Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นางณัฎฐินี สุวรรณภักดี นำเสนอ

นางณัฎฐินี สุวรรณภักดี นำเสนอ

Published by Guset User, 2022-03-14 06:01:50

Description: นางณัฎฐินี สุวรรณภักดี นำเสนอ

Search

Read the Text Version

สรุปการเข้าอบรมพฒั นาตนเองในปี การศึกษา2564 ที่หวั ขอ้ การอบรม วัน/เดือน/ปี ทอ่ี บรม เวลา อบรมแบบ หน่วยงาน/ แนบไฟล์ โครงการเสริมสร้างความรูแ้ ละศกั ยภาพครูและผเู้ ก่ยี วขอ้ งในการดแู ลและจัดการเรียนรู้ 22-May-64 2ช่วั โมง online/ องคก์ รท่ี เกยี รติบตั ร 1 สาหรับเด็กปฐมวัย ปกติ (ยอ่ ขนาดเล็ก) 28-May-64 8ช่วั โมง จัดการอบรม กิจกรรม เรียนรูเ้ พ่ือการสอน 2 สอนเพ่ือการเรียนรู้ online plan for มีเกียรตบิ ตั ร online kids มีเกยี รตบิ ัตร สานักงาน ศกึ ษาธิการ พัทลุง 3 หลกั สตู รพัฒนาการครบ4ดา้ นดว้ ย ส่อื เตรียมความพร้อมการเรียนรู้ 4-Jun-64 3ช่วั โมง online AKSORN มเี กียรติบัตร 4 จากของเล่น สู่ \"จากของเลน่ ส่อื พัฒนาทกั ษะทางสมอง 23-Aug-64 3ช่วั โมง online AKSON มีเกียรติบัตร 5 เราจะจัดการเรียนรู้เพ่อื สง่ เสริมทกั ษะ EF สาหรบั เดก็ ปฐมวยั ึึ7 พฤศจิกายน 64 3ช่วั โมง NANMEE online BOOKS มเี กยี รติบัตร 6 เทคนิคการจัดกจิ กรรมแบบบรู ณาการ STEM สาหรับเดก็ ปฐมวัยดว้ ยหนงั สือนิทาน 20 พฤศจิกายน 64 2 ช่วั โมง NANMEEB online OOKS มเี กียรติบตั ร

7 อา่ น ท่อง รอ้ ง เล่าและเล่นกบั ตบุ๊ ปอง 26 พฤศจกิ ายน64 2ชว่ั โมง plan for 8 การเรียนการสอนแบบHYBRID สาหรบั ครูปฐมวัยยคุ covid-19 22 มกราคม 65 2ช่วั โมง online kids มเี กยี รติบตั ร 9 เทคนิคการผลติ ส่อื เพ่ือสง่ เสริมและพัฒนาทกั ษะการอา่ น สาหรับเด็กปฐมวัย 5 กมุ ภาพันธ6์ 4 6ช่วั โมง online plan for 10 คิดเป็นเลน่ สนกุ ดว้ ย EF STEAM และCODING สาหรับเด็กปฐมวยั 12กมุ ภาพนั ธ6์ 4 2ช่วั โมง kids มเี กียรติบตั ร 11 สนกุ บั การต่อยอดความรูผ้ า่ นการเลน่ ของเล่นไม้ 26 กมุ ภาพนั ธ6์ 4 2ช่วั โมง online 12 DIY วัสดเุ หลอื ใชใ้ ห้เป็นส่อื และของเล่นเพ่ือส่งเสริมพัฒนาการสาหรบั เด็กปฐมวยั 27 กมุ ภาพนั ธ6์ 4 6ชว่ั โมง online บรษิ ทั มเี ดีย online แอนดเ์ ทรดนงิ่ online จากดั รว่ มกบั บรษิ ัท คิง ชวน วฒั นธรรม และ การศึกษา (ไทยแลนด์) จากดั มเี กียรติบตั ร plan for kids มีเกียรติบตั ร plan for kids มีเกียรติบตั ร plan for kids มีเกยี รติบตั ร

สรุปการทาวิจยั ในชน้ั เรยี นตลอดปีการศกึ ษา 2564 • วจิ ยั ในช้นั เรียนในช้นั เรียนตลอดปี การศกึ ษา 2564 มี3เร่ือง ดงั น้ี 1. การแกป้ ัญหาเดก็ ทีใ่ ส่รองเทา้ สลบั ขา้ ง กล่มุ ตวั อย่าง มี5คน คอื นอ้ งออมทรพั ย์ นอ้ งเปรม นอ้ งมา ตนิ นอ้ งเพทาย นอ้ งหรรษา 2. การแกป้ ัญหาเดก็ ทีใ่ สร่ องเทา้ สลบั ขา้ ง กล่มุ ตวั อย่าง มี7คน คอื นอ้ งออมทรพั ย์ นอ้ งเปรม นอ้ งมา ติน นอ้ งเพทาย นอ้ งหรรษา (ตอ่ เน่ือง) (นอ้ งปาลนี กบั กะทิ 2คนนเี้ พ่ิมเตมิ จากเดือนท่แี ลว้ ) 3. การแกป้ ัญหาเดก็ แย่งของเล่น กลุม่ ตวั อย่าง ไดแ้ ก่ นอ้ งสเปอร์ นอ้ งนา้ เพชร นอ้ งมตี งั ส์

สรุปผลการทาวิจยั เร่ืองการแกป้ ัญหาเด็กท่ีใสร่ องเทา้ สลบั ขา้ ง กลมุ่ ตัวอย่าง มี7คน คือ นอ้ งออมทรพั ย์ นอ้ งเปรม นอ้ งมาติน นอ้ งเพทาย (นอ้ งปาลีน กบั กะทิ 2คนนี้เพม่ิ เติมจากเดือนที่แลว้ ) (เป็นกจิ กรรมตอ่ เนื่อง) เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ้ นการวจิ ัย/นวตั กรรม 1. นทิ านเก่ียวกบั เรอื่ งของรองเทา้ 2. เพลงท่ชี ว่ ยกระตนุ้ ใหเ้ ดก็ ใส่รองเทา้ ไดถ้ กู ตอ้ ง 3. การน่งั สมั ผสั ใกลช้ ิด รวมถงึ การพดู คยุ

สรปุ ผลการแกป้ ัญหาหลงั จากการทาการวิจยั เด็ก ทง้ั 5คนในเดอื นแรกยงั ใสร่ องเทา้ สลบั ขา้ งอย่แู ละ คณุ ครูจะตอ้ งคอยเตือนอย่ทู กุ ครง้ั ทีเ่ ด็กๆใสเ่ พอื่ ที่จะใหเ้ ด็กสวมรองเทา้ ไดถ้ กู ขา้ ง จากการวิจยั ในครงั้ นพี้ บว่าเดก็ ทง้ั 4คน(หมายเหตุ นอ้ งออมทรพั ยเ์ รยี นon hand คณุ ครเู ลย ไม่สามารถทาวจิ ยั ได)้ ปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมในทางทีด่ ขี นึ้ อยา่ งตอ่ เนื่องจะมีใสถ่ กู บา้ งผิดบา้ งในบางครง้ั

สรุปผลการแกป้ ัญหาหลงั จากการทาการวจิ ยั เด็ก ทงั้ 7 คนยงั ใส่รองเทา้ สลบั ขา้ งอยบู่ า้ ง และไมส่ ามารถใสไ่ ดเ้ องในบา้ งครงั้ คือนอ้ งเพทายเพราะรองเทา้ ที่ใส่มาใส่ยาก และคณุ ครูจะตอ้ ง คอยเตือนอย่ทู กุ ครง้ั ท่เี ด็กๆใส่เพ่ือที่จะใหเ้ ด็กสวมรองเทา้ ไดถ้ กู ขา้ ง จากการวิจยั ในครงั้ นี้ พบวา่ เดก็ ท่ีไม่มาเรยี นในช่วงท่ีคณุ ครูทาวิจัยคณุ ครูจะใหผ้ คู้ รอง คอยสงั เกตและตกั เตือนในขณะทเี่ ดก็ ใสร่ องเทา้ ผิดขา้ งคณุ ครูคิดว่าเม่อื ทาวิจยั แลว้ เด็ก ปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมในทางทดี่ ขี นึ้ อย่างต่อเนือ่ งจะมใี ส่ถกู บา้ งผดิ บา้ งในบางครง้ั โดยจากการท่ี มีการพูดคยุ สื่อสารระหว่างครูกบั เด็ก และการส่อื สารระหว่างเดก็ และผปู้ กครอง และรวมถงึ การ ใชส้ ่อื เพลงมาร่วมดว้ ย (เน่อื งจากเดก็ แตล่ ะคนมีพัฒนาการทแี่ ตกตา่ งกนั ขนึ้ อย่กู บั ความพรอ้ ม ของแตล่ ะคน)

สรุปผลการทาวิจยั เร่ืองการแกป้ ัญหาเดก็ แย่งของเลน่ กลมุ่ ตวั อยา่ งมี3คน ไดแ้ ก่ นอ้ งสเปอร์ นอ้ งนา้ เพชร นอ้ งมีตังส์ • เครื่องมอื ทีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั /นวตั กรรม 1) นิทานท่เี กีย่ วกบั การรูจ้ กั แบ่งปัน 2) แบบบนั ทึกการเปล่ียนแปลงของพฤตกิ รรม 3) การเสริมแรงเมื่อเดก็ เปลย่ี นพฤตกิ รรม •

จากการทาวจิ ยั สรุปผลไดว้ ่าเดก็ ๆทท่ี ง้ั 3จะมีพฤตกิ รรมท่ีเปลยี่ นแปลงไปในทางที่ดีขึน้ ในขณะท่ที าวจิ ยั และ คณุ ครูหวงั วา่ หากทาวจิ ยั ตอ่ ไปเดก็ ๆจะสามารถเลน่ กบั เพื่อนในหอ้ งไดอ้ ยา่ งมีความสุข ขอ้ เสนอแนะ จากการศึกษา และดาเนินการทาวจิ ยั ครงั้ นี้แสดงใหเ้ ห็นว่า สามารถแกไ้ ขพฤตกิ รรมของเด็กๆไดห้ าก ติดตามและคอยกระตนุ้ อยู่สม่าเสมอเดก็ ๆจะสามารถทากจิ กรรมรว่ มกบั เพื่อนๆได้

โดย นางณัฎฐินน ี สุวรรณภกั ดี โรงเรยี นอนุบาลสุวรรณภกั ดี ประจาภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2564

ท่ีมาและความสาคัญของโครงงาน เนอื่ งดว้ ยการจดั การเรียนการสอนม่งุ เนน้ ใหเ้ ดก็ มีกระบวนการแสวงหาความรูห้ รือคน้ ควา้ หา คาตอบในสง่ิ ที่เดก็ สนใจดว้ ยวธิ กี ารต่างๆเป็นวธิ ีการทเ่ี ดก็ เลือกตามความสนใจของตนเองหรือ แบบกล่มุ จึงไดจ้ ดั การเรียนการสอนแบบโครงงาน เรื่อง ข้าวโพดของหนู ครูผสู้ อนไดเ้ ล็งเหน็ ความสาคญั และความสนใจจงึ ไดม้ ีการส่งเสรมิ การเรยี นเรียนรูใ้ นเรอ่ื งทส่ี นใจอย่างลมุ่ ลึก เด็ก เกดิ การเรียนรูอ้ ย่างมคี วามสขุ กลา้ คดิ กลา้ แสดงออก เกดิ กระบวนการคดิ แกป้ ัญหา ไดส้ ารวจ สงั เกต สืบคน้ เรียนรูแ้ บบกล่มุ ยอ่ ยไดป้ ฏิสมั พันธก์ บั เพื่อนและครู

วตั ถปุ ระสงค์ 1.เพ่ือใหเ้ ด็กรูจ้ กั ขา้ วโพด 2.เพื่อใหเ้ ด็กไดร้ ูจ้ กั คุณคา่ ทางอาหารของขา้ วโพด 3.เพื่อใหเ้ ดก็ เกิดกระบวนการคดิ แกป้ ัญหาเรยี นรูห้ าคาตอบ 4.เพ่ือใหเ้ ด็กไดส้ ารวจ สงั เกตสบื คน้ เรยี นรูแ้ บบกลมุ่ ใหญ่และกลมุ่ ย่อย 5.เพื่อใหเ้ ด็กเรียนรูอ้ ย่างสนกุ สนานทางานกบั ผอู้ ื่นอยา่ งมีความสขุ 6.เพ่ือใหเ้ ดก็ เรยี นรูจ้ ากประสบการณจ์ รงิ ชื่อผจู้ ัดทาโครงงาน เด็กชน้ั เตรยี มอนบุ าล ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนอนบุ าลสวุ รรณภกั ดี จานวน 31 คน

รูปแบบการจัดการเรียนรู้ บรู ณาการสะเตม็ (STEM) S วิทยาศาสตร์ • -ทกั ษะการสงั เกต • -ทกั ษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู • -ทกั ษะการทดลอง

T เทคโนโลยี • -ขา้ วโพด • -เนย • -นมขน้ • -หมอ้ นึงไฟฟา้ • -แกว้ นา้ พลาสตกิ • -ชอ้ น • -เกลอื • -นา้ ตาล

•• -Eกาวริศววากงแรผรนมออกแบบการระบายสใี บงานขา้ วโพด • -การลงมอื ปฏิบตั ิ ทดลอง ปรบั ปรุง แกไ้ ข M คณิตศาสตร์ • -การนบั จานวน • -ขนาด • --กสีารวดั • การตวง • -การเปรยี บเทยี บ • -การจาแนก • •

ข้นั ตอนและผลการจัดกนจกรรม • กจิ กรรมท1่ี สารวจว่าเด็กๆอยากทาอะไร คุณครูสนทนาเกี่ยวกบั ผกั ชมพู่ และขา้ วโพดวา่ เด็กๆอยากทาโครงงานอะไร ไดผ้ ลการสารวจดังนี้ • คาพูดและคาถามทเี่ กดิ ขน้ึ ในขณะทที่ ากจิ กรรม • • นอ้ งพ้นั ซน์ อ้ งพนั้ ซอ์ ยากทาขา้ วโพดอบเนย • นอ้ งเปรมอยากทาขา้ วโพดอบเนย • นอ้ งหรรษาอยากทาขา้ วโพดอบเนย • นอ้ งววิ อยากทาชมพู่ • นอ้ งเหมยอยากทาชมพู่ •

ส่นงที่เด็กๆได้เรียนรู้ • 1. พฒั นาการทางดา้ นร่างกาย เดก็ ๆไดใ้ ชก้ ลา้ มเนอื้ มอื ในการหยิบจบั ดอกไมก้ ระดาษมาติดใน กระดาษที่คณุ ครูเตรียมไว้ • 2. พัฒนาการทางดา้ นอารมณ์จิตใจ เด็กๆมคี วามกระตอื รือรน้ ที่จะออกความคิดเห็นวา่ อยาก ทาโครงงานอะไร • 3. พัฒนาการทางดา้ นสงั คม เดก็ ๆไดเ้ รียนรูท้ ี่จะช่วยกนั ทาอย่างพรอ้ มเพรยี งกันเป็นกลมุ่ ใหญ่ เรยี นรูป้ ฏิสมั พันธท์ าง • สงั คม • 4. พัฒนาการทางดา้ นสติปัญญา เด็กไดใ้ ชส้ มองในการคดิ ว่าตนเองอยากจะทาอะไร

กจน กรรมที่2 มาช่วยกนั ระบายสีภาพข้าวโพดของหนูกนั เถอะ • คณุ ครูใหเ้ ดก็ ๆระบายสภี าพขา้ วโพดใหส้ วยงามตามจินตนาการ

สน่งทเี่ ด็กๆได้เรียนรู้ 1.พัฒนาการทางดา้ นร่างกาย เดก็ ๆไดใ้ ชก้ ลา้ มเนอื้ มอื ในการหยบิ จบั สเี ทียนมาระบายสี ผลงานของตนเอง 2. พัฒนาการทางดา้ นอารมณ์ จิตใจ เด็กๆมคี วามกระตือรอื รน้ ที่จะระบายสภี าพข้าวโพด ออกมาใหส้ วยงาม 3. พฒั นาการทางดา้ นสงั คม เด็กๆไดเ้ รยี นรูท้ จี่ ะชว่ ยกนั ทาอย่างพรอ้ มเพรียงกนั เป็นกลมุ่ ใหญเ่ รียนรูป้ ฏิสมั พนั ธท์ างสงั คม 4. พฒั นาการทางดา้ นสติปัญญา เดก็ ไดใ้ ชส้ มองในการคิดออกแบบระบายสภี าพของ ตนเอง

กจน กรรมท่ี 3 เต้นประกอบท่าทางตามจงั หวะเสียงเพลง • คณุ ครูใหเ้ ดก็ ทากจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ • ชื่อเพลง ขา้ วโพดสาลี • เนอื้ เพลง https://www.youtube.com/watch?v=GCwa8vW0lok พรวนดินกนั เสียใหห้ มด จะปลกู ขา้ วโพดสาลี โอเ้ จา้ ดวงดาราเจา้ ไมเ่ มตตาตวั พี่ • ขา้ วโพดสาลี ขา้ วโพดสาลี ป่านฉะนจี้ ะโรยรา ป่านฉะนจี้ ะโรยรา

สน่งทเี่ ด็กๆได้เรียนรู้ 1.พฒั นาการทางดา้ นร่างกาย เดก็ ๆไดใ้ ชก้ ลา้ มเนอื้ มอื และกลา้ มเนอื้ ขาในการเคลอ่ื นไหวตาม จงั หวะเสยี งเพลง 2.พฒั นาการทางดา้ นอารมณ์ จิตใจ เดก็ ๆมีความสขุ ในการทากิจกรรมมีรอยยมิ้ และเสยี ง หวั เราะในขณะทกี่ าลงั ทากจิ กรรม 3.พัฒนาการทางดา้ นสงั คม เด็กๆไดเ้ รยี นรูท้ ่ีจะเดินสารวจอย่างพรอ้ มเพรียงกันเป็นกล่มุ เรยี นรู้ ปฏิสมั พันธท์ างสงั คม ไดเ้ รยี นรูค้ วามสามคั คใี นการทางานซ่งึ เป็นบอ่ เกิดของความสาเรจ็ 4.พัฒนาการทางสตปิ ัญญา เด็กๆไดแ้ สดงความคิดเหน็ ในการแสดงท่าทางในเตน้ เพลง ขา้ วโพดสาลีตามแบบของตนเองและเมื่อมีครูชแี้ นะ

กจน กรรมท่ี 4 มาทาข้าวโพดอบเนยกนั เถอะ • คุณครูใหเ้ ด็กๆทกุ คนไดช้ ่วยกนั ทาขา้ วโพดอบเนยโดยทค่ี ุณครูไดจ้ ดั เตรียมอปุ กรณ์การทามาให้ • อุปกรณม์ ีดงั นี้ • 1.ขา้ วโพด • 2.เกลือ • 3.นา้ ตาลทรายขาว • 4.นมขน้ จืด • 5.หมอ้ นงึ่ ไฟฟ้า • 6.ผา้ ขาว

ข้นั ตอนการทา 1.เตรียมขา้ วโพดตม้ สกุ ฝานเอาแต่เม็ด แลว้ อ่นุ ใหร้ อ้ น จะน่ึง ตนุ๋ หรือ เวฟกไ็ ด้ 2.เสร็จแลว้ นาออกมาใส่เนยสดจืด นมขน้ จืด นา้ ตาลทราย เกลอื นิดหนอ่ ย 3.ผสมคลกุ เคลา้ พอเขา้ กนั ชมิ รสแลว้ ปรุงใหไ้ ดต้ ามชอบ เป็นอนั เสร็จ

• คาพูดและคาถามทเี่ กดิ ขนึ้ ในขณะทท่ี ากิจกรรม • นอ้ งสเปอรอ์ ร่อยมากเลย • นอ้ งวิวเกลือมนั เคม็ นะคณุ ครู • นอ้ งโปรดมนั คอื นา้ ตาลครบั คณุ ครู • นอ้ งเปรมจบั หมอ้ นงึ ไมไ่ ดน้ ะมนั รอ้ น

ส่นงท่เี ดก็ ๆได้เรียนรู้ 1.พัฒนาการทางดา้ นร่างกาย เดก็ ๆไดใ้ ชก้ ลา้ มเนอื้ มอื ในการชว่ ยกนั หยิบจบั ทพั พีหรอื สว่ นผสม ต่างๆในการทาขา้ วโพดอบเนยและใชก้ ลา้ มเนอื้ มอื ในการปอกเปลือกขา้ วโพด 2.พฒั นาการทางดา้ นอารมณ์ จติ ใจ เดก็ ๆมีความสขุ ในการทากิจกรรมมีรอยยมิ้ และเสยี งหวั เราะ ในขณะที่กาลงั ทากจิ กรรม 3. พัฒนาการทางดา้ นสงั คม เด็กๆไดเ้ รยี นรูท้ จ่ี ะชว่ ยกนั ทาอยา่ งพรอ้ มเพรยี งกันเป็นกลมุ่ ใหญ่ เรยี นรูป้ ฏิสมั พันธท์ างสงั คม 4.พฒั นาการทางดา้ นสติปัญญา เด็กไดใ้ ชส้ มองในการคิดในการท่จี ะทาขา้ วโพดอบเนยวา่ ตอ้ ง ใสอ่ ะไรบา้ งและรสชาติของสงิ่ ท่ีใสล่ งไปวา่ มีรสชาตอิ ย่างไร

กจน กรรมท่ี 5 มาแข่งกนั ปอกข้าวโพดกนั คณุ ครูเตรียมขา้ วโพดมาจานวน4ฟัก แลว้ ใหเ้ ดก็ ๆแขง่ กนั ปลอกเปลอื กขา้ วโพด • คาพดู และคาถามทเี่ กิดขนึ้ ในขณะทท่ี ากิจกรรม • นอ้ งสเปอรม์ นั ดงึ ไม่ออก • นอ้ งกรณม์ นั ตอ้ งปอกทลี ะอนั นะคณุ ครู • นอ้ งเพทายบา้ นเพทายมีคงนะ • •

ส่นงทเี่ ด็กๆได้เรียนรู้ 1.พัฒนาการทางดา้ นร่างกาย เด็กๆไดใ้ ชก้ ลา้ มเนอื้ มอื และขาในการปอกเปลอื กขา้ วโพดและวิง่ แขง่ กบั เพ่ือนๆเพื่อท่ีจะปลอกขา้ วโพด 2.พฒั นาการทางดา้ นอารมณ์จิตใจ เดก็ ๆมคี วามสขุ ในการทากิจกรรมมรี อยยมิ้ และเสยี งหวั เราะใน ขณะที่กาลงั ทากจิ กรรม 3. พัฒนาการทางดา้ นสงั คม เด็กๆไดเ้ รยี นรูท้ จ่ี ะช่วยกนั ทาอย่างพรอ้ มเพรยี งกนั เป็นกลมุ่ ใหญเ่ รยี นรู้ ปฏิสมั พนั ธท์ างสงั คม 4.พฒั นาการทางดา้ นสติปัญญา เดก็ ไดใ้ ชส้ มองในการคิดว่าตอ้ งทายงั ไงถงึ จะปอกเปลือกขา้ วโพด ใหไ้ ดเ้ รว็

กจน กรรมที่ 6 เกมจบั คู่ภาพผกั และผลไม้ • คาพูดและคาถามทเ่ี กิดขึน้ ในขณะทที่ ากิจกรรม • นอ้ งพน้ั ซส์ ม้ กต็ อ้ งคกู่ บั สม้ นะ • นอ้ งเปรมเจอแลว้ แตงโมผา่ ซกี • นอ้ งวิวมะเขือเทศสแี ดง • นอ้ งปาลีนพรกิ มนั เผด็ นะ •

ส่นงที่เด็กๆได้เรียนรู้ 1.พัฒนาการทางดา้ นรา่ งกาย เด็กๆไดใ้ ชก้ ลา้ มเนอื้ มือมดั เล็กในการหยบิ จบั ภาพที่ เหมือนกนั 2.พฒั นาการทางดา้ นอารมณ์จิตใจ เด็กๆมีความสขุ ในการทากจิ กรรมมีรอยยิม้ และ เสยี งหวั เราะในขณะทกี่ าลงั ทากิจกรรม 3. พฒั นาการทางดา้ นสงั คม เด็กๆไดเ้ รียนรูท้ ี่จะชว่ ยกันทาอยา่ งพรอ้ มเพรยี งกันเป็น กลมุ่ ใหญ่เรยี นรูป้ ฏิสมั พนั ธท์ าง สงั คม 4.พฒั นาการทางดา้ นสติปัญญา เด็กไดใ้ ชส้ มองในการคิดวา่ ภาพไหนเหมือนกันภาพ ไหนไมเ่ หมือนกันและผลไมช้ นิดไหนเม่ือผา่ ซีกออกมาแลว้ จะเป็นอยา่ งไร

กนจกรรมท่ี 7 เล่นเสรีตามมุมของเล่น คุณครูใหเ้ ดก็ ๆเล่นเสรตี ามมมุ ต่างๆใหเ้ ด็กๆไดเ้ ลอื กเลน่ ไดต้ ามความชอบของตนเองและสามารถเลน่ ร่วมกบั ผอู้ ่ืนไดร้ วมถงึ เมื่อ เลน่ เสรจ้ แลว้ เดก็ ๆจะชว่ ยกนั เก็บของเล่นเขา้ ท่ไี ดเ้ รยี บรอ้ ย คาพดู และคาถามทีเ่ กดิ ขึน้ ในขณะทที่ ากจิ กรรม เดก็ ตา่ งพูดคยุ กบั เพอ่ื นในขณะที่เลน่ ตามมมุ และมกี ารเลน่ บทบาทสมมตุ ใิ นขณะทเี่ ลน่ รว่ มกนั กบั เพอื่ นแลว้ แตว่ า่ เดก็ ๆจะเลอื ก เลน่ อะไร

ส่นงทเ่ี ดก็ ๆได้เรียนรู้ 1.พฒั นาการทางดา้ นรา่ งกาย เด็กๆไดใ้ ชก้ ลา้ มเนอื้ มือมัดเล็กในการหยิบจบั ของ เลน่ 2.พฒั นาการทางดา้ นอารมณ์จติ ใจ เด็กๆมีความสขุ ในการทากิจกรรมมีรอยยิม้ และ เสียงหวั เราะในขณะท่กี าลงั ทากิจกรรม 3.พัฒนาการทางดา้ นสงั คม เด็กๆไดเ้ ลน่ ตามมมุ ต่างๆรว่ มกบั เพอ่ื นในหอ้ งและเก็บ ของเลน่ เขา้ ทเ่ี มื่อเลน่ เสร็จแลว้ สงั คม 4.พฒั นาการทางดา้ นสติปัญญา เด็กไดใ้ ชส้ มองในการคิดว่าของเลน่ ชนิดไหนควรเลน่ แบบไหนและเรียนรูท้ ี่จะเขา้ ไปเลน่ กบั เพื่อน

ขอบคณุ คะ่


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook