ความหมายของรายงาน ทแกรสอแาลานผยี่ไยรดะนาใงศจนงจทากึหําานห่ีกษสนกขํราาาึ่งกือนึ้หรรขกเาอนสาปอารยยนดนรงศกูงเทกเทึอกับาราาํ ศนาษ่ือขรรจดงอาาศ(ทศังบยคRึกกึก่ีผงเนeษขลาูสษpคนาตาอาoใววขอนคนมrาอากนtปาจง)ํากคปหทจหหาวรัวจาํ นมราะขเุบปใดทเาอันมนนยใดริหนเถราแรลศายึงื่อวลอยึกงิเงสะงบาคษใ่ิถงนุครดาพือาคกคเแิระมเลนาปล่ือหพรคะนหงทสวรสหสรัี่งาเะังือนรวเยเรเียกคน่ึงะปาบโรตหเนยดวาเกนงกรยะลาา่ึีงยลหวานรขงใิธุม นณเใขอีใกปหดกึ้นง็ไนถากวดจกูกกริธาาคทิจตีหารกวํากรอปนสารสรงร่ึางมาตรัมะทรยยมาสเภี่ผงามมสนาูวาเิํแานรนขเษคบีทยผอณัญบนศลง
องคประกอบของการเขยี นรายงาน 1. ปกนอก 2. ปกรอง (กระดาษเปลา สีขาว) 3. ปกใน (เหมือนปกนอกทกุ ประการแตใ ชก ระดาษขาว) 4. คํานํา 5. สารบัญ 6. เนอื้ หา 7. บรรณานกุ รม หรอื แหลง อางองิ 8. ภาคผนวก (ในทน่ี ี้ใหรอคาํ สั่งจากครูวาจะใหใ สอะไรในภาคผนวก) 9. ปกรองหลัง (กระดาษเปลาสขี าว) 10. ปกหลัง
1. ปกนอก (Cover หรือ Binding) สวนที่เปนปกหุมรายงานประกอบดวยปกหนา สัน และปกหลัง ควรเปนกระดาษ แขง็ พอสมควรสีสันเหมาะสมกบั เนื้อหา หรอื อาจใชปกของแตละสถาบันการศึกษาซึ่งไดจัดทํา สําเร็จไวแลวก็ได อาจมีภาพหรือไมก็ไดถามีภาพควรใหสอดคลองกับเน้ือเร่ือง การจัดวาง รูปแบบควรจัดใหสวยงามเหมาะสม ปจจุบันการพิมพดวยคอมพิวเตอรทาใหสามารถ ออกแบบปกใหส วยงามไดอ ยางสะดวกงา ยดาย ขอ ความท่ีปรากฏบนปกนอก ประกอบดวย การจัดระยะขอบ หรอื จดั ก้นั หนา - ก้ันหลงั กน้ั หนา ระยะขอบเทากบั 3.81 cm ก้นั หลงั ระยะขอบเทากบั 2.5 cm ขอบบน ระยะขอบเทากบั 3.81 cm ขอบลาง ระยะขอบเทากับ 2.5 cm
1. ปกนอก (Cover หรอื Binding) (ตอ) รปู แบบของปก ประกอบดว ยขอความ 4 สวน สวนที่ 1 คือ ชอื่ เรอ่ื งรายงาน สว นที่ 2 คือ ชือ่ ผูจัดทาํ รายงาน สวนที่ 3 คือ เสนอใคร สวนท่ี 4 คือ บอกถึงรายงานฉบับน้ีเปนของวิชาอะไร ภาคเรียนและป การศึกษาใด โรงเรียนอะไร หมายเหตุ ขอความท้ัง 4 สวน ใหมีการเวนระยะหางของแตละสวนใหเทา ๆ กันขอความสว นท่ี 1 อาจมขี นาดอกั ษรที่ใหญกวาขอความสวนอ่ืนๆ ก็ได ขอความในสวน ท่ี 2 – 3 ควรใชขนาดอักษรท่ีเทากัน สําหรับขอความในสวนที่ 4 ขนาดอักษรอาจมี ขนาดเทากับสวนที่ 2 และ 3 หรืออาจจําเปนตองมีขนาดอักษรที่เล็กกวาสวน 2 – 3 เล็กนอ ย
1. ปกนอก (Cover หรือ Binding) (ตอ ) สวนที่ 1 ช่อื เร่อื งรายงาน ใชขนาดตัวอกั ษร 26 สว นที่ 2 ชือ่ ผจู ัดทํารายงาน ใชขนาดตวั อกั ษร 22 สวนที่ 3 คอื เสนอใคร ใชข นาดตัวอักษร 22 สวนที่ 4 บอกถึงรายงานฉบบั นเี้ ปน ของ วชิ าอะไร ภาคเรยี นและปการศกึ ษาใด โรงเรียนอะไร ใชขนาดตวั อักษร 20
3. หนา ปกใน (Title Page) อยูตอจากปกนอกและมีขอความเชนเดียวกับปกนอก ช่ือเรื่องของรายงานพิมพอยูตรง กึ่งกลางของหนา กระดาษ โดยใหหางจากขอบบนประมาณ 3.81 เซนติเมตร และหางจากขอบกระดาษซาย และขวาเทาๆ กนั ถาชอ่ื เรือ่ งยาวแบงเปน สอง-สามบรรทดั ตามความเหมาะสม ช่อื ผเู ขียนรายงานโดยท่ัวไป เขียนเฉพาะชอื่ และนามสกลุ ไมต อ งเขยี นคานาหนานาม เชน นาย นาง นางสาว ยกเวน ในกรณีที่ผูเขียนมียศ หรือบรรดาศักด์ิ เชน ม.ร.ว ม.ล. หรือ ร.ต.ท. ฯลฯ ใหใสไวดวยใตชื่อผูเขียนควรใสเลขประจําตัว หรือรหัสประจําตัวนักศึกษาดวย ตําแหนงของช่ือผูเขียนคือตรงกลางหนากระดาษ เวนระยะ จากขอบกระดาษซายและขวาเทาๆ กัน และอยูหางจากขอความสวนบนและสวนลางของหนากระดาษ เปนระยะพอๆ กนั ในกรณีทีม่ ีผเู ขียนหลายคนใหเขียนช่ือทุกคนเรียงตามลาดับอักษร และใสรหัสประจําตัว ไวตอจากช่ือในบรรทัดเดียวกัน สวนขอความท่ีแจงวาเปนรายงานการคนควาประกอบรายวิชาใด สถาบนั ศกึ ษาใด ภาคเรียนและปก ารศกึ ษาใด จัดพิมพไ วสวนทายของหนากระดาษโดยใหบรรทัดสุดทายอยู หา งจากขอบลางประมาณ 2.54 เซนติเมตร
4. คํานํา (Preface) คํานํา (Preface) คือ สวนที่กลาวถึงวัตถุประสงคของรายงานเร่ืองนั้น รวมท้ังความสําคัญ และขอบเขตของเนื้อหา นอกจากนั้นยังอาจกลาวขอบคุณผูมีสวนชวยเหลือในการจัดทํา จนสําเร็จดวยดี คํานําอาจมีเพียงยอหนาเดียว สอง หรือสามยอหนาก็ไดขึ้นอยูกับความเหมาะสมของเน้ือหา คํานําไมควร เขียนยาวเกนิ ไป ใหพ ิมพค าํ วา “คํานาํ ” ไวกลางหนากระดาษไมขีดเสนใตหางจากขอบบน 5.08 เซนติเมตร แลวพิมพขอความในบรรทัดถัดลงมา เมื่อจบขอความแลวใหลงชื่อ นามสกุลของผูเขียน ถาทํางานเปนกลุม ใหลงคําวา “คณะผูจัดทํา” และลงวันที่ เดือน (เขียนเต็มไมเขียนยอ) ป (ไมตองมีคําวา พ.ศ.) กํากับไวดวย
4. คาํ นาํ (Preface) (ตอ) ระยะหา งจากขอบ 5.08 เซนตเิ มตร คาํ นํา ใชขนาดตัวอกั ษร 26 ตัวหนา คาํ นํา ใชขนาดตวั อกั ษร 16 ผจู ัดทาํ ใชขนาดตวั อกั ษร 16
ระยะหา งจากขอบ 5.08 เซนติเมตร 5. สารบญั สารบญั ใชข นาดตวั อกั ษร 26 ตัวหนา เรื่อง /หนา ใชขนาดตวั อักษร 16 ตวั หนา เนื้อความ ใชข นาดตวั อักษร 16 ตามตวั อยาง
7. บรรณานกุ รมหรือแหลง อา งอิง (Reference) บรรณานุกรม คือ การบอกแหลงที่มาของขอความที่ใชอางอิง ในเน้ือหาท่ีนํามาเขียนเรียบ เรียงเพราะฉะนั้นถาจะอธิบายถึงความแตกตางระหวางบรรณานุกรมกับการอางอิงใหเขาใจแบบงาย ๆ กค็ อื บรรณานกุ รม จะเปน การระบุถงึ รายการของความรูตาง ๆ สิ่งพิมพวัสดุความรู ที่เปนแหลงที่เราศึกษา เปนความรูแลวนํามาประกอบการเขียน ใหเราสามารถไปศึกษาความรูเพ่ิมเติมจากแหลงน้ันได สวนการอา งองิ จะเปน การตัดขอความ หรือ คําพูด มาประกอบงานเขียนเลย เชน สมมติวามีคนมาคัดลอก บทความจากจันทรไทยบล็อกไปใช โดยไมไดแกอะไรเลยหรือมีแคขอความสวนใดสวนหน่ึง เขาจะตอง อางองิ วา เอามาจากไหน แตถ าเขาเอาความรูท่ีไดจากบทความตางๆ จากจันทรไทยบล็อก ไปเขียนสรุปเปน เรือ่ งใหมโดยเรอื่ งใหมน ัน้ ไมไดมีขอความสวนใดสวนหน่ึงในเร่ืองใหมน้ีเลย เขาจะตองระบุเปนบรรณานุกรม เอาไวใหผ อู านสามารถรแู หลงที่มาของความรูใหไ ปศกึ ษาเพมิ่ เติมได
7. บรรณานกุ รมหรอื แหลงอางองิ (ตอ ) ขอบคุณภาพจากเวบ็ ไซต www.trcn.ac.th
7. บรรณานกุ รมหรอื แหลงอางองิ (ตอ ) ขอบคุณภาพจากเวบ็ ไซต www.trcn.ac.th
7. บรรณานุกรมหรอื แหลง อา งองิ (ตอ )
8. ภาคผนวก (Appendix) ภาคผนวก เปน สว นหน่ึงของหนงั สือหรืองานเขียนทนี่ าํ มาจัดไวต อนทายเน้ือเร่ืองของหนังสือ หรือหรือส่ิงพิมพ สวนท่ีนํามาจัดไวในภาคผนวกน้ี ไดแก ตารางสถิติ แผนที่ รายช่ือ หรือคําอธิบายท่ียาว เกนิ กวาจะรวมไวใ นเนอ้ื หาหรือในรายการเชิงอรรถของหนงั สอื รายการในภาคผนวกน้ีเปนสวนท่ีนํามาเสริม เน้ือหาของหนังสือใหสมบูรณยิ่งข้ึน โดยทั่วไปภาคผนวกจะปรากฏอยูตอนทายของเน้ือเร่ือง ตามดวย หมายเหตุ อภิธานศัพท บรรณานุกรม และดัชนี ถารายการในภาคผนวกนี้มีความสําคัญพอ บรรณารักษ ผูทําบัตรรายการจะระบุไวใ นบัตรรายการดว ย ดูตัวอยา งการเขียน ภาคผนวก
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: