1) อาการทางกาย (physical symptoms) เช่น การระคายเคอื งตา จมูก และคอ ปวดศีรษะ คล่นื ไส้ ไอ คดั จมูก หายใจสน้ั หอบหืดท่เี ป็นรุนแรงข้นึ กวา่ เดมิ ของผูป้ ่วยดว้ ยโรคดงั กลา่ วอยู่แลว้ 2) อาการทางจติ ใจ (mental symptoms) เช่น มคี วามเครยี ดสูงอ่อนเพลยี มาก เซ่อื งซมึ ขาดความกระตอื รือรน้ มคี วามรูส้ กึ สบั สน และจากการศึกษาพบว่าความระคายเคือง บริเวณจมูกซ่ึงเป็นอาการทางกายเป็ นสาเหตุทาใหร้ ะดบั อเดรนาลนี (adrenaline) สูงข้นึ ส่งผลใหเ้ กิดความรูส้ กึโกรธ อารมณเ์ สยี และฉุนเฉียวได้ Page 5511
ลกั ษณะของเหตรุ ำคำญ ตำมมำตรำ 25(1) แหล่งน้ำ ทำงระบำยน้ำ/ ที่อำบน้ำ ทำเลไม่เหมำะสม กล่ินเหมน็ /ส้วม/ที่ใส่มลู เถ้ำ สถำนที่อ่ืนใด สกปรก/หมกั หมม ละอองพิษ ที่เพำะพนั ธ์ุ(2) กำรเลี้ยงสตั ว์ ในท่ี/โดยวิธีใด จนเป็ นเหตุ /มำกเกินไป ให้เสื่อมหรอื(3) อำคำร/ เป็นอนั ตรำยโรงงำน ไมม่ ี กำรระบำยอำกำศ ต่อสขุ ภำพ/สถำนประกอบกำร กำรระบำยน้ำทิ้ง กำรกำจดั สิ่งปฏิกลู กำรควบคมุ สำรพิษ มี แต่ไมม่ ีกำรควบคมุ จนเกิด กลิ่นเหมน็ /ละอองสำรพิษ(4) กำรกระทำใด ให้เกิด กลิ่น แสง รงั สี เสียง ควำมร้อน สิ่งมีพิษ ควำมสนั่ สะเทือน ฝ่นุ ละออง เขม่ำ เถำ้ หรือกรณีอ่ืนใด(5) เหตอุ ื่นใดศนูทย่ีรกฐ์ั ฎมหนมตารยี ปสรธะ.กกำรศมใอนนราำมชยั กิจจำนุเบกษำ Page 525
มีเหตุเกดิ ข้ึน เหตุทีเ่ กดิ นน้ั อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความเดือดร้อนแกผ่ ู้อยู่อาศยั ในบรเิ วณ ใกล้เคียงหรือผู้ท่ตี ้องประสบกับเหตนุ ัน้ จนเป็นเหตุให้เสือ่ มหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หมายเหตุ - เหตุ น. สง่ิ หรือเรอื่ งท่ีทาํ ใหเ้ กิดผล - เดอื ดร้อน ก. เป็นทกุ ขก์ งั วลไมเ่ ป็นสขุ / - ประสบ ก. พบ, พบปะ, พบเหน็ - เสอ่ื ม ก. น้อยลง, หย่อนลง /- อันตราย น. เหตุทอ่ี าจทาํ ให้ถึงแก่ความตายหรอื พินาศ Page 53
การควบคมุ ของเจา้ พนักงานทอ้ งถิน่ เหตุราคาญเกดิ หรืออาจเกดิ ขึ้นในที่/ทางสาธารณะ จพง.ท้องถิน่ เกิดขน้ึ ในสถานทเ่ี อกชน มอี านาจ สง่ั เป็นหนงั สอื ใหเ้ จา้ ของ/ ส่ังเป็นหนงั สอื ให้บคุ คลที่ ผู้ครอบครองสถานทร่ี ะงบั / กอ่ เหตรุ ะงับ/ ปอ้ งกนั แก้ไขภายในเวลาอนั สมควร ภายในเวลาอนั สมควร ถ้าไม่แก้ไขและอาจ ถา้ เป็นกรณที อี่ าจ ถ้าไมแ่ ก้ไข เปน็ อนั ตรายรา้ ยแรง เป็นอันตรายรา้ ยแรง เขา้ ไประงบั / จดั การได้เขา้ ไประงบั / จัดการได้ ส่ังห้ามใช/้ ยนิ ยอม โดยเจ้าของ/ ผู้ครอบครองโดยบุคคลกอ่ เหตเุ ปน็ ให้ใชส้ ถานทนี่ ัน้ ถา้ เกยี่ วข้องตอ้ งเสียPคaา่ gใชeจ้ ่า5ย4 จนกว่าแกไ้ ขได้ ผูเ้ สยี คา่ ใชจ้ ่าย
หลกั ในกำรวินิจฉัยเหตรุ ำคำญ ส่งผลกระทบต่อ กำรตรวจวดั ทำง สขุ ภำพ/ก่อให้เกิด วิทยำศำสตรเ์ ทียบเคียง อนั ตรำยต่อสขุ ภำพ มำตรฐำนทำง ส่ิงแวดล้อม/สขุ ภำพ มีผลกระทบต่อสภำวะ ควำมเป็นอย่ทู ่ี หลกั วิญญชู นทวั่ ไป (บคุ คลผรู้ ผู้ ิดร้ชู อบตำม เหมำะสมกบั กำรดำรง ปรกติ) ชีพของประชำชน/ ผเู้ ชี่ยวชำญ/อำจำรยจ์ ำก สภำวะควำมเป็ นอยู่ สถำบนั กำรศึกษำ โดยปกติของประชำชน Page 55
กฎหมำยที่เก่ียวข้องกบั กำรจดั กำรเหตรุ ำคำญ พระรำชบญั ญตั ิโรงงำน พ.ศ. 2535 พระรำชบญั ญตั ิควบคมุ อำคำร พ.ศ. 2522 พระรำชบญั ญตั ิส่งเสริมและรกั ษำคุณภำพสิ่งแวดล้อม แห่งชำติ พ.ศ. 2535 พระรำชบญั ญตั ิรกั ษำควำมสะอำดและควำมเป็ นระเบียบ เรียบรอ้ ยของบำ้ นเมอื ง พ.ศ. 2535 พระรำชบญั ญตั ิผงั เมือง ฯลฯ Page 56
ระบบกำรจดั กำรเหตรุ ำคำญ กระบวนการ วธิ ีการ และแนวทางในการจัดการปัญหาเหตุราคาญ ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข อย่างมีระเบยี บแบบแผน บรรลุสู่เป้ าหมาย องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ หรือหน่วยงานท่เี ก่ยี วข้องสามารถแก้ไข/ระงบั ปัญหาเหตุเดือดร้อนราคาญท่เี กดิ ขนึ้ ในพนื้ ท่ไี ด้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบกำร ทำงำน กำร ระบบกำร เจำ้ หน้ำท่ีจดั กำร จดั กำรเหตุ ผรู้ บั ผิดชอบ รำคำญองคป์ ระกอบของระบบการจดั การเหตรุ าคาญ
องคป์ ระกอบที่ 1 : กำรจดั กำร ผู้บรหิ ารขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นบุคคลท่สี าคญั มากในระบบการจดั การเหตรุ าคาญ เพราะหากผบู้ รหิ ารมคี วามตระหนกั และเหน็ ในความสาคญั ของระบบการจดั การเหตุราคาญและกจิ การฯ จะทาใหร้ ะบบการจดั การเหตุราคาญขบั เคล่อื นไดอ้ ย่างรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยการจดั การ ในทน่ี ้ี คอื การกาหนดโครงสรา้ งการปฏบิ ตั งิ านจดั การเหตุราคาญอยา่ งชดั เจน มกี ารมอบหมายงานใหเ้ จา้ หน้าทป่ี ฏบิ ตั งิ านตามบทบาท หน้าท่ี ความรบั ผดิ ชอบ ผบู้ รหิ ารมแี นวนโยบาย ใหก้ ารสนบั สนุนการทางานของเจา้ หน้าท่ี
องคป์ ระกอบท่ี 2 : เจ้ำหน้ำที่ผรู้ บั ผิดชอบ การจดั การปญั หาเหตุราคาญต้องเจ้าหน้าท่ีรบั ผิดชอบท่ีชัดเจน โดยอาจดาเนินการในรูปแบบคณะทางาน คณะกรรมการ หรอื บุคคล ขน้ึ กบั ลกั ษณะการบรหิ ารงานของพน้ื ท่ี และเจา้ หน้าทร่ี ับผดิ ชอบน้ีตอ้ งเป็นผทู้ ม่ี คี วามรู้ ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ าน - การควบคมุ และจดั การปญั หาเหตุราคาญ - เทคนิคการตรวจวนิ ิจฉยั ปญั หาเหตุราคาญและการใชเ้ ครอ่ื งมอื วทิ ยาศาสตร์ - การไกลเ่ กลย่ี ขอ้ พพิ าท กรณเี หตุราคาญ - พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ และกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การจดั การเหตุราคาญและการควบคมุกจิ การทเ่ี ป็นอนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ - การจดั การดา้ นอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม อาชวี อนามยั และความปลอดภยั - กฎหมายและมาตรฐานมลพษิ สงิ่ แวดลอ้ ม “กำรพฒั นำศกั ยภำพเจ้ำหน้ำท่ี ต้องได้รบั กำรสนับสนุนให้มีกำรดำเนินกำรเป็ นประจำและต่อเนื่อง”
องคป์ ระกอบท่ี 3 : ระบบกำรทำงำนระบบปฏิบตั ิกำร ระบบสนับสนุน ระบบรบั เรือ่ ง ระบบป้ องกนั เหตุ รอ้ งเรียน รำคำญ ระบบสอบสวนเหตุ ระบบพฒั นำ รำคำญ กระบวนงำน ระบบเฝ้ ำระวงั เหตุ ระบบกำรตรวจ วิเครำะห์ รำคำญ กรณี ศึกษา
ระบบรบั เร่ืองรอ้ งเรียน เป็ นการเปิ ดช่องทางในการรบั แจ้งปัญหาเหตุราคาญโดยมีการกาหนดเป็ นหน่วยงานหรือสถานที่ท่ีใช้เป็ นศูนยร์ ับเร่ืองร้องเรยี น มเี จ้าหน้าทส่ี าหรบั รองรบั งานรบั เรอ่ื งร้องเรยี น และมีกระบวนการทางานทช่ี ดั เจนอยา่ งเป็ นระบบ เพอ่ื เป็ นศนู ยก์ ลางในการติดต่อ ประสานงาน ติดตามความเคลื่อนไหวการดาเนินการแอกงค้ไป์ขรปะกญั อหบขาองระบบรบั เรอ่ื งรอ้ งเรียน- จดั ตง้ั ศนู ยร์ บั เรอื่ งร้องเรยี นประจาของหน่วยงาน- จดั ให้มชี ่องทางสาหรบั รบั เรอ่ื งร้องเรยี นจากประชาชนและหน่วยงานตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ทางโทรศัพท์ ทางไปรษณยี ์เว็บไซด์ อเี มลล์ ฯลฯ- จดั ให้มเี จ้าหน้าทผ่ี ้รู บั ผดิ ชอบงานรบั เรอื่ งรอ้ งเรยี นโดยเฉพาะ- จดั ให้มกี ารกาหนดขน้ั ตอนการรบั เรอื่ งรอ้ งเรยี นเป็ นลายลกั ษณอ์ กั ษร- จดั ให้มกี ารรวบรวมข้อมลู จดั ทาสถติ ิ และรายงานสถานการณเ์ หตรุ า
รบั แจ้งเรอ่ื ง แผนผงั ของขนั้ ตอนกำรรบั เร่อื ง ร้องเรยี น คดั กรองเรอ่ื งรอ้ งเรยี นเหตุ ไมใ่ ช่ ราคาญ โดยพจิ ารณาจาก ส่งคนื ผู้ร้องเรยี น การไมม่ หี น่วยงานอนื่ เป็ น เพอื่ ไปรอ้ งเรยี น หลกั ในการดาเนนิ งานและ หน่วยงานหลกั ที่ เกย่ี วของกบั ดา้ นสาธารณสุข เกยี่ วข้อง กรใอชก่ขอ้ มลู ในแบบฟอรม์ การรบั เรอื่ ง รอ้ งเรยี น และแบบฟอรม์ สรปุ การรบั เรอื่ งรอ้ งเรยี นส่งเรอ่ื งตอ่ ส่ งรายงานให้ ให้กบั ผ้บู รหิ ารและ หน่วยงานที่ทมี สอบสวนเหตรุ าคาญ เกยี่ วข้อง
ตวั อยา่ งแบบฟอรม์การรบั เรอ่ื งรอ้ งเรยี น
สเกล ความรสู้ ึกรบกวนเรื่องกลนิ่0 ไมม่ กี ลน่ิ ไมร่ สู้ กึ ไดก้ ลน่ิ1 กล่นิ ออ่ นมาก โดยปกตคิ นทวั่ ไปจะไมไ่ ดก้ ลนิ่ แตค่ นท่ีมหี นา้ ท่ีทดสอบ กลนิ่ และคนที่มคี วามรสู้ ึกไวตอ่ กล่นิ เป็ นพิเศษจะรสู้ ึกได้2 กล่ินจาง , กล่นิ อ่อน กลนิ่ ท่ีเกดิ ขน้ึ จะอ่อนหรือจางมาก ซ่ึงหากจะรสู้ กึ ไดจ้ ะตอ้ ง3 มกี ลิน่ ที่รบั ได้ ตง้ั ใจดม มเิ ชน่ นน้ั ก็จะไมท่ ราบวา่ มีกล่นิ ความเขม้ ขน้ ของกลน่ิ อยใู่ นระดบั ปานกลาง ซ่ึงทาใหร้ สู้ ึกว่า ไดก้ ลนิ่ ที่ไมช่ อบ ระดบั กลิ่นท่ีเกดิ ขน้ึ อาจเกิดปัญหารบกวน4 กล่นิ แรง ในชมุ ชนท่ีอาศยั ความเขม้ ขน้ ของกล่ินท่ีเกดิ ขน้ึ จะทาใหร้ สู้ กึ ไดแ้ ละเกดิ ความ เดอื นรอ้ นราคาญเรื่องกล่นิ Page 65
ผูใ้ ดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอ่ืนโดยผิดกฎหมายใหเ้ ขำเสียหำยถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่ำงกำยก็ดี อนำมยั ก็ดี เสรีภำพก็ดีทรพั ยส์ ินหรือสิทธิอย่ำงหนึ่งอย่ำงใดก็ดี ท่ำนว่ำผู้น้ันทำละเมิด จำตอ้ งใชค้ ่ำสินไหมทดแทนเพ่ือกำรนนั้ 66
“ เ จ้ า ห น้ า ท่ี ” ห ม า ย ค ว า ม ว่ าข้ า ร า ช ก า ร พ นั ก ง า น ล ูก จ้ า ง ห รื อผ้ปู ฏิบัติงานประเภทอ่ืน ไม่ว่าจะเป็ นการแต่งตง้ั ในฐานะเป็ นกรรมการหรอื ฐานะอ่ืนใด 67
กระทรวง ทบวง กรม หรอื ส่วนราชการท่ีเรยี กชื่ออยา่ งอ่ืนและมีฐานะเป็ นกรม ราชการส่วนภมู ิภาค ราชการสว่ นทอ้ งถ่ิน และรฐั วสิ าหกิจที่ตง้ั ข้ึนโดยพระราชบญั ญตั ิหรอื พระราชกฤษฎีกาและใหห้ มายความรวมถึงหน่วยงานอ่ืนของรฐั ท่ีพระราชกฤษฎกี ากาหนดใหเ้ ป็ นหนว่ ยงานของรฐัตามพระราชบญั ญัติน้ดี ว้ ย 68
ถา้ การกระทาละเมิดของเจา้ หนา้ ท่ีมิใชก่ ารกระทาในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี เจา้ หนา้ ที่ตอ้ งรบั ผิดในการนน้ั เป็ นการเฉพาะตวั ในกรณีน้ีผเู้ สยี หาย อาจฟ้ องเจา้ หนา้ ที่ไดโ้ ดยตรง แต่จะฟ้ องหนว่ ยงานของรฐั ไม่ได้ 69
หนว่ ยงานของรฐั ตอ้ งรบั ผิดต่อผเู้ สยี หายในผลแห่งละเมิดท่ีเจา้ หนา้ ท่ีของตนไดก้ ระทาในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี ในกรณีน้ีผเู้ สียหายอาจฟ้ องหน่วยงานของรฐัดงั กลา่ วไดโ้ ดยตรงแต่จะฟ้ องเจา้ หนา้ ท่ีไม่ได้ ถา้ การละเมิดเกดิ จากเจา้ หนา้ ท่ีซ่ึงไม่ไดส้ งั กดัหน่วยงานของรฐั แห่งใด ใหถ้ ือว่ากระทรวงการคลงัเป็ นหนว่ ยงานของรฐั ท่ีตอ้ งรบั ผิดตามวรรคหนึ่ง 70
ในกรณีท่ีหน่วยงานของรฐั ตอ้ งรบั ผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน แกผ่ เู้ สียหายเพ่ือการละเมิดของเจา้ หนา้ ที่ ใหห้ น่วยงานของรฐั มีสิทธิเรียกใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีผูท้ าละเมิดชดใชค้ ่าสินไหมทดแทนดงั กลา่ วแกห่ น่วยงานของรฐั ได้ ถา้ เจา้ หนา้ ท่ีไดก้ ระทาการนนั้ ไปดว้ ยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออยา่ งรา้ ยแรง 71
สิทธิเรยี กใหช้ ดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนตามวรรคหน่ึงจะมีได้เพียงใด ใหค้ านึงถึงระดบั ความรา้ ยแรงแห่งการกระทาและความเป็ นธรรมในแต่ละกรณี เป็ นเกณฑโ์ ดยมิตอ้ งใหใ้ ชเ้ ต็มจานวนของความเสยี หายก็ได้ (วรรคสอง) ถา้ การละเมิดเกดิ จากความผดิ หรอื ความบกพรอ่ งของหน่วยงาน ของรฐั หรอื ระบบการดาเนินงานสว่ นรวม ใหห้ กัสว่ นแห่งความรบั ผิดดงั กลา่ วออกดว้ ย (วรรคสาม) 72
ในกรณีที่การละเมิดเกิดจากเจา้ หนา้ ที่หลายคน มิให้นาหลกั เรอื่ ง ลกู หน้ีรว่ มมาใชบ้ งั คบั และเจา้ หนา้ ที่แต่ละคนตอ้ งรบั ผิดใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนเฉพาะ สว่ นของตนเท่านน้ั 73
ในกรณีท่ีเจา้ หนา้ ที่เป็ นผกู้ ระทาละเมิดต่อหนว่ ยงานของรฐั ไมว่ ่าจะเป็ นหน่วยงานของรฐัท่ีผนู้ น้ั อยใู่ นสงั กดั หรอื ไม่ ถา้ เป็ นการกระทาในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีการเรยี กรอ้ งค่าสนิ ไหมทดแทนจากเจา้ หนา้ ท่ีใหน้ าบทบญั ญตั ิมาตรา 8 มาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม แต่ถา้ มิใช่การกระทาในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีให้บงั คบั ตามบทบญั ญตั ิแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ให้นักศึกษำวิเครำะหเ์ หตรุ ำคำญจำกคดีตวั อย่ำงและบอกขนั้ ตอนดำเนินกำรเพ่ือระงบั เหตรุ ำคำญดงั กล่ำว คดอี ซู่ ่อมรถยนต์ คดกี จิ การฆา่ และชาแหละไก่ คดปี ระกอบกจิ การซอ้ื ขายเศษวสั ดุ คดรี บั ซอ้ื ของเก่า คดสี ตั วเ์ ลย้ี งสนุ ขั คดรี า้ นคาราโอเกะ
คำถำม
Search