48 Matthew Brady Matthew Brady เคยเรียนถ่ายรูปที่นคร นิวยอร์ก กับ Samuel Morse ซึ่ งเป็ น นั ก ประดิษฐ์ระบบการส่ง โทรเลข เข า ได้ ถ่ า ย รู ป ผู้ ที่ มี ช่ื อ เสี ย งม าก ม าย ใน อ เม ริ ก า ร ว ม ไป ถึ ง Abraham Lincoln เข า ถ่ า ย รู ป Lincoln ก่ อ น ท่ี จ ะ ก ล าย เป็ น ประธานาธบิ ดี Brady ใช้เวลาถา่ ยรูปน้ันประมาณ 15 วินาที Lincoln ต้องสวม Clamp เพ่ือยึดศีรษะของเขาให้อยู่น่ิงมิฉะนั้นรูปท่ีออกมา จะดพู รา่ มวั Brady เป็นชา่ งภาพคนแรกที่ได้ถ่ายรปู สนามรบ ในช่วงสงคราม กลางเมอื ง
49 หลังจากการพ บ ป ะ และการตอ้ นรบั ผา่ นไปหลายวัน ประธานาธิบดี Rutherford B. Hayes ข อ ใ ห้ Tom ม า ท่ี ทาเนยี บขาว เขาไปถึงที่นนั่ เวลา 2 3 .0 0 น . ป ร ะ ธ า น าธิ บ ดี ประทบั ใจในแผ่นเสียงของTom เข าส าม ารถ ท าให้ คุ ณ น าย Hayes ลุกออกจากเตียงเพ่ือฟัง มนั ตอนแรก Tom คิดว่าหลาย ๆ บริษัทคงจะใช้แผ่นเสียงของ เขาในการทาธุรกิจ เขามองว่ามันเป็นเหมือนเครื่องโทรเลขสาหรับ การเขียนจดหมายต่าง ๆ หลายกิจการก็เคยใช้มาแล้ว พ ว ก เข า เรี ย ก ส่ิ ง นี้ ว่ า Ediphone แต่ในช่วงชีวิตของเขา Tom ไม่คาดคิดว่าความ นิ ย ม ขอ งเค รื่อ งเสี ยงจ ะ เติบโตขนาดนี้
50 มีผู้ฟังดนตรีมากมายในลานคอนเสิร์ตและในร้าน Penny Arcades คนหลาย ๆ คนสามารถฟังเพลงในเวลาเดียวกันเพยี งใช้เงิน เเค่ 5 เซ็นต์ อีกไม่นานผู้คนก็ต้องการให้มีแผ่นเสียงในบ้านเป็นของ ตวั เอง หลายปีผ่านไป Tom ใช้เวลา1วันในการเขียนบทความ เก่ียวกับเส้นทางของเเผ่นเสียง เขาเห็นภาพอนาคตอันแสนไกล เขาได้ ทานายเกี่ยวกับเทปเสยี ง เขาเรียกส่งิ เหล่านว้ี ่า \"หนงั สอื พูดได้\"
51 Tom มักจะใช้หลายๆความคิดในเวลาเดียวกันในการทางาน จนบางทีเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเเผ่นเสียงของเขาเท่าที่ควร บริษัท Edison Speaking Phonograph ในนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็น บ ริ ษั ท ข อ ง เข า ไ ด้ ใ ช้ กระบอกของเขาในการ จัดท าและจัดจาหน่ าย แผ่นเสียง แต่บริษัทอ่ืน ๆ ได้ พั ฒ น า เค ร่ื อ ง จั ก ร ที่ มี ความนิยมมากกว่าโดยใช้ แผ่นดิสก์ท่ีเรียกว่าเคร่ือง บันทึก Tom ได้ คิ ด ค้ น แผ่นเสียงเม่ืออายุเพียงแค่ 30 ปี ตอนท่ีเขายังหนุ่ม เขามีฉายาว่า \"พ่อมดแห่ง Menlo Park”
52 แผน่ เสียงอาจจะเป็น \"ลูกรัก\" ของ Tom และเปน็ สิง่ ท่ีเขาชื่นชอบ แต่ มันเป็นส่ิงประดษิ ฐ์ช้ินถดั ไปท่ีทาให้เขามาไกลกว่ามีชอื่ เสียง Tom คือ คนทจ่ี ะเปลย่ี นเสน้ ทางชีวิตของผู้คนตลอดไป
53 บทที่ 5 เปดิ ไฟ ช่วงฤดูรอ้ นของปี พ.ศ. 2421 ( ค.ศ. 1878 ) Tom ได้ทางาน อย่างหนักเป็นเวลานาน เขากาลังคิดถึงเรื่องวันหยุดของตัวเอง จากนน้ั เพ่ือนคนหนึ่งได้ชวนเขาเข้าร่วมกลุ่มของนักวิทยาศาสตร์ พวก เขาเดินทางไปท่ี Wyoming โดยใช้รถไฟในการเดินทาง เพื่อท่ีจะไปดู การเกดิ สรุ ิยปุ ราคา Tom ตัดสินใจว่าจะไป เขาได้พยายามคิดค้นเคร่ืองมือชนิด หน่ึง เรียกว่า tasimeter ใช้ในการวัดอุณหภูมิ และเขาเห็นว่าการ เดินทางคร้ังนีเ้ หมอื นเป็นโอกาสที่ดใี นการลองใชเ้ คร่ืองมือชนดิ น้ี Tom รู้ สึ ก เพ ลิ ด เพ ลิ น ใน ก า ร ส น ท น า กั บ บ ร ร ด า นักวิทยาศาสตร์คนอ่ืน ๆ หลังจากได้ดูการเกิดสุริยุปราคาแล้ว เขา และเพื่อน ๆ ได้เดินทางด้วยกันโดยรถไฟอีกคร้ัง เหมือนกับว่านัก วิศวกรรถไฟได้เชิญ Tom ไปนั่งในด้านหน้าสุดของรถไฟ วิธีนี้ทาให้ Tom ได้เห็นทัศนียภาพท่ีดีและน่าดูท่ีสุด จนกระท่ังรถไฟได้เข้าไปใน อุโมงค์เขาเลยกลับไปน่ังในตัวรถไฟเช่นเดมิ
54
55 ในขณะเดียวกัน Tom ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะทางานอะไร หลังจากนี้ การเดินทางไปฝ่ังตะวันตกคร้ังน้ี เขาได้ยืนดูแม่น้าPlette กาลังไหลตามมา เขาเกิดความสงสัย จึงตะโกนไปหาเพ่ือนว่าทาไม กาลังการไหลของแมน่ ้าไม่สามารถใช้อานวยไฟฟา้ ให้กับชาวบ้านท่ีหา เหมืองแร่ในละแวกน้ันได้ พวกเขาขดุ หาแร่ด้วยมอื เห็นไดช้ ัดว่ามนั ช้า แถมยังตอ้ งทางานหนกั เพ่อื นของ Tom เล่าให้ Tom ฟงั เกี่ยวกับผชู้ ายคนหนึ่งท่ีเขา เคยรจู้ ักในรฐั Connecticut วา่ ผชู้ ายคนนีไ้ ด้ค้นพบวิธที ี่ น่าสนใจในการใชก้ าลังของ พลงั งานไฟฟา้ เขาสามารถ สง่ กาลงั ไฟฟา้ มากพอในการ ทาให้หลอดไฟเกดิ แสงสว่าง ไม่ใชแ่ ค่หลอดไฟหลอดเดยี ว แต่เขาสามารถทาไดท้ ง้ั หมด 8 หลอด โคมไฟจะสวา่ งเม่อื กระแสไฟฟา้ กระโดดขา้ ม พน้ื ทวี่ า่ งระหวา่ งแท่ง คาร์บอน 2 แทง่ ปัญหาคือ แสงไฟทไ่ี ด้มานั้นมนั สวา่ งจา้
56 มาก ๆ โคมไฟกเ็ ช่นกนั มนั จะสง่ ประกายออกมาและสามารถทาให้ไฟ ไหม้ในบา้ นได้ มนั จงึ เหมาะกับการใชน้ อกบา้ นมากกวา่ จนกระทั่งตอนน้ี แสงไฟในบ้านจะมาจากแสงเทียน ตะเกียง น้ามัน หรือ ตะเกยี งก๊าซ แสงไฟพวกน้ีไม่สามารถให้แสงสว่างมากพอ ได้ในตอนกลางคืน ตะเกียงถกู ใช้มากตัง้ แต่ใกล้ ๆ ปพี .ศ. 2343 ( ค.ศ. 1800 ) แต่มันมีราคาที่สูง ตะเกียงก๊าซก็ทาให้ผนังบ้าน กลายเป็นสีดา และสกปรก บางคร้ังกล่ินมันเหม็นจนทาให้ปวดหัวได้ ก๊าซสามารถเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากมันรั่วไหลหรือระเบิดขึ้นมา แ ต่ ต ะ เกี ย ง ก๊ า ซ ก็ ยั ง ค ง เป็ น ที่ นิ ย ม เพราะมันเป็นแสงไฟ ที่ดีท่ีสุดที่สามารถใช้ ประโยชนไ์ ด้
57 ก๊ำซไฟฟำ้ ในปี พ.ศ. 2359 ( ค.ศ. ) หลอดไฟทีเ่ กิดจากการเผา่ ไหมข้ อง ถ่านหิน สอ่ งแสงบนถนน Baltimore เมอื ง Maryland เปน็ ถนนเสน้ แรกของอเมริกนั ที่มีไฟฟา้ หลังจากน้ัน ไฟฟ้าถูกนามาใช้ในบ้าน หลายๆเรอื น ปีพ.ศ. 2363 ( ค.ศ. 1820 ) กา๊ ซธรรมชาตไิ ด้ถูกค้นพบจาก ใต้พ้ืนดิน ในเมอื ง Fredonia ในนิวยอร์ก ชาว Lafayette ด้งั เดิม ฮี โรข่ องววิ ัฒนาการของชาวอเมริกัน ได้มาเย่ยี มเยียน และรบั ประทาน มื้อคาที่ได้ทาจากเตาแก๊ส ในหอ้ งท่ีมีแต่ก๊าซไฟฟ้า ถอื เปน็ เรื่อง มหัศจรรย์มากในเวลานน้ั
58 ก๊าซไฟเหล่านี้สามารถเจอได้ในบ้านเรอื น สานักงาน โรงงาน และขา้ งนอกของเมอื งหรอื หมู่บ้านใหญ่ ๆ ทว่ั ประเทศได้ Tom อ ย าก ก ระ ตื อ รือ ร้น อ ย าก เห็ น ว่ าผู้ ช าย ใน รั ฐ Connecticut คนน้ันใช้วิธีไหนในการใช้กระแสไฟฟ้าในการทาให้ หลอดไฟท้ัง 8 หลอดเกิดแสงสว่างได้ เขารู้สึกแปลกใจและสนใจว่า ผู้ชายคนน้ีค้นพบการใช้ไฟฟ้าโดยไม่ใช้แบตเตอร์ร่ี แต่ใช้เคร่ืองกาเนิด ไฟเลก็ ๆ สรา้ งแมเ่ หลก็ และการขดตัวของลวด Tom ประทับใจมาก ๆ กับหลอดไฟ 8 หลอดหลอดน้ัน แต่ เขาได้ไปบ้านของผู้รู้คนน้ัน หากเขาประสบความสาเร็จกับหลอด ไฟฟ้า เขาต้องพัฒนาหลอดไฟง่าย ๆ ได้ หลอดไฟท่ีทาให้เกิดแสง สว่างได้ แสงอ่อน ๆ ท่ีเกิดจากเส้นใยความร้อน หรือวัสดุข้างใน หลอดไฟ ทาใหร้ ้วู ่าสง่ิ น้ที าให้เกดิ แสงไฟสวา่ ง Tom มีไฟมากในการทาการทดลองเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า คร้ังนี้ และเขาก็รู้ว่าคนอื่น ๆ ทั่วโลกกาลังศึกษาเรื่องนี้อยู่เช่นกัน Tom ต้องการเป็นคนแรกท่ีประสบความสาเร็จในด้านน้ี แต่เขารู้ว่า การคิดค้นเก่ียวกับการทางานของหลอดไฟยังไม่เพียงพอ เขาต้อง ประดิษฐบ์ างอย่างทสี่ ามารถขายออกในราคาท่คี นทว่ั ไปสามารถซื้อได้
59 หลอดไฟ แสงไฟถูกสร้างเม่ือหลอดไฟของกระแสไฟฟ้า เกิดปฏิกิริยา ระหว่างแท่งควบคุม 2 แท่ง มันจะทาให้เกิดแสงสว่างข้ึน มีกลิ่น และ มรี าคาสงู สาหรบั ใชใ้ นบา้ นและสานกั งาน Tom รู้ด้วยว่าเขาจะต้องคิดค้นวิธีท่ีจะจัดเตรียมกาลังของ กระแสไฟฟ้าท่ีทาให้เกิดแสงสว่างกับเพื่อนบ้านทุกคน ทั่วทั้งเมือง และทัว่ ประเทศนีใ้ นความเปน็ จรงิ กระแสไฟฟ้า มาจากโรงงานไฟฟา้
60 Tom ไม่เคยอายท่ีจะพูดเก่ียวกับการทดลองของตัวเอง เขา ได้เขียนในสมุดจดของเขาว่า “ กระแสไฟฟ้าคือแสงสว่างแห่งอนาคต และมันจะเป็นแสงสว่างของฉัน นอกเสียจากว่าเพ่ือนคนอ่ืน ๆ จะ สามารถสรา้ งทีด่ กี วา่ ” เวลาผ่านไปไม่นาน Tom ได้คุยโวโอ้อวดกับนักเขียนข่าวว่า เขาจะผลิตหลอดไฟภายในไม่ก่ีสัปดาห์ ไม่เพียงแค่น้ันเขายังจะสร้าง แหล่งกาเนิดไฟฟ้าท่ีถนน Pearl ในเมือง Manhattan อีกด้วย มันจะ นาแสงสว่างมาทั่วเขตในนิวยอร์ก พ้ืนที่ที่เขาได้เลือกนั้นเป็น ศนู ย์กลางทางการเงินของเมอื งน้ี ทาไม Tom จะต้องประกาศออกไปแบบนั้น? เขายังไม่มี ความคิดท่ีจะทามันด้วยซ้า หรือบางทีเขาอยากจะข่มนักประดิษฐ์คน อื่น ๆ อยู่ หรอื ไมก่ ็เขากาลงั เรียกรอ้ งความสนใจจากนักประดษิ ฐ์พวก นั้น Tom ต้องใชเ้ งนิ เปน็ จานวนมากในการสร้างสง่ิ เหล่าน้ใี หเ้ กิดข้ึน ใน ที่ สุดเขาก็ได้เงิน จากคน รวยคน ห นึ่ งใน นิ วยอร์ก ความสามารถนี้อาจจะเกี่ยวกับการท่ีเขาต้องการจะกาจัดบริษัทแก๊ส ให้ออกจากวงการธุรกิจ กระแสไฟฟ้าใหม่ ๆ อาจจะสร้างเงินได้ มหาศาล พวกเขาไม่อยากทาพลาด ก่อนที่ Tom จะแสดงให้คนอื่น เหน็ นักประดษิ ฐ์ไดค้ น้ พบบรษิ ทั กระแสไฟฟ้าของ Edison
61 Tom ชอบท่ีจะให้คนมาดูงานที่ห้องปฏิบัติการของเขาใน Menlo Park เขาชอบแสดงสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้น โดยเฉพาะอย่าง ยิง่ แสดงให้กบั พวกนักข่าว ตอนน้ีทุกอย่างเปล่ียนไป เขาไม่ต้องให้ใครคนไหนมาชม ห้องปฏิบัติการอีกแล้ว เขาต้องการอวดกระแสไฟฟ้าที่เกือบจะสาเร็จ ในไม่ช้าน้ี แต่มันยังไม่สาเร็จ เขาจึงไปจดลิขสิทธิ์เพ่ือปกป้องความคิด ของตัวเองไว้ Tom และคนงานของเขา อุทิศตัวให้กับงานน้ีเป็นเวลานาน และทางานกันอย่างหนักหน่วง ส่ิงแรกท่ีสาคัญท่ีสุด พวกเขาต้องสร้างหลอดไฟที่เป็นแบบ สุญญากาศ หมายความว่ามันต้องไม่มีออกซิเจน เป็นหลอดไฟกลวง ใยข้างในจะต้องให้ความสว่างได้ยาวนานถ้าความร้อนอยู่ในพ้ืนที่ที่ สุญญากาศ
62
63 Tom ได้จ้างช่างเป่าแก้วช้ันดี คนท่ีสามารถทาให้หลอดไฟมี ความสมบูรณ์แบบมากท่ีสุดน่ันก็คือ หลอดมีช่องโหว่ และโชคดีมากที่ ในเวลาน่ันเครื่องสุญญากาศถูกคิดค้นมาแล้ว มันสามารถดูดอากาศที่ อยใู่ นหลอดไฟออกเกือบหมด ภาระอันหนักอ้ึงที่สุดคือ การล้วงความคิดในการคิดค้นใยท่ี เหมาะสมที่สุด วัสดุอุปกรณ์ท่ีจะนากระแสไฟฟ้า และทาให้เกิดแสง สวา่ งในหลอดไฟไดย้ าวนาน มีปัญหาอย่างอ่ืนอีกเช่นกันคือ แสงไฟไม่สามารถเดินไฟเป็น ข้ัน ๆ ได้ ต้องให้หน่ึงในนี้ตามอีกอันหน่ึงในลวดเส้นเดียวกัน เพราะ อะไร? ทาไมพออันใดอันหนึ่งไฟสามารถเดินได้ แล้วอันอื่น ๆ ที่เหลือ ก็สามารถทาไดด้ ้วย 6 สัปดาห์ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เพ่ือนบ้านในนิวยอร์กเป็น อย่างไรบ้าง ที่ครั้งหน่ึง Tom เคยบอกไว้ว่าแสงสว่างกาลังจะมา? หนังสือพิมพ์หลายสานัก เริ่มเขียนเรื่องราวเก่ียวกับการโอ้อวดของ เขาแลว้
64 Tom ยงั คงทาการทดลองเพ่ือหาใยท่เี หมาะสมอยู่ เขา ทดลองกับอุปกรณท์ ุกอยา่ งแล้ว เช่น สายเบ็ดตกปลา ไม้ไผ่ ใยแมงมุม แม้กระท้งั เสน้ ผมบนหวั ของคนงานคนหนึง่ ขณะน้ันเองเขาได้คดิ วา่ ทองคาขาวสามารถทาใหเ้ กดิ กระแสไฟได้ แตถ่ ึงแม้วา่ มนั จะสามารถ ทาได้ มันก็ยังแพงสาหรับการนามาใชท้ าหลอดไฟ
65 บางครง้ั Tom ก็จะดีดนิ้วตวั เองเคาะเปน็ จังหวะเพลง เพราะ มันจะทาให้เขาคดิ ออก คนงานยังคงทดลองทุกอย่างต่อไปเท่าท่ีเขา สามารถคิดได้ อุปกรณ์ท่ีใช้ท้ังหมดราว ๆ 3000 ชิ้น Tom รู้ว่าการหาสิ่งท่ีทาให้ไม่เกิด กระแสไฟ สาคัญพอ ๆ กับการคน้ หา ส่ิงที่ทาให้เกิดกระแสไฟ 1 ปีคร่ึงผ่านไปพร้อมกับ ความวา่ งเปลา่ แต่ Tom ไม่ ยอมแพ้ และ วั น ห น่ึ ง เข า ก็ ได้คาตอบ มัน คื อ ก า ร เ ย็ บ ด้ า ย แบบง่าย ๆ ใหค้ รอบแทง่ คารบ์ อน และเผาในอณุ หภมู ิทพี่ อเหมาะ วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2422 ( ค.ศ. 1879 ) หลอดไฟของ Tom สว่างนานถึง 13.30 ชั่วโมง และหลอดต่อไฟสว่างถึง 100 ชั่วโมง
66 Tom และทีมงานของเขารู้สึกปลาบปลื้มใจมาก พวกเขาทา สาเร็จแล้ว ตอนนัน้ Tom อายุเพียง 32 ปเี ทา่ น้ัน
67 Tom ได้จัดตั้งหลอดไฟใน Menlo Park ในเทศกาลวันหยุด เดือนธันวาคม พวกเขาเอากาลังไฟฟ้าจากเคร่ืองกาเนิดไฟในร้าน เคร่ืองจักร มันสูงถึง 7.62 เมตร ( 25 ฟุต ) และหนักถึง 226.8 กโิ ลกรัม ( 500 ปอนด์ ) ผู้คนกว่า 3000 คนพร่ังพรูมาที่เมือง Menlo Park เม่ือมาดู ส่ิงท่ีพ่อมดคนนี้ได้สร้างไว้ พวกเขาเดินทางมาโดยรถไฟ และเดินไป รอบ ๆ ทะเลเม่ือไปท่ีห้องปฏิบัติการ พวกเขาจ้องมองไปยังหลอดไฟ ด้วยความทึ่ง มีหลอดไฟกว่า 100 ดวงส่องแสงสว่างตลอดทาง คร้ัง หนงึ่ พวกเขารู้สึกมนึ กับห้องทีส่ ว่างโดยกระแสไฟฟ้า
68 ปัจจุบัน Tom เปิดแสงสว่างให้กับส่วนหนึ่งของเมือง นิวยอร์ก เขาต้องการสร้างกาลังเพิ่ม เดินสายไฟใต้ดิน สวิตซ์ไฟ มิเตอร์ ติดตั้งหลอดไฟ และหลายหลายสิ่งหลายอย่างท่ีเขาเขาให้ สัญญาไว้
69 ใช้เวลาในการสร้างทั้งหมด 2 ปีครึ่ง วันท่ี 4 กันยายน พ.ศ. 2425 ( ค.ศ. 1882 ) บ่าย 3 นาฬิกา สวิตซ์ไฟถูกติดตั้งท่ีศูนย์กลาง สถานีท่ีถนน Pearl ในถนน Wall หน่ึงในสานักงานท่ีของผู้คิดค้นคน สาคัญของเขา Tom เปิดไปให้กับสานักงานใหม่ของเขากว่า 106 แห่ง Tom รู้ว่าท่ีพ่ึงจะเร่ิมต้น วันใดวันหน่ึงหลอดไฟฟ้าของเขาจะมี คนใชท้ วั่ ท้งั โลก
70 บทท่ี 6 กำรสร้ำงภำพยนตร์ ในปี พ.ศ.2427 (ค.ศ. 1884) ซ่ึงเป็นชว่ งทีป่ ระสบ ความสาเรจ็ สงู สุด Tom ได้ สญู เสยี Mary ผซู้ ึ่งเป็นภรรยา ของเขาเสยี ชวี ิตดว้ ยโรครา้ ย เธอมีอายเุ พยี ง 29 ปี เทา่ นน้ั ลูกของ Tom อยทู่ ่ี นครนวิ ยอร์ก และเขาก็มีธรุ กิจ ไฟฟ้าอยู่ทนี่ ัน่ ด้วย เขาต้องใช้ เวลากับสง่ิ นัน้ มากท่ีสดุ ตอนนน้ั Marion อายุ 12 ปี Thomas อายุ 8 ปี และ William ซ่ึงมีอายเุ พียง 5 ปี ตอ่ มาในปี พ.ศ.2428 (ค.ศ.1885) Tom ไดพ้ บกบั หญิงสาวผู้ หนงึ่ มีนามวา่ Mina Miller ครอบครัวของเธอมาจาก Ohio
71 พ่อของ Mina เป็นนกั ธรุ กิจและนักประดิษฐ์ เศรษฐี ผู้ท่ี ประสบความสาเรจ็ ในการพฒั นาเคร่ืองจักร เขาได้รบั สิทธบิ ัตร ทง้ั หมด 92 ใบ Tom ตกหลุมรกั Mina ทันทีที่เหน็ เธอดนู ่าสนใจและดูมี การศกึ ษา นอกจากน้ีแลว้ Tom ยงั สอนระบบการสง่ ข้อความดว้ ย สญั ญาณเสียงและไฟ (Morse code) ใหก้ บั เธออีกดว้ ย เพ่ือที่พวกเขา จะได้ “พูดคยุ ” กันอย่างลับ ๆ แมแ้ ต่ในหมูเ่ พื่อน ว่ากนั วา่ Tom เคาะฝา่ มือของเธอและพูดวา่ “คณุ จะแต่งงานกบั ผมไหมครับ” และ Mina กเ็ คาะกลับและตอบไปวา่ “ตกลงค่ะ”
72 Mina และ Tom แต่งงานกันในปี พ.ศ. 2429 (ค.ศ.1886) และย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่หลังหน่ึง ท่ี Glenmont ใน West Orange รัฐ New Jersey “มันเป็นส่ิงท่ีดีเกินไปสาหรับผม แต่มันไม่ ถงึ ครึง่ หนง่ึ ของภรรยาผม” Tom กลา่ ว Tom และ Mina อยู่ด้วยกนั อย่างมีความสุข และ Tom ยงั มี งานท่ีต้องทามากท่ีสุดเท่าท่ีเคยมีมา เมื่อ Mary ยังมีชีวิตอยู่ และ ตั้งแต่ท่ีพ่อของ Mina ยังเป็นนักประดิษฐ์น้ันอาจจะทาให้ Mina เข้าใจโลกของ Tom มากข้ึน
73 อย่างไรก็ตามมนั ไม่ใช่เรอื่ งงา่ ยเลยที่ Mina ท่มี ีอายเุ พียง 20 ปี ตอ้ งกลายเปน็ แมข่ องลกู ทัง้ 3 คน แต่เปน็ เรอ่ื งงา่ ยสาหรับ Marion ผู้ทมี่ ีอายุ 24 ปี และเปน็ เพื่อนกบั พ่อของเธอได้ ในปีต่อมาเธอบอก Mina วา่ “ยังเดก็ เกนิ ไปทจ่ี ะเป็นแมข่ องฉัน แต่ก็แกเ่ กนิ ไปทจ่ี ะเปน็ เพ่อื นกนั ” Mina และ Tom มีลูกด้วยกนั 3 คน คือ Madeleine Charles และ Theodore
74 ทกุ วันหยดุ เป็นช่วงเวลาท่ี Tom ชอบอยู่บา้ นกบั ครอบครวั ใหญ่ ของเขา Mina ได้วางแผนจดั งานเล้ียง สดุ หรสู าหรับวันขอบคุณพระเจา้ วัน คริสต์มาส และวันอสี เตอร์ แตว่ ันที่ 14 กรกฎาคม เปน็ วนั ของ Tom ทงั้ หมด ทุกคนจะออกไปขา้ ง นอกบ้านแต่เชา้ กระท่งั ก่อนอาหาร เชา้ เพอ่ื ดูดอกไม้ไฟที่ Tom ทาด้วย ตัวเอง และหลังจากทานอาหารเช้า และงบี แลว้ เด็ก ๆ ก็จะรีบออกไปทา กจิ กรรมตา่ ง ๆ ข้างนอกบ้าน เช่น ปกิ นกิ ดว้ ยแตงโมและไอศกรมี และใน ตอนเย็นจบด้วยการแสดงดอกไม้ไฟ ขนาดใหญ่อกี ครั้ง
75 ตา่ งจาก Mary Mina ชอบการเขา้ สงั คม เธอมักจะจดั งาน เล้ยี งสุดหรู ในขณะที่ Tom มักจะพยายามหลกี เลีย่ งการจดั งานโดย แกล้งทาเปน็ ป่วย ในสมุดรายชอ่ื แขกเตม็ ไปดว้ ยช่อื ของคนท่มี ีชื่อเสยี ง เช่น Orville Wright ผ้ทู คี่ ดิ ค้นเครอ่ื งบิน Helen Keller นักเขยี น และวิทยากรผทู้ ี่ตาบอดและหูหนวกตัง้ แต่อายุ 2 ปี และ Henry Ford ผูผ้ ลิตรถยนต์ เขาเขยี นในตอนท้ายวา่ “การพกั ผ่อนกับ ครอบครวั เป็น 2 วนั ทีด่ ีท่ีสดุ ทเ่ี คยอยู่มา” การยา้ ยไปท่ี Glenmont ทาให้ Tom ตัดสนิ ใจออกจาก หอ้ งปฏิบัตกิ าร Menlo Park และเขาไดส้ ร้างห้องปฏิบัตกิ ารแหง่ ใหม่ขึ้นท่ี West Orange โดยห่างจากบ้านของเขา 1.61 กิโลเมตร (1ไมล์ ) Tom ต้องการใหม้ นั ดีที่สุดในโลก “ฉนั จะมสี ิ่งอานวยความ สะดวกทด่ี ีท่สี ุดและใหญส่ ดุ เพ่ือการพัฒนาอย่างรวดเร็วและดว้ ย ราคาท่ีถูก” Tom กล่าวประกาศ Tom ไม่เคยลมื ความปรารถนาของเขาทจี่ ะให้สง่ิ ท่ีคน ตอ้ งการเพราะ ความสาเรจ็ อันยง่ิ ใหญข่ องเขากับการสรา้ งหลอดไฟ เขามีอานาจเงินอย่างมากและมอี ิทธิพลที่จะทามัน
76 West Orange complex เปิดเดือนพฤศจิกายน ในปีพ.ศ. 2430 (ค.ศ.1887) มหี ้องปฏบิ ัตกิ ารฟสิ ิกส์ หอ้ งปฏบิ ัติการเคมี และ หอ้ งปฏบิ ตั ิการสว่ นตวั สาหรบั Tom เพ่ือท่ีเขาสามารถจะได้มสี มาธิ และคดิ โดยไม่ติดขดั
77 แตส่ าหรบั Tom ศูนย์กลางของ West Orange เป็น หอ้ งสมดุ ขนาดใหญ่ ท่ีมหี อ้ งแสดงผลงานศลิ ปะสองแห่ง คือ มเี พดาน 6 เมตร (40 ฟตุ ) ผนังที่เต็มไปดว้ ยรปู ถา่ ยและโล่ และชนั้ วางหนังสือ และนิตยสารกวา่ หมน่ื เลม่ จากทวั่ ทุกมมุ โลก ทน่ี ั่นมโี ต๊ะทางานและ โตะ๊ ประชุม ท่ี ๆ Tom ได้พบปะกับเพือ่ นนักข่าวและนักลงทุน นกั ข่าวและบรรณาธกิ าร West Orange มขี นาดใหญ่กว่า Menlo Park ถงึ 10 เทา่ และมคี นงาน ในคราวเดยี วมากถงึ 1 หมนื่ คน ในช่วงนนั้ มี “บรษิ ัท”30 แหง่ ทางานในโครงการตา่ ง โดยมี Tom กากับงาน นอกเหนือจากความคดิ ใหม่ ๆ แลว้ Tom ไมเ่ คยสนใจทีจ่ ะ พฒั นา “แผน่ เสยี ง” ของเขาใหด้ ีข้นึ เขาอาจจะหลงทางและทางาน กบั สงิ่ ประดิษฐอ์ ืน่ ๆ แต่เขากลับมาสนใจแผน่ เสียงเสมอ ไมใ่ ชท่ ุกอย่างท่จี ะประสบผลสาเรจ็ หนงึ่ ในนนั้ คือ “เด็กชาย” ที่พดู ถึง Tom ในการทาตุ๊กตาพูดได้ของบริษัท Boston ในตุ๊กตาจะมีกระบอกเล็ก ๆ อยู่ สงู 0.6 เมตร(2 ฟุต) เพอื่ ใชใ้ นการ หมนุ กระบอกจากข้างหลังตกุ๊ ตา ตุก๊ ตาใชไ้ ดด้ ตี อนท่อี ยู่ในโรงงาน โดย ทีม่ นั สามารถจาพวกกลอนและคาสมั ผสั ของเด็กได้ แตเ่ มื่ออยู่ใน ร้านค้า ไม่สามารถทางานได้เหมือนตอนท่ีอยู่ในโรงเรียน เพราะ เสียง ท่ีกระแทกบนพน้ื ทาให้ ไปรบกวนระบบเคร่ืองของตุ๊กตา กเ็ ลยทาให้ ตกุ๊ ตาสว่ นใหญท่ างานไม่ได้
78 ตกุ๊ ตาใชไ้ ด้ดีตอนที่อยู่ในโรงงาน โดยทมี่ ันสามารถจาพวกกลอน และคาสมั ผสั ของเด็กได้ แตเ่ มื่อ อยใู่ นร้านค้า ไมส่ ามารถทางาน ได้เหมือนตอนที่อยู่ในโรงเรียน เพราะ เสียงทีก่ ระแทกบนพ้ืน ทาให้ ไปรบกวนระบบเครื่อง ของตุ๊กตา กเ็ ลยทาใหต้ ุ๊กตาส่วน ใหญท่ างานไม่ได้ ในเดอื นสิงหาคม พ.ศ. 2432 (ค.ศ.1889) Mina และ Tom ไปยงั ไงปารสี เพ่ือเข้าร่วมงาน Universal Exhibition เปน็ งานจัด แสดงสนิ คา้ ขนาดใหญซ่ ง่ึ โดยมีสินคา้ มาจากหลายๆประเทศ
79 มีการจัดการแสดงสินค้าคร้ังใหญ่ ของ Edison โดยที่ แผ่นเสียง เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะ Eiffel Tower แห่งใหมซ่ ึ่งมีโครงสรา้ งทีส่ ูงท่สี ดุ ในโลก ณ เวลาน้นั
80 Eiffel Tower
81 “LA TOUR EIFFEL” สูง 299.92เมตร(984 ฟุต) ซึ่งอยเู่ หนอื เมือง ปารีส ในการสรา้ งใชแ้ รงงานคน 300 คน ในเวลา 2 ปี ชน้ิ ส่วนเหลก็ ท่ีใช้สร้างนั้น 15,000 ชิ้น ในการประกอบน้ันใช้หมดุ จานวน 2.5 ลา้ นชน้ิ Eiffel Tower สามารถโยกไปมาไดป้ ระมาณ 8 นว้ิ เพื่อตา้ น ลม และจาเปน็ ต้องใชส้ ี 40 ตัน เพือ่ เคลือบหอคอย Eiffel Tower ยังเป็นโครงสร้างที่สงู ที่สุดในโลกจนถึงปี พ.ศ. 2473 (ค.ศ.1930) จากนน้ั ก็มีการสร้างตึก Chrysler ตามด้วยตึก Empire State ซง่ึ ถูก สรา้ งขน้ึ ในนวิ ยอรก์ Eiffel Tower สร้างเสรจ็ ในปี พ.ศ.2432 (ค.ศ.1889) เพอ่ื วนั ครบรอบรอ้ ยปีของการปฏิวตั ิของประเทศฝรั่งเศส แบบของ Eiffel Tower ออกแบบโดย Gustave ผทู้ ่ชี นะ การแข่งขันจาก 700 รายการทส่ี ง่ ประกวด เมื่อหลายปีก่อน เขาได้ ออกแบบโครงสรา้ งเหล็กสาหรบั ด้านในของเทพีเสรีภาพและเขาได้ ดแู ลเลยี้ งดูสตรีผ้ทู ีม่ ีชอื่ เสียงคนหน่ึงไวท้ ีท่ า่ เรือในนิวยอร์กเม่อื ปี พ.ศ. 2429 (ค.ศ.1886)
82 ในระหว่างการเดินทางของ Tom น้ันเขาได้ไปเยยี่ มชม ชาว ฝรั่งเศสท่มี ี “ปืนอัดเสียง” ซงึ่ เอาไว้ยงิ สัตว์ท่ีเคลอ่ื นไหวอยา่ งเชน่ นก ทก่ี าลงั บิน Tom สนใจภาพเคล่ือนไหวในเดอื นตุลาคม ปี พ.ศ.2731 (ค.ศ.1888) เขาได้เขียนวา่ “ฉันกาลังทดลองกับเครื่องมือท่ที าเพ่ือ ดวงตาและเครื่องเลน่ จานเสียงซ่ึงทาเพือ่ หู สิง่ นี้ เรยี กวา่ “Kinetoscope”
83 Tom เป็นผู้บุกเบิกในการพัฒนาระบบการถ่ายทาและแสดง ภาพเคลื่อนไหว kinetograph ของเขาคือ กล้องถ่ายรูป ซ่ึงไว้ ถ่ า ย ภ า พ kinetoscope ข อ ง Tom เป็ น วิ ธี ม อ ง ดู พ ว ก เข า ในปี พ.ศ.2436 (ค.ศ.1893) ห้องทางานภาพเคล่ือนไหว แห่งแรกอยู่ท่ี อเมริกา ถูกสร้างขึ้นใน West Orange เขาตั้งชื่อมันว่า Black Maria
84 ภำพถำ่ ย กระบวนการถ่ายภาพที่ประสบความสาเร็จเป็นครั้งแรก คือ Daguerreotype ซึ่งได้ต้ั งช่ื อต าม ช าวฝรั่งเศส คื อ Luis J.M. Daguerre ใน ปี พ .ศ .2380 (ค .ศ .1837) เป็ น ภ าพ ข าว ด า ท่ี มี ราย ล ะเอี ย ด แ ล ะอ ธิบ าย ว่าเป็ น “ก ระจ ก เงาโด ย ก ารจ า ” การค้นพบครั้งสาคัญคร้ังถดั มาเกดิ ข้ึนในปี พ.ศ. 2394 (ค.ศ. 1851) เมื่อ Frederick Scott Archer ซ่ึงเป็นช่างภาพชาวอังกฤษ ไดค้ น้ พบวธิ ีท่ีจะให้งานพมิ พม์ จี านวนมากทีส่ ดุ เทา่ ทีเ่ ขาต้องการ
85 ต่อมาในปี พ.ศ.2431 (ค.ศ.1888) George Eastman ชาว อเมริกันได้เปิดตัวกล้อง Koduk Box ซ่ึงเป็นกล้องที่พกพาได้สะดวก ทาให้พวกช่างภาพไม่จาเป็นต้องอยู่ในห้องทางานท่ีเป็นห้องมืดอีก ต่อไป นอกจากน้ีแล้วตัวกล้องยังราคาถูกและสะดวกในการใช้งานอีก ด้วย ม้วนของเซลลูลอยด์หรือพลาสติกฟิล์ม อาจจะใช้แผ่นเสียงสีดา และสีขาวร้อยแผ่นภาพยนตร์ ซึ่ง Edison ใช้ส่ิงน้ีในการถ่าย ภาพยนตร์
86 Black Maria ซึ่งเป็นโครงสร้างทีม่ ีความยาวประมาณ 16.76 เมตร (50 ฟุต) และเป็นโครงสร้างท่ีดูแปลก คือ มีหลังคาเอียงที่ ส าม ารถ เปิ ด ได้ โด ย ก ารใช้ รอ ก เพ่ื อ ให้ ด ว งอ าทิ ต ย์ ส่ อ งถึ ง มันวางบนฐานงาน (Platform) ท่ีเป็นทรงกลมซึ่งมีเหล็ก เหมือนรางรถไฟ และเคล่ือนที่เป็นวงกลมตามทิศของดวงอาทิตย์ ก ารถ่ าย ท าใน Black Maria เร่ิม ข้ึ น ใน ปี พ .ศ .2436 (ค.ศ.1893) ในตอนต้นภาพยนตร์สามารถแสดงให้เห็นภาพชายคน หนึ่งจาม “แสดง” อย่างมีความสุข ช่างท่ีถ่ายทานั้นทางานอยู่ที่ West Orange
87 ครง้ั แรกท่ถี ่ายทาการ แข่งขันชกมวย ซึ่งคร้งั นน้ั คนท่ี ชนะ คอื “Jim” Corbett นอกจากนี้แล้ว Edison ยัง ถา่ ยทากลุ่มนกั เตน้ รา กายกรรม นักแสดงตลก นกั เล่นมายากล กระท่ังผ้ชู าย ทีแ่ ข็งแกรง่ ทีส่ ุดในโลกอีกดว้ ย เมื่อการแสดง Wild West ของ Buffalo Bill มาถึงเมืองนัก แม่นปืน Annie Oakley ก็ถ่าย ทาที่นั่นเช่นกัน ส่วนใหญ่เป็น ระยะเวลาส้ัน ๆ ซึ่งกินเวลา ประมาณ 20 หรือ 30 วินาที
88 ห น่ึ งใน “เรื่อ งร าว ” แ ร ก เร่ิ ม ได้ ถ่ า ย ท า ที่ West Orange ซึ่ ง เ ป็ น เ รื่ อ ง ข อ ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง นักดับเพลิง เตื อ น ภั ย ด้ ว ย ก า ร ใ ช้ สั ญ ญ า ณ เตือนไฟไหม้ และผู้คนก็รีบหนี ออกจากที่ไฟไหม้ไป พวกเขาได้ ชว่ ยเด็กทารกและช่วยดับไฟ โดย ไม่มีเสียงใดๆ ถึงจะเป็นเช่นนั้น ผู้คนก็ต่างต่ืนเต้นที่จะได้เห็นมัน
89 ความสนใจหลักของ Tom ในภาพยนตร์คือ การสร้าง อุปกรณ์ท่ีดีกว่า เช่น kinetoscope และ kinetograph ของเขา แต่ เม่ือเวลาผ่านไปเขาก็ออกไปทางานในแนวความคิดอื่น ๆ เขาไม่ได้มี ส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดเหมือนกับท่ีเขาเคยเล่นกับแผ่นเสียงและ หลอดไฟ เขาเสนอคาแนะนากับทีมของเขา แต่เขาปล่อยให้พวกของ เขาทาตามความคิดและการปรับปรุงโดยไม่มีเขา ในที่สุดเขาก็ ตัดสนิ ใจทจี่ ะออกจากธรุ กิจภาพยนตร์
90 บทที่ 7 ประดษิ ฐ์ตลอด Tom เป็นคนที่ไม่เคยมีความคิดเลย แม้ว่า Tom จะได้ยิน ยากแต่เขาไม่เคยสูญเสียการได้ยินอย่างสมบูรณ์ เขาไม่ปล่อยให้มัน กลายเป็นปัญหาแม้ว่าการได้ยินของเขาจะแย่ลงในขณะที่เขาโตขึ้น ในความเป็นจริงเขาบอกว่ามันเป็นสิ่งท่ีดีเพราะเขาอาจเพิกเฉยต่อ เสียงดังๆท่ีหมุนวนรอบตัวเขา เขาสามารถมีสมาธิกับส่ิงที่สาคัญ สาหรบั เขา พอถึงจุดหนึง่ Tom ก็บอกว่าการผ่าตัดอาจรักษาอาการหู หนวกของเขาได้ เขาไม่ต้องการมันและเขาก็ไม่ได้สนใจในการพัฒนา เคร่ืองชว่ ยฟงั
91 Tom พบวิธแี ก้ไขปัญหาของเขา เขาพยายามฟังผู้เล่นเปียโน ท่ีทดลองใชส้ าหรบั การบันทกึ แผ่นเสยี งของเขาโดยการกัดโลหะแผ่นท่ี แนบกับเปียโน ส่ิงนี้ทาให้เขาได้ยินเพลงผ่านการสั่นสะเทือนที่เดิน ทางผ่านกระดูกขากรรไกรของเขาเขากาลังฟังผ่านฟันของเขา มีคนรู้จักผลงานของทอมมากจากบันทึกท่ีเขาเก็บไว้กว่าเจ็ด สิบปีท่ีเขาประดิษฐ์ เขาเติมและเขียนสมุดโน้ตสี่พันและวาดโน้ต มากกวา่ สามลา้ นตวั อกั ษรและภาพร่าง
92 ความคิดของ Tom ไม่ใช่ท้ังหมดท่ีประสบความสาเร็จในปี พ.ศ.2434 (ค.ศ.1891) เขาซื้อเหมืองในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐ New Jersey เขาต้องการหาวิธีผลิตเหล็กคุณภาพต่าแยกแร่ออกจาก หินและทราย แต่หลังจากสิบปีเขาต้องยอมแพ้เมื่อพบแร่เหล็ก คุณภาพสูงในมินนิโซตา (Minnesota) โดยคราวน้ี Tom เสียเงิน หลายลา้ นดอลลาร์
93 ถงึ กระนน้ั ประสบการณข์ องกับ Tom การทาเหมอื งแร่พา เขาไปที่ธุรกจิ ปูนซีเมนต์อน่ื เขาคิดวธิ ีที่จะเทบ้านซเี มนต์ในเวลาเพยี ง หกชว่ั โมง
94 โดยใช้แม่พมิ พแ์ ละเครื่องจักรทเ่ี ขาพัฒนาในธรุ กิจการทาเหมอื งของ เขา ซเี มนต์ของเขาถูกใชเ้ พ่ือสรา้ งสนามกีฬาแยงกนี วิ ยอร์ก (New York’s Yankee Stadium) และคลองปานามา ตอนน้เี ปน็ ชว่ งเปลย่ี นศตวรรษ รถยนตก์ าลงั จะระเบดิ ในที่ เกิดเหตุ Tom เดิมเช่ือวา่ รถยนต์ไฟฟ้าจะเปน็ รถยนต์ท่ีดที ี่สุดสาหรับ อนาคต เขาออกเดินทางเพื่อผลติ แบตเตอรี่เพ่ือขบั เคลื่อนรถยนตด์ ว้ ย ไฟฟ้า เขารู้วา่ มันจะสะอาดกวา่ ก๊าซทีน่ ักประดิษฐ์รายอนื่ พยายาม แต่ เขาต้องสร้างแบตเตอรีท่ ี่จะเก็บกระแสไฟฟ้าเพียงพอสาหรับใช้รถเป็น เวลานานมาก มนั ยังจะตอ้ งมีราคาถกู พอท่จี ะทา
95 HENRY FORD Henry Ford เป็นคนแรกที่ผลิตรถยนต์ราคาถูก ให้ชาว อเมริกันสามารถเปน็ เจ้าของได้ ในปีพ.ศ .2451 (ค.ศ.1908) รถยนต์ ยอดนิยมของเขารุ่น The Model T ราคาหลายร้อยดอลลาร์ แล้ว เขาได้คาสั่งซื้อเพจากลูกค้ามากกว่าท่ีเขาจะผลิตได้ ภายในสองปี Ford และลูกทีมช่วยกันประกอบรถยนต์ แต่ละคนจะมีหน้าที่แค่ อย่างเดียวในการประกอบชิ้นส่วนแต่ละส่วน และส่งต่อไปยังส่วน การผลิตข้ันต่อไปสุดท้ายก็จะได้เป็น The Model T พร้อมส่งลูกค้า Fordใช้เวลาถึง 19 ปีในการผลิตและเขาส่งออกมากกว่า 15.5 ล้าน คันทวั่ อเมริกา
96 ในทส่ี ดุ Tom ก็ไดม้ า ซง่ึ แบตเตอรี่ แต่เขาสายไปเสีย แล้ว เพราะวา่ ในปี พ.ศ.2446 (ค.ศ.1903) Henry Ford ได้ ขาย gasoline-powered Model A ใหก้ บั ลูกค้าไปแล้ว แบตเตอร่ีของ Tom มี ประโยชน์อย่างมาก ถึงแม้ว่ามันไม่ได้ทรงพลังเหมือนของ Ford เพ่ือ ใช้สาหรับรถยนต์ กองทัพเรือใช้มันมาเพือ่ ให้ความสว่างกับเรือและใช้ จุดชนวนระเบิด รถไฟรางและสัญญาณ ไฟที่ติดต้ังไว้ด้วยกัน รถบรรทุกขนส่งบางคันก็ใช้แบตเตอร่ใี น การเดินเครื่อง ใช้เป็นไฟบนหมวกของ คนงานเห มืองถ่าน หิน เช่น กัน น่ า มหัศจรรย์ที่แบตเตอรี่ของเขาทาเงิน ให้กับเขามากท่ีสุด ครั้งหนึ่ง Tom พูด ว่า “เติบโตเพื่อเป็นผู้ติดตามและคอย สนับสนุนฉันในว่าที่ฉันแก่เฒ่า” นี่เป็น คาพูดที่ Tom เคยคาดหวังให้กับแผ่นสี ยงของเขา
97 ด้วยความสาเร็จทั้งหมดของ Tom เขาพร้อมเสมอที่จะก้าว ต่อไปสาหรับไอเดียใหม่ ๆ เช่นเดียวกับความล้มเหลวของเขา เขา ไม่ได้มองย้อนกลับไปและพร่าบ่น และเขาไม่เคยยอมแพ้จนกว่าเขา จะได้ลองทุกความเป็นไปได้ Tom เคยพูดว่า “คุณเจอสิ่งท่ีคุณไม่ เข้าใจ คุณอย่าหยุดพักจนกว่าจะหมดแรง คนส่วนใหญ่ลองทาอะไร สกั อย่างแล้วเลิก ฉันไม่เคยหยุดจนกวา่ ฉันจะพบส่งิ ที่ฉนั ตามหา” Tom ทางานในช่วงเวลาท่ีคนอื่น ๆ คิดแข่งและทาตาม ความคดิ ทีด่ ีตอ่ ไป โลกดเู หมอื นมชี วี ติ อยกู่ บั ความเป็นไปได้ Tom เข้าใจงาน เขาชอบมัน เขาเคยพูดว่า “อัจฉริยะเกิด จากแรงบันดาลใจเพียง 1% และอีก 99% คือการลงมือทา” จากคน อจั ฉริยะเขาพูดว่า “คนท่ีหมกมุ่นก็คือคนท่ีอัจฉรยิ ะ” ในปี พ.ศ.2457 (ค.ศ.1914) มีไฟลุกลามผ่านอาคาร West Orange ของเขา แต่ถึง อยา่ งนนั้ Tom ก็ไม่ย่อทอ้ เขาก็เสร้างอาคารขน้ึ มาใหมท่ นั ที แม้ว่า Tom จะเคยมีความคดิ แคบ ๆ ท่ีไมด่ ีเกย่ี วกบั วทิ ยุ เขา แนใ่ จวา่ มนั จะไมม่ วี นั ล้าสมยั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109