Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโชค

แผนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโชค

Published by ญาณิกา สุชาติสุนทร, 2023-05-31 06:43:48

Description: แผนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโชค ปีการศึกษา 2565

Search

Read the Text Version

แผนการพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนบา้ นโชค สู่การปฏบิ ัติ กล่มุ บริหารงานวิชาการ โรงเรยี นบ้านโชค สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสรุ ินทร์ เขต 3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

หน้า ก คำนำ การศึกษาข้อมูลเกีย่ วกบั ทิศทาง กรอบยุทธศาสตร์ แผนแม่บท และกฎหมายทเ่ี ก่ียวข้องกบั การ พฒั นาประเทศ พบว่า ประเด็นสำคญั เพ่ือเปล่ยี นแปลงแผนไปส่กู ารปฏิบัติใหเ้ กิดผลสัมฤทธิ์ไดอ้ ย่างแท้จรงิ คือ การเตรยี มพร้อมดา้ นกำลังคนและการเสริมสร้างศกั ยภาพของประชากรในทุกชว่ งวัย มงุ่ เนน้ การยกระดบั คณุ ภาพทุนมนุษย์ของประเทศ โดยพัฒนาคนใหเ้ หมาะสมตามช่วงวยั เพอื่ ให้เตบิ โตอย่างมีคณุ ภาพ การพฒั นา ทกั ษะทส่ี อดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะทีจ่ ำเป็นต่อการดำรงชวี ิตในศตวรรษ ที่ 21 ของ คนในแต่ละชว่ งวัยตามความเหมาะสม การเตรยี มความพร้อมของกำลงั คนดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละ เทคโนโลยีท่ี จะเปลีย่ นแปลงในอนาคต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพการศกึ ษาสู่ความเปน็ เลศิ ดงั นั้น การขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติ เพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มคนใหส้ ามารถปรบั ตัวรองรบั ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงได้อย่าง เหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนใหม้ ีการปรับปรุงหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ในกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ ในกล่มุ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รวมท้ังสาระ เทคโนโลยีมุ่งเน้นการปรบั ปรุงเนื้อหา ใหม้ ีความทันสมยั ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหนา้ ทาง วิทยาการตา่ งๆ คำนงึ ถึงการส่งเสริมให้ ผเู้ รยี น มที ักษะท่ีจำเป็นสำหรับการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 เปน็ สำคัญ เตรียมผ้เู รียนใหม้ คี วามพร้อมทจ่ี ะเรยี นรู้ สง่ิ ต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชพี เม่ือจบการศกึ ษา หรือสามารถ ศึกษาตอ่ ในระดับทสี่ ูงขึ้น สามารถแข่งขัน และอยูร่ ว่ มกบั ประชาคมโลกได้ แผนฉบับนีจ้ ดั ทำข้นึ เพ่ือใหส้ ถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจการพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี น บ้านโชค ไปสู่กระบวนการจัดทำ และพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นโชค ไดอ้ ย่างถูกต้อง กล่มุ บรหิ ารงานวิชการ โรงเรยี นบ้านโชค

สารบญั หน้า ข สว่ นท่ี 1 ข้อมลู พน้ื ฐานของโรงเรียน หน้า ส่วนที่ 2 ทมี่ าของการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา 1 ส่วนท่ี 3 กระบวนการจัดทำหลกั สูตรสถานศกึ ษา 1 ส่วนที่ 4 การพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา 2 สว่ นที่ 5 ภาคผนวก 3 27

หนา้ 1 ส่วนท่ี 1 บทนำ ขอ้ มูลพื้นฐานโรงเรียนบา้ นโชค 1. ขอ้ มูลท่ัวไป โรงเรียนบา้ นโชค ต้งั อยู่หม่ทู ี่ 1 ตำบลตาเบา อำเภอปราสาท จงั หวดั สุรินทร์ สงั กดั สำนักงานเขต พนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสุรนิ ทร์ เขต 3 เปดิ สอนระดับชั้นชัน้ อนุบาล 2 ถึงช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ 1.1 ขอ้ มลู บคุ ลากรของสถานศึกษา ตำแหน่ง วุฒิทางการศกึ ษา วชิ าเอก ที่ ชอ่ื - สกลุ ผ้อู ำนวยการ ศษ.ม. บริหารการศกึ ษา 1 นายการัณยภาส เพ็งพนั ธ์ ครู ค.ศ.3 ค.บ. ภาษาองั กฤษ 2 นายเจนศิลป์ ห้าวหาญ ครู ค.ศ.3 ค.บ. 3 นางมณฑา ปานแปลง ครู ค.ศ.2 ศษ.ม. จิตวิทยาและการแนะแนว 4 นางชะบา ระบอื นาม ครู ค.ศ.1 ค.บ. 5 นายธชั เดช มหทั ธนเดชวรศิ ครู ค.ศ.1 ค.บ. บริหารการศึกษา 6 นางสาวเทพธดิ า สวุ รรณทอง ครู ค.ศ.1 ค.บ. ระบบสารสนเทศ 7 นางสาวจันทรกานต์ ไหมพรหม ครู ค.ศ.1 ค.บ. การประถมศึกษา 8 นางปทั มา เติมสุข ครู ค.ศ.1 ศษ.บ. การประถมศึกษา 9 นางสาวเกษแกว้ สายแสงจนั ทร์ ครู ค.ศ.1 ค.บ. 10 นางสาวกมลชนก นามเขตต์ ครู ค.ศ.1 ศษ.บ. สังคมศึกษา 11 นางสาวญาณกิ า สุชาติสนุ ทร ครูอัตราจ้าง ศษ.บ. ภาษาไทย 12 นายชานนท์ สายนอ้ ยยาว ค.บ วิทยาศาสตร์ 13 นายเกียรติ รองจนั ทร์ ช่างไม้ 4 คณติ ศาสตร์ พลศึกษา อุตสาหกรรมศลิ ป์ 2. วสิ ัยทัศน์ พันธกจิ เปา้ หมาย อตั ลักษณ์ เอกลกั ษณ์ และปรชั ญาของโรงเรยี น 2.1 วสิ ัยทศั น์

หนา้ 2 มุง่ พัฒนาใหผ้ ้เู รยี นมคี ณุ ภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา ครูมีคุณธรรม จริยธรรม นำสผู่ ู้เรียนเป็น สำคญั ชุมชนมีสว่ นร่วม พัฒนาทกั ษะอาชพี ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2.2 พันธกจิ โรงเรยี นบา้ นโชค 1) จดั กจิ กรรมสง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนมคี ุณภาพตามมาตรฐานของสถานศกึ ษา 2) ส่งเสริมและพัฒนาให้สถานศึกษามีการจดั การศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา 3) ส่งเสริมและพัฒนาให้สถานศึกษาเปน็ สังคมแห่งการเรยี นร้แู ละสง่ เสริมให้ผู้ท่ีมสี ่วนเกี่ยวข้องทุก ฝา่ ยมีส่วนรว่ มในการจดั การศึกษาของสถานศึกษา 4) ส่งเสริมการสรา้ งอัตลกั ษณข์ องสถานศึกษาใหโ้ ดดเด่น 5) พัฒนาคุณภาพสถานศกึ ษาตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา 6) เพม่ิ ขดี ความสามารถในการพัฒนาความรูเ้ พื่อการศึกษาตอ่ และพฒั นาทักษะอาชีพตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 7) จดั หาใหม้ สี ่ือและวสั ดอุ ปุ กรณใ์ นการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในเพียงพอ 2.3 เปา้ หมาย 1) ผู้เรียนมคี ุณภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา 2) สถานศึกษามีการจดั การศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา 3) ชมุ ชนมสี ่วนรว่ มในการจัดการศกึ ษา 4) สถานศึกษามีอัตลกั ษณท์ โี่ ดดเด่น 5) สถานศึกษามีการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาตามแนวทางการปฏริ ปู การศกึ ษา 6) สถานศึกษาส่งเสริม สนบั สนนุ ให้ผูเ้ รยี นมีการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพสุจรติ ตามหลักปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพยี ง 7) สถานศึกษามสี ่ือและวสั ดอุ ุปกรณ์ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนในเพียงพอ 2.4 อัตลักษณ์ของสถานศกึ ษา คุณธรรมเด่น เนน้ การศึกษา กีฬาเลิศ คณุ ธรรมเด่น หมายถงึ นักเรียนทกุ คนมีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมอันพงึ ประสงค์ เน้นการศกึ ษา หมายถึง ผู้เรยี นไดร้ ับการศึกษาอยา่ งเสมอภาค มีความต่อเนื่อง และตรงตาม มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา

หน้า 3 กฬี าเลศิ หมายถงึ นักเรยี นทุกคนรักการออกกำลงั กายดว้ ยการเล่นกฬี าท่ีตนเองช่นื ชอบ และไดร้ บั การสนับสนุน สง่ เสริมตรงตามศกั ยภาพ 2.5 เอกลกั ษณ์ของสถานศกึ ษา โรงเรยี นดี กีฬาเด่น โรงเรยี นดี หมายถึง ผ้บู ริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความสามารถ พฒั นา ตนอยูเ่ สมอ และน้อมนำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง กฬี าเดน่ หมายถึง โรงเรียนและชมุ ชน ร่วมกันสง่ เสริม สนับสนุนด้านกีฬาใหส้ ามารถพัฒนา ได้อยา่ งเต็มศักยภาพ 2.6 ปรชั ญาโรงเรยี น ปญญฺ า โลกสฺมิ ปชฺโชโต “ ปญั ญาเป็นแสงสว่างแห่งโลก ” 2.7 อกั ษรย่อ ปบช. 2.8. สปี ระจำโรงเรียน ขาว - เขียว 2.9 ปณิธานโรงเรียน ปญญฺ า โลกสฺมิ ปชโฺ ชโต “ ปัญญาเปน็ แสงสว่างแหง่ โลก ” 2.10 คำขวัญโรงเรียน รกั สถาบัน ยดึ มั่นคณุ ธรรม นำวิชาการ 3. ภารกจิ โรงเรียนบ้านโชค เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 39 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มี อำนาจหนา้ ทด่ี งั น้ี 1. บรหิ ารกิจการของสถานศึกษาหรือสว่ นราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ข้อบังคับของ ทางราชการและของสถานศึกษาหรือส่วนราชการ รวมทง้ั นโยบายและวตั ถุประสงค์ของสถานศึกษา หรือส่วน ราชการ 2. ประสานการระดมทรัพยากรเพ่ือการศึกษา รวมทัง้ ควบคุมดแู ลบคุ ลากร การเงิน การพสั ดุ สถานท่ี และทรัพย์สนิ อ่นื ของสถานศึกษาหรือสว่ นราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบงั คบั ของทางราชการ 3. เป็นผู้แทนของสถานศึกษาหรือส่วนราชการในกิจการทั่วไป รวมทั้งการจัดทำนิติกรรมสัญญาใน ราชการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการตามวงเงินงบประมาณที่สถานศึกษาหรือส่วนราชการได้รับตามท่ี ได้รับมอบอำนาจ 4. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการเพื่อเสนอคณะกรรมการ เขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา 5. อำนาจหน้าทใ่ี นการอนมุ ัติประกาศนียบัตรและวุฒิบตั รของสถานศกึ ษาใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บ ท่คี ณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานกำหนด 6. ปฏิบัติงานอื่นตามที่ไดรับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวง เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการ อุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้ง งานอ่ืนทกี่ ระทรวงมอบหมาย

หนา้ 4 4. โครงสรา้ งโรงเรยี นบ้านโชค มีการแบ่งโครงสร้างภายในตามกฎกระทรวง และเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่ การศกึ ษากำหน สอดคลอ้ งกบั การกระจายอำนาจทางการศกึ ษา คอื ครอบคลุมใน 4 งาน คือ งานวิชาการงาน งบประมาณ งานบรหิ ารงานบคุ คล และงานบริหารทว่ั ไป ซง่ึ มขี อบข่ายและภารกจิ ดังตอ่ ไปน้ี 1. งานบรหิ ารวิชาการ 1.1 การพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา 1.2 การพฒั นากระบวนการเรียนรู้ 1.3 การวดั ผล ประเมนิ ผล และเทียบโอนผลการเรียน 1.4 การวิจยั เพอ่ื พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา 1.5 การพฒั นาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยที างการศึกษา 1.6 การพฒั นาแหลง่ เรียนรู้ 1.7 การนิเทศการศึกษา 1.8 การแนะแนวการศึกษา 1.9 การพัฒนาระบบการประกันคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา 1.10 การส่งเสรมิ ความรู้ดา้ นวชิ าการแกช่ มุ ชน 1.11 การประสานความรว่ มมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศกึ ษาอื่น 1.12 การส่งเสรมิ และสนบั สนนุ งานวชิ าการแก่บุคคล ครอบครวั องค์กร หน่วยงาน และสถาบนั อื่นทจี่ ัดการศึกษา 2. งานบรหิ ารงบประมาณ 2.1 การจัดทำและเสนอของบประมาณ 2.2 การจดั สรรงบประมาณ 2.3 การตรวจสอบ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานผลการใชเ้ งนิ และผลการดำเนินงาน 2.4 การระดมทรพั ยากรและการลงทนุ เพือ่ การศึกษา 2.5 การบรหิ ารการเงนิ 2.6 การบรหิ ารบญั ชี 2.7 การบรหิ ารพสั ดุและสนิ ทรพั ย์ 3. งานบริหารงานบคุ คล 3.1 การวางแผนอตั รากำลงั และกำหนดตำแหน่ง 3.2 การสรรหาและการบรรจุแตง่ ตัง้ 3.3 การเสริมสร้างประสทิ ธภิ าพในการปฏิบตั ริ าชการ 3.4 วนิ ยั และการรกั ษาวินยั 3.5 การออกจากราชการ 4. งานบริหารทั่วไป 4.1 การดำเนนิ งานธุรการ 4.2 งานเลขานกุ ารคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พื้นฐาน 4.3 งานพฒั นาระบบและเครือข่ายข้อมลู สารสนเทศ

หน้า 5 4.4 การประสานและพฒั นาเครือขา่ ยการศึกษา 4.5 การจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค์กร 4.6 งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 4.7 การส่งเสริม สนบั สนุนดา้ นวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และบริหารทัว่ ไป 4.8 การจดั สถานที่และสภาพแวดล้อม 4.9 การจดั ทำสำมะโนผเู้ รียน 4.10 การรับนกั เรียน 4.11 การสง่ เสริมและประสานงานการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศยั 4.12 การระดมทรัพยากรเพือ่ การศกึ ษา 4.13 งานส่งเสรมิ งานกจิ การนักเรียน 4.14 การประชาสมั พันธ์งานการศึกษา 4.15 การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และประสานงานการศึกษาของบุคคล ชุมชน องค์กร หนว่ ยงานและสถาบนั สงั คมอนื่ ทีจ่ ดั การศึกษา 4.16 งานประสานราชการกับเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและหน่วยงานอ่ืน 4.17 การจัดระบบการควบคุมภายในหนว่ ยงาน 4.18 งานบริการสาธารณะ 4.19 งานทีไ่ ม่ไดร้ ะบุไว้ในงานอ่ืน

หนา้ 6 สว่ นท่ี 2 ทม่ี าของการพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา การพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษาปกี ารศกึ ษา 2565 1. พระราโชบายด้านการศกึ ษา ในสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว รัชกาลท่ี 10 การศึกษาต้องสร้างให้คนไทยมคี ณุ สมบัติ ดังน้ี 1. มีทัศนคติทดี่ แี ละถูกต้อง 2. มีพน้ื ฐานชีวติ ที่มัน่ คงเขม้ แขง็ 3. มีงานทำ – มีอาชพี 4. เป็นพลเมืองดี มรี ะเบยี บวินัย 2. พระราชบัญญตั ิมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 หมวด 1 มาตรฐานทางจรยิ ธรรมและประมวลจรยิ ธรรม มาตรา 5 มาตรฐานทางจรยิ ธรรมและประมวลจรยิ ธรรม คือ หลักเกณฑก์ ารประพฤติปฏิบัตอิ ย่างมี คณุ ธรรมของเจา้ หน้าที่ของรฐั ซ่ึงประกอบด้วย 1. ยึดมั่นในสถาบนั หลักของประเทศ อนั ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์และการ ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข 2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต มีจติ สำนกึ ท่ีดี และรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี 3. กล้าตัดสนิ ใจและกระทำในส่ิงที่ถกู ต้องชอบธรรม 4. คดิ ถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวมมากกว่าประโยชนส์ ว่ นตวั และมีจติ สาธารณะ 5. มงุ่ ผลสัมฤทธ์ขิ องงาน 6. ปฏบิ ตั หิ น้าทีอ่ ย่างเปน็ ธรรมและไมเ่ ลือกปฏบิ ัติ 7. ดำรงตนเปน็ แบบย่างที่ดีและรกั ษาภาพลักษณ์ของทางราชการ

หน้า 7 3. แนวทางการขับเคล่ือนการพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษาของโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล 1. ทกั ษะวิชาการ - ความรู้พ้ืนฐาน (รายวิชาพื้นฐาน) - อ่านออก เขียนได้ ลายมือสวย อา่ นคล่อง เขียนคล่อง - อ่านเข้าใจ ตคี วามหมาย จับใจความสำคญั ได้ - เขียนส่อื สารแนวคดิ ของตนเองได้ตรงประเด็น - เนน้ กระบวนการคิดขั้นพื้นฐาน สู่การคดิ ข้นั สูง - เนน้ พัฒนาหลกั สตู รระดบั ชั้นเรียนดว้ ย Lesson Study - สง่ เสริมทกั ษะภาษาตา่ งประเทศ - มีแผนการจัดการเรยี นรู้ 2. ทกั ษะชีวิต - ทักษะงาน (สรา้ งคนดีให้บ้าน, ชมรมจติ อาสา) - มีทกั ษะชีวิตท่ดี มี ีคุณภาพอยู่ในสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสุข - มคี วามคิดเชงิ บวก คิดสร้างสรรค์ - มที ักษะในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวนั - มคี วามซอ่ื สตั ย์ อดทน กล้าหาญ - นกั เรียนสามารถว่ายนำ้ ได้ - นักเรยี นร้จู ักการหลกี เลยี่ งยาเสพตดิ - นักเรยี นไมม่ ีการทะเลาะวิวาท - นกั เรียนเป็นคนตรงต่อเวลา - นกั เรยี นปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ศาสนา 3. ทกั ษะอาชีพ - ความรเู้ ฉพาะทาง (รายวิชาเพิม่ เติม, วิชาเลอื ก, ชมรม) - ความเปน็ เลิศเฉพาะทาง เฉพาะด้าน - พัฒนาโครงงานอาชีพด้วยกระบวนการ PBL (Project-based Learning, Problem based Learning) - มหี ลักสตู รเสริมทกั ษะอาชีพอยา่ งหลากหลาย หลกั สตู ร/สาระท้องถิ่น เชน่ จักสาน ขนมไทย 4. แนวทางการนำหลกั สูตรต้านทุจริตศึกษา (หลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน) วชิ าการปอ้ งกันการทจุ ริต ไปปรับใช้ในการจดั การเรยี นการสอนของสถานศึกษา 1. เปิดรายวิชาเพมิ่ เติม 2. บรู ณาการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

หน้า 8 3. บูรณาการกบั การเรียนการสอนกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืนๆ 4. จดั ในกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น 5. จัดเป็นกิจกรรมเสริมหลกั สูตร 6. บูรณาการกบั วถิ ชี ีวติ ในโรงเรยี น 5. ประกาศ/คำส่ัง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน 1. คำสั่งสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ท่ี 30/2561 เร่ือง ใหเ้ ปลี่ยนแปลงมาตรฐาน การเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตาม หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 2. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน เรือ่ ง การบริหารจดั การหลักสูตร สถานศกึ ษากลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู ร แกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ประกาศ ณ วนั ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2561 3. คำส่งั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน ท่ี 921/2561 เรือ่ งยกเลกิ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวช้ีวัด สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระท่ี 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ใน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 และเปลีย่ นชอื่ กล่มุ สาระการเรียนรู้ 4. คำสงั่ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ที่ 922/2561 เรอ่ื งการปรับปรุงโครงสร้างเวลา เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551

หนา้ 9 สว่ นท่ี 3 กระบวนการจัดทำหลกั สตู รสถานศกึ ษา 1. การจดั ทำหลกั สตู รสถานศกึ ษามกี ระบวนการ ดังนี้ 1. แตง่ ต้ังคณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู รและงานวชิ าการของสถานศึกษา และคณะทำงาน 2. ศกึ ษา วเิ คราะหห์ ลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กรอบหลักสตู ร ระดบั ท้องถน่ิ และเอกสารประกอบหลกั สตู รตา่ งๆ รวมท้งั ข้อมลู สารสนเทศเกย่ี วกับสภาพปญั หา จุดเน้น ความตอ้ งการของสถานศกึ ษา ผู้เรยี น และชุมชน 3. จดั ทำหลักสูตรสถานศึกษาซงึ่ มีองค์ประกอบสำคญั ดังนี้ ส่วนนำ โครงสรา้ งหลักสตู ร สถานศกึ ษา คำอธบิ ายรายวชิ า เกณฑก์ ารวัดและประเมินผล และเกณฑ์การจบการศึกษา 4. ตรวจสอบองคป์ ระกอบหลักสูตรสถานศึกษาโดยพิจารณาคุณภาพ ความถูกต้องและความ เหมาะสม 5. นำเสนอคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานพิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ หากมีข้อเสนอแนะ จาก คณะกรรมการ ให้นำข้อเสนอแนะไปพิจารณาปรบั ปรงุ ก่อนการอนมุ ัตใิ ชห้ ลักสูตร 6. จัดทำเปน็ ประกาศหรือคำสั่งเรอ่ื งให้ใช้หลักสตู รสถานศึกษา โดยผู้บริหารสถานศึกษาและประธาน กรรมการสถานศึกษาเปน็ ผู้ลงนาม หรอื ผบู้ ริหารสถานศึกษาเปน็ ผูล้ งนาม 7. ใช้หลักสตู รสถานศกึ ษา ครูผ้สู อนนำหลักสูตรสถานศึกษาไปกำหนดโครงสร้างรายวชิ า และออกแบบหน่วยการเรยี นรูเ้ พอ่ื พัฒนาผูเ้ รียนให้มีคุณภาพตามเปา้ หมาย 8. วจิ ัยและตดิ ตามผลการใช้หลกั สตู ร ดำเนนิ การตดิ ตามผลการใช้หลักสตู รอยา่ งตอ่ เนื่องเปน็ ระยะๆ เพอ่ื นำผลจากการตดิ ตามมาใช้เป็นข้อมลู พจิ ารณาปรบั ปรุงหลักสูตรใหม้ คี ณุ ภาพ และมีความ เหมาะสมยิ่งข้ึน

หน้า 10 แผนภาพ กระบวนการจดั ทำหลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนบา้ นโชค

หน้า 11 สว่ นท่ี 4 การพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา องค์ประกอบสำคัญของหลกั สตู รสถานศึกษา มดี งั นี้ 1. สว่ นนำ ขอ้ มลู ในสว่ นนีช้ ่วยใหค้ รูผ้สู อนและผู้เกย่ี วขอ้ ง ทราบถงึ เปา้ หมายโดยรวมของ สถานศกึ ษาในการ พัฒนาผูเ้ รยี น ประกอบดว้ ยส่วนสำคัญ คอื ความนำ วิสยั ทัศน์ สมรรถนะ สำคัญของผูเ้ รียนคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคห์ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และคา่ นิยมหลักคนไทย 12 ประการ แนวการเขียนปก ประกาศ/คำสัง่ และส่วนนำของหลักสูตรสถานศึกษา มีดังน้ี 1.1 ปกหลกั สูตรสถานศึกษา ควรประกอบไปดว้ ยตราสัญลักษณ์ของโรงเรยี น ชอ่ื โรงเรียน ปี พ.ศ. ทเี่ ร่ิมใช้หลักสูตรและหน่วยงานที่โรงเรียนสังกัดหากหลังจากใชไ้ ประยะหน่งึ แล้วสถานศึกษามีการ ปรบั ปรุงหลกั สตู ร ใหป้ รบั เปล่ยี นปี พ.ศ. ใหมใ่ ห้สอดคลอ้ งกับปีท่ปี รับปรงุ ** ปกหลักสูตรควรมอี งค์ประกอบ สำคัญ ส่วนการออกแบบ สถานศกึ ษาทำได้ ตามความเหมาะสม ตัวอย่างปกหลักสตู รสถานศกึ ษา 1.2 ประกาศหรือคำสงั่ ใหใ้ ช้หลกั สตู รสถานศึกษา หลงั จากคณะกรรมการสถานศึกษา ขน้ั พ้ืนฐานเหน็ ชอบ แลว้ ใหจ้ ัดทำประกาศหรือคำสัง่ โดยผบู้ รหิ ารสถานศึกษาและประธานกรรมการสถานศึกษาเป็นผลู้ งนาม หรอื ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาเปน็ ผลู้ งนาม ตวั อยา่ งประกาศโรงเรยี น

หนา้ 12 1.3 ความนำ เขียนแสดงให้เห็นความเชื่อมโยง ระหวา่ งหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ดั กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ใน กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 รวมทั้งพระราโชบายดา้ น การศกึ ษา ในสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว รชั กาลที่ 10 คำสง่ั และประกาศ ต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง กรอบหลักสูตรระดับ ท้องถ่ิน จดุ เนน้ และความต้องการของโรงเรยี น 1.4 วิสยั ทัศน์โรงเรียน เป็นเจตนารมณ์ อดุ มการณ์ หลกั การ ความเช่อื อนาคตท่ีพงึ ประสงค์ เอกลักษณ์ ของ โรงเรยี นเพอื่ สรา้ งศรทั ธา จุดประกายความคดิ ในการพัฒนาองค์กร และคณุ ภาพผเู้ รยี น ท่สี อดคล้องกับ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กรอบหลักสตู รระดบั ทอ้ งถน่ิ จดุ เน้น และความ ตอ้ งการของโรงเรยี น มีแนวทางการกำหนด ดังนี้ 1.4.1 ศึกษาข้อมูล ตอ่ ไปน้ี 1) ศึกษา วเิ คราะห์ วสิ ัยทัศน์หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 2) ศึกษากรอบหลักสตู รระดบั ทอ้ งถนิ่ 3) ศึกษาข้อมลู ความต้องการ จุดเน้นของทอ้ งถนิ่ และโรงเรียน 1.4.2 กำหนดคำสำคัญทีม่ ุง่ บอกถึงเจตนารมณ์ อุดมการณ ์ หลักการ ความเชอ่ื อนาคตท่ีพงึ ประสงคท์ ี่จะ พัฒนาผเู้ รียนไปสู่จุดหมายของหลกั สตู ร 1.4.3 ลกั ษณะของวสิ ัยทัศนท์ ่ีสมบูรณ์ ควรประกอบดว้ ยประเดน็ ต่อไปน้ี 1) สอดคล้องกบั จุดหมาย หลักการของหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2551 ของทอ้ งถิน่ และโรงเรยี น 2) สอดคล้องกับกรอบหลักสูตรระดับท้องถน่ิ 3) แสดงภาพอนาคตของผเู้ รยี นท่คี รอบคลมุ สภาพความต้องการของโรงเรียน ชมุ ชน และ ทอ้ งถิน่ 4) ใชภ้ าษากะทัดรดั ชดั เจน สามารถปฏบิ ัตไิ ด้

หน้า 13 1.5 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นบา้ นโชค พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มุ่งพฒั นาผเู้ รียนให้มีคณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ซึง่ การพฒั นาผู้เรยี นให้บรรลุ มาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดนัน้ จะชว่ ยให้ผเู้ รยี นเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดงั น้ี 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร เปน็ ความสามารถในการรบั และสง่ สาร มีวฒั นธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคดิ ความรคู้ วามเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพือ่ แลกเปลยี่ นข้อมูลขา่ วสารและ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมท้งั การเจรจาต่อรอง เพ่อื ขจัดและลด ปญั หาความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ การเลอื กรับหรอื ไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ เลือกใช้วิธกี ารส่ือสาร ที่มปี ระสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบทีม่ ีต่อตนเองและสงั คม 2. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคดิ อย่าง สร้างสรรคก์ ารคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพือ่ นำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพอ่ื การตัดสินใจเก่ียวกับตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่างๆ ทีเ่ ผชญิ ได้ อยา่ งถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เข้าใจความสมั พนั ธ์และการ เปล่ยี นแปลงของเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ประยุกต์ความรมู้ าใชใ้ นการป้องกันและแกไ้ ขปญั หา และมีการตดั สินใจท่ีมีประสิทธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบทีเ่ กดิ ขน้ึ ต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดลอ้ ม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ นการ ดำเนินชวี ิตประจำวนั การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง การเรียนรู้อยา่ งต่อเนื่อง การทำงาน และการอยูร่ ่วมกันในสงั คม ด้วยการสรา้ งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหวา่ งบคุ คล การจดั การปญั หาและความขดั แยง้ ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทนั กับการเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ มและการรู้จักหลกี เล่ยี งพฤติกรรมไม่พงึ ประสงคท์ ่สี ่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อ่นื 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยเี ปน็ ความสามารถในการเลอื ก และใชเ้ ทคโนโลยดี ้านตา่ งๆ และมี ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพฒั นาตนเองและสงั คม ในด้านการเรยี นรู้การส่ือสาร การทำงาน การแกป้ ัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคุณธรรม 1.6 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนบ้านโชค พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพฒั นาผเู้ รยี นให้มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยรู่ ่วมกบั ผู้อื่นใน สังคมได้อยา่ งมคี วามสุข ในฐานเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดังน้ี 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ร่วมกิจกรรมแสดงความรักชาติ เช่น เชิญธง ยืนตรงเคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติ รกั ษา ช่อื เสยี ง และหวงแหนสมบตั ิของชาติ

หนา้ 14 1.2 ร่วมกิจกรรมทางศาสนา และปฏิบตั ติ ามหลักธรรมของศาสนา เช่น รักษาศลี ปฏบิ ัติธรรม 1.3 รว่ มกิจกรรมเพ่ือแสดงความจงรกั ภกั ดตี ่อพระมหากษัตรยิ ์ 2. ซ่อื สัตยส์ ุจรติ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ที่ถูกต้องและเป็นจรงิ ไมโ่ กหก 2.2 ไม่ถือเอาส่ิงของหรอื ผลงานของผู้อน่ื มาเป็นของตนเอง ไมล่ กั ขโมย 2.3 ไม่หาผลประโยชน์ในทางท่ไี ม่ถูกต้อง ไมค่ ดโกง 3. มีวนิ ัย 3.1 ปฏิบตั ติ นตามข้อตกลง กฎระเบยี บของครอบครวั โรงเรยี นและสงั คม 3.2 ตรงต่อเวลาและรบั ผิดชอบในการเรียน การปฏบิ ัติงาน 4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 ตง้ั ใจ เพยี รพยายามในการเรยี น สนใจเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ 4.2 แสวงหา ศกึ ษา คน้ ควา้ ความร้จู ากแหลง่ การเรยี นรูต้ ่าง ๆ 4.3 บันทึกความรวู้ ิเคราะหต์ รวจสอบ แลกเปลีย่ นเรียนรู้ 5. อยู่อยา่ งพอเพียง เหมาะสม 5.1 ใชท้ รัพย์สินของตนเองและของสว่ นรวมอยา่ งประหยัด ค้มุ ค่า รวมท้ังใชเ้ วลาอย่าง 5.2 ปฏิบตั ิตนและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบมีเหตผุ ล 5.3 วางแผนการเรยี นการทำงานบนพื้นฐานของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร มภี มู คิ ุม้ กนั ในตวั ทีด่ ี 6. มุ่งมนั่ ในการทำงาน 6.1 ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ 6.2 ทุ่มเททำงาน อดทนไมย่ อ่ ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค 6.3 ปรับปรงุ พฒั นาการทำงานและผลงานดว้ ยตนเอง 7. รักความเป็นไทย 7.1 ปฏิบตั ติ ามขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทย 7.2 ใชภ้ าษาไทย เลขไทยในการสอื่ สารได้อย่างถูกต้อง 7.3 ร่วมกิจกรรมทีเ่ กี่ยวข้องกับภมู ปิ ัญญาไทย นำมาใชใ้ หเ้ หมาะสมในวิถชี ีวติ 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ชว่ ยเหลอื ผู้อืน่ แบ่งปันสงิ่ ของ อาสาทำงานให้ด้วยความเตม็ ใจ ไมห่ วงั ผลตอบแทน 8.2 เขา้ ร่วมกิจกรรมท่ีเป็นประโยชนต์ ่อโรงเรยี น ชุมชนและสงั คม 8.3 ดูแลรกั ษาสาธารณสมบัติและสงิ่ แวดล้อมด้วย ความเต็มใจ

หน้า 15 1.7 ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เศรษฐกจิ พอเพียง เป็นปรัชญาช้ถี ึงแนวการดำรงอยู่และปฏบิ ตั ิตนของประชาชนในทุกระดับ ต้ังแต่ ระดับครอบครัว ระดบั ชมุ ชน จนถงึ ระดบั รฐั ทัง้ ในการพฒั นาและบรหิ ารประเทศใหด้ ำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจ เพ่ือให้กา้ วทันต่อโลกยคุ โลกาภิวตั น์ ความพอเพยี ง หมายถงึ ความ พอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นทจี่ ะต้องมีระบบภมู ิคุม้ กันในตวั ท่ีดพี อสมควร ต่อการกระทบ ใดๆ อนั เกิดจากการเปลีย่ นแปลงทั้งภายในภายนอก ทง้ั นี้ จะตอ้ งอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความ ระมดั ระวังอยา่ งย่ิงในการนำวชิ าการตา่ งๆ มาใชใ้ นการวางแผนและการดำเนนิ การ ทุกข้ันตอน และ ขณะเดยี วกนั จะต้องเสริมสร้างพนื้ ฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจา้ หน้าทขี่ องรฐั นกั ทฤษฎี และนกั ธรุ กิจในทุกระดบั ใหม้ สี ำนึกในคณุ ธรรม ความซ่ือสตั ย์สุจรติ และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนนิ ชวี ิตด้วย ความอดทน ความเพยี ร มสี ติ ปัญญา และความรอบคอบ เพอ่ื ใหส้ มดลุ และพรอ้ มตอ่ การรองรบั การ เปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเร็วและกวา้ งขวาง ทงั้ ด้านวตั ถุ สงั คม สงิ่ แวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้ เป็นอย่างดี 1. ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพียง จงึ ประกอบด้วยคุณสมบตั ิ ดงั นี้ ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดีทไ่ี ม่น้อยเกนิ ไปและไม่มากเกินไป โดยไมเ่ บียดเบยี น ตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยูใ่ นระดบั พอประมาณ ความมเี หตผุ ล หมายถึง การตัดสินใจเก่ยี วกบั ระดบั ความพอเพยี งนัน้ จะต้องเป็นไปอย่างมี เหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปจั จัยทีเ่ กีย่ วข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดวา่ จะเกิดข้นึ จากการกระทำ นน้ั ๆ อยา่ งรอบคอบ ภมู คิ ุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตวั ให้พรอ้ มรับผลกระทบและการเปล่ยี นแปลงดา้ นต่างๆ ที่จะ เกิดขึน้ โดยคำนึงถงึ ความเปน็ ไปได้ของสถานการณต์ ่างๆ ท่ีคาดวา่ จะเกิดขนึ้ ในอนาคต โดยมี เง่อื นไข ของการตัดสินใจและดำเนินกจิ กรรมต่างๆ ใหอ้ ยใู่ นระดับพอเพยี ง ๒ ประการ ดงั นี้ เงื่อนไขความรู้ ประกอบดว้ ย ความรอบรเู้ กี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกย่ี วข้องรอบดา้ น ความ รอบคอบท่ีจะนำความร้เู หล่านัน้ มาพจิ ารณาให้เช่ือมโยงกนั เพอื่ ประกอบการวางแผนและความระมดั ระวงั ใน การปฏบิ ตั ิ เง่ือนไขคุณธรรม ทจี่ ะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มคี วามตระหนักใน คุณธรรม มีความ ซ่อื สตั ยส์ ุจริตและมคี วามอดทน มคี วามเพียร ใช้สตปิ ัญญาในการดำเนินชวี ติ 1.8 ค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศนโยบายค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ เพ่ือ เสริมสร้างและปลูกฝังให้แก่เยาวชนและคนไทย ดังนี้ 1. มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ 2. ซอ่ื สตั ย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิง่ ทดี่ ีงามเพอื่ สว่ นรวม 3. กตัญญตู อ่ พอ่ แม่ ผู้ปกครองครูบาอาจารย์ 4. ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรยี นท้งั ทางตรง และทางอ้อม 5. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอนั งดงาม 6. มีศีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อ่ืน เผ่ือแผ่และแบง่ ปัน

หน้า 16 7. เข้าใจเรียนรูก้ ารเปน็ ประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ ทีถ่ กู ตอ้ ง 8. มรี ะเบียบวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรูจ้ ักการเคารพผ้ใู หญ่ 9. มสี ติรู้ตัว ร้คู ดิ รูท้ ำ รปู้ ฏบิ ตั ิตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั 10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รู้จักอดออมไว้ใช้เมือ่ ยามจำเปน็ มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจา่ ยจำหนา่ ยและพร้อมที่จะขยายกิจการ เมอ่ื มคี วามพร้อมเมอ่ื มภี มู คิ ้มุ กนั ที่ดี 11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อ บาปตามหลักของศาสนา 12. คำนึงถงึ ผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง 2. โครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา เปน็ ส่วนท่ใี หข้ อ้ มลู เก่ยี วกบั การกำหนดรายวิชาที่จัดสอน ในแตล่ ะป/ี ภาค เรียน ประกอบดว้ ยรายวชิ าพ้ืนฐาน รายวิชาเพมิ่ เติม กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น(สอดคล้องจุดเนน้ ของสถานศึกษา แผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา แนวทางการขบั เคลื่อนโรงเรียนคณุ ภาพประจำตำบล) พร้อมทง้ั จำนวนเวลา เรียนหรอื หน่วยกติ ของรายวิชาเหลา่ น้นั การจดั ทำโครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา จะต้องจดั ทำ 2 ส่วน ได้แก่ โครงสรา้ งเวลาเรยี น และ โครงสร้างหลักสูตรชน้ั ปี โดยพิจารณาจากข้อมลู ต่อไปนี้ 2.1 เวลาเรียนที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 กำหนด ภายหลังจาก ประกาศใช้หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 เมื่อ วันท่ี 11 กรกฎาคม 2560 ไดม้ ี คำสั่ง ประกาศ และหนังสือราชการ เกย่ี วกับโครงสรา้ งเวลาเรยี นอยู่หลายฉบับ ซ่งึ บางฉบับยังมผี ลบงั คบั ใช้ และบางฉบบั ยกเลกิ ไปแล้ว รายละเอียดในภาคผนวก โดยสรปุ ดังนี้

หน้า 17 / ...... 160 160 160 160 160 160 80 8 8 8 88 44 40 4 4 40 444 44 444 80 80 4 84 200 200 200 80 () 1. 2. – 3. 4. 80 1. 2. ,4 / ,4 /

หนา้ 18 2.2 จำนวนมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชี้วัด และลกั ษณะตวั ชี้วดั 2.2.1 จำนวนมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ช้วี ดั ศึกษาและพิจารณาจำนวนตัวชวี้ ัดชั้นปีและตวั ชวี้ ดั ช่วง ชั้นในแตล่ ะกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพ่อื การกำหนดเวลาเรยี นในแตล่ ะวชิ าตามโครงสรา้ งหลักสูตสถานศึกษาให้ เปน็ ไปอย่างเหมาะสม สำหรับจำนวนมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ัดกลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) มดี งั นี้ คณิตศาสตร์ ชื่อสาระ มาตรฐานการเรียนรู้ จำนวนตวั ชวี้ ดั แตล่ ะระดับ/แต่ละสาระ รวม ประถมศึกษา จำนวน จำนวน รหัส ตวั ช้วี ัด มาตรฐาน มาตรฐาน ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 1. จำนวนและพชี คณติ 2 ค 1.1 5 8 11 16 9 12 61 ค 1.2 1 - 1 - - 1 3 2. การวดั และเรขาคณิต 2 ค 2.1 2 6 13 3 4 3 31 ค 2.2 1 1 1 2 4 4 13 3. สถติ แิ ละความนา่ จะเป็น 1 ค 3.1 1 1 2 1 2 1 8 5 - 10 16 28 22 19 21 116 วิทยาศาสตร์ ชื่อสาระ มาตรฐานการเรียนรู้ จำนวนตวั ช้ีวดั แตล่ ะระดับ/แต่ละสาระ รวม ประถมศกึ ษา จำนวน จำนวน รหัส ตัวชว้ี ดั มาตรฐาน มาตรฐาน ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ว 1.1 2 - - 4 - - 6 1. วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 3 ว 1.2 2 3 4 1 - 5 15 ว 1.3 - 1 - 4 2 - 7 ว 2.1 2 4 2 4 4 1 17 2. วิทยาศาสตร์กายภาพ 3 ว 2.2 - - 4 3 5 1 13 ว 2.3 2 1 3 1 5 8 20 3. วทิ ยาศาสตร์โลกและ 2 ว 3.1 2 - 3 3 2 2 12 อวกาศ ว 3.2 1 2 4 - 5 9 21 4. เทคโนโลยี 1 ว 4.2 5 4 5 5 5 4 28 9 - 16 15 25 25 28 30 139 2.2.2 ลักษณะตัวช้ีวัด การทำความเข้าใจลักษณะตวั ชีว้ ดั เพ่ือนำไปใช้ประกอบการพจิ ารณาตดั สนิ ใจกำหนดรายวิชา โดย ศกึ ษาความยากง่าย และลำดับความต่อเนื่องสมั พันธ์ของแตล่ ะตวั ชี้วดั ตวั อย่างการบันทึกการศึกษา ดังนี้ 2.3 เป้าหมาย จุดเนน้ การพัฒนาผเู้ รียนของท้องถ่นิ และของโรงเรยี น จดุ เน้นท่ี 1 การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน

หน้า 19 1) นกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 อา่ นออกเขยี นได้ 2) นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 อา่ นคล่องเขยี นคลอ่ ง จุดเนน้ ท่ี 2 การจัดกจิ กรรมนกั เรยี นคิดเลขเป็น (ตามมาตรฐานตัวชว้ี ัด ของระดบั ช้ัน) 1) นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 1 การบวก ลบ จำนวนนับ 1 ถงึ 100 และ 0 2) นกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 2 การบวก ลบ คูณหารจำนวนนบั 1 ถึง 1,000 และ 0 และการท่องสตู รคณู 3) นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3 การบวก ลบ คณู หารจำนวนนับ 1 ถึง 100,000 และ 0 และการท่องสูตรคูณ 4) นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 การแก้โจทย์ปญั หาคณิตศาสตร์ และการท่องสูตรคูณ 5) นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 การแก้โจทยป์ ญั หาคณิตศาสตร์ และการท่องสตู รคูณ 6) นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ และการท่องสูตรคูณ จดุ เนน้ ท่ี 3 การพฒั นาด้านทกั ษะกระบวนการคดิ และอา่ นขัน้ สูง 1) นักเรียนระดบั ชนั้ ป. 4 -6 2) การอ่านเชิงวิเคราะห์ 3) การคิดขนั้ สงู ดว้ ยเทคนิคบนั ได 6 ขน้ั จดุ เนน้ ที่ 4 การพฒั นาหลกั สตู รและกระบวนการจดั การเรียนรูเชิงรกุ ( Active Learning) 1) โรงเรียนวางแผนพฒั นาหลกั สูตรและกระบวนการเรียนรู้ 2) ครทู ุกคนจัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้ - วิเคราะห์หลักสูตร - วิเคราะห์มาตรฐานตัวชว้ี ดั - การเขียนแผนจดั การเรยี นรู้ จดุ เน้นท่ี 5 โครงการหน่ึงโรงเรียน หน่งึ อาชพี หน่ึงผลติ ภณั ฑ์ 1) จดั ทำแผนการจัดการเรียนรู้ 2) พัฒนาหลักสตู รท้องถิ่น 3) ผลติ ภณั ฑป์ ระเภทอาหาร 4) ผลิตภัณฑข์ องทร่ี ะลึก ชองใช้ ของเล่น 5) การหาตลาดและจำหนา่ ย จุดเน้นที่ 1 , 2 และ 3 ครปู ระจำชน้ั เป็นผูด้ ำเนนิ การจดั ทำแบบทดสอบ แบบประเมิน ตามมาตรฐาน ตัวช้ีวดั ของระดบั ชัน้ นน้ั ๆ ประเมิน สรปุ คะแนน (อาจใช้เกณฑ์ การอ่านออกเขียนได้ของ สพป. สร.3 ) จัดทำเปน็ รปู เล่ม ป.1 จำนวน 2 เลม่ ป.2 -3 จำนวน 3 เลม่ ป.4 -6 จำนวน 4 เล่ม เริ่ม วันที่ 20 มิถนุ ายน เปน็ สปั ดาห์แรก ฝ่ายวชิ าการรวบรวม สรุปเปน็ คะแนนของโรงเรยี น รายงาน สพป สร. 3 ตามกำหนด ในวันท่ี 18 กรกฎาคม และเก็บรวบรวมหลักฐาน รอการ นิเทศและติดตาม จาก สพป .สร. 3

หน้า 20 จดุ เนน้ ท่ี 4 งานวิชาการ และคณะครู รว่ มพัฒนาหลกั สตู ร 2551 และวางแผนจัดกระบวนการเรยี นรู้ ตามหลกั สูตร2565 (หลกั สตู รฐานสมรรถนะ) และครูทุกคนมีแผนจัดการเรียนรู้ ( Active Learning) อย่าง น้อยคนละ 1 แผน จุดเน้นที่ 5 ขอเสนอใหม้ ีการประชมุ คณะครู เพอ่ื หาข้อสรุป ในการจัดทำตามโครงการตามนโยบาย 2.4 ระเบยี บ แนวปฏบิ ัติในการบรหิ ารจดั การหลักสตู ร ไดแ้ ก่ 2.4.1 การกำหนดรายวชิ า สถานศกึ ษาจะต้องนำความรแู้ ละทกั ษะตามมาตรฐานการเรียนรขู้ อง แต่ละ“กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ” (Learning areas) ไปจัดทำเป็น “รายวิชา” (Courses) โดยตัง้ ช่ือรายวิชา ใหส้ ะท้อนสิ่งทสี่ อนในรายวชิ าน้ัน ๆ กำหนดรหัสวิชา รวมท้ังระบจุ ำนวนเวลาเรียน หรือจำนวนหนว่ ยกิต ของรายวิชาเหล่าน้ันกำกบั ไว้ดว้ ย ทง้ั นร้ี ะดบั ประถมศึกษาจดั ทำรายวชิ าเป็นรายปี ระดับมธั ยมศึกษจดั ทำ เปน็ รายภาคเรียน 2.4.2 ประเภทของรายวิชา มดี ังนี้ 1) รายวชิ าพ้นื ฐาน: เปน็ รายวชิ าที่เปดิ สอนเพ่ือพัฒนาผ้เู รียนตามมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ัด และ สาระการเรยี นรู้แกนกลางที่ กำหนดไว้ในหลักสตู รแกนกลาง ซงึ่ เป็นส่ิงท่ีผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาข้นั พนื้ ฐานต้องเรยี นรู้ การตง้ั ชอ่ื รายวชิ าพ้ืนฐานควรสอดคล้องกบั กลุม่ สาระการเรยี นรู้ หรอื สะทอ้ นถึงจุดเนน้ และ เน้ือหาสาระทสี่ อน และระดบั ความยากงา่ ยของสงิ่ ท่ีสอนในรายวชิ าน้นั 2) รายวิชาเพม่ิ เติม : เปน็ รายวชิ าที่สถานศึกษาแตล่ ะแห่งสามารถเปิดสอนเพ่ิมเติม จากสิ่งทีก่ ำหนดไว้ ในหลกั สตู รแกนกลาง เพื่อให้สอดคล้องกับจดุ เนน้ ความตอ้ งการและความถนัดของผเู้ รยี นหรือความต้องการ ของทอ้ งถิ่น โดยมีการกำหนด “ผลการเรยี นรู้” เปน็ เป้าหมายในการพฒั นาผู้เรียน ทง้ั นี้จะต้องสอดคล้องกบั เกณฑ์การจบ การศกึ ษา สำหรับช่ือรายวิชาเพม่ิ เตมิ นั้น ควรสอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้ หรือสะท้อนถึง จดุ เนน้ และเนื้อหาสาระที่สอน และระดับความยากงา่ ยของส่ิงท่ีสอนในรายวชิ านน้ั 2.4.3 การจดั รายวชิ า 1) ระดบั ประถมศึกษา รายวชิ าพ้นื ฐาน - ให้สถานศกึ ษาจดั รายวิชาพ้ืนฐานตามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ กลมุ่ ละ 1 รายวชิ าตอ่ ปี ยกเว้น กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม กำหนดเป็นรายวชิ าสังคมศึกษา และรายวชิ า ประวตั ศิ าสตร์ โดยรายวิชาประวัติศาสตร์ให้จดั การเรียนการสอน 40 ชว่ั โมงต่อปี - สาระเทคโนโลยี เปน็ สาระหน่งึ ในกลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ จึงจัดอยใู่ นรายวิชา วิทยาศาสตรโ์ ดยไมแ่ ยกเป็นรายวชิ าเฉพาะ รายวิชาเพิ่มเติม - สถานศึกษาสามารถกำหนดรายวิชาเพม่ิ เติมตาม ความพร้อม จดุ เน้นของสถานศกึ ษาความ ตอ้ งการและความถนดั ของผเู้ รยี นโดยจัดเป็นรายปี และมีการ กำหนดผลการเรยี นรู้ของรายวชิ า นัน้ ๆ

หน้า 21 2.4.4 การกำหนดรหัสวิชา เพอื่ ใหเ้ กดิ ความสะดวกและความเขา้ ใจตรงกันในการสื่อสาร สถานศึกษา จำเปน็ ตอ้ งกำหนดรหสั วชิ าอย่างเป็นระบบ ระบบรหัสวิชา การกำหนดรหัสวิชาควรใชต้ วั เลขอารบิก เพอ่ื ส่ือสารและการจัดทำ เอกสารหลกั ฐานการศึกษา สำหรับรายวิชาพืน้ ฐานและรายวิชาเพิม่ เติม ตามหลักสตู รแกนกลาง การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ประกอบด้วยตัวอกั ษรและตวั เลข 6 หลกั ดงั นี้ 3. คำอธิบายรายวชิ า สว่ นน้ีเป็นรายละเอียดทีช่ ่วยใหท้ ราบวา่ ผู้เรียนจะเรยี นรู้อะไรจากรายวชิ า นนั้ ๆใน คำอธิบายรายวชิ าจะประกอบดว้ ยรหสั วิชา ชื่อรายวชิ า ประเภทรายวชิ า (พ้ืนฐาน/เพมิ่ เติม) กลุ่มสาระการ เรยี นรู้ ระดบั ช้นั ทีส่ อน พร้อมทง้ั คำอธบิ ายใหท้ ราบวา่ เมื่อเรียนรายวิชาน้นั แลว้ ผเู้ รยี นจะมีความรทู้ ักษะ คุณลักษณะหรือเจตคติอะไร ซ่งึ อาจระบใุ ห้ทราบถงึ กระบวนการเรียนรู้ หรอื ประสบการณ์สำคญั ทผ่ี เู้ รยี นจะ ได้รบั ดว้ ยกไ็ ด้ เมอ่ื สถานศึกษากำหนดรายวชิ าทจี่ ะเปดิ สอนในแตล่ ะปี/ ภาคเรยี น เรียบรอ้ ยแล้ว จะต้องเขยี น คำอธิบายรายวชิ า ท้งั รายวิชาพืน้ ฐาน และรายวิชาเพิ่มเติมไวใ้ นหลักสูตรสถานศกึ ษาดว้ ย คำอธบิ ายรายวิชาคืออะไร คำอธบิ ายรายวิชา เปน็ ข้อมูลรายละเอียดของแตล่ ะรายวิชา ประกอบดว้ ยมาตรฐานการเรยี นรเู้ นอื้ หา สาระ เวลาเรยี น รหสั วชิ า ชือ่ วิชา จำนวนหน่วยกติ ระดับชนั้ เพื่อใชเ้ ป็นกรอบทศิ ทางท่ผี ู้สอนใช้ในการวางแผน และออกแบบการเรียนการสอน คำอธิบายรายวชิ ามไี วเ้ พ่ืออะไร 1. เพ่ือสรา้ งความเข้าใจวา่ ในรายวชิ าน้ัน ผูเ้ รียนจะไดเ้ รียนร้อู งค์ความรู้ ฝกึ ทักษะ/กระบวนการและมี คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคท์ ่ีสำคัญอะไรบ้าง 2. เพ่ือเป็นแนวทางให้ผู้สอนนำไปออกแบบการจดั การเรียนรู้ คำอธิบายรายวิชามีลกั ษณะอย่างไร คำอธิบายรายวชิ ามลี ักษณะเป็นความเรียงท่ีประกอบด้วยองค์ความรู้ ทกั ษะ/กระบวนการ และ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คำอธบิ ายรายวชิ าของรายวชิ าพ้นื ฐาน ใหว้ ิเคราะห์จากตวั ช้วี ดั และสาระการเรีย นรู้ แกนกลางท่หี ลักสตู รแกนกลางฯ กำหนด สำหรบั คำอธบิ ายรายวชิ า เพิ่มเตมิ ใหว้ ิเคราะห์ จากผลการเรียนรูท้ ่ี สถานศึกษากำหนดขน้ึ คำอธบิ ายรายวชิ าเขียนเป็นรายปสี ำหรบั ระดบั ประถมศึกษา องค์ประกอบสำคญั ของคำอธบิ ายรายวชิ าคอื อะไร

หน้า 22 องคป์ ระกอบสำคัญของคำอธิบายรายวชิ าจำแนกได้ 3 ส่วน ดังน้ี ส่วนที่ 1 ประกอบด้วย รหัสวชิ า......ชอื่ รายวชิ า……กลุม่ สาระการเรียนร้.ู .......ชนั้ ป.ี ...... จำนวนช่ัวโมง หรอื หน่วยกติ ส่วนที่ 2 ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะ /กระบวนการ และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยมแี นว การเขยี นทส่ี ำคัญ ดังนี้ 1. ผู้เรียนไดเ้ รียนรู้อะไรบ้าง 2. ผู้เรียนสามารถทำอะไรได้บ้าง 3. ผ้เู รียนมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์อะไรบา้ ง ตามหลักสูตรแกนกลาง ฯ และตามธรรมชาตขิ องวชิ า ส่วนที่ 3 ประกอบด้วยรหัสตัวช้วี ดั หรอื ผลการเรยี นรู้ท้ังหมดในรายวิชานนั้ คำอธิบายรายวิชาเขียน อยา่ งไร รายวชิ าพื้นฐาน รายวชิ าพน้ื ฐานเป็นรายวชิ าทีส่ อนใหผ้ เู้ รียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 การเขียนคำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน มีขน้ั ตอนดังนี้ 1. วิเคราะหต์ ัวช้ีวัดชนั้ ปีในระดับประถมศกึ ษา สำหรบั มัธยมศึกษาตอนต้นวเิ คราะห์ตัวช้ีวัดชน้ั ปีเพ่อื กำหนดเป็นรายภาค หรอื ตวั ชี้วัดชว่ งช้นั ในระดับมธั ยมศึกษาตอนปลายเป็นรายภาคและสาระการ เรยี นรู้แกนกลางตามท่ีกำหนดไวใ้ นหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 2. วเิ คราะหส์ าระการเรียนร้ทู ้องถิ่นจากกรอบหลกั สูตรระดับท้องถิน่ ของสำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ความตอ้ งการและบรบิ ทของโรงเรียน เพื่อกำหนดสาระการเรยี นรูท้ ้องถ่ินทเ่ี ก่ียวข้องกับตัวช้ีวดั ใน รายวิชาน้นั 3. จัดกล่มุ ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถนิ่ ทมี่ ีความเชือ่ มโยงสัมพันธก์ นั เพอ่ื หลอมรวมและเรียบเรยี ง เขยี นเปน็ ความเรยี ง ให้เห็นสิ่งท่ตี ้องการให้ผเู้ รยี น มคี วามรู้ ความสามารถและคุณลกั ษณะในรายวิชานัน้ 4. เขยี นรายละเอยี ดตามองค์ประกอบของคำอธิบายรายวชิ า รายวิชาเพิ่มเติม รายวชิ าเพม่ิ เตมิ เปน็ รายวชิ าที่โรงเรยี นกำหนดขน้ึ ตามจุดเน้น ความตอ้ งการของโรงเรียนหรอื ท้องถ่นิ การเขยี นคำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ มขี นั้ ตอนดังนี้ 1. กำหนดผลการเรยี นรูซ้ ่งึ โรงเรียนเป็นผูก้ ำหนดขน้ึ 2. กำหนดสาระการเรียนรู้ท่สี อดคล้องกบั ผลการเรียนรู้

หนา้ 23 3. จัดกล่มุ ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ ท่ีมีความเช่อื มโยงสัมพันธ์กันเพือ่ หลอมรวมและเรยี บเรียง เขียน เป็นความเรียงใหเ้ หน็ ส่งิ ท่ีต้องการใหผ้ ู้เรยี น มคี วามรู้ความสามารถ และคุณลักษณะในรายวิชาน้ัน 4. เขียนรายละเอยี ดตามองค์ประกอบของคำาอธิบายรายวิชา 4. การวิเคราะหม์ าตรฐานการเรยี นรู ้/ตวั ช้วี ดั การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้ีวดั สถานศึกษาสามารถทำไดห้ ลายวธิ ี ในท่นี ี้ไดเ้ สนอตวั อย่าง การวเิ คราะห์ตวั ช้ีวัดประกอบการสร้างความรคู้ วามเขา้ ใจ 2 รปู แบบ ดังต่อไปนี้ 5. กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มุ่งให้เรยี นได้ พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอยา่ งรอบดา้ นเพอ่ื ความเป็นมนษุ ยท์ ี่สมบรู ณ์ทง้ั รา่ งกาย สติปญั ญาอารมณ์ และสงั คมเสริมสร้างให้เปน็ ผู้มีศลี ธรรม จรยิ ธรรม มรี ะเบยี บวินยั ปลกู ฝังและสร้างจติ สำนึกของการทำ ประโยชนเ์ พ่อื สงั คมสามารถจัดการตนเองได้และอยรู่ ่วมกบั ผู้อน่ื อยา่ งมคี วามสุข กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนมงุ่ พฒั นาผู้เรียนใหใ้ ช้องคค์ วามรู้ทกั ษะและเจตคติจากการเรยี นรู้8กลุ่มสาระการเรียนรู้และประสบการณ์ของ ผู้เรยี นมาปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเพ่ือชว่ ยใหผ้ ้เู รียนเกิดสมรรถนะสำคัญ อันไดแ้ ก่ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต และความสามารถใน การใชเ้ ทคโนโลยีซ่ึงจะส่งผลในการพัฒนาผเู้ รียนให้มีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์มีทักษะการทำงาน และอยู่

หนา้ 24 ร่วมกบั ผอู้ ่ืนในสังคมได้อยา่ งมีความสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก อนั ได้แก่รักชาติศาสน์กษัตริย์ ซ่อื สตั ย์สุจรติ มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรอู้ ยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ ม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทยและมีจติ สาธารณะ หลกั การกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นมหี ลกั การจัด ดังน้ี 1. มีการกำหนดวัตถุประสงค์และแนวปฏบิ ตั ทิ ีชดั เจนเป็นรูปแบบ 2. จัดให้เหมาะสมกบั วัยวฒุ ภิ าวะความสนใจความถนัดและความสามารถของผเู้ รยี น 3. บรู ณาการวชิ าการกบั ชวี ิตจรงิ ให้เรียนไดต้ ระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต 4. ใชก้ ระบวนการกลุ่มในการจัดประสบการณ์การเรียนรฝู้ ึกให้คิดวเิ คราะหส์ ร้างสรรค์จิตการ ที่ เป็นประโยชน์และสมั พนั ธ์กับชีวติ ในแตล่ ะช่วงวยั อยา่ งตอ่ เน่อื ง 5. จำนวนสมาชกิ มคี วามเหมาะสมกบั ลักษณะของกิจกรรม 6. มีการกำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมสอดคลอ้ งกับวิสยั ทัศน์และเป้าหมายของ สถานศึกษา 7. ผู้เรยี นเป็นผู้ดำเนินการมีครูเป็นทีป่ รกึ ษาถือเปน็ หนา้ ทแ่ี ละงานประจำโดยคำนงึ ถึงความ ปลอดภยั 8. ยดึ หลกั การมสี ่วนรว่ ม โดยเปดิ โอกาสให้ครูพ่อแม่ผู้ปกครองชุมชน องค์กรท้งั ภาครฐั และเอกชน มีสว่ นรว่ มในการจักกิจกรรม 9. มกี ารประเมนิ ผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยวิธีการท่ีหลากหลายและสอดคล้องกบั กิจกรรมอย่าง เปน็ ระบบและต่อเน่ือง โดยให้ถอื วา่ เปน็ เกณฑ์การประเมินผลการผา่ นช่วงชน้ั เรยี น โครงสรา้ งกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นและเวลาเรยี น กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโชคพทุ ธศักราช 2565ตามหลกั สูตรแกนกลาง การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ประกอบดว้ ยกิจกรรม 3 ลกั ษณะ ดงั นี้ 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกจิ กรรมทีส่ ง่ เสริมและพัฒนาผเู้ รยี นใหร้ ู้จกั ตนเอง รู้รักษ์สง่ิ แวดล้อม สามารถคิดตัดสนิ ใจคดิ แกป้ ัญหา กำหนดเป้าหมายวางแผนชวี ติ ทางด้านการเรยี นและอาชีพ สามารถปรบั ปรุงไดอ้ ย่างเหมาะสม นอกจากนีย้ ังชว่ ยใหค้ รรู ้จู ักและเขา้ ใจผ้เู รียน ท้ังยังเปน็ กิจกรรมทีช่ ว่ ยเหลอื และให้คำปรกึ ษาแก่ผู้ปกครองใน การมสี ว่ นร่วมพัฒนาผู้เรียน ส่งเสริมพัฒนาและสรา้ งภูมิคุ้มกนั ที่มั่นคง เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคญั ตามความแตกต่าง ระหว่างบุคคลให้สามารถค้นพบและพฒั นาศักยภาพของตนเอง ประกอบด้วย 1.1 การแนะแนว ด้านบรกิ ารและให้คำปรึกษา

หน้า 25 1.2 การแนะแนวการศึกษา 1.3 การแนะแนวอาชพี 1.4 การแนะแนวเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ 1.5 รจู้ กั เข้าใจและเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผอู้ ื่น 1.6 การปรบั ตัวและดำรงชวี ติ 1.7 การแสวงหาและใช้ขอ้ มลู สารสนเทศ 1.8 การตัดสินใจและแก้ปัญหา 2. กจิ กรรมนักเรยี น เป็นกจิ กรรมทีม่ ุ่งพฒั นาความมีระเบียบวนิ ยั ความเปน็ ผนู้ ำ ผูต้ ามทดี่ ี ความรบั ผิดชอบ การทำงาน รว่ มกนั การรูจ้ กั แก้ปญั หา การตัดสิบใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผลการชว่ ยเหลือแบ่งปัน เอือ้ อาทร และ สมานฉันท์ โดยจัดใหส้ อดคลอ้ งกับความสามารถความถนัด และความสนใจของผู้เรยี นให้ไดป้ ฏิบตั ไิ ดด้ ้วย ตนเองในทุกขนั้ ตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบตั ติ ามแผนประเมนิ และปรับปรงุ การทำงาน เน้น การทำงานร่วมกนั เป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกบั วุฒภิ าวะของผ้เู รียนและบรบิ ทของ สถานศึกษาและท้องถ่ิน กจิ กรรมนักเรียน ประกอบด้วย 2.1 กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี 2.2 กิจกรรมชมุ นมุ 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กิจกรรมท่ีสง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนบำเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ สังคม ชมุ ชน และทอ้ งถ่ิน ตามความ สนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร เพ่อื แสดงถึงความรบั ผิดชอบ ความดงี าม ความเสียสละ ต่อสงั คม และการมีจิต สาธารณะ เชน่ กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กจิ กรรมสร้างสรรคส์ งั คม (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2551) โครงสรา้ งกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น โครงสรา้ งเวลาการจัดกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นโชค พุทธศักราช 2553 (ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับ ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช 2560) . ... . .. . -/ --- - -- - - 333 3 33 10 10 10 10 10 10

หนา้ 26 การประเมนิ ผลกิจกรรม ผู้เรียนมีเวลาเข้ารว่ มกจิ กรรม 10 ชัว่ โมง / ปี การประเมินผลจดั กิจกรรมกำหนดเกณฑ์การประเมนิ เปน็ “ผ่าน” และ “ไมผ่ า่ น” ดังนี้ ผา่ น หมายถึง ผ้เู รียนมเี วลาเข้ารว่ มกจิ กรรมครบตามเกณฑ์ ปฏบิ ัติกจิ กรรม และมผี ลงาน/ชน้ิ งาน/ คุณลกั ษณะตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากำหนด ไม่ผา่ น หมายถงึ ผ้เู รยี นมีเวลาเข้ารว่ มกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ปฏบิ ัติกิจกรรม และมผี ลงาน/ชน้ิ งาน/ คุณลกั ษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ทีส่ ถานศกึ ษากำหนด ในกรณที ่ีไม่ผ่าน ครทู ่ีปรึกษาตอ้ งใหผ้ ู้เรียนซ่อมเสริมการทำกจิ กรรมใหค้ รบตามกรอบเวลาท่ีกำหนด ในโครงสร้างของหลักสูตร ทส่ี ถานศกึ ษากำหนด 5. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา เปน็ สว่ นที่สถานศึกษากำหนดคณุ สมบัติของผู้ที่จะจบการศึกษาในแต่ละระดับโดยพฒั นาเกณฑ์ ดงั กลา่ วใหส้ อดคล้องสัมพนั ธ์กบั เกณฑก์ ารจบหลกั สตู รตามหลักสูตรแกนกลางแลสถานศึกษาจะตอ้ งจัดทำ ระเบียบว่าด้วยการวดั และประเมินผลการเรียนเพือ่ ใชค้ วบคกู่ บั หลกั สูตรสถานศกึ ษาหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศกึ ษา ระดบั ประถมศกึ ษา 5.1 เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา 1) ผู้เรยี นเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานและรายวิชา/กิจกรรมเพมิ่ เติม โดยเป็นรายวิชาพืน้ ฐาน ตาม โครงสรา้ งเวลาเรียนที่หลกั สตู รแกนลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานกำหนดและรายวิชา/กิจกรรมเพม่ิ เติมตามที่ สถานศกึ ษากำหนด 2) ผู้เรียนมผี ลการประเมินรายวิชาพืน้ ฐาน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด 3) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ในระดบั ผา่ นเกณฑ์การประเมิน ตามท่สี ถานศึกษากำหนด 4) ผเู้ รยี นมผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี สถานศึกษากำหนด 5) ผเู้ รียนเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนและมผี ลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามที่ สถานศกึ ษากำหนด 6. การออกแบบการจดั การเรียนการสอน ควรออกแบบการจดั การเรยี นการสอนใหบ้ รรลุจุดมุ่งหมายและประสบความสำเรจ็ โดยพิจารณา หลกั การในการออกแบบการเรยี นการสอน คือ 1. กำหนดกลมุ่ เป้าหมาย 2. ตอ้ งการให้ผเู้ รยี นเรยี นอะไร มคี วามรู้ความเข้าใจ และ/หรอื มคี วามสามารถอะไร ผสู้ อนจึงต้อง

หน้า 27 กำหนดจุดมุง่ หมายของการเรียนการสอนใหช้ ดั เจน 3. ใชว้ ธิ กี ารและกิจกรรมการเรียนรอู้ ะไรท่จี ะชว่ ยให้ผเู้ รยี นเรยี นรู้เนอ้ื หาวชิ านั้น ๆ ไดด้ ที ่ีสดุ เพอื่ ให้ ผเู้ รียนเกิด ทกั ษะวิชาการ – ความรพู้ ้นื ฐาน ทักษะชวี ิต – ทักษะงาน ทักษะอาชีพ – ความร้เู ฉพาะทาง 4. มีการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องผูเ้ รยี น เพ่ือทำให้ทราบผลของการจัดการเรียนการสอน บรรลุจุดมงุ่ หมายทีว่ างไวห้ รือไม่ 7. โครงสร้างรายวชิ า ในระดบั ช้นั เรียนครผู ู้สอนแต่ละคนมีหน้าทร่ี ับผิดชอบในการจัดทำโครงสร้างรายวิชา และออกแบบ หนว่ ยการเรยี นรู้ ซงึ่ ในทางปฏิบตั ิแลว้ หากรายวชิ าใดมผี ู้สอนมากกว่าหนึง่ คน ครูอาจรว่ มมือกนั ทำงานเป็นทมี เพ่อื วางแผนและออกแบบการเรยี นการสอนใหม้ ีคณุ ภาพและประสทิ ธิภาพ การจัดทำโครงสร้างรายวชิ า รายวิชาแต่ละรายวิชานนั้ ประกอบดว้ ยหน่วยการเรยี นรูห้ ลายหนว่ ย ซึง่ ได้วางแผนและออกแบบไว้เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีคณุ ภาพตามเป้าหมายดงั นน้ั เพ่ือทจี่ ะชว่ ยใหผ้ ู้สอนและ ผู้เก่ียวข้องเห็นภาพรวมของแต่ละรายวชิ า จำเป็นตอ้ งมีการจัดทำโครงสรา้ งรายวิชา เพอื่ ใหไ้ ด้ทราบวา่ รายวชิ า นั้นประกอบด้วยหน่วยการเรียนรจู้ ำนวนเท่าใด เรื่องใดบา้ ง แต่ละหน่วยพัฒนาให้ผ้เู รยี นบรรลุตวั ชี้วัดใด โดยใช้ เวลาในการจดั การเรียนการสอนเทา่ ใดสดั ส่วนการ เก็บคะแนนของรายวชิ าน้นั เป็นอยา่ งไร ำ ำญ ำ () / ภค ย ภค ย ว ว ย ด ี 160 ๗ คะแ ะ ว่ ย คะแ วดผ ย ี ว

หน้า 28 8. การวิจยั และตดิ ตามผลการใช้หลกั สตู รสถานศึกษา การวิจัยจะเป็นท่ีมาของข้อมลู ขา่ วสารทีแ่ ม่นตรงแสดงจดุ แข็ง จุดอ่อน ปญั หา สาเหตุ และแนวทาง ปรบั ปรุงพัฒนาให้สถานศกึ ษาสามารถจดั หลกั สูตรการเรยี นการสอนได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ดงั นั้นสถานศึกษา ควรดำเนนิ การ ดังนี้ การวิจัยพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา มงุ่ เนน้ การวจิ ัยเพื่อนำผลมาประกอบการพจิ ารณาปรบั ปรงุ หลักสูตรสถานศึกษาใหเ้ หมาะสมสอดคล้องกบั ผู้เรียน และความต้องการของผปู้ กครองชุมชน 1) การประเมนิ ความต้องการจำเปน็ ในการศึกษาตอ่ และการประกอบอาชีพของผเู้ รียนในอนาคต เพอ่ื นำมาใช้กำหนดโครงการเรยี นรู้ และเวลาเรยี น 2) การประเมนิ ความตอ้ งการของพ่อแมผ่ ู้ปกครอง และชมุ ชนในการพัฒนาผเู้ รียน เพื่อนำมาใช้ กำหนดโปรแกรมการเรียน และโครงการตา่ ง ๆ 3) การประเมนิ ผลหลักสตู รสถานศึกษา โดยมีหัวขอ้ ในการพิจารณา เชน่ ความครบถ้วนของ องค์ประกอบหลักสตู ร ความสอดคล้องของแต่ละองค์ประกอบสอดคล้องกับหลักสตู รแกนกลางฯ และกรอบ หลกั สตู รระดับท้องถิน่ สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผ้เู รียน พอ่ แม่ ผูป้ กครองและชมุ ชน ความเหมาะสมของ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ การจดั กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน และระบบการวดั และประเมินผล เปน็ ตน้ การวิจัยประเมนิ ผลการใช้หลักสตู ร การประเมินผลการใชห้ ลกั สตู รเปน็ สว่ นสำคญั ส่วนหนงึ่ ของกระบวนการพฒั นาหลักสูตร ซง่ึ สถานศึกษาจะต้องมคี วามตระหนักในการปรับปรงุ หรือพฒั นาหลกั สตู รอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นหลกั ประกนั ว่า ผู้เรียนจะไดร้ บั การพฒั นาทั้งด้านสตปิ ัญญา ร่างกาย คุณธรรม บรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั ชาตแิ ละ สามารถดำรงชีวติ ในสงั คมได้อยา่ งมีความสขุ กระบวนการประเมนิ ผลการใชห้ ลกั สตู รสามารถดำเนินการ ได้ ท้งั ระหวา่ งการใชห้ ลกั สูตร และเมอ่ื นำหลักสูตรไปใช้เรียบรอ้ ยแล้ว หรือการติดตามจากผลผลติ ของหลักสตู ร คือ ผูเ้ รยี นทจ่ี บการศกึ ษาตามหลักสูตรเพอ่ื ให้การประเมินผลการใช้หลกั สตู รบรรลุเป้าหมายของการควบคุม คณุ ภาพ สถานศึกษาควรจดั ให้มีการประเมินท้ังระบบ คือ 1) กำหนดให้มีการประเมนิ การใชห้ ลกั สูตร เปน็ กิจกรรมหลักของสถานศึกษา 2) สร้างความเข้าใจเก่ยี วกบั การประเมนิ การใช้หลักสูตรด้วยตนเองให้เกดิ ขึน้ กบั คณะครู 3) วางระบบเครือขา่ ยการทำงานและมอบหมายงานการประเมินให้คณะผปู้ ฏบิ ัตงิ านแต่ละคณะ ดำเนนิ การประเมนิ เปน็ ระยะๆ โดยกำหนดใหช้ ดั เจนวา่ คณะใดต้องประเมนิ รายการใดบา้ ง 4) สรปุ ผลการประเมิน และนำผลการประเมนิ มาปรบั ปรงุ และพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษาการ ประเมนิ ผลการใชห้ ลกั สตู รมีแนวทางการดำเนินการทส่ี ำคัญ คอื พจิ ารณาองค์ประกอบของหลักสตู รทีจ่ ะ ประเมิน พจิ ารณาหลักเกณฑ์ทจ่ี ะใชใ้ นการประเมนิ ออกแบบการจัดเก็บขอ้ มูล ดำเนินการกบ็ รวบรวมขอ้ มลู วิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือใช้พิจารณาตัดสินใจในการปรับปรงุ หลักสูตรตอ่ ไป สำหรบั ประเดน็ ในการประเมนิ นั้น

หน้า 29 สามารถประเมนิ ได้ท้ังเรื่องปัจจยั ทม่ี ีผลตอ่ การใชห้ ลกั สูตร กระบวนการใช้หลักสตู ร และผลจากการใช้หลกั สตู ร อย่างไรกต็ าม สถานศึกษาควรมุง่ เนน้ การประเมินสว่ นที่เก่ียวขอ้ งต่อคุณภาพของผเู้ รยี นเปน็ สำคัญและควร คำนงึ ถึงทง้ั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นรแู้ ละคุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผเู้ รียน สถานศกึ ษาจะต้องให้ ความสำคญั โดยนำผลการประเมนิ ระดับสถานศกึ ษา ระดับเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา และระดบั ชาติมาพจิ ารณาทั้ง ผลการประเมนิ ในภาพรวม และผลการประเมินทีแ่ ยกรายวิชา และแยกรายมาตรฐาน หากผลการประเมินไม่ เป็นไปตามเป้าหมายท่ีคาดหวัง ควรศกึ ษาวิเคราะหเ์ พือ่ คน้ หาสาเหตุท่แี ทจ้ รงิ ซ่งึ สาเหตุย่อมเกิดมาจากปจั จัย และกระบวนการใช้หลกั สูตรสถานศกึ ษานนั้ เอง จากนัน้ จงึ หาวิธีแก้ปัญหาเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพตอ่ ไป ภาระงานสถานศึกษา 1) หลกั สูตรสถานศึกษา 2) หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนรู้ 3) แผนการจดั การเรยี นรู้ วธิ กี าร เทคนิค การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น Active Learning PBL Lesson Study เปน็ ตน้ 4) ระเบยี บการวดั และประเมินผลการเรียน 5) วิจัยและตดิ ตามผลการใช้หลักสูตรสถานศกึ ษา 6) แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 7) หลกั สูตรทอ้ งถ่ิน / สาระท้องถน่ิ 8) การนเิ ทศ ติดตาม การใช้หลักสตู ร

หนา้ 30 ส่วนท่ี 5 ภาคผนวก/คำส่ัง 022 / 64 2564 ************************************* ย คว () แะ แ่ ะ แ่ .. แะแ ( ) .. ะ ค ะ ะ ค /2 ว 11 ภ ค . . 61 ว่ ะว ะ ะด วย ะด แ ะ ะด ย ย คย ว่ ย ดแ ะ ะ แะ ย ่ ดแ แ ะ ด ว ค ภ แ ยะ ่ด ะ ว ะ คภ . . 2561 ย ย ะ ะ แะ ะ ค ภ แะ ะ ะด . . 2561 แว ด ะ ค ภ ภย แะ ย ะ ค ภ ภ ย ะ ดคว แ ผ่ ่ว ยว ยว่ ด คภ ด แ ะค ว ด ะ ค ภ ภย ดคว ด ด ย ย แ ว แ ะย ย ดว่ แะด ดย ะ ค ภ ภ ย ว่ แ่ ค แะค คะ ด ด ่ 1. ค ะ วย ะ ดวย .1 ย ยภ ผ วย ย ะ 1. แ ค ค. . ะ 1.3 ะ ะ ค ค. .2 1.4 ค ะ ยค 1.5 ย ว ค ค. .3 แะ 2. ค ะ ด ะ ดวย 2. 2.2 ย ยภ ผ วย ย ะ 2.3 2.4 ย ว ค ค. .3 ะ 2.5 แ ค ค. .3 ะะ ค ค. .2 ยด ด ว ค ค. . 1

หน้า 31 2.4 ะ ะ ค ค. .2 2.5 ย ด ด ว ค ค. . 1 2.6 ว ค ค. . 1 2.7 ว ด ว ค ค. . 1 2.8 ว ค ค. .1 2.9 ว ค ค. .1 2.10 ย ย ยย ว ค 2.11 ค ค. .1 แะ 3. ค ะ ด แ ะ ย ่ ะ ดวย 3.1 ว ค ค. .1 ะ 3.2 ว ค ค. .1 ะ แะ ะ 3.3 ว ด ว ค ค. .1 3.4 ว ค ค. .1 3.5 ย ย ยย ว ค 3.6 ค ค. .1 แะ 4. ค ะ ะ ผ ะ ดวย 4.1 แ ค ค. . ะ 4.2 ะ ะ ค ค. . ะ 4. 3 ว ค ค. . 1 4.4 ว ค ค. .1 4.5 ย ด ด ว ค ค. . 1 คค ด ยค ค ดวยคว ว ยะ ดผ ดแ ่ ย แ ะ ว 28 ด ค . . 65 ( ย ยภ ) ผ วย ย ค

หน้า 32 ด ะด ดวย ย ค ภ วด ภ ด แ . . 2551 ดย ย ค ะด . .2561 ค ค ด ย แะ ่ ย ย คะ ดแ ะ ว ะค ด คว ผ ค แ ะ ค แผ ค ภ ด แผ ะี ค่ ภ ะ ย่ ะ ภ แ ะ ยว ยค ด ะด 3 ะ ว ะ คภ . . 2561 ะ ว ด ด แะ ะ ค ภ ะ ะ ค ภ ภย แ ยะ ย แะ ะ ค ภ ภย ด ย ะ ยด แ่ด ว 17 ด ภ ค . . 4 ะ ( ย ยภ ) ผ วย ย ค

หนา้ 33 ดค่ ย ะด ะด ะ ค ภ ภย ี 2564 ดย ะ ะ ว ะ คภ .. ย ย ว ด ยแ ะย ะ ค ภ ค ยแ ะ ย คะ ยย ะ แ ะ ะ ค ภ ภ ย แ ะภ ย ะด ่ ะ ะ ค ภ ่ ดค ย ะ ย ะ คภ ภย ว ภค .. ด ะ ะว ะด วย ะด แ ะ ะด ย วค ยค ะด วย ดยคว ค ะ ค ผ ค แะ ะ ย ค ะ แ ะ ดค ่ คภ ะ ค ภ ภย แะ ะ คภ ภย ค ภ แะ ย ค ภ แะ ด ดค่ ย ะด วย แย ะ ย ค ภ แะ ะด วย แ ะ ะ ค ภ ภย แ ยะ ะ ว 17 ด ภ ค . . 4 ( ย ยภ ) ผ วย ย ค

หน้า 34 1. 1 ่ย แะ 81 ด 1.1 ผ 83 1) คว แ ่ ะ ะด ด ว คดค ว 67 ด ผย ว ค ะ แ ะคด ย่ ด 2) คว 76 ย ด ยย วภ ย แ ย คว คด แ ะ 73 ด แ 76 ด ว แะ 90 ด 3) คว คย 85 ด 85 4) คว 85 ย ด ยย 87 ย ด ยย 5) ผ ย 89 90 ด 6) คว ะ แ ะ คค ด ่ 90 ด 84 ย ด ยย 1.2 ค ะ 1) ค ะแ ะค่ ย ด 86 ด 92 ะค ด ด 89 ผย 2) คว ภ แ ะคว ย 79 84 3) ย ะ ย่ ่ว คว แ ่ แ ะ ย 4) ภ วะ ่ ย แ ะ ค 2. 2 1. ย ว ย แ ะ ดด 2. ะ ด ค ภ 3. ด ว ค ภ ผ ย ด แะ ่ ย 4. ค แ ะ ค คว ยว ว 5. ด ภ แวด ยภ แ ะ ค ่ ด ย ย่ ค ภ 6. ด ะ ค ย ด แะ ด ย 3. 3. 1. ด ย ผ่ ะ ว คดแ ะ แะ ะย ว ด

หน้า 35 6. ด ะ ค ย 89 ด ด แะ ด ย 79 84 ด 3. 3. ด ็ ำญ 84 ด 1. ด ย ผ่ ะ ว คดแ ะ แะ 76 ด ำ ะย ว ด 76 ด 2. ค ย แ ะแ ่ ย ่ 76 ย 83 3. ด ย ว 4. ว แ ะ ะ ผ ย ย่ ะ แะำ ผ ผย 5. แ ย ย แ ะ ะ แะ ด ย 3 5 (100) ย ด ยย 5 90 – 100 ด 4 80 – 89 ด 3 70 – 79 2 50 – 69 ำ 1 0 – 49

หนา้ 36