47 ส ๕.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ ส ๕.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชวี้ ดั หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560)
48 คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์๑ กลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง ศึกษาและใชป้ ฏิทินในการบอกวัน เดือน ปี ที่ใช้ในชวี ติ ประจำวัน ซ่งึ มีทงั้ ระบบสรุ ิยคตแิ ละจันทรคติ คำทแ่ี สดงชว่ งเวลาเพ่ือใช้เล่าเหตุการณป์ จั จบุ ัน วนั น้ี เดือนนี้ ตอนเชา้ ตอนกลางวนั ตอนเยน็ ตอนคำ่ และ เรียงลำดับเหตุการณ์ในชีวติ ประจำวนั ตามวันเวลาที่เกดิ ขนึ้ โดยใชท้ กั ษะการสังเกต การบอกเลา่ การเชื่อมโยง เพ่ือให้สามารถใช้เวลาตามปฏทิ นิ แสดงเหตกุ ารณ์ในปจั จบุ นั และใชค้ ำแสดงชว่ งเวลาเรยี งลำดับเหตุการณ์ท่ี เกิดข้นึ ได้ ร้วู ิธสี บื ค้นประวัตคิ วามเปน็ มาของตนเองและครอบครวั อยา่ งงา่ ย ๆ โดยสอบถามผู้เก่ยี วข้องและการ บอกเลา่ เร่ืองราวท่ีสบื ค้นได้ โดยใช้ทกั ษะการสอบถาม การรวบรวมขอ้ มูล การสรุปความ การเลา่ เร่อื ง เพ่ือฝึก ทักษะพนื้ ฐานของวิธีการทางประวัตศิ าสตร์ในการสืบคน้ เร่ืองราว จากแหล่งข้อมลู (เช่นบุคคล)และบอกเล่า ขอ้ เทจ็ จรงิ ที่คน้ พบได้อย่างน่าสนใจ ศกึ ษาการเปล่ยี นแปลงของสภาพแวดล้อม สิง่ ของเครือ่ งใช้หรอื การดำเนนิ ชีวติ ของตนเองในสมัย ปจั จุบนั กับสมยั ของพ่อแม่ ปูย่ า่ ตายายท่ีเปน็ รูปธรรมและใกล้ตัวผู้เรียน เตารีด (การรีดผ้าด้วยเตาถา่ นกับ เตาไฟฟา้ ) หม้อหุงขา้ ว (การหุงข้าวทเี่ ชด็ นำ้ ดว้ ยฟนื หรือถ่านกบั หมอ้ หุงข้าวไฟฟา้ ) เกวียนกบั รถยนต์ (การ เดนิ ทาง) ถนน บา้ นเรอื น การใชค้ วายไถนากับรถไถนา รวมท้งั เหตุการณ์สำคัญของครอบครัวทเี่ กดิ ขึ้นในอดีต ทม่ี ีผลกระทบต่อตนเองในปจั จุบนั ( การย้ายบ้าน การยา้ ยโรงเรยี น การเล่ือนช้ันเรียน การได้รบั รางวัล การ สูญเสียบคุ คลสำคัญของครอบครัว) โดยใช้ทกั ษะการสงั เกต การใช้เหตุผล การเปรยี บเทียบ การแยกแยะ การ ยกตัวอย่าง และการบอกเลา่ เพื่อใหเ้ ข้าใจการเปลยี่ นแปลงตามกาลเวลาและความสำคญั ของอดีตที่มตี ่อ ปจั จุบันและอนาคต สามารถปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั วิถีชีวิตปัจจุบนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ศกึ ษาความหมายและความสำคญั ของสญั ลักษณข์ องชาติไทย ไดแ้ ก่ ธงชาติ เพลงชาติ เพลงสรรเสรญิ พระบารมี ภาษาไทย อักษรไทย มารยาทไทย อาหารไทย การแตง่ กายแบบไทย วัฒนธรรมและ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และการปฏบิ ัตติ นไดถ้ ูกต้องตามกาลเทศะ รวมท้ังรจู้ ักสถานท่สี ำคัญซึ่งเป็นแหลง่ วัฒนธรรมในชมุ ชน ศาสนสถาน ตลาด พพิ ิธภณั ฑ์ และสง่ิ ที่เป็นความภาคภมู ิใจในท้องถ่ิน ทใี่ กลต้ ัวผู้เรยี น และเหน็ เปน็ รปู ธรรม โดยใชท้ ักษะการสงั เกต การแสดงความคดิ เหน็ อย่างมีเหตุผล การอธิบาย การปฏิบัตติ น อย่างถูกต้อง เพ่ือก่อใหเ้ กดิ ความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ท้องถน่ิ และประเทศชาติ ภูมิใจใน สถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์ ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ที่จะธำรงรักษาและสบื ทอดต่อไป มาตรฐานการเรียนร/ู้ ระดบั ช้ัน/ตัวชี้วัด ส ๔.๑ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓ ส ๔.๒ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ ส ๔.๓ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓ รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวชวี้ ัด หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั บางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560)
ส ๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์๒ 49 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เวลา ๔๐ ช่ัวโมง รจู้ กั วันเวลาตามระบบสุริยคติและจนั ทรคติท่ีปรากฏในปฏทิ นิ ท่แี สดงเหตกุ ารณ์สำคญั ในอดีตและ ปัจจุบนั รวมทั้ง การใชค้ ำทีแ่ สดงชว่ งเวลาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต วนั น้ี เมอื่ วานนี้ พรงุ่ น,ี้ เดือนน้ี เดือนก่อน เดือนหน้า, ปีน้ี ปกี ่อน ปีหนา้ ในการอธิบายเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขึ้น โดยใชท้ ักษะการสงั เกต การ สอบถาม เชื่อมโยง เรยี งลำดับ การเลา่ เร่ือง การรวบรวมขอ้ มูล การอธิบาย เพื่อให้สามารถใชว้ ันเวลา เรยี งลำดบั เหตกุ ารณส์ ำคญั ไดถ้ กู ตอ้ ง วา่ เหตุการณ์ใดเกิดก่อน เหตกุ ารณ์ใดเกดิ หลัง รู้วธิ ีสืบคน้ เหตุการณท์ ่เี กิดข้ึนในครอบครวั โดยใชห้ ลักฐานทเี่ ก่ียวข้อง ได้แก่ ภาพถ่าย สูติบัตร ทะเบยี นบา้ น เครือ่ งมอื เคร่อื งใช้ มาอธบิ ายเร่ืองราวตา่ ง ๆ และวธิ ีสืบค้นขอ้ มูลในชุมชนอยา่ งงา่ ย ๆ ใน เร่อื งเกีย่ วกับการเปล่ียนแปลงในวิถชี ีวติ ของคนในชมุ ชนในดา้ นต่างๆ จากอดีตถึงปจั จุบัน ทางดา้ นการ ประกอบอาชีพ การแต่งกาย การสอ่ื สาร ขนบธรรมเนียมประเพณใี นชุมชน เข้าใจสาเหตุและผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลงท่ีมตี อ่ วถิ ชี ีวติ ของคนในชมุ ชน สามารถเรียงลำดบั เหตกุ ารณท์ ี่สบื ค้นไดโ้ ดยใช้เสน้ เวลา ฝกึ ทักษะการสอบถาม การสงั เกต การวิเคราะห์ การอธบิ ายอยา่ งมีเหตมุ ผี ล ทำผังความคิดและการจดั นิทรรศการ เพ่ือใหเ้ ข้าใจวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ใน เรอื่ งเกยี่ วกับการใช้หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ สบื คน้ เรือ่ งราวในอดตี และเขา้ ใจการเปลยี่ นแปลงท่ีเกดิ ขนึ้ ตามกาลเวลา อย่างต่อเนื่อง มคี วามเขา้ ใจ ชมุ ชนที่มีความแตกตา่ งและสามารถปรับตัวอยู่ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ ศึกษา สืบคน้ ประวัติและผลงานของบคุ คลที่ทำประโยชน์ต่อท้องถิน่ หรือประเทศชาติ ในด้านการ สร้างสรรคว์ ฒั นธรรม /การสร้างความเจริญรงุ่ เรืองและความม่นั คงโดยสงั เขป รวมทง้ั วัฒนธรรมไทย ประเพณไี ทย และภมู ิปัญญาไทยทภี่ าคภูมใิ จและควรอนุรักษ์ไว้ การทำความเคารพแบบไทย ประเพณีไทย ศิลปะไทย ดนตรไี ทย โดยใช้ทักษะการสืบคน้ การสังเกต การอา่ น การรวบรวมข้อมลู การวิเคราะห์ การใช้ เหตผุ ล การอธบิ าย และการนำเสนอ เพอ่ื ให้เหน็ คณุ คา่ และแบบอย่างการกระทำความดีของบรรพบรุ ุษทไ่ี ด้ สรา้ งประโยชน์ให้ทอ้ งถิน่ และประเทศ เกดิ ความรัก และความภาคภมู ิใจในความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย ภมู ปิ ัญญาไทย และธำรงความเป็นไทย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ระดบั ช้ัน/ตัวชว้ี ัด ส ๔.๑ ป ๒/๑ , ป ๒/๒ ส ๔.๒ ป ๒/๑ , ป ๒/๒ ส ๔.๓ ป ๒/๑ , ป ๒/๒ รวม ๓ มาตรฐาน ๖ ตัวชวี้ ัด หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์๓ 50 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม เวลา ๔๐ ชั่วโมง ศึกษาความหมายและท่ีมาของศกั ราชที่ปรากฏในปฏทิ ิน ได้แก่ พทุ ธศักราช ครสิ ตศ์ ักราช (ถา้ เปน็ ชาวมุสลมิ ให้ศกึ ษาฮิจเราะห์ศักราชดว้ ย) วิธีการเทยี บคริสตศ์ กั ราชกับพทุ ธศักราช และใช้ศกั ราชในการ บนั ทกึ เหตกุ ารณ์สำคัญท่ีเก่ียวข้องกับตนเองและครอบครวั ปเี กิดของผู้เรยี น เหตุการณ์สำคัญของตนเอง และครอบครวั โดยใชท้ กั ษะการเปรียบเทียบ การคำนวณ การเชอื่ มโยง การอธิบาย เพ่ือให้มีพนื้ ฐานใน การศึกษาเอกสารท่ีแสดงเหตกุ ารณ์ตามกาลเวลา สามารถเรยี ง ลำดบั เหตุการณไ์ ด้ถูกตอ้ ง วา่ เหตกุ ารณ์ใดเกดิ ก่อน เหตกุ ารณใ์ ดเกดิ หลงั อนั เปน็ ทักษะทจ่ี ำเปน็ ในการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ ร้วู ธิ สี ืบค้นเหตุการณ์สำคญั ของโรงเรยี นและชุมชนโดยใชห้ ลักฐานและแหล่งขอ้ มูลทีเ่ ก่ียวขอ้ ง รปู ภาพ แผนผังโรงเรียน แผนที่ชุมชน หอ้ งสมดุ โรงเรียน แหล่งโบราณคดี – ประวตั ิศาสตร์ในท้องถ่นิ สามารถใช้เส้นเวลา (Timeline) ลำดับเหตุการณท์ ีเ่ กดิ ข้ึนในโรงเรยี นและชมุ ชน โดยใช้ทกั ษะการสำรวจ การสงั เกต การสอบถาม การอา่ น การฟัง การเลา่ เรื่อง การสรุปความ เพ่อื ฝกึ ทกั ษะพน้ื ฐานของวิธกี าร ทางประวัติศาสตร์ในการสืบค้นเร่อื งราวรอบตัวอย่างงา่ ย ๆ โดยการใช้หลักฐานและแหลง่ ข้อมูลที่ เกยี่ วข้อง สามารถนำเสนอเรอื่ งราวที่ค้นพบได้ตามลำดับเวลา ศกึ ษาปัจจัยทม่ี ีอิทธพิ ลต่อการต้งั ถน่ิ ฐานและพฒั นาการของชุมชน ปัจจยั ท่ีทำใหเ้ กิดวัฒนธรรมและ ประเพณใี นชุมชน ซ่งึ ประกอบดว้ ย ปจั จัยทางภมู ิศาสตร์( ภมู ิประเทศ ภมู ิอากาศ ทรัพยากร) และปัจจยั ทาง สังคม (ความเจริญทางเทคโนโลยี เชือ้ ชาติ ศาสนา ความเช่ือ การคมนาคม ความปลอดภัย ) ศกึ ษาและ เปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกต่าง ของขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวฒั นธรรมของชุมชนตนเอง และชุมชนใกล้เคียง ในเร่ืองความเชื่อและการนบั ถอื ศาสนา อาหาร ภาษาถ่ิน การแต่งกาย โดยใชท้ กั ษะ การอา่ น การสอบถาม การสงั เกต การสำรวจ การฟัง การสรุปความ เพื่อใหเ้ กดิ ความเข้าใจและภมู ใิ จ ในชุมชนของตนเอง ยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม เขา้ ใจพัฒนาการของชุมชน สามารถดำเนิน ชวี ิตอย่รู ว่ มกันในสงั คมได้อย่างสนั ติสุข ร่วมอนรุ กั ษ์สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรม ไทย ศกึ ษาพระราชประวัตแิ ละพระราชกรณยี กิจ โดยสงั เขปของพระมหากษตั ริยผ์ ูส้ ถาปนาอาณาจกั ร สุโขทัย อยธุ ยา ธนบรุ ี และรตั นโกสนิ ทร์ ตามลำดับ ได้แก่ พ่อขุนศรอี นิ ทราทิตย์ สมเดจ็ พระรามาธิบดี ท่ี ๑ (พระเจา้ อู่ทอง) สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช และพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลก มหาราช ศกึ ษาพระราชประวตั ิและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าหวั อยู่ภูมพิ ลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ นี าถโดยสงั เขป และศึกษาวีรกรรมของบรรพบุรษุ ไทยทมี่ ีส่วนปกป้อง ประเทศชาติ ไดแ้ ก่ สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ท้าวเทพกระษัตรี – ทา้ วศรสี ุนทร ชาวบา้ นบางระจัน พระ ยาพชิ ัยดาบหกั ท้าวสุรนารี เปน็ ต้น โดยใชท้ กั ษะการอ่าน และสอบถาม การฟัง การสรปุ ความ การเขียน หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
51 การเลา่ เรื่อง เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย เกิดความรัก ความภมู ใิ จและเหน็ แบบอยา่ งการ เสียสละเพ่ือชาติ และธำรงความเปน็ ไทย มาตรฐานการเรียนรู้/ระดบั ชั้น/ตัวชีว้ ัด ส ๔.๑ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ , ป ๓/๓ ส ๔.๒ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ ส ๔.๓ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ , ป ๓/๓ รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวชีว้ ดั หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์๔ 52 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ศกึ ษาความหมาย วธิ ีการนบั และการใชช้ ว่ งเวลาเป็นทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑ์ การแบ่งยุคสมยั ในทางประวตั ิศาสตร์ของมนษุ ยชาติทแ่ี บง่ เป็นสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตรแ์ ละสมัยประวตั ิศาสตร์ รวมทัง้ ช่วงสมัยในการศึกษาประวัติศาสตรไ์ ทย สมัยก่อนสุโขทยั สมัยสุโขทยั สมัยอยธุ ยา สมยั ธนบุรี และ สมยั รัตนโกสนิ ทร์ ตัวอย่างการใช้ชว่ งเวลาในเอกสารตา่ ง ๆ โดยใชท้ กั ษะการอ่าน การสำรวจ การ วิเคราะห์ การคำนวณ เพื่อใหใ้ ชช้ ่วงเวลาในการบอกเลา่ เรื่องราวไดถ้ ูกต้อง และเข้าใจเหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ข้ึน ตามช่วงเวลาท่ีปรากฏในเอกสารทางประวตั ศิ าสตร์ ศึกษา ลักษณะสำคญั และเกณฑ์การจำแนกหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ทีใ่ ชใ้ นการศึกษาความ เปน็ มาของท้องถ่ิน อยา่ งงา่ ย ๆ ตวั อยา่ งของหลักฐานที่พบในทอ้ งถนิ่ ทั้ง หลกั ฐานชั้นตน้ กับชน้ั รอง หลกั ฐาน ท่เี ปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร กบั ไม่เป็น ลายลกั ษณอ์ ักษร โดยใช้ทักษะการสำรวจ การวิเคราะห์ การตรวจสอบ ขอ้ มลู การจำแนก การตีความ เพ่ือฝกึ ทักษะการสืบคน้ ข้อมูลดว้ ยวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ ใชห้ ลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ในการศึกษาปจั จัย การตั้งถิ่นฐานและพฒั นาการของมนุษยชาตใิ น สมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ในดนิ แดนไทยโดยสังเขป การก่อตั้งอาณาจกั รโบราณใน ดินแดนไทย ไดแ้ ก่ ทวารวดี ศรวี ิชัย ตามพรลงิ ค์ เปน็ ต้น โดยใชท้ ักษะการสำรวจ การวิเคราะห์ การ ตีความ การสรุปความ เพ่ือใหเ้ ข้าใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตทิ ่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างตอ่ เนือ่ งจากอดีต จนถึงปจั จบุ นั ศึกษาประวตั ิศาสตร์เป็นมาของชาติไทยในสมยั สโุ ขทัยโดยสงั เขป ในเรือ่ งเกย่ี วกับการสถาปนา อาณาจักร พัฒนาการทางการเมอื งการปกครอง เศรษฐกิจ ประวัติและผลงานของบคุ คลสำคัญ ไดแ้ ก่ พ่อ ขนุ ศรีอินทราทิตย์ พ่อขนุ รามคำแหงมหาราช พระมหาธรรมราชาท่ี ๑ (พระยาลิไทย) และภูมิปัญญาไทยใน สมัยสุโขทัยทน่ี า่ ภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นผลใหอ้ ทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ในสโุ ขทยั และศรสี ชั นาลยั ได้รบั การยกย่องเปน็ มรดกโลก โดยใช้ทักษะการอ่าน การสำรวจ การสืบคน้ การวเิ คราะห์การตีความ เพ่อื เข้าใจความเปน็ มา ของชาติไทยในสมัยสุโขทัย รวมท้ังวัฒนธรรมไทย ภูมปิ ัญญาไทย และบุคคลสำคัญในสมยั สุโขทัย เกิด ความรกั และความภมู ิใจในความเป็นไทย ตระหนกั ถึงความพากเพยี รพยายามของบรรพบุรษุ ไทยท่ีได้ ปกปอ้ ง และสร้างสรรค์ความเจริญใหบ้ ้านเมือง ตกทอดเปน็ มรดกทางวฒั นธรรมสืบตอ่ ถึงปัจจุบนั มาตรฐานการเรียนรู้/ระดับชั้น/ตวั ชีว้ ัด ส ๔.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓ ส ๔.๒ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ ส ๔.๓ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓ รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชีว้ ดั หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
ส ๑๕๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์๕ 53 ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม เวลา 40 ชั่วโมง สืบคน้ ความเป็นมาของทอ้ งถน่ิ โดยใช้หลกั ฐานหลากหลาย ดว้ ยการตง้ั ประเด็นคำถามทาง ประวัตศิ าสตร์ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับท้องถ่ิน ความเป็นมาของชอ่ื หมบู่ า้ น ชอื่ ตำบล ชอ่ื ถนน ความเปน็ มาของ สถานท่ีสำคัญ ความเปน็ มาของขนบธรรมเนียมประเพณีในท้องถ่นิ รู้จกั แหล่งข้อมลู หลกั ฐานทาง ประวตั ศิ าสตรท์ ี่อยู่ในท้องถิ่น สามารถรวบรวมข้อมูลจากหลักฐานท่เี ก่ยี วข้อง รจู้ กั วิเคราะหต์ รวจสอบข้อมลู อยา่ งง่ายๆ เขา้ ใจความแตกตา่ งระหวา่ งความจริงกบั ข้อเทจ็ จริงทป่ี รากฏในข้อมลู จากหลักฐานตา่ ง ๆ แยกแยะความคิดเหน็ กบั ข้อเท็จจรงิ ทอี่ ยู่ในข้อมลู ได้ โดยใชท้ ักษะการสังเกต การสอบถาม การสำรวจ การ เปรียบเทียบ การวเิ คราะห์ การเช่อื มโยง และการสงั เคราะห์อย่างงา่ ย ๆ เพอ่ื ฝกึ ฝนทักษะวธิ กี ารทาง ประวัติศาสตร์วเิ คราะห์เหตกุ ารณท์ ีเ่ กิดขึ้นในทอ้ งถนิ่ อย่างเปน็ ระบบ สามารถใชข้ ้อมลู ขา่ วสารได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพ ศึกษาการเข้ามาและอิทธพิ ลของอารยธรรมอินเดยี และจีน ในดนิ แดนไทยและภมู ภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้โดยสังเขป ไดแ้ ก่ การปกครอง การนบั ถือศาสนา ความเช่ือ วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา อาหาร และการแตง่ กาย ศึกษาอิทธพิ ลของวัฒนธรรมตา่ งชาติ ท้ังตะวันตกและตะวนั ออกท่ีมตี ่อสงั คมไทย ในปจั จุบนั โดยสังเขป โดยใชท้ ักษะการอา่ น การสืบค้นข้อมูล การสงั เกต การเปรยี บเทียบ การวิเคราะห์ การเชือ่ มโยง เพอื่ ใหเ้ กิดความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยในสังคมปจั จุบนั และวัฒนธรรมของประเทศเพ่อื น บ้านในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ทีม่ ีทั้งความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่าง เพื่อใหเ้ กดิ การยอมรบั ใน ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมและอย่รู ่วมกันได้อย่างสันตสิ ุข ศกึ ษาพฒั นาการของอาณาจักรอยุธยา และธนบุรี ในเร่อื งเกีย่ วกับการสถาปนาอาณาจกั ร ปจั จัยท่ี ส่งเสริมความเจรญิ รุง่ เรืองทางเศรษฐกจิ และการปกครอง พัฒนาการทางการเมอื งการปกครอง และเศรษฐกจิ โดยสงั เขป ประวัตแิ ละผลงานบคุ คลสำคัญในสมัยอยธุ ยาและธนบรุ ี ไดแ้ ก่ สมเด็จพระรามาธบิ ดีที่ ๑ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณม์ หาราช ชาวบา้ นบางระจนั สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช และภูมปิ ญั ญาไทยในสมยั อยุธยา และธนบรุ ี ทนี่ ่าภาคภมู ิใจ ควรคา่ แก่การ อนรุ ักษ์ไว้ ซง่ึ เป็นผลใหพ้ ระนครศรีอยุธยาไดร้ บั การยกยอ่ งเปน็ มรดกโลก ได้แก่ ทางด้าน ศลิ ปกรรม วรรณกรรม และการคา้ โดยใช้ทกั ษะการอ่าน การสบื ค้นขอ้ มลู การเช่ือมโยง การวเิ คราะห์ การอธบิ าย การสรปุ ความ การเรยี งความ เพ่ือใหเ้ กิดความรักและภาคภมู ใิ จในความเป็นชาตไิ ทย ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ท่จี ะธำรงรกั ษาความเปน็ ไทยสืบต่อไป มาตรฐานการเรยี นรู้/ระดบั ช้ัน/ตวั ชวี้ ดั ส ๔.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓ หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
54 ส ๔.๒ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ ส ๔.๓ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓ , ป ๕/๔ รวม ๓ มาตรฐาน ๙ ตัวช้วี ัด หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560)
ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์๖ 55 ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เวลา ๔๐ ชั่วโมง ศึกษาความหมายและความสำคญั ของวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์อย่างง่าย ๆ และใชว้ ิธีการทาง ประวัตศิ าสตร์ในการศึกษาเรื่องราว หรือเหตกุ ารณส์ ำคญั ตามลำดับขนั้ ตอนอย่างเป็นระบบ ไดแ้ ก่ การต้ัง ประเดน็ ศึกษาเรื่องราวท่ตี นสนใจ การสำรวจแหล่งขอ้ มูลท่ีเก่ยี วข้อง การรวบรวมข้อมลู จากหลักฐานที่ หลากหลาย การวเิ คราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมลู การตีความ การเรยี บเรียงและนำเสนอความร้ทู ่ีคน้ พบ ไดอ้ ยา่ งนา่ สนใจ โดยใช้ทกั ษะ การสำรวจ การอ่าน การเปรยี บเทยี บ การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การ อธบิ าย การสรุปความ การเขยี นเรยี งความ การจัดทำโครงงานและการจัดนทิ รรศการ เพ่อื ฝึกทักษะการ สืบค้นเหตุการณ์สำคัญด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ ศึกษาสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบันโดยสงั เขป เชอื่ มโยง และ เปรียบเทยี บกบั ประเทศไทย ศกึ ษาความเปน็ มา และความสัมพันธข์ องกลุ่มอาเซียนโดยสงั เขป โดยใชท้ ักษะ การอ่าน การสำรวจ การเปรยี บเทียบ การวิเคราะห์ เพ่ือใหเ้ ข้าใจพัฒนาการของประเทศเพอ่ื นบา้ นทม่ี ี ความสัมพนั ธก์ บั ประเทศไทย เกดิ ความเข้าใจอันดรี ะหวา่ งประเทศ ยอมรับความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม และอยรู่ ่วมกันได้อย่างสนั ตสิ ุข ศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ความเปน็ มาของชาตไิ ทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ในเร่ืองเกยี่ วกับการสถาปนา อาณาจักร ปัจจัยทีส่ ง่ เสรมิ ความเจริญรงุ่ เรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางดา้ นตา่ ง ๆ โดยสังเขป ผลงานของบุคคลสำคญั ไดแ้ ก่ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช สมเดจ็ พระ บวรราชเจา้ มหาสรุ สิงหนาท พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั และภมู ปิ ัญญาไทยที่สำคัญท่นี ่า ภาคภมู ใิ จ ควรค่าแก่การอนรุ ักษ์ไว้ โดยใช้ทักษะการอา่ น การสืบค้นข้อมลู การเชื่อมโยง การวเิ คราะห์ เพอ่ื ให้เกดิ ความรกั และภาคภูมใิ จในความเปน็ ชาตไิ ทย ตระหนกั ถงึ ความพากเพยี รพยายามของ บรรพ บุรุษท่ีได้ปกป้อง และสร้างสรรคค์ วามเจริญใหบ้ า้ นเมืองตกทอดเปน็ มรดกทางวัฒนธรรมสบื ตอ่ ถึงปัจจบุ นั มาตรฐานการเรียนร/ู้ ระดบั ช้ัน/ตวั ชี้วดั ส ๔.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ ส ๔.๒ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ ส ๔.๓ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ , ป ๖/๓, ป ๖/๔ รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวชว้ี ดั หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
56 คำอธิบายรายวชิ า กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศกึ ษา และพลศึกษา หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
57 พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ๑ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา เวลา 4๐ ช่ัวโมง รเู้ ขา้ ใจธรรมชาติการเจริญเติบโต การพฒั นาการของมนษุ ย์ อธิบายหนา้ ท่ีของอวยั วะภายนอกดแู ล รักษา เห็นคุณคา่ ความรักความผูกพัน ชน่ื ชอบภูมิใจในตนเอง ทง้ั สมาชิกในครอบครัว รเู้ ข้าใจความแตกตา่ ง ระหว่างเพศหญิง-ชาย มีทักษะในการดำเนินชวี ติ การเคลื่อนไหวทางกายสอดคล้องกับอุปกรณป์ ระกอบ กจิ กรรม การเลน่ เกมกีฬา มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจ จิตวิญญาณ เสรมิ สรา้ งสขุ ภาพ สมรรถภาพ มี ความสามารถปฏิบัติตามสขุ บัญญตั ิ ปฏบิ ตั ติ นตามคำแนะนำ การเจ็บป่วยของตนเอง หลกี เล่ียงพฤติกรรม ปัจจัยเส่ียง ต่อสุขภาพ อบุ ัติเหตุ การใช้ยา สารเสพตดิ ความรนุ แรง การพดู ทา่ ทาง ขอความชว่ ยเหลอื การ เกดิ เหตุรา้ ย ท่จี ะเกิดข้นึ ทง้ั ท่บี า้ นทีโ่ รงเรียน มคี วามสามารถในการปอ้ งกันดแู ล รกั ษา การตัดสินใจ และการแกป้ ัญหาง่ายๆ ของตนเอง และ ครอบครวั มีความนยิ มท่ีดี มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม มจี ิตสำนึก ตอ่ การดำเนินชีวิตตามธรรมชาตสิ อดคล้องกับ ชวี ติ ประจำวนั รู้เข้าใจเห็นคุณค่าของการเลน่ เกมสก์ จิ กรรมกีฬาพน้ื บ้าน นันทนาการ การทอ่ งเทย่ี ว อาหารพืน้ บา้ น ปฏิบัติตนเก่ียวกับการเจบ็ ป่วยโรคในหมู่บา้ นนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิด ประโยชนโ์ ดยใชว้ ธิ ีการของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กบั ชีวิตประจำวนั ได้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตวั ชว้ี ัด พ ๑.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ พ ๒.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓ พ๓.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ พ๓.๒ ป๑/๑ , ป๑/๒ พ๔.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓ พ๕.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓ รวม ๖ มาตรฐาน ๑๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
58 พ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ๒ คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา เวลา 4๐ ช่ัวโมง รเู้ ขา้ ใจธรรมชาตกิ ารเจรญิ เติบโต เห็นคุณคา่ ของตนเอง ครอบครวั เพศศกึ ษา มที ักษะในการ ดำเนินชวี ติ การเคล่ือนไหว การออกกำลังกาย การเล่มเกมกฬี าไทยสากล มีน้ำใจนักกีฬา มีจติ วญิ ญาณ การ สรา้ งสขุ ภาพ สมรรถภาพ การป้องกันโรค หลีกเลี่ยงสารเสพติด การใชย้ า การเกิดอบุ ตั เิ หตุ ความรุนแรง มี ความปลอดภยั ในชวี ิต ดแู ลรักษาอวยั วะภายใน รหู้ น้าท่บี ทบาทของตนเอง สมาชกิ ในครอบครัว เพ่ือน เข้า ใจความแตกตา่ งเพศหญิงเพศชาย มคี วามภมู ใิ จในเพศตนท้ังหญิงชาย การเลน่ เกม กีฬา การเคลื่อนไหว ร่างกายอาศัยอุปกรณไ์ ดด้ ว้ ยตนเอง กล่มุ อย่างสนุกสนาน ตามกฎ กตกิ า มวี นิ ยั ในการเลือกอาหารทมี่ ี ประโยชน์ การมีสขุ ภาพดี การดูแลการเกิดอุบัติเหตุ การเจ็บปว่ ย บาดเจ็บ การใช้ยา เลย่ี งสารเสพตดิ ความ รนุ แรง ปฏิบตั ิตนตามสญั ลกั ษณ์ พฤติกรรมเส่ยี งได้อย่างปลอดภัย รู้เขา้ ใจหนา้ ที่ การดูแล เสริมคณุ คา่ ตนเอง สงั คม ครอบครัว เพ่อื น การมีพฤติกรรมกอ่ ใหเ้ กิดความมี สขุ ภาพกาย การอยู่รว่ มกัน การเสรมิ สรา้ งสขุ ภาพดี การดแู ล เกิดการเจบ็ ปว่ ย อุบตั ิเหตุเบ้ืองต้น มีค่านยิ มมี คณุ ธรรม ในการดำเนินชีวติ สอดคล้องกบั ธรรมชาติ ชว่ ยใหม้ คี วามปลอดภัยในชีวติ ร้เู ข้าใจเห็นคุณคา่ ของการเล่นเกมสก์ จิ กรรมกีฬาพืน้ บา้ น นันทนาการ มีกฎระเบียบกตกิ า มีความรู้ ความเขา้ ใจการท่องเทีย่ ว อาหารพ้นื บา้ น ปฏบิ ัตติ นเกีย่ วกับการเจบ็ ปว่ ยโรคในหมบู่ ้านรู้จกั ชอื่ และอาการของ โรคนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกจิ พอเพยี งและ สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กบั ชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด พ ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓ พ ๒.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔ พ๓.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ พ๓.๒ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ พ๔.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕ พ๕.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕ รวม ๖ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชว้ี ัด หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560)
59 พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาฯ๓ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา เวลา 4๐ ช่ัวโมง เข้าใจลกั ษณะการเจริญเตบิ โต ความแตกต่าง สัมพันธ์ ภาพในครอบครัว กลมุ่ เพื่อน สร้าง สมั พันธภาพ หลกี เล่ยี งพฤติกรรมนำไปส่า การลว่ งละเมดิ ทางเพศ มกี ารควบคมุ การเคลอื่ นไหวของร่างกาย ทำ อยู่กบั ท่ี และรอบทศิ ทาง การใช้อุปกรณ์ในการออกกำลงั กาย การเล่นเกม กีฬา ปฏบิ ัตติ นอย่างสม่ำเสมอ มี วนิ ัย มคี วามถนัด รจู้ ักจุดเด่นจุดดอ้ ยของตนเอง รู้เขา้ ใจการละเล่นกฬี าพ้ืนเมือง อธิบายการป้องกนั การ แพรก่ ระจายของโรค การเลือกอาหารตามสดั ส่วนร้วู ธิ ปี อ้ งกันโรค เข้าใจวธิ ีการแปรงฟันได้อยา่ งถูกวธิ ี มคี วาม ปลอดภยั ในชีวิต ทั้งการขอความชว่ ยเหลือจากบุคคล เมื่อเกิดเหตรุ ้าย อบุ ตั ิเหตุ ทง้ั การใช้ยา เว้นสารเสพติด ลดความรุนแรง ทงั้ ทีบ่ า้ นและทีโ่ รงเรยี น ปฏิบัตติ นในการรเู้ ข้าใจอธบิ าย การเปล่ยี นแปลงของมนุษย์ ความแตกตา่ งทงั้ ร่างกาย อารมณใ์ ห้ เหมาะสมกับวัย การตดั สนิ ใจ แกป้ ัญหาง่ายๆ จากใกลต้ วั บ้าน โรงเรยี น มเี จตคติทด่ี ี มีคุณธรรม จิตสำนึก ความรับผิดชอบต่อตนเอง และผู้อืน่ รูเ้ ข้าใจวิธกี ารกจิ กรรมการเล่นกฬี าพน้ื บา้ น นันทนาการ การทอ่ งเที่ยว อาหารพนื้ บา้ น รวู้ ิธีรกั ษาการ เจ็บป่วยของโรคในตำบล ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บ กติกาของการเลน่ เกมสน์ ำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน สามารถนำ ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชนโ์ ดยใช้วธิ กี ารของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กับ ชวี ิตประจำวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด พ ๑.๑ ป. ๓/๑, ป.๓/๒, ป. ๓/๓ พ ๒.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓ พ๓.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒ พ๓.๒ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒ พ๔.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕ พ๕.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓ รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชว้ี ัด หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560)
60 พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ๔ คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 4๐ ช่ัวโมง รเู้ ข้าใจหนา้ ท่ีของอวยั วะตา่ งๆ เหน็ ความสำคัญของการทำงานของอวยั วะ สามารถป้องกันดแู ลอวัยวะ การเจริญเตบิ โต การเปลย่ี นแปลงทางดา้ นร่างกาย จติ ใจอารมณ์ สังคม และสติปัญญา รูว้ ิธีการแก้ไขปัญหา และการป้องกนั ปัญหาทเ่ี กิดข้ึน เขา้ ในบทบาทหนา้ ท่ขี องตนเองต่อครอบครวั เห็นคุณคา่ และความสำคญั ของ เพศชาย เพศหญงิ สามารถควบคุมตนเองและขณะปฏิบัติการเคล่อื นไหว กจิ กรรมทางกาย การกีฬา เลม่ เกม มีส่วนร่วมในกิจกรรมกฬี ากับชุมชน ปฏิบัตติ ามกฎกติกา รู้และเขา้ ใจการมสี ุขภาพทีด่ ี การป้องกนั โรค การ เลือกบรโิ ภคอาหาร อารมณแ์ ละความเครียด รูจ้ ักการใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ รแู้ ละเข้าใจในเร่ืองการ เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายเพอ่ื สุขภาพ การป้องกันหลกี เลีย่ งปัจจัยเสี่ยงท่ีเกิดจากอุบัตเิ หตุ ส่ิงเสพตดิ การ ปฐมพยาบาล จดั หมวดหมู่อวยั วะของรา่ งกายปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการเลน่ เกม กฬี าพื้นบา้ น ฝึกทดสอบกจิ กรรม ยดื หยนุ่ พน้ื ฐาน หลีกเลย่ี งปจั จยั เสย่ี งตอ่ สขุ ภาพ อบุ ัติภัย รู้ปฏิบตั ิตนการเล่นเกมกีฬาพื้นบ้านในระดับอำเภอ การทำอาหารพ้นื บ้าน รวู้ ิธีรักษาและปฏิบัติตน การเจบ็ ปว่ ยตามคำแนะนำ เลอื กแหล่งบริการสขุ ภาพที่เหมาะสม มีความรใู้ นการบริโภคอาหาร เลอื กซอ้ื เลือก บริโภคประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวันได้ สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์โดยใช้วิธกี ารของเศรษฐกิจ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กบั ชีวติ ประจำวนั ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั พ ๑.๑ ป.๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓ พ ๒.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓ พ๓.๑ ป. ๔/๑, ป.๔/๒ ป. ๔/๓, ป. ๔/๔ พ๓.๒ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒ พ๔.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓, ป.๔/๔ พ๕.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓ รวม ๖ มาตรฐาน ๑๙ ตวั ช้ีวัด หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
61 พ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาฯ๕ คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา เวลา 4๐ ช่ัวโมง รูเ้ ขา้ ใจในการทำงานของอวัยวะตา่ งๆ สุขอนามยั ทางเพศ การเปล่ียนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สตปิ ญั ญา รูแ้ ละเขา้ ใจเหน็ คุณค่าของชีวติ ครอบครัว มีทักษะในการดำเนินชวี ติ หลกั การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย เกมกีฬาไทยและกีฬาสากล รแู้ ละเขา้ ใจกลวิธกี ารรุกและการป้องกันการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ของตน การบรโิ ภคอาหารเพ่ือสุขภาพและความปลอดภัยจากปจั จยั เส่ยี งตอ่ สุขภาพตา่ งๆ ศกึ ษาค้นคว้าการ ทำงานของระบบอวัยวะสขุ ภาพทางเพศ การเปลีย่ นแปลงทางด้านรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สติปัญญา หลักของ การเคลือ่ นไหว การกีฬา การมีสุขภาพดี การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ การปฏิบตั ิควบคุมจนเองในการ เคล่อื นไหว การเข้าร่วมกจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม ออกกำลังกาย การเการพกฎ กติกา ความมนี ้ำใจเป็น นักกีฬา การอภิปรายและการรายงานผลการปฏบิ ัติกจิ กรรมวดั ประเมินผลโดยการสังเกตพฤติกรรมทดสอบ ความรู้ ทดสอบการเลน่ กีฬา เขา้ ใจกฎ กติกา กีฬาพนื้ บ้านในระดบั จังหวัดเห็นประโยชน์ของการเล่นเกม รู้อนรุ กั ษ์การทำอาหาร พ้นื บ้านป้องกันการเจบ็ ป่วย เลอื กแหลง่ บริการสขุ ภาพ เลือกกจิ กรรมทศั นศกึ ษาการพักผ่อนเขา้ ใจเก่ียวกบั วธิ ีการปฏบิ ตั ติ นใหม้ ีความรู้ความเข้าใจนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน สามารถนำความรไู้ ปใชใ้ ห้เกิด ประโยชนโ์ ดยใช้วิธกี ารของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใชก้ ับชีวติ ประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด พ ๑.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒ พ ๒.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓ พ ๓.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕, ป. ๕/๖ พ ๓.๒ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔ พ ๔.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕ พ ๕.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕ รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชี้วดั หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
62 พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ๖ คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา เวลา 4๐ ช่ัวโมง ร้เู ข้าใจในการทำงานของอวยั วะตา่ งๆ ของร่างกาย สขุ อนามยั ทางเพศ การพัฒนาการ ของวัย แรกร่นุ การเปลยี่ นแปลงทางดา้ นรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สติปญั ญา และจิตวญิ ญาณในวัยแรกรุ่น ชีวติ ครอบครวั หลักการเคลอ่ื นไหว การออกกำลังกาย เกมกีฬาไทย กีฬาสากล กลวิธีการรกุ การป้องกัน และ เสรมิ สร้างสุขภาพท่ีดี สมรรถภาพ การปอ้ งกันการเกดิ โรค การปฐมพยาบาลเบ้อื งต้นเมื่อเกิดอุบตั ิเหตศุ กึ ษา ค้นควา้ การทำงานของระบบอวยั วะ การเปล่ยี นแปลงทางด้านรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สติปัญญา จติ วญิ ญาณ ในวัยแรกรนุ่ หลักของการเคล่ือนไหว ความมสี ุขภาพดี ปฏิบัติการเคลื่อนไหว ความมสี ุขภาพดี การปฏิบัติการ เคล่ือนไหวอยู่กับที่ เคลอื่ นที่ การบังคับส่งิ ของ การเข้าร่วมเลน่ กจิ กรรมทางกาย เกมกีฬา การเการพกฎกติกา ทา่ ยดื หยนุ่ พนื้ ฐาน ปฏิบัติท่าทดสอบสมรรถภาพทางกาย อภิปรายรายงานผล การฝกึ ปฏบิ ัติกิจกรรมสงั เกต พฤติการณแ์ ละความสนใจในการฝึก ปฏบิ ัติกิจกรรม ทดสอบความรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับระบบการทำงานของ อวยั วะ การพัฒนาการของวัยรุ่น การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคมวยั รนุ่ ชวี ติ ครอบครวั สงั เกตการเคลื่อนไหวการออกกำลงั กายการเล่นกีฬา เข้าใจการเลน่ เกมกฬี าพ้ืนบา้ น กฎกติการะดบั จงั หวัด ร้ปู ระโยชนข์ องการเลน่ ปฏบิ ัติตนในการ อนุรกั ษ์อาหารพืน้ บ้าน วิธีการทำ ปฏบิ ัตติ นปอ้ งกันการเจ็บปว่ ย การรกั ษา การแนะนำ การปอ้ งกันโรค เลือก แหล่งบรกิ ารสุขภาพในท้องถ่ินไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เลือกปฏบิ ัตกิ ิจกรรมในการบรโิ ภคอาหาร สามารถนำความรู้ ไปใช้ให้เกิดประโยชนโ์ ดยใช้วิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชีวิตประจำวันได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั พ ๑.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒ พ ๒.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒ พ ๓.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔, ป. ๖/๕ พ ๓.๒ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔, ป. ๖/๕, ป. ๖/๖ พ ๔.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔ พ ๕.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓ รวม ๖ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชว้ี ัด หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
63 คำอธบิ ายรายวิชา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
64 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา 40 ช่ัวโมง อภปิ ราย บอก มีทักษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ทอ่ ง เลา่ เลยี นแบบ แสดง เก่ยี วกบั รปู รา่ ง ลกั ษณะ และขนาดของส่งิ ต่าง ๆ รอบตัวในธรรมชาติ และสง่ิ ท่มี นษุ ยส์ ร้างขนึ้ ความรูส้ ึกทม่ี ตี ่อธรรมชาติ และ สิ่งแวดลอ้ มรอบตวั สงิ่ แวดล้อมในหมู่บ้าน มพี น้ื ฐานในการใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์สรา้ งงานทัศนศิลป์โดยการทดลอง ใชส้ ี ด้วยเทคนคิ งา่ ย ๆวาดภาพระบายสีภาพธรรมชาติตามความรสู้ กึ ของตนเองงานทัศนศลิ ปใ์ นชวี ติ ประจำวัน ส่งิ ต่าง ๆสามารถกอ่ กำเนิดเสียง ทแ่ี ตกต่างกัน ลกั ษณะของเสียงดงั -เบา และความชา้ - เรว็ ของจังหวะ บท กลอน รอ้ งเพลงงา่ ย ๆ มีส่วนร่วมใน กิจกรรมดนตรีอย่างสนกุ สนานความเกีย่ วขอ้ งของเพลงทีใ่ ช้ใน ชีวิตประจำวัน เพลงในทอ้ งถ่ิน สิ่งท่ชี ่ืนชอบในดนตรที ้องถ่ิน เครือ่ งดนตรีจากพืชและสัตว์ในหมูบ่ า้ น การ เคลอื่ นไหว ทา่ ทางงา่ ย ๆ เพื่อสอื่ ความหมาย แทนคำพดู สงิ่ ทต่ี นเองชอบ จากการดหู รือร่วมการแสดง เล่น การละเลน่ ของเด็กไทย รู้ เข้าใจ เห็นคุณค่า ช่นื ชม เกีย่ วกบั รปู ร่าง ลกั ษณะ และขนาดของสิ่งต่าง ๆ รอบตวั ใน ธรรมชาติ และสงิ่ ที่มนษุ ยส์ รา้ งขึ้น ความรสู้ ึกท่ีมตี ่อธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั สิง่ แวดลอ้ มในหมบู่ ้าน มี พน้ื ฐานในการใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์สรา้ งงานทัศนศลิ ป์โดยการทดลองใช้สี ดว้ ยเทคนคิ ง่าย ๆวาดภาพระบายสีภาพ ธรรมชาตติ ามความรู้สกึ ของตนเองงานทัศนศลิ ป์ในชวี ติ ประจำวัน ส่งิ ตา่ ง ๆสามารถก่อกำเนิดเสยี ง ทแ่ี ตกต่าง กัน ลักษณะของเสยี งดัง-เบา และความชา้ - เรว็ ของจังหวะ บทกลอน ร้องเพลงง่าย ๆ มีส่วนรว่ มใน กิจกรรมดนตรีอยา่ งสนุกสนานความเกี่ยวข้องของเพลงทใี่ ช้ในชีวติ ประจำวัน เพลงในท้องถนิ่ เครื่องดนตรจี าก พชื และสตั ว์ในหมู่บ้าน สง่ิ ที่ช่ืนชอบในดนตรที ้องถ่ิน การเคลอ่ื นไหว ท่าทางง่าย ๆเพือ่ สื่อความหมาย แทน คำพูด สิง่ ทีต่ นเองชอบ จากการดหู รือรว่ มการแสดง เลน่ การละเล่นของเด็กไทย รกั และมุ่งมัน่ ในการทำงาน สามารถนำความรู้ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์โดยใชว้ ิธีการของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใชก้ บั ชวี ิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั ศ ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕ ศ ๑.๒ ป.๑/๑ ศ ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕ ศ ๒.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ ศ ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ ศ ๓.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตัวชวี้ ดั หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
65 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ๒ กลุ่มสาระการเรียนรูศ้ ิลปะ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา 40 ช่ัวโมง บรรยาย อภปิ ราย บอก มีทกั ษะ สรา้ ง วาดภาพ ระบุ ทอ่ ง เล่า เลียนแบบ แสดง จำแนก เคาะ ร้องเพลง เกีย่ วกับรปู ร่าง รูปทรงที่พบใน ธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อม ทัศนธาตุที่อยู่ในสงิ่ แวดลอ้ มและ งานทศั นศลิ ป์ โดยเนน้ เรื่องเส้น สี รปู ร่าง และรูปทรง ปนั้ สตั วช์ นิดต่างๆทม่ี ีในหม่บู ้าน งานทศั นศลิ ปต์ ่าง ๆ โดยใชท้ ัศนธาตุทีเ่ น้นเส้น รูปรา่ ง การใช้วัสดุ อุปกรณ์ สร้างงานทศั นศิลป์ ๓ มติ ิ ภาพปะติดโดยการตดั หรือฉกี กระดาษ ภาพปะตดิ ภาพสถานทีท่ ่องเท่ียวในตำบลปรกิ วาดภาพเพื่อถ่ายทอดเร่ืองราวเกยี่ วกับ ครอบครวั ของตนเอง และเพื่อนบา้ น รวมถึงเนื้อหาเรอ่ื งราว เป็นรปู แบบงานโครงสร้างเคลอื่ นไหว ความสำคญั ของงานทศั นศลิ ป์ ท่พี บเหน็ ในชวี ติ ประจำวนั งานทัศนศิลปป์ ระเภทต่าง ๆ ในทอ้ งถนิ่ โดยเนน้ ถงึ วิธีการสรา้ งงานและวัสดุอุปกรณ์ ทใ่ี ช้ แหลง่ กำเนดิ ของเสียงทไ่ี ด้ยนิ คุณสมบัติของเสยี ง สูง- ต่ำ , ดัง-เบา, ยาว-สน้ั ของดนตรี เคาะจงั หวะหรือเคล่ือนไหวรา่ งกายใหส้ อดคลอ้ งกับเนื้อหาของเพลงงา่ ย ๆ ท่เี หมาะสม กบั วัยความหมายและความสำคญั ของเพลงท่ไี ดย้ ิน ความสมั พันธ์ของเสียงรอ้ ง เสยี งเคร่อื งดนตรใี นเพลง ทอ้ งถน่ิ โดยใชค้ ำง่าย ๆ เคร่ืองดนตรใี นบ้านหนองคู ได้แก่ กลอง แคน ซงุ เข้าร่วมกจิ กรรมทางดนตรีใน ทอ้ งถนิ่ เคลือ่ นไหวขณะอยู่กับที่และเคล่อื นที่ ทีส่ ะท้อนอารมณ์ ของตนเองอยา่ งอสิ ระเลียนแบบท่าทาง สัตวใ์ นการรำ สัตว์ท่มี ีในบา้ นหนองคู ทา่ ทาง เพื่อส่อื ความหมาย แทนคำพูด แสดงท่าทางประกอบ จงั หวะอย่างสร้างสรรค์ มีมารยาทในการชมการแสดง เลน่ การละเลน่ พ้นื บ้าน เชือ่ มโยงสงิ่ ท่ีพบเห็นใน การละเลน่ พ้นื บ้านกับส่ิงทพ่ี บเหน็ ในการดำรงชวี ิตของคนไทย สง่ิ ทีช่ ่นื ชอบและภาคภมู ิใจ ในการละเลน่ พืน้ บา้ น รู้ เข้าใจ เห็นคุณค่า ช่ืนชม เกีย่ วกับรปู ร่าง รูปทรงท่ีพบใน ธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อม ทศั นธาตุ ท่ีอย่ใู นสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์ โดยเนน้ เรื่องเสน้ สี รปู ร่าง และรปู ทรง ปั้นสตั ว์ชนิดต่างๆทม่ี ีใน หมบู่ า้ น งานทศั นศิลปต์ ่าง ๆ โดยใชท้ ัศนธาตุทเ่ี น้นเสน้ รูปร่าง การใช้วัสดุ อปุ กรณ์ สรา้ งงานทัศนศิลป์ ๓ มติ ิ ภาพปะตดิ โดยการตัดหรอื ฉีกกระดาษ ภาพปะติดภาพสถานที่ท่องเทย่ี วในหมู่บ้านหนองคู วาดภาพ เพอ่ื ถ่ายทอดเรอื่ งราวเก่ยี วกบั ครอบครวั ของตนเอง และเพื่อนบา้ น รวมถึงเนื้อหาเรือ่ งราว เป็นรูปแบบงาน โครงสรา้ งเคล่ือนไหว ความสำคัญของงานทัศนศลิ ป์ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวนั งานทัศนศลิ ป์ประเภทต่าง ๆ ในทอ้ งถ่ิน โดยเน้นถึงวิธีการสรา้ งงานและวสั ดุอปุ กรณ์ ทใี่ ช้ แหล่งกำเนิด ของเสยี งท่ไี ด้ยนิ คณุ สมบตั ิของ เสียง สูง- ต่ำ , ดงั -เบา, ยาว-สนั้ ของดนตรี เคาะจงั หวะหรือเคล่ือนไหวร่างกายให้สอดคล้องกบั เน้ือหา หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
66 ของเพลงง่าย ๆ ทเ่ี หมาะสมกับวัยความหมายและความสำคญั ของเพลงทไ่ี ด้ยิน ความสัมพนั ธ์ของเสียงรอ้ ง เสยี งเคร่ืองดนตรใี นเพลงทอ้ งถ่ิน โดยใช้คำงา่ ย ๆ เครอ่ื งดนตรีในหมู่บ้านหนองคู ได้แก่ กลอง แคน ซงุ เข้า รว่ มกจิ กรรมทางดนตรใี นท้องถน่ิ เคลือ่ นไหวขณะอยู่กบั ท่ีและเคลื่อนท่ี ท่ีสะท้อนอารมณ์ ของตนเองอย่าง อิสระเลียนแบบทา่ ทางสตั ว์ในการรำ สัตวท์ ม่ี ใี นหมูบ่ ้านหนองคู ทา่ ทาง เพ่ือส่อื ความหมาย แทนคำพูด แสดงท่าทางประกอบจังหวะอยา่ งสร้างสรรค์ มีมารยาทในการชมการแสดง เล่นการละเลน่ พน้ื บา้ น เชื่อมโยงส่ิงทีพ่ บเห็นในการละเล่นพ้ืนบ้านกบั สิ่งที่พบเหน็ ในการดำรงชีวติ ของคนไทย สิ่งทชี่ ืน่ ชอบและ ภาคภูมใิ จ ในการละเลน่ พ้นื บ้าน รักและมุง่ ม่นั ในการทำงาน สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกดิ ประโยชนโ์ ดยใช้ วิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กับชีวติ ประจำวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ศ ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป.๒/๗ , ป.๒/๘ ศ ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ ศ ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ ศ ๒.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ ศ ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ ศ ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตัวช้ีวัด หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560)
67 คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา 40 ช่ัวโมง บรรยาย อภปิ ราย บอก มที กั ษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ทอ่ ง เลา่ เลยี นแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทียบ เคาะ ร้องเพลง เกีย่ วกบั รปู ร่าง รปู ทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม และงานทัศนศิลป์ วสั ดุ อปุ กรณ์ทีใ่ ชส้ รา้ งผลงาน เมื่อชมงานทัศนศิลป์ ทศั นธาตุของสิ่งตา่ ง ๆ ในธรรมชาติสงิ่ แวดลอ้ ม และงาน ทศั นศิลป์ โดยเนน้ เร่ืองเส้น สี รูปรา่ ง รปู ทรง และพ้ืนผิว วาดภาพ ระบายสสี ่งิ ของรอบตวั การวาด ภาพประเพณวี ฒั นธรรมในหมู่บา้ นและตำบลและวาดภาพเกี่ยวกบั เศรษฐกิจพอเพียงในครอบครวั การใช้ วัสดุ อุปกรณ์สรา้ งสรรค์ งานปัน้ ทอดความคิดความร้สู ึกจากเหตกุ ารณช์ วี ติ จริง โดยใชเ้ ส้น รูปรา่ ง รปู ทรง สี และพื้นผวิ เหตผุ ลและวิธีการในการสร้างงานทัศนศลิ ป์ โดยเน้นถงึ เทคนิคและวัสดุอปุ กรณ์ สิ่งทีช่ น่ื ชมและสง่ิ ทค่ี วรปรับปรุงในงานทศั นศิลป์ของตนเอง ภาพตามทัศนธาตุ ที่เนน้ ในงานทัศนศิลป์น้นั ๆ ลกั ษณะรูปรา่ ง รูปทรง ในงาน การออกแบบสงิ่ ตา่ ง ๆ ที่มีในบา้ นและโรงเรยี น ที่มาของงานทศั นศิลป์ ในท้องถ่นิ วสั ดุ อปุ กรณ์และวธิ ีการสรา้ งงานทัศนศิลป์ในท้องถ่ินรปู ร่างลักษณะของเคร่ืองดนตรี ที่เหน็ และได้ยนิ ใน ชวี ิตประจำวันเครือ่ งดนตรีในหมู่บา้ นหนองคู ได้แก่ กลอง แคน ซงุ รูปภาพหรือสัญลกั ษณ์แทนเสยี งและ จังหวะเคาะ บทบาทหน้าที่ของเพลงที่ไดย้ นิ ดนตรงี ่าย ๆ อารมณ์ของเพลงที่ฟัง เสียงดนตรี เสยี งขับร้อง ของตนเองและผอู้ ืน่ ดนตรีไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั หรือโอกาส ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม ลักษณะเด่นและ เอกลักษณ์ ของดนตรีในท้องถิ่น ความสำคญั และประโยชนข์ องดนตรีต่อการดำเนนิ ชีวติ ของคนในทอ้ งถ่นิ การ เคลอื่ นไหวในรปู แบบตา่ ง ๆในสถานการณส์ น้ั ๆ ท่าทางประกอบเพลง ตามรูปแบบนาฏศลิ ป์ บทบาทหน้าที่ ของผู้แสดงและผู้ชม กิจกรรมการแสดงทเ่ี หมาะสมกบั วยั ประโยชนข์ องการแสดงนาฏศิลปใ์ นชวี ติ ประจำวนั การแสดงนาฏศลิ ปท์ ีเ่ คยเหน็ ในท้องถนิ่ ส่ิงทเี่ ป็นลักษณะเด่นและเอกลักษณข์ องการแสดงนาฏศลิ ป์ ความสำคัญของการแสดงนาฏศลิ ป์ รู้ เข้าใจ เห็นคณุ ค่า ช่ืนชม เก่ียวกบั รูปรา่ ง รปู ทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงานทศั นศลิ ป์ วสั ดุ อุปกรณ์ทใี่ ชส้ รา้ งผลงาน เมือ่ ชมงานทัศนศิลป์ ทัศนธาตุของส่ิงต่าง ๆ ในธรรมชาตสิ ่ิงแวดลอ้ ม และ งานทัศนศลิ ป์ โดยเนน้ เร่อื งเส้น สี รูปร่าง รูปทรง และพื้นผวิ วาดภาพ ระบายสีส่งิ ของรอบตัว การวาด ภาพประเพณีวัฒนธรรมในหมู่บ้านและตำบลและวาดภาพเกี่ยวกบั เศรษฐกิจพอเพียงในครอบครวั การใช้ วสั ดุ อุปกรณส์ รา้ งสรรค์ งานปน้ั ทอดความคิดความร้สู ึกจากเหตุการณ์ชีวิตจรงิ โดยใชเ้ สน้ รปู รา่ ง รปู ทรง สี และพ้นื ผวิ เหตผุ ลและวธิ ีการในการสรา้ งงานทัศนศิลป์ โดยเนน้ ถงึ เทคนิคและวสั ดุอปุ กรณ์ ส่งิ ท่ีชื่นชมและสงิ่ ที่ควรปรบั ปรุงในงานทัศนศลิ ปข์ องตนเอง ภาพตามทัศนธาตุ ทเ่ี นน้ ในงานทศั นศิลป์น้ัน ๆ ลกั ษณะรูปรา่ ง รูปทรง ในงานการออกแบบสิ่งตา่ ง ๆ ทม่ี ใี นบ้านและโรงเรยี น ทีม่ าของงานทัศนศิลป์ ในทอ้ งถน่ิ วัสดอุ ุปกรณ์ และวิธีการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ในทอ้ งถ่ินรปู ร่างลักษณะของเครื่องดนตรี ทเ่ี ห็นและได้ยินในชวี ิตประจำวัน เครือ่ งดนตรีในหมู่บา้ นหนองคู ได้แก่ กลอง แคน ซุง รปู ภาพหรอื สญั ลักษณแ์ ทนเสยี งและจงั หวะเคาะ บทบาทหน้าท่ีของเพลงทไ่ี ด้ยิน ดนตรีงา่ ย ๆอารมณ์ของเพลงท่ีฟัง เสียงดนตรี เสียงขับรอ้ งของตนเองและ หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
68 ผู้อนื่ ดนตรีไปใช้ในชวี ติ ประจำวันหรือโอกาส ตา่ ง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ลักษณะเดน่ และ เอกลักษณ์ ของ ดนตรใี นทอ้ งถน่ิ ความสำคญั และประโยชนข์ องดนตรีต่อการดำเนนิ ชวี ติ ของคนในท้องถิ่นการเคลอื่ นไหวใน รปู แบบต่าง ๆในสถานการณ์สัน้ ๆ ท่าทางประกอบเพลง ตามรปู แบบนาฏศิลป์ บทบาทหน้าที่ของผ้แู สดงและ ผชู้ ม กจิ กรรมการแสดงทีเ่ หมาะสมกบั วัย ประโยชน์ของการแสดงนาฏศลิ ปใ์ นชวี ติ ประจำวนั การแสดง นาฏศิลปท์ เี่ คยเหน็ ในทอ้ งถนิ่ ส่งิ ที่เปน็ ลักษณะเด่นและเอกลกั ษณข์ องการแสดงนาฏศลิ ป์ ความสำคญั ของการ แสดงนาฏศลิ ป์รกั และมุง่ ม่นั ในการทำงาน สามารถนำความรู้ไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์โดยใช้วธิ กี ารของ เศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั ศ ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ ,ป.๓/๔ ,ป.๓/๕ , ป.๓/๖, ป.๓/๗ , ป.๓/๘ , ป.๓/๙ , ป.๓/๑๐ ศ ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ ศ ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗ ศ ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ ศ ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ ศ ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ชี้วดั หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
69 คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา 40 ชั่วโมง บรรยาย อภปิ ราย บอก มีทกั ษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ทอ่ ง เลา่ เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรยี บเทียบ เคาะ ร้องเพลง เกย่ี วกบั รปู ลักษณะของรูปร่าง รปู ทรงในธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม และงาน ทศั นศลิ ป์ อทิ ธิพลของสวี รรณะอ่นุ และสวี รรณะเยน็ ทม่ี ีตอ่ อารมณ์ของมนุษย์ ทศั นธาตุ ของสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม และงานทัศนศิลป์โดยเนน้ เร่ือง เส้น สี รูปรา่ ง รปู ทรง พื้นผวิ และพืน้ ที่ว่าง มี ทกั ษะพ้นื ฐานในการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์สร้างสรรคง์ านพิมพภ์ าพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดย เนน้ เร่ืองการจดั ระยะ ความลึก น้ำหนักและแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใช้สวี รรณะอุ่นและสีวรรณะ เยน็ ถ่ายทอดความรสู้ กึ และจินตนาการ ความคดิ ความร้สู ึกทถ่ี ่ายทอดผา่ นงานทศั นศลิ ป์ของตนเองและ บุคคลอนื่ วรรณะสีเพ่อื ถา่ ยทอดอารมณ์ ความรู้สกึ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ งานทัศนศลิ ป์ใน เหตกุ ารณ์ และงานเฉลมิ ฉลองของวัฒนธรรม ในทอ้ งถน่ิ และแหลง่ ท่องเที่ยวในอำเภอวารนิ ชำราบ งานทัศนศิลปท์ ่ีมา จากวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ประโยคเพลงอย่างงา่ ย ประเภทของเครอื่ งดนตรีที่ใชใ้ นเพลงที่ฟัง ทิศทางการ เคลอ่ื นท่ี ขึ้น – ลง งา่ ย ๆ ของทำนอง รูปแบบ จังหวะและความเร็วของจังหวะในเพลงท่ีฟงั โน้ตดนตรไี ทย และสากล ร้องเพลงโดยใชช้ ว่ งเสียงท่เี หมาะสมกบั ตนเองใช้และเก็บเครอ่ื งดนตรีอย่างถูกต้องและปลอดภัย ดนตรี สามารถใช้ในการส่ือเร่อื งราว แหล่ง ท่มี าและความสมั พนั ธ์ของวิถีชวี ิตไทย ทสี่ ะทอ้ นในดนตรี และเพลงท้องถนิ่ เพลงกล่อมเดก็ ในอำเภอวารินชำราบ ความสำคัญในการอนรุ กั ษส์ ง่ เสรมิ วัฒนธรรมทาง ดนตรี ทกั ษะพ้นื ฐานทางนาฏศิลปแ์ ละการละครท่ีใชส้ ่ือความหมายและอารมณภ์ าษาท่าและนาฏยศัพท์หรือ ศัพท์ทาง การละครง่าย ๆ ในการถา่ ยทอดเรื่องราว เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์ที่มีในอำเภอวารินชำ ราบตามรปู แบบของนาฏศิลป์ แสดง การเคลอ่ื นไหว ในจงั หวะตา่ ง ๆ ตามความคิดของตน แสดงนาฏศลิ ป์ เป็นคู่ และหมู่ สิ่งทีช่ อบในการแสดง โดยเน้นจดุ สำคัญของเรื่องและลักษณะเด่นของตัวละคร ประวตั ิความ เป็นมาของนาฏศลิ ป์ หรอื ชุดการแสดงอยา่ งง่าย ๆ การแสดงนาฏศลิ ปก์ บั การแสดงท่ีมาจากวัฒนธรรมอนื่ การแสดงของท้องถ่นิ ความสำคัญของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศลิ ป์ เหตผุ ลที่ ควรรักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศลิ ป์ รู้ เขา้ ใจ เหน็ คณุ คา่ ชื่นชม เกย่ี วกบั รปู ลักษณะของรปู ร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม และ งานทัศนศิลป์ อิทธพิ ลของสวี รรณะอุ่น และสีวรรณะเยน็ ทมี่ ีตอ่ อารมณข์ องมนุษย์ ทัศนธาตุ ของส่ิง ตา่ ง ๆ ในธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม และงานทัศนศลิ ป์โดยเน้นเรอื่ ง เสน้ สี รปู ร่าง รปู ทรง พืน้ ผวิ และพืน้ ที่ ว่าง มที กั ษะพน้ื ฐานในการใช้วสั ดุ อปุ กรณ์สรา้ งสรรคง์ านพิมพ์ภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของ ภาพโดยเน้นเรอ่ื งการจดั ระยะ ความลกึ น้ำหนกั และแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใชส้ วี รรณะอ่นุ และ สวี รรณะเย็น ถ่ายทอดความรู้สกึ และจินตนาการ ความคิดความรูส้ กึ ที่ถา่ ยทอดผ่านงานทศั นศิลป์ของตนเอง และบคุ คลอ่นื วรรณะสีเพื่อถา่ ยทอดอารมณ์ ความรู้สึกในการสร้างงานทัศนศลิ ป์ งานทัศนศลิ ป์ใน เหตุการณ์ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรม ในท้องถิน่ และแหลง่ ท่องเท่ยี วในอำเภอวารนิ ชำราบ งาน หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
70 ทัศนศิลปท์ ่ีมาจากวัฒนธรรมตา่ ง ๆ ประโยคเพลงอยา่ งง่าย ประเภทของเครอื่ งดนตรที ี่ใชใ้ นเพลงท่ีฟงั ทิศทางการเคล่ือนท่ี ข้นึ – ลง ง่าย ๆ ของทำนอง รปู แบบ จงั หวะและความเรว็ ของจงั หวะในเพลงที่ฟงั โนต้ ดนตรไี ทยและสากล รอ้ งเพลงโดยใชช้ ว่ งเสียงท่ีเหมาะสมกบั ตนเองใชแ้ ละเกบ็ เคร่ืองดนตรอี ย่างถูกต้องและ ปลอดภยั ดนตรี สามารถใช้ในการสื่อเรื่องราว แหลง่ ท่ีมาและความสัมพันธ์ของวิถีชวี ิตไทย ทีส่ ะทอ้ น ในดนตรแี ละเพลงท้องถิน่ เพลงกล่อมเด็กในอำเภอวารนิ ชำราบ ความสำคัญในการอนุรักษส์ ง่ เสริม วฒั นธรรมทางดนตรี ทักษะพื้นฐานทางนาฏศลิ ป์และการละครทใ่ี ชส้ อื่ ความหมายและอารมณ์ภาษาทา่ และ นาฏยศพั ท์หรือศัพทท์ าง การละครง่าย ๆ ในการถ่ายทอดเร่ืองราว เลียนแบบการเคล่ือนไหวของสตั วท์ ่ีมใี น อำเภอวารินชำราบตามรูปแบบของนาฏศลิ ป์ แสดง การเคลื่อนไหว ในจงั หวะตา่ ง ๆ ตามความคิดของตน แสดงนาฏศลิ ป์เป็นคู่ และหมู่ สิง่ ท่ีชอบในการแสดง โดยเน้นจดุ สำคญั ของเรอื่ งและลักษณะเด่นของตวั ละคร ประวตั ิความเป็นมาของนาฏศิลป์ หรอื ชุดการแสดงอย่างงา่ ย ๆ การแสดงนาฏศลิ ปก์ ับการแสดงที่มาจาก วฒั นธรรมอ่ืน การแสดงของท้องถิ่น ความสำคญั ของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดง นาฏศิลป์ เหตผุ ลที่ควรรกั ษาและสืบทอดการแสดงนาฏศิลป์ รกั และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน สามารถนำ ความรู้ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนโ์ ดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กับ ชีวติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั ศ ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘ , ป.๔/๙ ศ ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ ศ ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ ศ ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ ศ ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ ศ ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ชี้วดั หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
71 คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕ เวลา 40 ชั่วโมง บรรยาย อภปิ ราย บอก มที ักษะ สรา้ ง วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทยี บ เคาะ ร้องเพลง เกย่ี วกับเกี่ยวกบั จังหวะ ตำแหนง่ ของ สง่ิ ตา่ ง ๆ ทีป่ รากฏในส่งิ แวดลอ้ ม และ งานทศั นศิลป์ความแตกต่างระหว่างงานทัศนศิลป์ ที่สร้างสรรค์ด้วยวัสดุอุปกรณแ์ ละวธิ กี ารทตี่ ่างกัน เทคนคิ ของแสงเงา นำ้ หนกั และวรรณะสี การวาดภาพภมู ิศาสตร์ของสถานท่ีท่องเท่ยี วและประเพณีวฒั นธรรมใน อำเภอวารินชำราบและจังหวดั อุดรธานี งานปน้ั จาก ดินน้ำมันหรอื ดินเหนียวโดยเน้นการถ่ายทอดจนิ ตนาการ งานพิมพ์ภาพ โดยเนน้ การจัดวางตำแหนง่ ของสงิ่ ตา่ ง ๆ ในภาพ ปัญหาในการจัดองค์ประกอบศลิ ป์ และการ สอื่ ความหมายในงานทัศนศลิ ป์ของตนเอง และบอกวิธกี ารปรับปรุงงานใหด้ ขี ึน้ ประโยชน์และคณุ คา่ ของงาน ทศั นศลิ ป์ที่มผี ลตอ่ ชีวติ ของคน ในสงั คม เกี่ยวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศลิ ปใ์ นแหล่งเรียนรู้หรือ นทิ รรศการศลิ ปะ งานทัศนศิลปท์ ่ีสะท้อนวัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาในท้องถนิ่ องค์ประกอบดนตรใี น เพลงที่ใชใ้ นการสื่ออารมณ์ ลักษณะของเสียงขับรอ้ งและเคร่อื งดนตรที ี่อย่ใู นวงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ โนต้ ดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสยี ง เคร่อื งดนตรีทำจังหวะและทำนอง เพลงไทยหรือเพลงสากล หรอื เพลง ไทยสากลทเ่ี หมาะสมกับวัย ประโยคเพลงแบบถามตอบใชด้ นตรรี ่วมกบั กจิ กรรมในการแสดงออกตาม จนิ ตนาการความสมั พนั ธ์ระหวา่ งดนตรีกับประเพณีในวัฒนธรรมตา่ ง ๆ คุณคา่ ของดนตรที ่ีมาจาก วัฒนธรรมที่ต่างกัน องคป์ ระกอบนาฏศลิ ป์ ทา่ ทางประกอบเพลงหรอื เรื่องราวตามความคดิ ของตน แสดง นาฏศลิ ป์ โดยเนน้ การใช้ภาษาท่าและนาฏยศพั ท์ในการสื่อความหมายและการแสดงออกการรำรองเงง็ เลยี นแบบการเคล่ือนไหวของธรรมชาตทิ ี่มใี นจงั หวดั อดุ รธานี การเขยี นเค้าโครงเรอื่ งหรือบทละครสั้น ๆการ แสดงนาฏศลิ ปช์ ุดต่าง ๆประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทต่าง ๆ ของไทย ในแตล่ ะ ท้องถ่ิน แสดงนาฏศิลป์ นาฏศลิ ปพ์ ืน้ บ้าน ทส่ี ะท้อนถงึ วัฒนธรรมและประเพณี รู้ เขา้ ใจ เหน็ คณุ ค่า ช่ืนชม เกย่ี วกับจงั หวะ ตำแหน่งของ สง่ิ ตา่ ง ๆ ที่ปรากฏในสงิ่ แวดลอ้ ม และ งานทัศนศลิ ป์ ความแตกตา่ งระหวา่ งงานทัศนศิลป์ ท่ีสร้างสรรคด์ ้วยวสั ดุอุปกรณ์และวิธกี ารทต่ี ่างกนั เทคนิค ของแสงเงา น้ำหนกั และวรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตร์ของสถานทีท่ ่องเทย่ี วและประเพณีวฒั นธรรมใน อำเภอวารนิ ชำราบและจังหวดั อุดรธานี งานปน้ั จาก ดนิ น้ำมนั หรือดินเหนียวโดยเน้นการถ่ายทอดจนิ ตนาการ งานพิมพ์ภาพ โดยเน้นการจัดวางตำแหน่งของส่ิงตา่ ง ๆ ในภาพ ปัญหาในการจดั องค์ประกอบศิลป์ และ การสอื่ ความหมายในงานทศั นศิลป์ของตนเอง และบอกวธิ ีการปรบั ปรงุ งานให้ดีข้ึน ประโยชน์และคณุ คา่ ของ งานทัศนศลิ ป์ทม่ี ีผลตอ่ ชีวติ ของคนในสังคม เกย่ี วกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศลิ ป์ในแหล่งเรยี นรู้หรือ นทิ รรศการศลิ ปะ งานทัศนศิลปท์ สี่ ะท้อนวฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาในท้องถ่ิน องค์ประกอบดนตรใี นเพลงทใี่ ช้ ในการส่อื อารมณ์ ลกั ษณะของเสยี งขับร้องและเครื่องดนตรีทอ่ี ยใู่ นวงดนตรปี ระเภทต่าง ๆ โน้ตดนตรไี ทยและ สากล ๕ ระดบั เสยี ง เครื่องดนตรที ำจังหวะและทำนอง เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลท่ี เหมาะสมกับวัย ประโยคเพลงแบบถามตอบใช้ดนตรรี ่วมกับกจิ กรรมในการแสดงออกตามจินตนาการ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
72 ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งดนตรีกับประเพณใี นวฒั นธรรมตา่ ง ๆ คณุ คา่ ของดนตรที ่มี าจากวัฒนธรรมทต่ี า่ งกนั องคป์ ระกอบนาฏศลิ ป์ ท่าทางประกอบเพลงหรอื เรื่องราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป์ โดยเน้นการ ใช้ภาษาทา่ และนาฏยศพั ท์ในการส่อื ความหมายและการแสดงออกการรำ เลียนแบบการเคลอื่ นไหวของ ธรรมชาติทม่ี ีในจังหวัดอุดรธานี การเขยี นเคา้ โครงเรอ่ื งหรือบทละครส้นั ๆการแสดงนาฏศลิ ป์ชุดต่าง ๆ ประโยชน์ท่ไี ดร้ ับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทต่าง ๆ ของไทย ในแต่ละท้องถ่นิ แสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศลิ ป์พนื้ บ้าน ท่ีสะท้อนถึงวัฒนธรรมและประเพณีรกั และมุ่งมั่นในการทำงาน สามารถนำความรู้ไปใชใ้ ห้ เกิดประโยชน์โดยใช้วิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ต์ใชก้ บั ชวี ติ ประจำวันได้อยา่ ง ถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั ศ ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗ ศ ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ ศ ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/ ๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗ ศ ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ ศ ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/ ๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ ศ ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตวั ช้ีวัด หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
73 คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา 40 ชั่วโมง บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร้าง อา่ น เขยี น วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทียบ เคาะ รอ้ งเพลง เก่ียวกับ สีค่ตู รงข้าม และอภิปรายเกย่ี วกบั การใช้ สีคตู่ รงข้าม ในการ ถา่ ยทอดความคดิ และอารมณ์ หลักการจัดขนาดสัดส่วนความสมดุลในการสร้างงานทัศนศิลป์ งานทศั นศลิ ป์ จากรปู แบบ ๒ มิติ เป็น ๓ มติ ิ โดยใช้หลักการของแสงเงาและน้ำหนักงานป้ันโดยใช้หลักการเพิ่มและลด ปั้น แผนผังของโรงเรยี น งานทศั นศลิ ป์ โดยใช้หลักการของรูปและพืน้ ทวี่ า่ งใช้สีค่ตู รงข้ามหลักการจดั ขนาดสัดสว่ น และความสมดุล วาดภาพสถาปตั ยกรรมท่ีมใี นจังหวัดอดุ รธานี ทัศนศลิ ปเ์ ปน็ แผนภาพ แผนผัง และ ภาพประกอบ เพ่อื ถา่ ยทอดความคดิ หรอื เร่อื งราวเกีย่ วกับเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ บทบาทของงานทัศนศลิ ป์ที่ สะท้อนชีวติ และสังคม เกยี่ วกบั อทิ ธิพลของความเช่ือความศรทั ธาในศาสนาทม่ี ีผลต่องานทัศนศลิ ปใ์ นทอ้ งถน่ิ อทิ ธพิ ลทางวฒั นธรรมในท้องถิ่นท่ีมีผลต่อการสรา้ งงานทัศนศิลป์ของบคุ คล เพลงท่ีฟัง โดยอาศัย องค์ประกอบดนตรี และศัพท์สงั คีต ประเภทและบทบาทหนา้ ที่เครอื่ งดนตรีไทยและเครื่องดนตรีที่มาจาก วฒั นธรรมตา่ ง ๆ โนต้ ไทย และโนต้ สากลทำนองงา่ ย ๆ ใช้เครอ่ื งดนตรีบรรเลงประกอบการรอ้ งเพลงด้นสดท่ี มีจังหวะและทำนองง่าย ๆ ความร้สู ึกทมี่ ตี ่อดนตรี ทำนอง จงั หวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสยี งของ เพลงท่ีฟงั เรือ่ งราวของดนตรีไทยในประวตั ศิ าสตร์ ดนตรีท่มี าจากยุคสมัยท่ีต่างกัน อิทธพิ ลของวัฒนธรรม ตอ่ ดนตรใี นท้องถิ่น การเคลอ่ื นไหวและการแสดงโดยเน้นการถ่ายทอดลีลาหรืออารมณ์ เคร่อื งแต่งกาย หรอื อปุ กรณ์ประกอบการ แสดงนาฏศลิ ป์และการละคร อยา่ งง่าย ๆ ความร้สู ึกของตนเองท่มี ีตอ่ งานนาฏศลิ ป์ และการละครอยา่ งสร้างสรรค์ การแสดงความคดิ เหน็ ในการชมการแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างนาฏศลิ ปแ์ ละ การละครกบั ส่ิงทปี่ ระสบในชีวติ ประจำวันสง่ิ ทม่ี คี วามสำคัญต่อการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั จากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศลิ ป์และละคร รู้ เข้าใจ เห็นคณุ ค่า ช่ืนชม เก่ียวกบั สคี ู่ตรงข้าม และอภิปรายเก่ียวกับการใช้ สีคู่ตรงข้าม ในการ ถา่ ยทอดความคดิ และอารมณ์ หลกั การจดั ขนาดสัดส่วนความสมดลุ ในการสร้างงานทัศนศิลป์ งานทศั นศิลป์ จากรปู แบบ ๒ มิติ เปน็ ๓ มติ ิ โดยใช้หลักการของแสงเงาและนำ้ หนักงานปัน้ โดยใชห้ ลกั การเพ่ิมและลด ปั้น แผนผังของโรงเรยี น งานทัศนศิลป์ โดยใชห้ ลกั การของรปู และพื้นท่ีว่างใช้สีคู่ตรงข้ามหลักการจัดขนาดสดั ส่วน และความสมดุล วาดภาพสถาปตั ยกรรมทมี่ ใี นจังหวดั อุดรธานี ทัศนศิลป์เป็นแผนภาพ แผนผัง และ ภาพประกอบ เพอื่ ถา่ ยทอดความคิด หรือเรื่องราวเก่ียวกับเหตุการณ์ตา่ ง ๆ บทบาทของงานทัศนศลิ ป์ที่ สะท้อนชีวติ และสังคม เกย่ี วกบั อทิ ธิพลของความเช่ือความศรัทธาในศาสนาที่มผี ลต่องานทศั นศิลป์ในท้องถ่ิน อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ ทีม่ ีผลต่อการสร้างงานทัศนศลิ ป์ของบคุ คล เพลงทฟี่ ัง โดยอาศยั องค์ประกอบดนตรี และศัพท์สงั คตี ประเภทและบทบาทหน้าทเ่ี คร่ืองดนตรไี ทยและเครื่องดนตรที ่ีมาจาก วฒั นธรรมต่าง ๆ โนต้ ไทย และโนต้ สากลทำนองงา่ ย ๆ ใชเ้ คร่ืองดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงดน้ สดท่ี มีจงั หวะและทำนองง่าย ๆ ความรสู้ ึกทมี่ ีต่อดนตรี ทำนอง จงั หวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสยี งของ หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
74 เพลงที่ฟัง เร่ืองราวของดนตรไี ทยในประวตั ศิ าสตร์ ดนตรีทมี่ าจากยุคสมยั ทตี่ ่างกัน อิทธพิ ลของวฒั นธรรม ต่อดนตรใี นทอ้ งถ่นิ การเคล่ือนไหวและการแสดงโดยเน้นการถ่ายทอดลีลาหรืออารมณ์ เคร่ืองแต่งกาย หรือ อุปกรณ์ประกอบการ แสดงนาฏศิลปแ์ ละการละคร อยา่ งง่าย ๆ ความรู้สกึ ของตนเองทีม่ ตี ่องานนาฏศิลป์ และการละครอยา่ งสรา้ งสรรค์ การแสดงความคิดเหน็ ในการชมการแสดงความสัมพันธร์ ะหว่างนาฏศิลปแ์ ละ การละครกับส่งิ ท่ีประสบในชีวิตประจำวนั สิ่งทม่ี ีความสำคัญต่อการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร ประโยชน์ที่ไดร้ บั จากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร รกั และมุ่งมั่นในการทำงาน สามารถนำความรู้ไป ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์โดยใชว้ ิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชีวิตประจำวนั ได้อย่าง ถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ศ ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ ศ ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ ศ ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ ศ ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ ศ ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ ศ ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ รวม ๖ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ช้ีวดั หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
75 ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ฯ๑ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง บอก รู้ วธิ กี ารทำงาน ใชว้ สั ดุอุปกรณ์ และเครือ่ งมือ ประโยชนข์ องอุปกรณ์ เทคโนโลยี สารสนเทศ ทำงานเพ่ือช่วยเหลือตนเองอย่างกระตอื รือร้นและการประหยดั , ออม การตรงตอ่ เวลา การ ผลิตเครอ่ื งใช้จกั สาน จากวสั ดุเหลือใชเ้ ศรษฐกจิ พอเพียงผา่ นกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั ข้อมลู สิ่งทส่ี นใจเปน็ ข้อมลู เกย่ี วกบั บุคคล สัตว์ สงิ่ ของ เรือ่ งราวในหมู่บ้านหนองคู หอ้ งสมดุ โรงเรียนวดั บางโทง เพอ่ื ให้รู้ เขา้ ใจ การชว่ ยเหลือตนเองเป็นการลงมือทำงานที่ม่งุ เน้นการฝึกทำงานอย่างสม่ำเสมอ การ ทำงานอย่างปลอดภยั ความกระตือรือร้นและตรงเวลาเปน็ ลักษณะนสิ ัยในการทำงาน ใฝร่ ้ใู ฝ่เรียน มงุ่ มั่นใน การทำงาน สามารถนำความรไู้ ปใช้ให้เกดิ ประโยชนโ์ ดยใช้วธิ กี ารของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไป ประยกุ ตใ์ ช้กบั ชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ง ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๑ , ป.๑/๓ ง ๓.๑ ป.๑.๑ , ป.๑/๒ รวม ๒ มาตรฐาน ๕ ตัวช้ีวัด หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
76 ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพฯ๒ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ เวลา ๔๐ ช่วั โมง บอก รู้ วธิ กี ารหรอื ประโยชน์ของการทำงาน ส่ิงของเคร่ืองใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ใชว้ ัสดุอุปกรณ์ ช่ือ และหนา้ ทข่ี องอุปกรณ์และเคร่ืองมือให้เหมาะสมกับงาน อาชีพการทำสวนลองกอง ชว่ ยให้การประหยดั , ออม รจู้ กั แบ่งปนั ส่ิงของใหผ้ ้อู นื่ และชว่ ยเหลืองานบา้ น ข้อมลู และรวบรวมข้อมลู ท่สี นใจจากแหล่งข้อมลู ตา่ งๆท่ีเชื่อถือได้ ช่อื และหนา้ ท่ขี องอุปกรณ์พ้ืนฐานทเ่ี ปน็ ส่วนประกอบหลักของคอมพิวเตอร์ เศรษฐกิจ พอเพยี งผ่านกจิ กรรมตา่ งๆ ไดแ้ ก่ เศรษฐกิจพอเพยี งผา่ นกิจกรรมตา่ งๆ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหาร กลางวันโรงเรียน การผลติ การใชว้ สั ดเุ หลือใช้ เพื่อให้ตระหนัก เห็นคุณค่า เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ตนเองและครอบครวั นำความรเู้ กีย่ วกบั การใชอ้ ุปกรณ์ เคร่อื งมอื ที่ถูกวิธไี ปประยุกตใ์ ช้ การสร้างของเลน่ ของใชอ้ ย่างงา่ ย มีความคิดสรา้ งสรรค์อยา่ งน้อย ๑ ลกั ษณะ ของใช้อยา่ งอย่างงา่ ยโดยกำหนดปัญหาหรือความต้องการรวบรวมขอ้ มลู ออกแบบโดยถ่ายทอดความคดิ เปน็ ภาพรา่ ง ๒ มติ นิ ำความรเู้ ก่ียวกับการใช้อปุ กรณ์ เคร่อื งมอื ที่ถกู วธิ ีไปประยุกต์ใช้ การสร้างของเลน่ ของใชอ้ ยา่ ง งา่ ยมีความคดิ สรา้ งสรรค์อย่างน้อย ๑ ลกั ษณะ ในการแก้ปัญหา สามารถนำความรู้ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนโ์ ดย ใช้วธิ ีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ต์ใชก้ ับชีวติ ประจำวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ง ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ ง ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ ง ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตวั ชว้ี ดั หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
77 ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพฯ๓ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี เวลา ๔๐ ชวั่ โมง บอก คน้ หาข้อมูล รวบรวมขอ้ มูล สรา้ ง ข้นั ตอน เลือกใช้ส่งิ ของเครอ่ื ง เครือ่ งมือวธิ กี ารทำงานและ ประโยชน์การทำงาน ใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือตรงกับงาน อาชีพการทำสวน ช่วยให้การประหยดั , ออม โดยกำหนดปญั หาหรือความต้องการ อยา่ งมีข้ันตอน ทำงานอย่างเป็นตามกระบวนการทำงานดว้ ยความ สะอาด ความรอบคอบและอนุรักษส์ งิ่ แวดล้อม เศรษฐกจิ พอเพยี งผา่ นกิจกรรมต่างๆ ไดแ้ ก่ สหกรณ์ การ จดั การขยะ อาหารกลางวันโรงเรียน เพอื่ ให้ รู้ เข้าใจ การทำงาน เพื่อช่วยเหลอื ตนเองและครอบครวั ช่วยเหลืองานบ้านและสว่ นรวม ออกแบบโดยการถา่ ยทอดความคดิ เปน็ ภาพรา่ ง ๒ มติ ลิ งมือสรา้ งและประเมินผลเลอื กใช้สง่ิ ของเคร่ืองใชใ้ น ชวี ิตประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ มีการจัดการสิ่งของเครื่องใช้ ดว้ ยการนำกลบั มาใช้ซ้ำการแบ่งปันสง่ิ ของให้ ผู้อ่นื สามารถนำความรู้ไปใช้ใหเ้ กิดประโยชนโ์ ดยใช้วธิ กี ารของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไป ประยกุ ต์ใช้กับชีวติ ประจำวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ง ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ ง ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ ง ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวช้ีวัด หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
78 ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ฯ๔ คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ เวลา 4๐ ชว่ั โมง บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคญั ของอาชีพ ขั้นตอนการทำงาน ใช้ระบบ เหตุผลในการ ทำงานให้บรรลเุ ปา้ หมาย ประโยชน์และโทษ ใช้พลังงานทรพั ยากรในการทำงานอยา่ งประหยัด การ ออม เศรษฐกิจพอเพียงผ่านกจิ กรรมต่างๆ ได้แก่ สหกรณ์ การจัดการขยะ อาหารกลางวันโรงเรยี น การทำอาชพี การปลูกพชื สวนครวั เล้ยี งสตั ว์ ช่ือและหนา้ ทข่ี องอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ หลักการทำงานเบ้ืองต้น ของคอมพวิ เตอร์ เพ่ือให้ รู้ เข้าใจ การชว่ ยเหลอื งานในบา้ น การทำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อยา่ งเป็นขน้ั ตอน การใช้ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอรใ์ นการทำงาน ภาพน่งิ หรือช้นิ งานจากจนิ ตนาการโดยใช้โปรแกรมกราฟิก ดว้ ยความรับผดิ ชอบ การแบ่งปันสิง่ ของให้ สามารถนำความรไู้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชว้ ิธีการของ เศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชวี ติ ประจำวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ง ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ ง ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ ง ๔.๑ ป.๔/๑ รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตัวช้วี ัด หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
79 ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ฯ๕ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ เวลา 4๐ ช่ัวโมง บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคัญ ของอาชีพ ขน้ั ตอนการทำงาน ใช้ระบบเหตุผลในการ ทำงานใหบ้ รรลุเป้าหมาย ประโยชนแ์ ละโทษ ใช้พลังงานทรัพยากรในการทำงานอย่างประหยัด การ ออม เศรษฐกิจพอเพียงผ่านกจิ กรรมต่างๆ ได้แก่ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวันโรงเรียน การทำอาชพี การปลกู พืชสวนครวั เลย้ี งสตั ว์ ชอื่ และหนา้ ทขี่ องอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ หลกั การทำงานเบื้องตน้ ของคอมพิวเตอร์ เพ่อื ให้ รู้ เขา้ ใจ การช่วยเหลืองานในบ้าน การทำงานบรรลเุ ปา้ หมายทวี่ างไว้อยา่ งเป็นข้นั ตอน การใชร้ ะบบปฏบิ ัติการคอมพิวเตอรใ์ นการทำงาน ภาพน่งิ หรอื ชิ้นงานจากจนิ ตนาการโดยใช้โปรแกรมกราฟกิ ด้วยความรับผิดชอบ การแบ่งปนั สง่ิ ของให้ สามารถนำความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชนโ์ ดยใชว้ ธิ กี ารของ เศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กับชวี ิตประจำวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ง ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ ง ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ ง ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ ง ๔.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ รวม ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตัวชี้วดั หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพฯ๖ 80 ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี เวลา 4๐ ช่ัวโมง อธบิ าย บอก อภปิ ราย รวบรวม นำเสนอ ข้อมูล แนวทางการทำงานแต่ละขน้ั ตอน สว่ นประกอบของเทคโนโลยี สร้างส่ิงของเครอ่ื งใช้อยา่ งเป็นขนั้ ตอน ตัง้ แต่กำหนดปัญหา หรอื ความต้องการ รวบรวมข้อมูลเลือกวธิ ีการในรูปแบบท่เี หมาะสมโดยเลือกใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์ ออกแบบโดยการถ่ายทอด ความคิดเปน็ ภาพรา่ ง ๓ มติ ิ ก่อนลงมือสรา้ ง และประเมนิ ผล ทำใหผ้ เู้ รียนทำงานอ ยา่ งเปน็ กระบวนการและ ชว่ ยเหลอื งานในบา้ นการประหยดั การ ออม การแบง่ ปนั สิ่งของให้ผู้อื่นการแปรรูป จากกลว้ ยการผลติ การใช้เครือ่ งจกั สาน การผลติ การใชเ้ ครื่องจกั สานจากวัสดุเหลอื ใช้ อาชีพการทำสวนการปลูกพืชสวนครัว เล้ยี งสัตว์ เศรษฐกิจพอเพยี งผ่านกจิ กรรมต่างๆ ได้แก่ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั โรงเรียน เพอื่ ใหร้ ู้ เข้าใจทักษะการจดั การทำงาน และมที ักษะการทำงานร่วมกนั ปฏิบัตติ นอย่างมีมารยาท ในการทำงานกับสมาชิกในครอบครวั และผู้อนื่ นำความรู้และทักษะการสรา้ ง ชน้ิ งาน ไปประยกุ ตใ์ นการสร้าง สงิ่ ของเคร่อื งใช้และการแกป้ ัญหาวางแผนในการเลือกอาชีพ สามารถนำความรู้ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์โดยใช้ วิธีการของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กบั ชีวิตประจำวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั ง ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ ง ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ ง ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป ๖/๔ , ป ๖/๕ ง ๔.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ รวม ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตวั ชี้วัด หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
81 อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๑ คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ เวลา 160 ช่ัวโมง ปฏบิ ตั ติ าม คำสงั่ งา่ ยๆ ท่ีฟัง ตวั อักษรและเสยี ง และสะกดคำงา่ ย ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ภาพตรงตามความหมายของคำและกลุ่มคำทีฟ่ ัง เรือ่ งใกล้ตัว คำสั้น ๆ งา่ ย ๆ ในการส่ือสารระหวา่ งบคุ คล ตามแบบท่ีฟัง คำสง่ั ง่าย ๆ ตามแบบท่ีฟัง ความต้องการง่ายๆของตนเองตามแบบที่ฟงั การขอและให้ข้อมลู ง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองตามแบบท่ีฟงั ข้อมูลงา่ ยๆ เกี่ยวกบั ตนเองและเรือ่ งใกล้ตัว ตามวฒั นธรรมของเจา้ ของ ภาษา ช่อื และคำศพั ท์เก่ยี วกับเทศกาลสำคัญของเจ้าของภาษา การเขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกบั วยั การระบุตัวอักษรและเสียงอักษรของภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และ ภาษาไทย คำศัพท์ทเี่ กย่ี วข้องกับกล่มุ สาระการเรียนรู้อื่น การฟงั /พูดในสถานการณง์ า่ ยๆทเี่ กิดขึ้นใน ห้องเรียน การใชภ้ าษาตา่ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)เพ่ือรวบรวมคำศัพท์ทเ่ี ก่ียวข้องใกล้ตวั โดยการปฏบิ ัตติ าม ระบุ อา่ นออกเสียง เลอื กภาพ ตอบคำถาม พูดโตต้ อบ ใช้ บอก พดู ขอ ให้ ขอ้ มูล ทำท่าประกอบ เข้าร่วม ฟัง/พูด เพื่อใหผ้ ้เู รยี นมีความรู้ความเข้าใจและนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น ชวี ิตประจำวนั เกิดสมรรถนะตามความต้องการของหลักสูตร มีคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ ้ึนในตวั ของผู้เรยี น และสามารถอย่รู ว่ มกับผู้อืน่ ในสงั คมได้อย่างมคี วามสขุ สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใชว้ ิธีการ ของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชวี ติ ประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ต ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓, ป.๑/๔ ต ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓, ป.๑/๔ ต ๑.๓ ป.๑/๑ ต ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ ต ๒.๒ ป.๑/๑ ต ๓.๑ ป.๑/๑ ต ๔.๑ ป.๑/๑ ต ๔.๒ ป.๑/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตัวช้วี ัด หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
82 อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๒ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ เวลา 160 ชั่วโมง ปฏบิ ัตติ ามคำสง่ั ง่ายๆ และคำขอร้องงา่ ยๆ ท่ีฟัง ระบตุ วั อักษรและเสยี ง อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ และอา่ นประโยคงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น เลือกภาพตรงตามความหมายของคำและกลมุ่ คำทฟ่ี ัง ตอบ คำถามจากการฟังประโยค บทสนทนาหรือนิทานง่าย ๆท่ีมีภาพประกอบ พดู โตต้ อบดว้ ยคำสน้ั ๆ ง่าย ๆในการ สอ่ื สารระหว่างบคุ คลตามแบบทฟ่ี งั ใชค้ ำสงั่ และคำขอร้องงา่ ย ๆ ตามแบบทีฟ่ งั บอกความต้องการง่ายๆของ ตนเองตามแบบท่ีฟัง พูดขอและใหข้ ้อมลู ง่ายๆ เก่ียวกับตนเองตามแบบท่ีฟงั พดู ให้ขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง และเร่อื งใกล้ตวั พดู และทำท่าทางประกอบตามวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคำศัพทเ์ ก่ยี วกบั เทศกาลสำคญั ของเจา้ ของภาษา การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมทเ่ี หมาะสมกับวยั ระบุ ตัวอกั ษรและเสยี งอักษรของภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย บอกคำศัพท์ที่เกีย่ วข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อนื่ ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆท่เี กดิ ขึน้ ในหอ้ งเรียน ใชภ้ าษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ) เพอื่ รวบรวมคำศัพทท์ เี่ กย่ี วขอ้ งใกลต้ ัว โดยการระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พูดโต้ตอบ ใช้ บอก ทำทา่ ทาง เขา้ รว่ ม ฟัง เพ่ือให้ ผเู้ รียนมีความรูค้ วามเข้าใจและนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน เกดิ สมรรถนะตามความต้องการของ หลกั สูตร มคี ุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ข้ึนในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมี ความสขุ สามารถนำความรู้ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนโ์ ดยใช้วธิ ีการของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไป ประยกุ ต์ใช้กบั ชวี ติ ประจำวันไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ต ๑.๑ ป๒/๑ , ป๒/๒ , ป๒/๓ , ป๒/๔ ต ๑.๒ ป๒/๑ , ป๒/๒ , ป๒/๓ , ป๒/๔ ต ๑.๓ ป๒/๑ , ป๒/๑ ต ๒.๑ ป๒/๒ , ป๒/๓ ต ๒.๒ ป๒/๑ ต ๓.๑ ป๒/๑ ต ๔.๑ ป๒/๑ ต ๔.๒ ป๒/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ชี้วัด หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๓ 83 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ เวลา 160 ชั่วโมง ปฏิบัตติ ามคำส่ังและคำขอร้องที่ฟงั หรืออ่าน คำ สะกดคำ อา่ นกล่มุ คำประโยค และบทพดู เข้าจงั หวะ(chant)ง่าย ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ภาพหรือสญั ลักษณ์ตรงตามความหมายของคำกล่มุ คำและ ประโยคที่ฟัง จากการฟงั หรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนทิ านง่ายๆ คำส้นั ๆ งา่ ย ๆในการสอื่ สาร ระหว่างบุคคลตามแบบทฟ่ี งั คำส่ังและคำขอร้องงา่ ย ๆ ตามแบบท่ีฟัง ความต้องการง่ายๆของตนเองตาม แบบทฟี่ ัง ขอและใหข้ ้อมูลง่ายๆ เกีย่ วกบั ตนเองและเพ่ือนตามแบบที่ฟัง ความรู้สึกของตนเองเก่ยี วกับสิง่ ต่างๆ ใกลต้ ัว หรอื กจิ กรรมต่างๆ ตามแบบท่ฟี งั ให้ขอ้ มลู ง่ายๆ เกยี่ วกบั ตนเองและเรื่องใกลต้ วั คำตาม ประเภทของ บคุ คล สัตว์ และส่งิ ของตามทฟ่ี ังหรืออา่ น มารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา ช่ือ และคำศพั ทง์ ่ายๆเก่ยี วกับเทศกาล/วันสำคญั /งานฉลองและชวี ติ ความเป็นอยู่ของเจา้ ของภาษา กจิ กรรมทาง ภาษาและวฒั นธรรมท่เี หมาะสมกบั วัย ความแตกต่างของเสียงตัว อักษร คำ กลมุ่ คำ และประโยคง่ายๆ ของ ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย คำศัพท์ที่เกยี่ วข้องกับกล่มุ สาระการเรียนรอู้ นื่ สถานการณ์ ง่ายๆท่เี กิดข้ึนในห้องเรยี น ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)เพ่ือรวบรวมคำศพั ทท์ ่เี กยี่ วขอ้ งใกล้ตวั โดยการอา่ นออกเสยี ง สะกดคำ ฟัง พูด เลอื ก/ระบุ ตอบคำถาม พูดโต้ตอบ ใช้ บอก จดั หมวดหมู่ ทำท่าประกอบ เข้าร่วมกจิ กรรม เพื่อใหม้ ีความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำความรู้ไป ปฏบิ ตั ิให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม มคี ุณธรรม จริยธรรม สามารถนำความรูไ้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ โดยใช้วิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กบั ชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป๓/๑ , ป๓/๒ , ป๓/๓ , ป๓/๔ ต ๑.๒ ป๓/๑ , ป๓/๒ , ป๓/๓ , ป๓/๔ , ป๓/๕ ต ๑.๓ ป๓/๑ , ป๓/๒ ต ๒.๑ ป๓/๑ , ป๓/๒ , ป๓/๓ ต ๒.๒ ป๓/๑ ต ๓.๑ ป๓/๑ ต ๔.๑ ป๓/๑ ต ๔.๒ ป๓/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๑๘ ตัวชี้วัด หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560)
84 อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๔ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ เวลา 160 ชัว่ โมง ปฏบิ ัติตามคำสง่ั คำขอร้อง และคำแนะนำ (instructions)ง่าย ๆที่ฟงั หรืออ่าน อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อา่ นกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเขา้ จังหวะ ถูกต้องตามหลกั การอา่ น เลือก/ระบุ ภาพหรือสญั ลกั ษณ์ หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยคและข้อความสั้นๆท่ีฟังหรอื อ่าน ตอบ คำถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ พูด/เขยี นโตต้ อบในการสื่อสารระหว่าง บุคคล ใช้คำสัง่ คำขอร้อง และคำขออนุญาตง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความตอ้ งการของตนเองตามและขอ ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พดู /เขยี นเพื่อขอและให้ขอ้ มูล เกี่ยวกับตนเองเพื่อน และครอบครวั พูด แสดงความรสู้ กึ ของตนเองเก่ียวกบั เรอ่ื งตา่ งๆ ใกลต้ ัว หรอื กจิ กรรมต่างๆ ตามแบบท่ีฟงั พดู /เขียนให้ขอ้ มูล ง่ายๆ เก่ยี วกับตนเองและเรอื่ งใกล้ตัว พูด/วาดภาพแสดงความสัมพนั ธ์ของสิง่ ต่างๆใกลต้ ัวทีฟ่ งั หรอื อ่าน พูด แสดงความคดิ เหน็ งา่ ยๆ เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลต้ วั พูดและทำทา่ ประกอบอยา่ งสุภาพตามมารยาท สังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคำถามเกย่ี วกับเทศกาล/วันสำคญั /งานฉลองและชีวติ ความเป็นอยู่ ง่ายๆของเจา้ ของภาษา การเข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกบั วัย บอกความแตกตา่ ง ของเสียงตวั อักษร คำ กลุม่ คำ ประโยค และข้อความ ของภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจา้ ของภาษากบั ของไทย ค้นควา้ รวบรวม คำศัพทท์ ี่เกี่ยวข้องกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อืน่ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน ฟัง/พดู ใน สถานการณ์ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสืบค้นและ รวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ โดยการฟงั พูด อา่ น เขียน ระบุ อา่ นออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พดู โตต้ อบ ใช้ บอก ทำท่า ทาง เขา้ รว่ ม เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั เกิดสมรรถนะตาม ความตอ้ งการของหลกั สูตร มีคณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ นึ้ ในตวั ของผ้เู รียน และสามารถอยรู่ ่วมกับผู้อ่นื ใน สังคมได้อยา่ งมคี วามสขุ สามารถนำความรไู้ ปใช้ให้เกิดประโยชนโ์ ดยใช้วิธกี ารของเศรษฐกจิ พอเพียงและ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวนั ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ต ๑.๑ ป๔/๑ , ป๔/๒ , ป๔/๓ , ป๔/๔ ต ๑.๒ ป๔/๑ , ป๔/๒ , ป๔/๓ , ป๔/๔ , ป๔/๕ ต ๑.๓ ป๔/๑ , ป๔/๒ , ป๔/๓ ต ๒.๑ ป๔/๑ , ป๔/๒ , ป๔/๓ ต ๒.๒ ป๔/๑ , ป๔/๒ ต ๓.๑ ป๔/๑ หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
85 ต ๔.๑ ป๔/๑ ต ๔.๒ ป๔/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวช้ีวดั หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
86 อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๕ คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ เวลา 160 ชัว่ โมง ปฏบิ ตั ิตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ ท่ีฟังหรืออ่าน อา่ นออกเสยี ง ประโยค ข้อความ และ บทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น ระบุ/วาดภาพสัญลกั ษณ์ หรือเคร่อื งหมายตรงตามความหมายของ ประโยคและข้อความส้ันๆที่ฟังหรอื อา่ น บอกใจความสำคัญและตอบคำถามจากการฟงั หรอื อา่ นบทสนทนา และนิทานงา่ ยๆหรือเรื่องสนั้ ๆ พูด/เขยี นโต้ตอบในการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล ใชค้ ำสั่ง คำขอร้อง คำขอ อนุญาตและให้คำแนะนำง่าย ๆ พดู /เขียนแสดงความต้องการของตนเองตาม ขอความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และ ปฏเิ สธการใหค้ วามช่วยเหลือในสถานการณง์ ่ายๆ พดู /เขยี นเพ่อื ขอและให้ข้อมูล เก่ยี วกับตนเองเพอื่ น ครอบครัว และเรื่องใกล้ตวั พูดแสดงความรู้สกึ ของตนเองเก่ียวกับเรือ่ งตา่ งๆ ใกลต้ ัว หรอื กิจกรรมตา่ งๆ พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตุผลสัน้ ๆประกอบ พดู /เขียนให้ข้อมูลงา่ ยๆ เกยี่ วกับตนเองและเร่ืองใกลต้ ัว เขยี นภาพ แผนผัง และแผนภมู ิแสดงข้อมูลตา่ งๆตามที่ฟังหรอื อา่ น พูดแสดงความคิดเห็น เกย่ี วกับเรือ่ งต่างๆใกลต้ ัว ใช้ ถ้อยคำ นำ้ เสียง และกิริยาทา่ ทางอย่างสุภาพตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคำถาม/ บอกความสำคัญของเทศกาล/วนั สำคัญ/งานฉลองและชวี ิตความเป็นอย่งู ่ายๆของเจา้ ของภาษา การเข้ารว่ ม กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ บอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียง ประโยคชนิดตา่ งๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน และการลำดับคำ(order)ตามโครงสร้างของประโยคของ ภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงาน ฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย คน้ ควา้ รวบรวม คำศัพท์ท่เี ก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการ เรียนรูอ้ ่ืน และนำเสนอดว้ ยการพูด/การเขยี น ฟัง พูด และอ่าน/เขียนในสถานการณ์ตา่ งๆท่เี กดิ ข้ึนใน หอ้ งเรยี นและสถานศึกษา ใช้ภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการสบื คน้ และรวบรวมข้อมูลต่างๆ โดยการฟัง พูด อา่ น เขียน ระบุ อ่านออกเสยี ง เลือก ตอบคำถาม พดู โต้ตอบ ใช้ บอก ทำท่าทาง เขา้ ร่วม เพ่ือให้ผเู้ รียนมีความรู้ความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั เกิดสมรรถนะ ตามความต้องการของหลกั สตู ร มีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ข้นึ ในตัวของผเู้ รยี น และสามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ ื่น ในสังคมได้อย่างมคี วามสขุ สามารถนำความรู้ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์โดยใช้วธิ ีการของเศรษฐกิจพอเพยี งและ สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กบั ชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป๕/๑, ป๕/๒ , ป๕/๓ , ป๕/๔ ต ๑.๒ ป๕/๑, ป๕/๒ , ป๕/๓ , ป๕/๔ , ป๕/๕ ต ๑.๓ ป๕/๑, ป๕/๒ , ป๕/๓, ต ๒.๑ ป๕/๑ , ป๕/๒ , ป๕/๓ ต ๒.๒ ป๕/๑ ป๕/๒ หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
87 ต ๓.๑ ป๕/๑ ตัวช้ีวดั ต ๔.๑ ป๕/๑ ต ๔.๒ ป๕/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั บางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
88 อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๖ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ เวลา 160 ชัว่ โมง ปฏิบัตติ ามคำส่งั คำขอร้อง และคำแนะนำ ที่ฟงั และอ่าน อ่านออกเสียง ขอ้ ความ นทิ าน และ บทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบปุ ระโยค หรอื ขอ้ ความสนั้ ๆ ตรงตามภาพ สัญลกั ษณ์ หรือเคร่ืองหมายท่ีอา่ น บอกใจความสำคญั และตอบคำถามจากการฟังหรืออ่าน บทสนทนา หรอื นิทาน ง่ายๆและเรื่องเล่า พดู /เขยี นโตต้ อบในการส่ือสารระหว่างบคุ คล ใชค้ ำสงั่ คำขอร้อง และคำขออนุญาตและ ใหค้ ำแนะนำ พดู /เขียนแสดงความตอ้ งการ ขอความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลอื ใน สถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพ่อื ขอและใหข้ ้อมูล เกยี่ วกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเร่อื งใกลต้ ัว พดู / เขยี นแสดงความรสู้ ึกของตนเองเกย่ี วกับเรอ่ื งต่างๆ ใกลต้ วั หรือกจิ กรรมตา่ งๆ พร้อมทั้งใหเ้ หตผุ ลสนั้ ๆ ประกอบ พูด/เขยี นให้ข้อมูล เกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน และสิ่งแวดล้อมใกลต้ ัว เขียนภาพ แผนผงั และ แผนภูมิแสดงข้อมลู ต่างๆตามที่ฟงั หรืออา่ น พูดเขียนแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับเรอ่ื งต่างๆ ใกล้ตวั ใช้ ถอ้ ยคำ น้ำเสยี ง และกริ ิยาท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ให้ขอ้ มูลเกยี่ วกบั เทศกาล/วันสำคญั /งานฉลอง/ชวี ิตความเป็นอยขู่ องเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทาง ภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนดิ ตา่ งๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน และการลำดับคำ ตามโครงสรา้ ง ประโยค ของภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน/ความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง และ ประเพณีของเจ้าของภาษากับของไทย คน้ ควา้ รวบรวม คำศพั ท์ท่เี ก่ียวข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อื่นจาก แหลง่ การเรยี นรู้ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขยี น ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณต์ ่างๆท่ีเกิดขนึ้ ใน ห้องเรยี นและสถานศึกษา ใชภ้ าษาตา่ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสบื คน้ และรวบรวมข้อมลู ต่างๆ โดยการฟงั พูด อ่าน เขียน ระบุ อา่ นออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พูดโต้ตอบ เขา้ รว่ ม เปรียบเทยี บ คน้ ควา้ ใช้ บอก เพ่ือให้ผเู้ รียนมีความรู้ความเข้าใจและนำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั เกิด สมรรถนะตามความต้องการของหลักสตู ร มคี ุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ น้ึ ในตวั ของผเู้ รียน และสามารถอยู่ ร่วมกบั ผู้อนื่ ในสงั คมได้อยา่ งมีความสขุ สามารถนำความรไู้ ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์โดยใชว้ ิธกี ารของเศรษฐกิจ พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ช้กบั ชีวติ ประจำวันได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั ต ๑.๑ ป๖/๑ , ป๖/๒ , ป๖/๓ , ป๖/๔ ต ๑.๒ ป๖/๑ , ป๖/๒ , ป๖/๓ , ป๖/๔ , ป๖/๕ ต ๑.๓ ป๖/๑ , ป๖/๒ , ป๖/๓ ต ๒.๑ ป๖/๑ , ป๖/๒ , ป๖/๓ ต ๒.๒ ป๖/๑ , ป๖/๒ หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
89 ต ๓.๑ ป๖/๑ ต ๔.๑ ป๖/๑ ต ๔.๒ ป๖/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชวี้ ดั หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
90 คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ ส ๑๑๒๓๑ หน้าทพี่ ลเมอื ง(เพิม่ เตมิ ) ๑ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง ปฏิบัตติ นเปน็ ผูม้ ีมารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การรับประทานอาหาร การทักทาย ดว้ ยวาจาและยมิ้ แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแมห่ รอื ญาตผิ ใู้ หญ่ เห็นความสำคัญของภาษาไทย ปฏิบตั ติ นเปน็ ผมู้ วี ินยั ในตนเอง ในเรื่องความซอ่ื สัตยส์ ุจริต ขยันหม่นั เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏบิ ัติ หน้าท่ี และยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทำของตนเอง เขา้ ร่วมกจิ กรรมเกี่ยวกบั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ปฏิบตั ติ นตามพระบรมราโชวาทใน เร่ืองการออมและการประหยัด หลกั การทรงงาน ในเร่ืองการประหัด ความเรยี บง่าย ได้ประโยชนส์ ูงสดุ ความ ซอื่ สัตยส์ จุ รติ และจริงใจต่อกนั และหลักปรัชญาชองเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบตั ติ นเปน็ ผูม้ วี ินยั ในตนเอง ในเรื่อง ความซอื่ สัตย์สจุ รติ ขยันหม่ันเพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ต้ังใจปฏบิ ัติหนา้ ท่ี และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทำ ของตนเอง ปฏบิ ัตติ นตามข้อตกลง กตกิ า และหนา้ ทท่ี ตี่ ้องปฏิบัตใิ นห้องเรียน ในเรื่องการรักษาความสะอาด การ รักษาของใช้รว่ มกัน และการส่งงาน ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหน้าท่ใี นฐานะสมาชิกท่ดี ขี องครอบครวั และ หอ้ งเรียนในเรื่องการเช่ือฟังคำส่งั สอนของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญแ่ ละครู ปฏบิ ัติตนเป็นผ้มู ีวินัยในตนเอง ในเรื่อง ความซ่ือสัตย์สจุ รติ ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตัง้ ใจปฏบิ ัตหิ น้าท่ี และยอมรับผลที่เกดิ จากการกระทำ ของตนเอง ยอมรบั ความเหมือนและความแตกตา่ งของตนเองและผู้อ่ืน ในเรอื่ งเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความ พิการ ความสามารถ ถนิ่ กำเนิด ฯลฯ ยกตัวอย่างความขดั แย้งในหอ้ งเรยี น ในกรณีความคิดเหน็ ไม่ตรงกนั การ ละเมดิ สิทธขิ องผอู้ ื่น และเสนอวธิ ีการแก้ปญั หาโดยสนั ตวิ ธิ ี ปฏิบัติตนเป็นผมู้ ีวินัยในตนเอง ในเร่อื งความ ซื่อสตั ยส์ จุ รติ อดทน และยอมรับผลทเี่ กดิ จากการกระทำของตนเอง โดยใชก้ ระบวนการคดิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และกระบวนการแก้ปัญหา เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นมีลกั ษณะทด่ี ีของ คนไทย ภาคภมู ิใจและรักษาไว้ซึง่ ความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา เทิดทนู สถาบัน พระมหากษัตริย์ ดำเนินชวี ติ ตามวิถปี ระชาธปิ ไตย อยรู่ ว่ มกับผูอ้ นื่ อย่างสนั ติ สามารถจดั การความขัดแย้งดว้ ย สนั ติวธิ ี และมีวินยั ในตนเอง ผลการเรียนรู้ หน้าทพี่ ลเมือง (เพิม่ เติม) ๑. ปฏิบัติตนเป็นผมู้ มี ารยาทไทย ๒. แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทตี ่อบุคคลในครอบครวั ๓. เห็นความสำคญั ของภาษาไทย ๔. เขา้ ร่วมกิจกรรมเก่ยี วกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ๕. ปฏิบตั ิตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๖. ปฏิบตั ติ นตามข้อตกลง กติกา และหนา้ ท่ที ีต่ ้องปฏบิ ัตใิ นห้องเรียน หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560)
91 ๗. ปฏิบตั ิตนตามบทบาทหน้าที่ในฐานะสมาชกิ ท่ดี ีของครอบครวั และห้องเรยี น ๘. ยอมรับความเหมือนและความแตกตา่ งของตนเองและผูอ้ นื่ ๙. ยกตัวอยา่ งความขดั แย้งในห้องเรียนและเสนอวิธีการแกป้ ญั หาโดยสันติวธิ ี ๑๐.ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้ หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวดั บางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
92 คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ส ๑๒๒๓๒ หนา้ ทพี่ ลเมือง(เพ่มิ เติม) ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่วั โมง ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มมี ารยาทไทย ในเรือ่ งการพูดดว้ ยถ้อยคำไพเราะและการมีกริ ิยาสุภาพอ่อนน้อม แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีตอ่ บุคคลในโรงเรียน เห็นประโยชน์ของการแต่งกายด้วยผ้าไทย ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผมู้ ีวินยั ในตนเอง ในเร่ืองความซอ่ื สัตยส์ ุจรติ ขยันหมน่ั เพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ และยอมรบั ผลทีเ่ กิดข้นึ จากการกระทำของตนเอง เขา้ รว่ มกจิ กรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ปฏบิ ัติตนตามพระบรมราโชวาทใน เรอ่ื งความขยนั และความอดทน หลกั การทรงงาน ในเร่อื งการพึง่ ตนเองและรูร้ ักสามัคคี และหลักปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏบิ ัติตนเป็นผูม้ ีวนิ ยั ในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริต ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หา ความรู้ ต้ังใจปฏิบตั ิหน้าท่ี และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทำของตนเอง ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบียบ และหนา้ ท่ที ี่ต้องปฏิบัตใิ นโรงเรียน ในเรือ่ งการแต่งกาย การเขา้ แถว การ ดูแลพืน้ ท่ีที่ได้รบั มอบหมาย ปฏิบัตติ นตามบทบาทหน้าที่ในฐานะสมาชิกท่ีดีของหอ้ งเรียนและโรงเรียน ในเร่อื ง การเปน็ ผู้นำและการเป็นสมาชิกท่ีดี หน้าท่แี ละความรับผิดชอบ ปฏิบตั ิตนเป็นผู้มวี นิ ยั ในตนเอง ในเรื่องความ ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หม่นั เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตงั้ ใจปฏิบัติหนา้ ที่ และยอมรับผลทเี่ กิดขึน้ จากการกระทำ ของตนเอง ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างของตนเองและผอู้ น่ื ในเร่อื งเชอ้ื ชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความ พกิ าร ความสามารถ ถ่นิ กำเนิด ฯลฯ ยกตวั อย่างความขดั แย้งในโรงเรยี น ในกรณหี น้าท่แี ละความรับผดิ ชอบ และการใช้ของสว่ นรวม และเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหาโดยสนั ติวิธี ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้มวี ินยั ในตนเอง ในเรื่องความ ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ อดทน และยอมรับผลที่เกดิ จากการกระทำของตนเอง โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และกระบวนการแกป้ ญั หา เพ่ือให้ผ้เู รียนมีลักษณะท่ดี ีของ คนไทย ภาคภมู ิใจและรักษาไว้ซงึ่ ความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา เทดิ ทนู สถาบัน พระมหากษัตรยิ ์ ดำเนินชวี ิตตามวิถปี ระชาธปิ ไตย อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ อยา่ งสนั ติ สามารถจดั การความขัดแยง้ ด้วย สนั ตวิ ิธี และมวี นิ ยั ในตนเอง ผลการเรียนรู้ หนา้ ท่พี ลเมือง (เพ่ิมเติม) ๑. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผมู้ มี ารยาทไทย ๒. แสดงออกถึงความกตญั ญูกตเวทตี ่อบคุ คลในโรงเรยี น ๓. เห็นประโยชน์ของการแตง่ กายด้วยผ้าไทย ๔. เข้ารว่ มกจิ กรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๖. ปฏบิ ัติตนตามกฎ ระเบียบ และหน้าท่ที ่ตี ้องปฏบิ ตั ิในโรงเรียน หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
93 ๗. ปฏิบัตติ นตามบทบาทหน้าทีใ่ นฐานะสมาชิกทดี่ ีของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น ๘. ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างของตนเองและผู้อ่ืน ๙. ยกตวั อย่างความขดั แย้งในโรงเรียนและเสนอวธิ กี ารแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ิธี ๑๐.ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ วี ินัยในตนเอง รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้ หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
94 คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม ส ๑๓๒๓๓ หน้าทพี่ ลเมือง(เพ่ิมเติม) ๓ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง ปฏิบตั ิตนเปน็ ผูม้ ีมารยาทไทย ในเรือ่ งการการต้อนรบั ผมู้ าเยอื น และปฏบิ ัตติ นตามกาลเทศะ แสดงออกถึงความกตญั ญูกตเวทีตอ่ บุคคลในชมุ ชน เหน็ คุณคา่ ของภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่ ในเรื่องตา่ งๆ ปฏิบตั ิตน เป็นผู้มีวินยั ในตนเอง ในเร่ืองความซอื่ สตั ยส์ ุจริต ขยันหม่ันเพยี ร อดทน และยอมรับผลท่ีเกดิ ขน้ึ จากการกระทำ ของตนเอง เข้ารว่ มกิจกรรมเกยี่ วกับชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ปฏบิ ัติตนตามพระบรมราโชวาทใน เร่ืองความซ่อื สัตย์และความเสียสละ หลกั การทรงงาน ในเรอ่ื งการมี่ส่วนรว่ มและความเพียร และหลกั ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผ้มู ีวินยั ในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตยส์ จุ รติ ขยนั หม่ันเพียร อดทน ใฝห่ า ความรู้ ต้ังใจปฏบิ ัตหิ น้าที่ และยอมรับผลท่เี กดิ จากการกระทำของตนเอง ปฏบิ ตั ิตนตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหน้าท่ีทต่ี ้องปฏิบตั ใิ นหอ้ งเรยี นและโรงเรียน ในเรอื่ ง การใชแ้ ละการดแู ลรักษาส่งิ ของ เคร่ืองใชแ้ ละสถานท่ีของส่วนรวม ปฏิบัตติ นตามบทบาทหนา้ ทใี่ นฐานะสมาชิก ท่ีดขี องห้องเรยี นและโรงเรียน ในเร่ืองการใชส้ ทิ ธิและหนา้ ที่ และการใชเ้ สรภี าพอย่างรบั ผิดชอบ มีสว่ นรว่ มใน กิจกรรมตา่ งๆของห้องเรยี นและโรงเรียน ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผมู้ วี นิ ัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสตั ย์สจุ รติ ขยันหมนั่ เพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ และยอมรบั ผลทเี่ กิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล ในเรื่องเช้ือชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความ พิการ ความสามารถ ถ่นิ กำเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อยู่ร่วมกบั ผูอ้ น่ื อย่างสันตแิ ละพง่ึ พาซึง่ กันและกนั ด้วย การไมร่ ังแก ไม่ทำร้าย ไมล่ ้อเลยี น ชว่ ยเหลอื ซ่ึงกันและกัน และแบ่งปนั ยกตวั อย่างความขดั แย้งในชมุ ชน ใน กรณกี ารใช้สาธารณสมบตั ิและการรักษาส่งิ แวดล้อม และเสนอวธิ กี ารแก้ปัญหาโดยสนั ติวิธี ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มี วินยั ในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสตั ย์สจุ ริต อดทน และยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทำของตนเอง โดยใช้ กระบวนการคิด กระบวนการกล่มุ กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และกระบวนการ แกป้ ญั หา เพื่อให้ผูเ้ รียนมลี ักษณะทดี่ ขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว้ซึ่งความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรัก ชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา เทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ดำเนนิ ชีวิตตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย อยู่รว่ มกบั ผอู้ น่ื อย่าง สันติ สามารถจดั การความขัดแยง้ ด้วยสันตวิ ิธี และมวี นิ ยั ในตนเอง ผลการเรียนรู้ หนา้ ท่พี ลเมือง (เพม่ิ เติม) ๑. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มีมารยาทไทย ๒. แสดงออกถึงความกตญั ญูกตเวทตี อ่ บุคคลในชมุ ชน ๓. เห็นคุณค่าของภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ๔. เข้ารว่ มกจิ กรรมเก่ียวกบั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๖. ปฏบิ ตั ิตนตามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ และหน้าท่ีทีต่ ้องปฏิบัติในห้องเรียนและโรงเรียน ๗. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา้ ทีแ่ ละมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมตา่ งๆของห้องเรยี นและโรงเรียน หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดบางโทง.2565. ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
95 ๘. ยอมรบั และอย่รู ่วมกบั ผอู้ น่ื อย่างสันติ ๙. ยกตวั อย่างความขดั แยง้ ในชุมชนและเสนอวธิ กี ารแก้ปญั หาโดยสันติวธิ ี ๑๐.ปฏิบตั ติ นเป็นผ้มู ีวนิ ัยในตนเอง รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้ หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั บางโทง.2565. ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
96 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ส ๑๔๒๓๔ หน้าทพ่ี ลเมอื ง(เพ่ิมเตมิ ) ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง เห็นคุณคา่ และปฏิบัติตนเปน็ ผูม้ มี ารยาทไทยในพธิ ีการต่างๆ ในเรอ่ื งการกล่าวคำต้อนรับ การแนะนำ ตัวเองและแนะนำสถานที่ แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผทู้ ำประโยชนใ์ นสังคม มีส่วนร่วมใน ขนบธรรมเนยี มประเพณีไทยในทอ้ งถิ่น ปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ วี นิ ัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสตั ยส์ จุ ริต อดทน และ ยอมรบั ผลท่ีเกิดขึน้ จากการกระทำของตนเอง เหน็ ความสำคญั และแสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยึดม่นั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ในเรื่องการใช้สินคา้ ไทย ดแู ลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถแุ ละสาธารณสมบัติ ปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนกิ ชนทีด่ ี ปฏบิ ัตติ นตามพระราชจรยิ วตั รและพระจริยวตั ร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทในเร่อื งการมีวินัยและการข่ม ใจ หลักการทรงงาน ในเร่อื งประโยชนส์ ่วนรวมและพออยู่พอกิน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ปฏบิ ัติ ตนเปน็ ผู้มวี ินยั ในตนเอง ในเรื่องความซอ่ื สตั ย์สจุ รติ ขยนั หม่นั เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตง้ั ใจปฏบิ ัตหิ น้าท่ี และ ยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง มีสว่ นรว่ มในการสรา้ งและปฏิบัตติ ามข้อตกลง กติกาของห้องเรียน ในเรอื่ งการรักษาความสะอาด การรกั ษาของใช้ร่วมกันและการสง่ งาน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการสรา้ งข้อตกลง กติกา ดว้ ยหลกั เหตุผลและยดึ ถือประโยชน์สว่ นรวม ปฏิบัตติ นตามบทบาทหนา้ ทีข่ องการเป็นสมาชกิ ท่ดี ีของครอบครวั และ หอ้ งเรยี น ในเร่อื งการเป็นผู้นำและการเปน็ สมาชิกท่ดี ี การมีเหตผุ ล ยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน การปฏิบตั ิ ตามเสียงขา้ งมากและยอมรบั เสียงข้างน้อย มสี ว่ นร่วมและรับผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจในกิจกรรมของครอบครวั และห้องเรียน ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่อื สตั ยส์ ุจริต ขยันหมน่ั เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตัง้ ใจปฏบิ ัติหนา้ ที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งบุคคล ในเรือ่ งเช้ือชาติ ภาษา เพศ สขุ ภาพ ความ พิการ ความสามารถ ถิน่ กำเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อยู่ร่วมกับผอู้ ืน่ อย่างสันตแิ ละพ่ึงพาซึง่ กันและกนั ใน เรือ่ งการไมร่ งั แก ไมท่ ำร้าย ไม่ล้อเลยี น ชว่ ยเหลือซึง่ กนั และกนั และแบ่งปัน วเิ คราะหป์ ัญหาความขัดแย้งใน ท้องถิ่น ในกรณีการใช้สาธารณสมบตั ิและการรกั ษาส่ิงแวดลอ้ ม และเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหาโดยสนั ติวธิ ี ปฏิบตั ิ ตนเปน็ ผมู้ วี ินัยในตนเอง ในเร่ืองความซอื่ สัตยส์ ุจรติ อดทน และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และกระบวนการ แก้ปัญหา เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นมลี ักษณะที่ดขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรกั ษาไวซ้ งึ่ ความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรัก ชาติ ยดึ ม่ันในศาสนา เทิดทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ดำเนนิ ชีวิตตามวถิ ปี ระชาธิปไตย อยู่ร่วมกบั ผอู้ ่ืนอย่าง สนั ติ สามารถจดั การความขัดแย้งด้วยสนั ติวิธี และมีวนิ ยั ในตนเอง ผลการเรยี นรู้ หน้าทพ่ี ลเมือง (เพ่มิ เติม) ๑. เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ ีมารยาทไทย ๒. แสดงออกถึงความกตญั ญูกตเวทีตอ่ ผ้ทู ำประโยชนใ์ นสังคม ๓. มสี ว่ นรว่ มในขนบธรรมเนียมประเพณีไทย หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางโทง.2565. ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132