Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การพัฒนาบัวให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒ “ปทุมธานี … เมืองบัว”

การพัฒนาบัวให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒ “ปทุมธานี … เมืองบัว”

Published by Bensiya Panpunyadet, 2015-10-22 05:11:37

Description: เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ การพัฒนาบัวให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒ “ปทุมธานี … เมืองบัว” วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
ณ ห้องประชุมรินลอุบล ชั้น ๑ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๔๘
พระชันษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

Keywords: ประชุมวิชาการ, การพัฒนาบัวให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒,RMUTT

Search

Read the Text Version

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกจิ คร้ังที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี บทนํา “บัว” เปนพันธุไมนํ้าที่ไดรับฉายาวา “ราชินีแหงไมน้ํา” ปริมลาภ (วสุวัต) และคณะ, (2554 : 8)บัวมีความผูกพันกับชีวิตความเปนอยูของคนไทยมายาวนาน คนไทยมักปลูกประดับไวภายในบานเพื่อความสวยงามหรือตามความเชอ่ื วาเปนสริ ิมงคล (อศิ รา แพงส,ี 2551 : 6) เราถอื วา ดอกบวั เปน ดอกไมศักด์ิสิทธ์ิเพราะ คนไทยใชดอกบัวบูชาพระรัตนตรัยมาแตโบราณ บัวเปนสัญลักษณของความบริสุทธ์ิ จากรูปลักษณของดอกบัวที่มีความสงางาม มีสีสันสวยงาม บางชนิดมกี ลนิ่ หอม และถือเปนดอกไมป ระจาํ ศาสนาพุทธ อุไร จิรมงคลการ (2548 : 14) กลาววา สําหรับชาวไทย ดอกบัวกลายเปนส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ ที่ผูกพันกับชีวิตความเปนอยูของคนไทยมายาวนาน ท้ังนี้เพราะชาวไทยใชดอกบัวบูชาพระรัตนตรัยกันมาแตโบราณ นอกจากนี้ในดานสถาปตยกรรม ยังมีลวดลายของดอกบัวปรากฏอยูตามฐานพระพุทธรูป เจดียปูนปน บัวหัวเสาของพระวหิ าร ซุมประตู จติ รกรรมฝาผนังภายในวหิ ารตา ง ๆ บัว ยังมีความสัมพันธกับวิถีชีวิตของคนไทยอีกหลายดาน เชน ดานโภชนาการอาหารการกิน ปจจุบันอาหารไทยกลายเปนอาหารที่คนทั่วโลกรูจัก และยังนํา “บัว” ไปประกอบเปนยาสุมนไพรรักษาโรคตาง ๆ“ชิดชนก”(2548 : 75-76) กลาววา “ทุกสวนของบัว ใชทาํ อาหารได รากบัวมีแคลเซียม วิตามินซี และสารอื่น ๆ มีรสมันหวานอรอย และมีกลิ่นหอม ท้ังตําราอินเดีย และจีนนิยมใช “รากบัว” แกรอนใน รากบัวใชกินเปนอาหารชวยใหขับถายดีเพราะรากบัวมีเสนใยอาหารมาก” บัวเปนดอกไมที่เกี่ยวของกับการกําเนิดของเทพเจาในศาสนาพราหมณอฮินดู อาทิ พระนารายณ พระลักษมี พระพรหมา และถือเปนสัญลักษณของความบริสุทธิ์ นอกจากนี้ชื่อของวัง วัด โรงเรียน ก็มีชื่อสัมพันธกับ“บัว” อาทิ วังสระปทุม วัดปทุมคงคา โรงเรียนปทุมคงคา จากความรูเบื้องตนดังกลาวจะพบวา “ดอกบัว” เปนดอกไมมหัศจรรยที่สัมพันธกับวิถีชีวิตของคนไทยในเร่ืองตางๆ คือ ดานภาษา วรรณคดีและวรรณกรรมไทย รวมทั้งช่ือฉันทลักษณ ดานความเช่ือเรื่องเทพเจาในศาสนาฮินดู ดานความเชอ่ื เรอ่ื งการตั้งชือ่ ดานสํานวน สภุ าษิต ปริศนาคาํ ทาย ดานโภชนาการและอาหารการกนิ จังหวัดปทุมธานี ประชากรสวนใหญนอกจากทํานาขาวแลวยังมีวิถีชีวิตท่ีผูกพันกับ “บัว”เปนอยางมาก เริ่มต้ัง แต ช่ือ จั ง ห วั ด ปทุ มธ า นี ซ่ึ ง ได รับพ ร ะร า ชท า นนา มจ า ก พ ร ะบา ท สมเ ด็จ พ ร ะพุ ท ธ เ ลิศห ลาน ภาลั ยเมื่อพุทธศักราช 2358 เนื่องดวยเมื่อครั้งที่พระองคเสด็จประพาสเมืองสามโคก ชาวมอญที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารตางพากันนําดอกบัวขึ้นทูลเกลาฯ ถวายราชสักการะ ยังความซาบซ้ึงในพระราชหฤหัยเปนอยางมาก จึงพระราชทานนามเมืองสามโคกใหใหม วา “เมืองประทุมธานี” (การทองเที่ยว แหงประเทศไทย, 2553 :5) จนกระทั่งป พ.ศ. 2481 กระทรวงมหาดไทย มีคําส่ังใหเปล่ียนแปลงช่ือใหมวา “อําเภอเมืองปทุมธานี” และมีดอกบัวหลวงเปน ดอกไมป ระจาํ จงั หวัด ดวยเหตุที่จังหวัดปทุมธานี เปนแหลง “ปลูกบัว” แต “ดอกบัว” กลายเปนดอกไมที่ขาดแคลน หายากในยามทตี่ องการใชป ระกอบพิธีกรรมวันสาํ คญั ทางศาสนา และไมค อยไดรับความนิยมจากคนไทยท่ัวไปนัก ทั้ง ๆ ท่ีดอกบัวเปน ดอกไมประจําพระพุทธศาสนา ผวู จิ ยั ไดส อบถาม สัมภาษณกลุมบุคคลท่ีปลูกบัว ทําใหไดทราบปญหาหลายประการในการปลูกบัว จงึ เห็นสมควรท่ีจะศกึ ษาเร่ือง บวั กับความสัมพันธดานวิถีชีวิตของคนไทยใน 5 ดาน ดังปรากฏในวัตถุประสงคของการวจิ ัย เพ่ือนําผลการวิจัยไปใชเปน ขอมลู ในการพฒั นา ปรับปรุง และเผยแพรต อ ไป ๘๐

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ ครง้ั ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีคําถามเพ่อื การวิจัย บัวมีความสัมพนั ธกับวถิ ชี ีวติ ของคนไทย 1) ดา นภาษา วรรณคดีและวรรณกรรมไทย 2) ดานความเชื่อเกี่ยวกบัเทพเจาในศาสนาพราหมณฮินดู 3) ดานความเชื่อเร่ืองการต้ังชื่อ 4) ดานสํานวน สุภาษิต ปริศนาคําทาย และ 5) ดานโภชนาการและอาหารการกิน อยางไรบางวตั ถุประสงคของการวิจยั 1. เพ่ือศึกษาเรื่อง บวั กับความสัมพนั ธด า นวถิ ีชวี ิตของคนไทย ดงั นี้ 1.1 บวั กับภาษา วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย 1.2 บวั กับความเช่ือเกย่ี วกับเทพเจา ในศาสนาพราหมณฮ นิ ดู 1.3 บัวกบั ความเชือ่ เร่ืองการตั้งช่อื 1.4 บัวกบั สาํ นวน สุภาษิต ปรศิ นาคาํ ทาย 1.5 บวั กับโภชนาการ อาหารการกินและสมนุ ไพรรกั ษาโรค 2. เพ่ือนําผลการวิจยั ไปใชเปน ขอ มูลในการพัฒนา ปรบั ปรงุ และเผยแพรต อไปขอบเขตของการวจิ ัย การศึกษาเรื่อง “บัว” ท่ีปรากฏในงานวิจัยนี้ เปนการศึกษาวิเคราะหเอกสาร เร่ือง บัวกับความสัมพันธดานวิถีชีวติ ของคนไทยใน 5 ดานนิยามศพั ทเ ฉพาะ 1. ดอกบัว หมายถงึ พืชพรรณไมน ้าํ ที่เกิดและเจรญิ เติบโตในนา้ํ มี 3 สกุลใหญ คือ สกุลบงั หลวง หรอืปทุมชาติ สกุลบัวสายหรอื อุบลชาติ และสกุลบัวกระดง (บวั ขอบกระดง /บัวสายยกั ษ) 2. วถิ ชี วี ิตคนไทย หมายถงึ แนวทางในการดาํ เนินชวี ติ อยางมคี วามสุขตามลกั ษณะหรือคณุ ลษั ณะของคนไทย 3. โภชนาการ หมายถึง วิทยาศาสตรประยกุ ตแขนงหนง่ึ วา ดว ยความสัมพันธระหวางอาหารกับขบวนการตาง ๆ ท่เี กย่ี วของกับสุขภาพประโยชนท คี่ าดวา จะไดรับ 1. ผลการวิจัยความสมั พันธข องบวั กบั วิถชี ีวิตคนไทย สถานศกึ ษาสามารถนําไปประยุกตใชใ นหลกั สตู ร หรอื ในการเรียนการสอนกลมุ วชิ าภาษาได 2. ผลการวิจยั สามารถใชเปนแนวทางในการประกอบอาชีพปลูกบัวความสัมพันธของบัวกับวิถชี วี ิตของคนไทย บัวมีความสัมพันธกับวิถีชีวิตของคนไทยมายาวนาน ในขณะเดียวกัน “บัว” ก็มีความสัมพันธเก่ียวของกับภาษา วรรณคดีและวรรณกรรม ซึ่งเปนศิลปะเก่ียวกับการแตงหนังสือ วรรณคดีสําคัญหลายเร่ืองกลาวถึง “บัว” แสดงถงึ ความสัมพันธเ ก่ียวของกับวิถีชีวิต ความเปนอยูของกลุมชนอยางที่ไมสามารถจะแยกออกจากกันได “บัว” จึงปรากฏอยูในสํานวนภาษา สุภาษิต ปริศนาคําทาย วรรณคดีและวรรณกรรมไทย ซ่ึงรวมท้ังฉันทลักษณ ความเชื่อเรืองเทพเจาในศาสนาพราหมณฮ นิ ดู ความเชอ่ื เร่อื งการต้ังชื่อ อกี ทั้งความสมั พนั ธกบั โภชนาการ อาหารการกินของไทย ๘๑

การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พืชเศรษฐกจิ ครง้ั ท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี 1. บวั กับภาษา วรรณคดีและวรรณกรรมไทย จากหลักฐานท่ีปรากฏเปนลายลักษณอักษร มีวรรณคดีที่กลาวถึงบัวไว เชน ไตรภูมิพระรวง ซ่ึงเปนวรรณคดีสมัยสุโขทัย มหาชาติคําหลวง ลิลิตพระลอ: เปนวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนตน กาพยมหาชาติ อนิรุทธคําฉันทเปนวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนกลาง พระมาลัยคําหลวง กาพยหอโคลงนิราศธารโศก เปนวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนปลายนอกจากนี้ บัวยังปรากฎอยูในวรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร เชน เร่ืองมหาเวสสันดรชาดก กากีรามเกียรติ์ อิเหนา ขุนชางขนุ แผน พระอภัยมณี เปนตน “บัว” ยังมีความสัมพันธกับชื่อฉันทลักษณของไทย มีการตั้งชื่อฉันทที่มีความหมายเกี่ยวของกับบัว อาทิกมล แปลวา ดอกบัว, คาถาท่ีงามเหมือนดอกบัว ตําราฉันทลักษณในภาษาไทยเรียกคาถาน้ีวา “กมลฉันท”(ราชบัณฑติ ยสถาน, 2550 : 2) นอกจากนยี้ ังมชี อ่ื กลบทกินนรเกบ็ บัว กลบทบัวบานกลบี ขยาย เปน ตน 2. บัวกบั ความเชอ่ื เรอ่ื งเทพเจาในศาสนาพราหมณฮนิ ดู จากการศึกษาความสัมพันธข องบัวดา นความเชื่อกบั เทพเจา พบวา ศาสนาพราหมณฮินดู ใหความสําคัญกับดอกบัวเปนอยางมาก ดอกบัวเก่ียวของกับโลกจักรวาล และดอกบัวเปนดอกไมท่ีเกี่ยวของกับกําเนิดของเทพเจาทั้งหลายเปนสัญลักษณแหงความสวยงาม สะอาด และความบริสทุ ธิ์ (จารวี มัน่ สินธร, 2547 : 52) 3. บวั กบั ความเช่ือเรอ่ื งการตั้งชื่อ ความสัมพันธข องบวั กบั ความเช่ือเรื่องการต้ังช่ือนั้น คนไทยเรามีความเช่ือวา ชื่อของตนจะอํานวยความสุขความเจริญใหกับตนเอง ทง้ั นี้ การตัง้ ชือ่ น้นั จะตองข้ึนอยกู บั วนั เดอื น ปเ กิดดว ย ตัวอยางการตั้งชื่อท่ีมีความหมายเกี่ยวกับ“บัว” นนั้ มมี าก (เสฐียรพงษ วรรณปก, 2542 : 38-119) เชน กมล นลิน นีรชา รวินท สรัช อรกช และอรรวินทร เปนตน นอกจากบัวมีความสัมพันธกับการตั้งช่ือบุคคลแลว ยังมีนักเขียน นักประพันธ ใชคําวา “บัว” เปนนามปากกา (นามแฝง) เชน “บวั กลางบงึ ” เปน นามปากกาของนักหนังสือพิมพ นายอทุ ธรณ พลกลุ (กรมศิลปากร, 2523 :15) และ “ศรสี ตั ตบษุ ย” (บัวชนิดบวั หลวง) เปนนามปากกาของนักเขยี นสตรี นางโศภี สุดศก (กรมศิลปากร, 2523 : 98) คําวา “บัว” นอกจากจะใชเปนนามปากกาของนักเขียนแลว ยังมีนักเขียน นักประพันธหลายทานนําไปตั้งชอ่ื หนงั สือเรอื่ งตาง ๆ หลายเรื่อง อาทิ ใยบัว บัวกลางบึง เกสรบัวหลวง บัวบานในอะมาซอน อีกทั้งชื่อวัง วัด โรงเรียน ยังตง้ั ช่อื เก่ียวกบั บัวเชน กัน อาทิ วังสระปทุม วัดปทุมวนาราม วัดปทุมคงคา และโรงเรียนปทุมคงคา (กนกวลี ชูชัยยะ, 2548: 172, 363) 4. บวั ดานกบั สํานวน สภุ าษิต ปริศนาคําทาย คําพูด ของ มนุษ ยเร าไมวาชาติใด สามาร ถแยก ออก ไดก วาง ๆ เ ปนสอ งอยาง อยางหนึ่งพูดตรงไปตรงมาตามภาษาธรรมดา พอพูดออกมาก็เขาใจไดทันที อีกอยางหน่ึงพูดเปนชั้นเชิง ไมตรงไปตรงมามักจะเรียกรวมๆ กันวา “สํานวนไทย” (กาญจนาคพันธุ (นามแฝง), 2513 : 1) เชน บัวไมใหช้ํา น้ําไมใหขุน หมายถึงถนอมนาํ้ ใจกนั รจู กั ผอ นปรนเขาหากัน มใิ หก ระทบกระเทือนใจกนั เห็นกงจักรเปนดอกบัว หมายถึง เห็นส่ิงไมถูกตองเปนสิ่งทถ่ี ูกตอง (หรือเหน็ ผิดเปนชอบ) (ราชบัณฑติ ยสถาน, 2556 : 665 , 1343) จากการศึกษา ดานปริศนาคําทาย มีคําตอบเกี่ยวกับ “บัว” อยูมาก เชน อะไรเอย ฝนตกลงมาหลังคาไมเปยก(ใบบัว) หรืออะไรเอย ตนเทาลําเทียน มีใบเทาถาด (บัวหลวง) เปนตน (สําลี รักสุทธี, 2539 : 2-9) สํานวนภาษาที่เก่ียวกับบัวเชน บัวโรย (ไมสดช่ืน, เส่ีอมไป) บัวเหนือน้ํา, บัวพนนํ้า (ผูมีสติปญญามากสามารถเขาใจอะไรไดงาย) สํานวนไทย “แมสายบัวแตงตัวคา ง” (ผหู ญงิ ทีแ่ ตงตวั คอยผูม ารับออกนอกบาน แตเขาไมม าตามนัด) (ราชบัณฑติ ยสถานฐ 2556 : 665, 923) หรือบัวใตน้ํา (คนท่สี ตปิ ญ ญานอย เขาใจอะไรไดย าก) เปนตน ๘๒

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พืชเศรษฐกจิ ครั้งที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภัณฑบ วั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ปริศนาคาํ ทายบางปรศิ นามคี ุณคา ในการศกึ ษาภาษาถ่นิ ตลอดจนวิวัฒนาการของภาษา อาทิ อะไรเอย ตนเทา ลาํ เทียน ใบเทากะเบียน (บวั หลวง) คาํ วา “กะเบียน” เปน ภาษาถ่ิน-อีสาน หมายถึง ถาดไมใชเ ปนสาํ รับ ,กระบะ ๕. บวั กับโภชนาการและอาหารการกนิ คนไทยในอดีตมีสุขภาพแข็งแรงเพราะรับประทานอาหารไทย อาหารไทยเปนอาหารที่มีคุณคาทางโภชนาการที่สมบูรณ ประกอบดวยอาหารครบ 5 หมู มีสวนประกอบไขมันต่ํา นับไดวาเปนอาหารสุขภาพที่แตกตางจากอาหารอ่ืนๆ (ปรีดา ต้ังตรงจิตร และคณะ, 2550 : 355) การบริโภคอาหารท่ีมีคุณคาทางโภชนาการครบถวน ตามความตอ งการของรา งกายในปริมาณท่ีเหมาะสม ยอมเปน ผลดกี บั สขุ ภาพชวยทาํ ใหเจริญเติบโตทง้ั รางกายและสติปญ ญา สุขภาพแขง็ แรง ปราศจากโรคภยั ไขเจ็บ ประเทศไทยมวี ัตถดุ ิบทหี่ ลากหลาย โดยเฉพาะอยางย่ิงผักพ้ืนบานจําพวก “บัว” สามารถนํามาทําอาหารทั้งคาวและหวานไดมากมาย บรรพบุรุษไทยจึงนําสวนตางๆ ของบัวมาปรุงเปนอาหารทั้งคาวและหวาน อาทิ อาหารคาวท่ีมีการนําเหงา รากบัวหรือไหลบัว กลีบดอกและกานบัวมาใชเปนผักจ้ิม หรือนํามาผัด ตมหรือแกง ใบบัวออนนํามาปรุงเปนอาหารได (อาหารจากบัว, 2556 : ออนไลน) หรือนําใบมาอบแหงชงด่ืมแทนนํ้าชาแกวรอนในกระหายนํ้า ไดเปนอยางดี(เศรษฐมันตร กาญจนกุล, 2551 : 57) เมล็ดบัวสามารถตากแหงนํามาปรุงอาหารไดทั้งคาวและหวาน เกสรบัวสามารถใชเขา เคร่ืองยาไทยและจนี โดยเฉพาะยาลม ยาหอม ยาขับปสสาวะ ปจ จุบนั นิยมนาํ มาอบแหงชงดื่มเปน ชาด่มื กนิ ไดอกี ดวย ปจจุบันน้ีคนสนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น และนิยมด่ืมชา ซ่ึงดอกบัวก็มีคุณสมบัติทําเปนชาดื่มได ท้ังกลีบดอก เกสร ดีบัว มีประโยชนชวยบํารุงรางกาย สรรพคุณของบัวหลวงมีประโยชนในดานสมุนไพร เมล็ดบัวชวยบํารุงกําลังแกกษัย ทองรวง สมานแผล แกรอนใน เจริญอาหาร ชวยใหกระชุมกระชวย ฝกบัว ชวยขับลม สมานแผล และแกพิษเบื่อเมา กานบัว รักษาโรคลมออกหู และแกทองเดิน เหงาบัว แกทองเสีย แกพิษ ฝ ปวดบวม รักษาแผลไฟลวก ชวยขับปสสาวะ บํารุงกําลัง แกรอนใน กระหายน้ํา ใบบัว บํารุงรางกาย แกไข แกปวดฝ ปวดศีรษะ และชวยหามเลือด ดอกบัวแกทองเสีย อาเจียน แกไข บํารุงหัวใจ แกจุกเสียด เกสร บํารุงกําลัง บํารุงตับ แกไขมีพิษ ขับเสมหะ แกทองรวง ขับปสสวะ ดีบัว ชวยขยายหลอดเลือด แกกระหาย (เศรษฐมันต กาญจนกุล, 2551 : 58) ขอเหงาบัว สรรพคุณ แกไอมีเสมหะปนเลือด แกอ าการเลอื ดกาํ เดาไหล อุจาระปสสาวะมเี ลือดปน แกป ระจาํ เดือนมาไมปกติ (ภูรนิ ทร อคั รกลุ ธร, 2557 : 2) จากการศกึ ษาพบวา “บวั ” มีความสมั พนั ธกับวถิ ีชวี ิตคนไทยหลายดา น ดอกบวั เปนดอกไมค วรคูกับวิถีชีวิตคนไทยท้ังในอดตี และปจจุบนั จัดวา เปนมรดกทางวัฒนธรรมทีเ่ กา แกอ ยา งหน่ึง และบวั มคี วามสาํ คญั ในวิถีชวี ติ ของคนไทย การใชแบบสอบถามจากกลุมตัวอยางเชิงสํารวจซึ่งเปนตัวแทนกลุมเกษตรกรผูปลูกนาบัว คือนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จํานวน 137 คน เปนแบบสอบถามท่ีสมบูรณสามารถนํามาวเิ คราะหขอ มลู ไดจาํ นวน 130 ฉบับ คิดเปน รอ ยละ 94.89 จากขอคําถามพบวา กลุมตัวอยางสนใจในอาชีพปลูกบัว เพราะมีผูแนะนําใหปลูกบัวเปนการหารายไดรอยละ40 บัวที่ปลูกเปนบัวหลวง รอ ยละ 67.69 การปลกู บวั นิยมปลูกในชว งฤดรู อนและฤดฝู น รอยละ 40.77 ผลผลิตท่ีไดจากบัวทท่ี ํารายไดดีทส่ี ุดคอื ดอกบัว รอยละ 63.85 ปญ หาและอุปสรรคในการปลูกบวั คือไมม ีความรดู พี อเกย่ี วกบั บัว รอยละ 50 ปญหาที่เปนอุปสรรคตอการพัฒนาบัวของเกษตกรโดยทั่วไปคือ เกษตรกรตางคนตางทําไมรวมกําลังกันเปนหมูคณะทาํ ใหข าดการทํางานอยางเปนระบบ รอยละ 48.46 และปญหา/อุปสรรค สําคัญของเกษตรกรผูทํานาบัวที่รัฐหรือหนวยงานพงึ ใหความชวยเหลอื ไดแ ก เร่ืองใหค วามรดู า นการรักษาสขุ ภาพอยา งถกู วธิ รี อยละ 71.54 ๘๓

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ คร้ังท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบัว วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรีสรุปผลการวจิ ยั จากหลักฐานที่ปรากฏเปนลายลักษณอักษร พบวา “บัว” มีความสัมพันธกับวิถีชีวิตของคนไทยทั้ง 5 ดานมายาวนาน“บัว” จงึ ปรากฏอยูใ นภาษา วรรณคดี และวรรณกรรมไทย สาํ นวน สุภาษติ ปริศนาคําทาย รวมท้ังความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจา ในศาสนาพราหมณ ดานความเช่ือเรื่องการต้ังช่ือ ชื่อท่ีมีความหมายวา “บัว” สวนใหญเปนช่ือสตรีซึ่งส่ือความหมายถึงความงาม บริสุทธิ์ นอกจากนี้ “บัว” ยังสัมพันธกับโภชนาการอาหารการกินของไทย อันเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่เกาแกอยางหนึ่ง ผลการศกึ ษาจากแบบสอบถามพบวา ปญ หาและอุปสรรคสําคัญของเกษตรกรผูทํานาบัวท่ีรัฐหรือหนวยงานพึงใหความชวยเหลือ ไดแก การใหความรดู านการรกั ษาสุขภาพอยางถกู วิธี รอยละ 71.54อภิปรายผล บัวกบั ความสัมพันธด านวิถชี ีวติ ของคนไทย คตคิ วามเช่อื เร่ืองบวั เปนคติความเชือ่ ทีเ่ กดิ ข้นึ พรอมกับศาสนา ไทยรับเอาคตคิ วามเชอ่ื ดงั กลา ว มาจากประเทศอนิ เดียโดยมพี ุทธศาสนาเปนแกนนําเม่ือประมาณ 2,500 กวาปลวงมาแลว จากเรื่องราวของดอกบัวในพุทธประวัติ ชาดกตาํ นานและพระสตู รตา งๆ ท้งั ความเช่อื เกีย่ วกับเทพเจาในศาสนาพราหมณฮินดู จนเปนคติความเชื่อท่ีฝงลึกอยูในจิตใจของคนไทยต้ังแตอดีต และยังคงไดรับการสืบทอดมาถึงปจจุบัน จนกลายเปนวัฒนธรรมและประเพณีท่ียึดถือปฏิบัติ อันเปนการดําเนินชีวติ ตามหลักของศาสนา (คตคิ วามเช่ือเรอื่ งบัว, 2556 : ออนไลน) จากการศึกษาจะพบวา “บัว” มีคุณคาทางอาหารมาก“บัว” เปนไดทั้งอาหารและยา โดยเฉพาะ “ดอกบัว”ใชเ ปน ไมต ดั ดอกเพ่อื นํามาบชู าพระ เกสรบัวหลวงเปน สมุนไพรชนิดหน่ึงใชผสมในยาหอมบํารุงหัวใจ บํารุงกําลัง แกอาการหนามืด วิงเวียนศีรษะ เกสรตัวผู ใชเปนยาขับปสสาวะ หรือใชเปนเคร่ืองสําอาง และเปนยาสมานแผล กลีบดอกชั้นใน ใชตําพอกแกโ รคซฟิ ล สิ แกท องรว ง กา นใบ ใชเ ปนยาแกทอ งรวง (สมุนไพรไทย , ยารักษาโรค, 2556 :ออนไลน) อาจเปนเพราะ “บัว” มีคุณคาทางอาหารมากมาย การบริโภคบัวจึงเปนการบริโภคอาหารท่ีเปนได ทั้งอาหารและยาสมุนไพรซึ่งเปนอาหารสุขภาพ รับประทานแลวทําใหมีสุขภาพดี จึงมีตํารับอาหารท่ีประกอบจาก “บัว” มากมายท่ีถายทอดเปน มรดกทางวฒั นธรรมทีเ่ กาแกทส่ี ุดอยา งหนง่ึ สลู ูกหลานมาจนถึงปจ จุบันน้ี อาจเปนเพราะ “บวั ” มคี ณุ คาทางอาหารอยมู าก การบริโภคบัวจึงเปนการบริโภคอาหารท่ีเปนไดท้ังอาหารและสมุนไพรซ่ึงเปนอาหารสุขภาพ รับประทานแลวทําใหมีสุขภาพดี จึงมีตํารับอาหารท่ีประกอบจาก “บัว” เปนจํานวนมากท่ีถา ยทอดเปนมรดกทางวฒั นธรรมท่ีเกา แกอยา งหนึ่งสูลูกหลานมาจนถงึ ปจจุบันน้ีขอเสนอแนะ ขอ เสนอแนะสาํ หรับหนวยงานของรฐั และผูทเี่ กยี่ วขอ ง 1. รัฐและหนวยงานของรัฐ หนวยงานท่ีเกี่ยวของควรใหการสนับสนุนดานองคความรูเกี่ยวกับบัวแกเกษตรกรผทู ํานาบวั ท้ังดานการฝกอบรม ดา นเอกสารความรู และส่อื ความรูตา งๆ 2. รัฐและหนวยงานของรัฐ หนวยงานท่ีเกี่ยวของควรใหการสนับสนุนดานองคความรูเก่ียวกับการทํานาบัวเชิงธรุ กจิ และการทําการตลาดบัวแกเ กษตรกรผูทาํ นาบวั ท้งั ดานการฝกอบรม ดา นเอกสารความรู และสื่อความรตู า งๆ ๘๔

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พืชเศรษฐกิจ ครง้ั ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑบวั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี ขอเสนอแนะสาํ หรับเกษตรกรผทู าํ นาบวั ควรศกึ ษาหาความรเู กย่ี วกบั บัวอยางกวางขวาง ท้ังการปลูก โรค แมลง และวัชพืช รวมทั้งศึกษาการตลาด การบํารุงรกั ษา วางแผนการปลกู และการตลาดโดยตรงอยา งรอบคอบกอ นลงมือปลกู ขอ เสนอแนะในการวจิ ยั ควรทําการวจิ ัยกับกลมุ เกษตรกรผทู าํ นาบวั โดยตรง บรรณานกุ รมกนกวลี ชูชัยยะ. 2548. พจนานกุ รมวิสามานยนามไทย : วัด วงั ถนน สะพาน ปอ ม. กรงุ เทพมหานคร. อรณุ การพมิ พกาญจนาคพนั ธุ (นามแฝง). 2513. สาํ นวนไทย. พระนคร : บาํ รุงสาสน.การทอ งเท่ยี วแหง ประเทศไทย. 2553. ปทุมธานี. กรุงเทพฯ : เอกสารเผยแพรของการทองเท่ียวแหง ประเทศไทย.ขาวสดรายวัน. 2556. “คติความเช่ือเร่ืองบัว”. (ออนไลน). เขาถึงไดจาก http://www.khaosad.co.th และ http://www.abhakara.com [สบื คนเมอื่ 19 ตุลาคม 2556].จารวี มัน่ สินธร. 2547. การศึกษาวเิ คราะหเ รื่อง “ดอกบัว” ในคมั ภรี พ ระพุทธศาสนาเถรวาท. วทิ ยานิพนธปรญิ ญาพุทธ ศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา บัณฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณร าชวิทยาลยั (อดั สําเนา).“ชิดชนก” (นามแฝง). 2548. ผกั พื้นบา นไทยสมุนไพรตา นโรค. กรงุ เทพฯ : ไพลนิ บคุ เน็ต.ปรมิ ลาภ (วสวุ ตั ) และคณะ. 2554. “บวั ” ในสารานุกรมไทยสําหรับเยาวชนฯ เลม ที่ 13. กรงุ เทพฯ: ดานสทุ ธาการพิมพ.ปรีดา ตงั้ ตรงจติ ร และคณะ. 2550. “อาหารไทยพื้นบา น” ใน เอกสารการสอนชดุ วิชาธรรมานามัย หนวยท่ี 1 – 8. นนทบุรี : มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช.ภรู นิ ทร อคั รกุลธร. 2547. ประโยชนของบวั หลวง. พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี (อดั สําเนา).ราชบณั ฑติ ยสถาน. 2556. พจนานุกรม ฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554. กรงุ เทพฯ : นามมบี คุ สพับลิเคชนั่ ส. . 2550. พจนานกุ รมศัพท วรรณกรรมไทย ภาคฉันทลกั าณ. นนทบรุ ี : สหมิตรพรน้ิ ตงิ้ แอนดพ ับลชิ ชิง่ . . 2523. ประวัตินักเขยี นไทย เลม 2. กรงุ เทพมหานคร : การศาสนา.เศรษฐมันตร กาญจนกลุ . 2551. รอยพรรณพฤกษา บัว. กรงุ เทพฯ : เศรษฐศิลป.สมนุ ไพรไทย , ยารกั ษาโรค. 2556. (ออนไลน). เขา ถงึ ไดจาก http://www.trueplookpanya.com.สําลี รกั สุทธ.ี 2539. ปริศนาคําทาย อะไรเอย . กรงุ เทพฯ : วสิ ิทธพ์ิ ฒั นา.เสฐียรพงษ วรรณปก. 2542. “คมู ือตั้งชอ่ื ลกู พจนานกุ รมชอื่ เดก็ ” ใน อนุสรณงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระครูสถติ วชริ ธรรม (ฉลอง) อดีตเจาอาวาวดั ทา ศาลาราม. เพชรบรุ ี : เพชรภูมกิ ารพมิ พ.อาหารจากบัว. 2556 : (ออนไลน). เขาถงึ ไดจ าก : http://www.weeranuch.wordpress.com [สอื คน เมือ่ 23 ตลุ าคม 2556]อศิ รา แพงสี. 2551. บัวและพรรณไมน้าํ . กรงุ เทพฯ : อมรินทร พรนิ้ ตง้ิ แอนดพ ับลชิ ชงิ่ .อไุ ร จริ มงคลการ. 2548. มอื ใหมห ดั ปลูกบัว. กรงุ เทพฯ : อมรนิ ทร พริน้ ติง้ แอนดพับลชิ ชิ่ง. ๘๕

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ ครัง้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภณั ฑบวั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี ผลของนาํ้ หมักสมนุ ไพรท่มี ตี อ การปอ งกนั กาํ จดั แมลงศตั รพู ชื และการเจรญิ เตบิ โตของบัวผนั พันธุฉ ลองขวัญ Effect of Fermented Herb for Controlling Pest Test and Growth on Nymphaea ‘Chalong Kwan’ ภูรินทร อคั รกลุ ธร, ดาวรงุ วัชรนิ ทรร ตั น, ทองมี เหมาะสม, เยาวมาลย นอ ยใหม Purin Akkarakultron, Dowroong Watcharinrat, Tongmee Mosom, Yaowamal Noimaiคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ต.คลองหก อ.ธญั บรุ ี จ.ปทมุ ธานี 12110. Abstract The effect of fermented herb for controlling pest test on Nymphaea ‘Chalong Kwan’atfield test control area the Lotus & Waterlily Museum Rajamangala University of TechnologyThanyaburi during March to May 2014. The research objective is study 1. Suitable formula offermented herb for controlling pest test on Nymphaea ‘Chalong Kwan’2. Efficiency of fermentedherb for controlling pest test on Nymphaea ‘Chalong Kwan’3. Efficiency of fermented Herb onNymphaea ‘Chalong Kwan’ growth. Completely Randomized Design was used. Treament consistedin six different fermented herbs are 1. control 2. Fermented Cymbopogon (L.) Rendle 3. FermentedAzadirachta indica A. Juss.var. siamensis Valeton 4. Fermented Tinospora crisp (L.) Miers ex Hook.f.& Thomson 5. Fermented Stemona collinsae Craib 6. Fermented herb mixture. The fermentedherb was prepared for 30 days. The implementation of 10 ml/L fermented herb (V/V) solution wassprayed on leaves and flowers every 7 days for 10 weeks. The result showed that the suitableformula of fermented herb for pest control in Nymphaea ‘Chalong Kwan’ was 3.52 - 4.29pH, 31 – 32 degree Celsius and 3.5 - 13 ๐Brix (TSS) condition. Fermented herb mixture effect toNymphaea ‘Chalong Kwan’ healthy leaves significantly compare with another treatment (25.00leaves/plant avg.) in the sixth week, the average different with another. Efficiency of fermentedherb for pest control in Nymphaea ‘Chalong kwan’ in first to the third week was found that thenumber of denatured leaves are different statistically compare with control. This mixing fermentedherb give the lowest average denatured leaves about 1.67 leaves per plant, different the controlwith an average of 6.33 leaves per plant. Efficiency of fermented herb on Nymphaea ‘Chalong Kwan’growth found that in the ninth week with Tinospora crisp (L.) Miers ex Hook.f. & Thomsonfermented herb show the highest average of flowers about 7.67 flowers per plant and this mixingfermented herb was the highest average healthy leaves about 20 leaves per plant.Keywords : Nymphaea ‘Chalong kwan’, fermented herb , pest control บทคัดยอ การใชนํ้าหมักพืชสมุนไพรปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ ท่ีแปลงทดสอบพิพิธภัณฑบัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี ระหวา งเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2557 เพ่ือ 1. หาสูตรน้ําหมักพืชสมุนไพรที่เหมาะสมตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ 2. ศึกษาประสิทธิภาพของนํ้าหมักพืชสมุนไพรที่มีผล ๘๖

การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พืชเศรษฐกิจ คร้ังที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภัณฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ 3. ศึกษาประสิทธิภาพของน้ําหมักพืชสมุนไพรที่มีผลตอการเจริญเติบโตของบัวผันพันธุฉลองขวัญ วางแผนการทดลองแบบสุมสมบูรณ ประกอบดวย 6 ชุดทดลอง ไดแก 1. ชุดควบคุม 2. สูตรตะไครหอม (Cymbopogon nardus (L.) Rendle) 3. สูตรเมล็ดสะเดาบด (Azadirachta indica A.Juss. var. siamensis Valeton) 4. สูตรบอระเพ็ด (Tinospora crisp (L.) Miers ex Hook.f.& Thomson) 5. สูตรหนอนตายหยาก (Stemona collinsae Craib) 6. สูตรผสม โดยการผสมน้ําหมักพืชสมุนไพรท่ีหมักไวนาน 30 วัน ปริมาณ 10มิลลิลิตร ตอ นํ้า 1 ลิตร ฉีดพนท่ัวใบและดอกทุก 7 วัน เปนเวลา 10 สัปดาห ผลการศึกษาการหาสูตรนํ้าหมักพืชสมุนไพรท่ีเหมาะสมตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ พบวาคาความเปนกรด - ดาง (pH) อยูระหวาง3.52 - 4.29 สวนอุณหภูมิอยูในชวง 31 - 32 องศาเซลเซียส และคาความเขมขนของของแข็งละลายในสารละลายมีคา3.5 - 13 องศาบรกิ ซ โดยผลการใชนา้ํ หมักสมุนไพรสตู รผสมมจี าํ นวนใบดเี ฉลี่ยสงู สดุ เทา กับ 25 ใบตอตนในสัปดาหที่6 คา เฉลี่ยมคี วามแตกตา งอยางมนี ยั สําคญั ยิ่งกับสูตรอ่ืน การศึกษาประสิทธิภาพของน้ําหมักพืชสมุนไพรท่ีมีผลตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ พบวาจํานวนใบเสียมีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติกับชุดควบคุม ในสัปดาหที่ 1-3 การใชนํ้าหมักพืชสมุนไพรสูตรผสมมีจํานวนใบเสียเฉลี่ยนอยที่สุดคือ 1.67 ใบตอตนแตกตางจากชุดควบคุมที่มีจํานวนใบเสียเฉลี่ย 6.33 ใบตอตน การศึกษาประสิทธิภาพของน้ําหมักพืชสมุนไพรที่มีผลตอการเจรญิ เตบิ โตของบัวผนั พันธุฉลองขวัญ พบวาในสัปดาหท่ี 9 การใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรบอระเพ็ดมีจํานวนดอกเฉล่ียสงู สุด 7.67 ดอกตอ ตน และการใชน้าํ หมกั พืชสมุนไพรสตู รผสมมีจาํ นวนใบดีเฉลย่ี สงู สดุ 20 ใบตอ ตนคําสาํ คญั : บัวผนั พนั ธฉุ ลองขวญั นาํ้ หมักสมุนไพร การปองกันกาํ จัดแมลงศตั รพู ชื บทนาํ การใชสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืช ตองพิจารณาถึงความจําเพาะเจาะจงในการปองกันกําจัดศัตรูพืชน้ันเวลาของการใชสารเคมีตองเหมาะสมกับระยะหรือวัยที่ออนแอของศัตรูพืช ตลอดจนการเจริญเติบโตของตนพืช ซึ่งสารเคมปี องกนั กาํ จัดศตั รพู ืชทกุ ชนิดเปนอันตรายตอคน สัตว และส่ิงมีชีวิตอื่นๆ นอกจากนี้ยังเปนสาเหตุใหเกิดมลพิษตอส่งิ แวดลอ มอกี ดวย (กรมวิชาการเกษตร, 2553) พืชสมุนไพรพืน้ บานหลายชนดิ สามารถนาํ เอาสว นตา งๆ มาใชในการทาํ ลายศตั รูพืชและไมกอ ใหเกิดสารพิษตกคางในสิ่งแวดลอม มีการศึกษาพบวาผลการทดสอบความเปนพิษของสะเดาไมเปนพิษตอสัตวเลือดอุน และไมทําลายศัตรูธรรมชาติดวย จึงเปนสารธรรมชาติท่ีปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีพืชอีกหลายชนิดท่ีมีแนวโนมในการนํามาใชปองกันกําจัดศัตรูพืชได เชน หนอนตายหยาก เปนตน บัวสาย หรืออุบลชาติ(Nymphaea sp.) เปนพรรณไมนํ้าท่ีมีดอกสวยงาม ไดรับการยกยองใหเปนราชินีแหงพันธุไมนํ้า จัดเปนพืชน้ําท่ีมีมูลคามากท่ีสุด มีศักยภาพในการผลิตเปนไมตัดดอกเพ่ือการคา (Chansilpa, 2010) เนื่องจากสีสันและรูปทรงหลากหลายสามารถนํามาจัดสวนหรือมุมพักผอนซึ่งไดรับความนิยมทั้งภายในและตางประเทศ ป 2553 พืชสกุล Nymphaea มีการสงออกมากใน 5 อนั ดบั แรกของพรรณไมน้าํ มีจํานวนการสงออก 39,760 ตน คิดเปนมูลคา 1,144,090 บาท (ภูริพันธุ,2555) เปนสินคาสงออกท่ีมอี นาคตดี ตลาดตา งประเทศมีความตองการสูง (ณรงค และ ณ.นพชัย, 2550) บัวผันพันธุฉลองขวัญ ( Nymphaea ‘Chalong kwan’) หรือ ‘King of Siam’ เปนบัวลูกผสมระหวางพันธุลาภประเสริฐ กับโคโลราตา (N. ‘Colorata’) โดยอาจารยชัยพล ธรรมสุวรรณ เม่ือป พ.ศ. 2541 เปนอุบลชาติเขตรอนบานกลางวันหรอื บัวผัน-เผื่อน กลีบดอกสีมวงน้ําเงิน อับเรณู กานอับเรณู (แทบไมมี) และเกสรเพศเมียสีเหลือง ทรงกลีบดอกเรียวยาว ทรงดอกบานแผค ร่งึ วงกลมถึงคอ นวงกลม กลบี ดอกซอนมากพิเศษ ขนาดเสนผาศูนยกลาง 10-12 เซนติเมตร ใหดอกดก (เสริมลาภ และปริมลาภ, 2551) เฉลี่ย 14 ดอกตอตนตอเดือน โดยทยอยออกตามกัน บานอยู 3 วัน ดอกมี ๘๗

การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พชื เศรษฐกิจ ครัง้ ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรีกลนิ่ หอมออ นๆ บานกลางวันเวลา 7.00-17.00 น. (ภูรินทร และสมพร, 2550) แตเนื่องจากปญหาแมลงศัตรูพืชท่ีเขาทําลายไดแ ก เพลยี้ ออ น หนอนพบั ใบ หนอนชอนใบ ซง่ึ กอใหเ กดิ ความเสียหาย ตอการเจรญิ เตบิ โตของบัวผันสายพันธุฉลองขวัญ ดังน้ันคณะผูวิจัยจึงทําการศึกษาหาผลของนํ้าหมักพืชสมุนไพรท่ีมีตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูพืช และการเจริญเติบโตของบัวผันพันธุฉลองขวัญ ซึ่งการใชสมุนไพรปองกันกําจัดศัตรูพืช มีความปลอดภัยตอเกษตรกรผูใชและไมเปนอันตรายตอส่ิงมีชีวิตอ่ืนๆ อีกท้ังเปนการลดการนําเขาสารเคมีกําจัดแมลงศัตรูพืชศัตรูพืชจากตางประเทศทาํ ใหป ระเทศชาติไมเสียดุลการคา ในอนาคตตอ ไป วธิ ดี าํ เนินการวจิ ัย 1. วางแผนการทดลองแบบสมุ สมบรู ณ หรอื CRD (Completely Randomized Design) ประกอบดวย6 ชุดทดลอง ทําการทดลอง 3 ซ้ํา รายละเอียดดังน้ี T1 = ชุดควบคุม T2 = สูตร 1 ตะไครหอม T3 = สูตร 2 เมล็ดสะเดาแหงบด T4 = สูตร 3 บอระเพ็ด T5 = สูตร 4 หนอนตายหยาก T6 = สูตร 5 สูตรผสม (ตะไครหอม เมล็ดสะเดา บอระเพ็ด และหนอนตายหยาก) 2. การเตรียมน้ําหมักสมุนไพรสูตร 1 - 4 นําสมุนไพรสดหรือแหงที่บดสับละเอียด จํานวน 20 กิโลกรัมและสําหรับสูตร 5 สูตรผสม นําสมุนไพรที่บดสับละเอียดชนิดละ 4 กิโลกรัม ใสลงในถังหมัก แลวเติมกากนํ้าตาลจํานวน 1 ลิตร เอธิลแอลกอฮอล จํานวน 1 ลิตร สารเรง พด.7 จาํ นวน 25 กรมั แลว เตมิ นํ้าเปลา จํานวน 50 ลิตร คนใหเ ขา กัน หมักไวเ ปนเวลา 30 วัน 3. การใชนํา้ หมักสมุนไพร วัดคา pH อุณหภูมิ และคาความเขมขนของของแข็งละลายในสารละลาย(TSS) ผสมนํ้าหมักสมุนไพร ปริมาณ 10 มิลลิลิตร ตอนํ้า 1 ลิตร ฉีดพนใหท่ัวใบและดอก ฉีดพนทุก 7 วันเปนเวลา 10สปั ดาห 4. เก็บขอมูลโดยบันทึกการเจริญเติบโตของบัวผันพันธุฉลองขวัญ ไดแก ปริมาณผลผลิตดอก ใบดี (ใบท่ีปราศจากการทาํ ลายของแมลงศัตรูพืช) และใบเสีย (ใบทถี่ ูกแมลงศัตรพู ืชทําลาย) 5. การวิเคราะหขอมูล นําขอมูลท่ีไดมาวิเคราะหขอมูลทางสถิติ โดยใช Analysis of Variance หากขอมูลแสดงความแตกตางในระดับความเชื่อม่ัน 95% ขึ้นไป นําขอมูลท่ัวไปมาเปรียบเทียบหาความแตกตางโดยใชวิธีDuncan’s New Multiple Range Test (DMRT) ผลการวจิ ยั ผลการนาํ น้าํ หมักสมุนไพร 5 สูตร คอื ตะไครหอม เมลด็ สะเดาบด บอระเพ็ด หนอนตายหยาก และสมุนไพรสูตรผสม ที่ไดจากการหมัก 30 วัน มาวัดคาความเปนกรด - ดาง อุณหภูมิ และคาความเขมขนของของแข็งท่ีละลายในสารละลาย พบวาคาความเปนกรด - ดางอยูระหวาง 3.52 - 4.29 สวนอุณหภูมิอยูในชวง 31 - 32 องศาเซลเซียสและคาความเขมขนของของแข็งละลายในสารละลายมีคาแตกตางกัน คือน้ําหมักสมุนไพรสูตรเมล็ดสะเดาบดแหง มีคาความเขมขนของของแข็งละลายสูงสุดเทากับ 13 องศาบริกซ รองลงมาคือนํ้าหมักสมุนไพรสูตรผสม และสูตรบอระเพ็ด มีคาความเขมขนของของแข็งละลายเทากับ 6.0 และ 4.0 องศาบริกซ ตามลําดับ สวนนํ้าหมักสมุนไพรที่มีคาความเขมขน ของของแข็งละลายตา่ํ สดุ คอื สมุนไพรสตู รตะไครหอม และสูตรหนอนตายหยาก มีคาความเขมขนของของแขง็ ละลายเทากับ 3.5 องศาบริกซ แสดงดังตารางที่ 1 ๘๘

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พืชเศรษฐกจิ ครั้งที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบ วั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีตารางท่ี 1 แสดงคา pH อณุ หภมู ิ และคา ความเขม ขน ของแข็งละลายของน้ําหมักสมุนไพรสตู รนา้ํ หมักสมุนไพร pH อณุ หภมู ิ (๐C) คา ความเขม ขน ของแข็งละลาย (๐Brix)สตู ร 1 ตะไครหอม 3.62 32 3.5สตู ร 2 เมลด็ สะเดาบด 4.29 32 13.0สูตร 3 บอระเพ็ด 3.97 31 4.0สูตร 4 หนอนตายหยาก 3.52 31 3.5สตู ร 5 สตู รผสม 3.84 32 6.0 ผลการใชน้ําหมกั สมนุ ไพรกบั บวั ผันพันธุฉลองขวญั โดยการผสมน้าํ หมกั สมุนไพรปริมาณ 10 มลิ ลิลิตร ตอนํ้า 1ลิตร ฉีดพนใหท่ัวใบและดอก โดยฉีดพนทุก 7 วัน เปนเวลา 10 สัปดาห พบวาในสัปดาหที่ 1 จํานวนใบดีและใบเสียเฉล่ียมีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญย่ิง การใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรตะไครหอมมีจํานวนใบดีเฉลี่ยตอตนสูงสุด 8.67ใบ รองลงมาคอื น้าํ หมักสมนุ ไพรสตู รผสมมจี าํ นวนใบดีเฉลย่ี ตอ ตน 8.0 ใบ สว นจํานวนใบดีเฉลี่ยต่ําสุด คือชุดควบคุมท่ีไมไดใชน้ําหมักสมุนไพร มีจํานวนใบดีเฉลี่ยตอตน 3.3 ใบ และการใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรผสมใหจํานวนใบเสียเฉลี่ยตอตน ต่าํ สดุ คอื 1.67 ใบ สว นการใชน ํ้าหมกั สมุนไพรสูตรหนอนตายหยาก ใหจ ํานวนใบเสยี เฉลี่ยตอตน สูงสุด 7.33 ใบแสดงดังตารางท่ี 2ตารางท่ี 2 แสดงผลของการใชนาํ้ หมกั สมนุ ไพรตอ บัวผันพนั ธฉุ ลองขวญั สปั ดาหท่ี 1รหสั ใบดี1/ ใบเสีย1/ ดอกT1 3.33c 6.67abT2 8.67a 4.33bc 1.00T3 4.33c 7.67a 1.00T4 5.67bc 4.00bc 1.00T5 4.00c 7.33a 1.33T6 8.00ab 1.67c 1.00 1.00F-test ** ** nsCV% 25.30 27.53 22.331/ คาเฉล่ียท่ีมีอักษรกํากับตางกันในแนวตั้ง มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ เม่ือเปรียบเทียบโดยวิธี Dancan’s newrange test ท่ีระดบั ความเชือ่ มนั่ 95 % ns = คา เฉลี่ยไมแตกตา งกันทางสถิติ (P>0.05)* = คา เฉลี่ยแตกตา งอยางมีนัยสําคัญ (P<0.05) ** = คา เฉลีย่ แตกตา งอยา งมีนยั สาํ คญั ยิง่ (P<0.01) ผลการใชนํ้าหมักสมุนไพรสัปดาหท่ี 6 พบวาจํานวนใบดีในแตละชุดการทดลอง มีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญการใชน้ําหมักสมุนไพรสูตรผสมฉีดพนบนใบบัวผันพันธุฉลองขวัญ พบใบดีเฉลี่ยสูงสุด 25.00 ใบ สวนสูตรตะไครหอม มีจํานวนใบดีเฉลี่ยนอยที่สุด 11.67 ใบ อีกทั้งจํานวนใบเสียก็มีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญ นํ้าหมักสมุนไพรสูตรบอระเพ็ด เกิดใบเสยี เฉล่ียนอ ยทส่ี ุด 1.33 ใบ สวนการใชน ํา้ หมกั สมุนไพรสตู รหนอนตายหยาก เกิดจํานวนใบเสียเฉล่ยี มากที่สุด 7.67 ใบ สําหรับการนับจํานวนดอกมีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญยิ่ง การใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรผสม และสูตร ๘๙

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พชื เศรษฐกิจ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบัว วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรีเมล็ดสะเดาบด ทําใหเกิดจํานวนดอกเฉลี่ยสูงสุด 5.67 ดอก สวนน้ําหมักสมุนไพรสูตรตะไครหอม ทําใหเกิดจํานวนดอกเฉล่ียต่ําสดุ 2.00 ดอก แสดงดงั ตารางท่ี 3ตารางที่ 3 แสดงผลของการใชน้าํ หมกั สมุนไพรตอ บวั ผันพันธุฉลองขวัญ สัปดาหท ่ี 6รหัส ใบดี1/ ใบเสีย1/ ดอก1/T1 15.33bc 4.00bca 3.67bcT2 11.67c 2.67bc 2.00cT3 21.00ab 7.33ab 5.67aT4 23.00a 1.33c 4.00abT5 22.00ab 7.67a 4.33abT6 25.00a 7.00ab 5.67aF-test ** * ** 24.33CV% 18.41 50.55 วจิ ารณผลการวจิ ยั1. การศึกษาหาสตู รนํ้าหมักพืชสมนุ ไพรที่เหมาะสมตอ การปองกนั กําจดั แมลงศัตรพู ืช สมบตั ทิ างเคมีและทางกายภาพของนา้ํ หมกั พชื สมนุ ไพรหลังหมกั 30 วัน พบวา คา ความเปนกรด-ดาง อยูระหวาง3.52-4.29 สอดคลองกับยงยุทธ (2552) ศึกษาสมบัติทางเคมีของนํ้าหมักชีวภาพที่มีอายุการเก็บรักษาตางกัน พบวาน้ําหมักชีวภาพมีคาความเปนกรด-ดางในชวง 3 สัปดาหแรกเทากับ 3.3 หลังจากน้ันคาความเปนกรด-ดาง จะสูงขึ้นระหวา ง 3.6-3.9 จนถงึ อายุการเก็บรกั ษา 24 สปั ดาหและจะมีคาความเปนกรด-ดา งสูงข้นึ เทากับ 4.3 เม่ืออายุการเก็บรกั ษา 36 สัปดาห และคา ความเขมขน ของของแขง็ ละลายในสารละลายมคี าแตกตา งกนั คอื นา้ํ หมักสมุนไพรสูตรเมล็ดสะเดาบด มีคาความเขมขนของของแข็งละลายสูงสุดเทากับ 13 องศาบริกซ การท่ีนํ้าหมักสมุนไพรสะเดาบดมีคาความเขมขนของของแข็งละลายในสารละลายสูง เพราะวาเปนเมล็ดแหงบดละเอียดจึงสามารถละลายไดดี ทําใหนํ้าหมักสมุนไพรทีไ่ ด มคี วามเขม ขนสงู กวาน้ําหมกั สมนุ ไพรสตู รอ่ืนซ่งึ ใชสมนุ ไพรสด2. การศกึ ษาประสิทธภิ าพของนาํ้ หมักพชื สมุนไพรท่ีมีผลตอ การปองกนั กําจดั แมลงศัตรูพืช การใชนํ้าหมักพืชสมุนไพรฉีดพนใบและดอกบัวผันพันธุฉลองขวัญทุก 7 วัน เปนเวลา 10 สัปดาห พบวาจํานวนใบดมี คี วามแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือบัวชุดท่ีใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรผสม ใหจํานวนใบดีเฉล่ียสูงสุด 25ใบตอ ตน ในสัปดาหท่ี 6 และชุดท่ีใชน้ําหมักสมุนไพรสูตรหนอนตายหยาก และสูตรบอระเพ็ด ใหจํานวนใบดีเฉลี่ย 23ใบตอตน ในสัปดาหที่ 5 และ 6 กรณีของบัวที่ใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรตะไครหอม และเมล็ดสะเดาแหง มีจํานวนใบดีเฉลีย่ นอ ยท่สี ดุ คือ 20.67 และ 20.33 ใบตอ ตนตามลําดบั3. การศึกษาประสิทธิภาพของนาํ้ หมกั พชื สมนุ ไพรทีม่ ีผลตอ การเจริญเตบิ โตของบัวผันพันธฉุ ลองขวัญ พิจารณาจากจํานวนใบดี และการเกิดดอกเฉล่ียตลอดระยะเวลา 10 สัปดาห พบวาการใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรบอระเพด็ มีจํานวนใบดี และดอกเฉล่ียเทากับ 19 ใบ และ 7.67 ดอกตอตน และการใชสมุนไพรสูตรผสมมีจํานวนใบดีและดอกเฉล่ียเทากับ 20 ใบ และ 6.67 ดอกตอตน ซ่ึงจํานวนใบดีเฉลี่ยมีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญ สวนจํานวนดอกเฉล่ียไมม คี วามแตกตางทางสถติ ิ ๙๐

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พชื เศรษฐกจิ ครัง้ ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี สรุปผลการวิจยั 1. น้ําหมักพืชสมุนไพรสูตรผสมตะไครหอม เมล็ดสะเดาบด บอระเพ็ด และหนอนตายหยาก และสูตรบอระเพด็ เปนสูตรทเ่ี หมาะสมตอ การปอ งกันกําจัดแมลงศตั รพู ืช สําหรบั บวั ผันพนั ธฉุ ลองขวญั 2. นํ้าหมักพืชสมุนไพรสูตรผสม สูตรหนอนตายหยาก และสูตรบอระเพ็ดมีประสิทธิภาพตอการปองกันกําจัดแมลงศตั รพู ืช สําหรับบวั ผนั พนั ธฉุ ลองขวญั 3. น้ําหมักพืชสมุนไพรสูตรบอระเพ็ด และสูตรผสมตะไครหอม เมล็ดสะเดาบด บอระเพ็ด และหนอนตายหยาก มปี ระสทิ ธภิ าพตอ การเจริญเตบิ โตของบวั ผนั พันธุฉลองขวัญ ขอเสนอแนะ การใชน้ําหมักพชื สมุนไพรมีความปลอดภยั ตอผใู ช ท้งั ธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ ม ตลอดจนแมลงที่มีประโยชนตอพชื รวมถงึ การนําไปเปน วตั ถดุ ิบในการประกอบอาหาร ซึ่งปลอดภัยตอผูบริโภค จึงควรศึกษาถึงปริมาณสารตกคางในดอกบัว หรือเกสรบัวผันพันธุฉลองขวัญ หากจะนําไปเปนวัตถุดิบในการผลิตชาดอกบัวผันพันธุฉลองขวัญ หรือการผลิตเพ่อื การบริโภคตอไปในอนาคต บรรณานุกรมกรมวิชาการเกษตร. 2547. การศึกษาปริมาณสารควบคุมการเจริญเติบโตพืชในน้ําหมักชีวภาพท่ีไดจากพืช. กรม วิชาการเกษตร. กรุงเทพฯ.ณรงค โฉมเฉลา และ ณ นพชัย ชาญศิลป. 2550. การกลายพันธุเกสรดอกบัวเปนกลีบดอก. การประชุมสัมมนา วิชาการ เรื่อง “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจคร้ังที่ 6” ณ หองประชุมพวงพะยอม อาคารวิทยบริการ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก ชลบุร.ี 10-14.ภรู ิพนั ธุ สวุ รรณเมฆ. 2555. ขอ มลู การสงออกไมด อกไมประดบั ป 2553. กลมุ สงเสริมงานไมด อกไมประดับ สาํ นักงาน สง เสริมและจดั การสินคา เกษตร กรมสง เสริมการเกษตร. กรงุ เทพฯ.ภรู ินทร อัครกุลธร และ สมพร คันยงค. 2550. อิทธพิ ลของขนาดภาชนะปลกู ความลกึ ของดินปลูก และอัตราปุยท่ีมี ผลตอการเจริญเติบโตของอุบลชาติ และปทุมชาติบางพันธุ. คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี.ยงยุทธ นิลรัตน. 2552. การทดสอบประสิทธิภาพของนํ้าหมักชีวภาพท่ีมีอายุการเก็บรักษาตางกัน. ศูนยเรียนรู การเกษตรพอเพียงตาํ บลลาดบัวหลวง. พระนครศรีอยุธยา.เสริมลาภ วสุวัต และ ปริมลาภ (วสุวัต) ชูเกียติม่ัน . 2551. ตนเหตุของการแปรและปนของอุบลชาติพันธุปลูก. การ ประชุมสัมมนาวิชาการเร่ือง “การพัฒนาพันธุบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจของชาติ” ครั้งท่ี 6 ณ หองประชุมพวง พะยอม อาคารวิทยบริการ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก ชลบุรี. 1-9.Chansilpa, N N. 2010. A New Potential Cut - Flower waterlily. In Proceedings of the 1st International Conference on Lotus and Waterlily 2010 and The 8th Conference on Research and Development of Lotus and Waterlily as Economic. Kasetsart University Chalermphrakiat SkonNakhon Province Campus. Thailand. 52-54. ๙๑

สารบญัเรื่อง หนากําหนดการ ๒ที่มา...โครงการพพิ ธิ ภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี ๕สืบสาน รงั สรรค บัวขวัญธัญบรุ ี ดวยพระบารมีแหง เจาฟา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี ๗บรรยายพิเศษ ๑๖ การสงบวั ประดบั เขา ประกวดในเวทีระดบั โลก ๒๕ บวั ... ในมมุ มองของคนรุน ใหม ๓๑ การพัฒนาพนั ธบุ ัวประดับโดยการผสมขา มสกลุ ยอยบทความทางวิชาการ ๓๒ การใชป ระโยชนบวั หลวงเพ่ือสุขภาพ ๓๗ การทาํ ดอกบัวสดอบแหง ๔๔ การพักตวั ของบวั ฝรั่ง ๔๖ ชาสมนุ ไพรบวั หลวง ๕๔ เทคนิคการปรบั ปรุงพันธุ และการปลูกเลยี้ งบัวฝร่ัง ฉบบั สวนบัวชากังราวผลงานทางวิชาการการทดสอบการยอมรบั ทางประสาทสัมผัสของขนมกลีบลําดวนเสริมเกสรบวั ๕๙การพัฒนากระดาษใบบัวอดั แหงสาํ หรบั ใชในงานประดษิ ฐ ๖๕การพัฒนาผลติ ภณั ฑข า วเกรียบรากบวั ๗๒การศึกษาวิเคราะห : บัวกับความสมั พันธด านวิถชี ีวติ คนไทยและแนวทางสพู ชื เศรษฐกิจ ๗๙ของประเทศผลของนํา้ หมกั สมุนไพรท่ีมีตอ การปองกันกําจดั แมลงศัตรพู ชื และการเจรญิ เตบิ โต ๘๖ของบวั ผันพันธุฉลองขวญัการจัดกลุมสีของบวั เพ่ือนาํ ไปใชในโปรแกรมออกแบบ ๙๒การพฒั นาผลิตภณั ฑกัมมเ่ี ยลลี่จากใบบวั หลวง ๙๙การพัฒนาสอื่ วีดทิ ัศนเ พือ่ การเผยแพรสาํ หรบั ผพู กิ ารทางการไดย ินเรื่องความรเู กยี่ วกับการปลูกบวั ๑๐๔ปริมาณสารประกอบฟน อลิกและสารตานอนุมลู อสิ ระของคุกก้ีเสริมผงใบบวั หลวง ๑๑๐ผลของสารสกดั กลีบดอกบวั หลวงตอ กระบวนการจับกินสง่ิ แปลกปลอมของเมด็ เลอื ดขาว ๑๑๕

สารบญัเรื่อง หนาคาํ สั่งแตง ต้งั คณะกรรมการอานบทความทางวชิ าการและงานวิจัยในโครงการจัดการประชมุ ๑๑๖วชิ าการ “การพฒั นาบวั ใหเปนพชื เศรษฐกิจ ครง้ั ที่ ๑๒” ๑๑๗คําส่ังแตงต้ังคณะกรรมการโครงการจัดประชมุ วชิ าการ “การพฒั นาบวั ใหเปน พืชเศรษฐกจิครง้ั ที่ ๑๒” และการประกวดบัวผนั สวยงาม

การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกจิ ครั้งท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี การจดั กลมุ สขี องบัวเพ่ือนาํ ไปใชในโปรแกรมออกแบบ LOTUS COLORS MATCHING BY MUNSELL FOR COLOR SWATCHES IN ADOBE ILLUSTRATOR ชนะพงษ คาทันเจริญ และเอกชัย โถเหลอื ง เทคโนโลยกี ารพิมพ คณะเทคโนโลยสี ื่อสารมวลชน มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี บทคดั ยอ ในการศึกษาคร้ังน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาการจัดกลุมสีของบัวในพิพิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี จาํ นวน 5 สายพนั ธุ และจัดเก็บกลุมสีของบัวไวในระบบ Swatch Libraries ในโปรแกรม AdobeIllustrator โดยใชผสู งั เกตท่มี คี วามรู ความเช่ยี วชาญ ทางดา นการมองเหน็ สี โดยการเทยี บสขี องบัวกับหนังสือคูมือเทียบสีของมันเซลล นําขอมูลท่ีไดไปวัดแปลงคาสีจากมันเซลลเปน Pantone โดยใชเครื่องสเปคโตรโฟโตมิเตอรรนุ X-rite Pantone ผลการศึกษาพบวาการจัดกลุม สขี องบวั เพ่ือนําไปใชในโปรแกรมออกแบบสามารถเทียบสีของบัวกับหนังสือคูมือเทียบสีของมันเซลล จัดเรียงลําดับตามสีของกลีบ และสีเกสรบัว ดังน้ี มังคลอุบล 7.5RP8/6,5YR7/14 ฉลองขวัญ 5P4/12, 5Y8.5/14 ทรัพยสมบูรณ 7.5RP4/12, 5Y8/14 จงกลนี 2.5RP8/6 บัวหลวงราชินี5RP6/12, 2.5Y8.5/12 ซึ่งเปนสีหลักของดอกบัว จากนั้นนํากลุมสีของบัวซึ่งเปน Pantone ไปจัดเก็บไวในระบบSwatches Libraries ในโปรแกรม Adobe Illustrator CS6 สาํ หรบั นาํ ไปใชในงานออกแบบ สามารถจัดหมวดหมูโดยการใสช่ือพนั ธบุ วั ทงั้ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษและแบงเปน กลบี กับเกสรไดคําสาํ คัญ : การเทียบสี การออกแบบ การจัดกลมุ สี พพิ ิธภัณฑบ ัว บทนาํ ในปจ จบุ นั งานออกแบบไดมีความเจริญกา วหนาไปมาก และแบงประเภทการออกแบบไดหลากหลาย เชนการออกแบบทางสถาปตยกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ การออกแบบทางวิศวกรรม การออกแบบตกแตง การออกแบบส่ิงพิมพ ดังน้ันการเลือกใช “สี” จึงเปนสิ่งสําคัญสําหรับงานออกแบบเปนอยางมากเพราะสามารถใชสรางสรรคผลงานทางดานการออกแบบ งานออกแบบสวนใหญ นักออกแบบจะใชเครื่องมือดูดสีจากรูปภาพท่ีไดมาจากกลองถายภาพ และสีท่ีไดจะไมตรงกับสีที่มีอยูจริง โดยศึกษาสีที่ไดจากบัว 5 สายพันธุ ซ่ึงบัวแตละสายพันธุก็จะมีลักษณะเฉพาะทางพฤกษศาสตรท่ีแตกตางกันออกไปซึ่งสามารถศึกษาเปรียบเทียบไดจากลักษณะของดอก ใบ และกานดอก กา นใบดอกเม่ือตูมจะมลี ักษณะคลา ยรูปกรวยและเม่อื ดอกบวั บานทรงของดอกจะมีลักษณะคลายรม โดยดอกบัวบางชนิดจะมีกลีบซอนกันหลายช้ัน กานดอก กานใบมีสีเขียวหรือน้ําตาลออน มีลักษณะกลมชูข้ึนเปนกานตรงแทงขึ้นมาจากนํ้ามีทั้งชนิดขนและไมมีขน ใบมีสีเขียวหรือสีน้ําตาลออนลักษณะกลมใหญ มีทั้งชนิดท่ีมีขนและไมมีขน ทําใหการวัดสีเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งอาจทําใหบอกสีไดยาก ผูวิจัยไดเห็นความสําคัญของเรื่องดังกลา ว จึงศึกษาวธิ ีการประเมินสีและนาํ มาจัดกลมุ สีของบวั เพอ่ื ไปใชใ นโปรแกรมออกแบบ ๙๒

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบวั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี วัตถุประสงคของการศกึ ษา1. เพือ่ ศกึ ษาการจดั กลุมสีของบัวในพพิ ธิ ภัณฑบวั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี2. จัดเกบ็ กลมุ สีของบวั ไวใ นระบบ Swatch Libraries ในโปรแกรม Adobe Illustrator CS6 วธิ กี ารศึกษาศึกษาการจัดกลุมสีของบัวในพิพิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพ่ือนําสีท่ีศึกษาไปใชในงานออกแบบประเภทตางๆ ท่ีเก่ียวของกับการศึกษาในครั้งนี้ เชน งานออกแบบบรรจุภัณฑ งานทาสีอาคารเส้ือผา ผูศ กึ ษาไดด าํ เนินการคัดเลือกบวั จํานวน 5 สายพันธุ โดยคัดเลือกตามเฉดสีทมี่ คี วามแตกตางกนั1. มงั คลอบุ ล 2. ฉลองขวัญ3. ทรพั ยสมบรู ณ 4. จงกลนี5. บวั หลวงราชนิ ี ๙๓

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พืชเศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบ ัวมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีกาํ หนดใหก ลมุ ตวั อยา งทําการทดลองจากสถานที่จรงิ ณ พิพิธภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรีเครื่องมอื ทใ่ี ชในการเก็บขอมลู สขี องกลีบบัว และเกสรบัว1. หนงั สือคูมือเทียบสีของมนั เซลล (The Munsell Book of Color)2. อปุ กรณวดั แสง (Illuminometer) ๙๔

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกิจ คร้ังที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี3. อุปกรณวัดคา สี (Spectrophotometer X-Rite Pantone) จาก บริษทั เปเปอรบ อ กซ (ประเทศไทย) จํากดั ดาํ เนนิ การเก็บขอ มลู จากผสู งั เกต การวเิ คราะหข อ มูล นาํ แบบบนั ทึกขอมลู ทีเ่ กบ็ ขอ มลู จากผสู งั เกต โดยการเทียบสขี องบวั กบั หนังสือคมู ือเทยี บสีของมันเซลลเรยี บรอยแลวมาทาํ การแยกสที ่ซี า้ํ กนั ออก เพอื่ จะนําไปแปลงคา เปน Pantone ผลการศึกษา ในการวิเคราะหขอมูลของการศึกษาคร้ังน้ี ผูวิจัยไดผลการวิเคราะหความถี่รหัสสีท่ีถูกเลือกจากมากสุดไปนอยสุด และจัดกลุมสีของบัวท้ัง 5 สายพันธุ จํานวน 148 สี แบงเปนกลีบ 85 สี และเกสร 63 สี แปลงคาสีจากMunsell เปนรหสั สี Pantone โดยใชเครอ่ื งมอื วดั คา สี รุน Spectrophotometer X-Rite Pantone ๙๕

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพชื เศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีตารางแสดงการเปรียบเทียบคา สีในระบบ Munsell เปน รหัสสี Pantone เพ่อื นาํ ไปไวในโปรแกรมออกแบบตวั อยา งสีของกลีบบวั มงั คลอบุ ล ตวั อยางสขี องเกสรบวั มงั คลอุบลตวั อยา งสีของกลบี บวั ฉลองขวัญ ตวั อยา งสีของเกสรบัว ฉลองขวญัตวั อยางสขี องกลีบบวั ทรัพยส มบูรณ ตัวอยางสขี องเกสรบวั ทรพั ยส มบูรณ ๙๖

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ีตวั อยางสีของกลีบบัว จงกลนี (บวั พันธุนไี้ มมสี ีเกสร)ตัวอยางสีของกลีบ บัวหลวงราชนิ ี ตวั อยางสีของเกสร บวั หลวงราชนิ ี ๙๗

การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบวั วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบัวมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี จากการวิจัยเรื่อง การจัดกลุมสีของบัวเพื่อนําไปใชในโปรแกรมออกแบบจากบัว 5 สายพันธุ โดยการประเมนิ สีของพันธุบัว และคัดแยกสีทซี่ ํา้ กนั ออกไป จากน้นั เปล่ียนสีจาก Munsell เปนระบบ Pantone แลวนําไปเก็บไวในSwatch Libraries โดยต้ังชื่อตามกลุมสีของบัวโดยใชช่ือวา RMUTT Lotus แบงออกไดเปน 5 ตัวเลือกโดยใชช่ือหลักเปนภาษาอังกฤษ ตามช่ือสามัญของบัว ไดจํานวนสีแบงเปนกลีบบัว/เกสรบัว ดังนี้ MangkalaUbol 17/15 King of siam 14/11 Supsomboon 21/21 Pink Dubble Wit Frilled Petals 15/0 และLotus 18/16 เพื่อใหนักออกแบบหรือผูท่ีสนใจสีบัวนําไปประยุกตใชในงานตางๆ ไดใกลเคียงกับสีที่มีอยูจริงในธรรมชาติ บรรณานุกรมพพิ ิธภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ .ี ประวัตคิ วามเปนมาของบวั . สืบคนเมือ่ 15 มีนาคม 2558,จาก http://lotus.rmutt.ac.th/หนงั สือมหศั จรรยพ รรณบวั . หนา73.ทฤษฎีสขี องมนั เซลล. สบื คน เมอื่ 7 เมษายน 2558,จาก http://superyoungwoong.exteen.com/20090903/the-munsell-colorsystem/แพนโทน (Pantone). สืบคน เมื่อ 10 เมษายน 2558,จาก http://www.hiden.co.th/briefcase/news/zjVKVgeThu75947.pdfพรทวี พ่งึ รศั มี และมติ ซูโอะ อเิ คดะ. 2551. สีและการเห็นสี. กรงุ เทพฯ. หนา 2-3. ๙๘

การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปนพชื เศรษฐกจิ ครัง้ ท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภณั ฑบ วั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี การพัฒนาผลติ ภณั ฑก มั ม่ีเยลล่ีจากใบบวั หลวง The Development of Gummy Jelly Product from Lotus Leaves อินทริ า ลจิ ันทรพร1, ภูรนิ ทร อคั รกุลธร2, จิรภา วงษพ าดกลาง1, และเวณกิ า หอยสงั ข1 Intira Lichanporn1, Purin Akkarakultron2, , Jirapa Wongpadklang1, and Wenika Hoysang11สาขาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยกี ารอาหาร คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (ศนู ยร งั สิต) เลขท่ี 2 ถนนพหลโยธนิ 87 ซอย 2 ตาํ บลประชาธิปต ย อาํ เภอธัญบุรี จ.ปทมุ ธานี 121302พิพธิ ภณั ฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล ธญั บรุ ี เลขที่ 39 หมู 1 ถนนรังสติ -นครนายก ต.คลองหก อ.ธัญบุรี ปทมุ ธานี 12110 Abstract Gummy jelly products were developed from lotus leaves by added lotus leaf juice at 0, 25, 50 75and 100% concentration in water. The addition of lotus leaf juice resulted in increased hardness andinternal consistency of gummy jelly products lotus leaf juice at 100% had the highest activity of both. Thequality of chemical, pH, total soluble solid, total phenolic content and antioxidant content was highest ingummy jelly product from lotus leaves juice at 100, 75 50, 25 and 0 % respectively. While total titratableacidity decreased as the levels of lotus leaf juice increased. Sensory evaluation indicated that gummyjelly with 0, 25, 50, 75 and 100% lotus leaf juice score were not significantly increased.Keywords: crispy snack, lotus powder, phenolic compound, antioxidant บทคัดยอ การพฒั นาผลติ ภัณฑกัมม่เี ยลลจ่ี ากใบบวั หลวง โดยเปรียบเทยี บปริมาณนํ้าใบบวั หลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 และ100 ของปรมิ าตรนา้ํ พบวา การเพ่ิมปริมาณผงใบบวั หลวงในผลติ ภัณฑก ัมม่ีเยลล่ีสงผลใหค าความแข็ง และคาความสม่ําเสมอภายในสูงข้ึน โดยผลิตภัณฑกัมมี่เยลล่จี ากน้าํ ผงใบบัวหลวงรอยละ100 มคี า สูงท่ีสดุ จากการวเิ คราะหคุณภาพทางเคมีพบวาคาความเปน กรด-ดา ง (pH) ปริมาณของแขง็ ทลี่ ะลายน้ําได ปรมิ าณสารประกอบฟน อลกิ และฤทธ์ติ านอนุมูลอิสระของผลติ ภัณฑกมั ม่ีเยลลจ่ี ากนา้ํ ผงใบบัวหลวงรอยละ 100 มีปริมาณมากที่สุด รองลงมาคอื ผลติ ภณั ฑก มั ม่เี ยลลี่จากนาํ้ ผงใบบัวหลวงรอยละ75, 50, 25 และ 0 ตามลําดับ ในขณะทีป่ ริมาณกรดทไ่ี ทเตรทไดท ้งั หมดมีคาลดลงเมือ่ เพ่ิมปริมาณน้ําใบบัวหลวงจากการประเมินคณุ ภาพทางประสาทสัมผัสพบวาผบู ริโภคใหก ารยอมรบั ผลติ ภัณฑกมั มี่เยลลี่จากใบบวั หลวงรอ ยละ 0, 25,50, 75 และ 100 ไมมีความแตกตา งกนั ทางสถิติคําสาํ คัญ : ขนมขบเคี้ยว ผงใบบัวหลวง สารประกอบฟนอลกิ สารตา นอนุมูลอิสระติดตอ นกั วิจัย : ภรู ินทร อคั รกลุ ธร (อีเมล [email protected]*Corresponding auther: purin Akkarakultron (Email:[email protected]) ๙๙

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบัว วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี บทนํา ผลิตภัณฑก มั ม่ีเยลลเ่ี ปนผลติ ภัณฑลกู กวาดชนิดหน่ึงท่ีไดร ับความนิยมมาก เน่อื งจากผูบรโิ ภคจะเพลิดเพลนิ กับผลติ ภณั ฑท่ีเคี้ยวได ผลิตภณั ฑก ัมมีเ่ ยลลี่เปนผลิตภัณฑท มี่ ีเนื้อสัมผสั เหนยี วนุม มีความยดื หยุน โดยสว นประกอบสว นใหญจะประกอบดว ยน้าํ ผลไม นา้ํ ตาล กรด และสารที่ทาํ ใหเกิดเจล ใบบวั หลวงมีการนํามาใชป ระโยชนไ ดหลายอยา ง เชน การทาํ ชาสมุนไพร ในใบบัวหลวงมสี ารอลั คาลอยด รวมท้ังมปี ริมาณเสน ใย วิตามนิ ไรโบฟลาวลิ โพแทสเชียม และทองแดง (Chiangand Luo, 2007) ในขณะเดียวกนั ก็มปี รมิ าณสารตา นอนมุ ลู อสิ ระ เชน แอสคอรบิส และสารประกอบฟนอลิก แคโรทนี อยดฟลาโวนอยด กรดฟน อลกิ และโทโคฟรอล (Hertog, 1994) จากการศกึ ษาของ Park et al (2007) พบวา ใบบวั มีสารประกอบฟน อลกิ ท่มี ีฤทธ์กิ าํ จดั อนมุ ลู อิสระ เชน เดียวกบั รายงานของ Choe et al (2010) พบสารตานอนุมูลอิสระในสารสกัดจากใบบวั นอกเหนือจากนี้ยังใชเ ปนยาขับปสสาวะ แกคล่ืนไสอาเจยี น รกั ษาเน้อื เย่อื อกั เสบ โรคมะเรง็ และนอนไมหลับ(Sridhar and Bhat, 2007) รวมทง้ั ยบั ยงั้ การเจริญเตบิ โตของเช้อื แบคทเี รียทุกชนดิ (ชิดชนก, 2542) จดุ ประสงคของการศกึ ษาคร้งั นี้เพอ่ื พฒั นาผลิตภัณฑกมั มเ่ี ยลลีจ่ ากใบหลวง อปุ กรณแ ละวิธีการทดลอง1. การเตรียมใบบัวหลวง นําใบบัวหลวงมาลางทําความสะอาดดวยนํ้าเปลา 2 ครั้ง จากน้ันหั่นเปนช้ินเล็กขนาดประมาณ1.0x1.0 น้ิว นําไปตมกับนํ้า ในอัตราสวน ใบบัวหลวงตอน้ํา เทากับ 1:1 (w/w) ท่ีอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 5 นาทีจากน้นั นํานํา้ ใบบัวหลวงไปใชในการผลิตผลิตภณั ฑกัมม่ีเยลลต่ี อ ไป2.การผลิตผลิตภณั ฑก ัมมเ่ี ยลลี่ เตรยี มสว นผสมไดแก เจลาติน 10 กรมั น้าํ ตาลทราย 100 กรัม กรดซิตริก 1 กรัม นํ้าเปลา100 กรมั และกําหนดปรมิ าณนํา้ ใบบวั หลวงแบง ออกเปน 5 สง่ิ การทดลอง แตล ะสิ่งทดลองมจี าํ นวน 3 ซา้ํ โดยวางแผนการทดลองแบบสุมอยางสมบรณู  (Completely Randomized Design, CRD) ดงั น้ี น้ําใบบวั หลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 และ100 (ของปริมาตรนํา้ ) นําเจลาตนิ ละลายในนํ้าอนุ ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส พักไว นาํ น้าํ ใบบวั หลวงทกี่ ําหนดผสมกับน้ําตาลทรายที่อุณหภูมิ 116 องศาเซลเซียส จากน้ันเตมิ เจลาตินทล่ี ะลายน้าํ อนุ มาผสมใหเ ขา กนั และเตมิ กรดซติ ริก หยอดลงในแมพ ิมพ นาํ ไปแชในตเู ย็นท่ี 4 องศาเซลเซียส เพ่ือใหก ัมมี่เยลล่เี ซตตัว นําไปวิเคราะหคุณภาพทางกายภาพและเคมีตอไป3. การวิเคราะหคุณภาพทางกายภาพของกัมมี่เยลลจี่ ากใบบัวหลวง ไดแ ก เน้อื สัมผัส และคา ความสมาํ่ เสมอภายใน ดวยเครือ่ ง Texture Analyser หวั วัด P/36R ความเร็ว 1.0 มลิ ลิเมตรตอวินาที4. การวเิ คราะหคณุ ภาพทางเคมขี องกมั มี่เยลลี่จากใบบวั หลวง ไดแก วเิ คราะหสารประกอบฟนอลิก (ดัดแปลงจาก วไิ ลพร,2551) วิเคราะหสารตา นอนมุ ลู อิสระ (DPPH) (ดดั แปลงจาก บงั อร และ ศิริลักษณ, 2549) วเิ คราะหค า ความเปนกรดดา งปรมิ าณของแขง็ ท่ีละลายน้ําไดท้ังหมด ปรมิ าณกรดทั้งหมด (AOAC, 2000)5. การประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสของกัมมี่เยลลี่จากใบบัวหลวงดวยวิธีการทดสอบทางประสาทสัมผัส เน้ือสัมผัส สีกล่ิน รสชาติ และความชอบโดยรวมกับผูบริโภคท่ัวไปท่ีไมผานการฝกฝน จํานวน 30 คนโดยการใชแบบทดสอบใหคะแนนความชอบ 9 ระดับ (9-point Hedonic Scaling) (1 หมายถึง ไมชอบที่สุด 9 หมายถึง ชอบมากท่ีสุด) วางแผนการทดลองแบบสุมในบล็อคสมบูรณ (Randomized Complete Block Design; RCBD) เปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉล่ียโดยวิธีDuncan’s New Multiple Range Test; DMRT ผลและวิจารณผลการทดลอง ลักษณะของกัมมี่เยลลี่จากใบบัวหลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 และ 100 พบวากัมมี่เยลล่ีจากใบบัวหลวงท่ีความเขมขนรอยละ 0 มีสีเหลืองใส และกัมมี่เยลล่ีจากใบบัวหลวงท่ีความเขมขนรอยละ 25, 50, 75 และ 100 มีสีเหลืองออน ไป 100

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปน พชื เศรษฐกิจ คร้ังที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีจนถึงสีเหลืองเขมมากข้ึน ลักษณะเน้ือสัมผัสของกัมม่ีเยลลี่จากใบบัวหลวงทุกความเขมขนมีความนุม เหนียว และยืดหยุน(ภาพที่ 1)0% 25% 50% 75% 100% ภาพท่ี 1 ลักษณะของกัมมี่เยลลีจ่ ากใบบัวหลวงรอ ยละ 0, 25, 50, 75 และ 100 กัมมี่เยลล่ีจากใบบัวหลวงทุกความเขมขนมีคาความแข็ง และคาความคงตัวภายในเจลเพ่ิมข้ึนตามปริมาณน้ําใบบัวหลวงที่เพ่ิมขึ้น โดยกัมมี่เยลลี่จากใบบัวหลวงท่ีความเขมขนรอยละ 100 มีคาความแข็ง และคาความคงตัวภายในเจลสูงท่ีสุด เทากับ 4.48 นิวตัน และ 28.83 นิวตันตอมิลลิเมตร สวนกัมมี่จากใบบัวหลวงท่ีความเขมขนรอยละ 0 มีมีคาความแข็งและคาความคงตัวภายในเจลตาํ่ สุดเทา กับ 2.73 นิวตัน และ 17.15 นิวตันตอมิลลิเมตร ตามลําดบั (ตารางที่ 1)ตารางที่ 1 คาความแขง็ และคา ความคงตวั ภายในเจลของกัมมเี่ ยลล่จี ากน้ําใบบวั หลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 and 100 นํา้ ใบบวั หลวง คาความแขง็ * คาความคงตวั ภายในเจล* (รอยละ) (นิวตัน) (นิวตันตอมิลลเิ มตร) 0 2.73e 17.15d 25 2.99d 20.95e 50 3.34c 21.70c 75 4.13b 27.01b 100 4.48a 28.83aหมายเหตุ *= มคี วามแตกตางกันทางสถิติท่ีระดบั ความเชือ่ ม่นั รอ ยละ 95 คาเฉลี่ยในแนวตั้งที่ตามดวยตัวอักษรที่แตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบคาเฉล่ีย โดยวิธี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT) กัมม่ีเยลล่ีจากน้ําใบบัวหลวงมีคาความเปนกรดอยูในชวง 5.22-5.52 โดยคาความเปนกรดเพ่ิมขึ้นตามปริมาณนํ้าใบบัวหลวงท่เี พ่มิ ขึน้ กมั ม่ีเยลลี่จากนํ้าใบบัวหลวงรอยละ 100 มีคาความเปนกรดสูงสุดเทากับ 5.52 ซึ่งตรงขามกับปริมาณกรดท่ีไตเตรทไดท่ีมีคาลดลงเมื่อเพ่ิมปริมาณน้ําใบบัวหลวง โดยกัมม่ีเยลล่ีท่ีไมใสนํ้าใบบัวหลวงมีปริมาณกรดสูงกวากัมมี่เยลลี่ท่ีมีปริมาณน้ําใบบัวหลวง สวนปริมาณของแข็งที่ละลายนํ้าไดมีปริมาณเพิ่มข้ึนตามปริมาณนํ้าใบบัวหลวงที่เพิ่มข้ึนโดยกัมมี่เยลลี่จากนา้ํ ใบบวั หลวงรอยละ 100 มีปรมิ าณสงู สดุ เทากบั รอยละ 55.92 ปริมาณสารประกอบฟนอลิกท้ังหมดและปริมาณสารตานอนุมลู อสิ ระมีความสัมพันธก ันคอื เมื่อเพิม่ ปริมาณนาํ้ ใบบัวหลวงสารท้ังสองจะมีปริมาณเพ่ิมข้ึนโดยกัมม่ีเยลลี่จากนํ้าใบบัวหลวงรอยละ 100 มีปริมาณสูงสุดเทากับรอยละ 32.มิลลิกรัมของกรดแกลลิคตอ100 กรัม และรอยละ 54.67 ตามลําดับ (ตารางท่ี2) สอดคลองกับงานวิจัยของ Park et al (2007) และ Choe et al (2010) ท่ีพบวาใบบัวมีสารประกอบฟนอลิกและสารตานอนมุ ูลอิสระ 101

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีตารางท่ี 2 คา ความเปนกรด-ดา ง, ปรมิ าณกรดท่ีไตเตรทได, ปรมิ าณของแข็งท่ลี ะลายน้าํ ได, ปรมิ าณกรดฟน อลิกทั้งหมด และ ปรมิ าณสารตานอนมุ ูลอิสระดวยวธิ ี DPPH ของกัมมี่เยลลจ่ี ากน้ําใบบวั หลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 and 100น้ําผงใบบัวหลวง คาความเปน ปรมิ าณกรด ปริมาณของแขง็ ปรมิ าณกรดฟนอลกิ ปรมิ าณสารตา นอนุมูล(รอยละ) กรด-ดา ง* ทไ่ี ตเตรท ทีล่ ะลายนาํ้ ทงั้ หมด* อสิ ระดว ยวธิ ี DPPH* ได* (รอ ยละ) ได* (รอยละ) (มิลลิกรมั ของกรด (รอยละของการ 52.51e แกลลิคตอ 100 กรมั ) ยบั ย้งั ) 5.22d 0.63a 24.08d 34.67e0 5.25c 0.51b 53.15d 25.47d 41.39d25 5.27c 0.37c 54.67c 27.79c 46.77c50 5.32b 0.23d 55.32b 29.82b 48.33b75 5.52a 0.23d 55.92a 32.10a 54.67a100หมายเหตุ *= มคี วามแตกตา งกนั ทางสถติ ทิ ี่ระดับความเชอ่ื ม่นั รอ ยละ 95 คาเฉลี่ยในแนวต้ังท่ีตามดวยตัวอักษรที่แตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉล่ีย โดยวธิ ี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT) การประเมนิ คุณภาพดานประสาทสัมผสั พบวาผทู ดสอบชิมใหค ะแนนกมั มเี่ ยลลีจ่ ากนํ้าใบบวั หลวงทกุ ความเขมขนไมแตกตา งกนั อยางไรก็ตามคะแนนดานสีของกมั มเ่ี ยลล่ีจากนํา้ ใบบวั หลวงรอยละ 25 มีคะแนนมากที่สุด โดยมีคะแนนดานรสชาติ เน้ือสัมผัส และความชอบโดยรวมไมแ ตกตางจากชดุ ควบคมุ (ตารางที่ 3)ตารางที่ 3 ลักษณะทางประสาทสัมผัสของกัมมีเ่ ยลล่ีจากน้าํ ใบบัวหลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 and 100 น้ําผงใบบวั หลวง ลักษณะทางประสาทสมั ผสั (รอยละ) สี* กล่ินns รสชาตnิ s เนอ้ื สัมผัส* ความชอบ โดยรวมns 0 6.67ab 7.03 7.20 7.40a 7.30 25 7.00a 6.93 7.23 7.33a 50 6.63ab 7.17 7.07 6.77c 7.30 75 100 6.63ab 6.93 7.13 7.30a 6.93 6.50c 6.60 6.97 7.10ab 6.93 7.13หมายเหตุ ns = ไมมคี วามแตกตางกันทางสถติ ิ *= มคี วามแตกตางกนั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั ความเช่ือมน่ั รอ ยละ 95 คาเฉล่ียในแนวตั้งท่ีตามดวยตัวอักษรที่แตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉล่ีย โดยวิธี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT) 102

การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปนพชื เศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี สรปุ ผลการทดลอง การพฒั นาผลติ ภัณฑกมั ม่ีเยลลี่จากใบบัวหลวงพบวาผลิตภัณฑกัมมี่เยลลี่จากน้ําผงใบบัวหลวงรอยละ100 มีคาความแข็ง คาความคงตัวภายในเจล คาความเปนกรด-ดาง (pH) ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ําได ปริมาณสารประกอบฟนอลิก และฤทธ์ิตานอนมุ ูลอสิ ระ มีปรมิ าณมากทส่ี ุด โดยมีคุณภาพทางประสาทสัมผสั ไมแ ตกตางจากผลติ ภณั ฑก ัมม่ีเยลล่ีที่ไมไดใสนํ้าผงใบบัวหลวง คาํ ขอบคุณโครงการวจิ ัยน้ีไดรับการสนบั สนุนจาก คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี และพิพิธภณั ฑบ ัว เอกสารอางอิงชดิ ชนก ชมพฤกษ. 2542. พชื สมุนไพร. สาํ นักพมิ พม ตชิ น. กรงุ เทพฯ.วไิ ลพร ปองเพียร. 2551. การศกึ ษาคุณสมบัตขิ องสารตานอนุมูลอสิ ระและสารประกอบฟน อลกิ ทงั้ หมดในฟกแมว. ปญหา พิเศษปรญิ ญาตรี, มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ. 42 หนา.บังอร วงศรกั และศิริลักษณ ปย สุวรรณ. 2549. ฤทธิต์ านอนมุ ูลอสิ ระของผกั พนื้ บาน.วทิ ยานิพนธมหาบัณฑิต. มหาวทิ ยาลยั มหิดล.AOAC. 2000. Association of Official Analytical Chemists, Official Methods of Analysis. 17thed. MD.USA:AOAC International. Guitersburg.Chiang, P. Y. and Y. Y. Luo. 2007. Effect of pressurized cooking on the relationship between the chemical compositions and texture changes of lotus root (Nelumbonucifera Gaertn). Food Chemistry. 105; 480−484.Choe, J. H., Jang, A., Choi, J. H., Choi, Y. S., Han, D. J., Kim, H. Y. Lee, M. A., H. W. Kim and C. J. Kim. 2010. Antioxidant activities of lotus leaf (Nelumbo nucifera) and barley leaf (Hordeun vulgare) extracts. Food Science and Biotechnology. 19; 831−836.Hertog, M.G.L. 1994. Flavonoids and flavones in foods and their relation with cancer and coronary heart disease risk. Ph. D. Thesis. Bilthoven/Niederlande.Park, C. H., Hur, J. M., K. S. Song. and J. C. Park. 2007. Phenolic compounds from the leaf of Nelumbo nucifera showing DPPH radical scavenging effect. Korean Journal of Pharmacognosy. 38. 263−269.Segnini, S., Pedreschi, F. and Dejmek, P. 2004. Volume measurement method of potato chips. International Journal Of Food Properties, 7(1): 37–44.Sridhar, K. R. and R. Bhat. 2007. Lotus—A potential nutraceutical source. Journal of Agricultural Technology. 3; 143−155. 103

การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปน พืชเศรษฐกจิ ครั้งท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี การพัฒนาสื่อวีดทิ ัศนเ พื่อการเผยแพรส ําหรบั ผพู กิ ารทางการไดย ินเรอ่ื งความรเู ก่ยี วกับการปลูกบวั The Development of Video Program for The Deaf in Lotus Cultivation ยุวยง อนุมานราชธน Yuvayong Anumanrajadhon เทคโนโลยกี ารถายภาพและภายนตร คณะเทคโนโลยีสอื่ สารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี Photography and Cinematography Mass Communication Technology Technology Rajamangala University of Technology Thanyaburi Abstract The purpose of this study was develop video program in content of how tocultivation of Lotus. Narrative by sigh language for deft person by compare the leaningachievement from video program. The Samples was twenty-four student of high school years at 5 from Setsatian fordeaf Bangkok. The research instruments were an achievement test from video program. A pretestand posttest was used to test the leaning achievement. Data were analyzed by arithmeticmean and standard deviation. The result of this study indicated that. The leaning achievement of students afterstudied from video program was higher than before learningKeywords : Video program, The Deaf, Lotus Cultivation บทคดั ยอ การวิจยั คร้ังนี้ มีวตั ถปุ ระสงคเ พ่อื พฒั นารายการวดี ทิ ศั นเ พอื่ การศึกษา เร่ืองการปลูกและขยายพันธุบัวเพ่ือใชเปนส่ือการสอนสําหรับผูบกพรองทางการไดยินและบุคคลทั่วไป โดยทําการเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น กอนเรียนและหลังเรียนจากรายการวีดิทศั นท ี่ใชก ารบรรยายดวยภาษามือ กลุมประชากรท่ีใชในการวิจัยเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ กรุงเทพมหานคร ในภาคการศึกษาท่ี 2/2557 เคร่ืองมือท่ีใชในการวิจัยประกอบดวย รายการวีดิทศั นเพื่อการศึกษาท่ีใชการบรรยายดวยภาษามือ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ฉบับละ 30 ขอสถติ ิทใ่ี ช คือ คา เฉลย่ี และสวนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา นักเรียนที่เรียนจากรายการวีดิทัศนเพื่อการศึกษาท่ีใชเสียงบรรยายดวยภาษามือเรือ่ งการปลกู และขยายพันธบุ วั มีความเขา ใจและมีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นสูงกวา กอนเรียนคําสําคัญ : สื่อวีดทิ ัศน ผูพิการทางการไดย ิน การปลกู บวั ๑๐๔

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปนพืชเศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบัว วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบวั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี บทนาํ ส่ือวีดิทัศนเปนสื่อมวลชนประเภทหนึ่งท่ีมีบทบาทและมีอิทธิพลตอการใหขาวสาร ความรู ความคิดตลอดจนสรางความรูสึกทาํ ใหผูชมเกิดอารมณค ลอยตาม จงึ เปน สอ่ื ทม่ี ีผลตอการโนมนาว ชักจูงและชวนเช่ือสูงทําใหผูชมยอมรับตอส่ิงที่ไดเห็นและไดยิน โดยไมมีขอโตแยงสงสัย ซ่ึงจะขึ้นอยูกับเปาหมายและแนวทางของผูสรางสื่อวีดิทัศนเปนสําคัญ ส่ือวีดิทัศน เพ่ือการศึกษาเปนวิธีการประเภทหน่ึง เพื่อมุงหวังที่จะทําใหเกิดการถา ยทอดความรู ความเขาใจ ในเนอื้ หาใด เนือ้ หาหนึง่ ออกมาในรูปแบบของภาพเคลอ่ื นไหว และใชเปนส่ือการสอนใหกบั ผเู รียนและมผี ลตอการเรียนรูทส่ี ําคญั หลายประการ เหตผุ ลดังกลาวผูวิจัย จึงไดนําเนื้อหาท่ีเกี่ยวของกับการ การปลูกและขยายพันธุบัวมาผลิตและนําเสนอเปนรายการวีดิทัศนใหกับผูพิการทางการไดยินและบุคคลทั่วไป โดยไดทําการศึกษาจากเนื้อหาของรายการจากผูเช่ียวชาญและเพื่อเปนฐานขอมูลเกี่ยวกับการปลกู บัว การผลิตรายการวีดิทัศน เพื่อการศึกษาเปนการวิจัยท่ีมีความสําคัญตอการพัฒนาทรัพยากรมนุษย ในการสรางกระบวนการเรียนรู ตลอดจนสามารถนํามาแกไขปญหาของการเรียนรูและกอใหเกิดความรูใหมอีกทางหน่ึงดวย ในการผลิตส่ือตางๆ ผูผลิตมุงเพ่ือสนองกลุมคนหูปกติมากกวา การสื่อสารเพ่ือคนหูหนวกโดยเฉพาะจะมีนอยมาก รวมทั้งส่ือโทรทัศนที่เปนสื่อท่ีคนหูหนวกใหความนิยมในการเปดรับมากกวาสื่ออื่นๆดวย การที่คนหูหนวกนิยมเปดรับสื่อโทรทัศนน้ันก็เน่ืองจากวา แมหูจะไมไดยินเสียงแตยังรับชมไดดวยตาซ่ึงเปนประสาทนําท่ีเหลืออยู ซึ่งโดยธรรมชาติเมื่อประสาทนําอยางใด อยางหนึ่งเสียไป ประสาทนําท่ียังเหลือก็ตองทําหนาที่แทนและทํามากข้ึนดวย (ศรียา, 2548) อีกทั้งคนหูหนวกเองไมสามารถไดยินเสียง ทําใหการเรียนรูจากการที่ตนเองมีปฏิกิริยาตอส่ิงแวดลอมหรือประสบการณตรง (Direct Experience) นั้นมีนอยมากจึงจําเปนตองอาศัยประสบการณตรง (Indirect Experience) เขาชวย ซ่ึงประสบการณออมนี้สวนใหญไดมางายจากการเรียนรูจากสื่อท่ีมีภาพ โดยเฉพาะอยางยิ่ง สื่อโทรทัศน (กาญจนา, 2514) ดังน้ันการเปดรับสื่อโดยการชมโทรทัศนจึงเปนทางเลือกหนึ่งในจํานวนนอยท่ีนอยคนหูหนวกสามารถเปดรับและมีประสบการณกับส่งิ แวดลอ มได บัว เปนพืชพื้นเมืองท่ีเก่ียวของกับชีวิตของคนไทยมาชานาน มีคนไทยจํานวนไมมากนักท่ีจะสามารถบอกความแตกตางหรือรายละเอียด ของบัวไดอยางชัดเจน ถึงประเภทหรือชนิดของบัว ซ่ึงแมในตางประเทศเอง คนสวนใหญไมสามารถแยกแยะบัวหลวงหรือบัวสายไดจนเปนความสับสนในการเรียกชื่อบัวอยูเสมอ บัวไมใชพืชท่ีปลูกและขยายพันธุยากจนเกินไป ถาไดเรียนรูชนิดของบัว ตลอดจนนิสัยและส่ิงที่บัวตองการ จึงจะสามารถปลูกบัวไดอยา งสวยงาม คุม คาแกการลงทนุ สามารถหารายไดแ ละเปนพชื เศรษฐกจิ ทีส่ าํ คัญไดอกี ดว ย บัว หมายถึงพืชนํ้าชนิดหน่ึง ที่มีขนาดใหญและมีดอกสวยงาม ไมมีคําแปลเปนภาษาอังกฤษ เพราบัวถกู จดั แบง ออกเปนสองสายพันธุ ไดแ ก บวั หลวง และบัวสาย บัวหลวง หรือ Lotus เปนบัวท่ีคนไทยรูจักกันเปนอยางดี เพราะเก่ียวของกับวิถีชีวิตของคนไทยมาชานาน บัวหลวงสามารถจาํ แนกทางพฤกษศาสตร มีอยูเ พยี งสกุลเดยี ว และมีอยูเพียงสองชนิดเทานั้น คือ บัวหลวงทวีปเอเชีย และทวีป ๑๐๕

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พชื เศรษฐกจิ คร้งั ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรีอเมริกา บัวหลวงสามารถแบง ไดต ามสี มสี ีขาว และสีชมพู หากดูตามรูปเกาของดอก จะเห็นวามีกลีบดอกนอยและอกี พวกหนึง่ มกี ลีบดอกซอ นกนั จํานวนมาก จึงนิยมกลาวกันวาบัวหลวงไทยมีสี่แบบ ถาเปนสีชมพูจะมีกลีบดอกนอย จะเรียกวา ปทุม หรือ ปทมา ถามีกลีบดอกสีขาว จะเรียกวา บุณฑริก สวนพันธุท่ีมีดอกสีชมพู กลีบดอกซอนกันมาก เรียกวาสัตตบงกช และพันธุที่มีดอกสีขาวมีกลีบซอนมาก เรียกวาสัตตบุษย บัวหลวงจะมีใบทมี่ ีลกั ษณะกลม ไมม ีรอยเปดบนตวั ใบ ดานบนของใบมีลกั ษณะคลา ยกํามะหยี่ ทําใหตัวใบไมเปยกน้ํา ดานใบมีหนามเล็กๆ และคมแข็ง เม่ือโตเต็มท่ีใบจะยกเหนือน้ํา ดอกจะมีการชูเหนือนํ้าเสมอ เม่ือกลีบดอกรวงหลน จะสังเกตเห็นฝก คลายกลายหงายขนึ้ อยา งชัดเจน ภายในฝกจะพบเมลด็ บวั ฝง ตัวเปนจํานวนมาก เมล็ดหรือผลบัวสมารถนําไปเปนอาหารไดอยางดี มีสรรพคุณใชทํายา ลําตนที่อยูใตดิน เรียกวา เหงา หรือราก ในชวงท่ีบัวมีการสะสมอาหาร รากหรอื เหงา จะมขี นาดใหญสามารถใชท ําเปน อาหารคาวหวานได บวั สาย หรอื Waterlily เปนบัวทจ่ี ัดเปน กลุมใหญม สี มาชิกหลายสกุลและบางกลมุ ก็มีอยูหลายชนิดดวย เชน Victoria นิยมเรียกเปนภาษาไทยวา “บัวกระดง” มีกําเนิดในทวีปอเมริกาใต มีอยู 2 ชนิด ลักษณะเดน ของบัวชนิดน้ี คือ มีใบขนาดใหญมาก ประมาณ 2 เมตร ชอบใบยกต้ังขึ้น จึงมีลักษณะคลายกระดงฝดขาวดอกมีขนาดใหญประมาณ 30 เซนติเมตร สามารถเปล่ียนสีได จากเมื่อเริ่มบานเปนสีขาว และในวันตอมาจะกลายเปน สชี มพู ดอกบานกลางคืน มหี นามแหลมคมในแทบทกุ สว น ยกเวนบนหนาใบ Euryale หรือ บัวจาน มีลักษณะคลายบัวกระดง แตขอบใบไมยกต้ัง มีดอกขนาดเล็ก สีฟา – ครามบานกลางวัน มีหนามแหลมคม เชนเดียวกับบัวกระดง ในทุกสวนของพืชรวมท้ังดานบนของใบ พบไดในประเทศจนี และอนิ เดยี Nuphar หรือ yellow pond lily มีช่ือเรียกในภาษาไทยวา “บัวญ่ีปุน” เพราะตนที่ปลูกเลี้ยงกันมาจากประเทศญี่ปุน ปกติแลวจัดวาเปนไมในเขตหนาว แตสามารถเจริญไดดีในประเทศไทย โดยท่ัวไปมีใบรูปปลูกศร ดอกตมู มีรปู กลม ดอกบานสว นใหญเ ปนสีเหลืองสด แตแทจริงแลวเปนสีของกลีบเล้ียง สวนกลีบดอกมีขนาดเล็กมาก เปนบวั ทีน่ ิยมใชป ลกู เพ่อื จดั สวน หรือตปู ลาเทา นั้น เพราะดอกสวยสูบัวสกุลอืน่ ไมได Nymphaea หรือ บัวสาย เปนบัวท่ีมีขนาดใหญ รูปทรงและสีสันสวยงามมาก จึงไดรับความนิยมใชปลกู เปน ไมประดับ เปน ท่ีแพรหลายกันทว่ั โลก ปจ จุบันไดม กี ารจาํ แนกบวั ในสกุลนี้ออกเปน 5 กลุมใหญๆ (บางตําราอาจแยกไดเ ปน 6 กลมุ ) 1. บัวยักษออสเตรเลีย เปนบัวที่มีดอกขนาดใหญที่สุดในกลุม บางชนิดมีใบขนาด 60 -70 เซนติเมตรมดี อกขนาดใหญ กานชดู อก ชพู น น้าํ สูงมากถึง 50 เซนตเิ มตร กลบี ดอกกวา ง มหี ลายสี เชน ขาว ฟา ชมพู มว งทุกชนิดมีกานชูเกสร ตัวผูเสนเล็กละเอียดสีเหลือง และมีจํานวนหลายรอยกาน ดอกบานกลางวัน หลายชนิดสามารถบานไดใ นทวปี ออสเตรเลยี ตอนบน 2. บัวสายบานกลางวันเขตรอน เปนบัวที่มีจํานวนชนิดมากท่ีสุด มีถ่ินกําเนิดในเขตรอน อาจพบในทวปี อาฟรกิ า เอเชีย และอเมริกา มีกลีบดอกคอนขางยาวเรียว ปลายกลีบแหลม มีหลายสีมาก แตสวนใหญในธรรมชาติจะเปนสีขาว ฟาคราม และสีมวง มีขนาดแตกตางกันมากแลวแตชนิด กานดอกชูพนนํ้า 20 – 30 ๑๐๖

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีเซนตเิ มตร ขอบใบมกั มรี อยหยกั ไมเปน ระเบยี บ มกี ารเจรญิ เติบโตในแนวดง่ิ บางชนดิ ผลิตหัวงาย พันธุพื้นเมืองของไทยทพ่ี บอยไู ดแ ก บัวผนั บวั เผือ่ น และบวั ขาบ จึงทาํ ใหบางครง้ั บวั ในกลุม น้ถี กู เรยี กรวมๆ กันวา บวั ผนั 3. บัวสายบานกลางคืนเขตรอน บัวกลุมน้ีถูกพบทั่วไปในเขตรอน เชน ทวีปเอเชีย อาฟริกา และออสเตรเลีย สวนในยุโรปพบในประเทศฮังการีเทานั้นเปนดอกบัวที่เร่ิมบานหลังมืดสนิทและจะบานไปจนถึงเชาวันรุงข้ึนและจะคอยๆ หุบเมื่อแดดจัดหรือในตอนสาย จัดวาเปนบัวขนาดใหญ ดอกชูสูงพนนํ้าคลายกลุมบานกลางวัน มีกานชูเกสรตัวผูขนาดใหญแข็งแรง มีลักษณะแบนกวาง ดอกมีอยู 3 สี ขาว ชมพู และแดง มีใบใหญ สวนใหญขอบมีรอยหยักแหลมเปนระเบียบคลายผันเรื่อย หลังใบมีเสนใบหนานูน มีการเจริญเติบโตในแนวดิ่ง ขยายพันธุงายทั้งการแยกหัวและเพาะเมล็ด ในประเทศไทยนิยมบริโภคกานชูดอกเปนผัก หรือประกอบอาหาร จงึ มชี ่ือเรียกแบบไทยวา “บวั กนิ สาย” 4. บัวสายบานกลางคืนอเมริกา เปนกลุมบัวท่ีพบในอเมริกากลางและอเมริกาใตเปนสวนใหญ ทุกชนิดจะมีอายุการบานของดอกส้ันมาก คือประมาณ 2 – 3 ช่ัวโมงหลังมืด หรืออาจบานใกลเท่ียงคืน จึงเปนกลุมที่ไมไดความนิยมในการปลูกเพ่ือชมดอก สวนใหญสีของดอกจะเปนสีขาว หรือขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอมฉุนเมอ่ื บาน มกี ารเจรญิ เตบิ โตในแนวดง่ิ เปน บวั ท่ขี ยายพนั ธุงา ยทง้ั จากเมลด็ หรือการสรา งตนใหมบนดอก 5. บวั สายยืนตนหรอื บวั ฝร่งั เหตุท่ีฝร่ังเรียกบัวชนิดนี้วาบัวยืนตนเนื่องจากบัวในกลุมน้ีสามารถอยูขามฤดูหนาวในเขตหนาวใต ในขณะท่ีบัวกลุมอื่นจะตายหมด เพราะเปนบัวท่ีมีถิ่นกําเนิดในเขตอบอุนหรือเขตหนาว คนไทยจึงนิยมเรียกวาบัวฝรั่ง ซึ่งมีใบท่ีเล็กกวาบัวในกลุมอ่ืนๆ และสวนใหญมีรูปรางคอนขางกลม ขอบใบไมมีรอยหยัก สวนใหญดอกจะลอยอยูผิวนํ้า หรือชูโผลพนนํ้าเพียงเล็กนอย บัวในกลุมน้ีมีดอกอยู 5 สี ขาวชมพู แดง สม และเหลอื ง และมีลักษณะปอ มรูปถวย โดยปกติจะมีการเจริญเติบโตในแนวนอน มีเหงาเจริญไปตามผวิ ดนิ และแตกตน ออนตามขอ วตั ถุประสงคของการวิจยั เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กอนเรียนและหลังเรียนโดยการเรียนจากรายการวีดิทัศน ท่ีใชการบรรยายดวยภาษามือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภกรุงเทพมหานคร วิธีดาํ เนนิ การวิจัย 1. ประชากรที่ใชในการศึกษาเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถมั ภก รุงเทพมหานคร จาํ นวน 24 คน ในภาคการศึกษาท่ี 2/2557 โดยเกบ็ ขอ มูลจากประชากรทงั้ หมด 2. เครื่องมือท่ีใชในการวิจัย ประกอบดวย รายการวีดิทัศนเพื่อการศึกษาแหงความรูเกี่ยวกับการปลูกบวั 3. เครื่องมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูล คือ แบบทดสอบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่องความรูเกี่ยวกบั การปลกู บัว กอ นเรยี นและหลงั เรยี นฉบับละ 30 ขอ 4. การเกบ็ รวบรวมขอ มูล ๑๐๗

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกิจ คร้ังท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี ผวู ิจัยไดด าํ เนนิ การเก็บรวบรวมขอ มลู ตามลาํ ดับ ดงั ตอไปน้ี 4.1 ทดสอบกอ นเรยี นกบั ประชากรทง้ั หมด ดวยแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธ์ิของการเรียนและบนั ทกึ ผลการสอบไว สําหรับการวเิ คราะหขอมูล 4.2 ดาํ เนินการทดสอบโดยใหผเู รียน เรยี นจากรายการวดี ทิ ัศน ความยาว 28 นาที 4.3 เมือ่ สิ้นสดุ การทดสอบไดดําเนนิ การทดสอบหลงั เรียน กับกลุมประชากรทงั้ หมด ดว ยแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น ทาํ การตรวจคําตอบและบนั ทึกผลเพ่อื นําไป วิเคราะหขอมลู 5. การวเิ คราะหข อมลู การวิเคราะหขอมูลในการวิจัยในครั้งนี้ ผูวิจัยไดทําการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกอนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่ไดรับการสอนโดยการใชรายการวีดิทัศนเพื่อการศึกษาท่ีบรรยายดวยภาษามอื โดยการใชค า เฉลย่ี และวเิ คราะหผล ผลการวจิ ัย การวิเคราะหครงั้ น้เี ปน การวจิ ยั ก่ึงทดลอง เพอ่ื เปรียบเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรียนและหลังเรียน ดวยวีดิทัศนเพ่ือการศึกษา ท่ีใชบรรยายดวยภาษามือ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถมั ภ กรุงเทพมหานคร ผลการวเิ คราะหข อมลู มีดงั น้ี ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ดวยรายการวีดิทัศนเพื่อการศึกษาเร่ืองความรูเกี่ยวกับการปลูกบัว กอนเรยี น และหลงั เรยี น จากรายการวีดทิ ัศน ดงั ตารางท่ี 1ตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน กอนเรียนและหลังเรียนดวยรายการวีดิ ทศั นท ีใ่ ชภาษามือ กลมุ X� SDกอ นเรียน 24 17.44 3.16หลงั เรียน 24 24.56 2.99 จากตารางพบวาความเขาใจในเนื้อหาของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 มีบกพรองทางการไดยิน ดวยรายการวีดิทัศน เร่ืองความรูเก่ียวกับการปลูกบัว กอนเรียนไดคาเฉลี่ย 17.44 และหลังเรียนไดคาเฉลี่ย 24.56สรุปไดว านกั เรยี นมีความเขา ใจในเนอื้ หาหลงั เรียนสูงกวา กอนเรียน อภปิ รายผล จากผลการวิจัยพบวานักเรียนที่รับการสอนโดยเรียนจากรายการวีดิทัศนเพ่ือการศึกษาทีมีการบรรยายดว ยภาษามอื มีความเขาใจสูงกวากอนเรียน ซึ่งเปนไปตามสมมุติฐานท่ีต้ังไว ซ่ึงสอดคลองกับ กิดานันท(2540) ท่กี ลาวไววา ภาพเปน ส่ิงทม่ี คี วามสาํ คัญ เชนเดียวกับภาษาพูดแลภาษาเขียน เนื่องจากสามารถใชในการสอื่ สารและส่อื ความหมายไดเ ปนอยา งดี และมคี วามเปนรูปธรรมท่ีสามารถอธิบายความหมายไดในตัวเอง หรือชวยอธิบายประกอบสง่ิ ทเ่ี ปนนามธรรมใหกระจางชดั ดียิง่ ข้นึ ดวย ๑๐๘

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พืชเศรษฐกจิ คร้งั ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี ท้ังนี้ จากการสังเกตระหวางทําการสอนดวยรายการวีดิทัศนเพ่ือการศึกษา พบวานักเรียนมีความสนใจรายการวีดทิ ัศนเพื่อการศึกษาเปนอยางดี แสดงใหเห็นวาการบรรยายดวยภาษามือ ทําใหงายตอความเขาใจไดดียิ่งขึ้น จากการวิจัยคร้ังน้ี ผูวิจัยไดขอสังเกตวาเด็กที่บกพรองทางการไดยิน สามารถท่ีจะเรียนรูไดเทากับคนสว นใหญท ่มี ปี ระสาทรบั รไู ดยินโดยทั่วไป ซึ่งสอดคลองกับ มยุรา (2548) เนื่องจากการเรียนของเด็กท่ีบกพรองทางการไดยิน ตองใชประสาทตาเปนสวนใหญในการรับรู ดังน้ัน การใชสื่อการสอนที่มีภาพภาษามือประกอบจึงเปนส่ิงที่สําคัญอยางยิ่ง เพราะภาพภาษามือ จะเปนตัวเชื่อมโยง ระหวางภาษาและความหมายของคําและภาษา ซ่ึงจะเปนสวนท่ีสําคัญที่นักการศึกษา หรือผูที่เกี่ยวของดานความบกพรองทางการไดยินตองชวยกันพัฒนาส่ือการสอนที่มีคําบรรยายดวยภาษามือ ใหมีประสิทธิภาพและมีมากขึ้น และมีความเหมาะสมกับระดับการเรยี นรขู องเดก็ ตามสภาพความเปน จรงิ สรุปการวจิ ยั ผลการวิจัยปรากฏวา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากรายการวีดิทัศนเพ่ือการศึกษาท่ีใชการบรรยายดวยภาษามือ เปนการสื่อการเรยี นการสอนหลงั เรยี นสูงกวากอนเรียน ขอ เสนอแนะ ความยาวของรายการวีดิทัศนท่ีมีเน้ือหาจัดทํามากเกินไป อาจทําใหความสนใจของผูชมที่มีความบกพรองทางการไดยิน ลดลงดวยเนื้อหาท่ีมาก ควรมีรายการวีดิทัศนใหเปนตอน จะทําใหความสนใจของผูชมท่ีบกพรองทางการไดยิน มีสมาธิและมีความจําเนื้อหาไดงายขึ้น เนื่องจากผูบกพรองทางการไดยิน ตองอาศัยประสาทการเรียนรดู วยตาเปนหลักอาจทาํ ใหม ีความเหน่ือยลาจากาการใชประสาทตามากจนเกินไปเน่ืองจากผูบกพรองทางการไดยิน ยังขาดทักษะในดานการอาน ทําใหการทําแบบทดสอบมีอุปสรรค การทําความเขาใจขอคําถาม ตอ งใหผเู ช่ยี วชาญดา นภาษามอื แปลคําถาม นักเรียนจงึ จะสามารถเขา ใจได บรรณานกุ รมกาญจนา ตันตินันท. 2514. การใชโสตทัศนูปกรณ โรงเรียนสอนคนหูหนวก. วิทยานิพนธปรัชญามหาบัณฑิต จฬุ าลงกรณวทิ ยาลัย.กดิ านันท มลทิ อง. 2540. เทคโนโลยกี ารศึกษารว มสมยั กรุงเทพมหานคร. เอด็ สันเพรสโพรดักส จํากัด.ณ ณพชัย ชาญศิป.______. คูมือการปลูกดูแลรักษาและเทคนิคการผสมพันธุบัวประดับ. เอกสารเผยแพร สถาบันวิจัยและถายทอดเทคโนโลยี คณะเกษตรศาสตรและทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก.มยุรา มณีวงค. 2548. ผลของการใชภาพสองภาษาท่ีมีตอการเขาใจคําศัพท ของนักเรียนหูหนวก ช้ันประถมป ที่ 1 โรงเรียนโสตศึกษา จ.นครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ ปรัชญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต สุโขทัย ธรรมธิราช.ศรียา นิยมธรรม. 2548. การศกึ ษาพิเศษ. กรงุ เทพฯ. พัฒนาศึกษา. ๑๐๙

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกจิ ครง้ั ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี ปรมิ าณสารประกอบฟนอลิกและสารตา นอนุมลู อสิ ระของคกุ กีเ้ สรมิ ผงใบบวั หลวง The total polyphenol content and antioxidant capacity of cookies with lotus (Nelumbo nucifera Gaertn) leaf powder อนิ ทริ า ลจิ ันทรพร1, ภรู นิ ทร อัครกลุ ธร2, นพรัตน ปานสอาด1, และวยี ณา สวยทอง1 Intira Lichanporn1, Purin Akkarakultron2, , Noparat Pansaoad1, and Weyana Saetong11สาขาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (ศูนยรงั สติ ) เลขที่ 2 ถนนพหลโยธนิ 87 ซอย 2 ตาํ บลประชาธปิ ต ย อาํ เภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี 121302พิพธิ ภัณฑบ ัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธญั บรุ ี เลขที่ 39 หมู 1 ถนนรงั สติ -นครนายก ต.คลองหก อ.ธญั บรุ ี ปทมุ ธานี 12110 Abstract This research aimed to investigate the total polyphenol content and antioxidant capacity ofcookies with lotus leaf powder by adding lotus leaf powder 0 (control), 1, 4, 7 and 11% concentration inwheat flour. The addition of lotus leaves powder in cookies resulted in a decreased spread ratio and L *values. Moisture of cookies with lotus leaf powder at all concentrations had increased values in overalltrend from the control. Cookies with lotus leaf powder supplementation at 11% had higher total phenoliccompounds and antioxidant content than cookies with lotus leaf powder at 0, 1, 4 and 7% respectively.Sensory evaluation indicated that cookies with lotus leaves power at 11% received the lowest sensoryscores for color, odor, taste, texture and overall acceptability because of the bitterness of lotus leaves.The cookies with lotus leaves powder at 4% had the highest overall acceptability and indicated that totalphenol content and antioxidant capacity was higher than that of the control.Keywords: Lotus leaf power, antioxidant, cookies บทคดั ยอ งานวิจัยนมี้ วี ัตถุประสงคเพ่ือศึกษาปริมาณสารประกอบฟนอลิกทั้งหมด และสารตานอนุมูลอิสระของผลิตภัณฑคุกกี้เสรมิ ผงใบบวั หลวง โดยแปรปรมิ าณใบบวั หลวงผงเปนรอยละ 0 (ชุดควบคมุ ) 1 4 7 และ 11 (ของนํา้ หนักแปง) การใสผงใบบัวหลวงในคุกกี้สงผลใหการแผขยายตัวของคุกก้ี และคาความสวาง (L*) ลดลง ความชื้นของผลิตภัณฑคุกกี้ที่เติมผงใบบัวหลวงทุกความเขม ขน มีแนวโนมเพ่มิ ขึ้นมากกวาชุดควบคุม คุกกี้ท่ีเสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีสารประกอบฟนอลิกท้ังหมด และสารตานอนุมูลอิสระสูงกวาคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 0, 1, 4 และ 7 ตามลําดับ การประเมินทางประสาทสัมผัสช้ีใหเห็นวา คุกกเ้ี สริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 ไดรับคะแนนทั้งดานสี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวมตํ่าที่สุด เนื่องจากมีรสขมจากใบบัวหลวง ผลจากการศึกษาพบวาผลิตภัณฑคุกก้ีท่ีเสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 4 มีความชอบโดยรวมมากที่สุดและชใี้ หเหน็ วา มีปริมาณสารประกอบฟนอลลกิ และสารตานอนุมลู อิสระสงู กวาชดุ ควบคมุคําสาํ คญั : ผงใบบวั หลวง สารตา นอนมุ ูลอสิ ระ คุกก้ี1 สาขาวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี1 Division of Food Science and Technology, Faculty of Agricultural Technology, Rajamangala Univerisity of Technology Thanyaburi ๑๑๐

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พชื เศรษฐกิจ ครัง้ ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี คาํ นาํ ประเทศไทยมีการปลูกบัวในเชิงพาณิชยม ากมายในทกุ ภูมิภาค จึงทาํ ใหม ีผลผลติ ออกสูต ลาดอยา งตอเนอื่ ง บัวเปนพชื ทีเ่ พาะปลกู และดูแลรักษางา ย จากการศกึ ษาวิจัยในปจ จบุ นั พบวา ใบบวั หลวงมีสารอลั คาลอยด มฤี ทธิ์ลดความดนั โลหติ สูงยบั ยงั้ การเตนผิดปกตขิ องหัวใจ ลดการบบี ตัวของกลามเนอ้ื หัวใจ มฤี ทธใ์ิ นการลดคลอเรสเตอรอล สารสกดั แอลกอฮอลจ ากใบแหง มผี ลปอ งกนั ไมใหร ะดับคลอเรสตอรอลในเลือดสูง และสาร Nuciferine มฤี ทธใิ์ นการกดประสาทตานการอักเสบ (สมจิตรและคณะ, 2553) คุกก้ีเปนขนมอบชนดิ หนง่ึ ที่มีขนาด รูปราง กลิ่น รส แตกตางกนั ขึน้ อยูกับชนิดของคุกก้แี ตล ะชนิดลักษณะกรอบรว นเปนชิ้นเล็ก ๆ ขนาดพอคาํ หรือหยิบกัดไดส ะดวก มรี สหวาน บางชนดิ ใชพิมพต ัดเปน รปู ตา ง ๆ และตกแตงดวยน้ําตาลอยา งสวยงาม บางชนิดมรี ูปรา ง รสชาติ แตกตา งกันสามารถเกบ็ ไวไ ดน านกวาขนมชนดิ อื่นๆ สวนผสมของคกุ กี้ประกอบดวย แปงสาลี เนย นาํ้ ตาล ไข นม และสว นผสมอ่นื ๆ เชน ผลไมเ ช่อื มแหง เมล็ดผลไม ฯลฯ ซึ่งใหส ารอาหารท่เี ปนประโยชนตอ รา งกาย เพราะแปง และนา้ํ ตาล ใหสารอาหาร คารโบไฮเดรต นมไข ใหสารอาหาร โปรตีน เกลอื แร และไขมันเนยใหส ารอาหาร ไขมันคกุ ก้ที ่นี ิยมใชเ ปน ขนมของขวัญ เพราะเกบ็ ไวไ ดห ลายวัน ทุกวนั นค้ี กุ กี้นิยมใชจดั เลี้ยงในงานโอกาสพิเศษเชน เลย้ี งนา้ํ ชา กาแฟ เพราะเปนขนมทีท่ ําไดงา ย รสชาตอิ รอ ย มีหลายรปู แบบ และสะดวกในการพกพาตดิ ตัว (จติ ธนาและ อรอนงค, 2539) งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาปริมาณสารตานอนุมูลอิสระและสารประกอบฟนอลิกของคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวง อปุ กรณและวิธีการการเตรยี มใบบัวหลวงผง คัดคณุ ภาพใบบัวหลวงสดทมี่ ีอายุอยูในชวง 10-15 วัน หลังจากใบบวั เร่มิ คลจี ากการมว น จากพิพิธภณั ฑบ ัวของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี นาํ มาตัดกา นออก ลา งทําความสะอาด จากนนั้ หั่นเปนชิน้ เลก็ ๆ ขนาด 0.5x1.0เซนติเมตร นําไปอบทีอ่ ุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส นาน 15 ชว่ั โมง (ปริมาณความชื้นไมเกนิ รอยละ 10) แลวนําไปปน ดว ยเครอ่ื งปน ไฟฟา รอนผา นตะแกรงรอนขนาด 212 ไมโครเมตร (No. 70) จะไดผ งใบบัวหลวงศกึ ษาปริมาณสารประกอบฟน อลิก สารตา นอนุมูลอิสระ และคุณภาพตา งๆ ในผลิตภัณฑคุกก้ี นําผงใบบัวหลวงผสมลงในสวนผสมคกุ กีใ้ นปริมาณรอ ยละ 0, 1, 4, 7 และ 11 ของนํา้ หนักแปง ผลติ คุกก้โี ดยใชส ตู รท่ีดดั แปลงมาจากประดิษฐ (2556) โดยผสมแปงสาลี นมผง ใหเขากัน พกั ไว นาํ เนยสด เนยขาว มาการีน ลงไปปน ผสมกับน้ําตาลไอซ่ิง จนสว นผสมขนึ้ ฟู ดวยความเร็วปานกลางประมาณ 10 นาที เตมิ ไขล งไปทลี ะฟอง ตามดวยกลิ่นวานลิ ลา เตมิ แปงสาลี นมผง และผงใบบัวหลวงทเี่ ตรยี มไว โดยใชความเรว็ ต่ําปน ผสมใหเขา กนั จากนัน้ หยอดใหมีขนาด 1 นิว้ บนถาดท่ที าเนยไวแลวนําไปอบท่อี ุณหภมู ิ 180 องศาเซลเซียส เปน เวลา 12-15 นาที นาํ ไปวิเคราะหค ุณภาพของคกุ กีต้ อไปการวิเคราะหคุณภาพของผลิตภณั ฑคกุ ก้ผี งใบบวั หลวง 1. ลกั ษณะปรากฏปรากฏของคกุ กีผ้ งใบบวั หลวง 2. การแผขยายตวั ของคกุ กี้ (%Spread Ratio) (AACC, 1989) 3. การวดั คา สโี ดยนําผลิตภณั ฑคุกกที้ ่ีผสมผงใบบัวหลวงมาวดั คาสดี ว ยเคร่ืองวดั สี Color Reader Minolta รนุCR-10 รายงานคา สีเปนคาความสวาง (L*) 4. การวิเคราะหล กั ษณะเนอื้ สัมผสั โดยใชเคร่อื งวิเคราะหเ นื้อสัมผสั โดยใชห ัววัด Knife Edge Blade ใชแ รงกด 20กรมั เรมิ่ ใหใ บมีดเคลือ่ นทีด่ ว ยความเร็ว 0.3 มิลลิเมตร/วินาที เมอ่ื เคลอื่ นทถี่ ึงคุกกี้ใบมีดจะกดดวยความเรว็ 2.0 มลิ ลเิ มตร/วินาที เปนระยะทาง 20 มลิ ลิเมตร แลวเคล่อื นทีก่ ลบั ขึ้นดวยความเรว็ 10.0 มิลลิเมตร/วนิ าที คาความแขง็ ของคุกก้ีอานไดจากคา แรงตดั ขาดสงู สุด มีหนวยเปนนิวตนั ทําการทดลอง 3 ซาํ้ 5. การวดั คาความชน้ื ตามวิธี AOAC (2000) 6. การวัดปริมาณสารประกอบฟนอลิก ดดั แปลงจาก วไิ ลพร (2551) โดยนาํ คกุ ก้ี 10 กรมั ผสมกับเอทานอลรอยละ 95 ปรมิ าตร 50 มิลลิลติ ร เขยานาน 1 ชัว่ โมง จากนัน้ นาํ ไปกรองดวยกระดาษกรองเบอร 1 ปน เหว่ยี งท่ี 6000 รอบ/นาทีนาน 15 นาที ปเ ปตสว นใสมา 1 มลิ ลลิ ิตร เติม Folin-Ciocalteu reagent ปรมิ าตร 1 มลิ ลิลติ ร .เติม sodium carbonateรอยละ 10 ปริมาตร 2 มิลลลิ ิตร บม ที่อณุ หภูมิ 30 องศาเซลเซยี ส นาน 1 ช่วั โมง และบมท่อี ุณหภูมิ ตูเย็นนาน 1 ช่ัวโมง วัดคา ๑๑๑

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกิจ คร้งั ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรีดูดกลนื แสงดว ยเครื่อง UV spectrophotometer ทีค่ วามยาวคล่นื 760 นาโนเมตร เปรยี บเทยี บผลโดยใชกราฟมาตรฐานของสารละลายกรดแกลลิก 7. สารตานอนมุ ูลอิสระ DPPH ดดั แปลงจาก บังอร และ ศริ ิลกั ษณ (2549) โดยนาํ คกุ กี้ 10 กรัม เติมเอทานอลรอยละ 95 ปริมาตร 50 มลิ ลลิ ติ ร นาํ ไปเขยา นาน 1 ช่ัวโมง กรองดว ยกระดาษกรองเบอร 1 แลว นาํ สวนใสท่ีไดไ ปปน เหวีย่ ง 6000รอบ/นาที เปนระยะเวลา 15 นาที ปเ ปตสวนใส 100 ไมโครลติ ร เตมิ สารละลาย DPPH (2,2-Diphenyl-1-picryhydrazyl)200 ไมโครลิตร เติมเอทานอลจนครบ 3 มิลลลิ ติ ร เขยาใหเขา กัน บมในทีม่ ืดระยะเวลา 30 นาที วดั คาดดู กลนื แสงดวยเครอื่ งสเปกโตรโฟโตมิเตอรท ีค่ วามยาวคลืน่ 515 นาโนเมตร ฤทธ์ิตานออกซิเดช่ันตอ DPPH รายงานในรูปของเปอรเซ็นต (%inhibition) วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design ทดลอง 3 ซ้ํา เปรยี บเทียบความแตกตา งของคาเฉลี่ยโดยใช Duncan’s New Multiple Range Test (DMRT) ทรี่ ะดบั นัยสําคญั 0.05 8. ประเมินคณุ ภาพทางประสาทสมั ผัสของคกุ กี้ โดยวิธี 9-point hedonic scale ประเมนิ ผลในดา นสี กลน่ิรสชาติ เนอื้ สมั ผัส และความชอบโดยรวม โดยใชผทู ดสอบจาํ นวน 30 คน วางแผนการทดลองแบบ RandomizedComplete Block Design ทดลอง 3 ซาํ้ เปรียบเทยี บความแตกตางของคา เฉล่ยี โดยใช Duncan’s New Multiple RangeTest (DMRT) ทรี่ ะดบั นัยสําคญั 0.05 ผลและวจิ ารณ ลักษณะของคุกก้ีมีสีเหลืองนวล แตเมื่อเสริมผงใบบัวหลวงคุกก้ีมีสีเขียวออนจนสีเขียวเขมเมื่อปริมาณของผงใบบัวหลวง (ภาพท่ี 1) คกุ ก้เี สริมผงใบบวั หลวงมกี ารแผข ยายนอยเม่ือเพิ่มปริมาณผงใบบัวหลวงโดยคุกก้ีที่เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ0 มกี ารแผขยายมากที่สุดในขณะที่คุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีการแผขยายนอยท่ีสุดเทากับรอยละ 4.19 เนื่องจากการเสริมผงใบบัวหลวงทําใหของเหลวในคุกก้ีนอยลงแรงตานตอการขยายตัวของคุกกี้ท่ีมีคาเพ่ิมขึ้นจนไมสามารถขยายตัวไดจึงทําใหคุกก้ีท่ีเสริมผงใบบัวหลวงมีการแผขยายนอยลง (ศศิวิมล, 2550) คาความสวางของคุกกี้ในชุดควบคุมมีสีเหลืองนวลจึงมีคา L* มากท่ีสุด เมื่อเสริมผงใบบัวหลวงสงผลใหมีสีเขียวเขมมากขึ้น จึงมีคา L* ลดลง คาความแข็งของผลิตภัณฑคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีคาความแข็งมากท่ีสุดเทากับ 44.60 เน่ืองจากคุกก้ีมีของเหลวในคุกกี้นอยจึงจับตัวกันสงผลใหคาความแข็งเพมิ่ ขึน้ รองลงมาคือคกุ ก้เี สรมิ ผงใบบวั หลวงรอยละ 0 1 4 และ 7 ตามลําดับ (ตารางที่ 1) คาความชื้นของคุกก้ีผงใบบัวหลวงมีคาอยูในชวง 4.36-5.71 และมีแนวโนมเพ่ิมข้ึนโดยคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีความช้ืนมากที่สุดเทากับ5.71 สวนปริมาณฟนอลิกท้ังหมดมีคาเพ่ิมข้ึนเมื่อผงใบบัวหลวงเพิ่มข้ึน คุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีปริมาณฟนอลิกทั้งหมดสูงท่ีสุดเทากับ 2.45 มิลลิกรัมของกรดแกลลิคตอ 100 กรัม รองลงมาคือคุกก้ีเสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 7, 4, 1และ 0 ตามลาํ ดบั โดยมสี ารประกอบฟน อลิกทัง้ หมดเทากับ 1.64 1.52 0.73 และ0.46 มิลลิกรัมของกรดแกลลิคตอ 100 กรัมตามลําดับ สารตานอนุมูลอิสระน้ันจะสอดคลองกับปริมาณสารประกอบฟนอลิก คือมีปริมาณเพ่ิมขึ้นตามปริมาณท่ีเพิ่มผงใบบวั หลวงในคุกกโ้ี ดยคุกก้เี สรมิ ผงใบบวั หลวงรอ ยละ 11 มปี ริมาณสารตานอนุมลู อสิ ระสงู สดุ เทา กับรอ ยละ 71.05 ในขณะที่คุกก้ีที่ไมเสริมผงใบบัวหลวงมีสารตานอนุมูลอิสระเพียง รอยละ 11.31 (ตารางที่ 2) ท้ังนี้สารตานอนุมูลอิสระ เชน ฟลาโวนอยดแทนนิน คูมาริน และสารประกอบฟนอลิก พบในพืช เชน ผล ใบ เมล็ด สารเหลานี้เปนสารตานอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ(Babbar และคณะ, 2014) ซึ่งในผงใบบัวหลวงมีสารประกอบฟนอลิกอยูจึงมีปริมาณสารตานอนุมูลอิสระดวย จากการประเมนิ คุณภาพทางประสาทสมั ผสั ดานสีพบวาคุกก้ีเสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 4 มีคะแนนดานสีมากที่สุดแตกตางจากคุกกี้ผงใบบัวหลวงรอยละ 0 1 7 และ 11 อยางมีนัยสําคัญ โดยมีกล่ินไมแตกตางจากชุดควบคุม คุกกี้ที่เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 0,1, 4, 7 และ 11 มีคะแนนดานรสชาติ เน้อื สมั ผัส และความชอบโดยรวมไมแตกตางกัน อยางไรก็ตามคุกกี้ที่เสริมผงใบบัวหลวงที่รอ ยละ 4 มีคะแนนความชอบโดยรวมมากที่สดุ (ตารางท่ี 3) สรุปผล การเสริมผงใบบวั หลวงในผลติ ภัณฑค กุ กร้ี อ ยละ 0, 1, 4, 7 และ 11 พบวาการเสรมิ ผงเปลือกผงใบบวั หลวงรอยละ11 มีสีเขยี วเขม มกี ารแผข ยาย และมีคา L* นอยท่ีสุด แตมคี า ความชน้ื ปริมาณฟน อลิกทงั้ หมด และสารยบั ยง้ั อนุมูลอิสระมากกวาคกุ กเ้ี สริมผงใบบัวหลวงรอยละ 0, 1, 4 และ 7 เมื่อประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสพบวาคกุ กเ้ี สรมิ ผงใบบัวหลวงรอยละ 4 คะแนนดานสี และความชอบโดยรวมมากที่สดุ โดยมากกวาคุกกที้ ี่เสรมิ ผงใบบวั หลวงรอยละ 11 ซงึ่ มีรสชาตขิ มจากใบบัวหลวง ๑๑๒

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พืชเศรษฐกิจ คร้งั ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบ ัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี คาํ ขอบคุณ ขอขอบคุณคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ทีไ่ ดสนบั สนนุ งบประมาณในการเสนอผลงานคร้ังน้ี เอกสารอา งอิงAACC. 1983. Approved methods (10th Ed), American Association of Cereal Chemists, St Paul, Minesota,USA.AOAC. 2000. Association of Official Analytical Chemists, Official Methods of Analysis. 17thed. MD.USA:AOAC International. Guitersburg.Babbar, N., Oberoi, H, S., Sandhu, S, K. and Bhargav, V. K., 2014, Influence of different solvents in extraction of phenolic compounds from vegetable residues and their evaluation as natural sources of antioxidants, J Food Sci Technol, 51(10): 2568-2575.จิตธนา แจมเมฆ และ อรอนงค นัยวิกุล. 2539. เบเกอรเ่ี ทคโนโลยีเบื้องตน . พมิ พค รั้งที่ 4. สาํ นกั พิมพ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร, กรงุ เทพฯ. 224 หนา .จริ าพร เพลนิ จติ ต. 2555. Stability of phenolic-acids in subcritical water. สาขาวชิ าเทคโนโลยีการอาหาร มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.บงั อร วงศร ัก และ ศริ ลิ ักษณ ปย สวุ รรณ. 2549. ฤทธ์ิตา นอนมุ ูลอิสระของผักพื้นบาน. วทิ ยานิพนธป ริญญาโท คณะเภสชั ศาสตร มหาวิทยาลยั มหดิ ล.ประดิษฐ คาํ หนองไผ. 2556. เอกสารประกอบการสอนสูตรผลติ เบเกอรเ่ี พื่อการคา คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ีวไิ ลพร ปองเพียร. 2551. การศึกษาคุณสมบตั ขิ องสารตานอนมุ ลู อิสระและสารประกอบฟนอลกิ ทงั้ หมดในฟก แมว. ปญ หา พเิ ศษปริญญาตรี, มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ. 42 หนา .ศศิวมิ ล บญุ ยงิ่ , สนุ ทรี สวุ รรณสิชณน และวรางคณา สมพงษ. 2550. สมบตั ทิ างเคมี และกายภาพของแปงสาคูและผลของการ ใชแปง สาคทู ดแทนแปงสาลีตอคณุ ภาพของคุกกี้ โครงการพเิ ศษปรญิ ญาตรี คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรสมจิตร เนียมสกุล ดวงเพญ็ ปทมดิลก นันทีทิพ ล้ิมเพียรชอบ กรกนก อิงคนนิ ันท ประไพ วงศส นิ คงม่นั และสนุ ันทา ศรโี สภณ 2553 องคประกอบทางเคมีของสว นสกดั ใบบวั หลวงทมี่ ีฤทธ์ลิ ดไขมัน วารสารการแพทยแผนไทยและการแพทย ทางเลือก ปท ี่ 8 ฉบับท่ี 2-3 (พฤษภาคม-ธันวาคม) หนา 170-1780% 1% 4% 7% 11%ภาพท่ี 1. คกุ กี้เสรมิ ผงใบบัวหลวงรอยละ 0 1 4 7และ 11 ๑๑๓

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพชื เศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ีตารางที่ 1 การแผขยาย คา L* และคา ความแขง็ ของคกุ กเ้ี สริมผงใบบัวหลวงรอ ยละ 0 1 4 7และ 11 ผงใบบัวหลวง การแผข ยาย* คา ส*ี ( L*) * ความแขง็ * (รอยละ) (รอยละ) 70.83a (นิวตนั ) 0 6.52a 62.30b 18.83e 1 5.51b 47.78c 20.99d 4 5.11c 41.45c 24.62c 7 4.83d 30.80d 34.57b 11 4.19e 44.60aหมายเหตุ ns = ไมม ีความแตกตางกันทางสถติ ิ *= มีความแตกตางกันทางสถิติทร่ี ะดับความเช่อื มั่นรอยละ 95 คาเฉล่ียในแนวต้ังที่ตามดวยตัวอักษรท่ีแตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉลี่ย โดยวิธี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT)ตารางท่ี 2 ความช้นื ปรมิ าณสารประกอบฟนอลกิ ทั้งหมด และปริมาณสารตานอนมุ ลู อิสระดว ยวิธี DPPH ของคกุ กเี้ สริมผงใบ บัวหลวงรอ ยละ 0 1 4 7และ 11 ผงใบบัวหลวง ความชนื้ * ปริมาณกรดฟนอลกิ ทัง้ หมด* ปรมิ าณสารตา นอนมุ ลู อสิ ระ (รอ ยละ) (รอ ยละ) (มลิ ลิกรัมของกรดแกลลคิ ตอ ดวยวธิ ี DPPH* 100 กรัม) (รอยละของการยบั ยงั้ ) 0 4.36c 0.46d 11.31e 1 4.04a 0.73c 39.03d 4 5.49b 1.52b 45.05c 7 4.38c 1.64b 50.25b 11 5.71a 2.45a 71.05aหมายเหตุ *= มีความแตกตา งกันทางสถิติทร่ี ะดับความเชอื่ มน่ั รอยละ 95 คาเฉลี่ยในแนวตั้งท่ีตามดวยตัวอักษรท่ีแตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉลี่ย โดยวธิ ี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT)ตารางท่ี 3 ลกั ษณะทางประสาทสมั ผัสของของคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอ ยละ 0 1 4 7และ 11 ผงใบบัวหลวง ลกั ษณะทางประสาทสมั ผัส สี* กล่ิน* รสชาตnิ s เน้อื สัมผสั ns ความชอบ (รอยละ) โดยรวมns 0 6.83b 7.03b 6.76 7.10 6.83 6.23a 6.50a 6.30 6.80 1 7.30c 6.90b 7.03 7.10 6.53 4 6.53a 6.36a 6.40 7.10 7.03 7 5.86a 5.93a 6.13 6.63 6.56 11 6.40หมายเหตุ ns = ไมมคี วามแตกตา งกันทางสถิติ *= มคี วามแตกตา งกันทางสถติ ทิ ี่ระดบั ความเช่อื ม่นั รอ ยละ 95 คาเฉล่ียในแนวตั้งท่ีตามดวยตัวอักษรที่แตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉลี่ย โดยวธิ ี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT) ๑๑๔

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ คร้ังท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ผลของสารสกดั กลบี ดอกบวั หลวงตอ กระบวนการจบั กนิ สง่ิ แปลกปลอมของเม็ดเลอื ดขาว Effect of petal extract of Nelumbo nucifera Gaertn. on phagocytic activity ภทั ราภรณ อุนตวง1 บุหงา ทาวบุตร1 เสาวณีย บัวโทน2 ปยะภรณ รตั นนิลสรวง1* 1คณะเทคนิคการแพทย มหาวทิ ยาลัยเวสเทริ น จังหวดั กาญจนบรุ ี 2ศนู ยวิทยาศาสตรเ พื่อการศกึ ษา รงั สิต จงั หวัดปทุมธานี * ผูรับผดิ ชอบบทความ (Email: [email protected]) บทคัดยอ กลีบดอกบัวหลวงเปนสมุนไพรชนิดหน่ึงที่มีสรรพคุณในการนํามาใชในตําราพ้ืนบานเพ่ือบํารุงรางกายและรักษาโรคตางๆได แตอยางไรก็ตามยังไมมีรายงานการศึกษาท่ีเปนขอมูลสนับสนุนฤทธิ์ของสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงในการกระตุนเซลลท่ีเกี่ยวของในระบบภูมิคุมกัน การศึกษาครั้งน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือทําการศึกษาผลของสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงตอกระบวนการจับกินส่ิงแปลกปลอมของเม็ดเลือดขาว โดยทําการสกัดกลีบดอกบัวหลวงดวยตัวทําละลายเมทานอลในอัตราสวนเทากับ 1:10 จากน้ันทดสอบความเปนพิษของสารสกัดตอเซลลเม็ดเลือดขาวท่ีแยกไดจากคนปกติ โดยวัดรอยละการมีชีวิตของเซลลเม็ดเลือดขาวหลังจากทําการบมกับสารสกัดท่ีระดับความเขมขน 10, 25, 50, 125 และ 250 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตร และนําสารสกัดในระดับความเขมขนท่ีพบวาไมมีความเปนพิษตอเซลลมาทําการทดสอบผลของสารสกัดตอกระบวนการจับกินสิ่งแปลกปลอมของเซลลเม็ดเลือดขาว ตามลําดับ ผลการศึกษาพบวา สารสกัดกลีบดอกบัวหลวงที่ความเขมขน10 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตรไมมีความเปนพิษตอเซลล สวนสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงที่ระดับความเขมขนเทากับ25, 50, 125 และ 250 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตร จะมีผลทําใหรอยละการมีชีวิตของเซลลเม็ดเลือดขาวลดลงอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) เม่ือเปรียบเทียบกับกลุมควบคุม การทดสอบผลของสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงที่ความเขมขนเทากับ 10 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตร ตอการทําหนาท่ีของเซลลเม็ดเลือดขาว พบวามีผลกระตุนใหกระบวนการจับกินสิ่งแปลกปลอมในเซลลเม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงข้ึนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุมควบคุม ผลการศึกษาในคร้ังน้ีจะเปนขอมูลเบื้องตนที่สามารถนําไปใชเปนแนวทางในการพัฒนาผลติ ภณั ฑจ ากสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงใหเกิดประโยชนต อไปในอนาคตคําสําคัญ: กลีบดอกบัวหลวง, Nelumbo nucifera Gaertn., เซลลเม็ดเลือดขาว, กระบวนการจับกินสิ่งแปลกปลอม ๑๑๕

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวัวนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี คาํ สั่งมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ท่ี /๒๕๕๘เรื่อง แตง ตง้ั คณะกรรมการอานบทความทางวชิ าการและงานวจิ ัยในโครงการจดั ประชุมวิชาการ “การพฒั นาบวั ใหเ ปน พชื เศรษฐกจิ คร้งั ที่ ๑๒”---------------------------------------- ดวยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไดมอบใหฝายพิพิธภัณฑบัว กองอาคารสถานท่ีจัดโครงการจัดประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ คร้ังท่ี ๑๒” ระหวางวันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม๒๕๕๘ ณ หองประชุมรินลอุบล ชั้น ๑ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พระชันษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โดยมีการสงบทความทางวิชาการและงานวิจัยลงตีพิมพในเอกสารประกอบการประชุม ดังน้ันเพื่อใหการจัดงานเปนไปดวยความเรียบรอย ถูกตอง เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และบรรลุตามวัตถุประสงคอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๗ แหงพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพ.ศ. ๒๕๔๘ จงึ แตง ตัง้ คณะกรรมการฯ ซ่งึ ประกอบดวย บคุ คลดังตอ ไปน้ี1. ผูชว ยศาสตราจารย ดร. ณ นพชัย ชาญศลิ ป ผทู รงคุณวฒุ ิ2. รองศาสตราจารย ดร. นิรนั ดร จนั ทวงศ ผทู รงคุณวฒุ ิ3. ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.บัวทิพย อบุ ลประเสริฐ ผทู รงคณุ วุฒิ4. นายไพรชั ทรงพานชิ ย ผูทรงคุณวุฒิ5. นาวาตรีหญิง ปริมลาภ ชเู กียรตมิ น่ั ผทู รงคุณวฒุ ิ6. ดร. เสาวณีย บวั โทน ผูทรงคุณวุฒิ7. รองศาสตราจารย ดร.จุตรงค ลังกาพินธุ ผูทรงคณุ วุฒิ8. ผูช วยศาสตราจารย ดร. อญั ชลี สวาสดธ์ิ รรม ผทู รงคณุ วฒุ ิ9. ผูชว ยศาสตราจารย ดร. เลอลกั ษณ เสถยี รรตั น ผูท รงคณุ วฒุ ิ10.ดร. ไฉน นอยแสง ผูท รงคณุ วุฒิ11.ผูชว ยศาสตราจารยภรู นิ ทร อัครกุลธร ผูทรงคณุ วฒุ ิ ใหคณะกรรมการที่ไดรับแตงต้ัง ทําหนาท่ีอาน พิจารณาบทความทางวิชาการ ผลงานวิจัยท่ีสงมาเพอื่ ตพี มิ พลงในเลมงานประชุมวชิ าการ เพื่อเปน ประโยชนในการประชุมตอ ไปสง่ั ณ วนั ท่ี ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ (รองศาสตราจารยประเสรฐิ ปน ปฐมรฐั )อธิการบดีมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี ๑๑๖

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพืชเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี คาํ ส่งั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ีเรื่อง แตง ตงั้ คณะกรรมการโครงการจดั ประชุมวชิ าการ “การพฒั นาบัวใหเ ปน พชื เศรษฐกจิ ครงั้ ท่ี ๑๒” และการประกวดบวั ผันสวยงาม ----------------------------------------ดวยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไดมอบใหฝายพิพิธภัณฑบัว กองอาคารสถานที่จัดโครงการจัดประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ คร้ังท่ี ๑๒” และการประกวดบัวผันสวยงาม ระหวางวันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ หองประชุมรินลอุบล ช้ัน ๑ อาคารเฉลิมพระเกียรติ๔๘ พระชนั ษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ดังน้ัน เพ่ือใหการจัดงานเปนไปดวยความเรียบรอย เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และบรรลุตามวัตถุประสงค อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๗ แหงพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงแตงต้ังคณะกรรมการฯซึง่ ประกอบดวย บุคคลดังตอไปนี้คณะกรรมการอํานวยการ ทําหนาท่ีอํานวยการใหการจัดการประชุมวิชาการและการประกวดบัวดาํ เนนิ ไปดวยความเรยี บรอย๑. รองอธกิ ารบดี (ดร. วชิ ัย พยัคฆโส) ท่ปี รึกษา๒. รองอธิการบดี (ผชู วยศาสตราจารย ดร. สมหมาย ผิวสอาด) ทปี่ รึกษา๓. รองอธิการบดี (นายวิรชั โหตระไวศยะ) ทป่ี รกึ ษา๔. ผชู ว ยอธิการบดี (ผชู วยศาสตราจารย ดร. รงุ อรณุ รังรองรัตน) ท่ปี รึกษา๕. ผูช ว ยอธกิ ารบดี (ดร. วิสิทธิ์ ลอธรรมจักร) ทป่ี รึกษา๖. ผชู ว ยอธกิ ารบดี (ผชู วยศาสตราจารยนที ภูรอด) ทปี่ รกึ ษา๗. ผอู ํานวยการวทิ ยาลัยการแพทยแผนไทย ท่ีปรึกษา๘. คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร ที่ปรกึ ษา๙. คณบดคี ณะเทคโนโลยสี อ่ื สารมวลชน ท่ีปรกึ ษาคณะกรรมการดําเนินงาน ทําหนาท่ีตดิ ตอประสานงานเกย่ี วกับสถานท่จี ัดประชุมวชิ าการและโครงการอน่ื ๆ๑. ผอู าํ นวยการกองอาคารสถานที่ (ผูชวยศาสตราจารยมโน สวุ รรณคํา) ประธานกรรมการ๒. หวั หนา ฝา ยบริหารงานทวั่ ไป (นางรุจิรา เดชสงู เนนิ ) กรรมการ๓. หวั หนาฝายอาคารสถานท่ี (นายสมควร ออ นศรี) กรรมการ /.๔ หัวหนา.. ๑๑๗

การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกจิ ครง้ั ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวัวันที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบวั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี๔. หัวหนา ฝา ยยานพาหนะ (นายประสิทธ์ิ เดชสูงเนนิ ) กรรมการ๕. หวั หนา ฝา ยภมู ิทศั น (นางรจุ ริ า เดชสูงเนิน) กรรมการ๖. หัวหนา ฝายสาธารณูปโภค (นายชชู ีพ ผอ งพันธ)ุ กรรมการ๗. หวั หนาฝา ยรกั ษาความปลอดภัย (นายวนิ ัย หว งรักษ) กรรมการ๘. หัวหนาฝา ยออกแบบกอสรา ง (นายสมชาย พว งทรพั ยสิน) กรรมการ๙. รองศาสตราจารย ดร. จตุรงค ลังกาพนิ ธุ กรรมการ๑๐.ผชู ว ยศาสตราจารย ดร. อัญชลี สวาสดิ์ธรรม กรรมการ๑๑.วา ที่รอยตรี ดร. ดาวรงุ วัชรนิ ทรร ตั น กรรมการ๑๒.ดร. ลลิตา ศิริวัฒนานนท กรรมการ๑๓.ดร. สวสั ดิ์ พมิ พส วุ รรณ กรรมการ๑๔.ดร. ไฉน นอ ยแสง กรรมการ๑๕.ดร. สุมติ รา วริ ิยะ กรรมการ๑๖.นางสาวอุษณา อารี กรรมการ๑๗.นางสาวอรสุชา อปุ กจิ กรรมการ๑๘.นางสาวเบญสิรยา ปานปณุ ณเดช กรรมการ๑๙.นางสาวปารชิ าติ พัฒนพงษ กรรมการ๒๐.ผชู ว ยศาสตราจารย ภูรินทร อัครกุลธร๒๑.นายกฤษณะ กลดั แดง กรรมการและเลขานุการ๒๒.นางสาวรัชนู นยุ บรรพต กรรมการและ ผูชวยเลขานุการ๒๓.นางสาวนาตยา เจริญผล กรรมการและ๒๔.นางสาวณฐั วดี โชคชัยวฒุ ิกุล ผชู วยเลขานกุ าร กรรมการและ ผชู วยเลขานกุ าร กรรมการและ ผูชวยเลขานกุ ารใหคณะกรรมการทไี่ ดรบั แตงต้งั ปฏบิ ัตหิ นาทโี่ ดยเครง ครัด เพอ่ื เปน ประโยชนแ กมหาวทิ ยาลัยฯตอ ไป สงั่ ณ วนั ท่ี กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ (รองศาสตราจารยป ระเสรฐิ ปน ปฐมรฐั )อธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ๑๑๘

คาํ นํา ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตไมดอกไมประดับ เน่ืองจากมีสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออํานวยและมีตนทุนดานการผลิตต่ํา และบัวประดับจากประเทศไทยก็เปนพืชชนิดหนึ่งท่ีเปนที่ยอมรับกันอยางกวางขวางในตางประเทศวามีความสวยงามและมีความหลากหลาย ซึ่งหลังจากการจัดประชุมสัมมนาวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ” มาแลว 11 ครั้ง ทําใหมีความตื่นตัวที่จะพัฒนาพืชเศรษฐกิจชนิดนี้อยางตอเน่ืองยังผลใหป ระเทศไทยไดกา วสูความเปนผนู าํ ดานบัวประดบั ของโลกไดใ นระยะเวลาอันส้ัน “บัว” เปนพืชที่ทรงคุณคาและมีความสําคัญตอเศรษฐกิจของประเทศไทย ซ่ึงสามารถนําไปใชประโยชนและสรางรายไดใหแกผูปลูกบัว ปจจุบันประเทศไทยไดมีแผนการพัฒนาสายพันธุบัวไทยและวิธีการผลิตอยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานความตองการของเกษตรกร การปลูกบัวจึงเปนอาชีพที่สรางรายไดใหแกเกษตรกรเปนอยางมาก แตขอจํากัดของการผลิตบัวประดับก็ยังมีอีกหลายประการ เชน การพัฒนาสายพันธุการศึกษาประโยชนจากสวนตาง ๆ ของบัว การพัฒนาผลิตภัณฑเพื่อเพิ่มมูลคา เทคโนโลยีการขยายพันธุเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการคุมครองทรัพยสินทางปญญา ซ่ึงเปนปญหาท่ีควรไดรับการแกไขอยา งเรง ดวน เพ่ือใหป ระเทศไทยไดอ ยใู นสถานภาพผนู ําดานบวั ประดบั ของโลกอยา งย่ังยนื ตอ ไป ในป 2558 เนื่องในวโรกาสท่สี มเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 60 พรรษา และเปนการเฉลิมฉลอง 200 ป จังหวัดปทุมธานี รวมท้ังครบรอบ 40 ป ราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยมืออาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีโดยพิพิธภัณฑบัว ซ่ึงเปนหนวยงานแกนกลางของการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย ไดเล็งเห็นความสําคัญของการพัฒนาองคความรูเกี่ยวกับ “บัว” จึงไดจัดโครงการประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ คร้ังท่ี12” และการประกวดบวั ผันสวยงามขึน้ ท้งั นเี้ พอ่ื เปน ประโยชนแ กน กั วชิ าการ นกั ปรบั ปรุงพันธุ เกษตรกร และบุคคลท่ัวไปท่ีสนใจเร่ืองบัว โดยการประชุมวิชาการครั้งน้ีจะเปนการรวบรวมขอมูลวิชาการที่เกี่ยวกับบัว เปนศูนยกลางแหงการแลกเปล่ียนประสบการณและการสรางความรวมมือในการพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจท่ีสาํ คัญของชาตใิ หมีความมน่ั คงและย่ังยนื ตอไป (รองศาสตราจารย ประเสรฐิ ปน ปฐมรัฐ) อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี ๑

กาํ หนดการประชุมวิชาการเร่อื ง “การพัฒนาบวั ใหเปนพชื เศรษฐกจิ ครัง้ ท่ี 12” 29 – 30 ตลุ าคม พ.ศ.2558 ณ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี29 ตุลาคม 2558 ลงทะเบยี น 08.00 – 09.00 น. พธิ ีเปด 09.00 – 09.30 น. บรรยายพเิ ศษเรือ่ ง คณุ สมบตั ทิ ่พี งึ ประสงคและเสนทาง 09.30 – 10.30 น. การสง บวั ประกวดในเวทีโลก โดย นาวาตรหี ญิง ปรมิ ลาภ ชเู กียรติมัน่ 10.30 – 10.45 น. พัก (รับประทานอาหารวา ง / เครอื่ งดมื่ ) 10.45 – 12.00 น. บรรยายพิเศษเร่ือง การเติบโตของไมน า้ํ ในอุตสาหกรรมสวนประดับ โดยคุณคณุ ประทวน สทุ ธอิ าํ นวยเดช 12.00 – 13.00 น. ผจก.ลพบรุ ี สวนบวั รีสอรท 13.00 – 14.30 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวนั บรรยายพเิ ศษเรื่อง “บวั ... ในมมุ มองของคนรนุ ใหม” 14.30 – 14.45 น. โดยคณุ จิรสิน ปานวนุ พัก (รับประทานอาหารวา ง / เครอื่ งด่มื )นาํ เสนอผลงานทางวิชาการ ภาคบรรยาย12.45 – 15.05 น. การทดสอบการยอมรบั ทางประสาทสัมผัสของขนมกลบี ลาํ ดวนเสริม เกสรบัว จนั ทรา เชยชูชาติ และ เลอลักษณ เสถียรรัตน15.05 – 15.25 น. การพัฒนากระดาษใบบวั อดั แหงสําหรับใชใ นงานประดษิ ฐ สุภา จุฬคปุ ต15.25 – 15.45 น. การพฒั นาผลิตภณั ฑขาวเกรยี บรากบัว เลอลักษณ เสถียรรัตน , เย็นฤดี เดมิ คลงั และนิภาพร กุลณา15.45 – 16.05 น. การศึกษาเชงิ วเิ คราะห : บวั กบั ความสมั พันธด า นวิถชี วี ติ คนไทย และแนวทางสพู ชื เศรษฐกจิ ของประเทศ จริ วฒั น เพชรรตั น16.05 – 16.25 น. ผลของนา้ํ หมกั สมุนไพรท่มี ีตอ การปองกันกาํ จดั แมลงศตั รูพชื และ การเจรญิ เตบิ โตของบวั ผันพนั ธฉุ ลองขวญั ภรู ินทร อัครกลุ ธร, ดาวรุง วัชรนิ ทรร ตั น, ทองมี เหมาะสม, เยาวมาลย นอ ยใหม ๒

นําเสนอผลงาน : ภาคโปสเตอร  การใชประโยชนบ ัวหลวงเพอ่ื สขุ ภาพ 16.05 – 18.00 น. ไฉน นอ ยแสง  การทาํ ดอกบวั สดอบแหง วนิดา ฉนิ นะโสต  การพกั ตวั ของบวั ฝรง่ั เกรยี งศกั ดิ์ คําแหง  ชาสมุนไพรบวั หลวง อนิ ทริ า ลิจนั ทรพ ร  เทคนคิ การปรบั ปรงุ พนั ธุ และการปลูกเลี้ยงบัวฝร่งั ฉบับ สวนบวั ชากงั ราว จักรพงษ สังขงาม  การจดั กลมุ สขี องบวั เพอ่ื นําไปใชใ นโปรแกรมออกแบบ ชนะพงษ คา ทันเจรญิ , เอกชยั โถเหลือง  การพฒั นาผลติ ภณั ฑกัมมเี่ ยลลจี่ ากใบบวั หลวง อินทริ า ลิจนั ทรพ ร , ภรู นิ ทร อคั รกลุ ธร , จริ ภา วงษพ าดกลาง , และเวณกิ า หอยสงั ข  การพฒั นาสอื่ วดี ิทศั นเ พ่ือการเผยแพรส าํ หรับผพู กิ ารทางการไดย นิ เรื่อง ความรูเ กยี่ วกับการปลกู บวั ยุวยง อนมุ านราชธน  ปริมาณสารประกอบฟน อลกิ และสารตานอนมุ ลู อิสระของคุกก้ี เสรมิ ผงใบบัวหลวง อินทริ า ลิจันทรพ ร, ภูรินทร อัครกุลธร, นพรตั น ปานสอาด, และวียณา สวยทอง  ผลของสารสกดั กลบี ดอกบวั หลวงตอกระบวนการจบั กนิ สิ่งแปลกปลอม ของเมด็ เลอื ดขาว ภทั ราภรณ อนุ ตวง, บุหงา ทา วบตุ ร, เสาวณยี  บวั โทน, ปยะภรณ รัตนนิลสรวง ๓

30 ตลุ าคม 2558 ศกึ ษาดงู านและชมการประกวดบวั สาย(บวั ผันสวยงาม) 09.00 – 12.00 น. ณ พิพธิ ภณั ฑบ วั มทร.ธัญบรุ ี พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั 12.00 – 13.00 น. บรรยายพเิ ศษเรอื่ ง การปรับปรุงพันธบุ วั ลกู ผสมขามสกลุ ยอย (ISG) 13.00 – 14.30 น. โดย ผศ.ดร. ณ นพชยั ชาญศิลป พกั (รับประทานอาหารวา ง / เครือ่ งดมื่ ) 14.30 – 14.45 น. มอบรางวัลประกวดบวั ผนั สวยงาม 14.45 – 15.30 น. และสรปุ แนวทางการจดั ประชุมในครง้ั ตอไป พธิ ปี ด 15.30 – 16.30 น. ๔

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภัณฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ท่มี า...โครงการพพิ ิธภณั ฑบ วั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี จากบทสัมภาษณคณุ หญงิ จรสั ศรี ทีปรชั อดีตผวู า ราชการจงั หวดั ปทุมธานี ปจจุบนั ดาํ รงตาํ แหนง ผูชว ยประธานฝา ยบรหิ าร สถาบนั วจิ ยั จฬุ าภรณ เมื่อวนั ท่ี 21 พฤศจิกายน 2557ผศ.ภูรินทร : ขอเรยี นสมั ภาษณค ณุ หญงิ เกย่ี วกับเรอื่ งโครงการพพิ ธิ ภณั ฑบ วั สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราช กุมารที รงมรี บั สั่งเรอื่ งบัวกบั คุณหญิงไวว า อยางไรครับคุณหญิงจรัสศรี : ในป พ.ศ. 2541 เม่ือยายจากจังหวัดนครนายกมารับราชการท่ีจังหวัดปทุมธานี ไดมีโอกาสเขาเฝาสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่พระตําหนักสวนปทุม จังหวัดปทุมธานี ในพระตําหนักฯ ทรงปลูกบัวไวเปนจํานวนมาก ตอมาในเดือนพฤศจิกายนปเดียวกัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีไดเสด็จมาเย่ียมพสกนิกรท่ีจังหวัด โดยเสด็จที่ศาลากลางจังหวัดกอนและเสด็จมาที่จวนผูวาราชการจังหวัดเพื่อเสวยพระกระยาหารกลางวนั จากน้นั เสด็จไปประทับทแี่ พขาวริมแมนํา้ เจาพระยาดา นหนาจวนผวู า ฯ (แพขาวเปนเรือนแพสีขาวเปนอาคารเกา แกอ ยูร ิมแมนา้ํ เจาพระยา ในอดีตใชเปนท่ีพักรับรองขาราชการผูใหญท่ีผานไปมาทางนํ้าจากจังหวัดตางๆ ในลุมนํ้าเจาพระยาเขาสูกรุงเทพมหานคร) ตลอดเสนทางมีพสกนิกรเฝารับเสด็จอยางเนืองแนนดวยความปลื้มปติและสาํ นกึ ในพระมหากรุณาธิคณุ อยางท่ีสุด และขณะที่ประทับบนแพขาว ตลอดเสนทางเสด็จมีประชาชนเฝารับเสด็จอยา งแนนขนัด และในทางน้ํามีเรอื ตา ง ๆ ลอยลาํ มาเฝา รับเสดจ็ จาํ นวนมากเชนกนั มีเรอื 3–4 ลาํ ท่มี ีสาว ๆ (นอ ย ๆ)รองเพลงเหเรือตามประเพณีของชาวปทุมธานี และนําดอกบัวมาถวาย ในคร้ังน้ันไดมีพระราชดํารัสกับผูวาราชการจังหวัดวานาจะสนับสนุนใหมีการปลูกบัวตามชื่อจังหวัดปทุมธานี ดิฉันรับดวยเกลาฯ และรูสึกสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอยางหาที่สุดมิได จึงไดหารือกับหลายฝาย แตก็ยังไมสามารถดําเนินการไดดีเทาท่ีควร จนกระท่ังเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2542 พระองคทานไดเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรที่ราชมงคลธัญบุรี ไดเฝารับเสด็จรวมกับคณาจารยอยู ณ ที่นั้น เมื่อเสด็จพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในชวงเชา ในภาคบาย ดิฉัน ทานอธิการบดี รองอธิการบดี และคณาจารยหลายทานเฝารับเสด็จอยู พระองคทานไดรับส่ังอีกคร้ังหน่ึงวา จะทําอยางไรใหจังหวัดปทุมธานีซึ่งมีชื่อและดอกบัวเปนสัญลักษณ สงเสริมใหมีการปลูกบัวโดยเปนแหลงเรียนรูในเรื่องน้ี ราชมงคลธญั บุรที าํ ไดไหม? ทานอธิการบดีและคณาจารย รวมท้ังดิฉนั เองรบั ไวดว ยเกลา ฯ ท่ีจะสนองแนวพระราชดํารคิ ร้ังน้ี จึงนับเปน ปฐมฤกษแ ละถือเปนตน กาํ เนดิ ของโครงการบัวของจังหวดั ปทมุ ธานตี งั้ แตน น้ั มาผศ.ภูรินทร : ในชวงที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลสนองพระราชดําริ คุณหญิงไดติดตามงาน และความคืบหนาชวงท่ีทานเปน ผูวาราชการจงั หวดั อยางไรบา งครบัคุณหญิงจรัสศรี : ตอนท่ีราชมงคลเริ่มโครงการมีการปลูกบัวเพียงเล็กนอย แตเห็นไดวามีความตั้งใจพัฒนาข้ึนโดยลําดับ จากมีพันธุบัวไมก่ีชนิด จนขณะนี้มีวิวัฒนาการไปไกลมาก กลายเปนแหลงเรียนรูในเร่ืองบัวของประเทศไปแลวขอแสดงความชื่นชมในอาจารย นักศึกษา และผูที่เกี่ยวของทุกทานคะ ท่ีทุกทานมีความต้ังใจ ทุมเทจริง ๆ ส่ิงสําคัญท่สี ุดคือต้ังใจทีจ่ ะสนองตามแนวพระราชดาํ รใิ นเร่ืองน้ี ในขณะเดียวกันก็เปนประโยชนกับประชาชน เปนประโยชนกับนักศกึ ษา ซ่ึงสอดคลองกบั ช่ือของจังหวดั เราภมู ใิ จตงั้ แตที่มีนิราศของสุนทรภูที่พูดถึงจังหวัดปทุมธานีนานมาแลว ชาว ๕

การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเปนพืชเศรษฐกิจ ครัง้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีจังหวัดปทุมธานีทุกคนตางทองไดวา “ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปนเกลา พระพุทธเจาหลวงบํารุงซึ่งกรุงศรี ประทานนามสามโคกเปนเปน เมืองตรี ชอ่ื ปทมุ ธานีเพราะมบี ัว” เม่ือมีบวั มาอยูทีร่ าชมงคล เพราะฉะนน้ั ก็ถือวาเราไดทําในส่ิงท่ีอยากจะทําและทุกคนอยากจะเห็น เปนท่ีนายินดีหลายประการ เปนช่ือจังหวัดของเรา เปนเรื่องสนองแนวพระราชดําริฯ และเปนสง่ิ ที่จะเปน ประโยชนก ับนกั ศึกษาและประชาชนทว่ั ไปดวย ๖

การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ ครง้ั ท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบวั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี สืบสาน รงั สรรค บวั ขวญั ธญั บุรี ดวยพระบารมแี หงเจาฟา ฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรีจากพระราชดํารสั ... กอ กาํ เนดิ พิพิธภณั ฑบ วั สายสัมพันธระหวางบัวกับวิถีคิดของชาวไทยมีมายาวนานนับต้ังแตยุคบรรพกาลจนถึงปจจุบัน ทั้งในพุทธประวัติ พิธีกรรมทางศาสนา ปรัชญาชีวิต รวมถึงความเปนสิริมงคลที่นําไปต้ังช่ือใหผูคนมากมาย รวมถึงช่ือเมืองอยาง “ปทุมธานี” ดวย และอาจเปนเพราะบัวดอกงามที่ประชาชนทูลเกลาทูลกระหมอมถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมื่อคราวเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเยี่ยมเหลาพสกนิกร ณ จังหวัดปทุมธานี จึงนําไปสูพระราชดํารัสของพระองคที่มีตอคุณหญิงจรัสศรี ทีปรัช ผูวาราชการจังหวัดปทุมธานีในขณะน้ัน ถึงการสนับสนุนใหมีการปลูกบัวอยางแพรหลายเพื่อสรางแหลงเรียนรูเร่ืองบัวใหกับคนทั่วไป และเพื่อเปนสัญลักษณตามความหมายในนาม “ปทุมธาน”ี เมอื งแหง ดอกบวั “ราชมงคลทําไดไหม” รับสั่งส้ัน ๆ จากพระองคตอผูวาราชการจังหวัดปทุมธานี คณะผูบริหาร และคณาจารยของราชมงคลที่มาเฝาทูลละอองพระบาทรับเสด็จในวันพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลใน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดกลายเปนจุดเริ่มตนอันทรงพลังที่กอกําเนิดโครงการพิพิธภัณฑบัวของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในปถัดมา และไดสืบสานงานตามพระราชดําริอยางจริงจังตอเนื่องมาเปนระยะเวลากวา ทศวรรษยามเมื่อบัวเบิกบาน ๗

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปน พชื เศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี แมปทุมธานีจะไดช่ือวาเปนเมืองแหงดอกบัว แตบัวบางประเภทก็เคยเกือบหลงเหลืออยูแคเพียงชื่อที่บันทึกไวบนหนากระดาษ จนกระท่ัง ผศ.ภูรินทร อัครกุลธร และทีมงานในโครงการพิพิธภัณฑบัวแหงมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรไี ดออกตามหาเพื่อนํามาอนรุ กั ษ ขยายพันธุ และสง คนื สแู หลง นาํ้ ถึงตอนน้ี แมพิพิธภัณฑบัวแหงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จะมีบัวจากท่ัวทุกสารทิศกวา๔๐๐ สายพันธุ แตหากยอนกลับไปในขวบปแรก สถานที่แหงนี้เริ่มจากบัวเพียงแค ๔๐ สายพันธุเทานั้น จนกระท่ังไดเขารวมโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงไดเดินหนาสํารวจและเก็บรวบรวมพันธุบัวอยางเต็มท่ี โดยเร่ิมจากการศึกษาบัวในประเทศกอน เชน บัวหลวงสีชมพู บัวหลวงสีขาว รวมถึงบัวโบราณอีกหลายชนิดซ่ึงหาตามทองนํ้าทั่วไปไมไดแลว จากนั้นจึงรวบรวมบัวสายพันธุจากตางประเทศท่ีมาจากหลากหลายถ่ินกําเนิด ไมวาจะเปนบัวเจเนอรัล เปอรชิง จากสหรัฐอเมริกาบัวขาวอียิปต จากอียิปต บัวนิมเฟยเม็กซิกานา ซึ่งเปนบัวพันธุพื้นเมืองของเม็กซิโก และบัวคอมานเซ จากฝร่ังเศสเพอ่ื สรา งความหลากหลายใหมากขนึ้ โดยต้ังเปา หมายไวท่ี ๕๐๐ สายพนั ธุ เปนอยา งนอ ย นอกจากน้ัน พิพิธภัณฑบัวยังมีเปาหมายในการปลูกรักษา ศึกษาวิจัย นําไปใชประโยชน จัดทําศูนยขอมูลพนั ธุ พัฒนาสายพนั ธุ จนถึงการสรา งจิตสาํ นกึ ในการอนุรักษบวั ใหกับคนท่ัวไปดวย ภายใตเ ปา หมายเหลาน้ี โครงการอนรุ ักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริฯ จึงไดกลายเปนประตูท่ีเปดเขาสูโลกของ “ราชินีแหงไมนํ้า” และเปดโอกาสใหอาจารยภูรินทร ไดรูจักกับกลุมผูหลงรักดอกบัวมากมายโดยเฉพาะ ดร.เสริมลาภ วสุวัต ผูบุกเบิกวงการปลูกดอกบัวในเมืองไทยมาต้ังแต พ.ศ. ๒๕๑๒ และ ผศ. ดร.ณ นพชัย ชาญศิลป ท่ีปรึกษาพิพิธภัณฑบัวในชวงเร่ิมตน ซ่ึงท้ังสองทานไดชวยเสาะหาบัวสายพันธุตาง ๆ ใหแกพิพิธภณั ฑบัวและยงั เปนเสมือนปราชญผมู อบความรเู รอ่ื งบวั ใหไ ดอยา งไมร ูจ บอีกดว ย ๘

การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พชื เศรษฐกจิ ครัง้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภณั ฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จากความต้ังใจเพื่อสนองพระราชดําริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีผานระยะเวลามากวาทศวรรษ พพิ ธิ ภณั ฑบ ัวแหงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี ไดขยายขอบเขตมากกวาการรวบรวมสายพันธุ ไปสกู ารเปน แหลงทองเทีย่ วเชิงอนุรักษท ค่ี รอบคลมุ การเรยี นการสอนในหลายสาขาวิชา และตอ ยอดเปน การสรา งอาชีพท่ีทาํ รายไดเปน อยา งดี “ลองจินตนาการถึงบัวหลากหลายพันธุที่เบงบานจับจองทั่วทุกบริเวณของพิพิธภัณฑ และปรากฏอวดรูปโฉมหลากสีสันอยูท่ัวแหลงนํ้าในมหาวิทยาลัย... นั่นคือเปาหมายของเรา... เปาหมายในการสรางพิพิธภัณฑมีชีวิตขึน้ มา เพ่อื เปน ทง้ั อาหารตาและการอนรุ ักษไปในตวั ” อาจารยภ รู นิ ทร รางภาพเชน นนั้ ไวในใจหองเรียนบวั การเก็บรวบรวมสายพันธุบัวเปนภารกิจหลักของพิพิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีปจจุบันบัวกวา ๔๐๐ สายพันธุท่ีอยูบนพ้ืนท่ี ๓๐ ไรของพิพิธภัณฑมาจากทั้งในประเทศไทย ตางประเทศ รวมทั้งเปนบัวที่ผสมพันธุข้ึนมาใหม ซ่ึงท้ังหมดถูกแบงตามลักษณะทางพฤกษศาสตรไดเปน ๓ กลุมใหญ คือ กลุมบัวปทุมชาติหรือบัวหลวง กลุมบัวอุบลชาติหรือบัวสาย และกลุมบัวใบแปลกใหญ ท่ีรูจักกันในชื่อบัววิกตอเรียหรือบัวกระดง หรืออาจแบง เปนบัวเขตรอ นและเขตหนาวตามแหลง ดั้งเดิม ทต่ี างกม็ ีวิธีการปลูกและดูแลแตกตางกันไป ซ่ึงผูท่ีอยากจะศึกษาและสัมผัสความงดงามอันเปนเอกลักษณนี้ สามารถไปเยือนไดท่ีพิพิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี ๙