แผนการสอนมุ่งเน้นสมรรถนะ วิชางานเครื่องยนต์ดีเซล รหัสวิชา 20101-2002 หลักสูตาประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม หลักการทำงานของเครื่องยหนนต่์วดียเซที่ล1 นายธนาธิป ทองศิริ เเผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคชุมพร
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 สอนครง้ั ที่ 1
35 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 ชอ่ื วิชา งานเครื่องยนตด์ ีเซล เวลาเรยี นรวม 126 ชวั่ โมง ช่ือหนว่ ย หลกั การทางานของเครอ่ื งยนตด์ ีเซลและส่วนประกอบเครื่องยนต์ดีเซล สอนครงั้ ที่ 1 ชือ่ เร่อื ง หลักการทางานของเครื่องยนต์ดเี ซลและส่วนประกอบเครอ่ื งยนต์ดเี ซล จานวนชว่ั โมง 7 ชว่ั โมง หวั ข้อเร่ือง 1 ประวัตแิ ละววิ ฒั น์นาการของเครื่องยนต์ 2 ความหมายของเคร่ืองยนต์ดีเซล 3 ประเภทของเคร่ืองยนต์ 4 ชื่อและหนา้ ท่สี ่วนประกอบของเครือ่ งยนต์ 5 คาศัพทเ์ ก่ียวกบั หลักการทางานของเคร่ืองยนตด์ เี ซล 6 วฏั จักรการทางานของเคร่ืองยนต์ดีเซล 7 แผนภูมเิ วลาการเปิดปิดลน้ิ เครอื่ งยนตด์ ีเซล 4 จังหวะ 8 ข้อดีข้อเสยี ของเครื่องยนต์ดเี ซล สาระสาคญั เครื่องยนต์แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทได้แกเ่ ครื่องยนต์เผาไหมภ้ ายนอกและเครื่องยนต์เผาไหม้ ภายใน ปจั จุบนั นี้ใช้เฉพาะเครื่องยนตเ์ ผาไหมภ้ ายในซึ่งเครื่องยนตด์ เี ซล (Diesel Engine) เป็น เครื่องยนต์ เผาไหมภ้ ายในท่ีใชน้ า้ มันดเี ซลหรือนา้ มันอืน่ ท่ีทดแทนนา้ มันดีเซล ไม่มีหวั เทยี นจดุ ระเบิด ด้วยความร้อนจาก การอัดอากาศประดิษฐข์ นึ้ ครั้งแรกที่ประเทศเยอรมนั โดย ดร.รูดอลฟ์ ดีเซล มี โครงสรา้ งส่วนประกอบจา แนกไดเ้ ป็น 3 ประเภทคือเป็นชนิ้ สว่ นประเภทอยกู่ บั ที่ ชน้ิ ส่วนประเภท เคลอื่ นท่โี ดยการหมนุ และช้นิ สว่ น ประเภทเคลื่อนท่กี ลับไปกลบั มา เคร่อื งยนตเ์ ผาไหม้ภายในทุกชนดิ มี หลักการทางานเหมือนกนั คือมีวัฏจักร การทางาน ดดู -อดั -ระเบิด-คาย ถ้าเปน็ เคร่ืองยนต์ 4 จงั หวะ ครบวัฏจกั รการทางานลกู สูบจะเคลือ่ นท่ีขน้ึ และลงรวมกัน 4 ครัง้ เครื่องยนต์ 2 จังหวะครบวัฏจักร การทางานลูกสบู จะเคลอ่ื นที่ข้ึนและลงรวมกนั 2 ครั้ง เครอ่ื งยนตด์ ีเซลมีข้อดีคือให้กาลงั และแรงบิดสูง กว่าเครื่องยนต์แกซโซลนี สมรรถนะหลกั (สมรรถนะประจาหนว่ ย) 1. แสดงความรเู้ ก่ียวกบั หลกั การทางานของเคร่ืองยนต์ดเี ซลและสว่ นประกอบเคร่ืองยนต์ดเี ซล
36 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 ช่ือวิชา งานเครือ่ งยนต์ดเี ซล เวลาเรยี นรวม 126 ชวั่ โมง ชื่อหน่วย หลกั การทางานของเคร่ืองยนต์ดีเซลและสว่ นประกอบเครอ่ื งยนต์ดีเซล สอนครงั้ ท่ี 1 ชือ่ เร่อื ง หลกั การทางานของเคร่ืองยนต์ดีเซลและสว่ นประกอบเครื่องยนต์ดีเซล จานวนชวั่ โมง 7 ชว่ั โมง สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนร้)ู สมรรถนะทว่ั ไป (ทฤษฎ)ี ๑ แสดงความรเู้ กย่ี วกับประวัตแิ ละววิ ฒั นน์ าการของเคร่ืองยนต์ดเี ซล ๒ แสดงความรเู้ กย่ี วกับความหมายของเคร่ืองยนตด์ เี ซล ๓ แสดงความรเู้ กี่ยวกับประเภทของเครอื่ งยนต์ ๔ แสดงความร้เู กย่ี วกับช่ือและหน้าทสี่ ว่ นประกอบของเครื่องยนต์ ๕ แสดงความรู้เกีย่ วกับคาศัพทเ์ กีย่ วกับหลกั การทางานของเครื่องยนต์ดีเซล ๖ แสดงความรเู้ กีย่ วกับวฏั จักรการทางานของเครื่องยนต์ดเี ซล 7แสดงความรเู้ กย่ี วกับแผนภมู ิเวลาการเปิดปดิ ล้ินเคร่ืองยนต์ดีเซล 4 จงั หวะ 8 แสดงความรเู้ กี่ยวกบั ข้อดีข้อเสยี ของเครื่องยนตด์ เี ซล สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์ (ทฤษฎี) เมอ่ื ผู้เรยี นไดศ้ ึกษาเน้อื หาในบทนแี้ ลว้ ผเู้ รยี นสามารถ ๑ บอกประวัติและวิวฒั นน์ าการของเครอื่ งยนต์ดีเซลได้ถูกต้อง ๒ บอกความหมายของเคร่ืองยนต์ดีเซลได้ถูกต้อง ๓ จาแนกประเภทของเครอื่ งยนต์ 4 อธบิ ายชอ่ื และหน้าทสี่ ว่ นประกอบของเครื่องยนต์ได้ถูกต้อง 5 อธบิ ายคาศัพทเ์ ก่ยี วกับหลักการทางานของเครื่องยนต์ดีเซลได้ถูกตอ้ ง 6 อธบิ ายเก่ยี วกับวัฏจกั รการทางานของเครื่องยนต์ดีเซลได้ถกู ต้อง 7 เขียนแผนภูมเิ วลาการเปิดปิดลิน้ เครือ่ งยนต์ดเี ซล 4 จงั หวะไดถ้ ูกตอ้ ง 8 อธิบายขอ้ ดขี ้อเสียของเครอ่ื งยนตด์ เี ซลไดถ้ ูกตอ้ ง สมรรถนะทวั่ ไป (ปฏบิ ัติ) 1. แสดงทกั ษะเกี่ยวกบั แผนภูมิเวลาการเปิดปิดล้นิ เคร่ืองยนต์ดเี ซล 4 จังหวะ สมรรถนะท่พี งึ ประสงค์ (ปฏิบตั ิ) เมอื่ ผ้เู รยี นไดศ้ กึ ษาเนอ้ื หาในบทนแ้ี ลว้ ผเู้ รยี นสามารถ 1. สามารถเขียนเก่ยี วกบั แผนภมู เิ วลาการเปิดปดิ ล้นิ เครื่องยนตด์ ีเซล 4 จงั หวะได้ถูกต้อง
37 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 ชอื่ วชิ า งานเคร่ืองยนต์ดเี ซล เวลาเรียนรวม 126 ชว่ั โมง ช่อื หนว่ ย หลักการทางานของเครื่องยนตด์ ีเซลและสว่ นประกอบเครือ่ งยนต์ดเี ซล สอนครง้ั ที่ 1 ชอ่ื เร่อื ง หลักการทางานของเครื่องยนตด์ เี ซลและส่วนประกอบเครื่องยนตด์ ีเซล จานวนชว่ั โมง 7 ชวั่ โมง กิจกรรมการเรยี นการสอน ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชางานเครื่องยนต์ดีเซล ได้กาหนดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเชิงรุก (Active Learning Competency Based) ด้านเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ MAIP โดยมีขั้นตอนในการดาเนินกิจกรรมการเรียนการ สอน ดังนี้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน (สอนครงั้ ท่ี ๑ ) เวลา 7 ช่วั โมง/สัปดาห์ ๑. ผู้สอนช้ีแจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคาอธิบาย รายวิชา การวัดและประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และข้อตกลงใน การจัดการเรยี นการสอนในรายวชิ า ๒. ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับหลักการทางานของเครื่องยนต์ดีเซลและส่วนประกอบ เครื่องยนต์ดีเซล ๓. ผ้สู อนถ่ายทอดความร้ใู นหน่วยที่ 1 หลกั การทางานของเคร่ืองยนต์ดีเซลและส่วนประกอบ เคร่ืองยนต์ดเี ซล ๔. ผ้สู อนแสดงใบงานเรอ่ื งหลักการทางานของเครือ่ งยนต์ดเี ซลและส่วนประกอบเครื่องยนต์ ดเี ซลและอธบิ ายข้ันตอนวิธกี ารในการปฏบิ ตั ิงานตามใบงานเรอ่ื งหลกั การทางานของเครื่องยนต์ดีเซลและ สว่ นประกอบเคร่อื งยนต์ดเี ซล ๕. ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนปฏบิ ตั งิ านของตนตามใบปฏบิ ัติงานเร่ืองหลกั การทางานของเครื่องยนต์ ดีเซลและส่วนประกอบเครื่องยนต์ดีเซล ๖. ผสู้ อนประเมินผลการปฏบิ ัติงานของผู้เรยี นและใหผ้ ู้เรยี นสรปุ สาระสาคัญของเร่ืองท่เี รียน ประจาสปั ดาห์ สือ่ การสอน ๑. เอกสารประกอบการสอน ๒. เอกสารประกอบการเรยี น ๓. ส่อื นาเสนอ PowerPointงานทมี่ อบหมาย/กจิ กรรม ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ เสริมทักษะตามใบงานท้ายหน่วยการเรียนที่ 1
38 แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1 ชือ่ วิชา งานเครือ่ งยนต์ดีเซล เวลาเรยี นรวม 126 ชวั่ โมง ชือ่ หนว่ ย หลกั การทางานของเครอ่ื งยนต์ดีเซลและสว่ นประกอบเครอ่ื งยนต์ดเี ซล สอนครัง้ ที่ 1 ช่ือเรอ่ื ง หลักการทางานของเคร่ืองยนต์ดเี ซลและสว่ นประกอบเครื่องยนต์ดีเซล จานวนชวั่ โมง 7 ชวั่ โมง การวดั และประเมนิ ผล วดั ผล/ประเมนิ ผล วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์ ๑. สมรรถนะทีพ่ งึ - ทาแบบฝกึ เสริมทักษะ - ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ประสงค์ ทา้ ยหน่วย - แบบฝกึ เสรมิ ทักษะ ทา้ ยหนว่ ย - ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ ๘๐ ๒. คณุ ลักษณะอนั พึง - ประเมนิ คุณลักษณะอนั - แบบประเมิน ประสงค์ (Attitude) พึงประสงค์ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
85 ภาคผนวก ใบความรู้ – แบบทดสอบ ใบปฏิบตั งิ าน – สื่อการสอน
•2 1. ประวัติและวิวฒั นาการของเครอ่ื งยนต์ดีเซล ภาพที่ 1-1 เคร่อื งยนต์ดเี ซลรุ่นเก่าทใ่ี ชใ้ นรถยนต์ ภาพท่ี 1-2 Dr.Rudolf Diesel (ที่มา: www.en.wikipedia.org) (ที่มา: www.speedace.infospeedace) ตามประ ัติในระยะเร่ิมต้นของการพัฒนาอุต า กรรมเคร่ืองต้นกาลังท่ี าคัญใน มัยนั้นคือ เคร่ืองจักรไอน้า ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เผาไ ม้ภายนอกประ ิทธิภาพต่า จึงได้มี ิ กรและนักประดิ ฐ์ ลายคนประดิ ฐค์ ิดค้นเครอื่ งยนต์ใ ม่ โดย ิ กรท่ีประดิ ฐ์เครื่องยนต์ดีเซล คือ ดร.รูดอล์ฟ ดีเซล (Dr.Rudolf Diesel) ภาพที่ 1-2 โดยในปี ค. .1892 เขาได้นา ลักการของเครื่องยนต์แกโซลีนมา ปรับปรุงพัฒนาใ ้เคร่ืองยนต์ดูดเฉพาะอากา เพียงอย่างเดีย เข้าไปในกระบอก ูบแล้ อัดใ ้ร้อนโดย ลูก ูบและฉีดเช้ือเพลิงเข้าไปเผาไ ม้ โดยคร้ังแรกเขาได้ใช้ผงถ่าน ินเป็นเชื้อเพลิงฉีดพ่นเข้าไปปะทะ อากา ร้อนท่ีถูกอัดตั ด้ ยค ามดัน ูงใน ้องเผาไ ม้ ปรากฏ ่าทาใ ้เคร่ืองยนต์เกิดการระเบิด เ ีย ายเนื่องจากผงถ่าน ินใ ้ค่าค ามร้อนมากเกินไป ต่อมาในปี ค. .1894 เขาได้ทดลองครั้งที่ 2 โดยเปลี่ยนมาใช้น้ามันเป็นเชื้อเพลิงแทนผงถ่าน ินแต่ก็ไม่ประ บค าม าเร็จเนื่องจากเครื่องยนต์ท่ี เขา ร้างมกี าลังอดั งู เกนิ ไปและไม่มีระบบระบายค ามร้อน ในที่ ุดปี ค. .1895 เขาได้ทดลองคร้ังที่ 3 เป็นผล าเร็จโดยใช้น้ามันโซล่าเป็นเช้ือเพลิงใช้ ลักการทางานของเครื่องยนต์ 4 จัง ะมีกาลังอัด ในกระบอก บู ประมาณ 31 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (kg/cm2) มีระบบระบายค ามร้อนด้ ยน้า ตอ่ มาได้มกี ารนาชื่อ กุลของผู้ประดิ ฐ์มาเรียกเป็นช่ือเคร่ืองยนต์ใ ม่ ่า “เคร่ืองยนต์ดีเซล” เพ่ือเป็น การใ เ้ กียรติแก่ผู้ประดิ ฐ์เคร่ืองยนต์ดีเซลตง้ั แตน่ น่ั เปน็ ตน้ มาดงั ภาพที่ 1-1 เคร่ืองยนต์ดเี ซลรุ่นเกา่ 2. ความ มายของเครอื่ งยนต์ดีเซล เคร่ืองยนต์ดีเซล มายถึง เครื่องยนต์ท่ีจุดระเบิดด้ ยการอัดอากา เครื่องยนต์ประเภทนี้จะ ฉดี นา้ มันเช้ือเพลิงเข้าไปผ มกับอากา ลังจากท่ีอากา ไ ลเข้ากระบอก ูบแล้ โดยจะมีอากา เพียง อยา่ งเดีย ลงั จากน้ันน้ามันดีเซลจะถูกฉีดเข้าไป ัมผั กับอากา ร้อนเกิดการจุดระเบิดเผาไ ม้ เรียก เครอ่ื งยนต์ชนิดนี้ ่าเครือ่ งยนต์ดเี ซล ( มชาย, 2558: 5) เครอ่ื งยนต์ดีเซล มายถงึ เครื่องยนต์ รือเครอ่ื งมือกล ใช้น้ามนั ดเี ซลเปลีย่ นพลงั งานค ามรอ้ น เป็นพลงั งานกล (มูลนธิ ิกลุม่ อีซูซุ, ม.ป.ป.: CD-ROM) จากทีก่ ลา่ มาขา้ งตน้ ได้มผี ใู้ ้ค าม มายของเครอื่ งยนต์ดีเซลไ ้ ลายราย ทาใ พ้ อ รุปได้ ่า
๏3 เครื่องยนต์ดีเซล (Diesel Engine) มายถึงเคร่ืองยนต์เผาไ ม้ภายในท่ีใช้น้ามันดีเซล รือน้ามันอ่ืนท่ี ามารถทดแทนน้ามันดีเซลได้เป็นเช้ือเพลิง ไม่มี ั เทียนจุดระเบิดด้ ยค ามร้อนจากการอัดอากา ปัจจบุ นั ใช้ ลักการทางานแบบ 4 จัง ะมากก ่าแบบ 2 จงั ะภาพที่ 1-3 ภาพท่ี 1-3 เคร่อื งยนต์ดีเซล (ทีม่ า: ธัชชยั , 2558) เครื่องยนต์ มายถึงเครอ่ื งตน้ กาลังทเี่ ปล่ียนพลังงานค ามรอ้ นเปน็ พลงั งานกล เช่นเคร่ืองยนต์ เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซลเปล่ียนพลังงานค ามร้อนจากการเผาไ ม้น้ามันเชื้อเพลิงเป็นพลังงานกล ง่ ถ่ายพลงั งานกลออกทางเพลาข้อเ ่ียง จาแนกเป็นเคร่ืองยนต์เผาไ ม้ภายนอกและเผาไ ม้ภายใน (อาพล, ม.ป.ป.: 54) เครอื่ งยนต์ มายถึงเครอ่ื ง รอื เครอ่ื งมอื กล ามารถเปลยี่ นพลงั งานค ามร้อนเปน็ พลงั งานกล (มูลนธิ กิ ลุ่มอซี ูซ,ุ ม.ป.ป.: CD-ROM) จากทก่ี ลา่ มามผี ูใ้ ้ค าม มายของเคร่ืองยนต์ไ ้ ลายรายซง่ึ พอ รุปได้ ่าเครื่องยนต์ (Engine) มายถึงเครื่องยนต์ เครื่องจักร รืออุปกรณ์ท่ี ามารถเปลีย่ นพลังงานค ามรอ้ นจากการเผาไ ม้น้ามัน เชือ้ เพลงิ ใ ้กลายเปน็ พลงั งานกล 3. ประเภทของเครอ่ื งยนต์ 3.1 เครื่องยนต์เผาไ ม้ภายนอก (External combustion engine) เครือ่ งยนต์เผาไ ม้ภายนอก มายถงึ เคร่ืองยนต์ทเ่ี ผาไ มเ้ ช้อื เพลงิ ภายนอกเครื่องยนต์ใชก้ ับ เครือ่ งยนต์ยุคแรกๆ ของการพัฒนาอตุ า กรรม ได้แก่เคร่ืองจกั รไอน้า ซึ่งมปี ระ ิทธภิ าพต่า ปจั จบุ ัน ไม่เป็นเครื่องยนต์ในรถยนต์ภาพท่ี 1-4
๏4 ภาพที่ 1-4 เคร่ืองยนต์เผาไ ม้ภายนอก (ทีม่ า: www.visitsurin.com) ภาพที่ 1-5 เครอื่ งยนต์เผาไ มภ้ ายใน (ทีม่ า: ธัชชยั , 2558) 3.2 เคร่ืองยนตเ์ ผาไ มภ้ ายใน (Internal combustion engine) มายถงึ เคร่ืองยนต์ท่ีเผาไ ม้ ่ นผ มเช้ือเพลิงภายในเคร่ืองยนต์ภาพท่ี 1-5 มีประ ิทธิภาพ ูงก ่าเครื่องยนต์เผาไ ม้ภายนอก มี การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นเครื่องยนต์ท่ีใช้แพร่ ลายในปัจจุบันซ่ึงมีอยู่ ลายชนิดเช่น เคร่ืองยนต์ดีเซล เครื่องยนต์แกโซลีน เครื่องยนต์เผาไ ม้ภายในท่ีใช้กันอย่างแพร่ ลายในปัจจุบันน้ี ามารถจาแนกประเภทเพ่อื ใ ้ง่ายตอ่ การ กึ าดงั น้ี 3.2.1 จาแนกตามการใช้งาน เป็นการจัดแบ่งประเภทของเคร่ืองยนต์เผาไ ม้ภายในตามการ ใช้งานเช่น ใช้กับรถยนต์นั่ง ใช้กับรถบรรทุก ใช้กับเครื่องยนต์ทางการเก ตร เคร่ืองยนต์เรือ เครื่องยนตเ์ ลก็ เปน็ ตน้ โดยกรมการขน ่งทางบกได้แบง่ ประเภทการใชง้ านไ ้อย่างชัดเจน ังเกตได้จาก คู่มือจดทะเบียนรถท่ีระบุประเภทของรถไ ้และ ังเกตได้จากแผ่นป้ายทะเบียนเช่น รถยนต์นั่งป้าย ทะเบยี นตั อัก ร ีดา รถกระบะปา้ ยทะเบยี นตั อัก ร ีเขีย เป็นตน้
๏5 เครอ่ื งยนต์ทใี่ ช้ในรถยนต์ ภาพที่ 1-6 เครอื่ งยนต์ที่ใช้ในรถยนต์ (ท่มี า: www.autocar.in.th) 3.2.2 จาแนกตามเชอ้ื เพลงิ ทใี่ ช้ ไดแ้ ก่ 3.2.2.1 ใชเ้ ชอ้ื เพลงิ ประเภทน้ามันดีเซล รอื นา้ มนั อื่นๆ ท่ี ามารถทดแทนน้ามนั ดีเซลได้ เชน่ น้ามันปาล์ม นา้ มันไบโอดเี ซล B3, B5, B7 เป็นต้น 3.2.2.2 ใชเ้ ช้อื เพลิงประเภทน้ามันเบนซิน รอื น้ามนั ชนดิ อืน่ ๆ ท่ี ามารถทดแทนน้ามนั เบนซินไดเ้ ช่นนา้ มันแก๊ โซฮอล์, เอทานอล E10, E20, E85 เป็นตน้ 3.2.2.3 ใช้เช้อื เพลงิ จากก๊าชธรรมชาติซง่ึ ก๊าชท่ีเ มาะ มกบั รถยนต์เป็นก๊าชอดั ประเภท ก๊าช CNG (Compressed Natural Gas) รือ NGV (Natural Gas Vehicles) แต่ปัจจุบันได้มีการ ดดั แปลงนาก๊าช LPG (liquefied Petroleum Gas) ซึ่งเป็นก๊าช ุงต้มมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ซ่ึง ไมเ่ มาะ มกบั การใช้งานและกระทบกับกลไกการตลาดของราคากา๊ ช 3.2.3 จาแนกตาม ลักการทางานเคร่ืองยนต์ แบง่ การทางานออกเป็น 2 ประเภทคือ 3.2.3.1 ลักการทางานแบบ 2 จัง ะ 3.2.3.2 ลักการทางานแบบ 4 จัง ะ ปจั จบุ นั เคร่อื งยนต์ า รบั รถยนต์ทีจ่ ดทะเบียนใ ม่ เปน็ เครือ่ งยนต์ท่ีทางานแบบ 4 จัง ะ เน่อื งจาก การทางานแบบ 2 จัง ะ เกิดมลพิ ไอเ ีย งู รฐั บาลจึงไม่อนุญาตใ น้ ามาใชเ้ ปน็ เครื่องยนต์ า รบั รถจักรยานยนต์และรถยนต์ 3.2.4 จาแนกตาม ิธีการจดุ ระเบดิ ซงึ่ มีการจุดระเบดิ อยู่ 2 ลกั ณะคือ 3.2.4.1 จดุ ระเบดิ ด้ ยประกายไฟจาก ั เทยี น โดย ลักการจดุ ระเบิดแบบนีจ้ ะใช้กับ เครอื่ งยนต์แกโซลีน รือเคร่ืองยนต์ท่ีใช้เช้ือเพลิงจากก๊าชธรรมชาติ รือเชื้อเพลิงอ่ืนที่ ามารถทดแทน
๏6 นา้ มันเบนซินได้ 3.2.4.2 จุดระเบดิ ด้ ยค ามรอ้ นจากการอดั อากา ลักการจดุ ระเบดิ แบบน้ีจะใชก้ ับ เครอื่ งยนตด์ ีเซล รือเครอ่ื งยนต์ท่ใี ชน้ า้ มนั เชื้อเพลงิ อ่ืนที่ ามารถทดแทนนา้ มนั ดเี ซลได้ ถังบรรจุกา๊ ชธรรมชาติ ภาพท่ี 1-7 เชื้อเพลิงก๊าชธรรมชาติCNG (ท่มี า: ธชั ชัย, 2558) 3.2.5 จาแนกตามจาน นกระบอก บู ไดแ้ กก่ ารจาแนกตามการนับจาน นของกระบอก บู เครื่องยนต์เช่นเคร่ืองยนต์ 1 ูบ, 2 ูบ, 3 ูบ, 4 ูบ, 5 ูบ, 6 ูบ, 8 ูบ, 10 ูบ, 12 ูบเป็นต้น ขอ้ ังเกต: การจาแนกตาม ั ขอ้ น้ีจะปรากฏเป็น ลกั ฐาน แ ดงอยู่ในเล่มคู่มือจดทะเบียนรถที่ออกใ ้ โดยกรมการขน ่งทางบก 3.2.6 จาแนกตามการระบายค ามร้อน า รบั เครื่องยนต์ดีเซลมอี ยู่ 2 ลัก ณะคือ 3.2.6.1 การระบายค ามรอ้ นด้ ยอากา 3.2.6.2 การระบายค ามร้อนด้ ยนา้ ครีบระบายค ามรอ้ นด้ ยอากา ภาพที่ 1-8 เครื่องยนตท์ ี่ระบายค ามร้อนด้ ยอากา (ท่ีมา: ธชั ชัย, 2558)
ฒ7ึ๊ มอ้ นา้ ระบายค ามร้อนด้ ยน้า ภาพที่ 1-9 เคร่ืองยนต์ท่ีระบายค ามร้อนด้ ยน้า (ทีม่ า: ธชั ชยั , 2558) 3.2.7 จาแนกตามการจัด างลนิ้ ซง่ึ ปัจจบุ นั เครอ่ื งยนตด์ ีเซล ่ นใ ญ่มกี ารจัด างตาแ น่งของ ลิน้ ไอดีและลน้ิ ไอเ ยี อยู่ 2 ลกั ณะคือ 3.2.7.1 การจัด างลิ้นเครื่องยนต์แบบลิ้นเ นือ ูบ (Overhead valve) คือการจัด าง ล้ินไ ้ด้านบนฝา ูบโดยใ ้เพลาลูกเบ้ีย อยู่ด้านล่างในเ ื้อ ูบ ่งกาลังผลักดันใ ้เกิดการกดล้ินผ่าน กลไกกดลน้ิ ลายข้ันตอนประกอบด้ ยเพลาลูกเบ้ีย ลูกเบี้ย ลูกกระทุ้ง ก้านกระทุ้ง กระเด่ืองกดลิ้น ภาพที่ 1-10 เครอื่ งยนต์แบบล้นิ เ นือ บู ภาพท่ี 1-10 การจัด างลนิ้ เคร่อื งยนต์แบบล้ินเ นือ ูบ (ทีม่ า: ธัชชยั , 2558) 3.2.7.2 การจดั างล้นิ เคร่ืองยนตแ์ บบเพลาลูกเบ้ียเ นือ ูบ (Overhead camshaft) คอื การจัด างลิ้นไ ้ด้านบนฝา ูบโดยมีเพลาลูกเบี้ย อยู่บนฝา ูบ ่งกาลังใ ้เกิดการกดล้ินผ่านกลไก ประกอบด้ ยเพลาลกู เบย้ี ลกู เบยี้ และกระเดอ่ื ง าล์ การจัด างล้ินแบบน้ีมีท้ังกดลิ้นโดยใช้ลูกเบ้ีย โดยตรงซ่งึ มขี ้อดีคือ ามารถกดลน้ิ ได้อย่างร ดเร็ และมที งั้ การกดลิ้นโดยใช้กระเดื่องกดลิ้นซึ่งปัจจุบัน เครื่องยนต์ดเี ซลรนุ่ ใ ม่ ลายรนุ่ ไดใ้ ช้ลูกเบี้ย กดล้ินโดยตรงโดยไมผ่ ่านกระเด่อื ง าล์ ภาพท่ี 1-11
๏8 เครือ่ งยนต์แบบเพลาลูกเบี้ย เ นือ บู ภาพที่ 1-11 การจัด างล้นิ เครื่องยนต์แบบเพลาลูกเบี้ย เ นือ ูบ (ท่ีมา: ธัชชยั , 2558) 3.2.8 จาแนกตามการจัด างกระบอก ูบ ่ นใ ญ่จาแนกออกเปน็ 4 ลกั ณะคอื 3.2.8.1 จดั างกระบอก บู ตัง้ 3.2.8.2 จัด างกระบอก บู รูปตั ี 3.2.8.3 จดั างกระบอก บู นอน 3.2.8.4 จดั างกระบอก ูบแบบรั มี รือแบบโรตารี่ 1.กระบอก บู ต้งั 2.กระบอก ูบรปู ตั ี 3.กระบอก บู นอน 4.กระบอก ูบรั มี ภาพท่ี 1-12 แ ดงการจัด างกระบอก ูบ (ทม่ี า: www.hal-india.com)
•9 4. ช่ือและ น้าท่ี ่วนประกอบของเครือ่ งยนต์ดเี ซล 4.1 ชือ่ และ นา้ ที่ ่ นประกอบเครื่องยนต์ดเี ซลประเภทอยกู่ ับท่ี 4.1.1 ฝาครอบลน้ิ (Valve cover) มี นา้ ทคี่ รอบปิดลน้ิ และชน้ิ ่ นบนฝา บู เพ่ือปอ้ งกนั ไมใ่ น้ ้ามนั เครอื่ งรั่ ไ ลและปอ้ งกนั ไม่ใ ้ ่ิง กปรกจากภายนอกเข้าไปภาพที่ 1-13 ฝาครอบลน้ิ ภาพท่ี 1-13 ฝาครอบลิ้น (ที่มา: ธชั ชยั , 2558) 4.1.2 ฝา ูบ(Cylinder head) มี น้าทป่ี ิดครอบชิน้ ่ นบนและเปน็ ่ น นง่ึ ของ ้องเผาไ ม้ เผาไ ม้ ่ นผ มระ ่างน้ามนั เช้ือเพลิงกับอากา เพือ่ นากาลังมาใช้งาน ฝา ูบประกอบติดกับ ่ นบน ของเ ้อื บู โดยมปี ะเกน็ ฝา ูบคัน้ ไ ร้ ะ า่ งกลางภาพที่ 1-14 ฝา บู ภาพท่ี 1-14 ฝา บู (ท่ีมา: ธชั ชัย, 2558) 4.1.3 เ ้อื ูบ (Cylinder block) มี นา้ ที่ เปน็ ที่อยขู่ องกระบอก บู และลูก บู เป็นช้ิน ่ นที่ มขี นาดใ ญ่ เปน็ ที่ยดึ และตดิ ต้งั ของช้นิ ่ นตา่ งๆ ในเครอื่ งยนต์ เช่น เพลาขอ้ เ ี่ยง อ่างน้ามนั เครื่อง ฝา บู ท้ังยังเป็นที่ติดต้ังอปุ กรณข์ องระบบต่างๆ เชน่ เปน็ ทีต่ ิดตงั้ ของอุปกรณร์ ะบบปรับอากา รถยนต์ ระบบประจุไฟฟา้ ในรถยนต์ เปน็ ตน้ นอกจากน้นั การเ ยี ภา ีรถยนต์ประจาปีจาเป็นต้องใช้ มายเลข เครือ่ งยนต์ ซึ่ง มายเลขเครือ่ งยนตจ์ ะถูกประทับไ ้ทเี่ ้ือ ูบภาพท่ี 1-16 4.1.4 อ่างนา้ มันเคร่ือง(Oil pan) มี น้าทร่ี องรบั และเกบ็ น้ามันเครื่องเป็นช้นิ ่ นทีอ่ ยู่ลา่ ง ดุ ของเครอ่ื งยนต์อยูต่ ดิ กบั ด้านลา่ งของเ ้ือ ูบภาพที่ 1-15
•10 อ่างนา้ มนั เครื่อง ภาพท่ี 1-15 อา่ งนา้ มนั เครื่อง (ทม่ี า: ธัชชยั , 2558) 4.1.5 กระบอก บู (Cylinder) ทา นา้ ท่ีบังคบั ใ ้ลูก บู เคล่ือนทขี่ น้ึ และลงอยใู่ นกระบอก บู กระบอก ูบรุ่นเก่าทถี่ อดเปลี่ยนได้จะเรียก ่า ปลอก ูบ(Liner) แต่ปัจจุบันเคร่ืองยนต์รุ่นใ ม่ ่ นใ ญ่ กระบอก ูบจะถูก ล่อติดกับเ ื้อ ูบไม่ ามารถถอดเปลี่ยนได้ ากเกิด ึก รอ รือเ ีย ายต้อง ซอ่ มแซมแกไ้ ขด้ ยการค ้านกระบอก ูบภาพท่ี 1-16 กระบอก ูบ เ ื้อ ูบ ภาพที่ 1-16 เ อ้ื บู และกระบอก ูบ (ท่ีมา: ธชั ชยั , 2558) 4.1.6 ทอ่ ร่ มไอดี (Intake manifold) มี นา้ ท่ีเป็นช่องทาง า รบั ใ ้อากา ไ ลผา่ นเขา้ ไป ในกระบอก ูบในจงั ะดูดภาพท่ี 1-17 ภาพท่ี 1-17 ท่อร่ มไอดี (ที่มา: ธัชชยั , 2558)
•11 4.1.7 ท่อร่ มไอเ ยี (exhaust manifold) มี นา้ ที่ เปน็ ช่องทาง า รับใ ไ้ อเ ียจากการ เผาไ มไ้ ลออกจากเครอื่ งยนต์ใ ้ มดในจัง ะคายภาพที่ 1-18 ภาพที่ 1-18 ท่อร่ มไอเ ีย (ทมี่ า: ธชั ชัย, 2558) 4.1.8 ปะเก็น (Gasket) มี น้าที่ ปอ้ งกันการร่ั ซึม โดยจะรองอยู่กลางระ า่ งชิน้ ่ น 2 ช้นิ เพอ่ื ป้องกันการร่ั ต่างๆ เปน็ ั ดุท่ี าคัญขาดไม่ไดใ้ นเคร่ืองยนต์ภาพท่ี 1-19 ภาพที่ 1-19 ปะเกน็ (ทม่ี า: ธชั ชยั , 2558) 4.2 ช่ือและ นา้ ที่ ่ นประกอบของเครื่องยนต์ประเภทเคลื่อนที่โดยการ มนุ 4.2.1 เพลาข้อเ ี่ยง (Crank shaft) มี น้าที่ถ่ายทอดกาลังโดยการ มุนเปล่ียนทิ ทางการ เคลอื่ นทจ่ี ากการ มุนเปน็ การขึน้ ลงและเปลี่ยนทิ ทางการเคลือ่ นที่จากการขึน้ ลงเป็นการ มนุ ข้อก้าน ขอ้ ลัก ภาพที่ 1-20 เพลาข้อเ ยี่ ง (ท่ีมา: ธชั ชยั , 2558)
•12 4.2.2 เพลาลูกเบ้ีย (Cam shaft) มี น้าที่รับกาลังขับจากเพลาข้อเ ่ียงและ ่งต่อไป ค บคมุ กลไกการกดลนิ้ ซงึ่ เพลาลูกเบี้ย มีท้ังชนิดท่ีถูกติดต้งั ไ ใ้ นเ อ้ื บู และตดิ ตั้งอยูบ่ นฝา ูบ ภาพที่ 1-21 เพลาลกู เบยี้ (ท่ีมา: ธัชชยั , 2558) 4.2.3 ลอ้ ช่ ยแรง รือฟลาย ีล (Fly wheel) มี นา้ ท่ี ะ มกาลังจากการ มุนของ เครอื่ งยนตแ์ ละใ ้เครือ่ งยนต์เรม่ิ ต้นทางานจากการ ตาร์ต ซ่ึงขณะ ตาร์ตเคร่ืองยนต์นั้น เฟืองขบของ มอเตอร์ ตาร์ตจะเข้าขบกับเฟืองของล้อช่ ยแรง พาใ ้ล้อช่ ยแรง มุนฉุดเพลาข้อเ ่ียงเคร่ืองยนต์ ใ ้เคลือ่ นทพี่ าชน้ิ ่ นตา่ งๆ ทางานตาม ฏั จกั รตอ่ ไปภาพที่ 1-22 ภาพท่ี 1-22 ลอ้ ช่ ยแรง (ที่มา: ธชั ชัย, 2558) 4.2.4 พูลเลย์ (Pulley) มี นา้ ท่ี รบั การถา่ ยทอดกาลงั จากเครื่องยนต์และ ง่ ต่อไปใชง้ าน ภาพที่ 1-23 พลู เลย์ (ทีม่ า: ธชั ชยั , 2558)
•13 4.2.5 กา้ น ูบ (Connecting rod) มี น้าทเี่ ปล่ยี นทิ ทางการเคลื่อนทขี่ องลกู ูบจากการข้นึ และลงเป็นการ มุน ก้าน ูบจะประกอบอยู่ระ ่างลูก ูบกับเพลาข้อเ ี่ยง (ซึ่งก้าน ูบน้ีเป็นช้ิน ่ น ทเี่ คลื่อนท่ไี ด้ทงั้ ขนึ้ ลงและการ มนุ ) ภาพที่ 1-24 ยึดอยู่กับลูก ูบ ยดึ อยูก่ บั ข้อก้านของ เพลาข้อเ ย่ี ง ภาพที่ 1-24 ก้าน บู (ท่ีมา: ธชั ชัย, 2558) 4.3 ชอื่ และ นา้ ที่ ่ นประกอบเคร่ืองยนต์ดีเซลประเภทเคลอ่ื นท่กี ลับไปกลบั มา 4.3.1 ลูก ูบ (Piston) มี น้าทเี่ คล่อื นท่ขี ึ้นลงทางานตาม ัฏจักร ดูด-อัด-ระเบดิ -คาย และ รบั แรงจากการจดุ ระเบดิ ถ่ายทอดแรงผา่ นกา้ น ูบ ง่ ตอ่ ไปใ ้กับเพลาข้อเ ีย่ งภาพท่ี 1-25 รอ่ งแ นลูก ูบ ภาพท่ี 1-25 ลูก ูบ (ท่มี า: ธชั ชัย, 2558) 4.3.2 แ นลูก บู (Piston ring) แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคอื 4.3.2.1 แ นอดั (Compression Ring) มี นา้ ทปี่ ้องกนั ไม่ใ ก้ าลังอดั ร่ั ไ ลออก จากกระบอก ูบและ ้องเผาไ มแ้ นอัดประกอบอยู่ในรอ่ งแ นลกู ูบภาพที่ 1-26 ภาพท่ี 1-26 แ นอัด (ท่ีมา: ธชั ชยั , 2558)
•14 4.3.2.2 แ นก าดนา้ มัน (Oil ring) มี น้าที่ก าดน้ามนั เคร่อื งทขี่ ้นึ มา ล่อล่นื ผนงั กระบอก ูบใ ไ้ ลกลบั ลงไปเก็บไ ท้ อ่ี ่างนา้ มันเคร่ืองแ นก าดน้ามันประกอบอยู่ในร่องแ นลูก ูบ ร่อง ดุ ท้ายภาพที่ 1-27 ภาพที่ 1-27 แ นก าดน้ามัน (ท่ีมา: ธัชชยั , 2558) 4.3.3 ลนิ้ รือ าล์ (Valve) ในเคร่อื งยนตด์ ีเซลแบ่งล้ินออกเปน็ 2 ประเภทคอื 4.3.3.1 ล้ินไอดี (Intake valve) มี น้าที่ เปิดใ ้อากา ไ ลเข้ากระบอก ูบเคร่ืองยนต์ ในจงั ะดดู โดยล้ินไอดีจะถกู ตดิ ต้ังอยู่ในฝา บู เ นือ ้องเผาไ ม้และลูก ูบในกระบอก ูบ โดยลิ้นจะ ทา น้าท่ีเ มือนประตูเปิดใ ้อากา ไ ลเข้าและปิดไม่ใ ้กาลังอัดรั่ ออก โดยทั่ ไปลิ้นไอดีจะมีขนาด ใ ญก่ ่าลน้ิ ไอเ ียภาพท่ี 1-28 ภาพท่ี 1-28 ลิ้นไอดี (ที่มา: ธชั ชยั , 2558) 4.3.3.2 ลน้ิ ไอเ ีย (Exhaust valve) มี น้าที่เปิดใ ้ไอเ ยี ทเ่ี กิดจากการเผาไ ม้ไ ลออก จาก ้องเผาไ ม้ของเครื่องยนต์ในจัง ะคาย ลิ้นไอเ ียจะติดต้ังอยู่ในฝา ูบเ นือ ้องเผาไ ม้ เชน่ เดีย กบั ลิน้ ไอดีและอยู่ใกล้กับล้นิ ไอดีโดยท่ั ไปล้ินไอเ ยี จะมขี นาดเล็กก า่ ลนิ้ ไอดภี าพท่ี 1-29 ภาพท่ี 1-29 ลิน้ ไอเ ีย (ทม่ี า: ธชั ชัย, 2558) 4.3.4 ลกั ลกู ูบ (Piston pin) มี น้าทยี่ ดึ ลกู ูบตดิ กบั ก้าน ูบและเคล่อื นท่ีไปกบั ลกู บู ภาพท่ี 1-30 ลกั ลูก บู (ท่ีมา: ธชั ชัย, 2558)
•15 4.3.5 ปริงลน้ิ (Valve spring) มี น้าทดี่ งึ ลิ้นไอดีและลน้ิ ไอเ ียใ ้ นิทกบั บ่าล้นิ ภาพที่ 1-31 ภาพที่ 1-31 ปริงล้นิ (ทมี่ า: ธัชชัย, 2558) 4.3.6 ลกู กระทุง้ (Tappet) มี น้าทร่ี บั กาลังจากเพลาลูกเบี้ย ่งใ ้กับก้านกระทุ้ง ลูกกระทุ้งน้ี จะมีเฉพาะในเครื่องยนต์แบบลน้ิ เ นอื ูบเทา่ นน้ั ภาพท่ี 1-32 ภาพท่ี 1-32 ลกู กระทุ้งล้นิ (ท่ีมา: ธชั ชัย, 2558) 4.3.7 กา้ นกระทงุ้ (Push rod) มี นา้ ทร่ี บั กาลังจากลูกกระทุง้ ลิน้ ง่ ใ ้กบั กระเดื่อง าล์ เพอ่ื ไป กดล้นิ ซ่ึงก้านกระทุ้งนจ้ี ะมีใช้เฉพาะในเครื่องยนต์แบบล้นิ เ นือ บู เทา่ นั้นภาพที่ 1-33 ภาพท่ี 1-33 กา้ นกระทุ้ง (ท่ีมา: ธัชชยั , 2558) 4.3.8 กระเดื่องกดลิน้ (Rocker arm) ทา น้าท่ีกดล้ินใ ้เปิดตามจัง ะการทางานของ เครอ่ื งยนต์กระเดื่องกดล้ินใชใ้ นเคร่อื งยนต์แบบล้นิ เ นือ บู และเคร่ืองยนต์แบบเพลาลูกเบย้ี เ นือ ูบ กระเดื่องกดลน้ิ ภาพที่ 1-34 กระเดื่อง าล์ (ท่ีมา: ธัชชัย, 2558)
•16 5. คาศัพท์เก่ยี วกบั ลกั การทางานของเครื่องยนตด์ ีเซล ูนย์ตายบน (Top Dead Center) ใช้อัก รย่อ TDC มายถึง จุดท่ีลูก ูบเคลื่อนท่ีขึ้นไปใน กระบอก บู ได้ งู ท่ี ุด ูนยต์ ายลา่ ง (Bottom Dead Center) ใช้อัก รยอ่ BDC มายถงึ จดุ ท่ลี กู บู เคลื่อนท่ีลงไปใน กระบอก ูบได้ต่าที่ ดุ ระยะชัก (Stroke) มายถึง ระยะที่ลูก ูบเคล่ือนที่จาก ูนย์ตายบนถึง ูนย์ตายล่าง รือจาก นู ยต์ ายล่างถงึ ูนยต์ ายบน เมอ่ื เคล่ือนทีไ่ ป ดุ ระยะชักแตล่ ะครั้งก็จะเปลีย่ นทิ ทางการเคลื่อนท่ี ปรมิ าตรดูด (Swept Volume) มายถึง ปริมาตรค ามจุกระบอก ูบเคร่ืองยนต์ รือปริมาตร ช่ งชกั ของลูก บู ปรมิ าตรอัด (Clearance Volume) มายถึง ปรมิ าตร ้องเผาไ มใ้ นเคร่ืองยนต์ รือปริมาตรที่ อยูเ่ นอื ั ลูก บู ้องเผาไ ม้ (Chamber) มายถึง ่ นท่ีอยู่บน ั ลูก ูบทา น้าท่ีเป็น ้องเผาไ ม้ ่ นผ ม ระ ่างเชอ้ื เพลงิ กับอากา Intake Stroke มายถงึ จงั ะดดู Compression Stroke มายถงึ จงั ะอดั Combustion Stroke มายถงึ จงั ะระเบิด Exhaust Stroke มายถึง จัง ะคาย 6. วัฏจักรการทางานของเครื่องยนต์ดีเซล 4 จงั วะ 2.อดั 1.ดูด 3.ระเบิด 4.คาย ภาพท่ี 1-35 ฏั จักรการทางานของเคร่ืองยนต์ (ที่มา: ธชั ชยั , 2558)
•17 เคร่ืองยนต์เผาไ ม้ภายในทุกประเภทในปัจจุบัน ได้แก่ เคร่ืองยนต์ดีเซล เครื่องยนต์แกโซลีน รือเครอื่ งยนตอ์ ่นื ๆ จะมี ัฏจกั รการทางานทีเ่ มือนกัน คือมีการ ดูด-อัด-ระเบิด-คาย แตกต่างกันใน ่ นของรายละเอียดการทางานเท่านัน้ โดยเครอ่ื งยนต์ 4 จัง ะ มายถึง เครื่องยนตท์ ีค่ รบ ัฏจกั รการทางาน คือ ดูด-อัด-ระเบิด-คาย ลกู ูบเคล่อื นที่ขึ้นและลงร มกันท้งั มด 4 คร้ัง เพลาขอ้ เ ่ยี ง มุน 2 รอบ เพลาลูกเบ้ีย มุน 1 รอบ จุดระเบดิ 1 ครง้ั ต่อ 1 บู ่ นเครอื่ งยนต์ 2 จัง ะ มายถึงเครอื่ งยนต์ท่คี รบ ัฏจักรการทางาน คือ ดูด-อัด-ระเบิด-คาย ลกู บู จะเคลื่อนทขี่ น้ึ และลงร มกนั 2 ครง้ั เพลาข้อเ ี่ยง มุน 1 รอบ จดุ ระเบดิ 1 ครงั้ ต่อ 1 บู 6.1 การทางานในจงั ะดูด การทางานในจัง ะดดู ล้ินไอดีเปิด ล้ินไอเ ียปดิ ลูก บู เคลื่อนทลี่ งดูดอากา เพียงอย่างเดีย ผ่านท่อร่ มไอดี และล้ินไอดี เข้ามาในกระบอก ูบ ซ่ึงการดูดอากา เข้ามาได้นั้นเกิดจากการเคล่ือนที่ ลงของลูก ูบ ทาใ ้เกิด ุญญากา ดูดอากา เข้ามาในกระบอก ูบได้ (การทางานในช่ งจัง ะนี้ ลกู ูบจะเคล่อื นทล่ี ง 1 ครงั้ เพลาข้อเ ย่ี ง มนุ ไปประมาณครงึ่ รอบ รือประมาณ 180 อง า) ภาพที่ 1-36 การทางานในจงั ะดูด (ท่ีมา: www.anjungsainssmkss.wordpress.com) 6.2 การทางานในจงั ะอดั ในจัง ะอดั นี้ จะทางานต่อเนื่องจากจงั ะดูดเร่ิมขึ้นเมือ่ ลูก ูบเร่มิ เคลื่อนที่ขึ้น ู่ ูนย์ตายบน ลิน้ ไอดีและล้นิ ไอเ ียจะเรม่ิ ปิดและปดิ นิทเพื่อไมใ่ อ้ ากา ไ ล นี จากนั้นลูก ูบจะเคล่ือนท่ีข้ึนต่อไป เพื่ออัดอากา ใ ้มีปริมาตรเล็กลง ่งผลใ ้มีค ามดันและอุณ ภูมิ ูงข้ึน รอรับการจุดระเบิดต่อไป (การทางานมาถึงช่ งน้ี นับร มเพลาขอ้ เ ย่ี ง มุนไปประมาณ น่งึ รอบ รอื ประมาณ 360 อง า)
•18 ภาพท่ี 1-37 การทางานในจงั ะอัด (ทีม่ า: www.anjungsainssmkss.wordpress.com) 6.3 การทางานในจัง ะระเบดิ การทางานในจัง ะน้ี จะเกิดข้ึนต่อเน่ืองจากช่ งของการอัด ุด เม่ืออากา ถูกอัดตั พร้อม า รับการจุดระเบดิ ซ่ึงอยู่ใกล้กบั ูนย์ตายบนเลก็ น้อยประมาณ 10-25 อง า ั ฉีดจะฉีดน้ามันดีเซล เปน็ ฝอยละอองเข้าไปใน ้องเผาไ มล้ ะอองเชือ้ เพลงิ จะคลกุ เคล้ากับอากา ร้อนที่ มุน นอยู่จนระเ ย เป็นไอเกิดการระเบิดขึ้นด้ ยตั เองเกิดการระเบิดเผาไ ม้ ค ามดันท่ีเกิดจากการเผาไ ม้จะผลักดัน ลกู บู ใ ้เคลอ่ื นที่จาก ูนย์ตายบนลง ู่ นู ยต์ ายล่าง ซงึ่ จัง ะน้เี ปน็ จัง ะกาลงั งานของเคร่อื งยนต์ ภาพท่ี 1-38 การทางานในจัง ะระเบดิ (ท่ีมา: www.anjungsainssmkss.wordpress.com)
•19 6.4 การทางานในจัง ะคาย การทางานในจัง ะนี้ จะทางานต่อเน่ืองจากจัง ะระเบิดซ่ึงเมื่อจุดระเบิดเผาไ ม้ ่ นผ ม เรยี บรอ้ ยแล้ ลูก บู จะเคล่ือนท่ลี งเกอื บถึง ูนย์ตายล่าง ลิ้นไอเ ียจะเปิดออกไอเ ียจากการเผาไ ม้ซ่ึง มีค ามร้อนและค ามดัน ูงจะถูกถ่ายเทออกจาก ้องเผาไ ม้ผ่านล้ินไอเ ียไปท่อไอเ ียอย่างร ดเร็ และเมื่อลูก ูบเคลื่อนที่ข้ึน ูนย์ตายบนไอเ ียท่ีตกค้างอยู่ในกระบอก ูบจะถูกผลักดันออกไปใ ้ มด ด้ ยลกู บู โดยผา่ นทางล้ินไอเ ียทเี่ ปิดคา้ งอยู่ (ซง่ึ ถงึ การทางานในช่ งน้ีนบั ร มแล้ ลกู ูบจะเคลื่อนท่ี ขน้ึ และลงร มกัน 4 ครง้ั คือเคล่ือนทข่ี ้ึน 2 ครง้ั เคลือ่ นท่ีลง 2 คร้งั เพลาข้อเ ่ียง มุนไปครบ 2 รอบ รือประมาณ 720 อง า) เม่ือทางานครบ ัฏจักรแล้ เคร่ืองยนต์จะเร่ิมต้นทางานใ ม่ตาม ัฏจักร การทางานเดิมของเครื่องยนต์ไปเรื่อยๆ จนก ่าจะดบั เคร่อื งยนต์ ภาพที่ 1-39 การทางานในจัง ะคาย (ท่มี า: www.anjungsainssmkss.wordpress.com) ข้อ ังเกต: การทางานเม่ือครบ ัฏจักรแล้ ในช่ งของการ นิ้ ดุ จัง ะคายและเร่ิมต้นการทางานใ ม่ ตอ่ ไปในจงั ะดูดนั้นลกู บู เคล่ือนทกี่ ่อนถึง ูนย์ตายบนเล็กน้อยก่อน ้ิน ุดจัง ะคายลิ้นไอดีเริ่มเปิด ่ นล้ินไอเ ียกาลังจะปิด นิท และจะปิด นิท ลังลูก ูบเคล่ือนท่ีผ่าน ูนย์ตายบนไปเล็กน้อย ทาใ ้ เกิดการเปิดเ ลื่อมกันระ ่างลิ้นไอดีและลิ้นไอเ ีย ซ่ึงตาแ น่งน้ีมีไ ้เพื่อใ ้อากา เข้ามาไล่ไอเ ีย ออกไปใ ้ มดจากกระบอก ูบและใช้ในการปรับต้ังระยะ ่างล้ิน ขณะที่ล้ินไอดีเริ่มเปิดและล้ินไอเ ีย กาลังจะปดิ นิทนี้เรียก ่า โอเ อร์แลป (Over lap) 7. แผนภูมเิ วลาการเปิดปิดลน้ิ เคร่ืองยนต์ดีเซล 4 จัง วะ แผนภมู ิเ ลาการเปิดปิดล้ินของเคร่ืองยนต์ดีเซล 4 จัง ะ มายถึง แผนภาพ งกลมแ ดงการ ทางานการเปิดปิดลิ้นของเครื่องยนต์ 4 จัง ะในจัง ะต่างๆ แ ดงใ ้เ ็นภาพการทางานในแต่ละ ช่ งจัง ะของเครอื่ งยนตด์ งั ตั อยา่ งต่อไปนี้
ลน้ิ ไอดีเปดิ 14 องศา •20 ัวฉีดฉีดเชื้อเพลิง ลนิ้ ไอเ ยี ปิด 20 องศา 25 องศา จัง วะอัด จัง วะดูด จัง วะระเบดิ ล้ินไอดีปิด จงั วะคาย ลนิ้ ไอเ ยี เปดิ 44 องศา 52 องศา BDC ภาพท่ี 1-40 แผนภูมเิ ลาการเปิดปดิ ลน้ิ เคร่ืองยนต์ดเี ซล (ท่มี า: ธชั ชัย, 2558) จากภาพดา้ นบน อธบิ ายแผนภูมิเ ลาการเปิดปิดล้นิ ของเครื่องยนต์ดีเซล ไดด้ งั น้ี จงั ะดูด ลน้ิ ไอดีจะเร่ิมเปดิ ก่อนถงึ นู ย์ตายบน 14 อง าและปิด ลัง ูนย์ตายล่างที่ 44 อง า ร มระยะของจงั ะดดู เท่ากับ 14 อง า + 180 อง า + 44 อง า = 238 อง า จัง ะอัด เร่มิ เมือ่ ล้นิ ไอดปี ิด ลัง ูนย์ตายล่าง 44 อง า ั ฉีด ฉีดน้ามันเช้ือเพลิง ที่ 25 อง า กอ่ นถงึ นู ยต์ ายบนร มระยะของจัง ะอดั เท่ากบั 180 อง า - 44 อง า - 25 อง า = 111 อง า จัง ะระเบิด เริ่มจาก ั ฉีดฉีดน้ามันเชื้อเพลิง 25 อง าก่อน ูนย์ตายบน ิ้น ุดจัง ะระเบิด เมื่อลิ้นไอเ ียเร่ิมเปิด 52 อง าก่อน ูนย์ตายล่างร มระยะจัง ะระเบิดเท่ากับ 25 อง า + 180 อง า - 52 อง า = 153 อง า ( รอื 25 อง า + 90 อง า + 38 อง า = 153 อง า) จัง ะคาย เริ่มเม่ือล้นิ ไอเ ียเปดิ กอ่ น ูนยต์ ายล่าง 52 อง าและปิด ลัง ูนย์ตายบน 20 อง า ร มระยะของจัง ะคาย เทา่ กับ 52 อง า + 180 อง า + 20 อง า = 252 อง า โอเ อร์แลป (Overlap) มายถงึ การเปิดเ ลื่อมกันคือช่ งที่ลน้ิ ไอดีเริ่มเปิดในขณะทีล่ ิ้นไอเ ีย กาลงั จะปิด นิทเกดิ ข้ึนในช่ งปลายจงั ะคายตอ่ กับช่ งต้นของจงั ะดูดโดยเคร่ืองยนต์ตามตั อย่าง
•21 โจทย์น้ีเกิดโอเ อรแ์ ลป (Overlap) เ ลอื่ มกันเท่ากบั 14 อง า + 20 อง า = 34 อง า 7.1 การเขียนแผนภูมเิ วลาการเปิดปิดลิน้ เคร่ืองยนต์ดเี ซล 4 จัง วะ การเขียนแผนภูมิเ ลาการเปิดปิดล้ินเคร่ืองยนต์ดีเซล 4 จัง ะ เริ่มเขียนจากจัง ะดูดตาม ด้ ยจัง ะอัด จัง ะระเบิดและจัง ะคายตามลาดับตอ่ เนือ่ งกันจบครบ ตัวอย่างโจทย์ กา นดใ ้เคร่ืองยนต์ดีเซลเครื่อง น่ึงล้ินไอดีเปิด 18 อง าก่อน ูนย์ตายบนปิด 42 อง า ลงั นู ยต์ ายลา่ ง ั ฉีดฉดี เชือ้ เพลงิ ท่ี 22 อง ากอ่ น ูนย์ตายบน ใ ้ลิ้นไอเ ียเปิด 42 อง าก่อน ูนย์ตายลา่ งและปิดท่ี 18 อง า ลงั ูนยต์ ายบน จากตั อยา่ งโจทย์ ามารถเขียนแผนภูมิเ ลาการเปิด ปิดล้ินโดยเริ่มเขียนจากจัง ะดูดภาพท่ี 1-41 ล้ินไอดีเริ่มเปิดที่ 18 อง าก่อน ูนย์ตายบนและปิดท่ี 42 อง า ลัง ูนย์ตายล่างเมื่อเขียนจงั ะดูดเ ร็จเรยี บรอ้ ยแล้ ตอ่ ไปใ ้เขยี นจัง ะอัดต่อเนื่องกันไป กบั จัง ะดูด 18 อง า ดูด 42 อง า ภาพท่ี 1-41 การเขยี นแผนภูมเิ ปดิ ปดิ ลน้ิ ในจงั ะดดู (ท่ีมา: ธัชชยั , 2558)
•22 เขยี นแผนภมู เิ ลาการเปดิ ปดิ ลนิ้ ในจงั ะอัดเริ่มจากจดุ ท่ีล้ินไอดปี ดิ 42 อง า ลงั นู ย์ตายลา่ งและไป ิน้ ุดจงั ะอัด เมื่อ ั ฉีดเร่ิมฉดี นา้ มนั เช้ือเพลิงท่ี 22 อง าก่อนถงึ ูนยต์ ายบนภาพท่ี 1-42 ขอ้ งั เกต: เมอื่ ลิน้ ไอดปี ิดแ ดง า่ ้ิน ุดจัง ะดูดและเปน็ การเรม่ิ ตน้ การทางานในจัง ะอัด 22 อง า 18 อง า อดั ดดู 42 อง า ภาพที่ 1-42 การเขียนแผนภูมิเปิดปดิ ลิ้นในจงั ะอัด (ท่ีมา: ธชั ชัย, 2558)
•23 เขียนแผนภูมิเ ลาการเปิดปิดลิ้นในจัง ะระเบิดต่อจากจัง ะอัด เริ่มจากจุดที่ ั ฉีดเร่ิมฉีดน้ามัน เช้อื เพลงิ เพ่อื จุดระเบิดที่ 22 อง าก่อนถึง ูนย์ตายบนไป ้ิน ุดเม่ือล้ินไอเ ีย เริ่มเปิดที่ 42 อง าก่อน นู ยต์ ายลา่ งภาพที่ 1-43 ข้อ ังเกต: เมื่อ ั ฉีดเรมิ่ ฉดี แ ดง ่าเป็นการ นิ้ ุดจงั ะอดั และเริ่มเข้า ู่การทางานในจัง ะระเบดิ 22 อง า 18 อง า ระเบิด อดั ดดู 42 อง า 42 อง า ภาพท่ี 1-43 การเขียนแผนภมู ิเปิดปดิ ล้นิ ในจงั ะระเบิด (ท่ีมา: ธชั ชยั , 2558) จากน้ันเขียนแผนภูมิเ ลาการเปดิ ปดิ ลน้ิ ในจงั ะคาย เริ่มจากจุดทล่ี ้ินไอเ ียเรม่ิ เปดิ ท่ี 42 อง ากอ่ น นู ย์ตายล่างไป ิน้ ดุ เม่อื ลน้ิ ไอเ ียปิดที่ 18 อง า ลงั ูนย์ตายบนภาพท่ี 1-44 ข้อ ังเกต: ในช่ งของจงั ะคายนีเ้ ปน็ ช่ ง ดุ ทา้ ยของ ฏั จักรการทางาน ตามเ ลาการเปดิ ปิดลิ้นของ เครอ่ื งยนตน์ ี้มชี ่ ง โอเ อร์แลป (Over lap) เกดิ ข้ึนด้ ย
•24 18 อง า 18 อง า 22 อง า ระเบิด คาย อดั ดูด 42 อง า 42 อง า ภาพที่ 1-44 การเขียนแผนภมู ิเปดิ ปิดลน้ิ ในจงั ะคาย (ท่ีมา: ธชั ชยั , 2558) 8. ข้อดีข้อเ ียของเคร่อื งยนต์ดีเซล ขอ้ เ ียของเคร่ืองยนต์ดีเซล ตารางท่ี 1-1 ข้อดีขอ้ เ ียของเครื่องยนต์ดีเซล 1. ใ ค้ ามเร็ รอบต่า ไดน้ า้ นักต่อแรงม้ามาก ข้อดีของเครอื่ งยนต์ดเี ซล 2. ต้นทุนการผลิต ูง ราคาเครอื่ งแพง 3. เคร่ืองยนต์มีขนาดใ ญ่ ไม่กะทดั รัด 1. ราคาเชอ้ื เพลิงถกู ก า่ เบนซนิ ดูแลรกั างา่ ย 4. อัตรา ่ นการอัด ูง ตอ้ งใช้มอเตอร์ ตาร์ต 2. ใ ป้ ระ ทิ ธภิ าพทางค ามร้อน ูง 3. ชิ้น ่ นเครื่องยนตแ์ ขง็ แรงทนทาน ท่ีมีกาลงั งู 4. ใ ้กาลัง มา่ เ มอ แรงบิด ูง 5. เม่ือเคร่ืองยนต์มีภาระ นกั มกั มีค ันดา 5. ประ ยัดนา้ มนั ได้ดี 6. อัตรา ่ นการอัด ูง ใ ้กาลงั ูง 7. ใ แ้ รงบดิ งู
หลักการทางานของเครอ่ื งยนต์ดีเซล เคร่ืองยนต์ 4 จงั หวะ หมายถงึ หลกั การทางานของเคร่ืองยนตโ์ ดย ทเ่ี พลาข้อเหวย่ี งจะหมนุ ครบ 2 รอบ หรือ หมนุ เปน็ มมุ รวม 720 องศา เพลาลูกเบ้ยี วหมุนครบ1รอบ จะได้กาลงั งาน 1 ครัง้ ซงึ่ ลูกสบู จะเลื่อนขึน้ 2 ครง้ั และเลอื่ นลง 2 คร้งั ถือเป็นการทางานครบ 1 กลวตั ร
จงั หวะดูด ( Suction stroke ) แสดงลักษณะของจังหวะดดู
จงั หวะอดั ( Compression stroke ) แสดงลกั ษณะของจังหวะอดั
จงั หวะระเบดิ หรอื จังหวะกาลงั ( Power stroke ) แสดงลกั ษณะของจงั หวะระเบดิ หรือจงั หวะกาลงั
จงั หวะคาย ( Exhaust stroke ) แสดงลกั ษณะของจังหวะคาย
บทสรุปของหลกั การทา งานเครอ่ื งยนตด์ ีเซล 4 จังหวะ 1 กลวตั ร จะมี 4 จังหวะ คือ จังหวะดูด จงั หวะอัด จงั หวะระเบิด หรือจังหวะกำลัง และจังหวะคำย เพลำข้อเหวี่ยงจะหมุน 2 รอบ ( 720 องศำ ) ลกู สูบจะเลื่อนข้นึ 2 คร้ัง ในจังหวะอัดและจังหวะคำย ลกู สูบ จะเลอื่ นลง 2 ครั้งในจังหวะดดู และจังหวะระเบิดใน 1 กลวัตร ลูกสบู จะ เลอ่ื นขนึ้ – ลง รวม 4 คร้ัง ล้ินไอดีล้ินไอเสยี และหัวฉีดจะทำงำนอย่ำงละ 1 ครั้ง
ไดอะแกรมเวลาเปดิ –ปดิ ล้นิ ของเครอื่ งยนตด์ เี ซล 4 จังหวะ แสดงลกั ษณะของไดอะแกรมเวลาเปิด -ปดิ ล้ินของเครอ่ื งยนตด์ ีเซล 4 จังหวะ
โครงสร้างของเคร่ืองยนต์ เคร่ืองยนต์ท่ีมีการเผาไหมภ้ ายใน จะทางานไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ จะตอ้ งมีชิ้นส่วนและอุปกรณ์ท่ีครบถว้ นโดยอยใู่ นสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมท่ีจะใช้ งานไดอ้ ยเู่ สมอ ชิ้นส่วนของเคร่ืองยนตเ์ ผาไหมภ้ ายใน สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็ น 2 ประเภท คือชิ้นส่วนที่อยกู่ บั ท่ีและชิ้นส่วนท่ีเคลื่อนที่
ชิ้นส่วนของเคร่ืองยนต์ทอี่ ยู่กบั ท่ี เสื้อสูบหรือเรือนเสื้อสูบ จะเป็นชิ้นส่วนท่ีมีขนาดใหญ่ ซ่ึงเป็นโครงสร้างหลกั ของเคร่ืองยนต์ เส้ือสูบ สามารถแบ่งตามโครงสร้างได้ 2 แบบคือ 1) เส้ือสูบท่ีหล่อเยน็ ดว้ ยของเหลวหรือน้า 2) เส้ือสูบที่หล่อเยน็ ดว้ ยอากาศ
กระบอกสูบ เป็นชิ้นส่วนที่มีความสาคญั มาก โดยจะมีลูกสูบเล่ือนข้ึน–ลง อยภู่ ายใน กระบอกสูบและส่วนบนของกระบอกสูบจะเป็นส่วนหน่ึงของหอ้ งเผาไหม้ กระบอกสูบจะทาจากเหลก็ หล่อสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1) แบบหน่วยเดียวกนั กระบอกแบบน้ีจะถูกหล่อใหเ้ ป็นชิ้นส่วนเดียวกนั กบั เส้ือสูบนิยมใชก้ บั รถยนตร์ ุ่นแรก ๆ สึกหรอมากจะตอ้ งทาการควา้ น ถา้ ควา้ นมาก เกินไปผวิ กจ็ ะบางทาใหไ้ ม่แขง็ แรงและการระบายความร้อนไม่ดีจนอาจจะตอ้ งเลิก ใชไ้ ปเลย ดงั น้นั กระบอกสูบแบบน้ีจึงไม่นิยมนามาใชใ้ นรถยนตป์ ัจจุบนั 2) แบบแยกส่วน กระบอกสูบน้ีเป็นแบบท่ีทาสาเร็จรูปต่างหาก สามารถ ถอดแยกชิ้นออกมาจากเส้ือสูบได้ เม่ือตอ้ งการใชก้ จ็ ะนามาอดั เขา้ ไปในกระบอกสูบ หากชารุดหรือสึกหรอกส็ ามารถเปลี่ยนใหม่ได้ เรียกอีกช่ือวา่ “ปลอกสูบ”
ปลอกสูบ ปลอกสูบเป็นชิ้นส่วนท่ีอยกู่ บั ท่ี สามารถนามาประกอบเป็นชิ้นส่วนใน เคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีนและเครื่องยนตด์ ีเซลได้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1) ปลอกสูบแบบเปี ยก 2) ปลอกสูบแบบแหง้
ฝาสูบ ฝาสูบจะถูกติดต้งั อยูด่ า้ นบนของเส้ือสูบของเคร่ืองยนต์ ฝาสูบเป็ น ชิ้นส่วนท่ีทาให้เกิดห้องเผาไหมโ้ ดยจะรวมกบั ส่วนบนของกระบอกสูบและ ลูกสูบ ฝาสูบถูกยึดติดกบั เส้ือสูบดว้ ยน็อต ซ่ึงมีประเก็นฝาสูบวางคน่ั อยตู่ รง กลางเพื่อป้องกันแก๊สจากห้องเผาไหม้รั่วเขา้ ไปในห้องเผาไหม้ สาหรับ เคร่ืองยนตท์ ี่ระบายความร้อนดว้ ยน้า
ประเกน็ ฝาสูบ ประเกน็ ฝาสูบจะติดต้งั อยรู่ ะหวา่ งฝาสูบกบั เส้ือสูบ จะตอ้ งแน่นสนิทและสามารถ ทนตอ่ ความดนั และความร้อนที่เกิดข้ึนในหอ้ งเผาไหมไ้ ด้ ประเกน็ ฝาสูบมีหนา้ ที่ คือ 1) เพอ่ื ป้องกนั แกส๊ หรือน้าหล่อเยน็ รั่วซึม 2) ตอ้ งทนตอ่ ความร้อนสูงและนาความร้อนไดด้ ี 3) ทนต่อการกดั กร่อนไดด้ ี 4) ติดแน่นเขา้ กบั ผวิ หนา้ สมั ผสั ของฝาสูบกบั เส้ือสูบ 5) ทนต่อความกดดนั สูงและมีความยดึ หยนุ่ ไดด้ ี
อ่างนา้ มนั เครื่อง อ่างน้ ามันเครื่ องจะเป็ นชิ้นส่วนท่ีอยู่ข้างล่างสุดของเครื่ องยนต์ สามารถถอดแยกออกจากเส้ือสูบไดแ้ ละยงั เป็นส่วนหน่ึงของหอ้ งเพลาขอ้ เหวย่ี ง ใช้สาหรับกักเก็บน้ามันหล่อลื่น เพ่ือนาไปหล่อล่ืนชิ้นส่วนที่เคล่ือนที่ของ เคร่ืองยนต์ อ่างน้ามนั เครื่องจะแบ่งไดเ้ ป็ น 2 แบบ คือ แบบหล่อดว้ ยเหลก็ หล่อ หรืออะลูมิเนียม และแบบปั๊มข้ึนรูปดว้ ยแผน่ เหลก็ กลา้
ท่อร่วมไอดี ท่อร่วมไอดีจะถูกติดต้งั อยูร่ ะหวา่ งคาร์บูเรเตอร์กบั เคร่ืองยนต์ ทาหนา้ ท่ี ให้ส่วนผสมของเครื่องยนตอ์ ากาศกบั น้ามนั เช้ือเพลิงจากคาร์บูเรเตอร์ไหลผา่ นเขา้ ไปในกระบอกสูบแต่ละสูบ ท่อร่วมไอดีส่วนมากจะทามาจากเหลก็ หล่อ เป็ นท่อน กลมกลวง ภายในทาผิวเรียบ
แบริ่งเพลาหลกั แบร่ิงเพลาหลกั จะมีลกั ษณะเป็นฝาประกบกนั 2 ฝา ซ่ึงจะทา หนา้ ท่ียดึ เพลาขอ้ เหวย่ี งใหห้ มุนอยภู่ ายในแบร่ิง แบริ่งเหลาหลกั น้ีจะรองรับ ส่วนหวั และส่วนทา้ ยของเพลาขอ้ เหวยี่ ง
ท่อร่วมไอเสีย ท่อร่วมไอเสีย จะทาเป็นท่อหลายท่อตอ่ รวมกนั เพื่อใชร้ ะบาย แก๊สไอเสียท่ีเกิดจากการเผาไหม้ ออกจากกระบอกสูบทางลิ้นไอเสียของ เคร่ืองยนต์ ทามาจากเหลก็ หลอ่ เป็นท่อนกลมกลวง จะมีขนาดโตกวา่ ท่อ ร่วมไอดี เพื่อใหแ้ ก๊สไอเสียไหลออกมาไดอ้ ยา่ งสะดวก
ชิ้นส่วนของเคร่ืองยนต์ท่เี คลื่อนท่ี ชิ้นส่วนของเครื่องยนตท์ ่ีเคลื่อนท่ี คือ ชิ้นส่วนทุกชิ้นของเครื่องยนตท์ ่ี สามารถเคลื่อนท่ีไปมาในขณะที่เครื่องยนตก์ าลงั ทางาน จะมีลกั ษณะของการ เคลื่อนที่ 3 แบบ คือ 1) เคลื่อนท่ีไป-กลบั ชิ้นส่วนท่ีเคล่ือนท่ีไป-กลบั หรือ เคล่ือนท่ีข้ึน-ลงใน ขณะท่ีเครื่องยนตท์ างาน ไดแ้ ก่ ลูกสูบ ลิ้น และกลไกลิ้นกา้ นสูบ 2) เคลื่อนที่ดว้ ยการหมุน ชิ้นส่วนท่ีเคลื่อนท่ีดว้ ยการหมุน จะเป็นชิ้นส่วน ท่ีเคล่ือนท่ีดว้ ยการหมุนในลกั ษณะวงกลม ไดแ้ ก่ เพลาลูกเบ้ียว เพลาขอ้ เหวยี่ ง และ ลอ้ ช่วยแรง 3) เคล่ือนที่แบบวงเดือน ชิ้นส่วนท่ีเคล่ือนท่ีแบบวงเดือน จะเป็นชิ้นส่วนที่ เคลื่อนท่ีแบบเย้อื งศูนย์ ไดแ้ ก่ กา้ นสูบ ลูกเบ้ียว
ลกู สูบ ลูกสูบจะติดต้งั อยภู่ ายในกระบอกสูบ โดยการ เคลื่อนท่ีข้ึน-ลง ซ่ึงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกาลงั ดนั ท่ี กระทาบนหวั ลูกสูบ จะทาหนา้ ท่ี ดงั น้ี 1) อดั ส่วนผสมระหวา่ ง อากาศกบั น้ามนั เช้ือเพลิงหรือ เรียกวา่ “ไอดี” ในจงั หวะอดั 2) ช่วยขบั ไลแ่ ก๊สไอเสียออกจากกระบอกสูบในจงั หวะ คาย 3) ถ่ายทอดแรงจากการระเบิดผา่ นกา้ นสูบไปยงั เพลาขอ้ เหวย่ี งในจงั หวะระเบิด 4) ทาใหเ้ กิดสุญญากาศภายในกระบอกสูบ จนทาใหก้ าลงั ดนั บรรยากาศภายนอก ผลกั ดนั ส่วนผสมของอากาศกบั น้ามนั เช้ือเพลิง เขา้ สู่กระบอกสูบในจงั หวะดูด
Search