คูมือการดำเนนิ งาน ตามพระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแี่ กไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
คมู่ ือการด�ำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 ISBN : 978-616-8340-00-4 พิมพค์ ร้ังท่ี 1 : สงิ หาคม 2566 จำ� นวนพิมพ์ : 1,000 เลม่ ทป่ี รกึ ษา : นายแพทย์ หมอ่ มหลวงสมชาย จกั รพนั ธ์ุ ประธานทีป่ รกึ ษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกยี รตภิ มู ิ วงศร์ จติ ทีป่ รกึ ษารฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ นายแพทยว์ วิ ัฒน์ ยถาภูธานนท์ ทป่ี รึกษากรมสขุ ภาพจติ นายแพทย์บญุ ชัย นวมงคลวัฒนา ทป่ี รึกษากรมสุขภาพจิต นายแพทย์ยงยทุ ธ วงศภ์ ริ มยศ์ านติ ์ ทป่ี รึกษากรมสุขภาพจิต แพทย์หญิงอมั พร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดกี รมสขุ ภาพจิต บรรณาธิการ : ดร.แพทยห์ ญิงเบญ็ จมาส พฤกษก์ านนท์ นายแพทยท์ รงคณุ วุฒิ ผูอ้ �ำนวยการส�ำนักงานเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพจติ แห่งชาติ รองบรรณาธกิ าร : นายแพทย์ณัฐ ไกรภสั สรพ์ งษ์ นายแพทยช์ ำ� นาญการพเิ ศษ สถาบันกัลยาณร์ าชนครนิ ทร์ ผู้ช่วยบรรณาธิการ : แพทยห์ ญิงอภิชญา พลรกั ษ์ นายแพทยป์ ฏบิ ัตกิ าร นางชนันรตั น์ นวพลพฒั น์ นักวชิ าการสถิตชิ �ำนาญการพิเศษ นางสาวอนิ ทิรา นามจันทรา นกั วิเคราะห์นโยบายและแผน นางสาวขวัญภริ มย์ จติ รบุณย์ นติ ิกร นายชนะสรณ์ คุณเวช นิติกร จัดทำ� โดย : ส�ำนกั งานเลขานกุ ารคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แห่งชาติ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสขุ โทร. 0 2590 8041, 081 830 5460 พมิ พ์ที่ : บรษิ ัท บยี อนดพ์ บั ลสิ ช่ิง จำ� กัด
ค�ำนิยม คำนยิ ม ในปัจจุบัน องค์ความรู้ด้านจิตเวชศาสตร์ได้มีการเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว สังคมไทยมีความเข้าใจ เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคทางจิตเวชมากขึ้น และหลายภาคส่วนต่างรับรู้ถึงความทุกข์ ทรมานและความพิการของผู้ป่วยจิตเวช ความเข้าใจและการรับรู้ดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการยอมรับ แล ะเห็นควาในมปสจัำจคบุัญนั ของบค์คริวกามรรดู้ด้าา้นนสจุขติ ภเวาชพศจาิตสใตนรปไ์ ดร้มะีกเทาศรเไพท่ิมยพเูนมขื่อนึ้ ปอรยะา่ กงอรวบดกเรับ็วบสริังบคทมทไทางยสมังคี ควมาทมเี่ใขหา้ ้คใจวเากมยี่ สวำกคบั ัญ กัปบัจสจิทัยธเิมสนี่ยุษง ยกชานรวคินวิจาฉมัยเโทร่าคเทแียลมะกแาลระรศักักษดาิ์ศโรรคีคทวางมจเิตปเ็นวชมมนาุษกยข์ ้ึนการแมลีกะหฎลหามยาภยาทคี่เสก่วียนวตข่า้องงรกับับรสู้ถุขึงภควาาพมจทิตุกทขี่เ์ทหรมมาาะนสม กบัแลยคุะคสมวายั มจงึพเิกปา็นรสขิง่ อสงำผคู้ปัญ่วยจิตเวช ความเข้าใจและการรับรู้ดังกล่าวเป็นส่วนส�ำคัญท่ีผลักดันให้เกิดการยอมรับ พแขตอ แกแกตา.ศมลัับบงล่รป.ะะพาสยทรเยคุิท2รหะแ่ีลสะธ5็นเกิมมะรท5คไ้เานัย1ศขอวปชจุษเนาียบพงึรแยมั้นเะดิ่มัชญปลสเขเทน็นปะ�ๆำญตอศคทสรมิ งัคตดไะัญง่ิี่กทแวส้ิว(เฉฉขทฎายก�ำยบบอมมคศห้เไับหงเับกขีญัไมทบทนตฎทเา่ารพยีุ้นหี่เยิก2แทมิีม้่มเ)ามยีีจหการเพมยิ้ตฎวตลด.ว่แาห่ศิา้ามา่แกพนน.มดลฎท2ส(ีา้ว้อะฉ5หยุยขยศาบ6วสภม์แจัก2่าขุัลบาาแดดภพยะรตศ์ิท้วาวสบจรกีย่พมิตุีคขุคต2สจทวใภล่า)ุขตนิาง้ั าางภทอมปพกพกนเบ่ีาร.รปันจพศุบะงัใ็นิไคตนเจ.ัญดทมบัขริต2ญ้ศมนใะอท5ชไาตัษุบงีท่อ้บ6กิตแยบยยั2งตา์ตบใู่คมกาน่ลเรรับพามมปะิกวรใรบื่อจัปชมามะจปรร้อรกีทรบุิบสระยฎาั้ะนงัุขชทเู่ใหอทกนภบคขมอนศปัญาอือาบพอุบัจยงญพกาจจสทัญรตัับจิุบตัเี่งะติกญมบคแันรา่่ยี ีรแาลมัตงวิบชคนะขิตๆบวทืจอวอ้ าัญัฒิทตคตงมพเกญาิดานวพงรมับพตัธชสะพรสรสิืจ้นังระขุรรขุคึางฐะรภมภตชมาราาา้บอทานแชพพงชัญ่ีใลทบจจหศบญะติีติ่คัึกญ้คัญกทัตลษวพญญฎเ่ีาิส้าา.หศหมัตัยุกขตม.สิฉมคภิฎา2ต�บำาละาห5่คาับยสพึ5งมงัญอนม1กจาื่น้ีัินตๆย สแุขมภว้าา่ พกจฎิตหทมี่ใาชย้ใสนขุ ปภราะพเจทติ ศขไอทงยแใตหล่ ้ถะ่อปงรแะทเท้ ศเพอาื่อจใมหแี้สนาวมคาดิรพถน้ืดฐำาเนนินทกค่ี าลรา้ ตยคามลงึเจกตนั นแาตรร่ มาณยล์แะลเอะยีมดาขตอรงกกาฎรหตมามายกเฎหหลา่มนา้ีย ไดอ้อาจยแ่าตงถกูตก่าตง้อกงันเไหดม้มาาะกสตมามแบลระิบชท่วขยอรงักสษังคามสิทวธัฒิขนอธงรผรู้ปม่วยแจละิตกเวฎชหโมดายยเอฉื่นพขาอะงสปิทรธะิใเนทกศานรั้นบำๆบดัด้วรยักเษหาตแุนลี้ ะจกิตาแรพฟทื้นยฟ์ ู สมแลรระถบภุคาลพากนรอในกจระากบนบี้บกราิกราปรฏสิบุขัตภิตาพามจกิตฎแหลมะจายิตเเหวชลจ่าึงนตี้ย้อังงชศ่วึกยษคาุ้มกคฎรหอมงผาู้ปยสฏุขิบภัตาิงพานจิตเอทงี่ใจชา้ใกนขป้อรคะรเทหศาแไทลยะใขห้อ้ถก่อลง่าแวทห้ า ต่าเพง่ือๆใหได้ส้เาชมน่ ากรนัถด�ำเนินการตามเจตนารมณ์และมาตรการตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และช่วยรักษาสิทธิ พทแแลลแแพ เขำ.หศใะลลอะ.หศล.เทะะงข้.่าเ2ผเทีมหข้าน5ู้ป2ีมสใน็า้้ีย6จ5่วสใหวงั2จบ6ยห่าชวบ”2จร“กว่วิช”ริบิตคฎิชยซาบิ เทู่าคหมชึว่งซทชกมุ้สืีพชมอ“ึ่งกีพาคำโสากทคาดรนทยร�ำาูี่่มเรปยอวนปั่ีเกรปือปฏเ่างัดกง็นฉฏกดผ็นิบา�งำพผบิาปู้้วนาผัตเู้เรายนตันฏู้เชเิงะชดลสงิิเนาบิี่ยสี่ลยำาขุขนงวตั นิเทวขภาาใชนงิชาในธนานาานินนาิใพุปกนญตนญปงุกจาเราากดรอาดริตะมนะรา้างค้าเไพรเคจตทนมนณทบาณาศนร่ในศชกะ�มำะไิตะิตไ่สขบทกพรทกิจิจงิ่้อรัดยารรยิติตไรคชระกรเไเมไัรกบววมรดลดหกษชชาักญต้เเ้ ราาชรศศาาวั ีญยแรยีแบาารแสบลบสสสลัตัลญะุขเตเุขตะิะสรรญขภภรกรไีุยยีขอ้ม์แ์แาาัตางงภก่ไลพรพลขขิสดาลฟะะนึ้ึ้จนจุขพ้ยา่นื้นนิิตตดภดาวจิติฟตว้แแก้วหาิติสยหิสหยูสเพากุขกุขก่งมต่งจพนิภาชชภาร่าิตรก.าารงราาศใตวพใถตชพพๆ.ชา่ิภจิภ้จ.้ภจกก2ศิตไาาิตะาดรร5พ.ซษทษมซเ้ม5่ึง2ชาำสาึ่งสม1ทน5น่คทมุขุีปข5เอี่กวขีภี่ปเแภร1ขกันาา้าระลา้ามจใพะแสพใจะเาจสขลจบงทกจง้าบาิ่ตะกนี่ิตแ่าใยทกาจี้ยกไราี่กไแกด้ไดณรกรกขา้จณ้จระร้ไเ์ใัดะขัพชดนป์ใทชเบันท่ิกมฏพ�ำับกาำเิบแขิ่มตรขาัลตึ้แนปเิมรึ้นะติตลโปฏดโติาะมดฏ(ิบยมรตฉิบยังตจ(กรบฉปจิติงัตงฎับบารปิตแิงหนะทับาพรแมเจน่ีะทพดทารเ2จีน็่ยทยดิง)2ร์็นยิง)์ ทำ� ใหเ้ หน็ ว่ากฎหผมาขยอวขา่ อดบว้ ยคสุณุขคภณาพะจผติ ู้จไัดมท่ใชำส่ คง่ิ ู่มไกือลนตี้ทัวแี่ไดล้ะทไุ่มเ่ไทดแย้ รากงกเกาินยกแวรา่งจใจะเทปำ� ็นคอวายม่าเงขม้าาใจกในการสรุปองค์ความรู้ ดา้ นกฎหมายผสมุขภอขาพอบจคิตณุท่สีคำณคะัญผขจู้ อดั งทปำ� รคะมู่ เอืทนศท้ีไทไี่ ดยท้ ซมุ่ ่ึงเทไมแ่สรางกมายรแถรหงาใอจ่เาปนน็ ไดอ้จยา่ งกมตาำกรใานทก่ัวาไรปสรแปุ ลอะงหควค์ ังวเาปม็นรอดู้ ยา้ ่านงกยฎ่ิงหว่มาคายู่มือ เลส่มุขนภี้จาะพชจ่วิตยทจี่สิต�ำแคพัญทขยอ์รงวปมรทะั้งเบทุคศลไทากยรใซน่ึงรไมะบ่สาบมบารริกถาหราสอุข่าภนาไพดจ้จิตาแกลตะ�ำจราิตทเว่ัวชไปเข้าแใจลกะหฎวหังมเาปย็นสอุขยภ่าางพยิ่จงวิต่าขคอู่มงือไทเลย่มไดน้ดี ี ยิจ่งขะึช้น่วแยลจิตะใแหพ้ตทรยะ์รหวนมักทถั้งบึงบุคทลาบการทใในนรกะาบรบผบลรักิกดาันรสแุขลภะาเปพ็นจสิต่แวนละหจนิตึ่งเทวชี่จเะขช้า่วใจยกใหฎห้ผูม้ปา่วยยสทุขาภงาจพิตจไดิต้รขับอกงไาทรยบไำดบ้ดัดียร่ิงักข้ึนษา แลแะลกะใาหรฟต้ ร้นื ะฟหูสนมกั รถรงึถบภทาบพาอทยใา่นงกเหารมผาละกัสดมนัตแ่อลไปะเปน็ สว่ นหนงึ่ ทจ่ี ะชว่ ยใหผ้ ปู้ ว่ ยทางจติ ไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาและการฟน้ื ฟู สมรรถภาพอยา่ งเหมาะสมต่อไป (ศ(ศาาสสตตรราาจจาารรยย์ ์ นนาายยแแพพททยย์มม์ าานนิตติ ยย์์ ศศรรสี สี รุ รุ ภภาานนนนทท์))์ ปปรระะธธาานนรราาชชววิทิทยยาาลลัยยั จจติ ติ แแพพททยยแ์ ์แหห่ง่งปปรระะเเททศศไไททยย ค่มู อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 ก และทีแ่ ก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
คำนิยม ค�ำนิยมพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มุ่งเน้น การดำเนินงานตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพจิต การป้องกันและควบคุมปัจจัยคุกคามสุขภาพจิต เพื่อให้คนในสังคม มีสุขภาพจติ ทีด่ ี กฎหมายดังกล่าวยังมีส่วนชว่ ยคุ้มครองสทิ ธิผู้มีความผิดปกตทิ างจิต ส่งเสรมิ ใหเ้ ข้าถึงการบำบัดรักษา และการฟพรื้นะฟราูสชมบรญั รญถภตั สิาขุพภเาพพื่อจิตใหพ้ส.ศา.ม2า5ร5ถ1ยัแงปละรทะ่แีโยกช้ไขนเพ์ให่ิมเ้กตับมิ ส(ฉังบคับมทได่ี 2้แ)มพ้ว.ศ่า.ม2ีค5ว6า2มมผงุ่ ิดเนป้นกกตาิทรดา�ำงเจนิตินงราวนมท้ัง ตส้ังาแมตา่กราถรอสย่งู่รเว่สมริมกบัสุขสภังคามพแจลิตะเกปา็นรสปว่ ้อนงหกนัน่งึ แขลอะงคสวังบคมคไุมดป้อัจยจา่ ัยงมคศีุกักคดามศ์ิ สรีุขภาพจิต เพ่ือให้คนในสังคมมีสุขภาพจิตที่ดี กสมฎรหรมถาภยาดพงั กเลพ่าอ่ื วใยหปงั ส้ มัญาสี หม่วาานรสชถุขว่ยภยงั าคปพ้มุรจคะิตโรยเอปชง็นนสปิทใ์ หัญธก้ผิ หบัมู้ าสคี สงัวำคาคมมัญไผดทดิ แ้ ปี่คมกุก้วตค่าทิมามาีคงควจาุณติมภผสาดิ ง่พปเสชกรีวตมิิติทใหากงเ้ฎขจห้าติ ถมงึรากวยามวรท่าบดั้งำ�ส้วบายดัมสราุขักรภถษาอาพยแจู่รลิต่วะมเปกก็นาับรกสฟลัง้นืคไกฟมหู น่ึง แทลี่จะะเปเอน็ ื้อสอ่วนำนหวนยงึ่ ใขหอ้เงกสิดงั กครมะไดบอ้วยน่ากงามรีศจกั ัดดกศิ์ ารรี ปัญหาสุขภาพจิตตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงระดับบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในส่วนปกัญารหสา่งสเสุขรภิมาแพลจะิตปเ้อปง็นกปันัญก่อหนาทสี่�จำคะเัญกทิด่ีปคุกัญคหาามสคุขุณภาภพาจพิตชีวริตวมกถฎึงกหามราคยุ้มวค่ารดอ้วงยสสิทุขธภิผู้ปาพ่วยจทิตาเปงจ็นิตกแลลไกะผหู้รนับึ่งดูแล ทผ่ีจู้ปะ่วเอยื้อกอา�ำรนบวำยบใหัด้เรกักิดษการะแบลวะนกกาารรฟจื้นัดฟกูาสรมปรัญรถหภาาสพุขผภู้ปาพ่วจยิตทตา้ังแจติ ่ระดดังนับัช้นากตาิไรปศจึกนษถาึงกรฎะดหับมบายุควค่าลดอ้วยย่าสงเุขปภ็นารพูปจธิตรจรมึงเป็น ทเง้ัรใื่อนงสจว่ำนเปก็นาสรสำหง่ เรสบั รผิมู้ปแฏลิบะปัต้อติ งากมนักกฎอ่หนมทาย่ีจฉะบเกับดิ นป้ี ญั รวหมาทสังุ้ขจภติ าแพพจทิตยร์ วมถงึ การคุ้มครองสิทธผิ ปู้ ว่ ยทางจติ และผรู้ บั ดแู ล ผู้ป่วย การบ�ำบัดรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยทางจิต ดังนั้นการศึกษากฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิตจึงเป็น เรื่องจ�ำเปน็ สำ� หรับกผาปู้ รฏทบิ ี่สตั ำิตนาัมกกงาฎนหเมลาขยาฉนบุกบั านรี้ ครวณมะทกัง้ รจริตมแกพาทรยส์ ุขภาพจิตแห่งชาติ กรมสุขภาพจิต ได้จัดทำ “คู่มือ การดำเนินกงาารนทต่ีสา�ำมนพักรงะารนาชเลบขัญาญนัตุกิสาุขรภคาณพะจกิตรรพม.ศก.า2ร5ส5ุข1ภแาลพะจทิตี่แแกห้ไข่งเชพาิ่มตเิตกิมร(มฉสบุขับภทาี่ 2พ)จพิต.ศไ.ด2้จ5ัด6ท2�”ำ ย“่อคมู่มชือ่วยให้ กผาู้ปรดฏำ� ิบเนัตนิงางนานตาตมากมฎพหระมราายชฉบบญั ับญนี้ตั ริสะขุ หภนาพักถจึงติ คพวา.ศม.จ2ำ5เป5็น1ใแนลกะาทรบี่แกังคไ้ ขับเใพช่มิ ้กเฎตหิมม(าฉยบบั แทลี่ะ2ป)ฏพิบ.ศัต.ิต2า5ม6ม2า”ตรยก่อามรชท่วี่กยฎให้มาย สขวผสวขาป้อู่วาอง่วนงฏงไงนพวหบิไพวหร้ไนตัรดะ้ไนะงิึ่งด้อรารขึ่งา้อยนาขอชย่าชตองบง่บาากงมัญงมัญกาม่ันกญรญาั่ในฎชรจัตัตให่วชสิจิสยเม่วขุพุขเยายภพภื่อยกยาาื่อปฉรกพพปบะรรจจะดรบัะิตติโะับนดยโพคพตี้ับชยุณร..นชคศศะ์ขนุภ.ณ.หอ22์ขานภง55พอกัผา55งชถพู้ป11ผีวงึ ่วชู้ปิตแคแยีวลข่ววลทิตาะยอะามทขทงทงจอค่ีแาี่แจำ�กงนงิตกเคจไ้ปไไ้แขทิขตนน็ลเเพแยไใะพทนลดิ่มสิ่มยกะเ้วังตเสาดยคตมิรังก้มวมิ บคายเ(ฉปงั(มรกฉคบม็นเาบบัปับีสสรับใ็นทำ่�วมชทคสน่ีกี้ส2่ีัญำรฎ2่ว)ค่ว)หนพัญมแพมร.ใศล่าว.นศ.แะยมก.2ลหใแา52ะนวลร65หังกะด26ววาปูแ2่าัตงรฏผลว่อดตู้ทบิส่าไู่อแุขป่ีตไัผไลดตภิู้ทป้ศสาาี่ไึกมุขพดษมภ้ศจาาาิึตกตคพษตรู่มจาากือิมตคาเตเรู่ลมจทา่มือตมกี่นเนลเฎ้ีจจา่มหะตรนมเมนปี้จาณา็นยะร์ เมปณ็น์ (ศ(าศสาตสรตารจาาจรายรย์ น์ นาายยแแพพททยยช์ ์ชววนนนั นั ทท์ ์ ชชาาญญศศิลิลปป)์์) นนาายยกกสสมมาาคคมมจจติ ิตแแพพททยยแ์ ์แหหง่ ่งปปรระะเเททศศไไททยย ข คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั สิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
คำ� นิยม คำนยิ ม พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 เป็นกลไก ด้านกฎห มายที่สำคพัญรใะนรกาาชรบสัญ่งเญสตัริมสิ สขุ ุขภภาพาพจติจิตพข.ศอ.งค25น5ใน1สแังลคะมทแ่ีกกา้ไรขพเพิทมิ่ักเษต์สมิ ิท(ธฉิขบอับงทผีู่้ป2่)วยพท.ศา.ง2จ5ิต62ผู้รเปับน็ดกูแลลไแกลดะ้าสนังกคฎมหมาย ในภาพรวทมี่ส�ำตคลัญอดในจกนากราสร่งคเมุ้สคริมรอสงุขแภลาะพชจ่วิตยขเหอลงคอื นผ้ปูใน่วสยังทคามงจกิตาใหรพส้ ิทามักาษร์สถิทอธยิข่รู อว่ มงผกู้ปับ่วสยงั ทคามงไจดิตอ้ ยผา่ ู้รงับปดกูแตลสิ แขุ ลซะง่ึสกังฎคหมมในาภยนาพ้ี รวม จะยังปรตะลโยอชดนจ์นแกา่ทรุกคคุ้มนคใรนอสงแังคละมชได่วย้นเั้นหลยือ่อผมู้ปต่ว้อยทงอาางจศิตัยใคหว้สาามมราู้ รคถวอายมู่รเ่วขม้ากใับจแสลังคะมคไวดา้อมยร่า่วงมปมกือตขิสอุขงผซู่ึง้ปกฏฎิบหัตมิงาายนน้ีจะยัง ตามกฎหปมรายะโวย่าชดนว้ ยแ์ สกุขท่ ภุกาคพนจในิตสทงั ค้งั พมนไดัก้นงั้นานยเจ่อ้ามหตน้อา้งทอาี่ พศัยนคกั วงามนรฝู้่าคยวปากมคเขรา้ อใจงแตลำะรคววจามผูป้รว่ฏมิบมตั อื ิกขาอรงตผา้ปู มฏกิบฎัตหงิ มาานยตวา่ามดก้วฎยหมาย การแพทยว่า์ฉดุก้วเฉยสินุขตภลาอพดจจติ นทบังุ้คพลนากั รงาทนีเ่ กเจี่ย้าวหขน้อา้ งที่ ุกพภนากั คงสา่วนนฝท่าั้งยใปนกแคลระอนงอตก�ำรระวบจบบผู้ปริกฏาิบรัตสกิ าาธราตรณามสกขุ ฎรหวมมาทยั้งวป่าดร้วะยชกาชารนแพทย์ ทุกคนที่จฉะุกชเฉ่วิยนกตันลปอ้อดงจกนันบปุคัญลหาากทรทางี่เกจี่ยิตวเขก้อื้องกทูลุกใภหา้ผคู้ปส่ว่วยนททาั้งงใจนิตแไลดะ้รนับอโกอรกะาบสบในบกราิกราเรขส้าาถธึงากราณรสบุขำบรัดวรมักทษ้ังาปแรละะชฟาชื้นนฟทู ุกคน ปถคสมือวัญาเรปหมร็ถนสาภสำหคาุขนท ถจถโพดัญัภืึองึดจ่งี่ ยโคใเะขากดนปควชพอายำ�ก็นาว่งจรคนมลยหกปิตำกึงกไสนานถกดัรนญั�รำึ่กงึงงึสม้รควปใรศถหำสน่วยัญอ้มงึักคาขุมกตงศสขดัญสภใกลนักุข์ิศอจุขนาัไทดเภรรงกพอปภี่จ์ศิวกคีาสจงญัะารมพวา�ำิตีคทพราหพครจมวรำวาัญจลมิตา่วใเทมิัตงุ่งปหมทมามเทมดน็เ้ทพ่ีจใง่ันปุ่งัจ้งจ้มะวุกื่อมใ็นชรติทนยภนใ่ันวมุมห�ำษุตเกามในกใช้ปคยานนหพอืุ้ษนรสร์กเ้ทกจลยขะ่วอแาลูนุกัง์ับชนลรงจใเภสาเใขหพะนคานชาับรผ้สื่อสลมคนสวปู้เัใงื่าอาสคังมหมว่คมรนค่วลีสย้ถปทมานยมื่อทุขรอั้รสงุทในถภายะนชทาธงอยารู่ชุมสมั้งจศยุพทว่าภังาติาชมรู่ชธจครสาไว่นกศดนิตมถคตมับแร้าทมรชรกบัสคทลัฐี์แสี่ด่วับโตน้ังะลุขียปอภคภรใสะภกกรนนา์แาแังาาาันคสใลคผคศสพนเดงัะรอนใจมจสคัฐนูแแกงาิตงัสมผกลากชคภทไานานผปนดมามรี่ดตงู้ปัอ้ญแไคเีาปาขด่ายล่เวนหรงา้รอ้อา่ะยถถตาายกงภๆทงึสศ่าชปา่ชกาุงขาจงซ่กนวคาปงภาง่ึตยรแปๆจกกกาบสิลกริตฎปตพุขำ�ะัะซนิสหบัญจภชึ่งดดขุิมตดักาาหูังแรหาสคฎานกยัลัรงปสหัษว้นคือผรุขม่าามูสกะ้ปภดาแไาชรย่า้วลดวมามพวยะย้ตสาส่าสฟจรทรังดุขุขินะต้ืคถา้วภภหหฟจมงยาาันดไสรูจสดพพือมักิตกุข้ตจจสราถภรริิตรตาึงดะาถมัพงหภานนจาร้ัพนิตถัก โดยสำนักกงรามนสเุขลภขาานพุกจาิตรคโดณยะสก�ำรนรักมงกาานรเสลุขขภาานพุกจาิตรคแณห่งะชการตริมจกึงาไดรส้จุขัดภทาำพ“จคิตู่มแือหก่งาชราดตำิ เจนึงินไดงา้จนัดตทา�ำมพ“คระู่มรือากชาบรัญด�ำญเนัตินิ งาน สุขภาพจติ าพม.พศร.ะ2ร5า5ช1บญัแลญะตั ทสิ ี่แขุ กภ้ไาขพเพจติ่มเพต.ิมศ.(ฉ25บ5ับ1ทแี่ 2ล)ะพท.แ่ี ศก.ไ้ 2ข5เพ6ม่ิ2เ”ตมิซึ่ง(ฉไดบ้มบั อทบ่ี 2ห)มพา.ศยใ.ห25้ผ6ู้เช2ี่ย”วซชงึ่ าไญดม้ดอ้านบนหิตมิสายขุ ใภหาผ้ พเู้ ชจย่ีติ วชาญ และนิติจดิต้าเวนชนศิตาิสุขตภร์เารพียจบิตเรแียลงะสนาิรตะิจสิตำเควัญชศขาอสงตพร์ะเรรียาบชบเรัญียงญสัตาิฯระแสล�ำะคอัญนุบขอัญงญพัตริภะรายาชใตบ้พัญรญะรัตาิฯชบแัญลญะอัตนิฯุบดัญังญกลัต่าิภวายใต้ เพื่อให้ผู้ปพฏริบะัตราิงาชนบตัญาญมกัตฎิฯหดมังากยลร่าววมถเึพงผ่ือู้สในหใ้ผจู้ปไดฏ้เิบขัต้าใิงจาเนจตานมากรมฎณหม์ขอายงกฎรวหมมถาึงยผอู้สยน่างใจถไ่อดง้เแขท้า้ ใรจวเมจทตั้งนสาารมมาณรถ์ขปอฏงกิบฎัตหิ มาย ตามแนวอทยา่างงขถอ่องงกแฎทห้ มรวามยทได้ัง้อสยาม่าางรถถูกปตฏ้อิบงัแติลตาะมแั่นนใวจททางั้ ขนอี้ งหกวฎังหเปม็นายอไยด่า้องย่าิ่งงวถ่าูกคตู่ม้อืองเแลล่มะนมี้่ันจะใจเปท็น้ังเนค้ีรหื่อวงังมเือปส็นำอคยัญ่างย่ิงว่า ในการขคับู่มเคือลเลื่อ่มนนก้ีจาะรเปด็นำเเคนรินื่องงามนือตส�ำาคมัญกฎในหกมาารยขับว่เาคดล้วื่อยนสกุขาภรดา�ำพเนจินิตงใาหน้สตอาดมกคฎลห้อมงกายับวเ่าจดต้วนยาสรุขมภณาพ์ขจอิตงใกหฎ้สหอดมคาลย้องกับ ไดอ้ ย่างเปเจ็นตรนูปาธรรมรณม์ขแอลงะกยฎังหปมระายโยไดช้อนย์ส่างู งสเุดปแน็ กร่สปู ังธครมรม และยงั ประโยชน์สูงสดุ แก่สงั คม (แ(พแพททยห์ย์หญญงิ อิงอมั ัมพพรรเบเบญญจจพพลลพทิ กั ษ์) ออธธิบิบดดกี กี รรมมสสุขขุ ภภาาพพจจิติต เลเลขขาานนุกกุ าารรคคณณะะกกรรรมมกกาารรสสุขขุ ภภาาพพจจติ ติ แแหห่ง่งชชาาตติ ิ คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ค และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
คำ� น�ำ คำนำ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มีเจตนารมณ์ เสใพนุขอื่สภผังใเญสาพคนลุขพามอื่กัสภตจผดังติาหิ โคลนัพพดรกกัมกอืจยราดาิผตคะโรรันดู้รร�ำคดกกบันายมุ้ำ� าาชดึงคเครรนถบูแำรคดนิึงลนัญอุำ้มหงผึงงเญคาลนสถปู้ นรักัตินิทึงว่ อดกหิสยงธงา้าาิขุลขสนแนรอัภกิทสมลดงกาธขุะีสบ้าพาิขภป่วนุครจอนารสคมิตงพะรุขลีสบช่วจภท่วุคพมาติ ามี่นชคข.พใศคีนรลอนจ.ว่วททงมิตามหว่ั2ี่มติมขไน5ใีกิคผปนอ่ว5าวดิ มงยร1าปหสงิตมการนแกิผนตา้าล่วิดงขทิรยะปเสอาสงทกงรงรา่ีแตจร้ามินกัฐงติิทสขเ้ไาขสุกอขภงภรางเจาิมพรารคิตเพสัฐ่ิมขเุขอจกเ้าภตภกติถาาิมชารงึกคพบเนาขเ(รจรอฉ้ากิแิตปกถบาลอ้ึงชับรกะงบนดาทภกรรา้ นัี่าิกแปนค2แาลส้อ)ปลระุขงดะรภกพภะก้าันา.านชาศคแพราส.ปลคจสุขะ2รวิตังภกะบค5แาชา6มคพลรา2มุ ะคจสตปกิตวังมลจั าบคีอเจแรจคมดยัอลตุมจทยะตนปนค่ีูร่กลาัจว่ผกุาอรมจู้ปรคมดักยอา่วณจนัทยมยนู่ร์ี่คผ่วุกมู้ปคก่วาันยม ญาติหรือผรู้ ับดูแลผปู้ ่วโดยยแทลพ่ี ะรปะราะชชบาญัชนญทัต่วั ิสไุขปภาพจติ พ.ศ. 2551 ได้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เมอ่ื วนั ท่ี 20 กมุ ภาพนั ธ์ 2551 และมีผโดลยบทังพ่ี ครับะใรชา้เชมบื่อญั วญันทตั สิี่ 2ขุ 1ภากพุมจภติ าพพ.ันศธ. 2์ 2555511ไดซป้ ึ่งรตะ่อกมาาศไใดน้มราีกชากรจิแจกา้ไนขเุเบพกิ่มษเตาิมเมตอ่ื าวมนั สทถี่ า2น0กกามุ รภณา์พทนีั่เปธล์ 2ี่ย5น5แ1ปลงไป และจมนีผพลบระังคราับชใชบ้เัญมญ่ือวัตันิสทุข่ี ภ2า1พจกิตุมภ(ฉาพบันับธท์ ี่ 225)5พ1.ศซ. ่ึง2ต5่อ6ม2าไไดด้ม้ปีกราะรกแากศ้ไใขนเรพาิ่มชเกติจิมจตาานมุเสบถกาษนากาเรมณื่อว์ทันี่เปทลี่ 1่ีย6นแเมปษลงาไยปน 2562 จนพแรละะรามชีผบลัญบญังคัตับสิ ใขุ ชภ้เามพื่อจวติันท(ฉี่ บ1ับ5ทกี่ ร2ก) ฎพา.ศค.ม22556622ไดท้ป้ังรนะี้ กคาณศะในอรนาุกชรกริจมจกาานรุเบปกรับษปา รเมุงแ่ือกวนั้ไขทกี่ 1ฎ6หมเมาษยาวย่านด้ว2ย5ส6ุข2ภาพจิต และไมดีผ้พลิจบาังรคณับาใกชล้เมั่นื่อกวรันอทงอ่ี 1น5ุบัญกญรกัตฎิตาาคมมพร2ะ5ร6า2ชบทัญ้ังญน้ีัตคิสณุขภะอาพนจุกิตรรพมก.ศา.ร2ป5ร5ับ1ปแรลุงแะกท้ไี่แขกก้ไฎขหเพมิ่มาเยตวิม่าด(ฉ้วบยสับุขทภี่ 2า)พพจ.ิตศ. 2562 ได้พทิจง้ัาสริน้ณา2ก3ลฉั่นบกบั รเอรยีงอบนร้อุบยัญแญล้วัติตเพา่ือมใพหร้เกะดิรากชารบขัญบั ญเคัตลิส่ือุขนภงาานพดจ้าิตนสพุข.ภศ.าพ2จ5ิต5ต1ามแเลจตะทนาี่แรกม้ไณขเ์ขพอ่ิมงเกตฎิมหม(ฉายบดับังทก่ีล2่า)ว พ.ศ. 2562 ทง้ั สิน้ 23สฉำบนับักเงรายี นบเรลอ้ ขยาแนลุกว้ าเรพค่อื ณใหะก้เกรดิ รกมาสรุขขภับาเคพลจ่ือิตนแงหา่งนชดาา้ ตนิ สกขุรภมาสพุขจภติ าตพาจมิตเจเตหน็นาครวมาณม์ขสอำงคกัญฎขหอมงากยารสร้าง ดังกลค่าววามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิตโดยเชื่อมโยงเจตนารมณ์ของกฎหมายสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะเป็น กลไกสสำ� คนัญกงใานนกเลารขผานลกุั าดรันคใณหะ้เกริดรกมาสรุขบภังาคพับจใิตชแ้กหฎง่ หชามตาิยกวร่ามดส้วขุ ยภสาุขพภจาิตพเจหิตน็ อคยว่ามงสเปำ� ็คนญัรูปขอธรงกรมารสจรึง้าไงดค้จวัดาทมำรู้ “คู่มือ ความกเาขรา้ ดใจำเกนยี่ ินวงกาบั นกตฎาหมมพารยะวรา่ าดชว้ บยสัญขุ ญภัาตพิสจุขติ ภโาดพยเจชิตอ่ื มพโ.ยศง.เจ2ต5น5า1รมแณลข์ะอทงี่แกกฎ้ไหขมเพายิ่มสเตกู่ าิมรป(ฉฏบบิ ับตั ทิ ซี่ งึ่ 2จ)ะพเป.ศน็ .กล2ไ5ก6ส2ำ� ”คญั มีเนื้อหา ในกาครรผอลบักคดลันุมใหส้เากริดะกสาำรคบัญังคขับอใงชพ้กรฎะหรมาชายบวัญ่าดญ้วัตยิสุขภาพจิตอพย่า.ศงเ.ป2็น5ร5ูป1ธรแรลมะทจี่แึงไกด้ไ้จขัดเทพ�ำิ่มเ“ตคิมู่มือ(ฉกบาัรบดท�ำี่ เ2น)ินพงา.ศน. 2562 ตามแพลระอรนาชุบบญั ัญญญตั ัิทติสุกุขฉบภบัาพโจดิตยมพีก.รศณ. ศี 2กึ 5ษ5า1ปรแะลกะอทบ่ีแเกน้ไือขหเพาเ่ิมพเื่อตชิมว่ ย(ฉใหบ้ผับอู้ ทา่ ่ีน2เข) า้ พใจ.ศห.ลัก2ก5า6ร2แ”ละมกีเนาร้ือปหฏาบิคตัริไอดบ้ดคียลิ่งุมข้นึ ทสากุ รฉะสบสนับ�ำับคโสญัดนยขุมนอีกกงพราณรรสะศี รรกึ าส้าษชงำาบเนสปญัักรรงญิมะากสัตนอุขสิ เบลภขุ เขภานาพาือ้ นพห(ุกจสาาติ สเรพสพค่ือ.ณ.)ชศโ่วะ.ดยก2ยใร5หแร5ผ้ผม1้อู นสา่แุงขนลาภเนะขาทพ้าพใีแ่ัฒจจกิหตนไ้ ขแลาเกัหนพก่งโ่ิมยาชเรบาตแตามิ ลิยะก(สฉกราบามธรับสาปทุขรฏณภี่ ิบ2าะ)ตัพดไิพจ้าด.ิตนศด้ ส.ยี ขิงุ่ข2อข5ภขน้ึ6าอ2พบจแคิตลุณะทสอี่เำนหนุบ็นักญั คงญาวนาัตมกิ สอำงคทัญุน และสนสับำ� สนนกั นุงางนบเปลรขะามนากุณาใรนคกณาระจกัดรทรมำส“ขุคภู่มาือพกจาติรดแำหเนง่ ชินางตาินกตรามมสพขุ รภะารพาชจบติ ัญขญอขัตอิสบุขคภณุาพสจำ� ิตนกัพง.ศาน. 2ก5อ5ง1ทนุแลสะนทบั ี่แสกน้ไนุขเพิ่มเตมิ การส(ฉรบา้ งับเสทรี่ มิ2ส) ขุพภ.ศา.พ2(5ส6ส2ส”.) โแดลยะแหผวนังงเาปน็นพอฒั ยน่างายนิ่งโยวบ่าคายู่มสือาฉธบาับรณนีะ้จดะา้สนรส้างขุ คภวาาพมจเติข้าทใเ่ีจหเน็กคี่ยววากมับสพำ� รคะญั รแาลชะบสัญนญบั สัตนิสนุุขภาพจิต งบปพระ.ศม.า2ณ5ใ5น1กแาลรจะทัดทแี่ ก�ำ้ไข“เคพู่มิ่มือเตกิมาร(ดฉ�ำบเบันทินี่ง2า)นพต.าศม.พ2ร5ะ6ร2าชชบ่วยัญใหญผ้ ัต้ปู ิสฏุขบิ ภัตาสิพาจมิตารพถด.ศำ.เน2ิน5ง5า1นตแาลมะเจทตี่แนกา้ไรขมเณพ่ิม์ขเอตงิมกฎหมาย (ฉบับชท่วยี่ พ2)ิทักพษ.ศผ์ .ปู้ 2ว่ 5ย6ท2า”งจติแแลละะหสวังังคเปม็นไดอ้เยป่า็นงอยย่ิง่าวง่าดคีู่มือฉบับนี้จะสร้างความเข้าใจเก่ียวกับพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแี่ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 ชว่ ยใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั สิ ามารถดำ� เนนิ งานตามเจตนารมณข์ องกฎหมาย ชว่ ยพิทกั ษ์ผูป้ ว่ ยทางจิตและสงั คมไดเ้ ปน็ อย่างดี (ดร(ด.แรพ.แทพยทห์ ยญ์หญิงเิงบเบญ็ ็ญจจมมาาสสพพฤฤกกษษก์ ์กาานนนนทท)์ ์) นนาายยแแพพททยยท์ ์ทรรงงคคุณุณววฒุ ฒุ ิ ิ ผผู้อูอ้ำ� ำนนววยยกกาารรสส�ำำนนักกั งงาานนเลเลขขาานนุกุกาารรคคณณะะกกรรรรมมกกาารรสสขุ ุขภภาาพพจจติ ติ แแหห่งง่ชชาาตติ ิ กบกรบรรมรมรสรณสุขณขุ ภาภาธาธกิ าพกิ พาจารจิตรติ ง คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่แี กไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
ผู้นพิ นธ์ เบญ็ จมาส พฤกษ์กานนท์ พ.บ., วว. สาขาจติ เวชศาสตร,์ อว. สาขาเวชศาสตร์ปอ้ งกนั แขนงสขุ ภาพจติ ชมุ ชน, อว. สาขาเวชศาสตร์ครอบครวั , Ph.D. (Health Economics) นายแพทยท์ รงคณุ วุฒิ ผอู้ �ำนวยการสำ� นกั งานเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพจติ แหง่ ชาติ กรมสขุ ภาพจติ ณฐั ไกรภัสสรพ์ งษ์ พ.บ. (เกียรตินิยมอนั ดบั 2), วว. สาขาจติ เวชศาสตร,์ อว. สาขาเวชศาสตรป์ ้องกนั แขนงสุขภาพจติ ชุมชน นายแพทย์ช�ำนาญการพเิ ศษ สถาบนั กลั ยาณร์ าชนครนิ ทร์ กรมสขุ ภาพจิต ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์ พ.บ., วว. สาขาจติ เวชศาสตร,์ อว. สาขาเวชศาสตรป์ อ้ งกัน แขนงสขุ ภาพจติ ชมุ ชน, อว. สาขาเวชศาสตรค์ รอบครวั นายแพทย์ทรงคุณวฒุ ิด้านนิตจิ ติ เวช สถาบนั กัลยาณร์ าชนครินทร์ กรมสุขภาพจติ ลดั ดา จรี ะกลุ สส.บ. นกั สงั คมสงเคราะหช์ �ำนาญการพเิ ศษ สถาบนั กลั ยาณร์ าชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต วิชชุดา จนั ทราษฎร์ พ.บ., วว. สาขาจิตเวชศาสตร,์ อว. สาขาเวชศาสตร์ป้องกนั แขนงสขุ ภาพจติ ชุมชน นายแพทยช์ ำ� นาญการพเิ ศษ สถาบันกัลยาณร์ าชนครินทร์ กรมสขุ ภาพจิต อภิชาติ แสงสนิ พ.บ., วว. สาขาจิตเวชศาสตร,์ อว. สาขาเวชศาสตรป์ อ้ งกัน แขนงสุขภาพจติ ชุมชน นายแพทย์ชำ� นาญการ สถาบันกัลยาณร์ าชนครนิ ทร์ กรมสขุ ภาพจติ อินทริ า อะตะมะ วท.บ. (กจิ กรรมบำ� บดั ), ศศ.ม. (งานบรกิ ารฟ้นื ฟสู มรรถภาพคนพิการ) นกั กิจกรรมบำ� บัดช�ำนาญการ สถาบนั กัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสขุ ภาพจิต คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 จ และทแ่ี ก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
สารบญั หน้า ค�ำนยิ ม ก ค�ำนำ� ง ผ้นู พิ นธ์ จ บทท่ี 1 ความรูเ้ บอ้ื งตน้ เกยี่ วกับพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 1 และทแ่ี กไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 2 ท่มี าของพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 4 เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 7 โครงสร้างพระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 8 อนบุ ัญญตั ิภายใตพ้ ระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 12 นิยามศพั ท์ 18 คณะกรรมการสุขภาพจติ แหง่ ชาติ 21 คณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษา 22 สรุป 23 เอกสารอ้างองิ 25 บทที่ 2 สิทธิผ้ปู ่วย และสทิ ธผิ รู้ ับดแู ลผู้ป่วย 26 สิทธิ และผปู้ ว่ ย 27 สิทธิดา้ นการบ�ำบดั รักษา และการเขา้ ร่วมการวิจัย 30 สทิ ธิด้านการคมุ้ ครองข้อมลู ด้านสุขภาพและข้อมูลใด ๆ ของผ้ปู ว่ ย 40 สิทธดิ า้ นสังคม 41 การดำ� เนินการเพือ่ คมุ้ ครองสทิ ธิผปู้ ่วย 43 สิทธิผรู้ ับดูแลผปู้ ว่ ยในฐานะผ้คู ุ้มครองสทิ ธผิ ู้ปว่ ย 47 สรปุ 48 เอกสารอา้ งองิ 49 บทที่ 3 การบำ� บัดรกั ษาผูป้ ่วยทางจติ 50 การใหค้ วามยนิ ยอมในการบำ� บดั รกั ษา 58 การนำ� บคุ คลซึง่ มพี ฤตกิ ารณอ์ ันนา่ เชอ่ื วา่ มภี าวะอนั ตรายหรือมคี วามจำ� เปน็ 59 ตอ้ งไดร้ ับการบำ� บัดรกั ษาเขา้ สู่การบ�ำบดั รักษา 65 การตรวจวินิจฉยั และประเมินอาการเบื้องตน้ 73 การตรวจวินิจฉยั และประเมินอาการโดยคณะกรรมการสถานบำ� บัดรกั ษา 95 การจ�ำหน่ายผู้ปว่ ยและการตดิ ตามการบ�ำบดั รักษาตอ่ เนอื่ ง 97 การอุทธรณ์ 98 สรุป เอกสารอ้างองิ ฉ คมู่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
สารบญั (ตอ่ ) หน้า บทท่ี 4 การบำ� บัดรกั ษาผู้ปว่ ยคด ี 99 กรณีพนักงานสอบสวนหรอื ศาลสง่ ตัวผปู้ ว่ ยคดมี ารับการตรวจวนิ ิจฉัยและประเมนิ ความสามารถ 100 ในการตอ่ สู้คดี 116 กรณีศาลมีค�ำสั่งใหส้ ง่ ผู้ป่วยคดมี าคมุ ตัวและรบั การบ�ำบดั รักษาในสถานบำ� บดั รักษา 130 กรณศี าลมคี �ำสงั่ ให้สง่ ผู้ป่วยคดีมารบั การบ�ำบัดรกั ษาท่สี ถานบ�ำบัดรกั ษา 138 สรุป 139 เอกสารอา้ งองิ 141 บทท่ี 5 การฟื้นฟสู มรรถภาพ 142 การฟืน้ ฟสู มรรถภาพผ้ปู ว่ ยทางจิต 143 แนวคดิ การฟืน้ คืนส่สู ขุ ภาวะ 144 หลักการดำ� เนินการฟ้นื ฟสู มรรถภาพ 147 แนวทางการฟืน้ ฟูสมรรถภาพ 148 การส่งเสริมการมสี ว่ นร่วมในการด�ำเนินการฟืน้ ฟูสมรรถภาพผูป้ ว่ ย 155 สรุป 156 เอกสารอ้างอิง 157 บทท่ี 6 พนักงานเจา้ หนา้ ท่ี 158 คณุ สมบัติของพนักงานเจ้าหน้าท่ี 162 อำ� นาจหน้าที่และการปฏิบตั งิ านของพนกั งานเจา้ หน้าท่ี 164 บตั รประจ�ำตวั พนกั งานเจ้าหนา้ ที่ 166 สรปุ 167 เอกสารอา้ งอิง 169 บทที่ 7 บทกำ� หนดโทษ และการเปรียบเทยี บ 170 บทกำ� หนดโทษ 171 การเปรยี บเทียบ 192 สรปุ 192 เอกสารอ้างอิง คู่มอื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญัติสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ช และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
สารบญั รูปภาพ หน้า ภาพ 2 – 1 การออกค�ำส่ังของอธิบดกี รมสขุ ภาพจิตเพื่อใหผ้ ู้เผยแพร่ข้อมูลท่ีหา้ มเผยแพร่ดำ� เนนิ การ 36-39 ภาพ 3 – 1 กระบวนการน�ำสง่ ตรวจวนิ ิจฉัย ประเมินอาการ บำ� บัดรกั ษา จ�ำหน่าย และตดิ ตาม 79-81 ผลการบ�ำบดั รักษาตามพระราชบัญญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 ภาพ 4 – 1 กระบวนการยตุ ิธรรมและการส่งผู้ป่วยมารับการตรวจวินิจฉยั และประเมินความสามารถ 102 ในการตอ่ สูค้ ดี ภาพ 4 – 2 กระบวนการตรวจวนิ ิจฉัยและประเมินความสามารถในการต่อสคู้ ด ี 105 ภาพ 4 – 3 ขนั้ ตอนการตรวจวนิ ิจฉยั และประเมินความสามารถในการต่อส้คู ด ี 115 ภาพ 4 – 4 กระบวนการยตุ ิธรรมและการส่งผู้ป่วยคดีมาควบคุมตวั และรบั การบ�ำบัดรกั ษา 118 ในสถานบำ� บดั รกั ษา ภาพ 4 – 5 กระบวนการบำ� บัดรักษาผู้ปว่ ยคดที ี่ศาลส่งมาควบคมุ ตวั และรบั การบำ� บัดรักษา 120 ในสถานบำ� บัดรกั ษา ภาพ 4 – 6 Case formulation 122 ภาพ 4 – 7 ขน้ั ตอนการบ�ำบัดรกั ษาผปู้ ว่ ยคดีที่ศาลสง่ มาควบคุมตวั และรบั การบ�ำบดั รกั ษา 129 ในสถานบ�ำบดั รักษา ภาพ 4 – 8 กระบวนการยตุ ิธรรมและการสง่ ผูป้ ว่ ยคดมี ารบั การบ�ำบดั รักษาท่ีสถานบ�ำบัดรกั ษา 132 ภาพ 4 – 9 กระบวนการบ�ำบดั รกั ษาผูป้ ว่ ยคดที ี่ศาลส่งมารบั การบำ� บดั รกั ษาทส่ี ถานบำ� บัดรักษา 134 ภาพ 4 – 10 ขนั้ ตอนการบำ� บดั รกั ษาผ้ปู ว่ ยคดีทีศ่ าลสง่ มารบั การบ�ำบดั รกั ษาที่สถานบ�ำบัดรกั ษา 137 ภาพ 6 – 1 บตั รประจำ� ตัวพนกั งานเจา้ หน้าที ่ 164 ภาพ 7 – 1 ขน้ั ตอนการเปรยี บเทยี บ 189-191 ซ คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
สารบญั ตาราง หนา้ ตาราง 4 – 1 การส่งตวั ผปู้ ่วยคดเี พื่อรับการตรวจวนิ ิจฉัยและประเมนิ ความสามารถในการต่อสคู้ ดี 103 ตาราง 4 – 2 การสง่ ตวั ผูป้ ่วยคดีท่ีศาลสง่ มาควบคมุ ตวั และรบั การบำ� บดั รกั ษาในสถานบ�ำบัดรกั ษา 119 ตาราง 4 – 3 การส่งตวั ผ้ปู ่วยคดที ี่ศาลสง่ มารับการบ�ำบดั รักษาทส่ี ถานบ�ำบดั รักษา 133 ตาราง 7 – 1 ตารางบัญชีอตั ราค่าปรับตามพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 183 และทแ่ี กไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 คู่มือการดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ฌ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
บทท่ี 1 ความรูเ้ บอ้ื งตน้ เก่ียวกบั พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทีแ่ ก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 อภชิ าติ แสงสิน ดวงตา ไกรภสั สร์พงษ์ ณัฐ ไกรภัสสร์พงษ์ เบญ็ จมาส พฤกษก์ านนท์ • ทม่ี าของพระราชบญั ญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 • เจตนารมณข์ องพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 • โครงสรา้ งพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 • อนบุ ญั ญัติภายใตพ้ ระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 • นยิ ามศพั ท์ • คณะกรรมการสขุ ภาพจติ แห่งชาติ • คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษา • สรปุ ค่มู อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 1 และทีแ่ ก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 เป็นกฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิตฉบับแรกของประเทศไทยท่ีระบุ สทิ ธผิ ปู้ ว่ ยทางจติ ซง่ึ นำ� ไปสมู่ าตรการและวธิ กี ารการบำ� บดั รกั ษาผปู้ ว่ ยทางจติ ทง้ั ผปู้ ว่ ยทวั่ ไป และผปู้ ว่ ยคดใี หเ้ ปน็ ไป ตามหลกั สทิ ธมิ นุษยชน นอกจากนี้ พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 ไดแ้ กไ้ ขเพ่ิมเติมให้ครอบคลมุ ถึงการสร้างเสริมสุขภาพจิต การป้องกันและการควบคุมปัจจัยที่คุกคามสุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิของบุคคล ที่มีความผิดปกติทางจิต การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วย ในบทนี้จะกล่าวถึง ทม่ี าของกฎหมายดงั กลา่ ว เจตนารมณข์ องกฎหมาย โครงสรา้ ง และนยิ ามศพั ทส์ ำ� คญั ซงึ่ จะเปน็ ความรพู้ น้ื ฐานสำ� หรบั การศึกษากฎหมายวา่ ด้วยสุขภาพจติ ต่อไป ท่มี าของพระราชบัญญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ก�ำหนดกลยุทธ์ในการผลักดันให้มีกฎหมายสุขภาพจิต เพ่ือบังคับใช้ในประเทศไทยไว้ในแผนพัฒนาสุขภาพจิตตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2540 - 2544 มอบหมายให้โรงพยาบาลนิติจิตเวช (สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ในปัจจุบัน) ด�ำเนินการ โดยเริ่มจากการศึกษากฎหมายสุขภาพจิตของประเทศต่าง ๆ การสัมมนาในกลุ่มผู้บริหารของกรมสุขภาพจิต การศึกษาเชิงคุณภาพในผู้ปฏิบัติงานด้านกระบวนการยุติธรรมและผู้ท่ีปฏิบัติงานด้านจิตเวชและสุขภาพจิต พบว่า กลุ่มตวั อยา่ งมีความเห็นตอ่ ประเด็นขอบเขตการบงั คับรกั ษาผู้ท่ีมคี วามผิดปกติทางจติ สอดคลอ้ งกัน คือ ควรกำ� หนด ขอบเขตการบังคับรักษาผู้ท่ีมีความผิดปกติทางจิตที่มีพฤติกรรมเป็นอันตรายหรือมีความก้าวร้าวรุนแรงและขาด ความสามารถในการตดั สินใจให้ความยนิ ยอมในการรกั ษา ในช่วง พ.ศ. 2542 - 2544 มีการประชุมคณะกรรมการร่างกฎหมาย 3 ครั้ง ท�ำการประชาพิจารณ์ ปรบั แกไ้ ข และสง่ ใหก้ ระทรวงสาธารณสขุ เพอ่ื ปรบั แกไ้ ขกอ่ นนำ� เสนอคณะรฐั มนตรี รวมทงั้ ไดม้ กี ารศกึ ษาเชงิ ปรมิ าณ ในกลุ่มการแพทย์และสาธารณสุข กลุ่มยุติธรรมและการควบคุม และกลุ่มปกครองท้องถ่ินต่อประเด็นขอบเขต การบังคับรักษาผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย แต่ร่างกฎหมายฉบับน้ียังไม่ได้มีการน�ำเสนอต่อ สภาผ้แู ทนราษฎร จนกระทงั่ พ.ศ. 2547 คณะกรรมการประสานงานสภาผแู้ ทนราษฎร สำ� นักเลขาธิการรัฐมนตรี มีการขอข้อมูลเพ่ิมเติมและอนุกรรมการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน วุฒิสภาได้เชิญตัวแทนกรมสุขภาพจิตเข้าไป แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายสุขภาพจิต และได้ให้ความเห็นต่อการผลักดันให้มีกฎหมายสุขภาพจิตที่เน้น การส่งเสริมสุขภาพจิต การป้องกันและการคุ้มครองให้ผู้ที่มีความผิดปกติได้รับการรักษา เพ่ือคุ้มครองประชาชน ญาติและผดู้ แู ลทีจ่ ะไดร้ ับความเดือดรอ้ นจากภาวะอันตรายจากความผดิ ปกติทางจติ เมื่อกรมสุขภาพจิตรับทราบนโยบายและแนวทางการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตจากองค์การอนามัยโลก จึงได้ก�ำหนดนโยบายและแผนการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต พ.ศ. 2548 - 2550 โดยมีจุดประสงค์เพ่ือสร้าง ความเข้าใจและความตระหนักในการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต พัฒนาร่างกฎหมายสุขภาพจิตและผลักดันให้มี กฎหมายสุขภาพจิตท่ีสามารถบังคับใช้ได้ จึงมอบหมายให้สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ด�ำเนินการพัฒนากฎหมาย สุขภาพจิตตามเจตนารมณ์และแนวทางขององค์การอนามัยโลกดังกล่าว ให้มีการแต่งตั้งและประชุมผู้ทรงคุณวุฒิ จากทุกภาคส่วนในสังคมที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้มีความผิดปกติทางจิต ในการก�ำหนดกรอบประเด็นกฎหมาย สุขภาพจิต และให้ความเห็นเพ่ิมเติมหลังจากที่ได้รับรายงานการสรุปการรับฟังความคิดของประชาชนท่ีมีส่วนได้ 2 คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
ส่วนเสียกับการดูแลและคุ้มครองผู้มีความผิดปกติทางจิตจากทั่วทุกภาคของประเทศ แล้วจึงได้เริ่มมีการยกร่าง กฎหมายสขุ ภาพจติ โดยคณะกรรมการยกรา่ ง แกไ้ ข ทำ� ประชาพจิ ารณจ์ ากผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทวั่ ประเทศ สรปุ เสนอตอ่ คณะทป่ี รกึ ษาและคณะทำ� งานพฒั นากฎหมายสขุ ภาพจติ แลว้ นำ� ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ไปปรบั แกไ้ ขจนไดร้ า่ งกฎหมาย สขุ ภาพจติ ฉบบั สมบรู ณ์ เม่ือวนั ท่ี 30 กรกฎาคม 2549 พร้อมทจ่ี ะนำ� เสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข คณะรฐั มนตรี และสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอนต่อไป หากแต่ในช่วงเวลานั้น กระแสสังคมที่จะให้ความส�ำคัญต่อการพัฒนา กฎหมายสุขภาพจิตอยู่ในระดับต�่ำ จนกระท่ังเกิดเหตุการณ์ผู้ป่วยทางจิตกระท�ำความรุนแรงแทงนักเรียนบาดเจ็บ สาหัส 4 คน เม่ือเดือนกันยายน 2549 ซึ่งนอกจากจะมีผลกระทบต่อจิตใจของสังคมรวมท้ังผู้ป่วยโรคจิตเวชและ ญาติในทางลบแล้ว ยังส่งผลให้สังคมมีความสนใจและตระหนักถึงความจ�ำเป็นต้องป้องกันอันตรายจากการกระท�ำ ของผู้ป่วยโรคจิตอย่างมาก แต่เจตคติของสังคมยังเป็นลักษณะของความกลัว โกรธแค้น และรังเกียจเดียดฉันท์ กรมสุขภาพจิตจึงได้เสนอต่อสาธารณชนถึงความส�ำคัญของการมีกฎหมายเพ่ือคุ้มครองความปลอดภัยของสังคม การลดภาวะอันตรายของผู้ป่วย โดยให้มีกลไกน�ำผู้ป่วยสู่การบ�ำบัดรักษา ประกอบกับกรณีท่ีสังคมให้ความสนใจ เม่ือมีข่าวว่ามีต�ำรวจจากสถานีต�ำรวจนครบาลแห่งหน่ึงได้ยื่นเรื่องต่อศาลอาญาเม่ือเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ฟอ้ งโรงพยาบาลจติ เวชแหง่ หน่ึงว่าคมุ ตวั ผูป้ ่วยทางจติ ซึ่งเป็นบคุ คลทม่ี ีชื่อเสยี งไว้โดยมชิ อบดว้ ยกฎหมาย และขอให้ ศาลไต่สวนเพ่ือปล่อยตัวบุคคลในค�ำร้องตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ประเด็นน้ีได้ท�ำให้สังคม มที ศั นคตติ อ่ ความเจบ็ ปว่ ยทางจติ เปลย่ี นไปจากเดมิ เรมิ่ ตระหนกั รวู้ า่ ความเจบ็ ปว่ ยทางจติ เปน็ เรอ่ื งใกลต้ วั อาจเกดิ กบั ใครกไ็ ดไ้ ม่จ�ำกัดการศกึ ษา ฐานะทางเศรษฐกิจ ฐานะทางสังคม รวมท้ังระดบั สติปญั ญา ขณะเดยี วกนั กเ็ ร่ิมตระหนัก ถงึ อุปสรรคในการเข้าถงึ บริการบำ� บดั รักษา ผลกระทบท่ีเสยี หายซึง่ เกิดกบั ผู้ปว่ ยและครอบครวั รวมทัง้ เปน็ ครงั้ แรก ทโี่ รงพยาบาลจติ เวชถกู ฟอ้ งโดยพนกั งานสอบสวนในกรณที รี่ บั ผปู้ ว่ ยไวร้ กั ษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ เหตกุ ารณ์ ท่ีได้รับความสนใจจากสังคมในวงกว้างต่อเนื่องท้ังสองเรื่องข้างต้นเป็นกรณีตัวอย่างที่สามารถท�ำให้บุคลากรที่ไม่ได้ ท�ำงานด้านจิตเวชและสุขภาพจิตเข้าใจถึงความจ�ำเป็นในการต้องมีกลไกทางกฎหมายเพ่ือคุ้มครองสิทธิของผู้ท่ีมี ความผิดปกติทางจิตและก�ำหนดกระบวนการเพื่อให้ผู้ท่ีมีความผิดปกติทางจิตที่มีภาวะอันตรายและมีความจ�ำเป็น ตอ้ งได้รับการบำ� บัดรักษาทไี่ ดม้ าตรฐาน ท้งั น้ี เพ่ือป้องกนั อันตรายทจี่ ะเกิดกบั ผู้ป่วยและสงั คม ร่างพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. .... เข้าสู่การประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติวาระแรก เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2550 และได้มีมติผ่านร่างพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. .... ในวาระสองและวาระสามของ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติคร้ังที่ 73/2550 เม่ือวันที่ 20 ธันวาคม 2550 พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร (พระปรมาภไิ ธยในขณะน้ัน) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม ให้ประกาศใช้พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551 และมีการประกาศในหนงั สือ ราชกิจจานุเบกษาเล่มท่ี 125 ตอนท่ี 36 ก เม่ือวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551 ประกอบด้วย 6 หมวด 53 มาตรา มีผลบังคบั ใชต้ ามกฎหมายตง้ั แตว่ นั ท่ี 21 กมุ ภาพันธ์ 2551 เมื่อ พ.ศ. 2556 กรมสุขภาพจิตโดยส�ำนักงานเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ได้จัดท�ำ ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ต่อคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เนื่องจาก พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 ได้ใช้บังคบั มาเป็นเวลานานถงึ 5 ปี ทำ� ให้บทบญั ญตั ิบางประการไม่สอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงให้ความส�ำคัญกับเรื่องการดูแลบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต เพ่ือป้องกันภาวะ อันตรายต่อบุคคลและสังคม แต่ยังขาดบทบัญญัติเก่ียวกับการสร้างเสริมสุขภาพจิต การป้องกันและการควบคุม ปจั จยั ทคี่ กุ คามสขุ ภาพจติ ซง่ึ ทป่ี ระชมุ คณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ เมอ่ื วนั ที่ 5 พฤศจกิ ายน 2557 มมี ตเิ หน็ ชอบ คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 3 และท่แี กไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ด�ำเนินการและน�ำ พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ (ฉบับปรบั ปรุงแกไ้ ข) บรรจเุ ข้าสแู่ ผนนติ บิ ัญญตั ิ กระทรวงสาธารณสขุ คณะอนกุ รรมการ ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 จัดประชุมเพ่ือร่างกฎหมายดังกล่าว ร่วมกับมีการจัดท�ำ ประชาพิจารณ์ในผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านหลากหลายช่องทางแล้วน�ำเสนอต่อท่ีประชุมคณะกรรมการสุขภาพจิต แห่งชาติเม่ือวันท่ี 13 กรกฎาคม 2558 ซ่ึงที่ประชุมได้มีมติให้เสนอร่างพระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพ่ือเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป หลังจากน้ันได้ผ่านขั้นตอน การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี การชี้แจงต่อส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พระราชบญั ญัติสขุ ภาพจติ (ฉบบั ที่ ..) พ.ศ. .... โดยใช้เวลากวา่ 2 ปี รา่ งพระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจติ (ฉบบั ที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่การประชมุ ของสภานิตบิ ัญญัตแิ ห่งชาติวาระแรก เมอ่ื วันที่ 28 ธนั วาคม 2561 และไดม้ ีมติผา่ นรา่ งพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... ในวาระสองและ วาระสามของการประชมุ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาติ เมอ่ื วนั ท่ี 1 กมุ ภาพนั ธ์ 2562 สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศ ใช้พระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ณ วันที่ 15 เมษายน 2562 และมีการประกาศในหนังสือ ราชกิจจานเุ บกษาเล่มท่ี 136 ตอนที่ 50 ก เม่อื วนั ที่ 16 เมษายน 2562 มีผลบังคับใชต้ ามกฎหมายต้งั แต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 การทำ� งานแบบพหภุ าคแี ละมสี ว่ นรว่ ม การรบั ฟงั และเคารพความคดิ เหน็ ซง่ึ กนั และกนั การแสวงหาจดุ รว่ ม บนความเห็นที่แตกต่าง การวิเคราะห์และหาข้อสรุปทางสายกลางระหว่างความคิดท่ีหลากหลายและสอดคล้อง กบั บรบิ ทของสงั คมไทย ความยืดหยุ่น ความกลา้ แสดงความคดิ เห็นแบบตรงไปตรงมาบนทา่ ทีทีอ่ ่อนน้อมเปน็ ปจั จัย แห่งความส�ำเร็จของการได้มาซึ่งกฎหมายสุขภาพจิตของประเทศไทย การท่ีจะบังคับใช้กฎหมายเพ่ือคุ้มครอง ศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้ป่วยจิตเวชโดยผู้ปฏิบัติมีความสมัครใจและมีความสุขจากการท�ำงานยังคงเป็นส่ิงท่ีท้าทาย และมีคุณค่าท่ีบุคลากรสหวิชาชีพด้านสุขภาพจิตและจิตเวชทั้งหลายจะได้ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งท่ีแบ่งปันความสุข ใหก้ ับผปู้ ว่ ย ครอบครวั และสงั คม เจตนารมณ์ของพระราชบญั ญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ได้ระบุเหตุผลของการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้ใน หมายเหตทุ ้ายพระราชบัญญตั วิ า่ “เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ และมีทัศนคติด้านลบต่อบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต ท�ำให้บุคคลดังกล่าวไม่ได้รับการบ�ำบัดรักษาอย่างถูกต้อง และเหมาะสม เป็นเหตุให้ความผิดปกติทางจิตทวีความรุนแรงข้ึนจนก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สนิ ของตนเองหรือผอู้ ื่น สมควรมกี ฎหมายวา่ ด้วยสขุ ภาพจิต เพ่ือก�ำหนดกระบวนการในการบำ� บัดรกั ษา บคุ คลทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจติ อนั เปน็ การคมุ้ ครองความปลอดภยั ของบคุ คลนนั้ และสงั คม รวมทงั้ กำ� หนดกระบวนการ ในการบ�ำบัดรักษาบุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิตซ่ึงอยู่ระหว่างการสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้องหรือการพิจารณา หรือภายหลังศาลมีค�ำพิพากษาในคดีอาญา จงึ จ�ำเป็นตอ้ งตราพระราชบัญญัติน”้ี 4 คู่มือการดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
จะเห็นไดว้ ่ากฎหมายฉบบั นมี้ ีเจตนารมณ์ ดงั น้ี 1. เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจต่อความเจ็บป่วยทางจิตและผู้ท่ีมีความเจ็บป่วยทางจิต แต่เดิมก่อนท่ี จะมีพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 บุคคลท่ัวไปและสังคมยังมีทัศนคติเชิงลบต่อความเจ็บป่วยทางจิต และผู้ท่ีมีความผิดปกติทางจิต หลายครั้งก็ถูกตีตราโดยสังคมท�ำให้ขาดโอกาสทางสังคม บางคนขาดอิสรภาพ ถกู ลา่ มขงั เนอื่ งจากแตเ่ ดมิ นน้ั ความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ความเจบ็ ปว่ ยทางจติ ยงั มนี อ้ ยและยงั ไมม่ แี นวทางการรกั ษา ทชี่ ัดเจน แตเ่ มอื่ ความกา้ วหนา้ ทางการแพทย์ จิตเวชศาสตร์ และจติ วิทยามีมากขน้ึ การวินิจฉยั และการให้การบำ� บัด รกั ษาผทู้ มี่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ กพ็ ฒั นามากขนึ้ ไปดว้ ย ดงั นน้ั การใหค้ วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ความเจบ็ ปว่ ยทางจติ ก็จะเป็นปัจจัยหน่ึงที่เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อบุคคลท่ีมีความเจ็บป่วยทางจิตและท�ำให้สมาชิกในสังคมสามารถ สังเกตตนเองและบุคคลรอบข้างว่ามีความเจ็บป่วยทางจิตหรือไม่ ก็จะช่วยให้ผู้ท่ีมีความเจ็บป่วยทางจิตได้เข้าสู่ กระบวนการรักษาทีเ่ หมาะสมตอ่ ไป 2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงระบบการรักษา การพัฒนาระบบและสิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ของผู้ป่วยท่ีมีความผิดปกติทางจิต ท�ำให้ผู้ที่มีความเจ็บป่วยทางจิตสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง ท้ังในแง่ การส่งเสริม ปอ้ งกนั รกั ษา และฟ้นื ฟูสมรรถภาพ 3. เพอ่ื ปอ้ งกนั ความรนุ แรงทอ่ี าจเปน็ อนั ตรายตอ่ ชวี ติ รา่ งกาย หรอื ทรพั ยส์ นิ ของตนเองหรอื ผอู้ น่ื เนอื่ งจาก การเจบ็ ปว่ ยทางจติ ทไ่ี มไ่ ดร้ บั การบำ� บดั เยยี วยาอยา่ งเหมาะสม ยอ่ มจะทำ� ใหอ้ าการรนุ แรงมากขนึ้ จนทำ� ใหค้ วามยบั ยง้ั ชง่ั ใจและการควบคมุ ตนเองลดนอ้ ยลง จนอาจเกดิ พฤตกิ รรมทเ่ี ปน็ อนั ตรายตอ่ ตนเอง (เชน่ การฆา่ ตวั ตาย การทำ� รา้ ย ตัวเอง) อันตรายต่อผู้อื่น (เช่น การฆ่าผู้อ่ืน การท�ำร้ายผู้อื่น) และอันตรายต่อทรัพย์สิน (เช่น การท�ำลายข้าวของ การวางเพลิง) ดังน้ัน การบ�ำบัดรักษาต้ังแต่ผู้ป่วยเริ่มมีความผิดปกติทางจิตจึงเป็นการป้องกันความรุนแรงที่อาจ เกิดขน้ึ ได้และยังเปน็ การชว่ ยใหส้ ังคมปลอดภยั อีกดว้ ย 4. เพ่ือก�ำหนดกระบวนการบ�ำบัดรักษาบุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิต โดยก่อนท่ีจะมีการประกาศใช้ พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ยงั ไมม่ แี นวทางเรอ่ื งการใหค้ วามยนิ ยอมหรอื บงั คบั รกั ษาชดั เจน ซง่ึ ในกระบวน การบ�ำบัดรักษาทางจิตเวชน้ัน ก็ต้องมีการให้ความยินยอมเช่นเดียวกับการบ�ำบัดรักษาทางการแพทยด์ า้ นอน่ื ๆ แต่บ่อยครั้งท่ีผู้ป่วยจิตเวชมีความเจ็บป่วยรุนแรงจนกระทบต่อความสามารถในการตัดสินใจและยังขาดผู้ที่ให้ ความยนิ ยอมกระท�ำการแทน ท�ำใหผ้ ปู้ ่วยขาดโอกาสในการเขา้ ถงึ กระบวนการรักษาท่เี หมาะสม เมอื่ มีการประกาศ ใชพ้ ระราชบญั ญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 จึงไดม้ กี ารก�ำหนดแนวทางวธิ ีการใหค้ วามยินยอมของผูป้ ่วยและผู้กระทำ� การแทนในกรณีท่ีไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง รวมไปถึงการก�ำหนดกระบวนการบังคับบ�ำบัดรักษาโดย คณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษา ทง้ั น้ี เพอ่ื ประโยชนข์ องผปู้ ว่ ยเองใหไ้ ดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาอยา่ งเหมาะสมและทนั ทว่ งที 5. กำ� หนดกระบวนการตรวจวินจิ ฉัยและบ�ำบัดรักษาผปู้ ว่ ยคดี (ผู้ป่วยนิตจิ ติ เวช) ตามประมวลกฎหมาย อาญา ไดก้ ำ� หนดบทบญั ญตั กิ ารลดโทษหรอื ยกเวน้ โทษสำ� หรบั ผปู้ ว่ ยทางจติ ทไ่ี มร่ ผู้ ดิ ชอบหรอื ไมส่ ามารถบงั คบั ตนเอง ไดแ้ ละไดก้ ำ� หนดเงอ่ื นไขในการเขา้ สกู่ ระบวนการบำ� บดั รกั ษาทางจติ เวช แตย่ งั ขาดวธิ กี ารและกรอบเวลาในการทำ� ตาม ขอ้ กำ� หนดทางกฎหมาย พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 จึงได้ระบแุ นวทางกระบวนการปฏบิ ตั ติ ามเง่ือนไข หรือข้อก�ำหนดทางกฎหมาย เพ่ือให้แนวทางการปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกันภายใต้กรอบระยะเวลาที่ชัดเจน นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติให้สามารถน�ำส่งผู้ท่ีเช่ือว่ามีความผิดปกติทางจิต และไม่สามารถต่อสู้คดีได้ เข้ารับการตรวจวินิจฉัยก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อความเป็นธรรมของคู่ความ พระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ก็ไดร้ ะบแุ นวทางกระบวนการและกรอบเวลาในการปฏิบัติไว้อกี ด้วย ค่มู ือการดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 5 และทแี่ ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
ต่อมา ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 เนื่องจากสภาพสังคมได้เปล่ียนแปลงไป โดยมีเจตนารมณต์ ามท่ีระบุไวใ้ นสว่ นหมายเหตุท้ายพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 ว่า “เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ิฉบับน้ี คือ โดยที่พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 ไดใ้ ช้ บังคับมาเป็นเวลานาน ท�ำให้บทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน บุคคลท่ีมีความผิดปกติ ทางจิต ยังไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างถูกต้องและเพียงพอ มีการเผยแพร่ข้อมูลส่ือส่ิงพิมพ์ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ หรอื สอ่ื อนื่ ใด ในทางทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ ทศั นคตไิ มด่ ตี อ่ บคุ คลทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจติ รวมทงั้ ขาดกลไกการฟน้ื ฟสู มรรถภาพ ให้ผู้ป่วยที่มีอาการทุเลาสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข สมควรก�ำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการสร้าง เสรมิ การป้องกันและการควบคุมปัจจัยทคี่ กุ คามสขุ ภาพจิต เพิ่มเติมอำ� นาจหน้าที่คณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาติ ใหค้ รอบคลมุ ดา้ นการสร้างเสริม การป้องกัน และการควบคุมปจั จัยที่คุกคามสขุ ภาพจิต การคมุ้ ครองสทิ ธขิ องบคุ คล ที่มีความผิดปกติทางจิต การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต และการอยู่ร่วมกันในสังคมของบุคคลท่ีมีความผิดปกติ ทางจติ โดยคำ� นึงถงึ หลักการมีสว่ นร่วมของหน่วยงานของรัฐและประชาชนในทกุ ภาคสว่ น ตลอดจนก�ำหนดห้ามสือ่ ทุกประเภทเผยแพร่ขอ้ มูลใด ๆ ทีท่ �ำให้เกิดความรังเกยี จเดียดฉนั ท์ หรือความเสยี หายแก่จติ ใจ ชื่อเสยี ง เกยี รตคิ ุณ รวมท้ังก�ำหนดให้สถานบ�ำบัดรักษาแต่ละแห่งสามารถมีคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาได้มากกว่าหน่ึงคณะ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรวดเรว็ ในการปฏบิ ตั งิ าน อนั เปน็ การสง่ เสรมิ การบำ� บดั รกั ษาและการฟน้ื ฟสู มรรถภาพของผปู้ ว่ ย และ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ บทกำ� หนดโทษและบทบญั ญตั เิ กยี่ วกบั การเปรยี บเทยี บใหเ้ หมาะสม จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ”้ี เมื่อพิจารณาเหตุผลในการแก้ไขพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ก็เพ่ือปรับปรุงกระบวนการ แนวทางในการดแู ล รวมไปถึงการพิทกั ษส์ ิทธิของบุคคลทมี่ คี วามผิดปกตทิ างจิต ใหม้ คี วามชัดเจน ครอบคลุม และ สอดคล้องกบั สถานการณ์ปจั จุบนั มากขึน้ โดยสามารถสรปุ ประเด็นสำ� คัญไดด้ งั น้ี 1. ด้านการคุม้ ครองสทิ ธิผู้ป่วย จากการบงั คับใชพ้ ระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ยังพบการละเมิด สิทธิของผู้ป่วย โดยเฉพาะด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารท่ีเก่ียวข้องกับความเจ็บป่วยทางจิตไปยังส่ือต่าง ๆ ท�ำให้ เกดิ ความเขา้ ใจผดิ รวมไปถงึ เกดิ ทศั นคตดิ า้ นลบตอ่ บคุ คลทมี่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ สง่ ผลกระทบตอ่ ผปู้ ว่ ยและครอบครวั แทนท่ีจะเป็นการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและสนับสนุนสิทธิของผู้มีความผิดปกติทางจิต ให้เข้าสู่การบำ� บัดรักษาโดยก�ำหนดใหค้ ณะกรรมการสุขภาพจติ แห่งชาตมิ ีหนา้ ทป่ี อ้ งกันและคมุ้ ครองสทิ ธิของบคุ คล ท่ีมีความผิดปกติทางจิต ผ่านการก�ำหนดหลักเกณฑ์ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไม่ให้เกิดทัศนคติในแง่ลบหรือ กอ่ ความเสยี หายแกจ่ ติ ใจหรอื สทิ ธปิ ระโยชนข์ องบคุ คลทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจติ และครอบครวั โดยอาศยั ความรว่ มมอื จากหน่วยงานของรฐั และเอกชน 2. ดา้ นการฟน้ื ฟสู มรรถภาพบคุ คลทมี่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ แมว้ า่ ตามพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ไดม้ กี ารกำ� หนดวธิ กี ารและขน้ั ตอนในการบำ� บดั รกั ษาผทู้ ม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจติ และมกี ารระบถุ งึ การฟน้ื ฟสู มรรถภาพ และการติดตามอย่างต่อเน่ือง แต่ยังขาดรายละเอียดแนวทางในการฟื้นฟูสมรรถภาพและการติดตาม ซึ่งตาม พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ได้ระบแุ นวทางและเพม่ิ เติมกระบวนการในการฟืน้ ฟูสมรรถภาพ และการติดตาม เพ่ือให้ม่ันใจได้ว่าผู้ป่วยจะเข้าถึงกระบวนการบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่อง อันจะชว่ ยใหผ้ ู้ทมี่ คี วามผิดปกตทิ างจิตสามารถใชช้ วี ติ อยูใ่ นสังคมไดอ้ ยา่ งเปน็ ปกติสุข กล่าวโดยสรุปคือ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มีเจตนารมณ์ให้ผู้ท่ีมีความผิดปกติทางจิต ได้เข้าสู่กระบวนการบ�ำบัดรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการป้องกันภาวะอันตรายท่ีอาจเกิดข้ึนจากความเจ็บป่วย ทางจิต รวมถึงกำ� หนดแนวทางการบำ� บดั รักษาส�ำหรบั ผู้ปว่ ยคดี อันเปน็ การสง่ เสรมิ ความยตุ ธิ รรมของกระบวนการ 6 คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ ก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
ยตุ ธิ รรมดว้ ย สว่ นพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 มเี จตนารมณเ์ พอื่ ใชก้ ลไกดา้ นกฎหมายสขุ ภาพจติ ในการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตพิทักษ์สิทธิของผู้ป่วยโดยเฉพาะประเด็นของส่ือและประเด็นการฟื้นฟูสมรรถภาพ และการตดิ ตามผปู้ ว่ ยอยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยอาศยั ความรว่ มมอื ระหวา่ งหนว่ ยงานรฐั และเอกชน รวมทง้ั กำ� หนดการทำ� งาน ของคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เพ่ือให้ผู้ท่ีมีความผิดปกติทางจิตสามารถใช้ชีวิต ในสังคมได้อย่างปกติสขุ ตลอดจนสงั คมปลอดภัย โครงสรา้ งพระราชบญั ญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแี่ ก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร (พระปรมาภไิ ธยในขณะนน้ั ) มพี ระบรม ราชโองการโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหต้ ราพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 เมอ่ื วันท่ี 13 กุมภาพันธ์ 2551 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม 125 ตอน 36 ก เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551 มีผลบงั คับใชถ้ ดั จากวันทีป่ ระกาศ ในราชกจิ จานเุ บกษา ตอ่ มาสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู (พระราชอสิ รยิ ยศในขณะนนั้ ) มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตราพระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2562 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 136 ตอน 50 ก เม่อื วันที่ 16 เมษายน 2562 มีผลบังคับใช้ เมอ่ื พน้ 90 วัน นบั แตว่ นั ท่ปี ระกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 นี้ ไมไ่ ด้ยกเลกิ พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ทง้ั ฉบับ เพียงแตแ่ ก้ไขข้อความบางมาตราและเพ่ิมเติมบางมาตรา ดงั นน้ั การอ้างองิ กฎหมายดงั กล่าวให้ยึดพระราชบญั ญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 เป็นหลกั และแกไ้ ขข้อความตามท่ี ระบุไว้ในพระราชบัญญัติสขุ ภาพจติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 โครงสรา้ งของพระราชบัญญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แกไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ไดแ้ ก่ มาตรา 1 ชื่อพระราชบญั ญัติ มาตรา 2 วนั ที่กฎหมายมีผลบงั คับใช้ มาตรา 3 นยิ ามศพั ท์ มาตรา 4 ใหอ้ �ำนาจรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุขรกั ษาการตามพระราชบัญญัตฉิ บับน้ี หมวด 1 คณะกรรมการ สว่ นท่ี 1 คณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาติ (มาตรา 5-11) สว่ นที่ 2 คณะกรรมการสถานบ�ำบดั รกั ษา (มาตรา 12-14) หมวด 2 สทิ ธผิ ้ปู ่วย (มาตรา 15-20/1) หมวด 3 การบ�ำบดั รกั ษาทางสุขภาพจิต ส่วนท่ี 1 ผู้ป่วย (มาตรา 21-34) ส่วนท่ี 2 ผปู้ ่วยคดี (มาตรา 35-39) ส่วนที่ 3 การฟ้ืนฟูสมรรถภาพ (มาตรา 40-41/1) หมวด 4 การอทุ ธรณ์ (มาตรา 42-45) หมวด 5 พนกั งานเจ้าหนา้ ที่ (มาตรา 46-49) หมวด 6 บทกำ� หนดโทษ (มาตรา 50-53/2) ค่มู อื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 7 และท่แี ก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
ดังน้ัน การบังคับใช้กฎหมายสุขภาพจิตส�ำหรับประเทศไทยในปัจจุบันนั้น จ�ำเป็นต้องมีการอ้างอิงถึง บทบญั ญัติของกฎหมายท้งั 2 ฉบับรว่ มกัน โดยใช้ช่อื ว่า “พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่แี ก้ไขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562” อนุบัญญตั ภิ ายใต้พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 โดยทีพ่ ระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 ได้กำ� หนดนิยาม วางหลักเกณฑ์และวิธีการด�ำเนินงานด้านสุขภาพจิต หลักเกณฑ์และวิธีการเหล่านี้มีรายละเอียดปลีกย่อยซึ่งจ�ำเป็น ตอ้ งมอี นบุ ัญญัตขิ ยายความพระราชบัญญัตใิ หม้ ีแนวทางทช่ี ดั เจนยิง่ ข้ึนตามท่ีพระราชบัญญตั ไิ ดร้ ะบไุ ว้ และสามารถ ปรับเพอื่ นำ� ไปสกู่ ารปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ อนุบัญญัติภายใต้พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ท่ีมีผลบงั คับใชใ้ น พ.ศ. 2565 มที ั้งสน้ิ 23 ฉบบั แบง่ ตามบทบญั ญัติทงั้ 6 หมวด ได้แก่ หมวด 1 คณะกรรมการ - ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การเลือกและการแต่งต้ังผู้แทนองค์กรภาคเอกชนและผู้ทรง คณุ วฒุ เิ พ่อื เปน็ กรรมการสุขภาพจติ แห่งชาติ พ.ศ. 2562 อาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา 4 วรรคหน่ึง แหง่ พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และมาตรา 5 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ประกาศเมื่อวนั ท่ี 3 กรกฎาคม 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 175 ง เมอ่ื วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 - ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอ่ื ง รายช่อื สถานบ�ำบดั รักษาทางสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2565 อาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา 3 และมาตรา 4 วรรคหนึง่ แหง่ พระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 ประกาศเมื่อวนั ท่ี 2 ธันวาคม 2565 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 140 ตอนพิเศษ 8 ง เมอื่ วันท่ี 12 มกราคม 2566 - ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอื่ ง รายชอื่ สถานบ�ำบดั รกั ษาทางสุขภาพจติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2566 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 3 และมาตรา 4 วรรคหนึ่ง แหง่ พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 ประกาศเมื่อวนั ท่ี 10 พฤษภาคม 2566 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 140 ตอนพเิ ศษ 153 ง เมื่อวนั ท่ี 29 มิถุนายน 2566 หมวด 2 สทิ ธิผู้ปว่ ย - ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจติ แหง่ ชาติ เรอื่ ง หลักเกณฑ์และวิธกี ารในการเผยแพร่ขอ้ มลู ใด ๆ ทางส่ือสง่ิ พิมพ์ สือ่ อิเล็กทรอนิกส์ หรือส่อื อน่ื ใด พ.ศ. 2565 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) และมาตรา 16/1 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซ่ึงแกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิต (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 8 คู่มอื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
ประกาศเมือ่ วนั ที่ 13 มกราคม 2565 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 139 ตอนพิเศษ 67 ง เมื่อวันที่ 22 มนี าคม 2565 - ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแหง่ ชาติ เรอ่ื ง หลักเกณฑ์และวธิ ีการในการออกค�ำสั่งของอธบิ ดี กรมสขุ ภาพจติ ให้ผู้เผยแพรด่ �ำเนนิ การ พ.ศ. 2565 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) และมาตรา 16/2 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซงึ่ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 11 แหง่ พระราชบญั ญตั ิ สขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 ประกาศเมอื่ วันที่ 13 มกราคม 2565 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม่ 139 ตอนพเิ ศษ 67 ง เม่ือวันที่ 22 มนี าคม 2565 - ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้หน่วยงานของรัฐ และเอกชนดำ� เนนิ การเกยี่ วกบั การคมุ้ ครองสทิ ธขิ องบคุ คลทมี่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ การใหบ้ รกิ ารดา้ นสขุ ภาพจติ และการอยู่ร่วมกนั ในสงั คม พ.ศ. 2565 อาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา 10 (3) และ (7) แห่งพระราชบัญญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 ซ่งึ แก้ไข เพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ประกาศเมือ่ วันท่ี 10 มกราคม 2565 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม่ 139 ตอนพิเศษ 67 ง เม่อื วันที่ 22 มีนาคม 2565 หมวด 3 การบำ� บัดรกั ษาทางสุขภาพจิต - ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอ่ื ง แบบหนังสือให้ความยินยอมการบำ� บัดรักษา พ.ศ. 2564 อาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา 4 วรรคหน่ึง มาตรา 18 วรรคสอง และมาตรา 21 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ซงึ่ แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติสุขภาพจติ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 ประกาศเมือ่ วันท่ี 26 มีนาคม 2564 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 138 ตอนพเิ ศษ 102 ง เมือ่ วนั ที่ 13 พฤษภาคม 2564 - ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยการสง่ ตวั บคุ คลเพอื่ รบั การตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการเบอื้ งตน้ พ.ศ. 2564 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 25 วรรคสอง แหง่ พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเมอ่ื วันท่ี 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 138 ตอนพิเศษ 67 ง เม่อื วันท่ี 24 มนี าคม 2564 - ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งตัวบุคคลเพ่ือรับการตรวจวินิจฉัย และประเมนิ อาการเบ้อื งต้นในกรณฉี กุ เฉนิ พ.ศ. 2564 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 26 วรรคสาม แหง่ พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเมื่อวนั ท่ี 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 138 ตอนพิเศษ 67 ง เม่ือวันท่ี 24 มีนาคม 2564 คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 9 และทแ่ี กไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
- ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารในการรายงานผลการตรวจ วนิ จิ ฉยั และประเมินอาการเบื้องต้น พ.ศ. 2564 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 27 วรรคส่ี แหง่ พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเม่อื วันท่ี 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพเิ ศษ 67 ง เมอื่ วนั ที่ 24 มีนาคม 2564 - ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวธิ กี ารในการพิจารณาเพ่อื มีคำ� สั่ง ใหบ้ ุคคลตอ้ งเข้ารับการบ�ำบัดรักษา พ.ศ. 2564 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 29 วรรคสาม แหง่ พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเมื่อวันท่ี 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 138 ตอนพิเศษ 67 ง เมื่อวนั ที่ 24 มีนาคม 2564 - ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการรายงานผล การบำ� บัดรกั ษา การจำ� หนา่ ยผปู้ ว่ ย และการติดตามผลการบ�ำบดั รักษา พ.ศ. 2565 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 31 วรรคสอง แหง่ พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม 139 ตอนพิเศษ 67 ง เมอื่ วันท่ี 22 มนี าคม 2565 - ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งย้ายผู้ป่วยไปรับการบ�ำบัดรักษา ในสถานบำ� บดั รักษาอื่น พ.ศ. 2564 อาศัยอำ� นาจตามความในมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 34 แหง่ พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเมื่อวันท่ี 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม่ 138 ตอนพิเศษ 67 ง เม่อื วนั ที่ 24 มนี าคม 2564 - ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารในการรายงานผลการตรวจ วินิจฉัย การประเมินความสามารถในการต่อสู้คดี และผลการบ�ำบัดรักษาของผู้ป่วยคดี การรายงานผล การบ�ำบดั รักษาและการท�ำความเห็น พ.ศ. 2564 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 35 วรรคหก มาตรา 36 วรรคส่ี มาตรา 37 วรรคส่ี มาตรา 38 วรรคสอง และมาตรา 39 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเมอ่ื วนั ที่ 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 138 ตอนพิเศษ 67 ง เมื่อวนั ท่ี 24 มีนาคม 2564 10 คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแี่ ก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
- ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาติ เร่อื ง หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการด�ำเนนิ การฟื้นฟูสมรรถภาพ ของผปู้ ว่ ย พ.ศ. 2565 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) และมาตรา 41/1 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซึง่ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ประกาศเม่อื วนั ท่ี 10 มกราคม 2565 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 133 ตอนพเิ ศษ 67 ง เมอื่ วนั ท่ี 22 มนี าคม 2565 - ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ เรอื่ ง หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารใหผ้ รู้ บั ดแู ลผปู้ ว่ ยมสี ทิ ธไิ ดร้ บั บรกิ ารใหค้ ำ� ปรึกษา แนะนำ� ฝกึ อบรมทักษะ การจดั การศึกษา และการส่งเสรมิ อาชพี ตลอดจนความชว่ ยเหลอื อื่นใด เพอื่ ใหด้ แู ลผปู้ ว่ ยต่อไปได้ พ.ศ. 2565 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) และมาตรา 40 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซึง่ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติสุขภาพจิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ประกาศเม่อื วันท่ี 10 มกราคม 2565 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 139 ตอนพิเศษ 67 ง เมอ่ื วันที่ 22 มีนาคม 2565 - ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ เรอ่ื ง กำ� หนดหนว่ ยงานดา้ นสงั คมสงเคราะหแ์ ละสวสั ดกิ าร พ.ศ. 2564 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (6) (7) แห่งพระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 ซึง่ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 40 (2) แห่งพระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 ประกาศเมื่อวนั ที่ 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 138 ตอนพิเศษ 67 ง เมอื่ วันที่ 24 มีนาคม 2564 หมวด 4 การอุทธรณ์ - ระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นอุทธรณ์และ วธิ ีพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ. 2564 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 และมาตรา 42 วรรคส่ี แหง่ พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเมอ่ื วนั ที่ 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 138 ตอนพิเศษ 67 ง เมอ่ื วันท่ี 24 มีนาคม 2564 - ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการเลือกและการแต่งตั้งผู้แทนองค์กรภาคเอกชนและ ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการอทุ ธรณ์ พ.ศ. 2563 อาศัยอำ� นาจตามความในมาตรา 4 วรรคหนง่ึ และมาตรา 43 วรรคสาม แหง่ พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ประกาศเม่ือวนั ท่ี 29 พฤษภาคม 2563 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 163 ง เม่อื วันท่ี 16 กรกฎาคม 2563 คู่มอื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 11 และที่แก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
หมวด 5 พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ - ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรื่อง แบบบตั รประจ�ำตวั พนกั งานเจ้าหน้าท่ี พ.ศ. 2563 อาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา 4 วรรคหนึง่ และมาตรา 47 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเมอ่ื วันท่ี 29 พฤษภาคม 2563 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 137 ตอนพิเศษ 163 ง เมอื่ วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 - ระเบียบคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยคณุ สมบตั ิของพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี พ.ศ. 2564 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ซงึ่ แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจิต (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 ประกาศเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 138 ตอนพิเศษ 67 ง เมอ่ื วนั ที่ 24 มนี าคม 2564 - ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยการปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ พ.ศ. 2564 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) และมาตรา 46 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซง่ึ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ประกาศเมอื่ วนั ท่ี 22 มกราคม 2564 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 138 ตอนพเิ ศษ 67 ง เม่ือวันท่ี 24 มนี าคม 2564 - ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรื่อง แตง่ ตงั้ พนักงานเจ้าหนา้ ที่ พ.ศ. 2564 อาศัยอำ� นาจตามความในมาตรา 4 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบญั ญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 ประกาศเมอ่ื วันที่ 26 มนี าคม 2564 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 138 ตอนพเิ ศษ 102 ง เมื่อวันท่ี 13 พฤษภาคม 2564 หมวด 6 บทก�ำหนดโทษ - ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารในการเปรยี บเทยี บ พ.ศ. 2565 อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 10 (7) และมาตรา 53/2 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซง่ึ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ประกาศเม่ือวันที่ 10 มกราคม 2565 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 139 ตอนพเิ ศษ 67 ง เมือ่ วันท่ี 22 มีนาคม 2565 นิยามศัพท์ พระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ได้ใหน้ ิยามศัพท์ไว้ ดงั น้ี 1. สุขภาพ หมายความว่า สุขภาพตามกฎหมายว่าด้วยสขุ ภาพแห่งชาต1ิ ความหมายของคำ� วา่ “สุขภาพ” ตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 ระบุไว้วา่ “ภาวะ ของมนษุ ยท์ สี่ มบรู ณท์ งั้ ทางกาย ทางจติ ทางปญั ญา และทางสงั คม เชอื่ มโยงกนั เปน็ องคร์ วมอยา่ งสมดลุ ”2 อนั จะเหน็ ได้ว่าสุขภาพน้ัน ไม่ได้จ�ำเพาะเจาะจงเฉพาะสุขภาพกายอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสุขภาพจิต ปัญญา และ สงั คมของบคุ คลน้ันอกี ดว้ ย 1 พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 3. 2 พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 3. 12 คู่มอื การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และที่แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
2. สุขภาพจิต หมายความว่า สุขภาวะทางจิตใจ ซึ่งเช่ือมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุลกับสุขภาวะ ทางกาย ทางปัญญา และทางสงั คม3 ความหมายของค�ำว่า “สุขภาพจิต” ก็จะสอดคล้องกับความหมายของค�ำว่า “สุขภาพ” กล่าวคือ การทจ่ี ะมภี าวะสขุ ภาพจติ นน้ั จะตอ้ งมคี วามสอดคลอ้ งกนั อยา่ งสมดลุ ของสขุ ภาวะทางกาย ทางปญั ญา และทางสงั คม เพราะปัจจัยทั้งส่ีอย่างน้ีเก่ียวเนื่องกันและส่งผลถึงกันอย่างแยกกันไม่ได้ การที่มีความบกพร่องทางด้านใดด้านหน่ึง ยอ่ มส่งผลตอ่ ปจั จัยดา้ นอ่นื ๆ ตามไปด้วย 3. ความผดิ ปกตทิ างจติ หมายความว่า อาการผิดปกตขิ องจติ ใจทแี่ สดงออกมาทางพฤตกิ รรม อารมณ์ ความคิด ความจำ� สติปญั ญา ประสาทการรบั รู้ หรือการรูเ้ วลา สถานที่ หรือบคุ คล รวมทั้งอาการผิดปกติของจิตใจ ทเ่ี กิดจากสุราหรือสารอืน่ ที่ออกฤทธต์ิ อ่ จติ และประสาท4 ความหมายของค�ำว่า “ความผิดปกติทางจิต” ตามพระราชบัญญัติน้ีเป็นความหมายท่ีค่อนข้างกว้าง และครอบคลุมความผิดปกติทางจิตไว้ให้รวมไปถึงอาการทางจิตท่ีอาจเกิดจากสารเสพติดอีกด้วย ทั้งน้ี เพ่ือให้ การบังคบั ใช้กฎหมายครอบคลมุ ไปถงึ ความผิดปกตทิ างจิตในทกุ ๆ ดา้ นของการเขา้ สู่กระบวนการรกั ษา รวมไปถงึ การไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการประกาศใชก้ ฎหมายฉบบั น้ี แตม่ ขี อ้ นา่ สงั เกตวา่ ความผดิ ปกตทิ างจติ ตามพระราชบญั ญตั ิ น้แี ตกตา่ งจากค�ำว่า “จติ บกพรอ่ ง โรคจติ หรอื จติ ฟัน่ เฟือน” ตามประมวลกฎหมายอาญา ทมี่ งุ่ เน้นเรอื่ งการลดโทษ หรือยกเว้นโทษส�ำหรับผู้ที่กระท�ำความผิดเน่ืองจากความเจ็บป่วยทางจิตซ่ึงจ�ำเป็นจะต้องพิจารณาว่าบุคคลน้ัน รู้ผิดชอบหรอื บังคับตนเองได้หรอื ไมด่ ว้ ย จงึ จะไดร้ ับการลดโทษหรือยกเว้นโทษตามกฎหมาย และแตกตา่ งจากค�ำวา่ “วกิ ลจรติ ” ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญาทม่ี งุ่ เนน้ เรอ่ื งการงดกระบวนการทางยตุ ธิ รรมไวก้ อ่ นสำ� หรบั ผทู้ ม่ี คี วามเจบ็ ปว่ ยทางจติ เพอ่ื ใหเ้ ขา้ สกู่ ระบวนการบำ� บดั รกั ษาจนอาการทางจติ ทเุ ลากอ่ นทเ่ี ขา้ สกู่ ระบวนการยตุ ธิ รรม อกี ครัง้ ท้งั นี้ เปน็ การสรา้ งความเปน็ ธรรมส�ำหรบั กระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาคดีความ 4. แพทย์ หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชพี เวชกรรมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิชาชพี เวชกรรม5 ความหมายของค�ำว่า “แพทย์” คือ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และอ้างถึงพระราชบัญญัติวิชาชีพ เวชกรรม เม่ือพิจารณาค�ำว่า “วิชาชีพเวชกรรม” ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 หมายถึง “วิชาชีพท่ีกระท�ำต่อมนุษย์เก่ียวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบําบัดโรค การป้องกันโรค การผดุงครรภ์ การปรบั สายตาดว้ ยเลนส์สมั ผัส การแทงเขม็ หรือการฝังเข็มเพ่ือบาํ บัดโรคหรอื เพอ่ื ระงับความรู้สกึ และหมายความ รวมถึงการกระท�ำทางศัลยกรรม การใช้รังสีการฉีดยาหรือสสาร การสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าไปในร่างกาย ท้ังน้ี เพอ่ื การคุมกำ� เนดิ การเสรมิ สวย หรอื การบาํ รุงรา่ งกายด้วย”6 และตามกฎหมายฉบับน้ี บุคคลซ่งึ ได้ขน้ึ ทะเบยี นและ รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภาแล้วเท่านั้นจึงจะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมาย ดังนั้น สรุปได้ว่า “แพทย์” ตามพระราชบัญญัติฉบับน้ี หมายถึง ผู้ท่ีกระท�ำการใด ๆ ต่อร่างกาย เพอ่ื การตรวจวนิ จิ ฉยั รกั ษา ปอ้ งกัน ส่งเสริมสุขภาพ โดยต้องขน้ึ ทะเบียนและมใี บอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม จากแพทยสภา 5. จิตแพทย์ หมายความว่า แพทย์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติเป็นผู้มีความรู้ความช�ำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจติ เวชศาสตร์หรือสาขาจิตเวชศาสตร์เดก็ และวัยรนุ่ 7 3 พระราชบัญญัติสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 3. 4 พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 3. 5 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 3. 6 พระราชบัญญัตวิ ิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 4. 7 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 3. คมู่ ือการดำเนินงานตามพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 13 และทแ่ี ก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
ความหมายของค�ำว่า “จิตแพทย์” คือ แพทย์ตามความหมายข้างต้นซ่ึงจะต้องมีวุฒิบัตรหรืออนุมัติ บัตรแสดงว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ได้รับการรับรองความเช่ียวชาญเฉพาะด้านทางจิตเวชศาสตร์ หรือ จิตเวชศาสตร์เด็กและวยั รุน่ ทอี่ อกโดยแพทยสภา 6. พยาบาล หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาล และการผดงุ ครรภ8์ ความหมายของค�ำว่า “พยาบาล” คือ ผ้ปู ระกอบวิชาชพี พยาบาล เมอ่ื พิจารณาคำ� วา่ “การพยาบาล” ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528 หมายถึง การกระท�ำต่อมนุษย์เกี่ยวกับ การดูแลและการช่วยเหลือ เม่ือเจ็บป่วย การฟื้นฟูสภาพ การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ รวมท้ัง การชว่ ยเหลอื แพทยก์ ระทำ� การรกั ษาโรค ทง้ั นี้ โดยอาศยั หลกั วทิ ยาศาสตรแ์ ละศลิ ปะการพยาบาล และ “การประกอบ วชิ าชพี การพยาบาล” หมายถงึ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทกี่ ารพยาบาลตอ่ บคุ คล ครอบครวั และชมุ ชน โดยการกระทำ� ตอ่ ไปนี้ (1) การสอน การแนะนำ� การให้ค�ำปรกึ ษาและการแก้ปญั หาเกีย่ วกบั สุขภาพอนามัย (2) การกระท�ำต่อร่างกายและจิตใจของบุคคล รวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อม เพื่อการแก้ปัญหา ความเจบ็ ป่วย การบรรเทาอาการของโรค การลุกลามของโรค และการฟ้ืนฟูสภาพ (3) การกระทำ� ตามวิธที ีก่ ำ� หนดไวใ้ นการรักษาโรคเบื้องต้น และการให้ภูมิคุม้ กนั โรค (4) ช่วยเหลือแพทย์กระท�ำการรักษาโรค ทั้งนี้ โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะการพยาบาล ในการประเมินสภาพ การวนิ จิ ฉัยปญั หา การวางแผน การปฏบิ ัติ และการประเมินผล9 โดยตามกฎหมายฉบบั นี้ บคุ คลซงึ่ ไดข้ น้ึ ทะเบยี นและรบั ใบอนญุ าตเปน็ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การพยาบาล จากสภาการพยาบาลแล้วเท่านั้นจึงจะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมาย ดังน้ัน สรุปได้ว่า “พยาบาล” ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ หมายถึง ผู้ที่กระท�ำการใด ๆ ต่อมนุษย์ท่ีเก่ียวข้องกับการดูแลและการช่วยเหลือ เมอ่ื เจบ็ ปว่ ย การฟน้ื ฟสู ภาพ การปอ้ งกนั โรค และการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ รวมทง้ั การชว่ ยเหลอื แพทย์ โดยตอ้ งขน้ึ ทะเบยี น และมีใบอนุญาตเปน็ ผูป้ ระกอบวชิ าชีพการพยาบาลจากสภาการพยาบาล 7. ผปู้ ่วย หมายความวา่ บคุ คลทมี่ ีความผดิ ปกตทิ างจิตซ่งึ ควรไดร้ บั การบ�ำบดั รักษา10 ความหมายของค�ำวา่ “ผ้ปู ว่ ย” คอื บุคคลทมี่ ีความผิดปกติทางจิตตามความหมายขา้ งตน้ และจ�ำเป็น ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา เพอ่ื ปอ้ งกนั ความรนุ แรงและภาวะอนั ตรายตอ่ ตนเอง ผอู้ น่ื และทรพั ยส์ นิ จากความผดิ ปกติ ทางจิตนัน้ 8. ผู้ป่วยคดี หมายความว่า ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาในคดีอาญา ซง่ึ พนกั งานสอบสวนหรอื ศาลสง่ั ใหไ้ ดร้ บั การตรวจหรอื บำ� บดั รกั ษา รวมทง้ั ผปู้ ว่ ยทศ่ี าลมคี ำ� สง่ั ใหไ้ ดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา ภายหลงั มคี ำ� พพิ ากษาในคดอี าญาดว้ ย11 ความหมายของค�ำว่า “ผู้ป่วยคดี” คือ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิตตามความหมายข้างต้น แต่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนก่อนการพิพากษาและหลังจากพิพากษาแล้ว ทั้งน้ี ยังให้ หมายรวมถึงผู้ปว่ ยทศ่ี าลมีคำ� พิพากษาให้เขา้ รับการบำ� บัดรกั ษาทางจิตเวชอกี ดว้ ย 8 พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ ฯ มาตรา 3. 9 พระราชบญั ญัตวิ ิชาชพี การพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528 มาตรา 4. 10 พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 3. 11 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 3. 14 คมู่ ือการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพ่มิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
9. ผรู้ บั ดูแลผปู้ ว่ ย หมายความวา่ บิดา มารดา บุตร สามี ภรยิ า ญาติ พนี่ ้อง หรอื บุคคลอนื่ ใด ที่รับดแู ล หรืออุปการะผูป้ ่วย12 ความหมายของคำ� วา่ “ผรู้ บั ดแู ลผปู้ ว่ ย” นนั้ ไมไ่ ดห้ มายถงึ ญาตพิ นี่ อ้ งหรอื เครอื ญาตแิ ตเ่ พยี งอยา่ งเดยี ว เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลอื่น ๆ ที่ให้การดูแลหรืออุปการะผู้ใดได้ เพราะบ่อยคร้ังที่ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตเอง ไม่ได้อาศัยอยู่กับเครือญาติ แต่อาศัยอยู่กับนายจ้าง หรือผู้รับอุปการะเลี้ยงดู ซ่ึงจะรับตัวผู้มีความผิดปกติทางจิต ไปดูแลรักษาตอ่ 10. ภาวะอันตราย หมายความว่า พฤติกรรมท่ีบุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิตแสดงออกโดยประการ ทน่ี ่าจะก่อใหเ้ กิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวติ รา่ งกาย หรือทรพั ย์สนิ ของตนเองหรอื ผู้อ่ืน13 ความหมายของค�ำวา่ “ภาวะอนั ตราย” คอื ผปู้ ่วยทีม่ พี ฤติกรรมผิดปกติอันเปน็ ผลจากความผิดปกติ ทางจิตโดยที่พฤติกรรมนั้นอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของตนเอง เช่น การท�ำร้ายตนเอง การฆ่าตัวตาย หรือพฤติกรรมน้ันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของผู้อ่ืน เช่น ท�ำร้ายร่างกายผู้อื่น นอกจากนี้ ยังรวมถึง พฤติกรรมที่มีความรุนแรงตอ่ ทรพั ย์สิน เชน่ จุดไฟเผา ท�ำลายข้าวของ อีกด้วย 11. ความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา หมายความว่า สภาวะของผู้ป่วยซ่ึงขาดความสามารถ ในการตัดสินใจให้ความยินยอมรับการบ�ำบัดรักษา และต้องได้รับการบ�ำบัดรักษาโดยเร็วเพื่อป้องกันหรือบรรเทา มิใหค้ วามผดิ ปกติทางจติ ทวคี วามรุนแรง หรอื เพือ่ ป้องกันอนั ตรายท่ีจะเกดิ ข้นึ กับผู้ป่วยหรอื บคุ คลอ่นื 14 ความหมายของค�ำว่า “ความจ�ำเป็นต้องได้รับการบ�ำบัดรักษา” คือ สภาวะของบุคคลท่ีขาด ความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเองจากความเจ็บป่วยทางจิต จึงไม่สามารถให้ความยินยอมรับการบ�ำบัด รักษาด้วยตนเองได้ แต่ก็ยังมีความจ�ำเป็นต้องรับการบ�ำบัดรักษา เพราะการปล่อยท้ิงไว้ไม่ท�ำการรักษาอาจท�ำให้ ความผิดปกตทิ างจติ รนุ แรงมากขนึ้ จนมภี าวะอนั ตรายตามมา ทงั้ ตอ่ ตนเอง บคุ คลอ่ืน และทรพั ย์สิน 12. การบำ� บดั รกั ษา หมายความรวมถงึ การดแู ลช่วยเหลอื ผปู้ ่วยทางการแพทยแ์ ละทางสงั คม15 ความหมายของค�ำว่า “การบ�ำบัดรักษา” คือ การให้การดูแลผู้ป่วยท้ังการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ท้ังน้ี ในการดูแลบุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิตน้ัน ไม่จ�ำเพาะเฉพาะในส่วนการดูแลผู้ป่วย ทางการแพทย์อย่างเดียวเท่าน้ัน แต่ยังต้องอาศัยการดูแลจากสังคมและชุมชนด้วย เพื่อให้บุคคลท่ีมีความผิดปกติ ทางจติ นน้ั สามารถใช้ชวี ิตในสงั คมไดอ้ ย่างเปน็ ปกตสิ ขุ 13. สถานบ�ำบัดรักษา หมายความว่า สถานบ�ำบัดรักษาทางสุขภาพจิต ท่ีรัฐมนตรีประกาศก�ำหนด ตามพระราชบญั ญตั ิน1ี้ 6 ความหมายของค�ำว่า “สถานบ�ำบัดรักษา” คือ สถานพยาบาลท่ีสามารถให้การบ�ำบัดรักษาบุคคล ที่มีความผิดปกติทางจิตได้ และต้องขึ้นทะเบียนเป็นสถานบ�ำบัดรักษาตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิตน้ี โดยรายช่ือ สถานบ�ำบัดรักษาเป็นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง รายชื่อสถานบ�ำบัดรักษา ตามประกาศราชกิจจา นุเบกษา 12 พระราชบัญญัติสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 3. 13 พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 3. 14 พระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจิตฯ มาตรา 3. 15 พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 3. 16 พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจิตฯ มาตรา 3. คมู่ ือการดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 15 และท่แี ก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
14. คมุ ขงั หมายความวา่ การจำ� กดั สทิ ธเิ สรภี าพของบคุ คลดว้ ยอำ� นาจของกฎหมายโดยการคมุ ตวั ควบคมุ กัก กกั กนั ขัง กกั ขัง จ�ำขัง และจ�ำคุก17 ความหมายของคำ� วา่ “คมุ ขงั ” คอื วธิ กี ารหรอื การกระทำ� ซง่ึ ทำ� ใหผ้ ทู้ ถี่ กู คมุ ขงั ขาดเสยี ซง่ึ อสิ รเสรภี าพ โดยการกระท�ำดังกล่าวไม่สามารถกระท�ำได้ เพราะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เว้นเสียแต่ว่าเป็นการกระท�ำ ภายใต้เง่ือนไขท่กี ฎหมายได้ใหอ้ �ำนาจแก่บคุ คลหรอื พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ไว้ 15. หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถ่ิน รฐั วสิ าหกจิ องคก์ ารมหาชน องคก์ รวชิ าชพี ดา้ นการแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ หนว่ ยงานอนื่ ของรฐั และใหห้ มายความ รวมถึงสภากาชาดไทย18 ความหมายของค�ำว่า “หน่วยงานของรัฐ” จะไม่ได้หมายถึงหน่วยงานทางราชการเพียงอย่างเดียว เทา่ น้ัน แตย่ งั รวมถงึ องคก์ รภาครัฐทีม่ ีบทบาทในการดแู ลผมู้ คี วามผิดปกตทิ างจิต ไดแ้ ก่ รัฐวิสาหกจิ องค์การมหาชน องคก์ รวิชาชีพทางดา้ นการแพทย์และการสาธารณสขุ และสภากาชาดไทยอีกด้วย 16. พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ หมายความวา่ ผซู้ งึ่ มคี ณุ สมบตั ติ ามระเบยี บทคี่ ณะกรรมการกำ� หนด และรฐั มนตรี แตง่ ตัง้ ให้ปฏิบัติการตามพระราชบญั ญตั ิน1ี้ 9 ความหมายของค�ำว่า “พนักงานเจ้าหน้าท่ี” จะต้องเป็นพนักงานเจ้าหน้าท่ีซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน ถูกต้องตามท่ีคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติก�ำหนดและได้รับการแต่งต้ังตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ท้ังนี้ ไม่ได้หมายความถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายหรือพระราชบัญญัติอ่ืน ดังนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัตฉิ บบั นี้จึงตอ้ งมคี ุณสมบตั ิ ดงั ต่อไปนี้ (1) มีสัญชาตไิ ทย (2) มอี ายไุ ม่ตำ�่ กวา่ 20 ปบี ริบูรณ์ (3) เป็นผู้มีความประพฤตดิ ี ไมเ่ ป็นอปุ สรรคต่อการปฏบิ ัตหิ น้าท่ี (4) สำ� เร็จการศึกษาในระดบั ปรญิ ญาตรี หรอื เทยี บเท่าทางด้านการแพทย์ พยาบาล สังคมสงเคราะห์ จติ วทิ ยา กิจกรรมบ�ำบัด สาธารณสุข สาธารณสขุ ชมุ ชน กายภาพบำ� บดั เทคนิคการแพทย์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ สง่ เสรมิ สขุ ภาพ พฒั นาชมุ ชน พฒั นาสงั คม การแพทยฉ์ กุ เฉนิ กฎหมาย หรอื เปน็ ผไู้ ดร้ บั ประกาศนยี บตั รตามกฎหมาย การแพทย์ฉุกเฉิน กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสาธารณสุข ชุมชน หรอื กฎหมายวา่ ด้วยการประกอบโรคศิลปะ (5) เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านในหนว่ ยงานของรฐั และมปี ระสบการณใ์ นการทำ� งานทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั งานสขุ ภาพจติ ในหน่วยงานของรัฐอยา่ งน้อย 1 ปี หรอื เปน็ ผู้ปฏิบัติการตามกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉินอย่างนอ้ ย 1 ป2ี 0 ซ่ึงอ�ำนาจหน้าที่ของพนกั งานเจา้ หน้าที่ มดี ังน้ี (1) เขา้ ไปในเคหสถาน สถานท่ี หรอื ยานพาหนะใด ๆ เพอ่ื นำ� บคุ คลซง่ึ มพี ฤตกิ ารณอ์ นั นา่ เชอื่ วา่ มภี าวะ อนั ตราย หรอื มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา ไปรบั การบำ� บดั รกั ษาในสถานพยาบาลของรฐั หรอื สถานบำ� บดั รกั ษา เมอื่ มเี หตอุ นั ควรสงสยั ตามสมควรวา่ บคุ คลดงั กลา่ วอยใู่ นเคหสถาน สถานที่ หรอื ยานพาหนะใด ๆ ประกอบกบั มีเหตุอันควรเช่ือว่าเน่ืองจากการเน่ินช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลน้ันจะหลบหนีไปหรือกรณีมีเหตุฉุกเฉิน 17 พระราชบญั ญัติสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 3. 18 พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 3. 19 พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ ฯ มาตรา 3. 20 ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยคุณสมบัตขิ องพนกั งานเจา้ หน้าท่ี พ.ศ. 2564 ขอ้ 4. 16 คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
เน่อื งจากบุคคลนน้ั มีภาวะอันตรายและเปน็ อันตรายทใ่ี กล้จะถงึ (2) พนกั งานเจ้าหนา้ ทีอ่ าจรอ้ งขอใหพ้ นกั งานฝา่ ยปกครองหรือตำ� รวจ หรือผู้ปฏบิ ัตกิ ารตามกฎหมาย วา่ ดว้ ยการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื กไ็ ด้ ทง้ั น้ี ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทป่ี ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บทค่ี ณะกรรมการกำ� หนด (3) มหี นังสอื สอบถามหรอื เรียกบุคคลใด ๆ มาเพ่อื ให้ถ้อยค�ำ สง่ คำ� ช้แี จงเป็นหนงั สอื หรือสง่ เอกสาร หรือหลกั ฐานท่ีเก่ียวข้องมาเพอ่ื ตรวจสอบ หรือเพ่อื ประกอบการพิจารณา พนักงานเจา้ หน้าทอ่ี าจร้องขอใหพ้ นกั งาน ฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจให้ความช่วยเหลือก็ได้ ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบท่ีคณะกรรมการ กำ� หนด21 เป็นท่ีน่าสังเกตว่าเดิมตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ก�ำหนดการเข้าไปในเคหสถาน หรือสถานท่ีต้องกระท�ำในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก แต่ในพระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับที่2) พ.ศ. 2562 ไม่ได้ก�ำหนดว่าการเข้าไปนั้นต้องกระท�ำในระหว่างพระอาทิตย์ข้ึนและตก เพราะบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต อาจเกิดภาวะอันตรายในเวลาใดหรือสถานที่ใดก็ได้ ซึ่งหากแต่ได้ก�ำหนดเพ่ิมเติมเร่ืองการเข้าไปในยานพาหนะ เพอ่ื ใหค้ รอบคลมุ ยง่ิ ขน้ึ การแกไ้ ขดงั กลา่ วทำ� ใหก้ ารปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั มิ คี วามคลอ่ งตวั มากขน้ึ และสอดคลอ้ ง กับภาวะอนั ตรายที่อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ 17. อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมสุขภาพจิต22 ความหมายของคำ� วา่ “อธบิ ด”ี คอื อธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ ซงึ่ ตามพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ 2551 และทแ่ี ก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 กำ� หนดใหม้ บี ทบาทหน้าทีไ่ ว้ดงั นี้ (1) เปน็ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพจิตแหง่ ชาต2ิ 3 (2) รบั ทราบการแต่งตัง้ คณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษาของหัวหนา้ สถานบำ� บัดรกั ษา24 (3) การเผยแพร่ขอ้ มลู ใด ๆ ทางสอ่ื สิ่งพมิ พ์ สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หรือสอื่ อน่ื ใด ท่ีทำ� ให้เกดิ ความรงั เกียจ เดียดฉันท์ หรือความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อ่ืนใดของผู้ป่วยและครอบครัว อธบิ ดมี ีอำ� นาจออกคำ� ส่งั ให้ผู้เผยแพร่ดำ� เนินการแกไ้ ขข้อความหรือวธิ กี ารในการเผยแพร่ขอ้ มลู ห้ามการใชข้ ้อความ บางอยา่ ง ระงบั การเผยแพร่ข้อมลู ห้ามใช้วธิ ีการน้ัน หรือใหเ้ ผยแพรข่ อ้ มลู เพอื่ แกไ้ ขความเขา้ ใจผิดของผู้อื่น25 (4) เป็นประธานคณะกรรมการอทุ ธรณ์ การบังคับรกั ษาของคณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษา26 (5) เปน็ ประธานคณะกรรมการเปรยี บเทยี บ กรณมี ผี กู้ ระทำ� ผดิ ในเขตกรงุ เทพมหานคร และมบี ทลงโทษ ตามท่ีพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 บัญญตั ิไว2้ 7 18. รฐั มนตรี หมายความว่า รฐั มนตรีผูร้ กั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ 2ี้ 8 ความหมายของค�ำว่า “รัฐมนตรี” คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซ่ึงตามพระราชบัญญัติ สขุ ภาพจิต พ.ศ.2551 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 4 ระบุว่า “ใหร้ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวง สาธารณสขุ รกั ษาการตามพระราชบญั ญัติน้ี และให้มอี ำ� นาจแตง่ ต้งั พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ กับออกระเบียบและประกาศ 21 พระราชบัญญตั ิสุขภาพจิตฯ มาตรา 46. 22 พระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ ฯ มาตรา 3. 23 พระราชบญั ญัติสุขภาพจิตฯ มาตรา 5. 24 พระราชบญั ญัติสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 12. 25 พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ ฯ มาตรา 16/2. 26 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 43. 27 พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 53/2. 28 พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 3. คูม่ ือการดำเนินงานตามพระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 17 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
เพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ระเบียบและประกาศน้ัน เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได”้ คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ก�ำหนดให้มี คณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาตซิ งึ่ จะมบี ทบาทในการวางนโยบายดา้ นสขุ ภาพจติ ในระดบั ชาติ เพอื่ จดั การกบั ปจั จยั ท่มี ผี ลต่อสขุ ภาพจติ โดยคณะกรรมการชุดนีป้ ระกอบดว้ ย - นายกรฐั มนตรี หรือรองนายกรฐั มนตรซี ่งึ นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เปน็ ประธานกรรมการ - รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ เปน็ รองประธานกรรมการ - กรรมการโดยต�ำแหนง่ ได้แก่ ปลดั กระทรวงกลาโหม ปลดั กระทรวงการคลงั ปลดั กระทรวงการพัฒนา สงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ ปลดั กระทรวงดจิ ทิ ลั เพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คม ปลดั กระทรวงมหาดไทย ปลดั กระทรวง ยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการส�ำนักงานศาลยุติธรรม อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการต�ำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพ แหง่ ชาติ และเลขาธกิ ารคณะกรรมการสิทธมิ นษุ ยชนแห่งชาติ - ผแู้ ทนองคก์ รภาคเอกชนทเี่ ปน็ นติ บิ คุ คลและมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ กยี่ วกบั การคมุ้ ครองดแู ลบคุ คลทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจติ ซึ่งเลอื กกันเองจ�ำนวน 6 คน เปน็ กรรมการ - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จ�ำนวน 6 คน ซ่ึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งจากผู้เช่ียวชาญ ทมี่ ปี ระสบการณแ์ ละมผี ลงานเปน็ ทป่ี ระจกั ษใ์ นสาขาการแพทยจ์ ติ เวช จติ วทิ ยาคลนิ กิ สงั คมสงเคราะหท์ างการแพทย์ การพยาบาลจติ เวชและสขุ ภาพจติ กจิ กรรมบำ� บดั และกฎหมาย สาขาละ 1 คน - อธบิ ดกี รมสุขภาพจติ เปน็ กรรมการและเลขานุการ - ขา้ ราชการของกรมสขุ ภาพจติ ซง่ึ อธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ แตง่ ตง้ั จำ� นวนไมเ่ กนิ 2 คน เปน็ ผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร29 เป็นท่ีน่าสังเกตว่าตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ได้มีการเพ่ิมกรรมการจาก หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทง้ั ภาครฐั และเอกชนเพมิ่ เตมิ จากพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 ไดแ้ ก่ ปลดั กระทรวงกลาโหม ปลดั กระทรวงการคลงั ปลัดกระทรวงดิจิทลั เพ่อื เศรษฐกิจและสงั คม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เลขาธกิ ารสำ� นกั งาน ศาลยุติธรรม เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และได้เพิ่มผู้แทนองค์กรภาคเอกชนท่ีเป็นนิติบุคคล จากจำ� นวน 4 คน เป็น 6 คน เพอ่ื ใหก้ ารดูแลและพิทักษส์ ิทธิของผ้ทู ่ีมีความผิดปกตทิ างจิตเปน็ ไปอย่างครอบคลมุ ท่ัวถึง และสอดคลอ้ งกบั สถานการณส์ ภาพสงั คมในปัจจุบัน คณะกรรมการสขุ ภาพจิตแหง่ ชาตมิ อี �ำนาจหนา้ ท่ี ดังนี้ 1. เสนอนโยบาย ยทุ ธศาสตร์ และแผนสขุ ภาพจติ ระดบั ชาติ เกย่ี วกบั การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพจติ การปอ้ งกนั และการควบคุมปัจจัยที่คุกคามสุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิของบุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิต การเข้าถึงบริการ ดา้ นสขุ ภาพจติ และการอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม ตอ่ คณะรฐั มนตรเี พอื่ พจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ และมอบหมายหนว่ ยงาน ที่เกยี่ วขอ้ งดำ� เนนิ การตามอำ� นาจหนา้ ที่ โดยการจัดท�ำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนสขุ ภาพจิตระดบั ชาติ ให้ค�ำนึง ถึงหลกั การมีส่วนรว่ มของหนว่ ยงานของรฐั และประชาชนในทกุ ภาคส่วนด้วย 29 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจิตฯ มาตรา 5. 18 ค่มู ือการดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนด�ำเนินการสร้างเสริมสุขภาพจิต การป้องกัน และการควบคมุ ปัจจัยที่คกุ คามสุขภาพจติ 3. ก�ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนด�ำเนินการเก่ียวกับการคุ้มครองสิทธิ ของบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต การให้บริการด้านสุขภาพจิต และการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยประกาศ ในราชกิจจานเุ บกษา 4. ตรวจสอบและติดตามการด�ำเนนิ งานของคณะกรรมการสถานบ�ำบดั รักษา 5. กำ� หนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมลู ข่าวสารทางสือ่ สิง่ พมิ พ์ สอ่ื อิเล็กทรอนิกส์ หรือส่อื อ่ืนใด เพอื่ ไม่ใหม้ ีการละเมดิ สิทธิ 6. กำ� หนดหนว่ ยงานด้านสงเคราะหแ์ ละสวัสดกิ าร 7. ออกระเบียบหรือประกาศเก่ียวกับการปฏบิ ตั ิการตามพระราชบญั ญัตินี้ 8. รายงานการตดิ ตามการปฏบิ ตั งิ านของหนว่ ยงานของรฐั และเอกชนตามพระราชบญั ญตั นิ ต้ี อ่ คณะรฐั มนตรี 9. ปฏบิ ตั ิการอืน่ ตามท่พี ระราชบัญญตั นิ ีห้ รือกฎหมายอน่ื บญั ญตั ิให้เป็นอ�ำนาจหน้าทขี่ องคณะกรรมการ หรอื ตามที่คณะรัฐมนตรมี อบหมาย30 นอกจากนี้ พระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ยังก�ำหนด ใหค้ ณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาตสิ ามารถตง้ั คณะอนกุ รรมการเพอื่ ขบั เคลอ่ื นงานดา้ นสขุ ภาพจติ ได้ ซงึ่ ในปจั จบุ นั คณะอนุกรรมการดังกล่าว ได้แก่ 1. คณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต มีอธิบดีกรมสุขภาพจิตเป็นประธาน ผูอ้ �ำนวยการส�ำนกั งานเลขานกุ ารคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาตเิ ปน็ อนกุ รรมการและเลขานุการ มีอ�ำนาจหน้าท่ี ในการศกึ ษา เสนอแนะ รวมถงึ พจิ ารณาการปรบั ปรงุ แกไ้ ขพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ตลอดจนอนบุ ัญญัติเก่ียวกับพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพม่ิ เติม 2. คณะอนุกรรมการจัดท�ำนโยบายและยุทธศาสตร์สุขภาพจิตแห่งชาติ มีอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธาน ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ มีอ�ำนาจหน้าท่ีในการจัดท�ำและเสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนสุขภาพจิตระดับชาติ เก่ียวกับการสร้างเสริม สุขภาพจิต การป้องกันและการควบคุมปัจจัยที่คุกคามสุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิของบุคคลท่ีมีความผิดปกติ ทางจิต การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต และการอยู่ร่วมกันในสังคม ต่อคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เพ่ือให้ความเห็นชอบ รวมท้ังให้ค�ำปรึกษา ข้อเสนอแนะ และสนับสนุนการด�ำเนินงานตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนสขุ ภาพจิตระดับชาติ ต่อหนว่ ยงานทเี่ กีย่ วข้อง 3. คณะอนุกรรมการพัฒนาและขับเคล่ือนการด�ำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต มีอธิบดี กรมสุขภาพจิตเป็นประธาน ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติเป็นอนุกรรมการ และเลขานุการ มีอ�ำนาจหน้าท่ีในการศึกษาและผลักดันการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านการสร้างเสริมสุขภาพจิต การป้องกันและควบคุมปัจจัยท่ีคุกคามสุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มี ความผิดปกติทางจิต การเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพจิต และการอยู่ร่วมกันในสังคม วางแผนและด�ำเนินการ เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลได้รับสิทธิที่พึงมีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผลักดันให้หน่วยงานที่ให้บริการ ด้านสขุ ภาพจติ ได้รบั งบประมาณท่เี หมาะสม 30 พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 10. ค่มู ือการดำเนินงานตามพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 19 และทีแ่ กไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
4. คณะอนุกรรมการประสานงานเพ่ือการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต ระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ มีอ�ำนาจหน้าที่ ในการสนับสนุนและผลักดันการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต และน�ำแผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติไปสู่ การปฏบิ ตั ิ ประสานและแกไ้ ขปญั หาทเ่ี กดิ จากการบงั คบั ใชก้ ฎหมายวา่ ดว้ ยสขุ ภาพจติ วางแผนและถา่ ยทอดแนวทาง การด�ำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพจิต การป้องกันและควบคุมปัจจัยที่คุกคามสุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิ ของบุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิต การเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพจิต และการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยให้ด�ำเนิน การจดั ประชมุ คณะอนกุ รรมการอยา่ งน้อยปีละ 2 คร้ัง คณะกรรมการสุขภาพจติ แหง่ ชาติมีผลการด�ำเนินงานท่ผี า่ นมา ดังน้ี 1. ปรับปรุงและจัดท�ำอนุบัญญัติภายใต้พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 2. ดำ� เนินงานตามแผนพฒั นาสุขภาพจติ แหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 1 (พ.ศ. 2561 - 2580) รวมทงั้ เพม่ิ เติมประเดน็ สำ� คญั ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้แก่ - การเฝ้าระวังและดูแลผลกระทบด้านสุขภาพจิตเดก็ และวัยรุ่นในภาวะวกิ ฤติ - คนวยั แรงงานมีความสามารถด้านสุขภาพจิต ฝ่าวกิ ฤติได้ - ผู้สูงอายุอยู่อย่างมีความหวังและมีพลังในวิกฤติ โดยมุ่งเน้นการส่ือสารสู่สาธารณะ เพ่ือให้เกิด การรบั รู้และเฝ้าระวังในระดบั บคุ คล ครอบครวั และชมุ ชน ท้งั น้ี ใหม้ ีการจดั เตรยี มงบประมาณโดยจดั ท�ำชุดสิทธิประโยชน์ (Benefit Package) ดา้ นสขุ ภาพจติ ร่วมกบั ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และจดั ทำ� คำ� ของบประมาณในแหล่งอน่ื ตลอดจนขบั เคล่อื น งานด้านสขุ ภาพจติ ทกุ กลุ่มวัยร่วมกบั องคก์ รภาคีในท้องถิน่ 3. ขบั เคลอ่ื นนโยบายงานสขุ ภาพจติ เฉพาะดา้ น ได้แก่ - ขบั เคลอ่ื นมาตรการปอ้ งกนั การฆา่ ตวั ตาย โดยกำ� หนดเปน็ แผนยทุ ธศาสตรก์ ารปอ้ งกนั การฆา่ ตวั ตาย ระดับชาติ พ.ศ. 2564 - 2565 - ขบั เคล่ือนการบูรณาการระบบการดูแลผู้ป่วยจติ เวชไรบ้ ้าน - สนบั สนุนใหด้ ำ� เนินการจดั ทำ� มาตรฐานผูใ้ หบ้ รกิ ารด้านจิตวิทยาการปรกึ ษา - สนบั สนนุ การจดั ระบบการแพทยฉ์ กุ เฉนิ และการพฒั นาเครอื ขา่ ยดา้ นสขุ ภาพจติ เพอื่ เพมิ่ การเขา้ ถงึ บริการโดยเฉพาะกรณมี ีภาวะอนั ตราย หรอื มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา - ผลกั ดนั การจดั สทิ ธปิ ระโยชนด์ า้ นสขุ ภาพจติ ภายใตห้ ลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาตแิ ละสทิ ธปิ ระโยชน์ อ่ืน ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง การท่ีผู้บ�ำบัดรักษาและพนักงานเจ้าหน้าท่ีได้ศึกษาการด�ำเนินงานของคณะกรรมการสุขภาพจิต แหง่ ชาติ และคณะอนกุ รรมการทเ่ี กย่ี วขอ้ ง จะชว่ ยใหผ้ บู้ ำ� บดั รกั ษาและพนกั งานเจา้ หนา้ ทเี่ ขา้ ใจทศิ ทางการดำ� เนนิ งาน ด้านการสร้างเสริมสุขภาพจิต การป้องกันและควบคุมปัจจัยท่ีคุกคามสุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิของบุคคลท่ีมี ความผิดปกตทิ างจติ การเขา้ ถงึ การบริการด้านสขุ ภาพจิต และการอยู่รว่ มกนั ในสังคม ซ่ึงเปน็ การนำ� ตวั บทกฎหมาย สู่การปฏิบัตอิ ย่างแทจ้ รงิ 20 คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแ่ี ก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
คณะกรรมการสถานบำ�บดั รกั ษา คณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษา หมายความวา่ คณะกรรมการสขุ ภาพจติ ระดบั สถานบำ� บดั รกั ษาทห่ี วั หนา้ สถานบำ� บัดรกั ษาน้ัน ๆ แต่งตงั้ ขนึ้ และรายงานใหอ้ ธบิ ดกี รมสุขภาพจิตทราบ ซ่ึงในสถานบ�ำบดั รักษาแตล่ ะแห่งนน้ั จะมคี ณะกรรมการสถานบำ� บดั รักษา มากกวา่ 1 คณะกไ็ ด้ คณะกรรมการสถานบำ� บดั รักษา ประกอบดว้ ย 1. จิตแพทย์ เปน็ ประธานกรรมการ 2. แพทย์ จ�ำนวน 1 คน เปน็ กรรมการ (อาจเป็นจติ แพทยก์ ไ็ ด้) 3. พยาบาลจิตเวช จำ� นวน 1 คน เป็นกรรมการ 4. นักกฎหมาย จำ� นวน 1 คน เป็นกรรมการ 5. นกั จิตวิทยาคลินกิ หรือนกั สงั คมสงเคราะห์ซงึ่ ประกอบวชิ าชีพในสถานพยาบาลหรือผ่านการอบรม ดา้ นสงั คมสงเคราะห์ด้านจิตเวช หรอื นกั กิจกรรมบำ� บดั จ�ำนวน 1 คน เป็นกรรมการ31 คณะกรรมการด�ำรงต�ำแหนง่ วาระคราวละ 3 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหมไ่ ด้อกี 32 คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษามีอ�ำนาจหน้าที่ ดงั นี้ 1. ตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการของบคุ คลทมี่ ภี าวะอนั ตรายหรอื มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา 2. มีค�ำสั่งในการบังคับรักษาหรือฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 29 ของพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ไดแ้ ก่ - ให้บุคคลน้นั ตอ้ งเข้ารับการบ�ำบัดรกั ษาในสถานบำ� บัดรักษา - ให้บุคคลน้ันต้องเข้ารับการบ�ำบัดรักษา ณ สถานที่อ่ืนนอกจากสถานบ�ำบัดรักษา เม่ือบุคคลนั้น ไมม่ ภี าวะอนั ตราย ทงั้ น้ี จะกำ� หนดเงอื่ นไขใด ๆ ทจ่ี ำ� เปน็ เกย่ี วกบั การบำ� บดั รกั ษาใหบ้ คุ คลนนั้ หรอื ผรู้ บั ดแู ลบคุ คลนน้ั ตอ้ งปฏิบัตดิ ว้ ยกไ็ ด3้ 3 พระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ได้ปรับปรุงกฎหมายฉบับเดิมให้มีความคล่องตัว ในการปฏิบัติมากขึน้ สรุปไดด้ ังนี้ 1. จากเดิมที่สถานบ�ำบัดรักษามีคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษาได้เพียงแห่งละ 1 คณะ เป็นสามารถ มีคณะกรรมการสถานบ�ำบัดได้มากกว่า 1 คณะในสถานบ�ำบัดรักษาแต่ละแห่ง เพ่ือให้การด�ำเนินงานของ คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรกั ษานัน้ มีความคล่องตวั ในการปฏบิ ัติงานและสามารถให้บริการไดอ้ ยา่ งทัว่ ถงึ มากขน้ึ 2. จากเดิมที่ตอ้ งแต่งตง้ั โดยอธบิ ดกี รมสุขภาพจติ เป็นหัวหนา้ สถานบ�ำบดั รกั ษาน้ันสามารถแต่งตั้งได้เอง แต่ต้องแจ้งให้อธิบดีกรมสุขภาพจิตทราบ เพื่อให้การแต่งต้ังคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษามีความคล่องตัว ไมร่ วมศูนย์อยทู่ ่สี ่วนกลางเพยี งอยา่ งเดยี ว เพียงแต่จะตอ้ งแจง้ ให้อธบิ ดกี รมสขุ ภาพจิตทราบเทา่ นั้น 31 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 12. 32 พระราชบัญญัติสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 14. 33 พระราชบัญญัติสุขภาพจติ ฯ มาตรา 13. คูม่ ือการดำเนินงานตามพระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 21 และทแี่ กไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
3. จากเดิมการด�ำรงต�ำแหน่งของคณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษา ก�ำหนดให้กรรมการสามารถด�ำรง ต�ำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน เป็นไม่ก�ำหนดจ�ำนวนวาระของกรรมการว่าสามารถด�ำรงต�ำแหน่งได้ก่ีวาระ ติดต่อกัน ทั้งน้ี เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปได้อย่างต่อเน่ืองและแก้ไขปัญหาการสรรหาทีมสหวิชาชีพมาทดแทน สหวชิ าชีพเดมิ ทีห่ มดวาระลง 4. จากเดิมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ ถูกก�ำหนดอยู่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการ สถานบ�ำบัดรักษาตามพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 มกี ารแก้ไขเป็นนกั สงั คมสงเคราะหซ์ ่ึงประกอบวชิ าชีพ ในสถานพยาบาลหรอื ผา่ นการอบรมดา้ นสงั คมสงเคราะหด์ า้ นจติ เวช หมายถงึ นกั สงั คมสงเคราะหท์ วั่ ไปทป่ี ฏบิ ตั งิ าน อยู่ในสถานพยาบาลน้ัน ๆ หรืออาจผ่านการอบรมด้านสังคมสงเคราะห์ด้านจิตเวชมาแล้วก็ได้ เพ่ือให้ความหมาย ของนักสังคมสงเคราะห์กว้างครอบคลุมมากขึ้น ไม่จ�ำกัดอยู่เฉพาะนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ เนื่องจาก นักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ในประเทศไทยมีจ�ำนวนน้อยท�ำให้ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าท่ีและแต่งตั้ง เปน็ คณะกรรมการบำ� บดั รักษา สรปุ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายท่ีมี เจตนารมณ์เพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้ป่วยทางจิต ส่งเสริมให้ผู้มีความผิดปกติทางจิตได้มีโอกาสเข้าถึงการบ�ำบัดรักษา ส่วนสังคมก็ได้รับความคุ้มครองจากภาวะอันตรายจากผู้ป่วยทางจิต รวมทั้งยังเป็นแนวทางให้บุคลากรทั้งใน และนอกระบบบริการสาธารณสุขได้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันภายใต้อ�ำนาจที่กฎหมายระบุให้ด�ำเนินการได้ นอกจากน้ี กฎหมายดังกล่าวยังมีส่วนผลักดันให้เกิดการด�ำเนินงานเพ่ือการสร้างเสริมสุขภาพจิต การป้องกันและ การควบคุมปัจจัยที่คุกคามสุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิของบุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิต การเข้าถึงบริการ ดา้ นสขุ ภาพจิต และการอยรู่ ่วมกันในสงั คม โดยการมีส่วนรว่ มจากภาคสว่ นตา่ ง ๆ ท้งั ภาครฐั ภาคเอกชน ตลอดจน ภาคประชาสังคม ด้วยกลไกการด�ำเนินงานของคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ รวมท้ังคณะอนุกรรมการและ คณะท�ำงานภายใต้คณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ 22 คูม่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่แี ก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
เอกสารอา้ งอิง หนงั สอื เบ็ญจมาส พฤกษ์กานนท์, บรรณาธิการ. รวมกฎหมายอนุบัญญัติตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562. นนทบุรี: ส�ำนักงานเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพจิต แหง่ ชาติ, 2565. บทความวารสาร ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์. นิติจิตเวช: จากงานบริการเชิงรับสู่การคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยจิตเวชเชิงรุก. วารสารสมาคม จติ แพทยแ์ หง่ ประเทศไทย, 54 ฉบับผนวก 1 (2552): 115S-138S. ราชกจิ จานุเบกษา พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102, ตอนที่ 120. (ลงวันที่ 5 กนั ยายน 2528). พระราชบัญญตั ิวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525. ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 99, ตอนที่ 111. (ลงวันท่ี 11 สงิ หาคม 2525). พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจิต (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562. (2562, 16 เมษายน). ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ 136 ตอนที่ 50 ก. พระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551. (2551, 20 กมุ ภาพนั ธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ 125 ตอนท่ี 36 ก. พระราชบญั ญัติสขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550. (2550, 19 มีนาคม 2550). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 124 ตอนที่ 16 ก. ระเบยี บคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยคณุ สมบตั ขิ องพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ พ.ศ. 2564. (2564, 24 มนี าคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ 138 ตอนพเิ ศษ 67 ง. เอกสารราชการ คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ. ค�ำสั่งคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เรื่อง ค�ำส่ังแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จัดทำ� นโยบายและยุทธศาสตร์สขุ ภาพจติ แห่งชาต.ิ (ลงวนั ท่ี 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2565). คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ. ค�ำสั่งคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เรื่อง แต่งต้ังคณะอนุกรรมการ ประสานงานเพือ่ การบงั คับใช้กฎหมายวา่ ดว้ ยสขุ ภาพจิต ระดับจงั หวดั . (ลงวนั ท่ี 28 ตลุ าคม 2563). คณะกรรมการสขุ ภาพจิตแหง่ ชาติ. คำ� ส่ังคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เรอ่ื ง แต่งตงั้ คณะอนุกรรมการปรบั ปรงุ แก้ไขกฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต. (ลงวันท่ี 21 กุมภาพนั ธ์ 2565). คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ. ค�ำส่ังคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เรื่อง แต่งต้ังคณะอนุกรรมการพัฒนา และขับเคลอ่ื นการดำ� เนนิ งานตามกฎหมายวา่ ด้วยสขุ ภาพจิต. (ลงวนั ท่ี 21 กมุ ภาพันธ์ 2565). คู่มือการดำเนินงานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 23 และที่แกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
24 คูม่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
บทที่ 2 สิทธิผปู้ ่วย และสิทธผิ ู้รบั ดูแลผปู้ ว่ ย ณฐั ไกรภสั สรพ์ งษ์ เบ็ญจมาส พฤกษ์กานนท์ • สิทธิ และผ้ปู ว่ ย • สทิ ธิดา้ นการบำ� บัดรักษา และการเขา้ รว่ มการวจิ ัย • สทิ ธดิ า้ นการคมุ้ ครองขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพและขอ้ มลู ใดๆ ของผปู้ ว่ ย • สทิ ธิดา้ นสงั คม • การดำ� เนนิ การเพื่อคุ้มครองสิทธผิ ู้ป่วย • สิทธผิ รู้ บั ดูแลผู้ป่วยในฐานะผู้ค้มุ ครองสทิ ธผิ ู้ป่วย • สรุป ค่มู อื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 25 และที่แกไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ได้ระบุสิทธิผู้ป่วย ที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และค�ำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย ขององค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพ เม่ือวันที่ 12 สิงหาคม 2558 และเพิ่มเติมให้มีความเฉพาะเจาะจงกับผู้มีความผิด ปกติทางจิต ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากผู้ป่วยทั่วไป รวมท้ังให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ทางสังคม ที่เปล่ียนแปลงไป การท�ำความเข้าใจสิทธิผู้ป่วยทางจิตอย่างถ่องแท้จะช่วยให้เกิดการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังเป็นหลักพ้ืนฐานของมาตรการและวิธีการปฏิบัติเพื่อการตรวจวินิจฉัย บ�ำบัดรักษา และฟน้ื ฟสู มรรถภาพผปู้ ว่ ยทางจติ ซงึ่ ระบไุ วใ้ นกฎหมายวา่ ดว้ ยสขุ ภาพจติ ตอ่ ไป นอกจากนี้ พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 ยงั กำ� หนดใหผ้ ูป้ ่วยมสี ทิ ธดิ ้านการคมุ้ ครองข้อมลู ด้านสุขภาพ ของผู้ป่วย เพื่อให้ข้อมูลความเจ็บป่วยได้รับการปกปิดไว้เป็นความลับ และก�ำหนดให้ห้ามการเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ท่ีท�ำให้เกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ หรือความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อ่ืนใดของ ผู้ป่วยและครอบครัว ตลอดจนก�ำหนดสิทธิด้านสังคม เพ่ือให้ผู้ป่วยเข้ารับการบริการด้านสุขภาพจิต และสามารถ อยู่ร่วมกันในสังคมกับบุคคลทั่วไปได้อย่างปกติสุข อีกท้ังยังก�ำหนดสิทธิของผู้รับดูแลผู้ป่วยซ่ึงเป็นกลไกส�ำคัญ ในการดูแลและคุม้ ครองสิทธผิ ้ปู ว่ ยโดยใหผ้ รู้ บั ดแู ลผูป้ ่วยไดร้ ับสทิ ธิบางประการเพอื่ ให้สามารถดแู ลผู้ป่วยได้ สทิ ธิ และผปู้ ว่ ย สิทธิ ได้แก่ อำ� นาจหรือประโยชน์ ซงึ่ ได้รับการรับรอง และ/หรือไดร้ ับคมุ้ ครอง1 หากอธบิ ายขยายความ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขน้ึ สามารถอธบิ ายถงึ สิทธิทางจรยิ ธรรม และสทิ ธทิ างกฎหมายได้ ดงั น้ี สิทธิทางจริยธรรม หมายถึง อ�ำนาจอันชอบธรรมที่มนุษย์ทุกคนพึงมีโดยเท่าเทียมกัน เน่ืองจากมนุษย์ ทุกคนล้วนแต่มีคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน จึงมีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติต่อกันอย่างมีศักดิ์ศรี เสมอภาค และเป็นอสิ ระ2 สิทธิทางกฎหมาย หมายถึง ประโยชน์ท่ีกฎหมายรับรองและคุ้มครองให้3 หรืออ�ำนาจท่ีกฎหมายให้เพ่ือ สำ� เร็จประโยชน์ที่กฎหมายคุม้ ครอง4 ส่วนผปู้ ว่ ยในพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และทแี่ ก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 หมายถึง บคุ คลทีม่ คี วามผิดปกตทิ างจิตซ่ึงควรไดร้ ับการรักษา5 ในทนี่ ข้ี อกลา่ วถึงสิทธผิ ปู้ ่วยทางจติ ใน 3 มิติ ไดแ้ ก่ 1. สทิ ธดิ า้ นการบำ� บดั รกั ษา และการเขา้ รว่ มการวจิ ยั ระบไุ วใ้ นพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 หมวด 2 สิทธิผู้ป่วย และหมวด 3 การบ�ำบัดรักษาทางสุขภาพจิต ส่วนที่ 1 ผูป้ ว่ ย 2. สทิ ธดิ า้ นการคมุ้ ครองขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพและขอ้ มลู ใด ๆ ของผปู้ ว่ ย ระบไุ วใ้ นพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 หมวด 2 สทิ ธผิ ปู้ ว่ ย ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ 1 วิฑูรย์ อ้ึงประพันธ์. สิทธิท่ีจะตาย (The right to die). ใน: วฑิ ูรย์ องึ้ ประพนั ธ์. กฎหมายการแพทยส์ มัยใหม่. กรุงเทพฯ: วิญญชู น; 2561. หนา้ 51. 2 เรือ่ งเดียวกัน. 3 เรือ่ งเดียวกนั . 4 หยดุ แสงอุทัย. ความรเู้ บือ้ งตน้ เก่ียวกบั กฎหมายท่ัวไป. พมิ พค์ รั้งที่ 22. กรงุ เทพฯ: สำ� นกั พมิ พ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร;์ 2565. หนา้ 171. 5 พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และท่แี ก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 3. 26 คู่มือการดำเนนิ งานตามพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 และท่แี กไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
เรือ่ ง หลักเกณฑ์และวิธกี ารในการเผยแพรข่ อ้ มูลใด ๆ ทางสื่อสง่ิ พมิ พ์ สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ หรือส่อื อื่นใด พ.ศ. 2565 และประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ เรอ่ื ง หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารในการออกคำ� สง่ั ของอธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ ให้ผเู้ ผยแพรด่ ำ� เนินการ พ.ศ. 2565 3. สิทธิด้านสังคม ระบุไว้ในระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ ใหห้ นว่ ยงานของรฐั และเอกชนดำ� เนนิ การเกยี่ วกบั การคมุ้ ครองสทิ ธขิ องบคุ คลทมี่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ การใหบ้ รกิ าร ดา้ นสุขภาพจิต และการอย่รู ่วมกันในสงั คม พ.ศ. 2565 สิทธิดา้ นการบำ�บดั รักษา และการเข้าร่วมการวจิ ยั พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 ไดร้ ะบสุ ทิ ธผิ ปู้ ว่ ยทางจติ เพ่ิมเติมจากพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ให้เฉพาะเจาะจงย่ิงข้ึน เนื่องจากผู้ป่วยทางจิตเป็นผู้ป่วย กลุ่มเปราะบาง อาจไม่สามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้เช่นคนทั่วไป6 จ�ำเป็นต้องได้รับความคุ้มครอง อีกทั้ง ความผดิ ปกตทิ างจติ อาจสง่ ผลตอ่ ความสามารถในการใหค้ วามยนิ ยอมรบั การรกั ษา จงึ ตอ้ งมบี ทบญั ญตั เิ ฉพาะสำ� หรบั ผู้ป่วยกล่มุ นี้ ดังน้ี 1. ได้รับการบ�ำบัดรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์และฟื้นฟูสมรรถภาพโดยค�ำนึงถึงศักด์ิศรี ความเปน็ มนุษย7์ ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยทางการแพทย์และทางสังคมตามมาตรฐานทางการแพทย์ กฎหมายฉบับน้ีบัญญัติให้ชัดเจนเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนิยาม ค�ำว่า สุขภาพจิต ท่ีว่า สุขภาวะทางใจ ซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุลกับสุขภาวะทางกาย ทางปัญญา และทาง สงั คม การฟน้ื ฟสู มรรถภาพเปน็ กลไกสำ� คญั ทที่ ำ� ใหผ้ ปู้ ว่ ยสามารถพงึ่ พาตนเองได้ ทง้ั ในแงก่ ารดแู ลสขุ ภาพของตนเอง การท�ำงาน ความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคม ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการยอมรับจากสังคม กระบวนการดังกล่าว จะเกดิ ข้นึ ได้ด้วยการด�ำเนินการตามมาตรฐานทางการแพทย์และคำ� นงึ ถงึ ศักดิ์ศรีความเป็นมนษุ ย์ 2. ได้รับการอธิบายเหตุผลความจ�ำเป็นในการบ�ำบัดรักษา รายละเอียดและประโยชน์ของ การบ�ำบัดรักษา และได้รับความยินยอมจากผู้ป่วย ผู้รักษาจึงสามารถบ�ำบัดรักษาได้ เว้นแต่มีภาวะอันตราย หรอื มีความจำ� เป็นตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รักษา8, 9 สิทธิผู้ป่วยข้อนี้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 8 วรรคแรก ความวา่ “ในการบรกิ ารสาธารณสขุ บคุ ลากรดา้ นสาธารณสขุ ตอ้ งแจง้ ขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การใหบ้ รกิ าร ใหผ้ รู้ บั บรกิ ารทราบอยา่ งเพยี งพอทผี่ รู้ บั บรกิ ารจะใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจในการรบั หรอื ไมร่ บั บรกิ ารใด และในกรณี ท่ีผู้รับบริการปฏิเสธไม่รับบริการใด จะให้บริการน้ันมิได้” รวมท้ังค�ำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วยของ องค์กรผ้ปู ระกอบวิชาชพี ดา้ นสุขภาพ เมอ่ื วันที่ 12 สิงหาคม 2558 ยงั ได้ระบสุ ิทธผิ ูป้ ว่ ยวา่ “ผูป้ ว่ ยทขี่ อรับการรกั ษา พยาบาลมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลท่ีเป็นจริงและเพียงพอเก่ียวกับการเจ็บป่วย การตรวจ การรักษา ผลดีและผลเสีย 6 วฑิ รู ย์ องึ้ ประพนั ธ,์ บรรณาธกิ าร. สาระสำ� คญั ของพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551. พมิ พค์ รงั้ ที่ 2. กรงุ เทพฯ: สถาบนั กลั ยาณร์ าชนครนิ ทร;์ 2553. หนา้ 29. 7 พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 15 (1). 8 พระราชบญั ญัติสุขภาพจติ ฯ มาตรา 21 วรรคแรก. 9 พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 22. ค่มู อื การดำเนินงานตามพระราชบญั ญตั สิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 27 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
จากการตรวจ การรกั ษาจากผปู้ ระกอบวชิ าชพี ดา้ นสขุ ภาพดว้ ยภาษาทผ่ี ปู้ ว่ ยสามารถเขา้ ใจงา่ ย เพอื่ ใหผ้ ปู้ ว่ ยสามารถ เลือกตัดสินใจในการยินยอมหรอื ไมย่ ินยอม” ท้งั นี้ ผูป้ ว่ ยบางรายอาจมภี าวะอนั ตราย หรอื มคี วามจ�ำเปน็ ต้องได้รบั การบ�ำบัดรักษา โดยท่ีความเจ็บป่วยน้ันส่งผลให้ผู้ป่วยขาดความสามารถในการให้ความยินยอม พระราชบัญญัติ สุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 จงึ บัญญัติให้ภาวะดังกลา่ วเปน็ ข้อยกเวน้ สามารถ บังคบั รกั ษาได้ อยา่ งไรกต็ าม ถา้ ตอ้ งรบั ผปู้ ว่ ยไวใ้ นสถานพยาบาล การใหค้ วามยนิ ยอมตอ้ งทำ� เปน็ หนงั สอื และลงมอื ชอ่ื ผปู้ ว่ ยไวด้ ว้ ย ยกเวน้ แตใ่ นกรณที ผี่ ปู้ ว่ ยมอี ายไุ มถ่ งึ 18 ปบี รบิ รู ณ์ หรอื ขาดความสามารถในการตดั สนิ ใจใหค้ วามยนิ ยอม รับการบ�ำบัดรักษา ให้คู่สมรส ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล หรือผู้ซึ่งปกครองดูแลผู้ป่วย แลว้ แตก่ รณี เปน็ ผใู้ หค้ วามยนิ ยอมแทน ตวั อย่าง เดก็ หญงิ อายุ 17 ปี มาขอเข้ารับการรักษาท่ีโรงพยาบาล เน่อื งจากว่ามปี ญั หาไม่สบายใจที่ตนทะเลาะ กับพ่ีชายท่ีบ้านรุนแรงและบ่อยคร้ังข้ึน แต่ไม่อยากให้ผู้ปกครองรู้เร่ืองเนื่องจากว่าผู้ปกครองมักเข้าข้างพี่ชายและ กลัวผู้ปกครองจะคิดว่าตนเองเรียกร้องความสนใจ หลังจากท่ีผู้รักษาอธิบายเหตุผลความจ�ำเป็นในการบ�ำบัดรักษา รายละเอยี ดและประโยชนข์ องการบำ� บดั รกั ษา และไดร้ บั ความยนิ ยอมจากผปู้ ว่ ยแลว้ ผรู้ กั ษาสามารถบำ� บดั รกั ษาได้ หากแต่เมอ่ื ตอ้ งรบั ผูป้ ว่ ยไวใ้ นสถานพยาบาล ผูบ้ พุ การีหรือผู้ซึ่งปกครองดูแลผปู้ ่วยซ่งึ เปน็ ผู้ให้ความยนิ ยอมแทนตาม กฎหมายวา่ ด้วยสขุ ภาพจติ ต้องเปน็ ผู้ลงลายมือช่ือในหนังสือยินยอม 3. ไดร้ บั การคมุ้ ครองในระบบประกนั สขุ ภาพและประกนั สงั คมและระบบอนื่ ๆ ของรฐั อยา่ งเสมอภาค และเท่าเทยี ม10 สิทธิผู้ป่วยข้อนี้เป็นไปเพื่อให้ผู้ป่วยทางจิตได้รับการรักษาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม โดยเงื่อนไข ด้านคา่ รักษาเป็นขอ้ จำ� กัดน้อยทีส่ ดุ ทงั้ นี้ ขึ้นกบั สทิ ธิการรักษาของผูป้ ่วยรายนั้น ๆ 4. การบำ� บดั รักษาโดยการผูกมัดรา่ งกาย การกกั บรเิ วณ หรอื แยกผปู้ ว่ ยจะกระท�ำไมไ่ ด้ เว้นแตเ่ ปน็ ความจ�ำเป็นเพ่ือป้องกันอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเอง บุคคลอ่ืนหรือทรัพย์สินของผู้อื่น โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแล อยา่ งใกล้ชิดของผ้บู ำ� บดั รักษาตามมาตรฐานวชิ าชพี 11 สิทธิผู้ป่วยข้อนี้สอดคล้องกับข้อท่ีว่า ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการบ�ำบัดรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ และฟน้ื ฟสู มรรถภาพโดยคำ� นงึ ถงึ ศกั ดศิ์ รคี วามเปน็ มนษุ ย์ โดยขยายความการผกู มดั รา่ งกาย การกกั บรเิ วณ หรอื แยก ผู้ป่วยว่าจะกระทำ� ไดก้ ต็ ่อเมื่อมขี อ้ บ่งชตี้ ามกฎหมายว่าดว้ ยสขุ ภาพจิต 5. การรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า การกระท�ำต่อสมองหรือระบบประสาท หรือการบ�ำบัดรักษา ด้วยวธิ อี ืน่ ใดท่ีอาจเป็นผลท�ำใหร้ ่างกายไม่อาจกลบั คืนสสู่ ภาพเดิมอยา่ งถาวร ให้กระทำ� ไดใ้ นกรณดี งั ตอ่ ไปนี้ 10 พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 15 (4). 11 พระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ ฯ มาตรา 17. 28 ค่มู อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และที่แกไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
(1) กรณีผู้ป่วยหรือผู้ให้ความยินยอมแทนในกรณีท่ีผู้ป่วยมีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ หรือขาดความสามารถในการให้ความยินยอม ให้ความยินยอมเป็นหนังสือเพ่ือการบ�ำบัดรักษาน้ัน โดยผู้ป่วย หรือผใู้ ห้ความยนิ ยอมแทนได้รบั ทราบเหตุผล ความจำ� เป็น ความเสี่ยงที่อาจเกดิ ภาวะแทรกซ้อนทีเ่ ป็นอันตราย รา้ ยแรง หรอื อาจเปน็ ผล ทำ� ใหไ้ มส่ ามารถแกไ้ ขรา่ งกายกลบั คนื สสู่ ภาพเดมิ และประโยชนข์ องการบำ� บดั รกั ษา12,13 (2) กรณีท่ีมีเหตุฉุกเฉิน หรือความจ�ำเป็นอย่างย่ิงเพ่ือประโยชน์ของผู้ป่วย หากมิได้บ�ำบัดรักษา จะเปน็ อนั ตรายถงึ แกช่ วี ติ ของผปู้ ว่ ย ทงั้ น้ี โดยความเหน็ ชอบเปน็ เอกฉนั ทข์ องคณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษา14 สทิ ธผิ ปู้ ว่ ยขอ้ นสี้ อดคลอ้ งกบั ขอ้ ทว่ี า่ ผปู้ ว่ ยมสี ทิ ธไิ ดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ และฟน้ื ฟสู มรรถภาพโดยคำ� นงึ ถงึ ศกั ดศิ์ รคี วามเปน็ มนษุ ย์ ซง่ึ ไดข้ ยายความการรกั ษาดว้ ยไฟฟา้ (electroconvulsive therapy: ECT) รวมทง้ั การกระทำ� ต่อสมองหรอื ระบบประสาท หรอื การบ�ำบดั รกั ษาด้วยวิธีอืน่ ใดที่อาจเป็นผลท�ำให้ รา่ งกายไมอ่ าจกลบั คนื สสู่ ภาพเดมิ อยา่ งถาวร เชน่ การผา่ ตดั สมอง (psychosurgery) หรอื การรกั ษาอน่ื ๆ ในลกั ษณะนี้ ท่ีอาจเกิดขึ้นในอนาคต ว่าต้องได้รับความยินยอมจากผู้ป่วย หรือผู้ให้ความยินยอมแทนในกรณีท่ีผู้ป่วยขาด ความสามารถในการใหค้ วามยนิ ยอม สว่ นการบงั คับรักษาดว้ ยหตั ถการเหล่าน้ี จะกระท�ำได้กต็ อ่ เมอ่ื มีภาวะอันตราย ถึงแก่ชวี ติ ของผปู้ ่วย โดยตอ้ งได้รบั ความเหน็ ชอบเป็นเอกฉันทจ์ ากคณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษาดว้ ย 6. กรณผี ปู้ ว่ ยมคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษาทางกายดว้ ย แตข่ าดความสามารถในการตดั สนิ ใจ ใหค้ วามยนิ ยอมรับการบ�ำบัดรกั ษาทางกาย และไม่มผี ใู้ ห้ความยินยอมแทน ให้คณะกรรมการสถานบำ� บัดรกั ษา มีอ�ำนาจใหค้ วามยนิ ยอมในการบำ� บดั รกั ษาทางกายแทน15 สิทธิผู้ป่วยข้อน้ีมีที่มาจากกรณีผู้ป่วยทางจิตท่ีขาดความสามารถในการตัดสินใจให้ความยินยอม รบั การบำ� บดั รกั ษาทางกาย และไมม่ ผี ใู้ หค้ วามยนิ ยอมแทน แตม่ ภี าวะทางกายตอ้ งไดร้ บั การบำ� บดั รกั ษา ยอ่ มเกดิ ปญั หา ว่าไม่มีผู้ให้ความยินยอมได้ กรณีที่ผู้ป่วยอยู่ในภาวะเส่ียงอันตรายถึงชีวิตและมีความจ�ำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือ เป็นการรีบด่วนย่อมได้รับการยกเว้นตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 8 วรรคสาม (1) แต่กรณีที่มีภาวะทางกายและยังไม่เข้าข่ายกรณีดังกล่าวจะเป็นช่องว่างของกฎหมาย พระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 จึงบัญญัติให้คณะกรรมการสถานบ�ำบัดรักษามีอ�ำนาจให้ความยินยอมในการบ�ำบัดรักษา ทางกายแทน ตัวอย่าง ผู้ป่วยเร่ร่อน มีความคิดหลงผิด กระแสความคิดไม่ต่อเน่ือง ไม่ตระหนักถึงความเจ็บป่วยของตนเอง เข้ารับการรักษาในสถานบ�ำบัดรักษาด้วยมาตรา 22 ตามหาญาติยังไม่พบ ต่อมาผู้ป่วยมีไข้ และปวดท้องน้อย ดา้ นขวา แพทย์วินจิ ฉัยวา่ เปน็ โรคไสต้ ิ่งอกั เสบเฉียบพลัน (acute appendicitis) กรณีน้ี คณะกรรมการสถานบำ� บดั รักษามีอำ� นาจใหค้ วามยนิ ยอมในการบำ� บดั รักษาทางกายแทน 7. การท�ำหมันผปู้ ่วยจะกระทำ� ไมไ่ ด้ เวน้ แตผ่ ้ปู ่วยใหค้ วามยินยอมเปน็ หนังสอื 16 การทำ� หมนั ไมไ่ ดเ้ ปน็ การรกั ษาความผดิ ปกตทิ างจติ และเปน็ การจำ� กดั ความสามารถในการเจรญิ พนั ธ์ุ 17 12 พระราชบัญญตั ิสุขภาพจิตฯ มาตรา 18 (1). 13 พระราชบัญญตั สิ ุขภาพจติ ฯ มาตรา 21 วรรคสาม. 14 พระราชบัญญัติสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 18 (2). 15 พระราชบญั ญัติสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 20/1. 16 พระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจิตฯ มาตรา 19. 17 วิฑรู ย์ อึง้ ประพันธ,์ บรรณาธกิ าร. สาระสำ� คัญของพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551. หน้า 32. คมู่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 29 และทแี่ ก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
อีกท้ัง ผู้ป่วยทางจิตไม่ได้ขาดความสามารถในการเลี้ยงดูบุตรเสมอไป การบังคับท�ำหมันจึงท�ำไม่ได้ เน่ืองจาก เป็นการละเมิดสทิ ธิการเจรญิ พันธุ์ การท�ำหมันจะท�ำได้เมื่อกรณีผู้ป่วยให้ความยินยอมเป็นหนังสือเพื่อการบ�ำบัดรักษาน้ัน โดยผู้ป่วย ไดร้ บั ทราบเหตุผล ความจ�ำเปน็ ความเสีย่ งที่อาจเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นท่เี ปน็ อนั ตรายร้ายแรง หรืออาจเป็นผลทำ� ให้ ไมส่ ามารถแก้ไขร่างกายกลบั คนื สู่สภาพเดิมและประโยชน์ของการบำ� บดั รักษา18 กรณนี ี้ ผ้ใู ห้ความยินยอมแทนตาม กฎหมายวา่ ดว้ ยสขุ ภาพจติ และคณะกรรมการสถานบำ� บดั รกั ษาไมม่ อี ำ� นาจใหค้ วามยนิ ยอมในการทำ� หมนั แทนผปู้ ว่ ย 8. การวจิ ยั ใด ๆ ทีก่ ระท�ำตอ่ ผู้ป่วยจะกระท�ำได้ตอ่ เมอื่ ไดร้ บั ความยินยอมเป็นหนงั สอื จากผปู้ ว่ ย และ ตอ้ งผา่ นความเหน็ ชอบของคณะกรรมการทดี่ ำ� เนนิ การเกยี่ วกบั จรยิ ธรรมการวจิ ยั ในคนของหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ผ้ปู ว่ ยจะเพิกถอนการใหค้ วามยนิ ยอมเมื่อใดกไ็ ด้ 19, 20 สทิ ธผิ ปู้ ่วยขอ้ นีส้ อดคล้องกับพระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 9 ความวา่ “ในกรณี ท่ีผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขประสงค์จะใช้ผู้รับบริการเป็นส่วนหน่ึงของการทดลองในงานวิจัย ผู้ประกอบ วชิ าชพี ดา้ นสาธารณสขุ ตอ้ งแจง้ ใหผ้ รู้ บั บรกิ ารทราบลว่ งหนา้ และตอ้ งไดร้ บั ความยนิ ยอมเปน็ หนงั สอื จากผรู้ บั บรกิ าร ก่อนจึงจะด�ำเนินการได้ ความยินยอมดังกล่าวผู้รับบริการจะเพิกถอนเสียเม่ือใดก็ได้” รวมท้ังค�ำประกาศสิทธิและ ข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วยขององค์กรผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เม่ือวันท่ี 12 สิงหาคม 2558 ยังได้ระบุสิทธิ ผูป้ ว่ ยว่า “ผ้ปู ่วยมสี ิทธไิ ด้รับทราบข้อมลู อย่างครบถว้ นในการตัดสนิ ใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผ้เู ข้ารว่ มหรอื ผถู้ กู ทดลองในการทำ� วจิ ยั ของผปู้ ระกอบวชิ าชพี ดา้ นสขุ ภาพ” สรปุ ไดว้ า่ ผวู้ จิ ยั ตอ้ งขอความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการ จรยิ ธรรมการวจิ ยั เสยี กอ่ นเรมิ่ กระทำ� การตอ่ ผปู้ ว่ ย จากนนั้ ตอ้ งขอความยนิ ยอมจากผปู้ ว่ ย หรอื ผใู้ หค้ วามยนิ ยอมแทน ตามกฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต โดยผู้ป่วยหรือผู้ให้ความยินยอมแทนต้องให้ความยินยอมเป็นหนังสือ (informed consent) จึงกระท�ำการตอ่ ผู้ปว่ ยได้ และผ้ปู ว่ ยหรือผ้ใู หค้ วามยนิ ยอมแทนจะเพิกถอนความยนิ ยอมเม่อื ใดก็ได้ สทิ ธดิ า้ นการคมุ้ ครองข้อมูลดา้ นสุขภาพและขอ้ มลู ใด ๆ ของผูป้ ่วย ขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพหรอื ความเจบ็ ปว่ ย เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่จ�ำเป็นต้องได้รับการปกปิดไว้เป็นความลับ เวน้ แตม่ เี หตยุ กเวน้ ตลอดจนผปู้ ว่ ยทางจติ ยงั ไมไ่ ดร้ บั การคมุ้ ครองสทิ ธอิ ยา่ งถกู ตอ้ งและเพยี งพอ มกี ารเผยแพรข่ อ้ มลู สอื่ สง่ิ พมิ พ์ สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หรอื สอื่ อน่ื ใด ในทางทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ ทศั นคตดิ า้ นลบตอ่ ผปู้ ว่ ยทางจติ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ฎหมาย คุ้มครองด้านข้อมูลเกี่ยวกับการบ�ำบัดรักษาและข้อมูลท่ีส่งผลก่อให้เกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ หรือความเสียหาย แกจ่ ติ ใจ ชอ่ื เสียง เกียรติคุณ หรอื สิทธปิ ระโยชนอ์ ่นื ใดของผปู้ ว่ ยและครอบครัว ดงั น้ี 1. ไดร้ บั การปกปดิ ขอ้ มลู เกีย่ วกับการเจบ็ ป่วยและการบำ� บดั รกั ษาไวเ้ ปน็ ความลับ เวน้ แต่ - ในกรณที อี่ าจเกิดอันตรายต่อผู้ปว่ ย หรือผอู้ ่ืน - เพอ่ื ความปลอดภัยของสาธารณชน - มีกฎหมายเฉพาะบญั ญตั ิใหต้ ้องเปิดเผย21, 22 18 พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 18 (1). 19 พระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 15 (3). 20 พระราชบัญญัติสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 20. 21 พระราชบัญญัติสุขภาพจิตฯ มาตรา 15 (2). 22 พระราชบัญญัติสุขภาพจติ ฯ มาตรา 16. 30 คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
สิทธิผู้ป่วยข้อนี้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ความตอนหน่ึงว่า “ขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพของบคุ คลเปน็ ความลบั สว่ นบคุ คล ผใู้ ดจะนำ� ไปเปดิ เผยในประการทน่ี า่ จะทำ� ใหบ้ คุ คลนนั้ เสยี หาย ไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยน้ันเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลน้ันโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะให้ต้องเปิดเผย” อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติข้อยกเว้นไว้ เน่ืองจากผู้ป่วยทางจิตอาจขาด ความสามารถในการใหค้ วามยนิ ยอมในการเปดิ เผยขอ้ มลู ทงั้ น้ี แมก้ ฎหมายจะบญั ญตั ขิ อ้ ยกเวน้ ไว้ การเปดิ เผยขอ้ มลู ควรเปน็ ไปเพอ่ื ประโยชนใ์ นการบ�ำบดั รกั ษา เพ่ือความปลอดภยั ของสาธารณชน หรอื เพ่อื วัตถุประสงค์ตามกฎหมาย เฉพาะทบ่ี ญั ญตั ใิ หต้ อ้ งเปดิ เผย รวมทง้ั ควรเปดิ เผยแกบ่ คุ คลทจี่ ำ� เปน็ เทา่ นน้ั ซง่ึ แนวคดิ นสี้ อดคลอ้ งกบั คำ� ประกาศสทิ ธิ และข้อพงึ ปฏบิ ตั ขิ องผ้ปู ว่ ยขององค์กรผู้ประกอบวิชาชพี ดา้ นสุขภาพ เมื่อวนั ที่ 12 สิงหาคม 2558 ท่ีระบุว่า “ผู้ปว่ ย มสี ทิ ธไิ ดร้ บั การปกปดิ ขอ้ มลู ของตนเอง เวน้ แตผ่ ปู้ ว่ ยจะใหค้ วามยนิ ยอมหรอื เปน็ การปฏบิ ตั ติ ามหนา้ ทขี่ องผปู้ ระกอบ วชิ าชีพดา้ นสขุ ภาพ เพ่อื ประโยชน์โดยตรงของผ้ปู ว่ ยหรือตามกฎหมาย” นอกจากนี้ ยังสอดคลอ้ งกับพระราชบัญญตั ิ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 (5) ท่ีไม่บังคับใช้กับการพิจารณาคดีของศาลและการด�ำเนินงาน ของเจา้ หน้าทีใ่ นกระบวนการพิจารณาคดี การบงั คบั คดี และการวางทรพั ย์ รวมทั้งการดำ� เนนิ งานตามกระบวนการ ยุติธรรมทางอาญา และมาตรา 27 ท่ีห้ามมใิ ห้ผู้ควบคมุ ขอ้ มูลส่วนบคุ คลใชห้ รือเปดิ เผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ไดร้ บั ความยนิ ยอมจากเจา้ ของขอ้ มลู สว่ นบคุ คล เวน้ แตเ่ ปน็ ขอ้ มลู ทเ่ี กบ็ รวบรวมไดโ้ ดยไดร้ บั ยกเวน้ ไมต่ อ้ งขอความยนิ ยอม ซ่งึ รวมถงึ ข้อมลู เพอ่ื ป้องกนั หรือระงบั อนั ตรายต่อชวี ิต ร่างกาย หรือสขุ ภาพของบุคคล ตัวอย่าง ผปู้ ว่ ยมภี าวะซึมเศร้ารนุ แรง มีความคดิ อยากตาย วางแผนการฆ่าตวั ตายไวแ้ ลว้ กรณีนจี้ �ำเปน็ ตอ้ งเปดิ เผย ขอ้ มูลเกย่ี วกับภาวะซึมเศรา้ และความเส่ยี งการฆา่ ตวั ตายใหญ้ าติไดร้ บั ทราบ ผู้ป่วยมีความคิดหลงผิดว่าตนเองเป็นผู้กอบกู้โลก และมักพกอาวุธปืนไปตามท่ีสาธารณะ ผู้ป่วยหลบหนี ออกจากโรงพยาบาลทางกายแหง่ หนงึ่ ระหวา่ งรอสง่ ตอ่ ไปยงั โรงพยาบาลจติ เวช กรณนี จี้ ำ� เปน็ ตอ้ งแจง้ ญาติ หรอื ตำ� รวจ ให้รบี นำ� ผู้ป่วยกลบั มารบั การรักษา เพื่อความปลอดภัยของสาธารณชน ผู้ป่วยคดี ให้การวกวน พูดจาไม่ต่อเนื่อง มีพฤติกรรมแปลก ๆ ขณะให้การในชั้นศาล ศาลจึงส่งมารับ การตรวจวนิ จิ ฉยั ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา 14 และพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 มาตรา 35 ซ่งึ ก�ำหนดให้จติ แพทยร์ ายงานผลการตรวจวินจิ ฉัยและประเมินความสามารถในการตอ่ ส้คู ดีใหศ้ าลทราบ กรณนี จ้ี งึ เป็นกรณที ี่กฎหมายบัญญตั ใิ หต้ ้องเปดิ เผย กรณีละเมิดสิทธิผู้ป่วยข้อน้ี มีบทลงโทษส�ำหรับผู้ฝ่าฝืนโดยต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไมเ่ กนิ 20,000 บาท หรอื ทงั้ จำ� ทง้ั ปรบั แตห่ ากไดก้ ระทำ� โดยการโฆษณาหรอื เผยแพรท่ างสอ่ื มวลชนหรอื สอื่ สารสนเทศ ใด ๆ ผูก้ ระทำ� ต้องระวางโทษจ�ำคกุ ไมเ่ กิน 2 ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กิน 40,000 บาท หรอื ทั้งจ�ำทั้งปรับ23 2. การเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ทางส่ือส่ิงพิมพ์ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ หรือส่ืออื่นใดต้องไม่ท�ำให้เกิด ความรังเกียจเดียดฉันท์ หรือความเสียหายแก่จิตใจ ช่ือเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของผู้ป่วย และครอบครวั 24 23 พระราชบญั ญัติสุขภาพจติ ฯ มาตรา 50. 24 พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจิตฯ มาตรา 16/1. คู่มอื การดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญตั ิสุขภาพจติ พ.ศ. 2551 31 และทแ่ี กไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
ความหมายของคำ� ส�ำคญั ค�ำว่า ส่ือส่งิ พิมพ์ สือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์ สือ่ อน่ื ใด รงั เกยี จเดยี ดฉันท์ และครอบครัว มคี วามหมายดังนี้ สื่อส่ิงพิมพ์ หมายความว่า สื่อท่ีพิมพ์ขึ้นในรูปแบบสมุด แผ่นกระดาษหรือวัตถุใด ๆ ที่พิมพ์ข้ึน รวมตลอดทง้ั บทเพลง แผนที่ แผนผงั แผนภาพ ภาพวาด ภาพระบายสี ใบประกาศ หรอื สงิ่ อนื่ ใดอนั มลี กั ษณะคลา้ ยกนั ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ หมายความว่า สื่อบันทึกข้อมูลหรือสารสนเทศใด ๆ ที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยการประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ กี ารทางอเิ ลก็ ตรอน ไฟฟา้ คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ หรอื วธิ อี น่ื ใดในลกั ษณะคลา้ ยกนั และใหห้ มายความ รวมถงึ การประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ กี ารทางแสง วธิ กี ารทางแมเ่ หลก็ หรอื อปุ กรณท์ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั การประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ ตี า่ ง ๆ เชน่ วา่ นน้ั สื่ออ่ืนใด หมายความว่า ส่ือที่จัดท�ำขึ้นในรูปแบบอ่ืนใด นอกจากส่ือสิ่งพิมพ์หรือส่ืออิเล็กทรอนิกส์ เพอื่ สือ่ ความหมายหรือเผยแพรใ่ หบ้ ุคคลอนื่ หรอื ประชาชนโดยทัว่ ไปทราบ รังเกียจเดียดฉันท์ หมายความว่า เกลียดชัง ขยะแขยง ไม่ชอบใจ ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึง การแสดงออกต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเก่ียวกับความผิดปกติทางจิต เชื้อชาติ ชนช้ัน ความฝกั ใฝ่ทางเพศ สถานทเ่ี กิด อดุ มการณท์ างการเมอื ง กล่มุ วัฒนธรรม ศาสนา หรอื คุณลกั ษณะอื่นใดทอ่ี าจนำ� ไป สกู่ ารตตี ราหรอื การแบ่งแยกได้ สว่ นครอบครวั หมายความวา่ บคุ คลท่ีใชช้ ีวติ ร่วมกนั ฉันสามีภรรยา หรอื มีความผูกพันทางสายโลหติ หรอื ทางกฎหมาย หรือเก่ียวดองเป็นเครือญาติ ซ่ึงสมาชิกในครอบครัวต่างมีบทบาทหน้าท่ีต่อกัน และมีความสัมพันธ์ ที่เกือ้ กลู กัน และให้หมายความรวมถงึ ผูร้ ับดูแลผู้ป่วยด้วย25 ขอ้ มูลทีห่ ้ามเผยแพร่ ขอ้ มลู ทท่ี ำ� ใหเ้ กดิ ความรงั เกยี จเดยี ดฉนั ท์ หรอื ความเสยี หายแกจ่ ติ ใจ ชอ่ื เสยี ง เกยี รตคิ ณุ หรอื สทิ ธปิ ระโยชน์ อน่ื ใดของผู้ป่วยและครอบครวั ซึ่งห้ามเผยแพร่ มลี ักษณะดงั ตอ่ ไปนี้ - ข้อมูลช่ือ - สกุล ให้รวมถึง ช่ือเล่น หรือฉายา รูปลักษณ์ภายนอก เพศ เพศสภาพ ที่อยู่ ภูมิล�ำเนา อาชีพ รายงานทางการแพทย์ รายละเอียดและพฤติการณ์แห่งคดี รายงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย ภาพถ่าย ภาพเคลอื่ นไหว พฤตกิ รรม เสยี ง หรอื ขอ้ มลู อนื่ ใดทส่ี ามารถระบตุ วั ผปู้ ว่ ยและครอบครวั เวน้ แตจ่ ะไดร้ บั ความยนิ ยอม เปน็ หนังสอื จากผปู้ ่วย - ข้อมูลท่ีมีลักษณะก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ หรือภาษาท่ีสื่อความหมายเชิงเหยียดหยามผู้ป่วย และครอบครัว - ขอ้ มลู ทม่ี โี อกาสกอ่ ใหเ้ กดิ พฤตกิ รรมเลยี นแบบ โดยเฉพาะการนำ� เสนอขอ้ มลู ทเี่ กย่ี วกบั การทำ� รา้ ยตนเอง หรอื ผอู้ น่ื หรอื เลยี นแบบในแงม่ มุ อนื่ ๆ ซง่ึ ทำ� ใหเ้ กดิ ความสะเทอื นใจ หรอื การเนน้ ยำ้� ถงึ สาเหตแุ ละวธิ กี ารทำ� รา้ ยตนเอง หรือผูอ้ ื่นโดยละเอยี ด - ขอ้ มลู ที่อาจสง่ ผลกระทบต่อความรู้สกึ หรือทกี่ ่อใหเ้ กิดทัศนคตเิ ชิงลบตอ่ ผปู้ ว่ ยและครอบครัว26 25 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการในการเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ทางสื่อส่ิงพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือส่ืออ่ืนใด พ.ศ. 2565 ขอ้ 3. 26 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เร่อื ง หลกั เกณฑ์และวิธีการในการเผยแพรข่ ้อมูลฯ ขอ้ 4. 32 คมู่ อื การดำเนนิ งานตามพระราชบัญญตั ิสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และท่ีแกไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นประการหนึ่งคือกรณีท่ีผู้ป่วยมีภาวะอันตรายหรือมีความจ�ำเป็นต้องได้รับ การบ�ำบัดรักษา ซึ่งหลบหนีหรือออกจากสถานที่ใด ๆ ให้สามารถเผยแพร่ข้อมูล ชื่อ-สกุล ที่อยู่ ภาพถ่าย ภาพเคลอ่ื นไหว พฤตกิ รรม เสยี ง หรอื ขอ้ มลู อน่ื ใดทสี่ ามารถระบตุ วั ผปู้ ว่ ยและครอบครวั ได้ เพอื่ ประโยชนใ์ นการปอ้ งกนั อนั ตรายตอ่ ผูป้ ่วยและสังคม27 การด�ำเนนิ การเม่อื มกี ารฝ่าผนื เม่อื ได้รบั การรอ้ งเรยี นไม่วา่ จากชอ่ งทางใด ๆ หรือได้รับแจ้งจากพนกั งานเจา้ หน้าทีว่ ่ามกี ารเผยแพรข่ ้อมลู ที่ท�ำให้เกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ หรือความเสียหายแก่จิตใจ ช่ือเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อ่ืนใดของ ผู้ป่วยและครอบครัว มีการดำ� เนินการดงั น้ี (1) การรับเร่ืองร้องเรยี นและพจิ ารณา เมอื่ ไดร้ บั เรอื่ งรอ้ งเรยี นจากชอ่ งทางใด ๆ หรอื จากพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ ใหอ้ ธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ มอบหมาย พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ีหรอื คณะอนุกรรมการพิจารณาการเผยแพรข่ ้อมูลท่ีเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16/1 ซ่ึงคณะกรรมการ สขุ ภาพจติ แหง่ ชาตแิ ตง่ ตง้ั ดำ� เนนิ การตรวจสอบความถกู ตอ้ งชดั เจนของขอ้ เทจ็ จรงิ รวบรวมพยานหลกั ฐานทเี่ กยี่ วขอ้ ง รวมทั้งจัดท�ำรายงานและความเหน็ 28 (2) การออกค�ำสั่ง หากปรากฏว่าการเผยแพร่ข้อมูลน้ันท�ำให้เกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ หรือความเสียหายแก่จิตใจ ชอ่ื เสยี ง เกยี รตคิ ณุ หรอื สทิ ธปิ ระโยชนอ์ นื่ ใดของผปู้ ว่ ยและครอบครวั ใหอ้ ธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ พจิ ารณาและออกคำ� สงั่ โดยอธิบดีกรมสุขภาพจิตมีอำ� นาจออกคำ� สง่ั ใหผ้ เู้ ผยแพร่ดำ� เนินการ ดงั ตอ่ ไปน้ี - ให้แกไ้ ขข้อความหรอื วิธกี ารในการเผยแพรข่ อ้ มลู - ห้ามการใชข้ ้อความบางอย่างทป่ี รากฏในการเผยแพรข่ ้อมลู - ระงบั การเผยแพรข่ ้อมูลหรือหา้ มใช้วิธกี ารน้นั ในการเผยแพรข่ อ้ มูล - ใหเ้ ผยแพรข่ ้อมลู เพ่อื แกไ้ ขความเขา้ ใจผดิ ของผู้อื่นท่อี าจเกิดขนึ้ 29 (3) การแจ้งค�ำสง่ั การแจง้ ค�ำสงั่ แกผ่ เู้ ผยแพร่ เจ้าของหรือผูด้ �ำเนินกิจการเกย่ี วกับสือ่ ทุกประเภท ผู้กระท�ำการเผยแพร่ ขอ้ มูลทท่ี ำ� ใหเ้ กดิ ความรงั เกยี จเดียดฉันท์ หรือความเสียหายแก่จติ ใจ ช่อื เสียง เกียรติคณุ หรอื สิทธปิ ระโยชน์อืน่ ใด ของผปู้ ว่ ยและครอบครวั ใหท้ ำ� เปน็ หนงั สอื ซง่ึ ตอ้ งระบขุ อ้ เทจ็ จรงิ อนั เปน็ สาระสำ� คญั ขอ้ กฎหมายทอี่ า้ งองิ ขอ้ พจิ ารณา และข้อสนบั สนุนในการใชด้ ลุ พนิ จิ และสิทธิอทุ ธรณ์ และใหด้ �ำเนนิ การ ดังนี้ - ส่งหรือมอบแก่ผู้เผยแพร่ เจ้าของหรือผู้ด�ำเนินกิจการเกี่ยวกับส่ือทุกประเภท ให้ถือว่าค�ำส่ังมีผล ตัง้ แตข่ ณะทผี่ ้เู ผยแพร่ เจา้ ของหรือผู้ด�ำเนินกิจการเกี่ยวกับสื่อทุกประเภท ไดร้ ับแจง้ ค�ำสัง่ นน้ั เป็นต้นไป กรณที บี่ คุ คลดงั กลา่ วไมย่ อมรบั หนงั สอื แจง้ คำ� สง่ั หรอื ขณะนำ� ไปสง่ ไมพ่ บตวั หากไดส้ ง่ ใหก้ บั บคุ คลใด ซ่ึงบรรลุนิติภาวะท่ีอยู่หรือท�ำงานในส�ำนักงานของผู้เผยแพร่ และให้บุคคลดังกล่าวลงลายมือชื่อรับไว้เป็นหลักฐาน หรอื ในกรณที ีผ่ ้นู นั้ ไม่ยอมรับ หากได้วางหรือปดิ หนังสอื นัน้ ไวใ้ นทเ่ี ปิดเผยและเหน็ ได้งา่ ย ณ สำ� นกั งานของผ้เู ผยแพร่ ต่อหนา้ พยานบคุ คลอย่างน้อย 2 คน ให้ถือว่าไดร้ บั แจ้งคำ� สั่งตงั้ แตข่ ณะนัน้ เป็นต้นไป 27 ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาติ เรอ่ื ง หลักเกณฑแ์ ละวิธีการในการเผยแพรข่ อ้ มลู ฯ ข้อ 5. 28 ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ เรอื่ ง หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารในการออกคำ� สง่ั ของอธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ ใหผ้ เู้ ผยแพรด่ ำ� เนนิ การ พ.ศ. 2565 ขอ้ 4. 29 พระราชบญั ญัติสขุ ภาพจติ ฯ มาตรา 16/2. คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 33 และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
- ส่งทางไปรษณยี ล์ งทะเบียนตอบรบั และให้ถอื วา่ ผเู้ ผยแพร่ ไดร้ ับแจ้งคำ� สั่งเม่อื ครบก�ำหนด 7 วัน นบั แต่วันส่ง เว้นแต่จะมีการพสิ จู นไ์ ดว้ า่ ไมม่ ีการไดร้ บั หรือไดร้ ับกอ่ นหรอื หลังจากวนั น้นั - ส่งทางช่องทางอ่ืน ๆ30 กรณีไม่รู้ตัวผู้เผยแพร่ข้อมูล ให้อธิบดีกรมสุขภาพจิตแจ้งพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานของรัฐ ที่เก่ียวข้องว่ามีการกระท�ำความผิดเกิดขึ้น เพ่ือให้พนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานของรัฐที่เก่ียวข้องพิจารณา ด�ำเนินการในส่วนที่เก่ียวข้องต่อไป ท้ังนี้ ผู้ให้บริการ หมายรวมถึงผู้ให้บริการแก่บุคคลอ่ืนในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของ ตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น และผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอ่ืน ต้องส่งมอบข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องให้พนักงานสอบสวนโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน 7 วันนับแต่ วันท่ไี ด้รบั ค�ำร้องขอ31, 32 (4) การด�ำเนนิ การตามค�ำสงั่ ผ้เู ผยแพร่ เจ้าของหรอื ผูด้ �ำเนนิ กจิ การเก่ียวกบั สอ่ื ทุกประเภทต้องด�ำเนินการตามคำ� ส่งั ภายใน 3 วัน นบั แต่ได้รับคำ� สัง่ 33 หากไมป่ ฏิบัตติ ามค�ำส่ัง ต้องระวางโทษจำ� คุกไมเ่ กิน 1 ปี หรือปรบั ไมเ่ กิน 100,000 บาท หรือ ท้ังจ�ำทัง้ ปรบั 34 การแก้ไขขอ้ ความ หรอื เผยแพร่ข้อมลู เพ่อื แกไ้ ขความเข้าใจผดิ ให้ดำ� เนินการดังน้ี - ผเู้ ผยแพร่ เจา้ ของหรอื ผดู้ ำ� เนนิ กจิ การเกย่ี วกบั สอ่ื ทกุ ประเภทนำ� ขอ้ ความทจี่ ะใชแ้ กไ้ ขความเขา้ ใจผดิ ของประชาชนมาให้อธิบดีกรมสุขภาพจิตเป็นผู้พิจารณาตรวจสอบถ้อยค�ำหรือข้อความใด ๆ ทั้งก่อนและหลังการ กระท�ำความผิด หรือแนะน�ำให้แก้ไขข้อความนั้น และอนุมัติข้อความน้ัน ภายในระยะเวลาท่ีอธิบดีกรมสุขภาพจิต กำ� หนด - ดำ� เนนิ การแกไ้ ขความเขา้ ใจผดิ ของผอู้ นื่ ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ภายในระยะเวลาทอี่ ธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ กำ� หนด - การแกไ้ ขความเข้าใจผิดของผ้อู ่นื ใหก้ ระท�ำทางส่ือทุกประเภททม่ี กี ารเผยแพร่ขอ้ มูลนนั้ - ข้อความทีใ่ ชใ้ นการแกไ้ ขความเข้าใจผดิ ของผู้อนื่ อยา่ งน้อยตอ้ งมีลักษณะดังนี้ - สาระส�ำคญั ของขอ้ ความทไี่ ด้รบั คำ� สงั่ - ข้อความท่ีชแ้ี จงให้ประชาชนเขา้ ใจถูกตอ้ ง35 (5) การอทุ ธรณ์ กรณผี ไู้ ด้รบั แจ้งค�ำสัง่ ไมเ่ ห็นด้วย มสี ิทธิอทุ ธรณ์ตอ่ อธิบดีกรมสุขภาพจิตได้ โดยให้ย่ืนอทุ ธรณภ์ ายใน 15 วันนบั แตไ่ ดร้ ับแจ้งค�ำส่ัง ท้งั น้ี ให้อธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ พิจารณาค�ำอุทธรณแ์ ละแจง้ ผอู้ ทุ ธรณโ์ ดยไม่ชกั ชา้ แต่ต้อง ไม่เกิน 30 วนั นบั แต่วนั ท่ไี ด้รับอุทธรณ์ 30 ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ เรอื่ ง หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารในการออกคำ� สงั่ ของอธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ ใหผ้ เู้ ผยแพรด่ ำ� เนนิ การ พ.ศ. 2565 ขอ้ 5. 31 ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจิตแห่งชาติ เรอื่ ง หลักเกณฑแ์ ละวิธีการในการออกค�ำสง่ั ของอธิบดกี รมสุขภาพจิต ให้ผู้เผยแพร่ด�ำเนนิ การฯ ขอ้ 3. 32 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ เรอื่ ง หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการในการออกค�ำสง่ั ของอธบิ ดีกรมสขุ ภาพจิต ใหผ้ เู้ ผยแพร่ด�ำเนนิ การฯ ข้อ 6. 33 ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แหง่ ชาติ เรอ่ื ง หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการในการออกค�ำสัง่ ของอธิบดีกรมสขุ ภาพจติ ให้ผเู้ ผยแพรด่ ำ� เนนิ การฯ ข้อ 7. 34 พระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพจิตฯ มาตรา 50/1. 35 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจติ แห่งชาติ เรื่อง หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการในการออกคำ� สงั่ ของอธิบดีกรมสุขภาพจติ ให้ผ้เู ผยแพร่ดำ� เนินการฯ ขอ้ 8. 34 ค่มู ือการดำเนนิ งานตามพระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพจติ พ.ศ. 2551 และทแี่ กไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
หากอธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ เหน็ ดว้ ยกบั คำ� อทุ ธรณไ์ มว่ า่ ทง้ั หมดหรอื บางสว่ น ใหด้ ำ� เนนิ การเปลยี่ นแปลง ค�ำสงั่ ทางปกครองตามความเหน็ ของตน และแจ้งผลแกผ่ ูย้ ืน่ อทุ ธรณโ์ ดยเร็ว หากอธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ ไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั คำ� อทุ ธรณไ์ มว่ า่ ทงั้ หมดหรอื บางสว่ น ใหอ้ ธบิ ดกี รมสขุ ภาพจติ เสนอปลดั กระทรวงสาธารณสขุ พจิ ารณาตอ่ ไป โดยใหป้ ลดั กระทรวงสาธารณสขุ พจิ ารณาคำ� อทุ ธรณแ์ ละแจง้ ผอู้ ทุ ธรณ์ โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันท่ีได้รับอุทธรณ์ กรณีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเห็นด้วยกับค�ำอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก็ให้ด�ำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกค�ำสั่งทางปกครองตามความเห็นของตนภายใน ก�ำหนดเวลาดังกล่าว โดยค�ำวินจิ ฉยั ของปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ใหเ้ ปน็ ทสี่ ดุ ทง้ั น้ี การอทุ ธรณค์ ำ� สง่ั ไมเ่ ปน็ การทเุ ลาการบงั คบั ตามคำ� สง่ั กลา่ วคอื คำ� สง่ั ดงั กลา่ วยงั มผี ลบงั คบั เวน้ แต่ จะมกี ารสง่ั ใหท้ เุ ลาการบงั คบั ไวก้ อ่ นโดยเจา้ หนา้ ทผ่ี ทู้ ำ� คำ� สง่ั นน้ั เอง ผมู้ อี ำ� นาจพจิ ารณาอทุ ธรณ์ หรอื ผมู้ อี ำ� นาจพจิ ารณา วนิ ิจฉยั ความถกู ตอ้ งของคำ� ส่ังทางปกครองดงั กลา่ ว36, 37 36 ประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพจติ แห่งชาติ เร่อื ง หลกั เกณฑ์และวธิ กี ารในการออกค�ำส่ังของอธิบดกี รมสขุ ภาพจติ ให้ผ้เู ผยแพรด่ ำ� เนินการฯ ข้อ 9. 37 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพจติ แห่งชาติ เรอ่ื ง หลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารในการออกคำ� สง่ั ของอธบิ ดกี รมสุขภาพจิต ใหผ้ ู้เผยแพร่ด�ำเนินการฯ ข้อ 10. คมู่ อื การดำเนินงานตามพระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. 2551 35 และที่แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
ขนั้ ตอนกขาน้ั รตดอำนเนกนิ ากรดารำสเนาินมการาถรสสารมปุ าไดรถ้ ดสงัรภปุ าไพด้ 2ดัง–ภา1พ 2 – 1 37 37 ลำดับ ลำดบั กระบวนกกราะรบวนการ ระยะเวลราะยะเวลา ผูร้ ับผดิ ชผอู้รบับผดิ ชอบ 11 หนว่ ยรับหเรนอ่ื ่วงยรรอ้ ับงเเรรอื่ียงนรอ้ งเรยี น คพณนะกั องนานุกคพเรณจนร้าะมกั หองกนนาาน้าุกรทฯเรจรี่,้ามหกนาา้รทฯี่, ไดม้รีกบั ากราเรผไดรยม้ร้อแีกบังพามเกรรราาียเ่ขตรผน้อรรยจมา้อแาูลง1พกมเท6รรชาเี่/ีย่ขตป่อ1น้อรง็นจมทากาูลา1ากงทร6ชใฝี่เ/ดป่อ1า่ งน็ฝๆทกืนวาาง่ารใฝด่าฝๆนื วไ่าดว้รา่บั มกแกีาจราไง้ ฝรดจเ่าวร้าผฝ่าบักยมกืนแพแกีามจพนราา้งฝักรรตจเ่ขา่งราผฝาอ้ากยนนืมพแ1เมลู จพน6าทา้/ักรตห่ีเ1่ขงปรนาอ้า็นน้าม1ทเูลจ6ี่ทา้/หีเ่1ปน็น้าท่ี (1) ตรวจ(1ส)อตบรคววจาสมอถบูกคเตสว้อนางมอชถพัด(3คกูนเ)จเตณักสนจ้องะนดัขงาทอชทอนำพดั(งำเง3คจนขรเา)จา้ณาอ้ักนนหจยเงะททัดขงนาที่ไาทจ็นอ้าดำนจทงำเ้รงจแขรร่หีาบั ้าาลิงอ้นรมหยะเือททองน(คค2ไ่ีาบ็จา้วด)นณจทหา้รรแรมะห่ีมบัวลงิเอราบมหะนยืออร็น(คกุค2วบว)รณมหารรพมะมมวยเอากบหานยาร็นนกุรวหฯรมรลพมกั ยกฐาาานรนหฯทลีเ่ ักกฐีย่ าวนขท้องี่เกย่ี วขอ้ ง พนักงานพเจนา้ ักหงนาา้นพทเจิจมห่ี ้าาีมรหรอืลูณนค้าาณพทะจิมหี่ อามีรนรอืลูณกุ คราณรมะอกนารกุ ฯรรมการฯพนกั งานพเจน้าักหไงมนา่รา้นบัทไเไจม่ีหวา้ม่ร้พหไีมอื มิจนคลู า่ร้าณรบัทไณะไมห่ี วอา่มร้พนีมอื ิจกุ คูลารณรรณมะอกานารกุ ฯรรมการฯ 22 เสนอรายเสงนานอตรา่อยองธาบิ นดตี ่ออธิบดี กรมสอขุธิบภกดารพี มจสอิตุขธบิภดาพี จิต ปไมร่ปากฏฏิบหตั ปไลติมรักา่ปาฐมกฏา/ฏบินฝหัต่ากลฝติาักนืราฐมเผมา/ยนฝาแต่ากพฝราาืนรรเ่ข1ผม้อ6ยาม/แต1ลู พราร่ข1้อ6ม/1ูล กแิจผกอกูก้ ่ผธารู้เิบระผเดทกยกีอำยี่แแิจผอกวกพอกู้กกากผ่ธรารรคบัเู้บิ่เระฝจผำเสดท้ากา่ใยสอ่ืชอีขฝำย่ีแ่ังท่อกอืนแวพุกกงลากมรหรปคะบัา่เฝจรำแรตส้าา่ใือสะจร่อืชขฝเผั่ง้งาทภ่อนืแคู้ด1ุกทงลมำำ6หปสะเาห/นรแรัง่ต1รอืนิะจรอืเผง้าภคูด้ 1ทำำ6สเห/น่งั 1รินือจบกรแะจบ้งจผวบลนกใกหรแาะ้ผจรบง้้รูพผผ้อวไจิูร้ ดลนงไอ้าเท้มผใกงรรหรล่ใเณาียรชาผ้รนยีบ่ารู้พนผทอ้อไจิ้รู อรดงไอ้าาเ้ทมกผงรรบรลใ่คเณยีรชาำนียบ่าสนทอง่ั อรากบคำสัง่ 36 คู่มอื การดำเนินงานตามพระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แกไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208