Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(อยุธยา-ร3)

ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(อยุธยา-ร3)

Published by jew.lengsiya.jew, 2019-06-16 03:53:07

Description: ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(อยุธยา-ร3)

Search

Read the Text Version

ชาติตะวนั ตก

สาเหตุของการเข้ามาของชาตติ ะวนั ตก • ปัจจยั ที่ทาให้ตะวนั เข้ามาตดิ ตอ่ กบั อยธุ ยา • 1. สภาพภมู ศิ าสตร์เหมาะสม เป็นศนู ยืกลางการติดตอ่ ค้าขายระหวา่ งชายฝ่ังทะเล และยงั สามารถใช้ เส้นทางทางบกจากเมอื งมะริดมายงั อา่ วไทยได้ • 2. อยธุ ยามีสนิ ค้าที่ตา่ งชาตติ ้องการ เช่น เคร่ืองเทศ หนงั สตั วื ของป่ า ดีบกุ เป็นต้น • 3. อยธุ ยาให้เสรีภาทางศาสนา ทาให้ชาตติ ะวนั ตกที่เข้ามาค้าขาย ต้องการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ควบคกู่ ารค้า

โปรตุเกส • โปรตุเกสเป็ นชาวยุโรปชาตแิ รกท่เี ข้ามาตดิ ต่อกับอยุธยาในช่วง พทุ ธ ศตวรรษท่ี 21 โดยมีจุดมุ่งหมายสาคัญ คอื ต้องการผลประโยชน์ทางการค้าและเผยแผ่ศาสนา • ตรงกบั สมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดที ่ี 2 ของไทย หลังจากโปรตุเกสยดึ ครอง มะละกาได้ส่งทตู เข้ามาเจริญพระราชไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2054

• ความสมั พนั ธ์ทางการทตู และการค้าของสองประเทศได้เริ่มขนึ ้ อยา่ งเป็นทางการและดาเนนิ ไป ด้วยดี โปรตเุ กสได้รับอนญุ าตให้ค้าขายได้ที่กรุงศรีอยธุ ยา ปัตตานี นครศรีธรรมราช และมะริด

• โปรตุเกสขายปื นและอาวุธสงครามให้แก่อยุธยาเป็ นการแลกเปล่ยี นกบั สทิ ธิ ในการค้า • ชุมชนชาวโปรตุเกสได้กลายเป็ นชุมชนขนาดใหญ่ ประกอบด้วย บาทหลวง พ่อค้า และทหารรับจ้าง เหล่านีร้ ับราชการในราชสานักอยุธยา • ได้รับอนุญาตให้ตงั้ บ้านเรือนในอยุธยาได้ บาทหลวงชาวโปรตุเกสยังได้ สร้างโบสถ์บนพนื้ ท่ี ซ่งึ เป็ นท่ตี งั้ ของหมู่บ้านโปรตุเกส • **จัดเป็ นหมุ่บ้านชาวตะวันตกแห่งแรกในอยุธยา****

หม่บู า้ นโปรตุเกสในอยธุ ยา

• โปรตุเกสนาวทิ ยาการมาสู่อยุธยา ได้แก่ การทาปื นไฟ การสร้างป้ อม ต่อต้านปื นไฟ ยุทธวธิ ีการรบแบบใหม่ การทาขผี้ งึ้ รักษาแผล ขนมฝอยทอง ขนมฝร่ัง เป็ นต้น

อาวธุ ปื น สินคา้ จากชาติตะวนั ตก

ขนมฝร่ังกฎุ ีจีน

ขนมท่ีไดร้ ับอิทธิพลจากโปรตุเกส

การยตุ ิบทบาทของโปรตุเกสในอยธุ ยา •จากการค้าขายระหว่างโปรตุเกสกบั อยุธยาทาให้เมอื งลสิ บอน เป็ นศูนย์กลางการค้าเคร่ืองเทศและพริกไทยในยุโรปนาน เกอื นศตวรรษ •แต่เม่ือโปรตุเกสขดั แย้งกบั ฮอลันดา (โปรตเุ กสไม่ยอมให้ ฮอลันดาซอื้ เคร่ืองเทศในลิสบอน ทาให้ฮอลันดาต้องเดนิ ทาง มาหาแหล่งเคร่ืองเทศเอง)

สเปน • ชาวสเปนสามารถตงั้ ม่ันอย่ทู ่เี มืองมะนิลาในหมู่เกาะฟิ ลิปปิ นส์ ผู้สาเร็จ ราชการสเปนท่กี รุงมะนิลา • ส่งคณะทตู เข้าตดิ ต่อกับกรุง-ศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2141 ในสมัยสมเดจ็ พระ นเรศวรมหาราช • แต่สัมพนั ธภาพระหว่างไทยกับสเปนไม่ได้ราบร่ืนและขาดความ ต่อเน่ือง เน่ืองจากสเปนสนับสนุนให้เขมรซ่งึ เป็ นประเทศราชของไทยเป็ น อิสระจากอยุธยา โดยหวังจะใช้เป็ นศนู ย์กลางการค้าและเป็ นแหล่งเผยแผ่ คริสต์ศาสนาจงึ บาดหมางกับไทย

• ใน พ.ศ. 2167 สมยั สมเดจ็ พระเจ้าทรงธรรม ไทยกบั สเปนขดั แย้งกนั เน่ืองจาก สเปนและโปรตเุ กสได้ยดึ เรือสนิ ค้าของฮอลันดาในแม่นา้ เจ้าพระยา • สมเดจ็ พระเจ้าทรงธรรมทรงบงั คบั ให้โปรตุเกสคืนเรือแก่ฮอลันดา ทาให้ โปรตุเกสขณะนัน้ รวมประเทศกบั สเปนประกาศสงครามกบั อยุธยา • แต่สงครามกไ็ ม่ได้เกดิ ขนึ้ ทาให้ความสัมพันธ์กับสเปนจงึ เส่ือมลง และขาดการ ตดิ ต่อกนั ไปประมาณ 60 ปี

• สเปนจงึ กลับเข้ามาตดิ ต่ออีกครัง้ ในแผ่นดนิ สมเดจ็ พระนารายณ์ มหาราช แต่ความสัมพนั ธ์ยังคงไม่ราบร่ืนเช่นเคยเพราะสเปน มุ่งเน้นเผยแพร่ศาสนาคริสต์เป็ นสาคัญ

• สเปนส่งคณะทตู มายงั กรุงศรีอยุธยาอกี ครัง้ ครัง้ หน่ึงใ พ.ศ. 2261สมัยสมเดจ็ พระสรรเพชญ์ท่ี 9 ( พระเจ้าท้ายสระ ) แต่สัมพนั ธภาพไม่ได้พฒั นาไป มากกว่านัน้ • ชาวสเปนไม่ได้ตงั้ รกรากในกรุงศรีอยุธยาจงึ ไม่ได้มีอทิ ธิพลทางวฒั นธรรม หลงเหลือให้เหน็ เด่นชัด



ฮอลนั ดา • อิทธพิ ลทางการค้าของโปรตุเกสในเอเชียลดน้อยลงไปอย่างมาก • เน่ืองจากประเทศโปรตุเกสถูกประเทศสเปนยดึ ครองระหว่าง พ.ศ. 2123 จนถงึ พ.ศ.2183 • ทาให้ฮอลันดาและองั กฤษได้ก่อตงั้ บริษัทอินเดียตะวนั ออกของตน ขนึ้ เพ่อื ผูกขาดการค้าในแถบตะวันออก



• บริษัทอนิ เดยี ตะวนั ออกของฮอลันดาหรือ บริษัทVOC • รับมอบเอกสทิ ธ์ิในการเจรจาทางการค้ากบั เจ้าผู้ปกครองชาวพนื้ เมือง ต่างๆ และมีกองทหารและกองเรือรบเพ่อื คุ้มครองผลประโยชน์ทางการค้า ในท่สี ุดฮอลันดาสามารถตงั้ สถานีการค้าขนั้ ท่เี มืองปัตตาเวยี เพ่อื เป็ น ศูนย์กลางการดาเนินการค้าในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกทงั้ หมด

• ฮอลันดาเข้าตดิ ต่อกบั กรุงศรีอยุธยาครัง้ แรกใน พ.ศ. 2147ซ่งึ เป็ นปลายสมัย สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ความสัมพนั ธ์ระหว่างไทยกับฮอลันดาได้เกดิ ขนึ้ เป็ นครัง้ แรกในสมัยรัชกาลนี้ • ครัน้ ถงึ สมยั สมเดจ็ พระเอกาทศรถเป็ นสมัยท่วี ่างเว้นจากสงคราม จงึ มีความ เจริญเตบิ โตทางการค้ามาก • จุดมุ่งหมายสาคญั ของฮอลันดา คอื ต้องการซอื้ สินค้าจากจีนและหาช่องทาง เข้าไปค้าขายในประเทศจีน โดยอาศยั เรือสาเภาของไทย

• แตไ่ ทยยินดีต้อนรับเฉพาะเรื่องทีช่ าวฮอลนั ดาจะเข้ามาค้าขายเทา่ นนั้ ดงั นนั้ บริษัทอนิ เดียตะวนั ออกของ ฮอลนั ดาจงึ ผิดหวงั ทไ่ี มส่ ามารถอาศยั เร่ือสาเภาของอยธุ ยาเข้าไปค้าขายยงั ประเทศจีนได้ แตฮ่ อลนั ดากย็ งั สนใจที่อยหู่ าลทู่ างการค้าที่กรุงศรี-อยธุ ยาตอ่ ไป ทงั้ นีเ้น่ืองจากอยธุ ยามีสินค้ามากมายทงั้ สนิ ค้าประเภท ของป่ าและธญั ญาหาร เชน่ ไม้ยาง ไม้กฤษณา ดีบกุ หนงั สตั ว์ นา้ มนั มะพร้าว และข้าว ชาวฮฮลนั ดาจงึ เหน็ ประโยชน์จากการเข้ามาค้าขายที่กรุงศรีอยธุ ยา และตงั้ สถานีการค้าท่ีกรุงศรีอยธุ ยาระหวา่ ง พ.ศ. 2151-2308

• ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบริษัทอินเดียตะวนั ออกของฮอลนั ดา( VOC )กบั ราชสานกั อยธุ ยาในปลาย พทุ ธ- ศตวรรษท่ี 22 รุ่งเรืองมาก คณะทตู ไทยเดินทางไปกรุงเฮก ถวายพระราชสาสน์แดก่ ษัตริย์ฮอลนั ดาใน พ.ศ. 2151 นบั เป็นคณะทตู ไทยชดุ แรกท่ีเดินทางไปถงึ ทวีปยโุ รปของฮอลนั ดา • ทาให้เกิดขดั แย้งกบั ผลประโยชน์และระบบการค้าผกู ขาดพระคลงั สนิ ค้าของอยธุ ยา • หลายครัง้ ท่ีฮอลนั ดาขอสทิ ธิผกู ขาดในการสง่ สนิ ค้าออก เช่น หนงั กวาง ดีบกุ แตม่ กั จะไมม่ ีผลในทาง ปฏิบตั ทิ าให้ฮอลนั ดาไมพ่ อใจ บางครัง้ เกิดกรณีการขดั แย้งกนั จนถงึ ขนั้ ฮอลนั ดานากองเรือปิ ดปากแมน่ า้ เจ้าพระยา แตเ่ มื่อความขดั แย้งสนิ ้ สดุ ลงบริษัทอนิ เดียตะวนั ออกของฮอลนั ดาก็ทาการค้ากบั อยธุ ยาตอ่ ไป

• ในชว่ งพทุ ธศตวรรษท่ี 23 การค้าของฮอลนั ดาท่ีกรุงศรีอยธุ ยาคอ่ ยๆ ลดความสาคญั ลง เพราะมีอปุ สรรค นานาประการ เชน่ การเปลย่ี นแปลงนโยบายการค้าและการตา่ งประเทศของพระมหากษัตริย์อยธุ ยา และ ความผนั ผวนทางการเมืองในราชสานกั ประกอบกบั สภาวการณ์ทางการค้าในยโุ รปและเอเชียตะวนั ออก เปล่ยี นแปลง สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทอินเดียตะวนั ออกของฮอลนั ดาไมอ่ านวยและมี ปัญหา ฮอลนั ดาจงึ คอ่ ยๆ ถอนตวั จากการค้าท่ีกรุงศรีอยธุ ยา

• บริษัทดชั อินเดียตะวนั ออกของฮอลนั ดาได้เข้ามาทาการค้ากบั อยธุ ยา เมื่อ พ.ศ. 2147 ซง่ึ เป็นปลายสมยั สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ความสมั พนั ธ์ระหว่างไทยกบั ฮอลนั ดาได้เกิดขนึ ้ เป็นครัง้ แรกในสมยั รัชกาลนี ้ครัง้ ถงึ สมยั สดเด็จพระเอกาทศรถเป็นสมยั ท่ีว่างเว้นจากสงคราม จงึ มีความเจริญเตบิ โตทางการค้ามาก • ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าประสาททองพระองค์ต้องใช้จ่ายเงนิ มากในการปราบปรามพวกกบฏและทาสงคราม ดงั นนั้ พระองค์จงึ ต้องหาเงนิ มาเพม่ิ โดยการขยายการ ควบคมุ สนิ ค้าต้องห้ามออกไปจากเดมิ คือ ขยายไปยงั สนิ ค้าอ่ืนๆอีกหลายประเภทเชน่ ผ้าให้เป้ นสนิ ค้าต้องห้ามประเภทขาเข้าซงึ่ เดมิ มีแตเ่ ครื่องศาสตราวธุ ส่วนสนิ ค้า ขาออกต้องห้าม กาหนด ดนิ ประสวิ ฝาง หมากสง หนงั สตั ว์ เนือ้ ไม้ ช้าง และงาช้าง เหลา่ นีเ้ป็นสินค้าท่ีเพม่ิ เติมขนึ ้ ในสมยั นี ้ • ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ฯ อยธุ ยาได้ทาสญั ญากบั ฮอลนั ดา เมื่อวนั ท่ี 22 สงิ หาคม พ.ศ. 2207 ใจความสาคญั ในสญั ญามีวา่ ประเทศคสู่ ญั ญารับจะดาเนินการ เชพา่ือวใดหชั ้มจีสะมัไดพ้รนัับธส์ไิทมธติ์ทรีาองนั กดาีตรอ่คก้านโั ดรยะเหสวร่าีทงว่ั สรอางชปอราะณเทาศจสกั ืบรไไทปยสโดมยเดช็จาพวดระชั นจาะรจาา่ ยยณภา์ฯษจีะอตา้กอรงใทหร้ตงลางมโอทตั ษรอายท่าี่กงาหหนนกั ดแกน่ผอ้ทูกี่เจปา็นกอนปุนั้ สกรารรคซขือ้ ดัขขาวยาหงนกงัากรดวาางเหนนนิ งังวาวันแขลอะงขบอรงิษปัท่ าเป็น เร่ืองของบริษัทแตเ่ พียงผ้เู ดียว • จากสญั ญาฉบบั นีท้ าให้ชาวฮอลนั ดาสามารถตดิ ตอ่ ค้าขายกบั ราษฎรโดยตรง จงึ ทาให้ฮอลนั ดากลายเป็นผ้ผู กู ขาดทางการค้าในอยธุ ยาและตะวนั ออกไกลแต่เพียงผู้ เดียว ตอ่ มาฮอลนั ดาต่อมาฮอลนั ดาได้สิทธิผกู ขาดไม้กระลาพกั และรังนก ฮอลนั ดาเร่ิมมีอานาจมากขนึ ้ และมกั แสดงท่าทีคมุ อานาจดงั เช่นสมยั พระเจ้าประสาททอง เรือ ทฮอาลงกนั าดราศ2าลลขาอทงาไกทายรตปิาดมอสา่ วญั เมญือางทต่ีไะทนยาทวาศกรบีั เปฮ็อนลเวนั ลดาา2นเนัด้ ตือลุนาเกพาอื่ รคไทอยยจขะดั ไขมวม่ าีสงมทิ ใิธหิท้เ่ีจรือะคพ้าจิ ขาารยณขาอพงิพชาาวกตษ่าางเปป้ รนะกเทารศเอสื่นียสๆเิทขธ้าิสแภลาะพออนกอจกาอกาเณมือางเขตตะขนอางวไศทรยี เนป้อนกคจราัง้ กแนรกนั้ เหตทุ ี่ไทยต้องยอมลงนามในสญั ญาเพราะฮอลนั ดาใช้เรือรบเข้ามาปิดอ่าวไทย เม่ือฮอลนั ดามีอานาจมากขนึ ้ สมเด็จพระนารายณ์ฯจงึ เร่ิมหนั ไปสร้างความสมั พนั ธ์ไมตรี กบั ฝรั่งเศส และองั กฤษเพอ่ื ถ่วงดลุ ย์อานาจฮอลนั ดา ไม่ให้ฮอลนั ดากระทารุนแรงกบั ไทย • ปลายรัชกาลสมเดจ็ พระนารายณ์ฯความสมั พนั ธ์ระหว่างอยธุ ยากบั ฮอลนั ดาเร่ิมเส่ือมลง ทงั้ นีเ้พราะไทยเริ่มตดิ ต่อกบั ประเทศฝรั่งเศสอยา่ งจริงจงั มากขนึ ้

องั กฤษ • อยธุ ยาเร่ิมมีความสมั พนั ธ์ทางการค้ากบั บริษัทอนิ เดียตะวนั ออกขององั กฤษ ในสมยั สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม • การค้าขององั กฤษท่ีกรุงศรีอยธุ ยาไมส่ มความคาดหมายเพราะชาวฮอลนั ดาคอยกีดขวางด้วยประการตา่ งๆ • จนถงึ กบั การทะเลาะวิวาทกนั เนืองๆ ความยากลาบากอีกประการหนง่ึ ของพอ่ ค้าองั กฤษคือมีเรือองั กฤษ น้อยลาเข้ามายงั อยธุ ยา

• บริษัทองั กฤษอนิ เดียตะวนั ออกไมม่ ีตวั แทนการค้าของบริษัทอยใู่ นอยธุ ยาเป็นเวลาถงึ 35 ปี จนถงึ พ.ศ. 2202 ญวนยกกกองทพั เข้าตีเขมร ห้างของบริษัทองั กฤษท่ีเขมรถกู พวกญวนเข้าปล้นและพวกพอ่ ค้าองั กฤษ ถกู จบั • พวกพอ่ ค้าองั กฤษท่ีหนีได้กล็ งเรือเดนิ ทางเข้ามายงั อยธุ ยา สมเด็จพระนารายณ์ฯก็ให้การต้อนรับเป็นอยา่ งดี และจะได้รับสทิ ธิพิเศษตา่ งๆในการค้าขาย • ดงั นนั้ องั กฤษจงึ ได้เข้ามาค้าขายในกรุงศรีอยธุ ยาอกี ครัง้ หนง่ึ ใน พ.ศ. 2204 พระราโชบายของสมเด็จพระ นารายณ์ต้องการให้ไทยหลดุ พ้นจากอทิ ธิพลทางเศรษฐกิจของฮอลนั ดา โดยหวงั จะดงึ องั กฤษและฝรั่งเศส เข้ามาค้าขายเพอ่ื ถ่วงดลุ อานาจฮอลนั ดา ทาให้ฮอลนั ดาไมพ่ อใจจงึ เรียกร้องสทิ ธิทางการค้ามากขนึ ้

• เม่ือองั กฤษเปิ ดห้างค้าขายในอยธุ ยาอีกครัง้ การค้าของพอ่ ค้าองั กฤษก็ยงั คงประสบกบั ความยากลาบาก เพราะเจ้าพระยาพระคลงั เม่ือซือ้ สนิ ค้าไปแล้ว • ตอ่ มาเมื่อทราบวา่ จะขายสนิ ค้าเหลา่ นนั้ ไมไ่ ด้กาไรก็คืนสนิ ค้าตอ่ พอ่ ค้าองั กฤษ การกระทาเช่นนีท้ าให้พอ่ ค้า ชาวองั กฤษท้อใจมาก • หลงั จากท่ีองั กฤษพยายามเข้ามาทาการค้าขายกบั อยธุ ยาหลายครัง้ แตไ่ มป่ ระสบความสาเร็จจนในทีส่ ดุ การติดตอ่ ค้าขายระหวา่ งอยธุ ยากบั องั กฤษก็ยตุ ลิ ง และจะเริ่มใหมอ่ ยา่ งจริงจงั อกี ครัง้ ในสมยั รัตนโกสินทร์ ตอนต้น

ฝร่ังเศส • ฝร่ังเศสเข้ามาติดตอ่ กบั กรุงศรีอยธุ ยาในช่วงพธุ ศตวรรษท่ี 23 หลงั ชาวยโุ รปชาตอิ ื่นๆ ความสมั พนั ธ์กบั ฝร่ังเศสเป็นระยะเวลาคอ่ นข้างสนั้ เฉพาะในสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราชเทา่ นนั้

• สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราชทรงให้การต้อนรับคณะบาทหลวงชาวฝร่ังเศสเป็นอยา่ งดี นอกจากจะ เผยแพร่คริสต์ศาสนาแล้ว พวกบาทหลวงยงั ทาหน้าท่ีเป็นตวั กลางระหวา่ งรัฐบาลของพระเจ้าหลยุ ส์ ที่ 14 กบั ราชสานกั อยธุ ยา พอ่ ค้าฝร่ังเศสได้รับอนญุ าตให้เข้ามาทาการค้าที่กรุงศรีอยธุ ยา หลงั จากนนั้ ทงั้ สองฝ่ ายได้แลกเปลย่ี นคณะทตู ระหวา่ งกนั คณะทตู ของฝรั่งเศสชดุ แรกเข้ามาใน พ.ศ. 2228 โดยมีเชอ วาเลยี เดอ โชมอง เป็นราชทตู คณะทตู ชดุ ที่ 2 เข้ามาใน พ.ศ. 2230 มีลาลแู บร์ เป็นราชทตู สว่ น คณะทตู ของไทยทเ่ี ดนิ ทางไปถงึ ฝรั่งเศสและมีช่ือเสยี งเป็นทเ่ี ล่ืองลือคือคณะทตู ท่ีมี พระวิสทุ ธสนุ ทร ( โกษา ปาน ) เป็นราชทตู ได้เดินทางไปฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2229

• จดุ มงุ่ หมายหลกั ของฝรั่งเศสอยทู่ ่ีการตดิ ตอ่ การค้ากบั ไทย และพยายามโน้มน้าวให้สมเด็จพระนารายณ์ มหาราชและคนไทยยอมรับนบั ถือคริสต์ศาสนานิการโรมนั คาทอลกิ แตฝ่ ่ ายไทยให้ความสนใจในเร่ือง การค้าและความสมั พนั ธ์ทางการทตู มากกวา่ ทงั้ นีก้ ็เพื่อถว่ งดลุ อานาจของฮอลนั ดา เน่ืองจากฮอลนั ดาไม่ ใจระบบการผกู ขาดสนิ ค้าของกรุงศรีอยธุ ยา จงึ มีทา่ ทีแข็งกร้าวตอ่ กรุงศรีอยธุ ยา

• ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสองประเทศเกิดความสบั สนขนึ ้ เมื่อคอนสแตนตนิ ฟอลคอน ชาวกรีกของบริษัท อนิ เดยี ตะวนั ออกขององั กฤษ ได้รับตาแหนง่ เป็นเสนาบดีมีบรรดาศกั ด์เิ ป็นออกญาวิไชเยนทร์และเป็นคน ใกล้ชิดของสมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช ได้ใช้อทิ ธิพลท่ีมีอยใู่ นราชสานกั สนบั สนนุ ให้กองทหารฝรั่งเศสเข้า มาประจาการที่บางกอกและมะริด เพ่ือป้ องกนั การกอ่ กบฏของขนุ นางไทย ขณะเดียวกนั กเ็ ป็นเคร่ืองคา้ ประกนั ผลประโยชน์และอิทธิพลในราช-สานกั ของฟอลคอนให้มนั่ คงด้วย



เจ้าพระยาวชิ าเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) • เป็นนกั ผจญภยั ชาวกรีก ผ้กู ลายมาเป็นสมหุ นายก ในสมยั พระนารายณ์ในสมยั อยธุ ยา

• ในปลายสมยั สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ขนุ นางไทยรวมตวั กนั ตอ่ ต้านฟอลคอนและฝร่ังเศส • ขณะทสี่ มเดจ็ พระนารายณ์มหาราชประชวร เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง โดยพระเพทราชาหวั หน้าขนุ นางไทยได้เข้ายดึ อานาจการปกครอง ฟอลคอนถกู ประหาร กองทหารฝรั่งเศสถกู ล้อมท่ีป้ อมเมือง บางกอก และถกู ขบั ไลอ่ อกไปใน พ.ศ. 2231

ป้ อมวไิ ชยเยนต์ หรือป้ อมวไิ ชยประสิทธ์ิในปัจจุบนั

• ความสมั พนั ธ์กบั ฝรั่งเศสหยดุ ชะงกั ไปเป็นเวลา 15 ปี จงึ ได้เร่ิมมีการติดตอ่ กนั อีกครัง้ แตค่ วามสมั พนั ธ์มไิ ด้ ก้าวหน้านกั เพราะอยธุ ยาระมดั ระวงั ในการติดต่อกบั ตา่ งประเทศมากขนึ ้ ขณะทีฝ่ รั่งเศสต้องทาสงคราม ในยโุ รป อยา่ งไรก็ตาม คณะบาทหลวงชาวฝรั่งเศสกย็ งั คงเผยแผค่ ริสต์ศาสนาที่กรุงศรีอยธุ ยา จนสนิ ้ สดุ สมยั อยธุ ยา

• ความสมั พนั ธ์กบั ฝรั่งเศสไมไ่ ด้มีผลเฉพาะทางด้านการค้าและการเมืองเทา่ นนั้ แตศ่ ลิ ปวทิ ยาด้านตา่ งๆ ของ ฝรั่งเศสได้เผยแผใ่ นอยธุ ยาด้วย โดยเฉพาะด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมวิศวกร ชาวฝร่ังเศสเป็น ผ้อู อกแบบพระราชวงั ตกึ เลยี ้ งรับรองแขกเมอื ง บ้านหลวงรับราชทตู ท่ีลพบรุ ี สร้างและซอ่ มแซมป้ อมตา่ งๆ ทงั้ ทล่ี พบรุ ีและบางกอกให้ได้มาตรฐานชองตะวนั ตก สว่ นทางด้านการทหาร นายทหารฝร่ังเศสได้เข้ามา ฝึกกองทหารแบบยโุ รป ขณะเดียวกนั บาทหลวงฝรั่งเศสไดมีบทบาททางการใช้เครื่องมือดาราศาสตร์ เช่น กล้องสอ่ งดดู าวแก่กลมุ่ เจ้านายน้อย ถงึ กบั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอดดู าวขนึ ้ ที่ ลพบรุ ี นอกจากนีย้ งั มีแพทย์ชาวฝร่ังเศสซงึ่ เข้ามารับราชการเป็นแพทย์หลวง ได้รักษาคนป่ วยด้านการ ผา่ ตดั

• เม่ือขนุ นางและข้าราชการไทยได้ปลกุ ระดมราษฎรให้ตอ่ ต้านอิทธิพลของฝรั่งเศสในราชสานกั อยา่ ง รุนแรง ราชสานกั อยธุ ยาจงึ มีความระมดั ระวงั มากย่งิ ขนึ ้ ในการตดิ ต่อกบั ตา่ งประเทศ และแม้วา่ คณะ บาทหลวงชาวฝร่ังเศสจะได้รับอนญุ าตให้อยทู่ ี่กรุงศรีอยธุ ยาตอ่ ไปได้ แตก่ ถ็ กู ควบคมุ เข้มงวดจากราช สานกั ศลิ ปะวิทยาการต่างๆ ท่ีฝรั่งเศสนามาเผยแพร่จงึ สะดดุ ลง



• เมื่อชาตติ ะวนั ตกเข้ามาค้าขายทางโลกตะวนั ออก มี 3 ชาติท่ีตงั้ บริษัทอินเดยี ตะวนั ออกของชาตติ นขนึ ้ ได้แก่ • บริษัทอนิ เดียตะวันออกขององั กฤษ ( English East India Company ) ตงั้ ขนึ ้ เมื่อ พ.ศ. 2143 ยบุ เลิกเมื่อ พ.ศ. 2380 องั กฤษอนญุ าตให้ผกู ขาดการค้าในตะวนั ออกไกลและอินเดยี ภายหลงั มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้างมากทาให้บริษัท ได้รับมอบหมายให้ทาหน้าที่เป็นผ้แู ทนของจกั รวรรดิองั กฤษ • บริษัทอนิ เดียตะวันออกของฮอลันดา ( Dutch East India Company ) มีชื่อเตม็ เป็นภาษาดชั วา่ Vereenigda Geactroyeerde Oost Fndisch Companie เรียกย่อวา่ วโี อซี ( VOC ) เป็นก่ึง ราชการอย่ใู นความค้มุ ครองดแู ลของรัฐบาลฮอลนั ดา ได้รับอนญุ าตให้ผกู ขาดการค้าในนา่ นนา้ มหาสมทุ รอินเดยี จากแหมก๊ดู โฮปมาถึงชอ่ งแคบมาเจลลนั บริษัทมีสทิ ธิในการทาสนธิสญั ญากบั ดินแดนท่ีตดิ ตอ่ ด้วย สามารถสร้างป้ อมคา่ ยและจดั ตงั้ กอง กาลงั ทหารได้ ตงั้ ขนึ ้ เม่ือ พ.ศ. 2145 หลงั การตงั้ บริษัทอินเดียตะวนั ออกขององั กฤษ 2 ปี ยบุ เลกิ เม่ือ พ.ศ. 2342 • บริษัทอนิ เดียตะวันออกของฝร่ังเศส ( French East India Company ) ตงั้ ขนึ ้ เมื่อ พ.ศ. 2270 ยบุ เลิกไปเมื่อ พ.ศ. 2262 ได้รับอนญุ าตจากฝร่ังเศสให้ผกู ขาดการค้ากบั ดนิ แดนในแถบอินเดีย แอฟริกาตะวนั ออก และมาดากสั การ์ผ้ถู ือห้นุ ใหญ่ของบริษัท คอื พระเจ้าหลยุ ส์ท่ี 14 ทาให้หารดาเนินงานของบริษัทอย่อู านาจของพระองค์ ทตู มากกว่า ทงั้ นีก้ ็เพื่อ ถ่วงดลุ อานาจราชและคนไทยยอมรับนบั ถือคริสต์ศาสนา







การรับเทคโนโลยจี ากชาติตะวนั ตก








Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook