Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ID Plane - จิรพล ลิวา 2563

ID Plane - จิรพล ลิวา 2563

Published by dlit_sm037, 2021-06-22 14:11:17

Description: ID Plane - จิรพล ลิวา 2563

Search

Read the Text Version

1 แผนพฒั นาตนเองและพฒั นาวิชาชีพ (Individual Development Plan-ID Plan) กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โดย นายจิรพล ลวิ า ตำแหนง่ ครชู ำนาญการ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนสตรีปากพนัง อำเภอปากพนงั จงั หวดั นครศรธี รรมราช

2 สงั กดั สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 12 คำนำ ตามท่ี ก.ค.ศ.ไดก้ ำหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการพฒั นาตนเองและวิชาชีพครู (ว22/2560) เมอ่ื วนั ที่ 5 กรกฎาคม 2560 ขอ้ 1. ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา ตอ้ งได้รบั การพัฒนาอย่างต่อเนอ่ื งทุกปี โดยใหป้ ระเมินตนเองตาม แบบ ท่ี ก.ค.ศ. กำหนด พรอ้ มทัง้ จัด ทำแผนการพัฒนาตนเองเป็นรายปี ตามแบบท่ีสว่ นราชการกำหนด และเข้ารบั การ พัฒนาตามแผนอยา่ งเปน็ ระบบ และต่อเน่ือง ฉะนนั้ ก่อนจะเลือกหลกั สตู รคูปอง ครูจะตอ้ งประเมินตนเอง จัดทำแผนพัฒนา ตนเอง เพ่ือให้ผู้บริหารอนุมัตหิ ลักสตู ร ตาม ID Plan สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ไดด้ ำเนินการโครงการพฒั นาครูแบบครบวงจร ตามนโยบาย กระทรวงศกึ ษาธิการในการปฏริ ูประบบการพัฒนาครู เพ่อื ตอบสนองตอ่ การพัฒนาทรพั ยากรบคุ คลอยา่ งมรี ะบบ และมี ประสิทธภิ าพสูงสุด สอดคล้องกับยุทธศาสตรช์ าติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560– 2579) ซึง่ รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ (นพ.ธรี ะเกยี รติ เจรญิ เศรษฐศลิ ป์) มีนโยบายพฒั นาครเู พอื่ เชอ่ื มโยงกบั วิทยฐานะ โดยจัดสรรงบประมาณใหข้ ้าราชการครู คนละ 10,000 บาทตอ่ ไป สำหรับการอบรมพฒั นาตนเองในหลักสูตรที่สถาบนั คุรุพฒั นารับรองและ สพฐ.คัดเลอื กหลกั สูตร การพัฒนา สำหรบั ปงี บประมาณ 2561 นี้ กำหนดการเรม่ิ ให้ครูแสดงความตอ้ งการพัฒนาตนเองในหลักสูตรท่ีสอดคลอ้ งกับ แผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) ในระหวา่ งวันท่ี 25 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2561 และเริม่ เข้ารับการอบรมตั้งแต่วันท่ี 30 มถิ นุ ายน – 16 กันยายน 2561ซงึ่ ในระหว่างนี้ จะมีแนวปฏิบตั ิของครูผ้สู อน ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา สำนักงานเขตพน้ื ท่ี การศกึ ษา และหนว่ ยพัฒนาตามแนวทางท่ี สพฐ.ได้จดั ประชุมชีแ้ จงเมือ่ วนั ท่ี 10 เมษายน 2561 ทผ่ี ่านมา

สารบัญ 3 เรื่อง หน้า สว่ นท่ี 1 ข้อมูลผจู้ ัดทำแผนพฒั นาตนเอง 4 งานในหน้าทท่ี ร่ี ับผดิ ชอบ 6 ผลงานทเี่ กดิ จากการปฏิบัติหนา้ ทใ่ี นตำแหน่งปัจจุบนั ผลที่เกดิ จากการจัดการเรียนรู้ 6 7 ผลท่ีเกิดจากการพฒั นาวิชาการ ผลที่เกดิ กบั ผู้เรยี น 7 ผลที่เกดิ กบั สถานศกึ ษา 8 ผลท่ีเกดิ กบั ชมุ ชน 8 ส่วนท่ี 2 ผลการประเมนิ ตนเอง 9 ตอนท่ี 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ กคศ. 10 ตอนที่ 2 ผลการประเมนิ ศักยภาพของผูเ้ รยี นในสถานศึกษาตามจดุ เนน้ ของ สพฐ. 11 ตอนที่ 3 ผลการประเมนิ ศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคิดของหลักสูตรของสถาบนั ครุ พุ ฒั นา สว่ นที่ 3 แผนการพัฒนาตนเอง 12 อนั ดับความสำคญั / สมรรถนะทจี่ ะพฒั นา 12 วิธกี าร /รูปแบบการพฒั นา 13 ระยะเวลาในการพฒั นา 13 การขอรบั การสนบั สนุนจากหนว่ ยงาน 13 ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะได้รับ 14 ความเห็นของผบู้ งั คบั บัญชา 15 ประวัติการเขา้ รบั การพฒั นา (ในรอบ 2 ปี ท่ีผ่านมา) สว่ นที่ 4 ความต้องการในการพัฒนา (กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษาฯ) 18 หลักสตู รใดท่ที ่านตอ้ งการพัฒนา 18 เพราะเหตุใดท่านจึงต้องการเขา้ รบั การพฒั นาในหลักสตู รน้ี 18 ทา่ นคาดหวังสิ่งใดจากการเข้ารับการพฒั นาในหลกั สตู รน้ี 19 ทา่ นจะนำความรจู้ ากหลกั สูตรไปพัฒนาการสอนของท่านอยา่ งไร

4 แผนการพัฒนาตนเองสำหรับครู (Individual Development Plan : ID Plan) สว่ นที่ 1 ขอ้ มูลผูจ้ ัดทำแผนพัฒนาตนเอง ชือ่ นายจริ พล ชอื่ สกลุ ลิวา ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ชำนาญการ อายุการทำงาน 6 ปี 6 เดือน ระยะเวลาดำรงตำแหน่งปจั จบุ นั - ปี 6 เดือน วฒุ ิการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิชาเอก ประวตั ศิ าสตร์ วิชาโท ประวตั ศิ าสตร์เพอ่ื การท่องเทย่ี ว ปริญญาโท สาขาวชิ าเอก การจัดการนวัตกรรมเพ่อื การพัฒนา เงินเดือน ........................ ขั้น - อัตราเงนิ เดอื น 24,700 บาท สถานทท่ี ำงาน โรงเรยี น สตรปี ากพนงั สงั กัด สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 12 สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ทอ่ี ยู่ทีส่ ามารถติดตอ่ ได้ เลขท่ี 52/1 หมู่ ถนน นครศรีฯ-ปากพนัง ตำบล ในเมือง อำเภอ เมือง จังหวดั นครศรีธรรมราช โทรศพั ทม์ ือถือ 0841898732 งานในหน้าทท่ี ่ีรบั ผดิ ชอบ 1. กล่มุ สาระการเรียนร้ทู ่สี อน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยมีรายละเอยี ดดงั นี้ ภาคเรยี นที่ 1 1.1 วิชา ประวตั ิศาสตร์ รหัสวิชา ส 21105 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 คาบ /สปั ดาห์ คิดเปน็ 20 ชว่ั โมง/ ภาคเรยี น 1.2 วิชา ประวตั ิศาสตร์ รหสั วชิ า ส 22105 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1 คาบ /สัปดาห์ คิดเปน็ 20 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น 1.3 วชิ า ประวตั ิศาสตร์ รหัสวชิ า ส 23105 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 คาบ /สปั ดาห์ คดิ เปน็ 20 ชว่ั โมง/ ภาคเรียน กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น 1.4 วชิ า ชมุ นมุ รหัสวชิ า - ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี - จำนวน 1 คาบ /สัปดาห์ คดิ เปน็ 20 ช่วั โมง / ภาคเรยี น 1.5 วชิ า ผู้บำเพ็ญประโยชน์ รหัสวชิ า - ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี - จำนวน 1 คาบ /สปั ดาห์ คดิ เป็น 20 ช่ัวโมง / ภาคเรียน 1.6 วชิ า แนะแนว - จริยธรรม รหัสวชิ า - ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 จำนวน 1 คาบ /สปั ดาห์ คดิ เป็น 20 ชั่วโมง / ภาคเรยี น รวมเป็น 60 ช่วั โมง /ภาคเรียน

5 ภาคเรียนท่ี 2 1.1 วชิ า ประวัตศิ าสตร์ รหัสวิชา ส 22104 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 จำนวน 1 คาบ /สปั ดาห์ คิดเปน็ 20 ชัว่ โมง / ภาคเรยี น 1.2 วชิ า ประวตั ศิ าสตร์ รหัสวิชา ส 23104 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 จำนวน 1 คาบ /สัปดาห์ คิดเปน็ 20 ช่วั โมง/ ภาคเรยี น 1.3 วิชา การปกครองทอ้ งถิน่ ของไทย รหัสวิชา ส 32203 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 จำนวน 2 คาบ /สัปดาห์ คดิ เป็น 40 ช่วั โมง / ภาคเรยี น 1.4 วชิ า ประวัตศิ าสตรท์ อ้ งถิน่ รหสั วชิ า ส 30204 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 จำนวน 2 คาบ /สปั ดาห์ คดิ เปน็ 40 ชัว่ โมง / ภาคเรียน กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน 1.10 วชิ า ชมุ นมุ รหัสวิชา - ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ - จำนวน 1 คาบ /สัปดาห์ คดิ เปน็ 20 ชว่ั โมง / ภาคเรียน 1.11 วิชา ผบู้ ำเพญ็ ประโยชน์ รหัสวิชา - ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี - จำนวน 1 คาบ /สัปดาห์ คิดเป็น 20 ช่วั โมง / ภาคเรยี น 1.12 วิชา แนะแนว - จริยธรรม รหสั วิชา - ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 1 คาบ /สัปดาห์ คิดเป็น 20 ชั่วโมง / ภาคเรียน รวมเป็น 360 ช่ัวโมง /ภาคเรยี น - ช่ัวโมงสอนตามตารางสอน 720 ช่วั โมง / ปีการศกึ ษา - ชว่ั โมงสนับสนนุ การจดั การเรียนรู้ 60 ชวั่ โมง - ชวั่ โมงการมสี ว่ นรว่ มในชุมชนการเรยี นรทู้ างวิชาชีพ (PLC) 50 ชั่วโมง - ชว่ั โมงงานตอบสนองนโยบายและจดุ เน้น 31 ช่วั โมง - ชวั่ โมงการอบรมพฒั นาตามคปู อง 20 ช่ัวโมง งานทไี่ ด้รบั มอบหมายเปน็ งานพเิ ศษ ดงั น้ี (เชน่ ) 1. ครทู ปี่ รึกษาชน้ั ศกึ ษาศึกษาปที ี่ 1 2. งานแนะแนว งานทะเบียนนักเรยี น งานทนุ การศึกษา (กยศ.) งานหวั หน้าเจา้ หนา้ ที่พัสดุ 3. เวรประจำวนั ตามตารางเวรทกี่ ำหนด 4. เวรยามรกั ษาความปลอดภยั ในช่วงเวลากลางคืน 5. อน่ื ๆ ผลงานที่เกดิ จากการปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ในตำแหน่งปจั จบุ ัน (ย้อนหลังไมเ่ กิน 2 ป)ี 1. ผลทเ่ี กดิ จากการจัดการเรียนรู้ 1.1 ร่วมกับคณะครจู ดั ทำหลกั สตู รสถานศึกษา วเิ คราะห์หลกั สูตร จดั ทำแผนการจัดการเรียนรู้ และนำแผน การจัดการเรยี นรูไ้ ปใช้ในการจดั ประสบการณ์ให้กบั นักเรียน 1.2 ครูมกี ารวางแผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรูอ้ ยา่ งเป็นระบบมกี ารจัดการเรียนรู้ที่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ

6 โดยใช้ส่ือทหี่ ลากหลาย เนน้ กระบวนการคิด 1.3 มีการวัดและประเมินผลการเรยี นร้ตู ามสภาพจริง โดยใชเ้ ครอื่ งมอื อยา่ งหลากหลายและนำ ผลไปใช้ใน การพัฒนาผเู้ รยี น ได้ดำเนนิ การจัดกจิ กรรมการเรียนรใู้ หก้ ับนักเรยี น โดยร่วมกบั คณะครจู ัดทำหลักสูตรสถานศกึ ษาระดบั มัธยมศึกษา ตอนต้นและตอนปลาย วิเคราะห์หลักสตู ร จัดทำแผนการจดั การเรียนรู้ และนำแผนการจัดการเรยี นรู้ไปใช้ในการจัดการ เรยี นการสอนใหก้ บั นกั เรียนโดยเน้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญ ใหผ้ ้เู รยี นไดเ้ รยี นรลู้ งมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ มีการวัดผลประเมินผลตามสภาพ จริงโดยใช้วธิ ีการทหี่ ลากหลาย โดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน ช้ินงาน แบบฝกึ โดยการวดั ผลประเมินผลดังกลา่ วครอบคลุมทุกๆ ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ การปฏิบัติ ทักษะกระบวนการและคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของ นักเรียนทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา และมีคุณธรรม จริยธรรม ทั้งนี้เพื่อให้ นักเรียนมีพัฒนาการที่ดี มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตลอดจนมีการบันทึกหลังการจัดกิจกรรมการสอนอย่างสม่ำเสมอ ท้ังนีเ้ พื่อจะไดช้ ว่ ยแกไ้ ขขอ้ บกพร่องใหก้ บั นักเรียนท่มี ปี ญั หา 2. ผลทีเ่ กดิ จากการพฒั นาวชิ าการ 2.1 มีการจัดหา พัฒนา ประยุกตใ์ ช้สือ่ นวตั กรรมในการจดั การเรยี นรู้ สามารถนำไปใช้ได้ผลดี 2.2 การใช้ความคิดเชงิ ระบบในการพฒั นางานอยา่ งครบวงจร และมีประสิทธิภาพอย่างตอ่ เนือ่ ง 2.3 การนำความรู้ดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศมาพัฒนาระบบการจดั การเรียนร้ไู ด้ 2.4 การสง่ เสริมการคดิ ทเี่ น้นผลคุณภาพที่ตวั ผเู้ รยี น 2.5 การนำวธิ ีการวิจัยและพฒั นามาแก้ปญั หา พร้อมทั้งพัฒนางานอยา่ งครบวงจร 2.6 การเรียนต่อในระดับทส่ี ูงขึ้น (ปรญิ ญาเอก) ผลที่เกิดจากการพัฒนาตนเองทางด้านวิชาการ ส่งผลให้ตนเองได้รับการปรับวุฒิการศึกษาให้สูงขึ้น โดยพัฒนา ผูเ้ รียนดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมความมวี นิ ยั ในตนเอง ซึง่ มีผลงานเป็นทป่ี ระจกั ษ์ ตลอดจนไดร้ ่วมพฒั นาบุคลากรในโรงเรียน มีการจดั ประชุมเชิงปฏบิ ัตกิ ารเพ่ือขยายผลจากการเข้าร่วมการอบรมเพ่ือเพ่ิมพูนความรใู้ นงานต่างๆ ที่ทางเขตพื้นที่จัดข้ึน และหน่วยงานต่างๆ โรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นโดยบุคลากรในโรงเรียน และโรงเรียนเป็นที่ยอมรับของ บุคคลทั่วไปและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเผยแพร่ผลงานทางด้านวิชาการ นอกจากนั้นโรงเรียนยังสนับสนุนและ สง่ เสริมใหบ้ คุ ลากรไดพ้ ัฒนาสื่อและนวตั กรรม 3. ผลทเี่ กิดกบั ผู้เรยี น 3.1 นักเรยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามสถานศึกษากำหนด 3.2 นักเรียนมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑก์ ำหนดของโรงเรยี น 3.3 นักเรียนได้รับการพัฒนาทันต่อความก้าวหน้าทางวิชาการและการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและ สังคม การจัดกิจกรรมการการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการให้นักเรียนได้ฝึกการ ปฏิบัติจริง เพื่อให้ นักเรียนได้มีทักษะต่างๆ ตลอดจนสอดแทรกคณุ ธรรมจรยิ ธรรมทีด่ ีงาม ความมีวินัยในตนเอง ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัยในตนเอง มีสัมมาคารวะมีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย มีความสามารถในการใชภ้ าษาในการสือ่ สาร และ การมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เรียนสามารถนำความรู้ความเข้าใจและทักษะไปบูรณาการและ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเป็นการเพิ่มพูนสมรรถนะตนเองให้มากขึ้นและส่งผลให้การใช้ชีวิตภายหน้า บนพื้นฐาน คุณธรรม นำความรู้ และเศรษฐกจิ พอเพียง ตลอดจนการอยู่ร่วมกนั ในสงั คมได้อย่างมีความสุข

7 4. ผลท่ีเกดิ กับสถานศึกษา 4.1 สถานศึกษาไดร้ บั การสนบั สนุนจากผูป้ กครอง ชมุ นมุ หน่วยงาน องคก์ รต่างๆ 4.2 มบี รรยากาศทง้ั ในและนอกหอ้ งเรียนที่เออื้ ต่อการเรยี นรูข้ องครูและผเู้ รยี น 4.3 เป็นแหล่งเรียนรขู้ องสถานศึกษาหรือหนว่ ยงานต่างๆ 4.4 การนิเทศติดตามผลการปฏิบัติงานของครูทำให้การปฏิบัติงานมีความสมบูรณ์ และเป็นไปตามเวลาที่ กำหนด 4.5 มีระบบการทำงานเปน็ ทีมมากขึ้น 4.6 มแี นวปฏบิ ตั ิดา้ นเอกสาร หลักฐานทางการศึกษาทีถ่ กู ต้อง 4.7 การพัฒนางานมีระบบถกู ตอ้ งและครบวงจร จากการทีส่ ถานศึกษามกี ารวางแผนปฏบิ ัตริ าชการในการพัฒนา มีเป้าหมาย มีทศิ ทางในการดำเนินงานเพ่ือพัฒนา สถานศึกษา นักเรยี น โดยมกี ารจดั กิจกรรม โครงการต่างๆอย่างเปน็ รูปธรรม ซึง่ นกั เรียนและครมู ีสว่ นร่วมในการปฏิบัติ กิจกรรม ทำให้ผลการดำเนนิ งานเป็นที่ยอมรับของผปู้ กครอง ชมุ ชน ทอ้ งถิน่ 5. ผลที่เกิดกับชุมชน 5.1 ครู ผบู้ รหิ าร และผ้ปู กครอง มีการประชุมทุกภาคเรยี น 5.2 ครู และผบู้ ริหารรว่ มกจิ กรรมสำคญั ในชุมชนอย่างสมำ่ เสมอ 5.3 โรงเรียนให้บริการแหล่งเรียนรูแ้ ก่ชมุ ชนในดา้ นตา่ งๆ รวมท้ังสง่ เสริม สนบั สนนุ ใหช้ ุมชนมีความเข้มแขง็ 5.4 ชมุ ชนใหค้ วามรว่ มมือและสนับสนนุ กจิ กรรมตา่ งๆ ของโรงเรยี นด้วยดี สถานศึกษามีส่วนร่วมกับชุมชน ในกิจกรรมต่างๆตลอดปีการศึกษา โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประเพณีลอยกระทง ประเพณีสงกรานต์ การ ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน เป็นต้น ตลอดจนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ กิจกรรมวันสำคัญ ได้แก่ กิจกรรมวันแม่ กิจกรรม ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น จนทำให้เกิดความร่วมมือ ความเข้าใจที่ดีต่อกัน เกิดความรักและความภาคภูมิใจในโรงเรียน และท้องถนิ่ นอกจากนี้โรงเรียนยังได้จัดกิจกรรมการประชมุ ผู้ปกครอง ประชุมคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานในแต่ ละภาคเรียนเพื่อชี้แจงนโยบายของโรงเรียนและเพื่อหาแนวทางในการร่วมพัฒนาโรงเรียนทั้งพัฒนาอาคารสถานที่และ พัฒนาทางวิชาการให้เป็นไปในทางทิศทางเดียวกนั

8 ส่วนท่ี 2 ผลการประเมนิ ตนเอง ตอนท่ี 1 ผลการประเมินตนเองตามกรอบของ กคศ. ดา้ นท่ี 1 ความรูค้ วามสามารถในการปฏิบตั งิ านในหนา้ ที่ รายการพิจารณา ระดับความรู้ มาก ปานกลาง นอ้ ย 1. เนื้อหา ในรายวิชา/กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ทีส่ อน ✓ 2. วธิ ีสอน ถ่ายทอดความรู้เชงิ เนื้อหา กจิ กรรม บริบท เป้าหมายการเรยี นรู้ ความรู้ ✓ พ้นื ฐาน การปรับพ้ืนฐาน และอุปสรรคการเรียนรูข้ องผู้เรยี น 3. หลกั การสอน และกระบวนการเรียนรู้ ✓ 4. หลกั สตู ร การออกแบบ วางแผนการใช้ ประเมิน และแนวทางการเรยี นรใู้ นแต่ ✓ ละเน้อื หา 5. พ้ืนฐานการศกึ ษา หลักการศกึ ษา ปรัชญาการศกึ ษา จิตวทิ ยาสังคม นโยบาย ✓ การศกึ ษา จุดมุ่งหมายการจดั การศึกษาตั้งแตร่ ะดบั ชาติจนถึงระดับหลกั สตู ร 6. การจดั การศกึ ษาแบบรวม และการตอบสนองตอ่ ความหลากหลายของผูเ้ รยี น ✓ 7. ทฤษฎกี ารเรียนรู้ และจติ วิทยาการเรยี นรู้ ✓ 8. การใช้เทคโนโลยี และสื่อนวตั กรรมเพอ่ื การเรยี นรู้ ✓ 9. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ✓ ดา้ นที่ 2 ทกั ษะการปฏิบัตงิ าน ระดับความรู้ รายการพิจารณา ทำไดด้ ี ทำไดป้ าน ไมค่ อ่ ยทำ กลาง 1. การสร้างและหรอื พัฒนาหลกั สูตร ✓ 2. การออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ ✓ 3. การจดั ทำแผนการจดั การเรียนรู้ ✓ 4. กลยุทธใ์ นการจดั การเรียนรู้ ✓ 5. การสร้างและการพัฒนาส่อื นวตั กรรมเทคโนโลยที างการศกึ ษาและแหลง่ เรยี นรู้ ✓ 6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ✓

9 ด้านท่ี 3 ความเป็นครู รายการพจิ ารณา ระดบั ความรู้ สงู มาก ปานกลาง ปรบั ปรงุ 1. ยดึ มนั่ ผูกพนั ศรทั ธาในวชิ าชีพ และทมุ่ เทเพอ่ื การเรยี นรู้ของผเู้ รียน ✓ 2. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และปฏบิ ัติตนเปน็ แบบอยา่ งท่ีดีแกผ่ เู้ รยี น ท้ังกาย วาจา ✓ และจติ ใจ ดำรงตนให้เปน็ ทีเ่ คารพ ศรัทธา และนา่ เช่อื ถอื ทัง้ ใน และนอก สถานศึกษา ✓ 3. ปฏบิ ัตติ นตามจรรยาบรรณวิชาชพี ครู ✓ 4. มวี นิ ัยและการรกั ษาวนิ ัย ✓ 5. เป็นบคุ คลแห่งการเรยี นรู้ ปรับปรุง และพัฒนาตนเองอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ใหม้ ี ความรคู้ วามชำนาญในวชิ าชพี เพมิ่ ขนึ้ ✓ 6. ปฏบิ ัตติ นโดยนำหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ ✓ 7. มีทัศนคติทด่ี ีตอ่ บา้ นเมอื ง ตอนที่ 2 ผลการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในสถานศกึ ษาตามจุดเน้นของ สพฐ. รายการศักยภาพผูเ้ รยี นตามจุดเนน้ ระดบั ความรู้ 1. ดา้ นอ่านออก อา่ นคล่อง เขียนได้ เขียนคลอ่ ง สูงมาก ปานกลาง ปรับปรุง 2. ด้านคดิ เลขเป็น คดิ เลขคลอ่ ง 3. ด้านการคิดขน้ั พื้นฐาน ✓ 4. ด้านการคดิ ขัน้ สูง ✓ 5. ด้านการสอื่ สารอย่างสร้างสรรค์ตามชว่ งวัย ✓ 6. ดา้ นการใชภ้ าษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) 7. ดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ✓ 8. ดา้ นการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง ✓ 9. ด้านใฝ่เรยี นรู้ 10. ด้านใฝด่ ี ✓ 11. ด้านทักษะชีวติ ✓ 12. ดา้ นอยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งม่ันในการศึกษาและการทำงาน ✓ ✓ ✓ ✓ ✓

10 ตอนท่ี 3 ผลการประเมินศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคิดของหลักสูตรของสถาบนั คุรุพัฒนา รายการศักยภาพผเู้ รียนตามจดุ เน้น ระดับความรู้ 1. การสอนในศตวรรษที่ 21 สงู มาก ปานกลาง ปรบั ปรงุ 2. การแก้ปญั หาผเู้ รยี น 3. จิตวทิ ยาการแนะแนว/จติ วิทยาการจัดการเรยี นรู้ ✓ 4. การจดั การช้ันเรยี น ✓ 5. การวิจยั พฒั นาการเรยี นการสอน/ชมุ ชนแหง่ การเรียนรทู างวชิ าชพี ✓ 6. การพัฒนาหลักสตู ร ✓ 7. สะเต็มศกึ ษา(STEM Education) ✓ 8. การใชส้ อ่ื และเทคโนโลยีในการจัดการเรียน ✓ 9. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ ✓ 10. การออกแบบการเรยี นรู้ ✓ ✓ ✓ สรปุ ผลการประเมนิ ตนเอง ตอนท่ี 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ กคศ. อยู่ในระดับดี มกี ารพัฒนาหลักสูตร ออกแบบการจดั การ เรยี นรู้ ยึดมน่ั ผกู พัน ศรัทธาในวชิ าชพี และทุ่มเทเพอื่ การเรียนรู้ของผู้เรียน มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และปฏบิ ัตติ นเป็น แบบอย่างทดี่ แี ก่ผ้เู รียน ท้ังกาย วาจา และจิตใจ ดำรงตนให้เปน็ ท่เี คารพ ศรทั ธา และนา่ เช่อื ถือท้งั ใน และนอกสถานศกึ ษา เป็นบุคคลแหง่ การเรยี นรู้ ปรับปรงุ และพฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ให้มีความรู้ความชำนาญในวชิ าชพี เพ่ิมขนึ้ และปฏบิ ัติ ตนโดยนำหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ตอนที่ 2 ผลการประเมินศกั ยภาพของผู้เรยี นในสถานศกึ ษาตามจดุ เน้นของ สพฐ. อยูใ่ นระดบั ปานกลาง และใน ส่วนท่ตี อ้ งปรบั ปรงุ คือ ดา้ นการคิดขัน้ สงู และดา้ นการใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ) ตอนท่ี ๓ ผลการประเมินศาสตร์การสอน ตามกรอบแนวคดิ ของหลักสูตรของสถาบันคุรพุ ัฒนา อยใู่ นระดับปาน กลาง จงึ ควรเขา้ รับการอบรมเพ่ือพฒั นาความร้คู วามสามารถ และนำมาปรบั ใช้ในการจดั การเรียนรู้ให้กบั นกั เรียนต่อไป

11 ส่วนท่ี 3 แผนการพฒั นาตนเอง 1. อนั ดบั ความสำคญั / สมรรถนะที่จะพฒั นา ให้ใส่หมายเลขเรียงตามลำดับความสำคัญของสมรรถนะทจี่ ะพฒั นา ( 1 ) การวิจัยพัฒนาการเรียนการสอน/ชมุ ชนแห่งการเรยี นรทู างวิชาชีพ ( 2 ) การสอนในศตวรรษที่ 21 ( 3 ) การแกป้ ญั หาผเู้ รยี น ( 4 ) การออกแบบการเรียนรู้ ( 5 ) การพัฒนาหลกั สูตร ( 6 ) จิตวทิ ยาการแนะแนว/จิตวทิ ยาการจดั การเรียนรู้ ( 7 ) การจัดการช้ันเรยี น ( 8 ) การใชส้ ่อื และเทคโนโลยใี นการจดั การเรยี นรู้ ( 9 ) การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ( 10 ) สะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education) 2. วิธกี าร /รปู แบบการพัฒนา วิธีการที่ 1 ภาควิชาการ ซึ่งจะเป็นการศึกษาหาความรู้ในเนื้อหาที่จะได้ใช้ในห้องเรียนจริงๆ โดยยึดหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลัก เป็นความรู้ใหม่ที่เกิดจากการประยุกต์ความรู้เชิงวิชาการสู่การปฏิบัติจริงใน ห้องเรียน ประเด็นในการพัฒนาครอบคลุมทั้งเรื่อง หลักสูตร การเรียนการสอน สื่อ การวัดผล และการวิจัย เชื่อมโยง ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี และเปา้ หมายผ้เู รยี นในศตวรรษที่ 21 หรอื แผนการศกึ ษา พ.ศ. 2560-2579 วิธีการที่ 2 ภาคปฏิบัติการ จะเน้นให้ได้รับการสร้างความเข้าใจแบบเข้ม การเรียนรู้ที่เกิดจากการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดขั้นสูง ด้วยการทบทวนความรู้ (Review) การสะท้อนคิด (Reflection) และการถอดบทเรียน (AAR) ด้วย กิจกรรมการสรา้ งปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูที่เข้ารับการพัฒนาและกบั คณะวิทยากร เป็นกลุ่มย่อย มีวิทยากรประจากลุ่มทุก กลุ่ม ซึ่งจะดูแลผู้เข้ารับการพัฒนาให้ได้ฝึกทักษะการออกแบบเส้นทางคุณภาพผู้เรียนสอดคล้องกับหลักสูตร/เป้าหมาย ศตวรรษที่ 21 ไดอ้ อกแบบเสน้ ทางกระบวนการเรียนรู้อย่างไรก่อนสร้างนวัตกรรม และแสดงถึงมวี ิธีการวัดผล/สะท้อนผล หลงั จากนำไปใช้กับผู้เรยี นเพือ่ ยอ้ นกลับนามาปรับปรงุ กระบวนการจดั การเรยี นรู้ทสี่ อดคลอ้ งกบั ผ้เู รยี นต่อไป วิธีการท่ี 3 ภาคนทิ รรศการ จะเปน็ การศึกษาจากกรณตี ัวอย่างการปฏิบตั ิ/สื่อ-นวัตกรรมท่ีดี ที่ผ่านการบูรณาการ ทฤษฎีและการปฏบิ ัตสิ ่กู ารพฒั นานกั เรยี นจรงิ มีการสาธติ แนวปฏบิ ัติ/สือ่ -นวัตกรรมทดี่ ี และฝกึ นาส่ือ/วิธีปฏบิ ตั ิ/นวตั กรรม ตวั อยา่ ง ไปวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ถอดบทเรยี น เพอ่ื ประกอบการเขยี นเค้าโครงการพฒั นากระบวนการ/สอื่ /นวัตกรรมนั้นๆ ที่จะแสดงใหเ้ หน็ ว่าจะมีผลสำเรจ็ อย่างย่ังยนื วิธีการที่ 4 การสร้างชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชีพ – ไดร้ ่วมสรา้ งการเรียนรู้ในระหวา่ งการฝึกอบรมด้วยการเรียนรู้ จากคู่พัฒนา (Buddy) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Share and Learn) ในกลุ่มย่อย การสะท้อนคิด (Reflection) การถอด บทเรียน (AAR) และการ Coaching & Mentoring จาก Mentor/Expert เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ สรุปองค์ความรู้ท่ี ผสมผสานระหว่างองค์ความรู้จากทฤษฎี และองค์ความรู้จากประสบการณ์สู่การปฏิบัติในช้ันเรียนได้ โดยทางานร่วมกบั คณะวิทยากรหลังการอบรมผ่านระบบออนไลน์ ดว้ ยกระบวนการชุมชนการเรยี นรู้วิชาชีพ (PLC) อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง 3. ระยะเวลาในการพฒั นา เริ่มต้น 16 พฤษภาคม 2562 ส้นิ สดุ 31 มีนาคม 2563 4. การขอรบั การสนบั สนนุ จากหน่วยงาน 4.1 ขอรบั การสนบั สนนุ ดา้ นงบประมาณจากโรงเรยี นสตรีปากพนงั และหน่วยงานอน่ื ท่เี กย่ี วขอ้ ง 5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะไดร้ ับ

12 5.1 ผลลพั ธท์ ่ีคาดหวงั ด้านความรู้ : เกิดการเรยี นรู้ นาผลการพฒั นาสูก่ ารเปล่ยี นแปลงผ้เู รยี น และนำประสบการณ์เขา้ แลกเปลีย่ นเรียนรู้ แก่เพ่ือนร่วมวิชาชีพ จนเกิดองคค์ วามรู้ที่ไดจ้ ากการเข้ารว่ มชมุ ชนการเรียนรทู้ างวชิ าชพี ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ทักษะ : มีความสามารถบูรณาการความรู้สู่การปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนได้เต็มตามศักยภาพ สร้าง นวตั กรรมจากการปฏิบตั ิท่ีส่งผลต่อคณุ ภาพของผเู้ รียน และสร้างนวัตกรรมท่ีได้จากการเขา้ รว่ มในชุมชนการเรียนรู้ทาง วิชาชพี และพัฒนานวตั กรรมใหเ้ ป็นตน้ แบบการเรยี นร้แู ก่เพ่ือนร่วมวชิ าชีพ ความเป็นครู : เข้าร่วมชุมชนการเรยี นรูท้ างวิชาชพี สร้างเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ สร้างวัฒนธรรม ทางการเรยี นรู้ในสถานศกึ ษา และเปน็ ผนู้ ำการเปลยี่ นแปลงตอ่ วงการวิชาชพี 5.2 ผลการนำไปใช้ในการพฒั นางาน คือการนาความรแู้ ละทกั ษะท่ีได้รับการพฒั นาระหว่างการฝึกอบรมไปประยุกต์ใช้ในการปฏบิ ัติงานจริงในห้องเรยี น ของตนเอง ดังน้ี 5.2.1 นำเสนอแผนการจดั กจิ กรรมแบบคพู่ ฒั นา (Buddy) 1 แผน จดั ให้เพือ่ นครู หรอื หัวหนา้ ฝ่ายวิชาการ หรอื รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น ใหข้ อ้ เสนอแนะ (Comment) แลว้ นำไปปรบั ปรุงแผนการจดั กิจกรรมใหม่ จากน้นั จงึ รายงาน ผา่ นไลนก์ ลมุ่ ของหนว่ ยพัฒนา (นติ บิ ุคคล) หจก.เพื่อครู เพ่ือให้วิทยากรหลัก/วทิ ยากรพี่เลีย้ ง ใหก้ าร Coaching 5.2.2 นำแผนการจัดกิจกรรมที่ปรับใหม่แล้ว ไปสอนจริงในห้องเรียน โดยมีเพื่อนครู หรือหัวหน้าฝ่าย วชิ าการ หรือรองผู้อานวยการโรงเรียน ไปเยย่ี มช้ันเรยี น ถา่ ยภาพ หรือคลิปการสอน ที่เหน็ ภาพการเย่ยี มชน้ั เรียน ภาพการ จัดกิจกรรมตามขัน้ ตอนในแผนการจัดกิจกรรม และภาพผลงานการเรียนรู้ของผูเ้ รียน จากนั้นนามาถอดบทเรียนรว่ มกบั ผู้ เยย่ี มชัน้ เรียน ส่งข้อมลู ผา่ นระบบออนไลน์ (Line/ facebook) 5.3 การสร้างชุมชนแหง่ การเรียนรู้ PLC Online เครอื ขา่ ยระดบั ชาติ หลังจากเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรท่ีสถาบันคุรพุ ฒั นาอนุมัติแล้ว จะเขา้ ร่วมปฏิบัตกิ ารกิจกรรมการเรียนรู้ทาง วชิ าชพี (PLC) เครือขา่ ยระดบั ชาติ ซง่ึ จะไดป้ ฏิบัติกจิ กรรมสร้างชมุ ชนการเรยี นรู้ทางวิชาชพี ร่วมกับสมาชกิ จากทั่วประเทศ กลุ่มละ 8 – 10 คน/ครง้ั ในระยะเวลาละ 3 เดอื น ตามขนั้ ตอนกจิ กรรม PLC 7 ข้ัน ภายใตก้ ารกำกับดูแลตลอดการปฏิบัติ กิจกรรมและเตมิ เต็มความรู้ทางวิชาการไปพร้อมกนั ของ Mentor & Expert เพื่อให้บรรลเุ ป้าหมายตามตัวชีว้ ัดการมสี ่วน ร่วมในชุมชนวชิ าชพี ของ ก.ค.ศ. ซึ่งสมาชกิ สามารถนับเปน็ ชั่วโมงการปฏิบตั งิ านโดยมีร่องรอยหลักฐานการปฏิบัติกิจกรรม เพื่อให้หน่วยพัฒนาครู (นิติบุคคล) หจก.เพื่อครู รับรองชั่วโมง PLC เพื่อใช้เป็นร่องรอยในการบันทึกในระบบบันทึก (Logbook) ของ กคศ. ได้ในอนาคต ลงชื่อ........................................................................ ( นายจริ พล ลิวา ) ตำแหน่งครูชำนาญการ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษาฯ ผจู้ ัดทำแผนพัฒนาตนเอง ความเห็นของผู้บังคบั บญั ชา ...................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ลงชื่อ........................................................................ (นางจริ าพร รตั นกลุ )

ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นสตรีปากพนัง จำนวน 13 6. ประวัตกิ ารเข้ารบั การพัฒนา (ในรอบ 2 ปี ทผี่ ่านมา) ชว่ั โมง หมายเหตุ ท่ี เร่อื งทีจ่ ดั อบรม หน่วยงานทจี่ ัดอบรม วนั ท่จี ดั อบรม

14 ส่วนที่ 4 ความต้องการในการพฒั นา (กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม) 1. หลักสูตรใดทที่ ่านตอ้ งการพฒั นา ลำดับท่ี รหัสหลักสตู ร รายละเอียด 1. การสร้างส่ือและนวัตกรรมการเรียนรู้ทสี่ อดคลอ้ งกบั ศตวรรษที่ 21 2. รปู แบบการจดั การเรยี นรูท้ ส่ี อดคล้องกบั ศตวรรษที่ 21 3. การสร้างระบบ Big Data หรือแพลตฟอรม์ เพ่ือการเรียนรู้ 4. การอบรมท่สี อดคลอ้ งกับภาระงานพิเศษ/งานสอนกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นอืน่ ๆ 2. เพราะเหตใุ ดท่านจึงต้องการเข้ารบั การพัฒนาในหลักสตู รนี้ กรอบยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ป,ี แผนการศึกษาชาติ, นโยบายศธ. และนโยบาย สพฐ. ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 ข้อ 1.3 เสรมิ สร้างความรู้ความเขา้ ใจทถ่ี ูกตอ้ งเกี่ยวกบั สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ผ่าน หลกั สูตรและกระบวนการเรยี นร้ปู ระวตั ิศาสตรแ์ ละความเปน็ พลเมอื ง ข้อ 2.4 สง่ เสริมการจัดการเรียนรู้ท่ใี ห้ผ้เู รยี นไดเ้ รยี นรู้ ผา่ นกิจกรรมการปฏิบัติจริง ขอ้ 2.5 ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 พฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ ขอ้ 1.2 ชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวชิ าชีพ (PLC) ข้อ 1.3 การ เรยี นรู้ผ่านกจิ กรรมการปฏบิ ัตจิ รงิ (Active Learning) ข้อ 1.4 การพัฒนาครทู ้งั ระบบท่ีเชื่อมโยงกบั การเลอ่ื นวทิ ยฐานะ 3. ทา่ นคาดหวังสิง่ ใดจากการเขา้ รบั การพฒั นาในหลักสตู รนี้ 3.1 การสอนแบบโครงการ เปน็ การจดั การเรยี นการสอนซง่ึ มงุ่ ใหเ้ ด็กแสวงหาคำตอบจากการเรยี นเรื่องใดเรอ่ื งหน่งึ อยา่ งลมุ่ ลกึ เพื่อสรา้ งองคค์ วามรู้ด้วยตนเอง 3.2 ผ้เู ข้ารบั การพฒั นาจะได้ประยกุ ต์ใชก้ ารสอนแบบ Active Learning เข้ากบั สาระตา่ งๆ ในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 3.3 อตั ลกั ษณ์รว่ มทางสงั คม เปน็ คุณลกั ษณะทีใ่ ช้แสดงความเป็นตัวตนของผ้เู รยี น โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ จะเป็นวยั ที่แสวงหาความเป็นตวั ตน หรืออตั ลกั ษณ์เฉพาะตน ส่วนอัตลักษณร์ ว่ มทางสังคม เปน็ คุณลักษณะทีแ่ สดงความเปน็ ตัวตนในฐานะทต่ี นเป็นสว่ นหนง่ึ ของสงั คม โดยผา่ นกระบวนการเรยี นรใู้ นรายวิชาเพิ่มเติมหรือ หลกั สูตรแบบยดึ เป้าหมายเปน็ ฐาน ดว้ ยกระบวนวชิ าทางดา้ นภมู ศิ าสตรไ์ ทย, ประวัติศาสตร์ไทย, ประเพณีวัฒนธรรมไทย และภูมิปัญญาไทย 3.4 ผ้เู ข้ารบั การพัฒนาจะไดจ้ ดั ทำแผนพัฒนาตนเอง, สรา้ งกรอบแนวคดิ การพฒั นาผู้เรียน, ฝึกเขียนเค้าโครงและ ออกแบบข้นั ตอนการพฒั นาผลงานทางวิชาการ, โดยการสร้างความเข้าใจในหลักเกณฑแ์ ละวิธีการฯ (ว20/21/22) การถอด บทเรียนความสำเรจ็ จากตวั อย่างผลงานที่ผ่านการประเมนิ ครูเช่ยี วชาญ ภายใต้การแนะนำ (Coaching) จากวทิ ยากร ครู เช่ียวชาญ และเขา้ ชุมชนแหงการเรยี นรู้ทางวิชาชพี แลกเปลี่ยน แบ่งปัน (ออนไลน์) ตลอดปี เพื่อยกระดบั มาตรฐานวทิ ย ฐานะในกลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษาฯ 4. ทา่ นจะนำความรจู้ ากหลักสูตรไปพฒั นาการสอนของท่านอย่างไร นำความรแู้ ละทกั ษะทีไ่ ดร้ ับการพฒั นาระหวา่ งการฝึกอบรมไปประยุกตใ์ ชใ้ นการปฏบิ ตั ิงานจริงในห้องเรียนของ ตนเอง โดยเสนอผลปฏิบัติตามแผนการจัดกิจกรรม แบบคู่ Buddy ผ่านระบบออนไลน์ (Line/ facebook) เพอื่ รว่ ม แลกเปลย่ี นเรียนรู้กับเพอ่ื นรว่ มวิชาชีพในอนั ท่ีจะปรับปรุงการเรยี นรู้ และการปฏิบัตงิ านอยา่ งต่อเนอ่ื งตอ่ ไป

15 บันทึกข้อความ สว่ นราชการ โรงเรยี น สตรปี ากพนัง ท่ี ................................................. วนั ท่ี 31 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2563 เรื่อง การรายงานแผนพฒั นาตนเอง (Individual Development Plan : ID Plan) เรยี น ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรปี ากพนัง ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา ได้มอบหมายใหค้ รูทกุ คนจัดทำแผนพฒั นาตนเอง (Id plan) เพื่อใหเ้ กิดการวางแผนในการปฏิบัติงานให้เกิด ประสิทธภิ าพ ประสิทธิผลเกดิ ผลดีแกต่ นเองและราชการ และเปน็ ไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธกิ าร ดงั นัน้ ข้าพเจ้า นายจิรพล ลวิ า ได้จดั ทำแผนพฒั นาตนเองรายบุคคลประจำปีการศกึ ษา 2562 เรียบร้อยแล้ว รายละเอียดดังแนบ ลงชือ่ ............................................. ( นายจิรพล ลวิ า ) ตำแหน่ง ครูชำนาญการ ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้.................................................................................................. ......................................................................................................................................................................... ลงช่อื ........ ........................................ ( นายจิรพล ลิวา ) ความคิดเหน็ ของหวั หน้ากล่มุ บรหิ ารวชิ าการ ......................................................................................................................................................................... ลงช่ือ................................................ ( นางกัญญารตั น์ สาระพนั ธ์ ) ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน ......................................................................................................................................................................... ลงชือ่ .............................................. ( นางจิราพร รัตนกุล ) ผู้อำนวยการโรงเรยี น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook