TTHHAAPPSSIILLAA IINNNNOOTTEECCHH MMOODDEELL สส่กู ู่กาารรพพัฒัฒนนาาคคณุ ณุ ภภาาพพกกาารรศศึกกึ ษษาา แแบบบบคครรบบววงงจจรร สสําาํ หหรรับับศศตตววรรรรษษทที ี ๒๒๑๑ โรงเรยนบา้ นทับศลิ า ตาํ บลชอ่ งสะเดา อาํ เภอเมอื งกาญจนบรุ กาญจนบุร สํานักงานเขตพืนทกี ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ เขต 1 สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั พนื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
แบบ นร.๑ การนาเสนอผลงาน “หนง่ึ โรงเรียน หนงึ่ นวตั กรรม” ประจาปี ๒๕๖๓ ๑. หน้าปก ๑) ชื่อผลงานหน่งึ โรงเรียน หน่งึ นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ ๒๑ ๒) การสง่ ผลงานหนึง่ โรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม เปน็ ผลงานทไี่ ม่เคยสง่ เขา้ รบั การคัดสรรกับครุ สุ ภา เปน็ ผลงานทีเ่ คยส่งเขา้ รับการคดั สรรกับครุ ุสภา ปี.........เรือ่ ง........ แต่ไมไ่ ดร้ บั รางวัลของคุรสุ ภา เป็นผลงานที่ไดเ้ ข้ารับรางวลั ของครุ สุ ภาและมีการนามาพฒั นาเพม่ิ เติมหรอื ต่อยอดนวตั กรรม ๓) ประเภทผลงานหนงึ่ โรงเรียน หนง่ึ นวัตกรรม การจัดการเรยี นรู้ (A) ส่อื และเทคโนโลยเี พ่อื การเรยี นรู้ (B) การบรหิ ารและการจัดการสถานศกึ ษา (C) การส่งเสริมและพฒั นาผเู้ รียนให้เต็มศักยภาพ (D) การวัดและประเมินผล (E) อนื่ ๆ โปรดระบุ (I) ..................................................................... ๔) ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ชอ่ื ผู้บริหารสถานศึกษา นางจติ ตมิ า นามสกุล เสมอตระกูล เลขบัตรประชาชน ๓๗๑๙๙๐๐๐๐๙๗๒๘ ตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โทรศัพท์เคลือ่ นท.ี่ ...๐๖๓-๘๙๔๔๙๗๔..........E-mail : [email protected]................................ ๕) คณะผู้รว่ มพัฒนาผลงานนวตั กรรม นายวิศรตุ นามสกุล บุญเลิศ .......................... เลขบัตรประชาชน.....๓-๗๐๐๑-๐๐๖๒๒-๑๓-๓....ตาแหน่ง ครูผู้ช่วย วทิ ยฐานะ.................................... โทรศพั ทเ์ คลือ่ นที่....๐๘๖-๑๖๒๗๕๕๙........E-mail : [email protected]............................... นายมาโนชญ์ นามสกุล เหลอื งเอ่ียม .......... เลขบตั รประชาชน.....๓-๗๓๐๑-๐๐๓๕๕-๒๔-๑............ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ...ชานาญการ.......... โทรศพั ทเ์ คล่อื นที่....๐๘๐-๙๗๐๓๓๗๑........E-mail : [email protected] นางสาวนลินณฐั ธญาย์ นามสกลุ เหลอื งอ่อน ............................. เลขบตั รประชาชน.....๓-๗๑๐๑-๐๐๓๑๕-๔๗-๘.....ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ...ชานาญการ.................. โทรศัพท์เคลื่อนท่ี....๐๘๑-๒๙๐๖๔๖๐........E-mail : [email protected]…………….... ๖) ขอ้ มลู สถานศึกษา โรงเรียนบ้านทบั ศิลา เลขท่ี ๙ ถนน ช่ือสถานศึกษา ตาบล/แขวง ช่องสะเดา อาเภอ/เขต เมืองกาญจนบรุ ี จังหวดั กาญจนบรุ ี รหัสไปรษณีย์ ๗๑๑๙๐ โทรศพั ท์ ๐๖๓-๘๙๔๔๙๗๔ โทรสาร - ๗) สงั กัด ๑. สพป...กาญจนบรุ ี เขต ๑........ ๒. สพม. เขต........จังหวดั ๓. สอศ. ๔. สช. ๕. กทม. ๖. อปท. ๗. กศน. ๘. การศึกษาพเิ ศษ ๙. อ่นื ๆ (โปรดระบ)ุ 1
๒. บทสรุป นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรบั ศตวรรษ ที่ ๒๑ เป็นนวัตกรรมท่ีเกดิ จากการศึกษาค้นคว้ารูปแบบ วิธกี ารและกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาในทุกๆด้านของ โรงเรียน บ้านทับศิลา ซ่ึงเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ ซ่ึงจาก สภาพบริบทของโรงเรียนบา้ นทบั ศลิ า หมู่ ๗ ตาบลช่องสะเดา อาเภอเมืองกาญจนบุรี เปน็ ชุมชนขนาดเลก็ อยู่ห่างไกล จากตัวเมืองกาญจนบุรี ๕๕ กิโลเมตร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขาดขวัญและกาลังใจที่จะทางาน ผู้บริหารส่วนใหญ่ที่ได้มาบรรจุแต่งตั้ง ทางานได้ไม่นานก็เขียนย้ายกลับภูมิลาเนา ทาให้โรงเรียนบ้านทับศิลาขาดผู้นา ในภาพรวมของการบริหารงานจัดการศึกษาของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ พบว่า หลายปีท่ีผ่านมา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่าเป็น ๑๐ ลาดับสุดท้ายของการสอบวัดและประเมินผล ทั้ง การสอบวัดความสามารถพนื้ ฐานของผ้เู รียนระดบั ชาติ (National Test : NT) ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ และการทดสอบ การศึกษาระดบั ชาติข้ันพื้นฐาน O-NET ( Ordinary National Education Test) ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ ที่ถกู จัดสอบ ข้นึ โดยสถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาติ ดังนั้น จึงมีการศึกษาค้นคว้ารูปแบบ วิธีการ และกลยุทธ์ เพ่ือมาพัฒนาการโรงเรียนบ้านทับศิลา โดยมี จุดประสงค์เพื่อให้โรงเรียนบ้านทับศิลามีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างเป็นสากล นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ครูมีความเป็นมืออาชีพ จึงดาเนินการตามข้ันตอนการพัฒนานวัตกรรมสาหรับโรงเรียนบ้านทับศิลา โดย ๑.กาหนด ปัญหา ๒.กาหนดจุดมุ่งหมาย ๓.ศึกษาทฤษฎีและข้อจากดั ตา่ งๆ ๔.ประดษิ ฐค์ ดิ คน้ นวตั กรรม ๕.ทดลองใช้ ๖. เผยแพร่ จากผลการพัฒนานวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบ วงจร สาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงข้ึน ผลการสอบวัดความสามารถพ้ืนฐานของ ผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ สูงกว่าระดับประเทศท้ัง ๓ ด้าน และการทดสอบ การศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน O-NET ( Ordinary National Education Test) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ วิชา ภาษาไทย สูงกว่าระดับประเทศ และวิชาอื่นๆมีค่าเฉลี่ยท่ีสูงขึ้น ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญและ กาลังใจในการทางาน โรงเรียนบ้านทับศิลา มีการพัฒนาในทุกด้านเพิ่มข้ึน และชุมชนมีความศรัทธามากข้ึน โรงเรียน เป็นโรงเรยี นขนาดเล็กท่ีมคี ณุ ภาพตามจดุ มงุ่ หมายของสานักงานคณะกรรมการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ปจั จัยสาคัญที่สรรค์สรา้ งให้เกิดนวัตกรรมกค็ ือ คน ปัญญาความรู้ และทกั ษะความสามารถของทรพั ยากร มนุษย์ เป็นหัวใจหลักของการสร้างประสิทธิภาพ(Efficiency)ของการทางาน และขับเคล่ือนองค์กรให้เติบโตอย่าง ม่ันคง ดังนั้นทรัพยากรคน และเทคนิคทางจิตวิทยาองค์กร และ KM (Knowledge Management ) จึงเป็น ทรัพยากรที่สาคัญในการพัฒนานวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบ ครบวงจร สาหรบั ศตวรรษที่ ๒๑ กระบวนการพัฒนานวัตกรรมก่อให้เกดิ ประสบการณ์การเรยี นรู้ร่วมกนั ทั้งหนว่ ยงาน ข้ันตอนการพัฒนานวัตกรรม ใช้วงจร PDCA - Plan (วางแผน), Do (ปฏิบัติ), Check (ตรวจสอบ) และ Act (การ ดาเนินการให้เหมาะสม) และกระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง วิชาชีพ การนาไปใช้ ง่ายและสะดวก เมือ่ ทุกคนท่ีมสี ่วนร่วมรู้และเขา้ ใจในสภาพบริบทและจุดประสงค์ของการพัฒนา นวัตกรรมเพ่ือแก้ปัญหาโรงเรียนแล้ว การนาไปใช้ก็คือ การนานวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การ พัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ ไปประยุกต์ในข้ันตอนกระบวนการทางานปกติ งาน 2
บริหารวชิ าการ งานบรหิ ารงบประมาณ งานบริหารบุคคล งานบริหารทว่ั ไป และใช้ในการพัฒนาองค์กร เปน็ วงจรท่ี เช่ือมถึงและสมั พนั ธ์กัน มีเปา้ หมายอย่างเดียวกัน นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพ การศึกษาแบบครบวงจร สาหรบั ศตวรรษท่ี ๒๑ สามารถยกระดับคุณภาพการจัดการเรยี นการสอนของครใู ห้สงู ข้ึน ครู มีขวัญกาลังและค่านิยมการทางานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ นักเรียนมีผลการสอบ NT (National Test) สูงกว่าค่าเฉล่ีย ระดับประเทศ ในปี ๒๕๖๑ และในปีการศึกษา ๒๕๖๐ นกั เรียนมีผลสอบ O-NET (Ordinary National Educationa Test) ในวิชาวิทยาศาสตร์ สูงกว่าค่าเฉล่ียระดับประเทศ และในปีการศึกษา ๒๕๖๑ นักเรียนมีผลสอบ O-NET (Ordinary National Educationa Test) ในวิชาภาษาไทย สูงกว่าค่าเฉล่ียระดับประเทศ และในปีที่ผ่านมาสรุปผล การนาไปใชไ้ ดด้ งั นี้ ๑. โรงเรียนได้รับเกียรติบัตรผ่านการประเมินเปน็ ต้นแบบ “โรงเรยี นดปี ระจาตาบล”เมอ่ื วันท่ี ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๐ จากสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน ๒. โรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการบริหารจัดการตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เมื่อวนั ท่ี ๑๐ กนั ยายน ๒๕๖๑ จาก กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๓. โรงเรียนได้รับเกียรติบัตรเป็นโรงเรียนท่ีมีผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) รวมเฉลี่ย ๓ ด้าน สูงกวา่ ระดับประเทศ เมอื่ วนั ท่ี ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ๔. โรงเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ ๑ การประกวดผลการปฏิบัติทเี่ ป็นเลศิ Best Practices การปลกู ฝังคา่ นิยม หลัก ๑๒ ประการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แบบ โครงงานเปน็ ฐาน(Project-Based Learning) ระดบั เขตพน้ื ที่การศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒ ๕. โรงเรียนได้รับรางวัลผ่านการประเมินระดับเหรียญเงิน การประกวดผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practices การปลูกฝังค่านิยมหลัก ๑๒ ประการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง แบบโครงงานเปน็ ฐาน(Project-Based Learning) ระดับเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๑ ๖. นกั เรยี น ๙ คน ได้รับรางวัลชนะเลศิ อันดับ 1 การประกวดผลการปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ Best Practices การปลูกฝัง ค่านิยมหลัก ๑๒ ประการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ระดบั เขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ๗. นักเรียน ๙ คน ได้รับรางวัลผ่านการประเมินระดับเหรียญเงิน การประกวดผลการปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ Best Practices การปลูกฝังค่านิยมหลัก 12 ประการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ระดบั เขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๑ ๘. นักเรียน ๓ คนได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง กิจกรรมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภท สิ่งประดิษฐ์ ระดับชั้น ป.๔-๖ ในงานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วิชาการและเทคโนโลยีของ นักเรียน ครง้ั ที่ ๖๘ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ ระดบั เขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา 3
๙. นักเรียน ๓ คนได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน กิจกรรมการประกวด สิ่งประดษิ ฐ์ทางวิทยาศาสตร์ ระดับชนั้ ป.๑- ๖ ในงานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วชิ าการและเทคโนโลยีของนักเรียน ครั้งท่ี ๖๙ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ ระดับเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา ๑๐.นักเรยี น ๓ คนได้รบั รางวัลระดับเหรียญเงนิ กจิ กรรมการประกวด เครื่องบินร่อน แบบเดินตาม ระดบั ชน้ั ป.๑-๓ ในงานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วิชาการและเทคโนโลยีของนักเรียน คร้ังท่ี ๖๙ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ระดบั เขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา ๑๑.โรงเรียนได้รางวัล จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ระดับยอดเย่ียม ของสานักงานเขตพ้ืนที่ การศึกษากาญจนบรุ ี เขต ๑ ๑๒.โรงเรียนได้รับรางวลั คุณภาพ ระดบั เหรียญทอง Best Practice การบริหารจดั การโรงเรียนขนาดเลก็ ระดับเขต พืน้ ท่ี ๑๓.โรงเรียนได้รบั รางวลั ระดบั เหรียญเงิน การประกวด “หน่งึ โรงเรียน หน่ึงนวตั กรรม” ระดับภาค จดั โดย สานักงานเลขธิการครุ ุสภา ๑๔.ได้รับรางวัล เหรียญเงิน ผู้อานวยการสถานศึกษายอดเยี่ยม ระดับสถานศึกษาขนาดเล็ก ด้านนวัตกรรมและ เทคโนโลยีทางการศกึ ษา ระดบั ภาค ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๕.ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ เหรียญทอง ผู้อานวยการสถานศึกษายอดเยี่ยม ระดับสถานศึกษาขนาดเล็ก ด้าน นวตั กรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ระดับชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ นั้น ต้องให้ความสาคัญกับทั้งระบบ โดย การบูรณาการประเดน็ ดังกลา่ วในมาตรฐานการจัดการเรยี นการสอน การใช้สือ่ เทคโนโลยี การใช้ส่อื ทางไกลผ่าน ดาวเทียม New Distance Learning Television : New Dltv ในการเรียนการสอนของโรงเรียนขนาดเล็ก และ การวัดและการประเมินผล หลักสูตรการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอน การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ และ การพัฒนาครูผู้สอน เพื่อก่อเกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ท่ีจาเป็นและการพัฒนาผู้เรียนท่ีมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลท่ีพึงประสงค์ ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ การให้ความสาคัญกับกิจกรรมเสริม หลักสูตรทั้งในระบบ นอกระบบ และอัธยาศัยเป็นการช่วยเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้สาหรับผู้เรียนในโรงเรียน ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี 4
๓. ความเป็นมาและความสาคัญ เม่ือมองการศึกษาผ่านโรงเรยี นขนาดเล็ก มปี ัจจัยที่เป็นอุปสรรคสาคญั ทีท่ าใหโ้ รงเรียนขนาดเลก็ ไม่มีคุณภาพ กล่าวคือ โรงเรียนขาดแคลนครู ครสู อนไม่ครบชนั้ ขาดครวู ิชาเอก ผู้บริหารและครขู าดขวญั กาลงั ใจในการทางาน บรรยากาศองค์กรขาดแรงจงู ใจในการทางาน ปฏิบัติงานประหน่งึ เชา้ ชามเย็นชาม บุคลากรเกิดความเฉ่ือยบาง หน่วยงานขอกาลังครแู ละนักเรียนไปรว่ มกจิ กรรม ทาให้ครูเหลืออย่โู รงเรียน ๒-๓ คน ในบางวันเหลอื ครเู ฝ้าโรงเรียน เพยี งคนเดียว การทางานภายใต้ความขาดแคลนและความยากลาบากของครโู รงเรียนขนาดเล็ก ไม่สามารถสรา้ ง แรงจูงใจ ครูอยากเขยี นย้ายไปโรงเรยี นขนาดใหญ่ เพราะหมดขวัญกาลังใจ ส่งผลถึงคุณภาพการจดั การเรยี นการสอน และผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรยี นตกตา่ (โกมล จันทรวงษ์,๒๕๕๑:๓๑-๓๓)** ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนบ้านทับศิลา เกิดประสิทธิภาพสูงสุดส่งผลต่อ คุณภาพนักเรียน ตามคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของหลักสูตร ข้าพเจ้าคิดว่า การดาเนินการดังกล่าวต้องคานึงถึง ผลกระทบต่อประสิทธิภาพ ความคุ้มคา่ แม้จะมีขอ้ จากดั ทง้ั บุคลากร งบประมาณ การสนับสนนุ ผูบ้ ริหารต้องไม่ยอ่ ท้อ ด้วยถือว่าหัวใจสาคัญของการจัดการศึกษาคือ”ผู้เรียน” และต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน และองค์กรต่างๆท้ังภาครัฐและเอกชน ซึ่งการออกแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการโรงเรียนบ้านทับศิลา ต้อง จัดรูปแบบอย่างเหมาะสม ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น ซึ่งมีความผูกพันกับโรงเรียนอย่างแนบ แน่นมาต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประกอบกับสังคมโลกในศตวรรษที่ ๒๑ มีความแตกต่างจากในอดีตมาก มีการ เคลื่อนย้ายผู้คน ส่ือเทคโนโลยี และทรัพยากรต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกอย่างรวดเร็วและสะดวก มีความเชื่อมโยงทาง เศรษฐกจิ สังคม การเมืองการปกครองระหว่างภมู ภิ าค ประเทศ สังคมและชมุ ชน มคี วามซับซ้อนและเปลี่ยนแปลง ของความรู้และข้อมูลข่าวสารตลอดเวลาอย่างเป็นพลวัต Whitehead (๑๙๓๑) อธิบายว่า ในอดีตช่วงอายุของคนคน หนึ่งอาจมีเร่ืองราวการเปล่ียนแปลงให้พบเห็นน้อย ต่างจากในปัจจุบัน ที่ในช่วงอายุคนคนหน่ึงมีเหตุการณ์ต่างๆ ใน สังคมเกิดขึ้นมากมาย วิถีชวี ิตและการทางานในศตวรรษท่ี ๒๑ มีความแตกตา่ งจากอดีต มคี วามเปิดกวา้ ง ยอมรบั และ ให้ความสาคัญกับขอ้ มูลความรู้และข่าวสารทีห่ ลากหลาย การแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกันมีความจาเป็นอย่างยงิ่ ผู้คนใน ศตวรรษนี้จึงไม่สามารถใช้ความรู้และทักษะบางอย่างในอดีตมาแก้ปัญหาในปัจจุบันได้ดี การจัดการศึกษาและการ เรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ จึงไม่ใช่กระบวนการถ่ายทอดความรู้ แต่คือการสง่ เสริมทกั ษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตใหก้ ับผู้คน นน่ั เอง ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วย ๑. ทักษะพื้นฐานในการร้หู นังสือ ได้แก่ สามารถค้นคว้า ใฝ่หาความรู้จากทรัพยากรการเรยี นรู้และแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลายผ่านการอ่านออกเขียนได้ การคิดคานวณ การใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ การเงิน สังคมและ วฒั นธรรม เปน็ ตน้ ๒. ทักษะการคิด ได้แก่ สามารถใช้เหตุผลและความคิดในการวเิ คราะห์และสังเคราะห์ ประเมนิ ค่า คิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจและแก้ปญั หาไดอ้ ยา่ งดี เปน็ ต้น ๓. ทักษะการทางาน ไดแ้ ก่ สามารถประยุกต์ใชค้ วามรู้และทักษะในการทางาน การตดิ ตอ่ สือ่ สาร การทางานเป็น ทีม แสดงภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดี ริเริ่มงานและดูแลตนเองได้อดทน และขยันทางานหนกั สร้างห้นุ ส่วนธรุ กจิ เป็นต้น 5
๔. ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ สามารถรับรู้ เข้าใจการใช้และการจัดการส่ือสารสนเทศ เปิดใจรับ สารและเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเท่าทัน สามารถบริหารจัดการเทคโนโลยี เรียนรู้เทคนิควิทยาการต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสามรถนาข้อมูลเหล่านั้นมาใช้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นประโยชน์ท้ังต่อ ตนเองและผู้อน่ื เป็นตน้ ๕. ทักษะการใช้ชีวิต ได้แก่ สามารถแสวงหาความรู้ นาตนเองในการเรียนรู้ได้ มีความม่ันใจในตัวเอง กระตอื รือร้นในความรู้ เป็นผู้ผลิต มุ่งความเปน็ เลิศ สามารถดารงชวี ิตดว้ ยความรับผดิ ชอบต่อตนเองและผอู้ ื่น เป็นพลเมืองที่ดี รู้และเคารพกติกา มีระเบียบวินัย คานึงถึงสังคม คิดถึงภาพรวมโลก มีคุณธรรม ยึดมั่นใน สันตธิ รรม มคี วามเป็นไทย เข้าใจความหลายหลายทางวฒั นธรรม และแบง่ ปันประสบการณ์ เปน็ ต้น การจัดศึกษาและการเรียนรู้ควรมีเป้าหมายสาคัญในการพฒั นาคนในฐานะพลเมืองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้ัง ร่างกายและจิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิตอย่างสมดุล มีทักษะ จาเป็นและสามารถอยู่รว่ มกับผู้อ่ืนอย่างมีความสุข มภี าวะผู้นาการเรียนรู้ดว้ ยตนเองอย่างต่อเน่อื งตลอดชีวิต โดยเน้น การเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมแรงบันดาลใจให้มีชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย การเรียนรู้เพื่อบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ การเรียนรู้เพื่อปลูกฝังจิตสาธารณะ ยึดประโยชน์ส่วนรวม และการเรียนรู้เพ่ือ การนาไปปฏบิ ตั ิ มงุ่ สรา้ งการทางานใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธิ์ เป็นพลเมอื งทมี่ ีคณุ ภาพ พึ่งพาตนเองได้ และดาเนนิ ชีวติ อยา่ งมี ความสุข ทัง้ นี้ หลักสูตรและวธิ ีการจัดการศกึ ษาและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ควรจัดให้ผเู้ รียนได้เรียนรู้และพัฒนา ตนเองอยา่ งต่อเน่ือง มิใช่การจดจาเนือ้ หาวชิ า เนน้ การเรียนรทู้ ่ีเกิดจากความต้องการของผเู้ รียนอย่างแท้จรงิ และลงมือ ปฏิบัติเพ่ือให้เกิดประสบการณ์ตรงและต่อยอดความรู้นั้นได้ด้วยตนเอง ผู้สอนต้องสามารถสร้างและออกแบบ สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ท่ีมีบรรยากาศเก้ือหนุนและเอื้อต่อการเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย การเช่ือมโยงความรู้หรือ แลกเปลีย่ นความรกู้ ับชมุ ชนและสังคมโดยรวม จดั การเรียนรู้ผา่ นบริบทความเป็นจริง และการสรา้ งโอกาสให้ผเู้ รียนได้ เข้าถึงสือ่ เทคโนโลยี เครอ่ื งมอื และแหลง่ เรยี นรู้ท่ีมคี ุณภาพ กาหนดกรอบแนวคิดนี้ เพ่ือศึกษาวเิ คราะห์นวัตกรรมการบริหารโรงเรียนบ้านทบั ศลิ า ซ่ึงเป็นโรงเรียนขนาด เล็ก ผู้รายงานกาหนดกรอบแนวคิดจากองค์ความรู้ในเร่ืองนวัตกรรมการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก เพ่ือ ออกแบบนวัตกรรมให้เหมาะสม สอดคล้อง สามารถแก้ปัญหาของโรงเรียนได้และนักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ใน ศตวรรษท่ี ๒๑ ๔. วตั ถุประสงค์ ๑. เพื่อยกระดบั คุณภาพการจัดการเรียนการสอนของครูใหส้ ูงข้ึน ๒. เพ่ือให้ครใู ช้ NEW DLTV เพอื่ ประโยชนใ์ นการเรียนการสอนสงู สดุ ๓. เพ่อื นักเรียนมผี ลการสอบ NT (National Test) สูงกว่าค่าเฉล่ยี ระดับประเทศ ๔. เพื่อนกั เรียนมีผลสอบ O-NET สูงกว่าคา่ เฉลยี่ ระดบั ประเทศ ๕. เพอื่ ให้นักเรียนมีทกั ษะการเรียนรูส้ าหรับศตวรรษที่ ๒๑ 6
๕. กระบวนการพัฒนาผลงานหนง่ึ โรงเรียน หน่งึ นวตั กรรม ๑) สภาพปญั หากอ่ นการพัฒนา - สภาพปัญหาท่ีต้องแก้ไข เช่น พฤติกรรมผู้เรียน ครู ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คุณภาพผู้เรียนในด้านท่ี ตอ้ งการพัฒนา ความพรอ้ ม หรอื ข้อจากดั ของสถานศึกษา - โรงเรียนขนาดเล็กส่วนหนึ่งรอเวลาให้ยุบเลิก หรือยุบรวม ส่วนหนึ่งรอผู้บริหารใหม่ รอครูบรรจุใหม่ รอการ ช่วยเหลือจากภายนอก รอเวลาปล่อยให้หมดสภาพลงเอง จึงขาดการสนับสนุน ท้ังงบประมาณ บุคลากร และ ความพยายามของต้นสังกัดอย่างเหมาะสม แต่ สมศ. กาหนดตัวช้ีวัดในการประเมินเชิงคุณภาพมาตรฐาน เดียวกับโรงเรียนขนาดใหญ่ทุกประการ จึงนามาสู่ปัญหาและอุปสรรคที่สาคัญ ท่ีทาให้ครูต้องท้ิงการจัดการ เรียนการสอนมาจัดทาเอกสารเพอื่ การประเมิน - โรงเรียนขาดแคลนครู ครูสอนไม่ครบชั้น ขาดครูวิชาเอก ผู้บริหารและครูขาดขวัญกาลังใจในการทางาน บรรยากาศองค์กรขาดแรงจูงใจในการทางาน ปฏิบัติงานประหน่ึงเช้าชามเย็นชาม บุคลากรเกิดความเฉื่อยบาง หน่วยงานขอกาลังครูและนักเรียนไปร่วมกิจกรรม ทาให้ครูเหลืออยู่โรงเรียน 2-3 คน ในบางวันเหลือครูเฝ้า โรงเรียนเพียงคนเดียว การทางานภายใต้ความขาดแคลนและความยากลาบากของครูโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ สามารถสร้างแรงจูงใจ ครูอยากเขียนย้ายไปโรงเรียนขนาดใหญ่ เพราะหมดขวัญกาลังใจ ส่งผลถึงคุณภาพการ จัดการเรียนการสอนและผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนักเรียนตกตา่ (โกมล จนั ทรวงษ์,๒๕๕๑:๓๑-๓๓) ** - ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ๕ กลุ่มสาระวชิ าหลกั ไมเ่ ป็นไปตามท่ีคาดหวัง - ชมุ ชนเส่อื มศรทั ธา ยอมเสยี เงนิ เปน็ ค่ารถรบั -ส่ง เพอื่ ย้ายบุตรหลานไปเรียนที่โรงเรียนอนื่ 7
๒) การออกแบบนวตั กรรมเพือ่ การพัฒนา - กรอบแนวคิดในการพฒั นาทแ่ี สดงให้เห็นความเชือ่ มโยงสมั พนั ธ์ระหว่างปัญหา แนวคิด หลักการและ ทฤษฎีที่ใช้ วธิ ีการพฒั นา และผลสาเร็จทพ่ี ึงประสงค์ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนบ้านทับศิลา เกิดประสิทธิภาพสูงสุดส่งผลต่อคุณภาพ นักเรียน ตามคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของหลักสูตร ข้าพเจ้าคิดว่า การดาเนินการดังกล่าวต้องคานึงถงึ ผลกระทบต่อ ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า แม้จะมีข้อจากัดท้ังบุคลากร งบประมาณ การสนับสนุน ผู้บริหารต้องไม่ย่อท้อ ด้วยถือว่า หวั ใจสาคญั ของการจัดการศึกษาคือ”ผเู้ รยี น” และต้องส่งเสริมการมีสว่ นร่วมของบุคคล ครอบครวั ชมุ ชน และองคก์ ร ต่างๆท้ังภาครัฐและเอกชน ซึ่งการออกแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการโรงเรียนบ้านทับศิลา ต้องจัดรูปแบบอย่าง เหมาะสม ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ท้องถ่ิน ซึ่งมีความผูกพันกับโรงเรียนอย่างแนบแน่นมาต้ังแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับสังคมโลกในศตวรรษท่ี ๒๑ มีความแตกต่างจากในอดีตมาก มีการเคลื่อนย้ายผู้คน สื่อ เทคโนโลยี และทรัพยากรต่างๆ จากท่ัวทุกมุมโลกอย่างรวดเร็วและสะดวก มีความเช่ือมโยงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครองระหว่างภูมิภาค ประเทศ สังคมและชุมชน มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงของความรู้และ ขอ้ มลู ขา่ วสารตลอดเวลาอยา่ งเปน็ พลวัต ทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วย ๑. ทักษะพื้นฐานในการรู้หนังสือ ได้แก่ สามารถค้นคว้า ใฝ่หาความรู้จากทรัพยากรการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ท่ี หลากหลายผ่านการอ่านออกเขียนได้ การคิดคานวณ การใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ การเงิน สังคมและ วฒั นธรรม เปน็ ต้น ๒. ทกั ษะการคิด ได้แก่ สามารถใช้เหตุผลและความคิดในการวเิ คราะห์และสังเคราะห์ ประเมินค่า คิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างดี เป็นตน้ ๓. ทกั ษะการทางาน ไดแ้ ก่ สามารถประยุกต์ใชค้ วามรู้และทักษะในการทางาน การติดต่อส่ือสาร การทางานเป็น ทีม แสดงภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดี ริเร่ิมงานและดูแลตนเองได้อดทน และขยนั ทางานหนกั สร้างหุน้ ส่วนธรุ กิจ เป็นตน้ ๔. ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ สามารถรับรู้ เข้าใจการใช้และการจัดการสื่อสารสนเทศ เปิดใจรับ สารและเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเท่าทัน สามารถบริหารจัดการเทคโนโลยี เรียนรู้เทคนิควิทยาการต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสามรถนาข้อมูลเหล่าน้ันมาใช้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นประโยชน์ทั้งต่อ ตนเองและผู้อืน่ เป็นตน้ ๕. ทักษะการใช้ชีวิต ได้แก่ สามารถแสวงหาความรู้ นาตนเองในการ เรียนรู้ได้ มีความมั่นใจในตัวเอง กระตือรอื ร้นในความรู้ เป็นผู้ผลติ มุ่งความเป็นเลิศ สามารถดารงชวี ิตดว้ ยความรับผดิ ชอบต่อตนเองและผอู้ ่ืน เป็นพลเมืองที่ดี รู้และเคารพกติกา มีระเบียบวินัย คานึงถึงสังคม คิดถึงภาพรวมโลก มีคุณธรรม ยึดม่ันใน สนั ติธรรม มคี วามเป็นไทย เขา้ ใจความหลายหลายทางวัฒนธรรม และแบ่งปันประสบการณ์ เปน็ ตน้ 8
การจัดศึกษาและการเรียนรคู้ วรมีเป้าหมายสาคัญในการพัฒนาคนในฐานะพลเมืองให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ทั้ง ร่างกายและจิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิตอย่างสมดุล มีทักษะ จาเป็นและสามารถอยู่รว่ มกับผู้อ่ืนอย่างมีความสุข มีภาวะผู้นาการเรยี นรู้ด้วยตนเองอย่างตอ่ เน่อื งตลอดชวี ิต โดยเน้น การเรียนรู้เพ่ือสร้างเสริมแรงบันดาลใจให้มีชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย การเรียนรู้เพ่ือบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการรังสรรค์ส่ิงใหม่ๆ การเรียนรู้เพื่อปลูกฝังจิตสาธารณะ ยึดประโยชน์ส่วนรวม และการเรียนรู้เพื่อ การนาไปปฏิบตั ิ มุ่งสร้างการทางานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ พึ่งพาตนเองได้ และดาเนินชีวติ อย่างมี ความสุข ทั้งน้ี หลักสูตรและวธิ ีการจัดการศกึ ษาและการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ควรจัดให้ผู้เรียนไดเ้ รียนร้แู ละพัฒนา ตนเองอย่างต่อเนือ่ ง มใิ ชก่ ารจดจาเนอ้ื หาวชิ า เน้นการเรียนร้ทู ่เี กิดจากความต้องการของผ้เู รยี นอย่างแท้จรงิ และลงมือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรงและต่อยอดความรู้น้ันได้ด้วยตนเอง จัดการเรียนรู้ผ่านบริบทความเป็นจริง และ การสรา้ งโอกาสให้ผ้เู รยี นได้เข้าถึงสอื่ เทคโนโลยี เครื่องมือ และแหล่งเรยี นรูท้ ่ีมีคุณภาพ กาหนดกรอบแนวคิดน้ี เพ่ือศึกษาวิเคราะห์นวัตกรรมการบริหารโรงเรียนบา้ นทบั ศลิ า ซ่งึ เป็นโรงเรียนขนาด เล็ก ผู้รายงานกาหนดกรอบแนวคิดจากองค์ความรู้ในเร่ืองนวัตกรรมการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก เพื่อ ออกแบบนวัตกรรมให้เหมาะสม สอดคล้อง สามารถแก้ปัญหาของโรงเรียนได้และนักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ใน ศตวรรษท่ี ๒๑ (จารุวรรณ นาตันและนพดล เจนอกั ษร:๒๕๕๖) นวัตกรรมการบริหารโรงเรยี นประถมศึกษาขนาดเล็ก Educational administration innovation for the small primary school* ว ารส าร วิ ช าก าร Veridian E- Journal ปที ่ี ๖ ฉบับที่ ๓ เดอื นกนั ยายน – ธนั วาคม ๒๕๕๖ ขอบเขตของนวัตกรรม ๑. ใชก้ บั โรงเรียนบา้ นทับศลิ า ๒. SBM (School-Base Management) ๓. RBM (Results Based Management) ๔. PDCA ๕. New DLTV 9
สมมตฐิ านของการนวัตกรรม นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับ ศตวรรษที่ ๒๑ สามารถยกระดับคุณภาพการจัดการเรยี นการสอนของครูให้สงู ขนึ้ ครูมีขวญั กาลังและค่านิยม การทางานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ นักเรียนมีผลการสอบ NT (National Test) สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ นักเรียนมีผลสอบ O-NET (Ordinary National Educationa Test) สูงกว่าค่าเฉล่ียระดับประเทศ และ นกั เรยี นมีทกั ษะการเรียนรู้สาหรับศตวรรษที่ ๒๑ นิยามศัพทเ์ ฉพาะ ๑. THAPSILA แยกเป็นลกั ษณะเฉพาะของบุคลากรในองค์กร T = Teamwork การทางานเป็นทีม H = Heart หวั ใจ A = Adaptability การปรบั ตวั P = Participation การมสี ว่ นร่วม S = Strive มงุ่ ม่นั เพือ่ เป้าหมาย I = Integration บรู ณาการ L = Leadership ภาวะผนู้ า A = Accountability ความรับผดิ ชอบ ๒. INNOTECH เปน็ คาท่ีมาจาก INNOVATION (นวัตกรรม) + TECHNOLOGY (เทคโนโลยี) ได้แก่ ๒.๑ NEW DLTV การจัดการเรยี นการสอนโดยใชก้ ารศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียมแบบใหม่ ๒.๒ ทักษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี ๒๑ บรู ณาการจากการใช้การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียมแบบใหม่ New DLTV โดยกระบวนการ จัดการเรียนรู้เพือ่ ให้ผเู้ รียนเกดิ ทักษะการเรียนร้สู าคญั ๖ ประการ ดงั น้ี - Learning to Know ส่งเสริมการเรียนรู้เพอ่ื รู้ เน้นองค์ความรู้ - Learning to Do การเรียนรเู้ พือ่ ปฏบิ ัติจรงิ เน้นการพฒั นาทักษะ - Learning to Be การเรียนรูเ้ พ่ือชวี ิต เปน็ การพฒั นาทักษะชีวิตอยา่ งเปน็ องคร์ วม และการปรับตวั อยู่ในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ - Learning to Live Together การเรียนรู้ทจ่ี ะอย่รู ่วมกนั - Learning to Change การเรียนรูท้ จ่ี ะเปล่ยี นแปลง - Learning for Sustainable การเรียนรเู้ พอ่ื ความย่ังยนื 10
ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ ับ ๑. สามารถยกระดับคุณภาพการจดั การเรยี นการสอนของครใู หส้ ูงข้ึน ๒. ครูใช้ NEW DLTV เพอื่ ประโยชน์ในการเรียนการสอนสงู สดุ ๓. นักเรยี นมีผลการสอบ NT (National Test) สูงกว่าคา่ เฉลยี่ ระดบั ประเทศ ๔. นั ก เรี ย น มี ผ ล ส อ บ O-NET (Ordinary National Educationa Test) สู งก ว่ า ค่ า เฉ ลี่ ย ระดับประเทศ ๕. นกั เรยี นมีทักษะการเรยี นรู้สาหรับศตวรรษท่ี 21 แนวคดิ หลกั การ ทฤษฎีทใี่ ช้ วิโรจน์ สารรัตนะ และคณะ (๒๕๕๖ : ๑-๒) ทาการศกึ ษาและเขียนบทความเร่ือง นวัตกรรมกับกระบวน ทัศน์การศึกษาศตวรรษท่ี ๒๑ สรุปนิยามและลักษณะของ นวัตกรรม (Innovation) ว่าเป็นการประยุกต์ใช้ทาง แก้ปัญหาที่ดีกว่าที่ใช้อยู่เดิมเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการใหม่หรือความต้องการท่ีปรากฏให้เห็นซ่ึงทาง แก้ปัญหานั้นอาจหมายถึง ความคิด กระบวนการ การบริหาร เทคโนโลยี หรือผลิตภัณฑ์ ท่ีเห็นว่ามีประสิทธิภาพ มากกว่าเดิมท่ีสามารถนามาใชใ้ นองค์กรธรุ กจิ ในหน่วยงานของรัฐ ดังน้ัน นวตั กรรม (Innovation) จึงหมายถึงบางส่ิง บางอย่างท่ีเป็นส่ิงใหม่ ท่ีเป็นสิ่งสาคัญ หรือท่ีเป็นต้นฉบับ ท่ีได้รับการตอบรับในสังคม นวัตกรรมแตกต่างจากการ ประดิษฐ์ (Invention) เพราะนวัตกรรมกล่าวถึงการใช้ความคิดใหม่หรือวธิ ีการแปลกใหม่ท่ีดีกว่าเดิม แต่การประดิษฐ์ หมายถึง การสรา้ งสรรคใ์ หม่ๆในตัวของความคดิ หรือวิธกี ารนั้นเองโดยตรง นอกจากน้ัน นวตั กรรม ยงั แตกต่างจากการ ปรับปรุง (Improvement)เพราะนวัตกรรมกล่าวถึงความคดิ ในการทาบางสงิ่ บางอย่างทแ่ี ตกตา่ งไปจากเดมิ มากกว่าท่ี จะหมายถึงการทาบางส่งิ บางอย่างให้ดขี ึ้นจากเดิม (Wikipedia,๒๐๑๖) ข้นั ตอนการพฒั นานวัตกรรมทางการศึกษา ทิศนา แขมมณี (๒๕๔๘: ๔๒๓) ไดใ้ ห้หลักการพฒั นานวตั กรรมทางการศึกษาไว้พอสรปุ ได้ดังน้ี ๑. การระบุปัญหา (Problem) ความคดิ ในการพัฒนานวัตกรรมนั้น ส่วนใหญ่จะเรมิ่ จากการมองเหน็ ปัญหา และต้องการแก้ไขปัญหานั้นให้ประสบความสาเร็จอยา่ งมีคณุ ภาพ ๒. การกาหนดจดุ มุ่งหมาย (Objective) เมอื่ กาหนดปัญหาแล้วกก็ าหนดจุดมงุ่ หมายเพื่อจดั ทาหรอื พัฒนานวัตกรรมให้มีคุณสมบัติ หรือลกั ษณะตรงตามจดุ มุ่งหมายทกี่ าหนดไว้ ๓. การศึกษาข้อจากดั ตา่ งๆ (Constraints) ผูพ้ ัฒนานวตั กรรมทางดา้ นการ เรียนการสอนต้องศึกษาขอ้ มูลของปญั หาและข้อจากดั ท่ีจะใชน้ วตั กรรมน้ัน เพ่ือประโยชน์ในการนาไปใชไ้ ดจ้ รงิ ๔ การประดิษฐค์ ิดค้นนวัตกรรม (Innovation) ผ้จู ัดทาหรือพฒั นานวัตกรรม จะต้องมีความรู้ ประสบการณ์ ความรเิ ริ่มสร้างสรรค์ ซึง่ อาจนาของเกา่ มาปรบั ปรุง ดัดแปลง เพ่ือใชใ้ นการแก้ปญั หา และทาให้มปี ระสทิ ธิภาพมากขึ้น ๕. การทดลองใช้ (Experimentation) ต้องทดลองนวัตกรรม ซึ่งเป็นสิ่งจาเปน็ เพ่ือเป็นการ ประเมนิ ผลและปรบั ปรุงแก้ไขผลการทดลองจะทาให้ได้ขอ้ มูลนามาใช้ในการปรับปรงุ และพฒั นานวตั กรรมต่อไป 11
๖. การเผยแพร่ (Dissemination) เมอ่ื มน่ั ใจนวตั กรรมที่สร้างขน้ึ มปี ระสิทธิภาพ แลว้ กส็ ามารถนาไปเผยแพร่ให้เป็นทร่ี จู้ ัก หลักและทฤษฎีทีน่ ามาเปน็ กรอบแนวคดิ ในการสรา้ ง Model ทศพร ศริ สิ ัมพนั ธ์ (๒๕๔๓ : ๑๔๖) กล่าวว่า การบรหิ ารแบบมุ่งผลสัมฤทธ์ิ (Results Based Management : RBM) เป็นการบรหิ ารท่ีเนน้ การวางแผน การกาหนดวัตถปุ ระสงค์ เป้าหมาย และกลยุทธก์ ารดาเนินงานแบบมสี ว่ น ร่วม ผู้บริหารในแต่ละระดับขององค์การต้องยอมรับและคานึงถึงผลงาน รวมทั้งต้องให้ความสาคัญกับการจัดวาง ระบบการตรวจสอบผลงานและการให้รางวัลตอบแทนผลงาน (Performance Related) การบริหารแบบมุ่ง ผลสัมฤทธ์ิจะประกอบด้วยขั้นตอนที่สาคัญๆ ๔ ข้ันตอน (อ้างถึงใน วีระยุทธ ชาตะกาญจน์, ๒๕๔๗ : ๒-๓) ซึ่งมี รายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. การวางแผนกลยทุ ธ์ขององคก์ าร ซึ่งองคก์ ารจะต้องทาการกาหนดทศิ ทางโดยรวมวา่ ต้องการท่ีจะ ทาอะไรอย่างไร ซ่ึงเป็นเร่ืองของการวางยุทธศาสตร์หรือวางแผนกลยุทธ์ เพื่อทาการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้ง ภายนอกและภายในองคก์ าร ( SWOT Analysis) ๒. การกาหนดรายละเอียดของตัวบ่งชี้วัดผลการดาเนนิ งาน เม่ือผู้บริหารขององค์การได้ทาการตกลง ร่วมเกี่ยวกับตัวบ่งชี้วัดผลการดาเนินงานแล้ว จะเร่ิมดาเนินการสารวจเพ่ือหาข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับสภาพใน ปัจจุบัน (Baseline Data) เพ่อื นามาชว่ ยในการกาหนดความชัดเจนของตวั บ่งชี้ดงั กล่าว ๓. การวัดและการตรวจสอบผลการดาเนินงาน ผบู้ ริหารจะต้องจัดให้มีการตรวจสอบและรายงานผล การดาเนนิ งานของแต่ละตวั บ่งชี้ตามเงอ่ื นไขท่กี าหนดไว้ ๔.การให้รางวัลตอบแทน หลังจากท่ีได้พิจารณาผลการดาเนินงานแล้ว ผู้บริหารจะต้องมีการให้รางวัล ตอบแทนตามระดับของผลงานท่ีได้ตกลงกันไว้ นอกจากนี้อาจจะมีการให้ข้อเสนอแนะหรือกาหนดมาตรการบาง ประการเพื่อใหม้ กี ารปรับปรุงผลงานใหเ้ ปน็ ไปตามเปา้ หมายท่ีกาหนดไว้ ดร.สุวรรณ พิณตานนท์ ( ๒๕๕๐ : ๑๒) กล่าวว่า การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-Base Management : SBM) หมายถึง แนวคิดการกระจายอานาจการจัดการศึกษา จากส่วนกลางไปยัง สถานศึกษา โดยตรงให้สถานศึกษามอี านาจหนา้ ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบและความคล่องตัวในการบรหิ ารจัดการมากท่สี ดุ หลกั สาคัญในการบริหารแบบโรงเรยี นเป็นฐาน ๑.การกระจายอานาจการตัดสนิ ใจไปสู่หน่วยปฏิบตั ใิ ห้มากขน้ึ ๒.การมสี ่วนร่วมของผเู้ กย่ี วขอ้ ง และการมีสว่ นร่วมรบั ผดิ ชอบในการตัดสินใจให้สถานศึกษา ๓.มอี ิสระในการบริหารจดั การตนเองอย่างมีอิสระภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยมหี นว่ ยงานต้นสังกดั ดูแล ด้านนโยบายและมาตรฐาน ๔.มอี งคก์ รอสิ ระคอยตรวจสอบด้านคุณภาพ ๕.มมี าตรฐานการจัดการศึกษามุ่งใหเ้ กิดผลสาเร็จแกส่ ถานศึกษา 12
PDCA คือ วงจรที่พัฒนามาจากวงจรที่คิดค้นโดยวอล์ทเตอร์ ซิวฮาร์ท(Walter Shewhart )ผู้บุกเบิกการใช้สถิติ สาหรับวงการอุตสาหกรรมและต่อมาวงจรนี้เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากข้ึนเมื่อ เอดวาร์ด เดมม่ิง (W.Edwards Deming) ปรมาจารย์ด้านการบริหารคุณภาพเผยแพร่ให้เป็นเครื่องมือสาหรับการปรับปรุงกระบวนการทางานของพนั กงาน ภายในโรงงานให้ดีย่ิงข้ึน และช่วยค้นหาปัญหาอุปสรรคในแต่ละขนั้ ตอนการผลิตโดยพนกั งานเอง จนวงจรนี้เป็นท่ีรูจ้ ัก กันในอีกชือ่ ว่า “วงจรเด็มมิ่ง” ต่อมาพบว่า แนวคิดในการใช้วงจร PDCA น้ันสามารถนามาใช้ได้กับทุกกจิ กรรม จึง ทาให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากข้ึนท่ัวโลก PDCA เป็นอักษรนาของศัพท์ภาษาอังกฤษ ๔ คาคือ ๑. PLAN เป็นการวางแผนงาน ข้ันตอนนี้เราต้องนางานท้ังหมดที่เรารับผิดชอบอยู่ มาจัดเรียงลาดับความสาคัญ กาหนดวัตถุประสงค์ของงาน และเปา้ หมายในการทางาน ซง่ึ ควรจะจัดเตรียมเป็นเอกสารไว้ มีวิธีการและขั้นตอนการ ทางาน ๒. DO เปน็ การทางานตามแผนงานที่ไดว้ างไว้ ข้ันตอน วธิ ีการ ลาดับงานทีเ่ รากาหนดไวใ้ น PLAN ก็นามาปฏิบัติ โดย ทาการศึกษาถึงวิธกี ารท่ดี ีท่ีสุดในการทางานนัน้ ๆ เอามาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ และทางานไดผ้ ลดีทส่ี ดุ ๓. CHECK ตรวจสอบการทางานท่ีได้ทาไปแล้ว (จาก DO) ว่าเปน็ ไปตามที่เราตอ้ งการหรือไม่ หรือตามมาตรฐานที่เรา ไดก้ าหนดไว้ อาจจะใช้เคร่ืองมอื ช่วยในการตรวจสอบ เพอื่ ให้งา่ ยในการปรบั ปรุง และแกไ้ ขในการทางานครั้งต่อไป ๔. ACTION หากมีข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้นจากการตรวจสอบ CHECK ก็ควรจะหาวธิ ีการและขั้นตอนในการแก้ไขทนั ที หรือตามระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ โดยทาการค้นหาสาเหตทุ เี่ กิดขึ้น และใช้วิธกี ารแก้ไขท่ีดที ี่สุดในการทาการแกไ้ ข เพื่อ ไม่ให้ปัญหาที่เกิดขน้ึ ไมเ่ กดิ ข้ึนซ้าอกี และควรมีวิธกี ารพัฒนาปรับปรุงงาน หรือระบบงานน้ัน ถงึ แมว้ ่าการตรวจสอบจะ ไม่เกิดข้อบกพร่องเรากค็ วรจะมีวิธกี ารพัฒนาปรับปรงุ อยเู่ สมอ เพ่ือใหง้ านน้นั เกิดประสิทธิภาพท่ีดีกวา่ เดมิ 13
การเรียนการสอนโดยใช้สื่อการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี มแบบใหม่ New Distance Learning Television: (New DLTV) การจัดการเรยี นการสอนโดยใช้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม หรือ DLTV (Distance Learning Television) เป็น การแกป้ ัญหาในการเขา้ ถึงการศกึ ษาของประชาชนชาวไทยทอ่ี าศยั อย่ใู นพืน้ ที่ต่างๆ ท้งั ชนบททุรกันดาร และห่างไกล ความเจริญ ซึง่ ขาดโอกาสในการศกึ ษาหาความรู้ ขาดแคลนครผู สู้ อน รวมถงึ อปุ กรณ์การเรียนท่ีสง่ เสริมการเรียนการ สอนของเด็กและเยาวชน จนถึงปัจจุบัน DLTV ได้ดาเนินงานมาแล้ว ๑๔ ปี โดยถ่ายทอดสด ๑ ชอ่ ง ๑ ชั้น ตง้ั แต่ ป.๑ - ม.๖ และมชี อ่ งการอาชีพ ช่องมหาวิทยาลยั และรายการนานาชาติอกี อยา่ งละ ๑ ช่อง รวม ๑๕ ช่อง ๒๔ ชว่ั โมง โดย ผเู้ รยี นไมต่ อ้ งเสียคา่ ใชจ้ า่ ยใดๆ ทัง้ สน้ิ สอนโดยครคู นเดยี วกนั เวลาเดียวกนั คณุ ภาพเดียวกัน ถา่ ยทอดสัญญาณตรง จากโรงเรยี นวังไกลกังวล หรือ \"โรงเรยี นต้นทาง\" ส่งตรงไปยังห้องเรยี นในโรงเรียนในพ้ืนท่ีต่างๆ หรอื \"โรงเรยี น ปลายทาง\" โดยครูจากโรงเรยี นต้นทางจะจดั การเรยี นการสอนตามตาราง ขณะทโ่ี รงเรียนปลายทางกจ็ ะมีการทา กจิ กรรมการเรยี นการสอนไปพรอ้ มกนั ดว้ ย ลา่ สุด \"DLTV\" จะมีการเปล่ียนแปลงเป็น \"New DLTV\" โดยจะยุตกิ ารออกอากาศในระบบความคมชดั มาตรฐาน หรอื SD และออกอากาศในระบบความคมชดั สูง (HD) ต้ังแตว่ นั ท่ี ๑ ต.ค. ๖๑ เป็นตน้ ไป พร้อมกับปรับผัง รายการใหค้ รอบคลุมการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ โดยชอ่ ง DLTV ๑ ถงึ DLTV ๑๒ ระบบใหม่ จะมกี ารปรบั ผังรายการ ออกเปน็ ๒ ชว่ ง ชว่ งแรกคอื ช่วงเวลา ๖.๓๐-๑๖.๓๐ น. เป็นการถา่ ยทอดการเรียนการสอนตามหลกั สูตรการศึกษาข้ัน พืน้ ฐาน สว่ นผงั รายการช่วงท่ี ๒ ตง้ั แต่เวลา ๑๖.๓๐น. เป็นตน้ ไป จะเป็นรายการเรยี นรตู้ ลอดชีวิตสาหรบั คนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย เช่น รายการท่ีเกยี่ วกบั สุขภาพ การรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม รายการภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศอ่ืนๆ ตลอดจนรายการแนะนาการประกอบอาชีพสาหรบั ผ้ทู ี่สนใจทั่วไป สาหรับชอ่ ง DLTV ๑๓ จะเปน็ การถ่ายทอดการจัดการเรยี นการสอนของ สถาบัน อาชีวศกึ ษา และ ม. เทคโนโลยรี าชมงคล ช่อง DLTV ๑๔ ถา่ ยทอดสัญญาณการจัดการศึกษาทางไกลของ ม.สุโขทัยธรรมาธริ าช และชอ่ ง DLTV ๑๕ เป็นช่องสาหรบั คุณครโู ดยเฉพาะ มีการเผยแพรเ่ ทคนคิ การสอน สื่อการเรยี น และองค์ความรู้ทีเ่ ปน็ ประโยชน์ในการจดั การเรียนการสอนที่หลากหลาย รวมไปถงึ ปรับปรงุ หอ้ งเรยี นและอุปกรณ์ประจาห้อง ไมว่ า่ จะเป็น การนาโทรทศั น์แบบ Smart TV มาใช้ เพื่อใหค้ รูสามารถนาสอ่ื การเรยี นรู้มาประกอบการสอนไดง้ ่ายข้นึ พร้อมกบั เปล่ียนระบบการถา่ ยทาและการออกอากาศ รวมทัง้ อุปกรณต์ ่างๆ ของสถานี จากระบบ SD มาเปน็ ระบบ HD ซง่ึ สามารถรับชมรายการจากสถานไี ดค้ มชดั มากยิ่งข้นึ ขณะเดยี วกนั ยงั ได้มีการปรับปรงุ แอพพลเิ คชัน่ บนโทรศพั ท์มือถือให้มีประสิทธภิ าพมากขนึ้ เพอ่ื เปน็ อีก ช่องทางหนง่ึ ในการเขา้ ถึงการศึกษาทางไกล ซง่ึ ครู นักเรยี น และประชาชนทวั่ ไปสามารถรบั ชมรายการได้ โดยมี ฟังกช์ นั หรอื ขีดความสามารถเชน่ เดียวกนั กบั การเปดิ บนเวบ็ ไซต์ และสามารถแลกเปล่ยี นเรยี นร้ผู า่ นทางหอ้ งสนทนา หรือเว็บบอรด์ ได้อีกด้วย 14
การพัฒนาคณุ ภาพการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีการศกึ ษาทางไกลเฉลมิ พระเกียรติ • ปจั จัยสาคญั สคู่ วามสาเร็จ ยทุ ธศาสตร์ ๔ ๕ ๖ • รปู แบบการจดั การศึกษาดว้ ยเทคโนโลยีการศกึ ษาทางไกลเพอื่ พัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของโรงเรยี น ยทุ ธศาสตร์ ๔ ๕ ๖ ๔ ข้อพื้นฐาน ๑. สภาพแวดล้อมของโรงเรียนและภายในหอ้ งเรียนต้องสะอาดและเป็นระเบยี บ ๒. โทรทัศน์ขนาดเหมาะสมกับหอ้ งเรยี นและจานวนนกั เรียนติดตง้ั โทรทศั น์ใหม้ คี วามสูงเหมาะสมกบั ระดับสายตา นกั เรยี น ๓. บทบาทของครตู ้องเอาใจใส่กากับดูแลช่วยเหลือนกั เรียนกอ่ นเรียน ระหวา่ งเรยี น และหลังเรยี น ๔. นักเรียนต้องมีสว่ นรว่ มกจิ กรรมและตั้งใจเรยี นรูไ้ ปพร้อมกับนักเรียนวังไกลกังวล ผู้บริหาร ๕ ขอ้ จัดทา ๑. ผูบ้ ริหารโรงเรียนต้องวางแผนการบริหารจดั การอย่างเป็นระบบ สง่ เสรมิ สนบั สนุน การจดั การเรยี นการสอน ทางไกลผา่ นดาวเทยี มอย่างจรงิ จงั และอานวยความสะดวกให้การจดั การเรยี นการสอนเปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ และตอ่ เน่ือง ๒. ผ้บู รหิ ารโรงเรียนต้องเป็นผูน้ าด้วยความมงุ่ ม่ัน และนาพาครทู ุกคน ทุกฝ่าย ตระหนัก เหน็ ความสาคัญและให้ความ ร่วมมือดาเนินการอย่างจริงจังต่อเนอ่ื ง ๓. ผู้บริหารโรงเรยี นตอ้ งจดั หาเครอื่ งรบั สัญญาณดาวเทยี มและโทรทัศน์ขนาดเหมาะสมกับหอ้ งเรยี นและจานวน นักเรียน ติดตัง้ โทรทัศนใ์ ห้มีความสูงเหมาะสมกับระดับสายตานกั เรยี น ๔. ผู้บริหารโรงเรยี นตอ้ งจดั หาคมู่ ือครสู อนทางไกลผา่ นดาวเทยี ม ๕. ผู้บรหิ ารโรงเรียนต้องนิเทศ ติดตาม การจดั การเรยี นการสอนทุกห้องอย่างสมา่ เสมอ ครูนา ๖ ข้อปฏบิ ตั ิ ๑. ครตู ้องจดั สภาพหอ้ งเรียนใหเ้ หมาะสมกับเอ้ือต่อการปฏิบตั กิ จิ กรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ ๒. ครตู อ้ งเตรยี มการสอนลว่ งหนา้ ทั้งสื่อ วัสดุ อปุ กรณ์ ใบงาน ใบความรแู้ ละกิจกรรมเสริม ตามทีค่ ู่มือครสู อนทางไกล ผ่านดาวเทยี มกาหนด รวมท้ังมอบหมายงานให้นักเรยี นเตรียมพร้อมในการเรยี นครั้งต่อไป ๓. ครตู อ้ งรว่ มจดั การเรยี นรู้ไปพรอ้ มกบั ครโู รงเรยี นต้นทางและต้องเอาใจใส่ กากับ ดูแล แนะนานกั เรยี นให้ปฏบิ ัติ กจิ กรรมการเรียนทกุ ครง้ั ๔. ครตู อ้ งสรปุ สาระสาคญั ร่วมกับนักเรียนหลังจากกิจกรรมการเรยี นรสู้ น้ิ สุดลงและบนั ทกึ ผลการจัดการเรียนร้หู ลงั สอนทุกครงั้ ๕. ครตู อ้ งวัดและประเมินผล เม่อื กิจกรรมการเรยี นรสู้ นิ้ สดุ ในแตล่ ะครั้ง แตล่ ะหนว่ ยการเรียนรู้ ทาให้ทราบวา่ ผลการ เรยี นรขู้ องนักเรียนบรรลุจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรหู้ รอื ไม่ เพื่อปรับปรงุ แก้ไขต่อไป ๖. ครูตอ้ งจดั กิจกรรมสอนซ่อมเสรมิ นอกตารางออกอากาศเพอ่ื ช่วยเหลือนกั เรยี นทไี่ มบ่ รรลุจุดประสงคก์ ารเรียนรูห้ รือ ให้ความรู้เพ่ิมเติมแกน่ กั เรยี น 15
ทักษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี ๒๑ (The Twenty-First Century Skills) สังคมโลกในศตวรรษท่ี ๒๑ มีความแตกต่างจากในอดีตมาก มีการเคล่ือนย้ายผู้คน สื่อเทคโนโลยี และ ทรัพยากรต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกอย่างรวดเร็วและสะดวก มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการ ปกครองระหว่างภูมิภาค ประเทศ สังคมและชุมชน มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงของความรู้และข้อมูลข่าวสาร ตลอดเวลาอย่างเป็นพลวัต Whitehead (๑๙๓๑) อธิบายว่า ในอดีตช่วงอายุของคนคนหน่ึงอาจมีเร่ืองราวการ เปล่ียนแปลงใหพ้ บเห็นน้อย ต่างจากในปจั จบุ ัน ท่ีในช่วงอายุคนคนหน่ึงมีเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคมเกิดขึ้นมากมาย วิถี ชวี ิตและการทางานในศตวรรษท่ี ๒๑ มคี วามแตกตา่ งจากอดีต มีความเปดิ กวา้ ง ยอมรบั และให้ความสาคัญกับข้อมูล ความรู้และข่าวสารท่ีหลากหลาย การแลกเปลี่ยนเรียนรรู้ ่วมกันมีความจาเป็นอย่างย่ิง ผู้คนในศตวรรษน้ีจึงไม่สามารถ ใช้ความรแู้ ละทักษะบางอย่างในอดีตมาแก้ปัญหาในปัจจุบันได้ดี การจัดการศึกษาและการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑ จึง ไมใ่ ช่กระบวนการถา่ ยทอดความรู้ แต่คอื การส่งเสรมิ ทกั ษะการเรยี นรูต้ ลอดชวี ติ ให้กบั ผคู้ น นั่นเอง ทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ ประกอบดว้ ย ๑. ทกั ษะพ้ืนฐานในการร้หู นังสือ ได้แก่ สามารถคน้ คว้า ใฝ่หาความรู้จากทรัพยากรการเรยี นรู้และแหลง่ เรียนรู้ท่ี หลากหลายผ่านการอ่านออกเขียนได้ การคิดคานวณ การใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ การเงิน สังคมและ วัฒนธรรม เปน็ ต้น ๒. ทักษะการคิด ได้แก่ สามารถใช้เหตุผลและความคิดในการวิเคราะหแ์ ละสังเคราะห์ ประเมนิ ค่า คิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจและแก้ปญั หาไดอ้ ยา่ งดี เปน็ ตน้ ๓. ทกั ษะการทางาน ได้แก่ สามารถประยุกต์ใชค้ วามรู้และทักษะในการทางาน การตดิ ต่อสอื่ สาร การทางานเป็น ทีม แสดงภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดี ริเร่ิมงานและดูแลตนเองได้อดทน และขยนั ทางานหนัก สร้างห้นุ สว่ นธรุ กิจ เปน็ ตน้ ๔. ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ สามารถรับรู้ เข้าใจการใช้และการจัดการส่ือสารสนเทศ เปิดใจรับ สารและเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเท่าทัน สามารถบริหารจัดการเทคโนโลยี เรียนรู้เทคนิควิทยาการต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสามรถนาข้อมูลเหล่าน้ันมาใช้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นประโยชน์ท้ังต่อ ตนเองและผอู้ ื่น เป็นต้น ๕. ทักษะการใช้ชีวิต ได้แก่ สามารถแสวงหาความรู้ นาตนเองในการเรียนรู้ได้ มีความมั่นใจในตัวเอง กระตอื รือร้นในความรู้ เป็นผู้ผลติ มุ่งความเป็นเลิศ สามารถดารงชีวิตดว้ ยความรบั ผดิ ชอบต่อตนเองและผูอ้ ื่น เป็นพลเมืองท่ีดี รู้และเคารพกติกา มีระเบียบวินัย คานึงถึงสังคม คิดถึงภาพรวมโลก มีคุณธรรม ยึดม่ันใน สนั ตธิ รรม มคี วามเปน็ ไทย เขา้ ใจความหลายหลายทางวัฒนธรรม และแบ่งปนั ประสบการณ์ เปน็ ต้น 16
การจัดศึกษาและการเรียนรู้ควรมีเป้าหมายสาคัญในการพัฒนาคนในฐานะพลเมืองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิตอย่างสมดุล มีทักษะ จาเป็นและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างมีความสุข มีภาวะผู้นาการเรียนรู้ดว้ ยตนเองอย่างตอ่ เนือ่ งตลอดชีวิต โดยเน้น การเรียนรู้เพ่ือสร้างเสริมแรงบันดาลใจให้มีชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย การเรียนรู้เพ่ือบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการรังสรรค์ส่ิงใหม่ๆ การเรียนรู้เพื่อปลูกฝังจิตสาธารณะ ยึดประโยชน์ส่วนรวม และการเรียนรู้เพ่ือ การนาไปปฏิบัติ มุ่งสร้างการทางานให้เกิดผลสมั ฤทธ์ิ เป็นพลเมืองท่ีมีคุณภาพ พึ่งพาตนเองได้ และดาเนินชีวิตอย่างมี ความสุข ท้ังนี้ หลักสูตรและวธิ ีการจัดการศกึ ษาและการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ควรจัดให้ผูเ้ รยี นได้เรียนรู้และพัฒนา ตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื ง มใิ ช่การจดจาเนอื้ หาวชิ า เนน้ การเรียนรู้ทเี่ กิดจากความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริงและลงมือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรงและต่อยอดความรู้นั้นได้ด้วยตนเอง จัดการเรียนรู้ผ่านบริบทความเป็นจริง และ การสร้างโอกาสใหผ้ ู้เรียนได้เข้าถงึ ส่อื เทคโนโลยี เครื่องมือ และแหล่งเรยี นร้ทู ี่มีคุณภาพ การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ภาคส่วนต่างๆ ในสังคม อาทิ ครอบครัว สถาบันการศึกษา องค์กร ชุมชน จาเป็นต้องปรับหลักคิดและหลักปฏิบัติในการพัฒนาคุณภาพบุตรหลาน ผู้เรียน บุคคลากร และ ประชาชนให้เป็นผู้ท่มี ีทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ เพื่อการดาเนินชีวติ และการทางานทป่ี ระสบความสาเรจ็ และ มีความสุข โดยมุ่งท่ีการส่งเสริมการเรียนรู้เพ่ือรู้ (Learning to Know) เน้นองค์ความรู้ การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติจริง (Learning to Do) เน้นการพัฒนาทักษะ พัฒนาสมรรถนะ และศักยภาพตนเอง การเรียนรู้เพื่อชีวิต (Learning to Be) เป็นการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างเป็นองค์รวม และการปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การเรียนรู้ท่ีจะอยู่ ร่วมกัน (Learning to Live Together) เน้นการเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พึ่งพากันและกัน การเรียนรู้ที่จะ เปล่ียนแปลง (Learning to Change) พัฒนาศักยภาพทางความคิด การตัดสินใจ และการเรียนรู้ด้วยตนเอง การ เรียนรู้เพื่อความยั่งยืน (Learning for Sustainable) สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ให้เกิด ประโยชนต์ ่อตนเองและผู้อน่ื ไดอ้ ย่างสอดคล้องและเหมาะสม 17
๓) ขั้นตอนการดาเนินงานพฒั นา - ลาดับขั้นตอนการดาเนินการพัฒนา และหาคุณภาพตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการพัฒนานาสู่ผลสาเร็จ ตามเปา้ หมาย วธิ ีดำเนินกำร ดาเนินการตามกิจกรรมท่ีออกแบบกาหนดไว้ทุกข้ันตอนและมีการปรับปรุงตลอดจนการพัฒนาอย่าง ต่อเน่อื ง โดยใช้วงจร PDCA ( Plan – Do – Check – Act) นวตั กรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สูก่ ารพฒั นา คุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ เป็นการหลอมรวมจุดเด่นของ SBM (School-Base Management) RBM (Results Based Management) และการจัดการเรียนการสอนโดย NEW DLTV และทักษะ ทสี่ าคัญและจาเป็นสาหรับศตวรรษที่ ๒๑ เปน็ นวัตกรรมเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาแบบครบวงจรของ โรงเรียนบา้ น ทับศิลา เพ่ือแก้ปัญหาคุณภาพการจัดการศึกษาท่ีตกต่าอยู่ ๑๐ อันดับสุดท้ายของ สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ เสมอมา โดยโรงเรียนบูรณาการนโยบายต้นสังกัด ภารกิจ กิจกรรม ความรับผิดชอบ ทรัพยากร บุคลากร ศาสตร์ทางด้านการบริหารท่ีค้นคว้า มาหลอมรวมเป็นนวัตกรรม เป็นยุทธศาสตร์ในการ ดาเนินงานของโรงเรียนบ้านทับศิลา เน้นการทางานเป็นทีม การยอมรับและการมีส่วนร่วมของผู้มีสว่ นได้ส่วนเสียของ โรงเรียน (Stakenholder) ในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน โดยมีหลกั ในการทางานร่วมกันว่า รว่ มคดิ ร่วมแก้ปัญหา และรว่ มกันภาคภมู ิใจ เนน้ การพัฒนาอยา่ งตอ่ เน่อื ง โดยมีเปา้ หมาย นกั เรยี นสาคญั ที่สดุ 18
19
ระบบบรหิ ารและขอ้ มลู สารสนเทศ เตรยี มการ Plan ๑. วิเคราะหป์ ญั หาและประเมนิ ความตอ้ งการ จาเปน็ ๒. เลอื กทางเลือกในการแก้ปัญหา Do ๓. จดั ทาแผนพัฒนาโรงเรียน (๔ ปี) Check ๔. จดั ทาแผนปฏบิ ตั ิการ (ทุกป)ี เพิม่ เติม Action โครงการการจดั การเรียนรูเ้ พ่ือพฒั นาทักษะใน รายงานผล ศตวรรษที่ ๒๑และการใช้ NEW DLTV เพ่ือ คณุ ภาพการศึกษา 20 การดาเนินงานตามแผนปฏิบัติการ การนิเทศติดตาม ประเมินผลการดาเนินงาน ปรับปรุงแก้ไข ตัง้ เปา้ หมาย ไมพ่ อใจ พอใจ การสรุปผลการดาเนนิ การ รายงานผลการดาเนินการ ประชาสมั พนั ธแ์ ละเผยแพร่ต่อสาธารณชน
๑. วเิ คราะห์ปัญหาและ ๑) วเิ คราะห์ปญั หาและทบทวนประเด็นสาคญั การพัฒนา 21 ประเมินความต้อง การจาเปน็ สาหรับทกั ษะ ๒) ทาความเข้าใจวสิ ัยทศั นแ์ ละภารกจิ ของสถานศกึ ษา ๓) สารวจความต้องการดา้ นการศกึ ษาของผทู้ เี่ ก่ียวข้อง การเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ ๔) จดั ทาภาพรวมของสถานศึกษา ๒. เลอื กทางเลือกในการ ๑) ตัดสนิ ใจเลอื กประเดน็ สาคัญทจี่ ะพฒั นา แก้ปญั หาโดยใช้ NEW DLTV ๒) กาหนดประเด็นสาคัญของการพัฒนา และการจดั การเรียนการสอน ๓) กาหนดเปา้ หมายการพัฒนา เพ่ือพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ๔) กาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา ในศตวรรษที่ ๒๑ ๑) แตง่ ต้งั คณะกรรมการจัดทาแผนปฏบิ ัตกิ าร ๒) ทาความเข้าใจในบทบาทหนา้ ที่ความรับผิดชอบ ๓. จดั ทาแผนปฏิบัตกิ ารและ ๓) ประสานความรว่ มมือทางวชิ าการจากผู้เชี่ยวชาญ วางแผนสรา้ งนวตั กรรม ๔) คณะกรรมการการประชมุ วางแผนการดาเนนิ งาน ๑) ประชมุ ผูร้ บั ผิดชอบให้มีความเขา้ ใจขอบข่ายภารกจิ ๔. ดาเนินงานตามแผนปฏิบัติการ ง๒า)นประชมุ มอบหมายงานและทาความเข้าใจแผนงาน และดาเนินการตามนวัตกรรม ๓) ดาเนนิ งานตามแผนปฏบิ ัติการ ๕. นิเทศ ติดตามและ ๑) แตง่ ตั้งคณะกรรมการกากับ ตดิ ตาม นเิ ทศงาน ประเมนิ ผลการดาเนนิ งานและ ๒) ประชุมประเมินผลระหว่างดาเนินการ ๓) ดาเนนิ งานตามแผนปฏบิ ตั กิ ารตอ่ ในภาคเรยี นที่ 2 การนานวัตกรรมไปใช้ ๔) ประเมินผลเม่ือสิน้ สดุ โครงการและส้นิ ปีการศึกษา ๑) สรุปผลการดาเนนิ งาน ๖. สรุปผลและรายงาน ๒) จัดทาเป็นรายงานการดาเนินงานประจาปี คุณภาพการศกึ ษาและผล ๓) ประชาสัมพนั ธแ์ ละเผยแพร่ตอ่ สาธารณชน การใช้นวัตกรรม
ผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกหน่วยงานมีส่วนร่วมในการวางแผนการดาเนินการ ประเมินและสรุป โดยมีการ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการสรา้ ง การใช้และการประเมิน นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การ พัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ มีผู้อานวยการสถานศึกษา คณะครู คณะกรรมการ สถานศึกษา ผู้ปกครอง ศึกษานิเทศก์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบลช่องสะเดา คณะกรรมการเครือข่ายวังด้ง-ช่อง สะเดา และตวั แทนเข่อื นท่าทุ่งนา ๔) ผลงานทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการดาเนินงาน - ผลงานที่เป็นชิ้นงานนวัตกรรม และผลการใช้นวัตกรรมที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ชุมชน หรอื ผ้มู ีสว่ นเกี่ยวข้องในด้านพฤติกรรม พัฒนาการหรอื การเรยี นรู้ ผลกำรนำไปใช้ ผลการปฏิบัติตามกจิ กรรมท่ีออกแบบครอบคลุมและเป็นไปตามวัตถุประสงค์โดยมีหลักฐานหรือข้อมูลประกอบ ใน ภาพรวมขององค์กร ทแ่ี ลดูเหมอื นเห่ียวเฉา ไร้กาลังใจ เพราะโรงเรียนขนาดเล็กขาดแคลนทุกด้าน รอเวลายุบรวมหรือ ยุบโรงเรียน ผลการสอบ O-NET และ NT อยู่ลาดับท้ายสุดของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ แต่หลังจากนานวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ ไปใช้ผสมผสานสอดคล้องกับกิจกรรมการดาเนินงานของโรงเรียน ปรากฏว่าผลลัพธ์ท่ีได้ตอบ โจทย์และสามารถแก้ปัญหาที่มีได้อย่างครบถ้วน แก้ปัญหาหรือพัฒนากลุ่มเป้าหมายได้ตรงตามวัตถุประสงค์และ เปา้ หมายอย่างครบถ้วน โดยมีขอ้ มลู แสดงให้เห็นการ เปลีย่ นแปลงในทางท่ดี ีขึน้ มาก ๑. โรงเรยี นมกี ารทางานเปน็ ทมี รว่ มคิด ร่วมทา รว่ มรับผิดชอบ ๒. ครูสามารถใช้สื่อ NEW DLTV ในการเรยี นการสอนอยา่ งเปน็ ระบบครบวงจร ๓. ครูท่ีหมดกาลงั ใจ กลับมามีกาลังใจฮกึ เหิมในการทางานอีกครง้ั เพราะรู้สกึ ว่าตนเองเป็นคนสาคัญและเปน็ สว่ น หน่ึงขององค์กร ๔. ครูมที ักษะการปรับตวั ให้เขา้ กับสถานการณ์ทง้ั ในการการทางานเปน็ ทีมและในช้นั เรียน ๕. ชุมชนเข้ามามีส่วนรว่ มในการจัดการศกึ ษาเพ่ิมขึน้ ๖. การดาเนินกิจกรรมทุกอย่างในโรงเรียน ทุกฝ่ายสามารถใช้หลักการบูรณาการเพ่ือให้งานสาเร็จตาม วัตถปุ ระสงค์ ๗. งานที่ไดร้ ับมอบหมายไม่คัง่ คา้ ง ทุกคนตา่ งมคี วามรบั ผดิ ชอบมากข้ึนเพ่ือเปา้ หมายที่ตัง้ ไวข้ องโรงเรียน ๘. ครูมีการปรับตัวเข้าหากัน ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทาให้มีความสามัคคี จนเกิดเป็นชุมชนแห่งการแลกเปล่ียน เรยี นรู้ทางวิชาชพี Professional Learning Community (PLC) ๙. ครยู อมรบั นวตั กรรมทางเทคโนโลยี ในการเรียนการสอน สามารถใช้ DLTV มาเปน็ สื่อช่วยสอน ๑๐.นักเรียนมีผลสมั ฤทธิ์ทางการสอบ O-NET เพ่ิมขึ้น กว่าปีท่ผี ่านมา และกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย สงู กวา่ ระดับประเทศ ๑๑.นักเรยี นมีผลสมั ฤทธิท์ างการสอบ NT รวม ๓ ดา้ น สงู กว่าระดับประเทศ 22
๑๒.ครูและนักเรียนมีความกล้าที่จะอออกมาสู่โลกภายนอก ในการประกวดโครงงาน และแข่งขันทักษะทาง วิชาการ ๑๓.นักเรยี นได้รางวัลชนะเลศิ การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ระดับเขตพืน้ ท่กี ารศึกษา ๑๔.นกั เรียนไดร้ างวัลเหรียญเงนิ การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ระดับเขตพื้นท่ีการศกึ ษา ๑๕.ครจู ัดกจิ กรรมการใหน้ กั เรียนเกดิ ทักษะการเรียนรู้ สาหรับศตวรรษที่ ๒๑ ๑๖.นักเรยี นมที กั ษะการเรยี นรู้ สาหรบั ศตวรรษที่ ๒๑ สรปุ ผล แบบสอบถามความพึงพอใจตอ่ นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคณุ ภาพ การศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี 21 ของผู้ปกครองนักเรียน จานวน 41 คน ขอ้ ความ ระดบั ความพึงพอใจ มากทสี่ ุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยท่ีสุด คา่ เฉลย่ี (1) 3.78 (5) (4) (3) (2) 0 3.60 0 3.41 1. โรงเรียนมีการนาเทคโนโลยีมาใช้ในการ 6 22 11 2 3.36 0 3.60 พฒั นาการเรยี นการสอน (New DLTV) 0 4.02 0 3.29 2. มกี ารจัดกิจกรรมท่สี ง่ เสริมการเรยี นการ 0 25 16 0 0 3.24 0 3.39 สอนทเี่ ปน็ ประโยชน์แก่นกั เรียน และสามารถ 0 4.36 0 3.56 นาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั 0 23 3. ครใู ห้นักเรียนใช้เทคโนโลยใี นการสืบค้น 0 19 20 2 0 ขอ้ มลู และสร้างองคค์ วามรู้ 4. การรายงานผลการเรียนของนักเรียนมี 7 10 21 0 ความชัดเจน 5. ครฝู กึ ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ 3 19 19 0 6. ครูมกี จิ กรรมทสี่ นกุ และเพม่ิ ทักษะการ 11 20 10 0 เรียนรโู้ ดยให้ลงมือปฏิบัติ 7. ครูประพฤติตนอันเปน็ แบบอย่างทดี่ แี ก่ 2 11 25 3 นกั เรยี น 8. ครมู ีความกระตอื รอื ร้น และต้งั ใจทจ่ี ะ 5 5 26 5 ชว่ ยเหลอื นักเรยี นเม่อื มีปัญหา 9. กระบวนการเรยี นการสอนของครูเนน้ 0 16 25 0 ทกั ษะการเรยี นรูส้ าหรบั ศตวรรษท่ี 21 10. โรงเรยี นนาความคดิ เห็น และ 4 21 16 0 ข้อเสนอแนะของผู้ปกครองมาดาเนินการ ปรับปรุงการบรหิ ารงานของโรงเรียน 11. โรงเรยี นจดั ประชุม ชี้แจง ให้ความรใู้ น 2 19 20 0 การจัดการศกึ ษาของโรงเรียนแก่ผู้ปกครอง อย่างต่อเน่ือง เกณฑร์ ะดับความคิดเห็นจากคา่ เฉลย่ี ค่าเฉล่ีย ตง้ั แต่ข้นึ ไป 3.00 พงึ พอใจมากทสี่ ุด 2.50-2.99 พึงพอใจมาก 2.00-2.49 พงึ พอใจปานกลาง 1.50-1.99 พึงพอใจน้อย นอ้ ยกว่า 1.50 พึงพอใจน้อยทสี่ ุด
จากแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองจากการใช้นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่ การพฒั นาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ 21 มีความพงึ พอใจมากท่ีสุด คิดเปน็ คา่ เฉลยี่ ได้ 3.60, 3.41, 3.36, 3.29, 3.24, 3.39, 3.56 ตามลาดบั ความพงึ พอใจมาก คิดเปน็ คา่ เฉล่ีย ได้ 2.87 สรปุ ผล แบบสอบถามความพงึ พอใจต่อการใช้นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL ส่กู ารพัฒนาคุณภาพ การศกึ ษาแบบครบวงจร สาหรบั ศตวรรษที่ 21 ของนักเรยี น จานวน 41 คน ขอ้ ความ ระดับความพงึ พอใจ มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยที่สดุ คา่ เฉล่ยี (5) (4) (3) (2) (1) 1. บทเรยี นได้รบั การออกแบบใหผ้ ู้เรียน 0 10 20 11 0 2.97 คน้ หาเน้ือหาไดง้ ่าย และตรงตามความ ต้องการ 2. คาแนะนาในการเรียนร้เู หมาะสม เข้าใจ 5 5 26 5 0 3.24 งา่ ย 3. ภาพที่ใชใ้ นบทเรียนมคี วามนา่ สนใจ 0 4 16 21 0 2.58 สอดคลอ้ งกบั เนอื้ หา และส่งเสริมการเรยี นรู้ 4. ลักษณะ ขนาด และสีตัวอกั ษรท่ีใช้มีความ 0 20 11 10 0 3.24 เหมาะสมชัดเจน สวยงาม อา่ นง่าย 5. การจัดองคป์ ระกอบทางศิลปะในบทเรยี น 7 10 21 0 0 3.36 มีความเหมาะสม สะดุดตา น่าสนใจ นา่ ตดิ ตาม 6. บทเรยี นมีความยืดหยุ่น สนองความ 2 11 25 3 0 3.29 แตกต่างระหวา่ งบุคคล ผเู้ รียนสามารถ ควบคุมลาดบั เน้อื หา ลาดับการเรยี นได้ 7. มีเนอ้ื หา และสารสนเทศท่ีพอเพยี งสาหรบั 0 11 30 0 0 3.26 การทา ความเข้าใจ และการค้นหาคาตอบ 8. ภาษาท่ใี ช้สอ่ื ได้ตรงกบั เรือ่ งท่เี รียน 0 0 20 21 0 2.48 9. เนือ้ หามีความกะทัดรัด ชดั เจน เป็นลาดับ 0 12 12 17 0 2.87 ขน้ั ง่ายต่อการทาความเข้าใจ เชอ่ื มโยง ความรเู้ ดิมกบั ความร้ใู หม่ 10. เนื้อหามีความยากงา่ ยเหมาะสมกับ 0 19 20 2 0 3.41 ผู้เรียน 11. เน้อื หา และแบบทดสอบกระตนุ้ ให้ 4 10 17 10 0 3.19 เรียนรู้ดว้ ยตนเอง เกณฑ์ระดับความคดิ เห็นจากค่าเฉลย่ี คา่ เฉลี่ย ต้งั แต่ข้ึนไป 3.00 พงึ พอใจมากทสี่ ดุ 2.50-2.99 พึงพอใจมาก 2.00-2.49 พงึ พอใจปานกลาง 1.50-1.99 พึงพอใจนอ้ ย นอ้ ยกว่า 1.50 พึงพอใจนอ้ ยทีส่ ุด จากแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนจากการเรียนนวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนา คุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี 21 มีความพึงพอใจมากท่ีสุด คิดเป็นค่าเฉลี่ย ได้ 3.24, 3.36, 3.29, 3.26 3.41, 3.19 ตามลาดับ ความพงึ พอใจมาก คิดเป็นค่าเฉลย่ี ได้ 2.97, 2.58 ตามลาดบั ความพงึ พอใจปานกลาง ได้ 2.48 24
สรปุ ผล แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคณุ ภาพ การศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี 21 ของครผู ้สู อน จานวน 5 คน ขอ้ ความ ระดับความพึงพอใจ มาก ปานกลาง น้อย มากที่สุด (4) (3) (2) น้อยทส่ี ดุ ค่าเฉลี่ย 410 (1) 3.80 (5) 0 221 3.20 1.ท่านเกดิ ความตระหนกั และความรู้ ความ 0 0 140 3.20 เข้าใจเก่ียวกับนโยบายการจดั การศกึ ษา 0 032 2.6 ทางไกลผ่านดาวเทียมเพยี งใด 0 2.80 122 0 3.20 2.ท่านมีความเขา้ ใจเกย่ี วกับการจัดการ 0 0 140 เรียนรูข้ องครโู รงเรียนปลายทางโดยใช้ พงึ พอใจมากทสี่ ดุ การศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี มเพียงใด พึงพอใจมาก พงึ พอใจปานกลาง 3. ทา่ นเกิดความตระหนกั และความรู้ ความ 0 พึงพอใจน้อย พึงพอใจน้อยทีส่ ดุ เขา้ ใจเกยี่ วกบั ทักษะการเรียนรสู้ าหรับ ศตวรรษท่ี 21 เพียงใด 4.เส้นทางสู่ความสาเร็จในการจดั การศกึ ษา 0 ทางไกล 5.เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคณุ ภาพการ 0 เรยี นการสอนสาหรับโรงเรียนขนาดเล็ก 6.เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคณุ ภาพ 0 ผู้เรียน เกณฑร์ ะดับความคิดเหน็ จากคา่ เฉล่ีย ค่าเฉล่ีย ต้งั แต่ขึน้ ไป 3.00 2.50-2.99 2.00-2.49 1.50-1.99 น้อยกว่า 1.50 จากแบบประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอนต่อนวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนา คุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี 21 มีความพึงพอใจมากท่ีสุด คิดเป็นค่าเฉล่ีย ได้ 3.80, 3.20 ตามลาดบั ความพึงพอใจมาก คดิ เป็นค่าเฉล่ยี ได้ 2.60, 2.80 ตามลาดับ 25
แผนภูมิท่ี 1 แผนภูมแสดงความพึงพอใจต่อนวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนา คณุ ภาพการศกึ ษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี 21 ของผู้ปกครอง รปผลกำร ำ ผ้ปก ร 30 25 20 15 10 5 0 จากแผนภูมิที่ 1 แสดงค่าเฉล่ีย จากแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อ นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพฒั นาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ 21 มีความพึงพอใจมากที่สุด คิดเป็นค่าเฉล่ีย ได้ 3.60, 3.41, 3.36, 3.29, 3.24, 3.39, 3.56 ตามลาดับ ความพึงพอใจมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ย ได้ 2.87 แผนภูมิท่ี 2 แผนภูมแสดงความพึงพอใจต่อนวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนา คุณภาพการศกึ ษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ 21 ของนักเรยี น รปผล ำ นกเรี น 35 30 25 20 15 10 5 0 26
จากแผนภูมิที่ 2 แสดงค่าเฉล่ียจากแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนจากการเรียนด้วย นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี 21 มีความพึงพอใจมากที่สุด คิดเป็นค่าเฉลี่ย ได้ 3.24, 3.36, 3.29, 3.26 3.41, 3.19 ตามลาดับ ความพึงพอใจมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ย ได้ 2.97, 2.58 ตามลาดับ ความพงึ พอใจปานกลาง ได้ 2.48 แผนภมู ทิ ี่ 3 แผนภมู แสดงความพงึ พอใจต่อนวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพฒั นา คณุ ภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ 21 ของครู รปผล ำ รผ้ น 4.5 4 3.5 3 2.5 2 1.5 1 0.5 0 จากแผนภูมิที่ 3 แสดงค่าเฉล่ียจากแบบประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอนต่อนวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ 21 มีความพึงพอใจมากท่ีสุด คดิ เปน็ คา่ เฉลย่ี ได้ 3.80, 3.20 ตามลาดับ ความพึงพอใจมาก คดิ เป็นค่าเฉลีย่ ได้ 2.60, 2.80 ตามลาดบั ๕) สรปุ สงิ่ ท่เี รยี นรู้และการปรับปรงุ ใหด้ ขี ้นึ - ข้อคิด ประสบการณ์ องค์ความรู้ท่ีได้จากการพัฒนา รวมท้ังปัญหาท่ีเกิดและการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาผลงานนวัตกรรมให้ดขี ึ้น นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับ ศตวรรษที่ ๒๑ เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้ารูปแบบ วิธีการและกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาในทุกๆด้านของ โรงเรียนบ้านทับศิลา ซึง่ เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ ซึ่ง จากสภาพบริบทของโรงเรียนบ้านทับศิลา หมู่ ๗ ตาบลช่องสะเดา อาเภอเมืองกาญจนบุรี เป็นชุมชนขนาดเล็ก อยู่ ห่างไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๕๕ กิโลเมตร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขาดขวัญและกาลังใจที่จะ 27
ทางาน ผู้บริหารส่วนใหญ่ที่ได้มาบรรจุแต่งตั้ง ทางานได้ไม่นานก็เขียนย้ายกลับภูมิลาเนา ทาให้โรงเรียนบ้านทับศิลา ขาดผู้นา ในภาพรวมของการบริหารงานจัดการศึกษาของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ พบว่า หลายปีที่ผ่านมา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่าเป็น ๑๐ ลาดับสุดท้ายของการสอบวัดและ ประเมินผล ทั้งการสอบวัดความสามารถพ้ืนฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และการทดสอบการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน O-NET ( Ordinary National Education Test) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖ ทถ่ี ูกจดั สอบขนึ้ โดยสถาบันทดสอบทางการศกึ ษาแห่งชาติ ดังน้ัน จึงมีการศึกษาค้นคว้ารูปแบบ วิธีการ และกลยุทธ์ เพื่อมาพัฒนาการโรงเรียนบ้าน ทับศิลา โดยมี จุดประสงค์เพ่ือให้โรงเรียนบ้านทับศิลามีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างเป็นสากล นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข มที กั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ครูมคี วามเป็นมืออาชีพ จากผลการพัฒนานวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบ วงจร สาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ผลการสอบวัดความสามารถพ้ืนฐานของ ผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ สูงกว่าระดับประเทศท้ัง ๓ ด้าน และการทดสอบ การศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET ( Ordinary National Education Test) ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ วิชา ภาษาไทย สูงกว่าระดับประเทศ และวิชาอื่นๆมีค่าเฉล่ียที่สูงข้ึน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญและ กาลังใจในการทางาน โรงเรียนบ้านทับศิลา มีการพัฒนาในทุกด้านเพิ่มข้ึน และชุมชนมีความศรัทธามากขึ้น โรงเรียน เปน็ โรงเรยี นขนาดเลก็ ทม่ี ีคุณภาพตามจุดมุ่งหมายของสานักงานคณะกรรมการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน การประยุกต์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสม คุ้มค่า สอดคล้องกับบริบทของหน่วยงาน ปัจจัยสาคัญที่ สรรค์สร้างให้เกิดนวัตกรรมก็คือ คน ปัญญาความรู้ และทักษะความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ เป็นหัวใจหลัก ของการสร้างประสิทธิภาพ(Efficiency)ของการทางาน และขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ดังน้ันทรัพยากร คน และเทคนิคทางจิตวิทยาองค์กร และ KM (Knowledge Management ) จึงเป็นทรัพยากรที่สาคัญในการพัฒนา นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ กระบวนการพัฒนานวัตกรรมก่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนร้รู ่วมกันทั้งหน่วยงาน ขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรม ใช้ วงจร PDCA - Plan (วางแผน), Do (ปฏิบัติ), Check (ตรวจสอบ) และ Act (การดาเนินการให้เหมาะสม) และ กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การนาไปใช้ ง่ายและ สะดวก เมื่อทุกคนท่ีมีส่วนร่วมรู้และเข้าใจในสภาพบริบทและจุดประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรมเพ่ือแก้ปัญหา โรงเรียนแล้ว การนาไปใช้ก็คือ การนานวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา แบบครบวงจร สาหรบั ศตวรรษท่ี ๒๑ ไปประยุกต์ในขนั้ ตอนกระบวนการทางานปกติ งานบริหารวิชาการ งานบรหิ าร งบประมาณ งานบริหารบุคคล งานบริหารทั่วไป และใช้ในการพัฒนาองค์กร เป็นวงจรท่ีเชื่อมถึงและสัมพันธ์กัน มี เป้าหมายอย่างเดียวกัน นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ สามารถยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของครูให้สูงขึ้น ครูมีขวัญกาลังและค่านิยม การทางานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ การพัฒนาผู้เรยี นใหม้ ีทกั ษะการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ นัน้ ต้องใหค้ วามสาคญั กับทง้ั ระบบ โดย การบูรณาการประเด็นดังกล่าวในมาตรฐานการจัดการเรียนการสอน การใช้สื่อเทคโนโลยี การใช้ส่ือทางไกลผ่าน ดาวเทียม (New Dltv) ในการเรียนการสอนของโรงเรียนขนาดเล็ก และการวัดและการประเมินผล หลักสูตรการ เรียนรู้ การจัดการเรียนการสอน การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ และการพัฒนาครูผู้สอน เพ่ือก่อเกิดผลลัพธ์การ 28
เรียนรู้ที่จาเป็นและการพัฒนาผู้เรยี นที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลท่ีพึงประสงค์ ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ใน ศตวรรษท่ี ๒๑ การให้ความสาคัญกับกิจกรรมเสริมหลักสูตรท้ังในระบบ นอกระบบ และอัธยาศัยเป็นการช่วย เสรมิ สรา้ งทกั ษะการเรยี นรสู้ าหรบั ผู้เรยี นในโรงเรยี นไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ๖) การขยายผลและเผยแพร่ผลการพฒั นา - นารูปแบบ วิธีการพฒั นาไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายอน่ื ๆ ภายใต้บริบทเดียวกัน เผยแพรผ่ ลการพฒั นาใน รูปแบบต่าง ๆ สู่เพื่อนรว่ มวิชาชีพ วิธกี าร และผลการเผยแพร่นวตั กรรม ๖. ข้อเสนอแนะและแนวทางการพฒั นาอยา่ งต่อเนอ่ื ง -ระบุข้อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนาที่เป็นผลสืบเน่ืองจากข้อค้นพบ ผลกระทบที่เกิดจากการคิดค้น หรือ พัฒนาผลงานนวัตกรรมในครงั้ น้ี จากผลการพัฒนานวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ ๒๑ พบว่า นักเรียนมีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้น ผลการสอบวัดความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน ระดับชาติ (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ สูงกว่าระดับประเทศท้ัง ๓ ด้าน และการทดสอบการศึกษา ระดับชาติขั้นพ้ืนฐาน O-NET ( Ordinary National Education Test) ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ วิชาภาษาไทย สูงกว่า ระดับประเทศ และวิชาอื่นๆมีค่าเฉล่ียที่สูงขึ้น ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญและกาลังใจในการ ทางาน โรงเรียนบ้านทับศิลา มีการพัฒนาในทุกด้านเพ่ิมข้ึน และชุมชนมีความศรัทธามากขึ้น โรงเรียนเป็นโรงเรียน ขนาดเล็กที่มีคุณภาพตามจุดมุ่งหมายของสานักงานคณะกรรมการศึกษาข้ันพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ 29
อย่างเหมาะสม คุ้มค่า สอดคล้องกับบริบทของหนว่ ยงาน ปัจจัยสาคัญท่ีสรรค์สร้างให้เกิดนวัตกรรมกค็ ือ คน ปัญญา ความรู้ และทกั ษะความสามารถของทรพั ยากรมนุษย์ เป็นหัวใจหลกั ของการสร้างประสิทธิภาพ(Efficiency)ของการ ทางาน และขับเคล่ือนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ดังนั้นทรัพยากรคน และเทคนิคทางจิตวิทยาองค์กร และ KM (Knowledge Management ) จึงเป็นทรัพยากรท่ีสาคัญในการพัฒนานวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ ๒๑ กระบวนการพัฒนานวัตกรรมก่อให้เกิด ประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกันทั้งหน่วยงาน ข้ันตอนการพัฒนานวัตกรรม ใช้วงจร PDCA - Plan (วางแผน), Do (ปฏิบัติ), Check (ตรวจสอบ) และ Act (การดาเนินการให้เหมาะสม) และกระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ทางวชิ าชพี การนาไปใช้ ง่ายและสะดวก เมื่อทุกคนที่มสี ่วนร่วมรู้และ เข้าใจในสภาพบริบทและจุดประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรมเพ่ือแก้ปัญหาโรงเรียนแล้ว การนาไปใช้ก็คือ การนา นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ ๒๑ ไปประยุกต์ในข้ันตอนกระบวนการทางานปกติ งานบริหารวิชาการ งานบริหารงบประมาณ งานบริหารบุคคล งาน บริหารทั่วไป และใช้ในการพัฒนาองค์กร เป็นวงจรท่ีเชื่อมถึงและสัมพันธ์กัน มีเป้าหมายอย่างเดียวกัน นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษที่ ๒๑ สามารถ ยกระดบั คณุ ภาพการจดั การเรยี นการสอนของครูใหส้ ูงขนึ้ ครูมีขวญั กาลงั และค่านยิ มการทางานแบบมุ่งผลสัมฤทธ์ิ ๗. จดุ เด่น หรอื ลกั ษณะพิเศษของผลงานนวัตกรรม - ระบรุ ายละเอียดท่ีแสดงถงึ จุดเด่น หรือลักษณะพิเศษของผลงานหนึ่งโรงเรียน หนง่ึ นวัตกรรมท่ีส่งเข้ารับการคัด สรร เชน่ ความโดดเด่น ความแตกตา่ งหรอื ความแปลกใหม่จากผลงานอื่นๆ รางวลั ต่าง ๆ ทีเ่ คยไดร้ บั ในระดบั ประเทศ และระดับนานาชาติ ๑. นวัตกรรม THAPSILA INNOTECH MODEL สู่การพฒั นาคุณภาพการศึกษาแบบครบวงจร สาหรับศตวรรษ ที่ ๒๑ เป็นนวตั กรรมที่สอดคลอ้ งและเหมาะสมกับการบริหารจดั การศกึ ษาโรงเรยี นขนาดเล็ก ในมติ ขิ อง นามธรรม และมติ ิของรปู ธรรม กลา่ วคือ เป็นนวัตกรรมเชิงวิธีการ ทส่ี ามารถนามาใชบ้ ูรณาการให้สอดคล้อง กับสภาพปัญหาท่ีเป็นอยู่ของโรงเรยี นบ้านทบั ศลิ า เป็นการสรา้ งคุณค่าและเอกลักษณ์ให้กบั องคก์ ร ทาให้ บคุ ลากรในองค์กรปรับเปลี่ยนตนเองตามวงจรการพัฒนาของนวัตกรรม อีกทง้ั นวัตกรรมนี้ ยงั เปน็ ศิลปะการ บรหิ ารองค์อีกดว้ ย ๒. ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ใหจ้ งั หวัดกาญจนบรุ ี เป็นพนื้ ทนี่ วัตกรรมทางการศึกษา ทางโรงเรียน บ้านทับศิลา จงึ ดาเนินการพัฒนานวัตกรรมนีข้ ึ้นมา ซึ่งมจี ุดเดน่ ดงั นี้ ๒.๑ เสริมทักษะศตวรรษที่ ๒๑ ตามบรบิ ทของพน้ื ท่ี ๒.๒ จดั หาสอื่ การสอนรูปแบบใหมโ่ ดยใชเ้ ทคโนโลยี NEW DLTV ท่มี ีใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสดุ ๒.๓ ลดความเหลื่อมลา้ ทางการศึกษา ๒.๔ เพมิ่ ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนรขู้ องนักเรียน 30
Search
Read the Text Version
- 1 - 32
Pages: