หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 1 โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธ์ิ
ความนำ สภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศประกอบกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ -๒๕๗๙) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑) แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) นำไปสู่การกำหนดทักษะสำคัญสำหรับเด็กในศตวรรษที่ ๒๑ ที่มีความสำคัญในการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความสอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทกุ ด้าน กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้มีการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยอย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยได้แต่งตั้ง คณะทำงานพิจารณาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นหลักสูตรสถานศึกษา สถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัย และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำมาใช้เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ และไดม้ าตรฐานตามจดุ หมายหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่ีกำหนดเป้าหมายในการพฒั นาเด็ก ปฐมวัยให้มพี ัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสติปญั ญา ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 2 โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
สาระสำคญั หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ ปรชั ญาการศึกษาปฐมวยั การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปี บริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการ อบรมเลี้ยงดู และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้เต็ม ตามศักยภาพภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมทีเ่ ด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของ ทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ วสิ ยั ทัศน์ หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัยมุง่ พัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสขุ และเหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย โดย ความรว่ มมือระหวา่ งสถานศึกษา พอ่ แม่ ครอบครวั ชมุ ชน และทุกฝ่ายทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั การพัฒนาเดก็ หลักการ เด็กทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับ ผู้สอน เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการอบรมเลี้ยงดู การพัฒนา และให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อให้ เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้าน อย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตาม ศกั ยภาพโดยมหี ลกั การดังนี้ ๑. ส่งเสรมิ กระบวนการเรยี นร้แู ละพัฒนาการท่ีครอบคลุมเดก็ ปฐมวยั ทุกคน ๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคลและวิถีชีวิตของเดก็ ตามบรบิ ทของชุมชน สังคม และวฒั นธรรมไทย ๓. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและมีกิจกรรมท่ี หลากหลาย ไดล้ งมือกระทำในสภาพแวดลอ้ มทเ่ี อ้ือต่อการเรยี นรู้ เหมาะสมกบั วยั และมีการพักผ่อนทีเ่ พียงพอ ๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เปน็ คนดี มวี ินัย และมคี วามสขุ ๕. สร้างความรู้ ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่ ครอบครวั ชมุ ชน และทุกฝา่ ยที่เก่ยี วขอ้ งกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 3 โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
แนวคดิ การจดั การศกึ ษาปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พัฒนาขน้ึ บนแนวคิดหลักสำคัญเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก ปฐมวัย โดยถือว่าการเล่นของเด็กเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ภายใต้การจัด สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของสมอง ผ่านสื่อที่ต้องเอื้อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นประสาทสัมผัสทั้งหา้ โดยครูจำเป็นตอ้ งเขา้ ใจและยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมท่ีแวดล้อมตัวเด็กมอี ิทธิพลต่อการเรียนรแู้ ละการพัฒนา ศกั ยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ทัง้ นี้ หลกั สูตรฉบบั น้ีมแี นวคดิ ในการจดั การศึกษาปฐมวยั ดงั น้ี ๑. แนวคดิ เกีย่ วกับพัฒนาการเด็ก พฒั นาการของมนุษย์เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทเี่ กิดขึ้นต่อเนื่อง ในตัวมนุษยเ์ ริ่มตง้ั แต่ปฏสิ นธิไปจนตลอดชีวิต พฒั นาการของเด็กแตล่ ะคนจะมีลำดบั ขั้นตอนลักษณะเดียวกัน แต่ อตั ราและระยะเวลาในการผา่ นขั้นตอนต่าง ๆอาจแตกต่างกันได้ขน้ั ตอนแรกๆจะเป็นพ้ืนฐานสำหรับพัฒนาการข้ัน ต่อไป พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา แต่ละส่วนส่งผลกระทบซ่ึงกนั และกัน เมื่อด้าน หนึ่งก้าวหน้าอีกด้านหน่ึงจะก้าวหน้าตามด้วยในทำนองเดียวกันถ้าด้านหนึ่งด้านใดผิดปกติจะทำให้ด้านอื่น ๆ ผดิ ปกติตามด้วย แนวคิดเก่ยี วกบั ทฤษฎีพัฒนาการดา้ นร่างกายอธบิ ายวา่ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของเด็กมี ลักษณะต่อเนื่องเป็นลำดับชั้น เด็กจะพัฒนาถึงขั้นใดจะต้องเกิดวุฒิภาวะของความสามารถด้านนั้นก่อน สำหรับ ทฤษฎีด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมอธิบายว่า การอบรมเลี้ยงดูในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็ก เมื่อเติบโต เป็นผู้ใหญ่ ความรักและความอบอุ่นเป็นพ้ืนฐานของความเช่ือม่นั ในตนเอง เด็กที่ไดร้ ับความรักและความอบอุ่นจะ มีความไว้วางใจในผู้อื่น เห็นคุณค่าของตนเอง จะมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตน ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ซึ่งเป็นพ้ืนฐานสำคัญของความเป็นประชาธิปไตยและความคิดริเร่ิมสร้างสรรคแ์ ละทฤษฎพี ัฒนาการด้านสติปัญญา อธิบายว่า เด็กเกิดมาพร้อมวุฒิภาวะ ซึ่งจะพัฒนาขึ้นตามอายุ ประสบการณ์ รวมทั้งค่านิยมทางสังคมและ สง่ิ แวดลอ้ มท่ีเด็กไดร้ ับ ๒. แนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็ก การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การ เล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ขัน้ พื้นฐานที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ของ เด็ก ขณะที่เด็กเล่นจะเกิดการเรียนรู้ไปพร้อม ๆกันด้วย จากการเล่นเด็กจะมีโอกาสเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆของ ร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัสและการรับรู้ผ่อนคลายอารมณ์ และแสดงออกของตนเอง เรียนรู้ความรู้สึกของผู้อื่น เด็กจะรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสทำการทดลอง คิดสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วย ตนเอง การเล่นช่วยให้เด็กเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ดังนั้นเด็กควรมีโอกาสเล่น ปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สิ่งแวดล้อมรอบตัว และเลือกกิจกรรมการเล่น ดว้ ยตนเอง ๓. แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมอง สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุดในร่างกายของคนเรา เพราะการที่มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆได้นั้นต้องอาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพื้นฐานการรับรู้ รับ ความรู้สึกจากประสาทสัมผัสทั้งห้า การเชื่อมโยงต่อกันของเซลล์สมองส่วนมากเกิดขึ้นก่อนอายุ ๕ ปี และ ปฏสิ ัมพันธแ์ รกเรมิ่ ระหว่างเด็กกบั ผู้ใหญ่ มผี ลโดยตรงตอ่ การสรา้ งเซลล์สมองและจดุ เชื่อมต่อ โดยในชว่ ง ๓ ปีแรก ของชีวิต สมองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก มีการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อขึ้นมามากมาย มีการสร้าง ไขมันหรือมันสมองหุ้มล้อมรอบเส้นใยสมองด้วย พอเด็กอายุ ๓ ปี สมองจะมีขนาดประมาณ ๘๐ % ของสมอง ผู้ใหญ่ มีเซลล์สมองนับหมื่นล้านเซลล์ เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อเหล่านี้ยิ่งได้รับการกระตุ้นมากเท่าใด การ เชื่อมต่อกันระหว่างเซลล์สมองยิ่งมีมากขึ้นและความสามารถทางการคิดยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากเด็กขาดการ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 4 โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์
กระตุ้นหรือส่งเสริมจากสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อที่สร้างขึ้นมาก็จะหายไป เด็กที่ได้รับ ความเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ขาดความสามารถที่จะเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ส่วนต่าง ๆของสมองเจริญเติบโต และเร่มิ มีความสามารถในการทำหน้าท่ีในชว่ งเวลาต่างกัน จงึ อธบิ ายได้วา่ การเรยี นรูท้ ักษะบางอยา่ งจะเกิดขึ้นได้ดี ท่ีสุดเฉพาะในชว่ งเวลาหน่ึงที่เรยี กว่า”หนา้ ตา่ งของโอกาสการเรียนร”ู้ ซงึ่ เปน็ ชว่ งทีพ่ ่อแม่ ผเู้ ลย้ี งดูและครูสามารถ ช่วยให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาสิ่งนั้น ๆได้ดีที่สุด เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วโอกาสนั้นจะฝึกยากหรือเด็กอาจทำไม่ได้เลย เช่น การเชื่อมโยงวงจรประสาทของการมองเห็นและรับรู้ภาพจะต้องได้รับการกระตุ้นทำงานตั้งแต่ ๓ หรือ ๔ เดือนแรกของชีวิตจึงจะมีพัฒนาการตามปกติ ช่วงเวลาของการเรยี นภาษาคอื อายุ ๓ – ๕ ปีแรกของชีวิต เด็กจะ พูดได้ชัด คล่องและถูกตอ้ ง โดยการพฒั นาจากการพูดเป็นคำ ๆมาเปน็ ประโยคและเล่าเร่อื งได้ เป็นตน้ ๔. แนวคิดเกี่ยวกับส่ือการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ทำให้เด็กเกิดการเรยี นรู้ตามจดุ ประสงค์ที่วางไว้ ทำให้ สิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกิดการเรียนรู้ และค้นพบด้วยตนเอง การใช้สื่อการเรียนรู้ต้องปลอดภัยต่อตัวเด็กและเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่าง ระหว่างบุคคล ความสนใจ และความต้องการของเด็กท่ีหลากหลาย สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็ก ปฐมวัยควรมสี อื่ ทัง้ ที่เป็นประเภท ๒ มติ แิ ละ/หรือ ๓ มติ ิ ที่เป็นสอ่ื ของจรงิ สอ่ื ธรรมชาติ ส่ือทีอ่ ยูใ่ กลต้ ัวเด็ก สื่อสะ ทอ้ งวฒั นธรรม ส่อื ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ สอ่ื เพื่อพัฒนาเด็กในด้านต่าง ๆใหค้ รบทุกดา้ น ทง้ั น้ี สื่อต้องเอื้อให้เด็กเรียนรู้ ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าโดยการจัดการใช้สือ่ สำหรับเด็กปฐมวยั ต้องเริ่มต้นจากสื่อของจริง ของจำลอง ภาพถ่าย ภาพโครงร่างและสญั ลกั ษณ์ตามลำดับ ๕. แนวคิดเกยี่ วกบั สังคมและวัฒนธรรม เดก็ เมอื่ เกิดมาจะเป็นส่วนหน่งึ ของสังคมและวฒั นธรรม ซึ่งไม่ เพียงแต่จะได้รับอิทธิพลจากการปฏิบัติแบบดั้งเดิมตามประเพณี มรดก และความรู้ของบรรพบุรุษ แต่ยังได้รับ อิทธิพลจากประสบการณ์ ค่านิยมและความเชื่อของบุคคลในครอบครัว และชุมชนของแต่ละที่ด้วย บริบทของ สังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่หรือแวดล้อมตัวเด็กทำให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป ครูจำเป็นต้องเข้าใจและ ยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็ก มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของ เด็กแต่ละคน ครูควรต้องเรียนรู้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของเด็กที่ตนรับผิดชอบ เพื่อช่วยให้เด็กได้รับการ พัฒนา เกิดการเรียนรู้และอยู่ในกลุ่มคนที่มาจากพื้นฐานเหมือนหรือต่างจากตนได้อย่างราบรานมีความสุข เป็น การเตรยี มเดก็ ไปสู้สังคมในอนาคตกับการอย่รู ว่ มกบั ผู้อ่นื การทำงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื ทม่ี ีความหลากหลายทางความคิด ความเชื่อและวฒั นธรรมเช่น ความคล้ายคลงึ และความแตกตา่ งระหว่างวัฒนธรรมไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเรือ่ ง ศาสนา ประเทศ พม่า ลาว กัมพูชาก็จะคล้ายคลึงกับคนไทยในการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ไหว้พระ การให้ ความเคารพพระสงฆ์ การทำบุญเลี้ยงพระ การเวียนเทียนเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ประเพณีเข้าพรรษา สำหรับประเทศมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจึงมีวัฒนธรรมแบบอิสลาม ประเทศฟิลิปปินส์ได้รับอิทธิพลจากคริสต์ศาสนา ประเทศสิงคโปร์และเวียดนามนบั ถือหลายศาสนา โดยนับถือ ลัทธิธรรมเนียมแบบจนี เปน็ หลกั เปน็ ต้น หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๖ 5 โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
ปรัชญาการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์ โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ จัดการพัฒนาเด็ก อายุ ๔ – ๖ ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้ทส่ี นองต่อธรรมชาติและพฒั นาการตามวยั ของเด็กแตล่ ะคนใหเ้ ต็มตามศกั ยภาพ ภายใต้บริบท สังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทกุ คน เพื่อสร้างรากฐานคณุ ภาพ ชวี ิตให้เดก็ พัฒนาไปสู่ความเป็นมนษุ ยท์ ่ีสมบูรณ์เกดิ คณุ ค่าต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ วิสัยทศั นก์ ารศกึ ษาระดบั ปฐมวัย โรงเรยี นบา้ นเนินโพธิ์ โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์ มุ่งมั่นพัฒนาจัดการศึกษาให้นักเรียนมีคุณภาพด้านความรู้ วิชาการ มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และอนุรักษ์ความเป็นไทยโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน น้อมนำ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง พนั ธกจิ ๑. พฒั นาเดก็ ปฐมวัยใหม้ ีพฒั นาการทั้ง ๔ ดา้ น อย่างสมดลุ และเตม็ ศักยภาพ มีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ ท้องถน่ิ สนใจใฝ่รู้ และเรียนรูอ้ ยา่ งมคี วามสุข ๒. พฒั นาครูและบคุ ลากรดา้ นการจดั ประสบการณ์การเรียนรผู้ ่านการเล่นและการลงมอื ปฏบิ ัติที่ หลากหลายสอดคล้องกับพฒั นาการเด็ก ๓. นอ้ มนำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้อย่างเหมาะสมกบั วัย และบริบทของสถานศึกษา ๔. นำสอ่ื เทคโนโลยี และภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ินมาพฒั นาเดก็ ปฐมวัย ๕. ให้ผ้ปู กครอง และชมุ ชนมีส่วนร่วมพฒั นาเด็กปฐมวยั หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 6 โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
เปา้ หมาย ๑. เด็กปฐมวยั ทุกคนไดร้ ับการพฒั นาดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสติปัญญาเป็นองค์รวมอย่าง สมดุล มีเจตคติท่ีดีตอ่ ท้องถ่นิ สนใจใฝร่ ู้ และเรียนรอู้ ย่างมีความสุข ๒. ครมู ีความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถจดั ประสบการณท์ ่ีส่งเสรมิ การเรยี นรู้ผา่ นการเล่น โดยใช้ กระบวนการวางแผน การปฏบิ ัติ และสอดคล้องกบั พัฒนาการเด็ก ๓. มีสภาพแวดลอ้ ม ส่ือ เทคโนโลยี และแหลง่ เรียนรทู้ ี่เอ้ือต่อการส่งเสริมพัฒนาการเดก็ ปฐมวยั อย่าง พอเพยี ง ๔. ครูนอ้ มนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและแหลง่ เรียนรู้ ภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่ มาใช้ในการจดั ประสบการณ์ใหก้ ับเด็กอย่างเหมาะสมกับวัย และบรบิ ทของสถานศกึ ษา ๕. มีเครอื ข่าย พอ่ แม่ ผูป้ กครอง ชมุ ชน และหน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องมีสว่ นรว่ มในการพฒั นาเดก็ ปฐมวัยด้วย วธิ กี ารท่หี ลากหลาย และมีความตอ่ เนื่องในทศิ ทางเดียวกนั กับสถานศึกษา จุดหมาย หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย มุ่งให้เดก็ มพี ฒั นาการตามวัยเตม็ ตามศักยภาพ และเมอื่ มคี วามพร้อมในการ เรียนรู้ตอ่ ไป จงึ กำหนดจดุ หมายเพอื่ ใหเ้ กิดกบั เด็กเมื่อเดก็ จบการศึกษาระดับปฐมวัย ดงั นี้ ๑. มีรา่ งกายเจรญิ เติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสุขนิสยั ที่ดี ๒. มสี ุขภาพจิตดี มสี นุ ทรียภาพ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจติ ใจทด่ี ีงาม ๓. มที กั ษะชีวิตและปฏบิ ัติตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มวี นิ ยั และอยรู่ ่วมกับผู้อื่นได้อย่าง มคี วามสขุ ๔. มีทักษะการคิด การใชภ้ าษาสอ่ื สาร และการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกบั วยั หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ 7 โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธิ์
พัฒนาการเด็กปฐมวัย พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญาแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ เกดิ ขึ้นตามวุฒิภาวะและสภาพแวดลอ้ มทเ่ี ด็กไดร้ บั พฒั นาการเดก็ ในแตล่ ะชว่ งวยั อาจเรว็ หรือช้าแตกตา่ งกันไป ในเด็กแตล่ ะคน มรี ายละเอยี ด ดังน้ี ๑. พัฒนาการด้านร่างกาย เป็นพัฒนาการที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในทางท่ีดีข้ึนของร่างกายใน ด้านโครงสร้างของร่างกาย ด้านความสามารถในการเคลื่อนไหว และด้านการมีสุขภาพอนามัยที่ดี รวมถึงการใช้ สัมผัสรับรู้ การใช้ตาและมือประสานกันในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เด็กอายุ ๓-๕ ปีมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องน้ำหนักและส่วนสูง กล้ามเนื้อใหญ่จะมีความกา้ วหน้ามากกว่ากลา้ มเนื้อเล็ก สามารถบังคับการ เคล่อื นไหวของรา่ งกายได้ดี มคี วามคลอ่ งแคล่วว่องไวในการเดิน สามารถวิ่ง กระโดด ควบคมุ และบังคับการทรงตัว ได้ดี จึงชอบเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง พร้อมที่จะออกกำลังและเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆส่วนกล้ามเนื้อเล็กและ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งตาและมือยังไมส่ มบรู ณ์ การสัมผสั หรือการใช้มือมีความละเอียดข้ึน ใชม้ อื หยบิ จับส่ิงของต่าง ๆได้มากขน้ึ ถา้ เดก็ ไมเ่ ครียดหรอื กังวลจะสามารถทำกจิ กรรมที่พฒั นากล้ามเนื้อเล็กไดด้ ีและนานข้นึ ๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นความสามารถในการรู้สึกและแสดงความรู้สึกของเด็ก เช่นพอใจ ไม่พอใจ รัก ชอบ สนใจ เกลียด โดยที่เด็กรู้จักควบคุมการแสดงออกอย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ เผชิญ กบั เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ ตลอดจนการสรา้ งความรสู้ ึกทีด่ ีและการนับถอื ตนเอง เด็กอายุ ๓-๕ ปีจะแสดงความรู้สึกอย่าง เต็มที่ไม่ปิดบัง ช่อนเร้น เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธแต่จะเกิดเพียงชั่วครู่แล้วหายไปการที่เด็กเปลี่ยนแปลงอารมณ์ง่าย เพราะมีช่วงความสนใจระยะสั้น เมื่อมีสิ่งใดน่าสนใจกจ็ ะเปล่ียนความสนใจไปตามส่ิงนั้น เด็กวันนีม้ ักหวาดกลัวสิง่ ต่าง ๆ เช่น ความมืด หรือสัตว์ต่าง ๆ ความกลัวของเด็กเกิดจากจินตนาการ ซึ่งเด็กว่าเป็นเรื่องจริงสำหรับตน เพราะยังสับสนระหว่างเรื่องปรุงแต่งและเรื่องจริง ความสามารถแสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่าง เหมาะสมกับวยั รวมถงึ ชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อ่ืน เพราะยึดตวั เองเป็นศูนย์กลางน้อยลง และตอ้ งการความสนใจจากผอู้ น่ื มากขน้ึ ๓. พัฒนาการด้านสังคม เป็นความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมครั้งแรกในครอบครัว โดยมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่และพี่นอ้ ง เมื่อโตขึ้นต้องไปสถานศึกษา เด็กเริ่มเรียนรู้การติดต่อและการมีสัมพันธ์กบั บุคคลนอกครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในวัยเดียวกัน เด็กได้เรียนรู้การปรบั ตัวให้เข้าสังคมกับเด็กอื่นพร้อม กับรู้จักร่วมมือในการเลน่ กับกลุม่ เพือ่ น จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนเพือ่ ปลูกฝังและสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการ ทุจริตให้แก่นักเรียนสร้างความตระหนักให้นักเรียน ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีจิต พอเพียงต้านทุจริต ละอายและเกรงกลัวที่จะไม่ทุจริตและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ เจตคติและพฤติกรรม ทางสังคมของเด็กจะก่อขึ้นในวัยนี้และจะแฝงแน่นยากที่จะเปลี่ยนแปลงในวัยต่อมา ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า พฤติกรรมทางสงั คมของเด็กวัยนี้ มี ๒ ลกั ษณะ คือลักษณะแรกนนั้ เป็นความสมั พันธ์กับผู้ใหญ่และลักษณะที่สอง เปน็ ความสมั พันธก์ บั เด็กในวัยใกล้เคียงกัน ๔. ดา้ นสติปญั ญา ความคดิ ของเด็กวัยนี้มีลกั ษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ยงั ไมส่ ามารถเข้าใจความรู้สึก ของคนอ่ืน เด็กมคี วามคดิ เพยี งแต่วา่ ทุกคนมองส่ิงต่าง ๆรอบตวั และรู้สึกต่อสง่ิ ต่าง ๆ เหมอื นตนเอง ความคิดของ ตนเองเป็นใหญ่ท่ีสุด เมื่ออายุ ๔-๕ ปี เด็กสามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุสิง่ ของที่อยู่รอบตัวได้ สามารถ จำสงิ่ ตา่ ง ๆ ทไ่ี ดก้ ระทำซำ้ กนั บอ่ ย ๆ ได้ดี เรยี นรสู้ งิ่ ตา่ ง ๆ ได้ดีข้ึน แต่ยังอาศัยการรบั รูเ้ ป็นสว่ นใหญ่ แกป้ ัญหาการ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 8 โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
ลองผิดลองถูกจากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวพัฒนาอย่าง รวดเร็วตามอายุที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของพัฒนาการทางภาษา เด็กวัยนี้เป็นระยะเวลาของการพัฒนาภาษาอย่าง รวดเร็ว โดยมีการฝึกฝนการใชภ้ าษาจากการทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในรปู ของการพูดคุย การตอบคำถาม การเล่าเรื่อง การเล่านิทานและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาในสถานศึกษา เด็กปฐมวัยสามารถ ใช้ภาษา แทนความคิดของตนและใช้ภาษาในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่นได้คำพูดของเด็กวัยนี้ อาจจะทำให้ผู้ใหญ่บางคน เข้าใจวา่ เด็กร้มู ากแลว้ แต่ท่จี รงิ เดก็ ยังไมเ่ ข้าใจความหมายของคำและเรอื่ งราวลกึ ซึ้งนัก มาตรฐานคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ หลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคจ์ ำนวน ๑๒ มาตรฐาน ประกอบดว้ ย ๑.พัฒนาการด้านรา่ งกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเตบิ โตตามวยั และมีสขุ นิสัยท่ีดี มาตรฐานท่ี ๒ กล้ามเน้ือใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ไดอ้ ย่างคล่องแคลว่ และประสาน สัมพนั ธ์กัน ๒.พฒั นาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคอื มาตรฐานท่ี ๓ มสี ุขภาพจติ ดีและมีความสุข มาตรฐานท่ี ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว มาตรฐานท่ี ๕ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และมจี ิตใจที่ดีงาม ๓.พัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคอื มาตรฐานท่ี ๖ มีทักษะชีวติ และปฏบิ ัติตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย มาตรฐานที่ ๘ อยู่รว่ มกบั ผู้อ่ืนได้อยา่ งมีความสุขและปฏิบตั ิตนเป็นสมาชกิ ท่ดี ีของสังคม ในระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ ๔.พฒั นาการด้านสติปญั ญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคือ มาตรฐานท่ี ๙ ใชภ้ าษาสือ่ สารไดเ้ หมาะสมกับวัย มาตรฐานท่ี ๑๐ มคี วามสามารถในการคิดทเ่ี ป็นพืน้ ฐานการเรียนรู้ มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติท่ีดตี ่อการเรียนรแู้ ละมีความสามารถในการแสวงหาความร้ไู ด้ เหมาะสมกับวยั หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 9 โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
ตวั บง่ ช้ี ตัวบง่ ช้ีเป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กทม่ี ีความสมั พนั ธ์สอดคลอ้ งกับมาตรฐานคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สภาพท่ีพึงประสงคเ์ ป็นพฤตกิ รรมหรือความสามารถตามวัยทคี่ าดหวงั ให้เด็กเกิดบนพน้ื ฐานพฒั นาการ ตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุเพอื่ นำไปใชใ้ นการกำหนดสาระเรียนรใู้ น การจัด ประสบการณ์ กจิ กรรมและประเมนิ พัฒนาการเด็ก โดยมรี ายละเอยี ดของมาตรฐาน มาตรฐานคุณลักษณะ ที่พงึ ประสงค์ ตัวบ่งชีแ้ ละสภาพท่ีพึงประสงค์ ดังน้ี มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจรญิ เตบิ โตตามวัยเด็กมีสขุ นิสัยท่ีดี ตวั บง่ ช้ีที่ ๑.๑ มีนำ้ หนักและส่วนสงู ตามเกณฑ์ สภาพท่ีพึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ -นำ้ หนักและสว่ นสูงตามเกณฑ์ -น้ำหนกั และส่วนสูงตามเกณฑ์ ของกรมอนามยั ของกรมอนามยั ของกรมอนามยั ตัวบง่ ชีท้ ี่ ๑.๒ มีสขุ ภาพอนามัย สุขนิสยั ท่ีดี สภาพที่พงึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -ยอมรับประทานอาหารท่มี ี -รบั ประทานอาหารที่มปี ระโยชน์ -รบั ประทานอาหารท่มี ปี ระโยชน์ได้ หลายชนดิ และดืม่ นำ้ สะอาดได้ ประโยชน์และดื่มนำ้ ท่ีสะอาดเม่ือมี และด่ืมน้ำสะอาดด้วยตนเอง ดว้ ยตนเอง ผู้ชแี้ นะ -ลา้ งมอื ก่อนรบั ประทานอาหาร และหลงั จากใชห้ ้องน้ำห้องสว้ ม -ลา้ งมือก่อนรบั ประทานอาหาร -ลา้ งมือก่อนรบั ประทานอาหาร ด้วยตนเอง -นอนพกั ผ่อนเปน็ เวลา และหลังจากใช้ห้องนำ้ ห้องสว้ มเมือ่ และหลังจากใชห้ ้องน้ำห้องสว้ ม -ออกกำลงั กายเปน็ เวลา มีผู้ชแี้ นะ ดว้ ยตนเอง -นอนพักผ่อนเป็นเวลา -นอนพกั ผ่อนเปน็ เวลา -ออกกำลงั กายเป็นเวลา -ออกกำลงั กายเป็นเวลา หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ 10 โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
ตวั บง่ ชีท้ ี่ ๑.๓ รกั ษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น สภาพท่ีพึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -เลน่ และทำกจิ กรรมอย่าง -เลน่ และทำกิจกรรมอย่าง -เลน่ และทำกจิ กรรมและปฏบิ ตั ิ ต่อผอู้ ่ืนอยา่ งปลอดภัย ปลอดภัยเม่ือมีผู้ชี้แนะ ปลอดภยั ด้วยตนเอง มาตรฐานท่ี ๒ กลา้ มเน้อื ใหญแ่ ละกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใชไ้ ดอ้ ยา่ งคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กนั ตวั บง่ ชที้ ่ี ๒.๑ เคล่อื นไหวรา่ งกายอย่างคล่องแคลว่ ประสานสัมพันธแ์ ละทรงตัวได้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -เดนิ ตามแนวทีก่ ำหนดได้ -เดินตอ่ เท้าไปขา้ งหน้าเปน็ เส้นตรง -เดนิ ตอ่ เท้าถอยหลังเป็นเส้นตรงได้ ไดโ้ ดยไม่ต้องกางแขน โดยไม่ต้องกางเกง -กระโดดสองขาขึน้ ลงอยกู่ ับที่ได้ -กระโดดขาเดยี วอยู่กบั ทีไ่ ด้ -กระโดดขาเดียว ไปขา้ งหน้าได้ โดยไมเ่ สียการทรงตวั อยา่ งต่อเน่ืองโดยไม่เสียการทรงตวั -วิง่ แลว้ หยดุ ได้ -ว่งิ หลบหลีกสิง่ กดี ขวางได้ -วิ่งหลบหลีกส่งิ กีดขวางได้ อย่างคล่องแคล่ว -รับลกู บอลโดยใช้มอื และลำตัวช่วย -รับลูกบอลได้ดว้ ยมือท้ังสองข้าง -รับลูกบอลท่กี ระดอนขนึ้ จากพ้ืนได้ ตวั บ่งชท้ี ่ี ๒.๓ ใช้มอื -ตาประสานสัมพันธ์กัน สภาพทพี่ งึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -ใชก้ รรไกรตัดกระดาษขาดจากกนั -ใชก้ รรไกรตดั กระดาษตามแนว -ใชก้ รรไกรตดั กระดาษตามแนวเสน้ โค้ง ได้ ไดโ้ ดยใชม้ ือเดยี ว เสน้ ตรงได้ -เขียนรูปสามเหลีย่ มตามแบบได้ อย่างมีมุมชัดเจน -เขียนรปู วงกลมตามแบบได้ -เขยี นรปู ส่ีเหล่ียมตามแบบได้ -ร้อยวัสดุทมี่ ีรูขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง อยา่ งมีมมุ ชดั เจน ๐.๒๕ ซม.ได้ -รอ้ ยวัสดทุ ่ีมีรขู นาดเส้นผ่าน -รอ้ ยวสั ดุท่มี รี ขู นาดเส้นผา่ นศูนย์ ศนู ย์กลาง ๑ ซม.ได้ ๐.๕ ซม.ได้ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 11 โรงเรยี นบา้ นเนินโพธิ์
๒.พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ มาตรฐานท่ี ๓ มสี ขุ ภาพจิตดีและมคี วามสุข ตัวบง่ ชที้ ี่ ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม สภาพที่พงึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -แสดงอารมณ์ ความร้สู กึ ได้ -แสดงอารมณ์ ความรูส้ กึ ได้ตาม -แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้สอดคล้อง กับสถานการณ์อย่างเหมาะสม เหมาะสมกบั บางสถานการณ์ สถานการณ์ ตวั บ่งชีท้ ่ี ๓.๒ มคี วามรู้สกึ ท่ีดตี อ่ ตนเองและผู้อ่นื สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -กลา้ พดู กล้าแสดงออก -กลา้ พดู กลา้ แสดงออกอยา่ งเหมาะสม -กล้าพดู กลา้ แสดงออกอย่างเหมาะสม ตามสถานการณ์ บางสถานการณ์ -แสดงความพอใจในผลงานและ -แสดงความพอใจในผลงานตนเอง -แสดงความพอใจในผลงานและ ความสามารถของตนเองและผ้อู นื่ ความสามารถของตนเอง มาตรฐานท่ี ๔ ช่นื ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชที้ ี่ ๔.๑ สนใจและมีความสขุ และแสดงออกผา่ นงานศิลปะ ดนตรแี ละการเคลือ่ นไหว สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -สนใจและมีความสุขและแสดงออก -สนใจและมีความสุขและแสดงออก -สนใจและมีความสุขและแสดงออก ผ่านงานศลิ ปะ ผ่านงานศิลปะ ผ่านงานศลิ ปะ -สนใจ มีความสขุ และแสดงออก -สนใจ มีความสุขและแสดงออก -สนใจ มคี วามสุขและแสดงออก ผ่านเสยี งเพลง ดนตรี ผ่านเสยี งเพลง ดนตรี ผา่ นเสยี งเพลง ดนตรี -สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/ -สนใจ มคี วามสุขและแสดงท่าทาง/ -สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/ เคลอ่ื นไหวประกอบเพลง จังหวะและ เคลอื่ นไหวประกอบเพลง จังหวะ เคลอื่ นไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี และ ดนตรี ดนตรี หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 12 โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
มาตรฐานที่ ๕ มคี ณุ ธรรม จริยธรรมและมีจติ ใจท่ดี ีงาม ตวั บ่งชท้ี ่ี ๕.๑ ซื่อสตั ย์ สจุ ริต สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -บอกหรือช้ีได้วา่ ส่งิ ใดเปน็ ของตนเอง - ขออนญุ าตหรอื รอคอยเมื่อต้องการ - ขออนญุ าตหรอื รอคอยเม่ือต้องการ ส่ิงของของผู้อ่นื ดว้ ยตนเอง และส่งิ ใดเปน็ ของผู้อืน่ สิ่งของของผู้อ่ืนเมื่อมีผู้ช้แี นะ ตวั บง่ ชท้ี ี่ ๕.๒ มคี วามเมตตา กรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือแบง่ ปัน สภาพทีพ่ ึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -แสดงความรกั เพ่อื นและมีเมตตาสตั ว์ -แสดงความรกั เพือ่ นและมีเมตตาสัตว์ -แสดงความรกั เพือ่ นและมีเมตตา เลี้ยง -ช่วยเหลือและแบง่ ปันผอู้ ่ืนได้ เล้ียง สตั ว์เล้ยี ง ดว้ ยตนเอง -แบ่งปันสิง่ ของให้ผู้อ่นื ได้เมื่อมผี ูช้ ี้แนะ -ชว่ ยเหลอื และแบ่งปนั ผอู้ นื่ ได้ อายุ ๕-๖ ปี -แสดงสหี นา้ หรอื ท่าทางรับรคู้ วามร้สู กึ เมื่อมีผชู้ แ้ี นะ ผอู้ นื่ อย่างสอดคล้องกบสถานการณ์ ตวั บ่งชท้ี ่ี ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจผ้อู ่นื สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี -แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรคู้ วามรสู้ กึ -แสดงสหี นา้ หรือทา่ ทางรบั รู้ ผ้อู นื่ ความรู้สกึ ผู้อนื่ ตัวบ่งช้ที ่ี ๕.๔มคี วามรับผิดชอบ สภาพท่ีพึงประสงค์ อายุ ๕-๖ ปี อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี -ทำงานทไี่ ด้รับมอบหมายจนสำเร็จ -ทำงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายจนสำเรจ็ เม่อื มี -ทำงานท่ไี ดร้ ับมอบหมายจนสำเรจ็ ดว้ ยตนเอง ผู้ชว่ ยเหลอื เม่ือมผี ู้ช้ีแนะ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๖ 13 โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
๓.พัฒนาการด้านสงั คม มาตรฐานท่ี ๖ มีทกั ษะชีวติ และปฏิบัติตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตัวบง่ ชี้ที่ ๖.๑ ช่วยเหลือตนเองในการปฏบิ ัติกิจวัตรประจำวัน สภาพท่พี งึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี - แต่งตวั โดยมีผ้ชู ว่ ยเหลือ - แต่งตัวด้วยตนเอง - แตง่ ตวั ด้วยตนเองได้ อยา่ งคล่องแคลว่ - รับประทานอาหารด้วยตนเอง -รบั ประทานอาหารด้วยตนเอง - รบั ประทานอาหารดว้ ยตนเอง อยา่ งถูกวธิ ี -ใช้ห้องน้ำห้องส้วมโดยมีผชู้ ่วยเหลือ -ใชห้ ้องนำ้ หอ้ งสว้ มด้วยตนเอง -ใช้และทำความสะอาดหลงั ใช้ห้องนำ้ ห้องส้วมดว้ ยตนเอง ตัวบง่ ช้ีท่ี ๖.๒ มีวนิ ยั ในตนอง สภาพทพ่ี ึงประสงค์ อายุ ๕-๖ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๓-๔ ปี -เก็บของเลน่ ของใชเ้ ขา้ ที่ -เกบ็ ของเล่นของใช้เขา้ ทเี่ ม่ือมีผู้ชแี้ นะ -เกบ็ ของเลน่ ของใชเ้ ขา้ ทด่ี ว้ ยตนเอง อย่างเรยี บร้อยด้วยตนเอง -เข้าแถวตาลำดับกอ่ นหลงั ไดเ้ มอ่ื มผี ูช้ แ้ี นะ -เขา้ แถวตาลำดับก่อนหลังได้ -เข้าแถวตาลำดบั กอ่ นหลังได้ ดว้ ยตนเอง ด้วยตนเอง ตัวบ่งช้ที ่ี ๖.๓ ประหยดั และพอเพียง สภาพทีพ่ ึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -ใช้สง่ิ ของเครื่องใช้อยา่ งประหยดั และ -ใช้สง่ิ ของเครื่องใช้อย่างประหยัด -ใชส้ ิง่ ของเคร่ืองใช้อย่างประหยัด และพอเพียงด้วยตนเอง พอเพยี งเม่ือมีผ้ชู ้ีแนะ และพอเพยี งเมื่อมผี ู้ชแี้ นะ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 14 โรงเรียนบ้านเนนิ โพธ์ิ
มาตรฐานท่ี ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตวั บง่ ชท้ี ่ี ๗.๑ ดูแลรกั ษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพท่ีพึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -มีสว่ นร่วมในการดแู ลรกั ษาธรรมชาติ -มีส่วนรว่ มในการดแู ลรักษาธรรมชาตแิ ละ -มสี ่วนร่วมในการดูแลรกั ษา และสิ่งแวดลอ้ มดว้ ยตนเอง สิง่ แวดล้อมเมื่อมผี ูช้ ี้แนะ ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม -ทิง้ ขยะได้ถูกที่ เมอื่ มผี ูช้ ้ีแนะ -ทิ้งขยะไดถ้ ูกท่ี -ทง้ิ ขยะได้ถูกที่ ตวั บ่งช้ีที่ ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรกั ความเปน็ ไทย สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -ปฏิบตั ติ นตามมารยาทไทยได้ ตาม ปฏบิ ตั ิตนตามมารยาทไทยได้ เมื่อมผี ู้ -ปฏิบัตติ นตามมารยาทไทยได้ด้วย กาลเทศะ -กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง ชแี้ นะ ตนเอง -ยนื ตรงและร่วมร้องเพลงชาติไทยและ -กลา่ วคำขอบคุณและขอโทษเม่ือมีผชู้ ี้แนะ -กลา่ วคำขอบคณุ และขอโทษดว้ ย เพลงสรรเสรญิ พระมารมี ตนเอง -หยดุ เม่อื ได้ยินเพลงชาติไทยและเพลง -หยดุ เม่อื ได้ยินเพลงชาติไทยและ สรรเสรญิ พระบารมี เพลงสรรเสริญพระบารมี มาตรฐานที่ ๘ อย่รู ่วมกับผอู้ ่ืนได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเปน็ สมาชิกท่ดี ีของสังคมในระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ ตัวบง่ ช้ีท่ี ๘.๑ ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล สภาพท่พี งึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -เล่นและทำกิจกรรมรว่ มกับเดก็ ทแี่ ตกตา่ ง -เล่นและทำกจิ กรรมรว่ มกับกลุ่มเดก็ -เลน่ และทำกิจกรรมร่วมกบั เดก็ ไปจากตน ที่แตกตา่ งไปจากตน ที่แตกตา่ งไปจากตน หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๖ 15 โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
ตวั บง่ ช้ที ่ี ๘.๒ มีปฏิสมั พนั ธท์ ่ีดีกบั ผู้อนื่ สภาพที่พงึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -เล่นร่วมกับเพ่ือน -เลน่ หรอื ทำงานรว่ มกบั เพ่ือน -เลน่ หรือทำงานร่วมกับเพ่ือน อยา่ งมเี ป้าหมาย เปน็ กลุ่ม -ย้ิมหรอื ทกั ทายหรอื พดู คุยกบั ผใู้ หญ่ -ยม้ิ หรือทกั ทายผูใ้ หญ่และบคุ คลท่คี นุ้ เคย -ยิ้มหรอื ทกั ทายหรอื พดู คุยกบั ผ้ใู หญ่ และบคุ คลท่คี ุ้นเคยไดเ้ หมาะสม กับสถานการณ์ เมื่อมผี ชู้ ้แี นะ และบุคคลที่คุน้ เคยไดด้ ว้ ยตนเอง ตวั บ่งชีท้ ่ี ๘.๓ ปฏบิ ตั ิตนเบื้องตน้ ในการเปน็ สมาชกิ ท่ีดีของสงั คม สภาพที่พงึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -มีส่วนร่วมสรา้ งขอ้ ตกลงและปฏบิ ัติ -ปฏิบัติตามขอ้ ตกลงเมื่อมีผ้ชู ้ีแนะ -มสี ่วนรว่ มสร้างข้อตกลงและปฏิบัติ ตามข้อตกลงด้วยตนเอง -ปฏิบตั ติ นเป็นผนู้ ำและผู้ตามได้ ตามข้อตกลงเมือ่ มีผู้ชแี้ นะ เหมาะสมกบั สถานการณ์ -ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้นำและผ้ตู ามเม่อื มผี ชู้ ้ีแนะ -ปฏบิ ัติตนเปน็ ผ้นู ำและผู้ตามทด่ี ไี ด้ อายุ ๕-๖ ปี -ประนปี ระนอมแก้ไขปัญหา ดว้ ยตนเอง โดยปราศจากการใชค้ วามรนุ แรง ดว้ ยตนเอง สภาพทพี่ ึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี -ยอมรับการประนีประนอมแก้ไขปัญหา -ประนปี ระนอมแกไ้ ขปญั หา เมื่อมผี ู้ช้แี นะ โดยปราศจากการใช้ความรนุ แรง เมือ่ มผี ู้ชีแ้ นะ ๕. ด้านสตปิ ัญญา มาตรฐานที่ ๙ ใชภ้ าษาสื่อสารได้เหมาะสมกบั วัย ตัวบ่งชท้ี ่ี ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและเล่าเรอื่ งใหผ้ ู้อ่ืนเข้าใจ สภาพท่ีพึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -ฟังผอู้ น่ื พดู จนจบและโต้ตอบเก่ียวกบั เรื่อง -ฟังผู้อ่นื พดู จนจบและสนทนาโตต้ อบ -ฟังผอู้ ื่นพูดจนจบและสนทนาโตต้ อบ ท่ฟี งั สอดคล้องกบั เรื่องที่ฟงั อยา่ งต่อเนือ่ งเชือ่ มโยงกบั เรื่องทฟี่ ัง -เล่า เรื่องดว้ ยประโยคส้ันๆ -เลา่ เรอ่ื งเป็นประโยคอยา่ งต่อเนือ่ ง -เลา่ เปน็ เรือ่ งราวตอ่ เน่ืองได้ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 16 โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
ตวั บง่ ชท้ี ่ี ๙.๒ อา่ น เขยี นภาพ และสัญลกั ษณไ์ ด้ สภาพที่พงึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -อา่ นภาพ และพูดขอ้ ความดว้ ยภาษา -อ่านภาพ สัญลกั ษณ์ คำพร้อมทง้ั ช้ี -อา่ นภาพ สัญลกั ษณ์ คำด้วยการช้ี หรอื กวาดตามองจดุ เร่ิมต้นและจดุ จบ ของตน หรอื กวาดตามองขอ้ ความตาม ของข้อความ บรรทัด -เขียนชอื่ ของตนเอง ตามแบบ เขยี นขอ้ ความด้วยวธิ ีทีค่ ิดขน้ึ เอง -เขยี นขีด เขย่ี อย่างมีทิศทาง -เขียนคล้ายตวั อักษร มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคดิ ที่เป็นพื้นฐานในการเรยี นรู้ ตวั บ่งชท้ี ่ี ๑๐.๑ มคี วามสามารถในการคิดรวบยอด สภาพที่พงึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -บอกลกั ษณะของส่ิงของต่างๆ จากการ -บอกลกั ษณะและส่วนประกอบ -บอกลักษณะ สว่ นประกอบ การเปลย่ี นแปลง หรือความสมั พันธ์ สังเกตโดยใช้ประสาทสมั ผัส ของส่งิ ของตา่ งๆจากการสังเกตโดยใช้ ของสง่ิ ของต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส ประสาทสมั ผสั -จบั คแู่ ละเปรยี บเทียบความแตกตา่ ง -จบั คู่หรือเปรียบเทียบส่งิ ต่างๆโดยใช้ -จบั ค่แู ละเปรียบเทยี บความแตกตา่ ง หรอื ความเหมือนของสิ่งตา่ งๆโดยใช้ ลกั ษณะหรอื หน้าท่ีการงานเพียงลกั ษณะ หรือความเหมือนของสง่ิ ต่างๆโดยใช้ ลกั ษณะที่สงั เกตพบสองลักษณะขนึ้ ไป เดียว ลักษณะทสี่ งั เกตพบเพยี งลักษณะเดยี ว -คดั แยกส่งิ ต่างๆตามลักษณะหรอื หน้าที่ -จำแนกและจัดกลมุ่ ส่งิ ตา่ งๆโดยใช้ -จำแนกและจัดกลุม่ ส่ิงต่างๆโดยใช้ การใชง้ าน อย่างน้อยหนึ่งลักษณะเปน็ เกณฑ์ ตง้ั แตส่ องลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ -เรียงลำดบั สิง่ ของหรือเหตุการณ์ -เรียงลำดบั ส่งิ ของหรือเหตกุ ารณ์ -เรยี งลำดบั สิ่งของหรือเหตกุ ารณ์ อย่างน้อย ๓ ลำดบั อยา่ งน้อย ๔ ลำดบั อย่างน้อย ๕ ลำดบั ตวั บ่งช้ที ี่ ๑๐.๒ มคี วามสามารถในการคิดเชิงเหตุผล สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -อธิบายเชอื่ มโยงสาเหตุและผลทีเ่ กดิ ขน้ึ -ระบผุ ลท่ีเกดิ ข้นึ ในเหตกุ ารณ์หรอื การ -ระบสุ าเหตหุ รอื ผลที่เกิดข้นึ ใน ในเหตุการณ์หรือการกระทำด้วยตนเอง กระทำเม่อื มผี ้ชู แี้ นะ เหตกุ ารณห์ รือ การกระทำเม่ือมีผู้ -คาดคะเนสิ่งทอี่ าจจะเกิดขนึ้ และ มีสว่ นร่วมในการลงความเหน็ จากข้อมูล ชีแ้ นะ อยา่ งมีเหตผุ ล -คาดเดา หรือ คาดคะเนสง่ิ ท่ีอาจเกดิ ข้ึน -คาดเดา หรอื คาดคะเนสิ่งท่ีอาจจะ เกดิ ขน้ึ หรือมีส่วนร่วมในการ ลงความเห็นจากขอ้ มลู หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 17 โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์
ตัวบ่งชี้ท่ี ๑๐.๓ มคี วามสามารถในการคดิ แกป้ ญั หาและตดั สนิ ใจ สภาพทพี่ ึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -ตดั สินใจในเร่ืองง่ายๆ -ตดั สินใจในเรือ่ งง่ายๆและเร่ิมเรียนรู้ -ตัดสินใจในเร่ืองง่ายๆและยอมรับผล ผลที่เกิดข้ึน ท่ีเกิดขนึ้ -แก้ปญั หาโดยลองผิดลองถูก -ระบุปญั หา และแกป้ ญั หา -ระบุปญั หาสรา้ งทางเลือกและเลอื กวธิ ี โดยลองผดิ ลองถูก แก้ปญั หา มาตรฐานท่ี ๑๑ มีจินตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์ ตวั บ่งชที้ ี่ ๑๑.๑ เลน่ /ทำงานศลิ ปะตามจินตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -สร้างผลงานศิลปะเพื่อสือ่ สารความคิด -สรา้ งผลงานศลิ ปะเพื่อสอื่ สารความคดิ -สรา้ งผลงานศิลปะเพ่ือสอื่ สารความคิด ความร้สู กึ ของตนเองโดยมีการดัดแปลง ความรสู้ ึกของตนเอง ความรู้สึกของตนเองโดยมีการดดั แปลง และแปลกใหม่จากเดิมและ มรี ายละเอียดเพ่ิมขนึ้ และแปลกใหม่จากเดิมหรือมี รายละเอยี ดเพม่ิ ข้ึน ตัวบ่งชท้ี ่ี ๑๑.๒ แสดงทา่ ทาง/เคลือ่ นไหวตามจินตนาการอย่างสรา้ งสรรค์ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -เคล่ือนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด -เคลื่อนไหวทา่ ทางเพ่ือส่ือสาร -เคลือ่ นไหวท่าทางเพ่ือสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง ความคดิ ความรู้สึกของตนเอง ความรสู้ ึกของตนเองอย่างหลากหลายและ อย่างหลากหลายหรือแปลกใหม่ แปลกใหม่ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติท่ดี ีต่อการเรียนรู้ และมคี วามสามารถในการแสวงหาความร้ไู ด้เหมาะสมกับวัย ตวั บ่งชีท้ ่ี ๑๒.๑ มีเจตคตทิ ด่ี ีต่อการเรยี นรู้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -สนใจฟังหรอื อา่ นหนังสอื ด้วยตนเอง -สนใจซักถามเก่ยี วกับสัญลกั ษณ์หรอื -หยบิ หนงั สอื มาอ่านและเขยี นส่ือความคิด ตัวหนงั สอื ที่พบเห็น ด้วยตนเองเปน็ ประจำอยา่ งต่อเนอ่ื ง -กระตือรอื ร้นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม -กระตือรอื ร้นในการเข้ารว่ มกิจกรรม -กระตือรือร้นในการรว่ มกจิ กรรมต้ังแตต่ น้ จนจบ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ 18 โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
ตวั บง่ ช้ีท่ี ๑๒.๒ มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี -คน้ หาคำตอบของข้อสงสัยตา่ งๆ -คน้ หาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ -คน้ หาคำตอบของข้อสงสยั ตา่ งๆ ตามวิธกี ารท่ีหลากหลายด้วยตนเอง ตามวธิ กี ารที่มผี ้ชู แี้ นะ ตามวธิ กี ารของตนเอง -ใชป้ ระโยคคำถามวา่ “เม่ือไร” อยา่ งไร” -เชอื่ มโยงคำถาม “อะไร” ในการค้นหา -ใช้ประโยคคำถามวา่ “ที่ไหน” ในการคน้ หาคำตอบ คำตอบ “ทำไม” ในการคน้ หาคำตอบ การจัดเวลาเรียน หลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาในการจดั ประสบการณ์ให้กบั เด็ก ๓ ปีการศกึ ษา โดยประมาณ ทั้งน้ี ขน้ึ อยู่กับอายขุ องเด็กท่เี รมิ่ เข้าสถานศกึ ษาหรือสถาบนั พฒั นาเด็กปฐมวยั เวลาเรียนสำหรับ เดก็ ปฐมวยั ขน้ึ อย่กู บั สถานศึกษาแต่ละแหง่ โดยมเี วลาเรยี นไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วนั ต่อ ๑ ปีการศึกษา ในแต่ละวนั จะใช้เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ชัว่ โมง โดยสามารถปรบั เปล่ียนใหเ้ หมาะสมตามบรบิ ทของสถานศึกษาและ สถาบันพัฒนาเด็กปฐมวยั โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ โรงเรยี นบ้านเนินโพธิ์ ช่วงอายุ อายุ ๔-๖ ปี สาระการเรยี นรู้ ระยะเวลาเรียน ประสบการณส์ ำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ - ดา้ นร่างกาย - เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเดก็ - ดา้ นอารมณ์ จติ ใจ - เรอื่ งราวเกย่ี วกบั บุคคลและ - ด้านสังคม สถานทีแ่ วดลอ้ มเด็ก - ดา้ นสติปญั ญา - ธรรมชาติรอบตัว - สิง่ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก ปีการศึกษาละ ๒ ภาคเรียน หรอื ๒๐๐ วัน/วนั ละ ๕-๖ ชว่ั โมง หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ 19 โรงเรยี นบ้านเนินโพธิ์
การจัดกจิ กรรมประจำวัน ที่ กจิ กรรมประจำวนั ชน้ั อนบุ าลปีที่ ๒ ชัน้ อนบุ าลปีที่ ๓ (อายุ ๔-๕ป)ี (อายุ ๕-๖ปี) ๑ กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ ๒ กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ เวลาเรียน (นาที/วัน) เวลาเรยี น (นาท/ี วัน) ๓ กิจกรรมสร้างสรรค์ ๒๐ ๒๐ ๔ กจิ กรรมเสรี ๒๐ ๒๐ ๕ กิจกรรมกลางแจง้ ๒๐ ๒๐ ๖ เกมการศึกษา ๔๐ ๔๐ ๗ ทักษะพืน้ ฐานในชีวิตประจำวนั ๓๐ ๓๐ ๒๐ ๒๐ - ตรวจสุขภาพ ไปห้องน้ำ - ดม่ื นม ๑๐ ๑๐ - ลา้ งมือ ๑๐ ๑๐ - รับประทานอาหาร ๑๐ ๑๐ - นอนพักผอ่ น ๕๐ ๕๐ - เกบ็ ทีน่ อน ลา้ งหน้า แปรง ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๐ ๑๐ ฟนั รวม ๖ ช่ัวโมง/วัน ๖ ชว่ั โมง/วัน หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๖ 20 โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
ตารางวเิ คราะหห์ น่วยการจัดประสบการณต์ ามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ หนว่ ยท่ี ๑ ปฐมนเิ ทศ ช้นั อนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ อนุบาลปีท่ี ๒ อนุบาลปีท่ี ๓ ๑. การปฏิบตั ิตนในการรบั ประทานอาหาร ๑. การปฏบิ ตั ิตนในการรบั ประทานอาหาร ๒. การปฏิบตั กิ ิจวัตรประจำวัน/กิจกรรมต่าง ๆ ๒. การปฏิบัตกิ ิจวตั รประจำวัน/ กิจกรรมตา่ ง ๆ ดว้ ยตนเอง ด้วยตนเอง ๓. การเล่นและทำกิจกรรมดว้ ยตนเองและกบั ผู้อื่น ๓. การเลน่ และทำกจิ กรรมด้วยตนเองและกบั ผู้อน่ื ได้อย่างปลอดภยั ได้ อย่างปลอดภัย ๔. การพดู แนะนำชอื่ ของตนเอง ๔. การพูดแนะนำชอ่ื เดก็ ชื่อครูชือ่ พีเ่ ล้ยี งและช่ือ ๕. ชอื่ ครูประจําช้นั ชื่อครูพเ่ี ล้ยี ง เพอ่ื น ๖. การแนะนำสัญลักษณป์ ระจำตัวของเดก็ และของ ๕. การแนะนำสัญลกั ษณ์ประจำตวั ของเด็กและของ ใช้สว่ นตัว ใช้สว่ นตวั ๗. การแนะนำและสำรวจสถานที่ตา่ งๆ เกี่ยวข้อง ๖. การแนะนำและสำรวจสถานท่ตี า่ งๆในโรงเรียน กับตนเอง เช่น ห้องเรยี น โรง อาหาร ห้องนำ้ เชน่ ห้องเรยี น โรงอาหาร ห้องน้ำ อาคารเรียน ๘. การปฏิบัติตนตามมารยาทไทย สนามเดก็ เลน่ และการใช้หอ้ งน้ำท่ีถกู วิธี - การสวัสดี ๗. การปฏบิ ัตติ นตามข้อตกลงของห้องเรียน – การขอบคณุ ๘. การปฏิบตั ิตนตามมารยาทไทย - การขอโทษ - การสวัสดี ๙. การพูดแสดงความคิดความรูส้ ึกและความ - การขอบคณุ ตอ้ งการ - การขอบใจ ๑๐. การบอกลกั ษณะของส่ิงตา่ งๆจากการสังเกต - การขอโทษ โดยใช้ประสาทสัมผัส ๙. การพูดเล่าเร่ืองราวที่เกยี่ วกับตนเอง ๑๐. การบอกลกั ษณะของส่ิงตา่ งๆจากการสงั เกต โดยใช้ประสาทสัมผัส มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพี่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๑) (๑.๒.๒) มฐ ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๑) (๑.๒.๒) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ. ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๔ ตบช๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๕ ตบช ๕.๑ (๕.๑.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๑ (๕.๑.๑) หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 21 โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธิ์
หนว่ ยท่ี ๑ ปฐมนเิ ทศ ช้ันอนบุ าลปที ่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑ (ต่อ) อนบุ าลปที ี่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๓ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช๖.๑ (๖.๑.๑) ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๒) ตบช ๗.๒ (๗.๒.๒) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๑๒ ตบช๑๒.๒ (๑๒.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) มฐ ๑๒ ตบช๑๒.๑ (๑๒.๑.๒) หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ 22 โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธ์ิ
หนว่ ยท่ี ๒ โรงเรยี นของเรา ชั้นอนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรยี นที่ ๑ อนุบาลปีท่ี ๒ อนุบาลปที ี่ ๓ ๑. พฒั นาการทางภาษาและการร้หู นังสือ นทิ าน ๑. พฒั นาการทางภาษาและการรู้หนงั สอื นทิ าน เรื่อง โรงเรยี นแสนสนกุ เรื่อง หมนี ้อยจะไปโรงเรยี น 2. ช่อื โรงเรยี นและสถานท่ใี นโรงเรยี น ๒. สถานทต่ี า่ งๆในโรงเรยี น ๓. สำรวจอาคารต่าง ๆ ในโรงเรยี น ๓. ทำแผนผังในโรงเรยี น ๔. บคุ ลากรในโรงเรียน ๔. บุคคลในโรงเรียนและบทบาทหนา้ ที่ของบคุ คล ๕. มารยาทในโรงเรียน ๕. ทำแผนท่ีการเดินทางมาโรงเรียน ๖. สร้างขอ้ ตกลงและการปฏิบตั ขิ องห้องเรียน ๖. สร้างขอ้ ตกลงและการปฏิบตั ขิ องห้องเรยี นและ ๗. การจับคู่ภาพเหมอื น การจับคู'ภาพกบั จำนวน โรงเรียน การต่อภาพให้สมบรู ณ์ ๗. การจับคูภ่ าพเหมอื น การจับค่ภู าพกบั จำนวน การต่อภาพให้สมบูรณ์ การเรียงลำดับ เหตุการณ์ การจบั คู่ภาพกับสัญลักษณ์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) มฐ.๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) มฐ.๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๓ (๘.๓.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๑ (๘.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๘.๓ (๘.๓.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 23 โรงเรียนบ้านเนนิ โพธ์ิ
หน่วยท่ี ๓ ตวั เรา ช้นั อนุบาลปที ่ี ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑ อนบุ าลปที ี่ ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓ 1. การดูแลสขุ ภาพอนามัย 1. การดูแลสขุ ภาพอนามัย การปฏิบัติตนให้มี 2. ความแตกต่างของเพศชาย เพศหญิง พลานามัยที่ดี โดยใชภ้ าพ สุขบัญญัติ 10 ประการ 3. หน้าท่ีและความสำคัญของอวัยวะต่าง ๆ 2. การดแู ลรักษาตนเองในการแปรงฟันอยา่ งถกู วธิ ี 4. การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 3. การดูแลรักษาและป้องกันอนั ตรายของอวัยวะ 5. การดูแลรกั ษาและป้องกันอันตราย 4. ชือ่ อวยั วะและความสำคัญของอวยั วะนั้น 6. การรักษาความสะอาดร่างกาย การแปรงฟัน 5. หน้าทข่ี องอวยั วะของร่างกาย 7. การปฏิบัตติ นให้มีร่างกายสมบรู ณแข็งแรง 6. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น 7. การเปรยี บเทียบและการเรียงลำดับความ สูง-ตำ่ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ 8. การจัดหมวดหมู่ภาพกับสัญลกั ษณ์อวัยวะต่าง ๆ มาตรฐานที่ ๑ ตบช ๑.๑ (๑.๑.๑) 9. การเรยี งลำดบั ภาพเหตกุ ารณ9กิจวตั รประจำวัน ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มาตรฐานที่ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) มาตรฐานที่ ๑ ตบช ๑.๑ (๑.๑.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานที่ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานท่ี ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) มาตรฐานท่ี ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มาตรฐานที่ ๙ ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒) มาตรฐานที่ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) (๑๐.๑.๔) มาตรฐานท่ี ๙ ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒) มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔) หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 24 โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธิ์
หนว่ ยท่ี ๔ หนทู ำได้ ชั้นอนุบาลปที ่ี ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ อนบุ าลปที ่ี ๒ อนุบาลปีท่ี ๓ 1. ระวงั รักษาความสะอาดของร่างกายและ 1. วธิ รี ะวังรักษาร่างกายให้สะอาดมีสุขอนามยั ทด่ี ี การมสี ขุ อนามยั ทด่ี ี 2. การช่วยเหลือตนเองในกิจวตั รประจำวนั 2. การชว่ ยเหลอื ตนเองในกิจวัตรประจำวัน - การแต่งกาย - การล้างมอื - การล้างมือที่ถูกวธิ ี - การแต่งกาย - การรบั ประทานอาหาร - การรบั ประทานอาหาร - การใช้ห้องน้ำห้องส้วม - การใช้ห้องน้ำห้องส้วม - การเกบ็ ของใช้สว่ นตวั - การเก็บของใช้สว่ นตัว - การปแู ละเกบ็ เคร่อื งนอน - การปแู ละเกบ็ เคร่อื งนอน มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๒) มฐ ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๒) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๑ (๖.๑.๑) (๖.๑.๓) มฐ ๖ ตบช ๖.๑ (๖.๑.๑) (๖.๑.๓) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ 25 โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธิ์
หนว่ ยท่ี ๕ ครอบครัวมสี ุข ชั้นอนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ อนุบาลปีที่ ๒ อนุบาลปีที่ ๓ ๑. สมาชกิ ในครอบครวั (เครือญาติ) ๑. ประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครัว ๒. จำนวนสมาชิกในครอบครวั ๒. การปฏบิ ัติตนเป็นสมาชิกท่ดี ขี องครอบครัว ๓. บทบาทหน้าท่ีสมาชิกในครอบครัว ๓. บทบาทหน้าทข่ี องบุคคลในครอบครัว ๔. การปฏบิ ตั ติ นต่อบคุ คลในครอบครวั ๔. อาชีพของบุคคลในครอบครวั ๕. อาชีพของบุคคลในครอบครัว มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๙.๑ (๙.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) ตบช ๙.๑ (๙.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 26 โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
หนว่ ยท่ี ๖ อาหารดีมีประโยชน์ ชั้นอนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ อนบุ าลปีท่ี ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓ ๑. อาหารหลกั ๕ หมู่ ๑. อาหารหลกั ๕ หมู่ ๒. อาหารแต่ละชนิดมรี สชาติที่แตกต่าง กนั เช่น ขม ๒. อาหารท่มี ีประโยชน!และอาหารที่ไม่มปี ระโยชน์ หวาน เปรย้ี ว เคม็ เผด็ ๓. ประโยชน์ของอาหาร ๓. สุขนสิ ัยและมารยาทท่ดี ใี นการ รับประทาน ๔. อาหารประจำภาคทง้ั 4 ภาค คอื ภาคเหนอื อาหาร ภาคกลาง ภาคอีสาน และ ภาคใต้ ๔. ประโยชน!ของอาหาร ๕. การประกอบอาหารไทย ประเภทส้มตำไทย ๕. วธิ ีการประกอบอาหาร เช่น ต้ม ผดั แกง ทอด ๖. การจำแนกและจัดกลุ่มอ้วน–ผอม ๖. การประกอบอาหารต้มจืดเต้าหู้ หมูสับ ๗. การจำแนกและจดั กลุ่มภาพกบั สญั ลกั ษณ์ ๗. การจำแนกและจดั กลุ่มอาหารแต่ละชนิด ออกเป็นหมู่ ๘. การเรียงลำดบั ส่ิงของหรือเหตกุ ารณ์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๒ ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๑ (๖.๑.๒) ตบช. ๘.๓ (๘.๓.๒) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช. ๘.๓ (๘.๓.๒) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๔) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔) หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ 27 โรงเรียนบา้ นเนินโพธ์ิ
หนว่ ยท่ี ๗ ฝน ชัน้ อนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑ อนบุ าลปีที่ ๒ อนุบาลปีท่ี ๓ ๑.ปรากฎการณ์ธรรมชาติ ๑.ปรากฎการณธ์ รรมชาติ -สมบตั ิของน้ำ - วัฎจกั รของนำ้ ๒.การปฏิบัติตนอยา่ งเหมาะสมเม่ือฝนตก ๒.การปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมเม่ือฝนตก -หลบฝนปละไม่ไปในทีโ่ ล่งแจง้ - หลบฝนปละไมไ่ ปในทโี่ ล่งแจ้ง -ใช้อุปกรณ์กับฝน - ใช้อปุ กรณก์ ับฝนและการแกป้ ัญหาเม่อื ไม่มี ๓.การปฏบิ ตั ิตนอย่างเหมาะสมเมื่อเจบ็ ป่วย อุปกรณก์ นั ฝน -พกั ผ่อน ทำรา่ งกายใหอ้ บอ่นุ ดืม่ น้ำใหเ้ พียงพอ ๓.โรคท่ีพบบอ่ ยในฤดูฝนและการป้องกนั ๔.เหตุการณท์ สี่ ัมพันธก์ บั การเกิดฝน และปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสมเพอื่ ป้องกันการแพร่ เช้ือ -โครงการตามพระราชดำริ โครงการแก้มลงิ -โครงการตามพระราชดำริ โครงการฝนหลวง -การบอกอาการเมื่อเจ็บปว่ ย ๔.เหตุการณท์ สี่ ัมพนั ธ์กับการเกดิ ฝน มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) -คนและสัตว์มีน้ำกินและใช้ มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) -พืชผลทางการเกษตรเจรญิ งอกงาม -โครงการตามพระราชดำริ โครงการฝายชะลอ ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) นำ้ มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) (๓.๒.๒) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๓) มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์ มฐ ๗ ตบช. ๗.๒ (๗.๒.๓) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) (๑๐.๒.๒) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช. ๑๐.๓(๑๐.๓.๒) มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) (๓.๒.๒) มฐ ๑๑ ตบช. ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.1) (๑๒.๒.๒) มฐ ๗ ตบช. ๗.๒ (๗.๒.๓) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) ตบช. ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) (๑๐.๒.๒) มฐ ๑๑ ตบช. ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 28 โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
หนว่ ยท่ี ๘ ขา้ ว ชน้ั อนบุ าลปที ี่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ อนบุ าลปที ่ี ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓ ๑. ข้าวชนดิ ต่าง ๆ เช่น ขา้ วเปลอื ก ข้าวสาร ข้าว ๑. ข้าวชนิดต่าง ๆ เช่น ขา้ วเจ้าข้าว เหนยี ว ฯลฯ สกุ ๒. ข้ันตอนการทำนา ๒. ลกั ษณะของต้นขา้ ว ๓. ประเพณีทเี่ กีย่ วกบั ข้าว เชน่ พระราชพิธจี รด ๓. การนับปากเปล่าจำนวน 1- 10 พระนงั คัลแรกนาขวญั อาหารหรือขนมในเทศกาล ๔. ข้นั ตอนในการทำนา ต่างๆ ๕. ประเพณีท่เี กีย่ วกบั ขา้ ว เชน่ พระราชพิธีจรด ๔. ประโยชน์ของข้าว พระนงั คัลแรกนาขวัญ ประเพณวี นั สารทไทย ๕. อาหารทที่ ำมาจากข้าว การทำขนม บัวลอย ๖. อาหารทีท่ ำมาจากข้าว ๖. การตวงอย่างคาดคะเน ๗. ทำอาหารขนม แพนเค้ก ๗. เปรยี บเทียบปริมาณมากน้อย มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๒) (๒.๑.๓) มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๓) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ. ๕ ตบช. ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ. ๕ ตบช. ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๑ (๘.๑.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) (๙.๑.๒) มฐ ๘ ตบช. ๘.๑ (๘.๑.๑) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) (๙.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) ตบช. ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) (๑๐.๑.๔) มฐ. ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑) หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 29 โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธ์ิ
หน่วยที่ ๙ ปลอดภัยไวก้ ่อน ช้นั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑ อนุบาลปีที่ ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓ ๑. การรักษาความปลอดภยั ของตนเองและผู้อ่นื ๑. การรักษาความปลอดภยั ของตนเองและผู้อ่นื ในกจิ วตั รประจำวัน ในกิจวตั รประจำวัน ๒. ความปลอดภยั จากการเล่นของเล่นและการเล่น ๒. ความปลอดภยั จากการเล่นของเล่นและการเล่น ในสนามเดก็ เล่น ในสนามเด็กเล่น ๓. การระวงั ภัยจากสถานที่และอุปกรณ์ ๓. การระวังภยั จากสถานทเ่ี สีย่ งอนั ตรายของมีคม เส่ียงอันตรายของมคี ม สัตว์มี พษิ และคนแปลกหน้า สตั วม์ ีพษิ และคนแปลกหน้า มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒) มฐ ๔ ตบช ๔.๑.(๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑.(๔.๑.๓) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๒) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๒) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) (๙.๒.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๖ 30 โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
หน่วยท่ี ๑๐ วันเฉลิมพระชนมพรรษา ชัน้ อนุบาลปที ี่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ อนุบาลปที ่ี ๒ อนุบาลปที ่ี ๓ ๑. พระราชประวัติ ๑. พระราชประวตั ิ - พระปรมาภไิ ธย - พระปรมาภิไธย - วนั พระราชสมภพ/สีประจำวัน พระราชสมภพ - ตราประจำพระองค์ -พรรณไมป้ ระจำรัชกาล -วันเฉลมิ ราชสมภพ/สีประจำวันพระราชสมภพ -พระบรมราชชนก/พระบรมราชชนนี พระบรมราชชนก/พระบรมราชชนนี ๒. พระผูท้ รงเป็นจอมทัพไทย ๒. พระผู้ทรงเปน็ ตน้ แบบชองความวิริยะอตุ สาหะ - พระราชประวัตดิ ้านการทหาร - พระราชประวตั ดิ า้ นการบิน - ความมรี ะเบียบวินยั และความกลา้ หาญ - ความวิริยะอตุ สาหะ - โครงการจติ อาสา “เราทำความดีด้วยหวั ใจ” ๓.พระผทู้ รงปลกุ จติ สำนึกในการทำความดี ๓.พระผ้ทู รงปลกุ จติ สำนกึ ในการทำความดี -โครงการจิตอาสา “เราทำความดดี ้วยหัวใจ” -โครงการจติ อาสา “เราทำความดดี ้วยหัวใจ ๔. การแสดงความจงรักภักดี ๔. การแสดงความจงรกั ภกั ดี -การลงนามถวายพระพร -การถวายความเคารพ -เพลงสรรเสริญพระบารมี -เพลงสรรเสริญพระบารมี ๕.พระราชกรณยี กิจ ๕.การจำแนกเงินเหรียญ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๓) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒) มฐ ๔ ตบช ๔.๑.(๔.๑.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑.(๔.๑.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๔.(๕.๔.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๔.(๕.๔.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) ตบช ๗.๒ (๗.๒.๓) ตบช ๗.๒ (๗.๒.๓) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๔) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒) มฐ ๑๒ ตบช ๑๒.๑ (๑๒.๑.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๔) หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 31 โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
หนว่ ยท่ี ๑๑ วันแม่ ช้นั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑ อนุบาลปีที่ ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓ ๑.พฒั นาการทางภาษาและการรู้หนังสอื จากหนังสอื ๑.พัฒนาการทางภาษาและการร้หู นงั สือจากหนังสือ เร่ือง แมจ่ า๋ เรอ่ื ง นมจากเต้า ๒.ความสำคญั ของวันแม่แห่งชาติ ๒.พระราชประวตั ิและพระราชกรณยี กิจสมเดจ็ พระ ๓.สัญลักษณ์ของวันแมแ่ หง่ ชาติ นางเจ้าสริ ิกิติ์พระบรมราชินีนาถ ๔.การปฏบิ ตั ิตนตอ่ พอ่ แม่แห่งชาตแิ ละแม่ของเรา ๓.ความสำคญั ของวนั แม่แห่งชาติ ๕.การทำบตั รอวยพรวนั แม่ ๔.สัญลักษณข์ องวันแมแ่ ห่งชาติ ดอกไม้และธง ๖.การรอ้ ยกำไลกราบแม่ ๕.การทำความเคารพและการปฏิบตั ติ นท่ถี ูกต้องตอ่ แม่ ๖.การทำบัตรอวยพรวันแม่ ๗.การรอ้ ยกำไลกราบแม่ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๔) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๓) มฐ ๓ ตบช ๓.๑ (๓.๑.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๑ (๓.๑.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 32 โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
หนว่ ยที่ ๑๒ รกั เมืองไทย ช้ันอนบุ าลปที ่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑ อนบุ าลปที ่ี ๒ อนบุ าลปีท่ี ๓ ๑. ประเทศไทยสภ่ี าค ๑. พระมหากษัตรยิ ์ไทย ๒. ดอกไม้ประจาชาตไิ ทย ๒. วันสำคัญตามประเพณไี ทย ๓. ภาษาและพยัญชนะไทย ๓. บา้ นไทย ๔. สถานที่สำคัญในทอ้ งถนิ่ ๔. หนา้ ท่ีของเดก็ ในการเปน็ พลเมอื งดี ๕. ของหวาน ขนมไทย ๕. ผลไม้เมอื งไทย ๖. มารยาทไทย การอยรู่ ่วมกันกับผ้อู นื่ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๓) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) ๒.๒ (๒.๒.๓) มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๓) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๒.๑) มฐ ๗ ตบช. ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ.๘ ตบช ๘.๑ (๘.๑.๑) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑(๙.๑.๑) ตบช. ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) (๙.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑)(๙.๒.๒) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) ตบช. (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๔) มฐ ๑๑ ตบช.๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๖ 33 โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธ์ิ
หนว่ ยท่ี ๑๓ ของเลน่ ของใช้ ชัน้ อนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรยี นที่ ๑ อนุบาลปที ่ี ๒ อนุบาลปที ่ี ๓ ๑. การแยกของใช้ส่วนตัวและส่วนรวม ๑. การรู้จักของเล่นของใช้ ๒. ลักษณะของเลน่ ของใช้ ๒. การรจู้ ักของเล่นของใช้ ๓. การเก็บของเล่นของใช้ - การจำแนกและจดั กล่มุ ของเลน่ ของใช้ตามรูปทรง ๔. การปฏิบัตติ นในการเลน่ เรขาคณิต ๕. การใช้วสั ดุและของเลน่ ของใช้อย่างคุ้มคา่ ๓. อันตรายทเ่ี กิดจากของเล่นและวิธปี อ้ งกนั อนั ตราย มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ๔. อนั ตรายทีเ่ กดิ จากของใช้และวิธปี อ้ งกนั อันตราย มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) ๕. การเก็บรกั ษาของเลน่ ของใช้ มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑(๔.๑.๓) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑(๔.๑.๓) ตบช ๖.๓ (๖.๓.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๖.๓ (๖.๓.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๓) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๓) หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ 34 โรงเรียนบ้านเนนิ โพธ์ิ
หนว่ ยที่ ๑๔ ชมุ ชนของเรา ชั้นอนบุ าลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑ อนุบาลปที ่ี ๒ อนุบาลปที ี่ ๓ ๑. ช่ือชุมชน/สถานทสี่ ำคัญในชุมชน ๑. ชอื่ ชุมชน ๒. สถานทท่ี ่องเทยี่ วในชมุ ชน ๒. คาขวัญหัวหนิ ๓. การปฏบิ ัติตนเป็นสมาชิกทด่ี ใี นชุมชน ๓. สถานท่ีในชุมชน ๔. การคดั แยกขยะ - พระราชวงั ไกลกังวล ๕. อาชพี ในชมุ ชน - ตลาด ๖. การเลน่ และทากิจกรรมดว้ ยตนเองและกับผู้อ่ืน - วัด ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั - โรงเรียน ๗. การกลา้ แสดงออก - สถานีตำรวจ ๘. ความพอใจในตนเอง - โรงพยาบาล ๙. การช่ืนชมและแสงออกทางศิลปะ ดนตรี - สถานีรถไฟ และการเคลื่อนไหว ๔. ตวั อย่างคนในชมุ ชน ๑๐. การพูดแสดงความคิดความรู้สกึ และ ความ (เรื่องความอดทน โผน ก่ิงเพชร) ต้องการ ๕. การละเลน่ ไทย ๑๑. การจำแนกจัดกลุ่มรูปทรงเรขาคณติ ๖. อาชพี ของคนในชมุ ชน ๑๒. การสังเกตรายละเอยี ดของภาพ - คา้ ขาย ๑๓. จานวนและความสมั พันธ์ - ประมง ๑๔. การจดั หมวดหม่ภู าพท่ีสมั พันธก์ ัน - ท่องเที่ยว ๗. การคดั แยกขยะ ๘. จัดกลุ่มลักษณะความสัมพนั ธข์ องส่ิงตา่ งๆ จากการสงั เกต ๙. จับคภู่ าพกับคา ๑๐. เรียงลาดับเหตกุ ารณ์ ๑๑. คดั แยกการจบั กล่มุ และการจำแนกสิง่ ต่างๆ ลักษณะและรูปรา่ ง รูปทรง หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๖ 35 โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธิ์
หน่วยที่ ๑๔ ชมุ ชนของเรา ช้นั อนบุ าลปีที่ ๒-๓ ภาคเรยี นที่ ๑ (ต่อ) อนุบาลปที ่ี ๒ อนบุ าลปที ี่ ๓ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๓) (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช 2.1 (2.1.1) มฐ. ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ. ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช 4.1 (4.1.1) (๔.๑.๓) มฐ ๕ ตบช ๕.๒(๕.๒.๑) (๕.๒.๒) มฐ ๕ ตบช ๕.๒(๕.๒.๑) (๕.๒.๒) มฐ 6 ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) (๗.๑.๒) มฐ ๗ ตบช๗.๑ (๗.๑.๑) ตบช ๗.๒(๗.๑.๒) มฐ ๘ ตบช๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑(๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑(๙.๑.๑) ตบช ๙.๒(๙.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) (๗.๑.๒) มฐ ๘ ตบช๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑(๙.๑.๑) ตบช ๙.๒(๙.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 36 โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์
หน่วยท่ี ๑๕ ตน้ ไมท้ ร่ี กั ช้นั อนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑ อนุบาลปที ี่ ๒ อนบุ าลปที ี่ ๓ ๑.ช่อื และส่วนประกอบของต้นไม้ ๑. ชอ่ื และลกั ษณะของต้นไม้ ๒. รปู รา่ งและลักษณะของใบไม้ ๒. การจำแนกประเภท ๓. การปลูกต้นไม้ การดแู ลต้นไม้ ของต้นไม้ (ไม้ดอก ไมผ้ ล ไม้ใบ) ๔. ประโยชนข์ องต้นไม้ ๓. การทดลองการดดู น้ำของราก และหนา้ ทขี่ อง ๕. การประกอบอาหารจากพชื ราก ๔. การบำรงุ ดูแลรักษาตน้ ไม้ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ ๕. โทษของการทำลายป่า มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๗ ตบช. ๗.๑ (๗.๑.๑) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๗ ตบช. ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) (๑๐.๑.๓) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๔) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒(๑๒.๒.๑) (๑๐.๑.๔) มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒(๑๒.๒.๑) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ 37 โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
หน่วยที่ ๑๖ ดนิ หิน ทราย ช้นั อนบุ าลปที ี่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ อนุบาลปีที่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๓ ๑. การใช้ส่งิ ของเคร่ืองใช้อย่างประหยัดและ ๑. สังเกตลกั ษณะ ดนิ หิน ทรายจากของจริง พอเพียง ๒. บันทึกขอ้ มูลลักษณะของดิน หนิ ทราย ๒. การมีส่วนร่วมดแู ลรักษาธรรมชาติและ โดยการวาดภาพ สง่ิ แวดล้อม ๓. เปรยี บเทียบความแตกต่างของ ดนิ หิน ทราย ๓. การเลา่ เรอ่ื งเป็นประโยค (ขนาด สี ผิวสัมผสั กลน่ิ ) ๔. การจบั ค่หู รือเปรยี บเทียบความแตกตา่ ง ๔. การคดั แยก การจัดกลุ่ม และการจำแนกดิน หิน หรือความเหมือนของดิน หนิ ทราย ทราย ๕. การจำแนกและจัดกล่มุ รายละเอียดภาพดนิ หนิ ๕. ส่งิ มีชีวิตท่ีอยูใ่ นดนิ หิน ทราย ทราย ๖. สง่ิ ไม่มีชีวิตทีอ่ ย่ใู นดนิ หนิ ทราย ๖. การเรียงลำดับเหตุการณอ์ ยา่ งน้อย 4 ลำดบั ๗. ประโยชน์ของดนิ หิน ทราย ๗. ในดนิ หิน ทรายจะมสี ่ิงมีชวี ิตและสิ่งไมม่ ีชีวิตอยู่ ๘. เครื่องใชท้ ่ีท้าจากดนิ หนิ ทราย ๘. ประโยชน์ของดิน หนิ ทราย ๙. ปฏบิ ตั ิจริงการใช้ดินหินทรายในการ กรองน้ำ ๙. การปฏบิ ตั ติ นในการดแู ลรักษาธรรมชาติรอบตัว ๑๐. การดูแลรักษาธรรมชาติรอบตวั เห็นคุณค่าดิน เหน็ คุณค่าดิน หนิ ทรายอยไู่ ด้นาน ๆ หนิ ทรายอยไู่ ด้นานๆ ๑๐. ลักษณะส่วนประกอบ ดิน หิน ทราย มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ มาตรฐานท่ี ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานที่ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานที่ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มาตรฐานท่ี ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มาตรฐานที่ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานที่ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มาตรฐานท่ี ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มาตรฐานที่ ๖ ตบช ๖.๓ (๖.๓.๑) มาตรฐานท่ี ๖ ตบช ๖.๓ (๖.๓.๑) มาตรฐานที่ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มาตรฐานที่ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มาตรฐานท่ี ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มาตรฐานที่ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๔) (๑๐.๑.๔) ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๒) ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๒) มาตรฐานที่ ๑๒ ตบช ๑๒.๑ (๑๒.๑.๒) มาตรฐานท่ี ๑๒ ตบช ๑๒.๑ (๑๒.๑.๒) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 38 โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธิ์
หน่วยท่ี ๑๗ สตั ว์น่ารัก ชั้นอนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑ อนบุ าลปที ่ี ๒ อนุบาลปที ่ี ๓ สตั ว์น้ำ สตั วเ์ ลยี้ ง ๑. ลกั ษณะของสตั ว์น้ำ ๑. ลักษณะของสตั วเ์ ลย้ี ง ๒. ประเภทของสตั ว์ สตั วแ์ ต่ละชนดิ มรี ปู รา่ ง ๒. ประเภทของสัตว์ สตั วแ์ ต่ละชนดิ มีรูปรา่ ง ลักษณะ ลักษณะ และขนาดแตกตา่ งกนั และขนาดแตกตา่ งกนั ๓. อาหาร ที่อยขู่ องสตั ว์และช่วงอายขุ องสัตว์ ๓. สัตวแ์ ตล่ ะชนิดมีธรรมชาติความเป็นอยทู่ ี่ ๔. การป้องกนั อนั ตรายและความปลอดภยั จากสัตว์ แตกตา่ งกัน ๕. ประโยชนข์ องสตั วต์ อ่ มนุษย์ ๔. การป้องกันอันตรายและความปลอดภยั จากสตั ว์ ๖. ความเมตตากรุณา ต่อสัตว์ ๕. ความเมตตากรณุ าต่อสัตว์ ๗. การจบั คภู่ าพเหมือน เกมโดมโิ น การจบั ค่ภู าพ ๖. การสงั เกต จับคเู่ ปรียบเทียบ จำแนกจัดกลุ่มสัตว์ กบั สัญลกั ษณ์ การจับคู่ภาพกบั จำนวน มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๓.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๓.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มฐ ๘ ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๒) ตบช. ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช. ๙.๒ (๙.๒.๑) หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 39 โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
หน่วยท่ี ๑๘ คมนาคม ช้นั อนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ อนุบาลปีที่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๓ ๑. ความสำคัญของยานพาหนะ ๑. ความหมายและประโยชนข์ องยานพาหนะ ๒. ยานพาหนะทางบก ๒. การปฏบิ ตั ติ นเม่ือเดนิ ทางดว้ ยรถและรถไฟ ๓. ยานพาหนะทางน้ำ ๓. การปฏบิ ัตติ นเมอื่ เดินทางทางน้ำ ๔. ยานพาหนะทางอากาศ ๔. การปฎิบตั ติ นเมอ่ื ขึน้ สะพานลอย ๕. การปฎบิ ัติตนตามกฎจราจร ๕. การปฎิบัติตนเมอ่ื ขา้ มทางมา้ ลาย มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพี่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๑ ตบช 1๑.1 (10.1.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑(๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑(๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 40 โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
หนว่ ยที่ ๑๙ ร้รู อบ ปลอดภยั ช้ันอนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๒ อนบุ าลปที ี่ ๒ อนบุ าลปีท่ี ๓ ๑. การระมัดระวังอันตรายท่ีอาจเกดิ ขึน้ กับตวั เองเม่ือ ๑. การประเมนิ ภัยรอบตัวเม่ืออยู่ในสถานที่และ อย่ใู นโรงเรยี นและบา้ นของเรา สถานการณต์ ่าง ๆ ๒. ไฟฟา้ มปี ระโยชน์มากมายแตม่ อี ันตรายมาก ๒. ภยั พบิ ัตติ า่ งๆ ได้แก่ อัคคีภัย วาตภยั อุทกภัย เชน่ กนั ๓. การระวงั ภัยอัคคีภัย การดูแลช่วยเหลือ ตนเอง ๓. การปฏิบัตติ วั เมื่อได้ยินสญั ญาณเตือนภยั การ เม่อื มีเหตุไฟไหม้ ช่วยเหลอื ตนเองเมื่อเกิดเหตุรา้ ย ๔. การสำรวจจุดอนั ตรายในโรงเรยี น และ สถานที่ ๔. การสงั เกตสิง่ แวดล้อมรอบตัวทเ่ี ป็นสัญญาณ อ่ืน ๆ ท่ีเด็กอาศยั อยู่ และการปฏิบัติตัวเพื่อใหพ้ น้ ภัย เตอื นภยั เชน่ กลน่ิ เหม็นไหม้ เสียงกระจกแตก ๕. การปฏบิ ตั ิตนเพ่อื ปอ้ งกนั ภยั ที่อาจ เกดิ ขึ้นกบั เด็ก เสยี งดงั ที่ดงั มากๆ เป็นต้น เม่ืออยูใ่ นสถานที่สาธารณะ ๕. การปฏบิ ตั ติ นและปอ้ งกันภัยท่อี าจ เกิดขน้ึ กับเดก็ ๖. การสงั เกตคนแปลกหนา้ การดแู ลตวั เองเม่ืออย่หู ่าง เมือ่ อยู่ในสถานทส่ี าธารณะ ผ้ปู กครอง มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์ มาตรฐานท่ี ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานท่ี ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานที่ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มาตรฐานท่ี ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มาตรฐานที่ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) (๓.๒.๒) มาตรฐานที่ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานที่ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มาตรฐานท่ี ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มาตรฐานที่ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มาตรฐานท่ี ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มาตรฐานท่ี ๘ ตบช ๘.๑ (๘.๓.๑) (๘.๓.๒) มาตรฐานท่ี ๘ ตบช ๘.๑ (๘.๓.๑) (๘.๓.๒) มาตรฐานที่ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มาตรฐานที่ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒) มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๔) มาตรฐานท่ี ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) (๑๐.๑.๔) ตบช ๑๐.๓ (๑๐.๓.๑) ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๒) ตบช ๑๐.๓ (๑๐.๓.๑) ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๒) มาตรฐานท่ี ๑๒ ตบช ๑๒.๑ (๑๒.๑.๒) ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ 41 โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
หน่วยท่ี ๒๐ ลอยกระทง ชนั้ อนบุ าลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๒ อนบุ าลปที ี่ ๒ อนุบาลปีท่ี ๓ ๑. ความเป็นมาและความสำคญั ของวันลอยกระทง ๑. ความเป็นมาและความสำคัญของประเพณี ๒. กจิ กรรมในวนั ลอยกระทง ลอยกระทง ๓. การดแู ลรักษาสงิ่ แวดล้อมในแมน่ ้ำ ๒. กลีบและฐานกระทง ๔. สว่ นประกอบของกระทง ๓. การจม - ลอยโดยการทดลองหาจำนวนกลบี ๕. ลักษณะรปู ร่างฐานกระทง กระทง ทม่ี ากทีส่ ดุ ท่กี ระทงไม่จม ๖. รปู รา่ ง ขนาด พน้ื ที่ของฐานกระทงท่ีมผี ลต่อการ ๔. การดแู ลรักษาธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มใน จมการลอย แมน่ ้ำ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพี่ ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช. 1.3 (1.3.1) มฐ ๑ ตบช. 1.3 (1.3.1) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๗ ตบช. ๗.๑ (๗.๗.๑) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑) หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 42 โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์
หน่วยท่ี ๒๑ กลางวัน กลางคนื ชน้ั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรยี นที่ ๒ อนุบาลปที ี่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๓ ๑. ลกั ษณะของดวงอาทติ ย์ ๑. ความแตกต่างของเวลากลางวนั -กลางคืน ๒. ลกั ษณะของดวงจันทร์ ๒. ลกั ษณะของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ๓. ความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน ๓. การปฏิบัติกิจวตั รประจาวนั ตามหน้าท่ี ๔. การปฏบิ ัตกิ ิจวตั รประจาวนั ในเวลากลางวนั และ ความ รับผดิ ชอบ กลางคืน ๔. ความสัมพนั ธข์ องคน พืช สัตว์ และการ ๕. สัตวท์ ่ีออกหากนิ ในเวลากลางวนั และกลางคนื เจรญิ เตบิ โตของพืช ๕. สัตว์ที่ออกหากนิ ในเวลากลางคนื และสตั ว์มีพษิ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มฐ. ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๓) มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ มฐ. ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๓) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ. ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒) (๒.๑.๔) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ. ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑)(๒.๑.๔) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๓) มฐ. ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) (๓.๒.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๒) มฐ. ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ.๓ ตบช. ๓.๑ (๓.๑.๑) มฐ. ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒) ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๒) ตบช ๕.๔ (๕.๔.1) มฐ. ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ. ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ. ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒) มฐ. ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ. ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) ตบช ๕.๔ (๕.๔.1) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ. ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) ตบช. ๖.๓ (๖.๓.๑) มฐ. ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ.๘ ตบช. ๘.๑ (๘.๑.๑) หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 43 โรงเรียนบ้านเนนิ โพธ์ิ
หน่วยท่ี ๒๒ ค่านยิ มไทย ชน้ั อนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๒ อนบุ าลปีที่ ๒ อนุบาลปีท่ี ๓ ๑. ฉนั เปน็ คนไทย ๑. ฉนั เป็นคนไทย ๒. ฉนั ภูมิใจในความเปน็ ไทยทม่ี ีวันสำคัญของชาติ ๒. ฉนั ภูมใิ จในความเป็นไทยที่มีวันสำคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ๓. คนไทยใช้ภาษาไทยเปน็ ภาษาประจำชาติ ๓. คนไทยใชภ้ าษาไทยเปน็ ภาษาประจำชาติ มวี ัฒนธรรมประเพณีประจำชาติ และท้องถ่ิน มีวัฒนธรรมประเพณปี ระจาชาตแิ ละทอ้ งถน่ิ ๔. คนไทยมีมารยาทดี มคี วามซ่ือสัตย์ มนี ้ำใจ มี ๔ คนไทยมมี ารยาทดี มคี วามซ่ือสตั ย์/มีน้ำใจ/มี วินยั กตัญญู วนิ ยั กตญั ญู ๕. คนไทยสว่ นมากนบั ถือศาสนาพุทธ พระมหากษตั ริย์ไทยทรงอปุ ถมั ภ์ทกุ ศาสนาใน ประเทศไทย ศาสนา ทกุ ศาสนาสอนให้ทกุ คนเป็นคน ดี มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒) มฐ ๕ ตบช ๕.๑ (๕.๑.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๑ (๕.๑.๑) ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒) ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔) มฐ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) มฐ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 44 โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
หนว่ ยท่ี ๒๓ วนั ชาติ ชัน้ อนบุ าลปที ่ี ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ อนุบาลปที ี่ ๒ อนุบาลปที ี่ ๓ ๑. วันชาติของประเทศไทยตรงกบั วนั ที่ ๕ ๑. วนั ชาตขิ องประเทศไทยตรงกบั วันที่ ๕ ธนั วาคมของทุกปีซงึ่ เปน็ วนั พระราชสมภพ (วนั ธันวาคมของทุกปีซ่ึงเปน็ วนั พระราชสมภพ(วนั เกดิ )ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั รัชกาลที่ เกดิ )ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั รชั กาลที่ ๙ ๙ ๒. วันท่ี ๕ ธนั วาคมถือเป็นวนั ๒. วันท่ี ๕ ธนั วาคมถอื เป็นวนั พอ่ แห่งชาติ พอ่ แห่งชาติ เน่ืองจากพระบาทสมเดจ็ พระ เนอื่ งจากพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ เจา้ อยหู่ ัว รัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นผูม้ ีพระคุณแก่ ๙ ทรงเปน็ ผู้มพี ระคุณแก่ชาติ เปรยี บเสมอื นพ่อ ชาติ เปรยี บเสมอื นพอ่ ของชาวไทยทกุ คน ของชาวไทยทุกคน ๓. ความสำคญั ของวันชาตแิ ละพระคุณพ่อ ๓. ความสำคัญของวันชาตแิ ละพระคุณพอ่ ๔. ความกตญั ญูต่อผูม้ ีพระคณุ ๔. ความกตัญญตู ่อผู้มีพระคณุ ๕. พระราชกรณยี กิจทส่ี ำคญั ๕. การรักษาสิง่ แวดลอ้ มในชุมชน ๖. การรักษาสิง่ แวดลอ้ มในชุมชน มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑(๔.๑.๑.) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑.) (๔.๑.๓) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ 45 โรงเรียนบา้ นเนินโพธ์ิ
หน่วยที่ ๒๔ เศรษฐกิจพอเพยี ง ช้ันอนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรยี นที่ ๒ อนบุ าลปีที่ ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓ ๑. ความรเู้ รือ่ งหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. ความรู้เรือ่ งหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ระดับปฐมวัย ระดับปฐมวยั ๒. การปฏิบัตติ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๒. การปฏบิ ัตติ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ท่ีเหมาะสมกับเดก็ ปฐมวัย ทเ่ี หมาะสมกับเดก็ ปฐมวยั -การประหยัดอดออม(เงิน) -การประหยัดอดออม - การใช้ส่งิ ของเครือ่ งใช้ น้ำ/ไฟ อย่างประหยดั –การใชส้ ่ิงของ เครื่องใช้ น้ำ/ไฟ อย่างประหยดั - การแต่งตัวด้วยตนเอง –การแตง่ ตัวดว้ ยตนเอง - การรับประทานอาหารและด่ืมนมให้ไม่เหลือทิ้ง –การรบั ประทานอาหารและดืม่ นมให้ไมเ่ หลือท้ิง ๓. การเก็บของเล่นของใช้เข้าทด่ี ว้ ยตนเอง ๓. การเก็บของเล่นของใชเ้ ข้าทด่ี ้วยตนเอง ๔. การเขา้ แถวตามลำดบั ก่อนหลัง ๔. การเขา้ แถวตามลำดับก่อนหลงั ๕. การรู้จกั เลอื กอย่างมีเหตุผล ๕. การรจู้ กั เลอื กอยา่ งมีเหตุผล-การปลกู ผักรกั สุขภาพ - การปลกู ผักรักสขุ ภาพ - การเลือกซ้ืออาหารที่มีประโยชน์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๑ (๖.๑.๑) (๖.๑.๒) มฐ ๖ ตบช ๖.๑ (๖.๑.๑) (๖.๑.๒) ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) (๖.๒.๒) ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) (๖.๒.๒) ตบช.๖.๓ (๖.๓.๑) ตบช.๖.๓ (๖.๓.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) (๙.๒.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔) (๑๐.๑.๔) มฐ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) (๑๐.๒.๒) ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) มฐ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) มฐ ๑๒ ตบช ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑) หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 46 โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธิ์
หน่วยท่ี ๒๕ เทคโนโลยแี ละการสอื่ สาร ชน้ั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ อนุบาลปีที่ ๒ อนบุ าลปที ี่ ๓ ๑. การสอ่ื สารทางโทรศพั ท์ ๑. ชนดิ ของจดหมาย ๒. การเดินทางของเสียงผ่านโทรศัพท์ ๒. ลกั ษณะของจดหมาย ๓. การประดษิ ฐโ์ ทรศพั ท์ตามวิธกี ารข้อสงสัยของ ๓. หนา้ ทขี่ องบุรษุ ไปรษณีย์ ตนเองเพอ่ื หาคำตอบจากวสั ดุทกี่ ำหนดให้ ๔. การเดินทางของจดหมาย ๔. การทดสอบการได้ยินเสยี งของโทรศพั ท์ กระดาษ ๕. ขัน้ ตอนการส่งจดหมาย ที่ประดษิ ฐ์จากกรวยท่ีมขี นาด, รูปรา่ ง,ความยาว ๖. การสื่อสารทางอื่นๆ ไดแ้ ก่ วทิ ยุ โทรทัศน์ ของเชือกต่างกัน ๕. การสอ่ื สารทางอน่ื ๆ ไดแ้ ก่ วทิ ยุ โทรทัศน์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔) (๑๐.๑.๔) มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑) มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑) หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ 47 โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
หนว่ ยที่ ๒๖ วนั ข้นึ ปีใหม่ ช้ันอนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๒ อนุบาลปที ี่ ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓ ๑. ประวตั ิความเปน็ มาของวันขึ้นปใี หม่ ๑. ประวัติความเปน็ มาของวันขึน้ ปใี หม่ ๒. ประเพณีในวันข้นึ ปใี หม่ ๒. ประเพณีในวนั ข้นึ ปใี หม่ ๓. การปฏบิ ตั ิตนในวนั ข้นึ ปีใหม่ ๓. ความสำคัญของการอวยพรใหผ้ อู้ น่ื ๔. ความสำคญั ของการอวยพรใหผ้ อู้ ืน่ ๔. กจิ กรรมทีม่ ีในงานเลี้ยงปีใหม่ ๕. ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิในการจดั งานวันขน้ึ ปใี หม่ ๕. การปฏบิ ตั ิตนในวนั ข้ึนปใี หม่ ๖. การนับจำนวนและแสดงจานวน ๑ – ๘ ๖. ขอ้ ควรปฏบิ ตั ใิ นงานเลีย้ งปีใหม่ ๗. การจำแนก จัดกลุม่ จานวน ๗. การนบั จำนวนและแสดงจำนวน ๑–๑๓ ๘. การต่อเติมแบบรูป ๘. การตอ่ เติมแบบรปู ของขวญั แบบตา่ ง ๆ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐานที่ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานที่ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานที่ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔) มาตรฐานท่ี ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓) มาตรฐานที่ ๓ ตบช ๓.๑ (๓.๑.๑) มาตรฐานที่ ๓ ตบช ๓.๑ (๓.๑.๑) มาตรฐานที่ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานที่ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานที่ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มาตรฐานที่ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มาตรฐานที่ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มาตรฐานที่ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มาตรฐานที่ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มาตรฐานท่ี ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๓) มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๓) มาตรฐานที่ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) มาตรฐานที่ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 48 โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธิ์
หนว่ ยท่ี ๒๗ สนุกกับเลข ชั้นอนุบาลปที ี่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ อนบุ าลปีที่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๓ ๑. นับและแสดงจำนวน ๑ – ๘ ๑. นบั และแสดงจำนวน ๑ – ๑๔ ๒. การรวมส่ิงต่าง ๆ สองกลุ่ม และบอกจำนวน ๒. การรวมสิ่งต่าง ๆ สองกลุ่ม และบอกจำนวน ทเ่ี กดิ จากการรวมสิ่งตา่ ง ๆ สองกลุ่มมีผลรวม ทเี่ กดิ จากการรวมส่ิงตา่ ง ๆ สองกลุ่มมผี ลรวม ไมเ่ กนิ ๑๐ ไม่เกิน ๑๔ ๓. การแยกกลมุ่ ย่อยออกจากกลุม่ ใหญ่และบอก ๓. การแยกกลมุ่ ย่อยออกจากกลมุ่ ใหญ่และบอก จำนวนที่เหลือเม่ือเมื่อแยกกลุม่ ย่อยท่ีมจี ำนวน จำนวนท่ีเหลอื เม่ือเม่ือแยกกลุ่มย่อยทีม่ จี ำนวน ไม่เกนิ ๑๐ ไม่เกนิ ๑๔ ๔. เปรียบเทยี บจำนวนของสิ่งตา่ ง ๆ เช่น เท่ากนั ๔. เปรียบเทยี บจำนวนของส่ิงตา่ ง ๆ สองกลมุ่ มี หรือไมเ่ ท่ากนั มากกวา่ หรอื น้อยกวา่ จำนวน ไม่เกิน ๑๔ เช่น เท่ากันหรอื ไมเ่ ทา่ กนั ๕. เรยี งลำดับท่ีของสง่ิ ตา่ ง ๆ ไมเ่ กิน ๓ สง่ิ มากกว่า น้อยกวา่ ๕. เรยี งลำดบั ท่ีของส่งิ ต่าง ๆ ไม่เกนิ ๕ ส่ิง มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ 49 โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธ์ิ
หนว่ ยท่ี ๒๘ ขนาด รปู รา่ ง รูปทรง ช้นั อนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๒ อนุบาลปีท่ี ๓ ๑. ลักษณะวัสดทุ รงส่เี หลย่ี ม ๑. ลกั ษณะวัสดุทรงสามเหล่ียม ๒. วสั ดทุ รงสี่เหลยี่ มรอบตวั เรา ๒. วสั ดทุ รงสามเหล่ียมรอบตวั เรา ๓. เปรยี บเทียบความเหมือน ความตา่ งของวัสดุ ๓. เปรยี บเทียบความเหมือน ความตา่ งของวสั ดุ ทรงกลมและทรงสีเ่ หลี่ยม ทรงกลม ทรงส่ีเหลี่ยม และทรงสามเหล่ียม ๔. จำแนกวสั ดุทรงกลม ทรงสเ่ี หลย่ี ม และรูป ๔. จำแนกวัสดทุ รงกลม ทรงส่เี หล่ียม ทรง วงกลม รูปส่เี หลี่ยม สามเหลย่ี ม และรูปวงกลม รูปสีเ่ หลีย่ ม รปู ๕. ประโยชน์ของทรงส่เี หลี่ยม สามเหลีย่ ม ๕. ประโยชนข์ องทรงสามเหลี่ยม มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์ มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓), ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๒) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๒) (๒.๒.๓) มฐ ๕ ตบช. ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๕ ตบช. ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔) (๑๐.๑.๔) มฐ ๑๑ ตบช. ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) มฐ ๑๑ ตบช. ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ 50 โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166