Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิทย์ใบงาน ป.4 เทอม 1 หลักสูตรใหม่

วิทย์ใบงาน ป.4 เทอม 1 หลักสูตรใหม่

Published by Kru’jah Hayeekaleng, 2022-08-17 08:29:09

Description: วิทย์ใบงาน ป.4 เทอม 1 หลักสูตรใหม่

Search

Read the Text Version

หนา้ ที่พเิ ศษของใบ ช่วยป้ องกนั อนั ตราย ช่วยในการสะสมน้า และลดการคายน้า และอาหาร เช่น กระบองเพชร สงั เกต ใบมีลกั ษณะอวบ อา้ ว !!! หมอ้ ขา้ วหมอ้ แกงลิง กาบหอยแครง มีสีสนั สวยงาม ช่วยล่อแมลงในการผสมเกสร ช่วยในการดกั จบั แมลง ภายในมีน้ายอ่ ย เช่น เฟ่ื องฟ้ า และตน้ คริสตม์ าส เพ่ือยอ่ ยอาหารประเภทโปรตีน มกั เป็นพืชที่เจริญเติบโตในบริเวณท่ี ตน้ อ่อน ขาดธาตุไนโตรเจน แต่ใบยงั สามารถ สังเคราะหด์ ว้ ยแสงได้ ช่วยในการขยายพนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศ เช่น ตน้ เศรษฐีพนั ลา้ น และคว่าตายหงายเป็น ช่วยพยงุ ลาตน้ ทาใหไ้ ตข่ ้ึนที่สูงได้ 101

หนา้ ที่ของดอกไม้ พืชดอกเม่ือเจริญเติบโตเตม็ ท่ี จะสร้างดอกไม้ เพื่อเป็นเซลลส์ ืบพนั ธุ์ในการขยายพนั ธุ์ เกสรเพศผู้ ส่วนประกอบของดอก อยถู่ ดั จากกลีบดอก สร้างเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศผู้ เกสรเพศเมีย อยชู่ ้นั ในสุดของดอก สร้างเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศเมีย (ไข่) กลีบดอก กลีบเล้ียง อยถู่ ดั จากกลีบเล้ียง มีสีสันสวยงาม อยนู่ อกสุดของดอก ส่วนใหญ่มีสีเขียว ล่อแมลงใหม้ าช่วยผสมเกสร ทาหนา้ ที่ ห่อหุม้ ดอกตูม 102

ส่วนประกอบของดอกไม้ ยอดเกสรเพศเมีย เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้ อบั เรณู กา้ นเกสรเพศเมีย กา้ นชูอบั เรณู รังไข่ กลีบดอก กลีบเล้ียง 10 ออวลุ 103

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ สืบคน้ ขอ้ มลู ส่วนต่างๆและหนา้ ท่ีของพืชดอกใหส้ มบูรณ์  หนา้ ที่ หนา้ ที่ .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... หนา้ ท่ี หนา้ ท่ี .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... 104

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ โยงเสน้ แสดงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งส่วนต่างๆของพืชและหนา้ ท่ีใหถ้ กู ตอ้ ง  1. ทาหนา้ ที่ในการสร้างอาหาร  2. ทาหนา้ ท่ีสืบพนั ธุ์  3. ลกั ษณะแบน ส่วนใหญ่มีสีเขียว  4. ทาหนา้ ท่ีในการสังเคราะห์ดว้ ยแสง  5. ทาหนา้ ท่ีชูก่ิง กา้ น ใบ ดอก ผล   6. มีท้งั สีขาว และสีน้าตาล  7. ทาหนา้ ที่คายน้า หายใจ และเป็นทางผา่ นของแกส๊ ชนิดต่างๆ 8. ทาหนา้ ท่ียึดลาตน้ ใหต้ ิดกบั ดิน  9. ทาหนา้ ท่ีลาเลียงน้าและอาหาร  10. ทาหนา้ ท่ีดดู ซึมน้าและแร่ธาตุอาหร  105

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... คะแนน.............. ช้นั ...............................เลขที่............................  ใหเ้ ดก็ ๆ นาขอ้ ความดา้ นล่างเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง  1. ดอก ใบ ลาตน้ ราก 1. ................... เป็นทางลาเลียงน้าและธาตุอาหารไปเล้ียงส่วนต่างๆ ของพืช 2. หวั ผกั กาด แครอท มนั แกว กระชาย ทาหนา้ ที่พิเศษ เป็น...................สะสมอาหาร 3. ................... ทาหนา้ ที่ในการคายน้า 4. ................... มีสีสันสวยงาม เป็นอวยั วะสืบพนั ธุข์ องพชื 5. ................... มีลกั ษณะแบน ส่วนใหญ่มีสีเขียว 6. ................... เป็นโครงสร้างท่ีอยใู่ ตด้ ิน ทาหนา้ ที่ยดึ ลาตน้ ใหต้ ิดกบั พ้ืนดิน 7. คลอโรฟิ ลล์ จะพบท่ี ................... มากท่ีสุด 8. ................... เป็นทางผา่ นเขา้ ออกของแกส๊ เพือ่ ใชใ้ นการหายใจและ การสร้างอาหารของพชื 9. ................... ทาหนา้ ท่ีชูก่ิง กา้ น ใบ ดอก และผลข้ึนสู่อากาศ 10. ................... เป็นส่วนแรกที่งอกออกจากเมลด็ 106

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ นาขอ้ ความดา้ นล่างที่เป็นโครงสร้างของพชื เติมลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง  2. ดอกไม้ ใบ ลาตน้ ราก 1. ................... เจริญเติบโตตามแรงโนม้ ถ่วง 2. ................... เจริญเติบโตตา้ นแรงโนม้ ถ่วง 3. มนั ฝรั่งเป็นส่วนของ...................ใตด้ ิน 4. แครอท เป็นส่วนของ...................สะสมอาหาร 5. พบปากใบมากบริเวณ ................... 6. หากตอ้ งการศึกษาเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศผู้ และเพศเมีย จะตอ้ งศึกษาบริเวณ................... 7. หากตอ้ งการศึกษาการคายน้าของพืช จะตอ้ งศึกษาบริเวณ ................... 8. หากตอ้ งการศกึ ษาการหายใจของพืช จะตอ้ งศกึ ษาบริเวณ ................... 9. หากตอ้ งการศึกษาโครงสร้างที่ใชใ้ นการสร้างอาหารของพืชจะตอ้ งศึกษาบริเวณ ................... 10. ส่วนท่ีใชด้ กั จบั แมลงของหมอ้ ขา้ วหมอ้ แกงลิง มีการพฒั นามาจาก ................... ท่ีมา https://ifreethai.com 107

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ทาเคร่ืองหมาย  หนา้ ขอ้ ความที่ถูกตอ้ ง  1. รากพชื ดูดอาหารข้ึนมาจากดิน  ถูก  ผดิ 2. ใบทาหนา้ ท่ีดูดน้าฝน  ถูก  ผดิ 3. พืชสังเคราะหด์ ว้ ยแสงเมื่อไดร้ ับแสง  ถูก  ผดิ 4. พชื หายใจตลอดเวลา  ถูก  ผดิ 5. พชื หายใจโดยใชแ้ ก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และหายใจออกโดยปล่อยแกส๊ ออกซิเจนออกมา  ถกู  ผดิ 6. น้าจากอากาศจะเขา้ สู่ใบพืชระหวา่ งกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง  ถูก  ผดิ 7. การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงจาเป็นตอ้ งใชน้ ้า  ถกู  ผดิ 8. ส่วนท่ีดกั จบั แมลงของตน้ กาบหอยแครงสามารถสงั เคราะห์ดว้ ยแสงได้  ถกู  ผดิ 9. ผลผลิตท่ีพืชสร้างข้ึนคือ น้าตาลกลูโครส  ถกู  ผดิ 10. แกส๊ ที่พืชสร้างข้ึนจากกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง คือ ออกซิเจน  ถกู  ผดิ 108

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ กู ตอ้ งและสมบรู ณ์  จากภาพเป็ นการศึกษาโครงสร้าง และหนา้ ที่ใดของพืช …………………………………………………..……. …………………………………………………..……. จากภาพเป็ นการศึกษาโครงสร้าง และหนา้ ที่ใดของพืช …………………………………………………..……. …………………………………………………..……. จากภาพเป็ นการศึกษา จากภาพเป็ นการศึกษา จากภาพเป็ นการศึกษา โครงสร้างและหนา้ ท่ีใดของพชื โครงสร้างและหนา้ ที่ใดของพชื โครงสร้างและหนา้ ที่ใดของพชื ……………………………………… ……………………………………… ……………………………………… …………..…….…………………… …………..…….…………………… ……………………………..……. ……………………………..……. …………..…….…………………… ……………………………..……. 109

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ กู ตอ้ งและสมบูรณ์  ขนราก .......................อยบู่ ริเวณปลายสุดของราก หมวกราก .......................ป้ องกนั ไม่ใหป้ ลายรากถูกทาลาย .......................เป็นบริเวณที่มีการดูดซบั น้าและธาตุอาหาร นาขอ้ ความดา้ นล่างเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง ระบบรากแกว้ ระบบรากฝอย รากแกว้ รากฝอย รากแขนง ใบเล้ียงเดี่ยว ใบเล้ียงคู่ ระบบรากแกว้ เป็นระบบรากของพืช........................... เช่น .................................. .................................. .................................. .................................. .................................. ระบบรากฝอย เป็นระบบรากของพชื ........................... เช่น .................................. .................................. .................................. .................................. .................................. 110

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตดั ภาพจากหนา้ ถดั ไป แลว้ นามาติดในช่องวา่ ง พร้อมระบุชื่อใหถ้ กู ตอ้ ง  รากสะสมอาหาร รากค้าจุน รากยดึ เกาะ รากสังเคราะห์ดว้ ยแสง รากหายใจ 111

ภาพสาหรับตดั แปะ 112

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ โยงเส้นภาพรากและลาตน้ ใตด้ ินใหถ้ ูกตอ้ ง  ขิง ข่า มนั แกว แครอท มนั เทศ ลาตน้ ใตด้ ิน รากสะสมอาหาร กระชาย แหว้ เผอื ก หวั ไชเทา้ มนั ฝร่ัง 113

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ จาแนกรากและลาตน้ ใตด้ ินท่ีกาหนดดา้ นล่าง โดยการเขียนลงในกล่องขอ้ ความ เผอื ก หวั ไชเทา้ มนั ฝร่ัง มนั เทศ แครอท ขมิน้ มนั ม่วง มนั แกว บีทรูท ขิง แหว้ มนั สาปะหลงั ข่า กระชาย หวั ผกั กาดขาว รากสะสมอาหาร ลาตน้ ใตด้ ิน บีทรูท มนั ม่วง มนั สาปะหลงั ขมิน้ 114

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ กู ตอ้ งและสมบรู ณ์  วธิ ีสังเกตความแตกต่างระหวา่ งรากและลาตน้ ใตด้ ิน คือ .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... เพราะเหตุใดจึงจดั มนั ฝรั่งอยใู่ นกลุ่มเดียวกบั ขิง ข่า ขมิน้ ซ่ึงมีลกั ษณะภายนอก ท่ีแตกต่างจากพชื ดงั กล่าวขา้ งตน้ .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... 115

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ เลือกขอ้ ความดา้ นล่าง เติมลงในตารางใหถ้ ูกตอ้ งและสมบูรณ์  เขียว น้าตาลอ่อน ขาว พบ ไม่พบ ไมเ่ ปลี่ยนแปลง น้าเงินเขม้ ส่วนประกอบ ผลการสงั เกตลกั ษณะภายนอก ในภาชนะ สี ขอ้ ปลอ้ ง ปากใบ ผลการทดสอบแป้ ง และตา สี...................... ................... ................... เปล่ียนเป็นสี................... สี................ ไม่พบ ................... เปลี่ยนเป็นสี................... สี................. ................... ไม่พบ ........................................ 116

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ทาเครื่องหมาย  หนา้ ขอ้ ความที่ถูกตอ้ ง  1. รากเจริญ..............แรงโนม้ ถ่วง  ตาม  ตา้ น 2. รากสงั เคราะห์ดว้ ยแสง เป็นรากที่สามารถสร้างอาหารได้ เช่น  รากของตน้ กระบองเพชร  รากของตน้ กลว้ ยไม้ 3. รากท่ีสามารถสงั เคราะห์ดว้ ยแสงได้ เน่ืองจากบริเวณรากมี  คลอโรฟิ ลล์  คาร์บอนไดออกไซด์ 4. บริเวณปลายสุดของราก คือ  หมวกราก  ขนราก 5. ส่วนที่ทาหนา้ ที่ดูดน้า และธาตุอาหารของราก คือ  หมวกราก  ขนราก 6. ลาตน้ เจริญ..............แรงโนม้ ถ่วง  ตาม  ตา้ น 7. การลาเลียงน้าในลาตน้ มีทิศทาง  จากรากสู่ใบ  จากใบสู่ราก 8. ขิง ข่า ขมิ้น เป็นลาตน้ ใตด้ ิน สังเกตจาก  ขอ้ ปลอ้ ง  ราก 9. มนั ฝรั่ง เป็นลาตน้  เหนือดิน  ใตด้ ิน 10. .................... เจริญไปเป็นกิ่ง กา้ น ใบ  ตา  ขอ้ ปลอ้ ง 117

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ กู ตอ้ งและสมบรู ณ์  วตั ถุดิบของการสังเคราะห์ดว้ ยแสง คือ ............................................. และ................ ผลผลิตของการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง คือ ..................................... .............................. และ ................................ ซ่ึงน้าตาลจะถูกเกบ็ สะสมในรูปของ ................................ คลอโรฟิ ลล์ CO2 H2O C6H12O6 O2 H2O 118

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ กู ตอ้ งและสมบูรณ์  เกบ็ ใบพชื ท่ีไดร้ ับแสงแดด เพอื่ ทดสอบสารท่ีพชื สร้างข้ึนจากกระบวนการสร้างอาหาร ใหเ้ รียงลาดบั ข้นั ตอนการทดสอบสารในใบไม้ โดยการใส่ลาดบั หมายเลข 1 - 4 ภาพจาก Http://www.sliderbase.com/spitem-979-2.html ไอโอดีน ตม้ ในน้าเดือน ตม้ ในเอทานอล ลา้ งใบไม้ กระจก 5 นาที จนใบพชื ซีดขาว ดว้ ยน้า จุดประสงคข์ องการตม้ ใบไมใ้ นน้าและเอทานอล คือ ....................................................... ใชส้ ารละลายไอโอดีน เพอื่ ตอ้ งการทดสอบสารใดในใบไม้ ............................................. หลงั จากหยดสารละลายไอโอดีน พบสารชนิดใดในใบพืช รู้ไดอ้ ยา่ งไร ........................................................................................................................................... จากการทดสอบขา้ งตน้ ใหเ้ ดก็ ๆ สรุปส่ิงที่คน้ พบ ( 2 คะแนน) ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... สารสีเขียวที่สกดั ไดจ้ ากใบได้ คือ.................................................................................... 119

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ ูกตอ้ งและสมบรู ณ์  จากภาพการทดสอบสารท่ีพืชสร้างข้ึนจากกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .......................................... จากภาพนาเทปสีดามาปิ ดที่ใบไมด้ งั รูป .......................................... เม่ือนาใบไมใ้ บน้ีมาทดสอบสารที่พืชสร้างข้ึน .......................................... .......................................... จากกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ผลจะเป็นอยา่ งไร 120 ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... .............................................................................. ................................................................................... ...........................................

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ ูกตอ้ งและสมบูรณ์  นาพืชชนิดเดียวกนั 2 ตน้ มาจดั ชุดการทดลอง ก และ ข จากน้นั เดด็ ใบสีเขียวท่ีมีขนาด และ อายเุ ท่ากนั จากการทดลองแต่ละชุด มาทดสอบดว้ ยสารละลายไอโอดีน ไดผ้ ลการทดสอบ ดงั ภาพ ควรจดั ชุดการทดลองอยา่ งไร โดยใหเ้ ดก็ ๆ นาขอ้ ความดา้ นล่างเติมลงในช่องวา่ ง มืด มีแสง รด ไม่รด สีน้าเงิน สีน้าตาล ชุดทดลองชุด ก ชุดทดลองชุด ข เกบ็ ไวใ้ นท่ี................. เกบ็ ไวใ้ นท่ี................. .............................. น้า .............................. น้า สรุปผลทดลอง ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... 121

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ กู ตอ้ งและสมบูรณ์  นาขอ้ ความดา้ นล่างเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง O2 CO2 กลางวนั กลางคืน การหายใจ การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง สาหร่าย เกิดจาก เกิดจาก สาหร่าย เกิดจาก เดก็ ชายเป็นปล้ืมใชถ้ ุงพลาสติกใสคลุมใบไมแ้ ละมดั ดว้ ยเชือก ทิ้งไวเ้ ป็นเวลา 1 วนั ด.ช. เป็นปล้ืมกาลงั ศึกษาหนา้ ท่ีใดของใบไม้ ..................................................................................................... ผลการสงั เกตของ ด.ช. เป็นปล้ืม คือ .................................................................................................... 122 ..........................................

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ กู ตอ้ งและสมบูรณ์  ภาพ ก ภาพ ข เซลลค์ ุม หรือ Guard cell มีหนา้ ที่ .............................................................................. ปากใบมีหนา้ ที่ ........................................................ ........................................................ ปากใบพบมากบริเวณใดมากท่ีสุด .......................................................... ภาพ ก เป็นภาพปากใบ ...................... เกิดข้ึนในเวลา................................ ภาพ ข เป็นภาพปากใบ ...................... เกิดข้ึนในเวลา................................ หลงั ใบ ทอ้ งใบ 123

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ทาเคร่ืองหมาย  หนา้ ขอ้ ความท่ีถูกตอ้ ง  1. ใบไมค้ ายน้าในรูปของ  หยดน้า  ไอน้า 2. ใบไมค้ ายน้าออกมาบริเวณใด  ปากใบ  ราก 3. ปากใบของพืชจะพบมากบริเวณใด  หลงั ใบ  ทอ้ งใบ 4. ตน้ กระบองเพชรลดการคายน้าโดยการเปล่ียนใบใหเ้ ป็น  ตา  หนาม 5. การหายใจของพืชเกิดข้ึนบริเวณใด  ปากใบ  ลาตน้ 6. ใบไมส้ ามารถหายใจไดเ้ ช่นเดียวกบั สัตว์ โดยใชแ้ ก๊ส  ออกซิเจน  คาร์บอนไดออกไซด์ 7. พชื หายใจเวลาใด  ตลอดเวลา 24 ชวั่ โมง  เฉพาะตอนกลางคืน 8. พชื ใชแ้ กส๊ .....................ในการสังเคราะห์ดว้ ยแสง  ออกซิเจน  คาร์บอนไดออกไซด์ 9. ใบของตน้ กาบหอยแครง ทาหนา้ ท่ีพเิ ศษ คือ  ใชล้ ่อและจบั แมลง  ลดการคายน้า 10. ใบของตน้ ควา่ ตายหงายเป็น ทาหนา้ ท่ีพเิ ศษ คือ  ขยายพนั ธุ์  สะสมน้าและอาหาร 124

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามอยา่ งมีเหตุผลใหถ้ ูกตอ้ งและสมบูรณ์  1. แผน่ สีเขียวท่ีจบั แมลงของตน้ กาบหอยแครงคืออะไร และมีประโยชนอ์ ยา่ งไรต่อพืช .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... ภาพจาก https://nurserylive.com 2. การคายน้าของพืช มีประโยชนต์ ่อพืชอยา่ งไร ................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... 3. ปัจจยั ท่ีมีผลต่อการคายน้าของพชื ................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................... 125

4. สืบคน้ หนา้ ที่พิเศษของใบไม้ พร้อมยกตวั อยา่ ง .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .......................................... .......................................... 5. กา.ร..ส...งั ..เ.ค..ร..า..ะ..ห...์ด..ว.้ ..ย..แ..ส...ง.ข...อ..ง..พ..ชื มีประโยชนต์ ่อสิ่งแวดลอ้ มอยา่ งไร .......................................... ........................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... 126

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ เลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งเพียงคาตอบเดียว  1. ขอ้ ใดไม่ถกู ตอ้ ง เกี่ยวกบั หนา้ ท่ีของราก ก. รากของตน้ กลว้ ยไมส้ ามารถสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงได้ ข. รากทาหนา้ ที่ยดึ ลาตน้ ใหต้ ิดกบั ดิน ค. รากทาหนา้ ที่ดูดซึมน้าและแร่ธาตุอาหาร ง. รากของพืชบางชนิดสามารถสะสมอาหารได้ เช่น มนั ฝรั่ง 2. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ ง เกี่ยวกบั หนา้ ท่ีของลาตน้ ก. ลาตน้ ทาหนา้ ลาเลียงน้าเพียงอยา่ งเดียว ข. ลาตน้ ทาหนา้ ท่ีชู ก่ิง กา้ น ใบ และดอก ข้ึนสู่อากาศ ค. ลาตน้ ของพืชบางชนิดทาหนา้ ท่ีพิเศษ เช่น กระบองเพชร สามารถสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงได้ ง. ลาตน้ มีท้งั ลาตน้ เหนือดินและลาตน้ ใตด้ ิน 3. 4. ระบบรากแกว้ จะพบอยใู่ นพชื ชนิดใด ก. ขนุน มะพร้าว ข. สม้ ทุเรียน ค. ขา้ ว หญา้ ง. มะม่วง ไผ่ 5. พืชชนิดใด ใชร้ ากในการสะสมอาหาร ก. มนั แกว ข. มนั ฝร่ัง ค. แหว้ ง. เผอื ก 6. ขอ้ ใด ไม่ใช่ หนา้ ท่ีของลาตน้ ก. ลาเลียงน้า ข. ลาเลียงอาหาร ค. หายใจ ง. ชูกิ่ง กา้ น ใบ 127

7. ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ข ก ก. ก คือ ท่อลาเลียงน้า (ไซเลม) ข. ก คือ ท่อลาเลียงอาหาร (โฟลเอม) ค. ข คือ ท่อลาเลียงน้า (ไซเลม) ง. ถกู ท้งั ก และ ค 8. ภาพใดแสดงทิศทางการลาเลียงน้าไดถ้ กู ตอ้ ง ค. ก. ข. 9. ภาพใดแสดงทิศทางการลาเลียงอาหารไดถ้ กู ตอ้ ง ค. ก. ข. 128

10. ลาตน้ ของพืชบางชนิดมีการสะสมอาหารจาพวกแป้ ง สามารถทดสอบดว้ ย การใชส้ ารใด และหากพบแป้ งจะมีการเปล่ียนแปลงอยา่ งไร ก. สารละลายเบเนดิกต์ จะเปลี่ยนสีจากไม่มีสีเป็นสีน้าตาล ข. สารละลายไอโอดีน จะเปลี่ยนสีจากสีน้าตาลเป็นสีม่วงหรือน้าเงิน ค. แอลกอฮอล์ จะเปล่ียนจากสีฟ้ าเป็นสีน้าตาล ง. น้าแป้ ง จะเปลี่ยนจากสีน้าเงินเป็นสีน้าตาล 129

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ เลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งเพียงคาตอบเดียว  1. รากของตน้ มะม่วงทาหนา้ ที่อะไร ข. ดูดซึมน้าและแร่ธาตุอาหาร ก. สะสมอาหาร ง. สร้างอาหาร ค. สังเคราะห์ดว้ ยแสง ข. ดูดซึมน้า 2. ขอ้ ใด ไม่ใช่ หนา้ ที่หลกั ของราก ง. สะสมอาหาร ก. ยดึ ลาตน้ ใหต้ ิดกบั ดิน ค. ดูดซึมธาตุอาหาร ข. ขมิ้น ง. แหว้ 3. ขอ้ ใด คือ รากสะสมอาหาร ก. เผอื ก ค. มนั สาปะหลงั 4. ขอ้ ใดถกู ตอ้ งเก่ียวกบั การทาหนา้ ท่ีพเิ ศษของราก ก. ขา้ วโพดมีรากหายใจ ข. แสมมีรากค้าจุน ค. ลาพมู ีรากสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ง. มนั แกวมีรากสะสมอาหาร 5. ขอ้ ใด คือลาตน้ ใตด้ ิน ข. มนั แกว ก. มนั ฝรั่ง ง. มนั เทศ ค. กระชาย ข. กรดอะมิโน 6. อาหารท่ีสะสมอยใู่ นหวั ของมนั ฝรั่ง คือ ง. น้าตาลซูโครส ก. แป้ ง ค. น้าตาลกลโู ครส 130

7. ด.ช.เป็นปล้ืมศึกษาโครงสร้างหน่ึงของพชื ดงั ภาพดา้ นล่าง อยากทราบวา่ ด.ช.เป็นปล้ืม กาลงั ศึกษาโครงสร้างใดของพชื ก. ราก ข. ลาตน้ ค. ใบ ง. ดอก 8. การลาเลียงน้าในท่อลาเลียงน้า มีทิศทางการเคล่ือนที่อยา่ งไร ก. จากรากไปสู่ดอก ข. จากลาตน้ ไปสู่ราก ค. จากรากไปสู่ใบ ง. จากรากไปสู่ดอก 9. จากภาพภาคตดั ขวางของท่อลาเลียงของพชื ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ภาพ ก ภาพ ข ก. ภาพ ก คือ ท่อเลียงของพชื ใบเล้ียงคู่ มีการจดั เรียงเป็นวงอยา่ งเป็นระเบียบ ข. ภาพ ข คือ ท่อเลียงของพืชใบเล้ียงเด่ียว มีการจดั เรียงเป็นวงอยา่ งเป็นระเบียบ ค. ภาพ ก คือ ท่อเลียงของพชื ใบเล้ียงเด่ียว มีการจดั เรียงแบบกระจดั กระจาย ง. ภาพ ข คือ ท่อเลียงของพืชใบเล้ียงคู่ มีการจดั เรียงแบบกระจดั กระจาย 131

10. ตดั ส่วนประกอบของพืชชนิดหน่ึง ไดแ้ ก่ ราก ลาตน้ และใบ แลว้ แยกแต่ละ ส่วนประกอบ ใส่ในภาชนะ A B และ C ภาชนะละ 1 ชิ้น จากน้นั บนั ทึกผลสงั เกตลกั ษณะภายนอก และการทดสอบแป้ งดว้ ยสารละลายไอโอดีน ดงั ตาราง (O-NET) ส่วนประกอบ ผลการสังเกตลกั ษณะภายนอก ผลการทดสอบแป้ ง ในภาชนะ สี ขอ้ ปลอ้ ง และตา ปากใบ สีน้าตาลอ่อน พบ ไม่พบ เปล่ียนเป็ นสีน้ าเงินเขม้ A สีเขียว ไม่พบ พบ เปล่ียนเป็ นสีน้ าเงินเขม้ B สีขาว ไม่พบ ไม่พบ C ไม่เปล่ียนแปลง หากตอ้ งการวดั ส่วนประกอบท่ีมีโครงสร้างทาหนา้ ท่ีคายน้า และทาหนา้ ท่ีดูดน้าของพืช ควรเลือกส่วนประกอบในภาชนะใดมาวาด ตามลาดบั ก. A และ C ข. B และ A ค. B และ C ง. C และ B 132

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขที่............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ เลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งเพียงคาตอบเดียว  1.ขอ้ ใดไม่ถกู ตอ้ ง เกี่ยวกบั หนา้ ท่ีของใบไม้ ก. ใบไมข้ องพชื บางชนิด เช่น ควา่ ตายหงายเป็นสามารถทาหนา้ ที่ขยายพนั ธุไ์ ด้ ข. ใบไมท้ าหนา้ ท่ีหายใจโดยใชแ้ กส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ค. ใบไมท้ าหนา้ ท่ีสร้างอาหารหรือการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ง. ใบไมท้ าหนา้ ท่ีคายน้าส่วนเกินออกทางปากใบ 2. ใบของพืชชนิดใดที่ทาหนา้ ท่ีพเิ ศษในการดกั จบั แมลง ก. กระบองเพชร ข. หมอ้ ขา้ วหมอ้ แกงลิง ค. เศรษฐีพนั ลา้ น ง. วา่ นหางจระเข้ 3. ใบของพชื ชนิดใดท่ีทาหนา้ ท่ีพิเศษที่สามารถใชใ้ นการขยายพนั ธุ์ ก. กระบองเพชร ข. หมอ้ ขา้ วหมอ้ แกงลิง ค. เศรษฐีพนั ลา้ น ง. วา่ นหางจระเข้ 4. ปากใบ ทาหนา้ ท่ีคลา้ ยกบั อวยั วะส่วนใดของมนุษย์ ก. มือ ข. ตา ค. จมกู ง. ปาก 5. ปากใบทาหนา้ ที่อะไร ก. คายน้า ข. สร้างอาหาร ข. ดูดน้า ง. ยอ่ ยอาหาร 133

6. พชื คายน้าส่วนเกิน ออกทางบริเวณใด ก. ออกทางเปลือกไมใ้ นรูปของหยดน้า ข. ออกทางรากในรูปของหยดน้า ค. ระเหยออกทางตาของพืชในรูปของไอน้า ง. ระเหยออกทางปากใบในรูปของไอน้า 7. การหายใจของพืชเกิดข้ึนที่ส่วนใด ก. ไดท้ ุกส่วนของตน้ ไม้ ข. ปากใบ ค. เปลือกไม้ ง. ตาของตน้ ไม้ 8. พืชหายใจในช่วงเวลาใด ก. กลางวนั ข. กลางคืน ค. เฉพาะเวลาท่ีไม่มีแสง ง. ตลอดเวลา 9. ก๊าซใดท่ีพชื ใชใ้ นการหายใจ ก. ออกซิเจน ข. คาร์บอนไดออกไซด์ ค. ไนโตรเจน ง. อาร์กอน 10. เพราะเหตุใดจึงไม่ควรปลูกตน้ ไมไ้ วใ้ นหอ้ งนอน ก. เพราะในเวลากลางคืน พืชจะคายน้ามากกวา่ กลางวนั ข. เพราะในเวลากลางวนั พืชจะคายน้ามากกวา่ กลางคืน ค. เพราะในเวลากลางวนั พืชจะผลิตแก๊สคาร์ไดออกไซดม์ ากกวา่ กลางคืน ง. เพราะในเวลากลางคืน พชื จะผลิตแกส๊ คาร์ไดออกไซดม์ ากกวา่ กลางวนั 134

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ เลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งเพียงคาตอบเดียว  1. ใบไมเ้ ปรียบเสมือนหอ้ งใดภายในบา้ น ข. หอ้ งอาบน้า ก. หอ้ งครัว ง. หอ้ งนง่ั เล่น ค. หอ้ งนอน 2. ส่ิงใด ไม่ จาเป็นต่อการสร้างอาหารของพืช ก. แก๊สออกซิเจน ข. น้า ค. แสงแดด ง. คลอโรฟิ ลล์ 3. อาหารที่พืชสร้างข้ึนคร้ังแรกคืออะไร ก. แป้ ง ข. กรดอะมิโน ค. น้าตาลกลูโครส ง. น้าตาลซูโครส 4. อาหารที่พชื เกบ็ สะสมไว้ คือ ก. แป้ ง ข. กรดอะมิโน ค. น้าตาลกลโู ครส 5. สารใดในการทดสอบแป้ งที่พชื สร้างข้ึน ก. น้าแป้ งสุก ข. สารละลายไอโอดีน ค. สารละลายเบเนดิกต์ ง. เอทิลแอลกอฮอล์ 6. ส่ิงใดในใบไมท้ ่ีทาหนา้ ที่ดูดกลืนแสง เพ่อื นามาใชก้ ระบวนการสร้างอาหารของพชื ก. แกส๊ ออกซิเจน ข. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ค. คลอโรฟิ ลล์ ง. น้าตาล 135

7. วตั ถุดิบที่ใชใ้ นการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง ไดแ้ ก่ ก. น้า แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ คลอโรฟิ ลล์ ข. น้า แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ค. น้า แกส๊ ออกซิเจน คลอโรฟิ ลล์ ง. น้า แกส๊ ออกซิเจน 8. ผลผลิตของการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ไดแ้ ก่ ก. น้า แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ น้าตาล ข. น้า แกส๊ ออกซิเจน แป้ ง ค. น้า แกส๊ ออกซิเจน ง. น้า แก๊สออกซิเจน น้าตาล 9. ป่ าไมช้ ่วยบรรเทาปัญหาภาวะเรือนกระจกไดอ้ ยา่ งไร (O-NET) ก. ทาใหม้ ีไอน้าในบรรยากาศเพิ่มข้ึน ข. สะทอ้ นแสงอาทิตยอ์ อกไปจากโลก ค. ปล่อยแกส๊ ออกซิเจนออกสู่บรรยากาศ ง. ดูดซบั แก๊สคาร์บอนไดออกไซดใ์ นบรรยากาศ 136

10. นาพชื ชนิดเดียวกนั 2 ตน้ มาจดั ชุดการทดลอง ก และ ข จากน้นั เดด็ ใบสีเขียวท่ีมีขนาด และ อายเุ ท่ากนั จากการทดลองแต่ละชุด มาทดสอบดว้ ยสารละลายไอโอดีน ไดผ้ ลการทดสอบ เป็นดงั ภาพ (O-NET) สีน้าเงิน สีน้าตาล ชุดทดลองชุด ก ชุดทดลองชุด ข จากภาพผลการทดสอบเกิดจากการจดั ชุดการทดลองตามขอ้ ใด ก. ชุดการทดลอง ก และ ข ไวใ้ นท่ีมืด แต่ไม่ไดร้ ดน้าในชุดการทดลอง ข ข. ชุดการทดลอง ก และ ข ไวใ้ นที่มีแสง แต่ไม่ไดร้ ดน้าในชุดการทดลอง ก ค. การทดลอง ก ไวใ้ นที่มืด ชุดการทดลอง ข ไวใ้ นท่ีมีแสง และรดน้าท้งั สองชุดการทดลอง ง. ชุดการทดลอง ก ไวใ้ นท่ีมีแสง ชุดการทดลอง ข ไวใ้ นที่มืด รดน้าท้งั สองชุดการทดลอง 137

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ สารวจและทากิจกรรมสารวจส่วนประกอบของดอกไม้  ใหเ้ ดก็ ๆ นาส่วนประกอบของดอกไมท้ ี่เป็นของจริงติดดว้ ยเทปใสลงในช่องวา่ ง พร้อมระบุ ช่ือส่วนประกอบและอธิบายหนา้ ท่ีของแต่ละส่วนประกอบของดอกไม้ กลีบเล้ียง มีหนา้ ที่ .................................................................................................................... กลีบดอก มีหนา้ ท่ี ..................................................................................................................... เกสรเพศผู้ มีหนา้ ท่ี ................................................................................................................... เกสรเพศเมีย มีหนา้ ท่ี .............................................................................................................. 138

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ สารวจและทากิจกรรมสารวจส่วนประกอบของดอกไม้  ให้ เดก็ ๆ นาส่วนประกอบของดอกไมท้ ่ีเป็นของจริงติดลงใน พร้อมระบุส่วนประกอบของดอกไมล้ งใน ห่อหุม้ และป้ องกนั ดอกตูม มีสีสนั สวยงาม เอาไวล้ ่อแมลง สร้างเซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศผู้ สร้างเซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศเมีย (ไข่) 139

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ นาขอ้ ความดา้ นลา่ งเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง  กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรเพศผู้ อบั เรณู กา้ นชูอบั เรณู เกสรเพศเมีย ยอดเกสรเพศเมีย กา้ นเกสรเพศเมีย รังไข่ ออวลุ ส่วนประกอบของดอกไม้ 10 140

แบบฝึ กหดั ช่ือ .................................................................... ช้นั ...............................เลขท่ี............................ คะแนน..............  ใหเ้ ดก็ ๆ เลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งเพียงคาตอบเดียว  1. ดอกไมท้ าหนา้ ที่ท่ีสาคญั ต่อพืชอยา่ งไร ก. ช่วยล่อแมลงใหม้ าผสมเกสร ข. ทาหนา้ ท่ีในการสืบพนั ธุ์ ค. ช่วยในการคายน้า ง. แลกเปล่ียนแกส๊ 2. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ส่วนประกอบของดอกไม้ ก. กลีบดอก ข. ใบประดบั ค. เกสรเพศผู้ ง. เกสรเพศเมีย 3. ส่วนประกอบของดอกไม้ เรียงลาดบั จากดา้ นนอกเขา้ มาดา้ นในสุด ก. กลีบดอก ใบประดบั เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย ข. กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้ ค. เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้ กลีบดอก ใบประดบั ง. กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย 4. ส่วนใดของพชื ดอกที่อยชู่ ้นั ในสุด ก. เกสรเพศผู้ ข. กลีบเล้ียง ค. กลีบดอก ง. เกสรเพศเมีย 5. พืชในขอ้ ใดใชด้ อกในการขยายพนั ธุ์ ก. เฟิ ร์น ข. มอส ค. ฟักทอง ง. ชายผา้ สีดา 141

จากภาพจงใชใ้ นการตอบคาถาม ขอ้ 6 – 9 ข ก ง ค 6. ส่วนประกอบใดที่ห่อหุม้ ดอกขณะท่ียงั ตูมอยู่ ก. ก ข. ข ค. ค ง. ง 7. ตวั อกั ษรใดมีสีสันสวยงาม ช่วยดึงดูดสตั วใ์ หเ้ ขา้ มาถ่ายละอองเรณู ก. ก เกสรเพศเมีย ข. ข เกสรเพศผู้ ค. ค กลีบดอก ง. กลีบเล้ียง 8. ส่วนประกอบใดเก่ียวขอ้ งกบั การสืบพนั ธุข์ องดอกไม้ ก. ก และ ข ข. ข และ ค ค. ค และ ง ง. ก และ ง 9. ส่วนใดมีลกั ษณะเป็นผง หรือละอองสีเหลืองจานวนมาก ก. ก ข. ข ค. ค ง. ง 142

10. พจิ ารณาภาพส่วนประกอบของดอกไม้ แลว้ ตอบคาถาม (O-NET) เซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศเมียอยทู่ ี่ส่วนใด ค. C ง. D ก. A ข. B 143

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... คะแนน.............. ช้นั ...............................เลขท่ี............................  ใหเ้ ดก็ ๆ ตอบคาถามใหค้ รบถว้ นสมบูรณ์  1. เพราะเหตุใด จึงจดั ใหต้ ุ่นปากเป็ด และตวั กินมดหนาม อยใู่ นกลุ่มของสตั วเ์ ล้ียงลกู ดว้ ยน้านม ใหอ้ ธิบายถึงความแตกต่างและความเหมือนจากสตั วช์ นิดอื่นในกลุ่ม .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... 2. เพราะเหตุใด จึงไม่จดั ใหค้ า้ งคาวอยใู่ นกลุ่มเดียวกบั นกอินทรี .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... .................................................................................... 144

แบบฝึ กหดั ชื่อ .................................................................... คะแนน.............. ช้นั ...............................เลขท่ี............................  ให้เดก็ ๆ เลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งเพียงคาตอบเดียวนะ  1. ลกั ษณะท่ีเหมือนกนั ของ เห็ด ผกั บุง้ กระต่าย ก. การตอบสนอง การสร้างอาหาร การสืบพนั ธุ์ ข. การหายใจ การสืบพนั ธุ์ การสร้างอาหาร ค. การสืบพนั ธุ์ การเคลื่อนท่ี การสร้างอาหาร ง. การเจริญเติบโต การหายใจ การสืบพนั ธุ์ 2. สิ่งใดท่ีใชใ้ นการจาแนกระหวา่ ง เห็ด และ ผกั บุง้ ใหอ้ ยคู่ นละประเภท ก. การเคลื่อนไหว ข. การหายใจ ค. การเจริญเติบโต ง. การสร้างอาหาร 3. หากเราใชเ้ กณฑใ์ นการจดั จาแนกส่ิงมีชีวติ ใหอ้ ยใู่ นกลุ่มเดียวกนั คือ การเคลื่อนท่ี ขอ้ ใดถูกตอ้ ง ก. เห็ด เฟิ ร์น กหุ ลาบ ข. กบ กหุ ลาบ รา ค. กงุ้ กบ ขา้ ว ง. เสือ เห็ด ผกั กาด 145

4. ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง เก่ียวกบั ลกั ษณะของตน้ ขา้ ว ก. พืชใบเล้ียงคู่ มีใบเล้ียง 2 ใบ ข. พชื ใบเล้ียงคู่ ระบบรากแกว้ ค. พืชใบเล้ียงเดี่ยว เส้นใบขนานกนั ง. พืชใบเล้ียงเด่ียว ท่อลาเลียงเรียงตวั อยา่ งเป็นระเบียบ 5. ด.ช.เป็นปล้ืม จาแนกพืชออกเป็น 2 กลุ่ม ดงั น้ี กลุ่มท่ี 1 ไดแ้ ก่ มะลิ กหุ ลาบ ทานตะวนั ตน้ มะม่วง กลุ่มที่ 2 ไดแ้ ก่ มอส เฟิ ร์น ตน้ สน ชายผา้ สีดา อยากทราบวา่ ด.ช.เป็นปล้ืมใชเ้ กณฑใ์ ดในการจดั กลุ่มพชื ก. พืชดอก พืชไม่มีดอก ข. พชื ใบเล้ียง ใบเล้ียงคู่ ค. พชื ใบเล้ียงเด่ียว พชื ไมม่ ีดอก ง. พืชมีดอก พชื ใบเล้ียงเดี่ยว 6. พชื ในขอ้ ใด ไม่สามารถสร้างดอกไดต้ ลอดชีวติ ก. ตน้ สน ปรง คะนา้ ข. ชายผา้ สีดา ผกั บุง้ ตน้ สม้ ค. มอส เฟิ ร์น จอกหูหนู ง. มะเขือ ขา้ ว แครอท 146

7. ตดั ส่วนประกอบของพชื ชนิดหน่ึง ไดแ้ ก่ ราก ลาตน้ และใบ แลว้ แยกแต่ละ ส่วนประกอบ ใส่ในภาชนะ A B และ C ภาชนะละ 1 ชิ้น จากน้นั บนั ทึกผลสงั เกต ลกั ษณะภายนอก และการทดสอบแป้ งดว้ ยสารละลายไอโอดีน ดงั ตาราง (O-NET) ส่วนประกอบ ผลการสังเกตลกั ษณะภายนอก ผลการทดสอบแป้ ง ในภาชนะ สี ขอ้ ปลอ้ ง และตา ปากใบ สีน้าตาลอ่อน พบ ไม่พบ เปล่ียนเป็ นสีน้ าเงินเขม้ A สีเขียว ไม่พบ พบ เปล่ียนเป็ นสีน้ าเงินเขม้ B สีขาว ไม่พบ ไม่พบ C ไม่เปล่ียนแปลง หากตอ้ งการวดั ส่วนประกอบท่ีมีโครงสร้างทาหนา้ ที่คายน้า และทาหนา้ ท่ีดูดน้าของพืช ควรเลือกส่วนประกอบในภาชนะใดมาวาด ตามลาดบั 1. A และ C 2. B และ A 3. B และ C 4. C และ B 147

ตาราง ลกั ษณะที่สังเกตไดข้ องสัตว์ 4 ชนิด สตั ว์ ลกั ษณะที่สังเกตได้ อาหารท่ีกิน โครงสร้างของสัตว์ แมลง A มีกระดูกเป็นขอ้ ๆ แมลง เรียงต่อกนั เป็นแนวยาวอยกู่ ลางหลงั ซากสิ่งมีชีวติ B ไม่มีกระดูก มีขาต่อกนั เป็นขอ้ ๆ พืช C ไม่มีกระดูก D มีกระดูกเป็นขอ้ ๆ เรียงต่อกนั เป็นแนวยาวอยกู่ ลางหลงั 8. จากตาราง สตั วช์ นิด B และ D น่าจะเป็นสัตวช์ นิดใด ตามลาดบั ก. แมลงปอ ผเี ส้ือ ข. กบ ควาย ค. นก มา้ ลาย ง. ตก๊ั แตน ววั 148

9. การศึกษาลกั ษณะภายในและภายนอกของตวั อยา่ งสตั วม์ ีกระดูกสันหลงั 4 ชนิดไดข้ อ้ มลู ดงั ตาราง (O-NET) ชนิดของ ลกั ษณะภายในและภายนอก สตั ว์ อวยั วะท่ีใชห้ ายใจ การออกลูก ผวิ หนงั ปกคลุมลาตวั A (ตวั เตม็ วยั ) B C ปอดและผวิ หนงั เป็นไข่มีวนุ้ ใสหุม้ เรียบ D ปอด เป็นตวั เรียบ ปอด เป็นไข่มีเปลือกแขง็ หุม้ มีเกลด็ เหงือก เป็นตวั มีเกลด็ “โรคพิษสุนขั บา้ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงมกั พบไดใ้ นสัตวเ์ ล้ียงลูกดว้ ยน้านม” จากขอ้ มลู สัตวช์ นิดใดเสี่ยงต่อการเป็นโรคพษิ สุนขั บา้ ก. ชนิด A ข. ชนิด B ค. ชนิด C ง. ชนิด D 149

10. ขอ้ มูลแสดงลกั ษณะภายในและภายนอกของสตั วม์ ีกระดูกสนั หลงั 4 ชนิด เป็นดงั ตาราง (O-NET) ชนิดของ ลกั ษณะภายในและภายนอก สัตว์ อวยั วะท่ีใชห้ ายใจ การออกลกู ผวิ หนงั A (ตวั เตม็ วยั ) ปกคลุมลาตวั B C ปอดและผวิ หนงั เป็นไข่มีวนุ้ ใสหุม้ เรียบ D มีขนเป็ นแผง ปอด เป็นไข่มีเปลือกแขง็ หุม้ มีเกลด็ เหงือก เป็นไข่มีวนุ้ ใสหุม้ มีเกลด็ ปอด เป็นไข่มีเปลือกแขง็ หุม้ อุณหภูมิในร่างกายของสตั วช์ นิดใดไม่เปล่ียนแปลงตามสภาพแวดลอ้ ม ก. A ข. B ค. C ง. D 150


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook