Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

Description: คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

Keywords: พรบสุขภาพจิต,สุขภาพจิต

Search

Read the Text Version

38 ลำดับ กระบวนการ ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ 3 7 วัน อธบิ ดี ทำการ กรมสุขภาพจิต, การแจง้ คำสงั่ พนกั งานสอบสวน กรณรี ูต้ ัวผเู้ ผยแพร่ อธิบดีแจ้งคำส่ังแกผ่ เู้ ผยแพร่ กรณไี มร่ ู้ตวั ผเู้ ผยแพร่ เจา้ ของหรือผูด้ ำเนนิ กิจการเกี่ยวกบั ส่อื ใหอ้ ธบิ ดแี จ้งพนกั งาน ทกุ ประเภท หรือผ้กู ระทำการฝา่ ฝืนมาตรา 16/1 สอบสวนหรือหนว่ ยงาน ของรฐั ท่เี ก่ยี วข้องว่า มกี ารกระทำความผิดเกิดข้ึน ใหท้ ำเป็นหนังสือแจง้ คำส่งั ตามมาตรา1166//22 ผ้ใู หบ้ รกิ ารตอ้ งสง่ มอบข้อมูล โดยเรว็ ต้องระบุ การสอื่ สารผ่านระบบ 1. ขอ้ เท็จจริงอนั เปน็ สาระสำคญั คอมพวิ เตอร์ ออนไลน์ หรอื 2. ข้อกฎหมายอ้างองิ ช่องทางอื่นใดท่ีเกย่ี วข้อง 3. ข้อพิจารณา กบั การเผยแพร่ข้อมูล 4. ขอ้ สนับสนุนในการใช้ดุลพินจิ ให้พนักงานสอบสวน 5. สิทธิในการอุทธรณ์ ดำเนนิ การต่อไป โดยไม่ชกั ช้า (ไม่เกินเจ7ด็ ววันันนนับับแแตตว่ ่วนั นั ทที่ ่ี และดำเนนิ การส่งคำส่ัง ดงั นี้ ไดร้ ับคำร้องขอ) (1) สง่ หรอื มอบแก่ผ้เู ผยแพร่ เจา้ ของ หรือผู้ดำเนินกิจการเก่ยี วกับสื่อทุกประเภท * เงอื่ นไข การสง่ คำส่ัง (2) ส่งทางไปรษณยี ์ลงทะเบียนตอบรับ กรณีส่งตามข้อ (1) หากผู้เผยแพร่ไม่ยอมรับหนังสือคำส่ัง (3) สง่ ทางช่องทางอ่นื ๆ หรือขณะนำไปส่งไม่พบตัวให้ส่งกับบุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะ ที่อยู่ที่ทำงาน/สำนักงานของผู้เผยแพร่ และให้ลงลายมือชื่อไว้ เป็นหลักฐาน หากบุคคลนั้นไม่ยอมรับ ให้วางหรือปิดหนังสือ ไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สำนกั งานของผู้เผยแพร่ ต่อหน้า พยานบุคคลอย่างน้อย 2 คน ใหถ้ ือว่าไดร้ ับแจง้ คำสั่งตัง้ แต่ขณะนนั้ เป็นตน้ ไป กรณีส่งตามข้อ (2) ให้ถือว่าผู้เผยแพร่ ได้รับแจ้งคำสั่งเมื่อครบ กำหนดเจ็ดวัน นับแต่วันส่ง เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มี การได้รับ หรือมีการไดร้ บั ก่อนหรือหลงั จากวันนน้ั คูม่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 37 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


38 คูม่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 39 และท่แี กไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


สิทธิด้านสังคม ด้วยคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติมีอ�ำนาจหน้าที่เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนสุขภาพจิต ระดบั ชาตเิ กย่ี วกบั การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพจติ การปอ้ งกนั และการควบคมุ ปจั จยั ทคี่ กุ คามสขุ ภาพจติ การคมุ้ ครองสทิ ธิ ของบคุ คลทมี่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ การเขา้ ถงึ บรกิ ารดา้ นสขุ ภาพจติ และการอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม38 และกำ� หนดหลกั เกณฑ์ และวิธีการให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนด�ำเนินการเก่ียวกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต การให้บริการด้านสุขภาพจิต และการอยู่ร่วมกันในสังคม39 เพ่ือส่งเสริมให้บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตเข้าถึง บริการด้านสุขภาพจิต และอยู่ร่วมกับบุคคลในสังคมโดยได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน ซ่ึงสอดคล้องกับนิยามของ “สุขภาพจิต” ซ่ึงเช่ือมโยงสุขภาวะทางจิตใจ ทางกาย ทางปัญญา และทางสังคมไว้ ด้วยกนั 40 สทิ ธิด้านสงั คม ไดแ้ ก่ 1. สิทธิในการได้รับการยอมรับและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมบนพ้ืนฐานแห่งความเท่าเทียม กับบคุ คลทัว่ ไป41 ผปู้ ว่ ยมสี ทิ ธไิ ดร้ บั การยอมรบั ในสงั คมในฐานะมนษุ ยผ์ หู้ นง่ึ ซงึ่ ไมถ่ กู แบง่ แยกหรอื กดี กนั จากความเจบ็ ปว่ ย และได้รบั โอกาสในกิจกรรมทางสังคมเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปได้อย่างปกติสขุ 2. สิทธิในการได้รบั ความช่วยเหลือทางกฎหมาย42 ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย ได้แก่ การได้รับค�ำปรึกษาหารือทางกฎหมาย การได้รับความรู้ทางกฎหมาย การจัดท�ำนิติกรรม การไกล่เกล่ียหรือการประนีประนอมยอมความ การจัดหา ทนายความ การใหค้ วามชว่ ยเหลืออน่ื ๆ ในทางกฎหมาย 3. สิทธิได้รับการดูแลจากหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ และสวัสดิการของรัฐหรือเอกชน ในกรณี บุคคลท่มี ีความผิดปกติทางจติ ซึ่งเป็นผ้ปู ว่ ยทีไ่ มม่ ีผู้รับดูแล43 หนว่ ยงานดา้ นสงั คมสงเคราะห์ และสวสั ดกิ ารของรฐั หรอื เอกชนตามประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ ไดแ้ ก่ สถานคมุ้ ครองคนไรท้ พี่ งึ่ กมุ่ สะแก จงั หวดั เพชรบรุ ี สถานคมุ้ ครองคนไรท้ พี่ ง่ึ ชายธญั บรุ ี จงั หวดั ปทมุ ธานี สถานคมุ้ ครองคนไรท้ พี่ งึ่ หญงิ ธญั บรุ ี จงั หวดั ปทมุ ธานี สถานคมุ้ ครองคนไรท้ พ่ี งึ่ ทบั กวาง จงั หวดั สระบรุ ี สถานคมุ้ ครอง คนไร้ท่ีพ่งึ บ้านเมตตา จังหวัดนครราชสมี า สถานคมุ้ ครองคนไร้ทพ่ี ง่ึ ภาคใต้ จังหวดั นครศรีธรรมราช สถานค้มุ ครอง คนไร้ท่ีพึ่งวังทอง จังหวัดพิษณุโลก สถานคุ้มครองคนไร้ท่ีพึ่งปรือใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ประจวบครี ขี นั ธ์ จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ สถานคุ้มครองคนไรท้ พี่ ่ึงนนทบุรี จงั หวัดนนทบรุ ี สถานคุ้มครองคนไร้ท่ีพึง่ สันมหาพน จังหวัดเชียงใหม่ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) จังหวัดปทุมธานี สถานคุ้มครอง และพฒั นาคนพกิ ารบ้านก่งึ วถิ ี (หญิง) จงั หวัดปทมุ ธานี และศูนย์คุ้มครองคนไรท้ ีพ่ ึ่ง โดยสถานคมุ้ ครองและพฒั นา 38 พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 10 (1). 39 พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 10 (3). 40 พระราชบัญญัติสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 3. 41 ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แห่งชาติ ว่าด้วยหลกั เกณฑ์และวธิ ีการให้หนว่ ยงานของรฐั และเอกชนด�ำเนนิ การเก่ียวกับการคุ้มครองสทิ ธขิ องบุคคล ทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจิต การใหบ้ ริการด้านสุขภาพจิต และการอยูร่ ว่ มกันในสงั คม พ.ศ. 2565 ขอ้ 3 (1). 42 ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแหง่ ชาติ วา่ ด้วยหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการให้หน่วยงานของรฐั และเอกชนดำ� เนินการเกี่ยวกบั การคมุ้ ครองสทิ ธิของบุคคล ทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจิตฯ ขอ้ 3 (2). 43 ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารให้หน่วยงานของรฐั และเอกชนดำ� เนนิ การเกย่ี วกับการคุ้มครองสทิ ธิของบคุ คล ท่มี คี วามผิดปกติทางจติ ฯ ข้อ 3 (3). 40 ค่มู ือการดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทีแ่ ก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


คนพกิ ารบา้ นกง่ึ วถิ ี (ชาย) จงั หวดั ปทมุ ธานี และสถานคมุ้ ครองและพฒั นาคนพกิ ารบา้ นกงึ่ วถิ ี (หญงิ ) จงั หวดั ปทมุ ธานี รับดูแลผปู้ ว่ ยทีม่ บี ตั รประจ�ำตัวคนพกิ ารเทา่ น้ัน44 ทั้งนี้ ผู้บ�ำบัดรักษาต้องแจ้งให้ผู้ป่วยได้รับทราบถึงสิทธิที่จะพึงได้รับตามกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องและ ด�ำเนนิ การช่วยเหลือให้เขา้ ถึงสทิ ธเิ หล่าน4้ี 5 รวมทง้ั ให้หนว่ ยงานของรัฐและเอกชนท่ใี หก้ ารบ�ำบดั รกั ษาแจ้งสทิ ธกิ รณี ทผ่ี ปู้ ว่ ยเขา้ หลกั เกณฑ์เปน็ คนพิการตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการสง่ เสริมและพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตคนพกิ าร46 เพอื่ ใหผ้ ปู้ ว่ ย รบั ทราบและดำ� เนินการตามสิทธอิ ันพงึ มี การดำ�เนนิ การเพ่ือคุ้มครองสทิ ธิผปู้ ว่ ย เพอื่ ใหบ้ คุ คลทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจติ และผปู้ ว่ ยไดร้ บั การคมุ้ ครองสทิ ธิ จำ� เปน็ ตอ้ งมแี นวทางการดำ� เนนิ งาน เพ่ือคุ้มครองสทิ ธผิ ู้ป่วยใหเ้ ปน็ ไปตามเจตนารมณข์ องกฎหมายในดา้ นตา่ ง ๆ ดังน้ี 1. ด้านการให้บรกิ ารด้านสขุ ภาพจติ มีแนวทางการด�ำเนนิ การ ได้แก่ ระดบั กระทรวงและกรม - กระทรวงสาธารณสขุ โดยการเสนอของกรมสขุ ภาพจติ ดำ� เนนิ การรว่ มกบั หนว่ ยงานของรฐั และเอกชน ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เผยแพรค่ วามรดู้ า้ นสขุ ภาพจติ โรคทางจติ เวช แนวทางการดแู ลรกั ษาและชอ่ งทางรบั บรกิ าร เพอื่ ใหบ้ คุ คล ทมี่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ ผปู้ ว่ ย และบคุ คลทว่ั ไป มคี วามเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ ง สามารถเขา้ ถงึ บรกิ าร ลดการตตี รา ลดการเลอื ก ปฏิบตั ิ รวมทั้งมที ัศนคติทีด่ ตี อ่ บุคคลทมี่ ีความผดิ ปกติทางจิตว่าสามารถบำ� บดั รักษาและฟน้ื ฟสู มรรถภาพให้สามารถ อยู่รว่ มกับคนในสังคมไดอ้ ยา่ งปกติสขุ 47 - กระทรวงสาธารณสุขโดยการเสนอของกรมสุขภาพจิต ด�ำเนินการส่งเสริม สนับสนุน ติดตาม ให้ค�ำปรึกษา ชี้แนะ จัดหา และพัฒนาบุคลากรให้กับหน่วยบริการท่ีจัดบริการด้านฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งภาครัฐ และเอกชน ใหส้ ามารถใหบ้ ริการได้อยา่ งมคี ุณภาพ48 - กรมสขุ ภาพจติ สนบั สนนุ และสง่ เสรมิ ดา้ นวชิ าการแกอ่ งคก์ รเครอื ขา่ ยทดี่ แู ลผปู้ ว่ ยใหส้ ามารถดำ� เนนิ การใหบ้ รกิ ารดา้ นสขุ ภาพจติ ในมติ ขิ องการปอ้ งกนั ปญั หาสขุ ภาพจติ และฟน้ื ฟสู มรรถภาพผปู้ ว่ ยไดอ้ ยา่ งมมี าตรฐาน49 44 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจติ แหง่ ชาติ เร่อื ง กำ� หนดหนว่ ยงานด้านสังคมสงเคราะหแ์ ละสวัสดิการ พ.ศ. 2564. 45 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจติ แหง่ ชาติ ว่าดว้ ยหลักเกณฑ์และวิธกี ารใหห้ นว่ ยงานของรฐั และเอกชนดำ� เนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสทิ ธิของบุคคล ทมี่ ีความผิดปกติทางจติ ฯ ขอ้ 3 (4). 46 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจติ แห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑแ์ ละวิธีการใหห้ น่วยงานของรฐั และเอกชนดำ� เนนิ การเกย่ี วกับการคุ้มครองสิทธิของบคุ คล ที่มีความผิดปกตทิ างจิตฯ ขอ้ 3 (5). 47 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารใหห้ นว่ ยงานของรฐั และเอกชนดำ� เนินการเกยี่ วกบั การคมุ้ ครองสทิ ธขิ องบุคคล ที่มีความผดิ ปกตทิ างจิตฯ ขอ้ 4. 48 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแหง่ ชาติ วา่ ด้วยหลกั เกณฑ์และวธิ ีการใหห้ น่วยงานของรัฐและเอกชนดำ� เนินการเก่ยี วกบั การค้มุ ครองสทิ ธขิ องบุคคล ที่มคี วามผิดปกตทิ างจติ ฯ ข้อ 7. 49 ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารให้หนว่ ยงานของรัฐและเอกชนด�ำเนินการเกีย่ วกับการคมุ้ ครองสทิ ธิของบคุ คล ทมี่ ีความผิดปกติทางจติ ฯ ขอ้ 8. คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 41 และทแี่ ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


ระดบั หนว่ ยบริการดา้ นสขุ ภาพจติ - หน่วยงานของรัฐและเอกชนให้บริการแก่บุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิต เพ่ือปรับสภาพทาง จติ ใจ อารมณ์ สงั คม พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ และเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพใหด้ ขี ้นึ 50 สงั เกตวา่ หนว่ ยบรกิ าร ด้านสุขภาพจิตต้องมีเป้าหมายของการบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพให้บุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิต หรือ ผ้ปู ่วยตอบสนองต่อการรกั ษา อาการทางจติ สงบ มีสุขภาพจติ ท่ดี ี และสามารถอยู่รว่ มกบั คนในสงั คมได้อย่างปกตสิ ขุ ระดบั ผบู้ ำ� บัดรกั ษา - ผู้บ�ำบัดรักษามีหน้าที่ประเมิน วางแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถท�ำกิจวัตร ประจ�ำวันได้ตามปกติ การทบทวน การประเมินแผน เพอ่ื ให้บรรลุเปา้ หมาย สามารถกลับสู่สงั คม และท�ำหนา้ ที่ได้ อย่างเต็มท5ี่ 1 ในทางปฏบิ ัติผู้บ�ำบัดรกั ษาสามารถดูแลผ้ปู ่วยร่วมกันในลกั ษณะทีมสหวิชาชพี เพ่อื ให้สามารถวางแผน และด�ำเนนิ การฟ้นื ฟูผู้ปว่ ยได้ครอบคลมุ ทกุ มิติ 2. ด้านการอยรู่ ่วมกันในสงั คม มีแนวทางการด�ำเนนิ การ ได้แก่ - กระทรวงสาธารณสขุ โดยการเสนอของกรมสขุ ภาพจติ ประสานงานกบั หนว่ ยงานของรฐั และเอกชน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อด�ำเนินกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ให้บุคคลท่ีมีความผิด ปกติทางจติ และผู้ปว่ ยสามารถอยู่ร่วมกับคนในชุมชนและทำ� กจิ กรรมในสังคมไดอ้ ยา่ งปกติสุข52 - กระทรวงสาธารณสขุ โดยการเสนอของกรมสขุ ภาพจติ ประสานงานกบั หนว่ ยงานของรฐั และเอกชน ทเ่ี ก่ียวข้อง เพ่ือด�ำเนนิ กจิ กรรมทีเ่ ป็นการเสรมิ สรา้ งทัศนคตทิ ่ีดใี นเรอ่ื งสุขภาพจิตแก่ประชาชน53 - กระทรวงสาธารณสขุ โดยการเสนอของกรมสขุ ภาพจติ ประสานงานกบั หนว่ ยงานของรฐั และเอกชน ทเี่ กย่ี วขอ้ ง เพอื่ ดำ� เนนิ การใหบ้ คุ คลทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจติ และผปู้ ว่ ยไดร้ บั การสง่ เสรมิ การประกอบอาชพี เพอื่ บคุ คล ที่มีความผิดปกติทางจิตและผปู้ ว่ ยมรี ายไดใ้ นการเลี้ยงชพี ตนเองและมคี ุณภาพชีวติ ทีด่ 5ี 4 50 ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ ว่าดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการให้หนว่ ยงานของรฐั และเอกชนด�ำเนนิ การเกี่ยวกบั การคมุ้ ครองสิทธขิ องบคุ คล ที่มคี วามผดิ ปกตทิ างจิตฯ ข้อ 5. 51 ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแหง่ ชาติ ว่าดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารให้หนว่ ยงานของรฐั และเอกชนด�ำเนนิ การเกี่ยวกบั การคุม้ ครองสทิ ธขิ องบุคคล ท่มี คี วามผิดปกติทางจติ ฯ ข้อ 6. 52 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจติ แห่งชาติ ว่าดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารให้หนว่ ยงานของรัฐและเอกชนด�ำเนินการเก่ยี วกับการคุ้มครองสิทธขิ องบุคคล ทีม่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ ฯ ขอ้ 9. 53 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ วา่ ดว้ ยหลักเกณฑ์และวิธกี ารใหห้ นว่ ยงานของรัฐและเอกชนดำ� เนินการเกี่ยวกับการคุม้ ครองสิทธขิ องบคุ คล ท่มี ีความผิดปกติทางจติ ฯ ขอ้ 10. 54 ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แห่งชาติ วา่ ด้วยหลักเกณฑ์และวิธกี ารใหห้ น่วยงานของรฐั และเอกชนด�ำเนนิ การเกีย่ วกบั การคมุ้ ครองสิทธขิ องบคุ คล ทม่ี ีความผดิ ปกติทางจิตฯ ขอ้ 11. 42 คู่มอื การดำเนินงานตามพระราชบัญญตั สิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


สทิ ธิผู้รับดูแลผ้ปู ว่ ยในฐานะผคู้ ุ้มครองสทิ ธิผู้ป่วย ผู้รับดแู ลผูป้ ว่ ย หมายถึง บิดา มารดา บุตร สามี ภรยิ า ญาติ พ่นี อ้ ง หรือบคุ คลอื่นใดทร่ี ับดูแลหรืออปุ การะ ผปู้ ว่ ย55 โดยผรู้ บั ดแู ลผปู้ ว่ ยมบี ทบาทในการคมุ้ ครองสทิ ธผิ ปู้ ว่ ยในอกี มติ หิ นง่ึ โดยการสง่ เสรมิ ใหผ้ รู้ บั ดแู ลผปู้ ว่ ยสามารถ ดูแลผู้ป่วยให้เข้าถึงบริการการบ�ำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ตลอดจนสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้โดยไม่ถูก แบง่ แยก ดงั นน้ั พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 จงึ บญั ญตั ใิ หผ้ รู้ บั ดแู ล ผปู้ ว่ ยมีสิทธไิ ดร้ ับบริการให้ค�ำปรึกษา แนะนำ� ฝึกอบรมทักษะ การจดั การศึกษา และการส่งเสริมอาชีพ ตลอดจน ความช่วยเหลืออ่นื ใดเพ่ือใหด้ แู ลผู้ป่วยต่อไปได5้ 6 โดยมีการดำ� เนินการ ดงั น้ี - ให้สถานบ�ำบัดรักษาจัดให้มีทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องด�ำเนินการให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำ ฝึกอบรมทักษะ การดูแลผู้ป่วยให้กับผู้รับดูแลผู้ป่วย57 ท้ังนี้ ผู้รับดูแลผู้ป่วยจ�ำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับโรค การดูแล ตลอดจนแผนการบำ� บดั รกั ษาและฟน้ื ฟสู มรรถภาพ เพอื่ ใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาและฟน้ื ฟสู มรรถภาพตอ่ เนอ่ื ง รวมท้งั ลดความเสีย่ งท่ผี ้ปู ว่ ยจะมภี าวะอนั ตรายหรอื มีความจ�ำเป็นต้องไดร้ บั การบ�ำบดั รักษา - ให้กรมสุขภาพจิตประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนท่ีเก่ียวข้องจัดให้มีการจัดการศึกษา โดยส่งเสริมให้ผู้รับดูแลผู้ป่วยได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้รับดูแลผู้ป่วย ท้ังนี้ ให้ผู้รับ ดูแลผู้ป่วยที่ประสงค์จะเข้ารับการจัดการศึกษา แจ้งความประสงค์ต่อสถานบ�ำบัดรักษาหรือสถานท่ีอ่ืนใด ตามที่ กรมสขุ ภาพจติ ไดป้ ระสานงานไว้58 - ใหก้ รมสขุ ภาพจติ ประสานงานและรว่ มมอื กบั หนว่ ยงานของรฐั และเอกชนทเี่ กย่ี วขอ้ งจดั ทำ� คมู่ อื แนะนำ� วธิ กี ารดแู ลผปู้ ่วยเพอื่ ใหผ้ ู้รบั ดูแลผู้ป่วยศกึ ษาวธิ กี ารดูแลผูป้ ว่ ยไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ59 - ให้กรมสุขภาพจิตประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เก่ียวข้องจัดการฝึกอบรม ให้ความรู้ ฝึกทักษะ และเปิดโอกาสให้ผู้รับดูแลผู้ป่วยได้แลกเปล่ียนประสบการณ์และเรียนรู้ร่วมกันถึงวิธีการดูแล ผปู้ ว่ ยทีถ่ กู ตอ้ ง และสง่ เสริมใหเ้ กิดการรวมกลมุ่ ช่วยเหลอื กันเองระหว่างผูป้ ว่ ย ผรู้ บั ดแู ลผปู้ ว่ ยและภาคประชาสังคม รวมถงึ วธิ กี ารดแู ลจติ ใจตนเองของผรู้ บั ดแู ลผปู้ ว่ ยดว้ ย60 การดำ� เนนิ การขอ้ นมี้ งุ่ เนน้ ใหเ้ กดิ โอกาสในการเรยี นรรู้ ว่ มกนั ระหว่างผู้ป่วย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซ่ึงจะก่อให้เกิดความร่วมมือและพลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรคท่ีคล้ายคลึงกัน ก่อให้เกิดความเหน็ อกเหน็ ใจซงึ่ กันและกัน รวมทั้งสง่ เสรมิ การช่วยเหลอื ซึ่งกันและกัน (self help group) สังเกตว่า คณะกรรมการสขุ ภาพจติ แห่งชาตคิ ำ� นึงถงึ สุขภาพจิตของผรู้ บั ดูแลผูป้ ว่ ยซงึ่ อาจรสู้ ึกถงึ ภาระ (burden) หรอื หมดไฟ (burnout) จากการดแู ลผปู้ ว่ ยดว้ ย จงึ ระบใุ หผ้ รู้ ับดแู ลผูป้ ่วยมโี อกาสได้รับการดูแลจติ ใจ - ให้กรมสุขภาพจิตประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนท่ีเก่ียวข้องฝึกอบรมทักษะ และส่งเสรมิ อาชพี แก่ผรู้ ับดูแลผู้ปว่ ย ท้ังนี้ ให้ผู้รับดแู ลผปู้ ่วยท่ปี ระสงค์จะเข้ารับการฝกึ อบรมทกั ษะ และการสง่ เสริม อาชพี แจ้งความประสงคต์ อ่ สถานบ�ำบดั รักษา หรือสถานท่อี ืน่ ใดตามท่กี รมสุขภาพจิตได้ประสานงานไว6้ 1 55 พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 3. 56 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 40 วรรคสอง. 57 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการให้ผู้รับดูแลผู้ป่วยมีสิทธิได้รับบริการให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำ ฝึกอบรมทักษะ การจดั การศึกษา และการส่งเสริมอาชีพ ตลอดจนความชว่ ยเหลอื อื่นใดเพ่อื ให้ดแู ลผปู้ ว่ ยตอ่ ไปได้ พ.ศ. 2565 ข้อ 5. 58 ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แห่งชาติ เร่อื ง หลกั เกณฑ์และวิธกี ารใหผ้ ูร้ บั ดูแลผู้ปว่ ยมีสทิ ธิฯ ขอ้ 6. 59 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแหง่ ชาติ เรอ่ื ง หลกั เกณฑ์และวธิ ีการให้ผรู้ ับดแู ลผู้ปว่ ยมสี ทิ ธิฯ ขอ้ 7. 60 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแหง่ ชาติ เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธกี ารให้ผ้รู ับดแู ลผ้ปู ว่ ยมสี ิทธิฯ ข้อ 8. 61 ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาติ เรื่อง หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารให้ผรู้ ับดแู ลผปู้ ว่ ยมีสทิ ธฯิ ข้อ 9. คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 43 และที่แก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


- ในกรณีผู้รับดูแลผู้ป่วยประสงค์จะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย ให้กรมสุขภาพจิตประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ สภาทนายความ หรือภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์ ในการให้ความช่วยเหลอื เกย่ี วกบั ดา้ นกฎหมายเพอื่ ให้ความช่วยเหลอื ต่อไป62 - ในกรณีท่ีผู้รับดูแลผู้ป่วยประสงค์จะได้รับความช่วยเหลืออ่ืนใดเพื่อให้ดูแลผู้ป่วยต่อไปได้ ให้แสดงความจ�ำนงต่อสถานบ�ำบัดรักษาหรือสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นรายกรณีไป ทง้ั นี้ ใหก้ รมสขุ ภาพจติ ประสานงานกบั หนว่ ยงานของรฐั หรอื ภาคเอกชนทม่ี คี วามประสงคจ์ ะชว่ ยเหลอื ดงั กลา่ วตอ่ ไป63 ผู้รับดูแลผู้ป่วยที่ประสงค์จะขอใช้สิทธิดังกล่าวให้ย่ืนค�ำขอ และหลักฐานตามแบบค�ำขอใช้สิทธิในฐานะ เปน็ ผรู้ บั ดแู ลผปู้ ว่ ย (แบบ ครผ.1) ตอ่ สถานบำ� บดั รกั ษาหรอื สถานพยาบาลของรฐั หากสถานพยาบาลของรฐั ไดร้ บั คำ� ขอ ดงั กล่าว ให้สง่ ค�ำขอน้ันไปยังสถานบำ� บดั รกั ษาทอ่ี ย่ใู นเขตสขุ ภาพเดยี วกนั 64 จากนั้นใหเ้ จ้าหนา้ ทอ่ี อกใบรบั คำ� ขอไว้ เปน็ หลกั ฐาน และใหต้ รวจสอบคณุ สมบตั ขิ องผยู้ นื่ คำ� ขอ แลว้ เสนอความเหน็ ตอ่ หวั หนา้ สถานบำ� บดั รกั ษา เพอ่ื พจิ ารณา คดั เลอื กให้ได้รับสทิ ธิ และออกหนังสอื รับรองการใชส้ ิทธิในฐานะเป็นผรู้ ับดแู ลผู้ป่วย (แบบ ครผ.2) โดยให้แจ้งสทิ ธิ ที่ได้รับของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สามารถให้สิทธปิ ระโยชน์แกผ่ ้รู ับดแู ลผ้ปู ่วยได6้ 5 แบบค�ำขอใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้รับดูแลผู้ป่วย (แบบ ครผ.1) และหนังสือรับรองสิทธิในฐานะเป็นผู้รับ ดแู ลผูป้ ว่ ย (แบบ ครผ.2) มรี ูปแบบ ดงั นี้ 62 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแหง่ ชาติ เรอื่ ง หลักเกณฑ์และวิธีการใหผ้ ้รู บั ดแู ลผปู้ ่วยมสี ิทธฯิ ขอ้ 10. 63 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแหง่ ชาติ เร่ือง หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการให้ผ้รู บั ดแู ลผู้ป่วยมีสทิ ธิฯ ข้อ 11. 64 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เรือ่ ง หลกั เกณฑ์และวธิ ีการใหผ้ ูร้ บั ดแู ลผปู้ ว่ ยมสี ิทธิฯ ข้อ 3. 65 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจติ แห่งชาติ เรอื่ ง หลักเกณฑ์และวธิ กี ารให้ผู้รับดูแลผู้ปว่ ยมีสทิ ธิฯ ข้อ 4. 44 คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และท่แี กไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


แบบ ครผ.๑ หลักเกณฑและวิธีการ คมู่ ือการดำเนินงานตามพระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 45 และที่แก้ไขเพ่มิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


46 คูม่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


สรุป สิทธิผู้ป่วยเป็นส่ิงพื้นฐานที่ผู้ป่วยพึงได้รับ ดังน้ัน บุคคลท่ัวไป รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ และผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องกับการด�ำเนินงานด้านกฎหมายสุขภาพจิต จึงต้องท�ำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในสิทธิผู้ป่วยที่มี ความผิดปกติทางจิต เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการต่าง ๆ ท่ีก�ำหนดขึ้น ล้วนมีหลักการมาจากการคุ้มครอง สิทธิผู้ป่วย กล่าวโดยเฉพาะสิทธิผู้ป่วยท่ีมีความผิดปกติทางจิตมีหลักการที่ต้องท�ำความเข้าใจในมิติของการบ�ำบัด รักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และมิติทางสังคม รวมถึงสิทธิผู้รับดูแลผู้ป่วยในฐานะผู้คุ้มครองสิทธิผู้ป่วยให้บังเกิด ผลดีตอ่ ไป คู่มอื การดำเนินงานตามพระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 47 และที่แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


เอกสารอ้างอิง หนังสือ วฑิ รู ย์ อึ้งประพนั ธ์, บรรณาธิการ. สาระสำ� คัญของพระราชบญั ญัติสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551. พิมพค์ รง้ั ที่ 2. กรุงเทพฯ: สถาบันกัลยาณ์ราชนครนิ ทร์, 2553. วฑิ ูรย์ อง้ึ ประพนั ธ.์ บทที่ 3 สิทธิทีจ่ ะตาย (The right to die). ใน: วิฑรู ย์ องึ้ ประพันธ์, กฎหมายการแพทย์สมัยใหม่ (น. 51-84). กรุงเทพฯ: วิญญชู น, 2561. หยุด แสงอุทัย. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายท่ัวไป. พิมพ์คร้ังที่ 22. กรุงเทพฯ: ส�ำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์, 2565. ราชกิจจานเุ บกษา ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ เรื่อง กำ� หนดหนว่ ยงานดา้ นสังคมสงเคราะหแ์ ละสวสั ดิการ พ.ศ. 2564. (2564, 24 มนี าคม). ราชกิจจานเุ บกษา. เล่ม 138 ตอนพิเศษ 67 ง. ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ทางสื่อส่ิงพิมพ์ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่ออ่ืนใด พ.ศ. 2565. (2565, 22 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 139 ตอนพิเศษ 67 ง. ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการในการออกค�ำสั่งของอธิบดีกรมสุขภาพจิต ใหผ้ เู้ ผยแพรด่ ำ� เนนิ การ พ.ศ. 2565. (2565, 22 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 139 ตอนพเิ ศษ 67 ง. ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการให้ผู้รับดูแลผู้ป่วยมีสิทธิได้รับบริการให้ คำ� ปรกึ ษา แนะนำ� ฝกึ อบรมทกั ษะ การจดั การศกึ ษา และการสง่ เสรมิ อาชพี ตลอดจนความชว่ ยเหลอื อน่ื ใด เพอ่ื ใหด้ แู ลผู้ปว่ ยต่อไปได้ พ.ศ. 2565. (2565, 22 มนี าคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม 139 ตอนพเิ ศษ 67 ง. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562. (2562, 27 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอนที่ 69 ก. พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562. (2562, 16 เมษายน). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ 136 ตอนท่ี 50 ก. พระราชบัญญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551. (2551, 20 กมุ ภาพนั ธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 125 ตอนที่ 36 ก. พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550. (2550, 19 มีนาคม 2550). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ 124 ตอนท่ี 16 ก. ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้หน่วยงานของรัฐและเอกชน ด�ำเนินการเก่ียวกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิต การให้บริการด้านสุขภาพจิต และการอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม พ.ศ. 2565. (2565, 22 มนี าคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ 139 ตอนพเิ ศษ 67 ง. เอกสารราชการ คณะกรรมการประกอบโรคศลิ ปะ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสชั กรรม ทนั ตแพทยสภา สภากายภาพบำ� บดั และสภาเทคนิคการแพทย.์ ค�ำประกาศสทิ ธแิ ละข้อพงึ ปฏิบัติของผู้ป่วย. (ลงวนั ท่ี 12 สิงหาคม 2558). 48 คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั สิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


บทท่ี 3 การบ�ำบัดรักษาผูป้ ว่ ยทางจิต ณัฐ ไกรภัสสร์พงษ์ เบ็ญจมาส พฤกษ์กานนท์ • การใหค้ วามยินยอมในการบ�ำบัดรกั ษา • การนำ� บุคคลซงึ่ มพี ฤติการณอ์ ันนา่ เชอื่ วา่ มีภาวะอนั ตราย หรือมีความจ�ำเปน็ ต้องได้รบั การบำ� บดั รกั ษาเข้าสู่การบ�ำบัดรักษา • การตรวจวนิ ิจฉยั และประเมินอาการเบือ้ งตน้ • การตรวจวนิ ิจฉัยและประเมินอาการโดยคณะกรรมการ สถานบำ� บัดรักษา • การจำ� หน่ายผู้ป่วยและการตดิ ตามการบำ� บัดรักษาต่อเน่ือง • การอุทธรณ์ • สรุป คมู่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 49 และท่แี กไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562


พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มจี ุดมงุ่ หมายประการ หนง่ึ คอื เพอ่ื ใหบ้ คุ คลทมี่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ ไดม้ โี อกาสในการเขา้ ถงึ บรกิ าร เพอื่ ลดความรนุ แรงของโรค และนำ� ไปสู่ การฟื้นฟูสมรรถภาพให้บุคคลน้ันสามารถด�ำรงชีวิตในสังคมได้ ซ่ึงนับเป็นการช่วยให้ตัวผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน และสังคมปลอดภัยด้วย ดังน้ัน จึงต้องมีมาตรการและวิธีการท่ีจะก�ำหนดให้สามารถน�ำบุคคลท่ีมีความผิดปกติ ทางจิต หรือแม้เพียงสงสัยว่ามีความผิดปกติทางจิตเข้าสู่ระบบการตรวจประเมินอาการ วินิจฉัย บ�ำบัดรักษา และ ฟน้ื ฟูสมรรถภาพ โดยค�ำนงึ ถึงศกั ดศิ์ รีความเป็นมนษุ ย์ การใหค้ วามยินยอมในการบำ�บดั รกั ษา หลกั เบ้ืองต้น การบ�ำบัดรักษาจะกระท�ำได้ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับการอธิบายเหตุผลความจ�ำเป็นในการบ�ำบัดรักษา รายละเอียดและประโยชนข์ องการบำ� บดั รักษา และไดร้ บั ความยนิ ยอมจากผปู้ ว่ ย1 การให้ความยนิ ยอมในการบำ� บดั รกั ษาอาจกระทำ� ได้ ดงั น้ี - การให้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง อาจกระท�ำด้วยวาจา กิริยาอาการที่ท�ำให้เข้าใจว่ายินยอมในการ บ�ำบัดรักษา หรือให้ความยินยอมเป็นหนังสือก็ได้2 กฎหมายไม่ได้ระบุว่าการให้ความยินยอมต้องท�ำเป็นหนังสือ เสมอไป ยกเวน้ กรณีท่พี ระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 ระบไุ ว้ ชดั เจนว่า การใหค้ วามยินยอมในการบ�ำบดั รักษาแบบผู้ปว่ ยใน3 การรักษาทางจติ เวชดว้ ยไฟฟา้ การกระทำ� ตอ่ สมอง หรอื ระบบประสาท หรอื การบำ� บดั รกั ษาดว้ ยวธิ อี นื่ ใดทอ่ี าจเปน็ ผลทำ� ใหร้ า่ งกายไมอ่ าจกลบั คนื สสู่ ภาพเดมิ อยา่ งถาวร4 ใหท้ ำ� เป็นหนังสือ - การให้ความยินยอมโดยปริยาย ผู้ป่วยไม่ได้แสดงออกโดยชัดแจ้ง แต่โดยพฤติการณ์ย่อมคาดหมาย ไดว้ า่ เปน็ การใหค้ วามยนิ ยอมแลว้ 5 เชน่ การใหค้ วามยนิ ยอมในการบำ� บดั รกั ษาแบบผปู้ ว่ ยนอก สนั นษิ ฐานไดว้ า่ ผปู้ ว่ ย มาที่แผนกผู้ป่วยนอกย่อมมีความประสงค์มารับการรักษา รวมทั้งการที่ผู้ป่วยร่วมมือให้บุคลากรสาธารณสุข วัดสัญญาณชีพ ซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกาย ตรวจสภาพจติ และให้การบำ� บดั ดา้ นจติ สงั คมโดยไม่ขดั ขืน - การให้ความยินยอมกรณีรับตัวผู้ป่วยไว้เป็นผู้ป่วยใน กรณีท่ีต้องรับตัวผู้ป่วยไว้ในสถานพยาบาล ของรัฐหรือสถานบ�ำบัดรักษา การให้ความยินยอมต้องท�ำเป็นหนังสือ และลงลายมือช่ือผู้ป่วย6 กรณีผู้ป่วยมีอายุ ไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ หรือขาดความสามารถในการตัดสินใจให้ความยินยอมรับการบ�ำบัดรักษา บุคคลที่สามารถ ให้ความยินยอมแทนผปู้ ว่ ย ได้แก่ - ค่สู มรสตามกฎหมาย - ผู้บุพการี หมายถงึ ผ้ซู งึ่ ผปู้ ว่ ยสืบเช้ือสายลงมา เช่น บดิ า มารดา ปู่ ยา่ ตา ยาย ฯลฯ 1 พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 21 วรรคแรก. 2 วฑิ รู ย์ ตรสี นุ ทรรตั น,์ ธนสร สทุ ธบิ ด.ี กฎหมายการแพทย์ ความยนิ ยอมภายหลงั ไดร้ บั การบอกกลา่ ว (Inform consent). พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2. กรงุ เทพฯ: นติ ธิ รรม; 2562. หนา้ 23. 3 พระราชบญั ญัติสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 21 วรรคสอง. 4 พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 18 (1). 5 วิฑรู ย์ ตรสี ุนทรรัตน,์ ธนสร สทุ ธิบดี. กฎหมายการแพทย์ ความยินยอมภายหลังได้รบั การบอกกลา่ ว (Inform consent). หน้า 23. 6 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 21 วรรคสอง. 50 คมู่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


- ผ้สู ืบสนั ดาน หมายถึง ผูส้ บื เชือ้ สายจากผู้ป่วย เช่น ลกู หลาน เหลน ลอ่ื ฯลฯ - ผปู้ กครอง หมายถงึ ผทู้ ศ่ี าลแตง่ ตงั้ ใหเ้ ปน็ ผปู้ กครองผเู้ ยาว์ กรณที บ่ี ดิ ามารดาเสยี ชวี ติ หรอื ถกู ศาลเพกิ ถอน อ�ำนาจปกครอง - ผพู้ ิทักษ์ กรณผี ปู้ ่วยเปน็ คนเสมือนไร้ความสามารถ - ผู้อนุบาล กรณีผ้ปู ว่ ยเปน็ คนไรค้ วามสามารถ - ผู้ซ่ึงปกครองดูแลบุคคลนั้น หมายถึง บุคคลท่ีดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ กับผูป้ ่วยนอกเหนือจากบุคคลท่ไี ดก้ ล่าวไวแ้ ล้ว7 หนังสือให้ความยินยอมให้ใช้แบบหนังสือตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง แบบหนังสือให้ความ ยนิ ยอมการบ�ำบัดรักษา พ.ศ. 2564 ดังน8ี้ 7 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 21 วรรคสาม. 8 ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรื่อง แบบหนังสือให้ความยินยอมการบำ� บดั รักษา พ.ศ. 2564. คมู่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 51 และท่ีแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


53 แบบหนงั สือใหค้ วามยินยอมการบำบัดรกั ษาของผ้ปู ่วย วนั ท่ี เดือน พ.ศ. ชอื่ สถานพยาบาลของรฐั หรือสถานบำบัดรักษา นามสกลุ . ช่อื ผรู้ บั การตรวจ นาย/นาง/นางสาว อายุ ปี ข้าพเจ้าได้รับทราบคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นในการบำบัดรักษา รายละเอียดและประโยชน์ ของการบำบัดรักษาแล้ว จึงลงนามให้ความยินยอมเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานบำบัดรักษาแห่งนต้ี ่อหน้าพยาน ลงนาม ผู้ปว่ ย ( ) แพทย์ ลงนาม ( ) . ตำแหนง่ พยาน ลงนาม ) พยาน ( ) ลงนาม ( 52 คมู่ ือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพิม่ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


54 แบบหนงั สือใหค้ วามยนิ ยอมการบำบัดรักษาของผใู้ ห้ความยินยอมแทน ชอ่ื สถานพยาบาลของรฐั หรอื สถานบำบดั รกั ษา วันท่ี เดือน พ.ศ. . ช่ือผรู้ บั การตรวจ นาย/นาง/นางสาว นามสกุล อายุ . ปี ชอื่ ผใู้ หค้ วามยินยอมแทน อายุ ปี ������������ กรณที ีผ่ ู้ป่วยมอี ายุไม่ถงึ สิบแปดปบี ริบรู ณ์ ������������ เปน็ ผขู้ าดความสามารถในการตดั สินใจใหค้ วามยนิ ยอมรบั การบำบัดรกั ษา นาย/นาง/นางสาว นามสกุล เกยี่ วข้องเป็น ������������ คู่สมรส ������������ ผบู้ พุ การี ระบุ ������������ ผ้สู ืบสันดาน ระบุ ������������ ผู้ปกครอง (ตามกฎหมาย) ระบุ ������������ ผู้พทิ ักษ์ ������������ ผอู้ นบุ าล ������������ ผู้ซึ่งปกครองดูแลผู้ป่วย (ตามความเปน็ จรงิ ) ระบุ ข้าพเจ้าได้รับทราบคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นในการบำบัดรักษา รายละเอียดและประโยชน์ ของการบำบัดรักษาแล้ว จึงลงนามให้ความยินยอมเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานบำบดั รักษาแหง่ นตี้ ่อหนา้ พยาน ลงนาม ผูป้ ว่ ย () ลงนาม ผ้ใู ห้ความยนิ ยอมแทน () ลงนาม แพทย์ ( ) ตำแหน่ง ลงนาม พยาน () ลงนาม พยาน () คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 53 และทีแ่ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562


อนึ่ง จะสังเกตว่ากรณีผู้ป่วยมีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ จะต้องมีผู้ให้ความยินยอมแทนในกรณีรักษา แบบผูป้ ว่ ยใน ทัง้ นี้ ไมไ่ ดห้ มายรวมถงึ การรกั ษาแบบผปู้ ่วยนอก เช่น ผปู้ ่วยอายุ 16 ปี มภี าวะซมึ เศร้า ต้องการรับ การรักษา สามารถใหค้ วามยนิ ยอมได้ดว้ ยตนเองได้ ตราบเทา่ ทีย่ งั เปน็ การรักษาแบบผู้ป่วยนอก หลักการให้ความยินยอมเป็นหนังสือนี้ รวมถึงการรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า การกระท�ำต่อสมอง หรือระบบประสาท การบ�ำบัดรักษาด้วยวิธีอ่ืนใดท่ีอาจเป็นผลท�ำให้ร่างกายไม่อาจกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างถาวร การท�ำหมัน และการเข้าร่วมโครงการวิจัยด้วย9, 10, 11 หากผู้ป่วยอายุไม่ถึง 18 ปี บริบูรณ์ หรือขาดความสามารถ ในการให้ความยินยอม ให้คู่สมรส ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล หรือผู้ซึ่งปกครองดูแล บุคคลน้นั แล้วแตก่ รณี เป็นผใู้ ห้ความยินยอมแทน ขอ้ ยกเวน้ ของการบ�ำบดั รกั ษาท่ีต้องให้ความยินยอม การบ�ำบัดรักษาจ�ำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ป่วย หรือผู้ให้ความยินยอมแทน มีข้อยกเว้นในกรณี เป็นผู้ป่วยทม่ี ีคุณสมบตั ิใดคณุ สมบัติหน่ึง ดงั น้ี 1. มีภาวะอันตราย ภาวะอันตราย หมายถึง พฤติกรรมที่บุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิตแสดงออกโดยประการท่ีน่าจะ ก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายรา้ ยแรงตอ่ ชีวติ ร่างกาย หรอื ทรัพยส์ นิ ของตนเองหรอื ผู้อืน่ 12 จะสังเกตว่ากฎหมายมเี จตนารมณป์ อ้ งกันการกอ่ ความรนุ แรงจากความผดิ ปกติทางจติ จึงใหห้ มายถึง การแสดงออกที่น่าจะก่อให้เกิดความรุนแรง แม้ว่าจะยังไม่เกิดความรุนแรงขึ้น หรือยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจาก พฤติกรรมของผู้มีความผิดปกติทางจิต รวมทงั้ ยงั ไมเ่ คยไดร้ บั การตรวจวนิ ิจฉยั มาก่อน กใ็ หถ้ อื ว่ามภี าวะอนั ตราย ตวั อยา่ ง ชายวัยประมาณ 30 - 40 ปี เร่ร่อนข้างตลาดสดในชุมชนแห่งหนึ่ง ผมเผ้ารุงรัง สวมเสื้อผ้าขาด ๆ ตาขวาง พูดพึมพ�ำคนเดียว ถือไม้หน้าสามเดินไปเดินมา กรณีน้ีบุคคลดังกล่าวยังไม่ได้ก่อความรุนแรงจนท�ำให้ผู้ใด บาดเจบ็ แต่มีพฤตกิ รรมทสี่ งสยั วา่ น่าจะมคี วามผดิ ปกติทางจติ และมพี ฤติกรรมเสี่ยงกอ่ ความรนุ แรง จึงถือวา่ มภี าวะ อันตราย หญงิ อายุ 25 ปี เลิกกบั สามไี ด้ 3 เดือน จากนน้ั รู้สกึ เศรา้ หดหู่ ท้อแท้ สน้ิ หวงั เบอื่ อาหาร นำ้� หนักลด นอนหลับไม่สนิท ต่ืนข้ึนมากลางดึกเกือบทุกคืน ไม่อยากมีชีวิตอยู่ จึงเดินไปท่ีสะพานลอยเพ่ือกระโดดจากที่สูง หวังจะให้สิ้นชีวิตแต่มีพลเมืองดีช่วยไว้ทัน กรณีน้ีบุคคลดังกล่าวมีความเสี่ยงฆ่าตัวตายสูง คาดการณ์ได้ว่าหาก ไม่ได้รบั การบำ� บดั รักษา อาจฆา่ ตัวตายสำ� เรจ็ จึงถอื ว่ามภี าวะอันตรายต่อตนเอง 2. มคี วามจ�ำเป็นตอ้ งไดร้ บั การบ�ำบัดรักษา ความจำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา หมายถงึ สภาวะของผปู้ ว่ ยซงึ่ ขาดความสามารถในการตดั สนิ ใจ ให้ความยินยอมรับการบ�ำบัดรักษาและต้องได้รับการบ�ำบัดรักษาโดยเร็วเพื่อป้องกันหรือบรรเทามิให้ความผิดปกติ ทางจติ ทวคี วามรุนแรงหรือเพอื่ ปอ้ งกนั อนั ตรายทจ่ี ะเกดิ ข้นึ กบั ผปู้ ่วยหรอื บคุ คลอืน่ 13 9 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 18. 10 พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 19. 11 พระราชบัญญัติสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 20. 12 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 3. 13 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 3. 54 คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


ตวั อย่าง ชายอายุ 35 ปี มีอารมณ์ครนื้ เครงคึกคกั กวา่ ปกตมิ าประมาณ 1 สปั ดาห์ มีความคิดแล่นเร็ว พดู เยอะ จนแพทย์ผู้ตรวจแทบไม่สามารถพูดแทรกได้ มั่นใจในตัวเองมาก น�ำเงินเก็บ 300,000 บาท จาก 500,000 บาท ไปลงทุนซ้อื หุ้น และมีพฤติกรรมซอ้ื ของไปแจกคนทีไ่ ม่รูจ้ กั กนั ชายคนดงั กลา่ วไม่คิดวา่ ตนเองมีความผิดปกตทิ างจิต ไม่คิดว่าจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา และไม่ตระหนักถึงความเสียหายที่มีต่อทรัพย์สินหากไม่ได้รับการบ�ำบัด รกั ษา คาดการณไ์ ดว้ า่ หากไมไ่ ดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา ความผดิ ปกตทิ างจติ จะรนุ แรงยง่ิ ขนึ้ สง่ ผลเสยี กบั ชายคนดงั กลา่ ว มากขนึ้ และเมื่อความผดิ ปกติรุนแรงยงิ่ ข้นึ อาจมแี นวโน้มเกดิ ภาวะอันตรายตามมาไดท้ ้ังตอ่ ตนเองและผู้อนื่ กรณนี ้ี ถอื ว่ามีความจำ� เป็นตอ้ งได้รับการบำ� บดั รักษา การให้ความยินยอมในการรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า การกระท�ำต่อสมองหรือระบบประสาท หรอื การบำ� บดั รกั ษาด้วยวธิ ีอื่นใดที่อาจเป็นผลทำ� ใหร้ ่างกายไม่อาจกลบั คนื สสู่ ภาพเดิมอยา่ งถาวร ผู้ป่วยหรือผู้ให้ความยินยอมแทนในกรณีที่ผู้ป่วยขาดความสามารถในการให้ความยินยอม ให้ความ ยินยอมเป็นหนังสือเพื่อการบ�ำบัดรักษาน้ัน โดยผู้ป่วยหรือผู้ให้ความยินยอมแทนได้รับทราบเหตุผล ความจ�ำเป็น ความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนท่ีเป็นอันตรายร้ายแรง หรืออาจเป็นผลท�ำให้ไม่สามารถแก้ไขร่างกายกลับคืน สู่สภาพเดิม และประโยชน์ของการบ�ำบัดรักษา14 ทั้งนี้ ให้ใช้แบบหนังสือให้ความยินยอมตามประกาศกระทรวง สาธารณสขุ เรื่อง แบบหนังสือใหค้ วามยนิ ยอมการบำ� บดั รกั ษา พ.ศ. 2564 ดังน1้ี 5 14 พระราชบัญญัติสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 18 (1). 15 ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่อื ง แบบหนังสือใหค้ วามยนิ ยอมฯ. คูม่ ือการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 55 และท่แี กไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


57 แบบหนังสือให้ความยนิ ยอมการบำบดั รกั ษาทางจิตเวชด้วยไฟฟา้ กระทำตอ่ สมองหรือระบบประสาทหรือการบำบัดรักษาด้วยวธิ ีอน่ื ใด วนั ท่ี เดือน พ.ศ. ชื่อสถานพยาบาลของรฐั หรอื สถานบำบัดรกั ษา นามสกุล อายุ ปี ชอ่ื ผู้รบั การตรวจ นาย/นาง/นางสาว ชือ่ ผูใ้ ห้ความยนิ ยอมแทน ������������ กรณีท่ผี ู้ปว่ ยมีอายไุ ม่ถงึ สิบแปดปบี ริบูรณ์ ������������ เปน็ ผู้ขาดความสามารถในการตัดสินใจใหค้ วามยินยอมรับการบำบัดรกั ษา นาย/นาง/นางสาว นามสกลุ อายุ ปี เกย่ี วขอ้ งเป็น ������������ คู่สมรส ������������ ผู้บุพการี ระบุ ������������ ผสู้ บื สันดาน ระบุ ������������ ผปู้ กครอง (ตามกฎหมาย) ระบุ ������������ ผู้พิทักษ์ ������������ ผู้อนุบาล ������������ ผูซ้ ึ่งปกครองดแู ลผปู้ ว่ ย (ตามความเป็นจรงิ ) ระบุ ขา้ พเจ้าไดร้ บั ทราบคำอธิบายเก่ียวกบั เหตุผลความจำเป็นในการบำบดั รักษาทางจิตเวชดว้ ยไฟฟ้า กระทำต่อสมอง หรือระบบประสาท หรอื การบำบดั รกั ษาดว้ ยวธิ อี ่ืนใด ������������ การรกั ษาดว้ ยไฟฟา้ (ECT) ������������ การกระทำต่อสมองหรือระบบประสาท (TMS) ������������ การรกั ษาด้วยวธิ อี ื่นใด ระบุ 56 คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่แี กไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562


58 ข้าพเจ้า ไดร้ ับทราบคำอธิบายเกี่ยวกบั เหตผุ ลความจำเป็น ความเส่ียงทีอ่ าจเกิดภาวะแทรกซอ้ นที่เปน็ อันตราย ร้ายแรง หรืออาจเป็นผลทำให้ไม่สามารถแก้ไขให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาพเดิม และประโยชน์ของการบำบัดรัก ษาแล้ว จึงลงนามใหค้ วามยินยอมเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลของรฐั หรอื สถานบำบัดรักษาแหง่ นี้ต่อหน้าพยาน ลงนาม ผปู้ ว่ ย () ลงนาม ผใู้ หค้ วามยินยอมแทน () ผใู้ ห้ความยนิ ยอมแทนซ่ึงมีความสัมพันธ์กับผปู้ ่วย ในฐานะเป็น ลงนาม แพทย์ ( ) ตำแหนง่ ลงนาม พยาน ( ) ลงนาม พยาน ( ) คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 57 และที่แกไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562


ข้อควรค�ำนึงของการขอความยินยอมในการรักษาด้วยไฟฟ้า คือ ควรระบุข้อมูลส�ำคัญบางประการ เพม่ิ เตมิ เชน่ ใชว้ ธิ กี ารรกั ษาดว้ ยไฟฟา้ แบบใชย้ านำ� สลบ (modified ECT) หรอื แบบไมใ่ ชย้ านำ� สลบ (unmodified ECT) จ�ำนวนคร้ังของการรักษาด้วยไฟฟ้า และหากจะท�ำการรักษาด้วยไฟฟ้าเพิ่มเติมจากจ�ำนวนครั้งที่ได้ขอ ความยินยอมไว้ ให้ขอความยินยอมเป็นหนังสืออกี ครัง้ การนำ�บคุ คลซ่ึงมพี ฤติการณ์อันน่าเชือ่ ว่ามีภาวะอันตรายหรอื มีความจำ�เป็น ตอ้ งไดร้ บั การบำ�บัดรักษาเข้าสู่การบำ�บัดรักษา กรณีอย่ใู นชมุ ชน เม่ือมีผู้พบบุคคลซ่ึงมีพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่ามีภาวะอันตรายหรือมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี พนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจโดยไม่ชักช้า16 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี พนักงาน ฝา่ ยปกครองหรือตำ� รวจไดร้ บั แจ้ง หรือพบบุคคลซึง่ มีพฤติการณ์อันน่าเช่ือว่ามีภาวะอันตรายหรอื มีความจ�ำเปน็ ต้อง ได้รับการบ�ำบัดรักษาด้วยตนเอง ให้น�ำบุคคลดังกล่าวไปยังสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบ�ำบัดรักษาซึ่งอยู่ใกล้ โดยไม่ชักช้า เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้น โดยจะมีผู้รับดูแลบุคคลดังกล่าวไปด้วยหรือไม่ ก็ได1้ 7, 18 การสง่ ตวั บุคคลดงั กลา่ วมีวธิ ีการ ดงั นี้ - ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือต�ำรวจแจ้งสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบ�ำบัด รกั ษาล่วงหนา้ ทางโทรศพั ท์หรือวิธีอ่นื ใดโดยไมช่ กั ชา้ 19 - ให้ผูน้ ำ� ส่งแจง้ ข้อมลู เท่าท่ที ราบแก่สถานพยาบาลของรฐั หรอื สถานบ�ำบัดรักษา ได้แก่ - พฤติกรรมและอาการที่แสดงความผิดปกติทางจิตของบุคคล สถานที่ วัน และเวลาขณะพบ เหตกุ ารณ์ ช่ือ นามสกุลของบคุ คลนน้ั เทา่ ทสี่ ามารถตรวจสอบได้ - ชือ่ และหน่วยงานของผนู้ ำ� สง่ ตลอดจนการช่วยเหลอื เบอ้ื งต้นท่ไี ดด้ �ำเนนิ การไปแลว้ - ที่อย่แู ละหมายเลขโทรศัพทข์ องญาติของบคุ คลนั้นท่สี ามารถติดตอ่ ได้20 - กรณีทผ่ี นู้ ำ� ส่งพบวา่ บุคคลนัน้ มอี าวุธตดิ ตัวใหป้ ลดอาวุธเพ่ือความปลอดภยั กอ่ นการสง่ ตัว21 - หากบุคคลดังกล่าวมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษาโรคทางกายก่อน ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ี พนักงานฝ่ายปกครอง หรือต�ำรวจส่งบุคคลนั้นไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพในการบ�ำบัดรักษาโรคทางกายนั้น โดยใหแ้ จง้ ข้อมูลของบุคคลน้นั แกส่ ถานพยาบาลทจี่ ะนำ� สง่ ดว้ ย22 - การผกู มดั รา่ งกายบคุ คลดงั กลา่ วจะกระทำ� ไดเ้ ฉพาะกรณที มี่ คี วามจำ� เปน็ เพอื่ ปอ้ งกนั การเกดิ อนั ตราย ตอ่ บุคคลนน้ั เอง บุคคลอืน่ หรอื ทรพั ย์สินของผู้อนื่ เทา่ นน้ั 23 - ถ้าบุคคลนั้นขัดขวางหรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจ 16 พระราชบญั ญัติสุขภาพจติ ฯ มาตรา 23. 17 พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 24 วรรคแรก. 18 พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 26 วรรคแรก. 19 ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยการสง่ ตวั บคุ คลเพอื่ รบั การตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการเบอ้ื งตน้ ในกรณฉี กุ เฉนิ พ.ศ. 2564 ขอ้ 4 (1). 20 ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยการสง่ ตัวบคุ คลเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและประเมนิ อาการเบือ้ งตน้ ในกรณีฉกุ เฉนิ ฯ ข้อ 4 (2). 21 ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งตัวบคุ คลเพ่ือรบั การตรวจวนิ ิจฉัยและประเมนิ อาการเบอ้ื งต้นในกรณีฉุกเฉิน ฯ ข้อ 5. 22 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยการส่งตวั บุคคลเพ่อื รบั การตรวจวินิจฉยั และประเมินอาการเบอ้ื งต้นในกรณีฉุกเฉนิ ฯ ข้อ 6. 23 พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิตฯ มาตรา 24 วรรคสอง. 58 คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญัติสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ ก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562


มีอ�ำนาจใช้วิธีการเท่าท่ีเหมาะสมและจ�ำเป็นแก่พฤติการณ์ในการน�ำตัวบุคคลนั้นส่งสถานพยาบาลของรัฐ หรือ สถานบำ� บดั รกั ษา24 อนงึ่ มบี ทลงโทษสำ� หรบั ผแู้ จง้ ขอ้ ความอนั เปน็ เทจ็ ตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี พนกั งานฝา่ ยปกครอง หรอื ตำ� รวจ โดยมีเจตนากล่ันแกล้งให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หน่ึงผู้ใด ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรอื ท้งั จ�ำทั้งปรับ25 กรณอี ยใู่ นสถานทค่ี มุ ขงั หรอื สถานสงเคราะห์ หรอื อยใู่ นความดแู ลรบั ผดิ ชอบของพนกั งานคมุ ประพฤติ กรณีที่บุคคลซ่ึงมีพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่ามีภาวะอันตรายหรือมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา อยู่ในสถานทค่ี มุ ขงั หรือสถานสงเคราะห์ หรืออยู่ในความดแู ลรบั ผดิ ชอบของพนกั งานคุมประพฤติ ให้ผู้รบั ผดิ ชอบ สถานที่คุมขังหรือสถานสงเคราะห์ หรือพนักงานคุมประพฤติน�ำบุคคลดังกล่าวไปยังสถานพยาบาลของรัฐ หรือ สถานบำ� บดั รกั ษาซงึ่ อยใู่ กลโ้ ดยไมช่ กั ชา้ 26 เพอ่ื รบั การตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการเบอื้ งตน้ โดยใหท้ ำ� เปน็ หนงั สอื น�ำสง่ 1 ฉบับ และสำ� เนา 1 ฉบบั โดยมีรายละเอยี ดอยา่ งนอ้ ย ดังน้ี - ชอื่ นามสกลุ และรายละเอยี ดเกีย่ วกบั ผ้มู คี วามผดิ ปกติทางจติ และสาเหตกุ ารน�ำส่ง - หน่วยงานนำ� สง่ และวนั เวลาน�ำสง่ - พฤตกิ รรมและอาการของผู้มีความผดิ ปกติทางจติ ทอี่ ย่ใู นความดูแล - การช่วยเหลอื เบือ้ งตน้ - ท่อี ย่แู ละหมายเลขโทรศัพทข์ องญาติผู้มคี วามผิดปกติทางจิตทสี่ ามารถตดิ ต่อได้ ทง้ั น้ี ใหผ้ นู้ ำ� สง่ มอบหนงั สอื นำ� สง่ ไวก้ บั สถานพยาบาลของรฐั หรอื สถานบำ� บดั รกั ษา 1 ฉบบั และเกบ็ สำ� เนา หนงั สอื น�ำส่งท่ีผรู้ บั ได้ลงนามแล้ว 1 ฉบับ ไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน27 การตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบ้อื งตน้ เม่ือพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง ต�ำรวจ ผู้รับผิดชอบสถานที่คุมขังหรือสถานสงเคราะห์ หรือพนักงานคุมประพฤติน�ำส่งบุคคลซ่ึงมีพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่ามีภาวะอันตรายหรือมีความจ�ำเป็นต้องได้รับ การบ�ำบดั รักษายงั สถานพยาบาลของรฐั หรือสถานบ�ำบัดรกั ษา ใหแ้ พทย์อย่างนอ้ ย 1 คน และพยาบาลอยา่ งนอ้ ย 1 คนที่ประจ�ำสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานบ�ำบัดรักษา ตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้นให้แล้วเสร็จ ภายใน 48 ชว่ั โมงนบั แต่เวลาท่บี ุคคลนั้นมาถงึ 28 การทีก่ ฎหมายใหเ้ วลาถงึ 48 ชั่วโมง ผตู้ รวจวินจิ ฉัยและประเมิน อาการจะไดม้ เี วลาสงั เกตอาการบคุ คลทม่ี ภี าวะอนั ตรายหรอื มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา บางกรณบี คุ คล ดังกล่าวอาจมีภาวะเมาสาร (intoxication) เม่ือพ้นภาวะเมาสารแล้วอาจท�ำให้ภาวะอันตรายหรือความจ�ำเป็น ต้องได้รับการบ�ำบัดรักษาหมดไป สามารถให้ความยินยอมในการบ�ำบัดรักษาได้เอง และเข้าสู่กระบวนการบ�ำบัด รกั ษาตามปกติได้ การรายงานผลให้ใช้แบบรายงานผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบ้ืองต้น หรือแบบ ตจ.1 มีแพทย์ 1 คน และพยาบาล 1 คน ลงนาม29 ดงั น้ี 24 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 26 วรรคสอง. 25 พระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ ฯ มาตรา 51. 26 พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 25. 27 ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แห่งชาติ วา่ ด้วยการส่งตัวบุคคลเพื่อรบั การตรวจวินิจฉัยและประเมนิ อาการเบือ้ งตน้ พ.ศ. 2564. 28 พระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 27 วรรคแรก. 29 ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ด้วยหลักเกณฑ์และวธิ ีการในการรายงานผลการตรวจวินจิ ฉยั และประเมินอาการเบ้อื งต้น พ.ศ. 2564. คมู่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 59 และท่แี กไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


60 คูม่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


63 ๒ การตรวจสภาพจติ สภาพร่างกาย การแตง่ กายและพฤติกรรมภายนอก (general appearance) อารมณ์และความรู้สึกท่ีแสดงออก (mood and affect) ลักษณะของคำพูด (pattern of speech) การรับรู้และประสาทหลอน (perception and hallucination) ความคิดหลงผิด (delusion) ความคดิ หวาดระแวงและพฤตกิ รรมท่ีเปน็ อันตรายต่อผู้อื่น (paranoid) ความสามารถในการควบคมุ ตนเอง (impulsive control) ความสามารถในการรบั รู้กาลเวลา สถานที่ บคุ คล (orientation) คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 61 และที่แกไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


๓ 62 คมู่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


๔ หมายเหตุ ๑. การประเมนิ อาการเบอื้ งตน้ ตามมาตรา ๒๗ ใหล้ งนามทง้ั แพทยแ์ ละพยาบาลผตู้ รวจ และตอ้ งไมเ่ กนิ สสี่ บิ แปดชวั่ โมง นบั แต่เวลาท่บี คุ คลนนั้ มาถึงสถานพยาบาลของรัฐหรอื สถานบำ�บดั รกั ษา ๒. การประเมินอาการเบือ้ งตน้ ตามมาตรา ๒๘ ใหล้ งนามเฉพาะแพทยผ์ ูต้ รวจ ๓. “ภาวะอนั ตราย” หมายความวา่ พฤตกิ รรมทบี่ คุ คลทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจติ แสดงออกโดยประการทนี่ า่ จะกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายรา้ ยแรงตอ่ ชวี ิต ร่างกาย หรอื ทรพั ยส์ ินของตนเองหรอื ผ้อู ื่น ๔. “ความจำ�เป็นต้องได้รับการบำ�บัดรักษา” หมายความว่า สภาวะของผู้ป่วยซึ่งขาดความสามารถในการตัดสินใจ ใหค้ วามยนิ ยอมรบั การบำ�บดั รกั ษา และตอ้ งไดร้ บั การบำ�บดั รกั ษาโดยเรว็ เพอื่ ปอ้ งกนั หรอื บรรเทามใิ หค้ วามผดิ ปกติ ทางจิตทวีความรุนแรง หรอื เพ่ือป้องกนั อนั ตรายทจี่ ะเกดิ ขนึ้ กบั ผปู้ ่วยหรอื บุคคลอ่ืน คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 63 และท่แี ก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562


หากบุคคลดังกล่าวจ�ำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการโดยละเอียดจากคณะกรรมการ สถานบ�ำบัดรักษา โดยส่วนมากมักเป็นกรณีท่ีต้องบังคับบ�ำบัดรักษาเป็นผู้ป่วยใน แต่สถานพยาบาลของรัฐที่ได้รับ ผปู้ ว่ ยไวเ้ บอื้ งตน้ นนั้ ไมไ่ ดข้ นึ้ ทะเบยี นเปน็ สถานบำ� บดั รกั ษา ทำ� ใหไ้ มม่ คี ณะกรรมสถานบำ� บดั รกั ษาตรวจประเมนิ อาการ ตามทก่ี ฎหมายกำ� หนด หรอื สถานพยาบาลของรฐั น้ันเป็นสถานบำ� บัดรักษา แตไ่ มม่ สี ถานทท่ี ่ีเหมาะสมสำ� หรับบำ� บัด รักษาบุคคลนั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีส่งตัวบุคคลน้ันพร้อมแบบ ตจ.1 ไปยังสถานบ�ำบัดรักษา โดยใส่ซองปิดผนึก และตีตราลบั รวมท้ังท�ำสำ� เนาคฉู่ บบั ไว้เป็นหลักฐานด้วย30, 31 กรณีที่บุคคลที่มีภาวะอันตรายหรือมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษาอยู่ในความดูแลของแพทย์ ให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้นแล้วน�ำส่งสถานบ�ำบัดรักษา เพ่ือให้คณะกรรมการสถานบ�ำบัด รักษาตรวจประเมินโดยละเอียดต่อไป32 หากบุคคลดังกล่าวรับการบ�ำบัดรักษาอยู่ในสถานบ�ำบัดรักษาอยู่แล้ว และมีสถานที่เหมาะสมส�ำหรับบ�ำบัดรักษาบุคคลดังกล่าว ให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้น แลว้ แจง้ คณะกรรมการสถานบำ� บัดรกั ษา โดยการรายงานผลตามแบบ ตจ.1 โดยให้แพทย์ 1 คน เป็นผลู้ งนาม33 ตวั อย่าง พลเมืองดีน�ำส่งชายเร่ร่อนไม่ทราบช่ือ นามสกุล และอายุ เพ่ือรับการตรวจประเมินท่ีโรงพยาบาลศูนย์ แห่งหน่ึง เน่ืองจากสังเกตว่าชายคนดังกล่าวมีอาการหอบเหนื่อยบริเวณทางเท้าหน้าโรงพยาบาล ตามญาติไม่พบ หลงั รับไว้รักษาท่ีหอผู้ป่วยอายุรกรรม อาการทางกายทุเลา แต่ผปู้ ว่ ยมอี าการพูดคนเดียว หงดุ หงดิ ตาขวาง เดินไป เดินมาในหอผู้ป่วย ยืนจ้องหน้าจอเคร่ืองช่วยหายใจของผู้ป่วยรายอื่น กรณีน้ี บุคคลดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ แพทย์และมีภาวะอันตราย หากโรงพยาบาลดังกล่าวเป็นสถานบ�ำบัดรักษา และมีหอผู้ป่วยที่ดูแลผู้ป่วยท่ีมีภาวะ อันตรายได้ ให้แพทย์ 1 คน ตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบ้ืองต้นแล้วแจ้งคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษา หากโรงพยาบาลดังกล่าวไม่ได้เป็นสถานบ�ำบัดรักษา หรือไม่มีหอผู้ป่วยท่ีดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะอันตรายได้ ให้แพทย์ 1 คน ตรวจวินิจฉัยและประเมนิ อาการเบือ้ งตน้ แล้วส่งบคุ คลดงั กลา่ วไปยังสถานบำ� บัดรักษาพรอ้ มแบบ ตจ.1 ตอ่ ไป หลกั การเขยี นแบบ ตจ.1 แบบ ตจ.1 เป็นเอกสารที่บันทึกการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้นโดยสถานพยาบาล หรือสถานบ�ำบัดรักษาที่ตรวจบุคคลที่ต้องสงสัยว่ามีภาวะอันตรายหรือมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา ครั้งแรกหลังจากน�ำส่งสถานพยาบาลหรือสถานบ�ำบัดรักษาในครั้งน้ัน ๆ จุดประสงค์ของเอกสารน้ี คือ เพื่อให้ มกี ารบนั ทกึ ขอ้ ความความเจบ็ ปว่ ย และความเหน็ ของผตู้ รวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการวา่ บคุ คลนน้ั มภี าวะอนั ตราย หรอื มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาหรอื ไมอ่ ยา่ งไร รายละเอยี ดของเอกสารมลี กั ษณะคลา้ ยขอ้ มลู ทต่ี อ้ งบนั ทกึ ในเวชระเบียน เช่น ทีม่ าของข้อมลู อาการน�ำ ประวตั คิ วามเจ็บป่วย การตรวจร่างกาย การตรวจสภาพจิต การตรวจ ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร การวนิ จิ ฉยั โรคเบอ้ื งตน้ แต่มรี ายละเอียดทีจ่ ะเอือ้ ตอ่ การตดิ ตามญาติ และตอนท้ายของเอกสาร จะมีข้อมูลการประเมนิ อาการเบ้อื งต้น และการนำ� สง่ สถานบ�ำบดั รักษา 30 พระราชบัญญตั ิสุขภาพจิตฯ มาตรา 27 วรรคสาม. 31 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารในการรายงานผลการตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการเบ้ืองตน้ ฯ ขอ้ 4 (3). 32 พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ ฯ มาตรา 28. 33 ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แห่งชาติ วา่ ดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการในการรายงานผลการตรวจวนิ ิจฉยั และประเมินอาการเบ้อื งต้นฯ. 64 คู่มือการดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพิม่ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


ข้อควรค�ำนึงในการเขียนแบบ ตจ.1 ได้แก่ - สถานพยาบาลหรือสถานบ�ำบัดรักษาท่ีต้องระบุในตอนต้นของแบบ ตจ.1 หมายถึง สถานพยาบาล หรอื สถานบ�ำบัดรกั ษาทต่ี รวจวนิ ิจฉัยและประเมนิ อาการครงั้ แรกก่อนที่จะสง่ ตอ่ ไปยงั สถานบำ� บัดรกั ษาในครัง้ นัน้ ๆ ไมไ่ ดห้ มายถงึ สถานบ�ำบัดรักษาทจี่ ะรับสง่ ตอ่ - ควรระบุอาการน�ำ ประวัติความเจ็บป่วย การตรวจร่างกาย การตรวจสภาพจิต และผลการตรวจ ทางห้องปฏิบัติการที่สอดคล้องกับผลการประเมินภาวะอันตรายหรือมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา หากประเมินว่าบุคคลนั้นมีภาวะอันตรายหรือมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา ให้ระบุข้อความที่แสดงถึง ภาวะอนั ตรายหรือมีความจ�ำเปน็ ต้องไดร้ บั การบำ� บัดรักษาไวใ้ นข้อมูลของบุคคลน้ันด้วย - การระบุข้อมูลการตรวจสภาพจิต หากผู้ตรวจไม่ม่ันใจศัพท์เฉพาะ (terminology) ของการตรวจ สภาพจติ สามารถใช้การบรรยายดว้ ยภาษาไทยแทนได้ - หากส่งต่อไปรับการประเมินที่สถานบ�ำบดั รักษา ใหร้ ะบุชอื่ สถานบ�ำบัดรกั ษาดว้ ย - การลงนามท้ายเอกสาร ให้แพทย์ 1 คน และพยาบาล 1 คน ซึ่งได้ตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการ เบื้องต้นเป็นผู้ลงนาม ยกเว้นกรณีที่ผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของแพทย์ ให้แพทย์ 1 คนลงนาม แพทย์และพยาบาล อาจกังวลว่าเอกสารน้ีจะท�ำให้เส่ียงต่อการถูกฟ้องร้อง ในความเป็นจริงแล้ว เอกสารฉบับนี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่า แพทย์และพยาบาลได้ปฏบิ ัติตามวิธกี ารท่ีกฎหมายกำ� หนด กรณีบุคคลที่มีภาวะอันตรายหรือมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา หลบหนีออกนอกเขต สถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบำ� บัดรักษา ให้พนกั งานเจา้ หนา้ ทีป่ ระสานงานกับพนกั งานฝา่ ยปกครองหรือต�ำรวจ และญาติเพื่อติดตามบุคคลดังกล่าวกลับมายังสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบ�ำบัดรักษา โดยระยะเวลาท่ีผู้ป่วย หลบหนีไป ไม่นบั ในระยะเวลา 48 ช่วั โมงท่ตี อ้ งตรวจวนิ ิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้นให้แลว้ เสรจ็ 34 การตรวจวินจิ ฉยั และประเมนิ อาการโดยคณะกรรมการสถานบำ�บัดรักษา การตรวจวินจิ ฉัยและประเมนิ อาการครัง้ แรก เมอื่ สถานบำ� บดั รกั ษาไดร้ บั ตวั บคุ คลทพ่ี นกั งานเจา้ หนา้ ท3ี่ 5 หรอื แพทย3์ 6 เหน็ วา่ มภี าวะอนั ตรายหรอื มคี วาม จำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาไว้ คณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษาตอ้ งตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการโดยละเอยี ด ภายใน 30 วันนับแต่รับตัวบุคคลน้ันไว้ หากคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาเห็นว่าบุคคลนั้นมีภาวะอันตราย หรือมคี วามจ�ำเป็นตอ้ งได้รบั การบ�ำบัดรักษาจะมคี �ำส่งั อย่างใดอย่างหนงึ่ ดังน้ี - ใหบ้ คุ คลนนั้ ตอ้ งเขา้ รบั การบำ� บดั รกั ษาในสถานบำ� บดั รกั ษา หมายถงึ มคี ำ� สง่ั ใหร้ บั การบำ� บดั รกั ษาแบบ ผ้ปู ่วยใน - ให้บุคคลนั้นต้องเข้ารับการบ�ำบัดรักษา ณ สถานท่ีอ่ืนนอกจากสถานบ�ำบัดรักษา เม่ือบุคคลนั้นไม่มี ภาวะอันตราย ท้ังนี้ จะก�ำหนดเงื่อนไขใด ๆ ท่ีจ�ำเป็นเกี่ยวกับการบ�ำบัดรักษาให้บุคคลน้ันหรือผู้รับดูแลบุคคลน้ัน ตอ้ งปฏิบัติด้วยก็ได3้ 7 34 พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ ฯ มาตรา 33. 35 พระราชบญั ญัติสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 27. 36 พระราชบญั ญัติสุขภาพจติ ฯ มาตรา 28. 37 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 29. คู่มือการดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 65 และท่ีแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


กรณที ค่ี ณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษาเหน็ วา่ บคุ คลนนั้ ไมม่ ภี าวะอนั ตราย แตย่ งั จำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รักษาอยู่ คณะกรรมการสถานบำ� บัดรกั ษาจะมคี �ำสงั่ ให้บุคคลน้ันไปรบั การบ�ำบัดรักษา ณ สถานทอ่ี ่ืน แต่ต้องก�ำหนด เงื่อนไขให้ปฏิบัติตาม เช่น ให้รับการรักษาที่สถานพยาบาลอื่นทุก 1 เดือน และรายงานผลให้คณะกรรมการ สถานบำ� บดั รกั ษาทราบ เพอื่ ใหบ้ คุ คลนน้ั ยงั อยใู่ นระบบการรกั ษา ลดความเสยี่ งทอ่ี าการจะกำ� เรบิ และลดความเสยี่ ง การภาวะอันตรายต่อไป38 ท้ังน้ี ให้แจ้งผู้รับดูแลผู้ป่วยรับตัวผู้ป่วยไปดูแล39 โดยผู้รับดูแลผู้ป่วยมีสิทธิได้รับบริการ ให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำ ฝึกอบรมทักษะ การจัดการศึกษา และการส่งเสริมอาชีพ ตลอดจนความช่วยเหลืออื่นใด เพื่อใหด้ ูแลผ้ปู ว่ ยต่อไปได้ รวมทง้ั แจ้งพนักงานเจา้ หนา้ ทตี่ ดิ ตามดูแล ประสานงาน และช่วยเหลอื ในการดำ� เนนิ การ ฟน้ื ฟสู มรรถภาพผู้ป่วยแลว้ รายงานใหค้ ณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษาทราบ40 อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยหรือผู้รับดูแลผู้ป่วยไม่ปฏิบัติตามเง่ือนไขที่ก�ำหนดไว้ หรือการบ�ำบัดรักษา ไม่เป็นผล หรือผู้ป่วยมีอาการเปล่ียนแปลงและมีภาวะอันตราย คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาอาจแก้ไขเพ่ิมเติม หรอื เพิกถอนคำ� ส่งั หรือมีคำ� สงั่ ใหร้ ับตัวผปู้ ว่ ยไว้รกั ษาแบบผู้ปว่ ยในอกี กไ็ ด4้ 1 หากผู้ป่วยดูแลตนเองไม่ได้และไม่มีผู้รับดูแล หัวหน้าสถานบ�ำบัดรักษามีหน้าที่แจ้งหน่วยงาน ดา้ นสังคมสงเคราะห์และสวสั ดกิ ารทง้ั ภาครฐั และเอกชนเพือ่ รับดูแลผู้ปว่ ยต่อไป42, 43 การออกค�ำส่งั การบ�ำบดั รักษาโดยคณะกรรมการสถานบำ� บัดรกั ษา คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาต้องตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเป็นองค์คณะ มิใช่กระท�ำโดย กรรมการคนใดคนหนง่ึ โดยตอ้ งมกี ารบนั ทกึ การประชมุ และมตขิ องคณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษา และบนั ทกึ ขอ้ มลู ความเจ็บปว่ ย ผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการ และมตขิ องคณะกรรมการ ตามแบบบันทึกการตรวจวนิ ิจฉยั และประเมินอาการของคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษา หรือแบบ ตจ.2 ซึ่งประธานกรรมการสถานบ�ำบัดรักษา และกรรมการสถานบ�ำบัดรกั ษาเปน็ ผลู้ งนาม44 ดังน้ี 38 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 29 (2). 39 พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 40 (1). 40 พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 40 (3). 41 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 32 วรรคแรก. 42 พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 32 วรรคสอง. 43 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 40 (2). 44 ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารในการพจิ ารณาเพ่ือมีคำ� สงั่ ใหบ้ ุคคลตอ้ งเขา้ รับการบำ� บัดรักษา พ.ศ. 2564. 66 ค่มู ือการดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแี่ ก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562


69 แบบ ตจ.๒ แบบบนั ทึกการตรวจวนิ จิ ฉัยและประเมินอาการของคณะกรรมการสถานบำบัดรักษา วันท่ี เดือน พ.ศ. ชื่อสถานบำบดั รกั ษา นามสกลุ อายุ ปี ชื่อผู้รับการตรวจ ชือ่ เดอื น พ.ศ. เลขท่ีทวั่ ไป (Hospital Number) รบั ตัวไว้ เมื่อวนั ท่ี แหลง่ ทม่ี าของข้อมลู (เชน่ หนงั สือนำสง่ จากสถานพยาบาล) ปญั หาอนั เปน็ เหตุใหน้ ำตัวมาตรวจวินิจฉยั ประวัตคิ วามเจบ็ ป่วยทางจติ และโรคทางกาย ข้อมูลความเจ็บป่วย (ประวัติความเจ็บป่วยทางจิตและโรคทางกายที่เกี่ยวข้อง ประวัติพัฒนาการ ประวัติส่วนตัว ประวัตคิ รอบครัว ประวัตกิ ารรกั ษา) การตรวจทางร่างกาย การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร (ถา้ มี) คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 67 และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


70 การตรวจสภาพจติ ๒ สภาพร่างกาย การแตง่ กายและพฤติกรรมภายนอก (general appearance) อารมณ์และความรู้สึกทีแ่ สดงออก (mood and affect) ลกั ษณะของคำพูด (pattern of speech) การรบั รูแ้ ละประสาทหลอน (perception and hallucination) ความคิดหลงผดิ (delusion) ความคดิ หวาดระแวงและพฤติกรรมทีเ่ ป็นอนั ตรายต่อผอู้ น่ื (paranoid) ความสามารถในการควบคมุ ตนเอง (impulsive control) ความสามารถในการรับรู้กาลเวลา สถานท่ี บุคคล (orientation) ความคดิ และพฤติกรรมพยายามฆ่าตัวตาย (attempted suicide) อนื่ ๆ 68 คมู่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


71 ๓ การทดสอบทางจิตวิทยาคลินิก (ถา้ มี) การดำเนนิ โรค ผลการตรวจวนิ จิ ฉัยและประเมินอาการผ้ปู ่วยของคณะกรรมการ มติของคณะกรรมการ ลงนาม . ( ) ประธานกรรมการสถานบำบดั รักษา . ลงนาม ) ( กรรมการสถานบำบดั รกั ษา . ) ลงนาม ( . กรรมการสถานบำบดั รักษา ) ลงนาม . ( ) กรรมการสถานบำบัดรกั ษา ลงนาม ( กรรมการสถานบำบัดรักษา คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 69 และทแี่ กไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


หลักการเขยี นแบบ ตจ.2 แบบ ตจ.2 เปน็ เอกสารที่บนั ทกึ การตรวจวนิ ิจฉยั และประเมนิ อาการของคณะกรรมการสถานบ�ำบดั รักษา มลี กั ษณะเปน็ การทบทวนประวตั กิ ารรกั ษาและบนั ทกึ ความกา้ วหนา้ ของผปู้ ว่ ย ประกอบดว้ ยทมี่ าของขอ้ มลู อาการนำ� ประวตั ิความเจบ็ ปว่ ย การตรวจร่างกาย การตรวจสภาพจติ การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร การทดสอบทางจติ วทิ ยา ตอนท้ายของแบบ ตจ.2 จะต้องระบุข้อมลู สำ� คัญ ดังนี้ - การด�ำเนินโรค ระบุการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่รับตัวผู้ป่วยไว้ มีการด�ำเนินโรคอย่างไร ตอบสนองต่อ การรักษาอย่างไรบา้ ง - ผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการผู้ป่วยโดยคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษา ระบุการวินิจฉัย และประเมนิ อาการทค่ี รอบคลมุ ถงึ ภาวะอนั ตรายและความจ�ำเปน็ ตอ้ งได้รับการบ�ำบัดรักษา - มติของคณะกรรมการ ระบมุ ตทิ ีน่ �ำไปสู่การออกค�ำสงั่ บงั คบั รกั ษาตามแบบ ตจ.3 เชน่ การบังคบั รกั ษา แบบผู้ป่วยใน การบังคับรักษาด้วยไฟฟ้า การย้ายสถานบ�ำบัดรักษา กรณีบังคับรักษาแบบผู้ป่วยให้ระบุว่า สงั่ บงั คบั รกั ษากว่ี นั หากสามารถระบวุ นั ได้ จะเปน็ ประโยชนใ์ นการกำ� หนดวนั ครบประเมนิ อาการของคณะกรรมการ สถานบ�ำบัดรักษา กรณีบังคับรักษาด้วยไฟฟ้า ควรระบุด้วยว่าคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้รักษาด้วยไฟฟ้า เป็นจ�ำนวนกี่ครั้ง โดยอาจไม่ระบุวันท่ีท�ำการรักษาด้วยไฟฟ้า เน่ืองจากเปล่ียนแปลงได้ตามความพร้อมของ ผู้ป่วยและผู้รักษา ท้ังนี้ มติของคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาไม่จ�ำเป็นต้องเป็นการบังคับรักษาเสมอไป หากคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาประเมินว่า ผู้ป่วยรายนี้ยังไม่จ�ำเป็นต้องบังคับรักษาด้วยไฟฟ้าหรือมติ คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาไม่ได้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ก็ให้ระบุมตินั้นไว้ด้วย เพียงแต่ไม่ได้น�ำไปสู่การออก คำ� ส่ังตามแบบ ตจ.3 - การลงนามทา้ ยแบบ ตจ.2 ใหค้ ณะกรรมการทเ่ี ขา้ ประชมุ เปน็ ผลู้ งนาม ซงึ่ คณะกรรมการตอ้ งเขา้ ประชมุ ไมน่ อ้ ยกวา่ กึง่ หนึ่ง45 คือ อย่างนอ้ ย 3 ราย จากน้นั จึงมคี �ำส่ังคณะกรรมการสถานบ�ำบดั รักษา เร่ือง ค�ำสง่ั ให้บคุ คลตอ้ งเขา้ รบั การบำ� บดั รกั ษา หรือ แบบ ตจ.3 โดยค�ำส่งั ดงั กล่าวตอ้ งระบขุ ้อมลู สำ� คญั ไดแ้ ก่ - ชือ่ นามสกลุ อายุ เลขทีท่ ั่วไป (Hospital Number) ของผ้รู ับการตรวจ - ผลการตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการวา่ มภี าวะอนั ตรายหรอื มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา หรือไม่ - ช่อื สถานบ�ำบัดรกั ษา และวันทีป่ ระชมุ คณะกรรมการสถานบำ� บดั รักษา - ค�ำส่ังให้เข้ารับการบ�ำบัดรักษา ซึ่งต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจน กรณีบังคับรักษาแบบผู้ป่วยให้ระบุ ว่าสั่งบังคับรักษาก่ีวัน หากระบุวันท่ีได้จะเป็นประโยชน์ในการก�ำหนดวันครบประเมินอาการของคณะกรรมการ สถานบ�ำบัดรักษา ส่วนกรณีบังคับรักษาด้วยไฟฟ้า ให้ระบุไว้ด้วยว่าบังคับรักษากี่คร้ัง อาจไม่ระบุวันที่ท�ำหัตถการ เนอ่ื งจากเปล่ยี นแปลงได้ตามความพร้อมของผู้ป่วยและผ้รู ักษา - สิทธใิ นการอุทธรณ์ และให้ลงนามโดยประธานกรรมการสถานบ�ำบัดรักษา46 ดงั แบบทแ่ี สดง ดงั นี้ 45 พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 9. 46 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารในการพจิ ารณาเพื่อมีค�ำสัง่ ใหบ้ คุ คลตอ้ งเขา้ รับการบำ� บดั รักษาฯ. 70 คูม่ ือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


เรื่อง คาํ สั่งใหบคุ คลตองเขา รับการบาํ บดั รักษา คูม่ ือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 71 และทีแ่ ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


การบังคับบ�ำบดั รักษาแบบผู้ป่วยใน คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาก�ำหนดวิธีการและระยะเวลาบ�ำบัดรักษาตามความรุนแรงของความผิด ปกติทางจติ แตต่ อ้ งไม่เกิน 90 วนั นับแต่วนั ท่มี ีค�ำสัง่ และอาจขยายระยะเวลาได้อีกคร้ังละไม่เกนิ 90 วนั นบั แต่วันท่ี มคี ำ� สงั่ ครง้ั กอ่ นหนา้ โดยคณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษาตอ้ งประชมุ เพอ่ื ตรวจวนิ จิ ฉยั ประเมนิ อาการ และพจิ ารณา ผลการบำ� บดั รกั ษา เพ่อื มคี ำ� สงั่ การรักษากอ่ นสน้ิ กำ� หนดระยะเวลาบำ� บดั รกั ษาแต่ละคร้งั ไมน่ อ้ ยกวา่ 15 วัน47 กฎหมายไม่ได้ระบุว่าคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาจะต้องมีค�ำส่ังบังคับบ�ำบัดรักษา 90 วัน อาจสั่ง น้อยกว่า 90 วนั ก็ไดต้ ามความเหมาะสม โดยมากมักสัง่ บงั คบั รกั ษาครั้งละ 90 วนั เพอ่ื ความคล่องตวั ในการบรหิ าร จัดการ เนอ่ื งจากหากผู้ป่วยหายจากความผดิ ปกตทิ างจติ หรอื ทุเลาและไม่มีภาวะอันตรายแล้ว แพทยผ์ ูบ้ ำ� บดั รกั ษา สามารถจ�ำหน่ายผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องผ่านมติคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษา อย่างไรก็ตาม ไม่ควรส่ังบังคับรักษา น้อยกว่า 15 วัน เนื่องจากกฎหมายก�ำหนดให้มีค�ำสั่งการรักษาก่อนส้ินก�ำหนดระยะเวลาบ�ำบัดรักษาแต่ละครั้ง ไม่นอ้ ยกวา่ 15 วัน การทีก่ ฎหมายกำ� หนดให้สัง่ บังคบั บำ� บัดรกั ษาไดไ้ ม่เกนิ ครง้ั ละ 90 วัน เพอื่ ให้คณะกรรมการสถานบ�ำบดั รักษาไดต้ รวจวินจิ ฉยั ประเมินอาการ และพจิ ารณาผลการบ�ำบัดรักษาเป็นระยะ ระยะเวลา 90 วัน เปน็ ระยะเวลา ที่ไม่ส้ันและไม่ยาวจนเกินไป รบกวนการปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ ของคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาไม่มาก นานพอ ท่ีจะเห็นผลการบ�ำบัดรักษาความผิดปกติทางจิตซึ่งอาจมีความเร้ือรังและใช้เวลานานจึงจะเห็นการเปล่ียนแปลง ที่ชดั เจน การบงั คบั รกั ษาทางจติ เวชดว้ ยไฟฟา้ การกระทำ� ตอ่ สมองหรอื ระบบประสาท หรอื การบำ� บดั รกั ษาดว้ ย วิธีอนื่ ใดทอี่ าจเป็นผลท�ำให้รา่ งกายไมอ่ าจกลบั คนื สสู่ ภาพเดิมอย่างถาวร กรณที ม่ี เี หตฉุ กุ เฉนิ หรอื ความจำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ เพอ่ื ประโยชนข์ องผปู้ ว่ ย หากมไิ ดบ้ ำ� บดั รกั ษาจะเปน็ อนั ตราย ถงึ แกช่ วี ติ ของผปู้ ว่ ย ทงั้ น้ี โดยความเหน็ ชอบเปน็ เอกฉนั ทข์ องคณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษา นนั่ คอื คณะกรรมการ สถานบ�ำบัดรักษาต้องเห็นพอ้ งตอ้ งกนั ไม่มผี ใู้ ดคัดคา้ นแม้เพียงผู้เดียว48 การสัง่ ย้ายสถานบ�ำบัดรกั ษา คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษามีอ�ำนาจสั่งย้ายผู้ป่วยไปรับการบ�ำบัดรักษาท่ีสถานบ�ำบัดรักษาอื่นได้ ในกรณี ดังนี้ - ผปู้ ว่ ยมคี วามจ�ำเปน็ ต้องได้รบั การบำ� บดั รักษาจากผู้เชย่ี วชาญเฉพาะโรค เช่น ผู้ป่วยจิตเวชเด็กที่มีปัญหายุ่งยากซับซ้อนจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษาจากจิตแพทย์เด็กและ วยั รนุ่ คณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษาอาจมคี ำ� สงั่ ใหผ้ ปู้ ว่ ยยา้ ยไปรบั การบำ� บดั รกั ษาในสถานบำ� บดั รกั ษาทมี่ จี ติ แพทย์ เดก็ และวยั ร่นุ ผปู้ ว่ ยโรคพารก์ นิ สนั และมอี าการประสาทหลอน จำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาในสถานบำ� บดั รกั ษา ที่มีท้ังจิตแพทย์และอายุรแพทย์ระบบประสาท คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาอาจมีค�ำส่ังให้ผู้ป่วยย้ายไปรับ การบ�ำบดั รกั ษาในสถานบำ� บัดรกั ษาที่มีทั้งจิตแพทยแ์ ละอายุรแพทย์ระบบประสาท 47 พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 30. 48 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 18 (2). 72 คูม่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562


- การบำ� บดั รกั ษาจ�ำเปน็ ต้องใชเ้ คร่อื งมือหรอื วธิ กี ารพเิ ศษ เช่น ผู้ป่วยมีภาวะซึมเศร้ารุนแรงและมีความเสี่ยงฆ่าตัวตายสูง จ�ำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยไฟฟ้า แตส่ ถานบำ� บดั รกั ษานนั้ ไมม่ กี ารรกั ษาดว้ ยวธิ ดี งั กลา่ ว คณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษาอาจมคี ำ� สง่ั ใหผ้ ปู้ ว่ ยยา้ ยไปรบั การบ�ำบดั รกั ษาในสถานบำ� บัดรกั ษาท่มี กี ารรกั ษาดว้ ยไฟฟ้า - ผู้ป่วยหรือผู้รับดูแลผู้ป่วยร้องขอให้ส่งตัวผู้ป่วยไปรับการบ�ำบัดรักษาต่อท่ีสถานบ�ำบัดรักษาอื่นและ สถานบำ� บัดรักษานน้ั ยินดีรับตัวผูป้ ่วยไว้ เช่น ผปู้ ว่ ยมาทำ� งานทกี่ รงุ เทพมหานคร อาศัยอยูท่ ีห่ อ้ งแถวเพยี งล�ำพัง เมอ่ื มีอาการทางจิตและมภี าวะ อนั ตราย ไดร้ บั การรักษาทโ่ี รงพยาบาลจิตเวชในกรุงเทพมหานคร ต่อมา ตามหาญาตจิ นพบ ญาติขอให้ส่งตัวผปู้ ่วย ไปรับการบ�ำบัดรักษาท่ีโรงพยาบาลจิตเวชในจังหวัดขอนแก่น เพ่ือความสะดวกในการเยี่ยมและติดตามการรักษา ตอ่ เนื่อง คณะกรรมการสถานบำ� บัดรักษาอาจมีค�ำสั่งให้ผู้ป่วยยา้ ยไปรบั การบ�ำบัดรักษาตามท่ญี าตริ ้องขอ การสั่งย้ายสถานบ�ำบัดรักษาต้องส่งแบบ ตจ.2 และแบบ ตจ.3 พร้อมเหตุผล และความจ�ำเป็นของ การส่งั ยา้ ยผปู้ ่วยไปด้วย เพ่อื ความตอ่ เนื่องของการบำ� บัดรักษา ทงั้ นี้ ในทางปฏิบัติคณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษา ที่จะมคี �ำสัง่ ย้ายผู้ปว่ ยควรประสานงานกบั สถานบ�ำบดั รักษาทีจ่ ะรบั ตัวผู้ปว่ ยไวล้ ่วงหนา้ 49, 50 กรณผี ู้ป่วยหลบหนี กรณีผู้ป่วยหลบหนีออกนอกเขตสถานบ�ำบัดรักษา ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีประสานงานกับพนักงาน ฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจและญาติเพื่อติดตามผู้ป่วยกลับมายังสถานบ�ำบัดรักษา โดยระยะเวลาท่ีผู้ป่วยหลบหนีไป ไมน่ ำ� มานบั ในระยะเวลา 30 วนั นบั แตร่ บั ตวั บคุ คลนนั้ ไว้ กรณที คี่ ณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษายงั ไมไ่ ดต้ รวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการครัง้ แรก และไม่นำ� มานบั ในระยะเวลาท่ีบังคบั บ�ำบดั รกั ษาแบบผูป้ ว่ ยใน51 การจำ�หน่ายผูป้ ว่ ยและการตดิ ตามการบำ�บัดรักษาต่อเน่ือง การจ�ำหน่ายผูป้ ่วย เมอ่ื แพทยผ์ บู้ ำ� บดั รกั ษาเหน็ วา่ ผปู้ ว่ ยไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาจนความปกตทิ างจติ หายหรอื ทเุ ลาและไมม่ ภี าวะ อนั ตรายแลว้ ใหแ้ พทยจ์ ำ� หนา่ ยผปู้ ว่ ยออกจากสถานพยาบาลและรายงานผลการบำ� บดั รกั ษาและการจำ� หนา่ ยผปู้ ว่ ย ให้คณะกรรมการสถานบำ� บัดรกั ษาทราบโดยไม่ชกั ช้า52 โดยมรี ายละเอียด ดงั นี้ - วันเดือนปี ที่รับและจำ� หนา่ ยผปู้ ว่ ย - อาการแรกรับ - ผลการตรวจร่างกายหรือสภาพจิต - การวนิ ิจฉยั โรค - การดำ� เนินโรค - การรักษาที่ไดร้ บั 49 พระราชบญั ญัติสุขภาพจิตฯ มาตรา 34. 50 ระเบยี บคณะกรรมการสุขภาพจติ แห่งชาติ ว่าดว้ ยการสง่ั ยา้ ยผู้ป่วยไปรับการบำ� บดั รักษาในสถานบ�ำบดั รักษาอน่ื พ.ศ. 2564. 51 พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 33. 52 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 31. ค่มู ือการดำเนินงานตามพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 73 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


- เหตผุ ลของการจำ� หน่ายผปู้ ว่ ย - แผนการรกั ษาต่อเน่ือง (ถ้ามี)53 จะสังเกตว่าข้อมูลท่ีต้องรายงานคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษามีลักษณะคล้ายคลึงกับการบันทึกสรุป การจ�ำหน่าย (discharge summary) ตามเกณฑ์การตรวจประเมนิ คณุ ภาพเวชระเบยี นผู้ป่วยจิตเวช กรณผี ู้ป่วยใน ของสำ� นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาต5ิ 4 อยา่ งไรกต็ าม ควรบันทกึ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ภาวะอนั ตรายและความจำ� เปน็ ต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา รวมท้ังผลการบ�ำบัดรักษา และแผนการรักษาต่อเนื่องให้ชัดเจน เพ่ือประโยชน์ ในการตดิ ตามการบ�ำบัดรกั ษาตอ่ เนื่อง การติดตามการบำ� บัดรกั ษาตอ่ เน่ือง เน่ืองจากผู้ป่วยทางจิตจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษาต่อเนื่อง เพ่ือป้องกันอาการก�ำเริบ และลดความ เส่ียงการเกิดภาวะอันตราย กฎหมายจึงวางหลักให้แพทย์ติดตามผลการบ�ำบัดรักษาผู้ป่วยหลังจ�ำหน่ายทุก 30 วัน เปน็ เวลา 90 วัน จากนน้ั ทกุ 90 วัน จนครบ 1 ปี เปน็ อย่างน้อย และใหร้ ายงานผลการตดิ ตามให้คณะกรรมการ สถานบ�ำบัดรักษาทราบ โดยให้บันทึกข้อมูลส�ำคัญในเวชระเบียนตามแบบรายงานผลการติดตามการดูแลผู้ป่วย จติ เวชทไี่ ดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาและจำ� หนา่ ยตามพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 หรือแบบ ตจ.4 ซ่ึงครอบคลุมหัวข้อการติดตาม 10 ด้าน ได้แก่ ด้านอาการทางจิต ด้านการกินยา ดา้ นผดู้ แู ล/ญาติ ดา้ นการทำ� กจิ วตั รประจำ� วนั ดา้ นการประกอบอาชพี ดา้ นสมั พนั ธภาพในครอบครวั ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ดา้ นการสอื่ สาร ด้านความสามารถในการเรยี นรเู้ บ้อื งต้น และดา้ นการใชส้ ารเสพตดิ 55, 56 ดงั นี้ 53 ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการรายงานผลการบ�ำบัดรักษา การจ�ำหน่ายผู้ป่วย และการติดตามผลการ บำ� บัดรักษา พ.ศ. 2565. 54 แนวทางการตรวจประเมนิ คณุ ภาพการบนั ทกึ เวชระเบยี นผปู้ ว่ ยจติ เวช กรณผี ปู้ ว่ ยใน. ใน: คมู่ อื การตรวจประเมนิ คณุ ภาพการบนั ทกึ เวชระเบยี น (Medical record audit guideline) 2563. กรงุ เทพฯ: สำ� นกั งานหลักประกันสุขภาพแห่งชาต;ิ 2563. หนา้ 94-95. 55 พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 31. 56 ระเบยี บคณะกรรมการสุขภาพจติ แหง่ ชาติ ว่าดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการในการรายงานผลการบำ� บดั รกั ษาฯ. 74 ค่มู ือการดำเนินงานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


77 แแบบบบ ตตจจ..๔๔ แบบรายงานผลการตดิ ตามการดแู ลผ้ปู ่วยจติ เวชท่ไี ด้รบั การบำบัดรกั ษาและจำหน่าย ตามพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ชือ่ ผปู้ ่วย.................................................................เลขท่ที ว่ั ไป (HHoossppititaallNNuummbbeer r: H: HN)N..)........................................................ เลขประจำำ�ตัวประชชาาชชนน ๑๑๓๓ หหลลักัก................................................................................................................................................. วนั ท่ีจำำ�หน่าย................................................................................................................................................................................. ทท่ีออี่ ยยู่.ู่.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. หวั ข้อการตดิ ตามผูป้ ว่ ยโรคจิต ๑๐ ด้าน ครัง้ ที่ ๑ ครงั้ ที่ ๒ ครง้ั ที่ ๓ ครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ครงั้ ที่ ๖ (ภายใน (ภายใน (ภายใน (ทกุ ๙๐ (ทกุ ๙๐ (ทุก ๙๐ ๑. ด้านอาการทางจิต ๓๐ วนั ) ๓๐ วนั ) ๓๐ วนั ) วนั ) วัน) วัน) ๑. ไมม่ อี าการ หมายถงึ ผู้ปว่ ยรเู้ รอ่ื งช่วยตนเองได้ ดำรงชวี ิตในชมุ ชนได้ (๑ คะแนน) ๒. มีบา้ ง หมายถึง ผปู้ ว่ ยมีพฤติกรรมท่ีผดิ ปกติ จากเดมิ มอี ยา่ งน้อย ๑๐ วนั ใน ๑ เดือน (๒ คะแนน) ๓. มบี อ่ ย หมายถึง ผูป้ ว่ ยมีพฤติกรรมทผี่ ดิ ปกตจิ าก เดิมมีมากกว่า ๑๐ วนั ใน ๑ เดอื น (๓ คะแนน) หมายเหต:ุ ถ้าพบ ๒ คะแนนขนึ้ ไป ใช้แบบประเมินพฤตกิ รรม ก้าวร้าวรุนแรง (Overt Aggression Scale: OAS) เพื่อประเมินผู้ปว่ ยรว่ มดว้ ยทกุ ครงั้ เพือ่ เฝ้าระวังความเสย่ี ง ๑) พฤติกรรมก้าวรา้ วรุนแรงตอ่ ตนเอง ๒) พฤตกิ รรมกา้ วร้าวรุนแรงตอ่ ผู้อน่ื ทงั้ ทางคำพูด และการแสดงออก ๓) พฤตกิ รรมก้าวร้าวรนุ แรงตอ่ ทรัพยส์ นิ ๒. ด้านการกนิ ยา ๑. สมำ่ เสมอ หมายถึง การรับประทานยาครบทกุ วัน ตามทีแ่ พทย์ส่งั (๑ คะแนน) ๒. ไมส่ มำ่ เสมอ หมายถึง รับประทานยาไม่ครบ ตามคำสั่งแพทย์ แตย่ งั มีการรับประทานยา เปน็ บางเวลา (๒ คะแนน) ๓. ไมก่ นิ ยา หมายถึง ไม่รบั ประทานยาเลยทุกม้อื (๓ คะแนน) ๓. ด้านผู้ดแู ล/ญาติ ๑. ดี หมายถงึ มผี ู้ดูแลหลัก เปน็ คนในครอบครัว มศี ักยภาพในการดแู ล (๑ คะแนน) ๒. ปานกลาง หมายถงึ มีผดู้ ูแล เป็นคนนอก ครอบครวั (๒ คะแนน) ๓. ปรบั ปรุง หมายถึง ไมม่ ผี ดู้ แู ล หรือ ผดู้ แู ล ไม่มศี ักยภาพเพยี งพอ (๓ คะแนน) คูม่ อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญัติสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 75 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


78 -๒- หัวข้อการตดิ ตามผ้ปู ว่ ยโรคจติ ๑๐ ดา้ น ครัง้ ที่ ๑ คร้งั ที่ ๒ ครัง้ ท่ี ๓ ครัง้ ท่ี ๔ คร้ังท่ี ๕ ครงั้ ท่ี ๖ (ภายใน (ภายใน (ภายใน (ทุก ๙๐ (ทกุ ๙๐ (ทกุ ๙๐ ๔. ด้านการทำกจิ วัตรประจำวัน ๓๐ วัน) ๓๐ วนั ) ๓๐ วนั ) วนั ) วัน) วัน) ๑. ทำได้ หมายถงึ ผู้ป่วยสามารถทำกจิ วตั ร ประจำวันไดด้ ว้ ยตนเอง (๑ คะแนน) ๒. ทำได้บา้ ง หมายถงึ ผ้ปู ่วยสามารถทำกิจวตั ร ประจำวนั ได้ แตต่ อ้ งมคี นคอยช่วยเหลือ (๒ คะแนน) ๓. ทำไม่ได้ หมายถงึ ผปู้ ว่ ยไมส่ ามารถทำกิจวตั ร ประจำวันไดเ้ ลย (๓ คะแนน) ๕. ด้านการประกอบอาชีพ ๑. ทำได้ หมายถึง ผูป้ ว่ ยมีรายไดจ้ ากอาชีพ หรือ ความสามารถช่วยครอบครวั ในการประกอบ อาชีพไดท้ กุ ครั้ง (๑ คะแนน) ๒. ทำไดบ้ า้ ง หมายถงึ ผู้ป่วยสามารถชว่ ยครอบครวั ในการประกอบอาชพี ได้ แต่ตอ้ งมีคนกระต้นุ (๒ คะแนน) ๓. ทำไม่ได้ หมายถงึ ผปู้ ่วยไมส่ ามารถช่วยครอบครวั ในการประกอบอาชีพได้เลย (๓ คะแนน) ๖. ด้านสมั พันธภาพในครอบครัว ๑. ดี หมายถงึ ครอบครวั มกี ารชมเชย ใหก้ ำลังใจ มองผปู้ ่วยในด้านบวกเป็นสว่ นใหญ่ (๑ คะแนน) ๒. ทำได้บา้ ง หมายถึง ครอบครวั มีการชมเชยบา้ ง แตย่ ังพบการดดุ า่ ตกั เตอื น ดา่ ว่า บางคร้งั (๒ คะแนน) ๓. ทำไมไ่ ด้ หมายถึง ครอบครัวมปี ฏิสมั พนั ธ์ดา้ นลบ ไดแ้ ก่ การตเิ ตือน ดูถกู ดา่ ว่า บางคร้งั ผู้ป่วยรสู้ กึ ไม่เป็นตัวของตวั เองหลายครัง้ (๓ คะแนน) ๗. ดา้ นสิ่งแวดล้อม ๑. ดี หมายถงึ มที ่อี ยู่อาศยั เปน็ หลกั แหล่ง (๑ คะแนน) ๒. ปานกลาง หมายถึง มีทอี่ ยอู่ าศยั แต่แยกจาก ครอบครวั อย่คู นเดยี ว หรือมีท่ีอาศัย เปน็ คร้ังคราว (๒ คะแนน) ๓. ปรับปรงุ หมายถงึ ไม่มที อ่ี ยูอ่ าศยั เรร่ อ่ น (๓ คะแนน) ๘. ดา้ นการสอ่ื สาร ๑. ดี หมายถึง สนทนาแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น กบั ผอู้ ื่นได้ (๑ คะแนน) ๒. ปานกลาง หมายถงึ สนทนาแลกเปล่ยี น ความคดิ เห็นกบั ผ้อู ่นื ไดเ้ ปน็ ครงั้ คราว (๒ คะแนน) ๓. ปรบั ปรงุ หมายถงึ ไมพ่ ดู คยุ กับใครเลย (๓ คะแนน) 76 คู่มอื การดำเนินงานตามพระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562


79 -๓- หัวขอ้ การตดิ ตามผู้ปว่ ยโรคจิต ๑๐ ดา้ น ครง้ั ท่ี ๑ ครั้งท่ี ๒ คร้งั ท่ี ๓ ครง้ั ที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ครั้งที่ ๖ (ภายใน (ภายใน (ภายใน (ทกุ ๙๐ (ทกุ ๙๐ (ทุก ๙๐ ๙. ดา้ นความสามารถในการเรยี นรู้เบอ้ื งตน้ ๓๐ วัน) ๓๐ วนั ) ๓๐ วนั ) วัน) วัน) วัน) ๑. ดี หมายถงึ บอกครั้งเดียวหรือสองครั้งสามารถ ทำตามได้ (๑ คะแนน) ๒. ปานกลาง หมายถึง สอนซำ้ ๆ จงึ สามารถ ทำตามได้ (๒ คะแนน) ๓. ปรับปรงุ หมายถึง สอนเท่าไรกจ็ ำไมไ่ ด้ ทำไม่ได้ (๓ คะแนน) ๑๐. ดา้ นการใชส้ ารเสพติด (บหุ ร่ี/สุรา /ยาเสพติด) ๑. ไมใ่ ช้ หมายถึง ผปู้ ว่ ยไม่ใชส้ ารเสพติดชนดิ ใดเลย (๑ คะแนน) ๒. ใชบ้ ้าง หมายถึง ผู้ป่วยใช้สารเสพติดอยา่ งใด อย่างหนงึ่ ไม่ทุกวนั (๒ คะแนน) ๓. ใชป้ ระจำ หมายถึง ผู้ป่วยใช้สารเสพตดิ อยา่ งใด อย่างหนงึ่ ทุกวัน (๓ คะแนน) ผลการประเมิน ผูแ้ จง้ ผลการติดตาม.......................................................................ตำแหนง่ ................................................................. วันท่แี จง้ ข้อมูล............................................................................................................................................................... กลุ่มงาน/ฝ่าย...........................................................................หน่วยงาน................................................................... โทรศัพท.์ ...................................................................................โทรสาร................................................................. อเี มล์............................................................................................................................................................................. ค่มู ือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 77 และทีแ่ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


80 -๔- แบบประเมนิ พฤติกรรมก้าวร้าวรนุ แรง (Over Aggression Scale : OAS) ลักษณะพฤติกรรม พฤติกรรม/ระดับความกา้ วร้าวรนุ แรง กา้ วร้าวรุนแรง ๓. ฉกุ เฉิน ๒. เรง่ ดว่ น ๑. กง่ึ เรง่ ดว่ น ๑. พฤตกิ รรม (Emergency) (Urgency) (Semi-urgency) ก้าวรา้ ว OAS = ๓ คะแนน OAS = ๒ คะแนน OAS = ๑ รุนแรงต่อตนเอง ทำรา้ ยตนเองรุนแรง เช่น ขดี ขว่ นผวิ หนงั ตีตนเอง - ๒. พฤตกิ รรม มรี อยชำ้ มรี อย กรีดลึก ดึงผม โขกศีรษะ ตวั เอง ก้าวรา้ ว เลือดออก หรือมีการ เป็นรอยขนาดเล็ก รนุ แรงตอ่ ผอู้ นื่ ท้งั บาดเจ็บอวยั วะภายใน ทางคำพูด และ หรือหมดสติ การแสดงออก พดู ขม่ ขจู่ ะทำร้ายผู้อนื่ ดา่ คำหยาบคายใชค้ ำ หงุดหงิด สง่ เสยี งดงั ชดั เจน เชน่ ฉนั จะฆ่าแก สกปรกรนุ แรงแสดงทา่ ทาง ตะโกนดว้ ยความโกรธ ๓. พฤติกรรม ฯลฯ ทำร้ายผู้อน่ื จนไดร้ บั คุกคาม เช่น ถลกเส้ือผ้า หรอื ตะโกนด่าผู้อืน่ ดว้ ย กา้ วร้าว บาดเจ็บ เชน่ ชำ้ เคล็ด ทำทา่ ต่อยลม หรอื กระชาก ถ้อยคำไมร่ ุนแรง รนุ แรงตอ่ บวม เกิดบาดแผล คอเส้ือผู้อน่ื พุง่ ชน เตะ ทรพั ย์สิน กระดูกหกั หรือเกิดการ ผลัก หรือดึงผมผูอ้ น่ื แต่ บาดเจ็บของอวยั วะ ไม่ไดร้ บั บาดเจบ็ ภายใน หรือหมดสติ ฯลฯ ทำสิ่งของแตกหกั กระจัด ขว้าง/เตะ/ทบุ วตั ถุ หรอื ปิดประตเู สยี งดัง กระจาย เชน่ ทบุ กระจก ส่ิงของ รือ้ ข้าวของกระจัด ขว้างแก้ว จาน มีด หรอื กระจาย สิง่ ของท่ีเป็นอนั ตราย หรือจดุ ไฟเผา ฯลฯ กากราแรปแลปผลลผคละคแะนแนนน: : ไ ร พมบั มพรฤไ่ ฟบัทีตดฤังฟกิม้า่ตคทงัรีทกิ ำ�ครอี่ารเำมาตทรเจ๑ก๓๒ตมืออี เเา๒ก๑...อืพนกาเร นาจดิ..แพียกฉเตรรเเอแลกงงึุ่กยีกรง่ัดตลันว้คึเ่ง่งเงิดดรส้วฉสัเตดรดคง่อว่รสงิั้งินนรสด่วร่ันงนบงาเั้งนรว่ิดดนบยตล(เ(ะนยี่วEตลดรUรง(ดUmวนา่ะงอไยี(rัดSบไยgเดrตวดทege(e้ตคนเัSบeซ้rmา่ทn่อgซเeวnึง่คนอc่าตemึ่งจcาiง-yวั้นนจnนyะuม)iาะแผ)ัน้c-เถrกuOอถgมyอู้ลOแูก้rาeงกู)Aน่ืกะgจลAวnจeSคผ้OัดาะSแcรัดnะูอ้คอว=Ayล้าอ=cแนื่ะยร)ะSวยy๒นแูใ่้O๒าท)ใู่รแนนนน=วรคAุนOลคกรพันกระSะแAะละ๓ลุยนแรทแ=รSุ่มดุ่มะ์สนแนงรปบัดค๑ปิน=นัพจรนาคบัะางะยค๑นซหนแวคหจพ์สะึ่งกมนกาวมคจะแนิิจลมาลนาาะะพนยาาารมยซถแนงงถินุรจหถรูกึง่นึงณาจแ(นุึหง(มจนMMะรรผัดแมาาผงถณooปู้ยอหราใู้ปทกูddถชยยงว่มา่วีป่จทeยถู่ึงใe้คาใยนัดrมรงึrปี่ยชะมaaผกะอีพถผรtแ้tีพคลู้ปเยeะปeึู้งฤมนุ่มฤะ่ว)ู่ใเ)ตว่ินผมนตหแนยตยตกิ ไู้ินปิกกมนนส้อมด้อรรลีพไ่ักวูงงนพรีงม้ดรุม่จยฤสมจสมฤคีตม้ัดมหตุัดกดตกูวอ้งคีกีพนิกกา้ตกิ้าสงาาววรักฤาจวรามรุดารรรรตดัรภมหมตา้มภต้ามกิกาทวมอ้หวกาากายรรร่ีงปยา้ารมมรา้ใุนจุนภยวนใมวารทแนดัรแดารยะกร้าี๒ก่ยรปา้งัดเ้า๒งวงวใาม๔นรวทงันทร๔รริน้ีรนะุน่ีเนุภีช่เร้า๒เรไ้ีชแแ่วัาิ่มมวดิ่มว่ัรรยโชรคินมค้ตงโงใุนวั่วมททวงนไาโบแงบดมี่ไย่ีมรม๒คคง้งัตลง่สมุสุมทาัชกาตาตมวั่ี่ยษมมนนโลังาาณมเเสรอรัอกงถถาะงงษมไมณา่รไดะถ้ ควบคุมตนเอ๓ง.ไดฉ้ ุกจเนฉเินกดิ (Eอmนั ตeรrgาeยnตcอ่ yต)นOเอAงSผ=ู้อ๓น่ื คและแะทนนรพั หยมส์ าินยถซึง่ จผะู้ปถ่วูกยจมดั ีพอฤยตูใ่ นิกกรลรมุ่ กห้านวกั รม้าวากรุนตแ้อรงจทดั ีไ่ มกา่สราทมนัารทถี ควบคมุ ตนเองได้ จนเกดิ อันตรายต่อตนเอง ผอู้ ืน่ และทรัพยส์ ิน ซึ่งจะถูกจัดอยใู่ นกลุ่มหนักมาก ต้องจัดการทันที 78 ค่มู อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 79 และท่แี กไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


80 คูม่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 81 และท่แี กไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


กรณศี กึ ษา หญงิ ไทยอายปุ ระมาณ 30-40 ปี ลกั ษณะผมเผา้ ยงุ่ เหยงิ มขี ไ้ี คลตามตวั มกี ลนิ่ ตวั สวมเสอ้ื ผา้ ขาด ๆ ตะโกน โวยวายด้วยถอ้ ยคำ� หยาบคายอยู่บนสะพานลอยแห่งหนึง่ ในจังหวัด A บางครั้งหญงิ รายดงั กลา่ ว จะถุยนำ้� ลายใสค่ น ท่ีเดินผา่ นไปผ่านมา ท�ำใหค้ นทส่ี ัญจรไปมาร้สู ึกหวาดกลัว สองวนั ตอ่ มา มีผสู้ งั เกตว่าหญงิ รายดังกลา่ วพกอาวุธขึน้ ไปบนสะพานลอยแหง่ เดมิ ไม่ไดท้ �ำร้ายใคร แตด่ มู ี ทา่ ทีดดุ นั กวา่ วันกอ่ น ๆ ตาขวาง พดู จาท้าทายคนที่สัญจรไปมา จงึ มีผแู้ จ้งต�ำรวจใหน้ �ำหญิงรายนสี้ ่งไปรับการรกั ษา ณ โรงพยาบาลชุมชนในพนื้ ที่ แพทยห์ ญงิ ชวลี วภิ าสนิ ี และพยาบาลวชิ าชพี เทดิ ธดิ า บญุ สรา้ งสมไว้ แพทยแ์ ละพยาบาลประจำ� หอ้ งฉกุ เฉนิ ไดต้ รวจประเมนิ อาการหญงิ รายดังกล่าว เมือ่ วันท่ี 21 ธนั วาคม 2564 เวลา 16.40 น. ทราบชื่อหญงิ รายดงั กลา่ ว วา่ นางสาวรัชตาภา ปยิ ะรชั ตะ อายุ 36 ปี เป็นคนจงั หวัดข้างเคียง นางสาวรชั ตาภา มีอาการหูแวว่ ได้ยนิ เสียงคน มาด่าว่า ท้าทาย บางครั้งเสียงส่ังให้ใช้มีดไล่ฟันเด็ก แต่ตนเองยังไม่ได้ท�ำ เพราะเด็กมากับพ่อแม่ จึงไม่กล้าท�ำ มคี วามคดิ หวาดระแวงวา่ จะมคี นมาทำ� รา้ ย เนอื่ งจากตนเองเปน็ เจา้ หญงิ มขี า้ ศกึ จะมาแยง่ ชงิ บลั ลงั กแ์ ละแยง่ เจา้ ชาย ที่หมัน้ หมายกันไว้ ระหวา่ งตรวจประเมนิ อาการ ผปู้ ่วยมีอาการตาขวาง อารมณห์ งุดหงิด และพดู คนเดียวเป็นพกั ๆ จงึ ได้ใหย้ า haloperidol 5 mg im และ diazepam 10 mg iv รวมทัง้ ส่ังตรวจทางห้องปฏิบัตกิ าร และให้ iv fluid เปน็ NSS 1000 ml iv 80 ml/hr เนอ่ื งจากผปู้ ว่ ยมอี าการแสดงของการขาดนำ�้ แพทยห์ ญงิ ชวลี วภิ าสนิ ี และพยาบาล วิชาชีพเทิดธิดา บุญสร้างสมไว้เห็นว่า ผู้ป่วยรายนี้มีภาวะอันตรายจึงส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลจิตเวชสิรินาคี พรอ้ มแบบ ตจ.1 และส�ำเนาแบบ ตจ.1 ไว้ในเวชระเบียนของโรงพยาบาลชมุ ชน 82 คูม่ อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


แบบรายงานผลการตรวจวินิจฉยั และประเมนิ อาการเบ้ืองต้น แบบ ตจ.1 วันท่ี 21 เดอื น ธนั วาคม พ.ศ. 2564 ช่อื สถานพยาบาลหรอื สถานบำ� บดั รกั ษา โรงพยาบาลบา้ นนอน ชือ่ ผูร้ บั การตรวจ นาย/นาง/นางสาว รัชตาภา นามสกุล ปิยรชั ตะ อายุ 36 ปี เลขที่คนไข้ทัว่ ไป (Hospital Number) 652/64 สถานพยาบาลของรฐั หรอื สถานบ�ำบดั รักษารับตวั ไวต้ รวจวนิ จิ ฉัยและประเมนิ อาการเบื้องตน้ เมอื่ วนั ท่ี 21 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564 เวลา 16.40 น. ขอ้ มูลเก่ยี วกับญาติหรอื ผดู้ ูแล (ถ้าม)ี ชื่อญาติหรอื ผ้ดู แู ล ไมท่ ราบขอ้ มูล ความสมั พนั ธก์ บั ผรู้ บั การตรวจ ไมท่ ราบขอ้ มูล ท่ีอยญู่ าติหรือผดู้ ูแล ไมท่ ราบข้อมูล หมายเลขโทรศพั ท์ญาติหรอื ผู้ดูแล ไม่ทราบข้อมูล แหลง่ ท่ีมาของข้อมลู หนังสอื น�ำสง่ จากสถานีต�ำรวจภูธรบา้ นนอน ปญั หาอันเป็นเหตุใหน้ �ำตวั มาพบแพทย์ มีพฤตกิ รรมวุ่นวายทส่ี ะพานลอย พกอาวุธไว้กบั ตวั เสีย่ งทำ� ร้ายผ้อู น่ื ประวัติความเจ็บป่วย 2 วันก่อน มีผู้พบผู้ป่วยลักษณะผมเผ้ายุ่งเหยิง มีขี้ไคลตามตัว มีกล่ินตัว สวมเสื้อผ้าขาด ๆ ตะโกนโวยวาย ดว้ ยถอ้ ยค�ำหยาบคายอยู่บนสะพานลอยแหง่ หน่ึงในจงั หวดั A บางครง้ั หญงิ รายดงั กล่าวจะถุยน�้ำลายใส่คนท่เี ดินผ่านไป ผ่านมา ทำ� ใหค้ นทีส่ ัญจรไปมารู้สกึ หวาดกลัว 3 ชั่วโมงก่อน ผู้ป่วยพกอาวุธขึ้นไปบนสะพานลอยแห่งเดิม ไม่ได้ท�ำร้ายใคร แต่ดูมีท่าทีดุดันกว่าวันก่อน ๆ ตาขวาง พดู จาท้าทายคนทีส่ ญั จรไปมา ต�ำรวจจึงนำ� สง่ โรงพยาบาล การตรวจทางรา่ งกาย Vital signs: BT 37.4 C, BP 120/80 mmHg, HR 78 bpm, RR 16 /min Heart: normal S1S2, no murmur Lungs: normal breath sounds, no adventitious sounds นอกน้ัน ผู้ปว่ ยไมร่ ่วมมือใหต้ รวจรา่ งกาย การตรวจทางห้องปฏบิ ัติการ (ถา้ ม)ี CBC, BUN, Cr, electrolyte, LFT, CXR P ผลปกติ UPT ผลลบ การตรวจสภาพจติ สภาพร่างกาย การแต่งกายและพฤติกรรมภายนอก (general appearance): หญิงไทย ผมยาวรุงรัง เล็บยาวและด�ำ ตาขวาง สวมเส้อื ผา้ สกปรก มีกลนิ่ ตัว อารมณ์และความรู้สึกที่แสดงออก (mood and affect): irritable ลกั ษณะของค�ำพดู (pattern of speech): loosening of association คูม่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 83 และทแ่ี ก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562


86 การรับรแู้ ละประสาทหลอน (perception and hallucination): ได้ยนิ เสียงผชู้ ายท่ไี มเ่ ห็นตวั มาคุยด้วย เทคมคกปห่ีาววาน็ รตาามเรมมำ�สัน้ ับหคคียหรดิิดนงมู้แคคหหมิ าลทววลาวยะา้าาตางกปทมมดผำนั คคราหรดิ ไะยะดิิดนว(สแหหdิ้แาวทeลวลทง้าาlงะแuหทดผสลsลริดาั่งiะoะยอใพ(แหnนdแฤว)ท้e:ลงต(�ำlคแะpuกิรดิสลesร้าวง่ัะirรยocใา่พมเหneตดทฤ้ท)pนก็:ตเ่ี tำเปคกิiอรoน็ดิรง้าnอรเวยปมา่ันเaดน็ตทตn็กเนเ่ีรจdปเาา้อ็นยหhงตอญเaปนัอ่ lงิ ผl็นตuมอู้รเcจขีาน่ื iา้ยnา้ ห(ศตapญtกึ่อaioจผงิraะnูอ้ มnม่นื):ีขoา้า(แไipdศดยa)กึ้ยง่:rจชินaคะงิเnิดสบมoวียลัาiา่ dงแลมผ)ยงั คี:ู้ชกง่ คนาชแ์ ดิยปงิลวทบอะ่า่ีไัลงแมมรลยีคา้่เังง่หยนกเ็นจปแ์ า้ตลอชัวะงามรแยา้ายทคยง่ หีุ่ยเจมดา้ ้นว้ั ชยหามยเปาย็นกเสนั ียไวง้ ความสามคาวราถมใสนากมาารรคถวใบนคกุมารตคนวเบองคมุ (iตmนpเอuงls(ivimepcuolnstivroel)c:opnotororl): poor ความสามคาวราถมใสนากมาารรรถบั ใรนกู้ กาาลรเรวับลราู้กสาถลาเวนลทาี่ บสคุถคานลท(oี่ บriคุ eคnลta(toiorine)n: toartiieonnt)e: dortioenttimede-tpolaticmee-p-perlasocen-person ความคดิ คแวลาะมพคฤิดตแิกลระรพมพฤตยกิายรรามมพฆ่ายตายัวตามายฆ่า(ตatวั tตeาmยp(taettdemsupictiedde)s:udiceindiee)d: dsueinciieddalsiudieciadtaiolnideation อ่นื ๆ: poอ่นืorๆin: spigohotr insight การวินิจฉัยโรคเบือ้ งต้น โรคจิตเภท (schizophrenia) ความเหน็ □ มีภาวะอันตราย □ มีความจำเปน็ ต้องไดร้ บั การบำบัดรกั ษา □ ส่งต่อสถานบำบดั รักษา (ระบชุ ื่อ) โรงพยาบาลจติ เวชสิรินาคี □ ไม่ต้องส่งต่อสถานบำบัดรักษา เนอ่ื งจากไม่มภี าวะอันตรายและไมม่ คี วามจำเป็นต้องไดร้ บั การบำบัดรักษา การบำบัดรักษาเบ้ืองตน้ Haloperidol 5 mg im, diazepam 10 mg iv NSS 1000 ml iv 80 ml/hr ลงนาม ชวลี วภิ าวนิ ี (แพทยห์ ญิงชวลี วิภาสนิ ี) แพทยผ์ ู้ตรวจ ลงนาม เทดิ ธดิ า บญุ สร้างสมไว้ (นางสาวเทิดธดิ า บุญสร้างสมไว)้ พยาบาลผ้ตู รวจ 84 คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562


โรงพยาบาลจิตเวชสิรินาคี รับตัวผู้ป่วยไว้เป็นผู้ป่วยในในวันเดียวกันน้ัน ระหว่างท่ีรักษาแบบผู้ป่วยใน นางสาวรัชตาภา ยังมีอาการทางจิต หูแว่ว ตะโกนโต้ตอบกับเสียงหูแว่ว ตาขวาง ดูระแวดระวัง บางคร้ังเขย่า ประตู กลางคนื ไมน่ อน แพทยห์ ญงิ ปรียา ภมู พิ ัฒนาทร ซง่ึ เปน็ แพทยเ์ จ้าของไข้ ปรับ perphenazine 24 mg/day ในสปั ดาห์แรก และ 32 mg/day ในสปั ดาห์ท่ี 2 อาการทางจติ ลดลงบ้าง พูดจารเู้ ร่ืองมากขน้ึ แตย่ ังมอี าการหูแว่ว และหงุดหงิดง่าย พยาบาลรายงานแพทย์หญิงปรียา ได้รับค�ำส่ังให้ฉีด haloperidol 5 mg im, diazepam 10 mg iv และจ�ำกัดพฤติกรรม จากน้ันอาการสงบลง แต่ยังมีอาการหูแว่ว และความคิดหลงผิดอยู่ แพทย์เจ้าของไข้ ประสานนักสังคมสงเคราะหช์ ว่ ยติดตามญาติ แตย่ ังติดตามไมพ่ บ จากนนั้ วนั ที่ 11 มกราคม 2565 คณะกรรมการ สถานบ�ำบัดรักษาได้เข้ามาตรวจวินิจฉัยและประเมินผู้ป่วยอย่างละเอียด มีความเห็นว่า ผู้ป่วยมีภาวะอันตราย และมีความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษาแบบผู้ป่วยใน จึงมีมติเห็นควรให้รับการรักษาแบบผู้ป่วยใน 90 วัน โดยมบี นั ทกึ ตามแบบ ตจ.2 และมีค�ำส่ังบงั คบั รกั ษาตามแบบ ตจ.3 ดงั น้ี คู่มือการดำเนนิ งานตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 85 และที่แกไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562


แบบ ตจ.2 แบบบนั ทึกการตรวจวนิ ิจฉยั และประเมินอาการของคณะกรรมการสถานบ�ำบดั รกั ษา วนั ที่ 11 เดือน มกราคม พ.ศ. 2565 ชื่อสถานพยาบาลหรือสถานบำ� บดั รักษา โรงพยาบาลจิตเวชสริ ินาคี ชอ่ื ผ้รู บั การตรวจ นางสาวรัชตาภา นามสกลุ ปยิ ะรชั ตะ อายุ 36 ปี เลขทคี่ นไขท้ ่ัวไป (Hospital Number) 22/07/64 ตรวจวนิ จิ ฉัยและประเมินอาการ เม่อื วันที่ 11 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2565 แหลง่ ทีม่ าของขอ้ มูล (เช่น หนังสอื น�ำส่งจากสถานพยาบาล) ผปู้ ่วย หนงั สือน�ำสง่ จากสถานตี ำ� รวจภูธรบา้ นนอน หนังสอื น�ำส่ง และแบบ ตจ.1 จากโรงพยาบาลบา้ นนอน เวชระเบยี นโรงพยาบาลจิตเวชสิรินาคี ปัญหาอนั เป็นเหตุให้น�ำตวั มาตรวจวนิ จิ ฉยั มพี ฤติกรรมวุ่นวายท่สี ะพานลอย 6 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ประวตั คิ วามเจบ็ ปว่ ยทางจิตและโรคทางกาย ข้อมูลความเจ็บป่วย (ประวัติความเจ็บป่วยทางจิตและโรคทางกายที่เกี่ยวข้อง ประวัติพัฒนาการ ประวัติส่วนตัว ประวตั ิครอบครวั ประวัติการรักษา) ประวตั ปิ จั จบุ นั สองวันกอ่ นมาโรงพยาบาล มผี ู้พบผปู้ ่วยลกั ษณะผมเผ้ายุ่งเหยงิ มขี ไ้ี คลตามตวั มกี ลนิ่ ตวั สวมเสื้อผา้ ขาด ๆ ตะโกนโวยวายด้วยถ้อยค�ำหยาบคายอยู่บนสะพานลอยแห่งหน่ึงในจังหวัด A บางคร้ังหญิงรายดังกล่าวจะถุยน้�ำลาย ใสค่ นท่เี ดินผ่านไปผา่ นมา ทำ� ให้คนท่สี ัญจรไปมาร้สู กึ หวาดกลวั หกช่วั โมงก่อนมาโรงพยาบาล ผปู้ ่วยพกอาวธุ ข้นึ ไปบนสะพานลอยแห่งเดมิ ไม่ไดท้ ำ� รา้ ยใคร แตด่ ูมที า่ ทีดุดัน กว่าวันก่อน ๆ ตาขวาง พูดจาท้าทายคนที่สัญจรไปมา ต�ำรวจจึงน�ำส่งโรงพยาบาลบ้านนอน ตรวจประเมินอาการ เบ้ืองต้น เห็นว่าผู้ป่วยมีภาวะอันตราย จึงส่งต่อมารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชสิรินาคี ซ่ึงเป็นสถานบ�ำบัดรักษา เนอ่ื งจากผ้ปู ่วยขาดความสามารถในการใหค้ วามยินยอมและไมม่ ีผใู้ ห้ความยินยอมแทน ประวตั ิอดตี และประวตั ิสว่ นตัว - ปฏเิ สธประวตั ิโรคประจำ� ตวั ทางกาย และไมเ่ คยรกั ษาอาการทางจติ มาก่อน - เป็นชาวจงั หวัด C โดยก�ำเนดิ - จบการศึกษา ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ที่โรงเรยี นใกล้บ้าน ไมท่ ราบผลการเรียน - เคยท�ำงานรับจ้างท่ัวไป อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ออกมาหางานในเมือง ไม่ได้กลับบ้านประมาณ 3 ปีแล้ว ไม่ไดต้ ดิ ต่อญาตพิ ่นี ้อง ประวตั ิครอบครวั - ไม่ทราบประวัติการรักษาดา้ นจิตเวชในครอบครวั - ยงั ตดิ ตามญาตไิ ม่ได้ 86 คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทีแ่ ก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562