เทคโนโลยอี วกาศ วชิ าวิทยาศาสตร์ 4 รหัสวชิ า ว32184 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ผสู้ อน นางสาวชรินรัตน์ จันทร์ฝาย
เทคโนโลยอี วกาศ • เทคโนโลยอี วกาศ คอื เทคโนโลยที ่ีใชใ้ นการสารวจสง่ิ ตา่ งๆ ที่อย่นู อก โลกของเรา และสารวจโลกของเราอีกด้วย
กล้องโทรทรรศน์ (Teloscope) • เนือ่ งจากวัตถุทอ้ งฟ้าอยู่หา่ งจากโลกเราหลายปแี สง และมกั มคี วามสว่าง น้อยนดิ จงึ จาเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศนเ์ พอ่ื ดงึ ภาพของวัตถุเหล่านนั้ ให้ เหมือนกบั ว่ามาอยใู่ กล้ ๆ เพือ่ ศกึ ษารายละเอียดได้สะดวกมากข้ึน
ชนิดของกล้องกล้องโทรทรรศน์ แบ่งได้ตามหลกั การสร้างภาพได้เป็น 3 ชนดิ ใหญ่ ๆ ได้ดังน้ี 1. กลอ้ งโทรทรรศนแ์ บบหกั เหแสง (refractor telescope) 2. กลอ้ งโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง (reflector telescope) 3. กลอ้ งโทรทรรศน์แบบผสม (catadioptic telescope)
กล้องโทรทรรศนแ์ บบหักเหแสง (refractor telescope) • เป็นกล้องโทรทรรศน์ท่ีใชเ้ ลนสน์ นู ในการรวมแสงประกอบดว้ ยเลนส์ 2 อัน • เลนสใ์ กล้วตั ถุ เปน็ เลนสท์ ่ีอยูห่ นา้ กลอ้ ง (ใกล้วัตถ)ุ ทาหน้าทีห่ ักเหแสงมา รวมกันท่ีจดุ โฟกสั • เลนสใ์ กล้ตา อย่หู ลังจุดโฟกสั ของเลนส์ใกลว้ ตั ถุ ทาหน้าท่ีขยายภาพ
• กล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงเหมาะสาหรับใช้ศึกษาวัตถุท่ีสว่างมาก เชน่ ดวงจันทรแ์ ละดาวเคราะห์ • แต่ไม่เหมาะสาหรับการสังเกตวัตถุท่ีมีขนาดใหญ่แต่สว่างน้อย เช่น เนบวิ ลาและกาแลก็ ซี เนื่องจากมีกาลังรวมแสงน้อยและให้กาลังขยายมาก เกินไป ภาพท่ีได้จึงมีความสว่างน้อยและมีขนาดใหญ่จนไม่สามารถ มองเหน็ ภาพรวมของวตั ถุ
กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง (reflector telescope) • กลอ้ งโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง ถูกคดิ ค้นโดย เซอร์ ไอแซค นิวตัน บางคร้งั จงึ ถูกเรยี กว่า \"กล้องโทรทรรศนแ์ บบนิวโทเนยี น” (Newtonian telescope) • กลอ้ งโทรทรรศนแ์ บบสะท้อนแสงใช้กระจกเว้าทาหนา้ ท่ีเลนส์ใกลว้ ัตถุแทน เลนสน์ ูน รวบรวมแสงส่งไปยงั กระจกทุติยภูมิซงึ่ เป็นกระจกเงาระนาบขนาด เลก็ ติดต้งั อยใู่ นลากลอ้ ง สะทอ้ นลาแสงใหต้ ้งั ฉากออกมาที่เลนสต์ าทต่ี ิดตั้งอยู่ ท่ดี ้านขา้ งของลากลอ้ งเพอ่ื ขยายภาพ
• กลอ้ งโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ส่วนมากเป็นกล้องโทรทรรศนส์ ะท้อนแสง เน่ืองจากกระจกเวา้ มีนา้ หนักเบา นอกจากน้ันกระจกเว้ายงั สามารถสรา้ ง ใหม้ ีความยาวโฟกัสสนั้ ได้งา่ ย • หอดูดาวจงึ นิยมตดิ ต้งั กลอ้ งโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงขนาดใหญซ่ ่ึงมี กาลงั รวมแสงสงู ทาใหส้ ามารถสังเกตเหน็ วตั ถุท่มี ีความสว่างนอ้ ยและอยู่ ไกลมาก เชน่ เนบิวลาและกาแล็กซี
กล้องโทรทรรศนแ์ บบผสม (Catadioptic telescope) • กล้องโทรทรรศน์แบบผสมเป็นกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงที่ใช้การ สะท้อนแสงกลับไปมาเพื่อให้ลากล้องมีขนาดสั้นลง โดยใช้กระจกนูนเป็น กระจกทุติยภูมิช่วยบีบลาแสงทาให้ลากล้องส้ันกะทัดรัด แต่ยังคง กาลงั ขยายสงู • การทางานของกระจกนูนทาให้ภาพท่ีเกิดข้ึนบนระนาบโฟกัสมีความโค้ง จึงจาเป็นต้องติดต้ังเลนส์ปรับแก้ไว้ที่ปากลากล้องเพื่อทางานร่วมกับ กระจกทุติยภูมิ ในการชดเชยความโค้งของระนาบโฟกัส โดยท่ีเลนส์ ปรับแกไ้ ม่ไดม้ อี ทิ ธพิ ลตอ่ กาลังรวมแสงและกาลงั ขยาย
• กล้องโทรทรรศน์แบบผสมถกู ออกแบบขึน้ มาเพอ่ื ใหม้ ลี ากลอ้ งสั้นและ สะดวกในการติดตัง้ อุปกรณ์ เช่น เลนส์ตาหรอื กล้องถ่ายภาพไวท้ ่ดี า้ นหลงั ของกลอ้ ง (ดังเชน่ กลอ้ งโทรทรรศนแ์ บบหักเหแสง) • กลอ้ งโทรทรรศน์แบบนีม้ ีความยาวโฟกัสมากเหมาะสาหรับใช้สารวจวตั ถุ ขนาดเลก็ เช่น ดาวเคราะห์ เนบิวลาและกาแล็กซีท่อี ยหู่ า่ งไกล • แต่ไม่เหมาะสาหรบั การสังเกตวตั ถุขนาดใหญ่ เช่น กระจุกดาวเปิด เนบวิ ลา และกาแล็กซีที่อยูใ่ กล้
กล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงท่ีใหญ่ทส่ี ุด อยทู่ ่หี อดดู าวเยอรเ์ กส สหรัฐอเมรกิ า
ดาวเทียม (satellite) • ดาวเทยี ม เป็นส่งิ ประดษิ ฐ์ทมี่ นุษย์คิดคน้ ขึ้นที่สามารถโคจรรอบโลก โดยอาศยั แรง ดงึ ดูดของโลก สง่ ผลให้สามารถโคจรรอบโลกได้ในลักษณะเดียวกันกับท่ีดวงจันทร์ โคจรรอบโลก และโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ • ดาวเทียม ประดษิ ฐ์ข้ึนเพอื่ ใช้ทางการทหาร การสื่อสาร การรายงานสภาพอากาศ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เช่น การสารวจทางธรณีวิทยา สังเกตการณ์สภาพของ อวกาศ โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ รวมถึงการสังเกตวัตถุต่างๆ กาแล็กซีและ ดวงดาว
ดาวเทียมสปุตนกิ 1 ดาวเทียมดวงแรกของโลก ทีส่ ่งไปโคจรรอบโลก เม่ือปี 1957 สปตุ นิกทาหนา้ ทีต่ รวจสอบการแผร่ ังสขี องชนั้ บรรยากาศช้ันไอโอโนสเฟยี
ดาวเทยี มเอกซพ์ ลอเรอร์ 1 ในปี พ.ศ. 2501 สหรัฐไดส้ ง่ ดาวเทยี มขนึ้ ไปโคจรมีชื่อวา่ \"Explorer\"
การสง่ และการโคจรของดาวเทยี ม
ตาราง แสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างความเร็วของจรวดกบั ความสูงและความเร็ว ในวงโคจรของดาวเทียม
การคานวณหาความเร็วในวงโคจรของดาวเทยี ม สูตร V= ������������ ������ เมื่อ V = ความเร็วของดาวเทียม G = คา่ คงตวั โนม้ ถ่วง (6.67 x 10-11 Nm2kg-2) M = มวลของโลก (5.98 x 1024 kg) R = ระยะจากจดุ ศนู ย์กลางของโลกถงึ ดาวเทยี ม
การหาความเร็วในวงโคจรของดาวเทยี ม 1. ถ้าต้องการสง่ ดาวเทียมให้โคจรรอบโลกที่ระดับสูง 25,780 กโิ ลเมตร ดาวเทยี มจะต้องมีความเรว็ ในวงโคจรเทา่ ไร
การใช้ประโยชนจ์ ากดาวเทยี ม
ดาวเทยี มสอ่ื สาร (Communication satellite/comsat) • ดาวเทียมส่ือสาร เป็นดาวเทียมท่ีมีจุดประสงค์เพื่อการส่ือสารและ โทรคมนาคม จะถูกส่งไปในช่วงของอวกาศเข้าสู่วงโคจรโดยมีความห่าง จากพ้นื โลกโดยประมาณ 35,786 กโิ ลเมตร ดาวเทยี ม Milstar ดาวเทียมสือ่ สารของกองทัพสหรฐั อเมรกิ า
• ผู้ริเริ่มแนวคิดการสื่อสารดาวเทียมคือ อาเธอร์ ซี อาเธอร์ ซี คลารก์ คลาร์ก (Arthur C. Clarke) นักเขียนนวนิยายและสาร คดีวิทยาศาสตร์ เขาสร้างจินตนาการการส่ือสาร ดาวเทียมต้ังแต่ปี ค.ศ. 1945 • เขียนบทความเร่ือง \"Extra Terrestrial Relay\" บทความนั้นได้กล่าวถึง การเช่ือมระบบสัญญาณวิทยุ จากมุมโลกหน่ึงไปยังอีกมุมโลกหน่ึง ให้สามารถ ติดต่อส่ือสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้สถานี ถ่ายทอดวิทยุท่ีลอยอยู่ในอวกาศเหนือพื้นโลกขึ้นไป ประมาณ 35,786 กโิ ลเมตร จานวน 3 สถานี
• ดาวเทียมสื่อสารอย่ใู นวงโคจรรอบโลก 3 แหง่ คือ 1. เหนือมหาสมุทรอินเดีย ตดิ ต่อระหวา่ งทวปี เอเชียกับยุโรป 2. เหนือมหาสมุทรแปซฟิ ิก ติดตอ่ ระหวา่ งทวีปเอเชยี กับอเมริกา 3. เหนือมหาสมุทรแอตแลนตกิ ตดิ ต่อระหว่างทวีปอเมรกิ ากบั ยโุ รป
ดาวเทียมส่ือสารดวงแรกของโลก • เ มื่ อ วั น ที่ 1 8 ธั น ว า ค ม ค . ศ . 1 9 5 8 สหรัฐอเมริกาได้ส่งดาวเทียมเพ่ือการสื่อสาร ดวงแรกทีช่ อ่ื ว่า สกอร์ (SCORE) ขนึ้ สูอ่ วกาศ • ได้บันทึกเสียงสัญญาณที่เป็นคากล่าวอวยพร ของดไวต์ ดี. โอเซนฮาวร์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เนื่องเทศกาลคริสต์มาสจากสถานีภาคพื้นดิน แล้วถ่ายทอดสัญญาณจากดาวเทียมลงมาสู่ ชาวโลกนับเป็นการส่งวิทยุ กระจายเสียงจาก ดาวเทียมภาคพืน้ โลกไดเ้ ปน็ ครงั้ แรก
ดาวเทียมอินเทลแซท 1 (INTELSAT I) • ดาวเทยี มอนิ เทลแซท 1 หรือเรยี กอกี ช่อื หนง่ึ ว่า Early Bird เปน็ ดาวเทยี ม สอ่ื สารทางพาณิชย์ ดวงแรกของโลก • สามารถตดิ ตอ่ กบั สถานภี าคพน้ื ดินพร้อมๆ กันได้เพียง 2 สถานีเทา่ นั้น ตาแหนง่ ของดาวเทียมดวงน้ี ยเู่ หนือมหาสมทุ รแอตแลนติก ทาการ เชอื่ มโยงการสื่อสารระหว่างทวีปยโุ รปกับทวีปอเมรกิ าเหนือ • ใช้งานได้จรงิ นาน 3.5 ปี
ดาวเทียมไทยคม • ดาวเทยี มไทยคม เป็นโครงการดาวเทยี มสื่อสารเพื่อให้บรกิ ารสื่อสารผ่าน ชอ่ งสญั ญาณดาวเทียม • ชือ่ \"ไทยคม\" (Thaicom) เป็นชื่อพระราชทานท่ีพระบาทสมเดจ็ พระ ปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ พระราชทาน โดยยอ่ มาจาก Thai Communications
ดาวเทียมไทยคม 1 • ดาวเทียมไทยคม1 ถูกส่งข้ึนสู่วงโคจรเมื่อวันท่ี 17 ธันวาคม 2536 ก่อน ย้ายตาแหน่งวงโคจรจาก 78.5 องศาตะวันออก ไปที่ตาแหนง่ วงโคจร 120 องศาตะวันออก เม่ือเดือนพฤษภาคม 2540 และเปล่ียนชื่อใหม่เป็น ดาวเทยี มไทยคม 1A • ดาวเทยี มไทยคม 1 เร่ิมเปิดใช้งานเมื่อเดือนมกราคม 2537 ส่วนดาวเทียม ไทยคม 1A เร่ิมเปดิ ใช้งานเม่อื เดอื นมถิ ุนายน 2540
ดาวเทยี มไทยคม 8 • เปน็ ดาวเทยี มร่นุ ใหม่ สง่ ข้ึนสู่วงโคจรเมอื่ วนั ท่ี 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ไทยคม 8 โคจรอยูใ่ นวงโคจรคา้ งฟา้ • มีจานรบั ส่งสญั ญาณ เคย-ู แบนด์ (Ku-Band) จานวน 24 ทรานสพอน เดอร์ ซ่งึ มพี นื้ ทก่ี ารให้บริการครอบคลมุ พนื้ ทีท่ ง้ั ในประเทศไทยภมู ภิ าค เอเชียใต้ และทวปี แอฟริกา • ใช้เปน็ ดาวเทยี มสาหรบั การถา่ ยทอดสญั ญาณโทรทศั นผ์ า่ นดาวเทียมตรง ถงึ ทพ่ี กั อาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) และการถา่ ยทอดสญั ญาณ โทรทัศนด์ ิจิตอลความละเอียดสงู ทั้ง (High Definition TV) และ (Ultra High Definition TV)
ดาวเทยี มไทยคม 8
ดาวเทยี มอุตนุ ิยมวทิ ยา (Meteorological Satellite) • ดาวเทียมอุตนุ ยิ มวทิ ยาติดตั้งอุปกรณถ์ ่ายภาพบรรยากาศโลกจากมุมสงู ระยะทางไกล ทาให้มองเหน็ ภาพรวมของสภาพอากาศซง่ึ ปกคลุมเหนือ พ้ืนผิว ตลอดจนทศิ ทางการเปลีย่ นแปลง ทาให้สามารถชว่ ยเตือนภยั และ พยากรณ์สภาพอากาศลว่ งหน้าไดเ้ ปน็ อย่างดี ภาพถ่ายจากดาวเทียม MTSAT
ดาวเทียมสารวจทรัพยากร • ดาวเทียมสารวจทรัพยากรเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการ ถ่ายภาพและโทรคมนาคม โดยการทางานของดาวเทียมสารวจทรัพยากร จะใชห้ ลกั การสารวจข้อมลู จากระยะไกล Remote Sensing • หลักการท่ีสาคัญ คือ Remote Sensing โดยใช้คล่ืนแสงที่เป็นพลังงาน แม่เหล็กไฟฟ้า ทาหน้าท่ีเสมือนสื่อกลางส่งผ่านระหวา่ งวัตถุเป้าหมายและ อปุ กรณ์บนั ทึกข้อมูล อุปกรณ์ถ่ายภาพท่ีติดตั้งอยู่บนดาวเทียมมักจะได้รับ การออกแบบให้มีความสามารถถ่ายภาพและมีความหลากหลายใน รายละเอียดของภาพได้อย่างเหมาะสมเพื่อประโยชน์ในการจาแนก ประเภททรัพยากรที่สาคัญๆ
ดาวเทยี มธีออส • เป็นดาวเทยี มสารวจข้อมลู ระยะไกล (Remote Sensing) เพ่ือใชส้ ารวจ ทรพั ยากรธรรมชาตดิ วงแรกของประเทศไทย • เป็นความรว่ มมือระหวา่ งรฐั บาลไทยและรัฐบาลฝรัง่ เศส เม่ือปี 2547
การใช้ประโยชนจ์ ากดาวเทยี มธอี อส • ภาพจากดาวเทยี มสามารถให้ข้อมลู เก่ียวกับแหลง่ น้า และสามารถนาไปใช้ใน การติดตามและประเมนิ ความเสยี หายจากอทุ กภัยไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ • ใช้ในการสารวจศึกษาหาพน้ื ท่ปี า่ ไม้ หาพื้นท่ีป่าถูกบกุ รุกทาลาย ถกู ไฟไหม้ การ สารวจหาพื้นที่สวนปา่ และหาชนดิ ปา่ • ใช้เป็นข้อมลู การจดั ทาแผนท่ีภูมปิ ระเทศ แผนที่ธรณวี ทิ ยา ธรณีสัณฐานของ ประเทศใช้ในการศึกษาหาพ้ืนทเ่ี พาะปลูก การคาดการณผ์ ลผลิต ประเมินความ เสยี หายจากภยั ธรรมชาตแิ ละศัตรพู ชื ตลอดจนการวางแผนกาหนดเขต เพาะปลูกพืชเศรษฐกจิ • ในการติดตามการเปลีย่ นแปลงของชมุ ชน อกี ทง้ั สามารถเปน็ ข้อมูลพืน้ ฐานใน การวิเคราะห์ เพอ่ื วางแผนพฒั นาการวางผังเมือง และการพัฒนาโครงสร้าง พืน้ ฐานดา้ นสาธารณูปการต่างๆ
ดาวเทียมบอกตาแหน่งบนพ้นื โลก • ระบบกาหนดตาแหน่งบนพื้นโลก หรือ จีพีเอส (GPS) ระบบน้ีได้ พัฒนาขึน้ โดยกระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐอเมรกิ า • โดยอาศัยดาวเทียมและระบบคลื่นวิทยุนาร่องและรหัสที่ส่งมาจาก ดาวเทียม NAVSTAR จานวน 24 ดวง โดยแบ่งเปน็ ชดุ ชุดละ 4 ดวง โดย ทาการโคจรอยู่รอบโลกวันละ 2 รอบ และมีตาแหน่งอยู่เหนือพื้นโลกท่ี ความสูง 20,200 กโิ ลเมตร
กลอ้ งโทรทรรศนอ์ วกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) • กลอ้ งโทรทรรศนอ์ วกาศฮับเบิล ตงั้ ตามชอื่ ของ เอ็ดวิน ฮบั เบลิ (Edwin Hubble) นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ผ้ศู ึกษาเรอื่ งราวของเอกภพ • ถูกส่งข้ึนไปกบั กระสวยอวกาศดสิ คัฟเวอรี (Discovery) เทย่ี วบินที่ STS-31 ได้สาเร็จเมือ่ วนั ท่ี 24 เมษายน ปี 2533 โดยองค์การ NASA
• กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเป็นกล้องชนิดสะท้อนแสงกระจกเว้า มี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ตัวกล้องกว้าง 4.3 เมตร ยาว 13.3 เมตร หนกั ประมาณ 11,360 กิโลกรัม • ใช้พลงั งานจากแผงเซลล์สุริยะท่ีปีก 2 ข้าง กระแสไฟฟ้าท่ีผลิตไดถ้ ูกเก็บไว้ ในแบตเตอรีนิกเกิล-ไฮโดรเจนขนาดใหญ่ 6 ตัว โคจรอยู่สูงจากพ้ืนผิวโลก 320 ไมล์ เพอ่ื ปฏิบัติงานเหนือพืน้ ผวิ โลก สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาของการ มองผ่านบรรยากาศของโลก และสามารถตรวจสอบการแผ่รังสี อลั ตราไวโอเลตและอนิ ฟราเรดได้ และสามารถสงั เกตวัตถทุ ้องฟ้าได้ไกลถึง 14,000 ลา้ นปแี สง • อุปกรณ์สาคัญที่ติดต้ังไปกับกล้องคือ ระบบคอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายภาพ มุมกว้าง เคร่ืองตรวจวัดสเปกตรัม เคร่ืองปรับทิศทางของกล้องโดยใช้ ระบบควบคุมจากภาคพ้นื ดนิ
• กลอ้ งโทรทรรศนฮ์ ับเบลิ ลอยอย่นู อกชนั้ บรรยากาศของโลก ซ่งึ ไดเ้ ปรียบ กวา่ กล้องโทรทรรศน์ที่อยู่บนพ้ืนโลก • ภาพทไ่ี ด้น้ันไม่ถกู รบกวนจากชนั้ บรรยากาศและไม่แสงพื้นหลงั ของท้องฟ้า รบกวน รวมถงึ ความยาวคลื่นทก่ี ลอ้ งโทรทรรศน์อวกาศฮบั เบิลใชใ้ นการ สงั เกตการณน์ ้ี มีทง้ั ช่วงคลน่ื ท่ีตามนษุ ย์มองเห็น ชว่ งคลื่นอินฟราเรดใกล้ ชว่ งคล่นื อลั ตราไวโอเลต โดยท่ีไมถ่ กู รบกวนจากชน้ั โอโซน ทาให้ฮับเบลิ ได้ ภาพทม่ี ปี ระสิทธิภาพมากขึน้
ภาพอวกาศหว้ งลึกมากของฮับเบิล(Hubble Ultra Deep Field) ภาพโดยNASA, ESA/Hubble และทีมHubble Heritage
กระจุกดาวเอน็ จซี 6ี 02 (NGC 602) ภาพโดยNASA, ESA/Hubble และทีมHubble Heritage
เนบิวลาโอไรออน(Orion Nebula) ภาพโดยNASA, ESA/Hubble และทีมHubble Heritage
• การส่งยานอวกาศ จรวดท่ีใช้สง่ ต้องมคี วามเร็วอย่างนอ้ ยเทา่ กบั ความเรว็ หลุดพน้ จงึ จะสามารถหลดุ ออกไปจากแรงโนม้ ถว่ งของโลกได้ ความสูง (กโิ ลเมตร) ความเรว็ หลุดพ้น (กโิ ลเมตร/วนิ าท)ี (ท่ผี วิ โลก) 0 161 11.2 322 11.0 644 10.9 1,609 10.6 8,045 10.0 35,880 7.4 7.3
ระบบขนสง่ อวกาศ • ระบบการขนสง่ อวกาศเป็นโครงการที่ถูกออกแบบให้สามารถนาชิ้นสว่ น บางสว่ นที่ใช้ไปแล้วกลบั มาใชใ้ หม่อกี เพ่อื เปน็ การประหยดั และมี ประสทิ ธภิ าพมากทส่ี ุด • ประกอบด้วย 3 สว่ นหลัก คอื จรวดเชื้อเพลงิ แขง็ ถังเช้อื เพลิงภายนอก (สารองไฮโดรเจนเหลวและออกซเิ จนเหลว) และยานอวกาศ
• ระบบขนส่งอวกาศมีน้าหนักรวมเม่ือขึ้นจากฐานปล่อย ประมาณ 2,041,200 กิโลกรัม โดยจรวดเชื้อเพลิงแข็งจะถูกขับเคล่ือนจากฐาน ปล่อยให้นาพาทั้งระบบข้ึนสู่อวกาศด้วยความเร็วที่มากกว่าค่าความเร็ว หลดุ พน้ • เมื่อถงึ ระดบั หนึง่ จรวดเช้ือเพลิงแขง็ ท้งั สองข้างจะแยกตวั ออกมาจากระบบ จากนั้นถังเช้ือเพลิงภายนอกจะแยกตัวออกจากยานอวกาศ โดยตัวยาน อวกาศจะเขา้ สวู่ งโคจรเพ่ือปฏิบตั ภิ ารกิจต่อไป
Search