ประสิทธิภาพการดําเนนิ งาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมไดแ ก การปฐมนเิ ทศซึ่งเปน การแนะนําขอมลู เบื้องตนใหแ กบุคลากรใหม การบรรยายเปนการใหความรูในหองเรียน การประชุมเปนการแลกเปล่ียนความคิดเห็นและปรึกษาเรื่องตางๆ การประชุมเชิงปฏิบัติการเปนการนําปญหาที่มีอยูมาศึกษา การศึกษาดูงานเปนการรับฟงบรรยายสรุป การฝกอบรมเปนการใหบุคคลไดลงมือปฏิบัติจริง มีการช้ีแนว ถายทอดความรู และเทคนิคอยางละเอียดแบบตัวตอตัว การระดมสมองเปนการกระตุนใหเกิดการแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กําหนดให มีการรวบรวมและเลือกความคิดท่ีดีที่สุดกับประเด็นน้ันๆ และการสัมมนาเปนการเนนการอภิปราย การวิเคราะห บุคลากรสามารถแลกเปล่ียนความคิดเห็นไดอยางอิสระและเต็มที่ เพ่ือใหบรรลุวัตถุประสงค การศึกษา ไดแก การสงศึกษาตอในระดับท่ีสูงข้ึนท้ังในระบบการศึกษาและนอกระบบการศึกษา เพ่ือเพ่ิมความรูและประสบการณใหแกบุคลากร การพัฒนา ไดแก การเปนพี่เล้ียง (mentoring) เปนเทคนิคที่บุคลากรสามารถเรียนรูผานผูฝกสอนแบบตัวตอตัว กอใหเกิดการเรียนรูและพัฒนาตนเอง การสอนงาน (coaching) เปนการเรียนรงู านโดยมผี ูบังคับบญั ชา ผูเ ชย่ี วชาญเปนพเี่ ลี้ยงสอนงานอยางมีระบบข้ันตอน มีการประเมินผล การหมุนเวียนงาน (job rotation) เปนการโยกยายบุคลากรจากตําแหนงหน่ึงไปอีกตําแหนงหน่ึง เพ่ือใหเกิดการเรียนรูงานที่มากข้ึน สําหรับการประเมินผลการพัฒนาทรัพยากรมนุษย องคการงานอบรมและพัฒนาบุคลากรเปนหนวยงานที่รับผิดชอบในการจัดฝกอบรมและการประเมินผลแตละโครงการอบรม สวนงานวิเคราะหระบบและประเมินเปนหนวยงานท่ีทําหนาที่ประเมินผลการพัฒนา และสวนผลการประเมินจะถูกสง ใหง านอบรมและพฒั นาบคุ ลากรเพื่อนําไปวิเคราะหแ ละจดั ทําแผนการอบรมและพฒั นาในครง้ั ตอ ไป 35
บทที่ 3 ประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยี การดาํ เนนิ งานของธรุ กิจโรงแรม การเพ่ิมประสิทธิภาพการดําเนินงาน/การจัดการเปนหน่ึงในปจจัยสําคัญท่ีชวยเสริมสรางความสามารถในการแขงขันของโรงแรมในระยะสั้น ขณะที่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการดําเนินงาน/การจัดการจะนํามาซึ่งความสามารถในการแขงขันของโรงแรมในระยะยาว (อัครพงศ อ้ันทอง และม่ิงสรรพ ขาวสอาด, 2552) ขณะเดียวกันการพัฒนาประสิทธิภาพการดําเนินงาน/การจัดการภายใตการประยุกตใชแนวคิดการเปรียบเทียบสมรรถนะ (benchmarking) ในการดําเนินงานระหวางธุรกิจ เปนกลยุทธการบริหารท่ีชวยใหธุรกิจทราบตําแหนงความสัมพันธกับธุรกิจท่ีมีผลิตภาพและกําไรท่ีสูงกวาการเปรียบเทียบสมรรถนะในการดําเนินงาน จึงเปนเครื่องมือสําคัญในการจัดการที่มีประโยชนและทําใหทราบชองวางของผลประกอบการและกลยุทธในการแขงขัน รวมทั้งสามารถนํามาใชคนหาปจจัยสําหรับใชพัฒนาธุรกิจใหประสบความสําเร็จ และกระตุนใหเกิดการเรียนรูและการพัฒนาตัวเองอยางรวดเรว็ (Fuchs and Weiermair, 2004) การศึกษาของ อัครพงศ อั้นทอง, พนินท เครือไทย และม่ิงสรรพ ขาวสอาด (2554) แสดงใหเห็นวาโรงแรมในประเทศไทยมีเทคโนโลยีการดําเนินงานแตกตางกัน การมองขามความแตกตางดังกลาว หรือเรียกวา heterogeneous problem อาจนําไปสูการประเมินประสิทธิภาพท่ีสูงกวาความเปนจริง ทําใหคาประสิทธิภาพที่ประเมินไดมีความอคติ (Assaf, Barros and Josiassen, 2010; Lin, 2011; Lu and Chen,2012; อัครพงศ อั้นทอง, พนินท เครือไทย และม่ิงสรรพ ขาวสอาด, 2554) ขณะเดียวกันงานศึกษาของอัครพงศ อั้นทอง (2556b) ยังไดแสดงใหเห็นวา โรงแรมท่ีเปนกลุมเดียวกันหรืออยูในมาตรฐานเดียวกันมีระดับประสิทธิภาพการดําเนินงานที่เหมือนกัน แตมีอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีแตกตางกันความแตกตางดังกลาว สวนหน่ึงเกิดจากความแตกตางสภาพทําเลที่ต้ังที่สงผลใหโรงแรมมีนวัตกรรมการดําเนินงานแตกตางกัน ดังนั้นในการสงเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานควรมีแนวทางท่ีแตกตางกันตามสภาพแวดลอมของทําเลที่ต้ังของโรงแรม และควรกระตุนใหเกิดการพัฒนาและแลกเปลี่ยนนวัตกรรมการดําเนินงานตามพื้นฐานสภาพแวดลอม จากงานทั้งสองชิ้นแสดงใหเห็นวา การประยุกตใชวิธีวิเคราะห meta-frontier จะทําใหสามารถประเมินประสิทธิภาพของโรงแรมที่มีเทคโนโลยีการดําเนินงานและสภาพแวดลอมของทําเลท่ีต้ังท่ีแตกตางกันได โดยแบงกลุมโรงแรมตามลักษณะเฉพาะที่แตกตางกัน 37
รายงานฉบบั สมบรู ณเชน มาตรฐานการใหบริการ จํานวนหอง ระดับราคา ลักษณะการจดทะเบียน เปนตน หรือตามลักษณะความแตกตางของทาํ เลท่ีตงั้ ของโรงแรม บทนี้แบงเน้ือหาออกเปน 2 สวน คือ ผลการประเมินประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมในประเทศอาเซียนสําคัญ และผลการประเมินประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในประเทศไทยดังมีรายละเอยี ดในแตละสวนพอสังเขปดังนี้3.1 ประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมใน ประเทศอาเซยี นทสี่ ําคญั ปจจุบันประเทศในอาเซียนมีการพัฒนาการทองเท่ียวขึ้นเปนลําดับ ในอนาคตอันใกลนี้ประเทศเหลา น้ีกําลังเปนคูแขงสําคัญของไทย จึงทําใหในอนาคตการแขงขันในอุตสาหกรรมโรงแรมท่ีเปนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สําคัญของการทองเที่ยวจะทวีความรุนแรงมากข้ึน ประกอบกับตองเผชิญกับการเปลย่ี นแปลงของอุปสงคก ารทอ งเทีย่ วทเี่ กิดจากความเส่ียงดานภัยพิบัติทางธรรมชาติ (natural disasters)การกอการราย (terrorism) โรคระบาด (outbreak) และความไมมีเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ(political instability) รวมท้ังวิกฤตเศรษฐกิจท่ีเกิดข้ึนในสหรัฐฯ และกลุมประเทศสหภาพยุโรป นอกจากน้ีในระยะยาวผลของการเปลี่ยนแปลงภมู อิ ากาศโลกจะมผี ลกระทบตอ การทอ งเทย่ี วและแหลง ทอ งเทยี่ วอยา งหลีกเล่ียงไมได (มิ่งสรรพ ขาวสอาด และคณะ, 2552; Untong, 2012) ทําใหอุตสาหกรรมโรงแรมของไทยจําเปนตองปรับปรุงระบบการดําเนินงาน/การบริหารจัดการใหมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นแทนการแขงขันดวยการทาํ สงครามราคากับคแู ขง ทอี่ าจนํามาสูกับดักราคาต่ําอยา งถาวรในอตุ สาหกรรมโรงแรมของไทย การศึกษาประสิทธิภาพโรงแรมที่ผานมาเกือบทั้งหมดเปนการศึกษาเปรียบเทียบกันภายในประเทศเดียวกัน ท่ีผานมามีการต้ังขอสังเกตวา โรงแรมที่ตั้งอยูในแตละประเทศอาจมีการบริการจัดการที่แตกตางกันตามสภาพแวดลอม สังคมและวัฒนธรรมของประเทศน้ันๆ ดังน้ันอาจเปนไปไดวาโรงแรมท่ีต้ังอยูในแตละประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซ่ึงมีความแตกตางกันดานสังคม วัฒนธรรม และทําเลที่ตั้ง อาจทําใหโรงแรมเหลาน้ีมีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีในการดําเนินงานแตกตางกันบนพ้ืนฐานของเง่ือนไขความแตกตางในการบริหารจัดการในแตละประเทศ ภายใตมาตรฐานการใหบริการและการสรา งความพึงพอใจสงู สุดใหกบั ลกู คา ตลอดจนการควบคมุ ตนทุนและคา ใชจายของโรงแรมใหตํา่ สุด ดั้งน้ันการศึกษาในสวนน้ีจึงมีวัตถุประสงคหลักที่จะประเมินประสิทธิภาพและชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของโรงแรมท่ีตั้งอยูในประเทศท่ีสําคัญของอาเซียน ไดแก อินโดนีเซียมาเลเซีย สิงคโปร และไทย (ตามขอจํากัดของขอมูล) โดยประยุกตใช data envelopment analysis(DEA) ที่เปนแบบจําลอง slacks-based measure (SBM) พัฒนาโดย Tone (2001) รวมกับการวิเคราะหmeta-frontier ที่เสนอโดย Battese and Rao (2002) ผลการศึกษาจะทําใหทราบถึงประสิทธิภาพและชองวางทางเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการบริหารจัดการโรงแรมของแตละประเทศท่ีสําคัญในอาเซียนซ่งึ ขอมูลดงั กลา วเปน ประโยชนต อการกําหนดนโยบายสําหรับกระตุน และสงเสริมการพัฒนานวัตกรรมการดําเนินงานและการบริหารจัดการของโรงแรมรวมกันในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งกระตุนใหเกิดการสราง 38
ประสิทธิภาพการดาํ เนินงาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมพันธมิตรภายในภูมิภาคเพื่อนํามาสูการแลกเปลี่ยนเรียนรูที่จะยกระดับและปรับปรุงการดําเนินงานหรือการบริหารจัดการใหมีประสิทธิภาพมากข้ึน และการรวมกันคิดคนพัฒนานวัตกรรมหรือปรับปรุงเทคโนโลยีในการดําเนินงานหรือการบริหารจัดการใหดีขึ้นบนพ้ืนฐานของความแตกตางทางดานสภาพแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม และทําเลที่ตั้งของแตละประเทศ ซึ่งในท่ีสุดจะนํามาสูการยกระดับความสามารถในการแขงขันของโรงแรมในระยะสั้นและระยะยาวรวมกันภายในภูมิภาค นอกจากน้ีขอมูลท่ีไดจากการศึกษายังเปนแนวทางสําหรับเสริมสรางความสามารถในการแขงขันของโรงแรมไทยใหสามารถแขงขันไดภายใตการเปดเสรีอาเซียน รวมท้ังการสงเสริมการเรียนรูรวมกันในการบริหารจัดการโรงแรมของแตละประเทศในภูมิภาคอาเซียน ผลการประเมินประสิทธิภาพของโรงแรมที่ต้ังอยูในประเทศอาเซียน 4 ประเทศ ดวยแบบจําลองSBM ที่แสดงในตารางที่ 3.1 พบวา มีจํานวนโรงแรมที่มีประสิทธิภาพจํานวน 4 แหง (มีคาประสิทธิภาพเทากับ 1) หรือประมาณรอยละ 7.41 ของจํานวนโรงแรมท่ีเปนชุดตัวอยางท้ังหมด โดยโรงแรมที่ตั้งอยูในประเทศไทยไมมีโรงแรมใดที่มีประสิทธิภาพในการดําเนินงาน สําหรับโรงแรมที่ตั้งอยูในอินโดนีเซียมีประสิทธิภาพในการดําเนินสูงสุดเฉลี่ยรอยละ 64.41 รองลงมาไดแก โรงแรมที่ต้ังอยูในประเทศสิงคโปรและมาเลเซีย ซ่ึงมีคาประสิทธิภาพเฉล่ียรอยละ 57.65 และ 52.02 ตามลําดับ สําหรับโรงแรมท่ีต้ังอยูในประเทศไทยมีประสิทธิภาพในการดําเนินเฉลี่ยตํ่าที่สุดประมาณรอยละ 44.84 อยางไรก็ตาม คาสถิติ F(F-statistic) ท่ีแสดงในคอลัมนสุดทายของตารางท่ี 3.1 มีคาเทากับ 2.443 และมีคา P-value เทากับ0.075 แสดงวา โรงแรมท่ีตั้งอยูในทั้ง 4 ประเทศ มีระดับประสิทธิภาพการดําเนินงานเฉลี่ยไมแตกตางกันอยางมนี ยั สาํ คญั ทางสถิตทิ ่ี 0.05ตารางที่ 3.1 ผลการประเมนิ ประสิทธภิ าพและองคประกอบของความดอยประสทิ ธิภาพ รายการ อนิ โดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร ไทย F-statistic (n=5) (n=15) (n=22) (n=12) (P-value) 1. จํานวนโรงแรมท่มี ีประสิทธภิ าพ 2. ประสทิ ธภิ าพการดําเนินงานเฉลีย่ 1 1 2 - 2.443 (0.075) 3. ความดอ ยประสทิ ธภิ าพการดาํ เนินงานเฉลยี่ 64.41 52.02 57.65 44.84 1.852 (0.150) - จาํ นวนแรงงาน 35.59 47.98 42.35 55.16 2.629 (0.060) - จํานวนหอ ง 21.55 26.45 23.23 30.08 2.443 (0.075)ที่มา: จากการคํานวณ 14.05 21.53 19.12 25.09 ทั้งนี้เม่ือพิจารณาองคประกอบของความดอยประสิทธิภาพการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมที่แสดงในตารางท่ี 3.1 พบวา โรงแรมทตี่ ้ังอยูในทั้ง 4 ประเทศมีความดอยประสิทธิภาพไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05 เชนเดียวกัน โดยจํานวนแรงงานเปนปจจัยการผลิตสวนเกิน (slacks)ที่กอใหเกิดความดอยประสิทธิภาพมากกวาจํานวนหองพัก กลาวคือ โรงแรมท่ีต้ังอยูในทั้ง 4 ประเทศไมมีประสิทธิภาพในการใชแรงงานเพ่ือสรางรายไดใหกับโรงแรมมากกวาการใชหองพัก ดังน้ันหากโรงแรมตองการเพ่ิมประสิทธิภาพการดําเนินงาน ควรมุงเนนการเพิ่มผลิตภาพแรงงานใหมากขึ้น หรือกระตุนใหแรงงานมีการทํางานท่ีมีผลิตภาพหรือสรางรายไดใหมากกวาที่เปนอยู โดยหากโรงแรมสามารถกระตุนใหแรงงานหรือมีการใชแรงงานในการสรางรายไดใหมากข้ึนจนคา slacks ของตัวแปรจํานวน 39
รายงานฉบบั สมบรู ณแรงงานเทากับ 0 จะทําใหประสิทธิภาพการดําเนินงานของโรงแรมที่ตั้งอยูในอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปรและไทย เพ่ิมขึ้นรอยละ 21.55, 26.45, 23.23 และ 30.08 ตามลําดับ ขณะท่ีการใชหองพักในการสรา งรายไดใหมากขึ้นจนคา slacks มีคา เทากับ 0 จะทําใหประสิทธิภาพการดําเนินงานของโรงแรมท่ตี ั้งอยูในประเทศทงั้ 4 เพ่มิ ขนึ้ รอ ยละ 14.05, 21.53, 19.12 และ 25.09 ตามลาํ ดบั ตารางที่ 3.2 เปนผลการประเมินประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินของโรงแรมท่ีตั้งอยูที่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร และไทย เทานั้น เน่ืองจากมีจํานวนโรงแรมที่ตั้งอยูท่ีประเทศอินโดนีเซียเพียง 5 ชุดตัวอยาง ซ่ึงไมเพียงพอท่ีจะประยุกตใชวิธี DEA ไดอยางมีประสิทธิภาพและนาเช่ือถือ (อัครพงศ อ้ันทอง, 2556a) นอกจากนี้ในการวิเคราะห meta-frontier ไดประยุกตใชแบบจําลอง SBM ในการประเมินคาประสิทธิภาพของโรงแรมที่ต้ังอยูในแตละประเทศ เนื่องจากแบบจาํ ลอง BCC ท่ีเปน ratio or radial efficiency จะใหค า ทีส่ งู กวาแบบจําลอง SBM หรือ over estimateเพราะ เสนพรมแดนที่ไดจากวิธี SBM อยูสูงกวา BCC และทุกๆ จุดบนเสนพรมแดนที่ประมาณดวยSBM มีคา slacks เทากับ 0 ขณะท่ีทุกๆ จุดบนเสนพรมแดน BCC มีโอกาสท่ีคา slacks อาจไมเทากับ 0(Du et al., 2010; Sun and Lu, 2005; Tone, 2001; 2002) อยางไรก็ตามผลลัพธท่ีไดจากแบบจําลองท้ังสองสอดคลอ งและเปนไปในแนวทางเดียวกนั เสมอ (อัครพงศ อ้นั ทอง, 2556)ตารางท่ี 3.2 ผลการประเมินประสทิ ธิภาพและอตั ราสวนชอ งวา งทางเทคโนโลยี รายการ มาเลเซีย สิงคโปร ไทย F-statistic (n=15) (P-value) (n=22) (n=12)ประสทิ ธภิ าพการดําเนนิ งานที่ไดจาก group frontier 0.9379 - (0.0621) 0.7600 0.8212 (0.1329) (0.1354) 0.321 (0.727)ประสทิ ธภิ าพการดาํ เนนิ งานที่ไดจาก meta-frontier 0.7447 0.7461 0.7090 (0.1527) (0.1221) (0.1439) 18.121 (0.000) 0.9841 0.8641อัตราสว นชอ งวางทางเทคโนโลยี (TGR) 0.7943 (0.0343) (0.0938) (0.1484)หมายเหต:ุ ตัวเลขในวงเล็บ คอื สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (standard deviation)ที่มา: จากการคาํ นวณ ผลลัพธจากการประเมินประสิทธิภาพดวยการวิเคราะห meta-frontier ท่ีแสดงในตารางท่ี 3.2พบวา โรงแรมท่ีต้ังอยใู นประเทศมาเลเซีย สิงคโปร และไทย มีระดับประสทิ ธิภาพการดําเนินงานประมาณรอ ยละ 70.90-74.61 โดยคาสถิติ F ทีแ่ สดงในคอลัมนสดุ ทา ยของตารางที่ 2.6 มคี า เทากบั 0.321 และมคี าP-value เทากับ 0.727 แสดงวา โรงแรมที่เปนชุดตัวอยางซ่ึงต้ังอยูในท้ังสามประเทศมีประสิทธิภาพการดําเนินงานไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ี 0.05 ขณะที่ผลการทดสอบความแตกตางของอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงาน (TGR) พบวา มีคา TGR แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิตท่ี 0.01 โดยโรงแรมที่ต้ังอยูที่ประเทศสิงคโปรมีคา TGR สูงสุดถึงรอยละ 98.41 รองลงมาไดแกโรงแรมท่ีต้ังอยูในประเทศไทยซ่ึงมีคา TGR รอยละ 86.41 สวนโรงแรมท่ีตั้งอยูท่ีประเทศมาเลเซียมีคาTGR นอยท่ีสุด ประมาณรอยละ 79.43 แสดงวา เม่ือเทียบกับเสนพรมแดนการดําเนินงานท่ีดีท่ีสุดโรงแรมท่ีต้ังอยูท่ีประเทศสิงคโปรมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานหรือบริหารจัดการสูงกวา 40
ประสิทธิภาพการดาํ เนนิ งาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมโรงแรมท่ีตั้งอยูที่ประเทศไทย และมาเลเซีย หรือมีชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานนอยกวาโรงแรมท่ีตง้ั อยทู ี่ประเทศไทย และมาเลเซีย ตามลาํ ดบั โรงแรมที่เปนชุดตัวอยางท่ีเปดดําเนินงานในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร และไทย ซ่ึงมีการจดทะเบียนอยางถูกตองและสวนใหญเปนโรงแรมในเครือทั้งภายในและตางประเทศมีประสิทธิภาพการดาํ เนินงานทเี่ หมือนกัน แตก ลับมอี ตั ราสวนชอ งวางทางเทคโนโลยใี นการดําเนินงานและบริหารจัดการท่ีแตกตางกัน ความแตกตางดังกลาวสวนหนึ่งอาจมาจากสภาพแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม และทําเลท่ีตั้งท่ีแตกตางกัน ซึ่งเปนเง่ือนไขสําคัญในการบริหารจัดการ ทําใหโรงแรมจําเปนตองมีนวัตกรรมการดําเนินงานแตกตางกัน ความแตกตางของสภาพแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม และทําเลที่ตั้งระหวางโรงแรมในแตประเทศ ทําใหตลาดนักทองเท่ียวท่ีมาใชบริการอาจมีความแตกตางกัน และพฤติกรรมการทองเท่ียวรวมถึงการใชบริการท่ีพักหรือโรงแรมก็อาจแตกตางกัน ดังนั้นภายใตความแตกตางทั้งทางดานสภาพแวดลอ มและตลาดมีสว นทําใหโ รงแรมในแตล ะประเทศมีการดําเนินงานท่ีแตกตางกันเพื่อตอบสนองความตองการของลูกคาที่แตกตางกัน บนพื้นฐานความแตกตางทางดานสภาพแวดลอมท้ังทางสังคมวัฒนธรรม และทําเลท่ตี งั้ ของโรงแรมในแตล ะประเทศ3.2 ประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมและ เกสตเ ฮา สในประเทศไทย จากตารางท่ี 3.3 พบวา โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีเปนชุดตัวอยางที่ตั้งอยูในโซนภาคใตฝงอันดามันมีระดับราคาหองพักเฉลี่ยสูงกวาโซนอ่ืนๆ ยกเวน โรงแรมที่ต้ังอยูท่ีจังหวัดประจวบคีรีขันธ (หัวหิน) ขณะที่ขอมูลในคอลัมนมูลเพ่ิมตอแรงงาน แสดงใหเห็นวา โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีตั้งอยูบริเวณชายทะเลอยางภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ (หัวหิน) สุราษฎรธานี (เกาะสมุย) มีมูลคาเพ่ิมตอแรงงานสูงกวาพื้นท่ีอื่นๆแสดงวา แรงงานที่ทํางานในโรงแรมและเกสตเฮาสท่ีตั้งอยูในพื้นที่ดังกลาว สามารถสรางมูลคาเพิ่มไดสูงกวาพื้นท่ีอื่นๆ และเปนท่ีนาสังเกตวา โรงแรมและเกสตเฮาสที่ต้ังอยูในจังหวัดทองเที่ยวสําคัญอยางภูเก็ตเชียงใหม ชลบรุ ี (พทั ยา) สามารถสรางมูลคา เพ่มิ ไดส ูงกวา โรงแรมและเกสตเฮาสท ี่ตั้งอยูในพื้นท่ีอ่ืนๆ อาจเปน ไปไดว า ธรุ กิจโรงแรมและเกสตเฮา สในพื้นที่ดังกลาวมีความไดเปรียบในเร่ืองของทรัพยากรทองเที่ยวหรือส่ิงดึงดูดใจ ซึ่งถือไดวาเปนทุนสาธารณะ (public capital) ที่ทําใหโรงแรมและเกสตเฮาสในพ้ืนที่ดังกลาวใชใ นการสรางมูลคาเพิ่มใหกบั ตนเอง 41
รายงานฉบบั สมบูรณตารางที่ 3.3 ราคาหองพักเฉล่ีย รายรบั มูลคาเพ่ิม และผลติ ภาพการใชแรงงานและหอ งพัก โซน ราคาหอ งพักเฉล่ีย รายรบั มูลคาเพ่มิ มลู คาเพ่ิมตอ (บาท/คน) (บาท/หอ ง) (ลา นบาท) (ลา นบาท) แรงงาน หองพัก1. มหานคร (เมืองหลวง) 24,457.02- กรุงเทพมหานคร 2,402 15,687.18 14,293.91 357,387 176,0012. ชายทะเลตะวนั ออก 2,287.52 2,191.29- ชลบรุ ี (พัทยา) 1,758 8,714.98 414,653 187,256 8,630.383. ศูนยก ลางภาคตะวันออกเฉียงเหนอื 2,993.20- นครราชสีมา 1,071 1,268.56 1,671.97 448,278 420,542 5,235.45 1,304.95 433,153 218,082- ขอนแกน 781 4,088.724. ศนู ยกลางภาคเหนือบน 2,844.24 24,439.74- เชียงใหม 2,360 6,016.01 323,971 289,133 18,149.24 1,295.23 309,061 147,941- เชียงราย 2,250 1,715.185. ชายทะเลภาคกลางตอนลา ง 149,459.30- เพชรบุรี (ชะอํา) 1,659 700.88 231,019 119,270 3,831.49 506,551 414,016- ประจวบครี ีขันธ (หัวหิน) 4,1196. ภาคใตฝ ง อนั ดามนั- กระบ่ี 3,111 3,037.03 442,009 267,757 1,926.55 720,412 379,522- พังงา 4,765 9,242.06 334,318 272,926- ภเู กต็ 3,9287. ภาคใตฝง อา วไทยตอนบน- สุราษฎรธานี 2,703 12,572.50 563,961 370,9258. ภาคใตฝงอา วไทยตอนลา ง- สงขลา 699 1,144.77 201,990 85,982 85,582.64 329,096 142,542 ทง้ั ประเทศไทย 1,333ที่มา: คํานวณจากขอมูลของสํานกั งานสถติ แิ หง ชาติ (พ.ศ. 2555)3.2.1 ประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยี ตารางท่ี 3.3 เปนผลการประเมินประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของโรงแรมและเกสตเฮาสภายใตเง่ือนไข 12 เง่ือนไขท่ีนําเสนอขางตน พบวา เฉพาะเงื่อนไขในเร่ืองความสําคัญของตลาดผูเขาพักชาวตางชาติเทานั้นท่ีผลการทดสอบแสดงใหเห็นวา โรงแรมและเกสตเฮาสที่มีสวนแบงตลาดนักทองเท่ียวตางชาติสูงหรือต่ํากวารอยละ 50 ไมมีประสิทธิภาพหรือชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05 สวนเง่ือนไขอ่ืนๆท่ีเหลือ ซึ่งเปนเง่ือนไขท่ีนิยมใชแบงหรือจัดกลุมโรงแรมและเกสตเฮาส พบวา โรงแรมและเกสตเฮาสที่แบงกลุมตามเง่ือนไขดังกลาวมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.01 อยางไรก็ตาม ดวยเง่ือนไขขอจํากัดดานขอมูลที่เกี่ยวกับจํานวนตัวอยางทําใหไ มสามารถทดสอบและพิสจู นขอสมมตฐิ านไดอ ยา งละเอยี ดภายใตก ารควบคุมตัวแปรตา งๆ 42
ประสทิ ธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรม จากตารางท่ี 3.4 สามารถสรปุ ผลการทดสอบไดพ อสังเขป ดงั นี้ 1) โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีต้ังอยูในแตละโซนมีความประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยหี รือนวตั กรรมแตกตางกนั โดยโรงแรมและเกสตเ ฮา สท ่ีตงั้ อยูชายทะเลภาคกลางตอนลาง (ชะอําและหัวหิน) และภาคใตฝงอาวไทยตอนบน (เกาะสมุย) มีประสิทธิภาพในการดําเนินงานสูงกวาโรงแรมและเกสตเฮาสที่ตั้งอยูในโซนอื่นๆ ขณะที่โรงแรมแรมและเกสตเฮาสท่ีต้ังอยูในโซนภาคใตฝงอันดามันมเี ทคโนโลยหี รอื นวตั กรรมในการดําเนนิ งานสงู กวาโรงแรมและเกสตเ ฮา สท ีต่ งั้ อยูใ นโซนอ่ืนๆเปนท่ีนาสังเกตวา โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีตั้งอยูในพ้ืนท่ีภาคใตฝงอาวไทยตอนลาง (สงขลา) และชายทะเลตะวันออก (พัทยา) เปนกลุมโรงแรมและเกสตเฮาสท่ีมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานต่ําสุด ผลลัพธในสวนนี้สอดคลองกับงานศึกษาของอัครพงศ อั้นทอง (2556) และแสดงใหเห็นวา ทําเลที่ตั้งยังคงเปนหน่ึงในเงื่อนไขและปจจัยแวดลอมที่กําหนดการดําเนินงานและการบริหารจัดการโรงแรมและเกสตเฮาส ปจจัยดังกลาวมีสวนทําใหโรงแรมและเกสตเฮาสมีประสิทธิภาพและมีการใชเทคโนโลยหี รอื นวัตกรรมในการดําเนินงานและบริหารจดั การท่ีแตกตา งกัน 2) เกสตเฮาสเปนกลุมธุรกิจท่ีพักท่ีมีประสิทธิภาพการดําเนินงานสูงกวากลุมอื่นๆ อยางไรก็ตามโรงแรมประเภทบูทีคหรือเครือภายในประเทศเปนกลุมโรงแรมท่ีมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานสูงสุด (เปรียบเทียบกันภายในชุดตัวอยางที่ใชในการศึกษา) และเปนท่ีนาสังเกตวาโรงแรมที่มีการลงทุนจากตางประเทศเปนกลุมโรงแรมที่มีประสิทธิภาพการดําเนินงานต่ํา และมีชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานสูงกวากลุมโรงแรมประเภทอ่ืนๆ ผลการทดสอบดังกลาวสะทอนใหเห็นวาความเปนเครือขายและมาตรฐานสากลภายใตเงื่อนไขการบริหารจัดการท่ีคลายคลึงกันทั่วโลก ไมไดชวยทําใหโ รงแรมในกลุมน้ีมีประสิทธิภาพหรือเทคโนโลยีในการดําเนินงานสูงกวาโรงแรมประเภทอ่ืนๆ ขณะที่ความมีเอกลักษณเฉพาะ และการบริหารจัดการท่ียืดหยุนตามสภาพเง่ือนไขของพื้นท่ีหรือขอจํากัดตางๆยอมสรางโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมท่ีสอดคลองกับขอ จาํ กดั หรอื การเปล่ยี นแปลงท่เี กิดขึน้ ได 3) โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีมีขนาดเล็ก (พิจารณาจากจํานวนหองพักท้ังในเกณฑของสํานักงานสถิติแหงชาติ หรือท่ีใชโดยท่ัวไป) เปนกลุมที่มีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดาํ เนนิ งานสงู สดุ ขณะเดยี วกนั รูปแบบการจดั ตัง้ ตามกฎหมายซ่งึ เปน เง่อื นไขหน่งึ ท่ีสะทอนใหเ ห็นถงึ ขนาดของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาส ก็ใหผลลัพธท่ีสอดคลองไปในทิศทางเดียวกัน โดยโรงแรมและเกสตเฮาสท่ีมีการจดทะเบียนแบบสวนบุคคล หางหุนสามัญที่ไมเปนนิติบุคคล (สวนใหญเปนโรงแรมขนาดเล็กท่ีมีจาํ นวนหองและรายรับไมส ูง) มปี ระสทิ ธิภาพและเทคโนโลยหี รอื นวตั กรรมในการดาํ เนนิ งานสูงกวา โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีจดทะเบียนในรูปแบบอื่นๆ ผลลัพธทั้งสองสวนสอดคลองกับงานศึกษาของอัครพงศ อ้ันทอง และม่ิงสรรพ ขาวสอาด (2552) ท่ีใหขอสังเกตไววา โรงแรมขนาดเล็กมีความยืดหยุนและมีความคลองตัวในการบริการจัดการ สามารถลดหรือควบคุมตนทุนการผลิตไดดีกวาโรงแรมขนาดใหญ รวมท้ังการควบคุมแรงงานและการใชหองพักในการแสวงหารายไดท่ีดีกวา จึงทําใหมีประสิทธิภาพในการจัดการสงู กวา โรงแรมขนาดใหญ ผลการทดสอบขางตนสะทอ นใหเ ห็นวา ขนาดของโรงแรมและเกสตเ ฮาสไมว าจะ 43
รายงานฉบับสมบูรณพิจารณาทางดานจํานวนหองพักหรือรูปแบบการจัดต้ังตามกฎหมายเปนหนึ่งในปจจัยและเง่ือนไขท่ีมีผลตอการดาํ เนินงานและการบรหิ ารจดั การ รวมท้ังเทคโนโลยีหรือนวตั กรรมที่ใชในดาํ เนินงานและบรหิ ารจัดการ 4) โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีมีระดับราคาหองพักต่ํากวา 400 บาท/คืน เปนกลุมที่มีประสิทธิภาพในการดําเนินงานสูงสุด (สอดคลองกับการศึกษาของอัครพงศ อั้นทอง และม่ิงสรรพ ขาวสอาด, 2552)ขณะท่ีโรงแรมและเกสตเฮาสท่ีมีระดับราคาหองพักสูงกวา 1,000 บาท/คืน เปนกลุมที่มีชองวางทางเทคโนโลยีนอยที่สุดหรือมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานดีที่สุด ซ่ึงอาจเปนไปไดวา โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีมีราคาหองพักตํ่ามักจะเนนการบริหารจัดการและการดําเนินงานท่ีมีประสิทธิภาพภายใตเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ไมสูงมากนัก หรือขาดการยกระดับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการบริหารจัดการ (อัครพงศ อ้ันทอง และม่ิงสรรพ ขาวสอาด, 2552) ดังน้ันการแบงกลุมโรงแรมและเกสตเฮาสตามระดับราคาจงึ เปน หนึ่งในเงอ่ื นไขสาํ คัญท่ใี ชใ นการพิจารณาความแตกตา งในการดําเนนิ งานและการบริหารจัดการ รวมทั้งเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานและการบริหารจัดการดวย โดยโรงแรมและเกสตเฮาสที่มีระดับราคาหองพักสูงยอมมีการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดําเนินงานและการบรหิ ารจดั การที่ดีกวาโรงแรมและเกสตเฮา สทม่ี รี ะดบั ราคาหองพักทีต่ ่ํากวา 5) โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีมีหองประชุมสัมมนามีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานและบริหารจัดการท่ีสูงและแตกตางกับโรงแรมและเกสตเฮาสที่ไมมีหองประชุมสัมมนาขณะที่โรงแรมและเกสตเฮาสทมี่ ีธุรกิจอืน่ ๆ ภายในโรงแรมและเกสตเ ฮา ส อยางเชน ภัตตาคาร/หองอาหารสถานบันเทิง สปา นวดแผนไทย กลับเปนกลุมโรงแรมและเกสตเฮาสท่ีมีประสิทธิภาพ ในการดําเนินงานต่ํากวา อยางไรกต็ ามโรงแรมและเกสตเฮา สกลมุ นี้กลบั มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม ในการดําเนินงานดีกวากลมุ ทีไ่ มมีธุรกจิ เหลา นี้ ดังนั้นอาจกลา วไดวา การมีหองประชุมสัมมนาและการมีธุรกิจอื่นๆ ในโรงแรมและเกสตเฮาสเปนหนึ่งในปจจัยหรือเงื่อนไขที่ทําใหโรงแรมและเกสตเฮาส มีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนนิ งานหรอื การบรหิ ารจัดการท่ีแตกตา งกนั จากผลการทดสอบและวิเคราะหขางตน แสดงใหเห็นวา การที่โรงแรมและเกสตเฮาสมีประสิทธิภาพในการดําเนินงานและการจัดการ รวมท้ังเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานและการบริหารจัดการท่ีแตกตางกัน มีปจจัยท่ีเกี่ยวของหลายปจจัย อยางเชน สภาพแวดลอม ทําเลที่ตั้ง ประเภทของธุรกิจ ขนาดของโรงแรมและเกสตเฮาส รูปแบบการจัดต้ังตามกฎหมาย ระดับของโรงแรมและเกสตเฮาสตามราคาหองพัก การมีหองประชุม หรือธุรกิจอื่นๆ ภายในโรงแรมและเกสตเฮาส ดังน้ันการประเมินการจัดมาตรฐาน รวมทั้งการวางนโยบายตางๆ เพ่ือยกระดับคุณภาพการใหบริการและความสามารถในการแขง ขันของโรงแรมและเกสตเฮา ส ควรใหความสําคญั กับเง่ือนไขและปจจัยดังกลาว โดยเฉพาะในเร่ืองของเทคโนโลยหี รอื นวัตกรรมในการดําเนินงานหรอื การบริหารจดั การของโรงแรมและเกสตเฮาส เน่ืองจากการใชเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเขามาบริหารจัดการภายโรงแรมและเกสตเฮาสมีความสําคัญมากขึ้นเร่ือยๆ ในยุคของการแขงขันการใหบริการ (ที่ไมใชการแขงขันดวยราคาเพียงอยางเดียว) เชนการใหบ ริการอินเตอรเ น็ตความเร็วสงู การใหบริการอนิ เตอรเน็ตไรสายภายในโรงแรมและเกสตเ ฮาสในทุกๆ ที่รวมท้ังภายในหองพัก การจัดการขอ มลู ลูกคาและ back office การบริการขอมูลอิเล็กทรอนิคสภายในหอง 44
ประสทิ ธิภาพการดําเนนิ งาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมการส่ังอาหารโดยวิธีอิเล็กทรอนิคส การคํานวณแคลอรี่และโภชนาการ ระบบการรักษาความปลอดภัยเชน การด ประตูอเิ ล็กทรอนิคส การใชกลองวงจรปด เปนตนตารางที่ 3.4 ประสทิ ธิภาพและอตั ราสว นชอ งวา งทางเทคโนโลยีในการดําเนนิ งาน รายการ จาํ นวน คาประสิทธิภาพ อัตราสว นชอ งวาง ตัวอยา ง การดําเนินงาน ทางเทคโนโลยี1. ความแตกตา งในเรอื่ งทําเลท่ีตง้ั หรือสภาพแวดลอม (โซน) (แหง ) คา เฉลี่ย SD คาเฉลย่ี SD - มหานคร (เมืองหลวง) 921 - ชายทะเลตะวนั ออก F-statistic = 5.744 F-statistic = 128.310 - ศูนยกลางภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื 129 (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) - ศนู ยก ลางภาคเหนือบน 223 - ชายทะเลภาคกลางตอนลาง 79 0.7550 0.0768 0.8921 0.0564 - ภาคใตฝ ง อันดามัน 102 0.7469 0.0531 0.8490 0.0291 - ภาคใตฝงอา วไทยตอนบน 74 0.7704 0.0773 0.9127 0.0418 - ภาคใตฝงอา วไทยตอนลา ง 137 0.7777 0.0861 0.9234 0.05242. การแบงกลุมของ อัครพงศ อน้ั ทอง และคณะ (2554) 134 0.7804 0.0865 0.9192 0.0519 43 0.7770 0.0732 0.9638 0.0462 - มีการลงทุนจากตา งประเทศ 921 0.7835 0.0727 0.9136 0.0356 - บทู คี หรือเครอื ภายในประเทศ 0.7438 0.0555 0.7933 0.0529 - โรงแรมเพ่ือการคา/พาณิชย/ ประชุม 54 F-statistic = 24.462 F-statistic = 647.277 - เกสตเ ฮาส 544 (P-value = 0.000) (P-value = 0.000)3. ความสาํ คญั ของตลาดผูเขา พักชาวตางชาติ 291 32 0.7554 0.0773 0.8396 0.0379 - มสี ัดสวนผเู ขาพักชาวตา งชาติมากกวา รอยละ 50 921 0.7569 0.0664 0.9939 0.0257 - มสี ดั สว นผูเ ขา พักชาวตา งชาตติ ํ่ากวา รอ ยละ 50 0.7739 0.0727 0.9460 0.01884. ขนาดขอโรงแรมแรมและเกสตเฮาสต ามจํานวนหอ งพกั 551 0.8620 0.0986 0.9529 0.0637 (แบง ตามสํานักงานสถติ ิแหงชาติ) 370 F-statistic = 1.291 F-statistic = 0.018 - มีจาํ นวนหองพักนอยกวา 60 หอ ง 921 (P-value = 0.256) (P-value = 0.892) - มีจาํ นวนหองพกั ระหวาง 60-146 หอ ง - มีจํานวนหองพกั มากกวา 150 หอ ง 370 0.7636 0.0656 0.9734 0.03095. ขนาดของโรงแรมและเกสตเฮา สตามจํานวนหอ งพัก 383 0.7692 0.0829 0.9737 0.0222 (ท่นี ิยมใชท ว่ั ไป) 168 F-statistic = 233.665 F-statistic = 3,418.713 - โรงแรมขนาดเลก็ (มหี อ งพักนอยกวา 30 หอ ง) 921 (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) - โรงแรมขนาดกลาง (มหี องพกั นอยกวา 30-100 หอง) - โรงแรมขนาดใหญ (มีหอ งพกั มากกวา 100 หอ ง) 120 0.8160 0.0723 1.0000 0.00046. พิจารณาตามรปู แบบการจัดตงั้ ตามกฎหมาย 523 0.7411 0.0472 0.8629 0.0388 278 0.7117 0.0532 0.7876 0.0406 - สว นบคุ คล หางหนุ สว นสามัญทไ่ี มเ ปน นิตบิ คุ คล 917 F-statistic = 316.641 F-statistic = 2,687.370 - หา งหุนสว นสามัญนิติบุคคล หา งหุน สวนจํากดั (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) - บรษิ ัทจํากัด บรษิ ัทจาํ กดั (มหาชน) 227 118 0.8698 0.0690 0.9998 0.0012 572 0.7687 0.0569 0.9339 0.0233 0.7156 0.0483 0.8125 0.0371 F-statistic = 60.253 F-statistic = 58.013 (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) 0.8076 0.0770 0.9859 0.0223 0.7680 0.0723 0.9479 0.1087 0.7485 0.0643 0.9493 0.0243 45
รายงานฉบับสมบูรณตารางท่ี 3.3 (ตอ) รายการ จาํ นวน คาประสิทธภิ าพ อตั ราสวนชอ งวาง ตัวอยาง การดําเนนิ งาน ทางเทคโนโลยี 7. ระดับราคาหอ งพักเฉลี่ย (แหง ) คาเฉลี่ย SD คาเฉลย่ี SD - ราคาหอ งพักตาํ่ กวา 400 บาท/คนื 921 - ราคาหองพักระหวา ง 400-700 บาท/ คืน F-statistic = 15.690 F-statistic = 202.762 - ราคาหอ งพักระหวา ง 700-1,000 บาท/หอง/คืน 92 (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) - ราคาหองพกั สูงกวา 1,000 บาท/หอง/คืน 153 8. การมีหอ งประชมุ 141 0.8061 0.0874 0.9343 0.0593 535 0.7787 0.0798 0.9483 0.0213 - มีหอ งประชมุ สมั มนา 921 0.7673 0.0675 0.9132 0.0341 - ไมมหี องประชมุ สัมมนา 0.7548 0.0666 0.9797 0.0256 9. การมธี ุรกจิ ภัตตาคาร/หองอาหาร 565 F-statistic = 116.401 F-statistic = 40.361 356 (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) - ไมมี 921 - มแี ละดาํ เนนิ การเอง 0.7852 0.0744 0.9784 0.0729 - มีและดําเนนิ การโดยผูอืน่ 228 0.7350 0.0589 0.9411 0.1053 10. การมธี ุรกจิ สถานบนั เทิง 647 F-statistic = 33.899 F-statistic = 693.772 46 (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) - ไมมี 921 - มแี ละดําเนนิ การเอง 0.7991 0.0780 0.9746 0.0258 - มแี ละดําเนนิ การโดยผอู ืน่ 714 0.7554 0.0681 0.9652 0.0261 11. การมธี ุรกจิ สปา 180 0.7478 0.0650 0.8187 0.0370 27 F-statistic = 12.556 F-statistic = 2,041.399 - ไมม ี 921 (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) - มแี ละดําเนนิ การเอง - มแี ละดําเนินการโดยผูอ ่นื 705 0.7722 0.0734 0.9992 0.0092 12. การมธี รุ กิจนวดแผนไทย 159 0.7433 0.0633 0.8919 0.0431 57 0.7468 0.0907 0.8184 0.0703 - ไมมี 386 F-statistic = 15.180 F-statistic = 2,064.404 - มแี ละดาํ เนนิ การเอง (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) - มแี ละดาํ เนินการโดยผูอ ื่น 92หมายเหต:ุ SD คอื คาสว นเบยี่ งเบนมาตรฐาน 153 0.7729 0.0747 0.9975 0.0064ท่มี า: จากการคาํ นวณ 141 0.7457 0.0650 0.9262 0.0397 0.7341 0.0535 0.8415 0.0447 F-statistic = 16.658 F-statistic = 1,499.581 (P-value = 0.000) (P-value = 0.000) 0.7745 0.0738 0.9948 0.0122 0.7442 0.0658 0.8782 0.0471 0.7444 0.0681 0.9189 0.0414 ตารางท่ี 3.5 และ 3.6 เปนผลการวิเคราะหองคประกอบความดอยประสิทธิภาพของการดําเนินงานภายในกลุมเดียวกัน และระหวางกลุม (เทียบกับ meta-frontier) พบวา จํานวนหองพักและแรงงานเปนปจจัยการผลิตสวนเกิน (slacks) สําคัญ ท่ีกอใหเกิดความดอยประสิทธิภาพในการดําเนินงานของโรงแรมและเกสตเฮาสที่เปนชุดตัวอยางมากท่ีสุด เพื่อความเขาใจขอมูลในตารางทั้งสอง ในที่น้ีขอยกตัวอยางโรงแรมและเกสตเฮาสที่ตั้งอยูภาคใตฝงอันดามันที่มีเทคโนโลยีและบริหารจัดการดีที่สุด 46
ประสทิ ธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมซ่ึงมีความดอยประสิทธิภาพประมาณรอยละ 19.13 หากโรงแรมและเกสตเฮาสท่ีอยูในกลุมน้ีมีการใชหองพักในการสรางรายไดใหมากข้ึน และเพ่ิมผลิตภาพแรงงานจนคา slacks ของปจจัยทั้งสองเทากับ 0จะทําใหคาประสิทธิภาพการดําเนินงานของโรงแรมและเกสตเฮาสในกลุมน้ีเพ่ิมข้ึนรอยละ 13.53 และถาหากโรงแรมในกลุมนี้เรียนรูและพัฒนาปรับปรุงตนเองจนชองวางทางเทคโนโลยี (TGR) เทากับศูนยและเพ่ิมประสิทธิภาพการใชหองพักในการสรางรายไดใหมากข้ึน รวมทั้งเพิ่มผลิตภาพแรงงานจนคา slacks ของปจจัยทั้งสองเทากับ 0 จะทําใหคาประสิทธิภาพการดําเนินงานของโรงแรมในกลุมนี้เมื่อเทียบกับระดับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ดีท่ีสุดของโรงแรมและเกสตเฮาสท่ีเปนชุดตัวอยางทั้งหมด(meta-frontier) เพิ่มข้นึ รอยละ 15.76 จากการวิเคราะหท้ังสองสวนจะเห็นไดอยางชัดเจนวา การเพ่ิมประสิทธิภาพการใชหองพักในการแสวงหารายได (เพ่ิมอัตราการเขาพัก) และการเพิ่มผลิตภาพแรงงานจะชวยใหโรงแรมและเกสตเฮาสมีประสิทธิภาพในการดําเนินงานเพ่ิมขึ้นมากกวาการลดคาใชจายในการดําเนินงาน (หรือตน ทุน) หรอื เพ่มิ ประสิทธิภาพในการใชสินทรพั ยในการหารายไดตารางที่ 3.5 องคป ระกอบของความดอยประสทิ ธิภาพภายในกลุมเดยี วกนั รายการ ความดอย จาํ นวน จาํ นวน คา ใชจ ายใน สนิ ทรัพย ประสทิ ธภิ าพ หองพกั แรงงาน การดาํ เนินงาน รวม1. ความแตกตางในเร่อื งทําเลที่ตัง้ หรือสภาพแวดลอม (โซน) 5.05 5.96 0.38 3.83 4.07 7.24 0.30 0.38- มหานคร (เมืองหลวง) 15.23 5.91 6.96 1.67 0.93 4.99 6.31 2.21 2.14- ชายทะเลตะวันออก (ชลบุรี พทั ยา) 11.99 6.01 4.97 1.44 2.56 5.58 7.95 1.23 4.37- ศูนยกลางภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 15.47 2.94 7.16 0.78 3.27 3.50 1.48 0.40 0.77- ศนู ยก ลางภาคเหนือบน 15.64 5.22 3.51 0.13 1.18- ชายทะเลภาคกลางตอนลาง 14.99 8.76 8.01 1.91 5.05 4.47 7.37 0.65 5.78- ภาคใตฝง อันดามนั 19.13 4.44 3.22 0.01 1.86- ภาคใตฝ ง อา วไทยตอนบน 14.15 7.40 7.89 0.84 5.32 7.61 7.45 1.96 4.05- ภาคใตฝงอาวไทยตอนลา ง 6.15 6.43 6.09 0.72 5.172. การแบง กลุม ของ อัครพงศ อั้นทอง และคณะ (2554) 0.97 8.01 1.56 3.44 1.30 6.17 0.27 1.87- มีการลงทุนจากตา งประเทศ 10.04- บทู ีคหรอื เครอื ภายในประเทศ 23.73- โรงแรมเพือ่ การคา /พาณิชย/ประชุม 18.26- เกสตเฮาส 9.533. ความสําคญั ของตลาดผูเขาพกั ชาวตางชาติ- มีสดั สว นผเู ขาพักชาวตางชาติมากกวารอ ยละ 50 21.44- มสี ัดสว นผเู ขา พกั ชาวตางชาติตา่ํ กวา รอยละ 50 21.064. ขนาดขอโรงแรมแรมและเกสตเฮาสต ามจํานวนหอ งพกั(แบงตามสํานกั งานสถติ ิแหงชาติ)- มจี าํ นวนหองพักนอยกวา 60 หอ ง 18.40- มีจาํ นวนหอ งพกั ระหวาง 60-146 หอ ง 13.99- มจี ํานวนหองพกั มากกวา 150 หอง 9.62 47
รายงานฉบับสมบรู ณตารางท่ี 3.5 (ตอ ) ความดอ ย จาํ นวน จาํ นวน คา ใชจ า ยใน สินทรพั ย ประสทิ ธิภาพ หองพัก แรงงาน การดาํ เนนิ งาน รวม รายการ 13.00 3.65 4.57 0.36 4.42 5. ขนาดของโรงแรมและเกสตเฮาสตามจํานวนหองพัก (ท่ีนิยมใชท ่ัวไป) 17.66 2.86 7.18 1.62 5.99 - โรงแรมขนาดเลก็ (มหี อ งพกั นอยกวา 30 หอง) - โรงแรมขนาดกลาง (มีหองพักนอ ยกวา 30-100 หอ ง) 11.83 1.61 7.49 1.73 0.99 - โรงแรมขนาดใหญ (มหี องพักมากกวา 100 หอ ง) 17.99 7.74 5.35 0.55 4.35 6. พจิ ารณาตามรปู แบบการจดั ต้งั ตามกฎหมาย - สว นบคุ คล หา งหนุ สวนสามัญทไ่ี มเปนนิตบิ คุ คล 18.66 3.35 7.34 1.90 6.07 - หา งหนุ สว นสามัญนติ บิ คุ คล หางหนุ สวนจาํ กัด - บริษัทจาํ กัด บริษัทจาํ กดั (มหาชน) 21.14 6.37 8.85 2.32 3.60 7. ระดับราคาหอ งพักเฉลี่ย 13.65 6.07 5.48 0.09 2.01 - ราคาหองพกั ต่าํ กวา 400 บาท/คนื - ราคาหองพักระหวา ง 400-700 บาท/ คืน 17.96 4.17 6.96 0.73 6.10 - ราคาหองพักระหวา ง 700-1,000 บาท/หอง/คนื - ราคาหองพกั สูงกวา 1,000 บาท/หอ ง/คืน 15.88 5.66 5.68 1.94 2.59 8. การมีหอ งประชมุ 22.87 8.22 7.79 1.87 4.99 - มีหอ งประชุมสมั มนา - ไมมหี องประชุมสัมมนา 21.31 7.72 7.54 0.96 5.10 9. การมธี ุรกิจภตั ตาคาร/หอ งอาหาร 19.52 6.59 7.03 0.77 5.13 - ไมม ี - มแี ละดาํ เนินการเอง 17.99 7.71 5.60 0.43 4.25 - มีและดําเนินการโดยผูอ น่ื 21.71 7.40 8.08 2.76 3.47 10. การมธี รุ กจิ สถานบันเทิง - ไมม ี 8.60 2.24 3.53 0.70 2.13 - มแี ละดําเนินการเอง - มแี ละดาํ เนนิ การโดยผอู ื่น 22.70 8.75 7.38 1.38 5.18 11. การมีธรุ กิจสปา 16.47 4.84 8.11 1.41 2.11 - ไมม ี - มแี ละดําเนินการเอง 8.63 3.03 3.86 0.05 1.70 - มแี ละดําเนินการโดยผูอน่ื 22.50 9.10 7.12 1.10 5.18 12. การมีธรุ กจิ นวดแผนไทย - ไมมี 19.31 4.78 8.66 1.17 4.70 - มแี ละดําเนินการเอง - มแี ละดาํ เนนิ การโดยผูอนื่ 12.57 4.92 4.37 1.53 1.75ที่มา: จากการคํานวณ 22.12 8.66 6.86 1.35 5.24 15.14 7.59 5.16 0.24 2.16 18.75 5.57 7.92 2.64 2.62 48
ประสิทธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมตารางที่ 3.6 องคป ระกอบของความดอยประสิทธภิ าพระหวางกลุม (meta-frontier) รายการ ความดอย จํานวน จํานวน คาใชจา ยใน สนิ ทรพั ย ประสิทธิภาพ หอ งพัก แรงงาน การดําเนนิ งาน รวม1. ความแตกตา งในเรอ่ื งทาํ เลที่ต้ังหรือสภาพแวดลอ ม (โซน) 9.77 8.18 1.89 4.65 10.11 8.10 1.94 5.17- มหานคร (เมืองหลวง) 24.50 8.78 7.43 1.48 5.28 8.62 7.43 1.17 5.01- ชายทะเลตะวนั ออก (ชลบรุ ี พัทยา) 25.31 8.07 7.28 1.34 5.27 7.98 7.78 1.41 5.12- ศนู ยกลางภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื 22.96 8.01 7.12 1.27 5.24 10.10 8.19 1.42 5.91- ศูนยกลางภาคเหนอื บน 22.23 9.12 8.22 2.45 4.67- ชายทะเลภาคกลางตอนลาง 21.96 9.08 8.13 1.87 5.23 9.14 7.31 0.94 5.22- ภาคใตฝง อันดามัน 22.30 6.03 3.83 0.50 3.44- ภาคใตฝง อา วไทยตอนบน 21.65 9.00 7.73 1.74 5.17 8.99 7.73 1.30 5.07- ภาคใตฝ ง อาวไทยตอนลา ง 25.63 6.43 6.09 0.71 5.172. การแบงกลุม ของ อคั รพงศ อ้ันทอง และคณะ (2554) 10.30 8.44 1.75 5.40 11.68 9.70 3.01 4.45- มกี ารลงทนุ จากตา งประเทศ 24.46 3.62 4.61 0.36 4.43- บทู ีคหรอื เครอื ภายในประเทศ 24.31 8.89 7.51 1.27 5.46 11.51 9.48 2.63 4.82- โรงแรมเพอื่ การคา /พาณชิ ย/ ประชมุ 22.61 7.53 5.98 0.70 5.02- เกสตเฮาส 13.81 8.92 7.69 1.33 5.25 9.60 8.44 1.96 5.153. ความสําคัญของตลาดผเู ขา พักชาวตางชาติ 8.11 6.01 0.69 4.58- มีสดั สวนผเู ขา พกั ชาวตา งชาตมิ ากกวา รอยละ 50 23.64 9.12 7.04 0.89 5.07 9.07 7.71 1.25 5.24- มีสัดสว นผเู ขา พกั ชาวตางชาตติ ํา่ กวา รอ ยละ 50 23.08 9.10 8.22 1.98 5.224. ขนาดขอโรงแรมแรมและเกสตเฮาสตามจาํ นวนหอ งพกั 8.25 6.96 1.10 5.17 10.19 8.95 2.29 5.07(แบงตามสํานักงานสถติ ิแหงชาติ)- มีจาํ นวนหองพกั นอยกวา 60 หอง 18.40- มจี าํ นวนหองพกั ระหวาง 60-146 หอ ง 25.89- มีจํานวนหองพักมากกวา 150 หอ ง 28.835. ขนาดของโรงแรมและเกสตเ ฮา สตามจาํ นวนหองพกั(ทนี่ ยิ มใชท ั่วไป)- โรงแรมขนาดเล็ก (มหี องพกั นอ ยกวา 30 หอ ง) 13.02- โรงแรมขนาดกลาง (มหี องพักนอยกวา 30-100 หอง) 23.13- โรงแรมขนาดใหญ (มหี อ งพักมากกวา 100 หอง) 28.446. พจิ ารณาตามรปู แบบการจดั ตัง้ ตามกฎหมาย- สวนบุคคล หางหนุ สวนสามัญท่ไี มเปนนติ บิ ุคคล 19.23- หางหนุ สว นสามญั นิติบคุ คล หางหุนสว นจํากดั 23.20- บริษัทจํากดั บรษิ ัทจาํ กัด (มหาชน) 25.157. ระดบั ราคาหอ งพักเฉลีย่- ราคาหอ งพกั ตํา่ กวา 400 บาท/คืน 19.39- ราคาหองพักระหวา ง 400-700 บาท/ คนื 22.13- ราคาหอ งพกั ระหวา ง 700-1,000 บาท/หอ ง/คืน 23.27- ราคาหองพกั สูงกวา 1,000 บาท/หอง/คนื 24.528. การมหี อ งประชุม- มหี อ งประชุมสัมมนา 21.47- ไมมหี อ งประชุมสัมมนา 26.50 49
รายงานฉบบั สมบูรณตารางที่ 3.6 (ตอ) รายการ ความดอย จํานวน จํานวน คา ใชจ ายใน สนิ ทรัพย ประสิทธภิ าพ หองพกั แรงงาน การดําเนินงาน รวม 9. การมีธุรกจิ ภัตตาคาร/หองอาหาร - ไมม ี 20.09 7.98 6.42 0.69 5.00 - มแี ละดาํ เนนิ การเอง - มแี ละดาํ เนินการโดยผอู ื่น 24.46 9.29 8.15 1.88 5.14 10. การมีธรุ กจิ สถานบันเทิง 25.22 9.89 8.30 1.41 5.62 - ไมม ี - มีและดาํ เนนิ การเอง 22.78 8.78 7.41 1.39 5.20 - มแี ละดําเนนิ การโดยผูอ่นื 25.67 9.68 8.86 2.20 4.93 11. การมธี รุ กจิ สปา - ไมมี 25.32 10.15 8.61 1.87 4.69 - มีและดําเนินการเอง - มีและดาํ เนนิ การโดยผูอ่ืน 22.71 8.82 7.41 1.28 5.19 12. การมีธุรกิจนวดแผนไทย 25.43 9.40 8.72 2.59 4.72 - ไมมี - มแี ละดาํ เนินการเอง 26.59 10.03 8.84 2.15 5.57 - มแี ละดาํ เนินการโดยผูอื่น 22.55 8.76 7.29 1.33 5.18ท่มี า: จากการคาํ นวณ 25.58 9.48 8.93 2.38 4.79 25.56 9.80 8.61 1.72 5.433.2.2 การเปล่ียนแปลงผลติ ภาพปจ จัยการผลิต ผลการศึกษาวิเคราะหชอมูลดวยวิธี Malmquist productivity approach ท่ีแสดงในตารางที่ 3.6พบวา เมือ่ เปรยี บเทียบระหวางป พ.ศ. 2550 กบั ป พ.ศ. 2554 ธุรกจิ โรงแรมและเกสตเฮาสในประเทศไทยมีประสิทธิภาพในการดําเนินงานและผลิตภาพปจจัยการผลิตดีขึ้นเล็กนอย แตไมมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในการดําเนินงาน กลาวคือ ธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในประเทศไทยสามารถเพิ่มและรักษาประสิทธิภาพในการดําเนินงาน แตขาดการปรับปรุงเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานใหดีขึ้นดังนั้นผลิตภาพปจจัยการผลิตที่ดีข้ึน เปนผลมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮา ส อยางไรก็ตาม เม่ือพิจารณารายละเอียดในระดับจังหวัด พบวา โรงแรมและเกสตเฮาสที่ต้ังอยูในจังหวัดทองเที่ยวที่สําคัญในแตละภูมิภาค อยางเชน กรุงเทพฯ ชลบุรี (พัทยา) เพชรบุรี (ชะอํา)ประจวบคีรีขันธ (หัวหิน) นครราชสีมา อุบลราชธานี เชียงใหม กระบี่ สุราษฎรธานี (เกาะสมุย) มีการปรบั ปรงุ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมในการดําเนินงาน รวมกับการเพ่ิมประสิทธิภาพในการดําเนินงาน แสดงวา ธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสที่ตั้งอยูในจังหวัดที่เปนแหลงทองเท่ียวบางแหงมีการลงทุนปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีในการดําเนินงานใหดีข้ึน ซ่ึงเปนหนึ่งในแนวทางสําหรับเสริมสรางความสามารถในการแขงขนั ของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮา ส (อัครพงศ อน้ั ทอง และมงิ่ สรรพ ขาวสอาด, 2552) จากผลลัพธดังกลาวแสดงใหเห็นวา ธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสสวนใหญในประเทศไทย ยังคงรักษาและเพ่ิมประสิทธิภาพในการดําเนินงานใหดีขึ้น แตยังขาดการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในการดําเนินงานเพ่ือเสริมสรางความสามารถในการแขงขันแทนการปรับปรุงประสิทธิภาพในการ 50
ประสิทธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมดําเนินงานเพียงอยางเดียว การปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงานเพียงอยางเดียวไมเพียงพอตอการเสริมสรางความสามารถในการแขงขัน และทําใหโรงแรมและเกสตเฮาสมีผลิตภาพปจจัยการผลิตเพ่ิมข้ึนโดยเฉพาะกลุมโรงแรมและเกสตเฮาสที่ตั้งอยูในจังหวัดท่ีเปนแหลงทองเที่ยวที่สําคัญของประเทศไทย ซ่ึงมีการแขงขันกันสูง ดังน้ันโรงแรมและเกสตเฮาสในกลุมน้ีจึงจําเปนตองมีการปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีในการดําเนินงานและบริหารจัดการใหดีขึ้น เพื่อใหตนเองมีความสามารถในการแขงขันเพิ่มขึ้นและเพิ่มผลิตภาพปจจัยการผลิต ท้ังนี้การปรับปรุงหรือเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีในการดําเนินงานหรือการบริหารจัดการของโรงแรมและเกสตเฮาส อาจตองมีการวิจัยและพัฒนา (research and development: R&D)รวมทั้งคนหานวัตนกรรม (innovation) ใหมๆ มาใชในการบริหารจัดการภายในโรงแรมและเกสตเฮาส(อคั รพงศ อั้นทอง และมิ่งสรรพ ขาวสอาด, 2552)ตารางที่ 3.7 ประสิทธิภาพและการเปลี่ยนแปลงผลิตภาพปจจัยการผลิตของธุรกิจโรงแรมและ เกสตเ ฮาสใ นแตล ะจังหวดั ของประเทศไทย ประสิทธิภาพการดาํ เนนิ งาน การเปล่ยี นแปลงทางดา น จังหวัด ป พ.ศ. 2550 ป พ.ศ. 2554 ประสิทธิภาพใน เทคโนโลยใี นการ ผลิตภาพกรงุ เทพมหานคร การดาํ เนินงาน ดาํ เนินงาน ปจ จัยการผลิตสมุทรปราการนนทบรุ ี 1.0000 1.0000 1.0000 1.0021 1.0021ปทมุ ธานี 1.0000 0.9714นครปฐม 0.9647 0.9917 0.8237 0.9964 0.8208สมทุ รสาคร 0.9463 0.9512สมุทรสงคราม 0.9553 0.9635 1.0744 0.9454 1.0157พระนครศรอี ยธุ ยา 0.9397 0.9461อางทอง 0.8884 1.0000 1.0271 0.9906 1.0174ลพบรุ ี 0.8949 0.9815สงิ หบ รุ ี 0.9162 0.9448 1.0456 0.9842 1.0291ชัยนาท 0.8745 0.9628ชลบุรี 0.8886 0.9381 1.0452 0.9831 1.0275ระยอง 0.9671 0.9166จันทบุรี 0.9973 1.0000 1.3092 0.8306 1.0874ตราด 0.9424 0.9837ฉะเชิงเทรา 0.9153 0.9198 1.1413 0.9459 1.0796ปราจีนบุรี 0.9066 0.9612นครนายก 0.9535 0.9469 1.1161 0.9617 1.0733สระแกว 0.9306 1.0000ราชบรุ ี 0.9272 0.9741 1.1638 0.9241 1.0755กาญจนบุรี 0.9285 0.9749สุพรรณบรุ ี 0.9328 0.9434 1.0679 0.9328 0.9962เพชรบรุ ี 0.9673 0.9412ประจวบครี ขี นั ธ 0.9907 0.9733 1.0496 0.9838 1.0326 0.9830 0.9751 0.9813 1.0000 1.0188 1.0004 1.0192 1.0908 0.9961 1.0865 1.0550 0.9780 1.0319 1.1486 0.9456 1.0861 1.0138 0.9769 0.9903 1.1881 0.9837 1.1687 1.0793 0.8983 0.9696 1.0807 0.9796 1.0587 1.0402 0.9844 1.0240 0.9857 0.9863 0.9723 0.9820 0.9969 0.9789 1.0006 1.0087 1.0093 1.0490 1.0079 1.0573 51
รายงานฉบบั สมบรู ณตารางท่ี 3.7 (ตอ) ประสทิ ธภิ าพการดําเนนิ งาน การเปลีย่ นแปลงทางดา น ป พ.ศ. 2550 ป พ.ศ. 2554จังหวัด ประสิทธิภาพใน เทคโนโลยีในการ ผลติ ภาพ การดําเนินงาน ดาํ เนนิ งาน ปจจัยการผลิตนครราชสมี า 0.9529 1.0000 1.0969 1.0031 1.1004บุรรี มั ย 0.9830 0.9479สรุ ินทร 0.9263 0.9467 0.9822 0.9930 0.9752ศรสี ะเกษ 0.9583 0.9366อุบลราชธานี 0.9419 0.9409 1.0568 0.9773 1.0328ยโสธร 0.9204 0.9836ชยั ภมู ิ 0.9383 0.9191 0.9987 0.9698 0.9685อํานาจเจรญิ 0.8408 0.9152หนองบัวลําภู 0.9454 1.0000 1.0243 1.0018 1.0262ขอนแกน 0.9655 0.9993อุดรธานี 0.9483 0.9895 1.1183 0.9695 1.0842เลย 0.9411 0.9446หนองคาย 0.9534 1.0000 1.0209 0.9850 1.0056มหาสารคาม 1.0000 0.9999รอยเอด็ 0.9209 0.9437 1.1073 0.8815 0.9760กาฬสนิ ธุ 0.9265 0.9300สกลนคร 0.9640 0.9328 1.1357 0.9387 1.0661นครพนม 0.9072 0.9260มกุ ดาหาร 0.9174 0.9337 1.0577 1.0066 1.0647เชยี งใหม 0.9802 0.9937ลาํ พนู 1.0000 0.9748 1.0740 1.0014 1.0755ลําปาง 0.9263 0.9360อุตรดติ ถ 0.9080 0.9214 1.0556 0.9313 0.9830แพร 0.9234 0.9366นาน 0.9036 0.9163 1.1483 0.9935 1.1408พะเยา 0.9368 0.9408เชยี งราย 0.9473 0.9753 0.9672 0.9898 0.9573แมฮองสอน 0.9472 0.9616นครสวรรค 0.9413 0.9485 1.0740 0.9799 1.0525อทุ ัยธานี 0.9099 0.9686กาํ แพงเพชร 0.9012 0.9558 1.0386 0.9586 0.9956ตาก 0.9439 0.9417สุโขทัย 0.9380 0.9455 0.9739 0.9873 0.9615พษิ ณุโลก 0.9530 0.9587พจิ ติ ร 0.9190 0.9626 1.0790 0.9695 1.0460เพชรบรู ณ 0.8926 0.9825 1.0578 0.9784 1.0350 1.0413 1.0104 1.0521 0.7599 0.9281 0.7053 1.0373 0.9815 1.0181 1.0606 0.9672 1.0257 1.0453 0.9796 1.0240 1.0624 0.9641 1.0242 1.0874 0.9646 1.0488 1.0705 0.9904 1.0603 1.0331 1.0061 1.0393 1.0249 0.9891 1.0138 1.0903 0.9406 1.0256 1.1594 0.9718 1.1267 0.9972 0.9793 0.9766 1.0414 0.9830 1.0236 1.0155 0.9999 1.0154 1.0830 0.9660 1.0462 1.1655 1.0082 1.1751 52
ประสทิ ธิภาพการดาํ เนนิ งาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมตารางท่ี 3.7 (ตอ ) ประสทิ ธภิ าพการดาํ เนินงาน การเปลย่ี นแปลงทางดา น ป พ.ศ. 2550 ป พ.ศ. 2554 จงั หวัด ประสิทธภิ าพใน เทคโนโลยใี นการ ผลิตภาพ การดําเนนิ งาน ดําเนินงาน ปจ จัยการผลตินครศรธี รรมราช 0.9389 0.9563 1.0911 0.9891 1.0792 0.9871กระบี่ 0.9643 1.0000 1.0464 1.0125 1.0594 1.0000พงั งา 0.9327 1.0000 1.1061 0.9896 1.0946 0.9253ภเู ก็ต 1.0000 0.9284 1.0023 0.9898 0.9921 0.9576สรุ าษฏรธานี 0.9986 0.9651 1.0233 1.0057 1.0291 0.9564ระนอง 0.9282 0.9351 1.0268 0.9730 0.9991 1.0000ชุมพร 0.9503 0.9441 0.9894 0.9996 0.9890 0.9705สงขลา 0.9515 0.9613 1.0389 1.0011 1.0400สตลู 0.9337 1.0541 0.9921 1.0458ตรงั 0.9155 1.0763 0.9878 1.0632พัทลงุ 0.9644 0.9894 0.9883 0.9779ปตตานี 0.9534 1.1102 0.9560 1.0613ยะลา 0.9623 1.0095 0.9797 0.9890นราธิวาส 0.9353 1.0888 0.9922 1.0803ทง้ั ประเทศ 0.9419 1.0545 0.9763 1.0288 ที่มา: จากการคํานวณ3.3 สรุปและขอ เสนอแนะ การประเมินประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของโรงแรมท่ีต้ังอยูในประเทศอาเซียนท่ีสําคัญ 4 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร และไทย โดยประยุกตใชวิธี data envelopment analysis (DEA) ที่เปนแบบจําลอง slacks-based measure (SBM) ท่ีพัฒนาโดยTone (2001) รวมกับการวิเคราะห meta-frontier ที่เสนอโดย Battese and Rao (2002) ในการวิเคราะหใชขอมูลโรงแรมท่ีต้ังอยูในประเทศอินโดนีเซีย 5 แหงมาเลเซียจํานวน 15 แหง สิงคโปร 22 แหง และไทย12 แหง รวมท้ังหมด 54 แหง ซ่ึงไดขอมูลจากฐานขอมูล Hoover และจากการสืบคนขอมูลจาก web siteของโรงแรม ที่เปน ผลการดําเนินงานในป พ.ศ. 2556 พบวา โรงแรมท้ังต้ังอยูในประเทศทั้ง 4 มีความดอยประสิทธิภาพในการดําเนินงาน และมีประสิทธิภาพในการดําเนินงานไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถติ ิ ผลการวิเคราะหแสดงใหเ หน็ วา การเพิ่มผลิตภาพแรงงานจะชว ยใหโรงแรมที่ต้ังอยใู นทง้ั 4 ประเทศมีประสิทธภิ าพเพมิ่ ขึ้นมากกวาการเพ่ิมประสิทธกิ ารใชห อ งพกั ในการแสวงหารายได ท้ังนี้เม่ือวิเคราะหถึงอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของโรงแรมท้ังตั้งอยูในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร และไทย (รวม 49 แหง) พบวา โรงแรมท่ีตั้งอยูในประเทศทั้ง 3 มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานหรือบริหารจัดการแตกตางกัน หรืออาจกลาวไดวา โรงแรมท่ีตั้งอยูในประเทศทั้ง 3 มีประสิทธิภาพในการดําเนินงานไมแตกตางกัน แตมีความแตกตางในเรื่องของเทคโนโลยีและนวตั กรรมในการดําเนนิ งานหรอื การบริหารจดั การ โดยโรงแรมท่ีตั้งอยูในประเทศสิงคโปรมีเทคโนโลยีหรอื นวตั กรรมการดําเนินงานสูงกวา โรงแรมที่ต้งั อยใู นประเทศไทยและมาเลเซยี ตามลําดบั 53
รายงานฉบบั สมบูรณ จากผลการศึกษาขางตน สะทอนใหเห็นวา การดําเนินนโยบายสงเสริมความสามารถแขงขันของโรงแรมในแตละประเทศซ่ึงมีสภาพแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม และทําเลท่ีต้ัง รวมตลาดนักทองเที่ยวที่แตกตางกนั ควรมีการดําเนินนโยบายแตกตางกันตามสภาพแวดลอมของแตละประเทศ ซึ่งถือเปนหนึ่งในตัวแปรสําคัญในการกําหนดนวัตกรรมการดําเนินงานที่แตกตางกัน นอกจากน้ีควรสงเสริมการเพ่ิมผลิตภาพแรงงานใหมากข้ึนกวาการเพิ่มประสิทธิภาพการใชหองพักเพ่ือแสวงหารายไดแตเพียงอยางเดียว ท้ังนี้ควรใชโอกาสจากการเขาเปนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในการประยุกตใชแนวทางการเปรียบเทียบสมรรถนะ (benchmark) ของโรงแรมเปนเครื่องมือในการกระตุนใหเกิดการแลกเปล่ียนและการพัฒนานวัตกรรมรวมกันภายในอาเซียน เพ่ือที่จะทําใหโรงแรมท่ีตั้งอยูในภูมิภาคเดียวกันหรือกลุมเดียวกันมีการดําเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงข้ึน ซึ่งนํามาสูการยกระดับความสามารถในการแขงขันของโรงแรมท้ังภายในภมู ภิ าคหรือภายกลุม เดยี วกนั สาํ หรบั การประเมินประสทิ ธิภาพและอตั ราสวนชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในประเทศไทย ภายใตสภาพแวดลอม ทําเลที่ต้ัง และเงื่อนไขทางธุรกิจที่แตกตางกันในการวิเคราะหไดคัดเลือกขอมูลโรงแรมและเกสตเฮาสท่ีตั้งอยูในโซนท่ีแตกตางกัน 8 โซน จํานวน921 แหง จากโครงการสํารวจการประกอบกิจการโรงแรมและเกสตเฮาส พ.ศ 2555 ของสํานักงานสถิติแหงชาติ ซ่ึงเปนขอมูลการดําเนินงานในรอบป พ.ศ. 2554 พบวา โรงแรมและเกสตเฮาสท่ีมีเง่ือนไขทางสภาพแวดลอมและธุรกิจท่ีแตกตางกันยอมมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานหรือการบริหารงานจัดการที่แตกตางกัน โดยโรงแรมและเกสตเฮาสที่สามารถยืดหยุนหรือปรับตัวไดดีภายในเง่ือนไขทางสภาพแวดลอมและธุรกิจยอมมีประสิทธิภาพในการดําเนินงานและการบริหารจัดการที่ดีกวา ขณะที่กลุมโรงแรมและเกสตเฮาสที่มีระดับราคาหองพักที่สูงและต้ังอยูในโซนชายทะเล โดยสวนใหญม เี ทคโนโลยีและนวตั กรรมในการบรหิ ารจัดการท่ีสูงกวาโรงแรมและเกสตเฮาสกลุมอ่ืนๆ เชน โรงแรมประเภทบูทีค โรงแรมเครือภายในประเทศ โรงแรมที่มีระดับราคาหองพักสูงกวา 1,000 บาท/คืน โรงแรมที่มีหองประชุม เปนตน แตเปนที่นาสังเกตวา โรงแรมและเกสตเฮาสที่มีธุรกิจอื่นๆ ภายในโรงแรมและเกสตเฮาสเปนกลุมที่มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานหรือการบริหารจัดการตํ่ากวากลุมอ่ืนๆ โดยเปรียบเทียบ ท้ังนีจ้ ากการประเมนิ องคประกอบความดอ ยประสิทธภิ าพในการดาํ เนนิ งานของธรุ กจิ โรงแรมและเกสตเฮาสที่เปนชุดตัวอยาง แสดงใหเห็นวา การเพ่ิมประสิทธิภาพการใชหองพักในการแสวงหารายได และการเพ่ิมผลิตภาพแรงงานเปนสองปจจัยสําคัญท่ีชวยใหธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสมีประสิทธภิ าพในการดาํ เนินงานเพ่ิมข้ึนทงั้ ภายในกลมุ เดยี วกัน และระหวางกลุม (meta-frontier) สวนการประเมินการเปลี่ยนแปลงผลิตภาพปจจัยการผลิต (total factor productivity) ของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในประเทศไทยในชวงระหวางป พ.ศ. 2550-2554 โดยการวิเคราะหเปรียบเทียบการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสท่ีเปนขอมูลในระดับจังหวัด และใชวิธี DEA ท่ีเปนแบบจําลอง BCC ประเมินประสิทธิภาพการดําเนินงาน และใช Malmquist productivity approachประเมินการเปลี่ยนแปลงผลิตภาพปจจัยการผลิต ประสิทธิภาพการดําเนินงาน และเทคโนโลยีในการดําเนินงาน โดยใชวิธีท้ังสองวิเคราะหขอมูลของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในภาพรวมระดับจังหวัดจํานวน 75 จังหวัด จากโครงการสํารวจการประกอบกิจการโรงแรมและเกสตเฮาส พ.ศ 2551 และ พ.ศ. 2555 54
ประสทิ ธิภาพการดาํ เนนิ งาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมของสํานักงานสถิติแหงชาติ ซ่ึงเปนขอมูลการดําเนินงานในรอบป พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2554 ตามลําดับพบวา ในชวง 5 ปท่ีศึกษา (พ.ศ. 2550-2554) ธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในประเทศไทยมีผลิตภาพปจ จยั การผลติ เพ่มิ ข้ึน การเพ่ิมข้ึนดังกลาวเปนผลมาจากการท่ีธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสมีประสิทธิภาพในการดําเนินงานเพิ่มข้ึน แตยังขาดการปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานหรือบริหารจัดการ อยางไรก็ตาม โรงแรมและเกสตเฮาสที่ตั้งหรือเปดดําเนินงานในจังหวัดที่เปนแหลงทองเที่ยวท่ีสําคัญของไทย อยางเชน ชลบุรี (พัทยา) เพชรบุรี (ชะอํา) ประจวบคีรีขันธ (หัวหิน)นครราชสีมา อุบลราชธานี เชียงใหม กระบ่ี สุราษฎรธานี (เกาะสมุย) ตางก็มีการปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยใี นการดาํ เนนิ งานและการบริหารจัดการใหดีข้ึน เพ่ือเพิ่มผลิตภาพปจจัยการผลิตและเสริมสรางความสามารถในการแขง ขนั ใหกับตนเอง การปรับปรุงประสิทธิภาพในการดําเนินงานเปนเพียงหน่ึงในปจจัยที่เสริมสรางความสามารถในการแขงขันใหกับธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาส ภายใตยุคของการแขงขันดวยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกดิ ข้นึ ในปจ จบุ นั ทําใหการปรบั ปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในการดําเนินงานเปนอีกหนึ่งปจจัยสําคัญทีช่ วยเสรมิ สรา งและรักษาความสามารถในการแขง ขนั ใหกบั ธรุ กิจโรงแรมและเกสตเ ฮาสข องประเทศไทย การดําเนนิ นโยบายสงเสรมิ ความสามารถในการแขงขันของธุรกิจโรงแรมและเกสตเ ฮา สควรอยูบนพื้นฐานที่แตกตางกันของสภาพแวดลอมและเง่ือนไขการดําเนินงานทางธุรกิจ ซึ่งเปนตัวแปรสําคัญในการกําหนดนวัตกรรมการดําเนินงานท่ีแตกตางกัน โดยภาครัฐหรือหนวยงานที่เกี่ยวของควรสงเสริมใหมีการถายทอดความรู (transferring knowledge) ในการดําเนินงานภายในกลุมธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสระดับเดียวกนั และควรมีการจัดการความรู (knowledge management) รวมกันระหวางกลุมธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาส เพ่ือนําไปสูการปรับปรุง เปล่ียนแปลง และพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานที่เหมาะสมทั้งภายในและระหวางกลุมธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาส ซึ่งจะกอใหเกิดประโยชนสงู สดุ ตอ อตุ สาหกรรม ท้ังยังเปนการเสริมสรางความสามารถในการแขงขันใหกับอุตสาหกรรมโรงแรมและเกสตเ ฮา สใ นประเทศไทยท้งั ในระยะส้นั และระยะยาวอยางเปนระบบ นอกจากน้ีควรสงเสริมการเพ่ิมประสิทธิภาพในการใชหองพักแสวงหารายได รวมท้ังการเพิ่มผลิตภาพแรงงานมากกวาการลดคาใชจายในการดําเนินงานเพียงอยางเดียว โดยการใชแนวทางการเปรียบเทียบสมรรถนะ (benchmark) ของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในระดับเดียวกันกระตุนใหเกิดการแลกเปลี่ยนและการพัฒนานวัตกรรมท่ีจะทําใหธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสมีการดําเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซ่ึงนํามาสูการยกระดับความสามารถในการแขงขันของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสทั้งภายในกลุมและระหวางกลุมท่ีมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการดําเนินงานและการบริหารจัดการท่ีแตกตางกนั 55
บทที่ 4 การจางงานในอุตสาหกรรมโรงแรมไทย โรงแรมเปนอุตสาหกรรมหลักในซัพพลายเชนของการทองเที่ยว บุคลากรในโรงแรมก็นับเปนคนทองถ่ินที่มีโอกาสใกลชิดและใหบริการนักทองเที่ยวมากกวาคนทองถ่ินอื่นๆ ดังนั้นความประทับใจในตัวบุคลากรโรงแรมจะเปนสวนหนึ่งของความประทับใจของการทองเท่ียวโดยรวม ดังนั้นการคัดสรรบุคลากรและการใหแรงจูงใจบุคลากรในอุตสาหกรรมโรงแรมจึงเปนเรื่องที่เก่ียวกับภาพลักษณและผลิตภาพของอุตสาหกรรมโดยตรง บทนี้จึงมีวัตถุประสงคจะหาปจจัยที่กําหนดคาจางแรงงาน เพื่อหาแนวทางที่จะพัฒนาทักษะของแรงงานไทย คําถามที่สําคัญคําถามหนึ่งก็คือการใหการศึกษาเฉพาะทาง เชน สายการโรงแรมและทองเท่ยี วมผี ลตอ คา จางแรงงานหรอื ไม บทนแ้ี บง เน้อื หาออกเปน 3 สวน คอื 1) ปจ จยั ทก่ี ําหนดคา จางในอุตสาหกรรมโรงแรมไทย ซึ่งเปนผลการศึกษาจากการสัมภาษณ 2) ผลการประมาณคาแบบจําลอง wage determination ของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรม และ 3) แนวทางการพัฒนาแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมไทย ดังมีรายละเอียดในแตละสวนดังนี้4.1 ปจจยั ทกี่ ําหนดคาจา งในอตุ สาหกรรมโรงแรมไทย การศึกษาในสวนแรกวิเคราะหจากขอมูลท่ีไดมากจากการสัมภาษณผูบริหารโรงแรมระดับ 3 ดาวถึง 5 ดาว ที่เปนชุดตัวอยาง ซึ่งต้ังอยูในแหลงทองเที่ยวสําคัญ 4 จังหวัดคือ เชียงใหม กรุงเทพฯ ภูเก็ตและพัทยา โดยสัมภาษณเกี่ยวกับประเด็นปจจัยที่กําหนดคาจาง (wage determination) ของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรม ท่ีจะนํามาสูการประเมินการพัฒนาคุณภาพบุคลากรในการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานและการยกระดับแรงงานในอุตสาหกรรม พบวา แตละโรงแรมมีนโยบายการบริหารทรัพยากรมนษุ ย เกณฑก ารจางงาน ท่คี ลา ยคลงึ และแตกตางกัน ดงั นี้ 4.1.1 การคดั สรรบคุ ลากร (Recruitment) ในอุตสาหกรรมโรงแรม สวนใหญจะอาศัยการคัดสรรบุคลากรเขาทํางาน จาก 2 ปจจัยหลักดวยกันคือ ปจจัยดานประสบการณการทํางาน และปจจัยดานการศึกษา โดยใหความสําคัญกับประสบการณการทํางานเปนอันดับแรก สวนปจจัยดานการศึกษาเปนปจจัยรองลงมา ท้ังนี้การทํางานสายงานโรงแรมไมจําเปนตองสําเร็จการศึกษาดานการโรงแรมโดยตรง ซึ่งบางโรงแรมที่สัมภาษณท่ีเปน 57
รายงานฉบบั สมบูรณโรงแรม 5 ดาว ใหความสําคัญอยางมากตอประสบการณการทํางานมาก โดยมองวา หากสําเร็จการศึกษามาเฉพาะดาน หรือแมกระทั่งสําเร็จศึกษาจากตางประเทศ แตไมมีประสบการณในการทํางานมาเลย ก็อาจจะไมไดรับเลือกพิจารณาเขาทํางานเชนกัน และในการพิจารณาประสบการณการทํางานจําเปนตองมีความสอดคลอ งกบั ลกั ษณะงานในตําแหนงทท่ี างโรงแรมตอ งการรบั เขาทํางานดวย ยกตัวอยาง เชน เอ มีประสบการณการทํางานมา 5 ป จากโรงแรม 5 ดาว ซึ่งเปนโรงแรมท่ีมุงประกอบการมีรูปแบบลักษณะเดียวกันกับทางโรงแรม ในขณะท่ี บี มีประสบการณการทํางาน 7 ป ซึ่งมีประสบการณที่มากกวา แตเปนประสบการณจากการทํางานโรงแรม มีลักษณะรูปแบบการบริการท่ีตรงกันขามกับลักษณะงานของทางโรงแรม ทําให เอ อาจจะไดรับการพิจารณามากกวา บี แตในกรณีท่ีทั้ง เอ และ บี มีประสบการณการทํางานเทากัน ปจจัยดานการศึกษาจะถูกหยิบยกข้ึนมาเพ่ือใชในการประกอบการพิจารณา สําหรับบุคลากรที่สําเร็จการศึกษาในดานวิชาการโรงแรม ดานท่ีเกี่ยวของกับงานการโรงแรม เชน การจัดการอกั ษรศาสตร ตลอดจนอาหารและเครอื่ งด่มื หรอื ดานทว่ี ชิ าชีพเฉพาะทีโ่ รงแรมตอ งการ เชน บัญชี การเงินเปนตน ก็จะไดรับเลือกพิจารณามากกวาผูท่ีไมไดสําเร็จการศึกษาเฉพาะดานมาโดยตรง และมีผลตอการตัดสินใจรับเขาทํางานเร็วกวา เนื่องจากทางโรงแรมเห็นวาจะสามารถเขาใจระบบการทํางานดานโรงแรมไดดีกวา ท้ังนี้ยังมีปจจัยอื่นๆ ประกอบการพิจารณาคือ เปนเพศชายตองผานการเกณฑทหาร สามารถปฏิบตั ิงานตามชวงเวลาที่โรงแรมจดั สรรได และมคี ณุ สมบตั เิ หมาะสมกบั ตําแหนง งานทสี่ มัคร เปน ตน กระบวนการในการคัดสรรบุคลากรเพ่ือเลื่อนตําแหนงจะเปนการคัดสรรท้ังจากภายในและภายนอก สวนใหญจะคัดสรรโดยพิจารณาบุคคลภายในกอน หากไมมีผูใดมีคุณสมบัติเหมาะสม จึงดําเนินการสรรหาจากภายนอก ทั้งน้ีเนื่องจากตองการเปดโอกาสใหบุคลากรภายในเติบโตมีโอกาสกาวหนาในงานของตน และยังสามารถลดปญหาในเรื่องการปรับตัวใหเขากับวัฒนธรรมการดําเนินงานของโรงแรม เพราะบคุ ลากรภายในยอ มทราบแนวทางการดาํ เนนิ งานของโรงแรมเปนอยางดี กระบวนการและข้ันตอนในการคัดเลือกบุคลากรสําหรับกระบวนการในการจัดหาบุคลากรเขาทํางานมีกระบวนการที่สําคัญดังน้ี 1) รับสมัครงานจากบุคคลภายในที่สนใจในตําแหนงท่ีวาง 2) ประกาศรับจากบุคคลภายนอก พิจารณาคุณสมบัติของผูสมัครจากใบสมัครวาตรงกับตําแหนงท่ีเปดรับหรือไม3) นัดสัมภาษณและใหผูสมัครทําแบบทดสอบ โดยการสัมภาษณจะกระทําโดยฝายทรัพยากรบุคคลและหัวหนา แผนกฝายงานทีต่ องการรบั เขา และ 4) ประกาศผลการรบั สมัคร สวนชองทางการรับสมัครประกอบดวย 4 ชองทางหลักดวยกันคือ 1) ใหพนักงานภายในองคกรบอกขาวการรับสมัครใหคนรูจักทราบ 2) ประกาศตามบอรดภายในโรงแรม 3) ประกาศผานทางเว็บไซตของโรงแรมฯ และ 4) การลงโฆษณาผานเว็บไซตจัดหางาน ซ่ึงการคัดสรรบุคลากรดังกลาวขางตนเปนการคัดสรรบุคลากรระดับท่ัวไปในการปฏิบัติงาน แตการคัดสรรบุคลากรระดับสูง สวนใหญสวนกลางหรือบริษัทที่เปนสํานักงานใหญจะเปนผูพิจารณาเอง การดํารงตําแหนงของผูบริหารระดับสูงจะหมุนเวียนในเครือประมาณ 4-5 ป การเล่ือนตําแหนงของผูบริหารระดับสูง จะไมมีการเล่ือนไปอยูตําแหนงตํ่ากวาเดิมโดยมากเทียบเทาหรือสูงกวาเทาน้ัน การพิจารณาโอนยายผูบริหาร ก็มีท้ังโอนยายเองในเครือ และรับมาใหม กลาวคือรับท้ังจากภายในองคกรภายในเครือโรงแรมและภายนอกประกอบกันตามความเหมาะสมฝายงานทจ่ี ะเติบโตเปน ผูบรหิ ารระดับสูงในแตละโรงแรมมีลักษณะคละเคลากันเปนสวนใหญ บุคลากรจากทุกแผนกมีโอกาสเติบโตเปนผูบริหาร อยางไรก็ดี การเติบโตเปนผูบริหารจากแผนกการขาย (sale) มี 58
ประสทิ ธิภาพการดาํ เนนิ งาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมโอกาสสูง เนื่องจากผูบริหารระดับสูงเปนเสมือนตัวหลักในการวางเปาหมายการสรางรายไดใหกับองคกรดังนั้น ผูบริหารที่เติบโตมาจากฝายงานขาย (sale) จึงนับวาเปนตัวเลือกท่ีนาสนใจและมีคุณสมบัติเหมาะสมเปนอยางย่ิง หลายโรงแรมเริ่มมองถึงขอดีในเร่ืองดังกลาว เริ่มวางคุณสมบัติของผูบริหารระบบสูงจากสายงานดา นการขาย บุคลากรหลายคนมีแนวคิดในการเลื่อนข้ันตําแหนงงานของตน โดยการโยกยายไปรับตําแหนงที่สูงกวาจากอีกโรงแรม เพ่ือหวังผลถึงความกาวหนาและตําแหนงหนาที่การงานท่ีสูงจากเดิม ถือเปนส่ิงที่ดีและมีโอกาสกาวหนาในหนาท่ีการงานตําแหนงน้ันๆ แตอยางไรก็ตาม ในกรณีที่พนักงานโรงแรมโยกยายจากโรงแรมเดิม ไปรับตําแหนงหนาที่ท่ีสูงกวาโอกาสท่ีจะสามารถกลับมาโรงแรมเดิมอีกครั้งในตําแหนงใหมที่สูงกวามีคอนขางนอย หลายโรงแรมจะไมคอยยอมรับ และจะใหตําแหนงเดิมท่ีเคยทําหากตําแหนงท่ีนั้นยังวางอยู เพราะทางโรงแรมไมตองการใหพนักงานโยกยายเปนตัวอยางใหพนักงานคนอื่นๆปฏบิ ตั ิตาม ทจ่ี ะนาํ มาแกความไมเสถียรภาพของบคุ ลากรในโรงแรมนนั้ ๆ 4.1.2 ลักษณะการจางงาน โดยท่ัวไปอุตสาหกรรมโรงแรมแบงการจางงานออกเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ การจางงานแบบประจํา และการจางงานแบบชั่วคราว การจางงานแบบประจําสวนใหญเปนพนักงานประเภทงานดานเทคนิค เชน การเงิน การบัญชี และพนักงานสวนท่ีจางมาจากบริษัทภายนอก เชน พนักงานรักษาความปลอดภัย สวนการจางงานแบบชั่วคราวหรือแบบสัญญาจาง สามารถแบงยอยออกเปน 2 ประเภท คือสัญญาจางรายเดือน รายป การจางงานลักษณะน้ีสวนใหญ จะเปนสายงานทั่วไป ทั้งในสวนของพนักงานเสิรฟ แมบาน ซักรีด อาหารและเครื่องดื่ม และผูบริหารระดับสูง โดยตําแหนงผูบริหารระดับสูงจะมีการหมุนเวียนกันในเครือทุก 4-5 ป ซึ่งผูบริหารระดับสูงบางคนจะไมตอสัญญาเลยก็ได ทั้งน้ีอาจจะออกไปประกอบธุรกจิ สว นตัว หรอื ตอ งการความกา วหนา ไดง านในตําแหนงที่สูงกวาจากโรงแรมอื่น เปนตน สวนการจางแบบรายวัน ซึ่งการจางงานในลักษณะน้ีทางโรงแรมมีการเครือขายระหวางนักศึกษาที่เคยมาฝกงาน ชวงฤดูการรบั สมคั รจะรบั สมัครในชว งของ high season เทา นั้น 4.1.3 การจางพนักงานตา งชาติ สว นใหญพ นักงานตางชาติท่ีวาจาง จะเปนพนักงานจากประเทศแถบยุโรป โดยแผนกที่มีการจางงานตางชาติมากท่ีสุดคือแผนกอาหารและเครื่องดื่ม เพราะงานดานอุตสาหกรรมโรงแรมสวนใหญรองรับนักทองเท่ียวจากประเทศตะวันตก การปรุงอาหารจึงจําเปนตองเปนไปในลักษณะท่ีมีความเปนสากล พอครัวใหญ (เชฟ) ของหองอาหารตาง ๆ ลวนแลวแตเปนตางชาติท้ังสิ้น เพราะพอครัวคนไทยจะมีขอจํากัดดานการปรุงอาหารยุโรป นอกจากนี้พนักงานตางชาติประเทศยังจะถูกจางงานในตําแหนงผูบริหารระดับสูง อยางไรก็ดีปจจุบันหลายโรงแรมเริ่มมีการจางงานผูบริหารระดับสูงจากประเทศแถบเอเชียบางแลว ไดแก บุคลากรจากประเทศสิงคโปร ฟลิปปนส และมาเลเซีย เพราะสามารถใชทักษะดานภาษาอังกฤษไดคอนขางดี และมีบุคลิกภาพท่ีโดดเดน กลาเจรจาตอรอง นอกจากน้ียังมีความชํานาญและเกงดานคณิตศาสตรการทําบัญชี ซึ่งถือวาเปนคุณสมบัติท่ีเหมาะสมกับตําแหนงหนาที่อยางย่ิง สวนประเด็นการจางงานแรงงานประเทศเพื่อนบาน ปจจุบันโรงแรมในเครือและโรงแรม 3 ดาว ถึง 5 ดาว ยัง 59
รายงานฉบบั สมบูรณไมนโยบายรับงานแรงงานประเภทดังกลาว อยางไรก็ดีในอนาคตอาจจะมีการปรับเปล่ียน หากมีกฎหมายรองรับ เนื่องดวยในป พ.ศ. 2558 ประเทศไทยจะเขาสูประชาคมอาเซียน มีการเปดเสรีในการโยกยายแรงงานบางประเภทขามประเทศ และแรงงานประเทศเพ่ือนบานก็มีจุดแข็งในดานความอดทนในการทาํ งาน ผนวกกับความสามารถและทกั ษะการใชภ าษาองั กฤษทคี่ อนขางจะดีกวา แรงงานประเทศไทย 4.1.4 คาจางแรงงานและคา ตอบแทนอ่นื ๆ จากท่ีรัฐไดอนุมัติหลักการใหปรับอัตราคาจางข้ันตํ่า คาจางสําหรับลูกจางรายเดือน สงผลใหดานอุตสาหกรรมโรงแรมทุกแหงปรับคาจางพ้ืนฐานใหกับพนักงานขั้นต่ําวันละ 300 บาท ทั้งนี้แตละโรงแรมก็จะมีเกณฑในการกําหนดอัตราคาจางแรงงานในแตละระดับแตกตางกันไปตามการวางแผนนโยบายของแตละโรงแรม และมีเกณฑการเล่ือนระดับพนักงานเขามาทํางานในองคกรท่ีแตกตางกันไปตามอายุงานและความสามารถความเชี่ยวชาญของงานนั้นๆ หลายโรงแรมมีการแบงระดับความสามารถในการทํางานโดยแบง ออกเปน สูงสดุ ถึง 6 ระดับ เชน สําหรับอตั ราคาจางพนักงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมข้ันฐานเร่ิมตนท่ีเดือนละ 9,000 บาท สวนในระดับผูบริหารทุกโรงแรมจะมีการกําหนดอัตราการจางงานเปนอีกระดับโดยอัตราคาจางเร่ิมตนอยูที่ 11,000-25,000 บาท ตามลําดับ ฉะนั้นรายไดจะมากหรือนอยจึงขึ้นอยูกับประสิทธิภาพการทํางานในระดับขั้นที่สามารถปฏิบัติงานไดของแตละบุคคล ตามแผนนโยบายโรงแรมนัน้ ๆ นอกจากน้ีทกุ โรงแรมจะมีการปรบั อัตราคา จา งขึน้ ใหกบั พนกั งานทกุ ส้ินป สวนรายไดเพ่ิมเติมที่บุคลากรงานโรงแรมจะไดรับที่นอกเหนือจากคาแรงพ้ืนฐาน ประกอบดวยรายไดจากความสามารถดานภาษาท่ี 3 เริ่มตนอยทู ่ีภาษาละ 300 บาท ในขณะทบ่ี างโรงแรมที่เปนโรงแรมขนาดใหญ 5 ดาว จะเพิ่มใหสูงกวามากเชน อยูท่ีประมาณ 5,000 บาท ภาษาที่ 3 ที่กําลังเปนที่ตองการประกอบดว ย ภาษาจีน ภาษาเยอรมนั ภาษาญี่ปนุ ภาษาฝร่ังเศส โดยจีนเปนภาษาที่สําคัญมากเปนลําดับแรก สําหรับความสามารถดา นภาษาท่ี 3 จะมที ดสอบการใชเ บ้ืองตน ผา นการสัมภาษณท้ังจากหัวหนางานหรือบางแหงมีเจาของภาษาทําการทดสอบโดยตรง ในขณะที่บางแหงใหปฏิบัติจริงส่ือสารกับลูกคาที่เขามารับบริการหากลูกคาเขาใจ สามารถสื่อสารกันไดก็จะไดรับเงินสวนนี้ ท้ังนี้ตอนสมัครหากยังไมมีความสามารถดา นภาษาที่ 3 แตข ณะปฏิบัติงานไดมกี ารพฒั นาความสามารถของตนเอง สามารถแจงทางโรงแรมใหเพิ่มคาภาษาท่ี 3 ไดเชนกัน และนอกจากนี้บุคลากรงานโรงแรมยังมีรายไดเพิ่มเติมอีกจากเงินคา service charge เชน บางโรงแรมการันตี service charge อยูที่ 5,000 บาท เงินสวนนี้แตละโรงแรมจะเพิ่ม 10% ไปในบิลเม่ือใหบริการกับลูกคา ทําใหโรงแรมท่ีมีขนาดใหญและมีผูใชบริการมาก มีรายไดจากเงินสวนน้ีมากกวาโรงแรมขนาดเล็ก การให service charge จะมอบใหพนักงานเทียบเทากันทุกคนตั้งแตระดับลางถึงระดับสูงสุด แตบางแหงมีขอจํากัดโรงแรมจะให service charge เฉพาะพนักงานที่เปนพนักงานประจําเทาน้ัน พนักงานโรงแรมขนาดใหญอาจมีรายไดจาก service charge อยูท่ีเดือนละประมาณ2,000-10,000 บาท ขณะท่ีโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลจะไดรับเงินสวนนี้สูงถึงเดือนละประมาณ 23,000-30,000 บาท สวนคาทิปท่ีลูกคาใหพิเศษแตละโรงแรมจะมีลักษณะการบริหารจัดการท่ีแตกตางกันไปขึ้นอยูกับสวนงาน ฝาย แผนก เชนบางแหงใครไดรับทิปก็ใหเก็บเปนรายไดเพ่ิมตัวสวนตัวเปนรายบุคคลบางแหงมีกลองสําหรับใสทิปรวม กลาวคือใครไดทิปมาก็จะนําเงินท่ีไดมารวมกันและแบงกัน อาจจะเปนรายวัน รายกะ เปนตน และยังมีคาโอที ซ่ึงโดยสวนใหญแทบทุกโรงแรม จะใหโอทีพนักงานเปนวันหยุด 60
ประสิทธิภาพการดาํ เนนิ งาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมเชน วันคริสตมาส ปใหม ลอยกระทง แทนการจายเปนจํานวนเงิน แตก็มีบางโรงแรมจายคาโอทีเปนรายชวั่ โมง ชั่วโมงละ 35 บาท 4.1.5 สวัสดิการโรงแรม โรงแรมมีดาวจะมีเครอ่ื งแบบสาํ หรบั พนกั งาน บริการซักรีดใหเรียบรอย มีอาหารใหรับประทาน 2-3 มือ้ มีบางแหงมีหองอาหารแยกใหพนักงาน ท้ังหมดน้ีคือสวัสดิการเบ้ืองตนทั่วไปที่เพ่ิมจากรายไดใหกับพนักงานบคุ ลากรโรงแรม อยางไรก็ตาม จากการศึกษาพบประเด็นท่ีนาสนใจคือ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล เปนโรงแรมท่ีมีการใหสวัสดิการท่ีดีแกพนักงานซ่ึงแตกตางจากโรงแรมท่ัวไป คือนอกจากพนักงานจะไดรับสวัสดิการพื้นฐานเหมือนท่ีอื่นแลวยังมีสวัสดิการอ่ืนๆ เชน เรื่องของการรักษาพยาบาล ใหพนักงานประจําสามารถเลือกเขารับบริการในโรงพยาบาลเอกชน 2 แหง จากรายชื่อโรงพยาบาลเอกชน 23 แหง ที่ทางโรงแรมไดคัดสรรติดตอทําสัญญาเพื่อใหบริการแกบุคลากรของทางโรงแรม โดยการรักษาพยาบาลครอบคลุมถึงคูสมรสและบุตร มีคาประกันสังคม ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนสํารองเล้ียงชีพ ชวยเหลือชีวิตและครอบครัว และยังมีเงินชวยเหลือคลอดบุตรสําหรับบุคลากรโรงแรม สูงสุดจํากัดท่ี 3 คน ในอัตราคนละ2,500 บาท หากเปนพนักงานชายก็จะไดรับเงินจุนเจือภรรยา 2,500 บาท แตยังไมมีระเบียบหรือกฎของทางโรงแรมทใี่ หพนกั งานชายลาเพื่อไปชวยภรรยาเลี้ยงบุตรได (ซ่ึงในโรงแรมเชนในตางประเทศมีแลว) มีการชวยเหลืองานศพ สําหรับสามีหรือภรรยา 10,000 บาท บิดามารดาและบุตร 8,000 บาท การเงินชวยเหลืออื่นๆ อีกมากมาย และโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลยังมี incentive ในเร่ืองอายุงาน อาทิบุคลากรทานใด ปฏบิ ัติงาน 5 ปขึน้ ไป อาจมีเงินชวยเหลือให 2,000 บาทตอป โดย incentive ของโรงแรมเร่ืองอายุงานแบงออกเปนอีก 4 ระดับคือ consistently strong, competent, significant และ action required3 ระดับแรก incentive จะไดรับเทากัน ขนาดของ incentive แลวแตผลประกอบการของโรงแรมอีกที และการปน ผลประกอบการปลายปมีเงินโบนัสให สําหรับบุคลากรท่ีสถิติการทํางานดี ไมลาขาด ลากิจ ลาปวยอกี ดวย 4.1.6 การเพ่มิ ทักษะแรงงาน ท้ังน้ีเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ยกระดับแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรม วิธีการที่ถูกนาํ มาใชพ ฒั นาประสิทธิภาพ แบงออกเปน 4 แบบหรือลกั ษณะ ดังน้ีคือ หนึ่ง การเปดหลักสูตรสําหรับการโรงแรมโดยโรงแรม กอนเขาทํางาน บางโรงแรมยังมีโรงเรียนวิชาการท่ีเปดสอนเฉพาะดานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานสายงานโรงแรมโดยตรง เชน โรงเรียนวิชาการโรงแรมแหงโรงแรมโอเรียนเต็ล OHAP ซึ่งเปดมาแลวประมาณ 24 ป เปดขึ้นเนื่องจากการขยายตัวอยางตอเนื่องของอุตสาหกรรมการทองเท่ียวในประเทศไทย การเปดรับสมัครรับจํานวนไมมาก โดยหลักสูตรที่เปดสอน ประกอบดวย สาขาพนักงานตอนรับสวนหนา สาขาการปฏิบัติการฝายแมบานและพนักงานตนหอง สาขาการปรุงอาหารนานาชาติสาขาการครัวไทย สาขาการทําขนมและขนมปง สาขาการปฏิบัติการหองอาหารและการผสมเครื่องด่ืมและสาขาบริหารการครัวไทย ทั้งน้ีเพื่อพัฒนาฝมือแรงงานใหมีคุณภาพรองรับงานดานอุตสาหกรรมโรงแรม นอกจากโรงแรมแมนดารนิ โอเรยี นเตล็ แลว ยังมีการเปดสอนของเครอื ดุสติ รเี จนท เปนตน 61
รายงานฉบบั สมบูรณ สอง หลงั เขา รับทาํ งานแลวจะมีการฝก อบรมมที ้ังจากภายในและภายนอกองคก ร องคกรภายนอกท่ีเขามามีบทบาทบาทเกี่ยวของกับการพัฒนาคุณภาพแรงงานประกอบดวย สวนงานราชการ กรมพัฒนาฝมือแรงงาน และมหาวิทยาลัย โดยแตละโรงแรมจะมีหลักสูตรเฉพาะท่ีมีการกําหนดวา พนักงานในระดับใด สายงานใด ตองเขาฝกอบรมในหลักสูตรไหน ตองเก็บจํานวนชั่วโมงเทาใด การเขารับการฝกอบรมยังสามารถเปนตัวช้วี ัดประกอบการเล่ือนระดับตําแหนงงานสําหรับเพิ่มอัตราคา จา งไดอีกดวย สาม สําหรับการฝก อบรมของโรงแรมในเครือสว นใหญจ ะใชหลักสูตรรวมกันระหวางโรงแรม การฝกอบรม มีทั้งอบรมลักษณะการฟงบรรยาย และอบรมเชิงปฏิบัติการ การฝกอบรม สวนใหญจะจัดข้ึนทุกเดือน ทั้งน้ีเน่ืองจากทุกโรงแรมมีพนักงานใหมเขามาตลอด ในการฝกอบรมสวนใหญจะเร่ิมตนดวยการปฐมนิเทศพนักงาน เก่ียวกับขอมูลองคกร ประวัติ วิสัยทัศน พันธกิจ เปาหมายการทํางาน ท้ังนี้เพ่ือสรางความตระหนกั ในหนา ท่แี ละสิ่งที่พนักงานตองปฏบิ ัติ และใหรสู กึ ภูมใิ จในองคกร นอกจากน้กี ารฝกอบรมยังมีวัตถุประสงคเ พอื่ สานสัมพนั ธข องบคุ ลากรภายในองคกร สําหรับบุคลากรโรงแรมทีเ่ ขา มามหี นาท่ใี นสวนงานน้ีโดยตรงคือฝายบริหารงานบุคคล และหัวหนาแผนกฝายงานนั้นๆท่ีรับพนักงานเขามารวมงานใหมจากนั้นก็จะเปนการฝกอบรมภาควิชาการความรูเฉพาะสายงาน ซึ่งอาจจะเปนภาคทฤษฎี หรือภาคการปฏิบัติการ อาทิเชน โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล มีหลักสูตรเฉพาะช่ือวาหลักสูตร “Move In” เปนการอบรมท่ีมาจากภายในองคกร R&D เปนหลัก และก็จะมีหัวหนาแผนกพูดคุย และฝายบุคลากร (HR) ก็จะมาอธิบายกฎระเบียบ ซึ่งจะเปนหัวขอที่เกี่ยวกับหลายๆดาน ท้ังการบริการ สุขวิทยาสวนบุคคล เนื่องจากมีความสําคัญกบั บุคลากรทที่ ํางานสายงานโรงแรม โดยเฉพาะอยา งย่ิงพนักงานแผนกอาหารและเครื่องดื่มมีความจําเปนตองดูแลรักษาความสะอาดสุขลักษณะสวนบุคคล ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยขณะปฏิบัติงาน คือเมื่อเกิดอุบัติเหตุตางๆข้ึน ขณะการปฏิบัติงานจะมีวิธีการแกไขอยางไรในกรณีเหตุการณตางๆ ทเี่ กดิ ขึน้ เปน ตน ส่ี มาตรฐานเฉพาะ นอกจากน้ีบางโรงแรม เชน แมนดารินโอเรียนเต็ลยังมีมาตรฐานเฉพาะท่ีเรยี กวา LQE = Legendary Quality Experience ซ่ึงหมายถึงมาตรฐานของโรงแรม มีท้ังหมด 11 ขอ เปนหัวใจสําคัญของการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงแรม ดังจะยกตัวอยางตอไปนี้ ในการรับแขกพนักงานตองทักทาย ย้มิ แยม แจมใส มีการสบสายตา และเม่ือแขกถามทางไปหอ งนาํ้ งดเวนจากการชนี้ ิว้ บอก ทั้งนี้ตองไปสง แขกถึงท่ี หรือตองรับโทรศพั ทภายในเสียงเรียกท่ี 4 เปนตน การอบรม หนาท่ีหลักของเทรนเนอรคือข้ันแรกชี้แจงรายละเอียดของกฎท้ัง 11 ขอใหผูเขารับการอบรมรับทราบ และสองหาเทคนิคที่จะทําใหพนักงานทราบและเขาใจโดยไมใชวิธีการทอง ซึ่งเปนความคาดหวังของทางโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลท่ีLQE จะเปนสัญลักษณการบริการ ท่ีลูกคาของทางโรงแรมจะไดรับการเอาใจใสปฏิบัติตอ ไมวาจะไปใชบริการโรงแรมแมนดารินสาขาไหนก็ตาม ทั้ง 30 กวาสาขาทั่วโลก นอกจากน้ีแตละแผนกก็จะมีมาตรฐานการใชเวลาของแผนกยอย เชน แผนก front office ในการ check in จะตองนํากระเปาเขาหองแขกภายใน 4 นาที เปนตน ท้ังน้ีในการปฏิบัติงาน มีฝายตรวจสอบและติดตามประเมินผล ทั้งไปตรวจสอบเองและมีแบบสอบถามเพื่อวัดการปฏิบัติจริง นอกจากน้ียังมีฝายตรวจสอบจากทางสํานักงานใหญเขามาตรวจดวยเชนกัน จึงเปนเหตุผลใหทางโรงแรมตองมีการฝกอบรมพนักงานอยูตลอดเวลา เพื่อกอเกิดประสิทธิภาพสงู สดุ ตามพนั ธกิจ และจดุ มุงหมายของโรงแรมในการใหบริการลกู คา 62
ประสทิ ธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรม สวนการพัฒนาคุณภาพฝมือแรงงานแบบที่ 3 คือ การศึกษา เชน การสงไปศึกษาตอ ท้ังนี้ขึ้นอยูกับความตองการของบุคลากรดวยวาเต็มใจ และตองการพัฒนาตนเองหรือไม เนื่องจากบุคลากรบางคนก็ชอบท่ีจะทํางานตําแหนงเดิม การสงไปศึกษาตอกอใหเกิดการเลื่อนขั้นงาน สงผลใหหนาท่ีความรบั ผิดชอบเพม่ิ ข้นึ มาดวย ซึ่งบคุ ลากรบางทานไมต อ งการเชนนั้น การพัฒนาบุคลากรแบบที่ 4 คือ การพัฒนา ประกอบดวย การสอนงาน การหมุนเวียนงานเปนรูปแบบการพัฒนาท่ีผูบริหารตองการใหมีในองคการเพ่ิมมากขึ้นแตรูปแบบดังกลาวมีการกําหนดอยางชัดเจน เชน มีการทําเปนเอกสาร คูมือ โดยมักจะมีรูปแบบเปนพฤติกรรมหรือวิธีการปฏิบัติมากกวาเปนรูปแบบทีเ่ ขยี นไวอ ยา งชดั เจน ตารางที่ 4.1 สรุปจุดแข็งและจุดออนของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมไทยจาการสัมภาษณและการเขา รว มประชุมกบั ผปู ระกอบการ จากการสัมภาษณน้ีสรุปไดวา 1) ภาครัฐควรใหความสําคัญกับการพัฒนาทักษะของแรงงานใหตรงกับความตองการเพ่ือทดแทนประสบการณของแรงงานที่เพ่ิงจบการศึกษา สนับสนุนงบประมาณกลุมโรงแรมใหบริหารจัดการการฝกอบรมเอง 2) ควรกระตุนให นักศึกษาวิชาการจัดการโรงแรมไดมีโอกาสฝกงานจริงในโรงแรม (โดย) เฉพาะโรงแรมในเครือใหไดมากที่สุด เพ่ือเปนการเรียนรูงานจริงและสรางทัศนคติที่ดีสําหรับงานบริการโรงแรมซึ่งมีความสําคัญมากกวาการจบจากตางประเทศหรือการจบจากหลักสูตรการโรงแรมโดยเฉพาะ และ 3) รัฐควรสงเสริมและสนับสนุนการฝกอบรมท่ีตองการความเช่ียวชาญเฉพาะ เชน การจัดอบรมทักษะการดบั เพลิง การชว ยเหลือผูประสบภยัตารางท่ี 4.1 สรปุ จดุ แข็งและจดุ ออ นของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมไทย สมรรถนะ จดุ แขง็ (Strengths) จุดออ น (Weaknesses)(Competency)ภาพรวม บคุ ลกิ ของคนไทยมอี ัธยาศัยที่ดี มีจติ ใจบรกิ าร บุคคลากรไทยยังขาดความเปนสากลและความ เหมาะกับงานในโรงแรม มโี รงแรมจํานวนมาก เปน มอื อาชพี อาศยั ประสบการณท ํางานเปน หลัก และหลากหลายประเภทเปน ภาคสวนที่ อาชีพในโรงแรมยังไมไดรับการยอมรับเทากับงาน สามารถรองรับการพัฒนาบุคลากรไดดี ในสายอืน่ ๆ เชน การเงนิ1) ความรู แรงงานมีความรูเ ก่ยี วกับพื้นที่ของตนเองสูง ขาดแคลนแรงงาน (ป พ.ศ.2554 มีความตองการ(Knowledge) เนอ่ื งจากสวนใหญมกั จะทํางานในพื้นท่ี แรงงานโรงแรม ภัตตาคาร และรานอาหารกวา โดยเฉพาะในภาคเหนอื สว นในภาคใตมักจะ 2,696,524 ตําแหนงโดยเฉพาะท่ีมีความรูเฉพาะ เปน แรงงานจากภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ดานของตําแหนงงาน, มากกวาภาคบริการอ่ืนๆ เชน โลจิสติกส (~1 ลานคน) ทองเท่ียว (~6 หมื่น คน) แตใ นพืน้ ท่ีที่การทอ งเท่ียวเติบโตอยางรวดเร็ว น้ัน มีแรงงานโรงแรมขาดแคลนในหลายตําแหนง โดยเฉพาะระดับปฏิบัติการสวนหนา ชาง หรือ พนักงานบัญชี โดยในพ้ืนที่ภาคใตในป พ.ศ. 2554 พบวา มีตาํ แหนงงานวา งกวา 5,000 ตาํ แหนง องคความรูของแรงงานสวนใหญอาศัยการเรียนรู 63
รายงานฉบบั สมบูรณ สมรรถนะ จุดแขง็ (Strengths) จุดออ น (Weaknesses)(Competency) ระหวางทํางาน (On the job training) ซ่ึงขาด ความเปน มาตรฐาน2) ทกั ษะ แรงงานโรงแรมไทยท่ีมีประสบการณจะมีทักษะ ขาดแคลนแรงงานทีม่ ีทกั ษะเฉพาะตาํ แหนง(Skills) เฉพาะทางสูง แรงงานสวนใหญมที ักษะทางดานภาษาในระดับต่ํา ทงั้ ภาษาอังกฤษและภาษาหลักอื่น ๆ เชนภาษาจีน ภาษารัสเซีย เมื่อเทียบกับประเทศสมาชิก ASEAN ในกลุม ASEAN5 ท่ีมีความสามารรถทาง ภาษาเหนือกวาไทยมากโดยเฉพาะ ฟลิปปนส ท่ี สอน 4 ภาษารวมทั้งมาเลเซีย และสิงคโปร ที่มี ทักษะทางการจดั การทีด่ ีไมนอ ยกวาไทย หลกั สูตรการศึกษาในระดบั อาชวี ะ หรอื อุดมศึกษา ยังไมสะทอนความตองการของผูประกอบการท่ี มุงเนนใหบัณฑิตมีประสบการณ และ มีความ ตองการแรงงานในระดับปฏิบัติการมากกวา ทวา สถาบันการศึกษากลับผลิตดานการบริหารซ่ึงมี ตําแหนงงานนอยกวา รวมทั้งยังขาดการเสริมสราง ประสบการณจ ริงใหแกนกั ศกึ ษา ขาดความรวมมือระหวางผูประกอบการ ภาครัฐ และ สถาบันการศึกษา3) บคุ ลิกภาพ ภาพลักษณการบรกิ ารทีเ่ ปนมติ ร (Hospitality) แรงงานรุนใหม โดยเฉพาะ Gen Y ขาดทัศนคติและทัศนคติ(Attitudes) ของแรงงานไทย ของงานบรกิ าร มีความอดทนตา่ํ เปลีย่ นงานบอย4.2 ผลการประมาณคาแบบจําลอง wage determination ของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรม ขอมูลท่ีไดรับกลับมาจากการสํารวจ มีจํานวนทั้งสิ้น 1,200 ตัวอยาง เปนขอมูลที่สามารถใชไดเทากับ 921 ตัวอยาง คิดเปนอัตรา response rate ที่รอยละ 76.75 ซึ่งถือวาอยูในระดับท่ีใกลเคียงกับงานวจิ ัยลักษณะเดียวกันในท่ีมี อัตราเฉล่ียในยุโรป ของสหภาพยุโรปที่รอยละ 78.5 และอยูระหวาง อัตราขั้นตํ่ารอยละ 60 อัตราที่ยอมรับไดรอยละ 70 โดยการกระจายของตัวอยาง (ตามสัดสวนประชากร) ใน 4เมืองทองเท่ียวท่ีทําการสํารวจน้ัน ไดแก กรุงเทพฯ จํานวน 377 ตัวอยาง (รอยละ40.93) เชียงใหมจํานวน 190 ตัวอยาง (รอยละ21.63) ภูเก็ต จํานวน 159 ตัวอยาง (รอยละ17.26) พัทยา จํานวน 194ตัวอยาง (รอยละ21.06) การวิเคราะหลักษณะท่ัวไปของขอมูลดวยสถิติเชิงพรรณนาเพื่อใหเห็นภาพรวมของขอมูล โดยสถิติที่ใชไดแก คาเฉลี่ย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน คาสูงสุด คาต่ําสุด ความเบ และ ความโดงของขอมูล รวมท้ังการสรางภาพแทนลักษณะการกระจายของขอมูล โดยขอมูลมีรูปแบบตามสถิติเชิงพรรณนาดงั ตารางท่ี 4.2 64
ประสิทธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมตารางที่ 4.2 สถติ เิ ชงิ พรรณนาของกลมุ ตวั อยา ง จาํ นวน คา เฉลี่ย สว นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน คาตํ่าสดุ คา สูงสุด ความเบ ความโดง (number) (mean) (standard deviation) (Min) (Max) (Skew) (Kurtosis)คาจาง (บาท/เดอื น) 1200 20593.03 10487.42 1700 87000 2.9 10.54 6.49 6.62 0 36 1.95 3.71ประสบการณ (ป) 1200 0.56 0.5 0 1 -0.23 -1.95 10.37 2.76 6 16 0.11 -0.41เพศ (หญิง) 1200การศกึ ษา (ป) 1200ทีม่ า: จากการสํารวจ จากการทบทวนวรรณกรรมพบวาคาจางแรงงานนั้นจะมีความแตกตางตามปจจัยตาง ๆ ในสวนน้ีไดทําการแบงกลุมตัวอยางและเปรียบเทียบพบวา คาจางเฉล่ียของแรงงานแยกตามเมืองท้ัง 4พบวา ภูเก็ตมีคาเฉลี่ยมากท่ีสุด (26,434.59 บาท/เดือน) รองลงมาคือ พัทยา (21,879.69บาท/เดือน)กรุงเทพ (20,187.36 บาท/เดือน) และ เชยี งใหม (15,366.33 บาท/เดอื น)ตารางท่ี 4.3 คาจา งแรงงานแยกตามเมืองทีต่ งั้ และแผนก ปจจยั คา จาง (บาท/เดือน) 20628.26 เฉล่ยี รวม เมือง 26,434.59 21,879.69 ภูเก็ต 20,187.36 พัทยา 15,366.33 กรงุ เทพ เชียงใหม 30,334.73 16,205.63 แผนก 19,318.40 20,442.27 บรหิ าร 18,217.56 ชา ง 16,002.48 อาหารและเครอื่ งดมื่ (ไมร วมครวั ) 24,300.59 การเงิน 24,234.48 การจดั การสว นหนา 28,436.36 แมบา น 17,395.44 ทรัพยากรมนษุ ย 24,880.00 ครัว จัดซ้ือ ดูแลผูเขา พัก ฝา ยขายทม่ี า: จากการสํารวจ เมื่อเปรียบเทียบคาจางของแตละแผนกแยกตามระดับของตําแหนงงานจะเห็นไดชัดเจนวาประเภทและระดับของตําแหนงงานมีผลตอคาจางอยางมากดังตารางท่ี 4.4 คาจางเฉล่ียท่ีสูงที่สุดในระดับ 65
รายงานฉบบั สมบูรณปฏิบัติการคือฝายขาย การเงิน และครัว ในระดับปฏิบัติรายไดสูงสุดอยูที่ฝายจัดซ้ือ ครัว และชาง ระดับบรหิ ารรายไดส งู สุดอยทู ีฝ่ ายบรหิ ารตารางท่ี 4.4 คาจา งตามแผนก และ ระดบั ของตําแหนง งาน แผนก ระดับปฏบิ ัติการ ระดบั จัดการ ระดบั ผูบ ริหารบริหาร 17,791 28,529 60,808ชาง 15,606 30,000 NAอาหารและเครื่องดมื่ (ไมร วมครัว) 16,265 29,470การเงนิ 18,658 26,381 55,134การจัดการสวนหนา 16,607 26,148 55,000แมบา น 14,562 27,025บคุ ลากร 15,601 26,369 NAครัว 18,080 35,059 20,000จัดซ้ือ 17,800 41,200 54,550ดูแลผูเขา พกั 15,582 27,914 55,279ฝายขาย 19,695 29,081 16,733 29,089 NA รวม NA 40,387ทม่ี า: จากการสํารวจ 53,527 เมื่อพิจารณาวาการจบปริญญาดานการทองเที่ยวหรือโรงแรมมีผลตอคาจางหรือไมก็พบวาผูไมมีปรญิ ญาเฉพาะดา นโรงแรมและทอ งเทย่ี วมีรายไดสูงกวาดวยซาํ้ ดังตารางที่ 4.5ตารางที่ 4.5 เปรียบเทียบคาจางของแตละแผนกเทียบระหวางการมีปริญญาดานการทองเท่ียว หรือโรงแรม แผนก ไมมี มีบริหาร 31,215 17,133ชาง 16,323 13,500อาหารและเครอื่ งดมื่ (ไมรวมครวั ) 19,440 17,457การเงนิ 19,822 31,200การจัดการสวนหนา 18,342 16,600แมบาน 16,023 15,778บุคลากร 26,230 16,857ครวั 24,717 17,967จดั ซ้อื 28,436ดูแลผเู ขา พัก 17,429 -ฝา ยขาย 25,239 16,667 20,814 22,244 รวม 18,262ที่มา: จากการสํารวจ 66
ประสิทธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรม จากการทบทวนวรรณกรรมพบวาแบบจําลองท่ีใชในการกําหนดคาจางท่ีเปนท่ีนิยมมากคือแบบจําลองของ Mincer ซ่ึงเปนแบบจําลองท่ีมีตัวแปรหลักในการพยากรณคือ ประสบการณ (จํานวนป)ในการทํางาน และ การศึกษา (จํานวนป) ในสถาบันการศึกษา ในแบบจําลอง ตัวแปรตาม คือ คาจาง(wage) หมายถึง รายไดเดือนที่เปนตัวเงินท้ังหมด เนื่องจากเปนเปนตัวแปรท่ีไดรับอิทธิพลโดยตรงจากประสบการณและระดับการศึกษาจากการพัฒนาแบบจําลองของ Mincer และไดรับการยืนยันจากการสัมภาษณเชิงลึกในงานวิจัยน้ี และ อยูในรูป natural logarithmโดยกําหนดใหตัวแปรควบคุม (controlvariable) คือ เพศ (ชาย หรือ หญิง) โดยกําหนดใหเปนตัวแปรหุน (dummy variable) และ ตัวแปรตน(independent variables) คือ ประสบการณ (experience) และ การศกึ ษา (schooling) ในการประมวลผลแบบจําลอง Multiple Regression จะใชวิธีการประมวลแบบเพิ่มตัวแปรไปทีละตัวโดยเริ่มจาก ตัวแปรจากแบบจําลองของ Mincer(1974) ประสบการณ ซึ่งแบงออกเปน 2 ประเภทคือผลเชิงเสนตรง (Linear effect) และผลเชิงทวี (Curvilinear effect) ของประสบการณตามแบบจําลองของMincer และ การศึกษา ในแตละข้ันน้ันจะมีการทดสอบนัยสําคัญของแบบจําลองที่เพิ่มตัวแปรดวยการทดสอบ ANOVA (R> anova(model1, model2) ระหวางแบบจําลองโดยการประมวลผลน้ันไดใชโปรแกรม R version 3.1.1 (R Core Team, 2014) และ Rstudio version 0.98.1074 (Rstudio, 2014)ไดผ ลการวเิ คราะห (R> summary(model)) มกี ารแบงประเภทของตัวแปรดังน้ี ผลการศึกษาในแบบจําลองยืนยันวาเพศ การมีปริญญาโรงแรม การจบจากตางประเทศ ไมใชตัวแปรที่มีผลตอรายได ตัวแปรท่ีสําคัญไดแก การศึกษา จังหวัดที่ต้ังของโรงแรม ประสบการณในตา งประเทศตารางที่ 4.6 ตวั แปรท่ใี ชวเิ คราะหในแบบจําลอง ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุม ตัวแปรตน (Control variables) (Independent variables)1 ประกอบดวย เพศ การศกึ ษา (ป) ประสบการณ (ป) คาจางรวม (บาทตอ เดอื น) การอบรม คา จางประกอบดวยเงนิ เดอื น และ คา ตอบแทน2 ทง้ั หมดทเ่ี ปน จํานวนเงิน หรอื สามารถตคี าเปน ประเภทโรงแรม จํานวนเงินได ประกอบดว ย •เงนิ เดอื น – แปรผนั - Service charge (เฉลย่ี ตลอด 12 เดอื นทีผ่ านมา)3 - คาลว งเวลา เมอื ง - สวัสดกิ ารตา ง ๆ เชน ประกันสุขภาพ ประกันชวี ติ - Tip 67
รายงานฉบบั สมบูรณตารางท่ี 4.7 ผลการประมาณคาแบบจําลอง Wage determination ตัวแปร คา สมั ประสิทธ์ิ SE t-value P-valueคาคงที่ 9.130 0.028 330.963 0.000ประสบการณ 0.007 0.003 2.265 0.024ประสบการณ* ประสบการณ 0.000 0.000 2.883 0.004การศึกษา 0.035 0.003 13.247 0.000เพศหญิง 0.014 0.013 1.047 0.295ผบู รหิ ารระดับกลาง 0.097 0.027 3.645 0.000ผูบ รหิ ารระดับสงู 0.171 0.051 3.379 0.001เพศหญิง*ผบู ริหารระดบั กลาง 0.030 0.030 0.993 0.321เพศหญงิ *ผูบ รหิ ารระดับสงู 0.139 0.054 2.597 0.010พทั ยา 0.161 0.018 9.024 0.000กรงุ เทพฯ 0.152 0.016 9.777 0.000ภเู กต็ 0.185 0.020 9.441 0.000แผนกแมบา น -0.076 0.021 -3.571 0.000แผนกดแู ลแขก -0.039 0.022 -1.782 0.075การมปี รญิ ญาดานโรงแรม 0.021 0.022 0.935 0.350จํานวนการรบั การอบรม 0.019 0.0002 11.092 0.000มปี ระสบการณต างประเทศ 0.244 0.031 7.770 0.000จบจากตางประเทศ 0.024 0.024 1.010 0.313Adjusted R2 0.8184.3 สรปุ การศึกษาปจจัยท่ีกําหนดคาจางแรงงานในอุตสาหกรรมการทองเท่ียวไทยเปนการวิเคราะหบนพ้ืนฐานของ แบบจําลองกําหนดคาจางของ Mincer (1974) ท่ีระบุวาคาจางแรงงานน้ันข้ึนอยูกับ 2 ปจจัยหลักคือ ประสบการณ (จํานวนป) และ การศึกษา (จํานวนปท่ีอยูในการศึกษา) การศึกษาสวนน้ีไดสัมภาษณเชิงลึกกับแผนกบุคคลของโรงแรมระดับ 4 และ 5 ดาวท่ัวประเทศ และใชขอมูลจากแบบสอบถามจํานวน 1,200 ชุดเพื่อยนื ยนั แบบจาํ ลองทีพ่ ัฒนาจากงานของ Mincer (1974) ผลการศึกษาจากการสัมภาษณ พบวา การจางงานในอุตสาหกรรมโรงแรมไทยแบงออกเปน 3กลุม ไดแก ระดับปฏิบัติการน้ันจะอาศัยแรงงานที่ผานการฝกอบรมในแผนกเฉพาะของโรงแรม เชนแมบาน โดยการศึกษาน้ันไมไดมีผลตอการจางงานมากนัก แตประสบการณจะเปนปจจัยหลักในการรับเขาทํางาน และ อัตราคาจางจะเปนไปตามคาจางขั้นตํ่าของประเทศ (300 บาทตอวัน) โดยโรงแรมในระดับสูงจะมีการเพิ่ม คาบริการ (service charge) ใหนอกเหนือจากคาจางขั้นต่ํา แตสําหรับโรงแรมระดับลางกวาจะนับรวม คาบริการดังกลาวใหถึงคาจางขั้นตํ่า ในสวนการจางงานผูบริหารข้ันกลาง หรือ ข้ันสูงนั้น การศึกษาควรจะมีในขั้นต่ําคือระดับปริญญาตรี แตประสบการณจะมีผลมากกวา โดยเฉพาะประสบการณใ นโรงแรมประเภท (เชน ในเมือง หรือ รมิ หาด) และ ระดบั (ดาว) เดียวกัน ในสว นของทักษะดา นภาษาน้นั ภาษาอังกฤษในดานการสื่อสารคือฟงและพูดน้ันเปนสิ่งท่ีสําคัญมากสําหรับ พนักงานท่ีตองใหบ ริการนกั ทอ งเท่ียว ในสว นภาษาอนื่ ๆ เชน ภาษาจีน รัสเซีย หรือ ญ่ีปุนน้ัน จะสรางความไดเปรียบในการสมัครงาน และ สําหรับบางโรงแรม จะมีคาภาษาโดยเฉพาะใหดวย โดยภาษาน้ันขึ้นอยูกับพ้ืนท่ีต้ัง 68
ประสิทธิภาพการดําเนนิ งาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและ กลุมตลาดหลักของแตละโรงแรม ในสวนของ การอบรมน้ัน มีผลอยางมากกับโรงแรมที่อยูในเครือ(chain) โดยเฉพาะเครือนานาชาติ ในการเลื่อนตําแหนง สําหรับโรงแรมประเภทอื่นๆ การอบรมจะเปนไปตามความตองการโดยเฉพาะ โดยแนวโนมปจจุบัน โรงแรมช้ันนํามีการพัฒนามากข้ึนในสวนของความรวมมือระหวางโรงแรมช้ันนําและสถาบันการศึกษา ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนใหสอดคลองกับความตองการของธรุ กจิ โรงแรมในปจ จบุ ัน ขอเสนอจากผลของแบบจําลองนี้ พบวา ประสบการณในการทํางานมีผลตอคาจางสูงมากซ่ึงเปนผลจากการสัมภาษณและแบบจําลองเชิงสถิติ โดยประสบการณท่ีสําคัญท่ีสุดจะสะทอนจากตาํ แหนง และโรงแรมที่เคยทาํ งานงานมากอน รวมท้ังการอบรมทักษะเฉพาะตําแหนงน้ัน ๆ เชนทักษะการเสิรฟไวนสําหรับพนักงานหองอาหารตะวันตก หรือ ทักษะดานคอมพิวเตอรสําหรับการจัดการที่จําเปนสําหรับผูบริหารระดับกลาง และ ทักษะการจัดการในสถานการณวิกฤตท่ีมีความสําคัญกับผูบริหารระดับสูงเพราะฉะนั้นจะตองมีประสบการณที่สามารถแสดงไดใน resume ควรมีการผลักดันมีการพัฒนาฝมือแรงงานตั้งแตขณะท่ีเรียนผานการฝกงานจริง กับโรงแรมที่มีมาตรฐานท้ังในประเทศและตางประเทศโดยเฉพาะประสบการณฝกงานในตางประเทศจะใหผลตอคาจางที่สูงกวาการฝกงานในประเทศ โดยที่แผนกท่ีมีทักษะสูงมากก็คือ แผนกอาหารและเคร่ืองดื่มรวมท้ังแผนกขาย ในสวนของประสบการณจากตางประเทศก็มีผลคอนขางมากโดยเฉพาะโรงแรมที่เปน chain ดังน้ันการที่จะกาวสูการเปนโรงแรมท่ีมีทักษะในการจัดการที่เปนนานาชาติไดจะตองใหแรงงานของเรามีประสบการณในการทํางานตางประเทศอาจจะเปนการแลกเปลย่ี นฝม ือแรงงาน เชนในสว นของสหกจิ ศึกษาที่มีการดําเนินอยูในบางสถาบัน หากมีการสนับสนุนใหทําสหกิจศกึ ษาในตางประเทศไดก็จะมีผลคอนขางดี การพัฒนา career path อุตสาหกรรมโรงแรมมีคาจางในการเร่ิมตนไมคอยสูงมากนัก แตถาเกิดพัฒนาฝมือแรงงานได จนสามารถขามไปสูข้ัน management หรือ executiveได ซ่ึงก็ใชเวลาประมาณ 8-16 ป สําหรับ executive และก็ 9-12 ปสําหรับ management ชวงแรกรายไดอาจจะไมสูงมากแตอนาคตถา สามารถขาม ขน้ึ ไปสู executive และก็ management ไดก็จะมคี าจางท่ีเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นได สิ่งท่ีควรไดรับการพัฒนาคือการอบรมทักษะซ่ึงแบบจําลองของงานวิจัยน้ีพบวาถาหากแรงงานไดรับการอบรมมากข้ึนก็มีโอกาสท่ีจะไดรับคาจางท่ีสูงข้ึนดวย รวมทั้งประสบการณการทํางานในตางประเทศก็มีผลอยา งมากตอ ความเจริญกาวหนาในตาํ แหนง งานและเพิ่มคาจา งไดตารางที่ 4.8 การวิเคราะหป จ จัยภายนอกท่ีสงผลตอสถานการณแรงงานไทยPESTLE Framework โอกาส (Opportunities) ภยั คกุ คาม (Threats)1) Political Factors - รัฐบาลปจจบุ นั ใหความสําคัญเรื่องการพัฒนา - ความขัดแยง ในระดับนานาชาติสรา งความตงึ เครยี ด(ปจจยั ทางการเมือง) ทองเที่ยวและแรงงาน กับอุตสาหกรรมโรงแรม2) Economic Factors - กลมุ เศรษฐกจิ ทก่ี ําลังเตบิ โต (Emerging market) - เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวอาจจะมผี ลใหค วามตองการ(ปจจัยทางเศรษฐกจิ ) โดยเฉพาะตลาดใหมทส่ี ําคญั ไดแ ก จีน อินเดีย และ แรงงานโรงแรมลดลง รสั เซีย มีสดั สวนของนกั ทองเทยี่ วเพม่ิ ข้นึ - นโยบายคาจางแรงงานข้นั ต่าํ 300 ทาํ ใหโ ครงสราง - มีการขยายตวั ของโรงแรมระดบั 4-6 ดาวเพิม่ มากขึ้น คา จางแตล ะจังหวดั สะเทือน เกดิ การปรับการจา งาน - การเขาสู AEC เปดโอกาสใหแ รงงานไทยสามารถ ออกไปทาํ งานในประเทศสมาชกิ AEC ไดสะดวกมากขึ้น 69
รายงานฉบับสมบูรณPESTLE Framework โอกาส (Opportunities) ภัยคกุ คาม (Threats)3) Social Factors - อาชีพการโรงแรมไดร ับการยอมรับมากขน้ึ - สงั คมสมยั ใหมใ หค วามนยิ มการเปนเจาของกิจกการ(ปจจัยทางสังคม) โดยเฉพาะอาชีพการประกอบอาหาร มากกวา การทํางานเปน ลกู จาง4) Techno-logical - แรงงานงานมโี อกาสในการเรยี นรพู ัฒนาตนเองดว ย - เทคโนโลยีสมัยใหม สามารถทดแทนการจางงานFactors เทคโนโลยตี าง ๆ เชน online learning มนษุ ยไ ดเชน ระบบการจัดการตาง ๆ ทง้ั การจอง(ปจ จัยทางเทคโนโลย)ี หองพัก การจดั การระบบบญั ชี5) Legal Factors - กฎหมายแรงงานมีการสนับสนุนใหน ายจางมกี าร - ระเบียบทางดาน MRA ยังขาดความชดั เจน(ปจจัยทางระเบียบ พัฒนาฝมือแรงงาน และ ใหสวัสดิการแรงงาน โดยเฉพาะเจาภาพทเี่ หมาะสม วา ควรเปน กระทรวงกฎหมาย) โรงแรมทด่ี ี การทอ งเทยี่ วและกีฬา (ตามที่ผานมา) และ บทบาท ของกระทรวงแรงงาน6) Environmental - ความใสใจทางดานส่ิงแวดลอม ทาํ ใหม คี วามตอ งการ - การเปลี่ยนแปลงของสภาภูมิอากาส อาจจะสรางแรFactors แรงงานโรงแรมท่มี ที ักษะในการจัดการส่ิงแวดลอ มที่ งกดันใหมีการลดกจิ กรรมที่ไมจาํ เปน ลง และ ลดการ(ปจจัยทางดา น เกดิ จากกจิ กรรมของโรงแรม เชน การจดั การนา้ํ เสยี จา งงานสงิ่ แวดลอ ม) การบริหารการใชไ ฟฟา หรอื มลพิษอน่ื ๆ จากการวิเคราะห SWOT ในตารางที่ 4.1 และ PESTLE ตารางที่ 4.8 สามารถนํามาพิจารณาสังเคราะหเปนกลยุทธ โดยเปรียบเทียบปจจัยภายในและปจจัยภายนอกไขวกันนั้นสามารถจําแนกเปนแนวทางการพัฒนากลยุทธการพัฒนาคณุ ภาพแรงงานไทยได 4 แนวทาง (ตารางท่ี 4.10)ตารางที่ 4.9 กรอบแนวคดิ การวเิ คราะห TOWS Matrix ของแรงงานไทย โอกาส (Opportunity) ภัยคกุ คาม (Threats)จุดแข็ง กลยทุ ธเ ชิงรกุ (ขยายผล) กลยทุ ธคงตัวหรือต้ังรบั(Strength) S-O Strategy S-T Strategy - ใชศักยภาพเดน (จุดแขง็ ) ทตี่ นเองมอี ยู เมอ่ื เทยี บ - ใชศ ักยภาพประจําตัวที่มีความโดดเดนจุดออน - เพอื่ จดั การกบั ปญ หาและอุปสรรคจากภายนอก(Weakness) กบั คูแขง อื่น ๆ - เพอ่ื แสวงหาประโยชนจ ากโอกาสท่เี ขา มาจาก ภายนอก กลยุทธล ดจดุ ออน กลยุทธต ง้ั รบั ปรับตัว W-O Strategy 1. ในประเด็นที่ไดรับผลกระทบทางลบจากปจ จัยภายนอก - อาศัยโอกาสทีด่ ีจากภายนอกมาพฒั นาจุดออ นของ - และขาดศกั ยภาพภายในที่จะรองรบั ผลกระทบเหลา น้นั ตนเองใหม ีศกั ยภาพท่เี ทียบเทา หรอื ดกี วาคูแขง - จะตอ งมกี ารเตรยี มรับแรงกระแทกใหมผี ลกระทบนอย ทส่ี ุด 70
ประสทิ ธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมตารางที่ 4.10 แนวทางการพัฒนากลยุทธการพัฒนาคุณภาพแรงงานไทย กลยทุ ธ หนว ยงานรฐั ภาคเอกชน1. กลยุทธร กุ ดวยวิถไี ทย (Serve with Thainess)1.1 พฒั นาสงเสริมคุณภาพและภาพลักษณของแรงงานโรงแรมไทยทีม่ ีการ กระทรวงการทอ งเทย่ี วและ สมาคมโรงแรมไทยตอนรับขับสู (Thainess) กฬี า1.2 บูรณาการกิจกรรมทเ่ี สริมสรา งความเปนไทยใหแกแ รงงานโรงแรมตาม กระทรวงการทองเทยี่ วและ สภาอตุ สาหกรรการ ทองเทยี่ วแหง ประเทศรูปแบบท่ีเหมาะสมกบั ตําแหนง งาน กฬี า ไทย สมาคมโรงแรมไทย2. กลยทุ ธด า นการศกึ ษาและเพ่มิ ทักษะ2.1 พฒั นาความรูของแรงงาน (Knowledge) กระทรวงแรงงานและสวสั ดิการ สภาอตุ สาหกรรการและ ทักษะฝมอื แรงงาน (Practical skills) เฉพาะดา น ขยายผลตาม สงั คม ทอ งเท่ยี วแหง ประเทศแนวทาง MRA ตอเนือ่ งจาก Front Office ทีก่ ระทรวงการทองเท่ยี วและ กระทรวงการทอ งเที่ยวและ ไทยกฬี านาํ รองกอนหนาน้ี กฬี า สมาคมโรงแรมไทย2.2 รวมกับภาคเอกชนจดั ต้งั สถาบันพัฒนาบุคคลากรโรงแรมไทย สํานักงานคณะกรรมการการ สภาอตุ สาหกรรการ (Thailand Hotel Human Resource Development Institute: อุดมศกึ ษาแหงชาติ (สกอ.) ทอ งเทยี่ วแหง ประเทศ THHRDI) เพ่ือสรา งความรวมมอื ระหวา งภาครฐั เอกชน และ ไทย สถาบันการศกึ ษา โดยอาจจะมลี ักาษณะการดําเนินงานคลายกับ สมาคมโรงแรมไทย มหาวทิ ยาลยั หอการคา ไทย มหาวิทยาลัยทองถนิ่ มกี ารพฒั นาหลักสูตรหลายหลายระดบั ทงั้ ระดบั ปริญญาและ ประกาศนยี บัตร และมที าํ เครือขา ยกับมหาวทิ ยาลัยภูมภิ าค3. กลยุทธลดจุดออ น Multi-language proficiency3.1 สง เสรมิ การพฒั นาทักษะทางดา นภาษาโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และ กระทรวงการทองเท่ียวและ สภาอุตสาหกรรม ภาษาอน่ื ๆ ทส่ี ําคัญเชน จีน ญีป่ นุ อินเดยี รัสเซยี หรือ พมา ท้งั ทาง กฬี า ทอ งเทยี่ วแหง ประเทศ โปรแกรมอบรมรายจงั หวดั แยกตามลกั ษณะงาน กระทรวงศึกษาธิการ ไทย3.2 จดั ตงั้ หลักสตู รการอบรมฝมอื แรงงาน พฒั นาทักษะผานการอบรม กระทรวงแรงงานและสวัสดกิ าร สมาคมโรงแรมไทย เฉพาะทาง จดั ใหเปน Career path ใหแกบุคลลากรโรงแรมไทย สงั คม4. กลยทุ ธต ้งั รับปรับตวั4.1 สงเสริมการพัฒนาทศั นคติตออาชีพแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรม กระทรวงการทอ งเทย่ี วและ สมาคมโรงแรมไทย กีฬา / กระทรวงวฒั นธรรม4.2 ออกระเบียบกฎหมายเพือ่ ปกปอ งอาชีพโรงแรมใหกบั แรงงานไทย โดย กระทรวงการทอ งเทย่ี วและ สมาคมโรงแรมไทย กําหนดใน MRA รวมทัง้ ออกเปน กฎหมายกําหนดสดั สว นข้ันตํา่ ในการ กีฬา รับแรงงานตา งชาติ และ สงเสริมใหม ีการพฒั นาแรงงานของตนเอง (Own-grown staff) 71
บทท่ี 5 บทสรุป ประเทศไทยเปนประเทศที่โรงแรมเชน (Chain hotels) นานาชาติใหความสนใจมากท่ีสุดในอาเซียน เพราะเปนประเทศท่ีมีนักทองเที่ยวเขามาเยือนมากที่สุดประเทศไทยจึงมีจํานวนโรงแรมเชนเขามาลงทุนมากทีส่ ุด (มง่ิ สรรพ ขาวสอาด และคณะ 2558) ทําใหอุตสาหกรรมโรงแรมไทยมีช่ือเสียงไปท่ัวไปทั่วโลก ดังน้ัน การศึกษาดานประสิทธิภาพของโรงแรมไทย และแรงจูงใจของพนักงานจึงเปนประเด็นสาํ คัญในการทจ่ี ะรักษาความสามารถในการแขงขนั และช่ือเสียงใหย ่งั ยืน รวมทงั้ บง ช้ีแนวทางการพัฒนาในอนาคตแนวทางการพัฒนาในอนาคต การศึกษานี้เนนการวิจัยใน 3 ประเด็น ซ่ึงมีขอสรุปและขอเสนอแนะดงั ตอ ไปน้ี5.1 ประสทิ ธิภาพการดําเนนิ งานของอุตสาหกรรมโรงแรมในอาเซยี น การประเมินประสิทธิภาพและชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของโรงแรมท่ีตั้งอยูในประเทศอาเซียนท่ีสําคัญ 4 ประเทศ (รวม 49 แหง) คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร และไทย โดยประยุกตใชวิธี data envelopment analysis (DEA) ท่ีเปนแบบจําลอง slacks-based measure (SBM)พบวา โรงแรมทั้งตั้งอยูในประเทศท้ัง 4 มีประสิทธิภาพในการดําเนินงานไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ผลการวิเคราะหแสดงใหเห็นวา การเพิ่มผลิตภาพแรงงานจะชวยใหโรงแรมท่ีตั้งอยูในท้ัง 4ประเทศมีประสทิ ธภิ าพเพ่มิ ขึ้นมากกวาการเพม่ิ ประสิทธกิ ารใชห อ งพักในการแสวงหารายได ทั้งนี้เมื่อวิเคราะหชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของโรงแรมท้ังตั้งอยูในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร และไทย พบวา โรงแรมท่ีตั้งอยูในประเทศทั้ง 3 มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานหรือบริหารจัดการแตกตางกัน โดยโรงแรมที่ต้ังอยูในประเทศสิงคโปรมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมการดําเนนิ งานสงู กวาโรงแรมทีต่ ั้งอยใู นประเทศไทยและมาเลเซยี ตามลําดับ5.2 ประสิทธภิ าพการดําเนินงานของอุตสาหกรรมโรงแรมไทย การประเมนิ ประสิทธิภาพและชอ งวา งทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในประเทศไทย โดยประยุกตใชวิธี data envelopment analysis ที่เปนแบบจําลอง slacks-basedmeasure ในการวิเคราะหไดคัดเลือกขอมูลโรงแรมและเกสตเฮาสที่ต้ังอยูในโซนท่ีแตกตางกัน 8 โซน จํานวน 73
รายงานฉบบั สมบูรณ921 แหง จากโครงการสํารวจการประกอบกิจการโรงแรมและเกสตเฮาส พ.ศ 2555 ของสํานักงานสถิติแหง ชาติ ซง่ึ เปน ขอมลู การดําเนินงานในรอบป พ.ศ. 2554 ผลการศึกษา พบวา โรงแรมและเกสตเฮาสที่สามารถยืดหยุนหรือปรับตัวไดดีภายในเง่ือนไขทางสภาพแวดลอมและธุรกิจยอมมีประสิทธิภาพในการดําเนินงานและการบริหารจัดการที่ดีกวา ขณะที่กลุมโรงแรมและเกสตเฮา สท ี่มรี ะดับราคาหองพักท่ีสูงและต้ังอยูในโซนชายทะเล โดยสวนใหญมีเทคโนโลยีและนวตั กรรมในการบรหิ ารจัดการท่สี ูงกวาโรงแรมและเกสตเ ฮา สกลุมอ่ืนๆ เชน โรงแรมประเภทบูทีค โรงแรมเครือภายในประเทศ โรงแรมท่ีมีระดับราคาหองพักสูงกวา 1,000 บาท/คืน โรงแรมท่ีมีหองประชุม เปนตน แตเปนท่ีนาสังเกตวา โรงแรมและเกสตเฮาสที่มีธุรกิจอ่ืนๆ ภายในโรงแรมและเกสตเฮาสเปนกลุมท่ีมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานหรือการบริหารจัดการต่ํากวากลุมอื่นๆ โดยเปรียบเทียบ และใชวิธี DEAที่เปนแบบจําลอง BCC ประเมินประสิทธิภาพการดําเนินงาน และใช Malmquist productivity approachประเมินการเปล่ียนแปลงผลิตภาพปจจัยการผลิต ประสิทธิภาพการดําเนินงาน และเทคโนโลยีในการดําเนินงาน โดยใชวิธีท้ังสองวิเคราะหขอมูลของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในภาพรวมระดับจังหวัดจํานวน 75 จังหวัด จากโครงการสํารวจการประกอบกิจการโรงแรมและเกสตเฮาส พ.ศ 2551 และ พ.ศ.2555 ของสํานักงานสถิติแหงชาติ ซ่ึงเปนขอมูลการดําเนินงานในรอบป พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2554ตามลําดับ สวนผลการศึกษาสวนที่สอง พบวา ในชวง 5 ปที่ศึกษา (พ.ศ. 2550-2554) ธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในประเทศไทยมีผลิตภาพปจจัยการผลิตเพ่ิมข้ึน การเพิ่มข้ึนดังกลาวเปนผลมาจากการที่ธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสมีประสิทธิภาพในการดําเนินงานเพ่ิมขึ้น แตยังขาดการปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดําเนินงานหรือบริหารจัดการ อยางไรก็ตาม โรงแรมและเกสตเฮาสที่ตั้งหรือเปดดําเนินงานในจังหวัดท่ีเปนแหลงทองเท่ียวท่ีสําคัญของไทย อยางเชน ชลบุรี (พัทยา) เพชรบุรี(ชะอํา) ประจวบคีรีขันธ (หัวหิน) นครราชสีมา อุบลราชธานี เชียงใหม กระบี่ สุราษฎรธานี (เกาะสมุย)ตางก็มีการปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีในการดําเนินงานและการบริหารจัดการใหดีขึ้น เพ่ือเพิ่มผลิตภาพปจจยั การผลิตและเสริมสรา งความสามารถในการแขง ขนั ใหกับตนเอง5.3 การกาํ หนดคา จางแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรม การศึกษาสวนนี้ไดสัมภาษณเชิงลึกกับแผนกบุคคลของโรงแรมระดับ 4 และ 5 ดาวในจังหวัดทองเทยี่ วหลักคอื กทม. เชียงใหม และเชียงราย โดยใชขอ มลู จากแบบสอบถามจาํ นวน 1,200 ชดุ ผลการศึกษาจากการสัมภาษณ พบวา ระดับปฏิบัติการนั้นโรงแรมจะอาศัยแรงงานท่ีผานการฝกอบรมในแผนกเฉพาะของตน เชน แมบาน โดยการศึกษาไมมีผลตอการจางงานมากนัก แตประสบการณจะเปนปจจัยหลักในการรับเขาทํางาน และอัตราคาจางจะเปนไปตามคาจางข้ันตํ่าของประเทศ (300 ตอวัน) โรงแรมในระดับสูงจะมีการเพ่ิมคาบริการ (service charge) ใหนอกเหนือจากคาจางขั้นต่ํา แตสําหรับโรงแรมระดับลางกวาจะนับรวม คาบริการดังกลาวใหถึงคาจางข้ันตํ่า ในสวนการจางงานผูบริหารข้ันกลางและข้ันสูง การศึกษาควรจะมีในข้ันตํ่าคือระดับปริญญาตรี แตประสบการณจะมีผลมากกวา โดยเฉพาะประสบการณในโรงแรมประเภท (เชน ในเมือง หรือ ริมหาด) และระดับ (ดาว)เดียวกัน ในสวนของทักษะดานภาษานั้น ภาษาอังกฤษในดานการสื่อสารคือฟงและพูดเปนสิ่งท่ีสําคัญมาก 74
ประสิทธิภาพการดาํ เนนิ งาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมสาํ หรับพนักงานท่ีตอ งใหบ รกิ ารนักทองเทีย่ ว สวนภาษาอื่นๆ เชน ภาษาจนี รัสเซยี หรอื ญป่ี ุน จะสรางความไดเปรียบในการสมัครงาน และสําหรับบางโรงแรมจะมีคาภาษาใหโดยเฉพาะดวย โดยภาษาข้ึนอยูกับพ้ืนท่ีต้ัง และกลุมตลาดหลักของแตละโรงแรม สวนของการอบรมมีผลอยางมากกับโรงแรมที่อยูในเครือ(chain) โดยเฉพาะเครือนานาชาติ ในการเลื่อนตําแหนง สําหรับโรงแรมประเภทอ่ืนๆ การอบรมจะเปนไปตามความตองการโดยเฉพาะ โดยแนวโนมปจจุบัน โรงแรมช้ันนํามีการพัฒนามากขึ้นในสวนของความรวมมือระหวางโรงแรมช้ันนําและสถาบันการศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนใหสอดคลองกับความตอ งการของธรุ กจิ โรงแรมในปจ จบุ นั การพฒั นาอาชีพ career path อตุ สาหกรรมโรงแรมมคี า จางในการเริ่มตนไมคอยสูงมากนัก แตถาเกิดพัฒนาฝมือแรงงานได จนสามารถขามไปสูข้ันผูจัดการและผูบริหารระดับสูงได ท้ังน้ี สําหรับขั้นผูจัดการจะใชเวลาประมาณ 9-12 ป สําหรับข้ันผูบริหารก็ใชเวลาประมาณ 8-16 ป ชวงแรกรายไดอาจจะไมสูงมาก แตอนาคตถาสามารถขามข้ึนไปสูข้ันผูบริหารและข้ันผูจัดการก็จะมีคาจางที่เทียบกับอุตสาหกรรมอื่นได สงิ่ ทีค่ วรไดรับการพัฒนาคอื การอบรมทักษะซ่ึงแบบจําลองของงานวิจัยน้ีพบวาถาหากแรงงานไดรับการอบรมมากข้ึนก็มีโอกาสท่ีจะไดรับคาจางท่ีสูงข้ึนดวย รวมทั้งประสบการณการทํางานในตางประเทศก็มีผลอยางมากตอความเจริญกา วหนาในตาํ แหนงงานและเพมิ่ คา จางได การศึกษาปจจัยท่ีกําหนดคาจางแรงงานในอุตสาหกรรมการทองเที่ยวไทยเปนการวิเคราะหบนพ้ืนฐานของแบบจําลองกําหนดคาจางของ Mincer (1974) ท่ีระบุวาคาจางแรงงานนั้นขึ้นอยูกับ 2 ปจจัยหลักคือ ประสบการณ (จํานวนป) และ การศึกษา (จาํ นวนปท ีอ่ ยูในการศึกษา) ผลการศึกษาจากประมาณคาแบบจําลอง Wage Determination ยืนยันขอสรุปจากการสัมภาษณดงั น้ี 1) ทต่ี ั้งของโรงแรมเปนอีกปจจยั หนง่ึ ทีส่ าํ คญั โดยจงั หวดั ทจี่ า ยคาแรงสูงสุดตามลําดับไดแกภูเกต็ กทม. ชลบรุ ี (พัทยา) และเชยี งใหม 2) การศึกษามีผลตอการกําหนดคาจางแรงงานก็จริง แตวิชาทองเที่ยวและโรงแรมไมมีอทิ ธพิ ลตอ คา จาง 3) ประสบการณในการทํางานมีผลตอคาจางสูงมาก โดยประสบการณที่สําคัญที่มาจากตาํ แหนง และโรงแรมที่เคยทํางานงานมากอน รวมทั้งการอบรมทักษะเฉพาะตําแหนงนั้นๆ เชน ทักษะการเสิรฟไวนสําหรับพนักงานหองอาหารตะวันตก หรือทักษะดานคอมพิวเตอรสําหรับการจัดการที่จําเปนสาํ หรบั ผบู รหิ ารระดับกลาง และทักษะการจดั การในสถานการณว กิ ฤตท่ีมคี วามสําคญั กบั ผบู รหิ ารระดับสงู โรงแรมท่มี ีมาตรฐานทงั้ ในประเทศและตา งประเทศใหค วามสําคัญกบั ประสบการณฝกงานโดยการฝกงานในตางประเทศจะมีผลตอคาจางท่ีสูงกวาการฝกงานในประเทศ โดยแผนกท่ีตองการแรงงานท่ีมีทักษะสูงมากก็คือ แผนกอาหารและเคร่ืองด่ืมรวมท้ังแผนกขาย ในสวนของประสบการณจากตางประเทศก็มีผลคอนขางมากโดยเฉพาะโรงแรมที่เปน chain ดังน้ันการท่ีจะกาวสูการเปนโรงแรมท่ีมีทักษะในการจดั การทเ่ี ปนนานาชาตไิ ดจะตองสนับสนุนใหแรงงานไทยมีประสบการณในการทํางานตางประเทศ อาจจะเปนการแลกเปล่ียนฝมือแรงงาน เชนในสวนของสหกิจศึกษาที่มีการดําเนินอยูในบางสถาบัน หากมีการสนับสนนุ ใหท าํ สหกิจศึกษาในตา งประเทศไดกจ็ ะมผี ลคอนขางดี 75
รายงานฉบับสมบรู ณ จากผลการศึกษานี้มีขอเสนอแนะภาครัฐควรใหความสําคัญกับการพัฒนาทักษะของแรงงานใหตรงกับความตอ งการเพอ่ื ทดแทนประสบการณข องแรงงานท่เี พิ่งจบการศกึ ษาและควรกระตุนให นักศึกษาวิชาการจัดการโรงแรมไดมีโอกาสฝกงานจริงในโรงแรม (โดย) เฉพาะโรงแรมในเครือใหไดมากท่ีสุด เพ่ือเปน การเรียนรูงานจริงและสรางทัศนคติท่ีดีสําหรับงานบริการโรงแรมซึ่งมีความสําคัญมากกวาการจบจากตา งประเทศหรอื การจบจากหลักสูตรการโรงแรมโดยเฉพาะซ่ึงไมม นี ยั สาํ คัญในแบบจาํ ลอง5.4 ขอ เสนอแนะเชิงนโยบาย 5.4.1 ขอ เสนอแนะกลยทุ ธร ะดบั อตุ สาหกรรมและแรงงาน 1) กลยทุ ธยกระดับอตุ สาหกรรม สภาอุตสาหกรรม สมาคมโรงแรม หรือสมาคมวิชาชีพควรสงเสริมใหมีการทําการเปรียบเทียบสมรรถนะ การจัดการความรู (knowledge management) การถายทอดความรู (transferringknowledge) ภายในกลุมธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสระดับเดียวกัน เพ่ือเปนการเสริมสรางความสามารถในการแขงขนั ใหกบั อุตสาหกรรมโรงแรมและเกสตเฮา สในประเทศไทยทั้งในระยะส้นั และระยะยาวอยางเปนระบบ เชน การบรกิ ารจดั การฐานขอ มูลลูกคา การบรกิ ารจัดการอัตราการเขาพัก การบริการจัดการขายหองการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศในการบรกิ ารจัดการโรงแรม เปน ตน ควรสงเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพในการใชหองพักแสวงหารายได รวมท้ังการเพิ่มผลิตภาพแรงงานมากกวาการลดคาใชจายในการดําเนินงานเพียงอยางเดียว โดยการใชแนวทางการเปรียบเทียบสมรรถนะ (benchmark) ของธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสในระดับเดียวกันกระตุนใหเกิดการแลกเปล่ียนและการพัฒนานวัตกรรมท่ีจะทําใหธุรกิจโรงแรมและเกสตเฮาสมีการดําเนินงานท่ีมีประสทิ ธิภาพสงู ขนึ้ ซง่ึ นํามาสกู ารยกระดบั ความสามารถในการแขง ขนั ของธรุ กจิ โรงแรมและเกสตเ ฮา ส สนับสนุนใหโรงแรมไทยมีการพัฒนานวัตกรรมที่ลดการใชแรงงานไรทักษะหรือความผิดพลาดอันเกดิ จากแรงงานไรทกั ษะ เชน การใชด จิ ิทลั เมนกู ารลดการใชพ ลังงาน 2) กลยุทธเติมเต็มทกั ษะ สําหรบั แนวทางดังตอไปน้ี รัฐควรพิจารณาใหมีการมีสวนรวมกับภาคเอกชนรวมทั้ง กรจดั หาทนุ ใหภ าคเอกชนไปจดั การไปจดั การฝกอบรม พัฒนาการศึกษาทวิลักษณคือ สลับการเรียนและการฝกงานในแตละภาคการศึกษา และควรกระตุนให นักศึกษาวิชาการจัดการโรงแรมไดมีโอกาสฝกงานจริงในโรงแรม (โดย)เฉพาะโรงแรมในเครือโรงแรมนานาชาตใิ หไ ดม ากทส่ี ุด พัฒนาความรูของแรงงาน (Knowledge) และ ทักษะฝมือแรงงาน (Practicalskills) เฉพาะดาน ขยายผลตามแนวทาง MRA (A mutual recognition agreement) ตอเนื่องจาก FrontOffice ทก่ี ระทรวงการทอ งเท่ยี วและกฬี านํารองกอนหนา น้ี จัดต้ังสถาบันพัฒนาบุคคลากรโรงแรมไทย (Thailand Hotel Human ResourceDevelopment Institute: THHRDI) เพื่อสรางความรวมมือระหวางภาครัฐ เอกชน และ สถาบันการศึกษา 76
ประสิทธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมเพ่ือการพัฒนาหลักสูตรหลายหลายระดับท้ังระดับปริญญาและประกาศนียบัตร และมีทําเครือขายกับมหาวทิ ยาลัยภูมภิ าค เพ่ิมทกั ษะแรงงานเกีย่ วกบั การใช IT ซอฟแวร ทใ่ี ชควบคมุ ตน ทนุ สงเสริมการพัฒนาทักษะทางดานภาษาโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และ ภาษาอื่นๆ ท่ีสําคัญเชน จีน ญ่ีปุน อินเดีย รัสเซีย หรือ เมียนมาร ทั้งทางโปรแกรมอบรมรายจังหวัดแยกตามลกั ษณะงาน จัดตั้งหลักสูตรการอบรมฝมือแรงงาน พัฒนาทักษะผานการอบรมเฉพาะทาง จัดใหเปน Career path ใหแ กบ คุ ลากรโรงแรมไทย สงเสริมการพัฒนาทัศนคติตออาชีพแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรม (Attitudetoward jobs in hotels) 3) กลยทุ ธรกุ ดว ยวถิ ไี ทย พัฒนาสงเสริมคุณภาพและภาพลักษณของแรงงานโรงแรมไทยโดยใหเพิ่มสมรรถนะการบริการแบบไทย (Thainess) บูรณาการกิจกรรมที่เสริมสรางความเปนไทยใหแกแรงงานโรงแรมใหเหมาะสมกับตาํ แหนง งาน 77
บรรณานุกรมภาษาไทยชัยยุทธ ปญญสวัสดิ์สุทธิ์. 2551 ทุนมนุษยกับผลตอบแทนทางการศึกษา. สัมมนาวิชาการประจําป โดย มูลนิธิชัยพัฒนา สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และ มูลนิธิ สถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนาประเทศไทย วันท่ี 29-30 พฤศจิกายน 2551 ณ โรงแรมแอมบาส ซาเดอร ซติ ี้ จอมเทียน ชลบรุ ีพนัชกร สิมะขจรบุญ. 2554. การศึกษาคาตอบแทนและสวัสดิการของธุรกิจโรงแรมประเภทแฟรนไชส: กรณีศกึ ษากรงุ เทพมหานคร. Veridian E-Journal SU 4(1): กลมุ มนุษยศาสตรแ ละสงั คมศาสตรมนชยา อุรุยศ. 2555. ปรากฏการณขัดแยงของการศึกษานอกภาคบังคับในประเทศไทยระหวาง ปริมาณและคุณภาพ (รายงานการวจิ ยั ). ม.ป.ท.: ม.บ.พ.มิ่งสรรพ ขาวสอาด, นุกุล เครือฟู และอัครพงศ อั้นทอง. 2548. อุตสาหกรรมโรงแรมของประเทศไทย. สถาบันวจิ ัยสงั คม มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม.มิ่งสรรพ ขาวสอาด, นุกุล เครือฟู, อัครพงศ อ้ันทอง และนิมิต นิมิตรเกียรติไกล. 2552. ศักยภาพของ อุตสาหกรรมโรงแรมในจังหวัดทองเที่ยวหลักของประเทศไทย. เชียงใหม: สถาบันศึกษา นโยบายสาธารณะ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม.มิ่งสรรพ ขาวสอาด, อัครพงศ อ้ันทอง, อรุณี อินทรไพโรจน, ณัฐพล อนันตธนสาร และดนัยธัญ พงษพัช ราธรเทพ. 2558. โครงการพัฒนาพื้นฐานการสรางมูลคาเพิ่ม: ฐานขอมูลการสงเสริมการลงทุน ธุรกิจท่ีสนับสนุนการทองเท่ียว. เชียงใหม: สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัย เชียงใหม.สไบทิพย มงคลนิมิตร. 2554. การพัฒนาทรัพยากรมนุษยดานการบริหารของโรงแรมแมนดาริน โอเรยี นเตล็ กรงุ เทพฯ. วิทยานพิ นธปริญญามหาบัณฑติ ไมไ ดตพี มิ พ, มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.สํานักงานสงเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม (สสว.). 2553 บทวิเคราะหธุรกิจโรงแรมและ รีสอรท ป 2553 โครงการกิจกรรมเผยแพรผลวิเคราะหระบบเตือนภัย และ ระบบฐานขอมูล 79
รายงานฉบบั สมบรู ณ แกส าธารณะอคั รพงศ อ้นั ทอง พนินท เครือไทย และมงิ่ สรรพ ขาวสอาด. 2554. ประสิทธิภาพการดําเนินงานของธุรกิจ โรงแรมและเกสตเฮาสใ นประเทศไทย. วารสารเศรษฐประยกุ ต 18(1): 44-63.อคั รพงศ อน้ั ทอง และม่ิงสรรพ ขาวสอาด. 2552. การเปล่ียนแปลงประสิทธิภาพในการจัดการของโรงแรม ในจังหวัดเชียงใหม. วารสารเศรษฐศาสตรธรรมศาสตร 27(3): 1-26.อัครพงศ อั้นทอง. 2547. ประสิทธิภาพการดําเนินงานของโรงแรมและเกสตเฮาสในจังหวัดภาคเหนือ ตอนบนของไทย. เอกสารประการบรรยายพิเศษเรื่องประสิทธิภาพการดําเนินงานของโรงแรม และเกสตเฮาสจังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย วันท่ี 16 มกราคม 2547. (เอกสาร อดั สาํ เนา).อคั รพงศ อัน้ ทอง. 2556. ประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของโรงแรม ภายใตสภาพแวดลอมท่ีแตกตางกัน. วารสารเศรษฐศาสตรป ระยกุ ต 20(2): 37-54.อคั รพงศ อั้นทอง. 2556a. เศรษฐมิตวิ าดวยการทองเทย่ี ว. เชยี งใหม: ลอ คอินดไี ซนเ วิรค.อัครพงศ อ้ันทอง. 2556b. ประสิทธิภาพและอัตราสวนชองวางทางเทคโนโลยีในการดําเนินงานของ โรงแรมภายใตสภาพแวดลอ มท่ีแตกตา งกัน. วารสารเศรษฐศาสตรป ระยกุ ต 20(2): 37-54.ภาษาอังกฤษAnderson, R.I., Fish, M., Xia, Y. and Michello, F. 1999. Measuring efficiency in the hotel industry: A stochastic frontier approach. International Journal of Hospitality Management 18(1): 45-57.Anderson, R.I., Fok, R. and Scott, J. 2000. Hotel industry efficiency: An advanced linear programming examination. American Business Review 18(1): 40-48.Assaf, A., Barros, C.P. and Josiassen, A. 2010. Hotel efficiency: A bootstrapped metafrontier approach. International Journal of Hospitality Management 29(3): 468-475.Baker, M. and Riley, M. 1994. New perspectives on productivity in hotels: some advances and new directions. International Journal of Hospitality Management 13(4): 297-311.Banker, R.D., Charnes, A. and Cooper, W.W. 1984. Some models for estimating technical and scale inefficiencies in data envelopment analysis. Management Science 30(9): 1078-1092.Barros, C.P. 2004. A stochastic cost frontier in the Portuguese hotel industry. Tourism Economics 10(2): 177-192.Barros, C.P. 2005. Evaluating the efficiency of a small hotel chain with a Malmquist productivity index. International Journal of tourism research 7(3): 173-184.Barros, C.P. 2006. Analysing the rate of technical change in the Portuguese hotel industry. Tourism Economics 12(3): 325-346.Barros, C.P. and Alves, P. 2004. Productivity in tourism industry. International Advances in Economic Research 10(3): 215-225. 80
ประสทิ ธิภาพการดําเนินงาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมBarros, C.P. and Athanassiou, M. 2004. Efficiency in European seaports with DEA: Evidence from Greece and Portugal. Maritime Economics & Logistics 6(2): 122-140.Barros, C.P. and Dieke, P.U.C. 2008. Technical efficiency of African hotels. International Journal of Hospitality Management 27(3): 438-447.Barros, C.P. and Mascarenhas, M.J. 2005. Technical and allocative efficiency in a chain of small hotels. International Journal of Hospitality Management 24(3): 415-436.Barros, C.P., Peypoch, N. and Solonandrasana, B. 2009. Efficiency and productivity growth in hotel industry. International Journal of Tourism Research 11(4): 389-402.Battese, G.E. and Rao, D.S.P. 2002. Technology gap, efficiency and a stochastic metafrontier function. International Journal of Business and Economics 1(2): 87-93.Battese, G.E., Rao, D.S.P. and O’Donnell, C.J. 2004. A metafrontier production function for estimation of technical efficiencies and technology gaps for firms operating under different technologies. Journal of Productivity Analysis 21(1): 91-103.Bo, A.H. and Liping, A.C. 2004. Hotel labor productivity assessment: a data envelopment analysis. Journal of Travel and Tourism Marketing 16(2/3): 27-38.Brotherton, B. and Mooney, S. 1992. Yield management progress and prospects. International Journal of Hospitality Management 11(1): 23-32.Campos-Soria, J., García-Pozo, A., Sánchez-Ollero, J. and Benavides-Chicón, C. (2011). A Comparative Analysis on Human Capital and Wage Structure in the Spanish Hospitality Sector, Journal of Service Science and Management, Vol. 4 No. 4, pp. 458-468. DOI: 10.4236/jssm.2011.44052.Caves, D.W., Christensen, L.R. and Diewert, W.E. 1982. The economic theory of index numbers and the measurement of input, output and productivity. Econometrica 50(6): 1393-1414.Chalamwong, Y. and Amornthum, S. (2001) Rate of Return to Education. \"Human resources and the labor market of Thailand\" by Thailand Development research Institute (TDRI): Bangkok.Charnes, A., Clark, C.T., Cooper, W.W. and Golany, B. 1985. A developmental study of data envelopment analysis in measuring the efficiency of maintenance units in the US air forces. Annals of Operation Research 2(1): 95-112.Charnes, A., Cooper, W.W. and Rhodes, E. 1978. Measuring the efficiency of decision making units. European Journal of Operational Research 2(6): 429-444.Coelli, T., Rao, D.S.P., O’Donnell, C.J. and Battese, G.E. 2005. An Introduction to Efficiency and Productivity Analysis. 2nd ed. New York: Springer Science+Business Media, Inc. 81
รายงานฉบับสมบรู ณCooper, W.W., Seiford, L.M. and Zhu, J. 2004. Handbook on Data Envelopment Analysis. New York: Khuwer Academic Publishers.Cracolici, M.F., Nijkamp, P. and Rietveld, P. 2008. Assessment of tourism competitiveness by analysing destination efficiency. Tourism Economics 14(2): 325-342.Donaghy, K., McMahon, U. and McDowell D. 1995. Yield management: An overview. International Journal of Hospitality Management 14(2): 1339-1350.Dorsch, J.J. and Yasin, M.M. 1998. A framework for benchmarking in the public sector: literature review and directions for future research. International Journal of Public Sector Management 11(2/3): 91-115.Du, J., Liang, L. and Zhu, J. 2010. A slacks-based measure of super-efficiency in data envelopment analysis: A comment. European Journal of Operational Research 204(3): 694-697.Färe R., Grosskopf S., Yaisawarng S., Li S. and Wang, Z. 1990. Productivity growth in Illinois electric utilities. Resources and Energy 12(4): 383-398.Färe R., Grosskopf S., Lindgren, B. and Roos, P. 1992. Productivity change in Swedish pharmacies 1980-1989: A non-parametric Malmquist approach. Journal of Productivity Analysis 3(1): 85-101.Farrell, M.J. 1957. The measurement of productive efficiency. Journal of the Royal Statistical Society, Series A (General) 120(3): 253-290.Fleishera, B. M. and Wang, X. (2004) Skill differentials, return to schooling, and market segmentation in a transition economy: the case of Mainland China. Journal of Development Economics 73: 315- 328.Fuchs M., Weiermair K. 2004. Destination benchmarking: an indicator-system's potential for exploring guest satisfaction. Journal of Travel Research 42(3): 212-225.García-Pozo, A., José Luis Sánchez-Ollero & D. Carlos G. Benavides-Chicón (2012) Employer Size and Wages in the Hotel Industry, Scandinavian Journal of Hospitality and Tourism, 12:3, 255-268, DOI: 10.1080/15022250.2012.723446Gruetter, M. and Lalive, R. (2009) The importance of firms in wage determination. Labour Economics 16: 149-160.Heckman, J.J., Lance J.L. and Petra E.T. 2003. Fifty years of Mincer earnings regressions. No. w9732. National Bureau of Economic Research.Heckman, J.J., Lance J.L. and Petra E.T. 2006. Earnings functions, rates of return and treatment effects: The Mincer equation and beyond. Handbook of the Economics of Education 1: 307-458. 82
ประสทิ ธิภาพการดําเนนิ งาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมHjalmarsson, L., Veiderpass A. and Mork, K.A. 1992. Productivity in Swedish electricity retail distribution, Scandinavian. Journal of Economics 94: 193-209.Hwang S.N. and Chang T.Y. 2003. Using data envelopment analysis to measure hotel managerial efficiency change in Taiwan. Tourism Management 24(3): 357-369.Juan A. Campos-Soria, A. García-Pozo, José Luis Sánchez-Ollero, Carlos G. Benavides-Chicón (2011) A Comparative Analysis on Human Capital and Wage Structure in the Spanish Hospitality Sector, 4, 458-468, DOI: 10.4236/jssm.2011.44052Kaosa-ard, M. and Untong, A. 2005. Benchmarking the hotel industry of Thailand. Proceeding of the 11th Asia Pacific Tourism Association Annual Conference. Gyeonggi Province, Korea.Kessler, D. (1991) Birth Order, Family Size, and Achievement: Family Structure and Wage Determination. Journal of Labor Economics 9(4): 413-426.Kline, S. and Jerrie Y.,C. (2007). Wage Differentials in the Lodging Industry, Journal of Human Resources in Hospitality & Tourism, Vol. 6 No.4, pp. 69-84, DOI: 10.1300/J171v06n01_04Kozak, M. 2002. Destination benchmarking. Annals of Tourism Research 29(2): 467-519.Kozak, M. 2004. Destination Benchmarking: Concepts, Practices and Operations Cambridge, CABI Publishing.Kozak, M. and Nield, K. 2001. An overview of benchmarking literature: its strengths and weaknesses. Journal of quality assurance in hospitality and tourism 2(3/4): 7-23.Kunz, Alexis H. and Pfaft Dieter. (2002) \"Agency Theory, performance evaluation, and the hypothetical construct of intrinsic motivation\". Accounting Organizations and Society 27: 275-295.Lemieux, Thomas. (2006) \"The “Mincer equation” thirty years after schooling, experience, and earnings.\" Jacob Mincer A Pioneer of Modern Labor Economics: 127-145.Lennon, J.J., Smith, H., Cockerell, N. and Trew, J. 2006. Benchmarking National Tourism Organisations and Agencies: Understanding Best Practice. Oxford, Elsevier.Lin, Y-H. 2011. Estimating cost efficiency and the technology gap ration using the metafrontier approach for Taiwanese international tourist hotels. Cornell Hospitality Quarterly 52(3): 341-693.Lu, Y-H. and Chen, C-F. 2012. Research note: Analysing the efficiency of the Taiwanese hotel industry: A stochastic metafronter approach. Tourism Economics 18(5): 1143-1150.Malmquist, S. 1953. Index numbers and indifference surfaces. Trabajos de Estadistica 4: 209-242. 83
รายงานฉบบั สมบูรณMeng, X. (1998) Male–female wage determination and gender wage discrimination in China’s rural industrial sector. Labour Economics 5(1): 67-89.Mincer, J. 1958. Investment in human capital and personal income distribution. Journal of Political Economy 66(4), (August) 281302.Mincer, J. 1974. Schooling, Experience and Earnings. New York: National Bureau of Economic Research.Mincer, J. 1997, Changes in Wage Inequality, 1970-1990. Research in Labor Economics 16, 1-18.Morey, R. and Dittman, D. 1995. Evaluating a hotel GM’s performance: A case study in benchmarking. Cornell Hotel Restaurant and Administration Quarterly 36(5): 30-35.O’Donnell, C., Rao, D.S.P. and Battese, G.E. 2008. Metafrontier frameworks for the study of firm- level efficiencies and technology ratios. Empirical Economics 34(2): 231-255.Ogloblin, C. and Brock, G. 2005. Wage determination in urban Russia: Underpayment and the gender differential. Economic Systems 29(3): 325-343.Önüt, S. and Soner S. 2006. Energy efficiency assessment for the Antalya region hotels in Turkey. Energy and Buildings 38(8): 946-971.Philips, P. and Appiah-Adu, K. 1998. Benchmarking to improve the strategic planning process in the hotel sector. The Service Industry Journal 18(4): 1-17.Price, C.W. and Weyman-Jones, T. 1996. Malmquist indices of productivity change in the UK gas industry before and after privatization. Applied Economics 28(1): 29-39.Raab, R. and Lichty, R. 2002. Identifying sub-areas that comprise a greater metropolitan area: The criterion of country relative efficiency. Journal of Regional Science 42(3): 579-594.Rosen, S. 1992 Distinguished fellow — Mincering labor economics, Journal of Economic Perspectives 6: 157–170.Shang, J.K., Hung, W.T. and Wang, F.C. 2008, Service outsourcing and hotel performance: Three-Stage DEA analysis. Applied Economics Letters 15(13): 1053-1057.Sheryl K. and Yu-Chin J.H. 2007 Wage Differentials in the Lodging Industry. Journal of Human Resources in Hospitality & Tourism 6(1): 69-84.Sigala, M. 2004. Using data envelopment analysis for measuring and benchmarking productivity in the hotel sector. Journal of Travel and Tourism Marketing 16(2/3): 39-60.Song, H., Yang, S. and Wu, J. 2009. Measuring Hotel Performance Using the Game Cross- Efficiency Approach. IATE 2009, December 11-13 2009, Chiang Mai, Thailand.Tone, K. 2001. A slacks-based measure of efficiency in data envelopment analysis. European Journal of Operational Research 130(3): 498-509. 84
ประสทิ ธิภาพการดําเนนิ งาน และการยกระดับคุณภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรมTone, K. 2002. A slacks-based measure of super-efficiency in data envelopment analysis. European Journal of Operational Research 143(1): 32-41.Untong, A. 2012. The Destination Management in Tourism and Tourism Competitiveness in Thailand. Doctor of Philosophy Thesis in Tourism and Environmental Economics, University of the Balearic Islands, Spain.Untong, A., Kaosa-ard, M., Ramos, V. and Rey-Maquieira, J. 2011. Chang in the managerial efficiency and management technology of hotels: An application to Thailand. Tourism Economics 17(3): 565-580.Wöber, K.W. 2002. Benchmarking in Tourism and Hospitality Industries: the Selection of Benchmarking Partners. Oxon, CABI Publishing.Zhong, H. 2011 Returns to higher education in China: What is the role of college quality? China Economic Review 22(2): 260-275. 85
ภาคผนวก87
รายงานฉบับสมบูรณ 88
ประสทิ ธิภาพการดาํ เนินงาน และการยกระดับคณุ ภาพของแรงงานในอตุ สาหกรรมโรงแรม ภาคผนวก ก(ตัวแปรและขอ มลู ของธุรกิจโรงแรมในแตละจังหวดั ) 89
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112