะกบั งาน 6) การกำหนดข้ันตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อนดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงาน สำเรจ็ ได้ตามเป้าหมาย และลดขอ้ ผดิ พลาดของการทำงานที่อาจเกิดข้ึน 7) การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบช้ินงานหรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตาม วัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปญั หา เพ่ือหาข้อบกพรอ่ ง และดำเนินการปรบั ปรุง โดยอาจทดสอบ ซำ้ เพ่อื ใหส้ ามารถแก้ไขปญั หาได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ 8) การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพ่ือให้ผู้อ่ืนเข้าใจเก่ียวกับกระบวนการทำงานและ ช้ินงานหรือวิธีการที่ได้ ซ่ึงสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัด นิทรรศการ การนำเสนอผ่านส่ือออนไลน์ หรือการนำเสนอต่อภาคธุรกิจเพ่ือการพัฒนาต่อยอดสู่ งานอาชีพ 9) วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้สังเคราะห์ โลหะ จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพื่อ เลอื กใช้ใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของงาน 10) การสร้างช้ินงานอาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LDR sensor เฟือง รอก คาน วงจรสำเร็จรปู 11) อุปกรณ์และเคร่ืองมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั รวมทั้งรจู้ ักเกบ็ รักษา 2.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ (พิจารณาตามหลกั สตู รสถานศึกษา) 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมช่วยแก้ปัญหาหรือความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อสังคม เช่น ปัญหา ด้านการเกษตร อาหาร พลังงาน การขนส่ง สุขภาพและการแพทย์ การบริการ ซ่ึงแต่ละด้านอาจมีได้ หลากหลายปัญหา เริ่มจากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาโดยอาจใช้เทคนิคหรือวิธีการวิเคราะห์ท่ีหลากหลาย ช่วยให้เข้าใจ เง่ือนไขและกรอบของปัญหาได้ชัดเจน จากนั้นดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง เพ่ือนำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ซ่ึงนำไปสู่การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจ เลือกข้อมูลท่ีจำเป็น โดยคำนึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา เงื่อนไขและทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมูล และสารสนเทศ วัสดุ เคร่ืองมือและอปุ กรณ์ ชว่ ยให้ไดแ้ นวทางการแก้ปัญหาทเี่ หมาะสม และการออกแบบแนว ทางการแก้ปัญหาทำได้หลากหลายวิธี เช่น การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ การเขียนผังงาน โดยการใช้ ซอฟแวรช์ ว่ ยในการออกแบบและนำเสนอมหี ลากหลายชนิดจงึ ต้องเลือกใชใ้ ห้เหมาะกับงาน และในการกำหนด 34
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม ขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อนดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยใหก้ ารทำงานสำเรจ็ ไดต้ ามเปา้ หมาย และ ลดข้อผิดพลาดของการทำงานที่อาจเกิดข้ึน ในส่วนการทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบช้ินงานหรือ วิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพ่ือหาข้อบกพร่อง และดำเนินการ ปรับปรุง โดยอาจทดสอบซ้ำเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการนำเสนอผลงานเป็น การถ่ายทอดแนวคดิ เพ่ือใหผ้ ู้อื่นเข้าใจเกี่ยวกบั กระบวนการทำงานและชิ้นงานหรอื วธิ กี ารท่ีได้ ซ่งึ สามารถทำได้ หลายวิธี เชน่ การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การนำเสนอผ่านสือ่ ออนไลน์ หรือการนำเสนอต่อ ภาคธุรกิจเพ่ือการพัฒนาต่อยอดสู่งานอาชีพ ซึ่งการออกแบบสามารถเลือกใช้วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติ แตกต่างกัน เช่น ไม้สังเคราะห์ โลหะ จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพ่ือเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน ส่วนการสร้างช้ินงานอาจใช้ความรู้ เร่ือง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LDR sensor เฟือง รอก คาน วงจร สำเร็จรูป และอุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างช้ินงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ ถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภยั รวมทงั้ ร้จู ักเก็บรักษา 4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี นิ ยั รบั ผิดชอบ 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน 1) ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 2) ทกั ษะการคดิ อยา่ งสร้างสรรค์ 3) ทักษะการคดิ อย่างเปน็ ระบบ 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง ทำความเข้าใจกระบวนการเชิงวศิ วกรรม 2. ใบงานท่ี 2.2 เร่ือง การแก้ไขปัญหาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวศิ วกรรม 3. PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกบั ศาสตร์อืน่ ๆ 4. PowerPoint เร่ือง การเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี 5. แผนผังความคิด เรื่อง กระบวนการเชิงวศิ วกรรม 35
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม 6. การวดั และการประเมนิ ผล รายการวัด วิธีวดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ แบบประเมินช้ินงาน/ ระดบั คุณภาพ 2 6.1 การประเมนิ ชิน้ งาน/ - ตรวจ PowerPoint ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์ ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจแผนผงั แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมนิ ตามสภาพ จริง ความคดิ เร่ือง - ใบงานที่ 2.1 - ใบงานที่ 2.2 รอ้ ยละ 60 ผ่าน กระบวนการเชิง - ผลงานทน่ี ำเสนอ เกณฑ์ รอ้ ยละ 60 ผา่ น วิศวกรรม เกณฑ์ ระดบั คุณภาพ 2 6.2 การประเมนิ ก่อนเรียน ตรวจแบบทดสอบ ผ่านเกณฑ์ - แบบทดสอบกอ่ น กอ่ นเรียน เรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เรอื่ ง กระบวนการ เชิงวิศวกรรม 6.3 การประเมนิ ระหว่าง การจดั กจิ กรรม 1) ทำความเข้าใจ - ตรวจใบงานท่ี 2.1 กระบวนการเชิง วิศวกรรม 2) การแก้ไขปญั หาโดย - ตรวจใบงานที่ 2.2 ใชก้ ระบวนการเชงิ วิศวกรรม 3) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ ผลงาน 4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2 ทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ การทำงานรายบคุ คล พฤติกรรม การ 5) พฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ 2 ทำงานกลุม่ ทำงานรายบุค ผ่านเกณฑ์ - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสงั เกต ทำงานกลมุ่ พฤติกรรมการ ทำงานกลมุ่ 36
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 กระบวนการเชิงวิศวกรรม รายการวัด วิธีวัด เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ 6) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ อนั พงึ ประสงค์ รับผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ คณุ ลกั ษณะ และมุ่งมั่นในการ อนั พงึ ประสงค์ รอ้ ยละ 60 ผ่าน 6.4 การประเมนิ หลงั เรยี น ทำงาน เกณฑ์ - แบบทดสอบหลงั เรียน ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรยี น หลงั เรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เรือ่ ง กระบวนการเชิง วศิ วกรรม 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ เวลา 2 ช่ัวโมง เวลา 3 ช่ัวโมง แผนฯ ที่ 1 : ทำความเข้าใจกระบวนการเชงิ วิศวกรรม วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) แผนฯ ท่ี 2 : การแก้ไขปัญหาโดยใช้กระบวนการเชงิ วิศวกรรม วิธสี อนแบบใช้ปญั หาเป็นฐาน (Problem based Learning) 8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.4 หน่วยการเรียนที่ 2 กระบวนการ เชิงวศิ วกรรม 2) ใบงานที่ 2.1 เร่อื ง ทำความเข้าใจกระบวนการเชงิ วศิ วกรรม 3) ใบงานท่ี 2.2 เรอื่ ง การแก้ไขปัญหาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วิศวกรรม 4) PowerPoint เร่ือง กระบวนการเชิงวศิ วกรรม 8.2 แหล่งเรยี นรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมดุ 3) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ 37
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. จงพิจารณาขอ้ ความต่อไปนี้ 6. ขอ้ ใดไม่ใช่ ขัน้ ตอนในการระดมความคดิ ก. การพฒั นาสรา้ งสรรคน์ วัตกรรมใหมๆ่ 1. ตง้ั ผูด้ ำเนนิ การ ข. แกไ้ ขปญั หาอย่างมีระบบภายใต้ข้อจำกดั 2. กำหนดหวั ขอ้ ค. การบริหารจัดการในการแก้ไขชิน้ งาน 3. ระดมความคิด ง. มีการตัง้ สมมตฐิ าน 4. วิเคราะห์การระดมความคดิ ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกบั กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม 5. สรปุ ผลการระดมความคิด 1. ก เท่านัน้ 2. ก และ ข 7. การสรา้ งส่ิงประดษิ ฐ์ นวัตกรรมท่ีมีความทันสมยั 3. ค และ ง 4. ก ข และ ค เช่น รถยนื 2 ลอ้ หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟฟ้า ต้องมีการคิด 5. ข ค และ ง ตามทฤษฎหี มวก 6 ใบ ข้อใดมากทีส่ ดุ จากตัวเลอื กต่อไปน้ี ใช้ตอบคำถาม ข้อ 2-4 1. หมวกสีขาว 2. หมวกสีแดง 1. ระบปุ ัญหา 3. หมวกสดี ำ 4. หมวกสีฟา้ 2. รวบรวมขอ้ มูล 3. ออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา 5. หมวกสีเขียว 4. วางแผนและดำเนินการ 8. การออกแบบโดยวิธีการใดท่ีทำใหเ้ ข้าใจงา่ ย เหน็ ภาพตรงกัน เพือ่ แสดงลำดบั ข้ันตอน 5. ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรุง 1. การสร้างภาพร่าง 2. การสร้างผังงาน 3. การสร้างภาพฉาย 2. การวเิ คราะห์เงื่อนไขหรือจำกัดของสถานการณ์ 4. การสรา้ งสอื่ วดิ ีโอ ปญั หา เปน็ ข้ันตอนใดในกระบวนการออกแบบเชิง 5. การสรา้ งบทบาทสมมติ วิศวกรรม................................................................ 9. ในการพฒั นาชนิ้ งานเสาส่งสัญญาณ โลหะทใ่ี ช้ใน 3. การเขียนแผนปฏิบัตกิ าร เป็นขัน้ ตอนใดใน การผลิตชิ้นงาน ควรคำนึงถึงส่ิงใด กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 1. สมบัติทางเคมี ………………………………….………………………………….. 2. สมบัติทางกายภาพ 4. ข้ันตอนใด แสดงถึงความคดิ เหน็ หรือผลสะท้อน 3. สมบตั เิ ชงิ กล กลับ (feedback) จากผู้ใช้วา่ ชอบหรอื ไมช่ อบ 4. สมบัตเิ ชิงมิติ ………………………………….………………………………….. 5. สมบัติทางไฟฟา้ 5. ปญั หานำ้ ท่วมขงั ถนนเม่ือฝนตกหนกั ควรมีวธิ กี าร 10. ในการประดิษฐ์ สัญญาณเสยี งเตือนจากกลอ่ ง เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลอย่างไรจึงจะดีท่ีสุด จดหมาย อปุ กรณท์ ่สี ำคัญทข่ี าดไม่ได้ คือสิ่งใด 1. สงั เกตการณ์ 2. ระดมความคิด 1. LED 2. ตัวต้านทาน 3. แบบสอบถาม 4. รายงานวิจยั 3. บัซเซอร์ 4. แบตเตอรี่ 5. สัมภาษณ์ 5. ตัวเกบ็ ประจุ เฉลย 1. 2 2. 1 3. 4 4. 3 5. 5 6. 4 7. 5 8. 2 9. 1 10. 3 38
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 คำช้ีแจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. จงพิจารณาขอ้ ความต่อไปนี้ 6. ขอ้ ใดไม่ใช่ ขัน้ ตอนในการระดมความคดิ ก. การพฒั นาสรา้ งสรรคน์ วัตกรรมใหมๆ่ 1. ต้งั ผ้ดู ำเนินการ ข. แกไ้ ขปญั หาอย่างมีระบบภายใต้ขอ้ จำกดั 2. กำหนดหัวขอ้ ค. การบริหารจัดการในการแก้ไขช้นิ งาน 3. ระดมความคิด ง. มีการตัง้ สมมตฐิ าน 4. วิเคราะห์การระดมความคิด ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกบั กระบวนการเชงิ วิศวกรรม 5. สรปุ ผลการระดมความคดิ 1. ก เทา่ นัน้ 2. ก และ ข 7. การสร้างสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมท่ีมีความทันสมัย 3. ค และ ง 4. ก ข และ ค เชน่ รถยนื 2 ล้อหรอื สกตู๊ เตอร์ไฟฟฟา้ ต้องมีการคิด 5. ข ค และ ง ตามทฤษฎีหมวก 6 ใบ ข้อใดมากทีส่ ุด จากตัวเลอื กต่อไปน้ี ใช้ตอบคำถาม ข้อ 2-4 1. หมวกสีขาว 2. หมวกสแี ดง 1. ระบุปัญหา 3. หมวกสดี ำ 4. หมวกสฟี า้ 2. รวบรวมขอ้ มลู 3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 5. หมวกสีเขยี ว 4. วางแผนและดำเนินการ 8. การออกแบบโดยวิธีการใดที่ทำใหเ้ ข้าใจง่าย เหน็ ภาพตรงกัน เพ่ือแสดงลำดบั ข้ันตอน 5. ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรุง 1. การสรา้ งภาพร่าง 2. การสร้างผังงาน 3. การสรา้ งภาพฉาย 2. การวิเคราะห์เงื่อนไขหรือจำกัดของสถานการณ์ 4. การสรา้ งส่ือวิดีโอ ปญั หา เปน็ ข้ันตอนใดในกระบวนการออกแบบเชงิ 5. การสร้างบทบาทสมมติ วิศวกรรม................................................................ 9. ในการพฒั นาช้นิ งานเสาสง่ สัญญาณ โลหะท่ใี ชใ้ น 3. การเขียนแผนปฏิบัตกิ าร เป็นขัน้ ตอนใดใน การผลิตช้นิ งาน ควรคำนงึ ถึงส่งิ ใด กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 1. สมบตั ทิ างเคมี ………………………………….………………………………….. 2. สมบัติทางกายภาพ 4. ข้ันตอนใด แสดงถึงความคดิ เหน็ หรอื ผลสะท้อน 3. สมบัติเชงิ กล กลับ (feedback) จากผู้ใช้ว่าชอบหรอื ไม่ชอบ 4. สมบัตเิ ชงิ มติ ิ ………………………………….………………………………….. 5. สมบตั ทิ างไฟฟ้า 5. ปญั หาน้ำท่วมขงั ถนนเม่ือฝนตกหนกั ควรมวี ิธกี าร 10. ในการประดิษฐ์ สญั ญาณเสยี งเตือนจากกล่อง เก็บรวบรวมขอ้ มูลอย่างไรจึงจะดีท่ีสดุ จดหมาย อปุ กรณท์ ส่ี ำคัญท่ขี าดไม่ได้ คือสง่ิ ใด 1. สังเกตการณ์ 2. ระดมความคดิ 1. LED 2. ตวั ต้านทาน 3. แบบสอบถาม 4. รายงานวจิ ยั 3. บซั เซอร์ 4. แบตเตอรี่ 5. สมั ภาษณ์ 5. ตวั เก็บประจุ เฉลย 1. 2 2. 1 3. 4 4. 3 5. 5 6. 4 7. 5 8. 2 9. 1 10. 3 39
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดบั คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 ความถกู ต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการนำเสนอผลงาน 4 การนำไปใชป้ ระโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอ่ื ................................................... ผปู้ ระเมิน ............/................./................... เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางสว่ น เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ 40
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ ตรงกับระดบั คะแนน ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32 1 การแสดงความคดิ เหน็ 2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อนื่ 3 การทำงานตามหนา้ ท่ีทไี่ ด้รับมอบหมาย 4 ความมีนำ้ ใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมนิ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ 41
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ คำช้แี จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน การมี ลำดับท่ี ชอื่ –สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี สว่ นรว่ มใน รวม ของนักเรียน ความ ฟงั คนอน่ื ตามที่ไดร้ บั นำ้ ใจ การ 15 คดิ เหน็ มอบหมาย คะแนน ปรบั ปรงุ ผลงานกลุม่ 321321321321321 เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ............./.................../............... ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ 42
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คำชแ้ี จง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน อนั พึงประสงค์ด้าน 321 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้ กษตั รยิ ์ 1.2 เขา้ ร่วมกจิ กรรมที่สร้างความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ ตอ่ โรงเรยี น 1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนบั ถอื ปฏบิ ัติตามหลักศาสนา 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทีเ่ ก่ยี วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ต์ ามท่ีโรงเรยี นจดั ข้ึน 2. ซื่อสัตย์ สจุ รติ 2.1 ให้ข้อมลู ทถี่ กู ตอ้ งและเปน็ จรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ิในส่งิ ทีถ่ กู ตอ้ ง 3. มีวนิ ยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคบั ของครอบครัว มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน 4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 รจู้ กั ใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้ 4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟงั คำสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้ 4.4 ตง้ั ใจเรยี น 5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รัพย์สินและส่ิงของของโรงเรยี นอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยัดและรคู้ ณุ คา่ 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน 6. มุ่งมนั่ ในการทำงาน 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออปุ สรรคเพอื่ ให้งานสำเรจ็ 7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตสำนกึ ในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย 7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รู้จกั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทำงาน 8.2 ร้จู กั การดแู ลรักษาทรพั ยส์ มบตั ิและส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรียนและ โรงเรยี น ลงช่อื .................................................. ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน 51–60 ดีมาก พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติชดั เจนและบ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัตบิ างคร้งั 30–40 พอใช้ ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรุง 43
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม แผนฯ ท่ี 1 ทำความเขา้ ใจกระบวนการเชิงวิศวกรรม แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 1 ทำความเขา้ ใจกระบวนการเชิงวิศวกรรม เวลา 2 ช่ัวโมง 1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั ว 4.1 ม.4/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และแนวคิด ท่ีเก่ียวข้องกับปัญหาที่มีความซับซ้อนเพ่ือสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการแก้ปัญหา โดย คำนึงถงึ ความถกู ต้องด้านทรพั ย์สนิ ทางปัญญา ว 4.1 ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจำเป็น ภายใตเ้ งอ่ื นไขและทรพั ยากรท่ีมีอยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยเทคนิค หรือวธิ ีการท่ีหลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ วางแผนข้ันตอนการทำงาน และดำเนนิ การแก้ปญั หา ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้ กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้ง เสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอด 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. ระบปุ ญั หาหรือความต้องการท่ีมผี ลกระทบต่อสังคมและแนวคดิ ทีเ่ ก่ยี วข้องกับปัญหาท่ีมีความซบั ซ้อน ได้ (K) 2. อธบิ ายลกั ษณะการออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หาโดยวิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบได้ (K) 3. วางแผนขนั้ ตอนการทำงานและดำเนินการแก้ปัญหาในชวี ิตประจำวนั ได้ (P) 4. วเิ คราะหแ์ นวทางการปรับปรงุ แก้ไข และนำเสนอผล พร้อมทั้งเสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอดได้ (P) 5. เหน็ คณุ ประโยชนข์ องการเรยี นวชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนักในคุณค่าของความรู้ทาง เทคโนโลยที ใ่ี ชใ้ นชีวิตประจำวนั (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน - ปัญหาหรือความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม เช่น ปัญหาด้าน พิจารณาตามหลกั สตู รของ การเกษตร อาหาร พลังงาน การขนส่ง สุขภาพและการแพทย์ การ สถานศกึ ษา บริการ ซ่ึงแตล่ ะดา้ นอาจมไี ดห้ ลากหลายปัญหา - การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาโดยอาจใช้เทคนิคหรือวิธีการ วเิ คราะห์ท่ีหลากหลาย ช่วยให้เข้าใจเงื่อนไขและกรอบของปัญหาได้ 44
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม แผนฯ ท่ี 1 ทำความเข้าใจกระบวนการเชงิ วศิ วกรรม สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น ชัดเจน จากน้ันดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ ตา่ งๆ ที่เก่ียวข้อง เพอ่ื นำไปสกู่ ารออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา - การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น โดย คำนึงถึงทรัพย์สินทางปัญ ญ า เง่ือนไขและทรัพ ยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมูล และสารสนเทศ วัสดุ เคร่ืองมือและ อปุ กรณ์ ชว่ ยใหไ้ ด้แนวทางการแกป้ ัญหาที่เหมาะสม - การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาทำได้หลากหลายวิธี เช่น การ ร่างภาพ การเขียนแผนภาพ การเขยี นผงั งาน - ซอฟแวร์ช่วยในการออกแบบและนำเสนอมีหลากหลายชนิดจึงต้อง เลอื กใช้ใหเ้ หมาะกับงาน - การกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อนดำเนินการ แก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงานสำเร็จได้ตามเป้าหมาย และลด ขอ้ ผิดพลาดของการทำงานทอี่ าจเกิดขึน้ - การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบช้ินงานหรือวิธีการว่า สามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพ่ือ หาข้อบกพร่อง และดำเนินการปรับปรุง โดยอาจทดสอบซ้ำเพ่ือให้ สามารถแกไ้ ขปญั หาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ - การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพื่อให้ผู้อ่ืนเข้าใจ เก่ียวกับกระบวนการทำงานและช้ินงานหรือวิธีการที่ได้ ซ่ึงสามารถ ทำได้หลายวิธี เช่น การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การนำเสนอผ่านส่ือออนไลน์ หรือการนำเสนอต่อภาคธุรกิจเพื่อการ พัฒนาต่อยอดส่งู านอาชีพ 4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมช่วยแก้ปัญหาหรือความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม เช่น ปัญหา ด้านการเกษตร อาหาร พลังงาน การขนส่ง สุขภาพและการแพทย์ การบริการ ซึ่งแต่ละด้านอาจมีได้ หลากหลายปัญหา เริ่มจากการวิเคราะหส์ ถานการณ์ปญั หาโดยอาจใชเ้ ทคนิคหรอื วิธีการวิเคราะห์ทห่ี ลากหลาย ช่วยให้เข้าใจเงื่อนไขและกรอบของปัญหาได้ชัดเจน จากน้ันดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จาก ศาสตร์ต่างๆ ที่เก่ียวข้อง เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ซง่ึ นำไปสู่การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น โดยคำนึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา เง่ือนไขและทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมลู และสารสนเทศ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ ช่วยให้ได้แนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม และการ ออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหาทำได้หลากหลายวธิ ี เช่น การรา่ งภาพ การเขยี นแผนภาพ การเขียนผงั งาน โดย 45
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม แผนฯ ที่ 1 ทำความเข้าใจกระบวนการเชิงวิศวกรรม การใช้ซอฟแวร์ช่วยในการออกแบบและนำเสนอมีหลากหลายชนิดจึงตอ้ งเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน และในการ กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อนดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงานสำเร็จได้ตาม เป้าหมาย และลดข้อผิดพลาดของการทำงานท่ีอาจเกิดข้ึน ในส่วนการทดสอบและประเมินผลเป็นการ ตรวจสอบช้ินงานหรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อหา ข้อบกพร่อง และดำเนินการปรับปรุง โดยอาจทดสอบซ้ำเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพ่ือให้ผู้อ่ืนเขา้ ใจเก่ียวกับกระบวนการทำงานและช้ินงานหรือ วิธีการที่ได้ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การนำเสนอผ่านส่ือ ออนไลน์ หรอื การนำเสนอต่อภาคธุรกจิ เพือ่ การพฒั นาต่อยอดสงู่ านอาชีพ 5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ยั รบั ผิดชอบ 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน 1) ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ 2) ทักษะการคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ 3) ทักษะการคดิ อยา่ งเป็นระบบ 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ชวั่ โมงท่ี 1 ขั้นนำ กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูให้นักเรียนอ่านพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ท่ีครูเตรียมไว้ให้ ในประเด็นข่าวเกี่ยวกับ “รถไฟ ความเร็วสูง” แล้วให้นักเรียนช่วยกันค้นหาข่าวการสร้างรถไฟความเร็วสูง จากนั้นครูและนักเรียน ร่วมกันสนทนาซักถามเก่ียวกับ “เทคโนโลยีสามารถแก้ปัญหาหรือช่วยตอบสนองความต้องการใน ชวี ติ ประจำวันอยา่ งไร” 46
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 กระบวนการเชิงวิศวกรรม แผนฯ ท่ี 1 ทำความเข้าใจกระบวนการเชิงวศิ วกรรม 2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอย่างคลิป รถไฟความเร็วสูงที่เกิดจากเทคโนโลยีท่ีทันสมัยในประเทศ ต่างๆ พรอ้ มท้ังบอกว่ากระบวนการออกแบบและการแกป้ ัญหาเปน็ ไปอย่างไร 3. ครูเปิดคลิปข่าวเก่ียวกับ “การสร้างรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย กรุงเทพ – โคราช” พร้อมท้ัง ถามคำถามกระตุ้นความคิดว่า การสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างไร แล้วใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นและตอบคำถาม (แนวตอบ : วิศวกร ผู้ที่สร้างรถไฟความเร็วสูงเป็นการสร้างโดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีท่ีถูก พัฒนาเป็นการออกแบบเชิงวิศวกรรม เพ่ือทำให้การแก้ปัญหามีทางเลือก หลักการ และเป็นระบบ และใช้วิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตรใ์ หเ้ ปน็ ประโยชน์ และออกแบบเพื่อให้ไดผ้ ลงานตามทต่ี ้องการ) 4. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน 5. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิด พร้อมทั้งมีครูช่วยอธิบายเสริม เก่ียวกับวิศวกรใช้หลักการทาง วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตรเ์ ป็นส่วนทชี่ ่วยในการสร้างเทคโนโลยี โดยวทิ ยาศาสตร์ คือ การทำ ความเข้าใจธรรมชาติท่ีมีพื้นฐานมาจากการสังเกตและสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการทดลอง ส่วน วศิ วกรรมศาสตร์ คือ การสร้างส่ิงที่ไม่เคยมีหรือเกิดขนึ้ มากอ่ น หรือเคยมแี ตย่ ังมีจดุ ที่สามารถพฒั นา ตอ่ ยอดใหม้ ปี ระสิทธภิ าพมากข้ึนได้ โดยผ่านกระบวนการเชงิ วศิ วกรรม 6. ครูถามคำถามกระตนุ้ ความคิด ว่า “นกั เรียนคดิ วา่ กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมช่วยแกป้ ญั หา ในชีวิตประจำวนั อย่างไร”แล้วให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม (แนวตอบ : การออกแบบเชิงวิศวกรรม เป็นการแกไ้ ขปัญหาโดยใช้กระบวนการทำงานภายใต้เกณฑ์ และข้อจำกัด โดยนำปัญหาหรือความต้องการมาเป็นจุดเริ่มต้น เน้นความเข้าใจในการเชื่อมโยง ความรู้สู่เทคโนโลยี ซ่ึงมีวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นเคร่ืองมือเพ่ือช่วยให้กระบวนการ สรา้ งสรรค์ทางวศิ วกรรมพัฒนางานใหม้ ีประสิทธภิ าพสงู สดุ ภายใต้ข้อจำกัดทกี่ ำหนด) ข้ันสอน สำรวจคน้ หา (Explore) 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน ร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความหมายและลักษณะของ กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายข้อมูลที่สืบค้นได้ภายในกลุ่ม แล้วร่วมกันสรุปในประเด็น “ความ แตกต่างของกระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมและกระบวนการทางวิทยาศาสตร”์ ลงในกระดาษ A4 แล้วนำมาส่งครเู พอื่ ใหค้ รตู รวจสอบความถูกต้อง 3. ครูสุ่มให้นักเรียนแต่ละกลุ่มพลัดกันเป็นฝ่ายถามและให้เลือกนักเรียนต่างกลุ่มเป็นฝ่ายตอบ ใน ประเดน็ กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เชน่ กระบวนการออกแบบทางวศิ วกรรม คืออะไร 47
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม แผนฯ ท่ี 1 ทำความเข้าใจกระบวนการเชงิ วิศวกรรม (แนวตอบ : กระบวนการออกแบบทางวศิ วกรรม เป็นกระบวนการคิดทำงานเพ่ือแก้ปัญหา โดยเน้น การคิดสร้างสรรค์ ใช้เทคโนโลยีที่เป็นระบบ เน้นการทำซ้ำ เพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาของ มนษุ ย)์ ข้อแตกต่างของลักษณะเด่นของกระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมและกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ (แนวตอบ : กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมมีจุดเรมิ่ ต้นทีช่ ดั เจน มสี มมตฐิ าน กระบวนการ เป็นเส้นตรง มีการศึกษาวจิ ยั และเปน็ ไปตามขนั้ ตอน ส่วนกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์มี ขอ้ จำกดั ทีก่ ำหนดการออกแบบ ตอ้ งตอบโจทยค์ วามต้องการของมนุษย์ กระบวนการเป็นการ ทำซ้ำที่พัฒนาต่อเนื่อง มีการศึกษาวิจยั และเปน็ ไปตามข้ันตอน) กระบวนการออกแบบทางวศิ วกรรม มกี ี่ข้นั ตอน อย่างไรบ้าง (แนวตอบ : 6 ข้ันตอน ได้แก่ 1. ระบุปัญหาในชีวิตจริงหรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนา (Problem Identification) 2. รวบรวมข้อมูลและแนวคิดท่ีเกี่ยวข้อง (Related Information Search) 3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (Solution Design) 4. วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา (Planning and Development) 5. ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุง (Evaluation) 6. นำเสนอวิธีการ แกป้ ัญหาหรอื ผลการพัฒนานวตั กรรม (Presentation)) 4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับความหมายและลักษณะของกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม ช่ัวโมงท่ี 2 ข้ันสอน (ตอ่ ) สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูจัดนักเรียนเข้ากลุ่มคละความสามารถ (เก่ง กลาง อ่อน) กลุ่มละ 6 คน โดยสมาชิกภายในกลุ่มได้รับ มอบหมายให้ศึกษาเนื้อหาคนละ 1 ส่วน และหาคำตอบในประเด็น ขั้นตอนกระบวนการออกแบบเชิง วศิ วกรรม 2. ครูนำประเด็นท่ีให้นักเรียนศึกษา เร่ือง ขั้นตอนกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมไปวางไว้เป็นฐาน การเรียนรู้ 6 ฐาน คือ 1. ระบุปัญหาในชีวิตจริงหรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนา (Problem Identification) 2. รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เก่ียวข้อง (Related Information Search) 3. ออกแบบวิธีการ แก้ปัญหา (Solution Design) 4. วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา (Planning and Development) 5. ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุง (Evaluation) 6. นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาหรือผลการพัฒนา นวัตกรรม (Presentation) โดยสมาชิกของแต่ละกลุ่ม แยกย้ายไปรวมกับสมาชิกกลุ่มอื่นตามฐานต่างๆ 48
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม แผนฯ ท่ี 1 ทำความเขา้ ใจกระบวนการเชิงวศิ วกรรม ต้ังเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (expert group) ข้ึนมา และร่วมกันทำความเข้าใจในเน้ือหาและตัวอย่างโดย ละเอยี ด และร่วมกันอภปิ รายหาคำตอบประเด็นต่างๆ ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย 3. สมาชิกกลุ่มผู้เช่ียวชาญ กลับไปสู่กลุ่มของตนเอง และอธิบายให้ความรู้ ช่วยสอนเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม ให้เข้าใจสาระที่ตนได้ศึกษามา และร่วมกันอภิปราย ซักถามข้อสงสัย ตอบปัญหา ทบทวน ให้เกิดความ เขา้ ใจอยา่ งชัดเจน 4. สมาชิกทุกคนได้เรียนร้ภู าพรวมของสาระท้ังหมด อธบิ ายความรู้ (Explain) 1. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบว่า “นักเรียนคิดว่ากระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมข้ันตอนที่สำคัญน่าจะเป็นขั้นตอนไหนอย่างไร” (แนวตอบ : กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเริ่มต้นที่การกำหนดนิยามปัญหา โดยจะต้องคำนึง ว่าปัญหาน้ันแก้ไขโดยใคร ท่ีไหน เม่ือใด และอย่างไร ซึ่งเทคโนโลยีที่ดีน้ันต้องเป็นการเอาวิทยาการ ต่างๆ มาออกแบบเพื่อตอบโจทย์ปัญหา และตอ้ งกำหนดปัญหา ใครท่ีต้องเผชญิ กับเหตกุ ารณ์นี้ และ เหตใุ ดปญั หาน้ีจงึ จำเป็นตอ้ งไดร้ บั การแกไ้ ข) 2. จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้เป็นผังมโนทัศน์ลงในกระดาษ A4 ตาม ประเดน็ ดงั น้ี ความหมายของกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม ขัน้ ตอนของกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม 3. ครูสุ่มนักเรียน ยกตัวอย่าง “การระบุปัญหาหรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนาภายในห้องเรียน” เพื่อแก้ไขปัญหาภายใต้ข้อกำหนดขอบเขตของปัญหา ซึ่งนำไปสู่การสร้างช้ินงานหรือวิธีการใน การแก้ปัญหา 4. ครูให้นักเรียนช่วยกันเลือกตัวอย่างปัญหาหรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนาภายในห้องเรียน ที่ สมควรแก้ไขมากท่ีสุด แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายตามข้ันตอนของกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม ขั้นสรุป ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 1. ครูเปิด PowerPoint เร่ือง กระบวนการเชิงวิศวกรรม ให้นักเรยี นดู แลว้ ให้นักเรียนร่วมกันอภปิ ราย และสรุป ตามประเดน็ ดังน้ี ความหมายของกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม 2. ครใู ห้นกั เรียนสอบถามเพิม่ เติมเกีย่ วกบั เน้ือหาใน PowerPoint ท่ยี งั ไม่เขา้ ใจ แล้วให้ความรูเ้ พ่ิมเติม ในสว่ นนั้น 49
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม แผนฯ ที่ 1 ทำความเข้าใจกระบวนการเชิงวิศวกรรม 3. ครูให้นักเรียนทำใบงานท่ี 2.1 เรื่อง ทำความเข้าใจกระบวนการเชิงวิศวกรรม เมื่อทำเสร็จแล้ว ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคำตอบ ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน 2. ครตู รวจและประเมินผลใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง ทำความเขา้ ใจกระบวนการเชงิ วิศวกรรม 3. ครปู ระเมินผล โดยสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกนั ทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน 7. การวัดและประเมินผล วธิ ีวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรียน ประเมนิ ตามสภาพจริง รายการวัด กอ่ นเรยี น 7.1 การประเมินก่อนเรียน - ใบงานที่ 2.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจใบงานท่ี 2.1 - ผลงานที่นำเสนอ - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 - ประเมินการนำเสนอ การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ เรื่อง กระบวนการเชงิ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 วิศวกรรม - สงั เกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์ การทำงานรายบุคคล 7.2 การประเมินระหวา่ งการ จดั กิจกรรม 1) ทำความเข้าใจ กระบวนการเชงิ วิศวกรรม 2) การนำเสนอผลงาน 3) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล 4) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 กลุ่ม การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ - สงั เกตความมวี นิ ัย - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2 5) คณุ ลกั ษณะ รับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์ อนั พึงประสงค์ และม่งุ มน่ั ในการ อนั พงึ ประสงค์ ทำงาน 50
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม แผนฯ ท่ี 1 ทำความเข้าใจกระบวนการเชิงวิศวกรรม 8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.4 หน่วยการเรียนท่ี 2 กระบวนการ เชิงวิศวกรรม 2) ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง ทำความเข้าใจกระบวนการเชงิ วศิ วกรรม 3) PowerPoint เร่ือง กระบวนการเชิงวศิ วกรรม 8.1 แหลง่ การเรียนรู้ 1) ห้องเรยี น 2) หอ้ งสมดุ 3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ 51
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม แผนฯ ท่ี 1 ทำความเข้าใจกระบวนการเชิงวิศวกรรม ใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง ทำความเขา้ ใจกระบวนการเชงิ วิศวกรรม คำช้แี จง : เติมขอ้ ความหรือความหมายของคำลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง คำชีแ้ จง : เติมข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง 1. การออกแบบเชงิ วิศวกรรม หมายถงึ การแก้ไขปัญหาโดยใชก้ ระบวนการทำงานภายใตเ้ กณฑ์ และข้อจำกัด โดยนำปัญหาหรือความต้องการมาเปน็ จุดเริม่ ตน้ เน้นความเขา้ ใจในการเชือ่ มโยงความรูส้ ู่เทคโนโลยี ซ่ึงมี……. วทิ ยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นเครอ่ื งมอื เพ่ือชว่ ยใหก้ ระบวนการสร้างสรรคท์ างวิศวกรรมพฒั นางานให้…… มีใหนด…………………………………………………..…………………………………………………………………………………………… 2. การออกแบบเชิงวิศวกรรมเกิดจาก วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี 3. จงบอกความแตกต่างของกระบวนการออกแบบทางวศิ วกรรมและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการออกแบบทางวศิ วกรรม กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ (Engineering Design Process) (Scientific Methods) ลกั ษณะเด่น คอื มจี ดุ เรม่ิ ตน้ ทช่ี ดั เจน มสี มมตฐิ าน ลกั ษณะเด่น คอื มขี อ้ จากดั ทก่ี าหนดการออกแบบ กระบวนการเป็นเสน้ ตรง มกี ารศกึ ษาวจิ ยั และเป็นไป ตอ้ งตอบโจทยค์ วามตอ้ งการของมนุษย์ ตามขนั้ ตอน กระบวนการเป็นการทาซา้ ทพ่ี ฒั นาต่อเน่อื ง มี ................................................................... การศกึ ษาวจิ ยั ………………………………………………………… และเป็นไปตาม …………………… ขนั้ ตอน………………………..…………… มขี นั้ ตอน ดงั น้ี มขี นั้ ตอน ดงั น้ี 1. ตงั้ 1. ระบุ คาถาม……………………………………………… ……… ปัญหา………………………………………………… 2. ศกึ ษางานวจิ ยั ท่ี เกย่ี วขอ้ ง………………………………… ………… 3. ตงั้ สมมตฐิ าน……………………………………… 2. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคดิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ……….… ปัญหา……….. 3. ออกแบบวธิ กี าร 52 แกป้ ัญหา……………………………………..
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม แผนฯ ท่ี 1 ทำความเขา้ ใจกระบวนการเชงิ วิศวกรรม 4. กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แบ่งออกเป็น ..... ข้ันตอน ดงั นี้ 1. ระบุปัญหาในชวี ติ จรงิ หรอื นวตั กรรมท่ี ตอ้ งการ………………………………………………… ทาความเขา้ ใจปัญหา วเิ คราะหเ์ งอ่ื นไขหรอื ขอ้ จากดั ของสถานการณ์ปัญหา เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาภายใตข้ อ้ กาหนดขอบเขตของ ปัญหา………………………………………………………… ………2.…ร…วบ…รว…มข…อ้ …มลู…แ…ละ…แน…วค…ดิ …ท่ี……………………………………………… ………เก…ย่ี ว…ข…อ้ ง………………………….…. ………………………………………… การรวบรวมขอ้ มลู ทจ่ี าเป็น เป็นประโยชน์ หรอื ขอ้ มลู ทส่ี นใจ โดยการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู มี 3 วธิ ี ไดแ้ ก่ การสงั เกตการณ์ การสมั ภาษณ์ และการรวบรวม ขอ้ มลู จาก เอกสา3ร.…ออ…ก…แบ…บ…วธิ …กี า…ร…………………………………………………………… ………แก…ป้ …ัญ…หา…………………………………………………………………………………… … ประยุกตใ์ ชข้ อ้ มลู เพอ่ื ออกแบบชน้ิ งานหรอื วธิ กี ารแก้ปัญหา โดยคานงึ ถงึ ทรพั ยากร ขอ้ จากดั และเงอ่ื นไขตามสถานการณ์ทก่ี าหนด ช่วยสอ่ื สารแนวคดิ ของกา4ร.แวกาป้งแัญผหนาแใลหะผ้ ดอู้ าน่ืเนเขินา้ กใาจรโดยผ่านวธิ กี ารตา่ งๆ เช่น ภาพรา่ ง ผงั งาน ภาพ ฉาย กแากรป้อัญธบิ หาาย…เ…ป็น…ต…น้ ……………………………………………… กาหนดลาดบั ขนั้ ตอนของการสรา้ งชน้ิ งานหรอื วธิ กี าร แลว้ ลงมอื สรา้ งงานหรอื พฒั นาวธิ กี ารเพอ่ื ใชใ้ นการแกป้ ัญหาตามเป้าหมายและระยะเวลาท่ี กาหนด…………………….. ………5…. ท…ด…สอ…บ…ปร…ะเ…มนิ…ผ…ล…แล…ะ………………………………………………… ………ป…รบั …ป…รงุ ………………………….…. ………………………………………… การทดสอบและประเมนิ การใชง้ านของชน้ิ งานหรอื วธิ กี าร โดยผลทไ่ี ดอ้ าจ นามาใชใ้ นการปรบั ปรงุ และพฒั นาใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพในการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่าง เหมาะสม…………. ………6.…น…าเส…น…อว…ธิ กี…า…รแ…กป้ …ัญ…ห…า ผ…ล…กา…รแ…ก…ป้ ัญ…ห…า …หร…อื ผ…ล…กา…รพ…ฒั …น…าน…วตั…ก…รร…ม ………คว…รน…า…เส…นอ…วธิ…กี …าร…อย..่างเป็นขนั้ ตอน ตงั้ แตส่ ถานการณ์ปัญหา การระบุปัญหา การรวบรวมขอ้ มลู การออกแบบ การวางแผน การปฏบิ ตั งิ านเพอ่ื แกป้ ัญหา การ ทดสอบ ผลการประเมนิ การปรบั ปรุง สงิ่ สาคญั จะตอ้ งลงขอ้ สรปุ ใหเ้ หน็ ชดั เจน วา่ วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี นาไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาในชวี ติ ได้ จรงิ 53
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม แผนฯ ที่ 1 ทำความเข้าใจกระบวนการเชิงวิศวกรรม ใบงานที่ 2.1 เฉลย เรือ่ ง ทำความเข้าใจกระบวนการเชงิ วศิ วกรรม คำชแี้ จง : เตมิ ข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง 1. การออกแบบเชิงวิศวกรรม หมายถึง การแกไ้ ขปัญหาโดยใชก้ ระบวนการทำงานภายใตเ้ กณฑ์ และข้อจำกัด โดยนำปัญหาหรอื ความต้องการมาเปน็ จุดเร่ิมต้น เนน้ ความเข้าใจในการเชอ่ื มโยงความรู้สู่เทคโนโลยี ซง่ึ มี วทิ ยาศาสตร์และคณติ ศาสตร์เป็นเคร่ืองมือเพื่อชว่ ยให้กระบวนการสร้างสรรค์ทางวศิ วกรรมพฒั นางานให้มี ประสิทธิภาพสงู สุด ภายใต้ข้อจำกัดท่ีกำหนด…………………………………………………..…………………………………ใ 2. การออกแบบเชงิ วศิ วกรรมเกิดจาก วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี 3. จงบอกความแตกต่างของกระบวนการออกแบบทางวศิ วกรรมและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการออกแบบทางวศิ วกรรม กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ (Engineering Design Process) (Scientific Methods) ลกั ษณะเด่น คอื มจี ดุ เรมิ่ ตน้ ทช่ี ดั เจน มสี มมตฐิ าน ลกั ษณะเด่น คอื มขี อ้ จากดั ทก่ี าหนดการออกแบบ กระบวนการเป็นเสน้ ตรง มกี ารศกึ ษาวจิ ยั และเป็นไป ตอ้ งตอบโจทยค์ วามตอ้ งการของมนุษย์ ตามขนั้ ตอน กระบวนการเป็นการทาซ้าทพ่ี ฒั นาต่อเน่อื ง มี ................................................................... การศกึ ษาวจิ ยั ………………………………………………………… และเป็นไปตาม …………………… ขนั้ ตอน………………………..…………… มขี นั้ ตอน ดงั น้ี มขี นั้ ตอน ดงั น้ี 1. ระบุ 1. ตงั้ ปัญหา………………………………………………… คาถาม……………………………………………… ………… ……… 2. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคดิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั 2. ศกึ ษางานวจิ ยั ท่ี ปัญหา……….. เกย่ี วขอ้ ง………………………………… 3. ออกแบบวธิ กี าร 3. แกป้ ัญหา…………………………………….. 54 ตงั้ สมมตฐิ าน……………………………………… 4. วางแผนและดาเนินการ ……….… 4. ทาการ
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม แผนฯ ท่ี 1 ทำความเขา้ ใจกระบวนการเชิงวิศวกรรม 4. กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม แบ่งออกเปน็ 6 ขนั้ ตอน ดงั น้ี 1. ระบุปัญหาในชวี ติ จรงิ หรอื นวตั กรรมท่ี ตอ้ งการ………………………………………………… ทาความเขา้ ใจปัญหา วเิ คราะหเ์ งอ่ื นไขหรอื ขอ้ จากดั ของสถานการณ์ปัญหา เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาภายใตข้ อ้ กาหนดขอบเขตของ ปัญหา………………………………………………………… ………2.…ร…วบ…รว…มข…อ้ …มลู…แ…ละ…แน…วค…ดิ …ท่ี……………………………………………… ………เก…ย่ี ว…ข…อ้ ง………………………….…. ………………………………………… การรวบรวมขอ้ มลู ทจ่ี าเป็น เป็นประโยชน์ หรอื ขอ้ มลู ทส่ี นใจ โดยการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู มี 3 วธิ ี ไดแ้ ก่ การสงั เกตการณ์ การสมั ภาษณ์ และการรวบรวม ขอ้ มลู จาก เอกสา3ร.…ออ…ก…แบ…บ…วธิ …กี า…ร…………………………………………………………… ………แก…ป้ …ัญ…หา…………………………………………………………………………………… … ประยุกตใ์ ชข้ อ้ มลู เพอ่ื ออกแบบชน้ิ งานหรอื วธิ กี ารแก้ปัญหา โดยคานึงถงึ ทรพั ยากร ขอ้ จากดั และเงอ่ื นไขตามสถานการณ์ทก่ี าหนด ช่วยสอ่ื สารแนวคดิ ของกา4ร.แวกาป้งแัญผหนาแใลหะผ้ ดอู้ า่นืเนเขินา้ กใาจรโดยผา่ นวธิ กี ารตา่ งๆ เช่น ภาพรา่ ง ผงั งาน ภาพ ฉาย กแากรป้อัญธบิ หาาย…เ…ป็น…ต…น้ ……………………………………………… กาหนดลาดบั ขนั้ ตอนของการสรา้ งชน้ิ งานหรอื วธิ กี าร แลว้ ลงมอื สรา้ งงานหรอื พฒั นาวธิ กี ารเพอ่ื ใชใ้ นการแกป้ ัญหาตามเป้าหมายและระยะเวลาท่ี กาหนด…………………….. ………5…. ท…ด…สอ…บ…ปร…ะเ…มนิ…ผ…ล…แล…ะ………………………………………………… ………ป…รบั …ป…รงุ ………………………….…. ………………………………………… การทดสอบและประเมนิ การใชง้ านของชน้ิ งานหรอื วธิ กี าร โดยผลทไ่ี ดอ้ าจ นามาใชใ้ นการปรบั ปรุงและพฒั นาใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพในการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่าง เหมาะสม…………. ………6.…น…าเส…น…อว…ธิ กี…า…รแ…กป้ …ัญ…ห…า ผ…ล…กา…รแ…ก…ป้ ัญ…ห…า …หร…อื ผ…ล…กา…รพ…ฒั …น…าน…วตั…ก…รร…ม ………คว…รน…า…เส…นอ…วธิ…กี …าร…อย..่างเป็นขนั้ ตอน ตงั้ แต่สถานการณ์ปัญหา การระบุปัญหา การรวบรวมขอ้ มลู การออกแบบ การวางแผน การปฏบิ ตั งิ านเพอ่ื แกป้ ัญหา การ ทดสอบ ผลการประเมนิ การปรบั ปรุง สงิ่ สาคญั จะตอ้ งลงขอ้ สรุปใหเ้ หน็ ชดั เจน วา่ วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี นาไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาในชวี ติ ได้ จรงิ 55
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม ) แผนฯ ที่ 1 ทำความเขา้ ใจกระบวนการเชงิ วศิ วกรรม 9. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชือ่ ( ตำแหน่ง 10. บนั ทึกผลหลงั การสอน ดา้ นความรู้ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมที่มปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข 56
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 กระบวนการเชงิ วิศวกรรม แผนฯ ที่ 2 การแก้ปญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวศิ วกรรม แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 การแกป้ ัญหาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวิศวกรรม เวลา 3 ช่ัวโมง 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ว 4.1 ม.4/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และแนวคิด ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่มีความซับซ้อนเพื่อสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการแก้ปัญหา โดย คำนึงถงึ ความถูกตอ้ งดา้ นทรพั ยส์ ินทางปัญญา ว 4.1 ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจำเป็น ภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาใหผ้ ู้อน่ื เข้าใจด้วยเทคนิค หรือวธิ ีการท่ีหลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ วางแผนขั้นตอนการทำงาน และดำเนินการแกป้ ัญหา ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึน ภายใต้ กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการแก้ไขปัญหา พร้อมท้ัง เสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอด ว 4.1 ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเลกทรอนิกส์ และ เทคโนโลยีท่ีซับซ้อนในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ ปลอดภยั 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. ระบปุ ัญหาหรอื ความต้องการทมี่ ีผลกระทบต่อสังคมและแนวคิดทเี่ ก่ยี วข้องกับปญั หาที่มคี วามซับซ้อน ได้ (K) 2. ออกแบบวธิ ีการแกป้ ญั หาโดยวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บและตัดสินใจเลือกข้อมลู ทจ่ี ำเปน็ (K) 3. วางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนินการแกป้ ัญหาในชีวติ ประจำวันได้ (P) 4. วิเคราะห์แนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผล พร้อมท้งั เสนอแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดได้ (P) 5. เลือกใช้ วัสดุ เครือ่ งมือ อุปกรณ์ ในการออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา (P) 6. เห็นคณุ ประโยชนข์ องการเรียนวชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนกั ในคุณค่าของความรู้ทาง เทคโนโลยที ี่ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน (A) 57
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม แผนฯ ที่ 2 การแก้ปญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวิศวกรรม 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรูท้ ้องถ่นิ - ปัญหาหรือความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม เช่น ปัญหาด้าน พิจารณาตามหลักสตู รของ การเกษตร อาหาร พลังงาน การขนส่ง สุขภาพและการแพทย์ การ สถานศกึ ษา บริการ ซึ่งแต่ละดา้ นอาจมไี ดห้ ลากหลายปญั หา - การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาโดยอาจใช้เทคนิคหรือวิธีการวิเคราะห์ท่ี หลากหลาย ชว่ ยให้เข้าใจเงื่อนไขและกรอบของปัญหาไดช้ ดั เจน จากน้ัน ดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพ่อื นำไปสกู่ ารออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา - การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น โดย คำนึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา เง่ือนไขและทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมูล และสารสนเทศ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ ช่วยให้ได้แนว ทางการแก้ปญั หาท่เี หมาะสม - การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาทำได้หลากหลายวิธี เช่น การร่าง ภาพ การเขียนแผนภาพ การเขยี นผังงาน - ซอฟแวร์ช่วยในการออกแบบและนำเสนอมีหลากหลายชนิดจึงต้อง เลอื กใช้ใหเ้ หมาะกบั งาน - การกำหนดข้ันตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อนดำเนินการ แก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงานสำเร็จได้ตามเป้าหมาย และลด ขอ้ ผดิ พลาดของการทำงานที่อาจเกิดขึน้ - การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบชิ้นงานหรือวิธีการว่า สามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อหา ขอ้ บกพร่อง และดำเนนิ การปรับปรุง โดยอาจทดสอบซำ้ เพื่อให้สามารถ แกไ้ ขปญั หาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ - การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพ่ือให้ผู้อ่ืนเข้าใจเกี่ยวกับ กระบวนการทำงานและช้ินงานหรือวิธีการที่ได้ ซ่ึงสามารถทำได้หลาย วิธี เช่น การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจดั นทิ รรศการ การนำเสนอผา่ น ส่ือออนไลน์ หรือการนำเสนอต่อภาคธุรกิจเพื่อการพัฒนาต่อยอดสู่งาน อาชีพ - วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้สังเคราะห์ โลหะ จึงต้อง มกี ารวเิ คราะห์สมบัติเพอ่ื เลอื กใชใ้ ห้เหมาะสมกับลักษณะของงาน 58
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม แผนฯ ที่ 2 การแกป้ ญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวศิ วกรรม สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถน่ิ - การสร้างชนิ้ งานอาจใชค้ วามรู้ เรอื่ ง กลไก ไฟฟ้า อเิ ล็กทรอนิกส์ เชน่ LDR sensor เฟือง รอก คาน วงจรสำเร็จรปู - อุปกรณ์และเคร่ืองมือในการสร้างช้ินงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลาย ประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย รวมท้ังรู้จัก เกบ็ รักษา 4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมช่วยแกป้ ญั หาหรอื ความต้องการท่ีมีผลกระทบตอ่ สังคม เช่น ปัญหา ด้านการเกษตร อาหาร พลังงาน การขนส่ง สุขภาพและการแพทย์ การบริการ ซึ่งแต่ละด้านอาจมีได้ หลากหลายปัญหา เรมิ่ จากการวเิ คราะห์สถานการณป์ ญั หาโดยอาจใชเ้ ทคนิคหรอื วิธกี ารวเิ คราะห์ท่ีหลากหลาย ช่วยให้เข้าใจเง่ือนไขและกรอบของปัญหาได้ชัดเจน จากนั้นดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จาก ศาสตร์ต่างๆ ที่เก่ียวข้อง เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งนำไปสู่การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจำเป็น โดยคำนึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา เง่ือนไขและทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมลู และสารสนเทศ วัสดุ เคร่ืองมือและอปุ กรณ์ ช่วยให้ได้แนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม และการ ออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหาทำไดห้ ลากหลายวิธี เช่น การรา่ งภาพ การเขียนแผนภาพ การเขียนผงั งาน โดย การใช้ซอฟแวร์ช่วยในการออกแบบและนำเสนอมีหลากหลายชนิดจึงตอ้ งเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน และในการ กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อนดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงานสำเร็จได้ตาม เป้าหมาย และลดข้อผิดพลาดของการทำงานท่ีอาจเกิดขึ้น ในส่วนการทดสอบและประเมินผลเป็นการ ตรวจสอบชิ้นงานหรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อหา ข้อบกพร่อง และดำเนินการปรับปรุง โดยอาจทดสอบซ้ำเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพื่อใหผ้ ู้อ่ืนเขา้ ใจเก่ียวกบั กระบวนการทำงานและช้ินงานหรือ วธิ ีการท่ีได้ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การนำเสนอผ่านส่ือ ออนไลน์ หรือการนำเสนอต่อภาคธุรกิจเพ่ือการพัฒนาต่อยอดสู่งานอาชีพ ซ่ึงการออกแบบสามารถเลือกใช้ วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้สังเคราะห์ โลหะ จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพื่อเลือกใช้ให้ เหมาะสมกับลักษณะของงาน ส่วนการสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LDR sensor เฟือง รอก คาน วงจรสำเร็จรูป และอุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างช้ินงาน หรือพัฒนาวิธีการมี หลายประเภท ต้องเลอื กใช้ให้ถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภยั รวมท้งั รู้จกั เก็บรักษา 59
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม แผนฯ ท่ี 2 การแกป้ ญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวิศวกรรม 5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ยั รับผดิ ชอบ 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน 1) ทักษะการคิดวิเคราะห์ 2) ทกั ษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ 3) ทกั ษะการคดิ อยา่ งเป็นระบบ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : ใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน (Problem based Learning) ชว่ั โมงที่ 1 ขัน้ นำ ข้ันกำหนดปัญหา 1. ครูพูดคุยซักถามนักเรียนเก่ียวกับ “สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมจากเทคโนโลยีมีผลต่อชีวิตประจำวัน อย่างไร”และให้นักเรียนหาคลิปสืบค้น สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีท่ีทันสมัย ท่ีช่วย ตอบสนองความตอ้ งการในยุคปัจจุบัน 2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอย่างคลิป สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีท่ีทันสมัย พร้อมทั้ง บอกถงึ ลกั ษณะการออกแบบเป็นอย่างไร 3. นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน 4. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด โดยการเปิดคลิป รถยืนไฟฟ้า 2 ล้อ ใช้การทรงตัวของเราในการ เคล่ือนท่ี จากคลิป นักเรียนคิดว่า นวตั กรรมนม้ี ีกระบวนการออกแบบอยา่ งไร (แนวตอบ : รถยืนไฟฟ้าเป็นกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยการสรา้ งสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีค่ามากขึ้น โดยใช้อุปกรณ์และหลักการทำงานประกอบด้วย มอเตอร์ โดยมอเตอร์แต่ละข้างจะหมุนด้วยความเร็วต่างๆ จากการทรงตัวของเรา ทำให้เกิดการ เดนิ หน้า เลีย้ วซ้ายขวา หมนุ รอบตัวเอง รถจงึ ไม่มตี ำแหน่งด้านหน้าด้านหลงั ใชง้ านไดท้ ั้งสองดา้ น) 60
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม แผนฯ ท่ี 2 การแก้ปญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวศิ วกรรม ข้ันสอน ขัน้ กำหนดปญั หา 1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน แล้วให้สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาและสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับการเลือกใช้ วัสดุ เคร่ืองมือ กลไก อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จากหนังสือเรียน รายวิชา พน้ื ฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.4 หนา้ 32 – 34 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายข้อมูลท่ีสืบค้นได้ภายในกลุ่ม แล้วร่วมกันสรุปลงในกระดาษ A4 แล้วนำมาสง่ ครเู พื่อให้ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 3. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับ “กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน อย่างไร” จากนั้นร่วมกันสรุปว่า กระบวนการทางเทคโนโลยีได้ถูกส่งต่อพัฒนามาเป็นกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม เพ่ือทำให้การแก้ปัญหามีทางเลือก มีหลักการ และเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งมี ข้ันตอน ดังนี้ ระบุปัญหาในชีวิตจริงหรือนวัตกรรมท่ีต้องการพัฒนา รวบรวมข้อมูลและแนวคิดท่ี เก่ียวข้อง ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรงุ และนำเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหา ผลการแกป้ ญั หา หรือผลการพัฒนานวตั กรรม 4. ครูตง้ั คำถาม แลว้ สมุ่ ตวั แทนแตล่ ะกลุ่มตอบคำถาม ดงั น้ี ขั้นตอนแรกของกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ต้องคำนงึ ถงึ ส่ิงใด (แนวตอบ : ระบุปัญหาในชวี ิตจริงหรือนวัตกรรมท่ีต้องการพัฒนา เป็นการทำความเข้าใจปัญหา วิเคราะห์เงื่อนไขหรือข้อจำกัดของสถานการณ์ปัญหา เพื่อแก้ปัญหาภายใต้ข้อกำหนดขอบเขต ของปญั หา ซงึ่ จะนำไปสกู่ ารสรา้ งชน้ิ งานหรือวธิ กี ารในการแกป้ ญั หา) 5. ครูนำป้ายกระดาษที่เขียนคำว่า “กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมช่วยแก้ไขปัญหาใน ชวี ิตประจำวนั ” ไปติดไวบ้ รเิ วณหนา้ ห้อง 6. นักเรียนศึกษาตัวอย่าง การระบุปัญหา จากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.4 หน้า 24 และอภิปรายหัวข้อที่ครูติดไวบ้ ริเวณหน้าห้อง ครูกำหนดเวลาในการร่วมอภิปราย 5 นาที จากน้ันนักเรียนร่วมกันเสนอปัญหาที่หลากหลาย โดยให้แต่ละกลุ่มจับฉลากขอบเขตบริเวณของการ กำหนดปญั หา ไดแ้ ก่ โรงเรียน ห้องสมดุ หอ้ งเรียน และแหลง่ เรียนรู้ภายในโรงเรียน 7. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ เลือกปัญหาตามความสนใจ ตามขอบเขตที่กำหนดให้ โดยแต่ละกลุ่มระบุปัญหาหรือ นวตั กรรมท่ตี อ้ งการพฒั นาของกลุ่มตนเอง 61
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 กระบวนการเชิงวิศวกรรม แผนฯ ที่ 2 การแก้ปญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วศิ วกรรม ชว่ั โมงท่ี 2 ข้นั สอน (ต่อ) ขั้นทำความเขา้ ใจปญั หา 1. ครตู ง้ั คำถามใหน้ ักเรยี นช่วยกนั ตอบ ดงั น้ี องคป์ ระกอบของการระบุปัญหา ไดแ้ กอ่ งค์ประกอบใดบา้ ง (แนวตอบ : 1. ปัญหา คือ ส่ิงที่จำเป็นต้องแก้ไข 2. ใคร คอื ผ้ทู เ่ี ผชิญปัญหาทเี่ ราจำเปน็ ต้องแก้ 3. เหตุผล คือ เหตใุ ดปัญหานีจ้ งึ จำเป็นต้องแก้) 2. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันอภิปราย ตั้งคำถามในประเด็นที่กลุ่มตนเองสนใจ ระดมสมองหา อธิบายสถานการณ์ของปัญหา จัดทำสรุปลงในกระดาษ A4 ตามประเด็น ดังน้ี ปัญหาท่จี ำเปน็ ต้องแกค้ อื อะไร ใครคอื ผทู้ เ่ี ผชญิ ปัญหาทเี่ ราจำเปน็ ต้องแก้ เหตุใดปญั หานีจ้ งึ จำเป็นตอ้ งแก้ แล้วรว่ มกันนำเสนอปญั หาพร้อมท้งั วิธกี ารออกแบบการแกป้ ญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วิศวกรรม 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอปัญหาที่ต้องการแก้ไข จนครบทุกกลุ่ม เมื่อแต่ละกลุ่มเสนอ ปญั หาทต่ี อ้ งการแกไ้ ขจบแลว้ ให้นำผลงานไปติดไวต้ ามบรเิ วณรอบๆ ห้องเรียน 4. ครูให้เวลานักเรียน 3 นาที ในการเดินชมผลงานปัญหาท่ีต้องการแก้ไขของกลุ่มอ่ืนๆ เพื่อ เปรียบเทียบกับผลงานของกลุ่มตนเอง จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ของปัญหา ชว่ ยแก้ปญั หาในชวี ติ ประจำวนั อย่างไร ข้นั การดำเนนิ การศึกษาคน้ คว้า 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติวางแผน วิธีการแก้ไขปัญหาตามข้ันตอนกระบวนการออกแบบเชิง วศิ วกรรม โดยครูเปน็ ท่ีปรึกษาและสังเกตตรวจการเลือกข้อมลู หรอื ปัญหาทผ่ี ้เู รียนคัดเลือกมา 2. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบว่า สำหรับกระบวนการเชิงวิศวกรรม การระดม ความคิดมีความสำคัญอย่างไร (แนวตอบ : ส่ิงสำคัญในการระดมความคดิ คอื การคดิ นอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ เพือ่ ให้เกิดแนวคิด ใหม่ๆ การระดมความคิดที่ดีมีขั้นตอน ดังนี้ ต้ังผู้ดำเนินการ กำหนดหัวข้อในการระดมความคิด ระดมความคิด สรุปผลการระดมความคดิ และประเมินความคิด) 3. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลโดยออกไปสถานที่ที่กลุ่มตนเองจับฉลากได้ เพื่อรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถเลือกวิธีการรวบรวมข้อมูลแบบไหนก็ได้ 62
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 กระบวนการเชิงวิศวกรรม แผนฯ ที่ 2 การแกป้ ญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วศิ วกรรม ช่ัวโมงท่ี 3 ข้ันสงั เคราะห์ความรู้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มเมื่อรวบรวมข้อมูลเสร็จ แล้วศึกษาตัวอย่าง การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา จาก หนังสอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.4 หนา้ 28-29 2. นักเรียนร่วมกันอภิปรายแล้วลงมือปฏิบัติเลือกการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับกลุ่ม ตนเอง เช่น การสร้างภาพร่าง การสร้างผังงาน การสร้างภาพฉาย เป็นต้น พร้อมท้ังวางแผนการ ดำเนินการแก้ปัญหา 3. นักเรียน ร่วมกันอภิปรายแล้วลงมือปฏิบัติเลือกการนำเสนอการแก้ปญั หา ผลการแกป้ ัญหา หรือผล การพฒั นานวตั กรรม ขนั้ สรปุ ขั้นสรุปและประเมนิ ค่าของคำตอบ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม อภิปรายรว่ มกันเพ่ือหาข้อสรุปผลงานของกลุ่มตนเอง แลว้ จดั ทำวธิ กี ารนำเสนอ ที่กลุ่มสนใจ ได้แก่ PowerPoint การทำแผ่นพับ การเขียนรายงาน การเขียนบรรยายโดยมี ภาพประกอบต่างๆ ป้ายนิเทศ แฟ้มสะสมงาน เป็นต้น โดยมีครูเป็นที่ปรึกษา ตรวจสอบความถูก ตอ้ งของวธิ ีการ และสังเกตการณ์อภปิ รายเกีย่ วกับกระบวนการเชิงวศิ วกรรม 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานของกลุ่มตนเอง ขณะท่ีนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอให้ครู คอยแนะนำเพ่ิมเตมิ และเปิดโอกาสใหเ้ พ่ือนกลมุ่ อื่นเสนอความคิดเหน็ ได้ 3. เม่ือนกั เรียนนำเสนอผลงานเรยี บรอ้ ยแลว้ แก้ไข ปรับปรงุ ขอ้ มูล แลว้ ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่ม นำผลงาน ของกลุ่มตนเองเผยแพร่ทางสือ่ ออนไลน์ ทางใดก็ได้ เชน่ facebook websiteโรงเรียน Dek-D.com เปน็ ตน้ เพ่อื นำความรูไ้ ปใช้บริการสงั คม เพื่ออาจเปน็ ประโยชน์ตอ่ ผอู้ ืน่ ได้ 4. นกั เรียนทำกิจกรรม Unit Question จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การออกแบบและ เทคโนโลยี ม.4 หน้า 35 เสร็จแล้วนำส่งครูตรวจสอบความถกู ต้อง พร้อมท้ังสง่ ใหค้ รผู า่ น e-mail 5. ครูให้นักเรียนทำใบงานท่ี 2.2 เรื่อง การแก้ไขปัญหาโดยใช้กระบวนการเชิงวิศวกรรม เม่ือทำเสร็จ แล้ว นำสง่ ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง พร้อมทงั้ ส่งให้ครูผา่ น e-mail ขน้ั นำเสนอและประเมินผลงาน 1. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ครูตรวจและประเมนิ ผลใบงานท่ี 2.2 เรอ่ื ง การแกไ้ ขปญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วิศวกรรม 3. ครูตรวจและประเมินผล PowerPoint เร่ือง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมช่วยแก้ไขปัญหาใน ชีวิตประจำวัน 4. ครปู ระเมนิ ผล โดยสงั เกตการตอบคำถาม การร่วมกนั ทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน 63
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม แผนฯ ที่ 2 การแกป้ ญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วศิ วกรรม 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวัด วธิ ีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 การประเมนิ ระหว่างการ - ตรวจใบงานที่ 2.2 - ใบงานที่ 2.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ จัดกจิ กรรม 1) การแก้ไขปญั หาโดยใช้ - ประเมนิ การนำเสนอ - ผลงานทีน่ ำเสนอ ระดับคุณภาพ 2 ผลงาน ผ่านเกณฑ์ กระบวนการเชงิ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 วศิ วกรรม การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ 2) การนำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตความมวี ินัย - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 รายบคุ คล รับผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์ และมุง่ มน่ั ในการ อันพึงประสงค์ 4) พฤติกรรมการทำงาน ทำงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ กลุม่ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรยี น หลังเรยี น 5) คณุ ลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์ 7.2 การประเมนิ หลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง กระบวนการเชิง วศิ วกรรม 8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรียนรู้ 1) หนังสอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.4 2) ใบงานท่ี 2.2 เรื่อง การแกไ้ ขปญั หาโดยใช้กระบวนการเชงิ วิศวกรรม 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ 64
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม แผนฯ ที่ 2 การแก้ปญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวิศวกรรม ใบงานท่ี 2.2 เร่ือง การแกไ้ ขปัญหาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวิศวกรรม คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นเขยี นขน้ั ตอนกระบวนการเชงิ วิศวกรรมในการแกไ้ ขปญั หาน้ำทว่ มขังถนนเมอ่ื ฝนตกหนัก กระบวนการเชิงวศิ วกรรมในการแกไ้ ขปญั หาน้ำท่วมขังถนน 1. ระบปุ ัญหาในชีวติ จริงหรือนวตั กรรมทต่ี ้องการพัฒนา ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ 2. รวบรวมข้อมูลและแนวคิดท่เี ก่ียวข้อง ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ 3. ออกแบบวิธกี ารแกป้ ัญหา การเลอื กใชว้ ัสดุ เครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ และความรู้ทเี่ ก่ียวข้อง ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ วธิ กี ารแก้ปัญหา 65
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กระบวนการเชงิ วศิ วกรรม แผนฯ ที่ 2 การแก้ปญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วิศวกรรม กระบวนการเชิงวศิ วกรรมในการแกไ้ ขปญั หาน้ำทว่ มขงั ถนน 4. วางแผนและดำเนนิ การแก้ปัญหา หวั ข้อการดำเนนิ งาน เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. จดั ทำโครงการ ประชมุ ส่วนทเ่ี กีย่ วข้อง จดั เตรียมสถานที่ ดำเนนิ โครงการ ประเมนิ ผล สรุปโครงการรายงานการดำเนินงาน 5. ทดสอบ ประเมินผล และปรบั ปรงุ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ 6. นำเสนอวิธีการแก้ปญั หา ผลการแก้ปญั หา หรือผลการพฒั นานวัตกรรม 66
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม แผนฯ ที่ 2 การแกป้ ญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วิศวกรรม ใบงานท่ี 2.2 เฉลย เรื่อง การแก้ไขปญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วิศวกรรม คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรยี นเขยี นข้ันตอนกระบวนการเชิงวิศวกรรมในการแก้ไขปญั หานำ้ ท่วมขงั ถนนเมื่อฝนตก หนัก กระบวนการเชิงวศิ วกรรมในการแกไ้ ขปัญหานำ้ ท่วมขงั ถนน 1. ระบุปัญหาในชีวติ จริงหรือนวตั กรรมทต่ี ้องการพฒั นา ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ 2. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดที่เก่ียวข้อง ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ 3. ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หา การเลือกใช้วสั ดุ เครื่องมือ อุปกรณ์ และความรู้ทีเ่ ก่ียวข้อง ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ วธิ กี ารแกป้ ญั หา 67
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 กระบวนการเชิงวิศวกรรม แผนฯ ท่ี 2 การแก้ปญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชิงวิศวกรรม กระบวนการเชงิ วิศวกรรมในการแกไ้ ขปัญหาน้ำทว่ มขังถนน 4. วางแผนและดำเนนิ การแก้ปัญหา หัวข้อการดำเนินงาน เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. จดั ทำโครงการ ประชุมส่วนทีเ่ ก่ียวข้อง จดั เตรยี มสถานท่ี ดำเนินโครงการ ประเมินผล สรุปโครงการรายงานการดำเนินงาน 5. ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรุง ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ 6. นำเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหา ผลการแกป้ ัญหา หรือผลการพัฒนานวัตกรรม (พิจารณาผลงานของนักเรียน และอยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครู 68
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 กระบวนการเชิงวศิ วกรรม ) แผนฯ ท่ี 2 การแกป้ ญั หาโดยใชก้ ระบวนการเชงิ วศิ วกรรม 9. ความเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงชื่อ ( ตำแหน่ง 10. บนั ทึกผลหลงั การสอน ดา้ นความรู้ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ด้านอ่นื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมท่มี ีปัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี)) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข 69
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 10 ช่ัวโมง 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเรว็ ใช้ความรู้ และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพ่ือแก้ปัญหา หรือ พัฒนางานอย่างมี ความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึง ผลกระทบต่อชวี ิต สังคม และสงิ่ แวดล้อม ว 4.1 ม.4/5 ใช้ความรู้ และทักษะที่เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก และไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่ซับซ้อนในการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ ปลอดภยั 2. สาระการเรยี นรู้ 2.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง 1) วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เชน่ ไม้สังเคราะห์ โลหะ จึงตอ้ งมีการวิเคราะห์สมบัติเพื่อเลือกใช้ ใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของงาน 2) การสร้างช้ินงานอาจใช้ความรู้ เร่อื ง กลไก ไฟฟ้า อิเลก็ ทรอนิกส์ เชน่ LDR sensor เฟอื ง รอก คาน วงจร สำเรจ็ รปู 3) อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างช้ินงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั รวมทั้งร้จู กั เกบ็ รกั ษา 2.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน (พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา) 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด การออกแบบและเทคโนโลยี สามารถศึกษากรณีตัวอยา่ งแล้วสร้างสรรค์ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี หรือ พัฒนาโครงงาน โดยการเลือกใช้วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้สังเคราะห์ โลหะ จึงต้องมีการ วเิ คราะห์สมบัติเพ่ือเลอื กใชใ้ ห้เหมาะสมกบั ลักษณะของงาน สำหรบั การสรา้ งช้นิ งานอาจใช้ความรู้ เร่อื ง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LDR sensor เฟือง รอก คาน วงจรสำเร็จรปู และอปุ กรณ์และเครื่องมอื ในการสรา้ งชิ้นงาน หรือ พฒั นาวธิ ีการมีหลายประเภท ต้องเลอื กใชใ้ ห้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย รวมท้ังรู้จักเก็บรักษา 70
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ 2. ความสามารถในการคิด 2. ซอ่ื สตั ย์ สุจริต 3. ใฝเ่ รียนรู้ 1) ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ 4. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน 2) ทกั ษะการคิดอยา่ งสร้างสรรค์ 3) ทกั ษะการคิดอย่างเป็นระบบ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ผงั ความคิด เรอื่ ง ศึกษากรณีตวั อย่าง ระบบทจ่ี อดรถอัจฉรยิ ะและกลไกการบำบัดผปู้ ่วยโรคหลอดเลอื ดสมอง 2. เล่มรายงานโครงงานการพฒั นาโครงงาน 3. โปสเตอรก์ ารพฒั นาโครงงาน 4. แผ่นพบั การพฒั นาโครงงาน 5. ใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง พฒั นาโครงงาน 6. การวัดและการประเมนิ ผล รายการวัด วิธีวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ 6.1 การประเมินชน้ิ งาน/ - ตรวจผงั ความคิด เรื่อง แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ภาระงาน (รวบยอด) ศกึ ษากรณตี ัวอย่าง ภาระงาน ระบบทีจ่ อดรถ อจั ฉริยะและกลไกการ บำบดั ผูป้ ่วยโรคหลอด เลอื ดสมอง - เล่มรายงานการพฒั นา โครงงาน - แผ่นพบั การพัฒนา โครงงาน - โปสเตอร์การพฒั นา โครงงาน 71
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี รายการวดั วิธวี ดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมนิ ตามสภาพจรงิ 6.2 การประเมินก่อนเรียน ตรวจแบบทดสอบ - ตรวจแผนผังความคิด ระดบั คุณภาพ 2 - แบบทดสอบก่อนเรียน กอ่ นเรยี น - ใบงานท่ี 3.1 ผ่านเกณฑ์ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เรอ่ื ง ผลงานออกแบบ และเทคโนโลยี 6.3 การประเมินระหวา่ งการ - ตรวจแผนผงั ความคดิ จัดกจิ กรรม 1) การศึกษากรณี ตัวอย่าง ระบบทจ่ี อด รถอัจฉรยิ ะและกลไก การบำบัดผูป้ ่วยโรค หลอดเลือดสมอง 3) การพัฒนาโครงงาน - ตรวจใบงานท่ี 3.1 3) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานท่นี ำเสนอ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ผลงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล 5) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 การทำงานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์ กลมุ่ ทำงานกลมุ่ ระดับคุณภาพ 2 - แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์ 6) คุณลักษณะ - สงั เกตความมีวนิ ยั คุณลักษณะ อนั พงึ ประสงค์ อันพงึ ประสงค์ รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั ในการ ทำงาน 6.4 การประเมินหลงั เรยี น ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลังเรยี น ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - แบบทดสอบหลังเรยี น หลังเรียน หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 เรอื่ ง ผลงานออกแบบ และเทคโนโลยี 72
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ แผนฯ ท่ี 1 : ศกึ ษากรณตี วั อยา่ ง ระบบทจี่ อดรถอจั ฉริยะและกลไกการบำบัดผปู้ ่วยโรคหลอดเลอื ดสมอง วธิ ีสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem based Learning) เวลา 4 ช่วั โมง แผนฯ ที่ 2 : พัฒนาโครงงาน วิธีสอนแบบใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project based Learning) เวลา 6 ชั่วโมง 8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 ส่ือการเรียนรู้ 1) หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.4 หน่วยการเรยี นที่ 3 ผลงานออกแบบและ เทคโนโลยี 2) ใบงานท่ี 3.1 เรอื่ ง พัฒนาโครงงาน 8.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องเรยี น 2) หอ้ งสมดุ 3) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ 73
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 คำช้แี จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่หลักสำคัญ ในการพัฒ นาโครงงาน 6. ข้อใดถกู ต้อง เก่ยี วกับการสรา้ งภาพฉาย 1. เขียนง่ายและสะดวก สง่ิ ประดิษฐ์ 1. งบประมาณ 2. ความปลอดภยั 2. เขา้ ใจหลกั การออกแบบ 3. ความแปลกใหม่ 4. การใชง้ านได้จริง 3. อธบิ ายวธิ ีการสร้างผลงาน 5. ความสวยงาม 2. ขัน้ ตอนการรวบรวมขอ้ มลู และแนวคดิ ท่ีเกี่ยวข้อง มี 4. ตกแต่งสสี นั ตามความสวยงาม จุดประสงคเ์ พอ่ื สงิ่ ใดมากท่ีสดุ 1. ใชเ้ ป็นเอกสารอา้ งอิง 2. เพิ่มความน่าเช่ือถือ 5. ภาพเดยี วก็สามารถมองได้ชัดเจน 3. เขียนบรรณานุกรม 4. หาข้อมลู ท่ีเกีย่ วข้อง 7. ข้อใดไม่ถูกต้อง ในการประเมินผลของการพัฒนา 5. มีแหล่งความรู้ทจ่ี ะค้นคว้า 3. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกย่ี วกบั จุดประสงค์การพฒั นา โครงงาน โครงงานวทิ ยาศาสตร์ 1. การเขียนรายงาน 2. การจดั แสดงโครงงาน 1. ทำใหเ้ ป็นผู้ทม่ี ีความรับผดิ ชอบ 2. ไดร้ บั คำตอบของปญั หาทสี่ นใจ 3. การทำแผ่นพับสรุป 4. การประกวดแข่งขัน 3. สร้างสิ่งประดษิ ฐ์ท่สี ามารถขายได้ 4. สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้ 5. การนำเสนอปากเปล่า 8. ขอ้ ใดเป็นขัน้ ตอนแรกในการวางแผนปฏิบตั งิ านของ ระบบจอดรถอจั ฉรยิ ะ 1. วิเคราะห์องคป์ ระกอบ 2. จดั หาแหลง่ วสั ดุ 3. ออกแบบชนิ้ งาน 4. พิจารณาคณุ สมบัติ 5. ได้พฒั นาตนเองและศักยภาพในการทำงาน 5. เปรยี บเทยี บความคุ้มคา่ ของอปุ กรณ์ 4. ทกั ษะการสงั เกตของนักเรียนทำใหเ้ กิดส่ิงใดเปน็ 9. การคดั เลือกตน้ แบบ “กลไกการบำบัดผู้ปว่ ยโรคหลอด อนั ดับแรก 1. ปญั หา 2. สมมติฐาน เลือด” ควรให้นำ้ หนักความสำคัญกับส่งิ ใดมากทส่ี ดุ 1. Simple 2. Threat 3. การทดลอง 4. วตั ถุประสงค์ 3. Interference 4. Adjustable 5. อภปิ รายการทดลอง 5. Portable 5. การจดั นิทรรศการการแสดงโครงงานควรคำนึงถงึ สงิ่ 10. “การสรา้ งระบบจอดรถอจั ฉริยะ” ช่วยแก้ไขปญั หาการ ใดมากทส่ี ดุ 1. เวลาทจ่ี ดั แสดงพอเหมาะ จอดรถ ยกเวน้ ข้อใด 1. ประหยัดเวลาหาทจ่ี อด 2. สิ่งประดษิ ฐค์ วรอยใู่ นสภาพทที่ ำงานสมบูรณ์ 2. ลดการโจรกรรมของในรถ 3. ความปลอดภัย 3. ลดความแออัดและวุ่นวาย 4. ความเหมาะสมของเน้ือหาทจี่ ดั แสดง 4. ตรวจพบตำแหน่งท่จี อดว่าง 5. ความสวยงาม ดงึ ดดู ความสนใจของผชู้ ม 5. ผู้ขบั ทราบถงึ ตำแหน่งท่ีวา่ งจอด เฉลย 1. 5 2. 4 3. 3 4. 1 5. 2 6. 5 7. 4 8. 3 9. 1 10. 2 74
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่หลักสำคัญในการพัฒนาโครงงาน 6. ขอ้ ใดถูกต้อง เกยี่ วกับการสร้างภาพฉาย 1. เขยี นงา่ ยและสะดวก ส่งิ ประดิษฐ์ 1. งบประมาณ 2. ความปลอดภยั 2. เขา้ ใจหลักการออกแบบ 3. ความแปลกใหม่ 4. การใชง้ านได้จรงิ 3. อธิบายวธิ ีการสรา้ งผลงาน 5. ความสวยงาม 2. ขั้นตอนการรวบรวมข้อมลู และแนวคิดที่เกี่ยวข้อง มี 4. ตกแต่งสสี นั ตามความสวยงาม จุดประสงคเ์ พื่อสง่ิ ใดมากทส่ี ดุ 1. ใชเ้ ป็นเอกสารอ้างองิ 2. เพิม่ ความน่าเช่ือถือ 5. ภาพเดียวก็สามารถมองไดช้ ัดเจน 3. เขียนบรรณานุกรม 4. หาขอ้ มูลทเี่ ก่ียวข้อง 7. ข้อใดไมถ่ ูกต้อง ในการประเมินผลของการพฒั นา 5. มแี หลง่ ความรทู้ ่จี ะค้นคว้า 3. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้อง เกี่ยวกับจดุ ประสงคก์ ารพัฒนา โครงงาน โครงงานวิทยาศาสตร์ 1. การเขยี นรายงาน 2. การจัดแสดงโครงงาน 1. ทำให้เปน็ ผู้ท่มี ีความรับผิดชอบ 2. ไดร้ ับคำตอบของปัญหาท่สี นใจ 3. การทำแผ่นพับสรปุ 4. การประกวดแขง่ ขัน 3. สร้างสิ่งประดิษฐ์ทีส่ ามารถขายได้ 4. สามารถนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ 5. การนำเสนอปากเปล่า 8. ขอ้ ใดเปน็ ขนั้ ตอนแรกในการวางแผนปฏบิ ตั ิงานของ ระบบจอดรถอจั ฉรยิ ะ 1. วิเคราะห์องคป์ ระกอบ 2. จดั หาแหล่งวสั ดุ 3. ออกแบบชนิ้ งาน 4. พิจารณาคุณสมบัติ 5. ได้พฒั นาตนเองและศกั ยภาพในการทำงาน 5. เปรยี บเทียบความคุ้มคา่ ของอปุ กรณ์ 4. ทกั ษะการสังเกตของนักเรยี นทำให้เกิดส่งิ ใดเปน็ 9. การคดั เลอื กต้นแบบ “กลไกการบำบดั ผูป้ ว่ ยโรคหลอด อันดบั แรก 1. ปัญหา 2. สมมติฐาน เลือด” ควรให้นำ้ หนักความสำคญั กับส่ิงใดมากที่สดุ 1. Simple 2. Threat 3. การทดลอง 4. วัตถุประสงค์ 3. Interference 4. Adjustable 5. อภิปรายการทดลอง 5. Portable 5. การจัดนทิ รรศการการแสดงโครงงานควรคำนึงถงึ ส่งิ 10. “การสร้างระบบจอดรถอัจฉริยะ” ชว่ ยแก้ไขปญั หาการ ใดมากทีส่ ุด 1. เวลาทจ่ี ดั แสดงพอเหมาะ จอดรถ ยกเวน้ ขอ้ ใด 1. ประหยัดเวลาหาท่ีจอด 2. สิง่ ประดิษฐ์ควรอยู่ในสภาพทีท่ ำงานสมบรู ณ์ 2. ลดการโจรกรรมของในรถ 3. ความปลอดภัย 3. ลดความแออัดและวุ่นวาย 4. ความเหมาะสมของเน้ือหาทีจ่ ัดแสดง 4. ตรวจพบตำแหน่งที่จอดวา่ ง 5. ความสวยงาม ดงึ ดดู ความสนใจของผู้ชม 5. ผูข้ ับทราบถึงตำแหน่งที่ว่างจอด เฉลย 1. 5 2. 4 3. 3 4. 1 5. 2 6. 5 7. 4 8. 3 9. 1 10. 2 75
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดบั คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 ความถูกตอ้ งของเน้ือหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วธิ ีการนำเสนอผลงาน 4 การนำไปใชป้ ระโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชือ่ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............/................./................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบูรณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง 76
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล คำชแ้ี จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งท่ี ตรงกบั ระดบั คะแนน ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 การแสดงความคิดเหน็ 2 การยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผอู้ น่ื 3 การทำงานตามหนา้ ท่ีที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีนำ้ ใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผ้ปู ระเมิน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................ ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ 77
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ คำชีแ้ จง : ใหผ้ ูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดบั ท่ี ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมีน้ำใจ การมี รวม ของนักเรยี น ความคิดเห็น ฟงั คนอืน่ ตามทไ่ี ดร้ ับ สว่ นรว่ มใน 15 มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน ผลงานกลมุ่ 321321321321321 เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอ่ื ................................................... ผ้ปู ระเมิน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ............./.................../............... ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง 78
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องที่ ตรงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน อันพึงประสงคด์ ้าน 321 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้ 1.2 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี ร้างความสามัคคีปรองดอง และเป็นประโยชน์ ตอ่ โรงเรยี น 1.3 เข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบตั ิตามหลักศาสนา 1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมทเ่ี ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษัตริย์ตามทีโ่ รงเรยี นจดั ข้ึน 2. ซอื่ สตั ย์ สจุ ริต 2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี ูกต้องและเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ิในสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง 3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวัน 4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 ร้จู ักใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัตไิ ด้ 4.2 ร้จู ักจดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง 4.4 ตั้งใจเรยี น 5. อย่อู ยา่ งพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและส่ิงของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด 5.2 ใช้อปุ กรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและร้คู ุณค่า 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงนิ 6. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน 6.1 มีความต้ังใจและพยายามในการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพอื่ ให้งานสำเรจ็ 7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สำนกึ ในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จกั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน 8.2 รจู้ ักการดูแลรกั ษาทรพั ย์สมบตั แิ ละสิ่งแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี นและโรงเรียน ลงช่อื .................................................. ผูป้ ระเมิน ............/.................../................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 51–60 ดมี าก พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัติชัดเจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน 41–50 ดี 30–40 พอใช้ พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิบางครง้ั ให้ 1 คะแนน ตำ่ กว่า 30 ปรับปรงุ 79
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120