การศกึ ษาเศรษฐกจิ ทอ่ งเที่ยวชมุ ชน อยา่ งครบวงจร: จากโซเชยี ลมเี ดยี ถงึ ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ ว 2562 มง่ิ สรรพ์ ขาวสอาด และคณะ
รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณ์ ชุดโครงการ การศึกษาเศรษฐกิจทอ่ งเท่ียวชมุ ชนอยา่ งครบวงจร: จากโซเชยี ลมเี ดียถึงชุมชนท่องเท่ียว A Full Cycle Analysis of Tourism Economy: From Social Media to Tourism – Related Communities โดย ศ. ดร.มงิ่ สรรพ์ ขาวสอาด รศ. ดร.อรณุ ี อนิ ทรไพโรจน์ นายอรรถพันธ์ สารวงศ์ สงิ หาคม 2562
สญั ญาเลขที่ RDG61T0034 รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณ์ ชดุ โครงการ การศกึ ษาเศรษฐกิจทอ่ งเท่ียวชุมชนอยา่ งครบวงจร: จากโซเชียลมีเดียถงึ ชมุ ชนท่องเทยี่ ว (A Full Cycle Analysis of Tourism Economy: From Social Media to Tourism – Related Communities) โดย ศ. ดร.ม่ิงสรรพ์ ขาวสอาด สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ รศ. ดร.อรณุ ี อินทรไพโรจน์ สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ นายอรรถพันธ์ สารวงศ์ สถาบนั ศึกษานโยบายสาธารณะ สนับสนุนโดย สํานกั งานคณะกรรมการส่งเสรมิ วิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม (สกสว.) (ความเห็นในรายงานนี้เป็นของผูว้ ิจยั สกสว. ไม่จําเป็นตอ้ งเห็นดว้ ยเสมอไป)
รายงานฉบับสมบรู ณ บทสรุปผูบรหิ าร การทองเที่ยวชุมชนแหงแรกๆ เกิดขึ้นปลายทศวรรษที่ 2530 โดยแรกเร่ิมไดอาศัยตลาดทัวรดู งาน ทัวรปา และตลาดนักศกึ ษาฝก งานเปนจุดต้ังตน และเกิดการขยายตวั จากตลาดของหนวยงานทอ งถนิ่ พาฐานเสียงมาศึกษาดูงานเปนหลัก ตอมาไดเกิดกระแสการทองเที่ยววิถีไทยท่ีปลุกระดมดวยสื่อมวลชน และส่ือดิจิทัล ทําใหการทองเท่ียวชุมชนเริ่มอยูในสายตาของนักทองเท่ียวมากข้ึน ในภาครัฐเองก็มี ความหวังท่ีจะลดความเหล่ือมล้ําโดยใชการทองเที่ยวชุมชนเปนเครื่องมือในการกระจายรายไดสูชุมชน การศกึ ษาน้จี ึงมวี ตั ถุประสงคเ พ่อื 1) เปรยี บเทยี บสมรรถนะ (Benchmarking) ชุมชนทองเทยี่ วและศกึ ษาปจ จัยแหง ความสําเรจ็ 2) ประเมินผลประโยชนทางเศรษฐกิจและผลกระทบทางสังคมท่ีชุมชนท่ีเกี่ยวของไดรับจากการ ทองเท่ยี ว 3) ศึกษาท่ีมาและแบบแผนพฤติกรรมการทองเท่ียวของนักทองเท่ียวชาวไทยที่พักในโฮมสเตย ในชมุ ชนทองเทย่ี วทีเ่ ปนกรณศี ึกษา โดยการสมั ภาษณป ระกอบกับโซเชียลเน็ตเวิรก 4) เพื่อศึกษาความตองการและพฤติกรรมของนักทองเที่ยวกลุมท่ีสนใจการทองเท่ียวโดยชุมชน ในภาพรวมผานการแลกเปล่ยี นบนโซเชยี ลเน็ตเวิรก ในการศึกษานี้ ไดทําการสํารวจและศึกษาชุมชนทองเที่ยวท้ังหมด 21 แหง โดยแบงเปน 3 กลุม คือ 1) ชุมชนโฮมสเตย 17 กรณีศึกษา 2) กลุมทองเที่ยววันเดียว 4 กรณีศึกษา และ 3) กลุมผลิต ผลิตภัณฑชุมชน 6 กรณี โดยพ้ืนท่ีศึกษา 1 แหง อาจจะการศึกษามากกวา 1 กลุม เชน บานเดียม จะ ศกึ ษาท้ังท่ีเปนกลมุ ชมุ ชนโฮมสเตยและกิจกรรมทองเที่ยววันเดียว (ลองเรือชมทะเลบัวแดง) โดยมีขอสรุป สําคัญ ดงั นี้ 1. ความหลากหลายของชมุ ชนทอ งเทย่ี ว พ้ืนท่ีศึกษาในโครงการน้ี ระดับของการพัฒนาคอนขางมีความแตกตางกันต้ังแตชุมชนเร่ิมต้ังตน ไปถึงชุมชนที่อิ่มตัว เน่ืองดวยเวลาในการพัฒนาไมเทากัน สวนใหญดําเนินการมาแลวไมต่ํากวา 10 ป โดยมีหลายชุมชนที่ดําเนินการอยูในขั้นของการพัฒนาหรือเริ่มอ่ิมตัว แสดงรายละเอียดดังรูปท่ี 1 และ หลายชุมชนมีผลการดําเนินงานที่มีมาตรฐานและไดรับรางวัลเปนจํานวนมาก เชน ชุมชนเกาะยาวนอย จ.พังงา ชุมชนแมกําปอง จ. เชียงใหม บานนาตนจั่น จ.สุโขทัย เปนตน ซ่ึงสะทอนใหเห็นถึงผลสําเร็จและ การเปนท่ียอมรับในวงกวาง ในขณะท่ีหลายชุมชนก็กําลังอยูในชวงเริ่มตน เชน ชุมชนศิลา จ.ขอนแกน ชมุ ชนนาออ จ.เลย เปน ตน การทองเท่ียวชุมชนในปจจุบันมีความหลากหลายและมีความกาวหนามากกวาที่วงการทองเที่ยว เขาใจกัน ความหลากหลายนี้มีต้ังแตผลิตภัณฑท่ีหลากหลายขึ้น ซ่ึงแตเดิมผลิตภัณฑหลักเปนการดูงาน ก
ชุดโครงการการศกึ ษาเศรษฐกจิ ทองเท่ยี วชมุ ชนอยางครบวงจร: จากโซเชยี ลมีเดยี ถึงชมุ ชนทองเทย่ี ว และทัศนศึกษาไปตามฐานเรียนรูตางๆ ทองเที่ยวชุมชนชุมชนทองเที่ยวไดพัฒนาผลิตภัณฑไปเปนการ ใหบริการทองเทยี่ วเพอื่ การพักผอนมากขนึ้ ราคาของการใหบริการก็แตกตางกันมาก จึงมีพิสัย (Range) ของราคาท่ีกวางขึ้นเชนกัน มีต้ังแต ราคา 200 บาทตอคนตอคืน ถึง 1,800 บาทตอคนตอคืน อีกท้ังระดับของการใหบริการยังแตกตางกันไป โดยมีการใหบริการเทียบเทาของโรงแรม สงผลทําใหชุมชนทองเที่ยวบางแหงกําลังแขงขันกับโรงแรม ขนาดเลก็ นอกจากนี้ ชุมชนทองเท่ียวยังมีความแตกตางกันในดานของหวงโซอุปทานภายในชุมชนเอง ชุมชนท่ีอยูหางไกลเมือง เชน ตองมีการจัดการตลาดหวงโซอุปทานทั้งอาหาร ท่ีพัก ลานจอดรถ การ เดินทางภายในชุมชน ทางไปยังแหลงดึงดูดใจใกลเคียง บริการของมัคคุเทศก ของที่ระลึก การแสดงและ การบันเทิงยามราตรี สวนชุมชนที่อยูใกลเมืองก็มีโอกาสท่ีจะอาศัยบริการของเมืองได เชน บริการรถ สาธารณะ บริการดานตลาด เชน ถนนคนเดิน เปนตน 2. การวเิ คราะหศักยภาพและขดี ความสามารถในการแขงขัน 2.1 การวิเคราะหศ กั ยภาพ การเปรียบเทียบศักยภาพของชุมชน พบวา ชุมชนท่ีเปนกรณีศึกษาแมจะเปนกลุมชุมชนที่ ไดรับการคัดเลือกวาเปนชุมชนที่คอนขางมีช่ือเสียงและประสบความสําเร็จมาแลว แตก็ยังปรากฏวามี ความแตกตางกันสูงในเรื่องศักยภาพและสมรรถนะในการรองรับ โดยท่ีชุมชนโฮมสเตยมีความสามารถ รองรบั ไดส ูงสดุ ตั้งแต 50 คนตอ วนั ไปจนถงึ กวา 534 คนตอวนั สว นกิจกรรมทองเท่ียววันเดียว (One day trip) รองรับไดสูงสุดต้ังแต 800-12,000 คนตอวัน ชุมชนทองเที่ยวกรณีศึกษาที่ไมไดวิวัฒนาการท่ีเกิดข้ึน จากภายในชุมชน แตเปนการจัดตั้งและสนับสนุนของหนวยงานภายนอก มักเปนชุมชนท่ีมีศักยภาพตํ่า กวา ชมุ ชนทวี่ ิวัฒนาการมาเปน ชุมชนทอ งเท่ียวดว ยตัวเอง ศักยภาพของชุมชนประกอบดวยตัวช้ีวัด 5 ดาน ไดแก 1) ทุนประเดิม ไดแก ทําเลท่ีต้ัง 2) ทุน ใหมหรือทุนประสบการณ 3) ทุนนวัตกรรมบริการสรางสรรค 4) กําลังรองรับ และ 5) การไดมาตรฐาน โฮมสเตย ปจจัยสําคัญท่ีสุดที่ทําใหชุมชนมีศักยภาพสูงจะเก่ียวกับปจจัยเรื่องทําเลที่ตั้งและสิ่งดึงดูดใจ ใกลเคียง เนื่องจากทําเลที่ตั้งเปนท่ีมาของความไดเปรียบในการเดินทางและการกระจายและการสงตอ นักทองเทย่ี วไปยงั สง่ิ ดึงดูดใจตา งๆ แตหากชมุ ชนอยูใ กลแ หลงทองเทีย่ วหรือใกลเมือง ก็จะมีโอกาสสูงก็จะ มีก็จะมศี กั ยภาพสูง แตถาอยูใกลเมืองเกินไปก็อาจจะเผชิญปญหาการแขงขันจากบริการท่ีพักเชิงพาณิชย ประเภทอ่ืนๆ 2.2 การวเิ คราะหขีดความสามารถในการแขงขนั ความสําเร็จของชุมชนทองเที่ยวอาจจะวัดไดจากโดยวิธีงายท่ีสุด ก็คือ ขนาดของตลาด โดย วัดจากจํานวนของผูมาเยี่ยมเยือน โดยชุมชนโฮมสเตยมีต้ังแต 250 คนตอป ไปจนถึง 50,000 คนตอป กอใหเกิดรายรับในภาพรวมท้ังชุมชนสําหรับชุมชนโฮมสเตยต้ังแต 0.08-13.58 ลานบาทตอป สําหรับ กิจกรรมทองเท่ียววันเดียว มีจํานวน 6,000 คน ไปถึง 260,000 คนตอป มีรายไดต้ังแต 3.00-88.29 ลาน ข
รายงานวจิ ัยฉบับสมบูรณ บาทตอป สวนเชียงคาน ซ่ึงไดกลายเปนเมืองทองเที่ยวขนาดเล็กไปแลว มีจํานวนผูมาเยือนสูงถึง 557,708 คนตอ ป และมีรายไดสงู ถึง 1,050.72 ลา นบาทตอป การวิเคราะหผลตอบแทนของชุมชนทองเที่ยว พบวา มีความหลากหลายมากท้ังนี้ข้ึนอยูกับ หลายปจจัย เชน จํานวนปที่ไดมีการวิวัฒนาการดานการทองเที่ยวชุมชน ทําเลที่ตั้ง สิ่งดึงดูดใจในพ้ืนที่ ชื่อเสียงที่ปรากฏในสื่อ เปนตน ซ่ึงปจจัยเหลาน้ี สงผลตอขนาดตลาดของชุมชนและมีโอกาสสรางรายไดที่ แตกตางกัน เม่ือไดขอมูลดานศักยภาพและขีดความสามารถในการแขงขันแลวก็นํามาจัดลําดับสมรรถนะ พบวา ชุมชนบานนาตน จั่น และประแสมสี มรรถนะสูงสุด 3. ปจจัยแหงความสําเร็จ ปจจยั แหงความสาํ เร็จอาจสามารถแบง เปนสามกลุม ดว ยกันคือกลุมแรกคอื ปจ จยั พนื้ ฐาน หากไมมี ปจจัยนี้การต้ังชุมชนทองเที่ยวก็จะไมเกิดข้ึนหรืออยูไดไมนาน ปจจัยพ้ืนฐานน้ี ไดแก ทุนประเดิม ซ่ึง ประกอบดวย ทุนทางสังคม ทําเลที่ตั้ง ไมหางจากเสนทางทองเที่ยวสายหลัก ทุนวัฒนธรรม และทุนภูมิ ปญญา สวนปจจัยกลุมท่ีสองที่มีความสําคัญในชวยท่ีชวยใหชุมชนมีความสามารถในการแขงขัน ไดแก การมีแกนนําที่มีวิสัยทัศนหรือแสวงหาความรูเพ่ิมประสบการณ จึงสามารถคิดกิจกรรมใหมๆ หรือหา ตลาดใหมๆ และมีทุนมนุษย โดยมีสมาชิกท่ีเขามารวมมือรวมแรงอยางจริงจัง และมีคนรุนใหมเขามาสืบ ทอด สวนปจจัยแหงความสําเร็จประการสุดทายเปนปจจัยที่เรียกวา “ตัวเรง” เปนปจจัยภายนอก ไดแก การที่ชุมชนไดรับรางวัลหรือการที่ชุมชนไดมีโอกาสเสนออัตลักษณและตัวตนในส่ือมวลชน โดยเฉพาะ อยางย่ิงในโทรทัศน 4. การตลาด ชุมชนทองเท่ยี วทม่ี ชี ื่อเสียงแลว สวนใหญไ มค อยมีปญหาเร่อื งการตลาด ยกเวนชุมชนทองเที่ยวต้ัง ใหม เน่ืองจากสวนใหญมี Facebook ของตนเอง และบางแหงก็มีเว็บไซตแมวายังไมมีประสิทธิภาพมากก็ ตาม โดยชอ งทางการตดิ ตอชุมชนทอ งเที่ยวมที ั้งการตดิ ตอ ผานมอื ถือ เวบ็ ไซต และ Facebook นอกจากน้ี ยังพบวา บางบานที่มีความสามารถดานสารสนเทศ ยังไดทําการตลาดของตนเองโดยการนําไป ประชาสัมพนั ธบ นแพลตฟอรมออนไลนตางๆ เชน Airbnb เปน ตน สวนนักทอ งเที่ยวทีไ่ ปดงู านหรือไปพักผอนที่ชุมชนทองเที่ยวสวนใหญใช Facebook เปนชองทาง รบั รขู อมูลชุมชนทอ งเทีย่ วเชน กนั 5. ผลตอบแทนสทุ ธิของครวั เรือน เม่ือพิจารณาในระดับครัวเรือน โดยเฉพาะผลตอบแทนของการลงทุนสําหรับโฮมสเตย พบวา ผล การดําเนินงานของครัวเรือนท่ีทําโฮมสเตยสวนใหญมีกําไรสุทธิท่ีเปนบวก โดยเฉพาะบานลงทุนที่มีการ ลงทุนปรับปรุงนอย แตสําหรับกรณีท่ีมีการลงทุนปรับปรุงมากและลงทุนสรางใหม พบวา ยังมีบางกรณีท่ี ขาดทุน อยางไรก็ดี เจาของโฮมสเตยมักไมคํานึงถึงการตนทุนลงทุนดานสิ่งกอสรางวาเปนสวนหนึ่งของ กําไรขาดทุน เพราะถือวาเปนการลงทุนเพ่ือสรางบานเรือนรอลูกรอหลาน หรือเปนการลงทุนในการเก็บ ค
ชุดโครงการการศึกษาเศรษฐกจิ ทองเทยี่ วชมุ ชนอยา งครบวงจร: จากโซเชยี ลมเี ดียถงึ ชมุ ชนทอ งเที่ยว ทรัพยสินของตัวเอง (Store of Value) ไวในรูปที่พักอาศัย ดังนั้น เจาของที่พักโฮมสเตยสวนใหญจึง คอนขางท่ีจะพอใจกับผลกําไรสุทธิที่ได แมวาจะมีขนาดคอนขางต่ําก็ตาม การศึกษานี้พบวา กําไรสุทธิใน กรณโี ฮมสเตยท ่ีมีการลงทนุ ปรบั ปรุงเล็กนอย มีคาอยูระหวาง 5.05 - 50.81 บาทตอรายไดทุกๆ 100 บาท ในขณะที่กรณีปรับปรุงมากและสรางใหม มีการขาดทุนสุทธิสูงสุดถึง 237.00 บาทตอรายไดทุกๆ 100 บาท และมีกําไรสุทธิสูงสุด 73.22 บาทตอรายไดทุกๆ 100 บาท การวิเคราะหตนทุนรายไดของโครงการ พบวา การลงทุนขนาดใหญมีผลเปนบวกในกรณีท่ีเปนชุมชนทองเที่ยว แตยังมีผลลบในชุมชนดูงาน การศึกษานี้ พบวาปจจัยท่ีมีผลตอขนาดผลตอบแทนโฮมสเตย คือ ขนาดตลาดและความถ่ีท่ีนักทองเท่ียว เขาพัก ซ่ึงจะมีผลตอจํานวนลูกคาท่ีจะไดรับในแตละป รวมถึงลักษณะของกลุมลูกคา กลาวคือ หากเนน ตลาดลูกคานักทองเที่ยวที่เนนคุณภาพบริการ ตนทุนมักจะสูงตามไปดวย (เชน ซื้อเตียง ท่ีนอน ผาหมสี ขาว ในหองติดแอร) ในขณะที่ลูกคากลุมดูงานท่ีลูกคาดูงานอาจจะไมไดคาดหวังในคุณภาพบริการสูงมาก ระดบั การลงทนุ กอ็ าจจะนอ ยลง (เชน ใชฟ ูกนอนเรียงกนั ไมใ ชเตียง ใชพ ดั ลมตงั้ โตะ ) สําหรับผลวิเคราะหผลตอบแทนรายกิจกรรม พบวา กิจกรรมมัคคุเทศกและกิจกรรมฐานเรียนรูจะ ใหผลตอบแทนสุทธิคอนขางสูง เพราะมีตนทุนการลงทุนนอยและสวนใหญเปนการตอยอดทุนเดิมที่เคยมี อยูแลว สวนกิจกรรมท่ีใหผลตอบแทนสุทธิคอนขางที่จะดีมากและสอดคลองกันเกือบทุกชุมชนก็คือ การ จําหนา ยผลิตภณั ฑช มุ ชนหรอื ของท่ีระลึกใหแกน กั ทองเท่ียว 6. ความพึงพอใจและขอ มูลทีส่ รา งจากนกั ทองเทีย่ ว (User Generated Content) ขอมูลในสวนนี้มี 2 แหลง คือ 1) แบบสอบถามท่ีถามนักทองเท่ียวท่ีมารับบริการโฮมสเตยใน 17 ชุมชน รวม 850 ตัวอยาง และ 2) ส่ือออนไลน โดยเฉพาะ Trip Advisor จํานวน 1,115 คน และ Google Maps จาํ นวน 4,200 คน ผลการศึกษาจากส่ือออนไลน พบวา ชุมชนทองเท่ียวสวนใหญที่เปนชุมชนดูงานน้ัน มักมี นักทองเที่ยวตางชาติไปเยือนนอย นักทองเที่ยวชาวไทยมักใหขอมูลในลักษณะท่ีเปนบวกมากกวา และ เน่ืองจากแหลงทองเที่ยวในกรณีศึกษาอยูในภาคเหนือมากกวาในภาคอ่ืนๆ นักทองเที่ยวชาวไทยจะนิยม อากาศเย็นสบาย บรรยากาศชิลๆ สนใจการถายรูปวิวทิวทัศนเพ่ือ ถายรูป และสนใจอาหารมากท่ีสุด นักทองเที่ยวที่เขา Google Maps ใหคะแนนซึ่งโดยเฉลี่ยแลวอยูระหวาง 2.88 ถึง 4.64 คะแนน (เต็ม 5 คะแนน) แตสวนใหญนักทองเท่ียวไทยจะไมเขียนคําวิพากษวิจารณเพ่ิมเติมหรือหากจะเขียนก็ ก็มักจะ เปนแตค ําเสนอแนะหรอื คําชมเทาน้นั การวิเคราะหความพึงพอใจกลุมชุมชนโฮมสเตยจากผูตอบแบบสอบถามใน 17 ชุมชน พบวา มี ผตู อบสวนใหญ (เกินกวา รอยละ 80 ของผูรับบริการ) ของ 15 ชมุ ชน เห็นวาการทองเท่ียวชุมชนกอใหเกิด ประสบการณท ค่ี มุ คา คุมคา ตอเวลา และคุม คาตอเงินท่เี สียไป และมคี วามประทบั ใจ ชมุ ชนทอ งเทีย่ วมักไมม หี อ งน้ํากลางหรอื มีกไ็ มไ ดม าตรฐาน ไมมีการดแู ลรกั ษาความสะอาด ในฤดู เทศกาลทองเท่ียวมักจะมีปญหาความสามารถในการรองรับไมเพียงพอ รถติด ฝุนละอองมาก เจาของ โฮมสเตยไมสามารถดูแลโฮมสเตยไดในระดับมาตรฐาน เชน ไมสามารถเปล่ียนผาปูท่ีนอนใหกับแขกที่มา พักใหมไมได เพราะทาํ ไมทนั หรอื ไมมีเครอ่ื งนอนสาํ รองหรือมไี มพ อสาํ หรบั ทุกวัน ง
รายงานวจิ ยั ฉบับสมบูรณ สําหรับนักทองเที่ยวตางชาติท่ีเปนกลุมท่ีมาพักผอนจะใหขอมูลท่ีเปนลบมากกวา ซึ่งมีนัยยะวา ชุมชนทองเที่ยวของไทยยังไมไดมาตรฐานของการที่จะเชิญใหนักทองเท่ียวตางชาติมาพักผอน ยกเวน กลุมท่ีเปนสายแข็ง เชน เปนนักวิชาการ นักทองเที่ยวสวนใหญจะใหความเห็นวา ความเปนธรรมชาติ ลดลง สิ่งปลูกสรางทันสมัยเกินไป ส่ิงกอสรางและการวางแผนไมมีรสนิยม ไมมีความเปนพิเศษ นักทองเท่ียวตางชาติมักจะบนเรื่องแมลงและความสกปรกของชายหาด โดยเฉพาะอยางยิ่งเกิดจากการที่ ชาวบา นทิ้งขยะแลวลงในแมน ้าํ ลาํ คลองแลว กไ็ หลมาสชู ายหาดโดยไมม กี ารบาํ บัด 7. บทบาทของหนวยงานรฐั และ อปท. บทบาทของรัฐในอดีตที่สําคัญ คือ การพัฒนาผูนํา เชน กรมพัฒนาชุมชน กรมสงเสริม อุตสาหกรรมไดมีสวนชวยสรางผูนํา ทําใหสามารถสรางการทองเท่ียวชุมชนขึ้นมาได ปจจุบันเมื่อการ ทองเที่ยวชุมชนกําลังไดรับความนิยมและเปนท่ีสนใจของทุกภาคสวน จึงมีการอัดฉีดงบประมาณลงไป จํานวนมาก ทําใหเกิดความสับสนในทิศทางการพัฒนา โดยเฉพาะในชุมชนท่ียังไมมีความพรอม ทําให เกิดความขัดแยง ทีม่ าจากการจดั สรรผลประโยชนท ่ีเขา มาไมโ ปรงใสและลงตัว สําหรับ อปท. สวนใหญยังไมมีบทบาทมากนัก สวนใหญเปนการลงทุนในโครงสรางพื้นฐานและ ระบบสาธารณูปโภคที่เปนผลประโยชนตอสวนรวม แตกลุมการทองเท่ียวสามารถใชประโยชนไดดวย รวมถึงมีการสนับสนุนการจัดกิจกรรมหรืองานประจําปที่เปนเอกลักษณและสงเสริมการทองเที่ยวของ ชุมชน อยางไรก็ตาม เมื่อการทองเที่ยวมีการขยายตัวมากขึ้น ผลกระทบที่เดนชัด คือ ปริมาณขยะท่ี เพ่ิมขึ้นจากนักทองเท่ียว และ อปท. มักจะประสบปญหาการจัดการขยะ จนไมสามารถจัดการเรื่องอ่ืนๆ ได เชน ในชวงฤดูกาลทองเที่ยว บางพื้นที่จะมีจํานวนนักทองเท่ียวมากกวาประชากรของพ้ืนที่ ในขณะท่ี งบประมาณการจัดการขยะนั้นจัดสรรตามจํานวนหัวประชากรในทองถ่ินเทาน้ัน จึงทําใหชุมชนมีขอจํากัด ในการจัดการขยะ เกดิ ขยะตกคา ง อันจะนําไปสผู ลกระทบดา นสิง่ แวดลอมตอไป 8. อนาคตของชมุ ชนทอ งเทีย่ วไทย การวิเคราะหอนาคตของชุมชนทองเท่ียวน้ี จะอาศัยวิธีการวิเคราะห SWOT คือ พิจารณาจุดแข็ง จุดออ น โอกาส และความทา ทายของการทอ งเทีย่ วชุมชน ดังน้ี จุดแข็ง ของชุมชนทองเที่ยว คือ เปนผลิตภัณฑและสินคาที่มีความหลากหลาย เปดโอกาสให นักทองเทย่ี วมที างเลือกไดม ากขนึ้ จุดออน ของชุมชนทองเท่ียว คือ กําลังรองรับดานแรงงาน ซึ่งสวนใหญอาศัยแรงงานของแมบาน ทําใหขาดแคลนแรงงานที่จาํ เปนในวนั หยดุ ยาวและวนั หยุดนกั ขตั ฤกษ นอกจากนี้ ชมุ ชนมรี ะดับความสามารถในการใหบรกิ ารตางกัน ข้ึนอยูก ับทุนสวนบุคคล ทรัพยากร มนุษยและความสามารถในการจัดการส่ิงแวดลอม เมื่อนักทองเท่ียวมีจํานวนมากเกินกําลังรองรับดาน สาธารณูปโภคก็จะมีปญหาขยะและนํ้าเสียตามมา นอกจากนี้ การเปล่ียนแปลงตลาดจากตลาดดูงานเปน ตลาดพกั ผอนอาจทาํ ใหเ กดิ ผลกระทบเชิงสงั คมดานความเหลอื่ มล้าํ ตามมา อีกจุดออน คือ ทุนสังคมท่ีเปนทุนประเดิมไมแข็งแรงพอ แตต้ังขึ้นเพราะความชวยเหลือจาก ภายนอก ความสําเร็จของการทองเที่ยวชุมชนตองการ “การระเบิดจากภายใน” มากกวาการจัดต้ังโดย จ
ชุดโครงการการศึกษาเศรษฐกิจทองเทย่ี วชุมชนอยา งครบวงจร: จากโซเชยี ลมีเดยี ถึงชมุ ชนทองเท่ียว หนวยงานภาครัฐและการจัดสรรผลประโยชน หากขาดความโปรงใสและเปนธรรมจะทําใหทุนทางสังคมที่ เปน ฐานคอยๆ สกึ กรอ นได ชุมชนที่พ่ึงพารัฐมากเกินไป เนื่องจากอุปสงคเทียมจากนโยบายของรัฐท่ีไปกระตุนการดูงาน อาจ มีโอกาสตองออกจากตลาดเม่ืองบประมาณสนับสนุนเหลาน้ีสิ้นสุดลง นอกจากน้ี การจัดสรรผลประโยชน ภายในกลุม หากไมลงตัวและไมเปนธรรมแลว ก็จะมีโอกาสจะเกิดความขัดแยงข้ึนภายในชุมชนตามมา นอกจากนี้ยังมีการดูแลเรื่องผลกระทบที่มีตอชุมชนครัวเรือนในชุมชนท่ีไมไดมีสวนไดจากการทองเท่ียว ซงึ่ ก็จาํ เปน จะตองมกี ารจัดสรรผลประโยชนบ างสวนจากรายไดจ ากทองเที่ยวไปดูแลผลกระทบเหลาน้ี เชน ผลกระทบทางดานส่ิงแวดลอม มลพิษเสียง และในขณะเดียวกันก็ตองใชรายไดบางสวนไปเพ่ิมพูน คุณภาพชีวิตใหแกคนในชุมชนที่ไมไดผลประโยชนจากการทองเที่ยวโดยตรง ซึ่งจะเปนทั้งคุณภาพชีวิต สําหรับนักทองเท่ียวดวย เชน แสงไฟสองสวาง กลองวงจรปด เพ่ือความปลอดภัยของชุมชนและ นักทองเท่ยี ว โอกาส ของชุมชนทองเท่ียวนั้นมีอยูมาก เน่ืองจากกระแสการทองเท่ียววิถีไทยท่ีกําลังเติบโต แต ทั้งนี้โอกาสน้ีก็ไมใชเปนโอกาสสําหรับชุมชนทองเที่ยวทุกแหง เปนเฉพาะชุมชนทองเที่ยวท่ีมีศักยภาพ เทา น้ัน ความทาทาย ของชุมชนทองเที่ยวคือ กระแสการทองเที่ยววิถีไทยในปจจุบัน ทําใหหนวยงาน ตางๆ พยายามเขาไปหาชุมชนทองเท่ียวท่ีคอนขางประสบความสําเร็จแลว เพื่อท่ีจะใหขอเสนอและยื่นมือ มาใหค วามชวยเหลือตางๆ ทําใหเกิดปญหาขัดแยงกันภายใน เนื่องจากแยงชิงผลประโยชนจากรัฐท่ีเสนอ เขามา ความทาทายอีกประการหนึ่ง ไดแก การแขงขันจากอุตสาหกรรมโรงแรมในพ้ืนท่ีใกลเคียงซ่ึง สามารถเสนอบรกิ ารในราคาท่ีคอนขางตํ่าและใกลเคียงกับโฮมสเตยท่ีกําลังปรับตัวไปสูตลาดนักทองเท่ียว ทมี่ ีคาที่พกั ประมาณ 600 บาทตอคนื (รวมคา กิจกรรม) 9. ขอ เสนอแนะ 9.1 บทบาทของนักพฒั นา 1) ผูพัฒนาควรมีเขาใจมีความเขาใจเก่ียวกับศักยภาพพ้ืนฐานของชุมชนน้ัน วาพ้ืนท่ีนั้น เหมาะสมกับการทองเที่ยวหรือไม มีปจจัยพ้ืนฐานแหงความสําเร็จหรือไม เชน มีทําเลที่ต้ังที่ใกลเคียง เสนทางทอ งเท่ียวหลัก มสี ่ิงดงึ ดูดใจที่เปน แมเ หลก็ อยูใกลเ คียงชุมชนหรอื อยูภ ายในตวั ชุมชน ยง่ิ ไปกวา นน้ั ปจจัยพ้ืนฐานท่ีสําคัญท่ีสุดคือทุนสังคมกลาวคือ มีความรักความสามัคคี มีความไวเนื้อเช่ือใจในผูบริหาร กลุม เพราะไมใชทุกชุมชนสามารถพัฒนาเปนชุมชนทองเท่ียวไดเสมอไป ความพยายามที่จะพัฒนาโดย ไมดูศกั ยภาพอาจจะทําใหชาวบานถกู ชักชวนมาลงทุนอยา งเสยี เปลา 2) การพัฒนาการทองเที่ยวตองมีการจับคูตลาดที่ถูกตอง กลาวคือ ตองวิเคราะหวาชุมชน ทองเที่ยวท่ีจะพัฒนานั้นควรมีเปาหมายเปนตลาดใด เปนตลาดดูงาน ตลาดทองเท่ียวเพื่อการทองเท่ียว หรอื เปนตลาดผสม หลงั จากน้ันจงึ สามารถทาํ การตลาดและพัฒนาระบบรองรบั ทีต่ รงกับเปา หมายได ฉ
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ 3) นักพัฒนาชุมชนทองเที่ยวควรมีความเขาใจเศรษฐกิจทองเท่ียวของชุมชนน้ันๆ โดยเฉพาะตลาดและกลุมลูกคาเปาหมายที่สงผลตอรายรับ ตนทุนการลงทุนของชาวบานท้ังทางตรงและ ทางออม และผลตอบแทนสทุ ธิ เพอื่ ท่ีจะไดใ หคําแนะนําแกชาวบา นไดอ ยา งถกู ตอง 4) ตองมีการวางแผนและพัฒนาทักษะตลอดหวงโซอุปทาน เชน ความรูในเร่ืองการจัดการ ทองเที่ยวเชิงสรางสรรคทักษะ และทัศนคติดานการบริการมาตรฐาน การใหบริการขีดความสามารถใน การสื่อสาร การติดตอกับหนวยงานภายนอก และนักทองเที่ยว ท้ังน้ี ควรมีการถายทอดทักษะท้ังในระดับ ปฏิบตั ิการและในระดับบริหารดวย 5) เพ่ิมมาตรการดานความปลอดภัย เพราะเปนสิ่งแรกที่นักทองเที่ยวคํานึงถึงการปรับปรุง สิ่งอํานวยความสะดวก และการเขาถึงแหลงทองเท่ียวทุกประเภท เชน ปายบอกทาง ถนน แสงสวาง สญั ญาณโทรศัพท อนิ เตอรเ น็ต เปน ตน 6) ชุมชนควรไดรับการสงเสริมในการสรางรูปแบบและกิจกรรมใหมๆ แมวาชุมชนจะมี กิจกรรมท่ีดเี ดน จากการสะสมภมู ปิ ญญาหรอื การบรหิ ารจัดการ และนวัตกรรมตางๆ ที่ผานมา แตเม่ือเวลา ผานไปกิจกรรมเหลาน้ีไดขยายตัวออกไปและรูจักกันในวงกวางแลว ทําใหมีความนาสนใจลดลง เพราะ การทองเที่ยวชุมชนก็เหมือนกับกิจกรรมการทองเที่ยวอ่ืนๆ ตองสรางสินคาและบริการใหมอยูตลอดเวลา ดังน้ัน จึงควรจะตองหากิจกรรมใหมๆ เขามาเสริม โดยเฉพาะชุมชนท่ีอยูนอกเขตเมือง ก็ตองหากิจกรรม ในเวลาคํา่ คนื นอกเหนอื ไปจากการบายศรสี ูขวญั 7) ควรเช่ือมโยงขอมูลดานการทองเท่ียวในสื่อออนไลน ทั้งในแหลงทองเที่ยวระดับชาติและ แหลง ทองเท่ยี วชุมชน โดยใชข อมูลจากนักทองเท่ียวที่เดินทางไปมาแลวมานําเสนอจุดเดนของแตละพื้นที่ เชน อาหาร รา นกาแฟ บรรยากาศ ปรากฏการณธรรมชาติ เปนตน 8) สนับสนุนและเผยแพรวิธีการจัดสรรผลประโยชนอยางเปนธรรม การจัดสรรผลประโยชน ที่ไมเปนธรรมเปนท่ีมาของความขัดแยงและความลมสลายของชุมชนทองเท่ียว รวมท้ังหาวิธีการที่จะให ชุมชนที่ไมไดมีสวนไดจากการทองเท่ียวมีสวนรวม ในการออกเสียงเรื่องผลกระทบ และมีความพึงพอใจ ตอ การพัฒนาการทองเที่ยวท่เี กิดขนึ้ ในพ้นื ท่ีชุมชนตน 9) มขี อ ตกลงดานการควบคุมจํานวนนักทองเที่ยวอยางพอเพียง หากผูเขามาเย่ียมเยือนเขา มาจํานวนมากจนเกินกําลังรองรับ อาจจะทําใหคุณภาพของการตอนรับขับสูลดลง จนเกิดเปนกระแส วิพากษวิจารณกันในเครือขายสังคมออนไลน และอาจสงจะมีผลกระทบทางลบที่รุนแรงตอมาในภายหลัง ดังน้ัน ควรมีขอตกลงภายในดานจํานวนนักทองเท่ียวที่รับได เพื่อจัดการขีดความสามารถในการรองรับ ดานสังคม (Social Carrying Capacity) และควรสรางกลไกการแจงขาว การรับจอง และขีดจํากัดในการ รองรับแตละวันผานการใชสมารทโฟนหรือ Facebook เพ่ือใหขอมูลแกนักทองเท่ียวกอนการตัดสินใจ เดินทางมา เพื่อลดความคบั คง่ั ของจํานวนนกั ทองเที่ยวในชวงเทศกาล 10) ควรสงเสริมการพัฒนาที่สอดคลองตามตามบริบทของชุมชน สืบเน่ืองจากบริบทและ รูปแบบของชุมชนทองเท่ียวมีความหลากหลาย การเขาไปพัฒนาชุมชนทองเที่ยวแบบนโยบายสูตรเดียว ไมน า จะมปี ระสทิ ธผิ ล สวนการสงเสรมิ และพฒั นานั้น อาจทาํ ผานการวิจัยและพัฒนาของสถาบันการศกึ ษา ซ่งึ จะมเี วลาใหม ากกวา มคี วามละเอยี ดออน และออนไหวตอบริบทพ้ืนที่มากกวา แตขอควรระวังในการใช ช
ชุดโครงการการศกึ ษาเศรษฐกิจทอ งเท่ียวชมุ ชนอยางครบวงจร: จากโซเชยี ลมเี ดยี ถึงชุมชนทอ งเทีย่ ว สถาบันอุดมศึกษาก็คือ นักวิจัยมักเขาใจบริบทของตลาดนอย ไมมีความถนัดและไมเนนประเด็นดาน การตลาด และพฒั นาชมุ ชนไปตามความคิดเห็นของตนเองมากกวา ปจ จัยทางการตลาด 10. บทบาทของรฐั 1) หนวยงานของรัฐ.เชน กรมการทองเท่ียว ททท. สกสว. อาจสนับสนุนใหเกิดแฟลตฟอรม ซื้อขายออนไลนสําหรับชุมชนทองเที่ยวในทํานองเดียวกับ Local alike อาจเปนเว็บไซตกลางท่ีชุมชน สามารถเขา ไปแกไขขอมูลตา งๆ ไดเอง เชน แจงขาวสาร กิจกรรม และฤดูกาลทองเที่ยวของชุมชน ตลอด สามารถดําเนินการจองบรกิ ารตา งๆ ผา นเว็บไซต ซึ่งนอกจากจะเปน ฐานขอมูลกลางในการประชาสัมพันธ การทอ งเทย่ี วของชมุ ชนแลว ยังเปน การอํานวยความสะดวกดานขอมูลใหกับนักทองเที่ยวใหไดรับขอมูลที่ ถูกตองที่มาจากชุมชน รวมถึงใหสามารถจับคูความตองการไดอยางตรงเปา ท้ังน้ีควรใหขอมูลมาแบบ เรียลไทมวา ในขณะนี้แตละชุมชนมีการจองมากนอยเพียงไร เพ่ือลดระดับความคับค่ังในหมูบานในชวง ฤดกู าลทองเทีย่ ว ทเี่ กนิ ขดี ความสามารถในการรองรับท่ีชาวบานไดตกลงกัน นอกจากนี้ควรสงเสริมใหทุก ชมุ ชนมี Facebook ของตัวเองและทํา Facebook live เพอื่ เปนการประชาสมั พันธ 2) ควรสนับสนุนชุมชนทองเที่ยวดานสาธารณูปโภค การสนับสนุนชุมชนไมควรอุดหนุน งบประมาณเขากลุมโดยตรง ควรอุดหนุนสาธารณูปโภคพื้นฐานหรือโครงการที่ชุมชนมีความตองการ รวมกนั โดยเฉพาะดา นการเขา ถงึ เชน การจอดรถ เพราะจะใหผลประโยชนตอทุกคนในชุมชน ไมเพียงแต ผูที่มีกิจการในดานการทองเท่ียว สาธารณูปโภคน้ีก็จะลดผลกระทบที่เคยมีกับชุมชนอ่ืนๆ โดยรอบ เชน การลดฝุนของการเขาถึงในชุมชนกอนถึงและชุมชนทองเท่ียว ท้ังน้ีจะใหความชวยเหลือก็ตอเม่ือชุมชนมี แผนจัดการดูแลความสะอาดท่ีชัดเจน สําหรับหองนํ้าอาจจะพิจารณาสรางหองน้ําใหแกรานคาของชุมชน หรือศูนยการเรียนรู หรืออดุ หนนุ เอกชนใหมผี ูทาํ ความสะอาดเปนประจาํ 3) สําหรับทุนสังคม จากการทบทวนวรรณกรรมของนักคิดตนตํารับเร่ืองทุนสังคม ซ่ึงเปน แกนหรือฐานของการทองเท่ียวชุมชนน้ัน และจากประสบการณในการวิจัยคร้ังน้ี มีความสอดคลองกันวา ทุนสังคมเกิดจากการสะสมประสบการณของชุมชน ดังนั้น นโยบายสาธารณะท่ีเขามาจากภายนอกจะทํา ไดคอ นขางจํากดั 4) สนับสนุนงบประมาณดานการจัดการขยะใหชุมชนทองเที่ยวเปนพิเศษ โดยเฉพาะกลุมที่ รับนักทองเท่ียวรายวัน ซึ่ง อปท. ไมสามารถจัดเก็บคากําจัดขยะจากโรงแรม รวมท้ังใหความรูดานการ จัดการ การลงทนุ วจิ ยั และพัฒนา เพ่อื รองรบั ขยะจากการบรโิ ภคของสดและของเสียทมี่ คี วามชนื้ สูง 5) การพัฒนาทุนมนุษย เชน กรมการทองเที่ยว กรมพัฒนาชุมชน โดยการนําแกนนําไป พบปะและแลกเปล่ียนความรูกัน การพัฒนาคนรุนใหม ที่จะกลับมาชวยชุมชนในดานประสานกับโลก สารสนเทศและการตลาดไดงายข้ึน สวนการใหความรูและฝกอบรมโดยการใหมีการไปทองเที่ยว แลกเปล่ียนความรูกันน้ันเปนเรื่องดี แตถามากเกินไปก็จะกลายเปนการสรางอุปสงคเทียม ทําใหชุมชน เขาใจผิดถงึ ขนาดของผลรายไดท ีจ่ ะไดรับและมีการลงทนุ ทผ่ี ดิ พลาดตามไปดวย ซ
รายงานฉบับสมบรู ณ Executive Summary The first tourist-related communities (TC) began towards the end of the 1980s by catering for jungle tours and the internship market. Then came the expansion of the local market, led by educational expedition for the constituencies of the local governments stimulated by the mass media and digital media. Today, community tourism is becoming more and more popular. Moreover the government sector hopes to use community-based tourism (CBT) as a tool to distribute income to the community. This study aims to 1) compare and benchmark the performance of tourism communities and study their key success factors, 2) study the benefits and impact of CBT on tourism communities, 3) study via social media, the origins, patterns of tourist behavior and satisfaction of Thai and foreign tourists, when engaging in the tourism communities, 4) study the behaviors and requirements of tourists who are interested in community tourism through exchanges on social networks. This study undertakes surveys and studies of 21 tourism communities including 17 community homestays and three single-day tourist communities (Ban Ra Chan Market, Ban Santichol and Khek River) and one rural product community (Ban Dong Pibuluck). The conclusions are as follows: 1. Diversity of Tourism Communities Current tourism communities (TCs) are more diverse and advanced than are generally perceived. They have moved from study sites for local governments to areas for leisure tourism. The price of the service differs widely. Prices for a homestay range from 200 Baht per person per night to 1800 Baht per person per night, the equivalent of the price of a hotel. The level of service also varies. As a result, some tourist communities are competing with small hotels. Tourism communities are also different in the supply chain management. Communities that are far away from cities need to create their own, i.e. food supply, lodging, parking, travel within the community, directions to nearby attractions, services of guides, souvenirs, welcome performances and nightlife. Communities which are close to town can rely more on services of city, town or city municipality for market, transport, walking streets and so on. ฌ
ชุดโครงการการศกึ ษาเศรษฐกิจทอ งเที่ยวชุมชนอยางครบวงจร: จากโซเชยี ลมีเดยี ถึงชมุ ชนทอ งเท่ยี ว 2. Analysis of tourism potential and competitiveness 2.1 Potential Analysis Even though the TCs selected as a case study are relatively famous and successful cases, they are vastly different in their potential and capacity. A homestay community could be capable of accommodating up to 50 people per day to over 534 people per day. Day trip activities range from 800 to 12,000 visits per day. TCs which were established by external organization tend to have lower potential than communities that have evolved gradually into a self-sustained tourism community. Community potential depends on 5 factors; 1) Local natural endowments, 2) Experience capital, 3) Service innovation, 4) Carrying capacities and 5) Homestay certification. The key factor that makes a community viable as a tourism community are its location and its tourism endowment. The location is a source of advantage in travel and distribution and exposing visitors to attractions. If the community is close to tourist attractions or near the city, it will have a greater chance of being visited. However, if they are too close to the city, they may face competition from other types of commercial accommodation. 2.2 Competitiveness Analysis The success of a tourist community may be most easily evaluated by the size of the market measured by the number of visitors. The homestay communities receive up to 50,000 guests per community per year, contributing approximately 0.08 - 13.58 million customers per year to the community for homestay. Day trips are between 6,000 to 260,000 trips per day, yearly income from 3.00 to 88.29 million baht per year. In Chiang Khan, which has evolved into a small tourist town, the number of visitors has reached 500,000 people per year and the income is as high as 1,050.72 million baht per year. The return analysis of the tourism community also gives very diverse results, depending on, among other factors, the number of years of TCs tourism engagement, location, attractions in the area and the reputation that appears in the media. These factors affect the market size of the community and generate differing income impact. Matching 2.1 and 2.2 provides ranking of our TCs suggesting Na Ton Jan and Pra Sae as the top two. 3. Key success factors Success factors may be divided into three groups: the first is the basic factor without which CBT cannot be sustained. The basic factor is the initial capital, which consists of social capital, locational advantage and cultural capital. The second group of factors is important in helping the community to be competitive, including having visionary leaders, ones who ญ
รายงานฉบบั สมบูรณ constantly seeking knowledge and new activities, and human capital especially new generations to carry on the mission. The last factor is the \"catalyst\", which includes the external factors, e.g. national prizes and awards, media promotion especially on television. 4. Marketing The more famous TCs do not have marketing problem as most of them have their own Facebook, and some have websites, even though they are not very effective. Tourists can also contact the TCs through, mobile and web-based communications. Some homestays also have their own Facebook Page and are listed on online platforms such as Airbnb. The tourists who are interested in tourist communities also use Facebook to communicate with the tourist communities. 5. Net return of household At the household level In particular, the return on investment for homestay shows that the performance of most homestay households has a positive net profit especially the houses with small capital investment. In the case of a substantial investment and reinvestment, there are some cases of loss. However, homestay owners often do not consider the cost of building construction to be part of the cost. It is considered to be an investment to build houses for their children and grandchildren. So, most homestay owners are quite satisfied with the net profit, although it may be relatively low. This study found that net income for homestay with a slightly improved investment is between 5.05 - 50.81 baht per 100 baht revenue. For the business model with investment, the net gain was between a loss of 237.00 baht per every 100 baht and the net profit was 73.22 baht per every 100 baht. The study found that the factors affecting the net return of the homestay were market size and number of visitors. This will affect the total number of customers received each year. The focus of the customer market is on quality of service. The investment trend is often high (for example, buying a bed, white sheets in an air-conditioned room) for leisure tourists, while a group of customers on a study tour may not expect a very high quality of service. The investment may be less (for example, using a mattress with no bed, using a desk fan). It was also found that guiding and learning activities earned a high net return because of the low cost of investment capital. Another activity that resulted in quite good and consistent return for almost every community is the sale of community products or souvenirs to tourists. 6. Satisfaction and information generated by tourists (User Generated Content) There are two sources of information in this section: 1) a questionnaire that asks travelers for homestay services and ฎ
ชดุ โครงการการศกึ ษาเศรษฐกิจทอ งเทยี่ วชมุ ชนอยา งครบวงจร: จากโซเชยี ลมีเดียถึงชมุ ชนทอ งเทยี่ ว 2) online media, especially Trip Advisor and Google Maps. The results from the online media suggested that the majority of the communities that cater for a study tour have few foreign tourists who are less happy with the service. Thai tourists are more the bulk of the tourists and tend to provide more information that is positive. As the TCs used as a case study are predominately in the north, Thai tourists enjoyed the cool weather and were interested in scenery viewing, photo taking and are most interested in food. Visitors in Google Maps rated on average between 2.88 and 4.64 points (5 points) for CBT, but most Thai tourists will not provide critical comments. They often give only suggestion or praise. In the holiday season, there is often a problem of inadequate labor and parking space. The homestay owner cannot take care of a homestay up to the standard level; such as not being able to change sheets for new guests because there are no additional bedsheets or there is a labor shortage. The foreign tourists who come for leisure provided some negative information. This implied that the Thai tourism community is not up to the standards for international tourists, except for hardcore academic or special groups such as anthropologists. Most critiques included: too much and over modern build up; the buildings and planning are not tasteful. Foreign tourists often complained about the insects and the dirt of the beach caused by dumping garbage into the river and flowing to the beach without treatment. 7. Roles of government agencies and local authorities The role of the state such as the Department of Community Development and Department of Industrial Promotion in the past was to develop community leaders who later created TC. Because TC is gaining popularity and interest of all sectors, government budgets from various government sector are injected causing confusion in the development direction and conflicts from non-transparent allocation of benefits especially in beginning communities. Most of the local governments do not play a significant role. The majority of the investments by local governments are in infrastructure and utilities that benefit both the public and the tourists. They also support the organization of annual events and local events that promote community tourism. The obvious impact is the increased amount of waste from tourists and the localities often face the problem of waste management, especially during the peak tourist season when in some areas the number of tourists exceeds the local population. While the waste management budget is only allocated according to the number of the local population, this will lead to further environmental impacts. ฏ
รายงานฉบบั สมบูรณ 8. Future of Thai Tourism Community Here the SWOT analysis is used for the analysis of the future of CBT. The strengths of the CBT are diverse products and those which allow tourists to have more choices. The weakness of the TCs is the constraint of labor force which consists primarily of housewives. Shortage of labor is often encountered at the time of long holidays and public holidays. In addition, the tourism communities provide widely different levels of service. It depends on individual capital, human capital and the ability to manage the environment. When tourists overloaded public utilities and waste management capacity, local government faces serious problems with waste and wastewater. Moreover, a market shift from study to a leisure market may result in greater social inequity. Another weakness occurs in areas where social capital is not strong enough.TCs are often set up because of outside help. The success of community tourism requires an \"internal creation\" rather than the establishment of government agencies. When the allocation of benefits is lacking in transparency and fairness, it will further lead to a gradual erosion of social capital. Tourism community relies heavily on demand for stimulus from outside the community. State-sponsored trips may have to exit the market once these support funds have expired. There is also concern about the impact of CBT on the households within the same community that do not benefit from tourism. It is necessary to allocate some of the benefits from tourism revenue to reduce impacts, such as environmental impacts and noise pollution. At the same time, there is need for some contribution to increase the quality of life for the public at large, which in turn will benefit tourists, such as investment in lighting and CCTV for the safety of the community and tourists. The opportunities of the tourism community are abundant due to the growing trend of domestic tourism. However, this opportunity is not an opportunity for all but is limited to those TCs with high potential. The challenge of the tourism community is that, given the current trend of Thai tourism, government agencies try to find a community (that is already quite successful), in order to offer budget and other assistance. This can provoke some internal conflict in order to ensure good performance and this can tend to create a negative impact. Another challenge is competition from the nearby hotel industry, which offers a relatively low price and is comparable to a homestay that is moving into the tourist market with charging about 600 Baht per night (including activities). ฐ
ชดุ โครงการการศึกษาเศรษฐกจิ ทอ งเทีย่ วชมุ ชนอยางครบวงจร: จากโซเชยี ลมเี ดยี ถึงชมุ ชนทอ งเที่ยว 9. Suggestions 9.1 Developers’ role Developers should have a clear understanding of the underlying potential of the community; whether it is suitable for tourism promotion, whether it they have fundamentals for success, such as having a location nearby the main tourist route, having magnetic attractions close to the community or within the community. Moreover, the most important factor is social capital: whether it has united confidence in the group management. Because not all communities can develop into a tourism community, attempts to develop them without looking at the potential may lead the villagers to lose their investment capital. Tourism development must have a correct marketing match - that is to say, what kind of market should be the goal of the tourism community. Is the tourism community suitable for study tour or leisure market? Once the market is determined, we can market and develop support systems be to meet the target groups. Tourism developer should have a good understanding of the tourism economy of the community, especially the market and target customers that could affect the receipt, the cost of direct and indirect investment of the villagers, and net returns, in order to properly advise the villagers. Plan and develop skills throughout the supply chain both at the operational level and at the management level, such as knowledge in creative tourism management skills, standard of service, providing communication capabilities and contact with external agencies. Safety is the first thing that tourists consider as the most important requirements of facilities. Increase the awareness of safety measures in the house and the environ such as lighting, rails, including access to all types of tourist attractions such as road signs, light signals, telephone, internet, street lighting, and so on. Communities should be encouraged to create new activities despite the fact that the community has outstanding activities from the accumulation of local wisdom or learning by doing management practice. However as time goes by, these activities have expanded and become widely known. The focus on old activities is reduced. Therefore, new, including night activities, should be added especially in rural area. Travel and leisure information of CBT should be linked to online media between national tourist attractions and community attractions. Developers should use information from tourists’ comments to present or highlight each area such as food, coffee shop, natural phenomena, and so on. ฑ
รายงานฉบบั สมบูรณ Support and disseminate fair distribution of benefits. The unfair allocation of benefits is a source of conflict and the collapse of the tourist community. Also, it is important to find ways to provide non-participating members of the tourist communities with a venue for voicing the impact of tourism on their way of life and to frequently assess if they are satisfied with the development of tourism in the community. There should be an agreement on the maximum number of tourists in TCs as too many tourists may reduce the quality of hospitality in turn creating negative criticism in the social network. To manage the carrying capacity there should be a mechanism to notify the level of bookings and limits for each day through the use of smartphones or Facebook to provide information to day tourists before they decide to travel to the community. This could help to control the number of tourists during the peak season. Promote development consistent with in the context of the community because the context and style of the tourism community is diverse. The one-formula development of community-based tourism policy is not likely to be effective. The promotion and development could be done through research and development of educational institutions which are more adept to area based need. However researchers from higher education institutions often lack market knowledge and tend to promote community development based on their own opinions rather than marketing factors. 9.2 The role of government • Ministry of Tourism and Sports and TAT could create an online trading platform for the travel communities similar (but more versatile) to “Local Alike” to be a central database for public relations. It provides the information in the form of tourism news, events and seasons of the community. It also facilitates information for visitors to receive accurate information from each member of the community. Tourists can make booking through the platform. It has an ability to match the needs of the target group and provide real-time information on the occupancy in the village during peak season. Training for CTs leaders can be conducted to use Facebook live for marketing. Support the tourism community in infrastructure that can be shared, especially about accessibility, such as parking, because it benefits everyone in the community, not only those who have business in tourism. This facility will also reduce the impact that it has had on other communities around, such as reducing dust in neighborhood. Assistance is provided only when the community has a clear clean-up plan. For bathrooms, consider creating washrooms for community co-operation, or learning center or private entity which have a cleaning plan. ฒ
ชุดโครงการการศึกษาเศรษฐกิจทองเที่ยวชุมชนอยางครบวงจร: จากโซเชียลมีเดยี ถงึ ชมุ ชนทองเทยี่ ว Community support should not be directly financial subsidy to groups, as this was found to be a source of conflicts. • The literature review of the original thinkers on social capital revealed that social capital is a result of the accumulation of community experience, so the effectiveness of public policies is quite limited. • Support the waste management budget for communities especially those with daily visitors who do pay hotel tax to the municipality. Including management knowledge and R & D investment to accommodate high human waste. • The development of human capital, such as bringing the core leaders to meet and exchange knowledge. Education of new generations to return to help the community in the field of information and marketing is vital. Although villages gained from knowledge and training tour provided by the government that can also create an artificial demand, leading to misunderstanding with regard to income and leading to the wrong investment decision. ณ
รายงานฉบับสมบรู ณ บทคดั ยอ ความสําเร็จของการทองเท่ียวไทยในดานการสรางรายไดในหลายปที่ผานมา ทําใหรัฐบาลให ความสนใจกับการทองเท่ียวชุมชนในฐานะกลไกและเครื่องมือในการสรางและกระจายรายไดแกรากหญา โดยเดินหนาประชาสัมพันธการทองเที่ยววิถีไทยอยางเขมขน และหวังวาจะมีการกระจายผลประโยชนไป ยังเมืองรองและชมุ ชนทอ งถ่นิ ในขณะที่การทองเท่ียวชุมชนมีผลไดเดนชัดมากข้ึน โซเชียลมีเดียก็เริ่มเขามามีบทบาทมากข้ึน เชนกัน ชุดโครงการนี้ จะศึกษาความสัมพันธระหวางชุมชนทองเที่ยวกับส่ือออนไลน และจะประเมิน ผลไดจากการทองเท่ียวในระดับครัวเรือนและผลกระทบของการทองเที่ยวในระดับชุมชนบนพื้นฐานของ การวิเคราะหดานบัญชีและการเงิน เพื่อใหไดขอมูลสําคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบายเกี่ยวกับการ พัฒนาการทองเที่ยวในชุมชน ซ่ึงจะนําไปสูการใชงบประมาณสนับสนุนอยางมีประสิทธิภาพ โดยมี วตั ถปุ ระสงค ดังตอไปนี้ 1) เพื่อศึกษาความตองการ พฤติกรรม ของนักทองเท่ียวกลุมท่ีสนใจการทองเที่ยวโดยชุมชน ในภาพรวมผา นการแลกเปลยี่ นบนโซเชยี ลเน็ตเวิรก 2) ศึกษาที่มาและความพึงพอใจการทองเท่ียวของนักทองเท่ียวชาวไทยที่พักในโฮมสเตยใน ชมุ ชนทอ งเท่ยี วทเ่ี ปนกรณศี กึ ษา 3) ประเมินผลประโยชนทางเศรษฐกิจและผลกระทบทางสังคมท่ีชุมชนท่ีเก่ียวของไดรับจาก การทองเท่ยี ว 4) เปรียบเทียบสมรรถนะ (Benchmarking) ชุมชนทองเที่ยวและศึกษาปจจัยแหงความสําเร็จ โครงการนี้มีโครงการยอย 2 โครงการ คือ 1) โครงการศึกษาพฤติกรรมของนักทองเท่ียวและ ผลประโยชนทางเศรษฐกิจและสังคมของการทองเท่ียวเพ่ือชุมชน และ 2) โครงการศึกษาพฤติกรรมความ ตองการทองเทย่ี วชมุ ชนผานโซเชยี ลมีเดีย การศกึ ษานีม้ พี ้ืนที่กรณีศึกษาท้งั หมด 21 พ้นื ที่ โดยมีพื้นที่ในภาคใต 1 พ้ืนท่ี พื้นท่ีในภาคกลาง 4 พื้นท่ีพ้ืนที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 พ้ืนท่ี และ 10 พื้นท่ีเปนพ้ืนท่ีในภาคเหนือ โดยมีกิจกรรมใน 3 กลมุ คือ 1) ชุมชนทองเท่ียวที่มีโฮมสเตย 2) ชุมชนที่มีกิจกรรมทองเที่ยววันเดียว (One Day Trip) และ 3) ชุมชนทมี่ ีผลิตภัณฑช ุมชนจาํ หนายแกนักทอ งเทีย่ ว ผลการศึกษา พบวา ชุมชนทองเที่ยวที่ประสบความสําเร็จมีวิวัฒนาการมาจากวิกฤติที่เกิดข้ึนใน ชุมชนของตน ซ่ึงจําเปนตองหาทางเลือกใหมในการสรางเศรษฐกิจของชุมชน โอกาสทางเศรษฐกิจเม่ือ แรกเร่ิมเปนตลาดดูงานขององคกรปกครองในทองถ่ิน (อปท.) แตในปจจุบันไดเริ่มมีวิวัฒนาการไปเปน ตลาดสําหรับนักทองเที่ยวที่ประสงคมาพักผอน มีบางชุมชนที่ไดปรับปรุงมาตรฐานใหสูงกวามาตรฐาน โฮมสเตยข องรัฐ ด
ชดุ โครงการการศกึ ษาเศรษฐกจิ ทองเทยี่ วชุมชนอยา งครบวงจร: จากโซเชียลมเี ดยี ถงึ ชมุ ชนทองเทย่ี ว การศึกษาพบวา ในปจจุบันชุมชนทองเที่ยวมีความหลากหลายมากขึ้น ท้ังในดานผลิตภัณฑและ บริการ รวมถึงความสามารถในการรองรับและขนาดของตลาด ชุมชนทองเท่ียวสามารถสรางสีสันและ ทางเลือกแกน กั ทอ งเที่ยวรุนใหมไ ด การทองเที่ยวชุมชนมีเงื่อนไขสําคัญเปนปจจัยแหงความสําเร็จตองพึ่ง ทุนประเดิมทชี่ ุมชนมีอยูแลว ไดแ ก ทําเลท่ตี ง้ั และทนุ สังคม สวนปจ จัยเสรมิ ขีดความสามารถในการแขงขัน ไดแ ก ทนุ ใหม คอื ทุนท่ีสะสมจากประสบการณและความรูของแกนนําชุมชนและหัวหนาชุมชน รวมถึงทุน มนุษยร นุ ใหมที่กลับไปพฒั นาทอ งเทีย่ วชุมชนโดยเฉพาะอยา งยิ่งระบบสารสนเทศท่ีติดตอกับโลกภายนอก และปจจัยเรง ที่ทําใหชุมชนเปนท่ีรูจักมากขึ้น ไดแก การไดรับรางวัล การท่ีไดรับประชาสัมพันธการออก สอื่ โทรทัศน หรือประชาสมั พันธโดยรัฐ ผลการศึกษา สามารถสรปุ ไดวา การทอ งเทย่ี วชมุ ชนสามารถสรางรายไดเสริมใหแกเศรษฐกิจราก หญาไดจริงแตกระบวนการสรางความมั่นคงดานรายไดจะเปนกระบวนการท่ีคอนขางชา รายไดจาก กิจกรรมทองเที่ยววันเดียว อาหารและผลิตภัณฑชุมชนสรางรายไดท่ีสูงกวาและจัดการไดงายกวาโฮมส เตย ผูลงทุนในโฮมสเตยสวนใหญรับรูกําไรจากโฮมสเตยเพ่ือเทียบกับกําไรท่ีคํานวณเชิงเศรษฐกิจ เพราะ ไมไดคิดวาการลงทุนในการกอสรางเปนตนทุน แตเปนการสรางท่ีพักใหลูกหลาน การศึกษาน้ีจะได คํานวณผลตอบแทนภายใตโมเดลการลงทุนแบบตางๆ สวนผลกระทบของการทองเท่ียวชุมชนสวนใหญ ยงั เปนบวกอยู แตม ีปญหาขยะทเี่ รมิ่ รุนแรงมากขึ้น การศึกษาพฤติกรรมและความพึงพอใจของนักทองเที่ยวบนส่ือออนไลน พบวานักทองเที่ยวไทย ใหความสําคัญในเรื่องธรรมชาติ บรรยากาศ อาหาร กาแฟท่ีในชุมชนทองเท่ียว ในขณะที่นักทองเที่ยว ตางชาติสนใจความจริงแท (Authenticity) สภาพแวดลอมของชุมชนและการอนุรักษธรรมชาติของชุมชน การสรางโปรแกรมทอ งเทย่ี วในอนาคต จงึ ควรเนน กจิ กรรมทเี่ กย่ี วกบั อาหาร กาแฟ บรรยากาศสําหรบั การ ถายรูปและดื่มกาแฟ สําหรับคนไทย สภาพแวดลอมและความจริงแทสําหรับคนตางชาติ อยางไรก็ดี ชุมชนมีขอจํากัดดานการรองรับมากโดยเฉพาะในชวงเทศกาล การทองเที่ยวชุมชนในปจจุบันยังไม เหมาะสมกับการตอ นรับนกั ทอ งเทย่ี วตางชาติสายออน ขอเสนอแนะท่ีสําคัญ คือ 1) รัฐตองสนับสนุนงบประมาณการจัดการขยะใหแก อปท. ในพ้ืนที่ที่ เปนแหลงทองเท่ียว โดยเฉพาะแหลงทองเที่ยวท่ีเปนกิจกรรมวันเดียวท่ีนักทองเท่ียวไมไดคางแรม เนื่องจาก อปท. ไมสามารถเก็บคาภาษีโรงแรมได 2) รัฐควรสนับสนุนการสรางสาธารณูปโภคสวนกลาง ซึ่งทุกคนในชุมชนไมเฉพาะแตผูท่ีลงทุนดานการทองเที่ยวไดประโยชน เพ่ือรองรับการทองเที่ยว เชน ลานจอดรถ หองน้ํา อยางไรก็ดี การดําเนินการเหลานี้ ตองมีแผนชุมชนมารองรับและตองมาจากความ ตองการของชุมชนจากการมีนักทองเท่ียวเกินกําลังรองรับ และ 3) สรางแพลตฟอรมสวนกลางท่ีทําให ชุมชนสามารถนําขอมูลของตนเขามาเสนอได รวมทั้งสามารถแจงจํานวนนักทองเที่ยววาไดเกินขีด ความสามารถแลว หรอื ไม เพื่อเปนการควบคุมผลกระทบทางสังคมและส่งิ แวดลอ มทีต่ ามมา ต
รายงานฉบบั สมบรู ณ Abstract The success of tourism sector in expanding income in the last few years has heightened national interest in community based tourism (CBT) as a tool for increasing and distributing income to grassroots. The government has actively promoted the Thai way of life in a nationwide campaign with the hope that this will redistribute tourism benefits to secondary cities and rural communities. While community based tourism has become more noticeable, social media has helped to increase its importance in tourism promotion as well. This research project aims to study the relationship between CBT and online media, and to evaluate the return from CBT and its impact on tourism communities. This financial and accounting analysis will help improve national policies regarding CBT which in turn will lead to more efficient use of the national budget. This project has 2 sub projects: 1) Tourist behaviors and economic and social benefits for tourism - related communities 2) Behaviors and tourists’ expectations of tourism - related communities through social media. The objectives of the projects are as follows: 1. To study tourist requirements and the behavior of CBT tourists via social media. 2. To study the origin and the satisfaction of CBT tourists who booked in local homestays. 3. To evaluate the benefits and review the environmental and social impact on tourism communities. 4. To benchmark the community case studies and to study key success factors of CBT. This study consists of 21 case studies: one in the southern region of Thailand, four in the Central region, six in the Northeast and ten in the North. The activities studied included homestay, one day activities and availability of souvenirs and local products. The study found that successful tourism communities have developed from both crisis and opportunities. For those confronted with crisis, there is a necessity to adopt a new economic alternative to make a better living. The initial markets include jungle tours, student volunteers, and sightseeing trips of large constituency groups sponsored by local governments. Today, some ถ
ชดุ โครงการการศกึ ษาเศรษฐกจิ ทองเทย่ี วชุมชนอยา งครบวงจร: จากโซเชยี ลมีเดียถึงชมุ ชนทองเท่ียว communities have developed to cater for leisure tourists and have raised their homestay standards beyond those described by the Ministry of Tourism and Sports. Our study also found that CBT has diversified in products and services, carrying capacities and markets, which means it can cater for greater market segments. Key success factors can be divided into three groups: basic factors, competitive factors and catalytic factors. The basic factors include social capital and appropriate locations without which CBT cannot survive and be sustained. Next, factors promoting competitiveness include new capital which is capital accumulated through the experience of leaders, including human capital from younger generations who could utilize Information Technology (IT) to connect communities with the outside world. Finally, catalytic factors help publicize tourism communities through national award success, promoting communities in TV media and direct promotion by the government. Our study concluded that CBT could generate supplementary income to grassroots as expected but the process would be gradual. It is also found that returns from day trip, food services and local products more lucrative than from homestay. Investors in homestay are generally satisfied by relatively lower returns because they do not include capital investment cost in their calculation as they consider it as building houses for their children. The study also provides estimates of returns from various business models. The study of behavior and satisfaction of tourists from on-line sources suggested that Thai future tourism packages should emphasize activities related to food, atmosphere for photographing and coffee drinking and for foreign tourists, environment and authenticity. However, the state of Thai CBT now, is not yet appropriate for international tourists who are seeking leisure and soft adventure. Our recommendations are: 1) The government provide additional budgetary support for local government in tourism areas especially where there are day trip attractions because local government cannot raise tourism revenue from hotel tax. 2) The government should improve infrastructure, which would benefit residents more than by providing funds directly to CBT groups. Local residents should be asked to voice their needs and problems especially where CBT is flourishing. The needed infrastructure could be public toilets, paved roads and car parks. However, the communities should have clear management plans with consideration of local physical and social carrying capacity. Finally, there could be a common electronic platform for CBT where sellers and buyers can communicate. This would include including providing information on real-time occupancy and future booking for each community in order to maintain good social and environmental carrying capacity. ท
รายงานฉบับสมบูรณ สารบัญ บทสรุปผบู รหิ าร (ภาษาไทย) หนา บทสรุปผูบรหิ าร (ภาษาอังกฤษ) บทคัดยอ ก Abstract ฌ สารบญั ด บทที่ 1 บทนํา ถ ธ 1.1 ความสําคัญของโครงการ 1 1.2 วตั ถปุ ระสงคของแผนงานวจิ ยั 1.3 กรอบแนวคิดของการวิจัย 1 1.4 วิธกี ารวเิ คราะห 2 1.5 นยิ ามศพั ท 2 1.6 ขอจาํ กดั ของงานวจิ ยั 5 1.7 ประโยชนจากขอคน พบจากการศกึ ษา 8 1.8 การนาํ เสนอรายงาน 8 บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรม 9 10 2.1 แนวคิดและทฤษฎีท่ีเกยี่ วของ 11 2.1.1 โมเดลวงจรชีวิตของสนิ คา ทอ งเทยี่ ว 2.1.2 นยิ ามการทองเทีย่ วชมุ ชน 11 2.1.3 รูปแบบการทอ งเที่ยวชมุ ชน 11 2.1.4 ประเภทนักทองเทยี่ วชุมชน 12 2.1.5 ทนุ ทางสังคม 15 2.1.6 ทุนสงั คมกบั ทอ งเที่ยวชมุ ชน 16 2.1.7 การมสี ว นรวม 17 2.1.8 ส่อื สังคมออนไลนก ับการทองเทย่ี วชุมชน 20 2.1.9 เนือ้ หาทสี่ รา งโดยผใู ช (User-Generated Content: UGC) 22 23 2.2 เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ยี วขอ ง 26 2.2.1 ผลกระทบของการทอ งเที่ยวชุมชน 26 2.2.2 ปจ จยั ทีม่ ีผลตอ ความสาํ เร็จของการทองเทีย่ วชมุ ชน 26 2.2.3 ทุนทางสังคม 28 2.2.4 โซเชยี ลมเี ดียกับการทอ งเที่ยวในปจจุบนั 31 31 ธ
ชดุ โครงการการศึกษาเศรษฐกิจทองเทยี่ วชมุ ชนอยา งครบวงจร: จากโซเชยี ลมเี ดียถงึ ชมุ ชนทอ งเทยี่ ว 2.2.5 เนือ้ หาทีส่ รางขนึ้ โดยผบู ริโภค หนา 2.3 ชอ งวางของงานวจิ ยั ทผี่ านมา 33 บทท่ี 3 พฤตกิ รรมและความตองการทอ งเทีย่ วชมุ ชนผานโซเชียลมเี ดยี 34 35 3.1 พฤติกรรมการใชโซเชยี ลมเี ดยี (Social media) ของนกั ทอ งเทย่ี ว 35 3.2 โซเชยี ลมีเดยี (Social Media) โซเชยี ลเนค็ เวิรค (Social Networks) 37 3.3 เนอื้ หาทสี่ รา งโดยผูใช (User-Generated Content หรอื UGC) 41 3.4 การรวบรวมขอ มลู พนื้ ฐาน 42 3.5 ผลการรวี ิวกรณีศกึ ษาผาน Trip Advisorและ Google maps 43 43 3.5.1 การรวบรวมขอ มลู รวี วิ ผา น Trip Advisorและ Google maps 43 3.5.2 รูปแบบการรวี วิ ผาน Trip Advisor และ Google Maps 45 3.5.3 ผลการวเิ คราะหค าํ สาํ คัญและขอ ความของรวี วิ Trip Advisor และ 49 Google maps 3.6 ผลการวิเคราะหขอมูลผานโปสการดทองเท่ียวจากการประกวดโปสการ 49 ออนไลน 49 3.6.1 การทํากจิ กรรมพัฒนาเน้ือหาท่สี รางโดยผูใ ช (UGC) ผาน 50 โปสการด ทอ งเท่ยี ว 51 3.6.2 โครงการประกวดโปสการด ทองเทย่ี วออนไลน 53 3.6.3 ผลการวเิ คราะหข อมูลจากการประกวดโปสการด ออนไลน 53 3.7 บทสรปุ 58 บทที่ 4 พฤติกรรมนกั ทองเท่ียวและผลประโยชนท างเศรษฐกจิ และสงั คม 59 59 ของการทอ งเทีย่ วชุมชน 68 4.1 วิวฒั นาการและความเปน มา 68 4.2 ระดบั การพฒั นาตามวงจรของบัทเลอร 69 4.3 การเปรยี บเทยี บศกั ยภาพดานการทองเท่ียว 69 70 4.3.1 ความไดเ ปรยี บดา นทนุ 72 4.3.2 กําลังรองรบั 76 4.3.3 การไดร บั มาตรฐานโฮมสเตย 4.4 การเปรียบเทียบความสามารถในการแขงขัน 4.4.1 จาํ นวนผูใชบ รกิ าร 4.4.2 รายไดจากการทองเทย่ี ว 4.4.3 ความพงึ พอใจของนกั ทอ งเทยี่ ว 4.5 ผลตอบแทนสทุ ธทิ างเศรษฐกจิ น
รายงานฉบับสมบูรณ 4.6 การประเมินสมรรถนะชมุ ชนทองเทย่ี ว หนา 4.7 ผลประโยชนทางเศรษฐกิจและผลกระทบทางสังคมท่ีชุมชนไดรับจากการ 79 81 ทอ งเทยี่ ว 4.7.1 ผลเชิงเศรษฐกจิ 81 4.7.2 ผลเชิงสงั คม 81 4.7.3 ผลเชงิ สิ่งแวดลอ ม 82 83 4.8 ปจจยั แหงความสาํ เร็จ 89 4.9 แนวทางการปฏิบัติที่โดดเดน 89 92 4.9.1 ดานการตลาด: ตลาดไทยยอ นยุคบานระจนั จังหวดั สิงหบรุ ี 4.9.2 ดานการจัดการสารสนเทศหรือนวัตกรรมการบริการ: 94 บานนาตน จนั่ จ.สุโขทยั 96 4.9.3 ดา นการควบคมุ คุณภาพบริการ: ชุมชนบานทา ขนั ทอง 97 99 จ.เชยี งราย 100 4.9.4 ดา นการจดั สรรผลประโยชน: กลุมเรือบานเดยี ม จ.อดุ รธานี 103 105 บานดอกบวั จ.พะเยา 105 4.9.5 ดา นการจัดการแหลงเรยี นร:ู ตําบลอโุ มงค จ.ลําพนู 107 4.9.6 ดา นการพัฒนาการทองเท่ยี วโดย อปท. ประแส จ.ระยอง 107 4.9.7 ดานธรรมาภบิ าล: เกาะยาวนอ ย จ.พงั งา 107 4.10 บทสรปุ 108 บทท่ี 5 สรปุ และขอ เสนอแนะ 108 108 5.1 ความหลากหลายของชุมชนทองเท่ียว 109 5.2 การวิเคราะหศ ักยภาพและขดี ความสามารถในการแขงขนั 110 111 5.2.1 การวเิ คราะหศักยภาพ 111 5.2.2 การวเิ คราะหข ดี ความสามารถในการแขง ขัน 115 5.3 ปจจยั แหง ความสาํ เรจ็ 5.4 การตลาด 5.5 ผลตอบแทนสทุ ธขิ องครวั เรอื น 5.6 พฤติกรรมและเคร่อื งมือออนไลนทใี่ ชใ นการตดั สินใจของนกั ทอ งเทยี่ ว 5.7 ความพงึ พอใจและขอ มูลท่สี รา งจากนักทอ งเท่ียว 5.8 บทบาทของหนวยงานรฐั และ อปท. 5.9 พลวตั ของการทอ งเทยี่ วชุมชน 5.10 อนาคตของชมุ ชนทองเท่ียวไทย บ
ชดุ โครงการการศึกษาเศรษฐกิจทองเท่ยี วชมุ ชนอยางครบวงจร: จากโซเชยี ลมีเดียถึงชุมชนทอ งเทยี่ ว หนา 5.11 ขอเสนอแนะ 116 5.11.1 แนวทางสําหรบั นกั พฒั นา 116 5.11.2 แนวทางสาํ หรบั ภาครฐั (สว นกลาง) 118 5.11.3 แนวทางสาํ หรับชุมชนทอ งถ่นิ 119 5.11.4 แนวทางสําหรับองคก รปกครองสวนทอ งถน่ิ (อปท.) 122 123 บรรณานกุ รม ป
รายงานฉบับสมบรู ณ สารบญั ตาราง ตารางท่ี 1.1 นกั วจิ ยั และพน้ื ทศี่ กึ ษาภายใตช ุดโครงการ หนา ตารางท่ี 1.2 ตวั ช้วี ดั เพ่อื เปรียบเทยี บสมรรถนะของชมุ ชนทอ งเทยี่ ว ตารางที่ 1.3 แปลผลระดบั ศักยภาพและความสามารถของชมุ ชน 3 6 ตารางที่ 2.1 ประเภทนกั ทอ งเท่ียวชมุ ชน 7 ตารางที่ 2.2 ความแตกตางระหวา งโซเชยี ลมีเดยี (Social media) และ เครือขา ยสังคม 18 25 (Social networking) ตารางที่ 2.3 สรปุ ปจจยั แหง ความสําเร็จและความลมเหลวของการทอ งเทยี่ วโดยชมุ ชน 29 ตารางที่ 3.1 ประเด็นที่นกั ทองเท่ียวนิยมคนหาในโซเชียลมีเดีย 36 ตารางที่ 3.2 กจิ กรรมทนี่ ักทอ งเทีย่ วทําผา นโซเชียลมเี ดียระหวางและภายหลงั สน้ิ สุด 37 การเดินทาง 39 ตารางที่ 3.3 ความแตกตางระหวางโซเชยี ลมีเดยี (Social Media) และ เครอื ขายสังคม 40 (Social Networking) 41 ตารางท่ี 3.4 โซเชยี ลมเี ดีย (Social Media) ทไ่ี ดรับความนยิ มในปจ จุบนั 44 ตารางที่ 3.5 โซเชียลมีเดียทคี่ นไทยนยิ มใชมากที่สุด 46 ตารางที่ 3.6 คะแนนรีววิ เฉลีย่ ของแหลง ทองเทยี่ ว/ โฮมสเตย 55 ตารางที่ 3.7 การรีววิ จากคาํ สาํ คญั รายหมูบา น 56 ตารางที่ 4.1 สาเหตเุ ร่ิมตน ของชุมชนทอ งเท่ียวกรณศี กึ ษา 57 ตารางที่ 4.2 สรปุ ขอมูลเบอ้ื งตน ชมุ ชนทเ่ี ริม่ ตนจากวิกฤติ 62 ตารางท่ี 4.3 สรปุ ขอมูลเบอ้ื งตนชมุ ชนทเี่ ริม่ ตน จากโอกาส 62 ตารางท่ี 4.4 การเปรียบเทยี บศกั ยภาพดา นพนื้ ทต่ี ง้ั ของชมุ ชนทองเท่ียว 63 ตารางท่ี 4.5 ชุมชนที่มขี อ ไดเ ปรยี บจากความสูงของที่ต้งั 63 ตารางที่ 4.6 ทนุ ทางวัฒนธรรมของชมุ ชนกรณศี กึ ษา 68 ตารางท่ี 4.7 การเปรียบเทยี บศักยภาพทนุ ดานตางๆ 69 ตารางที่ 4.8 กาํ ลงั รองรบั ดานทพี่ ักของชมุ ชนทองเท่ยี ว 70 ตารางที่ 4.9 การสงประเมนิ มาตรฐานโฮมสเตยไ ทยและความพรอมในการรองรับ 70 ตารางที่ 4.10 จาํ นวนผใู ชบริการของชุมชนโฮมสเตย 71 ตารางท่ี 4.11 จาํ นวนผูใชบรกิ ารของกจิ กรรมทอ งเทยี่ ววนั เดยี ว 71 ตารางที่ 4.12 รายไดจากการทองเทย่ี วของชุมชนโฮมสเตย 72 ตารางท่ี 4.13 รายไดจากการทองเทย่ี วของกจิ กรรมทอ งเทย่ี ววันเดียว ตารางท่ี 4.14 รายไดจ ากกจิ กรรมการทอ งเที่ยวของเชียงคาน ผ
ชุดโครงการการศึกษาเศรษฐกจิ ทอ งเท่ียวชมุ ชนอยางครบวงจร: จากโซเชียลมีเดียถึงชมุ ชนทอ งเทีย่ ว หนา ตารางท่ี 4.15 เปรยี บความพึงพอใจและการใหความสาํ คญั ขององคป ระกอบ 73 การทอ งเที่ยว 74 ตารางท่ี 4.16 ความพึงพอใจ ความคุมคา และความประทับใจตอ ชมุ ชน 77 ตารางที่ 4.17 กาํ ไรสทุ ธขิ องกลมุ บริการทพ่ี กั ของชมุ ชนโฮมสเตย 78 ตารางที่ 4.18 กาํ ไรสุทธขิ องกลมุ กิจกรรมและบริการสนบั สนนุ การทองเที่ยวของชุมชน 78 โฮมสเตย 79 ตารางท่ี 4.19 กาํ ไรสทุ ธขิ องกลุมบรกิ ารขนสง ของชุมชนโฮมสเตย 79 ตารางท่ี 4.20 กาํ ไรสุทธขิ องกลุม กิจกรรมทอ งเที่ยววันเดียว 80 ตารางท่ี 4.21 กําไรสทุ ธขิ องกลุมผลติ ภณั ฑชุมชน 86 ตารางท่ี 4.22 ตารางเปรียบเทียบสมรรถนะของชมุ ชนทอ งเท่ียว ตารางที่ 4.23 ชมุ ชนทองเทย่ี วทไ่ี ดรับรางวัลดา นการจดั การทอ งเทีย่ วชุมชนในระดบั ชาติ 94 95 และนานาชาติ 112 ตารางที่ 4.24 จํานวนผถู กู ใจและติดตามเฟสบกุ ของชุมชนทองเทย่ี ว ตารางท่ี 4.25 กฎการควบคมุ มาตรฐานโฮมสเตยบานทา ขนั ทอง ตารางท่ี 5.1 ววิ ัฒนาการของโลกทัศนและมมุ มองของชมุ ชนทอ งเที่ยว ฝ
รายงานฉบบั สมบรู ณ สารบญั รปู รูปท่ี 1.1 พื้นท่ีศกึ ษาภายใตช ดุ โครงการ หนา รปู ที่ 1.2 รปู แบบการทาํ งานของแผนงาน รปู ท่ี 1.3 โมเดลการทอ งเท่ยี ว 4 รปู ที่ 2.1 ข้ันตอนของวงจรชีวติ ของสนิ คา ทองเทยี่ ว 5 รูปที่ 2.2 ระดบั การมีสวนรว ม 8 รูปที่ 3.1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั 11 รูปที่ 4.1 เสน ทางการเรม่ิ ตนชมุ ชนทอ งเที่ยวในกรณศี กึ ษา 23 รูปท่ี 4.2 ระดบั ขัน้ ของการพฒั นาของชมุ ชนทอ งเทย่ี วตามวงจรของบัทเลอร ณ ป 36 พ.ศ. 2561 55 รูปที่ 4.3 ชมุ ชนทองเทยี่ วกรณศี กึ ษาทก่ี ระจายตามระดบั ความสงู รูปที่ 4.4 กจิ กรรมการทอ งเท่ยี วทเี่ กิดจากการใชทนุ ในชุมชนของเชยี งคาน 59 รปู ท่ี 4.5 เสน ทางท่เี ลยี บไปกับแมน าํ้ โขงบา นทาขนั ทอง 60 รปู ที่ 4.6 เฟสบกุ จาํ หนายผลิตภัณฑช ุมชนของชุมชนบานเชียง 64 รูปที่ 4.7 กจิ กรรมทาํ ผาเชด็ หนา มดั ยอ ม ศลิ าโฮมสเตย 65 รปู ท่ี 4.8 สไลดเ ดอรโ คลน ชุมชนบานทา ขันทอง 66 รูปที่ 4.9 ปจจัยแหง ความสําเรจ็ ของชุมชนทองเทยี่ ว 66 รปู ท่ี 4.10 ตลาดไทยยอ นยุคบา นระจนั จ.สิงหบรุ ี 66 รูปท่ี 4.11 เฟสบุกประชาสมั พันธข อมลู การทอ งเทยี่ วของชมุ ชนบา นนาตน จน่ั 89 รปู ที่ 4.12 การจดั เตรียมบรกิ ารโฮมสเตยตามขอตกลงของกลมุ 90 รูปท่ี 4.13 การกระจายผลประโยชนข องกลุม เรือบานเดียม 94 รูปที่ 4.14 รางวลั พระปกเกลา ทองคํา (KPI Award) พ.ศ. 2561 ดา นการเสริมสราง 96 เครอื ขายรฐั เอกชน และประชาสงั คม 97 98 พ
รายงานฉบบั สมบูรณ บทท่ี 1 บทนาํ 1.1 ความสาํ คัญของโครงการ ความสําเร็จของการทองเที่ยวไทยในเชิงรายไดในหลายปที่ผานมา ทําใหรัฐบาลใหความสนใจกับ การทองเทีย่ วในฐานะกลไกและเครื่องมอื สรา งรายไดใหแกชุมชน โดยใชก ารทองเทย่ี ววิถีไทยเปนแนวทาง ดึงดดู ความสนใจ ในขณะทง่ี านวจิ ัยของมหาวิทยาลยั ราชภฏั เชียงใหมที่ทําการศึกษาผลกระทบทางรายได ของการทองเท่ียวชุมชน พบวา มีรายไดเปนลบถึง 8 จาก 11 แหง (พิชญานันท อมรพิชญ, 2556) แต รายงานการศกึ ษานไี้ มไ ดน าํ เสนอรายการตางๆ ของขอมูลทีว่ เิ คราะหและวิธกี ารทใ่ี ชคํานวณ อีกทั้งยังไมมี การวิเคราะหถึงที่มาของความสําเร็จและความลมเหลว ในขณะนี้ภาครัฐก็เดินหนาสงเสริมประชาสัมพันธ การทอ งเท่ียววถิ ไี ทย โดยหวังผลวา จะมกี ารกระจายผลประโยชนไ ปยงั ชุมชนรากหญา ในขณะท่ีการทองเท่ียวชุมชนมีความสําคัญมากข้ึน โซเชียลมีเดียก็เร่ิมเขามามีบทบาท ความสําคัญมากข้ึนในการเปนแหลงขอมูลที่นักทองเที่ยวสามารถใชในการจัดการทองเท่ียวของตนเอง โดยเฉพาะกลุมนักทองเท่ียวอิสระท่ีมีแนวโนมขยายตัวมากข้ึน นักทองเที่ยวกลุมน้ีมักสอบถาม แชร และ ชักชวนใหเดินทางทองเที่ยวตามประสบการณท่ีตนเองไดรับ รวมทั้งวิพากษวิจารณหากไมไดรับความพึง พอใจ ทําใหในปจจุบันโซเชียลมีเดียกลายเปนกลไกการกระจายขอมูลอยางกวางขวาง ดังนั้น โซเชียล มเี ดยี จึงมีบทบาทความสําคัญตอ การทองเท่ยี วมากข้นึ ทงั้ ในปจจบุ ันและอนาคต จากฐานขอมูลการดําเนินโครงการวิจัยที่เก็บรวบรวมโดยสํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ (วช.) พบวา ในชวงระหวางป พ.ศ. 2551-2558 มีโครงการวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาและการสงเสริมการ ทองเที่ยวในระดับชุมชน หรือท่ีเรียกวา “การทองเท่ียวโดยชุมชน” เกือบ 600 โครงการ สวนใหญเปนงาน พัฒนาสินคาทองเท่ียวในชุมชน สวนการศึกษาอยางจริงจังในเชิงเศรษฐกิจ สังคม-วัฒนธรรม และ ส่ิงแวดลอมในระดับชุมชนยังมีคอนขางนอย ไมวาจะเปนประเด็นของผลกระทบ การกระจายรายได รวมทั้งการประเมินผลตนทุนผลไดของการทองเท่ียวโดยชุมชน (ม่ิงสรรพ ขาวสอาด อรุณี อินทรไพโรจน อัครพงศ อ้ันทอง และอรรถพันธ สารวงศ, 2560) ขณะที่นโยบายการสงเสริมการทองเท่ียวในปจจุบัน ภาครัฐใหความสําคัญกับการทองเที่ยววิถีไทย ดังน้ัน เพ่ือใหมีขอมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายสาธารณะที่เก่ียวของกับการสงเสริมและพัฒนาการทองเท่ียวในชุมชนทั้งในระดับมห ภาคและในระดับทอ งถน่ิ จึงมีความจาํ เปนที่จะตอ งศกึ ษาถงึ ผลกระทบของการทองเที่ยวชุมชน โดยเฉพาะ การวเิ คราะหผลตอบแทนในกจิ กรรมการทองเท่ยี วทีเ่ กิดจากการลงทุนโดยชุมชน ชุดโครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคหลักท่ีจะประเมินผลกระทบของการทองเที่ยวในระดับชุมชน บนพ้ืนฐานของแนวคิดและทฤษฎีทางดานเศรษฐศาสตร เพื่อใหไดมาซึ่งขอมูลสําคัญสําหรับตัดสินใจเชิง นโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาการทองเท่ียวในชุมชนที่นํามาสูการใชงบประมาณสนับสนุนท่ีมีประสิทธิภาพ 1
ชดุ โครงการ การศกึ ษาเศรษฐกิจทอ งเท่ียวชุมชนอยา งครบวงจร: จากโซเชียลมเี ดยี ถึงชุมชนทอ งเที่ยว และประสิทธิผล นอกจากแผนงานวิจัยฯ นี้จะริเร่ิมใชขอมูลในโซเชียลมีเดียมาวิจัยอยางเต็มรูปแบบ บทบาทของแผนงานวิจัยก็คือ การนําเอาองคความรูดานวิธีการจัดการทองเท่ียวชุมชน และพฤติกรรม นักทองเที่ยวท่ีเขามาพักในโฮมสเตยมาเยือนชุมชนในโครงการยอยท่ี 1 มารวมกับขอมูลความตองการ และการวิพากษวิจารณทองเท่ียวชุมชนของนักทองเท่ียวในโซเชียลมีเดีย เพื่อเสนอแนวทางการปรับปรุง ผลิตภัณฑ สรางผลิตภัณฑใหมจากขอวิพากษในโซเชียลมีเดีย และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุง การตลาดเพื่อสงเสรมิ การทอ งเทีย่ วชุมชนตอ ไป 1.2 วตั ถุประสงคข องแผนงานวจิ ัย 1) เพ่ือศึกษาความตองการ พฤติกรรม และการตัดสินใจของนักทองเที่ยวกลุมท่ีสนใจการ ทองเทยี่ วโดยชมุ ชนในภาพรวมผา นการแลกเปล่ียนบนโซเชียลเน็ตเวริ ก 2) ศึกษาท่ีมาและแบบแผนพฤติกรรมการทองเที่ยวของนักทองเท่ียวชาวไทยที่พักในโฮมสเตย ในชุมชนทองเทย่ี วทเี่ ปน กรณีศกึ ษา โดยการสัมภาษณป ระกอบกบั โซเชยี ลเน็ตเวริ ก 3) ประเมินผลประโยชนทางเศรษฐกิจและผลกระทบทางสังคมที่ชุมชนท่ีเกี่ยวของไดรับจากการ ทอ งเท่ียว 4) เปรียบเทยี บสมรรถนะ (Benchmarking) ชมุ ชนทองเทย่ี วและศกึ ษาปจจัยแหง ความสําเรจ็ 1.3 กรอบแนวคดิ ของการวิจยั ชดุ โครงการนี้ประกอบดว ย 2 โครงการยอ ย คอื โครงการยอยท่ี 1 เปนโครงการศกึ ษาดา นอุปทาน (Supply) เปนหลัก มีพ้ืนที่ศึกษาในชุมชนทั้งส้ิน 21 แหง โดยแบงเปน 3 กลุม คือ 1) ชุมชนโฮมสเตย 17 กรณีศึกษา 2) กลุมทองเท่ียววันเดียว 4 กรณีศึกษา และ 3) กลุมผลิตผลิตภัณฑชุมชน 6 กรณี โดยพ้ืนท่ี ศึกษา 1 แหง อาจจะการศกึ ษามากกวา 1 กลุม เชน มีการวเิ คราะหท ้ังโฮมสเตยและผลิตภัณฑชุมชน เปน ตน (แสดงในตารางที่ 1.1) โดยศึกษาถึงโครงสรา งองคกรการบรหิ ารจัดการของชุมชนทองเที่ยวตลอดหวง โซอุปทานท้ังที่พัก การจัดหาอาหาร การเดินทาง กิจกรรมทองเที่ยวและบันเทิงภายในพ้ืนท่ี สินคาของท่ี ระลึก จนถึงผลกระทบทางเศรษฐกจิ และสังคม ในโครงการนี้จึงเปนการศึกษาโดยสัมภาษณผูประกอบการ หรือชุมชนทองเที่ยวเปนสวนใหญ แตเพ่ือเปนประโยชนตอผูประกอบการและชุมชน จึงไดมีการศึกษา ความพึงพอใจของนักทองเท่ียวท่ีมาเยือนชุมชน เปนแบบสอบถามส้ันๆ และออกแบบตามความตองการ ของชุมชนทองเที่ยว ดงั นน้ั คําถามในบางขอ จึงอาจจะไมเหมือนกันในทุกชมุ ชน โครงการยอยที่ 2 เปนโครงการศึกษาพฤติกรรม และขอมูลที่ใชในการตัดสินใจมาเท่ียวของ นักทองเที่ยว จึงเปนโครงการท่ีมองในดานอุปสงค (Demand) แตเปนการศึกษาผานโซเชียลมีเดียซ่ึงเปน ขอมูลที่นักทองเท่ียวเปนผูใหดวยความสมัครใจ ซึ่งนักวิจัยไมสามารถจะควบคุมตัวแปรใดๆ ได สําหรับ พื้นทศี่ ึกษาของทงั้ 2 โครงการ จะใชพนื้ ที่เดยี วกัน เพ่อื ใหสามารถบูรณาการขอ มลู ได ชุดโครงการ “การศึกษาเศรษฐกิจทองเที่ยวชุมชนอยางครบวงจร: จากโซเชียลมีเดียถึงชุมชน ทองเท่ียว” มนี ักวิจัยรว มและพ้นื ที่ศึกษาในแตละโครงการ แสดงดงั ตารางที่ 1.1 2
รายงานฉบบั สมบูรณ ตารางที่ 1.1 นกั วิจยั และพ้ืนทศี่ กึ ษาภายใตชุดโครงการ นกั วิจยั พ้นื ทศ่ี กึ ษา กลุมกิจกรรมทว่ี ิเคราะหใ นพ้นื ท่ี โครงการยอยท่ี 1 พฤติกรรมนกั ทองเทยี่ วและผลประโยชนทางเศรษฐกจิ โฮมสเตย กจิ กรรม ผลติ ภัณฑ และสังคมของการทอ งเทยี่ วเพอื่ ชุมชน (17 กรณ)ี วนั เดยี ว ชมุ ชน (4 กรณี) (6 กรณี) หัวหนาโครงการ ศ.ดร.ม่ิงสรรพ ขาวสอาด บา นนาตนจ่นั จ.สุโขทยั (ผาหมักโคลน) ผศ.ดร.รัดเกลา เปรมประสิทธิ์ บานรอ งกลา จ.พิษณุโลก ชุมชนลับแล จ.อุตรดติ ถ อ.วังทอง จ.พิษณโุ ลก (ลํานํ้าเข็ก) (ลอ งแกง ) บา นแมกาํ ปอง จ.เชยี งใหม บานแมก ลางหลวง จ.เชยี งใหม บา นบวั จ.พะเยา (หมอนใบชา) ผศ.อรยิ า เผา เคร่ือง และ บานสนั ติชล จ.แมฮอ งสอน อ.ดร. อคั รพงศ อ้ันทอง (ชุมชนจนี ยูนนาน) (สบูขาว) เกาะยาวนอย จ.พังงา อ.ดร. ศวิ าพร ฟองทอง เชียงคาน จ.เลย (ผา บาตคิ ) บา นนาออ จ.เลย (มะพรา วแกว ) อ. สาวณิ ี สุรยิ ันรัตกร ศลิ าโฮมสเตย จ.ขอนแกน ผศ.ดร. ระพีพัฒน ภาสบตุ ร บา นดงยางพรพบิ ลู ย อ.พบิ ูล ลกั ษณ จ.อุดรธานี (ผายอมคราม) บา นเชียง จ.อุดรธานี บานเดียม จ.อุดรธานี (ลองเรือชมทะเล ประแส จ.ระยอง บวั แดง) บานเกาะเกดิ จ. พระนครศรอี ยธุ ยา บานคลองหวั ชาง จ.สระบรุ ี ตลาดไทยยอ นยคุ บานระจัน จ. สงิ หบ ุรี นายอรรถพนั ธ สารวงศ บา นทาขันทอง จ.เชยี งราย ตาํ บลอโุ มงค จ.ลําพูน โครงการยอ ยท่ี 2 พฤติกรรมและความตองการทองเทยี่ วชุมชนผานโซเชยี ลมีเดยี หวั หนาโครงการ รศ.ดร.อรุณี อนิ ทรไพโรจน ผศ.ดร. ระพพี ฒั น ภาสบตุ ร นายวฒุ ิพงศ วรรณทรัพย ผศ. นภาพร เตรยี มมฤี ทธิ์ พ้ืนท่ศี กึ ษาในโครงการยอยที่ 1 นางสาวจันทิมา เจรญิ ผล นางสาวเบญสริ ยา ปานปญุ ญเดช นางสาวมทั ธนา กอนสนั ทัด 3
ชดุ โครงการ การศึกษาเศรษฐกิจทอ งเท่ียวชมุ ชนอยา งครบวงจร: จากโซเชยี ลมเี ดยี ถงึ ชมุ ชนทองเทย่ี ว รูปท่ี 1.1 พื้นทศ่ี ึกษาภายใตชดุ โครงการ กรอบแนวคิดของการศึกษาน้ี เปนการศึกษาระบบการทองเที่ยวอยางครบวงจรจากการศึกษา อุปทานและศักยภาพ (จากแผนงานฯ) ไปประกอบการศึกษาผลกระทบตลอดจนพฤติกรรมและความพึง พอใจของโครงการยอยที่ 1 จากภาคสนาม เพ่ือใหไดแนวทางปฏิบัติท่ีดี (Good practice) และแผนงานฯ จะบูรณาการผลการศึกษาของโครงการยอย 1 และ 2 จะเพ่ือใหได Customer to Business Tourism (C2B) Packages ตลอดจนใหข อ เสนอแนะทางการตลาดและเชงิ นโยบาย 4
รายงานฉบับสมบรู ณ แผนงานวิจยั ฯ การวัดศักยภาพ การเปรยี บเทยี บ ทองเทย่ี วชมุ ชน สมรรถนะ ผลกระทบทาง Good Practice เศรษฐกจิ และสงั คม โครงการยอ ยท่ี 1 ความพึงพอใจ C2B Tourism Packages โครงการยอยท่ี 2 พฤติกรรมนกั ทองเทยี่ ว และ UGC ขอเสนอแนะทาง การตลาด/ เชิงนโยบาย รปู ที่ 1.2 รูปแบบการทํางานของแผนงาน 1.4 วธิ กี ารวิเคราะห แผนงานฯ จะนําขอมูลท่ีไดจากการรวมสํารวจพื้นที่ศึกษา ผลการศึกษาของโครงการยอยที่ 1 และ 2 มาบูรณาการเพ่ือใหได Customer to Business Tourism (C2B) Packages และใหขอเสนอแนะ ทางการตลาดและเชงิ นโยบาย ซึ่งจะแสดงในบทที่ 5 โดยประกอบดวยการวิเคราะหต างๆ ดังน้ี 1) เปรยี บเทยี บสมรรถนะของชุมชนทอ งเทยี่ ว ในการศึกษาน้ี จะทําการประเมินสมรรถนะของชุมชนทองเท่ียวในการศึกษาน้ี อาศัย ตวั ชี้วัด 2 กลมุ คอื (1) ศักยภาพของชุมชน หรือดา นอปุ ทาน ประกอบดว ยตวั ช้วี ดั 5 ตวั ช้ีวัด ที่สะทอนถึง ความพรอมพ้ืนฐานและความสามารถในการใหบริการ และ (2) ขีดความสามารถในการแขงขัน หรือดาน อปุ สงค มีตัวชีว้ ัด 3 ตวั ชีว้ ัด แสดงรายละเอียดตวั ชีว้ ัดและเกณฑประเมินดังตารางท่ี 1.2 เม่ือนําขอมูลทั้งดานศักยภาพหรือดานอุปทาน และดานขีดความสามารถในการแขงขัน หรือดานอปุ สงคข องแตล ะชมุ ชนมาวเิ คราะหและแปลผลคะแนนตามตารางท่ี 1.3 มาทําตารางสองทางก็จะ ไดกลุมของชุมชนทองเที่ยวท่ีมีระดับความสามารถสูงท้ัง 2 ดาน กลุมที่มีคะแนนสูงดานใดดานหน่ึง และ กลุมท่ตี อ งปรบั ปรุงความสามารถทัง้ 2 ดาน 5
ชดุ โครงการ การศึกษาเศรษฐกิจทองเท่ียวชมุ ชนอยางครบวงจร: จากโซเชียลมเี ดียถงึ ชุมชนทอ งเทย่ี ว ตารางท่ี 1.2 ตัวช้วี ดั เพื่อเปรยี บเทียบสมรรถนะของชุมชนทองเทยี่ ว ตวั ชวี้ ดั ตัวช้ีวดั ยอ ย เกณฑก ารประเมนิ 1.1 ทนุ ประเดิม 1 = มี, 0 = ไมมี 1.1.1 ชุมชนมีทุนธรรมชาตทิ ่โี ดดเดน 1. ศกั ยภาพดานการ 1 = ม,ี 0 = ไมม ี ทองเทีย่ ว (อปุ ทาน) 1.1.2 ชุมชนมีอตั ลกั ษณโดดเดน ดาน ประวตั ศิ าสตรแ ละชาตพิ ันธุ ซ่งึ 1 = ม,ี 0 = ไมมี 1.2 ทนุ ใหมหรอื ทุน นํามาใชส ง เสรมิ การทองเที่ยว 1 = ม,ี 0 = ไมมี สะสม 1.2.3 ชุมชนมีทุนภูมิปญญาทองถ่นิ 1 = ม,ี 0 = ไมมี 1.3 ทุนบริการ/ สรา งสรรค 1.2.1 ชุมชนเปน ตน แบบดา นการ 1 = มี, 0 = ไมม ี บรหิ ารจดั การทองเท่ียวชมุ ชน 1 = ม,ี 0 = ไมมี 1.2.2 เปน ชมุ ชนทไ่ี ดรบั รางวัล CBT ระดับนานาชาติ 1 = ม,ี 0 = ไมมี 1.2.3 ชุมชนเปนแหลง ดงู านเพราะมี 1 = ม,ี 0 = ไมมี ฐานเรียนรู 1 = มี, 0 = ไมม ี 1.2.4 ชมุ ชนมแี กนนําทเี่ ขม แขง็ และ เครอื ขา ยทตี่ องใชเวลาสะสม 1 = ม,ี 0 = ไมมี มากกวา 10 ปข ึน้ ไป) 1 = นอยกวาหรอื เทากบั 100 คนตอ วนั 1.3.1 ชมุ ชนมีนวัตกรรมทองเท่ียว 2 = 101-200 คนตอวนั 3 = 201-500 คนตอ วนั 1.3.2 ชุมชนประยกุ ตใ ชน วัตกรรม 4 = มากกวา 500 คนตอ วนั สารสนเทศดา นการตลาด (มี เฟสบุกหรอื เวบ็ ไซตกลุม) 1 = ม,ี 0 = ไมมี 1 = นอ ยกวา 2,000 คนตอ ป 1.3.3 ชุมชนสามารถจัดการให 2 = 2,000-5,000 คนตอป นักทองเทยี่ วสามารถเขา 3 = 5,001-10,000 คนตอป กิจกรรมโดยไมต องนดั หมาย 4 = มากกวา 10,000 คนตอ ป กอน 1 = นอยกวา 1 ลานบาทตอป 2 = 1-3 ลา นบาทตอ ป 1.3.4 ชุมชนมที ุนมนษุ ยค นื ถนิ่ ทีเ่ ปน 3 = 3-5 ลา นบาทตอ ป คนรุนใหม (มคี นรุน 2 มารับ 4 = มากกวา 5 ลา นบาทตอป ชว งตอ) 1 = รอ ยละ 90-100 2 = รอ ยละ 80-89 1.4 กาํ ลังรองรับ (คนตอวนั ) 3 = รอยละ 70-79 4 = นอยกวา รอยละ 70 2. ขดี ความสามารถในการ 1.5 ผา นการประเมนิ มาตรฐานโฮมสเตยไทย (ประเมนิ มาตรฐาน แขงขนั รอบป พ.ศ. 2556 เปน ตนไป) (อุปสงค) 2.1 จาํ นวนผูใชบ ริการ 2.2 รายไดก ารทองเท่ยี ว 2.3 ความพงึ พอใจของนกั ทอ งเทย่ี ว 6
รายงานฉบับสมบรู ณ ตารางที่ 1.3 แปลผลระดบั ศกั ยภาพและความสามารถของชุมชน แปลผล ดานศักยภาพ (Supply) ดานความสามารถ (Demand) ตํา่ 1 - 5 คะแนน 1 - 4 คะแนน ปานกลาง 6 - 10 คะแนน 5 - 8 คะแนน สูง 11 - 16 คะแนน 9 - 12 คะแนน 2) วธิ วี ิจยั ใชวธิ ีวจิ ัยแบบผสม (Mixed method) ทัง้ เชงิ คุณภาพและเชิงปรมิ าณ โดยการวเิ คราะห เชิงปริมาณ จะเปนการวิเคราะหค วามคมุ คา ทางการเงินและบัญชี เพ่อื พิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุน ในกจิ กรรมการทองเที่ยวชุมชน ในรายงานระดับชุมชนของภายใตโครงการยอย 1 จะนําเสนอรายละเอียด การวิเคราะหตนทุนผลตอบแทนในการดําเนินงานระยะ 10 ปของโฮมสเตย และหาระยะเวลาคืนทุน สวน การวิเคราะหเชิงคุณภาพ จะเปน การวิเคราะหพ ฒั นาการของการกอตั้ง การบริหารจัดการกลุม การจัดสรร ผลประโยชน รวมถึงผลกระทบตา งๆ ท่เี กิดข้ึนในชุมชน โดยจะเกบ็ รวบรวมขอ มูลจากการสมั ภาษณเชิงลึก จะใชวิธีสัมภาษณแบบสามเสา (Triangulation) คือ การเปรียบเทียบขอมูลจากหลายๆ แหลงในพื้นท่ีและ ประเดน็ เดียวกัน 3) คัดเลือก Good Practice แสวงหาแนวทางจัดการที่เดนจากกลุมกรณีศึกษา เพ่ือนําผลไปเขียนคูมือวิเคราะห ผลตอบแทนจากการลงทุนโดยใชหลักทางบัญชีและการเงิน เชน การวิเคราะหกําไรสุทธิ ระยะเวลาคืนทุน เปนตน ในการวิเคราะห Good practice จะใชทฤษฎีตางๆ มาใชในการอธิบายตามบริบทที่ เหมาะสม เชน ทฤษฎีสวนผสมทางการตลาด 7 ประการ หรอื 7P’s ในการวเิ คราะหกิจกรรมทางการตลาด ของชุมชน หรือหลกั ธรรมาภิบาลในการวิเคราะหก ารบรหิ ารจัดการองคกร เปน ตน 4) เสนอภาพโมเดลทองเท่ียวครบวงจรสําหรับการทองเที่ยวชุมชน เปนการติดตาม นักทองเที่ยวผานโซเชียลมีเดีย และผานการสัมภาษณ ผลการศึกษาจากโครงการยอย 2 สําหรับ การศึกษาการทองเท่ียวแบบครบวงจร จะติดตามนักทองเที่ยวชุมชนในการคนหาขอมูลของนักทองเท่ียว เพื่อจะแสวงหาจุดหมายปลายทางดานทองเท่ียว การตัดสินใจ การจอง จาย และเดินทางสูจุดมุงหมาย ปลายทาง การแบง ปน (Share) ในการแสดงความพึงพอใจผา นสื่ออิเลก็ ทรอนิกส (โครงการยอ ยที่ 2) 5) การติดตามความพึงพอใจและ UGC การติดตามความพึงพอใจจะดําเนินการโดยการ พัฒนาเน้ือหาที่สรางโดยผูใช (User Generated Content: UGC) เพ่ือใหนักทองเที่ยว/ผูเยี่ยมชม เขามา แสดงความคิดเห็น รีวิว แลกเปลี่ยนประสบการณ ผานโซเชียลมีเดีย ขอมูลท่ีไดรับเมื่อผานการวิเคราะห สังเคราะหดวยเทคนิคการทําเหมืองขอความ (Text Mining) และการวิเคราะหเชิงเนื้อหา (Content Analysis) จะสะทอนถึงความพึงพอใจ พฤติกรรมและความตองการที่แทจริงของนักทองเที่ยว ซ่ึงจะ นาํ ไปสูการพัฒนา และปรับปรุงแหลงทองเท่ยี วชุมชน 7
ชดุ โครงการ การศกึ ษาเศรษฐกิจทอ งเที่ยวชุมชนอยางครบวงจร: จากโซเชียลมเี ดียถงึ ชมุ ชนทองเท่ียว Share Search Travel/ Stay Decide Pay Book รปู ที่ 1.3 โมเดลการทองเท่ยี ว 6) การบูรณาการขอมูลจากภาคสนามกับขอมูลโซเชียลมีเดีย เพื่อเสนอผลิตภัณฑใหมที่มา จาก UGC เปน การบูรณาการโดยแผนงานเพอื่ ใหไ ดผ ลผลิตสุดทาย ไดแก - แนวทางปฏิบัติท่ีเปนเลิศของการทองเที่ยวชุมชนเพื่อรองรับนักทองเท่ียวที่ใชโซเชียล มีเดียเปนเคร่ืองมือในการทํากิจกรรม ธุรกรรม และแลกเปลี่ยนประสบการณ ตั้งแตเริ่มตนจนสิ้นสุดการ เดินทาง - ไดเน้ือหา ความคิดเหน็ และภาพถา ยในมุมมองท่ีนักทองเท่ียวตองการ รวมถึงการสงเสริม การตลาดดวยเทคนิคการบอกตอในเชิงบวกแบบออนไลน (e-Positive Word of Mouth) เพ่ือผลักดันการ ทองเท่ียวชุมชนใหเติบโตอยา งยัง่ ยืน 7) จัดทําคูมือ ผลผลิตหน่ึงในโครงการน้ี คือ “คูมือการวิเคราะหการลงทุนของโฮมสเตยชุมชน” เพ่ือสรุปปจจัยสําคัญที่ชุมชนตองพิจารณาเม่ือจะจัดการทองเที่ยวชุมชน แนวทางปฏิบัติที่ดีของชุมชน ทองเที่ยวท่ีประสบความสําเร็จ รวมถึงแนวทางในการวิเคราะหความคุมคาทางการเงินอยางงาย เพื่อเปน ขอ มูลในการตดั สินใจลงทุน 1.5 นยิ ามศพั ท ศักยภาพ ในการศึกษาน้ี ศักยภาพ หมายถึง ปจจัยทางดานอุปทานท่ีทําใหแหลงทองเที่ยวน้ันมี โอกาสท่ีจะพัฒนาดานการทองเท่ียว ซ่ึงปจจัยเหลาน้ีอาจเปนปจจัยทางกายภาพ ปจจัยดานบุคคล หรือ ปจจยั ทางการเงนิ กไ็ ด สมรรถนะ เปน ตัวบงชี้ถึงความสามารถทจี่ ะดาํ เนนิ การ ทา มกลางโลกท่ีมีการแขง ขนั 1.6 ขอจํากดั ของงานวิจยั งานวิจัยช้ินนี้มีขอจํากัดบางประการที่ผูอานควรตระหนักเพ่ือใหมีความระมัดระวังการที่จะนํา ขอมลู ไปอา งอิงตอไป 1) งานวิจัยชิ้นนี้เปนงานท่ีมุงเนนการอธิบายธรรมชาติของชุมชนทองเท่ียวในเชิงคุณภาพ ดังน้ัน ในการเก็บตัวอยางจึงมิไดเก็บตัวอยางเชิงสถิติ แตเปนไปและเปนการสัมภาษณเชิงลึก การประชุมกลุม 8
รายงานฉบบั สมบูรณ ยอยของชาวบานที่เห็นประโยชนจากงานวิจัยชิ้นนี้และยินดีใหขอมูล ผลการศึกษาจึงไมอาจกลาวไดวา เปนตวั แทนของชมุ ชนทองเทีย่ วทงั้ หมด 2) ขอมูลที่นํามาคํานวณผลตอบแทนและรายไดของชุมชนทองเท่ียวมีไดมาจากการสุมตัวอยาง เชิงสถิติท่ีแทจริง ยกตัวอยางเชน กลุมโฮมสเตย นักวิจัยจะทําการแบงกลุมโฮมสเตยตามขนาดของที่พัก และจํานวนหองเปน ขนาดเล็ก กลาง และใหญ ในแตละกลมุ กจ็ ะเลือกตัวอยา งออกมา 3-4 ตัวอยา ง ซ่ึงกลมุ เห็นวา เปนตัวแทนของกลุมทั้งน้ีข้ึนอยูกับความยินยอมพรอมใจของผูใหขอมูล เพราะการสัมภาษณเชิง ลึกโดยเฉพาะอยางยิ่งเรื่องการลงทุนนั้นตองใชเวลาและเก็บขอมูลคอนขางละเอียดเพื่อใหไดขอมูลตนทุน และรายไดสาํ หรับการคาํ นวณผลสทุ ธิ สําหรับกลมุ ทอ งเทยี่ ววนั เดียวนนั้ นักวิจัยไมสามารถสอบถามความ พึงพอใจได เพราะมีชวงเวลาสั้นมากในการทอ งเท่ียวและเปนการรบกวนแขกของชุมชน 3) การเก็บขอมูลความพึงพอใจของนักทองเที่ยวมีขอจํากัด คือ หากเปนชุมชนทัศนศึกษาหรือดู งาน นักทองเท่ียวจะมาเปนกลุมใหญ ซ่ึงจะมีลักษณะของตัวแปรบางประการคลายคลึงกัน เชน ที่ทํางาน อายุ อาชีพ การศึกษา และวัตถุประสงคของการมาทองเท่ียว คาใชจาย ดังนั้น ในแตละกลุมจึงเก็บเพียง หน่ึงตัวอยาง ทําใหไมสามารถเก็บตัวอยางไดจํานวนมาก เน่ืองจากใน 1 เดือน มีผูมาทองเที่ยวในชุมชน จาํ นวนไมมาก 4) เน่อื งจากการศกึ ษาน้มี ขี อ ความพาดพิงในเชงิ ลบเกี่ยวกบั หมูบานท่ีศึกษา ซ่ึงเกิดจากความเห็น ของผูไปเยือน ดังน้ัน ในสวนนี้จึงไมอาจกลาวนามของหมูบานน้ันได และจะตองใชนามสมมติตามธรรม เนียมปฏิบัตขิ องการวจิ ัย ผทู ี่สนใจจงึ ควรไปศึกษาเพม่ิ เติมจากรายงานยอ ยสาํ หรบั แตล ะหมูบ าน 5) การศึกษาอุปสงคจากโซเชียลมีเดีย พบวา นักทองเที่ยวไทยไมนิยมเขียนรีวิวหรือแสดงความ คิดเห็นแบบยาวดังเชนนักทองเท่ียวตางชาติ แตจะสนใจการใหคะแนนมากกวา ทําใหขอมูลในสวนนี้นอย กวาทคี่ าดหมายไวมาก รายงานฉบับน้ีเปนรายงานสรุป ผูท่ีสนใจสามารถอานรายงานฉบับยอย ซ่ึงมีรายละเอียดในแต ละหมบู า นโดยดาวนโ หลดจากเว็บไซต ppsi.or.th 1.7 ประโยชนของขอคน พบจากการศึกษา ในการศกึ ษาน้ีไดเ กิดผลประโยชนมีขอ คนพบที่กอใหเกิดผลประโยชนในหลายดา นดังตอไปน้ี คอื 1) ดานวิชาการ มีขอคนพบที่สําคัญ ไดแก การเกิดทฤษฎีพลวัตทองเท่ียวชุมชน ซึ่งวิเคราะห วิวัฒนาการของชุมชนดั้งเดิมไปสูวิสาหกิจชุมชนสมัยใหมซึ่งทําใหมีการเปล่ียนแปลงทั้งในเรื่องของ อุดมการณและคุณคาความสัมพันธระหวางบุคคลในองคกรและเครือขาย วิธีการดําเนินงาน และโลกทัศน เม่ือชุมชนเปลี่ยนแปลงไปจากชุมชนดั้งเดิมไปสูลักษณะของชุมชนที่มีวิสาหกิจสมัยใหม ซึ่งจากการ ทบทวนวรรณกรรมไมป รากฏวามีการคนพบและขอสรุปดังกลาว 2) ดานสังคม ไดแก การบริหารจัดการองคกรและกติกาสังคม ซ่ึงมีขอคนพบท่ีสําคัญก็คือ จะมี กติกาชุมชนที่ใชกํากับการทองเที่ยวชุมชนน้ัน ซ่ึงมีความจําเปนและสําคัญอยูในระดับหนึ่ง แตเม่ือการ ทองเท่ียวขยายตัวมากขึ้น สิ่งท่ีเกิดข้ึนก็คือวาจะมีบุคคลภายนอกชุมชนเขามาลงทุนเปนจํานวนมาก ดังน้ันกติกาชุมชนท่ีมีอยูจะไมเพียงพอและจะตองใชกฎหมาย ซึ่งเปนเทศบัญญัติเขามาบังคับในเบ้ืองตน อยางไรก็ดี เทศบัญญัตินั้นไมสามารถท่ีจะจํากัดเสรีภาพสวนบุคคล เชน การดื่มกินสิ่งอบายมุขในท่ี 9
ชุดโครงการ การศึกษาเศรษฐกิจทองเท่ียวชมุ ชนอยา งครบวงจร: จากโซเชยี ลมีเดยี ถึงชมุ ชนทอ งเที่ยว สาธารณะ ดังนั้น เมื่อ ทองเที่ยวชุมชนขยายตัวมากขึ้นจําเปนจะตองมีธรรมนูญประชาคมกํากับอีกดวย นอกจากนี้ การศึกษานี้ยังพบตนแบบของการกระจายผลประโยชนใหแกสังคมสวนใหญนอกชุมชน ทอ งเที่ยว ซง่ึ ทําใหเกดิ ผลกระทบทางบวกและลดผลกระทบทางลบจากการทองเทยี่ วอีกดว ย 3) ดา นเศรษฐกจิ และพาณิชย การศกึ ษาน้ีช้ีใหเห็นถึงเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่จะทําใหทองเที่ยว ชุมชนมีความสัมฤทธิ์ผลดานเศรษฐกิจและโอกาสทางดานตามตลาดจากการใชระบบสื่อสารออนไลนการ ใชแอพพลิเคชั่นสมัยใหม เชน การใช Google translate ซ่ึงโครงการยอยท่ี 2 ไดทําการถายทอดทักษะน้ี แกช ุมชนท่ีศึกษา ปรากฏวาเปน ทีส่ นใจกันมาก 4) ดานผูประกอบการ งานวิจัยชิ้นนี้ไดทําคูมือการลงทุนสําหรับโฮมสเตยที่เขาใจงายสามารถ นําไปใชคํานวณความเปนไปไดของการลงทุนของผูประกอบการและมีตัวอยางจากขอมูลภาคสนามที่ ชัดเจน 5) ดานนโยบาย งานวิจัยน้ีไดใหเสนอแนะหนวยงานที่เกี่ยวของกับการทองเท่ียวชุมชน โดยได ชี้แนะใหเห็นวาชุมชนทองเที่ยวมีความแตกตางกันมาก และมีรูปแบบที่หลากหลาย ดังน้ัน การสงเสริม และการพฒั นาการทอ งเท่ียวชุมชน จึงไมสามารถทําไดท ุกพ้ืนที่หรือไมสามารถใชน โยบายสูตรเดยี วกบั ทุก พ้นื ท่ี ผูออกนโยบายและผูท่ีจะทาํ หนา ที่ขับเคลื่อนการพฒั นา เชน สถาบนั การศึกษา จะตองมคี วามรคู วาม เขา ใจศักยภาพและขดี ความสามารถของชมุ ชน เพอ่ื จะไดส ง เสริมและพฒั นาไดอ ยา งตรงจดุ 1.8 การนาํ เสนอรายงาน รายงานนี้มีทั้งหมด 5 บท บทท่ี 2 ถัดจากน้ีเปนบททบทวนวรรณกรรมเพื่อคนหาชองวางของ การศึกษา บทท่ี 3 เปนการศึกษาดานอุปสงค (Demand) โดยเสนอพฤติกรรมและความตองการของ ชุมชนทองเท่ียวผานโซเชียลมีเดีย ซึ่งเปนการสรุปเน้ือหาจากโครงการยอยท่ี 2 ซึ่งเปนโครงการศึกษา พฤติกรรมนักทองเท่ียวทางโซเชียลมีเดีย บทท่ี 4 เปนการรายงานผลการศึกษาในดานอุปทาน (Supply) โดยจะเปรียบเทียบศักยภาพและสมรรถนะของพ้ืนท่ีกรณีศึกษาท้ังหมด รวมทั้งจะรายงานความพึงพอใจ ของนักทองเที่ยวในกรณีศึกษา บทท่ี 5 เปนบทสรุปขอคนพบ วิเคราะหโอกาส และอนาคตของการ ทองเท่ียวชมุ ชน ตลอดจนสรปุ ทฤษฎีวิวัฒนาการของทอ งเที่ยวชมุ ชน ดังท่ีไดระบไุ วใ นขอ ท่ี 1.7 10
รายงานฉบบั สมบูรณ บทท่ี 2 ทบทวนวรรณกรรม การทบทวนวรรณกรรมในรายงานฉบบั น้ี เปน การทบทวนวรรณกรรมเทาท่ีจําเปนกับการทาํ ความ เขาใจผลงานวิจัย สําหรับการทบทวนวรรณกรรมท่ีมีรายละเอียดมากกวานี้ โปรดดูในรายงานโครงการ ยอย 1 (ม่ิงสรรพ ขาวสอาด และอรรถพันธ สารวงศ, 2561) และโครงการยอย 2 (อรุณี อินทรไพโรจน และคณะ, 2561) 2.1 แนวคิดและทฤษฎีทเี่ กย่ี วขอ ง 2.1.1 โมเดลวงจรชวี ติ ของสนิ คา ทอ งเทยี่ ว ชุมชนทองเท่ียวแตละแหงมีชวงเวลาในการเริ่มตนไมเหมือนกัน รวมถึงมีวิวัฒนาการและการ พัฒนาทีไ่ มเ ทา กนั บางชมุ ชนอยูในข้ันที่ประสบความสําเร็จไดรับรางวลั เปนเครื่องยืนยันความสาํ เร็จ บางชุมชน ยังอยูในชวงแรกเร่ิม อยางไรกต็ าม Butler (1980) เห็นวา สินคาทองเท่ียวเปนสินคาท่ีอาจมีวันเส่ือมสลาย อาจ ไมใชสินคาท่ีหมุนเวียนกลับมาใชไดใหมไดเร่ือยๆ และมีวงจรชีวิต (Life cycle) การศึกษานี้จึงไดเสนอ แบบจําลองวงจรชีวิตของสินคาทองเที่ยวของบัทเลอร (Butler’s tourism life cycle model) ซึ่งไดแบงวงจรชีวิต สินคา ทอ งเทย่ี วออกเปน 6 ขัน้ ตอน ในการอธิบายววิ ฒั นาการของชุมชนทองเท่ียวกรณศี กึ ษา (รปู ที่ 2.1) จํานวนนกั ทอ งเที่ยว ชวงวกิ ฤตของ ขน้ั ชะลอตัว ข้นั การฟน ตัว A ความสามารถในการรองรบั ขั้นอม่ิ ตัว B C D ข้ันตกตาํ่ E ขัน้ พัฒนา ขน้ั การสาํ รวจ ข้ันเรม่ิ ตน เวลา ท่ีมา: ดัดแปลงจาก Butler (1980) และม่ิงสรรพ ขาวสอาด และคณะ (2555) รูปที่ 2.1 ข้นั ตอนของวงจรชีวติ ของสนิ คา ทอ งเทย่ี ว 11
ชดุ โครงการ การศึกษาเศรษฐกิจทองเที่ยวชมุ ชนอยางครบวงจร: จากโซเชยี ลมเี ดียถงึ ชุมชนทองเท่ยี ว วงจรชีวิตของสินคาทองเที่ยวจะเริ่มตนจาก ขั้นการสาํ รวจ (Exploration stage) ซึ่งเปนขัน้ ที่ยัง ไมมีการเตรียมความพรอมสิ่งอํานวยความสะดวกเพ่ือรองรับการทองเทย่ี ว นักทองเที่ยวท่ีเขามาใชส่ิง อํานวยความสะดวกรวมกับคนทองถ่ิน และนักทองเท่ียวมีโอกาสไดมีปฏสิ ัมพันธกับคนทองถ่ินและการ ไดร บั ประสบการณท ด่ี ีจากการทอ งเทยี่ วสูง แตผ ลตอบแทนทางการเงนิ ตอ ชมุ ชนทอ งถน่ิ ยังเล็กนอย ตอมา จึงเร่ิมมีการจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อรองรับการทองเท่ียวมากข้ึน โดยเรียกข้ันน้ีวา ขั้นเร่ิมตน (Involvement stage) ซึ่งคนในชุมชนมีบทบาทอยางมากในการจัดหาใหมสี ่ิงอํานวยความสะดวก รวมถึง เร่ิมมีการโฆษณาประชาสัมพันธเพื่อดึงดูดนักทองเที่ยว ภาครัฐเร่ิมเขามามีสวนรวมและใหการสนบั สนุน โครงสรางพ้ืนฐานท่ีจําเปนมากขั้น จนเขาสู ขั้นพัฒนา (Development stage) ในขั้นน้ีเริ่มมีการปรับปรุง เพิ่มเติมสิ่งดึงดูดใจและสิ่งอํานวยความสะดวกดานการทองเทย่ี ว โดยเฉพาะสิ่งปลูกสรางตางๆ เริ่มมีการ เปลีย่ นแปลง ทาํ ใหคนทอ งถิ่นบางสว นอาจเร่มิ ทีจ่ ะคดั คา น ซึง่ องคกรในชุมชนทองถ่ินอาจจะมบี ทบาทมาก ขึ้น นอกจากนี้ ในขั้นนี้จะเริ่มมีจํานวนของนักทองเท่ียวสูงกวา จํานวนประชากรในทองถิ่น และเกิดการใช แรงงานท่ีถูกนําเขามา เมื่อจํานวนนักทองเที่ยวยังขยายตัวอยางตอเนื่อง จะเขาไปสู ข้ันอิ่มตัว (Consolidation stage) ในชวงนี้ แมวาจํานวนผูมาเยือนจะเพ่ิมข้ึนแตมีอตั ราเพิ่มท่ีลดลง แตจํานวนผูมา เยือนท้ังหมดอาจสูงกวาจํานวนคนในทองถ่ิน ขนาดเศรษฐกิจถูกผูกติดกบั การทองเท่ียวและพึ่งพิงการ ทองเที่ยวเปนหลัก ในข้ันน้ีจะมีการพยายามกระตุนอัตราการเติบโตของนักทองเท่ียวดวยการรณรงค การ โฆษณา และขยายชวงเวลาของการทองเที่ยวและพื้นที่การตลาดออกไป อยางไรก็ตาม เม่ือแหลง ทอ งเที่ยวเร่มิ เปนที่รจู ักดแี ละไดร ับการยอมรบั จาํ นวนนกั ทองเท่ยี วเขามามากเกินกวา ขดี ความสามารถใน การรองรับการทองเท่ียว และเริ่มเกิดปญหาและผลกระทบเชิงลบในดานเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม ท่ีจะมีผลตอความยั่งยืน จะเขาสู ข้ันชะลอตัว (Stagnation stage) เพ่ือประชุม ปรึกษา หรืออภิปรายใน ทองถ่ินเพ่ือท่ีจะหาวิธีการเพื่อรักษาจาํ นวนของนักทองเที่ยว ในขณะท่ีสิ่งดึงดูดใจที่มนุษยสรางขน้ึ เริ่มมี จํานวนมากข้ึน รปู แบบของนกั ทองเทยี่ วจะเปลย่ี นไปเปน แบบกลุม ธุรกจิ การทอ งเท่ียวมวลชนมากขนึ้ การ พฒั นาตอ ไปภายหลงั จากขน้ั น้ี จงึ มีความเปนไปได 2 ทาง คือ ขั้นตกต่ําหรือขั้นการฟนตัว (Decline or rejuvenating stage) ในกรณีที่เกิดภาวะตกต่ํา อาจเกิดเหตุการณที่ทาํ ใหเกิดการเสื่อมถอยของการ ทองเท่ียว เชน ที่ดินและทรัพยสินจะมีการเปล่ียนมือกันสูง สิ่งที่สรางขน้ึ เพ่ือใชในการทองเที่ยวจะถูก เปลี่ยนไปใชในสวนท่ีไมใชเพื่อการทอ งเที่ยว ผูประกอบการการทองเที่ยวเริ่มแขงขันกันลดราคา เปนตน หรือ ในกรณีเกิดการฟนตัว อาจมีทางเลือกที่จะฟนการทองเท่ียวข้ึนมาอกี คร้ัง เชน การใชส่ิงดึงดดู ใจที่ มนุษยสรางขึ้นเปนหลักในการทองเทย่ี ว การคนหาทรัพยากรธรรมชาติท่ียังไมเคยใชมากอนนําออกมาใช เปนตน (มงิ่ สรรพ ขาวสอาด และคณะ, 2556) ชุมชนทอ งเทย่ี วก็เหมือนกับแหลงทองเที่ยวหลักอ่ืนๆ ท่ีอาจจะเสื่อมความนิยมลงเม่ือเวลาผา นไป และจําเปนตองหาสินคาและบริการใหมๆ มาเสริม หรือทดแทนกิจกรรมการทองเท่ียวเดิมท่ีเส่ือมความ นยิ ม เพื่อตอ วงจรชีวติ ใหสามารถเจรญิ เตบิ โตอยา งตอ เนอ่ื งตอ ไปได 2.1.2 นิยามการทองเทยี่ วชุมชน การทองเที่ยวชุมชน (Community-Based Tourism: CBT) เปนแนวทางหนึ่งท่ีถูกนาํ มาใช เปนเครื่องมือในการสรางรายได การสงเสริมการมีสวนรวมของชุมชน รวมถึงการแสดงออกถึงความ 12
รายงานฉบับสมบรู ณ ภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชุมชนถิ่น ทั้งนี้ ไดมีผูนิยามคําวา “การทองเที่ยวโดยชุมชน” ไวหลายแนวทาง ดังนี้ World Tourism Organization (1998) นิยามวา “การทองเที่ยวโดยชุมชน” เปนการทองเที่ยว ท่ีนํามาซึ่งทั้งผลประโยชนและปญหาตางๆ ใหแกชุมชน ซึ่งถามีการ “วางแผนพัฒนาการจัดการท่ีดี” แลว การทองเท่ียวจะทําใหเกิดอาชีพในชุมชน สรางรายไดและเปนโอกาสใหเกิดการประกอบธุรกิจซึ่งจะทําให คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีข้ึน นอกจากน้ี การทองเท่ียวยังทําใหเกิดการอนุรักษธรรมชาติในชุมชน โบราณคดี ประวัติศาสตร ศิลปะงานหัตถกรรม และวัฒนธรรม ประเพณี ชวยในการพัฒนาคุณภาพของ ส่ิงแวดลอ มใหดีขึ้น เพราะเปน สถานทที่ อ งเท่ียวทด่ี ึงดูดใหน กั ทองเทยี่ วเดินทางมา World Bank (2000) ใหความหมายการทองเท่ียวโดยชุมชน คือ “การมีสวนรวมในการ ตัดสินใจของชุมชน” ผูซึ่งตองไดรับประโยชนและรายไดอยางยุติธรรมจากการทองเที่ยว กําจัดความ ยากจน และไมสงผลกระทบแกวัฒนธรรมและสิ่งแวดลอม เปนการสรางความภาคภูมิใจในชุมชน และเกิด การรกั ษาและพฒั นาสมบัตขิ องชุมชน สถาบันการทองเที่ยวโดยชุมชน ก. (ม.ป.ป.) นิยามวา การทองเที่ยวโดยชุมชนเปนการ ทองเที่ยวที่คํานึงถึงความย่ังยืนของส่ิงแวดลอม สังคม และวัฒนธรรม “กําหนดทิศทางโดยชุมชน จัดการ โดยชุมชนเพ่ือชุมชน และชุมชนมีบทบาทเปนเจาของ” มีสิทธิในการจัดการดูแลเพื่อใหเกิดการเรียนรูแกผู มาเยอื น สินธุ สโรบล และคณะ (2546) กลาววา การจัดการทองเท่ียวโดยชุมชนควรคํานึงถึง ความสามารถในการรองรบั ของธรรมชาติ ใหค วามสาํ คญั ในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในชุมชนและ มีการเตรียมความพรอมของชุมชนดวยการปลูกจิตสํานึกในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอม รวมทั้งวัฒนธรรมประเพณี ภูมิปญญาของทองถ่ินเพื่อนําไปสูการจัดการทองเที่ยวอยางยั่งยืน ส่ิงสาํ คญั ในการจดั การการทอ งเทยี่ วโดยชุมชน “ชาวบา นควรเขา ถงึ ทรัพยากรและมีสวนรวมในการจัดการ ทรัพยากรทองเที่ยวของทองถ่ิน” โดยตรงรวมท้ังรวมมือกันรักษาทรัพยากรที่มีอยูใหเปนมรดกของคนรุน ลกู หลานและรุนตอ ๆ ไป จากนิยามขางตน จะพบวา มีประเด็นท่ีเกี่ยวของในแงการจัดการทองเที่ยวโดยชุมชนใน 2 ประเดน็ คือ 1) การจัดการท่ีเปนของชุมชน คือ การเนนการมีสวนรวมของคนในชุมชนทองถิ่นทั้งในการ ตัดสินใจ การใชทรัพยากรในชุมชน การจัดการทองเท่ียวท่ีดําเนินการโดยคนในชุมชน ตลอดจนการ จัดสรรผลประโยชนเ พอื่ คนในชุมชน 2) การจัดการท่ีดี คือ การจัดการท่ีไมสรางผลกระทบหรือความขัดแยง เชน การกระจาย ผลประโยชนอยางเปนธรรม ไมทําลายวัฒนธรรม สิ่งแวดลอม เปนตน ซ่ึงเปนเงื่อนไขสําคัญท่ีจะนําไปสู ความยั่งยนื ซึง่ ในนยิ ามตา งๆ ไดร วมเปา หมาย (Goal) ของการจดั การที่ดีไวดว ย ท้ัง 2 ประเด็นนับวาเปนเง่ือนไขจําเปนท่ีจะทําใหเปนการทองเที่ยวโดยชุมชนอยางแทจริง กลาวคือ คนในชุมชนตองเปนผูดําเนินการและและมีสวนรวมในการตัดสินใจในการบริหารจัดการใช ทรัพยากรตางๆ ในชมุ ชนเอง ไมใชใ หบุคคลภายนอกชุมชนเปนผูดําเนินการ อยางไรก็ดี หากจะทําใหการ พัฒนาเกิดความยั่งยืน การจัดการที่เกิดขึ้นจะตองเปนการจัดการท่ีดี กลาวคือ การดําเนินการนั้นสราง 13
ชดุ โครงการ การศกึ ษาเศรษฐกิจทองเท่ียวชุมชนอยา งครบวงจร: จากโซเชยี ลมเี ดียถงึ ชมุ ชนทอ งเทยี่ ว ประโยชนใหแกชุมชนไดอยางแทจริง ไมสรางผลกระทบเชิงลบ หรือสามารถจัดการและสรางสมดุลได ระหวา งผลไดและผลเสียที่เกิดไดอยางเหมาะสม ซึ่งเง่ือนไขขอหลังนี้ ถือเปนเรื่องท่ีคอนขางทาทายชุมชน ในการวางแผนและบริหารจดั การใหเกิดสมดุลท้งั ในดา นเศรษฐกจิ สังคม และส่งิ แวดลอ ม จากการทบทวนวรรณกรรม พบวา การจัดการทอ งเที่ยวโดยชุมชนมอี งคประกอบหลัก 4 ดาน ดงั นี้ 1) ดา นทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ชุมชนมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ การ ผลิตและการใชทรัพยากรธรรมชาติคํานึงถึงความย่ังยืนของชุมชน มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ทอ งถนิ่ ท่เี ปน อัตลักษณ 2) ดานองคกรชุมชน ชุมชนมีระบบสังคมท่ีคนในชุมชนรับรูรวมกัน มีปราชญหรือผูมี ความรู และมีทักษะในเร่ืองตางๆ สมาชิกของชุมชนมีความรูสึกเปนเจาของและเขามามีสวนรวมใน กระบวนการพฒั นา 3) ดานการจัดการ ชุมชนมีการกําหนดหลักเกณฑ กติกาในการจัดการส่ิงแวดลอม วัฒนธรรม และการทองเท่ียว มีองคกรหรือกลไกในการบริหารจัดการการทองเท่ียว สามารถบูรณาการ การทองเที่ยวกับการพัฒนาชุมชน มีการกระจายผลประโยชนท่ีเปนธรรม มีกองทุนที่เอ้ือประโยชนตอการ พฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมของชุมชน 4) ดานการเรียนรู ลักษณะของกิจกรรมการทองเท่ียวเปนการสรางการรับรู เขาใจในวิถี ชวี ติ และวฒั นธรรมทีแ่ ตกตา ง มีระบบจัดการใหเกดิ กระบวนการเรียนรรู ะหวางชาวบานกับผูมาเยือน สราง จติ สาํ นึกเรือ่ งการอนรุ กั ษท รัพยากรธรรมชาตแิ ละวัฒนธรรม การที่จะใหชุมชนดําเนินการทองเท่ียวไดจําเปนตองเตรียมความพรอมและสรางความเขมแข็ง ใหก ับชุมชนในดานการจดั การทอ งเที่ยว เนน อตั ลักษณของการทองเท่ียวโดยชุมชน ใหความสําคัญในการ แลกเปลย่ี นเรียนรู ระหวางเจา ของบานกบั ผูม าเยือน วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผูคน และชุมชนทองถิ่น มีการ อนุรกั ษท รพั ยากรธรรมชาติควบคไู ปกบั วัฒนธรรม การทองเท่ียวโดยชุมชนท่ีใชเปนเคร่ืองมือในการพัฒนาชุมชนมีหลักการ ดังนี้ (สถาบันการ ทองเที่ยวโดยชุมชน, 2556) 1) ชมุ ชนเปน เจา ของ 2) ชาวบานเขา มามีสวนรว มในการกาํ หนดทิศทางและตดั สนิ ใจ 3) สง เสริมความภาคภมู ใิ จในตนเอง 4) ยกระดับคุณภาพชีวติ 5) มคี วามย่งั ยนื ทางดา นสงิ่ แวดลอ ม 6) คงเอกลักษณแ ละวัฒนธรรมทอ งถิ่น 7) กอ ใหเกิดการเรยี นรรู ะหวา งคนตางวฒั นธรรม 8) เคารพในวฒั นธรรมท่ีแตกตา งและศกั ด์ศิ รีความเปน มนุษย 9) เกดิ ผลตอบแทนที่เปนธรรมแกค นทอ งถ่นิ 10) มกี ารกระจายรายไดส ูสาธารณประโยชนของชมุ ชน 14
รายงานฉบับสมบรู ณ การทองเท่ียวโดยชุมชนจําเปนตองอาศัยการมีสวนรวม (Participation) และความรวมมือ (Collaboration) จากผูมีสวนไดสวนเสียทุกภาคสวนเพื่อนําไปสกู ารพัฒนาชุมชนอยางยง่ั ยืน (Vernon, Essex, Pinder and Curry, 2005) การมีสวนรวมและความรวมมอื ท่ีเก่ียวของกับการทองเที่ยวชุมชนคือ กระบวนการที่เช่ือมโยงการตัดสินใจระหวางผูมีสวนไดสวนเสียหลักเขาดวยกันเพื่อแกปญหาและหรือ บริหารจัดการประเด็นตางๆ ท่ีเก่ียวของเช่ือมโยงการทองเท่ียวชุมชน (Jamal and Getz,1995) เปนการ รวมชุมชนเขาดวยกัน (Community Integration) (Mitchell and Reid, 2001) ในรูปของโครงสรางอํานาจ การตัดสินใจ และกระบวนการตัดสินใจ โดยมีลักษณะการควบคมุ และเปนเจาของโดย ทองถิ่น เชน ใน ดานการจางงานคนในทองถน่ิ หรือหมายถึงการที่ทองถ่ินหรือชุมชนมีบทบาทเชิงรุกหรือมบี ทบาทอยางมี นยั สาํ คัญในการตัดสนิ ใจ ในการศึกษาน้ี จะนยิ ามการทองเท่ียวโดยชุมชนวา เปน การทองเที่ยวที่ชุมชนเปนเจาของ จัดการโดยชุมชน และเพื่อชุมชน มีการบริหารที่มีธรรมาภิบาล โดยหวังผลการเพิ่มคุณภาพชีวิต เกิดความสมดลุ ทงั้ ทางเศรษฐกิจ สังคม และสง่ิ แวดลอ มในระยะยาว 2.1.3 รปู แบบการทองเทยี่ วชมุ ชน การศึกษาท่ีผานมามักแบง รปู แบบการทอ งเที่ยวชุมชนออกไดเปน 3 ประเภทหลัก ไดแก การ แลกเปล่ยี นเรยี นรู การศึกษาดูงาน และจิตอาสา 1) การแลกเปล่ียนเรียนรู เปนการเรียนรูและแบงปนประสบการณกับวิถีชีวิตคน นักทองเที่ยวสามารถเยี่ยมชมชุมชน เขารวมกิจกรรมในทองถ่ิน เชน การทําประมงพ้ืนบาน การทําสวน ศิลปะทองถิ่น งานฝมือ หรือการเดินปา เจาบานและแขกผูมาเยือนมีการแลกเปล่ียนทางวฒั นธรรม หรือ รวมเปน สวนหนึ่งของโครงการพัฒนาและอนุรักษในทอ งถ่ิน 2) การศึกษาดูงาน ศูนยการเรียนรูชุมชน เปนการศึกษาดูงานในชุมชนท่ีประสบ ความสําเร็จ เชน การทําไรนาสวนผสม พลังงานนํ้าขนาดเล็ก การอนุรักษปาไม และยาสมุนไพรแผน โบราณ เปนตน ชุมชนเหลา นี้จะเปดโอกาสใหนักเรียน นักวิชาการ หรือเจาหนาที่องคกรปกครองสวน ทองถิ่นเขาเยี่ยมชม เพ่ือนําความรูจากการเรียนรูภาคสนามไปปรับใชกับวิถีชีวิตสวนตัวหรือพัฒนา ทอ งถิ่น 3) จิตอาสา หรืองานอาสาสมัคร เปนการทองเท่ียวเพื่อสัมผัสประสบการณท่ีคลายกับ การแลกเปล่ียนเรียนรู โดยผูมาเยือนมีโอกาสที่จะทํางานกับครอบครัวและมีสวนรวมใชเวลาในกิจกรรม อาสาสมัคร เปนงานที่มีประโยชน สามารถทํากิจกรรมใหแลวเสร็จดวยงบประมาณที่จํากัดและการใช ทักษะทางเทคนิค เชน การออกแบบเสนทางศึกษาธรรมชาติ ภาพวาด การทําความสะอาด และการสราง สือ่ ภาษาอังกฤษ (Botrill, 2018) แตเม่ือโลกมีการเปล่ียนแปลงไป และสงผลทําใหโครงสรางๆ ของโลกเปลี่ยนไป รายไดของ นักทองเท่ียวก็เปลี่ยนไป รูปแบบการทองเท่ียวชุมชนก็อาจมีความหลากหลายมากขึ้น ดังที่จะไดเห็นใน สว นถัดไป 15
ชดุ โครงการ การศึกษาเศรษฐกิจทองเท่ียวชมุ ชนอยางครบวงจร: จากโซเชียลมีเดยี ถงึ ชมุ ชนทอ งเทย่ี ว 2.1.4 ประเภทนกั ทอ งเที่ยวชมุ ชน การทองเท่ียวชุมชนยังคงเปนเปาหมายท่ีตองการของนักทองเที่ยวชาวยุโรปที่ตองการไดรับ ประสบการณจริงในรปู แบบเฉพาะ (Unique and Authentic experiences) โดยเฉพาะอยางย่ิงหากรวู าการ ทองเท่ียวดังกลาวสามารถสรางประโยชนใหแกชุมชน มีความปลอดภัย มีความย่ังยืน และมีโอกาสมี ปฏิสัมพันธกับคนในทองถิ่น นักทองเท่ียวที่ชื่นชอบการทองเทยี่ วชุมชนโดยท่ัวไปแลวเปนผูท่ีมีการศึกษา มีรายไดคอนขางสูง และมีประสบการณการทองเที่ยว Centre for the promotion of imports from developing countries (CBI) ไดแบงประเภทนกั ทองเทยี่ วทส่ี นใจการทองเท่ยี วชุมชนไวด งั น้ี 1) นักทองเท่ียวชุมชนสายแข็ง (Hard CBT travelers) นักทองเท่ียวกลุมน้ีมีจํานวนไม มากโดยเปนกลุมนักทองเที่ยวท่ีตองการประสบการณดานวัฒนธรรมชุมชนอยางแทจริงจึงตองการใชชีวิต เหมือนคนทองถิ่นใหมากท่ีสุดโดยไมค ํานึงถึงความสะดวกสบาย หากไดรบั ความสะดวกสบายเกินไปจาก การทองเที่ยวชุมชนอาจรูสึกวาการทอ งเท่ียวดังกลาวไมใชประสบการณท ่ีแทจริง การทองเที่ยวอยาง ยั่งยืนและจริยธรรมในการทองเท่ียวถอื เปนสิ่งสําคัญสําหรับนักทองเที่ยวกลุมนี้ นักทองเที่ยวกลุมนี้โดย สวนใหญเ ปน นกั ทองเที่ยวชาวดทั ช ดงั นน้ั ชมุ ชนจงึ ควรเสนอการทองเท่ียวชุมชนที่ทําใหนักทองเที่ยวกลุม น้ีไดรับประสบการณดานวัฒนธรรมชมุ ชนอยางแทจริง นักทองเที่ยวกลุมน้ีจึงเหมาะกับการพักโฮมสเตย ตามนิยามของกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา ซึ่งนักทองเที่ยวจะตองพักรวมกับเจาของบานชายคา เดียวกัน โดยมีหองพักหรือพ้ืนที่ใชสอยภายในบานเหลือสามารถนํามาดัดแปลงใหนักทองเท่ียวไดพัก ชว่ั คราว และจัดบรกิ ารส่งิ อาํ นวยความสะดวกตามสมควร 2) นักทองเที่ยวชุมชนสายออน (Soft CBT travelers) นักทองเที่ยวชุมชนสวนใหญจัด อยูในกลุมน้ี โดยเปนนักทองเที่ยวทส่ี นใจในวัฒนธรรม การผจญภัย การมีปฏิสัมพันธกับคนในทองถิ่น นกั ทองเทยี่ วกลุมน้ีตองการไดร บั ความสะดวกสบายจากการทอ งเที่ยวชุมชน ดังน้ันชุมชนจึงควรเสนอการ ทองเท่ียวชุมชนที่ทําใหนักทองเที่ยวกลุมนี้ไดรับความสะดวกสบาย เชน ที่นอน หองนํ้า อาหาร และส่ิง อํานวยความสะดวกตางๆ ชุมชนตองเขาใจวานักทองเที่ยวกลุมน้ีอาจไมไดมองหาการทองเท่ียวชุมชนแต หากการทองเท่ียวชุมชนสามารถตอบสนองความตองการไดนักทองเท่ียวกลุมนี้ก็จะเลือกการทองเท่ียว ชุมชน นกั ทอ งเทีย่ วกลุมน้แี บง ยอยออกเปน 3 กลมุ คือ 2.1) นักทองเท่ียวกลุมผูสูงอายุ (Older generation) นักทองเท่ียวกลุมผูสูงอายุเปน นักทองเท่ียวชุมชนกลุมใหญโดยมีอายุระหวาง 50-70 ป นกั ทองเท่ียวกลุมนี้มีทั้งเงินและเวลามากกวา นักทองเท่ียวกลุมอื่นเพราะสวนใหญลูกโตแลวและเกษียณแลวจึงไมตองทํางานมีเวลาทองเที่ยวเต็มท่ี นักทองเท่ียวกลุมน้ียังมีสุขภาพแข็งแรงและตองการไดรับประสบการณใหมๆ จึงสนใจกิจกรรมผจญภัย เบาๆ ท่ีผสมผสานกับความหรูหรา ขณะเดียวกันก็มองหาประสบการณท ่ีแทจริงดวยเชนกัน เพ่ือ ตอบสนองความตองการของนักทองเท่ียวกลุมน้ีชุมชนควรนําเสนอประสบการณแทจริงที่มีลักษณะเฉพาะ ทัง้ ดา นวฒั นธรรมและกิจกรรมผจญภยั เบาๆ นําเสนอบรกิ ารทเ่ี ปน มาตรฐานและสะดวกสบาย 2.2) นักทองเที่ยวกลุมที่อายุไมมาก (Younger generations) โดยสวนใหญ นักทองเท่ียวกลุมน้ีเปนพวกมีการศึกษาดี เคยเดินทางทองเท่ียวตางประเทศมากอน จึงตองการคนหา แหลงทองเที่ยวใหมๆ เพ่ือตอบสนองความตองการของนักทองเท่ียวกลุมน้ีชุมชนควรนําเสนอ 16
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166