1 บทท่ี 1 หนี้สินหมุนเวียน ในการประกอบกจิ การ มรี ายการค้าจานวนมากท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ หน้ีสิน เชน่ การซื้อวัตถดุ ิบเพ่ือ การผลิตหรือการซ้ือสินค้ามาจาหน่ายแบบได้รับเครดิต การรับบริการจากหน่วยงานภายนอกแต่ยัง ไม่ได้จ่ายชาระเงิน หรือเม่ือกิจการขาดสภาพคล่องอาจต้องใช้แหล่งเงินทุนจากภายนอก ผ่านการขอ อนุมัติสินเช่ือจากสถาบันการเงิน หรือเมื่อต้องขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน จาเป็นต้องระดม เงินทุนเป็นจานวนมากโดยก่อหน้ีสินระยะยาว รายการทั้งหมดท่ีเกิดข้ึนส่งผลให้การก่อหน้ีสินมี บทบาทสาคัญย่ิงในการดาเนินกิจการ กระตุ้นให้เกิดแรงผลักดันทางด้านเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้จึง อธิบายได้ว่าการก่อหน้ีสินสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะคือ หน้ีสินหมุนเวียนและหน้ีสินไม่หมุนเวียน สาหรับเน้ือหาในช่วงแรกที่ต้องศึกษาในบทน้ี อธิบายในส่วนของหนี้สินประกอบด้วย ความหมาย ลักษณะท่ีสาคัญ การรับรู้รายการ การวัดมูลค่า การจัดประเภทของหน้ีสิน สาหรับในช่วงต่อมาจะ อธิบายเก่ียวกับหน้ีสินหมุนเวียนประกอบด้วย ความหมาย การบันทึกบัญชี รวมถึงการนาเสนอ รายการในงบการเงนิ หนีส้ ิน ความหมายของหน้ีสนิ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดกรอบแนวคิดสาหรับการรายงาน ทางการเงิน (ปรับปรุง 2563) ให้คานิยามของหน้สี ิน หมายถึง ภาระผกู พันในปจั จุบนั ของกิจการ เป็น ผลของเหตุการณ์ในอดีต โดยการชาระภาระผูกพันน้ันคาดว่าจะส่งผลให้กิจการสูญเสียทรัพยากรที่มี ประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกจิ จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า หนี้สิน (Liabilities) หมายถึง ภาระผูกพัน (Obligation) ท่ีเกิดขึ้นในกิจการ ส่งผลให้ตอ้ งจัดหาเงินสด สินทรัพย์อ่ืน ๆ หรือบรกิ ารท่ีมีของกิจการ นามาจ่ายชาระภาระผกู พันดงั กลา่ วท่ีเกดิ ข้ึนจากเหตกุ ารณ์ในอดตี ลกั ษณะท่สี าคัญของหน้สี นิ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดกรอบแนวคิดสาหรับการรายงาน ทางการเงนิ (ปรับปรุง 2563) ระบถุ งึ ลักษณะทีส่ าคญั ของหน้ีสินมีรายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี 1. เป็นภาระผูกพันของกิจการในปัจจุบัน และภาระผูกพันดังกล่าว เป็นหน้าที่หรือ ความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง อาจเกิดจากการบังคับด้วยผลของกฎหมายเนื่องจาก เป็นสัญญาผูกมัดหรือเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย สาหรับภาระผูกพันอาจเกิดจากการดาเนินงาน ตามปกติของกิจการจากประเพณีการค้า หรือจากความต้องการที่จะคงความสัมพันธ์เชิงธุรกิจหรือ ต้องการปฏิบัติในลักษณะท่ีเป็นธรรม เช่น กิจการซ้ือวัตถุดิบหรือสินค้าเป็นเงินเช่ือ หรือกิจการทา สัญญากับรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ให้ออกอากาศโฆษณาของกิจการตามช่วงเวลาท่ีตกลงกัน
2 ในขณะเดียวกันกิจการยังไม่ได้จ่ายเงิน หรือการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง และทางการไฟฟ้า นครหลวงจัดสง่ ใบแจ้งหนีค้ า่ ไฟฟา้ ใหก้ บั กจิ การ แต่กิจการยงั ไม่จา่ ยชาระเงิน เปน็ ต้น 2. ภาระผูกพันท่ีเกิดข้ึนในปัจจุบันของกิจการ จาเป็นต้องแยกออกจากภาระผูกพัน ในอนาคตอย่างชัดเจน สาหรับเงื่อนไขของภาระผูกพันในปัจจุบันประกอบด้วย กิจการได้รับมอบ สินทรัพย์หรือเมื่อได้ทาสัญญาจัดหาสินทรัพย์ท่ีมิอาจยกเลิกได้ ถ้าหากกิจการกระทาการยกเลิก เหตุการณ์ดังกล่าว ย่อมส่งผลให้เกิดเสียหายทางเศรษฐกิจต่อกิจการ และต้องจ่ายค่าปรับในกรณี ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ส่งผลทาให้กิจการไม่สามารถหลีกเล่ียงการสูญเสียทรัพยากรไปให้คู่สัญญาได้ เช่น กิจการได้ทาสัญญาจ้างให้ห้างหุ้นส่วนจากัด รักชาติ ผลิตจานชุดลายดอกไม้ จานวน 100 ชุด ค่าใช้จ่ายในการผลิตจานชุดท้ังหมด 100,000 บาท ในสัญญาระบุว่าจะต้องจ่ายชาระค่าจ้างงวดท่ี 1 จานวน 70% ของค่าจ้างท้ังหมด และต้องจ่ายส่วนที่เหลือเม่ืองานเสร็จ หากกิจการยกเลิกสัญญา ภายหลังเม่อื หา้ งห้นุ สว่ นไดผ้ ลติ สนิ ค้าไปบางส่วน ส่งผลให้กิจการต้องจา่ ยค่าชดเชยในการผลิตจานชุด ท้ังหมดที่ห้างหุ้นส่วนได้จา่ ยไปในการผลติ รวมท้ังค่าความเสยี หายที่เกิดข้ึนจากกรณียกเลิกสัญญาอีก 70% ของคา่ จา้ งทง้ั หมด ถา้ หากกิจการเพียงแค่ตัดสินใจในการจัดหาสินทรัพย์ในอนาคตเท่าน้ัน ไม่จัดว่าเป็นภาระ ผูกพันในปจั จุบนั 3. กิจการต้องจัดหาทรพั ยากรท่ีมีประโยชน์เชิงเศรษฐกจิ เพอ่ื ชาระภาระผูกพันในปัจจุบัน ใหก้ ับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกท่ีมีสทิ ธิเรียกร้องกับกจิ การให้จ่าย ซ่ึงการจ่ายชาระภาระผกู พันใน ปจั จบุ นั สามารถจา่ ยชาระไดห้ ลายลกั ษณะ เช่น - จ่ายชาระด้วยเงินสด (จ่ายชาระหนี้ให้กับเจ้าหน้ีด้วยเงินสด หรือจ่ายค่าเช่าอาคาร สานักงานที่คา้ งชาระของเดอื นกอ่ นด้วยเงินสด) - จา่ ยชาระดว้ ยสินทรพั ย์อน่ื ทีไ่ ม่ใชเ่ งินสด (จา่ ยชาระหนใี้ ห้กบั เจ้าหนี้ด้วยตวั๋ เงนิ รบั ) - จ่ายชาระด้วยบริการของกิจการ (สมมติกิจการให้บริการด้านการจัดส่งสินค้า สามารถจ่ายชาระหน้ีด้วยการให้บรกิ ารจดั สง่ สนิ คา้ กับเจา้ หน้แี ทนการจา่ ยชาระหน้ีด้วยเงนิ สด) - จ่ายชาระด้วยการเปลี่ยนจากภาระผูกพันในอดตี เปน็ ภาระผกู พันใหม่ (จ่ายชาระหน้ี ใหก้ บั เจ้าหน้ีดว้ ยการออกต๋ัวเงินจา่ ยแทน) - การแปลงหน้ีสินให้เป็นทนุ ของกิจการ (จ่ายชาระหน้ีให้กับเจา้ หนี้โดยออกหุ้นสามัญ ให้กบั เจ้าหนแี้ ทนการจ่ายชาระหน้)ี 4. หน้ีสินเป็นผลของรายการและเหตุการณ์อืน่ ในอดีต เช่น การได้มาซ่งึ สนิ คา้ หรือบริการ จึงก่อให้เกิดเจ้าหนี้การค้า (หากกิจการไม่ได้จ่ายเงินล่วงหน้าหรือจ่ายชาระทันทีเมื่อส่งมอบสินค้า) การกู้เงินจากธนาคารก่อให้เกิดภาระผูกพันในการจ่ายชาระคืนเงินกู้ ในกรณีท่ีกิจการให้ส่วนลด ภายหลังการขาย โดยพิจารณาจากยอดขายรวมของปี กิจการต้องรับรู้จานวนเงินท่ีต้องจ่าย คา่ สว่ นลดใหก้ ับลกู หน้ีดงั กลา่ วเป็นหนีส้ นิ เพราะการขายสินค้าในอดีตเป็นรายการทีก่ ่อให้เกิดหนส้ี นิ 5. หน้ีสินบางประเภทวัดมูลค่าได้จากการประมาณเท่านั้น สาหรับหนี้สินประเภทน้ี เรียกว่า ประมาณการหน้ีสิน (Provision) เก่ียวข้องกับภาระผูกพันในปัจจุบันและเป็นตามคานิยามท่ี กาหนดไว้ ถึงแม้ว่าจะเกิดข้ึนจากการประมาณการ เช่น ประมาณการหน้ีสินภายใต้สัญญารับประกัน ประมาณการหนสี้ นิ ภายใตโ้ ครงการเงินบานาญ
3 จากลักษณะท่ีสาคัญของหนี้สิน สามารถสรุปได้ว่า หนี้สินเป็นภาระผูกพันในปัจจุบันของ กิจการที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในอดีต อาจใช่หรอื ไม่ใช่เหตุการณ์ทเี่ กิดขึ้นจากการดาเนนิ งานตามปกติ สาหรบั เหตุการณ์ในอดตี นน้ั ส่งผลกระทบต่อกจิ การที่ต้องสูญเสยี ทรัพยากรท่ีมปี ระโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ได้แก่ เงินสด สินทรัพย์ หรือบริการเพื่อที่กิจการจะได้นาส่ิงต่าง ๆ เหล่านี้ จ่ายชาระภาระผูกพัน ดังกลา่ ว การรับรูร้ ายการของหนี้สนิ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดกรอบแนวคิดสาหรับการรายงาน ทางการเงนิ (ปรบั ปรงุ 2563) ระบเุ กณฑ์การรับรู้รายการของหนีส้ ิน ต้องเข้าเงอ่ื นไขทุกข้อดงั ต่อไปนี้ 1. มคี วามเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ ท่ีกิจการจะสูญเสียประโยชน์เชงิ เศรษฐกิจของทรัพยากร เพ่ือชาระภาระผูกพนั ในปจั จบุ นั 2. ภาระผกู พนั ดงั กลา่ วที่จะต้องชาระสามารถวดั ไดอ้ ย่างนา่ เชื่อถือ การรับรู้รายการของหนี้สิน สามารถสรุปเงื่อนไขท่ีสาคัญคือ กิจการเชื่อม่ันว่ามีแนวโน้ม ต้องจ่ายชาระภาระผูกพัน ทั้งทราบจานวนเงินที่ต้องจ่ายอย่างสมเหตุผล หากขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหน่ึง ไมถ่ อื วา่ กิจการต้องรับรู้เปน็ หนสี้ นิ การวัดมูลคา่ ของหนสี้ นิ หนี้สินถือเป็นองค์ประกอบส่วนหน่ึงของงบแสดงฐานะการเงิน ต้องวัดมูลค่าของหน้ีสิน ได้อย่างน่าเชื่อถือ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดกรอบแนวคิดสาหรับการ รายงานทางการเงิน (ปรับปรุง 2563) อธิบายว่าการวัดมูลค่าของหนี้สิน หมายถึง กาหนดจานวนเงิน เพื่อใช้ประกอบในการบันทึกบัญชี และรับรู้รายการหน้ีสินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินอย่างเหมาะสม โดยเกณฑท์ ่จี ะเลอื กใช้ในการวัดมูลคา่ มดี ังต่อไปน้ี 1. ราคาทุนเดิม (Historical Cost) หมายถึง การบันทึกบัญชีหนี้สินด้วยจานวนเงินที่ได้รับ จากการก่อภาระผูกพัน หรือด้วยจานวนเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่คาดว่าจะต้องจ่ายเพื่อ ชาระหนี้สนิ ดงั กลา่ วจากการดาเนินงานตามปกตขิ องกิจการ 2. ราคาทุนปัจจุบัน (Current Cost) หมายถึง การบันทึกบัญชีหน้ีสินด้วยจานวนเงินสด หรือรายการเทยี บเท่าเงินสดทตี่ ้องจา่ ยชาระหน้ีสนิ ดงั กลา่ วในขณะน้ันโดยไม่ต้องคดิ ลด 3. มูลค่าท่ีจะจ่าย (Realizable or Settlement Value) หมายถึง การบันทึกบัญชี หน้ีสินด้วยมูลค่าท่ีจะตอ้ งจ่ายคืน หรือด้วยจานวนเงนิ สดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่คาดว่าจะต้อง จา่ ยเพ่อื ชาระหนสี้ นิ ทีเ่ กิดจากการดาเนนิ งานตามปกติโดยไมต่ ้องคิดลด 4. มูลค่าปัจจุบัน (Present Value) หมายถึง การบันทึกบัญชีหน้ีสินด้วยมูลค่าปัจจุบัน ของกระแสเงินสดจ่ายสทุ ธซิ ึ่งคาดวา่ จะต้องจ่ายชาระหน้สี นิ ในการดาเนนิ งานตามปกติของกิจการ การวัดมูลค่าของหน้ีสิน สามารถสรุปได้ว่า หน้ีสินเป็นส่วนหน่ึงของงบแสดงฐานะการเงิน ตอ้ งสะท้อนถึงภาระผกู พันของกิจการอย่างสมเหตุผล เพราะหน้ีสินแตล่ ะประเภทจะใช้การวัดมูลค่าท่ี แตกตา่ งกัน เช่น เจ้าหนี้การค้าใช้ราคาทุน เปน็ เกณฑใ์ นการแสดงรายงานในงบแสดงฐานะการเงิน
4 การจัดประเภทของหนสี้ นิ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดกรอบแนวคิดสาหรับการรายงาน ทางการเงิน (ปรับปรุง 2563) และมาตรฐานการบญั ชีฉบับที่ 37 (ปรับปรุง 2563) เร่ือง ประมาณการ หน้ีสนิ หน้ีสินทอ่ี าจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ทีอ่ าจเกิดขึ้น จากข้อมูลของดังกล่าวข้างตน้ จัดประเภทของ หนส้ี ินได้ 3 ประเภท ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. หนีส้ ินท่ีทราบจานวนเงินทแ่ี น่นอนในการจ่ายชาระหน้ี 2. ประมาณการหนส้ี นิ 3. หนสี้ นิ ที่อาจเกิดข้ึน สาหรบั การจัดประเภทของหนี้สนิ ตามข้อมลู ข้างต้น อธบิ ายแต่ละประเภทไดด้ งั ต่อไปนี้ 1. หนส้ี ินทีท่ ราบจานวนเงินทแี่ นน่ อนในการจ่ายชาระหน้ี หมายถงึ ภาระผูกพันทเ่ี กิดข้ึน ในกิจการ ซง่ึ สามารถกาหนดจานวนเงินท่ีต้องจ่ายชาระหน้ีรวมท้ังระยะเวลาในการจา่ ยชาระหนสี้ ินได้ อยา่ งแน่นอน เชน่ จา่ ยชาระหนี้ให้กบั เจา้ หนี้จากการซ้ือสนิ คา้ เปน็ เงินเชอ่ื 2. ประมาณการ หนี้สิน หมายถึง ภาระผูกพันทกี่ ิจการมคี วามเช่ือมัน่ ว่าตอ้ งจ่ายชาระคืน ในอนาคตแตไ่ มท่ ราบจานวนเงินทแี่ น่นอน โดยต้องอาศยั การประมาณการภาระผูกพันดงั กล่าว 3. หน้ีสินท่ีอาจเกิดข้ึน หมายถึง ภาระผูกพันท่ีกิจการไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายชาระคืนในอนาคต และไมส่ ามารถวดั มลู คา่ ของภาระผกู พันดงั กลา่ วได้อยา่ งน่าเช่ือถือ สาหรับหน้ีสินในข้อท่ี 1 และ 2 กิจการจะต้องนาเสนอในงบการเงิน เนื่องจากเข้าเงื่อนไข นิยามของหนี้สิน ในขณะท่ีข้อที่ 3 ไม่เข้าเงื่อนไขนิยามของหนี้สิน ต้องเปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุ ประกอบงบการเงิน ยกเว้นถ้ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่จะสูญเสียประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ และ ค่อนข้างเช่อื มั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์ดงั กลา่ วข้นึ ในอนาคตต้องดาเนินการรับรู้เปน็ หนีส้ นิ ทันที สาหรบั การจัดประเภทของหนสี้ ินดังกล่าวขา้ งต้น ในส่วนของสภาวิชาชีพบญั ชีในพระบรม ราชปู ถมั ภ์ (2563) กาหนดมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 (ปรับปรงุ 2563) เรื่อง การนาเสนองบการเงิน ระบุการจดั ประเภทของหน้ีสนิ ได้ 2 ลกั ษณะดังตอ่ ไปนี้ 1. หนส้ี นิ หมุนเวียน (Current Liabilities) 2. หน้สี ินไมห่ มนุ เวียน (Non-Current Liabilities) เนื้อหาในบทน้ี อธบิ ายเฉพาะในส่วนของหนี้สินหมุนเวียนเท่าน้ัน ส่วนหน้ีสินไม่หมุนเวียน จะนาเสนอในบทถัดไป หนีส้ นิ หมนุ เวียน สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดมาตรฐานการบัญชีฉบับท่ี 1 (ปรับปรุง 2563) เรื่อง การนาเสนองบการเงิน ได้ให้คานิยามเก่ียวกับหน้ีสินหมุนเวียน (Current Liabilities) หมายถึง หน้ีสินทีเ่ กดิ ขึ้นในกิจการ เป็นเหตุการณ์ในอดีต ส่งผลกระทบให้กิจการต้องจ่าย ชาระคืนภายใน 1 ปี หรือภายในรอบระยะเวลาการดาเนินงานตามปกติของกิจการ สาหรับการจ่าย ชาระหนสี้ ินหมุนเวียน กจิ การสามารถทาได้โดยนาสนิ ทรพั ย์หมุนเวียนไปจ่ายชาระหน้ี หรืออกี วธิ ีหนึ่ง กค็ ือการกอ่ หน้ีสินหมุนเวียนอ่นื เพอื่ จ่ายชาระหนีส้ นิ อ่ืนแทน
5 สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 (ปรับปรุง 2563) เรื่อง การนาเสนองบการเงิน ระบุการจัดประเภทหนี้สินหมุนเวียน ต้องเป็นไปตาม เงอื่ นไขขอ้ ใดขอ้ หนึง่ ดังต่อไปนี้ 1. คาดว่าจะมีการชาระหน้ีสินดังกล่าวภายในรอบระยะเวลาดาเนินงานตามปกติของ กิจการ เช่น ในวันที่ 1 กันยายน 25X1 ซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ 40,000 บาท ได้รับเครดิต 30 วัน กิจการนาเงนิ ไปชาระหน้ีในวันท่ี 1 ตุลาคม 25X1 2. หนี้สินทางการเงินท่ีมีวัตถุประสงค์หลักคือมีไว้เพื่อค้าท่ีวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม ผ่านกาไรขาดทุนตามมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ ฉบับที่ 39 (International Accounting Standard = IAS 39) ยงั ไมไ่ ด้ประกาศใชใ้ นประเทศไทย (สภาวชิ าชีพบญั ชีในพระบรมราชูปถมั ภ์, 2563) 3. กาหนดต้องจ่ายชาระภายใน 12 เดือน นับจากรอบระยะเวลารายงาน จากตัวอย่างใน ขอ้ ท่ี 1 สังเกตว่า กิจการจ่ายชาระหนไี้ มเ่ กิน 12 เดอื น (จ่ายชาระหนเี้ พียง 1 เดอื น) 4. กิจการไม่มีสิทธิอันปราศจากเงื่อนไข เลื่อนการชาระหนี้สินออกไปอีกเป็นเวลาไม่น้อย กว่า 12 เดือน นับจากรอบระยะเวลารายงาน จากตัวอย่างในข้อที่ 1 กิจการขอต่อรองจ่ายชาระหน้ี ให้กับเจ้าหน้ีในวันที่ 1 ตุลาคม 25x2 ซ่ึงเกินระยะเวลา 12 เดือน จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น กจิ การไม่สามารถทาได้ เงื่อนไขท้ังหมด 4 ขอ้ มปี ระเด็นสาคญั ที่ต้องพจิ ารณาคือ รอบระยะเวลาในการดาเนินงาน ตามปกติของกิจการ หมายถึง ระยะเวลาเริ่มตั้งแต่นาสินทรัพย์เข้ามาในกิจการ และใช้ประโยชน์จาก สินทรัพย์ดังกล่าว จนในที่สุดสินทรัพย์นั้นได้เปล่ียนสภาพกลายเป็นเงินสดกลับเข้ามาใช้ในกิจการ (สภาวชิ าชพี บัญชใี นพระบรมราชูปถมั ภ์, 2563) 1.ขาย 2.ขาย ผขู้ ายสินค้า กิจการ ผซู้ ้ือสนิ คา้ (เจ้าหนี้) (ลูกหนี้) 4.จา่ ยชาระ* 3.จา่ ยชาระ *จะจา่ ยชาระหรือไม่ ถอื ว่าการดหานเีนนิ งานตามปกตเิ กดิ ขน้ึ ครบถว้ นตาหมกนรี ะบวนการ ภาพที่ 1.1 รอบระยะเวลาในการดาเนินงานตามปกตขิ องกิจการ จากภาพท่ี 1.1 รอบระยะเวลาในการดาเนินงานตามปกติของกิจการ เร่ิมต้นจากซือ้ สินค้า มาจาหน่ายเป็นเงินเช่ือ ก่อให้เกิดเจ้าหนี้ ต่อมากิจการนาสินค้าดังกล่าวจาหน่ายให้กับหน่วยงาน ภายนอกผู้ซ้ือสินค้าเป็นเงินเช่ือ ก่อให้เกิดบัญชีลูกหนี้ ภายหลังลูกหน้ีนาเงินสดมาจ่ายชาระหน้ีให้กับ กจิ การ ถือว่าครบรอบระยะเวลาการดาเนินการตามปกติ ถึงแม้ว่ากจิ การจะยงั ไม่นาเงินสดที่ได้รับจาก ลกู หนไี้ ปจ่ายชาระหนใี้ ห้กับเจ้าหนี้ หากกิจการไมไ่ ดก้ าหนดระยะเวลาในการดาเนนิ งานไว้อย่างชัดเจน ให้ถอื ว่ารอบระยะเวลาในการดาเนินงานตามปกตขิ องกจิ การคอื 12 เดือน
6 การจัดประเภทหนสี้ นิ หมนุ เวียน การจัดประเภทของหนี้สินหมุนเวียนสามารถจัดได้ 2 ประเภท (นุชจรี พิเชฐกุล, 2553, น. 5) ดังต่อไปนี้ ก. หน้ีสินหมุนเวียนที่เกดิ ข้ึน และสามารถกาหนดจานวนเงินที่ต้องจ่ายชาระ ได้แน่นอน มีรายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี 1. เงนิ เบิกเกินบัญชี (Bank Overdraft) 2. เงินกยู้ ืมระยะสนั้ (Short-term Loan) 3. เจา้ หนีก้ ารคา้ (Accounts Payable) 4. ตว๋ั เงินจา่ ย (Notes Payable) 5. หน้ีสินระยะยาวถึงกาหนดชาระในงวดบัญชีปัจจุบัน (Current Maturities of Long-Term Debt) 6. ภาษีมูลคา่ เพ่ิมคา้ งจา่ ย/เจา้ หนกี้ รมสรรพากร (Value Added Tax Payable) 7. ภาษีเงนิ ได้หกั ณ ท่ีจา่ ย (Withholding Tax Payable) 8. เงนิ ประกันสังคมคา้ งจ่าย (Social Security Fund Payable) 9. ค่าใช้จา่ ยคา้ งจา่ ย (Accrued Expenses) 10. รายไดร้ บั ล่วงหน้า (Unearned Revenues) 11. เงนิ มดั จาและเงนิ ประกัน (Returnable Deposits) 12. หนส้ี นิ หมนุ เวยี นอื่น (Other Liabilities) ข. หน้ีสินหมุนเวียนที่ต้องอาศัยการประมาณการจานวนเงิน มีรายละเอียด ดงั ต่อไปน้ี 1. หนี้ค่าสมนาคุณ (Premiums Offered to Customers) 2. หน้ีจากการรบั ประกนั คุณภาพ (Liabilities for Guarantee and Warranty) 3. หน้บี ัตรของขวญั หรือบัตรกานัล (Liabilities on the Advance from Sale of Certificates) หน้ีสินหมุนเวียนในแต่ละประเภทมีการบันทึกบัญชี การวัดมูลค่า และการนาเสนองบ การเงินที่แตกต่างกัน เพ่ือให้เข้าใจในส่วนของหนี้สินหมุนเวียน ต่อไปน้ีจะเป็นการอธิบายหน้ีสิน หมุนเวยี นในแตล่ ะประเภท ก. หน้สี นิ หมุนเวยี นทเี่ กดิ ขนึ้ และสามารถกาหนดจานวนเงนิ ท่ีต้องจ่ายชาระได้ แน่นอน หน้ีสินหมุนเวียนท่ีเกิดขึ้น และสามารถกาหนดจานวนเงินท่ีต้องจ่ายชาระได้แน่นอน หมายถึง ภาระผูกพันที่เกิดข้ึนในกิจการและทราบจานวนเงินได้แน่นอนในการจ่ายชาระภาระผูกพัน ซ่ึงไม่เกิน 1 รอบระยะเวลาบัญชี (พิมพ์พนา ปีตธวัชชัย และ ณัฐฐานนท์ โกมุทพุฒิพงศ์, 2563, น. 5) มอี ธิบายรายละเอยี ดเก่ียวกบั หนส้ี ินหมนุ เวยี นดังต่อไปน้ี
7 1. เงนิ เบิกเกนิ บัญชี (Bank Overdrafts) หมายถึง จานวนเงินทก่ี จิ การสามารถสั่งจ่ายเช็ค จากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันได้จานวนเงินมากกว่าท่ีมียอดเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีดังกล่าว ภายใต้ การขออนุมัติวงเงินเบิกเกินบัญชีจากธนาคาร เช่น กิจการมียอดเงินฝากธนาคารบัญชีกระแสรายวัน จานวนเงิน 100,000 บาท ต่อมาสง่ั จ่ายเช็คเพื่อจ่ายชาระหนี้ดว้ ยจานวนเงนิ 120,000 บาท หากเป็น เหตุการณ์ปกติเม่ือกจิ การสั่งจา่ ยเช็คท่ีมีจานวนเงินมากกว่ายอดเงินคงเหลือท่มี ีอยู่ในบัญชี ผลลัพธ์คือ ผู้ที่ได้รับเช็คจะไม่สามารถรับเงินจากเช็ดฉบับดังกล่าวได้ ทาให้เกิดภาพลักษณ์ท่ีไม่ดี กับกิจการ เน่ืองจากขาดสภาพคล่องในการจ่ายชาระหนี้ ด้วยเหตุน้ีกิจการจงึ ตัดสินใจใช้ระบบการขอสินเช่ือจาก ธนาคารผ่านการอนุมัติวงเงินเบิกเกินบัญชี ส่งผลให้ปัญหาขาดสภาพคล่องลดลง นอกจากนี้ยังสามารถ จ่ายชาระเงินคืนเงินเบิกเกินบัญชีกับธนาคารได้ทุกช่วงเวลา ถือว่าเป็นคุณสมบัติเด่นของเงินเบิกเกินบัญชี (พมิ พพ์ นา ปีตธวชั ชัย และ ณัฐฐานนท์ โกมทุ พฒุ ิพงศ์, 2563, น. 5) การขอสินเช่ือจากธนาคารสาหรับอนุมัติวงเงินเบิกเกินบัญชี (ธนาคารกรุงเทพ จากัด (มหาชน), ม.ป.ป.) มขี น้ั ตอนดงั ตอ่ ไปนี้ 1. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account) กับธนาคารถือเป็นเครื่องมือท่ีใช้ สาหรับการเบิกสั่งจา่ ยเงินด้วยเช็ค 2. ขออนุมัติวงเงินสินเชื่อกับธนาคาร สาหรับวงเงินที่ใช้ส่ังจ่ายของกิจการตามเกณฑ์ของ ธนาคาร โดยอาจมีหลักประกนั ได้แก่ บญั ชีเงินฝากธนาคาร สังหาริมทรัพย์ หรอื อสงั หารมิ ทรัพย์ ทาง ธนาคารจะคิดดอกเบย้ี และคา่ ธรรมเนียมจากการใชว้ งเงินเบกิ เกนิ บญั ชี 3. เมื่อได้รับอนุมัติวงเงนิ สินเช่ือดังกลา่ ว กิจการสามารถใช้จ่ายเงนิ ได้ไม่เกินวงเงินที่ได้รับ อนุมตั จิ ากธนาคาร 4. เมื่อกิจการจ่ายเงินมากกว่าท่ีมีอยู่ในบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ทาให้บัญชีเงินฝาก กระแสรายวัน มียอดเงินติดลบโดยแสดงตัวเลขติดลบในวงเล็บ กิจการจะได้รับเอกสารจากธนาคาร เรียกว่า ใบแจ้งยอดรายการเดินบัญชี (Bank Statement) เป็นเอกสารยืนยันจากธนาคารที่แจ้ง รายละเอยี ดการเคลอ่ื นไหวบัญชีเงินฝากของกิจการ 5. ธนาคารแจ้งยอดดอกเบย้ี เงนิ เบิกเกินบญั ชีทเ่ี กดิ ข้นึ 6. สาหรับการบันทกึ บัญชจี ะลงรายการจา่ ยเงินด้วยเชค็ ตามปกติ แต่ในบญั ชีแยกประเภท จะนาเสนอในลกั ษณะของบญั ชีเงินฝากกระแสรายวันมยี อดทางด้าน เครดติ (Cr.) สามารถสรุปขั้นตอนการขอสินเชื่อจากธนาคารสาหรับอนุมัติวงเงินเบิกเกินบัญชี คือ เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน มีสินทรัพย์ค้าประกัน ต้องจ่ายเงินต้นและชาระดอกเบี้ยท่ีเกิดขึ้นจาก เงินเบกิ เกนิ บญั ชี ตัวอย่างท่ี 1.1 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 25X1 บริษัท น้า จากัด กู้ยืมเงินจากธนาคารโดยวิธีขอสินเชื่อจาก การอนุมัตวิ งเงินเบิกเกินบัญชีกับทางธนาคาร AA จากัด (มหาชน) ยอดวงเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท กิจการมีบัญชีเงินฝากบัญชีกระแสรายวันยอดคงเหลือจากเดือนก่อนจานวนเงิน 115,000 บาท ใน วันท่ี 15 ธันวาคม 25X1 กิจการจ่ายชาระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ค่าซื้อสินค้า จานวนเงิน 227,000 บาท ด้วยเชค็ บนั ทึกบัญชดี งั ตอ่ ไปนี้
8 สมุดรายวนั ทว่ั ไป หนา้ 1 วนั เดอื น ปี รายการ เลขท่ี เดบติ เครดิต บัญชี 227,000 - 227,000 - 25X1 ธ.ค. 1 ไม่ตอ้ งบันทึกบญั ชี 15 เจ้าหน้ีการค้า เงินฝากธนาคาร-กระแสรายวนั 102 จ่ายชาระหนใ้ี หก้ บั เจ้าหน้ีการค้า เมื่อบันทึกบัญชีเสร็จส้ิน ต่อมาดาเนินการผ่านไปยังบัญชีแยกประเภทเงินฝากธนาคาร- กระแสรายวัน ตอ่ ไปน้ี เงนิ ฝากธนาคาร-กระแสรายวนั เลขที่ 102 ว.ด.ป. รายการ หนา้ เดบติ ว.ด.ป. รายการ หนา้ เครดิต บัญชี บญั ชี 25X1 25X1 รว.1 227,000 - 115,000 - ธ.ค.15 เจา้ หน้กี ารค้า ธ.ค.1 ยอดยกมา 112,000 เม่ือผ่านไปยังบัญชแี ยกประเภท เงนิ ฝากธนาคาร-กระแสรายวนั แสดงยอดคงเหลือ ณ วันสิ้นงวด โดยมียอดเงินฝากธนาคาร-กระแสรายวันทางด้านเครดติ (Cr.) แสดงว่ามีภาระหน้ีสินเกิดขึ้นในลักษณะของ เงินเบกิ เกนิ บัญชีจานวนเงิน 112,000 บาท นาเสนอในงบแสดงฐานะการเงนิ ดังต่อไปนี้ บริษทั น้า จากัด หนว่ ย : บาท งบแสดงฐานะการเงนิ (บางส่วน) 112,000 ณ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม 25X1 หนส้ี นิ และส่วนของผ้ถู ือหนุ้ หนส้ี นิ หมนุ เวียน เงินเบิกเกินบญั ชี ………………….. รวมหนสี้ นิ หมุนเวียน หนี้สินไมห่ มนุ เวียน …….………….. รวมหนี้สนิ 2. เงินกู้ยืมระยะส้ัน (Short-term Loans) หมายถึง จานวนเงินท่ีกิจการขอกู้ยืมเงิน จากสถาบันการเงิน หรือหน่วยงานภายนอก เพ่ือนามาใช้ในการดาเนินกิจการ สาหรับช่วงระยะเวลา
9 ไม่เกิน 1 ปี หรือ 1 รอบระยะบัญชี ส่วนใหญ่ต้องมีสินทรัพย์ค้าประกันเงินกู้ยืมดังกล่าว และจ่ายคืนเงินต้น พร้อมทงั้ ดอกเบย้ี ให้กบั เจ้าของเงินกู้ระยะส้ัน เปน็ รปู แบบหนงึ่ ในการจัดหาเงิน ตัวอย่างท่ี 1.2 วันที่ 1 ธันวาคม 25X1 บริษัท น้า จากัด ขอกู้ยืมเงินระยะสั้นจากธนาคาร BB จากัด (มหาชน) จานวนเงิน 500,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 6% ตอ่ ปีบรษิ ัทนาหลักทรพั ย์ เผ่อื ขาย บริษทั ฝน จากัด (มหาชน) ราคาทนุ 650,000 บาท ไปคา้ ประกนั เงินกูย้ ืม เมื่อธนาคารอนุมัติ เงินกูร้ ะยะส้ัน จะทาการโอนเงินกู้เข้าบญั ชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพยข์ องกิจการทนั ที บันทึก บัญชีดังต่อไปนี้ สมดุ รายวันท่ัวไป หนา้ 1 วัน เดือน ปี รายการ เลขที่ เดบิต เครดิต บญั ชี 500,000 - 500,000 - 25X1 ธ.ค. 1 เงนิ ฝากธนาคาร-ออมทรพั ย์ เงนิ กยู้ ืมระยะสนั้ กู้ยืมเงนิ นาหลกั ทรพั ย์ค้าประกนั 3. เจ้าหน้ีการค้า (Accounts Payable) หมายถึง เม่ือกิจการซ้ือสินค้าจากผู้ขาย หรือ รับบริการจากผู้ใหบ้ รกิ าร แต่ปรากฏวา่ กิจการไม่ได้จ่ายชาระคา่ สินคา้ ท่ีซ้ือหรอื ค่าบรกิ ารท่ีไดร้ ับ ส่งผล ใหเ้ กิดภาระผกู พันในรูปของเจ้าหน้ีการค้า ตัวอย่างที่ 1.3 เมื่อวันท่ี 1 ธันวาคม 25X1 บริษัท น้า จากัด ซ้ือสินค้าเป็นเงินเชื่อจากบริษัท นก จากัด มูลค่า 47,000 บาท ภายใต้เงื่อนไข 2/10,n/30 กิจการบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือแบบสิ้นงวด (Periodic Inventory Method) ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 25X1 บริษัทจ่ายชาระหนี้ให้กับเจ้าหน้ี บรษิ ทั นก จากดั บนั ทกึ บญั ชีดังตอ่ ไปนี้ สมุดรายวันทัว่ ไป หนา้ 1 วนั เดอื น ปี รายการ เลขท่ี เดบติ เครดิต บัญชี 25X1 ธ.ค. 1 ซื้อสนิ ค้า 47,000 - 47,000 - เจา้ หนี้การคา้ 47,000 - ซอื้ สินค้าเป็นเงนิ เช่อื เงื่อนไข 2/10,n/30 46,060 - 940 - 11 เจา้ หนี้การค้า เงนิ สด (47,000-940) ส่วนลดรับ (47,000X2%) รับชาระหนไี้ ดร้ ับสว่ นลด
10 4. ตั๋วเงินจ่าย (Notes Payable) หมายถึง เมื่อกิจการซื้อสินค้า รับบริการ หรือกู้ยืมเงิน กิจการอาจออกเอกสารทางการเงินได้แก่ ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือต๋ัวแลกเงิน ให้กับเจ้าหนี้ของกิจการเพ่ือจ่าย ชาระหนี้ ค่าซ้ือสินค้า หรือค่าบริการที่ได้รับ หรืออีกกรณีหนึ่งคือ การออกเอกสารทางการเงินเพ่ือการกู้ยืม เงนิ ระยะสั้นเป็นการจดั หาเงนิ ในรปู แบบหนงึ่ เพ่ือใช้ในการดาเนินกิจการ การออกตวั๋ เงินจ่ายมี 2 ประเภท คือ 4.1 ตั๋วเงินจ่ายชนิดมีดอกเบ้ีย (Interest bearing note) หมายถึง ตั๋วเงินจ่าย (เอกสารทางการเงิน) ท่ีกิจการออกให้มีการระบุเงนิ หน้าตั๋ว อัตราดอกเบี้ยต๋ัว ระยะเวลาในการจ่ายชาระหนี้ ของตั๋ว ในวันท่ีได้รับเงินกิจการจะได้รับจานวนเงินตามหน้าต๋ัวท่ีระบุไว้ สาหรับการจ่ายชาระหน้ี กจิ การตอ้ งมกี ารจา่ ยชาระดว้ ยมลู ค่าของเงนิ หนา้ ตั๋วบวกด้วยดอกเบ้ียจา่ ยทร่ี ะบุไวใ้ นตวั๋ เงินจ่าย ตัวอย่างที่ 1.4 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 25X1 บริษัท น้า จากัด ดาเนินการกู้ยืมเงินจากบริษัท ลูกน้า จากัด มูลค่า 200,000 บาท โดยออกต๋ัวสัญญาใช้เงิน (เอกสารทางการเงิน) อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี ระยะเวลา 6 เดือน ต่อมาในวนั ท่ี 1 มิถนุ ายน 25X2 ตัว๋ สญั ญาใช้เงนิ ดังกลา่ วครบกาหนดจา่ ยชาระหนี้ บนั ทึกบัญชีดังตอ่ ไปน้ี สมุดรายวนั ท่ัวไป หน้า 1 วัน เดือน ปี รายการ เลขที่ เดบิต เครดิต บัญชี 200,000 - 200,000 - 1,000 - 25X1 1,000 - 206,000 - ธ.ค. 1 เงินสด 200,000 - 5,000 - ตว๋ั เงนิ จ่าย 1,000 - กยู้ ืมเงินโดยออกตัว๋ สัญญาใชเ้ งิน 31 ดอกเบย้ี จ่าย (200,000X6%X1/12) ดอกเบ้ยี ค้างจ่าย บันทกึ ดอกเบ้ยี คา้ งจา่ ย 25X2 ม.ิ ย. 1 ตวั๋ เงนิ จ่าย ดอกเบี้ยจา่ ย ดอกเบยี้ คา้ งจา่ ย เงินสด ชาระหนต้ี ว๋ั สญั ญาใชเ้ งินเมื่อครบกาหนด 4.2 ตั๋วเงินจ่ายชนิดไม่มีดอกเบี้ย (Non-interest bearing note) หมายถึง ต๋ัวเงินจ่าย (เอกสารทางการเงิน) ท่ีไม่ได้ระบุอัตราดอกเบ้ียไว้ในต๋ัวเงินดงั กลา่ ว แต่ดอกเบี้ยที่ต้องจา่ ยชาระรวมอยู่ ในมูลค่าของต๋ัวทั้งหมด วันท่ีกิจการได้รับเงินจากการออกตั๋ว จานวนเงินท่ีได้รับจะน้อยกว่าที่ระบุไว้ หน้าต๋ัว สาหรับผลต่างของยอดเงินที่น้อยกว่าเรียกว่า ส่วนลดของต๋ัวเงิน ในการจา่ ยชาระหนี้ต้องจ่าย ชาระหน้ตี ามมลู คา่ หน้าตั๋วที่ระบุไว้ และสว่ นลดของต๋ัวเงินจะถกู บนั ทกึ เปน็ บญั ชีดอกเบยี้ จา่ ยแทน ตัวอย่างท่ี 1.5 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 25X1 บริษัท น้า จากัด ขอกู้ยืมเงินจากธนาคาร ซีซี จากัด (มหาชน) มูลค่า 200,000 บาท โดยออกตั๋วสัญญาใชเ้ งินระยะเวลา 6 เดอื น ทางธนาคารคดิ ส่วนลด 7.5% ตอ่ ปี
11 ต่อมาในวันที่ 1 มิถุนายน 25X2 บริษัทจ่ายชาระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้กับธนาคาร ซีซี จากัด (มหาชน) บันทึกบัญชดี ังต่อไปนี้ สมดุ รายวนั ท่ัวไป หน้า 1 วนั เดือน ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บัญชี 25X1 ธ.ค. 1 เงนิ สด (200,000-7,500) 192,500 - สว่ นลดตัว๋ เงินจ่าย(1) 7,500 - ตัว๋ เงนิ จา่ ย 200,000 กู้ยมื เงินโดยออกต๋ัวสัญญาใชเ้ งนิ 31 ดอกเบ้ียจา่ ย (7,500X1/6) 1,250 - สว่ นลดตัว๋ เงนิ จ่าย 1,250 - บันทกึ การจา่ ยดอกเบีย้ 25X2 ม.ิ ย. 1 ตวั๋ เงนิ จ่าย 200,000 - ดอกเบี้ยจ่าย 6,250 - เงนิ สด 200,000 - สว่ นลดตัว๋ เงินจ่าย (7,500X5/6) 6,250 - ชาระหนต้ี วั๋ สัญญาใชเ้ งินเมอื่ ครบกาหนด (1)ส่วนลดต๋ัวเงนิ จ่าย = (200,000X7.5%X6/12) = 7,500 บาท 5. หน้ีสินระยะยาวท่ีถึงกาหนดชาระในงวดบญั ชี (Current Maturities of Long-Term Debt) หมายถึง ในช่วงแรกกิจการตอ้ งการจัดหาเงินทุนจากการก่อหน้สี ินระยะยาว โดยมีการทาสัญญาท่ี จะต้องทยอยจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบ้ียในแต่ละปี เพ่ือลดภาระหนี้สินระยะยาวในการจัดหาเงินจ่าย ชาระหน้ีสินซึ่งมียอดเงินจานวนมาก หากไม่ทยอยจ่ายชาระหนี้สินระยะยาวในแต่ละปี อาจส่งผลให้ กจิ การเกิดปญั หาสภาพคล่องสาหรับการจัดหาเงินมาจา่ ยชาระหนี้สิน ด้วยเหตุน้ใี นแต่ละปีกิจการต้อง ทยอยจ่ายชาระคืนเงินต้นบางส่วนพร้อมทั้งดอกเบ้ีย ทาให้หนี้สินระยะยาวท่ีปกติจัดอยู่ในกลุ่มหน้ีสิน ไม่หมุนเวียน มีการจัดประเภทใหม่ให้เป็นหนี้สินหมุนเวียน ตามจานวนเงินท่ีต้องทยอยจ่ายชาระเงินต้น บางส่วนที่เกิดขึน้ ในปปี ัจจบุ นั และดอกเบยี้ จา่ ยใหก้ บั เจา้ หนเ้ี งนิ กู้ยืมระยะยาว ตัวอย่างท่ี 1.6 ในวันท่ี 1 มกราคม 25X1 บรษิ ัท นา้ จากัด กู้ยมื เงินจากธนาคาร ดีดี จากัด (มหาชน) เปน็ เงินกู้ยืมระยะยาว 5 ปี มูลคา่ 2,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% โดยในสญั ญาเงนิ กยู้ ืมดงั กล่าว ระบุว่า กิจการต้องทยอยจ่ายเงินต้นคืนทุกปี ๆ ละ 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจ่าย ทุกวันที่ 31 ธันวาคม โดยเรมิ่ ตง้ั แต่วันท่ี 31 ธันวาคม 25X1 เปน็ ตน้ ไป บันทึกบญั ชดี งั ตอ่ ไปนี้
12 สมุดรายวันท่ัวไป หน้า 1 วนั เดือน ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บญั ชี 2,000,000 - 2,000,000 - 400,000 - 520,000 - 25X1 120,000 - 400,000 - ม.ค. 1 เงินสด 400,000 - เงินกยู้ มื ระยะยาว บนั ทกึ การกยู้ ืมเงินสาหรับระยะเวลา 5 ปี ธ.ค. 31 เงินกูย้ มื ระยะยาว ดอกเบยี้ จ่าย (2,000,000X6%X1ป)ี เงนิ สด บันทกึ การจ่ายชาระหนีบ้ างส่วน 25X2 ม.ค. 1 เงนิ กู้ยืมระยะยาว เงินกู้ยมื ระยะยาวที่ถงึ กาหนด ชาระในงวดบญั ชี จัดประเภทหนสี้ นิ ระยะยาวเป็นหนส้ี ิน ระยะยาวท่ีถงึ กาหนดชาระในงวดบัญชี เม่ือบันทึกบญั ชเี สร็จสิ้น ดาเนนิ การผ่านไปยงั บัญชีแยกประเภท เงนิ กู้ยืมระยะยาวท่ีถงึ กาหนด ชาระในงวดบญั ชี และเงินกยู้ ืมระยะยาว ดงั ตอ่ ไปน้ี เงินกู้ยืมระยะยาวทถี่ ึงกาหนดชาระในงวดบัญชี เลขท่ี 207 ว.ด.ป. รายการ หนา้ เดบิต ว.ด.ป. รายการ หนา้ เครดติ บัญชี บญั ชี 25X1 400,000 - ธ.ค.31 เงนิ กู้ยมื ระยะยาว 400,000 ว.ด.ป. รายการ หนา้ เงนิ ก้ยู ืมระยะยาว เลขที่ 210 บญั ชี เดบิต ว.ด.ป. รายการ หน้า เครดิต 25X1 บัญชี 25X1 ธ.ค.31 เงินสด 400,000 - ม.ค. 1 เงนิ สด 2,000,000 - เงินก้ยู มื ระยะยาวทถ่ี ึง กาหนดชาระในงวด 400,000 - 1,200,000 บญั ชี
13 เม่ือผ่านไปยังบัญชีแยกประเภทเงินกู้ยืมระยะยาวท่ีถึงกาหนดชาระในงวดบัญชี และ เงินกูย้ มื ระยะยาว นาเสนอในงบแสดงฐานะการเงินดงั ต่อไปนี้ บรษิ ัท นา้ จากัด งบแสดงฐานะการเงิน (บางส่วน) ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 25X1 หน่วย : บาท หนี้สนิ และส่วนของผู้ถือหุน้ หนสี้ นิ หมนุ เวียน หนสี้ ินระยะยาวทถี่ ึงกาหนดชาระในงวดบัญชี 400,000 ………………….. รวมหนีส้ นิ หมุนเวียน หนี้สินไม่หมนุ เวียน เงินกู้ยืมระยะยาว 1,200,000 รวมหนี้สนิ การนาเสนอรายการกิจการต้องจัดประเภทของหน้ีสินไม่หมุนเวียน เป็นหนี้สินหมุนเวียน เมื่อมีข้อบ่งชี้ว่า หนี้สินไม่หมุนเวียนดังกล่าวมีบางส่วนต้องจ่ายชาระในงวดบัญชีถัดไป ต้องแสดงเป็น หนสี้ ินหมนุ เวียนทนั ที 6. ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย/เจ้าหน้ีกรมสรรพากร (Value Added Taxes Payable) หมายถึง ภาษีที่เก่ียวข้องกับการอุปโภคบริโภค เช่น การซื้อและการขายสินค้า การรับและให้บริการ โดยจะเกิดขึ้นกับกิจการที่จดทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพ่ิมไว้กับกรมสรรพากร มีภาษีที่เก่ียวข้อง ดงั ตอ่ ไปน้ี - ภาษีซ้ือ (Input Tax) หมายถึง ภาษีที่เกิดจากกิจการเป็นผู้ซื้อหรือรับบริการจาก หน่วยงานภายนอก ซ่ึงหน่วยงานดังกล่าวอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพ่ิม สาหรับภาระภาษีซ้ือที่เกิดขึ้นผู้ซ้ือ เป็นผรู้ ับผดิ ชอบ คือกจิ การเป็นผ้จู ่ายภาษีจากการซ้ือหรอื รับบริการ แตห่ น่วยงานภายนอกที่เปน็ ผขู้ าย หรือผูใ้ หบ้ ริการเป็นผู้นาสง่ ภาษีให้กับกรมสรรพากรแทน - ภาษีขาย (Output Tax) หมายถึง ภาษีท่ีเกิดจากกิจการเป็นผู้ขายหรือให้บริการ กับหน่วยงานภายนอก หน้าท่ีสาคัญคือ กิจการออกใบกากับภาษีให้กับหน่วยงานภายนอกที่ซ้ือสินค้า หรือใชบ้ ริการของกิจการ สาหรับภาระภาษีขายกิจการซ่ึงเป็นผู้ขายต้องเป็นผู้เรียกเก็บภาษีจากผูท้ ่ีซ้ือ สนิ ค้าหรอื รบั บริการ และนาสง่ ภาษีดงั กลา่ วใหก้ บั กรมสรรพากรตามหน้าทท่ี ่ีกฎหมายกาหนดไว้ ทุกส้ินเดือนกิจการต้องทาสรุปผลว่ามีภาษีขายและภาษีซ้ือจานวนเงินเท่าใด เพื่อคานวณ ตามสูตรดา้ นล่าง คือ ภาษีขาย – ภาษีซ้ือ = ภาษีมูลคา่ เพ่ิมค้างจ่าย/เจ้าหน้ีกรมสรรพากร หากเดือนใดมีภาษีขายมากกว่าภาษีซ้ือ ผลต่างท่ีเกดิ ข้ึนถือว่าเป็นภาษีมูลค่าเพ่ิมค้างจ่าย/ เจ้าหนี้กรมสรรพากร กิจการมีภาระผูกพันเกิดข้ึนทันที เป็นหน้าท่ีจะต้องนาส่งเงินส่วนต่างระหว่าง
14 ภาษีขายและภาษีซื้อให้กับกรมสรรพากร ภายในวันท่ี 7 ของเดือนถัดไป (กลุ่มนักวิชาการภาษีอากร, 2563, น. 255, 315) ตัวอยา่ งที่ 1.7 ต่อไปนี้เป็นรายการค้าท่ีเกย่ี วข้องกับภาษีมูลค่าเพ่ิม ของบริษัท นา้ จากัด (อย่ใู นระบบ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ทกุ รายการรวมภาษีมลู คา่ เพ่ิม กิจการใช้วธิ ีการบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือ ณ วันส้นิ งวด (Periodic Method) มีรายการค้าเกิดขนึ้ ดงั ต่อไปนี้ 25X1 ธ.ค. 1 กจิ การซอื้ สนิ ค้าเปน็ เงินเชอื่ จานวน 107,000 บาท เงือ่ นไข 2/10,n/30 5 ขายสินคา้ เป็นเงินเชื่อมลู คา่ 374,500 บาท เง่อื นไข 2/10,n/30 7 ให้บรกิ ารโฆษณากับลกู คา้ เสรจ็ สนิ้ ตามสญั ญาจานวน 12,840 บาท เป็นการโฆษณาทางโทรทศั น์ ลูกค้าจ่ายชาระเปน็ เงนิ สด 11 จา่ ยชาระหนี้ค่าสนิ คา้ ทีซ่ ื้อมาเมอ่ื วนั ท่ี 1 ธ.ค. ได้รบั ส่วนลด 15 รับชาระหนีจ้ ากลูกหน้คี ่าสินคา้ ท่ีขายเม่ือวันที่ 5 ธ.ค. ใหส้ ว่ นลดกับลูกหนี้ 17 ซ้อื อุปกรณส์ านักงานเป็นเงินสดจานวน 25,680 บาท 30 จ่ายคา่ สาธารณูปโภค จานวน 2,782 บาท ปดิ บญั ชภี าษมี ูลคา่ เพ่ิมประจาเดอื น จากรายการดังกลา่ วขา้ งตน้ มรี ายการคา้ เกยี่ วกบั ภาษีขาย-ภาษีซ้ือ บันทกึ บัญชดี ังต่อไปนี้ สมดุ รายวันทวั่ ไป หนา้ 1 วนั เดือน ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บัญชี 100,000 - 107,000 - 7,000 - 25X1 350,000 - 374,500 - 24,500 - ธ.ค. 1 ซ้อื สินค้า 12,840 - 12,000 - ภาษีซอ้ื (107,000X7/107) 840 - 107,000 - เจา้ หนกี้ ารค้า 105,000 - 2,000 - ซอ้ื สนิ คา้ เป็นเงินเชือ่ 5 ลูกหนก้ี ารคา้ ขายสินคา้ (374,500X100/107) ภาษขี าย (374,500X7/107) ขายสินค้าเปน็ เงนิ เชื่อ 7 เงินสด รายได้คา่ บริการ (12,840X100/107) ภาษีขาย (12,840X7/107) ใหบ้ รกิ ารค่าโฆษณาได้รับเป็นเงินสด 11 เจา้ หน้กี ารคา้ เงนิ สด (107,000-2,000) สว่ นลดรับ (100,000X2%) จา่ ยชาระหนีค้ ่าซ้ือสนิ คา้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.
15 สมดุ รายวนั ทวั่ ไป หนา้ 1 วัน เดือน ปี รายการ เลขท่ี เดบติ เครดิต บญั ชี 367,500 - 374,500 - 7,000 - 25X1 25,680 - 24,000 - ธ.ค. 15 เงนิ สด (374,500-7,000) 1,680 - 2,782 - 8,862 - ส่วนลดจ่าย (350,000X2/100) 2,600 - 16,478 - 182 - ลูกหน้กี ารค้า 25,340 - รับชาระหนคี้ า่ ขายสนิ ค้าเมื่อวันท่ี 5 ธ.ค. 17 อปุ กรณ์สานักงาน (25,680X100/107) ภาษซี ื้อ (25,680X7/107) เงินสด ซอ้ื อุปกรณ์สานักงานเปน็ เงินสด 30 คา่ สาธารณปู โภค (2,782X100/107) ภาษีซอ้ื (2,782X7/107) เงินสด จา่ ยชาระคา่ สาธารณูปโภค ภาษขี าย (24,500+840) ภาษีซื้อ (7,000+1,680+182) เจ้าหน้กี รมสรรพากร ปดิ บญั ชีภาษซี ้อื -ขายประจาเดอื น ธ.ค. จากการบันทึกบญั ชีดงั กลา่ วข้างตน้ สามารถสรปุ ไดว้ ่ากิจการมีภาษีขาย > ภาษซี ื้อ สง่ ผล ใหก้ จิ การมีภาระผกู พันเกิดข้ึน ทจ่ี ะต้องนาส่งภาษมี ลู ค่าให้กับกรมสรรพากรเท่ากับ 16,478 บาท 7. ภาษีเงินได้หัก ณ ท่ีจ่าย (Withholding Taxes Payable) หมายถึง ภาระผูกพันที่ เก่ียวข้องกับพนักงานของกิจการ คือ ภาษีเงนิ ได้หัก ณ ท่ีจ่าย โดยกิจการทาหน้าที่หักภาษีเงินได้ของ พนักงาน และนาส่งให้กับกรมสรรพากร ผ่านการกรอกแบบ ภ.ง.ด.1 การหักภาษีเงินได้ดังกล่าวเกิด จากพนักงานของกิจการมีเงินได้จากการทางานซึ่งอยู่ในรูปของเงินเดือน หรือค่าแรงงาน ขึ้นอยู่กับเงินได้ ของพนักงานดังกล่าวว่าอยู่ภายใต้เกณฑ์ท่ีพนักงานต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และทางกิจการ ทาหน้าที่คานวณการเสียภาษีให้กับพนักงานแต่ละคน เมื่อพนักงานคนใดถึงเกณฑ์ท่ีจะต้องเสียภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา กิจการทาหน้าที่หักภาษีเงินได้ในแต่ละเดือนให้ถูกต้อง (ศึกษาเร่ืองภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาจากรายวิชาการภาษีอากร 1) เม่ือคานวณแล้วพนักงานคนใดต้องเสียภาษี จะหักภาษี ดังกล่าวไว้ทาให้เกิดภาระผูกพันข้ึนในกิจการ จากนั้นในวันท่ี 7 ของเดือนถัดไป กิจการมีหน้าท่ีนาส่ง ภาษเี งนิ ไดด้ ังกลา่ วให้กับกรมสรรพากร (กลมุ่ นักวชิ าการภาษีอากร, 2563, น. 70, 144)
16 8. เงินประกันสังคมค้างจ่าย (Social Security Fund Payable) หมายถึง ภาระผูกพันที่ เกี่ยวข้องกับพนักงานอีกประเภทหนึ่งนอกเหนือจากภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นหนี้สินของพนักงานและ หนส้ี ินของกิจการด้วยเชน่ เดียวกนั เกิดข้ึนเมอื่ กิจการเริ่มดาเนนิ กิจกรรมทางธุรกจิ มีลกู จ้างตัง้ แต่ 1 คนข้ึนไป ต้องสมัครเข้าสู่กองทุนประกันสังคม เพื่อช่วยเหลือพนักงานหรือคนงานที่ทางานให้กับกิจการ เพ่ือมีสิทธิ ในเรอื่ งต่าง ๆ ท่ีกองทุนประกันสังคมจดั ให้มี เช่น การรกั ษาพยาบาล การสงเคราะห์บุตร การว่างงาน และการเสียชีวิต เพื่อให้มีหลักประกันการดาเนินชีวิต ถือเป็นส่วนหน่ึงท่ีพนักงานหรือคนงานต้องมี หน้ีสินส่วนนี้เกิดข้ึนด้วย ในส่วนของพนักงานหรือคนงานต้องจ่ายเงินประกันสังคมจากยอดเงินเดือน/ คา่ แรงงาน โดยค่าแรงงานขน้ั ตา่ เดอื นละ 1,650 บาท นาสง่ เงิน 83 บาทต่อเดือน (คานวณจาก 1,650X5% = 82.5 บาท ปัดเป็น 83 บาท) และสาหรับอัตราสูงสุดท่ีนาส่งประกันสังคมไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน (15,000X5% = 750 บาท) หลังจากที่คานวณเงินประกันสังคมของพนักงาน กิจการทาหน้าที่ต้องจ่าย สมทบประกันสังคมเท่ากับที่พนักงานจ่าย พร้อมทั้งกิจการต้องนาส่งเงินประกันสังคมของเดือนน้ัน ตงั้ แตว่ ันท่ี 15 ของเดอื นถัดไป (แต่ไมเ่ กนิ วันที่ 29) โดยทาการย่ืนแบบ ส.ป.ส 1-10 ทงั้ 2 ตอนและนาสง่ ท่ี สานักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพ้ืนที่/จังหวัด ด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ สามารถจ่าย ชาระได้ท้ังเงินสดหรือเช็ค หรือชาระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย จากัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จากัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จากัด (มหาชน) ได้ทุกสาขาในจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่ บางคร้ังทางหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับประกันสงั คมทม่ี ีอานาจในการประกาศลดอตั ราเงนิ ประกนั สังคม ของพนักงานและกิจการด้วย เช่น จากอัตรา 5% มาเป็น 4% เป็นต้น (สานักงานประกันสังคม, 2533) สาหรับหนี้สินทั้งสองประเภทคือ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และเงินประกันสังคมค้างจ่าย ขออธิบายพร้อมกนั ในตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้ ตัวอย่างท่ี 1.8 เมื่อวันท่ี 30 ธันวาคม 25X1 บริษัท น้า จากัด จ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานท้ังหมด 2 คน คือนายนาดี อยู่ยาว เงินเดือน ๆ ละ 20,000 บาท และนายน้างาม งานพร้อม เงินเดือน ๆ ละ 12,000 บาท สมมตวิ า่ กิจการไดค้ านวณภาษีเงนิ ไดห้ กั ณ ทีจ่ ่ายและเงนิ ประกันสังคมดงั ตอ่ ไปน้ี 1. นายนาดี อยยู่ าว กิจการหกั ภาษีเงินได้ ณ ท่ีจ่ายเท่ากับ 550 บาท หักประกันสังคม 750 บาท (เง่ือนไขการหักประกันสังคมต้องไม่เกิน 750 บาท จากการคานวณ 20,000X5% =1,000 บาท เกินเง่ือนไข สามารถหักไดเ้ พยี ง 750 บาท) 2. นายน้างาม งานพร้อม กิจการไม่หักภาษีเงินได้ ณ ท่ีจ่าย เพราะเม่ือคานวณเงินได้ ทง้ั หมด ไมถ่ ึงเกณฑ์ที่จะตอ้ งเสียภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา กิจการจงึ ไม่หักภาษีเงินได้ แต่ประกันสังคม จะถูกหกั 600 บาท (12,000X5% = 600 บาท) 3. กจิ การมีหน้าท่ีต้องจา่ ยสมทบเงินประกนั สังคมของพนักงาน 2 คน คือนายนาดี อยยู่ าว จ่ายสมทบเท่ากับ 750 บาท และนายน้างาม งานพร้อม จ่ายสมทบเท่ากับ 600 บาท ตามที่แต่ละคน ถูกหักประกนั สงั คม บนั ทกึ บญั ชีดังต่อไปน้ี
17 สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 วัน เดอื น ปี รายการ เลขที่ เดบิต เครดิต บญั ชี 32,000 - 30,100 - 1,350 - 550 - 25X1 ธ.ค. 30 เงินเดอื น (20,000+12,000) 550 - 2,700 - 2,700 - ค่าประกันสงั คมจ่ายสมทบ (750+600) 550 - เงินสด ภาษเี งนิ ได้หกั ณ ทจ่ี ่าย ภ.ง.ด.1 2,700 - ค่าประกนั สงั คมคา้ งจา่ ย (1,350X2) จา่ ยเงินเดือนใหก้ บั พนักงาน 25X2 ม.ค. 7 ภาษีเงนิ ได้หัก ณ ทีจ่ า่ ย ภ.ง.ด.1 เงนิ สด นาสง่ ภาษีเงนิ ได้หัก ณ เดอื น ธ.ค. 15 ค่าประกันสงั คมคา้ งจ่าย เงนิ สด นาส่งเงินประกันสงั คม เดอื น ธ.ค. 9. ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses) หมายถึง กิจการได้รับบริการต่าง ๆ จาก หน่วยงานภายนอกเสร็จส้นิ แตย่ งั ไม่ได้จ่ายชาระคา่ ใชจ้ า่ ยตา่ ง ๆ เหลา่ น้ัน ทาให้เกิดภาระหน้สี ินทต่ี ้อง จ่ายชาระค่าใช้จ่ายภายในไม่เกิน 1 รอบระยะเวลาดาเนินการ เช่น ค่าไฟฟ้าค้างจ่าย ค่าเช่าค้างจ่าย เป็นต้น ตัวอย่างที่ 1.9 เมื่อวันท่ี 31 ธันวาคม 25X1 บริษัท น้า จากัด ยังไม่ได้จ่ายค่าเช่าสานักงานประจาเดือน ธนั วาคม จานวน 24,000 บาท บนั ทกึ บญั ชีดังต่อไปนี้ สมุดรายวันท่วั ไป หนา้ 1 วัน เดอื น ปี รายการ เลขที่ เดบติ เครดิต บญั ชี 25X1 24,000 - ธ.ค. 31 ค่าเช่าสานกั งาน 24,000 - ค่าเชา่ สานักงานค้างจา่ ย บนั ทึกค่าเชา่ สานักงานเดือน ธ.ค. 10. รายได้รับล่วงหน้า (Unearned Revenue) หมายถึง กิจการรับเงินจากลูกค้าเป็น ค่าบริการที่กิจการสัญญาวา่ จะให้บริการในอนาคตไม่เกิน 1 รอบระยะเวลาบัญชี แต่ในขณะน้ีกิจการยัง ไม่ได้ให้บริการดังกล่าว ส่งผลให้กิจการต้องรับรู้เป็นหน้ีสินหมุนเวียน และสามารถรับรู้เป็นรายได้ตาม
18 ระยะเวลาของการให้บริการจนกว่าจะครบกาหนด เช่น รายได้ค่าโฆษณารับล่วงหน้า สาหรบั การบนั ทึก บัญชีรายได้รับล่วงหน้า ณ วันเกิดข้ึนของรายการ สามารถบันทึกบัญชีได้ 2 วิธีคือ บันทึกเป็นหน้ีสิน หรือบนั ทกึ เปน็ รายได้ แตผ่ ลลพั ธข์ องท้งั 2 วิธีมีค่าเทา่ กัน ตัวอยา่ งที่ 1.10 บริษัท น้า จากดั ดาเนนิ กิจการในรูปของช่องทีวีดิจิตอล เปดิ โอกาสใหก้ ิจการทสี่ นใจ ติดต่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ได้ มีหลักเกณฑ์ในการคิดค่าโฆษณาคือ ต้องทาสัญญาจ่ายโฆษณากับทาง กิจการอย่างน้อย 3 เดือน ๆ ละ 5,000 บาท ปรากฏว่ามีบริษัท มุ่งม่ัน จากัด ต้องการโฆษณา ผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่านช่องทีวีดิจิตอล โดยจ่ายค่าโฆษณาท้ังส้ิน 6 เดือน จานวนเงิน 30,000 บาท เร่ิมโฆษณาตั้งแต่วันท่ี 1 ธันวาคม 25X1 เป็นต้นไป กิจการปิดบัญชีตามปีปฏิทิน บันทึกบัญชี ดังต่อไปน้ี วธิ ีท่ี 1 บนั ทกึ เปน็ หนสี้ นิ สมุดรายวนั ท่ัวไป หน้า 1 วัน เดอื น ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บัญชี 25X1 30,000 - 30,000 - ธ.ค. 1 เงินสด 5,000 - 5,000 - รายไดค้ ่าโฆษณารับลว่ งหน้า บนั ทึกรายได้ค่าโฆษณารบั ลว่ งหนา้ 31 รายไดค้ ่าโฆษณารับล่วงหน้า รายได้คา่ โฆษณา รบั รรู้ ายได้ตามสดั สว่ นท่ีให้บริการ เมื่อบันทึกบัญชีเสร็จส้ินแล้ว ผ่านไปยังบัญชีแยกประเภทรายได้ค่าโฆษณารับล่วงหน้า ดังต่อไปนี้ ว.ด.ป. รายการ รายไดค้ า่ โฆษณารับล่วงหน้า เลขท่ี 209 25X1 หนา้ เดบติ ว.ด.ป. รายการ หน้า เครดิต บัญชี บญั ชี ธ.ค.31 รายไดค้ า่ โฆษณา 5,000 - 25X1 เงนิ สด 30,000 - ธ.ค.1 25,000
19 วธิ ีท่ี 2 บนั ทึกเป็นรายไดค้ า่ โฆษณา วัน เดือน ปี รายการ สมดุ รายวนั ทว่ั ไป เดบติ หนา้ 1 เลขท่ี เครดิต บัญชี 25X1 30,000 - 30,000 - ธ.ค. 1 เงินสด 25,000 - 25,000 - รายไดค้ า่ โฆษณา บันทึกรายไดค้ ่าโฆษณารบั ลว่ งหนา้ ธ.ค. 31 รายไดค้ า่ โฆษณา รายไดค้ ่าโฆษณารบั ล่วงหนา้ รบั รู้รายไดต้ ามสัดสว่ นท่ีให้บริการ เม่ือบันทึกบัญชีเสร็จส้ิน ดาเนินการผ่านไปยังบัญชีแยกประเภทรายได้ค่าโฆษณารับล่วงหน้า ดงั ต่อไปนี้ รายไดค้ า่ โฆษณารบั ล่วงหนา้ เลขที่ 209 ว.ด.ป. รายการ หนา้ เดบติ ว.ด.ป. รายการ หนา้ เครดิต บญั ชี บัญชี - 25X1 รายได้คา่ โฆษณา 25,000 - ธ.ค.31 25,000 เม่ือผ่านไปยังบัญชีแยกประเภทรายได้ค่าโฆษณารับล่วงหน้าท้ัง 2 วิธี นาเสนอใน งบแสดงฐานะการเงนิ ดงั ต่อไปนี้ บริษัท น้า จากดั หน่วย : บาท งบแสดงฐานะการเงิน (บางสว่ น) 25,000 ณ วนั ท่ี 31 ธันวาคม 25X1 หนสี้ นิ และสว่ นของผถู้ ือหุ้น หนีส้ นิ หมุนเวียน รายไดค้ า่ โฆษณารับล่วงหน้า ………………….. รวมหนี้สนิ หมนุ เวียน การบันทึกบัญชีทั้ง 2 วิธี แสดงยอดคงเหลือของรายได้ค่าโฆษณารับล่วงหน้าเป็นหนี้สิน หมุนเวียนด้วยจานวนเงินเท่ากัน คือ 25,000 บาท แสดงว่าสามารถเลือกบันทึกรายได้รับล่วงหน้าได้ ท้ัง 2 วธิ ี
20 11. เงินมัดจาและเงินประกัน (Returnable Deposits) หมายถึง จานวนเงินท่ีกิจการได้รับ จากลูกค้าหรือพนักงานของกิจการไว้ก่อนล่วงหน้า เพ่ือเป็นหลักประกันว่าลูกค้าหรือพนักงานจะปฏิบัติ ตามท่ีได้ตกลงไวใ้ นสญั ญา หรือเพื่อประกันว่าลูกค้าหรือพนักงานจะจ่ายเงินที่เหลอื ให้ครบกาหนดตามที่ได้ ตกลงกัน หรือกิจการอาจจะต้องคืนเงินดังกล่าวให้กับลูกค้าหรือพนักงาน ถ้าลูกค้าหรือพนักงานสามารถ ปฏิบัติได้ตามสัญญาท่ีตกลงกัน จานวนเงินท่ีกิจการได้รับมาดังกล่าวนั้น ถือเป็นภาระผูกพันของกิจการ ต้องบันทึกบญั ชรี บั รเู้ ป็นหนีส้ ินหมนุ เวยี น (นชุ จรี พเิ ชฐกุล, 2553, น. 19) ตัวอยา่ งที่ 1.11 ในวนั ท่ี 1 ธันวาคม 25X1 บริษทั นา้ จากัด ขายสินคา้ ให้กับลกู ค้ามีเงอ่ื นไขในการขาย คือ ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินมัดจาภาชนะใส่ของในอัตรา 20% ของยอดขายสินค้า จะคืนเงินให้เม่ือลูกค้า นาภาชนะใส่ของคืนให้กับกิจการ วันน้ีกิจการสามารถขายสินค้าให้กับลูกค้ามูลค่า100,000 บาท และใน วนั ท่ี 20 ธันวาคม ลกู คา้ นาภาชนะดังกล่าวมาคนื 70% ของยอดภาชนะทั้งหมด ท่ีเหลือกจิ การบันทึก เป็นการขายภาชนะใส่ของให้กับลกู ค้า บันทกึ บญั ชดี งั ต่อไปน้ี สมดุ รายวันทวั่ ไป หน้า 1 วัน เดือน ปี รายการ เลขที่ เดบติ เครดิต บัญชี 120,000 - 100,000 - 20,000 - 25X1 14,000 - 6,000 - 14,000 - ธ.ค. 1 เงินสด 6,000 - ขายสนิ ค้า เงินมดั จาค่าภาชนะใส่ของ บนั ทึกขายสินคา้ พรอ้ มรบั เงินมดั จา 20 เงินมดั จาคา่ ภาชนะใสข่ อง เงินสด (20,000X70%) บนั ทกึ การคืนภาชนะใส่ของ เงนิ มัดจาคา่ ภาชนะใสข่ อง ภาชนะใส่ของ บนั ทกึ การคืนภาชนะใส่ของ 12. หน้ีสินหมุนเวียนอ่ืน (Other Current Liabilities) หมายถึง หน้ีสินหมุนเวียนประเภท อนื่ ๆ ทกี่ จิ การไมส่ ามารถจดั อย่ใู นส่วนของหนส้ี นิ หมุนเวียนตามข้อมลู ดังกล่าวข้างตน้ ข. หน้สี นิ หมนุ เวยี นท่ีตอ้ งอาศยั การประมาณการจานวนเงนิ หน้ีสินหมุนเวียนท่ีต้องอาศัยการประมาณการจานวนเงิน สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรม ราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 37 (ปรับปรุง 2563) เรื่อง ประมาณการหน้ีสิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น ให้คานิยามเกี่ยวกับประมาณการหนี้สิน หมายถึง หนี้สินท่ีมีความไม่แน่นอนเก่ียวกับจังหวะเวลา หรือจานวนเงินท่ีต้องจ่ายชาระ และโดยภาระผูกพัน ดังกลา่ วอาจเกดิ ขึน้ ได้จากเหตุการณท์ ก่ี ่อใหเ้ กิดภาระดงั ต่อไปนี้
21 เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดภาระ หมายถึง เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดภาระผูกพันตามกฎหมายหรือ ภาระผกู พนั จากการอนุมาน เป็นผลใหก้ ิจการตอ้ งจ่ายชาระภาระผกู พันนั้น โดยไม่มที างเลือกอนื่ ทเ่ี ป็นไปได้ 1. ภาระผูกพนั ตามกฎหมาย หมายถงึ ภาระผูกพันทีเ่ กดิ จากรายการใดรายการหนึ่งต่อไปนี้ 1.1 สญั ญา (ตามเงือ่ นไขทร่ี ะบุไวอ้ ย่างชดั แจ้งหรอื โดยนยั ) 1.2 กฎหมายทใ่ี ช้บงั คับ 1.3 ผลบงั คับตามกฎหมายอืน่ 2. ภาระผูกพันจากการอนุมาน หมายถึง ภาระผูกพันที่เกิดจากการกระทาของกิจการ เมือ่ เปน็ ไปตามขอ้ กาหนดทุกข้อต่อไปนี้ 2.1 กิจการแสดงออกให้ฝ่ายอ่ืน ๆ เห็นว่ากิจการจะยอมรับผิดชอบบางประการ โดย การปฏิบัติในอดีตจนถือเป็นแบบแผน หรือโดยนโยบายที่ประกาศใช้หรือ โดยการแถลงการณ์ใน ปจั จบุ ันท่มี คี วามเฉพาะเจาะจงอยา่ งเพียงพอ และ 2.2 การกระทาตามข้อ 2.1 ของกิจการสร้างความคาดหมายท่ีมีมูลความจริงให้กับ ฝา่ ยอน่ื ๆ วา่ กจิ การจะรับผดิ ชอบตอ่ ภาระผูกพนั ทีเ่ กดิ ขนึ้ จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า ประมาณการหนี้สิน (Provisions) หมายถึง ภาระ ผูกพันท่ีเกิดข้ึนจากการดาเนินงานตามปกติของกิจการ จากเหตกุ ารณ์ในอดตี สง่ ผลให้กจิ การคาดว่าจะ สูญเสียทรัพยากรท่ีมีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต แต่ไม่สามารถทราบถึงจานวนภาระผูกพัน ดังกลา่ วว่าจะเกิดข้ึนเมื่อไรและจานวนเงินเท่าใด ต้องอาศยั การประมาณการอย่างสมเหตุสมผล ไม่ว่า ภาระผูกพันดังกลา่ วจะเกิดขึน้ ตามกฎหมาย หรือเกิดข้ึนจากการอนุมาน การรับร้ปู ระมาณการหนีส้ ิน สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 37 (ปรับปรุง 2563) เรื่อง ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดข้ึน และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นจะรับรู้ ประมาณการหน้สี นิ ไดเ้ มอ่ื เข้าเงอ่ื นไขทุกข้อ ดังตอ่ ไปนี้ 1. กจิ การต้องมีภาระผูกพันในปัจจุบนั ซ่ึงเปน็ ผลมาจากเหตกุ ารณ์ในอดีตไม่ว่าภาระผูกพัน ตามกฎหมายหรอื ภาระผกู พันจากการอนุมาน 2. มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ท่ีกิจการจะสูญเสียทรัพยากรท่ีมีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ตอ่ กิจการเพื่อจ่ายชาระภาระผกู พนั ดงั กลา่ ว และ 3. สามารถประมาณจานวนของภาระผูกพันได้อยา่ งนา่ เชอื่ ถือ การประมาณการหน้ีสิน (Provision) ต้องพิจารณาภาระผูกพันในปัจจุบันท่ีเกิดขึ้นจาก เหตกุ ารณ์ในอดตี ไมว่ ่าจะเกิดข้ึนด้วยผลของกฎหมาย หรือการแสดงออกถึงการยอมรับผิดชอบจากท่ี เคยปฏิบตั มิ าในอดตี จนเป็นแบบแผนและแสดงออกวา่ จะรบั ยอมรบั ภาระผูกพันดังกลา่ ว หนสี้ ินหมนุ เวียนทต่ี อ้ งอาศยั การประมาณการจานวนเงนิ มีรายละเอยี ดดังตอ่ ไปน้ี 1. หน้คี ่าสมนาคณุ (Premiums Offered to Customers) 2. หน้ีจากการรบั ประกนั คุณภาพ (Liabilities for Guarantee and Warranty) 3. หนี้บตั รของขวัญหรอื บัตรกานัล (Liabilities on the Advance from Sale of Certificates)
22 ประมาณการหน้ีสิน ประกอบด้วยการรับรู้รายการ การวัดมูลค่าและการนาเสนองบการเงิน มีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี 1. หนี้ค่าสมนาคุณ (Premiums Offered to Customers) หมายถึง การให้ของสมนาคุณ ลูกค้าเป็นลักษณะของการกาหนดนโยบายการส่งเสริมการขายในรูปแบบหนึ่ง เพื่อกระตุ้นให้เกิด ยอดขายมากขึ้น ซึ่งลูกค้าจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมของการสะสมชน้ิ ส่วนคูปองของสินค้าหรอื บริการที่ ลูกค้าได้รับ มาแลกสินคา้ ที่จัดไว้ให้กับลูกค้า แต่ส่ิงท่ีกิจการต้องประมาณการคือ การเข้าร่วมกิจกรรม ดังกล่าวของลูกค้าจะมีปริมาณมากหรือน้อยน้ัน ต้องอาศัยการประมาณจากผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้อง เช่น ผู้บริหารของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายขาย หรือผู้ที่วางแผนในการกาหนดนโยบายการส่งเสริมการขาย ดังกล่าว จากนโยบายน้ีทาให้เกดิ ค่าใช้จา่ ยส่งเสริมการขาย และภาระหนี้สินที่กจิ การจะต้องประมาณการ เพ่ือให้สมเหตุสมผลกับนโยบายการส่งเสริมการขาย เป็นเหตุผลให้กิจการต้องรับรู้หนี้ค่าสมนาคุณ เพราะเขา้ เงอื่ นไขของประมาณหนส้ี นิ ทุกประการ ตัวอย่างท่ี 1.12 เมื่อวันท่ี 1 พฤศจิกายน 25X1 บริษัท น้า จากัด มีนโยบายส่งเสริมการขายในช่วงปีใหม่ เพ่ือเป็นการขอบคุณลูกค้าท่ีซื้อสินค้าของกิจการ โดยลูกค้าเม่ือซื้อสินค้าครบ 3,000 บาท/ใบเสร็จ จะได้รับชุดจานกระเบื้อง 1 ชุด มูลค่า 250 บาท กิจการได้จัดเตรียมชุดจานจานกระเบ้ืองทั้งสิ้น 200 ชุด ระยะเวลาในการส่งเสริมการขายน้อี ยใู่ นชว่ งตัง้ แตว่ ันที่ 1 ธันวาคม 25X1 ถึงวันท่ี 31 มีนาคม 25X2 ในช่วงเดือนธันวาคม 25X1 กิจการมียอดขายสินค้าของกิจการทั้งส้ิน 650,000 บาท ทา การเก็บรวบรวมข้อมูลพบว่า มีลูกค้าประมาณ 40% ที่มียอดซื้อต่ากว่า 3,000 บาท ที่เหลือคือกลุ่ม ลูกคา้ ท่ไี ดร้ บั ชดุ จานกระเบอ้ื ง ในวันสิ้นปี 25X1 ประมาณการว่าจะมีลูกค้าให้ความสนใจรบั ชดุ จานกระเบือ้ งเพิ่มขึ้นอกี 50 ชุด (จากที่ได้รับชดุ จานกระเบือ้ งแล้ว) บนั ทึกบัญชีดงั ต่อไปน้ี สมดุ รายวนั ท่ัวไป หนา้ 1 วนั เดอื น ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บัญชี 50,000 - 50,000 - 25X1 650,000 - 650,000 - 32,500 - 32,500 - พ.ย. 1 สนิ ค้าสมนาคณุ -ชดุ จานกระเบอ้ื ง เงินสด (200X250) ซอื้ สินค้าสมนาคุณจานวน 200 ชุด ธ.ค. 1-31 เงนิ สด ขายสินคา้ บันทึกการขายสนิ ค้าประจาเดือน ธ.ค. คา่ ใช้จ่ายในการสมนาคณุ ลกู ค้า(1) สินค้าสมนาคุณ-ชดุ จานกระเบื้อง บันทึกการแลกสินค้าสมนาคุณ
23 สมุดรายวนั ทัว่ ไป หนา้ 1 วนั เดือน ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บญั ชี 25X1 ธ.ค. 1-31 ค่าใช้จา่ ยในการสมนาคณุ ลกู ค้า(2) 12,500 - หนส้ี นิ ค่าสมนาคณุ 12,500 - บนั ทกึ หนีส้ ินคา่ สมนาคุณ (1)ยอดขายเดือนธนั วาคม 25X1 = 650,000 บาท ลกู คา้ ประมาณ 40% ท่มี ียอดซอ้ื ต่ากวา่ 3,000 บาท ทีเ่ หลือ 60% มาแลกชดุ จานกระเบื้อง = 650,000X60% = 390,000/3,000 = 130 ชุด ๆ ละ 250 บาท = 130X250 = 32,500 บาท (2)ค่าใช้จา่ ยในการสมนาคณุ ลูกค้า = 50X250 = 12,500 บาท จากการบนั ทึกบญั ชีดังกล่าวข้างตน้ นามาแสดงในงบแสดงฐานะการเงินดังนี้ บริษัท นา้ จากดั หนว่ ย : บาท งบแสดงฐานะการเงนิ (บางส่วน) 12,500 ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 25X1 หนี้สนิ และสว่ นของผถู้ ือห้นุ หนส้ี ินหมุนเวียน ..................... หนี้สินคา่ สมนาคณุ ลูกค้า รวมหนี้สินหมนุ เวียน หนี้สินไม่หมุนเวียน …….………….. รวมหนีส้ ิน ในช่วงเดือนมกราคม 25X2 กิจการซ้ือชุดจากกระเบื้องเพ่ิมขึ้นอีก 100 ชุด และยอดขายเดือน มกราคม-มีนาคมทั้งส้ิน 800,000 บาท เก็บรวบรวมข้อมูลพบว่ามีลูกค้าประมาณ 55% ที่มียอดซื้อต่ากว่า 3,000 บาท ทเี่ หลือคอื กลุม่ ลกู คา้ ทไ่ี ด้รบั ชดุ จานกระเบ้ือง บันทกึ บญั ชดี งั ต่อไปน้ี สมุดรายวนั ท่ัวไป หนา้ 1 วนั เดอื น ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บญั ชี 25,000 - 25,000 - 25X2 ม.ค. 1 สนิ ค้าสมนาคุณ-ชดุ จานกระเบื้อง เงินสด (100X250) ซอื้ สินค้าสมนาคุณจานวน 100 ชดุ
24 สมดุ รายวนั ทว่ั ไป หน้า 1 วัน เดือน ปี รายการ เลขท่ี เดบติ เครดิต บัญชี 25X2 ม.ค. 1 หนสี้ นิ คา่ สมนาคณุ 12,500 - ค่าใชจ้ ่ายในการสมนาคณุ ลูกค้า 12,500 - กลบั รายการหนีส้ ินค่าสมนาคุณ ม.ค.-ม.ี ค. เงินสด 800,000 - ขายสินค้า 800,000 - ขายสนิ คา้ ประจาเดอื น ม.ค.-มี.ค. 25X2 ม.ค.-ม.ี ค. ค่าใชจ้ า่ ยในการสมนาคณุ ลูกค้า(1) 30,000 - สินคา้ สมนาคุณ-ชุดจานกระเบื้อง 30,000 - บันทกึ การแลกสินค้าสมนาคุณ (1)ยอดขายเดือนมกราคม-มีนาคม 25X2 = 800,000 บาท ลกู คา้ ประมาณ 55% ท่ีมียอดซอ้ื ต่ากวา่ 3,000 บาท ทเ่ี หลือ 45% มาแลกชุดจานกระเบือ้ ง = 800,000X45% = 360,000/3,000 = 120 ชุด ๆ ละ 250 บาท = 120X250 = 30,000 บาท เดือนเมษายน 25X2 กิจการสารวจดูว่าชุดจานกระเบ้ืองท่ีใช้ส่งเสริมการขายมีเหลืออยู่ บางส่วน จงึ ดาเนนิ การขายใหก้ ับพนกั งานของกิจการในราคาชดุ ละ 200 บาท บนั ทกึ บัญชีดังต่อไปน้ี สมดุ รายวันทวั่ ไป หน้า 1 วัน เดอื น ปี รายการ เลขที่ เดบติ เครดิต บญั ชี 25X2 เม.ย. 1 เงินสด(1) 10,000 - คา่ ใชจ้ ่ายในการสมนาคณุ ลูกค้า(2) 2,500 - ¤ สนิ ค้าสมนาคณุ -ชดุ จานกระเบอ้ื ง 12,500 - ขายสนิ คา้ สมนาคุณทั้งหมดทเ่ี หลืออยู่ (1)ซื้อ 200– แลก130+ ซื้อเพมิ่ 100– แลก120 = คงเหลือ 50 ชุด ๆ ละ 200=50X200=10,000 บาท (2)ซ้อื 200– แลก130+ ซอ้ื เพิม่ 100– แลก120 = คงเหลอื 50 ชดุ ๆ ละ 200 =50X50 = 2,500 บาท 2. หน้ีจากการรับประกันคุณภาพสินค้า (Liabilities for Guarantee and Warranty) หมายถึง การส่งเสริมการขายสาหรับการขายสินค้าท่ีมีมูลค่า ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น โทรศัพท์มือถือ โทรทศั น์ เครื่องปรบั อากาศ รวมไปถึงสินทรัพยท์ ี่มขี นาดใหญ่ เช่น เคร่ืองจักร รถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ มีสัญญารับประกันคุณภาพของสินค้า หากสินค้าเกิดการชารุดเสียหายจะดูแล ซ่อมแซมหรอื แม้กระท่ังการเปล่ียนสินคา้ ให้ใหม่ ภายใต้เงอ่ื นไขทก่ี าหนดไว้ ทาใหก้ ิจการมภี าระผกู พัน จากสญั ญาดงั กลา่ ว เพราะกิจการม่ันใจวา่ สินค้าทไี่ ดข้ ายออกไป (ผา่ นการตรวจสอบคุณภาพแล้ว) อาจ
25 มีสินค้าบางส่วนที่คุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์ถูกจาหน่ายออกไป ส่งผลให้กิจการเกิภาระผูกพันที่กิจการ จะต้องมีการประมาณการหนีจ้ ากการรบั ประกนั คณุ ภาพสนิ ค้าใหส้ มเหตสุ มผล ตัวอย่างที่ 1.13 เดือนตุลาคม–ธันวาคม ปี 25X1 บริษัท น้า จากัด ขายเคร่ืองปั่นน้าผลไม้ “smootie” จานวน 80 เครอ่ื ง ในราคาเครอ่ื งละ 2,500 บาท กิจการมีการรบั ประกนั คณุ ภาพสินคา้ เปน็ ระยะเวลา 1 ปี คาดว่าจะมีลูกค้านาเคร่ืองปั่นน้าผลไม้มาซ่อมประมาณ 8% ของยอดขายท้ังหมด บันทึกบัญชี ดังตอ่ ไปน้ี สมุดรายวันทวั่ ไป หน้า 1 วนั เดือน ปี รายการ เลขท่ี เดบติ เครดิต บัญชี 200,000 - 200,000 - 16,000 - 25X1 16,000 - ต.ค.-ธ.ค. เงินสด (100X250) 1-31 ขายสนิ คา้ ¤บนั ทกึ การขายสินค้า ธ.ค. 31 คา่ ใช้จ่ายในการรับประกนั คณุ ภาพ ¤ หนจี้ ากการรับประกันคณุ ภาพสินค้า(1) ¤บั น ทึ ก ร า ย ก า ร ห นี้ จากการรั บประกั น คณุ ภาพสินคา้ (1) หนี้จากการรับประกันคุณภาพสินค้า = 200,000X8% = 16,000 จากการบันทึกบัญชีดังกลา่ วข้างต้น นามาแสดงในงบแสดงฐานะการเงินดังน้ี บริษัท น้า จากดั หน่วย : บาท งบแสดงฐานะการเงนิ (บางส่วน) 16,000 ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 25X1 หน้ีสินและสว่ นของผถู้ ือหุน้ หนสี้ นิ หมุนเวียน ..................... หนจี้ ากการรบั ประกนั คณุ ภาพสนิ คา้ รวมหนีส้ ินหมนุ เวียน หน้ีสนิ ไมห่ มนุ เวียน …….………….. รวมหนส้ี นิ และในเดือนช่วงเดอื นมกคม 25X2 มีลูกคา้ น้าเคร่อื งปน่ั น้าผลไม้มาซอ่ มและกจิ การจ่ายค่า ซ่อมแซมทงั้ สิ้น 3,000 บาท บนั ทกึ บญั ชดี งั ตอ่ ไปนี้
26 สมุดรายวันทัว่ ไป หนา้ 1 วนั เดือน ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บัญชี 25X2 ม.ค. 1 หน้จี ากการรับประกนั คุณภาพสนิ คา้ 16,000 - ค่าใชจ้ ่ายในการรับประกันคณุ ภาพ 16,000 - ¤กลับ รายการหน้ี จากการรับประกัน คุณภาพสินค้า คา่ ใช้จา่ ยในการรับประกันคณุ ภาพ 3,000 - เงนิ สด 3,000 - ¤จา่ ยค่าซอ่ มแซมทอ่ี ย่ใู นประกัน 1 ปี 3. หนี้บัตรของขวัญหรือบัตรกานัล (Liabilities on the Advance from Sale of Certificates) หมายถึง การส่งเสริมการขายในอีกรูปแบบหนึ่ง เกิดจากกิจการที่มีบัตรของขวัญหรือ บัตรกานัลจาหน่ายให้กับลูกค้าท่ีมีความประสงค์จะซ้ือเพื่อให้เป็นของขวัญในแต่ละโอกาส โดยบัตร ของขวัญหรือบัตรกานัล จะทาหน้าที่แทนเงินสดในการซ้ือสินค้าหรือบริการตามที่ต้องการสาหรับผู้ที่ ได้รับบตั รของขวัญหรือบัตรกานัล และต้องซ้ือสินคา้ หรอื รับบรกิ ารจากแหล่งทเี่ ป็นผู้ขายบัตรของขวัญ หรือบัตรกานัลเทา่ นนั้ เง่ือนไขกค็ ือไม่สามารถเปลี่ยนเปน็ เงินสดได้ ทาให้มภี าระผูกพนั เกิดขน้ึ แล้วจาก การที่ลูกค้าซื้อบัตรของขวัญหรือบัตรกานัลของกิจการ และเมื่อนาบัตรของขวัญหรือบัตรกานัลมาใช้ ซ้ือสินค้าหรือบริการ กิจการจะรับรู้รายได้ แต่ในระหว่างท่ีมีการขายบัตรของขวัญหรือบัตรกานัล กจิ การจะต้องรับรู้ประมาณการหน้ีบัตรของขวญั หรอื บัตรกานลั เพราะจะมีลกู คา้ บางส่วนคาดว่าจะไม่ นาบัตรของขวญั หรอื บัตรกานัล มาใช้ในการซ้อื สินคา้ หรือบริการ ตัวอย่างท่ี 1.14 ในระหว่างเดือนธันวาคม 25X1 บริษัท น้า จากัด ได้จาหน่ายบัตรของขวัญในช่วง เทศกาลปีใหมใ่ ห้กับลกู ค้า จานวนท้ังส้ิน 500,000 บาท ระหว่างเดือนธันวาคมลูกค้านาบัตรของขวัญ มาซ้ือสินค้าที่กิจการจานวนท้ังสิ้น 65% ของยอดขายบัตรของขวัญ และเดือนมกราคมจานวน 32% สาหรับส่วนที่เหลือไม่มีลูกค้ามาใช้บัตรของขวัญดังกล่าว เน่ืองจากบัตรของขวัญหมดอายุ บันทึกบัญชี ดังต่อไปน้ี สมุดรายวันทัว่ ไป หน้า 1 วนั เดอื น ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บัญชี 500,000 - 500,000 - 25X1 ธ.ค. 1-31 เงนิ สด หนี้บัตรของขวัญ ¤บันทกึ การขายบตั รของขวัญของกิจการ
27 สมุดรายวนั ทั่วไป หน้า 1 วัน เดอื น ปี รายการ เลขที่ เดบติ เครดิต บญั ชี 325,000 - 25X1 ธ.ค. 31 หนี้บัตรของขวญั 325,000 - ขายสินค้า(1) ¤บันทึกลูกค้ามาใชบ้ ัตรของขวัญ (1) ยอดขายบัตรของขวัญ 500,000 บาท X ลกู คา้ นาบตั รของขวัญมาแลก 65% = 325,000 บาท จากการบันทึกบัญชดี งั กล่าวข้างต้นนามาแสดงในงบแสดงฐานะการเงนิ ดังน้ี บรษิ ัท นา้ จากดั หน่วย : บาท งบแสดงฐานะการเงิน (บางส่วน) 175,000 ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 25X1 หนส้ี นิ และส่วนของผูถ้ ือห้นุ หนส้ี ินหมุนเวียน ..................... หนบี้ ัตรของขวัญ รวมหนส้ี ินหมนุ เวียน หน้ีสินไม่หมนุ เวียน …….………….. รวมหนส้ี นิ เดือนมกราคมมีลูกค้ามาใช้บัตรของขวัญอีกจานวน 32% ของยอดขายบัตรของขวัญ สาหรับส่วนที่เหลือไม่มีลูกค้ามาใช้บัตรของขวัญดังกล่าวแล้ว เน่ืองจากหมดอายุของบัตรของขวัญ บนั ทกึ บญั ชีดังต่อไปน้ี สมุดรายวันทวั่ ไป หน้า 1 วัน เดือน ปี รายการ เลขท่ี เดบิต เครดิต บญั ชี 25X2 160,000 - 160,000 - ม.ค. 1-31 หนีบ้ ัตรของขวญั 15,000 - 15,000 - ขายสนิ ค้า ¤บันทกึ ลูกค้ามาใช้บัตรของขวัญ หนบ้ี ตั รของขวญั รายไดอ้ ื่น ๆ ¤บันทึกบัตรของขวญั หมดอายุ
28 หนี้สินทอี่ าจเกิดข้ึน สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 37 (ปรับปรุง 2563) เร่ือง ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดข้ึน และสินทรัพย์ที่อาจเกิดข้ึน ให้คา นิยามเก่ียวกับหนี้สนิ ที่อาจเกิดข้ึน หมายถึง ภาระผูกพันท่ีอาจมีอยู่ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ากิจการ มีภาระผูกพันในปัจจุบันที่จะนาไปสู่การสูญเสียทรัพยากรท่ีมีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ หรือเป็นภาระ ผูกพัน ซ่ึงไม่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ท่ีกิจการจะสูญเสียทรัพยากรท่ีมีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เพื่อจ่ายชาระภาระผูกพันน้ัน หรือกิจการไม่สามารถประมาณจานวนของภาระผูกพันได้อย่าง นา่ เช่อื ถอื เพยี งพอ หรือหมายถงึ รายการข้อใดขอ้ หนึ่งต่อไปนี้ 1. ภาระผูกพันที่อาจมีอยู่อันเน่ืองมาจากเหตุการณ์ในอดีต แต่การจะทราบว่าภาระผูกพัน ดังกล่าวมีอยู่หรือไม่น้ัน ต้องได้รับการยืนยันจากเหตุการณ์อย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์ในอนาคต ซ่ึงยังมีความ ไมแ่ นน่ อนว่าจะเกิดขนึ้ หรือไมเ่ กิดขึ้น โดยเหตุการณด์ งั กล่าวต้องไมอ่ ยู่ในความควบคุมของกจิ การทัง้ หมด 2. ภาระผูกพันซ่ึงเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในอดีต แต่ไม่สามารถรับรู้เป็นหนี้สินได้เนื่องจาก เป็นไปตามข้อใดขอ้ หน่งึ ตอ่ ไปนี้ 2.1 ไม่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิง เศรษฐกจิ เพื่อจา่ ยชาระภาระผกู พนั หรอื 2.2 จานวนของภาระผูกพนั ไม่สามารถวัดมลู ค่าได้อย่างนา่ เชอ่ื ถอื เพยี งพอ จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า หน้ีสินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liabilities) หมายถึง ภาระผูกพันท่ีกิจการไม่อาจทราบระยะเวลาที่จะเกิดข้ึนกับกิจการได้อย่างแน่นอน (ไม่รู้ว่าจะ เกิดขึ้นเม่ือไร) ประกอบกับไม่สามารถวัดมูลค่าของภาระผูกพันดังกล่าวได้อย่างเหมาะสมในเร่ือง จานวนเงินท่ีกิจการอาจจะต้องจ่ายหรือไม่ก็ตาม (ไม่ทราบจานวนเงินท่ีต้องจ่ายชาระ) โดยกิจการไม่ สามารถควบคุมเหตกุ ารณ์นัน้ ได้ เชน่ ถกู ฟ้องรอ้ งและคดอี ย่ใู นระหว่างการพิจารณาของศาล การรบั รูห้ นส้ี นิ ทอี่ าจเกดิ ขึ้น สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2563) กาหนดมาตรฐานการบัญชีฉบับท่ี 37 (ปรับปรุง 2563) เรื่อง ประมาณการหน้ีสิน หนี้สินท่ีอาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น ระบุว่า กิจการต้องไม่รับรู้หน้ีสินท่ีอาจเกิดขึ้นในงบการเงิน แต่กิจการจะต้องเปิดเผยข้อมูลเก่ียวกับหน้ีสินท่ี อาจเกิดข้ึนในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ตัวอยา่ งที่ 1.15 ตัวอย่างหน้ีสินที่อาจเกิดขึ้น (บางส่วน) ของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมม่ี จากัด (มหาชน) บริษัทย่อยและกิจการท่ีควบคุมร่วมกัน หมายเหตุประกอบงบการเงินรวม สาหรับปีส้ินสุด วันท่ี 31 ธันวาคม 2563 (บริษัท จเี อม็ เอ็ม แกรมม่ี จากัด (มหาชน), 2563) “บริษัทย่อยแห่งหน่ึงถูกฟ้องร้องให้ร่วมรับผิดฐานละเมิดลิขสิทธ์ิผลงานเพลงและเรียก ค่าขายลิขสิทธิ์เป็นจานวน 50 ล้านบาท และค่าเสียหายในอนาคตเดือนละ 100,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (26 พฤศจิกายน 2553) จนกว่าจะยุติการทาละเมิด และดอกเบ้ียร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้นจนกว่า จะชาระเสร็จ ในวันท่ี 23 เมษายน 2555 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ไดม้ คี าพพิ ากษายกฟ้องในคดดี งั กลา่ วแล้ว ปัจจุบันคดอี ยู่ในระหว่างการอทุ ธรณ์ของโจทก์”
29 ตัวอย่างหนส้ี ินทอ่ี าจเกิดขนึ้ (บางส่วน) ของ บริษัท บริษัท เวริ ์คพอยท์เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จากัด (มหาชน) หมายเหตุประกอบงบการเงินรวม สาหรับปีส้ินสุดวันท่ี 31 ธันวาคม 2563 (บริษัท เวิรค์ พอยทเ์ อ็นเทอรเ์ ทนเมนท์ จากัด (มหาชน), 2563) “บริษัทฯ มีภาระหนส้ี นิ ท่ีอาจเกดิ ขน้ึ จากการถูกฟ้องรอ้ ง จานวนเงิน 15.20 ล้านบาท เมื่อ วันท่ี 1 ธันวาคม 2554 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้บริษัทฯ ชาระเงิน จานวนเงิน 1.95 ล้านบาท แก่ โจทก์พร้อมดอกเบ้ียร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้นดังกล่าวนับตง้ั แต่วันท่ี 3 พฤศจิกายน 2548 จนกว่า จะชาระเสร็จแก่โจทก์อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ย่ืนฎีกาต่อศาลฎีกาแล้ว ขณะน้ีคดีอยู่ระหว่างการ พจิ ารณาของศาลและบรษิ ัทฯ ยังไม่ได้บันทึกหนี้สนิ ทอี่ าจเกิดขึ้นจากคดีฟ้องร้องดังกล่าว” ตอ่ ไปนีเ้ ปน็ การสรุปประเด็นการรับร้ปู ระมาณการหน้ีสินและหนี้สินท่อี าจเกิดขนึ้ จากภาพที่ 1.2 เริม่ ภาระผูกพันในปจั จบุ นั เกดิ จาก ไมใ่ ช่ มภี าระผูกพนั ท่อี าจเกดิ ข้นึ ไม่มี เหตุการณ์ในอดีตที่กอ่ ให้เกิด หรือไม่ ภาระผูกพันหรือไม่ ใช่ ไม่มี ไมน่ า่ เปน็ ไปได้ใช่หรอื ไม่? ใช่ มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ ทจี่ ะสูญเสียทรพั ยากรหรอื ไม?่ มี ไมใ่ ช่ สามารถประมาณมลู คา่ ได้ ไม่ได(้ ยากย่งิ ที่จะเกิด) อยา่ งน่าเช่ือถอื หรือไม?่ ได้ ต้องรับรูป้ ระมาณการหนี้สนิ และ เปดิ เผยหน้ีสนิ ท่อี าจเกิดขน้ึ ใน ไม่ต้องรับรูแ้ ละเปดิ เผย แสดงในงบแสดงฐานะการเงนิ หมายเหตุประกอบงบการเงนิ ข้อสังเกต ในกรณีท่ียากยิ่งที่จะเกิด เม่ือมีความไม่ชัดเจนว่ากิจการมีภาระผูกพันในปัจจุบันหรือไม่ ให้กิจการพิจารณาจากหลักฐาน ทง้ั หมดท่ีมีอยู่ หากหลกั ฐานดงั กลา่ วแสดงให้เหน็ ว่าเหตกุ ารณ์ในอดีตท่เี กดิ ขึน้ น่าจะมผี ลทาใหภ้ าระผกู พนั ไดเ้ กิดข้ึน กจิ การจะต้องถือว่า กจิ การมีภาระผกู พันในปจั จบุ ัน ณ วนั สน้ิ รอบระยะเวลารายงาน ภาพท่ี 1.2 แผนผงั การตดั สนิ ใจเก่ยี วกบั การรับรปู้ ระมาณการหน้ีสินและหนี้สนิ ทอี่ าจเกิดขน้ึ ท่ีมา: สภาวิชาชีพบญั ชีในพระบรมราชปู ถมั ภ,์ 2552, น. 33 จากภาพที่ 1.2 สามารถสรุปได้ว่ากิจการจะรบั ร้ปู ระมาณหนี้สนิ ในงบการเงนิ เนื่องจากเข้า นิยามของคาว่าหน้ีสิน ในขณะที่หนี้สินที่อาจเกิดข้ึนกิจการจะไม่รับรู้ในงบการเงินแต่ต้องเปิดเผย ข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เพราะไม่เขา้ นิยามของหน้สี นิ
30 สรปุ หนส้ี นิ เป็นภาระผกู ของกจิ การเกิดจากเหตกุ ารณ์ในอดตี แต่ส่งผลกระทบในปัจจุบัน ทาให้ ต้องจัดหาสินทรัพย์เพ่ือจ่ายชาระภาระผูกพัน สาหรับหน้ีสินที่เกิดข้ึนในปัจจุบัน สามารถจัดแบ่ง ประเภท 3 ประเภทคือ หน้ีสินที่ทราบจานวนเงินที่แน่นอนในการจ่ายชาระหน้ี ประมาณการหนี้สิน และหน้ีสินท่ีอาจเกิดข้ึน จัดตามการนาเสนองบการเงินแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ หน้ีสินหมุนเวียน และ หนี้สินไม่หมุนเวียน หนี้สินหมุนเวยี น เป็นภาระผูกพันท่ีกิจการจะต้องจ่ายชาระไม่เกิน 1 รอบระยะเวลาบัญชี หรอื 1 ปีทีด่ าเนนิ กิจการ ประกอบด้วย เช่น เงินเบิกเกนิ บญั ชี เงนิ กูย้ ืมระยะส้นั เจา้ หนกี้ ารคา้ ต๋ัวเงินจ่าย หนี้สินระยะยาวที่ถึงกาหนดชาระในงวดบัญชี ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย ภาษีเงินได้หัก ณ ท่ีจ่าย เงิน ประกันสงั คมคา้ งจา่ ย รายไดร้ ับล่วงหนา้ เงินมดั จาและเงินประกัน และหนสี้ นิ หมนุ เวียนอ่ืน ประมาณการหนี้สิน เป็นภาระผกู ที่กิจการ ต้องอาศัยการประมาณการอย่างสมเหตุสมผล ไม่ว่าจะเกิดข้ึนโดยผลของกฎหมาย หรือเกิดข้ึนจากการอนุมาน เช่น หน้ีค่าสมนาคุณ หนี้จากการ รบั ประกันคณุ ภาพสินคา้ และหนี้บัตรของขวัญหรือบตั รกานัล หนี้สินท่ีอาจเกิดขึ้น เปน็ ภาระผูกพันท่ีกิจการไม่อาจทราบระยะเวลาทจี่ ะเกิดข้ึน และไม่สามารถ จะวัดมูลค่าของภาระผูกพันดังกล่าวได้อย่างสมเหตุสมผล โดยที่กิจการไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ น้นั ได้ ด้วยเหตุน้ีไม่เข้านิยามของหน้ีสิน กจิ การจึงไม่บันทึกบัญชีแต่ต้องเปิดเผยในหมายเหตุประกอบ งบการเงิน ด้วยเหตุน้ีหน้ีสินถือว่ามีบทบาทท่ีสาคัญยิ่ง เพราะเป็นแหล่งเงินทุนท่ีกิจการนามาใช้ใน การบริหารกิจการโดยเฉพาะหน้ีสินหมุนเวียนจะก่อให้เกิดสินทรัพย์หมุนเวียน ส่ิงที่ควรต้องระมัดระวังใน การบริหารหนี้สินหมุนเวียนไม่ให้มีจานวนมากเกินไป เน่ืองจากคุณสมบัติของหนี้สินหมุนเวียนต้อง จัดหาสินทรัพย์จ่ายชาระคืนไม่เกิน 1 รอบระยะเวลาบัญชี ดังนั้นสิ่งท่ีกิจการไม่ควรปฏิบัติอยา่ งยิ่ง คือ การกอ่ หนีส้ ินหมนุ เวียนแตน่ าไปลงทนุ ในสินทรัพยไ์ มห่ มุนเวียนเพราะอาจเกิดปัญหาสภาพคล่องได้
31 แบบฝึกหดั ขอ้ ที่ 1 ต่อไปน้ีเปน็ รายการค้าเกี่ยวกับเงนิ เบกิ เกนิ บัญชี และเงนิ กู้ยมื ระยะส้ัน บริษัท รงุ่ โรจน์ จากดั ดงั ตอ่ ไปนี้ 25X1 ม.ค. 5 กิจการได้ดาเนินการจัดหาเงินเพ่ือใช้ในการดาเนินกิจการ ผ่านวิธีการขอสินเช่ือแบบ เบิกเกินบัญชีมูลค่า 500,000 บาท มีที่ดินและส่ิงปลูกสร้างมูลค่า 700,000 บาทเป็น หลักทรัพย์ค้าประกัน โดยทาสัญญากับทางธนาคาร K จากัด (มหาชน) และทางธนาคาร แจ้งให้ทราบผลการอนุมัติให้ทราบในอีก 7 วันข้างหน้า กิจการได้เปิดบัญชีกระแสรายวัน กับธนาคาร โดยนาเงินฝากธนาคาร 40,000 บาท 12 ธนาคารแจง้ ผลการอนุมตั วิ งเงินเบิกเกนิ บญั ชี 15 จา่ ยเชค็ จากบญั ชกี ระแสรายวันธนาคาร K จากัด (มหาชน) มลู คา่ 100,000 บาท ให้กับ บริษัท มานะ จากดั เปน็ การจ่ายชาระหน้ใี หก้ ับเจ้าหนี้คา่ ซื้อสินคา้ เป็นเงนิ เชอ่ื ม.ค. 21 นาเงินสดฝากธนาคารบัญชีกระแสรายวนั ธนาคาร K จากดั (มหาชน) มูลค่า 20,000 บาท 23 จ่ายเช็คค่าไฟฟ้าใหก้ บั การไฟฟ้านครหลวง มูลค่า 17,000 บาท 25 กิจการได้จัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่ม โดยทาการขอกู้ยืมเงินระยะส้ันกับสถาบันการเงิน บริษัท ชนะชาติ จากัด (มหาชน) มูลค่า 300,000 บาท กิจการนาเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพ่ือค้า มูลค่า 450,000 บาท เป็นหลักทรัพย์คา้ ประกนั สาหรับการกู้ยืมระยะเวลา 6 เดือน อัตรา ดอกเบีย้ 4.5% ตอ่ ปี และไดน้ าเงินฝากบญั ชีออมทรพั ยธ์ นาคาร B จากดั (มหาชน) 31 ถอนเงนิ จากบัญชอี อมทรพั ย์ธนาคาร B จากัด (มหาชน) มาใช้ในกจิ การ ใหท้ า บันทกึ รายการในสมุดรายวนั ทวั่ ไป ประจาเดือนมกราคม 25X1 ข้อท่ี 2 บริษัท เจริญก้าวหน้า จากัด ดาเนินธุรกิจเก่ียวกับการจาหน่ายเส้ือผ้าสาเร็จรูป มีรายการค้า เกี่ยวกับบญั ชีเจ้าหนีก้ ารค้าและตั๋วเงินจา่ ย ดังตอ่ ไปนี้ 25X1 ก.พ. 1 ซอ้ื เสื้อผา้ จาหนา่ ยจากบริษัท เสอ้ื สวยดี จากัด เงนิ เช่อื 70,000 บาท เงื่อนไข 2/10, n/30 3 ซอ้ื เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ในกจิ การเป็นเงนิ เชื่อ จากบรษิ ัท เจ๋งดี จากัด มลู คา่ 41,250 บาท 15 ซ้ือเสื้อผ้ามาจาหน่ายเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท ออกต๋ัวสัญญาใช้เงินอัตราดอกเบ้ีย 6% ตอ่ ปี ระยะเวลา 1 เดือน ให้กับบริษัท คา้ ขายดี จากัด 12 จ่ายชาระหนี้ให้กบั เจา้ หนี้ทซ่ี ้ือสนิ คา้ มาในวันท่ี 1 ส.ค. เพยี งบางสว่ น จานวน 25,000 บาท 18 ออกต๋ัวสัญญาใชเ้ งินชนิดไม่มีดอกเบี้ย มูลค่าหน้าตวั๋ 102,000 บาท เพื่อขอกู้ยืมเงินจาก ธนาคาร S จากดั (มหาชน) มูลคา่ หนา้ ตวั๋ เทา่ กบั 100,000 บาท ตัว๋ มีอายุ 3 เดือน มี.ค. 15 จ่ายชาระหน้ใี หต้ ว๋ั สญั ญาใช้เงินที่ออกให้ในวันที่ 15 ส.ค. พรอ้ มท้ังดอกเบ้ีย ให้ทา บนั ทึกรายการในสมุดรายวนั ทวั่ ไป ประจาเดือนกุมภาพันธ์ และมนี าคม 25X2
32 ข้อที่ 3 บริษัท ชัชวาล จากดั มีรายการซื้อและขายสินค้าดังต่อไปนี้ (ราคาซือ้ และขายสินค้าเป็นราคา ท่รี วมภาษมี ลู ค่าเพมิ่ แล้ว) 25X1 มิ.ย. 1 ซอ้ื อปุ กรณส์ านักงานราคา 37,878 บาท เป็นเงินสด 5 ซือ้ สนิ คา้ ราคา 25,680 บาท เปน็ เงนิ เชอ่ื 11 ขายสนิ ค้าราคา 74,900 บาท เป็นเงินเชอ่ื ใหก้ บั บริษัท สามัคคี จากัด เง่อื นไข 2/10,n/30 15 ซื้อสินคา้ ราคา 50,290 บาท เป็นเงินสด 29 ขายสนิ ค้าราคา 107,000 บาท เป็นเงินสด 30 ปิดบญั ชีภาษซี ื้อ-ภาษีขายเดือนมิถุนายน 25X1 เพอ่ื นาสง่ ภาษีมูลค่าเพ่มิ ในเดือนถดั ไป ให้ทา 1. บนั ทึกรายการในสมดุ รายวันทัว่ ไป ประจาเดือนมิถุนายน 25X1 2. ปดิ บญั ชภี าษีซ้อื -ภาษขี าย ประจาเดือนมิถุนายน 25X1 ข้อที่ 4 บริษัท ฝ่าฟัน จากัด จัดตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างในการดาเนินธุรกิจ มีพนักงานแบ่งเป็น แผนกต่าง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี อตั ราเงนิ เดือน แผนกอ่ สร้าง นายสจุ ริต ซอื่ สตั ย์ 30,000 นายขยัน อดทน 27,000 นายมานะ เจริญย่ิง 12,000 แผนกบคุ คล นางกอบกลุ พลอยมา 34,000 นางสาวสขุ ใจ ร่ารวย 15,000 แผนกการเงนิ และบญั ชี นางสาวรอบคอบ ตรวจละเอียด 50,000 นางสาวซือ่ สตั ย์ ตลอดเวลา 28,000 ทางบริษัทมีนโยบายในการหักภาษี ณ ทีจ่ ่าย โดยคานวณจากอัตราเงินเดือนของพนักงาน กับกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับการคานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากการคานวณสรุปได้ว่าพนักงาน คนใดท่ีมีอัตราเงินเดือนต่ากว่า 25,000 บาท บริษัทจะไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย สาหรับเงินประกันสังคม ทางสานักงานประกันสังคมมีประกาศว่าอัตราประกันสังคมขั้นต่าที่จะต้องจ่ายคือ 5% ต่อไปน้ีเป็น รายการค้าของบริษทั ฝ่าฟนั จากดั 25X1 ม.ค. 31 จา่ ยเงนิ เดือนใหก้ ับพนักงานทัง้ หมด ก.พ. 7 นาสง่ ภาษีเงนิ ได้หัก ณ ทจี่ ่ายของเดอื นมกราคม ก.พ. 25 นาส่งเงนิ ประกันสังคมของเดือนมกราคม ใหท้ า บนั ทึกรายการในสมุดรายวนั ท่ัวไป
33 ข้อท่ี 5 บริษัท โดดข้าม จากัด ดาเนินธุรกิจซ้ือ-ขายสินค้ามาจาหน่าย ปิดบัญชีตามปีปฏิทิน นักบัญชี ของบริษัทได้ให้หน่วยงานตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม และยังไม่ได้จ่ายเงิน เพือ่ รบั ร้เู ปน็ หนส้ี ินของบริษทั สรุปรายละเอยี ดคา่ ใชจ้ ่ายตา่ ง ๆ ท่ีเกิดขึ้นในแต่ละแผนกดังต่อไปนี้ 25X1 ธ.ค. 19 แผนกผลิตรบั ใบแจ้งหนค้ี า่ เชา่ เคร่อื งจักรสาหรบั เดอื นธนั วาคม จานวนเงนิ 14,000 บาท 22 แผนกบัญชีรับใบแจ้งหนี้สาหรับค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่จานวน 1,200 บาท เป็นราคาที่ยัง ไม่รวมภาษมี ูลค่าเพ่มิ 25 แผนกต้อนรับลูกค้าแจ้งว่าทางบริษัท โฆษณาด่วน จากัด จัดส่งใบวางบิลค่าโฆษณาของ บริษทั จานวนเงนิ 24,000 บาท เปน็ ราคาทย่ี งั ไม่รวมภาษมี ูลคา่ เพิ่ม 27 แผนกแม่บ้านแจ้งว่าบริษัทยังไม่ได้จ่ายค่าทาความสะอาดบริษัทจานวนเงิน 3,000 บาท เปน็ ราคาที่ยังไม่รวมภาษีมลู ค่าเพิ่ม ธ.ค. 30 แผนกการเงินแจ้งให้แผนกบัญชีทราบว่า มีสัญญาเงินกู้ที่บริษัทกู้ยืมมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 25X1 จานวนเงินกู้ 1,000,000 บาท อายุ 5 ปี อัตราดอกเบ้ีย 6% ต่อปี จ่าย ดอกเบ้ียปีละ 2 ครง้ั ในวนั ท่ี 1 มกราคม และ 1 กรกฎาคม ตามลาดับ ทางบริษัทยงั ไม่ได้ จ่ายดอกเบีย้ ดงั กลา่ ว ให้ทา บนั ทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไป ข้อที่ 6 บรษิ ัท เรว็ มาก จากัด มีรายการค้าเกีย่ วกบั หน้ีสนิ ของบริษัท ดังตอ่ ไปนี้ 25X1 ม.ค. 1 ยมื เงินจากธนาคาร ดีดี จากัด (มหาชน) เงินกู้ยืมระยะยาว 5 ปี มูลค่า 5,000,000 บาท อัตรา ดอกเบ้ีย 6% ต่อปี ในสัญญาเงินกู้ยืมระบุว่าบริษัทจะต้องทยอยจ่ายเงินต้นคืนทุกปี ๆ ละ 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทุกวันท่ี 31 ธันวาคม เริ่มตงั้ แต่วนั ที่ 31 ธนั วาคม 25X1 ก.พ. 1 ขายสินคา้ ให้กับลูกค้า โดยเง่ือนไขในการขายคือ ลูกค้าจะต้องจ่ายเงนิ มัดจาภาชนะใส่ของ ให้กับบริษัทในอัตรา 10% ของยอดขายสินค้า และจะคืนเงินให้เม่ือลูกค้านาภาชนะใส่ ของมาคนื ในวันน้ีกจิ การสามารถขายสนิ คา้ ให้กับลกู ค้ารายน้ีได้ 500,000 บาท ก.พ. 20 ลกู คา้ นาภาชนะดงั กล่าวมาคืนบางส่วน 85% ของยอดภาชนะทง้ั หมด ม.ี ค. 1 บริษทั ได้รบั รายไดค้ ่าเชา่ สาหรบั ระยะเวลา 1 ปี จานวนเงนิ 36,000 บาท เม.ย.10 ลูกค้าไม่ได้นาภาชนะส่วนที่เหลืออยู่คืนให้กับบริษัท ทางบริษัทถือว่าเป็นการขายภาชนะ ใส่ของใหก้ ับลกู คา้ พ.ค. 1 บรษิ ทั ไดร้ บั รายได้ค่าโฆษณาสาหรับระยะเวลา 9 เดือน จานวน 45,000 บาท ต.ค. 14 ขายสินค้าให้กับลูกค้า ทางบริษัทได้เก็บเงินมัดจาภาชนะใส่ของในอัตรา 15% เน่ืองจาก เป็นลูกค้ารายใหม่ และจะคืนเงินมัดจาภาชนะเมื่อลูกค้านาภาชนะของบริษัทมาคืน บริษทั ขายสนิ คา้ ใหก้ ับลกู คา้ ได้รับเงินท้งั สน้ิ 240,000 บาท พ.ย. 11 นาภาชนะมาคนื บางส่วนท้งั หมด 75% ของยอดภาชนะท้ังหมด ธ.ค. 31 บริษัทดาเนินการจ่ายดอกเบ้ียเงินกู้ยืม และดาเนินการจัดประเภทของเงินกู้ยืมระยะยาว เป็นหนสี้ ินระยะยาวทถี่ งึ กาหนดชาระในงวดบญั ชี
34 ให้ทา 1. บันทึกรายการค้าในสมดุ รายวนั ทวั่ ไป 2. ปรบั ปรุงรายการทเี่ กยี่ วข้องในสมดุ รายวนั ท่วั ไป ขอ้ ที่ 7 บรษิ ทั ชัชวาล จากดั มีรายการเกีย่ วกับหนสี้ ินหมุนเวยี น ดงั ตอ่ ไปน้ี 25X1 ธ.ค. 4 ขายสนิ ค้าจานวน 500,000 บาท เปน็ เงนิ สดจานวน 200,000 บาท ทเ่ี หลือเปน็ ขายสินค้า เป็นเงินเช่ือ ราคาขายสนิ ค้าดงั กล่าวเป็นราคาทีย่ ังไม่รวมภาษมี ูลค่าเพิ่ม 6 ซื้ออุปกรณ์ สานักงานจานวนเงิน 44,940 บาท เป็นเงินเช่ือราคาซื้อดังกล่าว รวมภาษีมลู ค่าเพ่ิมแล้ว 8 ซอ้ื สินคา้ เป็นเงินเช่ือ 160,050 บาท เป็นราคาท่ีรวมภาษีมลู ค่าเพิ่ม โดยใช้วิธีบันทกึ สินค้า คงเหลอื ณ วันส้นิ งวด (Periodic Method) 9 ขายสินค้าให้กับลูกค้า 200,000 บาท ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยทาง บริษัทขอรับเงินมดั จาคา่ สนิ คา้ จานวน 53,500 บาท เป็นราคาทรี่ วมภาษมี ลู คา่ เพม่ิ แล้ว 12 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสาหรับระยะเวลา 9 เดือน สาหรับผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทราคา หุ้นละ 1.50 บาท บริษทั มีทุนที่ออกจาหนา่ ยและอยู่ในมือบคุ คลภายนอกทง้ั หมด 20,000 ห้นุ 16 กู้ยืมเงินจากธนาคาร 1,000,000 บาท ออกตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดไม่มีดอกเบี้ยจานวน 1,020,000 บาท ตั๋วเงินจา่ ยดงั กล่าวมอี ายุ 2 เดือน 29 จ่ายเงินเดือนพนักงานทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วยจานวน 12,000 บาท 31,000 และ จานวน 35,000 บาท บริษัทมีนโยบายหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 10% สาหรับพนักงานที่มี เงินเดอื นต้งั แต่ 25,000 บาทขึ้นไป และหกั ประกนั สังคมตามทีก่ ฎหมายกาหนด 30 สรปุ ยอดภาษมี ูลคา่ เพ่ิมประจาเดอื นธันวาคม ทางธนาคารสง่ จดหมายแจ้งกับทางบรษิ ัทว่า ยอดเงินเบิกเกินบัญชีมีดอกเบี้ยจ่ายจากเงินเบิกเกินบัญชีในเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม จานวน 4,750 บาท ยังไม่ได้จ่ายเงิน วันนี้บริษัทดาเนินจัดประเภทเงินกู้ระยะยาว 500,000 บาท เปน็ หนสี้ นิ ระยะยาวทีถ่ งึ กาหนดชาระในงวดบัญชปี ี 25X2 ใหท้ า 1. บนั ทกึ และปรบั ปรงุ รายการในสมุดรายวันท่วั ไป 2. แสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงนิ ของบริษัท ณ วันท่ี 31 ธนั วาคม 25X1 ข้อที่ 8 เมื่อวันท่ี 1 ตุลาคม 25X1 บริษัท โชติช่วง จากัด มีนโยบายส่งเสริมการขายในช่วงปีใหม่ เพื่อเป็น การกระตุ้นยอดขายสินค้าของบริษัท เง่ือนไขการส่งเสริมการขายคือลูกค้าซ้ือสินค้าครบ 2,500 บาท ได้รับคูปอง 1 ใบบวกเงินจานวน 200 บาท แลกซ้ือกระติกน้า มูลค่า 450 บาท ได้ 1 ใบ สาหรับระยะเวลา ส่งเสริมการขายน้ีอยู่ในชว่ งต้งั แตว่ นั ที่ 1 ตลุ าคม 25X1 - วันที่ 31 มกราคม 25X2 มรี ายการดังต่อไปนี้ 25X1 ต.ค. 1 บริษทั ซื้อกระติกน้ามลู ค่า 450 บาท จานวนทั้งส้นิ 300 ใบ 31 บริษัทขายสินค้าเดือนตุลาคมจานวนเงิน 430,000 บาท ลูกค้าสนใจแลกซ้ือกระติกน้า สาหรบั เดือนตลุ าคม คือ 80 ใบ
35 25X1 พ.ย.30 บริษัทขายสินค้าเดือนพฤศจิกายนจานวนเงนิ 500,000 บาท ลูกค้าสนใจแลกซ้ือกระติกน้า สาหรบั เดือนพฤศจกิ ายนคือ 112 ใบ ธ.ค. 31 บริษัทขายสินค้าเดือนธันวาคมจานวนเงิน 360,000 บาท ลูกค้าสนใจแลกซ้ือกระติกน้า สาหรับเดือนธันวาคมคือ 90 ใบ จากข้อมูลในอดีตบริษัทได้ทาการประมาณการลูกค้า จะมาแลกซอื้ กระตกิ นา้ ประมาณ 80% ของยอดขายทง้ั หมด ต้งั แตเ่ ดือนตุลาคม-ธนั วาคม 25X2 ม.ค.1-31 บริษัทซอ้ื กระติกนา้ เพิ่มข้ึน 70 ใบ ยอดขายเดอื นมกราคมทั้งสนิ้ 180,000 บาท 31 ลูกค้าสนใจแลกซ้ือกระติกน้า สาหรับเดือนมกราคม 54 ใบ และเป็นช่วงหมดระยะเวลา การสง่ เสรมิ การขาย บริษัทสารวจว่ากระตกิ น้าที่ใช้ส่งเสรมิ การขายมีเหลืออยู่นาออกจาหน่าย ให้กบั พนกั งานในราคาใบละ 200 บาท ให้ทา 1 .บนั ทกึ รายการคา้ ในสมดุ รายวันทัว่ ไป 2. แสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงนิ ของบรษิ ัท ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 25X1 ข้อท่ี 9 ในระหว่างเดือนตลุ าคม–ธันวาคม ปี 25X1 บรษิ ัท พฒั นา จากัด ขายเครื่องซักผ้ายี่ห้อ “Clean & Clear” จานวน 100 เคร่ือง ในราคาเครื่องละ 14,000 บาท ทางบริษัทมีนโยบายในการรับประกัน คุณภาพสินค้า โดยจะรับประกันเคร่ืองซักผ้าเป็นระยะเวลา 1 ปี สามารถนามาเครื่องซักมาเปลี่ยนได้ ทันทีหากลูกค้าซื้อเครื่องซักผา้ ไม่เกิน 3 วัน และหากเกินกว่านัน้ สามารถนามาซ่อมโดยไม่เสียคา่ อะไหล่ ในการซ่อม ปรากฏว่าในเดอื นตุลาคาชม-เดอื นธันวาคม มลี กู ค้านาเครื่องซกั ผา้ มาเปลี่ยนเครอื่ งจานวน 1 เคร่ือง และในชว่ งเดือนธันวาคมทางบริษัทไดป้ ระมาณการว่าจะมลี กู คา้ มาซอ่ ม 5% ของยอดขายใน ระหว่างปี25X2 มีลูกค้ามาซ่อมจากการซื้อในเดือนตุลาคม–ธันวาคม ปี 25X1 เป็นจานวนเงินทั้งสิ้น 48,000 บาท ให้ทา 1. บนั ทึกรายการค้าในสมุดรายวนั ทั่วไป 2. แสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงินของบรษิ ัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X1 ข้อที่ 10 ในเดือนธันวาคม 25X1 บริษัท ฝ่าฟัน จากดั จาหน่ายบัตรของขวญั ในช่วงเทศกาลวันปีใหม่ ใหก้ ับลูกค้าจานวนทั้งสนิ้ 1,000,000 บาท ในระหว่างเดือนธันวาคม มีลกู คา้ นาบัตรของขวัญซือ้ สินค้า ท่ีบริษัทจานวนทั้งสิ้น 75% ของยอดขายบัตรของขวัญ และเดือนมกราคมมีลูกค้าสนใจนาบัตร ของขวัญมาแลกซ้ือสินค้าอีกจานวน 20% สาหรับส่วนที่เหลือไม่มีลูกค้ามาใช้บัตรของขวัญดังกล่าว เน่อื งจากหมดอายขุ องบตั รของขวัญ ให้ทา 1. บันทกึ รายการค้าในสมุดรายวันทวั่ ไป 2. แสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงินของบรษิ ัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X1
36 เอกสารอา้ งอิง กลุม่ นักวิชาการภาษอี ากร. (2563). ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร 2563. กรงุ เทพฯ: เรอื นแกว้ การพิมพ์ ธนาคารกรุงเทพ จากัด (มหาชน). (ม.ป.ป.) เงินเบิกเกินบัญชี. ค้นเมื่อ 14 ตุลาคม 2563 จากhttp:// www.bangkokbank.com/BANGKOKBANKTHAI/BUSINESSBANKING/SMES /LOANSFORSMES/BUSINESSLOANS/Pages/Overdraft.aspX. นุชจรี พิเชฐกุล. (2553). การบัญชีชนั้ กลาง 2. กรุงเทพฯ: ทรปิ เพลิ้ กรปุ๊ . บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมม่ี จากัด (มหาชน). (2563). งบการเงิน ปี 2563. ค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2563 จากhttp://grammy-th.listedcompany.com/financials.html. บริษัท เวิร์คพอยท์เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จากัด (มหาชน). (2563). งบการเงิน ปี 2563. ค้นเม่ือ 20 ตลุ าคม 2563 จากhttp://work-th.listedcompany.com/financials.html. พิมพ์พนา ปิตธวัชชัย และ ณัฐชานนท์ โกมุทพุฒิพงศ์. (2563). การบัญชีขั้นกลาง 2 (พิมพ์คร้ังท่ี 2 ฉบับปรับปรงุ ). กรงุ เทพฯ: สานักพิมพแ์ หง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์. (2563). กรอบแนวคิดสาหรับรายงานทางการเงิน (ปรับปรุง 2563) ค้นเม่ือ 20 ตุลาคม 2563 จากhttp://www.fap.or.th/images/column_135901030 9 /framework_clean-PostWeb_Up_031057.pdf. สภาวิชาชีพบญั ชีในพระบรมราชูปถมั ภ์. (2563). มาตรฐานการบัญชี ฉบบั ท่ี 1 (ปรับปรงุ 2563) เร่ือง การนาเสนองบการเงิน.ค้นเม่ือ 20 ธันวาคม 2563 จาก http://www.fap.or.th/images/ column_1412565962/TAS%201%20web%20-20run%20%E0%B8%A5%E0B8 %B3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0 %B8%A1%E0%B9%88%20137-140%20Up%206_1_58.pdf. สภาวิชาชีพบัญชใี นพระบรมราชปู ถัมภ์.(2553). มาตรฐานการบญั ชี ฉบับท่ี 37 (ปรับปรุง 2552) เรื่อง ประมาณการหน้ีสิน หนีส้ นิ ท่อี าจเกดิ ขน้ึ สินทรพั ยท์ อี่ าจเกิดขึ้น. กรุงเทพฯ: พี.เอ.ลีฟว่งิ . สภาวชิ าชีพบัญชใี นพระบรมราชูปถัมภ์. (2563). มาตรฐานการบัญชี ฉบับท่ี 37 (ปรับปรงุ 2563) เรื่อง ประมาณการหน้ีสนิ หน้ีสนิ ท่อี าจเกดิ ข้ึน สนิ ทรพั ย์ท่ีอาจเกิดข้ึน. คน้ เม่ือ 20 ธันวาคม 2563 จาก http://www.fap.or.th/images/column_1412565962/TAS%2037-web.pdf. สานักงานประกันสังคม. (2533). กองทุนประกันสังคม. ค้นเม่ือ 15 พฤศจิกายน 2563 จากhttp://www. sso.go.th/wpr/content.jsp?lang=th&cat=930&id=3898.
Search
Read the Text Version
- 1 - 36
Pages: