การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกจิ คร้ังที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี บทนํา “บัว” เปนพันธุไมนํ้าที่ไดรับฉายาวา “ราชินีแหงไมน้ํา” ปริมลาภ (วสุวัต) และคณะ, (2554 : 8)บัวมีความผูกพันกับชีวิตความเปนอยูของคนไทยมายาวนาน คนไทยมักปลูกประดับไวภายในบานเพื่อความสวยงามหรือตามความเชอ่ื วาเปนสริ ิมงคล (อศิ รา แพงส,ี 2551 : 6) เราถอื วา ดอกบวั เปน ดอกไมศักด์ิสิทธ์ิเพราะ คนไทยใชดอกบัวบูชาพระรัตนตรัยมาแตโบราณ บัวเปนสัญลักษณของความบริสุทธ์ิ จากรูปลักษณของดอกบัวที่มีความสงางาม มีสีสันสวยงาม บางชนิดมกี ลนิ่ หอม และถือเปนดอกไมป ระจาํ ศาสนาพุทธ อุไร จิรมงคลการ (2548 : 14) กลาววา สําหรับชาวไทย ดอกบัวกลายเปนส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ ที่ผูกพันกับชีวิตความเปนอยูของคนไทยมายาวนาน ท้ังนี้เพราะชาวไทยใชดอกบัวบูชาพระรัตนตรัยกันมาแตโบราณ นอกจากนี้ในดานสถาปตยกรรม ยังมีลวดลายของดอกบัวปรากฏอยูตามฐานพระพุทธรูป เจดียปูนปน บัวหัวเสาของพระวหิ าร ซุมประตู จติ รกรรมฝาผนังภายในวหิ ารตา ง ๆ บัว ยังมีความสัมพันธกับวิถีชีวิตของคนไทยอีกหลายดาน เชน ดานโภชนาการอาหารการกิน ปจจุบันอาหารไทยกลายเปนอาหารที่คนทั่วโลกรูจัก และยังนํา “บัว” ไปประกอบเปนยาสุมนไพรรักษาโรคตาง ๆ“ชิดชนก”(2548 : 75-76) กลาววา “ทุกสวนของบัว ใชทาํ อาหารได รากบัวมีแคลเซียม วิตามินซี และสารอื่น ๆ มีรสมันหวานอรอย และมีกลิ่นหอม ท้ังตําราอินเดีย และจีนนิยมใช “รากบัว” แกรอนใน รากบัวใชกินเปนอาหารชวยใหขับถายดีเพราะรากบัวมีเสนใยอาหารมาก” บัวเปนดอกไมที่เกี่ยวของกับการกําเนิดของเทพเจาในศาสนาพราหมณอฮินดู อาทิ พระนารายณ พระลักษมี พระพรหมา และถือเปนสัญลักษณของความบริสุทธิ์ นอกจากนี้ชื่อของวัง วัด โรงเรียน ก็มีชื่อสัมพันธกับ“บัว” อาทิ วังสระปทุม วัดปทุมคงคา โรงเรียนปทุมคงคา จากความรูเบื้องตนดังกลาวจะพบวา “ดอกบัว” เปนดอกไมมหัศจรรยที่สัมพันธกับวิถีชีวิตของคนไทยในเร่ืองตางๆ คือ ดานภาษา วรรณคดีและวรรณกรรมไทย รวมทั้งช่ือฉันทลักษณ ดานความเช่ือเรื่องเทพเจาในศาสนาฮินดู ดานความเชอ่ื เรอ่ื งการตั้งชือ่ ดานสํานวน สภุ าษิต ปริศนาคาํ ทาย ดานโภชนาการและอาหารการกนิ จังหวัดปทุมธานี ประชากรสวนใหญนอกจากทํานาขาวแลวยังมีวิถีชีวิตท่ีผูกพันกับ “บัว”เปนอยางมาก เริ่มต้ัง แต ช่ือ จั ง ห วั ด ปทุ มธ า นี ซ่ึ ง ได รับพ ร ะร า ชท า นนา มจ า ก พ ร ะบา ท สมเ ด็จ พ ร ะพุ ท ธ เ ลิศห ลาน ภาลั ยเมื่อพุทธศักราช 2358 เนื่องดวยเมื่อครั้งที่พระองคเสด็จประพาสเมืองสามโคก ชาวมอญที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารตางพากันนําดอกบัวขึ้นทูลเกลาฯ ถวายราชสักการะ ยังความซาบซ้ึงในพระราชหฤหัยเปนอยางมาก จึงพระราชทานนามเมืองสามโคกใหใหม วา “เมืองประทุมธานี” (การทองเที่ยว แหงประเทศไทย, 2553 :5) จนกระทั่งป พ.ศ. 2481 กระทรวงมหาดไทย มีคําส่ังใหเปล่ียนแปลงช่ือใหมวา “อําเภอเมืองปทุมธานี” และมีดอกบัวหลวงเปน ดอกไมป ระจาํ จงั หวัด ดวยเหตุที่จังหวัดปทุมธานี เปนแหลง “ปลูกบัว” แต “ดอกบัว” กลายเปนดอกไมที่ขาดแคลน หายากในยามทตี่ องการใชป ระกอบพิธีกรรมวันสาํ คญั ทางศาสนา และไมค อยไดรับความนิยมจากคนไทยท่ัวไปนัก ทั้ง ๆ ท่ีดอกบัวเปน ดอกไมประจําพระพุทธศาสนา ผวู จิ ยั ไดส อบถาม สัมภาษณกลุมบุคคลท่ีปลูกบัว ทําใหไดทราบปญหาหลายประการในการปลูกบัว จงึ เห็นสมควรท่ีจะศกึ ษาเร่ือง บวั กับความสัมพันธดานวิถีชีวิตของคนไทยใน 5 ดาน ดังปรากฏในวัตถุประสงคของการวจิ ัย เพ่ือนําผลการวิจัยไปใชเปน ขอมลู ในการพฒั นา ปรับปรุง และเผยแพรต อ ไป ๘๐
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ ครง้ั ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีคําถามเพ่อื การวิจัย บัวมีความสัมพนั ธกับวถิ ชี ีวติ ของคนไทย 1) ดา นภาษา วรรณคดีและวรรณกรรมไทย 2) ดานความเชื่อเกี่ยวกบัเทพเจาในศาสนาพราหมณฮินดู 3) ดานความเชื่อเร่ืองการต้ังชื่อ 4) ดานสํานวน สุภาษิต ปริศนาคําทาย และ 5) ดานโภชนาการและอาหารการกิน อยางไรบางวตั ถุประสงคของการวิจยั 1. เพ่ือศึกษาเรื่อง บวั กับความสัมพนั ธด า นวถิ ีชวี ิตของคนไทย ดงั นี้ 1.1 บวั กับภาษา วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย 1.2 บวั กับความเช่ือเกย่ี วกับเทพเจา ในศาสนาพราหมณฮ นิ ดู 1.3 บัวกบั ความเชือ่ เร่ืองการตั้งช่อื 1.4 บัวกบั สาํ นวน สุภาษิต ปรศิ นาคาํ ทาย 1.5 บวั กับโภชนาการ อาหารการกินและสมนุ ไพรรกั ษาโรค 2. เพ่ือนําผลการวิจยั ไปใชเปน ขอ มูลในการพัฒนา ปรบั ปรงุ และเผยแพรต อไปขอบเขตของการวจิ ัย การศึกษาเรื่อง “บัว” ท่ีปรากฏในงานวิจัยนี้ เปนการศึกษาวิเคราะหเอกสาร เร่ือง บัวกับความสัมพันธดานวิถีชีวติ ของคนไทยใน 5 ดานนิยามศพั ทเ ฉพาะ 1. ดอกบัว หมายถงึ พืชพรรณไมน ้าํ ที่เกิดและเจรญิ เติบโตในนา้ํ มี 3 สกุลใหญ คือ สกุลบงั หลวง หรอืปทุมชาติ สกุลบัวสายหรอื อุบลชาติ และสกุลบัวกระดง (บวั ขอบกระดง /บัวสายยกั ษ) 2. วถิ ชี วี ิตคนไทย หมายถงึ แนวทางในการดาํ เนินชวี ติ อยางมคี วามสุขตามลกั ษณะหรือคณุ ลษั ณะของคนไทย 3. โภชนาการ หมายถึง วิทยาศาสตรประยกุ ตแขนงหนง่ึ วา ดว ยความสัมพันธระหวางอาหารกับขบวนการตาง ๆ ท่เี กย่ี วของกับสุขภาพประโยชนท คี่ าดวา จะไดรับ 1. ผลการวิจัยความสมั พันธข องบวั กบั วิถชี ีวิตคนไทย สถานศกึ ษาสามารถนําไปประยุกตใชใ นหลกั สตู ร หรอื ในการเรียนการสอนกลมุ วชิ าภาษาได 2. ผลการวิจยั สามารถใชเปนแนวทางในการประกอบอาชีพปลูกบัวความสัมพันธของบัวกับวิถชี วี ิตของคนไทย บัวมีความสัมพันธกับวิถีชีวิตของคนไทยมายาวนาน ในขณะเดียวกัน “บัว” ก็มีความสัมพันธเก่ียวของกับภาษา วรรณคดีและวรรณกรรม ซึ่งเปนศิลปะเก่ียวกับการแตงหนังสือ วรรณคดีสําคัญหลายเร่ืองกลาวถึง “บัว” แสดงถงึ ความสัมพันธเ ก่ียวของกับวิถีชีวิต ความเปนอยูของกลุมชนอยางที่ไมสามารถจะแยกออกจากกันได “บัว” จึงปรากฏอยูในสํานวนภาษา สุภาษิต ปริศนาคําทาย วรรณคดีและวรรณกรรมไทย ซ่ึงรวมท้ังฉันทลักษณ ความเชื่อเรืองเทพเจาในศาสนาพราหมณฮ นิ ดู ความเชอ่ื เร่อื งการต้ังชื่อ อกี ทั้งความสมั พนั ธกบั โภชนาการ อาหารการกินของไทย ๘๑
การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พืชเศรษฐกจิ ครง้ั ท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี 1. บวั กับภาษา วรรณคดีและวรรณกรรมไทย จากหลักฐานท่ีปรากฏเปนลายลักษณอักษร มีวรรณคดีที่กลาวถึงบัวไว เชน ไตรภูมิพระรวง ซ่ึงเปนวรรณคดีสมัยสุโขทัย มหาชาติคําหลวง ลิลิตพระลอ: เปนวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนตน กาพยมหาชาติ อนิรุทธคําฉันทเปนวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนกลาง พระมาลัยคําหลวง กาพยหอโคลงนิราศธารโศก เปนวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนปลายนอกจากนี้ บัวยังปรากฎอยูในวรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร เชน เร่ืองมหาเวสสันดรชาดก กากีรามเกียรติ์ อิเหนา ขุนชางขนุ แผน พระอภัยมณี เปนตน “บัว” ยังมีความสัมพันธกับชื่อฉันทลักษณของไทย มีการตั้งชื่อฉันทที่มีความหมายเกี่ยวของกับบัว อาทิกมล แปลวา ดอกบัว, คาถาท่ีงามเหมือนดอกบัว ตําราฉันทลักษณในภาษาไทยเรียกคาถาน้ีวา “กมลฉันท”(ราชบัณฑติ ยสถาน, 2550 : 2) นอกจากนยี้ ังมชี อ่ื กลบทกินนรเกบ็ บัว กลบทบัวบานกลบี ขยาย เปน ตน 2. บัวกบั ความเชอ่ื เรอ่ื งเทพเจาในศาสนาพราหมณฮนิ ดู จากการศึกษาความสัมพันธข องบัวดา นความเชื่อกบั เทพเจา พบวา ศาสนาพราหมณฮินดู ใหความสําคัญกับดอกบัวเปนอยางมาก ดอกบัวเก่ียวของกับโลกจักรวาล และดอกบัวเปนดอกไมท่ีเกี่ยวของกับกําเนิดของเทพเจาทั้งหลายเปนสัญลักษณแหงความสวยงาม สะอาด และความบริสทุ ธิ์ (จารวี มัน่ สินธร, 2547 : 52) 3. บวั กบั ความเช่ือเรอ่ื งการตั้งชื่อ ความสัมพันธข องบวั กบั ความเช่ือเรื่องการต้ังช่ือนั้น คนไทยเรามีความเช่ือวา ชื่อของตนจะอํานวยความสุขความเจริญใหกับตนเอง ทง้ั นี้ การตัง้ ชือ่ น้นั จะตองข้ึนอยกู บั วนั เดอื น ปเ กิดดว ย ตัวอยางการตั้งชื่อท่ีมีความหมายเกี่ยวกับ“บัว” นนั้ มมี าก (เสฐียรพงษ วรรณปก, 2542 : 38-119) เชน กมล นลิน นีรชา รวินท สรัช อรกช และอรรวินทร เปนตน นอกจากบัวมีความสัมพันธกับการตั้งช่ือบุคคลแลว ยังมีนักเขียน นักประพันธ ใชคําวา “บัว” เปนนามปากกา (นามแฝง) เชน “บวั กลางบงึ ” เปน นามปากกาของนักหนังสือพิมพ นายอทุ ธรณ พลกลุ (กรมศิลปากร, 2523 :15) และ “ศรสี ตั ตบษุ ย” (บัวชนิดบวั หลวง) เปนนามปากกาของนักเขยี นสตรี นางโศภี สุดศก (กรมศิลปากร, 2523 : 98) คําวา “บัว” นอกจากจะใชเปนนามปากกาของนักเขียนแลว ยังมีนักเขียน นักประพันธหลายทานนําไปตั้งชอ่ื หนงั สือเรอื่ งตาง ๆ หลายเรื่อง อาทิ ใยบัว บัวกลางบึง เกสรบัวหลวง บัวบานในอะมาซอน อีกทั้งชื่อวัง วัด โรงเรียน ยังตง้ั ช่อื เก่ียวกบั บัวเชน กัน อาทิ วังสระปทุม วัดปทุมวนาราม วัดปทุมคงคา และโรงเรียนปทุมคงคา (กนกวลี ชูชัยยะ, 2548: 172, 363) 4. บวั ดานกบั สํานวน สภุ าษิต ปริศนาคําทาย คําพูด ของ มนุษ ยเร าไมวาชาติใด สามาร ถแยก ออก ไดก วาง ๆ เ ปนสอ งอยาง อยางหนึ่งพูดตรงไปตรงมาตามภาษาธรรมดา พอพูดออกมาก็เขาใจไดทันที อีกอยางหน่ึงพูดเปนชั้นเชิง ไมตรงไปตรงมามักจะเรียกรวมๆ กันวา “สํานวนไทย” (กาญจนาคพันธุ (นามแฝง), 2513 : 1) เชน บัวไมใหช้ํา น้ําไมใหขุน หมายถึงถนอมนาํ้ ใจกนั รจู กั ผอ นปรนเขาหากัน มใิ หก ระทบกระเทือนใจกนั เห็นกงจักรเปนดอกบัว หมายถึง เห็นส่ิงไมถูกตองเปนสิ่งทถ่ี ูกตอง (หรือเหน็ ผิดเปนชอบ) (ราชบัณฑติ ยสถาน, 2556 : 665 , 1343) จากการศึกษา ดานปริศนาคําทาย มีคําตอบเกี่ยวกับ “บัว” อยูมาก เชน อะไรเอย ฝนตกลงมาหลังคาไมเปยก(ใบบัว) หรืออะไรเอย ตนเทาลําเทียน มีใบเทาถาด (บัวหลวง) เปนตน (สําลี รักสุทธี, 2539 : 2-9) สํานวนภาษาที่เก่ียวกับบัวเชน บัวโรย (ไมสดช่ืน, เส่ีอมไป) บัวเหนือน้ํา, บัวพนนํ้า (ผูมีสติปญญามากสามารถเขาใจอะไรไดงาย) สํานวนไทย “แมสายบัวแตงตัวคา ง” (ผหู ญงิ ทีแ่ ตงตวั คอยผูม ารับออกนอกบาน แตเขาไมม าตามนัด) (ราชบัณฑติ ยสถานฐ 2556 : 665, 923) หรือบัวใตน้ํา (คนท่สี ตปิ ญ ญานอย เขาใจอะไรไดย าก) เปนตน ๘๒
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พืชเศรษฐกจิ ครั้งที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภัณฑบ วั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ปริศนาคาํ ทายบางปรศิ นามคี ุณคา ในการศกึ ษาภาษาถ่นิ ตลอดจนวิวัฒนาการของภาษา อาทิ อะไรเอย ตนเทา ลาํ เทียน ใบเทากะเบียน (บวั หลวง) คาํ วา “กะเบียน” เปน ภาษาถ่ิน-อีสาน หมายถึง ถาดไมใชเ ปนสาํ รับ ,กระบะ ๕. บวั กับโภชนาการและอาหารการกนิ คนไทยในอดีตมีสุขภาพแข็งแรงเพราะรับประทานอาหารไทย อาหารไทยเปนอาหารที่มีคุณคาทางโภชนาการที่สมบูรณ ประกอบดวยอาหารครบ 5 หมู มีสวนประกอบไขมันต่ํา นับไดวาเปนอาหารสุขภาพที่แตกตางจากอาหารอ่ืนๆ (ปรีดา ต้ังตรงจิตร และคณะ, 2550 : 355) การบริโภคอาหารท่ีมีคุณคาทางโภชนาการครบถวน ตามความตอ งการของรา งกายในปริมาณท่ีเหมาะสม ยอมเปน ผลดกี บั สขุ ภาพชวยทาํ ใหเจริญเติบโตทง้ั รางกายและสติปญ ญา สุขภาพแขง็ แรง ปราศจากโรคภยั ไขเจ็บ ประเทศไทยมวี ัตถดุ ิบทหี่ ลากหลาย โดยเฉพาะอยางย่ิงผักพ้ืนบานจําพวก “บัว” สามารถนํามาทําอาหารทั้งคาวและหวานไดมากมาย บรรพบุรุษไทยจึงนําสวนตางๆ ของบัวมาปรุงเปนอาหารทั้งคาวและหวาน อาทิ อาหารคาวท่ีมีการนําเหงา รากบัวหรือไหลบัว กลีบดอกและกานบัวมาใชเปนผักจ้ิม หรือนํามาผัด ตมหรือแกง ใบบัวออนนํามาปรุงเปนอาหารได (อาหารจากบัว, 2556 : ออนไลน) หรือนําใบมาอบแหงชงด่ืมแทนนํ้าชาแกวรอนในกระหายนํ้า ไดเปนอยางดี(เศรษฐมันตร กาญจนกุล, 2551 : 57) เมล็ดบัวสามารถตากแหงนํามาปรุงอาหารไดทั้งคาวและหวาน เกสรบัวสามารถใชเขา เคร่ืองยาไทยและจนี โดยเฉพาะยาลม ยาหอม ยาขับปสสาวะ ปจ จุบนั นิยมนาํ มาอบแหงชงดื่มเปน ชาด่มื กนิ ไดอกี ดวย ปจจุบันน้ีคนสนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น และนิยมด่ืมชา ซ่ึงดอกบัวก็มีคุณสมบัติทําเปนชาดื่มได ท้ังกลีบดอก เกสร ดีบัว มีประโยชนชวยบํารุงรางกาย สรรพคุณของบัวหลวงมีประโยชนในดานสมุนไพร เมล็ดบัวชวยบํารุงกําลังแกกษัย ทองรวง สมานแผล แกรอนใน เจริญอาหาร ชวยใหกระชุมกระชวย ฝกบัว ชวยขับลม สมานแผล และแกพิษเบื่อเมา กานบัว รักษาโรคลมออกหู และแกทองเดิน เหงาบัว แกทองเสีย แกพิษ ฝ ปวดบวม รักษาแผลไฟลวก ชวยขับปสสาวะ บํารุงกําลัง แกรอนใน กระหายน้ํา ใบบัว บํารุงรางกาย แกไข แกปวดฝ ปวดศีรษะ และชวยหามเลือด ดอกบัวแกทองเสีย อาเจียน แกไข บํารุงหัวใจ แกจุกเสียด เกสร บํารุงกําลัง บํารุงตับ แกไขมีพิษ ขับเสมหะ แกทองรวง ขับปสสวะ ดีบัว ชวยขยายหลอดเลือด แกกระหาย (เศรษฐมันต กาญจนกุล, 2551 : 58) ขอเหงาบัว สรรพคุณ แกไอมีเสมหะปนเลือด แกอ าการเลอื ดกาํ เดาไหล อุจาระปสสาวะมเี ลือดปน แกป ระจาํ เดือนมาไมปกติ (ภูรนิ ทร อคั รกลุ ธร, 2557 : 2) จากการศกึ ษาพบวา “บวั ” มีความสมั พนั ธกับวถิ ีชวี ิตคนไทยหลายดา น ดอกบวั เปนดอกไมค วรคูกับวิถีชีวิตคนไทยท้ังในอดตี และปจจุบนั จัดวา เปนมรดกทางวัฒนธรรมทีเ่ กา แกอ ยา งหน่ึง และบวั มคี วามสาํ คญั ในวิถีชวี ติ ของคนไทย การใชแบบสอบถามจากกลุมตัวอยางเชิงสํารวจซึ่งเปนตัวแทนกลุมเกษตรกรผูปลูกนาบัว คือนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จํานวน 137 คน เปนแบบสอบถามท่ีสมบูรณสามารถนํามาวเิ คราะหขอ มลู ไดจาํ นวน 130 ฉบับ คิดเปน รอ ยละ 94.89 จากขอคําถามพบวา กลุมตัวอยางสนใจในอาชีพปลูกบัว เพราะมีผูแนะนําใหปลูกบัวเปนการหารายไดรอยละ40 บัวที่ปลูกเปนบัวหลวง รอ ยละ 67.69 การปลกู บวั นิยมปลูกในชว งฤดรู อนและฤดฝู น รอยละ 40.77 ผลผลิตท่ีไดจากบัวทท่ี ํารายไดดีทส่ี ุดคอื ดอกบัว รอยละ 63.85 ปญ หาและอุปสรรคในการปลูกบวั คือไมม ีความรดู พี อเกย่ี วกบั บัว รอยละ 50 ปญหาที่เปนอุปสรรคตอการพัฒนาบัวของเกษตกรโดยทั่วไปคือ เกษตรกรตางคนตางทําไมรวมกําลังกันเปนหมูคณะทาํ ใหข าดการทํางานอยางเปนระบบ รอยละ 48.46 และปญหา/อุปสรรค สําคัญของเกษตรกรผูทํานาบัวที่รัฐหรือหนวยงานพงึ ใหความชวยเหลอื ไดแ ก เร่ืองใหค วามรดู า นการรักษาสขุ ภาพอยา งถกู วธิ รี อยละ 71.54 ๘๓
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ คร้ังท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบัว วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรีสรุปผลการวจิ ยั จากหลักฐานที่ปรากฏเปนลายลักษณอักษร พบวา “บัว” มีความสัมพันธกับวิถีชีวิตของคนไทยทั้ง 5 ดานมายาวนาน“บัว” จงึ ปรากฏอยูใ นภาษา วรรณคดี และวรรณกรรมไทย สาํ นวน สุภาษติ ปริศนาคําทาย รวมท้ังความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจา ในศาสนาพราหมณ ดานความเช่ือเรื่องการต้ังช่ือ ชื่อท่ีมีความหมายวา “บัว” สวนใหญเปนช่ือสตรีซึ่งส่ือความหมายถึงความงาม บริสุทธิ์ นอกจากนี้ “บัว” ยังสัมพันธกับโภชนาการอาหารการกินของไทย อันเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่เกาแกอยางหนึ่ง ผลการศกึ ษาจากแบบสอบถามพบวา ปญ หาและอุปสรรคสําคัญของเกษตรกรผูทํานาบัวท่ีรัฐหรือหนวยงานพึงใหความชวยเหลือ ไดแก การใหความรดู านการรกั ษาสุขภาพอยางถกู วิธี รอยละ 71.54อภิปรายผล บัวกบั ความสัมพันธด านวิถชี ีวติ ของคนไทย คตคิ วามเช่อื เร่ืองบวั เปนคติความเชือ่ ทีเ่ กดิ ข้นึ พรอมกับศาสนา ไทยรับเอาคตคิ วามเชอ่ื ดงั กลา ว มาจากประเทศอนิ เดียโดยมพี ุทธศาสนาเปนแกนนําเม่ือประมาณ 2,500 กวาปลวงมาแลว จากเรื่องราวของดอกบัวในพุทธประวัติ ชาดกตาํ นานและพระสตู รตา งๆ ท้งั ความเช่อื เกีย่ วกับเทพเจาในศาสนาพราหมณฮินดู จนเปนคติความเชื่อท่ีฝงลึกอยูในจิตใจของคนไทยต้ังแตอดีต และยังคงไดรับการสืบทอดมาถึงปจจุบัน จนกลายเปนวัฒนธรรมและประเพณีท่ียึดถือปฏิบัติ อันเปนการดําเนินชีวติ ตามหลักของศาสนา (คตคิ วามเช่ือเรอื่ งบัว, 2556 : ออนไลน) จากการศึกษาจะพบวา “บัว” มีคุณคาทางอาหารมาก“บัว” เปนไดทั้งอาหารและยา โดยเฉพาะ “ดอกบัว”ใชเ ปน ไมต ดั ดอกเพ่อื นํามาบชู าพระ เกสรบัวหลวงเปน สมุนไพรชนิดหน่ึงใชผสมในยาหอมบํารุงหัวใจ บํารุงกําลัง แกอาการหนามืด วิงเวียนศีรษะ เกสรตัวผู ใชเปนยาขับปสสาวะ หรือใชเปนเคร่ืองสําอาง และเปนยาสมานแผล กลีบดอกชั้นใน ใชตําพอกแกโ รคซฟิ ล สิ แกท องรว ง กา นใบ ใชเ ปนยาแกทอ งรวง (สมุนไพรไทย , ยารักษาโรค, 2556 :ออนไลน) อาจเปนเพราะ “บัว” มีคุณคาทางอาหารมากมาย การบริโภคบัวจึงเปนการบริโภคอาหารท่ีเปนได ทั้งอาหารและยาสมุนไพรซึ่งเปนอาหารสุขภาพ รับประทานแลวทําใหมีสุขภาพดี จึงมีตํารับอาหารท่ีประกอบจาก “บัว” มากมายท่ีถายทอดเปน มรดกทางวฒั นธรรมทีเ่ กาแกทส่ี ุดอยา งหนง่ึ สลู ูกหลานมาจนถึงปจ จุบันน้ี อาจเปนเพราะ “บวั ” มคี ณุ คาทางอาหารอยมู าก การบริโภคบัวจึงเปนการบริโภคอาหารท่ีเปนไดท้ังอาหารและสมุนไพรซ่ึงเปนอาหารสุขภาพ รับประทานแลวทําใหมีสุขภาพดี จึงมีตํารับอาหารท่ีประกอบจาก “บัว” เปนจํานวนมากท่ีถา ยทอดเปนมรดกทางวฒั นธรรมท่ีเกา แกอยา งหนึ่งสูลูกหลานมาจนถงึ ปจจุบันน้ีขอเสนอแนะ ขอ เสนอแนะสาํ หรับหนวยงานของรฐั และผูทเี่ กยี่ วขอ ง 1. รัฐและหนวยงานของรัฐ หนวยงานท่ีเกี่ยวของควรใหการสนับสนุนดานองคความรูเกี่ยวกับบัวแกเกษตรกรผทู ํานาบวั ท้ังดานการฝกอบรม ดา นเอกสารความรู และส่อื ความรูตา งๆ 2. รัฐและหนวยงานของรัฐ หนวยงานท่ีเกี่ยวของควรใหการสนับสนุนดานองคความรูเก่ียวกับการทํานาบัวเชิงธรุ กจิ และการทําการตลาดบัวแกเ กษตรกรผูทาํ นาบวั ท้งั ดานการฝกอบรม ดา นเอกสารความรู และสื่อความรตู า งๆ ๘๔
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พืชเศรษฐกิจ ครง้ั ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑบวั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี ขอเสนอแนะสาํ หรับเกษตรกรผทู าํ นาบวั ควรศกึ ษาหาความรเู กย่ี วกบั บัวอยางกวางขวาง ท้ังการปลูก โรค แมลง และวัชพืช รวมทั้งศึกษาการตลาด การบํารุงรกั ษา วางแผนการปลกู และการตลาดโดยตรงอยา งรอบคอบกอ นลงมือปลกู ขอ เสนอแนะในการวจิ ยั ควรทําการวจิ ัยกับกลมุ เกษตรกรผทู าํ นาบวั โดยตรง บรรณานกุ รมกนกวลี ชูชัยยะ. 2548. พจนานกุ รมวิสามานยนามไทย : วัด วงั ถนน สะพาน ปอ ม. กรงุ เทพมหานคร. อรณุ การพมิ พกาญจนาคพนั ธุ (นามแฝง). 2513. สาํ นวนไทย. พระนคร : บาํ รุงสาสน.การทอ งเท่ยี วแหง ประเทศไทย. 2553. ปทุมธานี. กรุงเทพฯ : เอกสารเผยแพรของการทองเท่ียวแหง ประเทศไทย.ขาวสดรายวัน. 2556. “คติความเช่ือเร่ืองบัว”. (ออนไลน). เขาถึงไดจาก http://www.khaosad.co.th และ http://www.abhakara.com [สบื คนเมอื่ 19 ตุลาคม 2556].จารวี มัน่ สินธร. 2547. การศึกษาวเิ คราะหเ รื่อง “ดอกบัว” ในคมั ภรี พ ระพุทธศาสนาเถรวาท. วทิ ยานิพนธปรญิ ญาพุทธ ศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา บัณฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณร าชวิทยาลยั (อดั สําเนา).“ชิดชนก” (นามแฝง). 2548. ผกั พื้นบา นไทยสมุนไพรตา นโรค. กรงุ เทพฯ : ไพลนิ บคุ เน็ต.ปรมิ ลาภ (วสวุ ตั ) และคณะ. 2554. “บวั ” ในสารานุกรมไทยสําหรับเยาวชนฯ เลม ที่ 13. กรงุ เทพฯ: ดานสทุ ธาการพิมพ.ปรีดา ตงั้ ตรงจติ ร และคณะ. 2550. “อาหารไทยพื้นบา น” ใน เอกสารการสอนชดุ วิชาธรรมานามัย หนวยท่ี 1 – 8. นนทบุรี : มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช.ภรู นิ ทร อคั รกุลธร. 2547. ประโยชนของบวั หลวง. พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี (อดั สําเนา).ราชบณั ฑติ ยสถาน. 2556. พจนานุกรม ฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554. กรงุ เทพฯ : นามมบี คุ สพับลิเคชนั่ ส. . 2550. พจนานกุ รมศัพท วรรณกรรมไทย ภาคฉันทลกั าณ. นนทบรุ ี : สหมิตรพรน้ิ ตงิ้ แอนดพ ับลชิ ชิง่ . . 2523. ประวัตินักเขยี นไทย เลม 2. กรงุ เทพมหานคร : การศาสนา.เศรษฐมันตร กาญจนกลุ . 2551. รอยพรรณพฤกษา บัว. กรงุ เทพฯ : เศรษฐศิลป.สมนุ ไพรไทย , ยารกั ษาโรค. 2556. (ออนไลน). เขา ถงึ ไดจาก http://www.trueplookpanya.com.สําลี รกั สุทธ.ี 2539. ปริศนาคําทาย อะไรเอย . กรงุ เทพฯ : วสิ ิทธพ์ิ ฒั นา.เสฐียรพงษ วรรณปก. 2542. “คมู ือตั้งชอ่ื ลกู พจนานกุ รมชอื่ เดก็ ” ใน อนุสรณงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระครูสถติ วชริ ธรรม (ฉลอง) อดีตเจาอาวาวดั ทา ศาลาราม. เพชรบรุ ี : เพชรภูมกิ ารพมิ พ.อาหารจากบัว. 2556 : (ออนไลน). เขาถงึ ไดจ าก : http://www.weeranuch.wordpress.com [สอื คน เมือ่ 23 ตลุ าคม 2556]อศิ รา แพงสี. 2551. บัวและพรรณไมน้าํ . กรงุ เทพฯ : อมรินทร พรนิ้ ตง้ิ แอนดพ ับลชิ ชงิ่ .อไุ ร จริ มงคลการ. 2548. มอื ใหมห ดั ปลูกบัว. กรงุ เทพฯ : อมรนิ ทร พริน้ ติง้ แอนดพับลชิ ชิ่ง. ๘๕
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ ครัง้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภณั ฑบวั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี ผลของนาํ้ หมักสมนุ ไพรท่มี ตี อ การปอ งกนั กาํ จดั แมลงศตั รพู ชื และการเจรญิ เตบิ โตของบัวผนั พันธุฉ ลองขวัญ Effect of Fermented Herb for Controlling Pest Test and Growth on Nymphaea ‘Chalong Kwan’ ภูรินทร อคั รกลุ ธร, ดาวรงุ วัชรนิ ทรร ตั น, ทองมี เหมาะสม, เยาวมาลย นอ ยใหม Purin Akkarakultron, Dowroong Watcharinrat, Tongmee Mosom, Yaowamal Noimaiคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ต.คลองหก อ.ธญั บรุ ี จ.ปทมุ ธานี 12110. Abstract The effect of fermented herb for controlling pest test on Nymphaea ‘Chalong Kwan’atfield test control area the Lotus & Waterlily Museum Rajamangala University of TechnologyThanyaburi during March to May 2014. The research objective is study 1. Suitable formula offermented herb for controlling pest test on Nymphaea ‘Chalong Kwan’2. Efficiency of fermentedherb for controlling pest test on Nymphaea ‘Chalong Kwan’3. Efficiency of fermented Herb onNymphaea ‘Chalong Kwan’ growth. Completely Randomized Design was used. Treament consistedin six different fermented herbs are 1. control 2. Fermented Cymbopogon (L.) Rendle 3. FermentedAzadirachta indica A. Juss.var. siamensis Valeton 4. Fermented Tinospora crisp (L.) Miers ex Hook.f.& Thomson 5. Fermented Stemona collinsae Craib 6. Fermented herb mixture. The fermentedherb was prepared for 30 days. The implementation of 10 ml/L fermented herb (V/V) solution wassprayed on leaves and flowers every 7 days for 10 weeks. The result showed that the suitableformula of fermented herb for pest control in Nymphaea ‘Chalong Kwan’ was 3.52 - 4.29pH, 31 – 32 degree Celsius and 3.5 - 13 ๐Brix (TSS) condition. Fermented herb mixture effect toNymphaea ‘Chalong Kwan’ healthy leaves significantly compare with another treatment (25.00leaves/plant avg.) in the sixth week, the average different with another. Efficiency of fermentedherb for pest control in Nymphaea ‘Chalong kwan’ in first to the third week was found that thenumber of denatured leaves are different statistically compare with control. This mixing fermentedherb give the lowest average denatured leaves about 1.67 leaves per plant, different the controlwith an average of 6.33 leaves per plant. Efficiency of fermented herb on Nymphaea ‘Chalong Kwan’growth found that in the ninth week with Tinospora crisp (L.) Miers ex Hook.f. & Thomsonfermented herb show the highest average of flowers about 7.67 flowers per plant and this mixingfermented herb was the highest average healthy leaves about 20 leaves per plant.Keywords : Nymphaea ‘Chalong kwan’, fermented herb , pest control บทคัดยอ การใชนํ้าหมักพืชสมุนไพรปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ ท่ีแปลงทดสอบพิพิธภัณฑบัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี ระหวา งเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2557 เพ่ือ 1. หาสูตรน้ําหมักพืชสมุนไพรที่เหมาะสมตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ 2. ศึกษาประสิทธิภาพของนํ้าหมักพืชสมุนไพรที่มีผล ๘๖
การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พืชเศรษฐกิจ คร้ังที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภัณฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ 3. ศึกษาประสิทธิภาพของน้ําหมักพืชสมุนไพรที่มีผลตอการเจริญเติบโตของบัวผันพันธุฉลองขวัญ วางแผนการทดลองแบบสุมสมบูรณ ประกอบดวย 6 ชุดทดลอง ไดแก 1. ชุดควบคุม 2. สูตรตะไครหอม (Cymbopogon nardus (L.) Rendle) 3. สูตรเมล็ดสะเดาบด (Azadirachta indica A.Juss. var. siamensis Valeton) 4. สูตรบอระเพ็ด (Tinospora crisp (L.) Miers ex Hook.f.& Thomson) 5. สูตรหนอนตายหยาก (Stemona collinsae Craib) 6. สูตรผสม โดยการผสมน้ําหมักพืชสมุนไพรท่ีหมักไวนาน 30 วัน ปริมาณ 10มิลลิลิตร ตอ นํ้า 1 ลิตร ฉีดพนท่ัวใบและดอกทุก 7 วัน เปนเวลา 10 สัปดาห ผลการศึกษาการหาสูตรนํ้าหมักพืชสมุนไพรท่ีเหมาะสมตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ พบวาคาความเปนกรด - ดาง (pH) อยูระหวาง3.52 - 4.29 สวนอุณหภูมิอยูในชวง 31 - 32 องศาเซลเซียส และคาความเขมขนของของแข็งละลายในสารละลายมีคา3.5 - 13 องศาบรกิ ซ โดยผลการใชนา้ํ หมักสมุนไพรสตู รผสมมจี าํ นวนใบดเี ฉลี่ยสงู สดุ เทา กับ 25 ใบตอตนในสัปดาหที่6 คา เฉลี่ยมคี วามแตกตา งอยางมนี ยั สําคญั ยิ่งกับสูตรอ่ืน การศึกษาประสิทธิภาพของน้ําหมักพืชสมุนไพรท่ีมีผลตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูบัวผันพันธุฉลองขวัญ พบวาจํานวนใบเสียมีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติกับชุดควบคุม ในสัปดาหที่ 1-3 การใชนํ้าหมักพืชสมุนไพรสูตรผสมมีจํานวนใบเสียเฉลี่ยนอยที่สุดคือ 1.67 ใบตอตนแตกตางจากชุดควบคุมที่มีจํานวนใบเสียเฉลี่ย 6.33 ใบตอตน การศึกษาประสิทธิภาพของน้ําหมักพืชสมุนไพรที่มีผลตอการเจรญิ เตบิ โตของบัวผนั พันธุฉลองขวัญ พบวาในสัปดาหท่ี 9 การใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรบอระเพ็ดมีจํานวนดอกเฉล่ียสงู สุด 7.67 ดอกตอ ตน และการใชน้าํ หมกั พืชสมุนไพรสตู รผสมมีจาํ นวนใบดีเฉลย่ี สงู สดุ 20 ใบตอ ตนคําสาํ คญั : บัวผนั พนั ธฉุ ลองขวญั นาํ้ หมักสมุนไพร การปองกันกาํ จัดแมลงศตั รพู ชื บทนาํ การใชสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืช ตองพิจารณาถึงความจําเพาะเจาะจงในการปองกันกําจัดศัตรูพืชน้ันเวลาของการใชสารเคมีตองเหมาะสมกับระยะหรือวัยที่ออนแอของศัตรูพืช ตลอดจนการเจริญเติบโตของตนพืช ซึ่งสารเคมปี องกนั กาํ จัดศตั รพู ืชทกุ ชนิดเปนอันตรายตอคน สัตว และส่ิงมีชีวิตอื่นๆ นอกจากนี้ยังเปนสาเหตุใหเกิดมลพิษตอส่งิ แวดลอ มอกี ดวย (กรมวิชาการเกษตร, 2553) พืชสมุนไพรพืน้ บานหลายชนดิ สามารถนาํ เอาสว นตา งๆ มาใชในการทาํ ลายศตั รูพืชและไมกอ ใหเกิดสารพิษตกคางในสิ่งแวดลอม มีการศึกษาพบวาผลการทดสอบความเปนพิษของสะเดาไมเปนพิษตอสัตวเลือดอุน และไมทําลายศัตรูธรรมชาติดวย จึงเปนสารธรรมชาติท่ีปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีพืชอีกหลายชนิดท่ีมีแนวโนมในการนํามาใชปองกันกําจัดศัตรูพืชได เชน หนอนตายหยาก เปนตน บัวสาย หรืออุบลชาติ(Nymphaea sp.) เปนพรรณไมนํ้าท่ีมีดอกสวยงาม ไดรับการยกยองใหเปนราชินีแหงพันธุไมนํ้า จัดเปนพืชน้ําท่ีมีมูลคามากท่ีสุด มีศักยภาพในการผลิตเปนไมตัดดอกเพ่ือการคา (Chansilpa, 2010) เนื่องจากสีสันและรูปทรงหลากหลายสามารถนํามาจัดสวนหรือมุมพักผอนซึ่งไดรับความนิยมทั้งภายในและตางประเทศ ป 2553 พืชสกุล Nymphaea มีการสงออกมากใน 5 อนั ดบั แรกของพรรณไมน้าํ มีจํานวนการสงออก 39,760 ตน คิดเปนมูลคา 1,144,090 บาท (ภูริพันธุ,2555) เปนสินคาสงออกท่ีมอี นาคตดี ตลาดตา งประเทศมีความตองการสูง (ณรงค และ ณ.นพชัย, 2550) บัวผันพันธุฉลองขวัญ ( Nymphaea ‘Chalong kwan’) หรือ ‘King of Siam’ เปนบัวลูกผสมระหวางพันธุลาภประเสริฐ กับโคโลราตา (N. ‘Colorata’) โดยอาจารยชัยพล ธรรมสุวรรณ เม่ือป พ.ศ. 2541 เปนอุบลชาติเขตรอนบานกลางวันหรอื บัวผัน-เผื่อน กลีบดอกสีมวงน้ําเงิน อับเรณู กานอับเรณู (แทบไมมี) และเกสรเพศเมียสีเหลือง ทรงกลีบดอกเรียวยาว ทรงดอกบานแผค ร่งึ วงกลมถึงคอ นวงกลม กลบี ดอกซอนมากพิเศษ ขนาดเสนผาศูนยกลาง 10-12 เซนติเมตร ใหดอกดก (เสริมลาภ และปริมลาภ, 2551) เฉลี่ย 14 ดอกตอตนตอเดือน โดยทยอยออกตามกัน บานอยู 3 วัน ดอกมี ๘๗
การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พชื เศรษฐกิจ ครัง้ ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรีกลนิ่ หอมออ นๆ บานกลางวันเวลา 7.00-17.00 น. (ภูรินทร และสมพร, 2550) แตเนื่องจากปญหาแมลงศัตรูพืชท่ีเขาทําลายไดแ ก เพลยี้ ออ น หนอนพบั ใบ หนอนชอนใบ ซง่ึ กอใหเ กดิ ความเสียหาย ตอการเจรญิ เตบิ โตของบัวผันสายพันธุฉลองขวัญ ดังน้ันคณะผูวิจัยจึงทําการศึกษาหาผลของนํ้าหมักพืชสมุนไพรท่ีมีตอการปองกันกําจัดแมลงศัตรูพืช และการเจริญเติบโตของบัวผันพันธุฉลองขวัญ ซึ่งการใชสมุนไพรปองกันกําจัดศัตรูพืช มีความปลอดภัยตอเกษตรกรผูใชและไมเปนอันตรายตอส่ิงมีชีวิตอ่ืนๆ อีกท้ังเปนการลดการนําเขาสารเคมีกําจัดแมลงศัตรูพืชศัตรูพืชจากตางประเทศทาํ ใหป ระเทศชาติไมเสียดุลการคา ในอนาคตตอ ไป วธิ ดี าํ เนินการวจิ ัย 1. วางแผนการทดลองแบบสมุ สมบรู ณ หรอื CRD (Completely Randomized Design) ประกอบดวย6 ชุดทดลอง ทําการทดลอง 3 ซ้ํา รายละเอียดดังน้ี T1 = ชุดควบคุม T2 = สูตร 1 ตะไครหอม T3 = สูตร 2 เมล็ดสะเดาแหงบด T4 = สูตร 3 บอระเพ็ด T5 = สูตร 4 หนอนตายหยาก T6 = สูตร 5 สูตรผสม (ตะไครหอม เมล็ดสะเดา บอระเพ็ด และหนอนตายหยาก) 2. การเตรียมน้ําหมักสมุนไพรสูตร 1 - 4 นําสมุนไพรสดหรือแหงที่บดสับละเอียด จํานวน 20 กิโลกรัมและสําหรับสูตร 5 สูตรผสม นําสมุนไพรที่บดสับละเอียดชนิดละ 4 กิโลกรัม ใสลงในถังหมัก แลวเติมกากนํ้าตาลจํานวน 1 ลิตร เอธิลแอลกอฮอล จํานวน 1 ลิตร สารเรง พด.7 จาํ นวน 25 กรมั แลว เตมิ นํ้าเปลา จํานวน 50 ลิตร คนใหเ ขา กัน หมักไวเ ปนเวลา 30 วัน 3. การใชนํา้ หมักสมุนไพร วัดคา pH อุณหภูมิ และคาความเขมขนของของแข็งละลายในสารละลาย(TSS) ผสมนํ้าหมักสมุนไพร ปริมาณ 10 มิลลิลิตร ตอนํ้า 1 ลิตร ฉีดพนใหท่ัวใบและดอก ฉีดพนทุก 7 วันเปนเวลา 10สปั ดาห 4. เก็บขอมูลโดยบันทึกการเจริญเติบโตของบัวผันพันธุฉลองขวัญ ไดแก ปริมาณผลผลิตดอก ใบดี (ใบท่ีปราศจากการทาํ ลายของแมลงศัตรูพืช) และใบเสีย (ใบทถี่ ูกแมลงศัตรพู ืชทําลาย) 5. การวิเคราะหขอมูล นําขอมูลท่ีไดมาวิเคราะหขอมูลทางสถิติ โดยใช Analysis of Variance หากขอมูลแสดงความแตกตางในระดับความเชื่อม่ัน 95% ขึ้นไป นําขอมูลท่ัวไปมาเปรียบเทียบหาความแตกตางโดยใชวิธีDuncan’s New Multiple Range Test (DMRT) ผลการวจิ ยั ผลการนาํ น้าํ หมักสมุนไพร 5 สูตร คอื ตะไครหอม เมลด็ สะเดาบด บอระเพ็ด หนอนตายหยาก และสมุนไพรสูตรผสม ที่ไดจากการหมัก 30 วัน มาวัดคาความเปนกรด - ดาง อุณหภูมิ และคาความเขมขนของของแข็งท่ีละลายในสารละลาย พบวาคาความเปนกรด - ดางอยูระหวาง 3.52 - 4.29 สวนอุณหภูมิอยูในชวง 31 - 32 องศาเซลเซียสและคาความเขมขนของของแข็งละลายในสารละลายมีคาแตกตางกัน คือน้ําหมักสมุนไพรสูตรเมล็ดสะเดาบดแหง มีคาความเขมขนของของแข็งละลายสูงสุดเทากับ 13 องศาบริกซ รองลงมาคือนํ้าหมักสมุนไพรสูตรผสม และสูตรบอระเพ็ด มีคาความเขมขนของของแข็งละลายเทากับ 6.0 และ 4.0 องศาบริกซ ตามลําดับ สวนนํ้าหมักสมุนไพรที่มีคาความเขมขน ของของแข็งละลายตา่ํ สดุ คอื สมุนไพรสตู รตะไครหอม และสูตรหนอนตายหยาก มีคาความเขมขนของของแขง็ ละลายเทากับ 3.5 องศาบริกซ แสดงดังตารางที่ 1 ๘๘
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พืชเศรษฐกจิ ครั้งที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบ วั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีตารางท่ี 1 แสดงคา pH อณุ หภมู ิ และคา ความเขม ขน ของแข็งละลายของน้ําหมักสมุนไพรสตู รนา้ํ หมักสมุนไพร pH อณุ หภมู ิ (๐C) คา ความเขม ขน ของแข็งละลาย (๐Brix)สตู ร 1 ตะไครหอม 3.62 32 3.5สตู ร 2 เมลด็ สะเดาบด 4.29 32 13.0สูตร 3 บอระเพ็ด 3.97 31 4.0สูตร 4 หนอนตายหยาก 3.52 31 3.5สตู ร 5 สตู รผสม 3.84 32 6.0 ผลการใชน้ําหมกั สมนุ ไพรกบั บวั ผันพันธุฉลองขวญั โดยการผสมน้าํ หมกั สมุนไพรปริมาณ 10 มลิ ลิลิตร ตอนํ้า 1ลิตร ฉีดพนใหท่ัวใบและดอก โดยฉีดพนทุก 7 วัน เปนเวลา 10 สัปดาห พบวาในสัปดาหที่ 1 จํานวนใบดีและใบเสียเฉล่ียมีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญย่ิง การใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรตะไครหอมมีจํานวนใบดีเฉลี่ยตอตนสูงสุด 8.67ใบ รองลงมาคอื น้าํ หมักสมนุ ไพรสตู รผสมมจี าํ นวนใบดีเฉลย่ี ตอ ตน 8.0 ใบ สว นจํานวนใบดีเฉลี่ยต่ําสุด คือชุดควบคุมท่ีไมไดใชน้ําหมักสมุนไพร มีจํานวนใบดีเฉลี่ยตอตน 3.3 ใบ และการใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรผสมใหจํานวนใบเสียเฉลี่ยตอตน ต่าํ สดุ คอื 1.67 ใบ สว นการใชน ํ้าหมกั สมุนไพรสูตรหนอนตายหยาก ใหจ ํานวนใบเสยี เฉลี่ยตอตน สูงสุด 7.33 ใบแสดงดังตารางท่ี 2ตารางท่ี 2 แสดงผลของการใชนาํ้ หมกั สมนุ ไพรตอ บัวผันพนั ธฉุ ลองขวญั สปั ดาหท่ี 1รหสั ใบดี1/ ใบเสีย1/ ดอกT1 3.33c 6.67abT2 8.67a 4.33bc 1.00T3 4.33c 7.67a 1.00T4 5.67bc 4.00bc 1.00T5 4.00c 7.33a 1.33T6 8.00ab 1.67c 1.00 1.00F-test ** ** nsCV% 25.30 27.53 22.331/ คาเฉล่ียท่ีมีอักษรกํากับตางกันในแนวตั้ง มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ เม่ือเปรียบเทียบโดยวิธี Dancan’s newrange test ท่ีระดบั ความเชือ่ มนั่ 95 % ns = คา เฉลี่ยไมแตกตา งกันทางสถิติ (P>0.05)* = คา เฉลี่ยแตกตา งอยางมีนัยสําคัญ (P<0.05) ** = คา เฉลีย่ แตกตา งอยา งมีนยั สาํ คญั ยิง่ (P<0.01) ผลการใชนํ้าหมักสมุนไพรสัปดาหท่ี 6 พบวาจํานวนใบดีในแตละชุดการทดลอง มีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญการใชน้ําหมักสมุนไพรสูตรผสมฉีดพนบนใบบัวผันพันธุฉลองขวัญ พบใบดีเฉลี่ยสูงสุด 25.00 ใบ สวนสูตรตะไครหอม มีจํานวนใบดีเฉลี่ยนอยที่สุด 11.67 ใบ อีกทั้งจํานวนใบเสียก็มีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญ นํ้าหมักสมุนไพรสูตรบอระเพ็ด เกิดใบเสยี เฉล่ียนอ ยทส่ี ุด 1.33 ใบ สวนการใชน ํา้ หมกั สมุนไพรสตู รหนอนตายหยาก เกิดจํานวนใบเสียเฉล่ยี มากที่สุด 7.67 ใบ สําหรับการนับจํานวนดอกมีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญยิ่ง การใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรผสม และสูตร ๘๙
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พชื เศรษฐกิจ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบัว วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรีเมล็ดสะเดาบด ทําใหเกิดจํานวนดอกเฉลี่ยสูงสุด 5.67 ดอก สวนน้ําหมักสมุนไพรสูตรตะไครหอม ทําใหเกิดจํานวนดอกเฉล่ียต่ําสดุ 2.00 ดอก แสดงดงั ตารางท่ี 3ตารางที่ 3 แสดงผลของการใชน้าํ หมกั สมุนไพรตอ บวั ผันพันธุฉลองขวัญ สัปดาหท ่ี 6รหัส ใบดี1/ ใบเสีย1/ ดอก1/T1 15.33bc 4.00bca 3.67bcT2 11.67c 2.67bc 2.00cT3 21.00ab 7.33ab 5.67aT4 23.00a 1.33c 4.00abT5 22.00ab 7.67a 4.33abT6 25.00a 7.00ab 5.67aF-test ** * ** 24.33CV% 18.41 50.55 วจิ ารณผลการวจิ ยั1. การศึกษาหาสตู รนํ้าหมักพืชสมนุ ไพรที่เหมาะสมตอ การปองกนั กําจดั แมลงศัตรพู ืช สมบตั ทิ างเคมีและทางกายภาพของนา้ํ หมกั พชื สมนุ ไพรหลังหมกั 30 วัน พบวา คา ความเปนกรด-ดาง อยูระหวาง3.52-4.29 สอดคลองกับยงยุทธ (2552) ศึกษาสมบัติทางเคมีของนํ้าหมักชีวภาพที่มีอายุการเก็บรักษาตางกัน พบวาน้ําหมักชีวภาพมีคาความเปนกรด-ดางในชวง 3 สัปดาหแรกเทากับ 3.3 หลังจากน้ันคาความเปนกรด-ดาง จะสูงขึ้นระหวา ง 3.6-3.9 จนถงึ อายุการเก็บรกั ษา 24 สปั ดาหและจะมีคาความเปนกรด-ดา งสูงข้นึ เทากับ 4.3 เม่ืออายุการเก็บรกั ษา 36 สัปดาห และคา ความเขมขน ของของแขง็ ละลายในสารละลายมคี าแตกตา งกนั คอื นา้ํ หมักสมุนไพรสูตรเมล็ดสะเดาบด มีคาความเขมขนของของแข็งละลายสูงสุดเทากับ 13 องศาบริกซ การท่ีนํ้าหมักสมุนไพรสะเดาบดมีคาความเขมขนของของแข็งละลายในสารละลายสูง เพราะวาเปนเมล็ดแหงบดละเอียดจึงสามารถละลายไดดี ทําใหนํ้าหมักสมุนไพรทีไ่ ด มคี วามเขม ขนสงู กวาน้ําหมกั สมนุ ไพรสตู รอ่ืนซ่งึ ใชสมนุ ไพรสด2. การศกึ ษาประสิทธภิ าพของนาํ้ หมักพชื สมุนไพรท่ีมีผลตอ การปองกนั กําจดั แมลงศัตรูพืช การใชนํ้าหมักพืชสมุนไพรฉีดพนใบและดอกบัวผันพันธุฉลองขวัญทุก 7 วัน เปนเวลา 10 สัปดาห พบวาจํานวนใบดมี คี วามแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือบัวชุดท่ีใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรผสม ใหจํานวนใบดีเฉล่ียสูงสุด 25ใบตอ ตน ในสัปดาหท่ี 6 และชุดท่ีใชน้ําหมักสมุนไพรสูตรหนอนตายหยาก และสูตรบอระเพ็ด ใหจํานวนใบดีเฉลี่ย 23ใบตอตน ในสัปดาหที่ 5 และ 6 กรณีของบัวที่ใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรตะไครหอม และเมล็ดสะเดาแหง มีจํานวนใบดีเฉลีย่ นอ ยท่สี ดุ คือ 20.67 และ 20.33 ใบตอ ตนตามลําดบั3. การศึกษาประสิทธิภาพของนาํ้ หมกั พชื สมนุ ไพรทีม่ ีผลตอ การเจริญเตบิ โตของบัวผันพันธฉุ ลองขวัญ พิจารณาจากจํานวนใบดี และการเกิดดอกเฉล่ียตลอดระยะเวลา 10 สัปดาห พบวาการใชนํ้าหมักสมุนไพรสูตรบอระเพด็ มีจํานวนใบดี และดอกเฉล่ียเทากับ 19 ใบ และ 7.67 ดอกตอตน และการใชสมุนไพรสูตรผสมมีจํานวนใบดีและดอกเฉล่ียเทากับ 20 ใบ และ 6.67 ดอกตอตน ซ่ึงจํานวนใบดีเฉลี่ยมีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญ สวนจํานวนดอกเฉล่ียไมม คี วามแตกตางทางสถติ ิ ๙๐
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พชื เศรษฐกจิ ครัง้ ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี สรุปผลการวิจยั 1. น้ําหมักพืชสมุนไพรสูตรผสมตะไครหอม เมล็ดสะเดาบด บอระเพ็ด และหนอนตายหยาก และสูตรบอระเพด็ เปนสูตรทเ่ี หมาะสมตอ การปอ งกันกําจัดแมลงศตั รพู ืช สําหรบั บวั ผันพนั ธฉุ ลองขวญั 2. นํ้าหมักพืชสมุนไพรสูตรผสม สูตรหนอนตายหยาก และสูตรบอระเพ็ดมีประสิทธิภาพตอการปองกันกําจัดแมลงศตั รพู ืช สําหรับบวั ผนั พนั ธฉุ ลองขวญั 3. น้ําหมักพืชสมุนไพรสูตรบอระเพ็ด และสูตรผสมตะไครหอม เมล็ดสะเดาบด บอระเพ็ด และหนอนตายหยาก มปี ระสทิ ธภิ าพตอ การเจริญเตบิ โตของบวั ผนั พันธุฉลองขวัญ ขอเสนอแนะ การใชน้ําหมักพชื สมุนไพรมีความปลอดภยั ตอผใู ช ท้งั ธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ ม ตลอดจนแมลงที่มีประโยชนตอพชื รวมถงึ การนําไปเปน วตั ถดุ ิบในการประกอบอาหาร ซึ่งปลอดภัยตอผูบริโภค จึงควรศึกษาถึงปริมาณสารตกคางในดอกบัว หรือเกสรบัวผันพันธุฉลองขวัญ หากจะนําไปเปนวัตถุดิบในการผลิตชาดอกบัวผันพันธุฉลองขวัญ หรือการผลิตเพ่อื การบริโภคตอไปในอนาคต บรรณานุกรมกรมวิชาการเกษตร. 2547. การศึกษาปริมาณสารควบคุมการเจริญเติบโตพืชในน้ําหมักชีวภาพท่ีไดจากพืช. กรม วิชาการเกษตร. กรุงเทพฯ.ณรงค โฉมเฉลา และ ณ นพชัย ชาญศิลป. 2550. การกลายพันธุเกสรดอกบัวเปนกลีบดอก. การประชุมสัมมนา วิชาการ เรื่อง “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจคร้ังที่ 6” ณ หองประชุมพวงพะยอม อาคารวิทยบริการ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก ชลบุร.ี 10-14.ภรู ิพนั ธุ สวุ รรณเมฆ. 2555. ขอ มลู การสงออกไมด อกไมประดบั ป 2553. กลมุ สงเสริมงานไมด อกไมประดับ สาํ นักงาน สง เสริมและจดั การสินคา เกษตร กรมสง เสริมการเกษตร. กรงุ เทพฯ.ภรู ินทร อัครกุลธร และ สมพร คันยงค. 2550. อิทธพิ ลของขนาดภาชนะปลกู ความลกึ ของดินปลูก และอัตราปุยท่ีมี ผลตอการเจริญเติบโตของอุบลชาติ และปทุมชาติบางพันธุ. คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี.ยงยุทธ นิลรัตน. 2552. การทดสอบประสิทธิภาพของนํ้าหมักชีวภาพท่ีมีอายุการเก็บรักษาตางกัน. ศูนยเรียนรู การเกษตรพอเพียงตาํ บลลาดบัวหลวง. พระนครศรีอยุธยา.เสริมลาภ วสุวัต และ ปริมลาภ (วสุวัต) ชูเกียติม่ัน . 2551. ตนเหตุของการแปรและปนของอุบลชาติพันธุปลูก. การ ประชุมสัมมนาวิชาการเร่ือง “การพัฒนาพันธุบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจของชาติ” ครั้งท่ี 6 ณ หองประชุมพวง พะยอม อาคารวิทยบริการ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก ชลบุรี. 1-9.Chansilpa, N N. 2010. A New Potential Cut - Flower waterlily. In Proceedings of the 1st International Conference on Lotus and Waterlily 2010 and The 8th Conference on Research and Development of Lotus and Waterlily as Economic. Kasetsart University Chalermphrakiat SkonNakhon Province Campus. Thailand. 52-54. ๙๑
สารบญัเรื่อง หนากําหนดการ ๒ที่มา...โครงการพพิ ธิ ภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี ๕สืบสาน รงั สรรค บัวขวัญธัญบรุ ี ดวยพระบารมีแหง เจาฟา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี ๗บรรยายพิเศษ ๑๖ การสงบวั ประดบั เขา ประกวดในเวทีระดบั โลก ๒๕ บวั ... ในมมุ มองของคนรุน ใหม ๓๑ การพัฒนาพนั ธบุ ัวประดับโดยการผสมขา มสกลุ ยอยบทความทางวิชาการ ๓๒ การใชป ระโยชนบวั หลวงเพ่ือสุขภาพ ๓๗ การทาํ ดอกบัวสดอบแหง ๔๔ การพักตวั ของบวั ฝรั่ง ๔๖ ชาสมนุ ไพรบวั หลวง ๕๔ เทคนิคการปรบั ปรุงพันธุ และการปลูกเลยี้ งบัวฝร่ัง ฉบบั สวนบัวชากังราวผลงานทางวิชาการการทดสอบการยอมรบั ทางประสาทสัมผัสของขนมกลีบลําดวนเสริมเกสรบวั ๕๙การพัฒนากระดาษใบบัวอดั แหงสาํ หรบั ใชในงานประดษิ ฐ ๖๕การพัฒนาผลติ ภณั ฑข า วเกรียบรากบวั ๗๒การศึกษาวิเคราะห : บัวกับความสมั พันธด านวิถชี ีวติ คนไทยและแนวทางสพู ชื เศรษฐกิจ ๗๙ของประเทศผลของนํา้ หมกั สมุนไพรท่ีมีตอ การปองกันกําจดั แมลงศัตรพู ชื และการเจรญิ เตบิ โต ๘๖ของบวั ผันพันธุฉลองขวญัการจัดกลุมสีของบวั เพ่ือนาํ ไปใชในโปรแกรมออกแบบ ๙๒การพฒั นาผลิตภณั ฑกัมมเ่ี ยลลี่จากใบบวั หลวง ๙๙การพัฒนาสอื่ วีดทิ ัศนเ พือ่ การเผยแพรสาํ หรบั ผพู กิ ารทางการไดย ินเรื่องความรเู กยี่ วกับการปลูกบวั ๑๐๔ปริมาณสารประกอบฟน อลิกและสารตานอนุมลู อสิ ระของคุกก้ีเสริมผงใบบวั หลวง ๑๑๐ผลของสารสกดั กลีบดอกบวั หลวงตอ กระบวนการจับกินสง่ิ แปลกปลอมของเมด็ เลอื ดขาว ๑๑๕
สารบญัเรื่อง หนาคาํ สั่งแตง ต้งั คณะกรรมการอานบทความทางวชิ าการและงานวิจัยในโครงการจัดการประชมุ ๑๑๖วชิ าการ “การพฒั นาบวั ใหเปนพชื เศรษฐกิจ ครง้ั ที่ ๑๒” ๑๑๗คําส่ังแตงต้ังคณะกรรมการโครงการจัดประชมุ วชิ าการ “การพฒั นาบวั ใหเปน พืชเศรษฐกจิครง้ั ที่ ๑๒” และการประกวดบัวผนั สวยงาม
การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกจิ ครั้งท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี การจดั กลมุ สขี องบัวเพ่ือนาํ ไปใชในโปรแกรมออกแบบ LOTUS COLORS MATCHING BY MUNSELL FOR COLOR SWATCHES IN ADOBE ILLUSTRATOR ชนะพงษ คาทันเจริญ และเอกชัย โถเหลอื ง เทคโนโลยกี ารพิมพ คณะเทคโนโลยสี ื่อสารมวลชน มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี บทคดั ยอ ในการศึกษาคร้ังน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาการจัดกลุมสีของบัวในพิพิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี จาํ นวน 5 สายพนั ธุ และจัดเก็บกลุมสีของบัวไวในระบบ Swatch Libraries ในโปรแกรม AdobeIllustrator โดยใชผสู งั เกตท่มี คี วามรู ความเช่ยี วชาญ ทางดา นการมองเหน็ สี โดยการเทยี บสขี องบัวกับหนังสือคูมือเทียบสีของมันเซลล นําขอมูลท่ีไดไปวัดแปลงคาสีจากมันเซลลเปน Pantone โดยใชเครื่องสเปคโตรโฟโตมิเตอรรนุ X-rite Pantone ผลการศึกษาพบวาการจัดกลุม สขี องบวั เพ่ือนําไปใชในโปรแกรมออกแบบสามารถเทียบสีของบัวกับหนังสือคูมือเทียบสีของมันเซลล จัดเรียงลําดับตามสีของกลีบ และสีเกสรบัว ดังน้ี มังคลอุบล 7.5RP8/6,5YR7/14 ฉลองขวัญ 5P4/12, 5Y8.5/14 ทรัพยสมบูรณ 7.5RP4/12, 5Y8/14 จงกลนี 2.5RP8/6 บัวหลวงราชินี5RP6/12, 2.5Y8.5/12 ซึ่งเปนสีหลักของดอกบัว จากนั้นนํากลุมสีของบัวซึ่งเปน Pantone ไปจัดเก็บไวในระบบSwatches Libraries ในโปรแกรม Adobe Illustrator CS6 สาํ หรบั นาํ ไปใชในงานออกแบบ สามารถจัดหมวดหมูโดยการใสช่ือพนั ธบุ วั ทงั้ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษและแบงเปน กลบี กับเกสรไดคําสาํ คัญ : การเทียบสี การออกแบบ การจัดกลมุ สี พพิ ิธภัณฑบ ัว บทนาํ ในปจ จบุ นั งานออกแบบไดมีความเจริญกา วหนาไปมาก และแบงประเภทการออกแบบไดหลากหลาย เชนการออกแบบทางสถาปตยกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ การออกแบบทางวิศวกรรม การออกแบบตกแตง การออกแบบส่ิงพิมพ ดังน้ันการเลือกใช “สี” จึงเปนสิ่งสําคัญสําหรับงานออกแบบเปนอยางมากเพราะสามารถใชสรางสรรคผลงานทางดานการออกแบบ งานออกแบบสวนใหญ นักออกแบบจะใชเครื่องมือดูดสีจากรูปภาพท่ีไดมาจากกลองถายภาพ และสีท่ีไดจะไมตรงกับสีที่มีอยูจริง โดยศึกษาสีที่ไดจากบัว 5 สายพันธุ ซ่ึงบัวแตละสายพันธุก็จะมีลักษณะเฉพาะทางพฤกษศาสตรท่ีแตกตางกันออกไปซึ่งสามารถศึกษาเปรียบเทียบไดจากลักษณะของดอก ใบ และกานดอก กา นใบดอกเม่ือตูมจะมลี ักษณะคลา ยรูปกรวยและเม่อื ดอกบวั บานทรงของดอกจะมีลักษณะคลายรม โดยดอกบัวบางชนิดจะมีกลีบซอนกันหลายช้ัน กานดอก กานใบมีสีเขียวหรือน้ําตาลออน มีลักษณะกลมชูข้ึนเปนกานตรงแทงขึ้นมาจากนํ้ามีทั้งชนิดขนและไมมีขน ใบมีสีเขียวหรือสีน้ําตาลออนลักษณะกลมใหญ มีทั้งชนิดท่ีมีขนและไมมีขน ทําใหการวัดสีเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งอาจทําใหบอกสีไดยาก ผูวิจัยไดเห็นความสําคัญของเรื่องดังกลา ว จึงศึกษาวธิ ีการประเมินสีและนาํ มาจัดกลมุ สีของบวั เพอ่ื ไปใชใ นโปรแกรมออกแบบ ๙๒
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบวั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี วัตถุประสงคของการศกึ ษา1. เพือ่ ศกึ ษาการจดั กลุมสีของบัวในพพิ ธิ ภัณฑบวั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี2. จัดเกบ็ กลมุ สีของบวั ไวใ นระบบ Swatch Libraries ในโปรแกรม Adobe Illustrator CS6 วธิ กี ารศึกษาศึกษาการจัดกลุมสีของบัวในพิพิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพ่ือนําสีท่ีศึกษาไปใชในงานออกแบบประเภทตางๆ ท่ีเก่ียวของกับการศึกษาในครั้งนี้ เชน งานออกแบบบรรจุภัณฑ งานทาสีอาคารเส้ือผา ผูศ กึ ษาไดด าํ เนินการคัดเลือกบวั จํานวน 5 สายพันธุ โดยคัดเลือกตามเฉดสีทมี่ คี วามแตกตางกนั1. มงั คลอบุ ล 2. ฉลองขวัญ3. ทรพั ยสมบรู ณ 4. จงกลนี5. บวั หลวงราชนิ ี ๙๓
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พืชเศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบ ัวมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีกาํ หนดใหก ลมุ ตวั อยา งทําการทดลองจากสถานที่จรงิ ณ พิพิธภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรีเครื่องมอื ทใ่ี ชในการเก็บขอมลู สขี องกลีบบัว และเกสรบัว1. หนงั สือคูมือเทียบสีของมนั เซลล (The Munsell Book of Color)2. อปุ กรณวดั แสง (Illuminometer) ๙๔
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกิจ คร้ังที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี3. อุปกรณวัดคา สี (Spectrophotometer X-Rite Pantone) จาก บริษทั เปเปอรบ อ กซ (ประเทศไทย) จํากดั ดาํ เนนิ การเก็บขอ มลู จากผสู งั เกต การวเิ คราะหข อ มูล นาํ แบบบนั ทึกขอมลู ทีเ่ กบ็ ขอ มลู จากผสู งั เกต โดยการเทียบสขี องบวั กบั หนังสือคมู ือเทยี บสีของมันเซลลเรยี บรอยแลวมาทาํ การแยกสที ่ซี า้ํ กนั ออก เพอื่ จะนําไปแปลงคา เปน Pantone ผลการศึกษา ในการวิเคราะหขอมูลของการศึกษาคร้ังน้ี ผูวิจัยไดผลการวิเคราะหความถี่รหัสสีท่ีถูกเลือกจากมากสุดไปนอยสุด และจัดกลุมสีของบัวท้ัง 5 สายพันธุ จํานวน 148 สี แบงเปนกลีบ 85 สี และเกสร 63 สี แปลงคาสีจากMunsell เปนรหสั สี Pantone โดยใชเครอ่ื งมอื วดั คา สี รุน Spectrophotometer X-Rite Pantone ๙๕
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพชื เศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีตารางแสดงการเปรียบเทียบคา สีในระบบ Munsell เปน รหัสสี Pantone เพ่อื นาํ ไปไวในโปรแกรมออกแบบตวั อยา งสีของกลีบบวั มงั คลอบุ ล ตวั อยางสขี องเกสรบวั มงั คลอุบลตวั อยา งสีของกลบี บวั ฉลองขวัญ ตวั อยา งสีของเกสรบัว ฉลองขวญัตวั อยางสขี องกลีบบวั ทรัพยส มบูรณ ตัวอยางสขี องเกสรบวั ทรพั ยส มบูรณ ๙๖
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ีตวั อยางสีของกลีบบัว จงกลนี (บวั พันธุนไี้ มมสี ีเกสร)ตัวอยางสีของกลีบ บัวหลวงราชนิ ี ตวั อยางสีของเกสร บวั หลวงราชนิ ี ๙๗
การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบวั วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบัวมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี จากการวิจัยเรื่อง การจัดกลุมสีของบัวเพื่อนําไปใชในโปรแกรมออกแบบจากบัว 5 สายพันธุ โดยการประเมนิ สีของพันธุบัว และคัดแยกสีทซี่ ํา้ กนั ออกไป จากน้นั เปล่ียนสีจาก Munsell เปนระบบ Pantone แลวนําไปเก็บไวในSwatch Libraries โดยต้ังชื่อตามกลุมสีของบัวโดยใชช่ือวา RMUTT Lotus แบงออกไดเปน 5 ตัวเลือกโดยใชช่ือหลักเปนภาษาอังกฤษ ตามช่ือสามัญของบัว ไดจํานวนสีแบงเปนกลีบบัว/เกสรบัว ดังนี้ MangkalaUbol 17/15 King of siam 14/11 Supsomboon 21/21 Pink Dubble Wit Frilled Petals 15/0 และLotus 18/16 เพื่อใหนักออกแบบหรือผูท่ีสนใจสีบัวนําไปประยุกตใชในงานตางๆ ไดใกลเคียงกับสีที่มีอยูจริงในธรรมชาติ บรรณานุกรมพพิ ิธภณั ฑบ ัวมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ .ี ประวัตคิ วามเปนมาของบวั . สืบคนเมือ่ 15 มีนาคม 2558,จาก http://lotus.rmutt.ac.th/หนงั สือมหศั จรรยพ รรณบวั . หนา73.ทฤษฎีสขี องมนั เซลล. สบื คน เมอื่ 7 เมษายน 2558,จาก http://superyoungwoong.exteen.com/20090903/the-munsell-colorsystem/แพนโทน (Pantone). สืบคน เมื่อ 10 เมษายน 2558,จาก http://www.hiden.co.th/briefcase/news/zjVKVgeThu75947.pdfพรทวี พ่งึ รศั มี และมติ ซูโอะ อเิ คดะ. 2551. สีและการเห็นสี. กรงุ เทพฯ. หนา 2-3. ๙๘
การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปนพชื เศรษฐกจิ ครัง้ ท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภณั ฑบ วั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี การพัฒนาผลติ ภณั ฑก มั ม่ีเยลล่ีจากใบบวั หลวง The Development of Gummy Jelly Product from Lotus Leaves อินทริ า ลจิ ันทรพร1, ภูรนิ ทร อคั รกุลธร2, จิรภา วงษพ าดกลาง1, และเวณกิ า หอยสงั ข1 Intira Lichanporn1, Purin Akkarakultron2, , Jirapa Wongpadklang1, and Wenika Hoysang11สาขาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยกี ารอาหาร คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (ศนู ยร งั สิต) เลขท่ี 2 ถนนพหลโยธนิ 87 ซอย 2 ตาํ บลประชาธิปต ย อาํ เภอธัญบุรี จ.ปทมุ ธานี 121302พิพธิ ภณั ฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล ธญั บรุ ี เลขที่ 39 หมู 1 ถนนรังสติ -นครนายก ต.คลองหก อ.ธัญบุรี ปทมุ ธานี 12110 Abstract Gummy jelly products were developed from lotus leaves by added lotus leaf juice at 0, 25, 50 75and 100% concentration in water. The addition of lotus leaf juice resulted in increased hardness andinternal consistency of gummy jelly products lotus leaf juice at 100% had the highest activity of both. Thequality of chemical, pH, total soluble solid, total phenolic content and antioxidant content was highest ingummy jelly product from lotus leaves juice at 100, 75 50, 25 and 0 % respectively. While total titratableacidity decreased as the levels of lotus leaf juice increased. Sensory evaluation indicated that gummyjelly with 0, 25, 50, 75 and 100% lotus leaf juice score were not significantly increased.Keywords: crispy snack, lotus powder, phenolic compound, antioxidant บทคัดยอ การพฒั นาผลติ ภัณฑกัมม่เี ยลลจ่ี ากใบบวั หลวง โดยเปรียบเทยี บปริมาณนํ้าใบบวั หลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 และ100 ของปรมิ าตรนา้ํ พบวา การเพ่ิมปริมาณผงใบบวั หลวงในผลติ ภัณฑก ัมม่ีเยลล่ีสงผลใหค าความแข็ง และคาความสม่ําเสมอภายในสูงข้ึน โดยผลิตภัณฑกัมมี่เยลล่จี ากน้าํ ผงใบบัวหลวงรอยละ100 มคี า สูงท่ีสดุ จากการวเิ คราะหคุณภาพทางเคมีพบวาคาความเปน กรด-ดา ง (pH) ปริมาณของแขง็ ทลี่ ะลายน้ําได ปรมิ าณสารประกอบฟน อลกิ และฤทธ์ติ านอนุมูลอิสระของผลติ ภัณฑกมั ม่ีเยลลจ่ี ากนา้ํ ผงใบบัวหลวงรอยละ 100 มีปริมาณมากที่สุด รองลงมาคอื ผลติ ภณั ฑก มั ม่เี ยลลี่จากนาํ้ ผงใบบัวหลวงรอยละ75, 50, 25 และ 0 ตามลําดับ ในขณะทีป่ ริมาณกรดทไ่ี ทเตรทไดท ้งั หมดมีคาลดลงเมือ่ เพ่ิมปริมาณน้ําใบบัวหลวงจากการประเมินคณุ ภาพทางประสาทสัมผัสพบวาผบู ริโภคใหก ารยอมรบั ผลติ ภัณฑกมั มี่เยลลี่จากใบบวั หลวงรอ ยละ 0, 25,50, 75 และ 100 ไมมีความแตกตา งกนั ทางสถิติคําสาํ คัญ : ขนมขบเคี้ยว ผงใบบัวหลวง สารประกอบฟนอลกิ สารตา นอนุมูลอิสระติดตอ นกั วิจัย : ภรู ินทร อคั รกลุ ธร (อีเมล [email protected]*Corresponding auther: purin Akkarakultron (Email:[email protected]) ๙๙
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบัว วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี บทนํา ผลิตภัณฑก มั ม่ีเยลลเ่ี ปนผลติ ภัณฑลกู กวาดชนิดหน่ึงท่ีไดร ับความนิยมมาก เน่อื งจากผูบรโิ ภคจะเพลิดเพลนิ กับผลติ ภณั ฑท่ีเคี้ยวได ผลิตภณั ฑก ัมมีเ่ ยลลี่เปนผลิตภัณฑท มี่ ีเนื้อสัมผสั เหนยี วนุม มีความยดื หยุน โดยสว นประกอบสว นใหญจะประกอบดว ยน้าํ ผลไม นา้ํ ตาล กรด และสารที่ทาํ ใหเกิดเจล ใบบวั หลวงมีการนํามาใชป ระโยชนไ ดหลายอยา ง เชน การทาํ ชาสมุนไพร ในใบบัวหลวงมสี ารอลั คาลอยด รวมท้ังมปี ริมาณเสน ใย วิตามนิ ไรโบฟลาวลิ โพแทสเชียม และทองแดง (Chiangand Luo, 2007) ในขณะเดียวกนั ก็มปี รมิ าณสารตา นอนมุ ลู อสิ ระ เชน แอสคอรบิส และสารประกอบฟนอลิก แคโรทนี อยดฟลาโวนอยด กรดฟน อลกิ และโทโคฟรอล (Hertog, 1994) จากการศกึ ษาของ Park et al (2007) พบวา ใบบวั มีสารประกอบฟน อลกิ ท่มี ีฤทธ์กิ าํ จดั อนมุ ลู อิสระ เชน เดียวกบั รายงานของ Choe et al (2010) พบสารตานอนุมูลอิสระในสารสกัดจากใบบวั นอกเหนือจากนี้ยังใชเ ปนยาขับปสสาวะ แกคล่ืนไสอาเจยี น รกั ษาเน้อื เย่อื อกั เสบ โรคมะเรง็ และนอนไมหลับ(Sridhar and Bhat, 2007) รวมทง้ั ยบั ยงั้ การเจริญเตบิ โตของเช้อื แบคทเี รียทุกชนดิ (ชิดชนก, 2542) จดุ ประสงคของการศกึ ษาคร้งั นี้เพอ่ื พฒั นาผลิตภัณฑกมั มเ่ี ยลลีจ่ ากใบหลวง อปุ กรณแ ละวิธีการทดลอง1. การเตรียมใบบัวหลวง นําใบบัวหลวงมาลางทําความสะอาดดวยนํ้าเปลา 2 ครั้ง จากน้ันหั่นเปนช้ินเล็กขนาดประมาณ1.0x1.0 น้ิว นําไปตมกับนํ้า ในอัตราสวน ใบบัวหลวงตอน้ํา เทากับ 1:1 (w/w) ท่ีอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 5 นาทีจากน้นั นํานํา้ ใบบัวหลวงไปใชในการผลิตผลิตภณั ฑกัมม่ีเยลลต่ี อ ไป2.การผลิตผลิตภณั ฑก ัมมเ่ี ยลลี่ เตรยี มสว นผสมไดแก เจลาติน 10 กรมั น้าํ ตาลทราย 100 กรัม กรดซิตริก 1 กรัม นํ้าเปลา100 กรมั และกําหนดปรมิ าณนํา้ ใบบวั หลวงแบง ออกเปน 5 สง่ิ การทดลอง แตล ะสิ่งทดลองมจี าํ นวน 3 ซา้ํ โดยวางแผนการทดลองแบบสุมอยางสมบรณู (Completely Randomized Design, CRD) ดงั น้ี น้ําใบบวั หลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 และ100 (ของปริมาตรนํา้ ) นําเจลาตนิ ละลายในนํ้าอนุ ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส พักไว นาํ น้าํ ใบบวั หลวงทกี่ ําหนดผสมกับน้ําตาลทรายที่อุณหภูมิ 116 องศาเซลเซียส จากน้ันเตมิ เจลาตินทล่ี ะลายน้าํ อนุ มาผสมใหเ ขา กนั และเตมิ กรดซติ ริก หยอดลงในแมพ ิมพ นาํ ไปแชในตเู ย็นท่ี 4 องศาเซลเซียส เพ่ือใหก ัมมี่เยลล่เี ซตตัว นําไปวิเคราะหคุณภาพทางกายภาพและเคมีตอไป3. การวิเคราะหคุณภาพทางกายภาพของกัมมี่เยลลจี่ ากใบบัวหลวง ไดแ ก เน้อื สัมผัส และคา ความสมาํ่ เสมอภายใน ดวยเครือ่ ง Texture Analyser หวั วัด P/36R ความเร็ว 1.0 มลิ ลิเมตรตอวินาที4. การวเิ คราะหคณุ ภาพทางเคมขี องกมั มี่เยลลี่จากใบบวั หลวง ไดแก วเิ คราะหสารประกอบฟนอลิก (ดัดแปลงจาก วไิ ลพร,2551) วิเคราะหสารตา นอนมุ ลู อิสระ (DPPH) (ดดั แปลงจาก บงั อร และ ศิริลักษณ, 2549) วเิ คราะหค า ความเปนกรดดา งปรมิ าณของแขง็ ท่ีละลายน้ําไดท้ังหมด ปรมิ าณกรดทั้งหมด (AOAC, 2000)5. การประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสของกัมมี่เยลลี่จากใบบัวหลวงดวยวิธีการทดสอบทางประสาทสัมผัส เน้ือสัมผัส สีกล่ิน รสชาติ และความชอบโดยรวมกับผูบริโภคท่ัวไปท่ีไมผานการฝกฝน จํานวน 30 คนโดยการใชแบบทดสอบใหคะแนนความชอบ 9 ระดับ (9-point Hedonic Scaling) (1 หมายถึง ไมชอบที่สุด 9 หมายถึง ชอบมากท่ีสุด) วางแผนการทดลองแบบสุมในบล็อคสมบูรณ (Randomized Complete Block Design; RCBD) เปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉล่ียโดยวิธีDuncan’s New Multiple Range Test; DMRT ผลและวิจารณผลการทดลอง ลักษณะของกัมมี่เยลลี่จากใบบัวหลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 และ 100 พบวากัมมี่เยลล่ีจากใบบัวหลวงท่ีความเขมขนรอยละ 0 มีสีเหลืองใส และกัมมี่เยลล่ีจากใบบัวหลวงท่ีความเขมขนรอยละ 25, 50, 75 และ 100 มีสีเหลืองออน ไป 100
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปน พชื เศรษฐกิจ คร้ังที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีจนถึงสีเหลืองเขมมากข้ึน ลักษณะเน้ือสัมผัสของกัมม่ีเยลลี่จากใบบัวหลวงทุกความเขมขนมีความนุม เหนียว และยืดหยุน(ภาพที่ 1)0% 25% 50% 75% 100% ภาพท่ี 1 ลักษณะของกัมมี่เยลลีจ่ ากใบบัวหลวงรอ ยละ 0, 25, 50, 75 และ 100 กัมมี่เยลล่ีจากใบบัวหลวงทุกความเขมขนมีคาความแข็ง และคาความคงตัวภายในเจลเพ่ิมข้ึนตามปริมาณน้ําใบบัวหลวงที่เพ่ิมขึ้น โดยกัมมี่เยลลี่จากใบบัวหลวงท่ีความเขมขนรอยละ 100 มีคาความแข็ง และคาความคงตัวภายในเจลสูงท่ีสุด เทากับ 4.48 นิวตัน และ 28.83 นิวตันตอมิลลิเมตร สวนกัมมี่จากใบบัวหลวงท่ีความเขมขนรอยละ 0 มีมีคาความแข็งและคาความคงตัวภายในเจลตาํ่ สุดเทา กับ 2.73 นิวตัน และ 17.15 นิวตันตอมิลลิเมตร ตามลําดบั (ตารางที่ 1)ตารางที่ 1 คาความแขง็ และคา ความคงตวั ภายในเจลของกัมมเี่ ยลล่จี ากน้ําใบบวั หลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 and 100 นํา้ ใบบวั หลวง คาความแขง็ * คาความคงตวั ภายในเจล* (รอยละ) (นิวตัน) (นิวตันตอมิลลเิ มตร) 0 2.73e 17.15d 25 2.99d 20.95e 50 3.34c 21.70c 75 4.13b 27.01b 100 4.48a 28.83aหมายเหตุ *= มคี วามแตกตางกันทางสถิติท่ีระดบั ความเชือ่ ม่นั รอ ยละ 95 คาเฉลี่ยในแนวตั้งที่ตามดวยตัวอักษรที่แตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบคาเฉล่ีย โดยวิธี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT) กัมม่ีเยลล่ีจากน้ําใบบัวหลวงมีคาความเปนกรดอยูในชวง 5.22-5.52 โดยคาความเปนกรดเพ่ิมขึ้นตามปริมาณนํ้าใบบัวหลวงท่เี พ่มิ ขึน้ กมั ม่ีเยลลี่จากนํ้าใบบัวหลวงรอยละ 100 มีคาความเปนกรดสูงสุดเทากับ 5.52 ซึ่งตรงขามกับปริมาณกรดท่ีไตเตรทไดท่ีมีคาลดลงเมื่อเพ่ิมปริมาณน้ําใบบัวหลวง โดยกัมม่ีเยลล่ีท่ีไมใสนํ้าใบบัวหลวงมีปริมาณกรดสูงกวากัมมี่เยลลี่ท่ีมีปริมาณน้ําใบบัวหลวง สวนปริมาณของแข็งที่ละลายนํ้าไดมีปริมาณเพิ่มข้ึนตามปริมาณนํ้าใบบัวหลวงที่เพิ่มข้ึนโดยกัมมี่เยลลี่จากนา้ํ ใบบวั หลวงรอยละ 100 มีปรมิ าณสงู สดุ เทากบั รอยละ 55.92 ปริมาณสารประกอบฟนอลิกท้ังหมดและปริมาณสารตานอนุมลู อสิ ระมีความสัมพันธก ันคอื เมื่อเพิม่ ปริมาณนาํ้ ใบบัวหลวงสารท้ังสองจะมีปริมาณเพ่ิมข้ึนโดยกัมม่ีเยลลี่จากนํ้าใบบัวหลวงรอยละ 100 มีปริมาณสูงสุดเทากับรอยละ 32.มิลลิกรัมของกรดแกลลิคตอ100 กรัม และรอยละ 54.67 ตามลําดับ (ตารางท่ี2) สอดคลองกับงานวิจัยของ Park et al (2007) และ Choe et al (2010) ท่ีพบวาใบบัวมีสารประกอบฟนอลิกและสารตานอนมุ ูลอิสระ 101
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีตารางท่ี 2 คา ความเปนกรด-ดา ง, ปรมิ าณกรดท่ีไตเตรทได, ปรมิ าณของแข็งท่ลี ะลายน้าํ ได, ปรมิ าณกรดฟน อลิกทั้งหมด และ ปรมิ าณสารตานอนมุ ูลอิสระดวยวธิ ี DPPH ของกัมมี่เยลลจ่ี ากน้ําใบบวั หลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 and 100น้ําผงใบบัวหลวง คาความเปน ปรมิ าณกรด ปริมาณของแขง็ ปรมิ าณกรดฟนอลกิ ปรมิ าณสารตา นอนุมูล(รอยละ) กรด-ดา ง* ทไ่ี ตเตรท ทีล่ ะลายนาํ้ ทงั้ หมด* อสิ ระดว ยวธิ ี DPPH* ได* (รอ ยละ) ได* (รอยละ) (มิลลิกรมั ของกรด (รอยละของการ 52.51e แกลลิคตอ 100 กรมั ) ยบั ย้งั ) 5.22d 0.63a 24.08d 34.67e0 5.25c 0.51b 53.15d 25.47d 41.39d25 5.27c 0.37c 54.67c 27.79c 46.77c50 5.32b 0.23d 55.32b 29.82b 48.33b75 5.52a 0.23d 55.92a 32.10a 54.67a100หมายเหตุ *= มคี วามแตกตา งกนั ทางสถติ ทิ ี่ระดับความเชอ่ื ม่นั รอ ยละ 95 คาเฉลี่ยในแนวต้ังท่ีตามดวยตัวอักษรที่แตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉล่ีย โดยวธิ ี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT) การประเมนิ คุณภาพดานประสาทสัมผสั พบวาผทู ดสอบชิมใหค ะแนนกมั มเี่ ยลลีจ่ ากนํ้าใบบวั หลวงทกุ ความเขมขนไมแตกตา งกนั อยางไรก็ตามคะแนนดานสีของกมั มเ่ี ยลล่ีจากนํา้ ใบบวั หลวงรอยละ 25 มีคะแนนมากที่สุด โดยมีคะแนนดานรสชาติ เน้ือสัมผัส และความชอบโดยรวมไมแ ตกตางจากชดุ ควบคมุ (ตารางที่ 3)ตารางที่ 3 ลักษณะทางประสาทสัมผัสของกัมมีเ่ ยลล่ีจากน้าํ ใบบัวหลวงรอยละ 0, 25, 50, 75 and 100 น้ําผงใบบวั หลวง ลักษณะทางประสาทสมั ผสั (รอยละ) สี* กล่ินns รสชาตnิ s เนอ้ื สัมผัส* ความชอบ โดยรวมns 0 6.67ab 7.03 7.20 7.40a 7.30 25 7.00a 6.93 7.23 7.33a 50 6.63ab 7.17 7.07 6.77c 7.30 75 100 6.63ab 6.93 7.13 7.30a 6.93 6.50c 6.60 6.97 7.10ab 6.93 7.13หมายเหตุ ns = ไมมคี วามแตกตางกันทางสถติ ิ *= มคี วามแตกตางกนั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั ความเช่ือมน่ั รอ ยละ 95 คาเฉล่ียในแนวตั้งท่ีตามดวยตัวอักษรที่แตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉล่ีย โดยวิธี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT) 102
การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปนพชื เศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี สรปุ ผลการทดลอง การพฒั นาผลติ ภัณฑกมั ม่ีเยลลี่จากใบบัวหลวงพบวาผลิตภัณฑกัมมี่เยลลี่จากน้ําผงใบบัวหลวงรอยละ100 มีคาความแข็ง คาความคงตัวภายในเจล คาความเปนกรด-ดาง (pH) ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ําได ปริมาณสารประกอบฟนอลิก และฤทธ์ิตานอนมุ ูลอสิ ระ มีปรมิ าณมากทส่ี ุด โดยมีคุณภาพทางประสาทสัมผสั ไมแ ตกตางจากผลติ ภณั ฑก ัมม่ีเยลล่ีที่ไมไดใสนํ้าผงใบบัวหลวง คาํ ขอบคุณโครงการวจิ ัยน้ีไดรับการสนบั สนุนจาก คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี และพิพิธภณั ฑบ ัว เอกสารอางอิงชดิ ชนก ชมพฤกษ. 2542. พชื สมุนไพร. สาํ นักพมิ พม ตชิ น. กรงุ เทพฯ.วไิ ลพร ปองเพียร. 2551. การศกึ ษาคุณสมบัตขิ องสารตานอนุมูลอสิ ระและสารประกอบฟน อลกิ ทงั้ หมดในฟกแมว. ปญหา พิเศษปรญิ ญาตรี, มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ. 42 หนา.บังอร วงศรกั และศิริลักษณ ปย สุวรรณ. 2549. ฤทธิต์ านอนมุ ูลอสิ ระของผกั พนื้ บาน.วทิ ยานิพนธมหาบัณฑิต. มหาวทิ ยาลยั มหิดล.AOAC. 2000. Association of Official Analytical Chemists, Official Methods of Analysis. 17thed. MD.USA:AOAC International. Guitersburg.Chiang, P. Y. and Y. Y. Luo. 2007. Effect of pressurized cooking on the relationship between the chemical compositions and texture changes of lotus root (Nelumbonucifera Gaertn). Food Chemistry. 105; 480−484.Choe, J. H., Jang, A., Choi, J. H., Choi, Y. S., Han, D. J., Kim, H. Y. Lee, M. A., H. W. Kim and C. J. Kim. 2010. Antioxidant activities of lotus leaf (Nelumbo nucifera) and barley leaf (Hordeun vulgare) extracts. Food Science and Biotechnology. 19; 831−836.Hertog, M.G.L. 1994. Flavonoids and flavones in foods and their relation with cancer and coronary heart disease risk. Ph. D. Thesis. Bilthoven/Niederlande.Park, C. H., Hur, J. M., K. S. Song. and J. C. Park. 2007. Phenolic compounds from the leaf of Nelumbo nucifera showing DPPH radical scavenging effect. Korean Journal of Pharmacognosy. 38. 263−269.Segnini, S., Pedreschi, F. and Dejmek, P. 2004. Volume measurement method of potato chips. International Journal Of Food Properties, 7(1): 37–44.Sridhar, K. R. and R. Bhat. 2007. Lotus—A potential nutraceutical source. Journal of Agricultural Technology. 3; 143−155. 103
การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปน พืชเศรษฐกจิ ครั้งท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี การพัฒนาสื่อวีดทิ ัศนเ พื่อการเผยแพรส ําหรบั ผพู กิ ารทางการไดย ินเรอ่ื งความรเู ก่ยี วกับการปลูกบวั The Development of Video Program for The Deaf in Lotus Cultivation ยุวยง อนุมานราชธน Yuvayong Anumanrajadhon เทคโนโลยกี ารถายภาพและภายนตร คณะเทคโนโลยีสอื่ สารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี Photography and Cinematography Mass Communication Technology Technology Rajamangala University of Technology Thanyaburi Abstract The purpose of this study was develop video program in content of how tocultivation of Lotus. Narrative by sigh language for deft person by compare the leaningachievement from video program. The Samples was twenty-four student of high school years at 5 from Setsatian fordeaf Bangkok. The research instruments were an achievement test from video program. A pretestand posttest was used to test the leaning achievement. Data were analyzed by arithmeticmean and standard deviation. The result of this study indicated that. The leaning achievement of students afterstudied from video program was higher than before learningKeywords : Video program, The Deaf, Lotus Cultivation บทคดั ยอ การวิจยั คร้ังนี้ มีวตั ถปุ ระสงคเ พ่อื พฒั นารายการวดี ทิ ศั นเ พอื่ การศึกษา เร่ืองการปลูกและขยายพันธุบัวเพ่ือใชเปนส่ือการสอนสําหรับผูบกพรองทางการไดยินและบุคคลทั่วไป โดยทําการเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น กอนเรียนและหลังเรียนจากรายการวีดิทศั นท ี่ใชก ารบรรยายดวยภาษามือ กลุมประชากรท่ีใชในการวิจัยเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ กรุงเทพมหานคร ในภาคการศึกษาท่ี 2/2557 เคร่ืองมือท่ีใชในการวิจัยประกอบดวย รายการวีดิทศั นเพื่อการศึกษาท่ีใชการบรรยายดวยภาษามือ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ฉบับละ 30 ขอสถติ ิทใ่ี ช คือ คา เฉลย่ี และสวนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา นักเรียนที่เรียนจากรายการวีดิทัศนเพื่อการศึกษาท่ีใชเสียงบรรยายดวยภาษามือเรือ่ งการปลกู และขยายพันธบุ วั มีความเขา ใจและมีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นสูงกวา กอนเรียนคําสําคัญ : สื่อวีดทิ ัศน ผูพิการทางการไดย ิน การปลกู บวั ๑๐๔
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเปนพืชเศรษฐกิจ ครั้งท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบัว วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบวั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี บทนาํ ส่ือวีดิทัศนเปนสื่อมวลชนประเภทหนึ่งท่ีมีบทบาทและมีอิทธิพลตอการใหขาวสาร ความรู ความคิดตลอดจนสรางความรูสึกทาํ ใหผูชมเกิดอารมณค ลอยตาม จงึ เปน สอ่ื ทม่ี ีผลตอการโนมนาว ชักจูงและชวนเช่ือสูงทําใหผูชมยอมรับตอส่ิงที่ไดเห็นและไดยิน โดยไมมีขอโตแยงสงสัย ซ่ึงจะขึ้นอยูกับเปาหมายและแนวทางของผูสรางสื่อวีดิทัศนเปนสําคัญ ส่ือวีดิทัศน เพ่ือการศึกษาเปนวิธีการประเภทหน่ึง เพื่อมุงหวังที่จะทําใหเกิดการถา ยทอดความรู ความเขาใจ ในเนอื้ หาใด เนือ้ หาหนึง่ ออกมาในรูปแบบของภาพเคลอ่ื นไหว และใชเปนส่ือการสอนใหกบั ผเู รียนและมผี ลตอการเรียนรูทส่ี ําคญั หลายประการ เหตผุ ลดังกลาวผูวิจัย จึงไดนําเนื้อหาท่ีเกี่ยวของกับการ การปลูกและขยายพันธุบัวมาผลิตและนําเสนอเปนรายการวีดิทัศนใหกับผูพิการทางการไดยินและบุคคลทั่วไป โดยไดทําการศึกษาจากเนื้อหาของรายการจากผูเช่ียวชาญและเพื่อเปนฐานขอมูลเกี่ยวกับการปลกู บัว การผลิตรายการวีดิทัศน เพื่อการศึกษาเปนการวิจัยท่ีมีความสําคัญตอการพัฒนาทรัพยากรมนุษย ในการสรางกระบวนการเรียนรู ตลอดจนสามารถนํามาแกไขปญหาของการเรียนรูและกอใหเกิดความรูใหมอีกทางหน่ึงดวย ในการผลิตส่ือตางๆ ผูผลิตมุงเพ่ือสนองกลุมคนหูปกติมากกวา การสื่อสารเพ่ือคนหูหนวกโดยเฉพาะจะมีนอยมาก รวมทั้งส่ือโทรทัศนที่เปนสื่อท่ีคนหูหนวกใหความนิยมในการเปดรับมากกวาสื่ออื่นๆดวย การที่คนหูหนวกนิยมเปดรับสื่อโทรทัศนน้ันก็เน่ืองจากวา แมหูจะไมไดยินเสียงแตยังรับชมไดดวยตาซ่ึงเปนประสาทนําท่ีเหลืออยู ซึ่งโดยธรรมชาติเมื่อประสาทนําอยางใด อยางหนึ่งเสียไป ประสาทนําท่ียังเหลือก็ตองทําหนาที่แทนและทํามากข้ึนดวย (ศรียา, 2548) อีกทั้งคนหูหนวกเองไมสามารถไดยินเสียง ทําใหการเรียนรูจากการที่ตนเองมีปฏิกิริยาตอส่ิงแวดลอมหรือประสบการณตรง (Direct Experience) นั้นมีนอยมากจึงจําเปนตองอาศัยประสบการณตรง (Indirect Experience) เขาชวย ซ่ึงประสบการณออมนี้สวนใหญไดมางายจากการเรียนรูจากสื่อท่ีมีภาพ โดยเฉพาะอยางยิ่ง สื่อโทรทัศน (กาญจนา, 2514) ดังน้ันการเปดรับสื่อโดยการชมโทรทัศนจึงเปนทางเลือกหนึ่งในจํานวนนอยท่ีนอยคนหูหนวกสามารถเปดรับและมีประสบการณกับส่งิ แวดลอ มได บัว เปนพืชพื้นเมืองท่ีเก่ียวของกับชีวิตของคนไทยมาชานาน มีคนไทยจํานวนไมมากนักท่ีจะสามารถบอกความแตกตางหรือรายละเอียด ของบัวไดอยางชัดเจน ถึงประเภทหรือชนิดของบัว ซ่ึงแมในตางประเทศเอง คนสวนใหญไมสามารถแยกแยะบัวหลวงหรือบัวสายไดจนเปนความสับสนในการเรียกชื่อบัวอยูเสมอ บัวไมใชพืชท่ีปลูกและขยายพันธุยากจนเกินไป ถาไดเรียนรูชนิดของบัว ตลอดจนนิสัยและส่ิงที่บัวตองการ จึงจะสามารถปลูกบัวไดอยา งสวยงาม คุม คาแกการลงทนุ สามารถหารายไดแ ละเปนพชื เศรษฐกจิ ทีส่ าํ คัญไดอกี ดว ย บัว หมายถึงพืชนํ้าชนิดหน่ึง ที่มีขนาดใหญและมีดอกสวยงาม ไมมีคําแปลเปนภาษาอังกฤษ เพราบัวถกู จดั แบง ออกเปนสองสายพันธุ ไดแ ก บวั หลวง และบัวสาย บัวหลวง หรือ Lotus เปนบัวท่ีคนไทยรูจักกันเปนอยางดี เพราะเก่ียวของกับวิถีชีวิตของคนไทยมาชานาน บัวหลวงสามารถจาํ แนกทางพฤกษศาสตร มีอยูเ พยี งสกุลเดยี ว และมีอยูเพียงสองชนิดเทานั้น คือ บัวหลวงทวีปเอเชีย และทวีป ๑๐๕
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พชื เศรษฐกจิ คร้งั ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรีอเมริกา บัวหลวงสามารถแบง ไดต ามสี มสี ีขาว และสีชมพู หากดูตามรูปเกาของดอก จะเห็นวามีกลีบดอกนอยและอกี พวกหนึง่ มกี ลีบดอกซอ นกนั จํานวนมาก จึงนิยมกลาวกันวาบัวหลวงไทยมีสี่แบบ ถาเปนสีชมพูจะมีกลีบดอกนอย จะเรียกวา ปทุม หรือ ปทมา ถามีกลีบดอกสีขาว จะเรียกวา บุณฑริก สวนพันธุท่ีมีดอกสีชมพู กลีบดอกซอนกันมาก เรียกวาสัตตบงกช และพันธุที่มีดอกสีขาวมีกลีบซอนมาก เรียกวาสัตตบุษย บัวหลวงจะมีใบทมี่ ีลกั ษณะกลม ไมม ีรอยเปดบนตวั ใบ ดานบนของใบมีลกั ษณะคลา ยกํามะหยี่ ทําใหตัวใบไมเปยกน้ํา ดานใบมีหนามเล็กๆ และคมแข็ง เม่ือโตเต็มท่ีใบจะยกเหนือน้ํา ดอกจะมีการชูเหนือนํ้าเสมอ เม่ือกลีบดอกรวงหลน จะสังเกตเห็นฝก คลายกลายหงายขนึ้ อยา งชัดเจน ภายในฝกจะพบเมลด็ บวั ฝง ตัวเปนจํานวนมาก เมล็ดหรือผลบัวสมารถนําไปเปนอาหารไดอยางดี มีสรรพคุณใชทํายา ลําตนที่อยูใตดิน เรียกวา เหงา หรือราก ในชวงท่ีบัวมีการสะสมอาหาร รากหรอื เหงา จะมขี นาดใหญสามารถใชท ําเปน อาหารคาวหวานได บวั สาย หรอื Waterlily เปนบัวทจ่ี ัดเปน กลุมใหญม สี มาชิกหลายสกุลและบางกลมุ ก็มีอยูหลายชนิดดวย เชน Victoria นิยมเรียกเปนภาษาไทยวา “บัวกระดง” มีกําเนิดในทวีปอเมริกาใต มีอยู 2 ชนิด ลักษณะเดน ของบัวชนิดน้ี คือ มีใบขนาดใหญมาก ประมาณ 2 เมตร ชอบใบยกต้ังขึ้น จึงมีลักษณะคลายกระดงฝดขาวดอกมีขนาดใหญประมาณ 30 เซนติเมตร สามารถเปล่ียนสีได จากเมื่อเริ่มบานเปนสีขาว และในวันตอมาจะกลายเปน สชี มพู ดอกบานกลางคืน มหี นามแหลมคมในแทบทกุ สว น ยกเวนบนหนาใบ Euryale หรือ บัวจาน มีลักษณะคลายบัวกระดง แตขอบใบไมยกต้ัง มีดอกขนาดเล็ก สีฟา – ครามบานกลางวัน มีหนามแหลมคม เชนเดียวกับบัวกระดง ในทุกสวนของพืชรวมท้ังดานบนของใบ พบไดในประเทศจนี และอนิ เดยี Nuphar หรือ yellow pond lily มีช่ือเรียกในภาษาไทยวา “บัวญ่ีปุน” เพราะตนที่ปลูกเลี้ยงกันมาจากประเทศญี่ปุน ปกติแลวจัดวาเปนไมในเขตหนาว แตสามารถเจริญไดดีในประเทศไทย โดยท่ัวไปมีใบรูปปลูกศร ดอกตมู มีรปู กลม ดอกบานสว นใหญเ ปนสีเหลืองสด แตแทจริงแลวเปนสีของกลีบเล้ียง สวนกลีบดอกมีขนาดเล็กมาก เปนบวั ทีน่ ิยมใชป ลกู เพ่อื จดั สวน หรือตปู ลาเทา นั้น เพราะดอกสวยสูบัวสกุลอืน่ ไมได Nymphaea หรือ บัวสาย เปนบัวท่ีมีขนาดใหญ รูปทรงและสีสันสวยงามมาก จึงไดรับความนิยมใชปลกู เปน ไมประดับ เปน ท่ีแพรหลายกันทว่ั โลก ปจ จุบันไดม กี ารจาํ แนกบวั ในสกุลนี้ออกเปน 5 กลุมใหญๆ (บางตําราอาจแยกไดเ ปน 6 กลมุ ) 1. บัวยักษออสเตรเลีย เปนบัวที่มีดอกขนาดใหญที่สุดในกลุม บางชนิดมีใบขนาด 60 -70 เซนติเมตรมดี อกขนาดใหญ กานชดู อก ชพู น น้าํ สูงมากถึง 50 เซนตเิ มตร กลบี ดอกกวา ง มหี ลายสี เชน ขาว ฟา ชมพู มว งทุกชนิดมีกานชูเกสร ตัวผูเสนเล็กละเอียดสีเหลือง และมีจํานวนหลายรอยกาน ดอกบานกลางวัน หลายชนิดสามารถบานไดใ นทวปี ออสเตรเลยี ตอนบน 2. บัวสายบานกลางวันเขตรอน เปนบัวที่มีจํานวนชนิดมากท่ีสุด มีถ่ินกําเนิดในเขตรอน อาจพบในทวปี อาฟรกิ า เอเชีย และอเมริกา มีกลีบดอกคอนขางยาวเรียว ปลายกลีบแหลม มีหลายสีมาก แตสวนใหญในธรรมชาติจะเปนสีขาว ฟาคราม และสีมวง มีขนาดแตกตางกันมากแลวแตชนิด กานดอกชูพนนํ้า 20 – 30 ๑๐๖
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีเซนตเิ มตร ขอบใบมกั มรี อยหยกั ไมเปน ระเบยี บ มกี ารเจรญิ เติบโตในแนวดง่ิ บางชนดิ ผลิตหัวงาย พันธุพื้นเมืองของไทยทพ่ี บอยไู ดแ ก บัวผนั บวั เผือ่ น และบวั ขาบ จึงทาํ ใหบางครง้ั บวั ในกลุม น้ถี กู เรยี กรวมๆ กันวา บวั ผนั 3. บัวสายบานกลางคืนเขตรอน บัวกลุมน้ีถูกพบทั่วไปในเขตรอน เชน ทวีปเอเชีย อาฟริกา และออสเตรเลีย สวนในยุโรปพบในประเทศฮังการีเทานั้นเปนดอกบัวที่เร่ิมบานหลังมืดสนิทและจะบานไปจนถึงเชาวันรุงข้ึนและจะคอยๆ หุบเมื่อแดดจัดหรือในตอนสาย จัดวาเปนบัวขนาดใหญ ดอกชูสูงพนนํ้าคลายกลุมบานกลางวัน มีกานชูเกสรตัวผูขนาดใหญแข็งแรง มีลักษณะแบนกวาง ดอกมีอยู 3 สี ขาว ชมพู และแดง มีใบใหญ สวนใหญขอบมีรอยหยักแหลมเปนระเบียบคลายผันเรื่อย หลังใบมีเสนใบหนานูน มีการเจริญเติบโตในแนวดิ่ง ขยายพันธุงายทั้งการแยกหัวและเพาะเมล็ด ในประเทศไทยนิยมบริโภคกานชูดอกเปนผัก หรือประกอบอาหาร จงึ มชี ่ือเรียกแบบไทยวา “บวั กนิ สาย” 4. บัวสายบานกลางคืนอเมริกา เปนกลุมบัวท่ีพบในอเมริกากลางและอเมริกาใตเปนสวนใหญ ทุกชนิดจะมีอายุการบานของดอกส้ันมาก คือประมาณ 2 – 3 ช่ัวโมงหลังมืด หรืออาจบานใกลเท่ียงคืน จึงเปนกลุมที่ไมไดความนิยมในการปลูกเพ่ือชมดอก สวนใหญสีของดอกจะเปนสีขาว หรือขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอมฉุนเมอ่ื บาน มกี ารเจรญิ เตบิ โตในแนวดง่ิ เปน บวั ท่ขี ยายพนั ธุงา ยทง้ั จากเมลด็ หรือการสรา งตนใหมบนดอก 5. บวั สายยืนตนหรอื บวั ฝร่งั เหตุท่ีฝร่ังเรียกบัวชนิดนี้วาบัวยืนตนเนื่องจากบัวในกลุมน้ีสามารถอยูขามฤดูหนาวในเขตหนาวใต ในขณะท่ีบัวกลุมอื่นจะตายหมด เพราะเปนบัวท่ีมีถิ่นกําเนิดในเขตอบอุนหรือเขตหนาว คนไทยจึงนิยมเรียกวาบัวฝรั่ง ซึ่งมีใบท่ีเล็กกวาบัวในกลุมอ่ืนๆ และสวนใหญมีรูปรางคอนขางกลม ขอบใบไมมีรอยหยัก สวนใหญดอกจะลอยอยูผิวนํ้า หรือชูโผลพนนํ้าเพียงเล็กนอย บัวในกลุมน้ีมีดอกอยู 5 สี ขาวชมพู แดง สม และเหลอื ง และมีลักษณะปอ มรูปถวย โดยปกติจะมีการเจริญเติบโตในแนวนอน มีเหงาเจริญไปตามผวิ ดนิ และแตกตน ออนตามขอ วตั ถุประสงคของการวิจยั เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กอนเรียนและหลังเรียนโดยการเรียนจากรายการวีดิทัศน ท่ีใชการบรรยายดวยภาษามือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภกรุงเทพมหานคร วิธีดาํ เนนิ การวิจัย 1. ประชากรที่ใชในการศึกษาเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถมั ภก รุงเทพมหานคร จาํ นวน 24 คน ในภาคการศึกษาท่ี 2/2557 โดยเกบ็ ขอ มูลจากประชากรทงั้ หมด 2. เครื่องมือท่ีใชในการวิจัย ประกอบดวย รายการวีดิทัศนเพื่อการศึกษาแหงความรูเกี่ยวกับการปลูกบวั 3. เครื่องมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูล คือ แบบทดสอบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่องความรูเกี่ยวกบั การปลกู บัว กอ นเรยี นและหลงั เรยี นฉบับละ 30 ขอ 4. การเกบ็ รวบรวมขอ มูล ๑๐๗
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พชื เศรษฐกิจ คร้ังท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี ผวู ิจัยไดด าํ เนนิ การเก็บรวบรวมขอ มลู ตามลาํ ดับ ดงั ตอไปน้ี 4.1 ทดสอบกอ นเรยี นกบั ประชากรทง้ั หมด ดวยแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธ์ิของการเรียนและบนั ทกึ ผลการสอบไว สําหรับการวเิ คราะหขอมูล 4.2 ดาํ เนินการทดสอบโดยใหผเู รียน เรยี นจากรายการวดี ทิ ัศน ความยาว 28 นาที 4.3 เมือ่ สิ้นสดุ การทดสอบไดดําเนนิ การทดสอบหลงั เรียน กับกลุมประชากรทงั้ หมด ดว ยแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น ทาํ การตรวจคําตอบและบนั ทึกผลเพ่อื นําไป วิเคราะหขอมลู 5. การวเิ คราะหข อมลู การวิเคราะหขอมูลในการวิจัยในครั้งนี้ ผูวิจัยไดทําการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกอนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่ไดรับการสอนโดยการใชรายการวีดิทัศนเพื่อการศึกษาท่ีบรรยายดวยภาษามอื โดยการใชค า เฉลย่ี และวเิ คราะหผล ผลการวจิ ัย การวิเคราะหครงั้ น้เี ปน การวจิ ยั ก่ึงทดลอง เพอ่ื เปรียบเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรียนและหลังเรียน ดวยวีดิทัศนเพ่ือการศึกษา ท่ีใชบรรยายดวยภาษามือ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถมั ภ กรุงเทพมหานคร ผลการวเิ คราะหข อมลู มีดงั น้ี ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ดวยรายการวีดิทัศนเพื่อการศึกษาเร่ืองความรูเกี่ยวกับการปลูกบัว กอนเรยี น และหลงั เรยี น จากรายการวีดทิ ัศน ดงั ตารางท่ี 1ตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน กอนเรียนและหลังเรียนดวยรายการวีดิ ทศั นท ีใ่ ชภาษามือ กลมุ X� SDกอ นเรียน 24 17.44 3.16หลงั เรียน 24 24.56 2.99 จากตารางพบวาความเขาใจในเนื้อหาของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 มีบกพรองทางการไดยิน ดวยรายการวีดิทัศน เร่ืองความรูเก่ียวกับการปลูกบัว กอนเรียนไดคาเฉลี่ย 17.44 และหลังเรียนไดคาเฉลี่ย 24.56สรุปไดว านกั เรยี นมีความเขา ใจในเนอื้ หาหลงั เรียนสูงกวา กอนเรียน อภปิ รายผล จากผลการวิจัยพบวานักเรียนที่รับการสอนโดยเรียนจากรายการวีดิทัศนเพ่ือการศึกษาทีมีการบรรยายดว ยภาษามอื มีความเขาใจสูงกวากอนเรียน ซึ่งเปนไปตามสมมุติฐานท่ีต้ังไว ซ่ึงสอดคลองกับ กิดานันท(2540) ท่กี ลาวไววา ภาพเปน ส่ิงทม่ี คี วามสาํ คัญ เชนเดียวกับภาษาพูดแลภาษาเขียน เนื่องจากสามารถใชในการสอื่ สารและส่อื ความหมายไดเ ปนอยา งดี และมคี วามเปนรูปธรรมท่ีสามารถอธิบายความหมายไดในตัวเอง หรือชวยอธิบายประกอบสง่ิ ทเ่ี ปนนามธรรมใหกระจางชดั ดียิง่ ข้นึ ดวย ๑๐๘
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปน พืชเศรษฐกจิ คร้งั ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี ท้ังนี้ จากการสังเกตระหวางทําการสอนดวยรายการวีดิทัศนเพ่ือการศึกษา พบวานักเรียนมีความสนใจรายการวีดทิ ัศนเพื่อการศึกษาเปนอยางดี แสดงใหเห็นวาการบรรยายดวยภาษามือ ทําใหงายตอความเขาใจไดดียิ่งขึ้น จากการวิจัยคร้ังน้ี ผูวิจัยไดขอสังเกตวาเด็กที่บกพรองทางการไดยิน สามารถท่ีจะเรียนรูไดเทากับคนสว นใหญท ่มี ปี ระสาทรบั รไู ดยินโดยทั่วไป ซึ่งสอดคลองกับ มยุรา (2548) เนื่องจากการเรียนของเด็กท่ีบกพรองทางการไดยิน ตองใชประสาทตาเปนสวนใหญในการรับรู ดังน้ัน การใชสื่อการสอนที่มีภาพภาษามือประกอบจึงเปนส่ิงที่สําคัญอยางยิ่ง เพราะภาพภาษามือ จะเปนตัวเชื่อมโยง ระหวางภาษาและความหมายของคําและภาษา ซ่ึงจะเปนสวนท่ีสําคัญที่นักการศึกษา หรือผูที่เกี่ยวของดานความบกพรองทางการไดยินตองชวยกันพัฒนาส่ือการสอนที่มีคําบรรยายดวยภาษามือ ใหมีประสิทธิภาพและมีมากขึ้น และมีความเหมาะสมกับระดับการเรยี นรขู องเดก็ ตามสภาพความเปน จรงิ สรุปการวจิ ยั ผลการวิจัยปรากฏวา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากรายการวีดิทัศนเพ่ือการศึกษาท่ีใชการบรรยายดวยภาษามือ เปนการสื่อการเรยี นการสอนหลงั เรยี นสูงกวากอนเรียน ขอ เสนอแนะ ความยาวของรายการวีดิทัศนท่ีมีเน้ือหาจัดทํามากเกินไป อาจทําใหความสนใจของผูชมที่มีความบกพรองทางการไดยิน ลดลงดวยเนื้อหาท่ีมาก ควรมีรายการวีดิทัศนใหเปนตอน จะทําใหความสนใจของผูชมท่ีบกพรองทางการไดยิน มีสมาธิและมีความจําเนื้อหาไดงายขึ้น เนื่องจากผูบกพรองทางการไดยิน ตองอาศัยประสาทการเรียนรดู วยตาเปนหลักอาจทาํ ใหม ีความเหน่ือยลาจากาการใชประสาทตามากจนเกินไปเน่ืองจากผูบกพรองทางการไดยิน ยังขาดทักษะในดานการอาน ทําใหการทําแบบทดสอบมีอุปสรรค การทําความเขาใจขอคําถาม ตอ งใหผเู ช่ยี วชาญดา นภาษามอื แปลคําถาม นักเรียนจงึ จะสามารถเขา ใจได บรรณานกุ รมกาญจนา ตันตินันท. 2514. การใชโสตทัศนูปกรณ โรงเรียนสอนคนหูหนวก. วิทยานิพนธปรัชญามหาบัณฑิต จฬุ าลงกรณวทิ ยาลัย.กดิ านันท มลทิ อง. 2540. เทคโนโลยกี ารศึกษารว มสมยั กรุงเทพมหานคร. เอด็ สันเพรสโพรดักส จํากัด.ณ ณพชัย ชาญศิป.______. คูมือการปลูกดูแลรักษาและเทคนิคการผสมพันธุบัวประดับ. เอกสารเผยแพร สถาบันวิจัยและถายทอดเทคโนโลยี คณะเกษตรศาสตรและทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก.มยุรา มณีวงค. 2548. ผลของการใชภาพสองภาษาท่ีมีตอการเขาใจคําศัพท ของนักเรียนหูหนวก ช้ันประถมป ที่ 1 โรงเรียนโสตศึกษา จ.นครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ ปรัชญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต สุโขทัย ธรรมธิราช.ศรียา นิยมธรรม. 2548. การศกึ ษาพิเศษ. กรงุ เทพฯ. พัฒนาศึกษา. ๑๐๙
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกจิ ครง้ั ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี ปรมิ าณสารประกอบฟนอลิกและสารตา นอนุมลู อสิ ระของคกุ กีเ้ สรมิ ผงใบบวั หลวง The total polyphenol content and antioxidant capacity of cookies with lotus (Nelumbo nucifera Gaertn) leaf powder อนิ ทริ า ลจิ ันทรพร1, ภรู นิ ทร อัครกลุ ธร2, นพรัตน ปานสอาด1, และวยี ณา สวยทอง1 Intira Lichanporn1, Purin Akkarakultron2, , Noparat Pansaoad1, and Weyana Saetong11สาขาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (ศูนยรงั สติ ) เลขที่ 2 ถนนพหลโยธนิ 87 ซอย 2 ตาํ บลประชาธปิ ต ย อาํ เภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี 121302พิพธิ ภัณฑบ ัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธญั บรุ ี เลขที่ 39 หมู 1 ถนนรงั สติ -นครนายก ต.คลองหก อ.ธญั บรุ ี ปทมุ ธานี 12110 Abstract This research aimed to investigate the total polyphenol content and antioxidant capacity ofcookies with lotus leaf powder by adding lotus leaf powder 0 (control), 1, 4, 7 and 11% concentration inwheat flour. The addition of lotus leaves powder in cookies resulted in a decreased spread ratio and L *values. Moisture of cookies with lotus leaf powder at all concentrations had increased values in overalltrend from the control. Cookies with lotus leaf powder supplementation at 11% had higher total phenoliccompounds and antioxidant content than cookies with lotus leaf powder at 0, 1, 4 and 7% respectively.Sensory evaluation indicated that cookies with lotus leaves power at 11% received the lowest sensoryscores for color, odor, taste, texture and overall acceptability because of the bitterness of lotus leaves.The cookies with lotus leaves powder at 4% had the highest overall acceptability and indicated that totalphenol content and antioxidant capacity was higher than that of the control.Keywords: Lotus leaf power, antioxidant, cookies บทคดั ยอ งานวิจัยนมี้ วี ัตถุประสงคเพ่ือศึกษาปริมาณสารประกอบฟนอลิกทั้งหมด และสารตานอนุมูลอิสระของผลิตภัณฑคุกกี้เสรมิ ผงใบบวั หลวง โดยแปรปรมิ าณใบบวั หลวงผงเปนรอยละ 0 (ชุดควบคมุ ) 1 4 7 และ 11 (ของนํา้ หนักแปง) การใสผงใบบัวหลวงในคุกกี้สงผลใหการแผขยายตัวของคุกก้ี และคาความสวาง (L*) ลดลง ความชื้นของผลิตภัณฑคุกกี้ที่เติมผงใบบัวหลวงทุกความเขม ขน มีแนวโนมเพ่มิ ขึ้นมากกวาชุดควบคุม คุกกี้ท่ีเสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีสารประกอบฟนอลิกท้ังหมด และสารตานอนุมูลอิสระสูงกวาคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 0, 1, 4 และ 7 ตามลําดับ การประเมินทางประสาทสัมผัสช้ีใหเห็นวา คุกกเ้ี สริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 ไดรับคะแนนทั้งดานสี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวมตํ่าที่สุด เนื่องจากมีรสขมจากใบบัวหลวง ผลจากการศึกษาพบวาผลิตภัณฑคุกก้ีท่ีเสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 4 มีความชอบโดยรวมมากที่สุดและชใี้ หเหน็ วา มีปริมาณสารประกอบฟนอลลกิ และสารตานอนุมลู อิสระสงู กวาชดุ ควบคมุคําสาํ คญั : ผงใบบวั หลวง สารตา นอนมุ ูลอสิ ระ คุกก้ี1 สาขาวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี1 Division of Food Science and Technology, Faculty of Agricultural Technology, Rajamangala Univerisity of Technology Thanyaburi ๑๑๐
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พชื เศรษฐกิจ ครัง้ ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี คาํ นาํ ประเทศไทยมีการปลูกบัวในเชิงพาณิชยม ากมายในทกุ ภูมิภาค จึงทาํ ใหม ีผลผลติ ออกสูต ลาดอยา งตอเนอื่ ง บัวเปนพชื ทีเ่ พาะปลกู และดูแลรักษางา ย จากการศกึ ษาวิจัยในปจ จบุ นั พบวา ใบบวั หลวงมีสารอลั คาลอยด มฤี ทธิ์ลดความดนั โลหติ สูงยบั ยงั้ การเตนผิดปกตขิ องหัวใจ ลดการบบี ตัวของกลามเนอ้ื หัวใจ มฤี ทธใ์ิ นการลดคลอเรสเตอรอล สารสกดั แอลกอฮอลจ ากใบแหง มผี ลปอ งกนั ไมใหร ะดับคลอเรสตอรอลในเลือดสูง และสาร Nuciferine มฤี ทธใิ์ นการกดประสาทตานการอักเสบ (สมจิตรและคณะ, 2553) คุกก้ีเปนขนมอบชนดิ หนง่ึ ที่มีขนาด รูปราง กลิ่น รส แตกตางกนั ขึน้ อยูกับชนิดของคุกก้แี ตล ะชนิดลักษณะกรอบรว นเปนชิ้นเล็ก ๆ ขนาดพอคาํ หรือหยิบกัดไดส ะดวก มรี สหวาน บางชนดิ ใชพิมพต ัดเปน รปู ตา ง ๆ และตกแตงดวยน้ําตาลอยา งสวยงาม บางชนิดมรี ูปรา ง รสชาติ แตกตา งกันสามารถเกบ็ ไวไ ดน านกวาขนมชนดิ อื่นๆ สวนผสมของคกุ กี้ประกอบดวย แปงสาลี เนย นาํ้ ตาล ไข นม และสว นผสมอ่นื ๆ เชน ผลไมเ ช่อื มแหง เมล็ดผลไม ฯลฯ ซึ่งใหส ารอาหารท่เี ปนประโยชนตอ รา งกาย เพราะแปง และนา้ํ ตาล ใหสารอาหาร คารโบไฮเดรต นมไข ใหสารอาหาร โปรตีน เกลอื แร และไขมันเนยใหส ารอาหาร ไขมันคกุ ก้ที ่นี ิยมใชเ ปน ขนมของขวัญ เพราะเกบ็ ไวไ ดห ลายวัน ทุกวนั นค้ี กุ กี้นิยมใชจดั เลี้ยงในงานโอกาสพิเศษเชน เลย้ี งนา้ํ ชา กาแฟ เพราะเปนขนมทีท่ ําไดงา ย รสชาตอิ รอ ย มีหลายรปู แบบ และสะดวกในการพกพาตดิ ตัว (จติ ธนาและ อรอนงค, 2539) งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาปริมาณสารตานอนุมูลอิสระและสารประกอบฟนอลิกของคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวง อปุ กรณและวิธีการการเตรยี มใบบัวหลวงผง คัดคณุ ภาพใบบัวหลวงสดทมี่ ีอายุอยูในชวง 10-15 วัน หลังจากใบบวั เร่มิ คลจี ากการมว น จากพิพิธภณั ฑบ ัวของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี นาํ มาตัดกา นออก ลา งทําความสะอาด จากนนั้ หั่นเปนชิน้ เลก็ ๆ ขนาด 0.5x1.0เซนติเมตร นําไปอบทีอ่ ุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส นาน 15 ชว่ั โมง (ปริมาณความชื้นไมเกนิ รอยละ 10) แลวนําไปปน ดว ยเครอ่ื งปน ไฟฟา รอนผา นตะแกรงรอนขนาด 212 ไมโครเมตร (No. 70) จะไดผ งใบบัวหลวงศกึ ษาปริมาณสารประกอบฟน อลิก สารตา นอนุมูลอิสระ และคุณภาพตา งๆ ในผลิตภัณฑคุกก้ี นําผงใบบัวหลวงผสมลงในสวนผสมคกุ กีใ้ นปริมาณรอ ยละ 0, 1, 4, 7 และ 11 ของนํา้ หนักแปง ผลติ คุกก้โี ดยใชส ตู รท่ีดดั แปลงมาจากประดิษฐ (2556) โดยผสมแปงสาลี นมผง ใหเขากัน พกั ไว นาํ เนยสด เนยขาว มาการีน ลงไปปน ผสมกับน้ําตาลไอซ่ิง จนสว นผสมขนึ้ ฟู ดวยความเร็วปานกลางประมาณ 10 นาที เตมิ ไขล งไปทลี ะฟอง ตามดวยกลิ่นวานลิ ลา เตมิ แปงสาลี นมผง และผงใบบัวหลวงทเี่ ตรยี มไว โดยใชความเรว็ ต่ําปน ผสมใหเขา กนั จากนัน้ หยอดใหมีขนาด 1 นิว้ บนถาดท่ที าเนยไวแลวนําไปอบท่อี ุณหภมู ิ 180 องศาเซลเซียส เปน เวลา 12-15 นาที นาํ ไปวิเคราะหค ุณภาพของคกุ กีต้ อไปการวิเคราะหคุณภาพของผลิตภณั ฑคกุ ก้ผี งใบบวั หลวง 1. ลกั ษณะปรากฏปรากฏของคกุ กีผ้ งใบบวั หลวง 2. การแผขยายตวั ของคกุ กี้ (%Spread Ratio) (AACC, 1989) 3. การวดั คา สโี ดยนําผลิตภณั ฑคุกกที้ ่ีผสมผงใบบัวหลวงมาวดั คาสดี ว ยเคร่ืองวดั สี Color Reader Minolta รนุCR-10 รายงานคา สีเปนคาความสวาง (L*) 4. การวิเคราะหล กั ษณะเนอื้ สัมผสั โดยใชเคร่อื งวิเคราะหเ นื้อสัมผสั โดยใชห ัววัด Knife Edge Blade ใชแ รงกด 20กรมั เรมิ่ ใหใ บมีดเคลือ่ นทีด่ ว ยความเร็ว 0.3 มิลลิเมตร/วินาที เมอ่ื เคลอื่ นทถี่ ึงคุกกี้ใบมีดจะกดดวยความเรว็ 2.0 มลิ ลเิ มตร/วินาที เปนระยะทาง 20 มลิ ลิเมตร แลวเคล่อื นทีก่ ลบั ขึ้นดวยความเรว็ 10.0 มิลลิเมตร/วนิ าที คาความแขง็ ของคุกก้ีอานไดจากคา แรงตดั ขาดสงู สุด มีหนวยเปนนิวตนั ทําการทดลอง 3 ซาํ้ 5. การวดั คาความชน้ื ตามวิธี AOAC (2000) 6. การวัดปริมาณสารประกอบฟนอลิก ดดั แปลงจาก วไิ ลพร (2551) โดยนาํ คกุ ก้ี 10 กรมั ผสมกับเอทานอลรอยละ 95 ปรมิ าตร 50 มิลลิลติ ร เขยานาน 1 ชัว่ โมง จากนัน้ นาํ ไปกรองดวยกระดาษกรองเบอร 1 ปน เหว่ยี งท่ี 6000 รอบ/นาทีนาน 15 นาที ปเ ปตสว นใสมา 1 มลิ ลลิ ิตร เติม Folin-Ciocalteu reagent ปรมิ าตร 1 มลิ ลิลติ ร .เติม sodium carbonateรอยละ 10 ปริมาตร 2 มิลลลิ ิตร บม ที่อณุ หภูมิ 30 องศาเซลเซยี ส นาน 1 ช่วั โมง และบมท่อี ุณหภูมิ ตูเย็นนาน 1 ช่ัวโมง วัดคา ๑๑๑
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกิจ คร้งั ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรีดูดกลนื แสงดว ยเครื่อง UV spectrophotometer ทีค่ วามยาวคล่นื 760 นาโนเมตร เปรยี บเทยี บผลโดยใชกราฟมาตรฐานของสารละลายกรดแกลลิก 7. สารตานอนมุ ูลอิสระ DPPH ดดั แปลงจาก บังอร และ ศริ ิลกั ษณ (2549) โดยนาํ คกุ กี้ 10 กรัม เติมเอทานอลรอยละ 95 ปริมาตร 50 มลิ ลลิ ติ ร นาํ ไปเขยา นาน 1 ช่ัวโมง กรองดว ยกระดาษกรองเบอร 1 แลว นาํ สวนใสท่ีไดไ ปปน เหวีย่ ง 6000รอบ/นาที เปนระยะเวลา 15 นาที ปเ ปตสวนใส 100 ไมโครลติ ร เตมิ สารละลาย DPPH (2,2-Diphenyl-1-picryhydrazyl)200 ไมโครลิตร เติมเอทานอลจนครบ 3 มิลลลิ ติ ร เขยาใหเขา กัน บมในทีม่ ืดระยะเวลา 30 นาที วดั คาดดู กลนื แสงดวยเครอื่ งสเปกโตรโฟโตมิเตอรท ีค่ วามยาวคลืน่ 515 นาโนเมตร ฤทธ์ิตานออกซิเดช่ันตอ DPPH รายงานในรูปของเปอรเซ็นต (%inhibition) วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design ทดลอง 3 ซ้ํา เปรยี บเทียบความแตกตา งของคาเฉลี่ยโดยใช Duncan’s New Multiple Range Test (DMRT) ทรี่ ะดบั นัยสําคญั 0.05 8. ประเมินคณุ ภาพทางประสาทสมั ผัสของคกุ กี้ โดยวิธี 9-point hedonic scale ประเมนิ ผลในดา นสี กลน่ิรสชาติ เนอื้ สมั ผัส และความชอบโดยรวม โดยใชผทู ดสอบจาํ นวน 30 คน วางแผนการทดลองแบบ RandomizedComplete Block Design ทดลอง 3 ซาํ้ เปรียบเทยี บความแตกตางของคา เฉล่ยี โดยใช Duncan’s New Multiple RangeTest (DMRT) ทรี่ ะดบั นัยสําคญั 0.05 ผลและวจิ ารณ ลักษณะของคุกก้ีมีสีเหลืองนวล แตเมื่อเสริมผงใบบัวหลวงคุกก้ีมีสีเขียวออนจนสีเขียวเขมเมื่อปริมาณของผงใบบัวหลวง (ภาพท่ี 1) คกุ ก้เี สริมผงใบบวั หลวงมกี ารแผข ยายนอยเม่ือเพิ่มปริมาณผงใบบัวหลวงโดยคุกก้ีที่เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ0 มกี ารแผขยายมากที่สุดในขณะที่คุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีการแผขยายนอยท่ีสุดเทากับรอยละ 4.19 เนื่องจากการเสริมผงใบบัวหลวงทําใหของเหลวในคุกก้ีนอยลงแรงตานตอการขยายตัวของคุกกี้ท่ีมีคาเพ่ิมขึ้นจนไมสามารถขยายตัวไดจึงทําใหคุกก้ีท่ีเสริมผงใบบัวหลวงมีการแผขยายนอยลง (ศศิวิมล, 2550) คาความสวางของคุกกี้ในชุดควบคุมมีสีเหลืองนวลจึงมีคา L* มากท่ีสุด เมื่อเสริมผงใบบัวหลวงสงผลใหมีสีเขียวเขมมากขึ้น จึงมีคา L* ลดลง คาความแข็งของผลิตภัณฑคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีคาความแข็งมากท่ีสุดเทากับ 44.60 เน่ืองจากคุกก้ีมีของเหลวในคุกกี้นอยจึงจับตัวกันสงผลใหคาความแข็งเพมิ่ ขึน้ รองลงมาคือคกุ ก้เี สรมิ ผงใบบวั หลวงรอยละ 0 1 4 และ 7 ตามลําดับ (ตารางที่ 1) คาความชื้นของคุกก้ีผงใบบัวหลวงมีคาอยูในชวง 4.36-5.71 และมีแนวโนมเพ่ิมข้ึนโดยคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีความช้ืนมากที่สุดเทากับ5.71 สวนปริมาณฟนอลิกท้ังหมดมีคาเพ่ิมข้ึนเมื่อผงใบบัวหลวงเพิ่มข้ึน คุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 11 มีปริมาณฟนอลิกทั้งหมดสูงท่ีสุดเทากับ 2.45 มิลลิกรัมของกรดแกลลิคตอ 100 กรัม รองลงมาคือคุกก้ีเสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 7, 4, 1และ 0 ตามลาํ ดบั โดยมสี ารประกอบฟน อลิกทัง้ หมดเทากับ 1.64 1.52 0.73 และ0.46 มิลลิกรัมของกรดแกลลิคตอ 100 กรัมตามลําดับ สารตานอนุมูลอิสระน้ันจะสอดคลองกับปริมาณสารประกอบฟนอลิก คือมีปริมาณเพ่ิมขึ้นตามปริมาณท่ีเพิ่มผงใบบวั หลวงในคุกกโ้ี ดยคุกก้เี สรมิ ผงใบบวั หลวงรอ ยละ 11 มปี ริมาณสารตานอนุมลู อสิ ระสงู สดุ เทา กับรอ ยละ 71.05 ในขณะที่คุกก้ีที่ไมเสริมผงใบบัวหลวงมีสารตานอนุมูลอิสระเพียง รอยละ 11.31 (ตารางที่ 2) ท้ังนี้สารตานอนุมูลอิสระ เชน ฟลาโวนอยดแทนนิน คูมาริน และสารประกอบฟนอลิก พบในพืช เชน ผล ใบ เมล็ด สารเหลานี้เปนสารตานอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ(Babbar และคณะ, 2014) ซึ่งในผงใบบัวหลวงมีสารประกอบฟนอลิกอยูจึงมีปริมาณสารตานอนุมูลอิสระดวย จากการประเมนิ คุณภาพทางประสาทสมั ผสั ดานสีพบวาคุกก้ีเสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 4 มีคะแนนดานสีมากที่สุดแตกตางจากคุกกี้ผงใบบัวหลวงรอยละ 0 1 7 และ 11 อยางมีนัยสําคัญ โดยมีกล่ินไมแตกตางจากชุดควบคุม คุกกี้ที่เสริมผงใบบัวหลวงรอยละ 0,1, 4, 7 และ 11 มีคะแนนดานรสชาติ เน้อื สมั ผัส และความชอบโดยรวมไมแตกตางกัน อยางไรก็ตามคุกกี้ที่เสริมผงใบบัวหลวงที่รอ ยละ 4 มีคะแนนความชอบโดยรวมมากที่สดุ (ตารางท่ี 3) สรุปผล การเสริมผงใบบวั หลวงในผลติ ภัณฑค กุ กร้ี อ ยละ 0, 1, 4, 7 และ 11 พบวาการเสรมิ ผงเปลือกผงใบบวั หลวงรอยละ11 มีสีเขยี วเขม มกี ารแผข ยาย และมีคา L* นอยท่ีสุด แตมคี า ความชน้ื ปริมาณฟน อลิกทงั้ หมด และสารยบั ยง้ั อนุมูลอิสระมากกวาคกุ กเ้ี สริมผงใบบัวหลวงรอยละ 0, 1, 4 และ 7 เมื่อประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสพบวาคกุ กเ้ี สรมิ ผงใบบัวหลวงรอยละ 4 คะแนนดานสี และความชอบโดยรวมมากที่สดุ โดยมากกวาคุกกที้ ี่เสรมิ ผงใบบวั หลวงรอยละ 11 ซงึ่ มีรสชาตขิ มจากใบบัวหลวง ๑๑๒
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเปน พืชเศรษฐกิจ คร้งั ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบ ัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี คาํ ขอบคุณ ขอขอบคุณคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ทีไ่ ดสนบั สนนุ งบประมาณในการเสนอผลงานคร้ังน้ี เอกสารอา งอิงAACC. 1983. Approved methods (10th Ed), American Association of Cereal Chemists, St Paul, Minesota,USA.AOAC. 2000. Association of Official Analytical Chemists, Official Methods of Analysis. 17thed. MD.USA:AOAC International. Guitersburg.Babbar, N., Oberoi, H, S., Sandhu, S, K. and Bhargav, V. K., 2014, Influence of different solvents in extraction of phenolic compounds from vegetable residues and their evaluation as natural sources of antioxidants, J Food Sci Technol, 51(10): 2568-2575.จิตธนา แจมเมฆ และ อรอนงค นัยวิกุล. 2539. เบเกอรเ่ี ทคโนโลยีเบื้องตน . พมิ พค รั้งที่ 4. สาํ นกั พิมพ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร, กรงุ เทพฯ. 224 หนา .จริ าพร เพลนิ จติ ต. 2555. Stability of phenolic-acids in subcritical water. สาขาวชิ าเทคโนโลยีการอาหาร มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.บงั อร วงศร ัก และ ศริ ลิ ักษณ ปย สวุ รรณ. 2549. ฤทธ์ิตา นอนมุ ูลอิสระของผักพื้นบาน. วทิ ยานิพนธป ริญญาโท คณะเภสชั ศาสตร มหาวิทยาลยั มหดิ ล.ประดิษฐ คาํ หนองไผ. 2556. เอกสารประกอบการสอนสูตรผลติ เบเกอรเ่ี พื่อการคา คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ีวไิ ลพร ปองเพียร. 2551. การศึกษาคุณสมบตั ขิ องสารตานอนมุ ลู อิสระและสารประกอบฟนอลกิ ทงั้ หมดในฟก แมว. ปญ หา พเิ ศษปริญญาตรี, มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ. 42 หนา .ศศิวมิ ล บญุ ยงิ่ , สนุ ทรี สวุ รรณสิชณน และวรางคณา สมพงษ. 2550. สมบตั ทิ างเคมี และกายภาพของแปงสาคูและผลของการ ใชแปง สาคทู ดแทนแปงสาลีตอคณุ ภาพของคุกกี้ โครงการพเิ ศษปรญิ ญาตรี คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรสมจิตร เนียมสกุล ดวงเพญ็ ปทมดิลก นันทีทิพ ล้ิมเพียรชอบ กรกนก อิงคนนิ ันท ประไพ วงศส นิ คงม่นั และสนุ ันทา ศรโี สภณ 2553 องคประกอบทางเคมีของสว นสกดั ใบบวั หลวงทมี่ ีฤทธ์ลิ ดไขมัน วารสารการแพทยแผนไทยและการแพทย ทางเลือก ปท ี่ 8 ฉบับท่ี 2-3 (พฤษภาคม-ธันวาคม) หนา 170-1780% 1% 4% 7% 11%ภาพท่ี 1. คกุ กี้เสรมิ ผงใบบัวหลวงรอยละ 0 1 4 7และ 11 ๑๑๓
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพชื เศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบัว วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภณั ฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ีตารางที่ 1 การแผขยาย คา L* และคา ความแขง็ ของคกุ กเ้ี สริมผงใบบัวหลวงรอ ยละ 0 1 4 7และ 11 ผงใบบัวหลวง การแผข ยาย* คา ส*ี ( L*) * ความแขง็ * (รอยละ) (รอยละ) 70.83a (นิวตนั ) 0 6.52a 62.30b 18.83e 1 5.51b 47.78c 20.99d 4 5.11c 41.45c 24.62c 7 4.83d 30.80d 34.57b 11 4.19e 44.60aหมายเหตุ ns = ไมม ีความแตกตางกันทางสถติ ิ *= มีความแตกตางกันทางสถิติทร่ี ะดับความเช่อื มั่นรอยละ 95 คาเฉล่ียในแนวต้ังที่ตามดวยตัวอักษรท่ีแตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉลี่ย โดยวิธี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT)ตารางท่ี 2 ความช้นื ปรมิ าณสารประกอบฟนอลกิ ทั้งหมด และปริมาณสารตานอนมุ ลู อิสระดว ยวิธี DPPH ของคกุ กเี้ สริมผงใบ บัวหลวงรอ ยละ 0 1 4 7และ 11 ผงใบบัวหลวง ความชนื้ * ปริมาณกรดฟนอลกิ ทัง้ หมด* ปรมิ าณสารตา นอนมุ ลู อสิ ระ (รอ ยละ) (รอ ยละ) (มลิ ลิกรัมของกรดแกลลคิ ตอ ดวยวธิ ี DPPH* 100 กรัม) (รอยละของการยบั ยงั้ ) 0 4.36c 0.46d 11.31e 1 4.04a 0.73c 39.03d 4 5.49b 1.52b 45.05c 7 4.38c 1.64b 50.25b 11 5.71a 2.45a 71.05aหมายเหตุ *= มีความแตกตา งกันทางสถิติทร่ี ะดับความเชอื่ มน่ั รอยละ 95 คาเฉลี่ยในแนวตั้งท่ีตามดวยตัวอักษรท่ีแตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉลี่ย โดยวธิ ี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT)ตารางท่ี 3 ลกั ษณะทางประสาทสมั ผัสของของคุกกี้เสริมผงใบบัวหลวงรอ ยละ 0 1 4 7และ 11 ผงใบบัวหลวง ลกั ษณะทางประสาทสมั ผัส สี* กล่ิน* รสชาตnิ s เน้อื สัมผสั ns ความชอบ (รอยละ) โดยรวมns 0 6.83b 7.03b 6.76 7.10 6.83 6.23a 6.50a 6.30 6.80 1 7.30c 6.90b 7.03 7.10 6.53 4 6.53a 6.36a 6.40 7.10 7.03 7 5.86a 5.93a 6.13 6.63 6.56 11 6.40หมายเหตุ ns = ไมมคี วามแตกตา งกันทางสถิติ *= มคี วามแตกตา งกันทางสถติ ทิ ี่ระดบั ความเช่อื ม่นั รอ ยละ 95 คาเฉล่ียในแนวตั้งท่ีตามดวยตัวอักษรที่แตกตางกัน มีความแตกตางกันทางสถิติเม่ือเปรียบเทียบคาเฉลี่ย โดยวธิ ี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT) ๑๑๔
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพชื เศรษฐกิจ คร้ังท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ผลของสารสกดั กลบี ดอกบวั หลวงตอ กระบวนการจบั กนิ สง่ิ แปลกปลอมของเม็ดเลอื ดขาว Effect of petal extract of Nelumbo nucifera Gaertn. on phagocytic activity ภทั ราภรณ อุนตวง1 บุหงา ทาวบุตร1 เสาวณีย บัวโทน2 ปยะภรณ รตั นนิลสรวง1* 1คณะเทคนิคการแพทย มหาวทิ ยาลัยเวสเทริ น จังหวดั กาญจนบรุ ี 2ศนู ยวิทยาศาสตรเ พื่อการศกึ ษา รงั สิต จงั หวัดปทุมธานี * ผูรับผดิ ชอบบทความ (Email: [email protected]) บทคัดยอ กลีบดอกบัวหลวงเปนสมุนไพรชนิดหน่ึงที่มีสรรพคุณในการนํามาใชในตําราพ้ืนบานเพ่ือบํารุงรางกายและรักษาโรคตางๆได แตอยางไรก็ตามยังไมมีรายงานการศึกษาท่ีเปนขอมูลสนับสนุนฤทธิ์ของสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงในการกระตุนเซลลท่ีเกี่ยวของในระบบภูมิคุมกัน การศึกษาครั้งน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือทําการศึกษาผลของสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงตอกระบวนการจับกินส่ิงแปลกปลอมของเม็ดเลือดขาว โดยทําการสกัดกลีบดอกบัวหลวงดวยตัวทําละลายเมทานอลในอัตราสวนเทากับ 1:10 จากน้ันทดสอบความเปนพิษของสารสกัดตอเซลลเม็ดเลือดขาวท่ีแยกไดจากคนปกติ โดยวัดรอยละการมีชีวิตของเซลลเม็ดเลือดขาวหลังจากทําการบมกับสารสกัดท่ีระดับความเขมขน 10, 25, 50, 125 และ 250 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตร และนําสารสกัดในระดับความเขมขนท่ีพบวาไมมีความเปนพิษตอเซลลมาทําการทดสอบผลของสารสกัดตอกระบวนการจับกินสิ่งแปลกปลอมของเซลลเม็ดเลือดขาว ตามลําดับ ผลการศึกษาพบวา สารสกัดกลีบดอกบัวหลวงที่ความเขมขน10 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตรไมมีความเปนพิษตอเซลล สวนสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงที่ระดับความเขมขนเทากับ25, 50, 125 และ 250 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตร จะมีผลทําใหรอยละการมีชีวิตของเซลลเม็ดเลือดขาวลดลงอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) เม่ือเปรียบเทียบกับกลุมควบคุม การทดสอบผลของสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงที่ความเขมขนเทากับ 10 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตร ตอการทําหนาท่ีของเซลลเม็ดเลือดขาว พบวามีผลกระตุนใหกระบวนการจับกินสิ่งแปลกปลอมในเซลลเม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงข้ึนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุมควบคุม ผลการศึกษาในคร้ังน้ีจะเปนขอมูลเบื้องตนที่สามารถนําไปใชเปนแนวทางในการพัฒนาผลติ ภณั ฑจ ากสารสกัดกลีบดอกบัวหลวงใหเกิดประโยชนต อไปในอนาคตคําสําคัญ: กลีบดอกบัวหลวง, Nelumbo nucifera Gaertn., เซลลเม็ดเลือดขาว, กระบวนการจับกินสิ่งแปลกปลอม ๑๑๕
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวัวนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี คาํ สั่งมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ท่ี /๒๕๕๘เรื่อง แตง ตง้ั คณะกรรมการอานบทความทางวชิ าการและงานวจิ ัยในโครงการจดั ประชุมวิชาการ “การพฒั นาบวั ใหเ ปน พชื เศรษฐกจิ คร้งั ที่ ๑๒”---------------------------------------- ดวยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไดมอบใหฝายพิพิธภัณฑบัว กองอาคารสถานท่ีจัดโครงการจัดประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ คร้ังท่ี ๑๒” ระหวางวันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม๒๕๕๘ ณ หองประชุมรินลอุบล ชั้น ๑ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พระชันษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โดยมีการสงบทความทางวิชาการและงานวิจัยลงตีพิมพในเอกสารประกอบการประชุม ดังน้ันเพื่อใหการจัดงานเปนไปดวยความเรียบรอย ถูกตอง เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และบรรลุตามวัตถุประสงคอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๗ แหงพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพ.ศ. ๒๕๔๘ จงึ แตง ตัง้ คณะกรรมการฯ ซ่งึ ประกอบดวย บคุ คลดังตอ ไปน้ี1. ผูชว ยศาสตราจารย ดร. ณ นพชัย ชาญศลิ ป ผทู รงคุณวฒุ ิ2. รองศาสตราจารย ดร. นิรนั ดร จนั ทวงศ ผทู รงคุณวฒุ ิ3. ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.บัวทิพย อบุ ลประเสริฐ ผทู รงคณุ วุฒิ4. นายไพรชั ทรงพานชิ ย ผูทรงคุณวุฒิ5. นาวาตรีหญิง ปริมลาภ ชเู กียรตมิ น่ั ผทู รงคุณวฒุ ิ6. ดร. เสาวณีย บวั โทน ผูทรงคุณวุฒิ7. รองศาสตราจารย ดร.จุตรงค ลังกาพินธุ ผูทรงคณุ วุฒิ8. ผูช วยศาสตราจารย ดร. อญั ชลี สวาสดธ์ิ รรม ผทู รงคณุ วฒุ ิ9. ผูชว ยศาสตราจารย ดร. เลอลกั ษณ เสถยี รรตั น ผูท รงคณุ วฒุ ิ10.ดร. ไฉน นอยแสง ผูท รงคณุ วุฒิ11.ผูชว ยศาสตราจารยภรู นิ ทร อัครกุลธร ผูทรงคณุ วฒุ ิ ใหคณะกรรมการที่ไดรับแตงต้ัง ทําหนาท่ีอาน พิจารณาบทความทางวิชาการ ผลงานวิจัยท่ีสงมาเพอื่ ตพี มิ พลงในเลมงานประชุมวชิ าการ เพื่อเปน ประโยชนในการประชุมตอ ไปสง่ั ณ วนั ท่ี ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ (รองศาสตราจารยประเสรฐิ ปน ปฐมรฐั )อธิการบดีมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี ๑๑๖
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพืชเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมืองบัว วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภัณฑบ วั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี คาํ ส่งั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ีเรื่อง แตง ตงั้ คณะกรรมการโครงการจดั ประชุมวชิ าการ “การพฒั นาบัวใหเ ปน พชื เศรษฐกจิ ครงั้ ท่ี ๑๒” และการประกวดบวั ผันสวยงาม ----------------------------------------ดวยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไดมอบใหฝายพิพิธภัณฑบัว กองอาคารสถานที่จัดโครงการจัดประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ คร้ังท่ี ๑๒” และการประกวดบัวผันสวยงาม ระหวางวันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ หองประชุมรินลอุบล ช้ัน ๑ อาคารเฉลิมพระเกียรติ๔๘ พระชนั ษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ดังน้ัน เพ่ือใหการจัดงานเปนไปดวยความเรียบรอย เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และบรรลุตามวัตถุประสงค อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๗ แหงพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงแตงต้ังคณะกรรมการฯซึง่ ประกอบดวย บุคคลดังตอไปนี้คณะกรรมการอํานวยการ ทําหนาท่ีอํานวยการใหการจัดการประชุมวิชาการและการประกวดบัวดาํ เนนิ ไปดวยความเรยี บรอย๑. รองอธกิ ารบดี (ดร. วชิ ัย พยัคฆโส) ท่ปี รึกษา๒. รองอธิการบดี (ผชู วยศาสตราจารย ดร. สมหมาย ผิวสอาด) ทปี่ รึกษา๓. รองอธิการบดี (นายวิรชั โหตระไวศยะ) ทป่ี รกึ ษา๔. ผชู ว ยอธิการบดี (ผชู วยศาสตราจารย ดร. รงุ อรณุ รังรองรัตน) ท่ปี รึกษา๕. ผูช ว ยอธกิ ารบดี (ดร. วิสิทธิ์ ลอธรรมจักร) ทป่ี รึกษา๖. ผชู ว ยอธกิ ารบดี (ผชู วยศาสตราจารยนที ภูรอด) ทปี่ รกึ ษา๗. ผอู ํานวยการวทิ ยาลัยการแพทยแผนไทย ท่ีปรึกษา๘. คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร ที่ปรกึ ษา๙. คณบดคี ณะเทคโนโลยสี อ่ื สารมวลชน ท่ีปรกึ ษาคณะกรรมการดําเนินงาน ทําหนาท่ีตดิ ตอประสานงานเกย่ี วกับสถานท่จี ัดประชุมวชิ าการและโครงการอน่ื ๆ๑. ผอู าํ นวยการกองอาคารสถานที่ (ผูชวยศาสตราจารยมโน สวุ รรณคํา) ประธานกรรมการ๒. หวั หนา ฝา ยบริหารงานทวั่ ไป (นางรุจิรา เดชสงู เนนิ ) กรรมการ๓. หวั หนาฝายอาคารสถานท่ี (นายสมควร ออ นศรี) กรรมการ /.๔ หัวหนา.. ๑๑๗
การประชุมวชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกจิ ครง้ั ท่ี ๑๒” ปทมุ ธานี ... เมอื งบวัวันที่ ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบวั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี๔. หัวหนา ฝา ยยานพาหนะ (นายประสิทธ์ิ เดชสูงเนนิ ) กรรมการ๕. หวั หนา ฝา ยภมู ิทศั น (นางรจุ ริ า เดชสูงเนิน) กรรมการ๖. หัวหนา ฝายสาธารณูปโภค (นายชชู ีพ ผอ งพันธ)ุ กรรมการ๗. หวั หนาฝา ยรกั ษาความปลอดภัย (นายวนิ ัย หว งรักษ) กรรมการ๘. หัวหนาฝา ยออกแบบกอสรา ง (นายสมชาย พว งทรพั ยสิน) กรรมการ๙. รองศาสตราจารย ดร. จตุรงค ลังกาพนิ ธุ กรรมการ๑๐.ผชู ว ยศาสตราจารย ดร. อัญชลี สวาสดิ์ธรรม กรรมการ๑๑.วา ที่รอยตรี ดร. ดาวรงุ วัชรนิ ทรร ตั น กรรมการ๑๒.ดร. ลลิตา ศิริวัฒนานนท กรรมการ๑๓.ดร. สวสั ดิ์ พมิ พส วุ รรณ กรรมการ๑๔.ดร. ไฉน นอ ยแสง กรรมการ๑๕.ดร. สุมติ รา วริ ิยะ กรรมการ๑๖.นางสาวอุษณา อารี กรรมการ๑๗.นางสาวอรสุชา อปุ กจิ กรรมการ๑๘.นางสาวเบญสิรยา ปานปณุ ณเดช กรรมการ๑๙.นางสาวปารชิ าติ พัฒนพงษ กรรมการ๒๐.ผชู ว ยศาสตราจารย ภูรินทร อัครกุลธร๒๑.นายกฤษณะ กลดั แดง กรรมการและเลขานุการ๒๒.นางสาวรัชนู นยุ บรรพต กรรมการและ ผูชวยเลขานุการ๒๓.นางสาวนาตยา เจริญผล กรรมการและ๒๔.นางสาวณฐั วดี โชคชัยวฒุ ิกุล ผชู วยเลขานกุ าร กรรมการและ ผชู วยเลขานกุ าร กรรมการและ ผูชวยเลขานกุ ารใหคณะกรรมการทไี่ ดรบั แตงต้งั ปฏบิ ัตหิ นาทโี่ ดยเครง ครัด เพอ่ื เปน ประโยชนแ กมหาวทิ ยาลัยฯตอ ไป สงั่ ณ วนั ท่ี กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ (รองศาสตราจารยป ระเสรฐิ ปน ปฐมรฐั )อธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ๑๑๘
คาํ นํา ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตไมดอกไมประดับ เน่ืองจากมีสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออํานวยและมีตนทุนดานการผลิตต่ํา และบัวประดับจากประเทศไทยก็เปนพืชชนิดหนึ่งท่ีเปนที่ยอมรับกันอยางกวางขวางในตางประเทศวามีความสวยงามและมีความหลากหลาย ซึ่งหลังจากการจัดประชุมสัมมนาวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ” มาแลว 11 ครั้ง ทําใหมีความตื่นตัวที่จะพัฒนาพืชเศรษฐกิจชนิดนี้อยางตอเน่ืองยังผลใหป ระเทศไทยไดกา วสูความเปนผนู าํ ดานบัวประดบั ของโลกไดใ นระยะเวลาอันส้ัน “บัว” เปนพืชที่ทรงคุณคาและมีความสําคัญตอเศรษฐกิจของประเทศไทย ซ่ึงสามารถนําไปใชประโยชนและสรางรายไดใหแกผูปลูกบัว ปจจุบันประเทศไทยไดมีแผนการพัฒนาสายพันธุบัวไทยและวิธีการผลิตอยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานความตองการของเกษตรกร การปลูกบัวจึงเปนอาชีพที่สรางรายไดใหแกเกษตรกรเปนอยางมาก แตขอจํากัดของการผลิตบัวประดับก็ยังมีอีกหลายประการ เชน การพัฒนาสายพันธุการศึกษาประโยชนจากสวนตาง ๆ ของบัว การพัฒนาผลิตภัณฑเพื่อเพิ่มมูลคา เทคโนโลยีการขยายพันธุเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการคุมครองทรัพยสินทางปญญา ซ่ึงเปนปญหาท่ีควรไดรับการแกไขอยา งเรง ดวน เพ่ือใหป ระเทศไทยไดอ ยใู นสถานภาพผนู ําดานบวั ประดบั ของโลกอยา งย่ังยนื ตอ ไป ในป 2558 เนื่องในวโรกาสท่สี มเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 60 พรรษา และเปนการเฉลิมฉลอง 200 ป จังหวัดปทุมธานี รวมท้ังครบรอบ 40 ป ราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยมืออาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีโดยพิพิธภัณฑบัว ซ่ึงเปนหนวยงานแกนกลางของการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย ไดเล็งเห็นความสําคัญของการพัฒนาองคความรูเกี่ยวกับ “บัว” จึงไดจัดโครงการประชุมวิชาการ “การพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจ คร้ังท่ี12” และการประกวดบวั ผันสวยงามขึน้ ท้งั นเี้ พอ่ื เปน ประโยชนแ กน กั วชิ าการ นกั ปรบั ปรุงพันธุ เกษตรกร และบุคคลท่ัวไปท่ีสนใจเร่ืองบัว โดยการประชุมวิชาการครั้งน้ีจะเปนการรวบรวมขอมูลวิชาการที่เกี่ยวกับบัว เปนศูนยกลางแหงการแลกเปล่ียนประสบการณและการสรางความรวมมือในการพัฒนาบัวใหเปนพืชเศรษฐกิจท่ีสาํ คัญของชาตใิ หมีความมน่ั คงและย่ังยนื ตอไป (รองศาสตราจารย ประเสรฐิ ปน ปฐมรัฐ) อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี ๑
กาํ หนดการประชุมวิชาการเร่อื ง “การพัฒนาบวั ใหเปนพชื เศรษฐกจิ ครัง้ ท่ี 12” 29 – 30 ตลุ าคม พ.ศ.2558 ณ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี29 ตุลาคม 2558 ลงทะเบยี น 08.00 – 09.00 น. พธิ ีเปด 09.00 – 09.30 น. บรรยายพเิ ศษเรือ่ ง คณุ สมบตั ทิ ่พี งึ ประสงคและเสนทาง 09.30 – 10.30 น. การสง บวั ประกวดในเวทีโลก โดย นาวาตรหี ญิง ปรมิ ลาภ ชเู กียรติมัน่ 10.30 – 10.45 น. พัก (รับประทานอาหารวา ง / เครอื่ งดมื่ ) 10.45 – 12.00 น. บรรยายพิเศษเร่ือง การเติบโตของไมน า้ํ ในอุตสาหกรรมสวนประดับ โดยคุณคณุ ประทวน สทุ ธอิ าํ นวยเดช 12.00 – 13.00 น. ผจก.ลพบรุ ี สวนบวั รีสอรท 13.00 – 14.30 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวนั บรรยายพเิ ศษเรื่อง “บวั ... ในมมุ มองของคนรนุ ใหม” 14.30 – 14.45 น. โดยคณุ จิรสิน ปานวนุ พัก (รับประทานอาหารวา ง / เครอื่ งด่มื )นาํ เสนอผลงานทางวิชาการ ภาคบรรยาย12.45 – 15.05 น. การทดสอบการยอมรบั ทางประสาทสัมผัสของขนมกลบี ลาํ ดวนเสริม เกสรบัว จนั ทรา เชยชูชาติ และ เลอลักษณ เสถียรรัตน15.05 – 15.25 น. การพัฒนากระดาษใบบวั อดั แหงสําหรับใชใ นงานประดษิ ฐ สุภา จุฬคปุ ต15.25 – 15.45 น. การพฒั นาผลิตภณั ฑขาวเกรยี บรากบัว เลอลักษณ เสถียรรัตน , เย็นฤดี เดมิ คลงั และนิภาพร กุลณา15.45 – 16.05 น. การศึกษาเชงิ วเิ คราะห : บวั กบั ความสมั พันธด า นวิถชี วี ติ คนไทย และแนวทางสพู ชื เศรษฐกจิ ของประเทศ จริ วฒั น เพชรรตั น16.05 – 16.25 น. ผลของนา้ํ หมกั สมุนไพรท่มี ีตอ การปองกันกาํ จดั แมลงศตั รูพชื และ การเจรญิ เตบิ โตของบวั ผันพนั ธฉุ ลองขวญั ภรู ินทร อัครกลุ ธร, ดาวรุง วัชรนิ ทรร ตั น, ทองมี เหมาะสม, เยาวมาลย นอ ยใหม ๒
นําเสนอผลงาน : ภาคโปสเตอร การใชประโยชนบ ัวหลวงเพอ่ื สขุ ภาพ 16.05 – 18.00 น. ไฉน นอ ยแสง การทาํ ดอกบวั สดอบแหง วนิดา ฉนิ นะโสต การพกั ตวั ของบวั ฝรง่ั เกรยี งศกั ดิ์ คําแหง ชาสมุนไพรบวั หลวง อนิ ทริ า ลิจนั ทรพ ร เทคนคิ การปรบั ปรงุ พนั ธุ และการปลูกเลี้ยงบัวฝร่งั ฉบับ สวนบวั ชากงั ราว จักรพงษ สังขงาม การจดั กลมุ สขี องบวั เพอ่ื นําไปใชใ นโปรแกรมออกแบบ ชนะพงษ คา ทันเจรญิ , เอกชยั โถเหลือง การพฒั นาผลติ ภณั ฑกัมมเี่ ยลลจี่ ากใบบวั หลวง อินทริ า ลิจนั ทรพ ร , ภรู นิ ทร อคั รกลุ ธร , จริ ภา วงษพ าดกลาง , และเวณกิ า หอยสงั ข การพฒั นาสอื่ วดี ิทศั นเ พ่ือการเผยแพรส าํ หรับผพู กิ ารทางการไดย นิ เรื่อง ความรูเ กยี่ วกับการปลกู บวั ยุวยง อนมุ านราชธน ปริมาณสารประกอบฟน อลกิ และสารตานอนมุ ลู อิสระของคุกก้ี เสรมิ ผงใบบัวหลวง อินทริ า ลิจันทรพ ร, ภูรินทร อัครกุลธร, นพรตั น ปานสอาด, และวียณา สวยทอง ผลของสารสกดั กลบี ดอกบวั หลวงตอกระบวนการจบั กนิ สิ่งแปลกปลอม ของเมด็ เลอื ดขาว ภทั ราภรณ อนุ ตวง, บุหงา ทา วบตุ ร, เสาวณยี บวั โทน, ปยะภรณ รัตนนิลสรวง ๓
30 ตลุ าคม 2558 ศกึ ษาดงู านและชมการประกวดบวั สาย(บวั ผันสวยงาม) 09.00 – 12.00 น. ณ พิพธิ ภณั ฑบ วั มทร.ธัญบรุ ี พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั 12.00 – 13.00 น. บรรยายพเิ ศษเรอื่ ง การปรับปรุงพันธบุ วั ลกู ผสมขามสกลุ ยอย (ISG) 13.00 – 14.30 น. โดย ผศ.ดร. ณ นพชยั ชาญศิลป พกั (รับประทานอาหารวา ง / เครือ่ งดมื่ ) 14.30 – 14.45 น. มอบรางวัลประกวดบวั ผนั สวยงาม 14.45 – 15.30 น. และสรปุ แนวทางการจดั ประชุมในครง้ั ตอไป พธิ ปี ด 15.30 – 16.30 น. ๔
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พิพธิ ภัณฑบ ัวมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี ท่มี า...โครงการพพิ ิธภณั ฑบ วั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี จากบทสัมภาษณคณุ หญงิ จรสั ศรี ทีปรชั อดีตผวู า ราชการจงั หวดั ปทุมธานี ปจจุบนั ดาํ รงตาํ แหนง ผูชว ยประธานฝา ยบรหิ าร สถาบนั วจิ ยั จฬุ าภรณ เมื่อวนั ท่ี 21 พฤศจิกายน 2557ผศ.ภูรินทร : ขอเรยี นสมั ภาษณค ณุ หญงิ เกย่ี วกับเรอื่ งโครงการพพิ ธิ ภณั ฑบ วั สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราช กุมารที รงมรี บั สั่งเรอื่ งบัวกบั คุณหญิงไวว า อยางไรครับคุณหญิงจรัสศรี : ในป พ.ศ. 2541 เม่ือยายจากจังหวัดนครนายกมารับราชการท่ีจังหวัดปทุมธานี ไดมีโอกาสเขาเฝาสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่พระตําหนักสวนปทุม จังหวัดปทุมธานี ในพระตําหนักฯ ทรงปลูกบัวไวเปนจํานวนมาก ตอมาในเดือนพฤศจิกายนปเดียวกัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีไดเสด็จมาเย่ียมพสกนิกรท่ีจังหวัด โดยเสด็จที่ศาลากลางจังหวัดกอนและเสด็จมาที่จวนผูวาราชการจังหวัดเพื่อเสวยพระกระยาหารกลางวนั จากน้นั เสด็จไปประทับทแี่ พขาวริมแมนํา้ เจาพระยาดา นหนาจวนผวู า ฯ (แพขาวเปนเรือนแพสีขาวเปนอาคารเกา แกอ ยูร ิมแมนา้ํ เจาพระยา ในอดีตใชเปนท่ีพักรับรองขาราชการผูใหญท่ีผานไปมาทางนํ้าจากจังหวัดตางๆ ในลุมนํ้าเจาพระยาเขาสูกรุงเทพมหานคร) ตลอดเสนทางมีพสกนิกรเฝารับเสด็จอยางเนืองแนนดวยความปลื้มปติและสาํ นกึ ในพระมหากรุณาธิคณุ อยางท่ีสุด และขณะที่ประทับบนแพขาว ตลอดเสนทางเสด็จมีประชาชนเฝารับเสด็จอยา งแนนขนัด และในทางน้ํามีเรอื ตา ง ๆ ลอยลาํ มาเฝา รับเสดจ็ จาํ นวนมากเชนกนั มีเรอื 3–4 ลาํ ท่มี ีสาว ๆ (นอ ย ๆ)รองเพลงเหเรือตามประเพณีของชาวปทุมธานี และนําดอกบัวมาถวาย ในคร้ังน้ันไดมีพระราชดํารัสกับผูวาราชการจังหวัดวานาจะสนับสนุนใหมีการปลูกบัวตามชื่อจังหวัดปทุมธานี ดิฉันรับดวยเกลาฯ และรูสึกสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอยางหาที่สุดมิได จึงไดหารือกับหลายฝาย แตก็ยังไมสามารถดําเนินการไดดีเทาท่ีควร จนกระท่ังเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2542 พระองคทานไดเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรที่ราชมงคลธัญบุรี ไดเฝารับเสด็จรวมกับคณาจารยอยู ณ ที่นั้น เมื่อเสด็จพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในชวงเชา ในภาคบาย ดิฉัน ทานอธิการบดี รองอธิการบดี และคณาจารยหลายทานเฝารับเสด็จอยู พระองคทานไดรับส่ังอีกคร้ังหน่ึงวา จะทําอยางไรใหจังหวัดปทุมธานีซึ่งมีชื่อและดอกบัวเปนสัญลักษณ สงเสริมใหมีการปลูกบัวโดยเปนแหลงเรียนรูในเรื่องน้ี ราชมงคลธญั บุรที าํ ไดไหม? ทานอธิการบดีและคณาจารย รวมท้ังดิฉนั เองรบั ไวดว ยเกลา ฯ ท่ีจะสนองแนวพระราชดํารคิ ร้ังน้ี จึงนับเปน ปฐมฤกษแ ละถือเปนตน กาํ เนดิ ของโครงการบัวของจังหวดั ปทมุ ธานตี งั้ แตน น้ั มาผศ.ภูรินทร : ในชวงที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลสนองพระราชดําริ คุณหญิงไดติดตามงาน และความคืบหนาชวงท่ีทานเปน ผูวาราชการจงั หวดั อยางไรบา งครบัคุณหญิงจรัสศรี : ตอนท่ีราชมงคลเริ่มโครงการมีการปลูกบัวเพียงเล็กนอย แตเห็นไดวามีความตั้งใจพัฒนาข้ึนโดยลําดับ จากมีพันธุบัวไมก่ีชนิด จนขณะนี้มีวิวัฒนาการไปไกลมาก กลายเปนแหลงเรียนรูในเร่ืองบัวของประเทศไปแลวขอแสดงความชื่นชมในอาจารย นักศึกษา และผูที่เกี่ยวของทุกทานคะ ท่ีทุกทานมีความต้ังใจ ทุมเทจริง ๆ ส่ิงสําคัญท่สี ุดคือต้ังใจทีจ่ ะสนองตามแนวพระราชดาํ รใิ นเร่ืองน้ี ในขณะเดียวกันก็เปนประโยชนกับประชาชน เปนประโยชนกับนักศกึ ษา ซ่ึงสอดคลองกบั ช่ือของจังหวดั เราภมู ใิ จตงั้ แตที่มีนิราศของสุนทรภูที่พูดถึงจังหวัดปทุมธานีนานมาแลว ชาว ๕
การประชมุ วิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเปนพืชเศรษฐกิจ ครัง้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภัณฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ีจังหวัดปทุมธานีทุกคนตางทองไดวา “ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปนเกลา พระพุทธเจาหลวงบํารุงซึ่งกรุงศรี ประทานนามสามโคกเปนเปน เมืองตรี ชอ่ื ปทมุ ธานีเพราะมบี ัว” เม่ือมีบวั มาอยูทีร่ าชมงคล เพราะฉะนน้ั ก็ถือวาเราไดทําในส่ิงท่ีอยากจะทําและทุกคนอยากจะเห็น เปนท่ีนายินดีหลายประการ เปนช่ือจังหวัดของเรา เปนเรื่องสนองแนวพระราชดําริฯ และเปนสง่ิ ที่จะเปน ประโยชนก ับนกั ศึกษาและประชาชนทว่ั ไปดวย ๖
การประชุมวิชาการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปนพืชเศรษฐกจิ ครง้ั ท่ี ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบัว วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบวั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี สืบสาน รงั สรรค บวั ขวญั ธญั บุรี ดวยพระบารมแี หงเจาฟา ฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรีจากพระราชดํารสั ... กอ กาํ เนดิ พิพิธภณั ฑบ วั สายสัมพันธระหวางบัวกับวิถีคิดของชาวไทยมีมายาวนานนับต้ังแตยุคบรรพกาลจนถึงปจจุบัน ทั้งในพุทธประวัติ พิธีกรรมทางศาสนา ปรัชญาชีวิต รวมถึงความเปนสิริมงคลที่นําไปต้ังช่ือใหผูคนมากมาย รวมถึงช่ือเมืองอยาง “ปทุมธานี” ดวย และอาจเปนเพราะบัวดอกงามที่ประชาชนทูลเกลาทูลกระหมอมถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมื่อคราวเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเยี่ยมเหลาพสกนิกร ณ จังหวัดปทุมธานี จึงนําไปสูพระราชดํารัสของพระองคที่มีตอคุณหญิงจรัสศรี ทีปรัช ผูวาราชการจังหวัดปทุมธานีในขณะน้ัน ถึงการสนับสนุนใหมีการปลูกบัวอยางแพรหลายเพื่อสรางแหลงเรียนรูเร่ืองบัวใหกับคนทั่วไป และเพื่อเปนสัญลักษณตามความหมายในนาม “ปทุมธาน”ี เมอื งแหง ดอกบวั “ราชมงคลทําไดไหม” รับสั่งส้ัน ๆ จากพระองคตอผูวาราชการจังหวัดปทุมธานี คณะผูบริหาร และคณาจารยของราชมงคลที่มาเฝาทูลละอองพระบาทรับเสด็จในวันพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลใน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดกลายเปนจุดเริ่มตนอันทรงพลังที่กอกําเนิดโครงการพิพิธภัณฑบัวของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในปถัดมา และไดสืบสานงานตามพระราชดําริอยางจริงจังตอเนื่องมาเปนระยะเวลากวา ทศวรรษยามเมื่อบัวเบิกบาน ๗
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบวั ใหเ ปน พชื เศรษฐกจิ ครงั้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมอื งบวั วันท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ิธภณั ฑบัวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี แมปทุมธานีจะไดช่ือวาเปนเมืองแหงดอกบัว แตบัวบางประเภทก็เคยเกือบหลงเหลืออยูแคเพียงชื่อที่บันทึกไวบนหนากระดาษ จนกระท่ัง ผศ.ภูรินทร อัครกุลธร และทีมงานในโครงการพิพิธภัณฑบัวแหงมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรไี ดออกตามหาเพื่อนํามาอนรุ กั ษ ขยายพันธุ และสง คนื สแู หลง นาํ้ ถึงตอนน้ี แมพิพิธภัณฑบัวแหงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จะมีบัวจากท่ัวทุกสารทิศกวา๔๐๐ สายพันธุ แตหากยอนกลับไปในขวบปแรก สถานที่แหงนี้เริ่มจากบัวเพียงแค ๔๐ สายพันธุเทานั้น จนกระท่ังไดเขารวมโครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงไดเดินหนาสํารวจและเก็บรวบรวมพันธุบัวอยางเต็มท่ี โดยเร่ิมจากการศึกษาบัวในประเทศกอน เชน บัวหลวงสีชมพู บัวหลวงสีขาว รวมถึงบัวโบราณอีกหลายชนิดซ่ึงหาตามทองนํ้าทั่วไปไมไดแลว จากนั้นจึงรวบรวมบัวสายพันธุจากตางประเทศท่ีมาจากหลากหลายถ่ินกําเนิด ไมวาจะเปนบัวเจเนอรัล เปอรชิง จากสหรัฐอเมริกาบัวขาวอียิปต จากอียิปต บัวนิมเฟยเม็กซิกานา ซึ่งเปนบัวพันธุพื้นเมืองของเม็กซิโก และบัวคอมานเซ จากฝร่ังเศสเพอ่ื สรา งความหลากหลายใหมากขนึ้ โดยต้ังเปา หมายไวท่ี ๕๐๐ สายพนั ธุ เปนอยา งนอ ย นอกจากน้ัน พิพิธภัณฑบัวยังมีเปาหมายในการปลูกรักษา ศึกษาวิจัย นําไปใชประโยชน จัดทําศูนยขอมูลพนั ธุ พัฒนาสายพนั ธุ จนถึงการสรา งจิตสาํ นกึ ในการอนุรักษบวั ใหกับคนท่ัวไปดวย ภายใตเ ปา หมายเหลาน้ี โครงการอนรุ ักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริฯ จึงไดกลายเปนประตูท่ีเปดเขาสูโลกของ “ราชินีแหงไมนํ้า” และเปดโอกาสใหอาจารยภูรินทร ไดรูจักกับกลุมผูหลงรักดอกบัวมากมายโดยเฉพาะ ดร.เสริมลาภ วสุวัต ผูบุกเบิกวงการปลูกดอกบัวในเมืองไทยมาต้ังแต พ.ศ. ๒๕๑๒ และ ผศ. ดร.ณ นพชัย ชาญศิลป ท่ีปรึกษาพิพิธภัณฑบัวในชวงเร่ิมตน ซ่ึงท้ังสองทานไดชวยเสาะหาบัวสายพันธุตาง ๆ ใหแกพิพิธภณั ฑบัวและยงั เปนเสมือนปราชญผมู อบความรเู รอ่ื งบวั ใหไ ดอยา งไมร ูจ บอีกดว ย ๘
การประชมุ วชิ าการ “การพัฒนาบัวใหเ ปน พชื เศรษฐกจิ ครัง้ ที่ ๑๒” ปทุมธานี ... เมืองบวั วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ณ พพิ ธิ ภณั ฑบวั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จากความต้ังใจเพื่อสนองพระราชดําริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีผานระยะเวลามากวาทศวรรษ พพิ ธิ ภณั ฑบ ัวแหงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี ไดขยายขอบเขตมากกวาการรวบรวมสายพันธุ ไปสกู ารเปน แหลงทองเทีย่ วเชิงอนุรักษท ค่ี รอบคลมุ การเรยี นการสอนในหลายสาขาวิชา และตอ ยอดเปน การสรา งอาชีพท่ีทาํ รายไดเปน อยา งดี “ลองจินตนาการถึงบัวหลากหลายพันธุที่เบงบานจับจองทั่วทุกบริเวณของพิพิธภัณฑ และปรากฏอวดรูปโฉมหลากสีสันอยูท่ัวแหลงนํ้าในมหาวิทยาลัย... นั่นคือเปาหมายของเรา... เปาหมายในการสรางพิพิธภัณฑมีชีวิตขึน้ มา เพ่อื เปน ทง้ั อาหารตาและการอนรุ ักษไปในตวั ” อาจารยภ รู นิ ทร รางภาพเชน นนั้ ไวในใจหองเรียนบวั การเก็บรวบรวมสายพันธุบัวเปนภารกิจหลักของพิพิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีปจจุบันบัวกวา ๔๐๐ สายพันธุท่ีอยูบนพ้ืนท่ี ๓๐ ไรของพิพิธภัณฑมาจากทั้งในประเทศไทย ตางประเทศ รวมทั้งเปนบัวที่ผสมพันธุข้ึนมาใหม ซ่ึงท้ังหมดถูกแบงตามลักษณะทางพฤกษศาสตรไดเปน ๓ กลุมใหญ คือ กลุมบัวปทุมชาติหรือบัวหลวง กลุมบัวอุบลชาติหรือบัวสาย และกลุมบัวใบแปลกใหญ ท่ีรูจักกันในชื่อบัววิกตอเรียหรือบัวกระดง หรืออาจแบง เปนบัวเขตรอ นและเขตหนาวตามแหลง ดั้งเดิม ทต่ี างกม็ ีวิธีการปลูกและดูแลแตกตางกันไป ซ่ึงผูท่ีอยากจะศึกษาและสัมผัสความงดงามอันเปนเอกลักษณนี้ สามารถไปเยือนไดท่ีพิพิธภัณฑบัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี ๙
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123