Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้

การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้

Description: การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้

Search

Read the Text Version

CHEMICAL EQUILIBRIUM 1 รายวิชาเคมี 3 รหสั วิชา ว32223 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 หน่วยการเรียนรู้ เร่อื ง สมดลุ เคมี ชุดท่ี การเปลีย่ นแปลงที่ผนั กลับได้ นางศริ กิ านต์ ขนุ ทองจนั ทร์ ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะชานาญการ โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานกุ ลู ” สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 ชุดท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 2 คำนำ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32223 สาหรับ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง สมดุลเคมี จัดทาเพ่ือส่งเสริมและพัฒนาการจัดการ เรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เป็นชุดกิจกรรมแบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) ที่สร้างขึ้นให้ สอดคล้องกบั หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ สาระท่ี 3 สารและสมบัติของสาร ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักการสืบเสาะหาความรู้ และสร้างองค์ความรู้ได้ด้วย ตนเอง เกิดการเรียนรู้เป็นไปตามขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มี ความสามารถในการส่อื สาร ตดั สินใจ และการนาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) เร่ือง สมดุลเคมี นักเรียนสามารถเรียนรู้ไดด้ ้วย ตนเอง โดยลงมอื ปฏิบัตจิ รงิ ในทกุ กิจกรรมทก่ี าหนดและเพ่ือให้การใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหา ความรู้ (7E) เรือ่ ง สมดลุ เคมี เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ นกั เรยี นควรศึกษาและปฏบิ ตั ิตามคาชี้แจง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) ชุดน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อ การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตามจุดมุ่งหมายของ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ศิรกิ านต์ ขนุ ทองจันทร์ ชุดที่ 1 การเปลย่ี นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 3 สำรบญั หนำ้ 2 คานา 3 สารบัญ 4 คาช้ีแจง 5 แผนผังแสดงการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ 6 คาแนะนาสาหรับครู 7 คาแนะนาสาหรับนักเรียน 8 มาตรฐานการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ 9 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้และสาระการเรียนรู้ 10 กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) 11 12 ข้ันที่ 1 ขน้ั ตรวจสอบความรเู้ ดมิ (Elicitation Phase) 15 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง การเปลีย่ นแปลงท่ีผนั กลับได้ 17 ความร้ทู ่ี 1 ระบบและสิ่งแวดล้อม 19 กจิ กรรมที่ 1 ระบบและส่ิงแวดล้อม 20 21 ขั้นที่ 2 ข้ันเร้าความสนใจ (Engagement Phase) 27 ขั้นที่ 3 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration Phase) 28 29 กิจกรรมที่ 2 ปฏิกริ ิยาระหว่าง CuSO4 กับ HCl 37 ข้นั ท่ี 4 ขั้นอธบิ าย (Explanation Phase) 41 ขัน้ ที่ 5 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration Phase) 43 44 ความรทู้ ่ี 2 การเขียนรายงานผลการทดลอง 47 ความร้ทู ี่ 3 การเปลี่ยนแปลงท่ผี ันกลบั ได้ 48 กจิ กรรมท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงที่ผนั กลับได้ 60 ขน้ั ที่ 6 ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase) 61 แบบทดสอบหลังเรยี น เรอื่ ง การเปล่ยี นแปลงทผี่ ันกลบั ได้ ขน้ั ที่ 7 ขั้นนาความรู้ไปใช้ (Extention Phase) ภาคผนวก บรรณานุกรม ประวัตยิ ่อผจู้ ดั ทา ชดุ ท่ี 1 การเปลย่ี นแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 4 คำช้ีแจง 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32223 สาหรับ นกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 หน่วยการเรยี นรู้ เรื่อง สมดุลเคมี ประกอบดว้ ยชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ จานวน 7 ชดุ ดังน้ี ชดุ ท่ี 1 กำรเปลยี่ นแปลงทผี่ นั กลับได้ ชดุ ท่ี 2 ภาวะสมดุล ชุดท่ี 3 คา่ คงทสี่ มดลุ กบั สมการเคมี ชุดท่ี 4 คา่ คงท่สี มดลุ กบั การคานวณ ชุดท่ี 5 การเปลยี่ นความเข้มขน้ ณ ภาวะสมดลุ ชุดท่ี 6 การเปล่ียนความดันและอณุ หภูมิ ณ ภาวะสมดุล ชดุ ท่ี 7 หลกั ของเลอชาเตอลิเอ 2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) ชุดน้ีเป็นชุดท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับ ได้ ใชป้ ระกอบแผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาเคมี 3 รหสั วชิ า ว32223 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 จานวน 1 แผน เวลา 3 ชัว่ โมง 3. ส่วนประกอบของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ชุดน้ี ประกอบด้วย คาชี้แจง แผนผังแสดงการใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้ คาแนะนาสาหรับครู คาแนะนาสาหรับนักเรียน มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) เฉลยแบบทดสอบ กอ่ น-หลงั เรียน และเฉลยกจิ กรรม 4. ผู้ใช้ชุดกิจกรรมนี้ควรศึกษาคาแนะนาในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ก่อนใช้ และปฏิบัติตาม ขัน้ ตอนการจดั การเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (7E) ดังนี้ ขน้ั ท่ี 1 ขั้นตรวจสอบความรเู้ ดิม (Elicitation Phase) ขั้นที่ 2 ขน้ั เรา้ ความสนใจ (Engagement Phase) ข้ันท่ี 3 ขั้นสารวจและค้นหา (Exploration Phase) ขน้ั ที่ 4 ขั้นอธิบาย (Explanation Phase) ขน้ั ที่ 5 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration Phase) ขน้ั ท่ี 6 ขัน้ ประเมินผล (Evaluation Phase) ขัน้ ที่ 7 ขน้ั นาความรูไ้ ปใช้ (Extention Phase) ชดุ ท่ี 1 การเปล่ียนแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 5 แผนผงั แสดงกำรใช้ชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรู้ 7E 1. ศึกษาคาชี้แจงและคาแนะนาการใชช้ ดุ กิจกรรมการเรียนรู้ 2. ศึกษามาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ จุดประสงค์ การเรียนรแู้ ละสาระการเรียนรู้ 3. ศึกษาชุดกิจกรรมและปฏบิ ัติกจิ กรรมตามขัน้ ตอน ดังน้ี ไม่ผ่านเกณฑ์ - ขัน้ ที่ 1 ขน้ั ตรวจสอบความรู้เดิม การประเมินผล - ข้นั ที่ 2 ข้ันเร้าความสนใจ - ขั้นท่ี 3 ขั้นสารวจและคน้ หา ผา่ นเกณฑ์ - ขั้นที่ 4 ขน้ั อธิบาย - ขน้ั ที่ 5 ขั้นขยายความรู้ - ข้นั ท่ี 6 ข้นั ประเมนิ ผล - ข้นั ท่ี 7 ขน้ั นาความรู้ไปใช้ 4. ตรวจสอบคาตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น กิจกรรม และ แบบทดสอบหลงั เรยี น จากเฉลยแบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน และเฉลยกิจกรรม 5. ศกึ ษาชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ชดุ ที่ 2 ตอ่ ไป ชดุ ที่ 1 การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 6 คำแนะนำสำหรบั ครู ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32223 สาหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง สมดุลเคมี ชุดที่ 1 การเปล่ียนแปลงท่ีผันกลับได้ มี เน้อื หาเก่ียวกับการเปล่ยี นแปลงของสารทผ่ี ันกลับได้และผันกลับไม่ได้ ชุดกิจกรรมการเรียนร้นู ้ี เป็นการจัด กิจกรรมเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) ซ่ึงต้องปฏิบัติตามลาดับขั้นตอน ดังนั้น ครูผู้สอนควรเตรียม ความพร้อมและปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา ดังน้ี 1. ศึกษารายละเอียดเก่ียวกับแผนการจัดการเรียนรู้ เนื้อหาท่ีสอน เอกสารชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ และคาชี้แจงตา่ ง ๆ ใหเ้ ข้าใจ และยดื หยุ่นกจิ กรรมตามความเหมาะสม 2. เตรียมส่อื อุปกรณ์สาหรับการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ให้พรอ้ มและครบจานวนนกั เรียนในชั้นเรยี น แตล่ ะกล่มุ และทดลองก่อนการจัดการเรยี นรเู้ พื่อตรวจสอบความถูกต้อง 3. เม่ือมีกิจกรรมกลุ่ม ให้แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5-6 คน โดยคละเพศและคละนักเรียนเก่ง ปานกลางและอ่อน ให้มีการเลือกประธานและเลขานุการกล่มุ และให้นักเรยี นแบ่งหนา้ ท่ีความรับผิดชอบใน กลุ่ม 4. เมื่อมีการทดลอง ครูต้องช้ีแจงข้อควรระวังก่อนการทดลองทุกคร้ัง เพ่ือความปลอดภัยขณะ ปฏบิ ัติการทดลอง 5. ครชู ้ีแจงให้นักเรียนทราบบทบาทของตนเอง แนะนาแนวปฏิบัติ ข้ันตอนการใช้ชุดกิจกรรมการ เรยี นรู้ และการปฏิบตั ิกจิ กรรมอย่างรอบคอบ 6. ขณะท่ีนักเรยี นปฏิบัติกิจกรรม ครูคอยให้คาปรึกษา คาแนะนา และกระตุ้นให้นักเรียนในกลุ่ม เกิดการเรียนรูร้ ่วมกนั พร้อมท้งั สงั เกตและประเมินพฤติกรรมการทางานของนักเรยี น 7. การวดั และประเมินผล ประเมนิ จากแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน กิจกรรม แบบบันทึก ผลการทดลอง การเขียนรายงานผลการทดลอง และพฤตกิ รรมขณะทาการทดลองหรือปฏิบัตงิ านกลมุ่ 8. เม่ือนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนเก็บ สื่ออุปกรณ์ ให้ เรียบร้อย และแจง้ ให้นักเรยี นเตรยี มความพร้อม สาหรับการเรียนรู้ชุดกจิ กรรมตอ่ ไป ชดุ ท่ี 1 การเปล่ยี นแปลงที่ผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 7 คำแนะนำสำหรบั นักเรียน การเรยี นรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) รายวชิ าเคมี 3 รหัสวชิ า ว32223 สาหรับนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ เร่ือง สมดุลเคมี ชุดที่ 1 การเปลยี่ นแปลงท่ี ผนั กลบั ได้ ใหน้ กั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมตามลาดบั ข้ันตอนอย่างละเอยี ดและถูกตอ้ ง ดังนี้ 1. ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) ชดุ ท่ี 1 การเปล่ียนแปลงท่ีผันกลับได้ ใช้เวลา 3 ชว่ั โมง มีเน้ือหาเก่ียวกับการเปล่ียนแปลงของสารท่ีผนั กลับได้และผันกลับไม่ได้ ซง่ึ เปน็ กจิ กรรมการเรยี นรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 5-6 คน โดยคละเพศนักเรียนและคละนักเรยี นเก่ง ปานกลางและอ่อน ให้มีการเลอื กประธานและเลขานกุ ารกลุ่ม และใหน้ ักเรยี นแบง่ หน้าทค่ี วามรบั ผิดชอบในกลุ่ม 3. อ่านและทาความเข้าใจ คาช้ีแจง คาแนะนา และแผนผังแสดงข้ันตอนการใช้ชุดกิจกรรมการ เรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (7E) ให้ชดั เจน 4. ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนร้แู ละสาระการเรยี นรู้ 5. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนในชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยปฏิบัติตามคาแนะนา มีความ รบั ผิดชอบ รว่ มกันอภปิ ราย แลกเปล่ยี นเรียนรู้ และยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อน่ื 6. เม่ือปฏิบัติกิจกรรมตามชุดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (7E) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ ตรวจสอบคาตอบจากเฉลยในชุดกิจกรรม ถ้าคาตอบไม่ถูกให้กลับไปอ่านทาความเข้าใจเน้ือหาอีกครั้งและ ตอบใหม่ 7. ตรวจคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี นจากเฉลย พร้อมบันทึกคะแนนทไี่ ด้ เพอื่ เปรียบเทียบผลการเรียนของตนเอง ซ่ึงนักเรียนต้องทาแบบทดสอบหลังเรยี นให้ถูกตั้งแต่ 7 ข้อขน้ึ ไป จึงจะ ผา่ นเกณฑ์ ถา้ นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ตามท่ีกาหนด ให้นกั เรียนนาเอกสารไปทบทวนเนือ้ หาด้วยตนเองและทา แบบทดสอบใหมอ่ ีกครัง้ 8. เม่ือเรยี นจบแต่ละกจิ กรรมของชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ต้องเก็บสอ่ื อุปกรณ์การเรยี นใหเ้ รยี บร้อย ทุกครงั้ ชุดท่ี 1 การเปลย่ี นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 8 มำตรฐำนกำรเรยี นรแู้ ละผลกำรเรยี นรู้  มำตรฐำนกำรเรยี นรู้และผลกำรเรยี นรู้ สำระที่ 3 สำรและสมบัติของสำร มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 3.2 เขา้ ใจหลกั การและธรรมชาตขิ องการเปลย่ี นแปลงสถานะของสาร การเกดิ สารละลาย มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวทิ ยาศาสตร์ ส่อื สารสง่ิ ทเี่ รียนรแู้ ละนาความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์ ผลกำรเรียนรู้ - สบื คน้ ขอ้ มลู และอธบิ ายการเปล่ียนแปลงทีผ่ ันกลับไดแ้ ละปฏิกริ ยิ าเคมที ี่ผันกลับได้ - ทดลอง อภิปราย และลงข้อสรุปการทดลองการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมีทีผ่ นั กลับได้ สำระที่ 8 ธรรมชำตขิ องวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหา ความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกดิ ขน้ึ สว่ นใหญม่ รี ปู แบบที่แนน่ อน สามารถอธิบาย และตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูลและเคร่อื งมือทีม่ ีอยู่ในชว่ งเวลาน้นั ๆ เขา้ ใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี สงั คม และสงิ่ แวดล้อม มีความเก่ียวข้องสัมพนั ธก์ นั ตวั ชีว้ ัด ว 8.1 ม.4-6/5 รวบรวมข้อมูลและบันทกึ ผลการสารวจตรวจสอบอย่างเปน็ ระบบถกู ตอ้ ง ครอบคลมุ ท้งั ในเชงิ ปรมิ าณและคุณภาพ โดยตรวจสอบความเป็นไปได้ ความเหมาะสม หรอื ความผดิ พลาด ของข้อมูล ตัวช้วี ัด ว 8.1 ม.4-6/7 วเิ คราะหข์ อ้ มลู แปลความหมายขอ้ มูล และประเมินความสอดคลอ้ งของ ข้อสรุป หรือสาระสาคญั เพ่อื ตรวจสอบกับสมมติฐานทตี่ งั้ ไว้ ตวั ชี้วัด ว 8.1 ม.4-6/9 นาผลของการสารวจตรวจสอบทไี่ ด้ทงั้ วิธีการและองคค์ วามรู้ทไี่ ดไ้ ปสร้าง คาถามใหม่ นาไปใช้แกป้ ญั หาในสถานการณใ์ หม่และในชวี ติ จรงิ ชดุ ท่ี 1 การเปลย่ี นแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 9 จุดประสงค์กำรเรยี นรแู้ ละสำระกำรเรยี นรู้  จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้ (K/P/A/C) 1. อธบิ ายและยกตวั อย่างปฏกิ ิรยิ าทเี่ กิดข้นึ อย่างสมบูรณ์ได้ (K) 2. อธิบายและยกตวั อย่างการเปลี่ยนแปลงท่ีผนั กลับได้ (K) 3. อธบิ ายและสรุปลักษณะของปฏิกริ ยิ าไปขา้ งหน้า ปฏกิ ริ ิยายอ้ นกลับได้ และปฏกิ ิริยาเคมี ท่ีผันกลับได้ (K) 4. ทาการทดลองเพื่อศึกษาการเกดิ ปฏิกิริยาผันกลับได้ (P) 5. ทาการเขียนรายงานการทดลองเพอ่ื ศึกษาการเกิดปฏิกริ ิยาผนั กลับได้ (P) 6. ทางานรว่ มกับผู้อื่น ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสตั ย์ต่อข้อมลู และการสืบค้นข้อมูล เกีย่ วกบั การเปลี่ยนแปลงท่ี ผันกลบั ได้ (A) 7. มีความสามารถในการการส่อื สาร และการแกป้ ญั หา เกยี่ วกับการเปลีย่ นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ (C)  สำระกำรเรยี นรู้ 1. ปฏิกริ ิยาท่ีเกดิ ข้ึนอย่างสมบรู ณ์ 2. การเปล่ยี นแปลงทีผ่ นั กลับได้ 3. ปฏกิ ิริยาเคมที ี่ผนั กลบั ได้ ชดุ ที่ 1 การเปลีย่ นแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 10 กิจกรรมกำรเรยี นรู้ แบบสบื เสำะหำควำมรู้ (7E) ขน้ั ที่ 1 ขน้ั ตรวจสอบควำมรเู้ ดิม (Elicitation Phase) ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั เร้ำควำมสนใจ (Engagement Phase) ข้นั ท่ี 3 ข้ันสำรวจและค้นหำ (Exploration Phase) ขั้นที่ 4 ขน้ั อธิบำย (Explanation Phase) ขั้นที่ 5 ข้ันขยำยควำมรู้ (Elaboration Phase) ขั้นที่ 6 ขัน้ ประเมินผล (Evaluation Phase) ขั้นท่ี 7 ขน้ั นำควำมรไู้ ปใช้ (Extention Phase) ชดุ ที่ 1 การเปลีย่ นแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 11 ขน้ั ตรวจสอบความร้เู ดมิ (Elicitation Phase) นักเรยี นปฏิบตั ิดงั น้ี  ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอื่ ง การเปลยี่ นแปลงทผี่ ันกลับได้  ตอบคาถามเกี่ยวกับระบบและสง่ิ แวดล้อม ดังน้ี - ระบบและสง่ิ แวดลอ้ ม ในการศึกษาการเปล่ียนแปลงของสาร หมายความวา่ อยา่ งไร - ระบรุ ะบบและสง่ิ แวดลอ้ มของการเผาแคลเซียมคาร์บอเนตในถ้วยกระเบือ้ ง - ระบุระบบและส่งิ แวดลอ้ มของปฏกิ ิริยาระหวา่ งโลหะสงั กะสกี บั กรดไฮโดรคลอริก  ศึกษาความรู้ท่ี 1 ระบบและสิ่งแวดลอ้ ม  ทากิจกรรมที่ 1 ระบบและสิ่งแวดลอ้ ม ชุดที่ 1 การเปลยี่ นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 12 แบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอื่ ง การเปลีย่ นแปลงที่ผนั กลับได้ คำช้ีแจง 1. แบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลอื กตอบจานวน 10 ขอ้ ข้อละ 1 คะแนน ใชเ้ วลา 10 นาที 2. นักเรยี นเลอื กคาตอบทีถ่ กู ทสี่ ดุ เพยี งคาตอบเดียวแล้วทาเคร่อื งหมายกากบาท () ลงใน กระดาษคาตอบ ....................................................................................................................................................................... 1. ความหมายของระบบเปดิ คือขอ้ ใด ก. ระบบทีม่ ีการถา่ ยเทมวลและพลงั งานกบั ส่ิงแวดล้อม ข. ระบบทม่ี กี ารถา่ ยเทมวลกับส่ิงแวดล้อม ค. ระบบที่มกี ารถ่ายเทพลังงานกบั สง่ิ แวดลอ้ ม ง. ระบบทไ่ี ม่มกี ารถา่ ยเทมวลและพลังงานกบั ส่งิ แวดล้อม 2. ข้อใดจัดเปน็ การเปลีย่ นแปลงในระบบเปิด ก. น้าในแก้วทีป่ ิดฝา ข. ลูกเหมน็ ในภาชนะปดิ ค. กรดไฮโดรคลอริกกบั โลหะสงั กะสี ง. ปฏิกิริยาระหว่างกรดแอซติ กิ กับเอทานอล 3. ข้อใดอธิบายความหมายของปฏิกิริยาท่เี กดิ ขน้ึ อยา่ งสมบรู ณไ์ ดถ้ กู ตอ้ งท่ีสุด ก. ปฏิกริ ิยาที่สามารถเกิดย้อนกลับได้ ข. ปฏิกิริยาท่ีสารผลติ ภณั ฑ์สารมารถเกดิ ไปเป็นสารตั้งตน้ ได้อีก ค. ปฏกิ ิรยิ าทีเ่ กิดขึ้นในภาชนะปิดเท่านนั้ ง. ปฏกิ ริ ิยาทไ่ี มส่ ามารถเกดิ ย้อนกลบั ได้ 4. ขอ้ ใดจัดเป็นตวั อยา่ งของปฏิกริ ิยาท่ีเกิดข้นึ อย่างสมบรู ณ์ ก. การระเหิดของไอโอดนี ในภาชนะปดิ ข. ปฏกิ ิริยาระหวา่ งสารละลายเลด (II) ไนเตรตกบั สารละลายโพแทสเซยี มไอโอไดด์ ค. เผาแคลเซยี มคาร์บอเนตในภาชนะปดิ ง. สารละลายอิม่ ตวั ของน้าตาล ชุดท่ี 1 การเปลย่ี นแปลงที่ผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 13 5. ข้อใดกล่าวถงึ การเปลี่ยนแปลงท่ผี นั กลบั ได้ถูกต้อง ก. มกี ารเปลย่ี นแปลงจากสารตั้งตน้ ไปเปน็ สารผลิตภณั ฑ์ ข. มกี ารเปลี่ยนแปลงไปขา้ งหน้าอย่างเดยี ว ค. มีการเปลย่ี นแปลงไปข้างหนา้ และยอ้ นกลบั ง. เกดิ กบั สารทีเ่ ปน็ แก๊สเท่าน้นั 6. การทดลองทีแ่ สดงถึงการเปลย่ี นแปลงทผี่ นั กลับได้ คอื ข้อใด ก. ปฏิกริ ิยาระหว่าง CuSO4 และ HCl ข. ปฏกิ ิริยาระหวา่ งโลหะและกรด ค. น้าแขง็ ละลายในแกว้ ทีอ่ ณุ หภมู ิห้อง ง. การระเหดิ ของไอโอดีน 7. การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพทผ่ี ันกลับได้เป็นอย่างไร ก. การเปล่ยี นแปลงท่ีไมท่ าใหอ้ งคป์ ระกอบภายในของสารเปลีย่ นแปลง ข. การเปลยี่ นแปลงทไ่ี มท่ าให้โครงสร้างโมเลกุลของสารเปลยี่ นไป ค. เมือ่ เกิดการเปลยี่ นแปลงไปแล้วสามารถกลับคืนสู่สภาพเดมิ ได้อกี ง. ถกู ทกุ ขอ้ 8. ขอ้ ใดเป็นการทดลองทเ่ี กดิ จากการเปล่ียนแปลงทางกายภาพที่ผันกลบั ได้ ก. การเปล่ยี นสถานะของนา้ ข. การเปลี่ยนสถานะของไอโอดีน ค. สารละลายอิ่มตวั ของเกลือ ง. ถกู ทกุ ข้อ 9. การเปลีย่ นแปลงทางเคมที ี่ผนั กลับได้ คือข้อใด ก. คือ การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมแี บบสมบรู ณ์ ข. คอื การเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมีแบบไม่สมบูรณ์ ค. ตัวอย่างเช่น การผสม Pb(NO3)2(aq) และ KI(aq) ง. ตวั อยา่ งเช่น การผสม Zn(s) และ HCl(aq) 10. ขอ้ ใดเป็นการเปลีย่ นแปลงที่ผนั กลบั ไมไ่ ด้ ก. คอื การเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมีแบบไม่สมบูรณ์ ข. คือ การเปล่ยี นแปลงที่สามารถกลบั สู่สภาพเดมิ ได้อีก ค. คอื การเปลย่ี นแปลงในทิศทางเดียว ง. คือ การเปลี่ยนแปลงไปข้างหนา้ และย้อนกลบั  ชุดที่ 1 การเปลยี่ นแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 14 กระดาษคาตอบ แบบทดสอบก่อนเรียน เรอื่ ง การเปลี่ยนแปลงท่ผี นั กลบั ได้ ช่อื -สกุล........................................................................................เลขที่...............................ชั้น..................... ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนน กอ่ นเรยี น คะแนนเตม็ 10 คะแนนที่ได้  ชดุ ที่ 1 การเปล่ยี นแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 15 ความรูท้ ี่ 1 ระบบและสงิ่ แวดลอ้ ม ระบบและสิง่ แวดลอ้ ม การศึกษาการเปล่ยี นแปลงของสาร จะมกี ารกาหนดขอบเขตของการศึกษาทีส่ าคญั 2 ส่วน คือ ระบบ (system) หมายถึง สิง่ ท่ีอยู่ในขอบเขตที่ศึกษา ส่งิ แวดล้อม (surrounding) หมายถงึ ส่ิงท่อี ยนู่ อกขอบเขตที่ศกึ ษา ตวั อยา่ ง การทาให้น้าแข็งกลายเป็นนา้ ระบบก่อนการเปล่ียนแปลง คือ นา้ แข็ง และระบบหลังการ เปล่ยี นแปลง คือ นา้ สว่ นส่งิ แวดล้อมคือ ภาชนะ และอากาศ ตัวอย่าง การทาปฏกิ ิริยาระหว่างโลหะแมกนเี ซียมกบั กรดไฮโดรคลอริก ระบบกอ่ นการ เปล่ียนแปลง คอื โลหะแมกนเี ซียมและกรดไฮโดรคลอรกิ และระบบหลังการเปล่ยี นแปลง คือ สารละลาย แมกนีเซยี มคลอไรดแ์ ละแก๊สไฮโดรเจน สว่ นสิง่ แวดลอ้ มคือ ภาชนะ และอากาศ สามารถแบ่งระบบออกเปน็ 3 ประเภท โดยอาศยั การถา่ ยเทมวลและพลงั งาน ดงั น้ี ระบบปิด (closed system) หมายถึง ระบบทไี่ ม่มกี ารถา่ ยเทมวล มีเฉพาะการถ่ายเทพลงั งาน กับสิ่งแวดลอ้ ม เกดิ ได้ท้ังในภาชนะเปิดและภาชนะปดิ ถา้ มีแกส๊ อยู่ดว้ ยตอ้ งเกดิ ในภาชะปิด เช่น - ปฏิกิรยิ าระหว่างแคลเซียมคารบ์ อเนตกบั กรดไฮโดรคลอรกิ ในภาชนะปดิ CaCO3(s) + 2HCl(aq) CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g) - ปฏิกริ ิยาระหวา่ งสารละลายเลด (II) ไนเตรตกบั สารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ Pb(NO3)2(aq) + 2KI(aq) 2KNO3(aq) + PbI2(s) - ปฏิกริ ยิ าระหว่างกรดแอซติ ิกกับเอทานอล CH3COOH(aq) + C2H5OH(aq) CH3COOC2H5(aq) + H2O(l) - การระเหยของนา้ ในขวดท่ปี ิดสนทิ H2O(l) H2O(g) ชุดที่ 1 การเปลยี่ นแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 16 ระบบเปิด (opened system) หมายถึง ระบบที่มกี ารถ่ายเทมวลและพลังงานกบั สิง่ แวดลอ้ ม เกิดได้ในภาชนะเปดิ เชน่ - ปฏิกิริยาระหว่างกรดไฮโดรคลอริกกบั โลหะสงั กะสี 2HCl(aq) + Zn(s) ZnCl2(aq) + H2(g) - การเผาแคลเซยี มคารบ์ อเนตในถว้ ยกระเบ้อื ง CaCO3(s) CaO(s) + CO2(g) - การระเหดิ ของไอโอดนี I2(s) I2(g) - การสลายตวั ของไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ 2H2O2(l) 2H2O(l) + O2(g) ระบบแยกตัวหรือระบบอิสระ (isolated system) หมายถงึ ระบบที่ไม่มกี ารถ่ายเทมวลและ พลงั งานกบั สงิ่ แวดล้อม เชน่ - นา้ ร้อนที่อยู่ในกระติกนา้ ร้อนที่มีฉนวนหุ้มอยา่ งดแี ละปิดสนทิ H2O(l) H2O(g) ขอ้ สังเกต การพิจารณาว่าระบบใดเปน็ ระบบเปิดหรือระบบปดิ นัน้ ไม่ข้ึนอย่กู ับการเปิดหรือปดิ ภาชนะ แต่ข้นึ อยู่วา่ มกี ารถ่ายเทมวลระหว่างระบบกบั สง่ิ แวดลอ้ มหรือไม่  ชดุ ท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงที่ผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 17 กิจกรรมที่ 1 ระบบและส่งิ แวดล้อม คำช้ีแจง นกั เรียนพิจำรณำสถำนกำรณท์ ่กี ำหนดใหแ้ ละระบวุ ่ำข้อใดเปน็ ระบบปดิ หรอื ระบบเปิดพรอ้ มอธิบำยเหตุผล 1. ปรอทในเทอร์มอมิเตอรว์ ัดไข้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. หลอดคะปลิ ลารปี ลายเปดิ 1 ด้าน บรรจนุ า้ เชื่อม …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ผสมสารละลาย Pb(NO3)2 กบั สารละลาย KI …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ผสมสารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ กับผงสังกะสี …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ชดุ ท่ี 1 การเปลีย่ นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 18 5. น้าร้อนในแกว้ ทป่ี ิดฝาสนิท …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. การเผาลวดแมกนเี ซยี มในห้องทดลอง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 7. สารละลายไอโอดนี ในบีกเกอร์ทปี่ ิดสนทิ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8. ปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งกรด CH3COOH กบั เบส NaOH …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การเผาแคลเซยี มคาร์บอเนตในถว้ ยกระเบื้อง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10. การสลายตวั ของผงฟเู มือ่ ได้รบั ความร้อน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………  ชดุ ท่ี 1 การเปล่ียนแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 19 ขน้ั เร้าความสนใจ (Engagement Phase) นกั เรยี นปฏบิ ัติดงั น้ี  ตอบคาถามเก่ยี วกบั การเปลยี่ นแปลงที่ผันกลับได้ ดงั นี้ - การจาแนกการเปลยี่ นแปลงของสารโดยใช้เกณฑ์องคป์ ระกอบทางเคมี ของสาร เกณฑ์การถา่ ยเทพลังงานและเกณฑท์ ศิ ทางการเปลย่ี นแปลง ไดก้ ี่ประเภท อะไรบา้ ง - ยกตัวอยา่ งการเปล่ยี นแปลงทผี่ ันกลับไดแ้ ละการเปล่ียนแปลงที่ผนั กลบั ไมไ่ ด้ ท่ีพบเห็นในชวี ติ ประจาวนั - บอกความหมายของปฏกิ ิรยิ าเคมีที่ผันกลบั ได้ พร้อมทัง้ ยกตวั อย่าง  ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั คาดคะเนผลการทดลองระหวา่ งสารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต (CuSO4) กบั สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ (HCl) ว่าควรไดผ้ ลติ ภัณฑเ์ ป็นสารใดบา้ ง และทิศทางการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเป็นแบบใด ชุดท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 20 ขั้นสารวจและค้นหา (Exploration Phase) นกั เรยี นปฏิบตั ิดังนี้  นกั เรยี นจดั กล่มุ กล่มุ ละ 5-6 คน โดยคละเพศและคละนักเรียนเกง่ ปานกลางและ ออ่ น ให้มกี ารเลือกประธานและเลขานกุ ารกลมุ่ และนักเรียนแบ่งหน้าทค่ี วาม รบั ผิดชอบในกล่มุ  นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ทากิจกรรมที่ 2 การทดลอง เรอ่ื ง ปฏกิ ิรยิ าระหวา่ งสารละลาย CuSO4 กบั สารละลาย HCl โดยก่อนทาการทดลองให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษา คาชแ้ี จง จดุ ประสงคก์ ารทดลอง และวิธีการทดลองอย่างละเอยี ด ชดุ ท่ี 1 การเปลย่ี นแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 21 กจิ กรรมที่ 2 ปฏกิ ิริยาระหว่าง CuSO4 กับ HCl ปฏกิ ิริยำระหว่ำงสำรละลำยคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต (CuSO4) กับสำรละลำยกรดไฮโดรคลอริก (HCl) คำชแี้ จง 1. นกั เรียนศึกษาจดุ ประสงค์การทดลองและวิธกี ารทดลองอยา่ งละเอียด 2. ระดมความคิดเหน็ ของกล่มุ เพ่อื เขียนรายการอปุ กรณ์ สารเคมี แผนผงั การทดลอง และออกแบบ ตารางบนั ทึกผลการทดลอง 3. ปฏิบัตกิ ารทดลองตามแผนผงั ทเี่ ขียนไว้ ด้วยความระมัดระวงั (นักเรียนหยิบอปุ กรณ์ตามรายการที่ เขียนไวม้ าจากตูอ้ ปุ กรณป์ ระจากลมุ่ และเมอื่ เสร็จแล้วให้ล้างทาความสะอาดเก็บใหเ้ รียบร้อย) 4. บนั ทึกผลการทดลองลงในแบบบันทึกผลการทดลอง 5. สมาชิกในกลมุ่ รว่ มกันอภิปราย สรปุ ผลการทดลองและตอบคาถามท้ายการทดลอง จุดประสงค์กำรทดลอง 1. เพือ่ ศกึ ษาปฏิกริ ยิ าผนั กลับได้ 2. อธบิ ายความหมายและยกตวั อยา่ งของปฏิกิริยาผันกลับได้ วิธกี ำรทดลอง 1. ใสส่ ารละลาย CuSO4 ลงในหลอดทดลองขนาดเล็ก 2 หลอด ๆ ละ 5 หยด 2. เติมน้ากล่ัน 15 หยด ลงในหลอดท่ี 1 เขย่าและตงั้ ไว้เพอ่ื ใช้เปรียบเทียบ 3. หยดสารละลาย HCI 6 mol/dm3 ลงในหลอดที่ 2 ทีละหยดพร้อมเขย่าจนสารละลายเปล่ยี นสี บนั ทกึ ผล 4. หยดน้ากลัน่ ลงในสารละลายข้อที่ 3 ทีละหยดพร้อมกับเขยา่ จนสารละลายเปลยี่ นสีบนั ทึกผล 5. ทาการทดลองซา้ กับสารในหลอดเดิมอีกคร้งั ตามข้อที่ 3-4 สังเกตการเปล่ยี นแปลง ชดุ ท่ี 1 การเปล่ียนแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 22 บันทึกผลกำรทดลอง วันทท่ี ำกำรทดลอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………… จุดประสงค์ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… สมมตฐิ ำนกำรทดลอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ตวั แปรกำรทดลอง ตัวแปรต้น………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………….. ตวั แปรตาม………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………….. ตวั แปรควบคมุ …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………. อปุ กรณ์ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… สำรเคมี ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ชดุ ท่ี 1 การเปล่ียนแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 23 แผนผังกำรทดลอง ตำรำงผลกำรทดลอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ชดุ ท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 24 อภิปรำยผลกำรทดลอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลกำรทดลอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ชุดท่ี 1 การเปล่ียนแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 25 คำถำมท้ำยกำรทดลอง 1. เมื่อเตมิ สารละลาย HCl และน้าลงไปในสารละลาย CuSO4 จะเกิดการเปลีย่ นแปลงอย่างไร เพราะ เหตุใด ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... 2. จงเขียนปฏิกิรยิ าระหว่างสารละลายกรด HCl กับสารละลาย CuSO4 พร้อมท้งั ระบุปฏิกริ ิยาไปข้างหน้า และปฏิกิริยาย้อนกลับ ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ชุดที่ 1 การเปลย่ี นแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 26 3. เม่ือปฏิกิริยาผันกลับได้ดาเนินไประยะเวลาหนงึ่ ทัง้ สารตัง้ ตน้ และผลติ ภัณฑ์ยังคงทาปฏิกริ ิยาตอ่ ไปอีก หรือไม่ เพราะเหตใุ ด ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... 4. นักเรยี นยกตัวอยา่ งการเกดิ ปฏิกริ ยิ าที่ผนั กลบั ได้ 1 ปฏิกิริยา พรอ้ มทง้ั บอกวิธีการตรวจสอบ ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................  ชุดที่ 1 การเปล่ยี นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 27 ข้ันอธบิ าย (Explanation Phase) นักเรยี นปฏิบัตดิ ังน้ี  ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุ่ม นาเสนอผลการทดลองหน้าชัน้ เรียน  นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันอภปิ รายผลการทดลองและสรปุ ผลการทดลอง ชดุ ที่ 1 การเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 28 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase) นกั เรยี นปฏบิ ตั ดิ งั น้ี  นกั เรยี นศึกษาความรู้ที่ 2 การเขยี นรายงานผลการทดลอง และเขียนรายงาน ผลการทดลอง ในกจิ กรรมท่ี 2 การทดลอง เรอื่ ง ปฏกิ ริ ยิ าระหว่างสารละลาย CuSO4 กับสารละลาย HCl  นกั เรียนศึกษาความรทู้ ี่ 3 การเปล่ียนแปลงทีผ่ ันกลบั ได้  นักเรยี นทากิจกรรมที่ 3 การเปล่ียนแปลงท่ีผันกลับได้ ชดุ ที่ 1 การเปล่ยี นแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 29 ความรทู้ ่ี 2 การเขียนรายงานผลการทดลอง การเขยี นรายงานผลการทดลองควรมีหัวข้อหลัก ๆ ดังน้ี ชื่อการทดลอง ชื่อผู้ทาการทดลอง วนั ท่ี ทาการทดลอง วตั ถุประสงค์ สมมตฐิ านการทดลอง ตัวแปรการทดลอง อุปกรณ์และสารเคมี แผนผังวิธีการ ทดลอง ผลการทดลอง อภปิ รายผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง และคาถามท้ายการทดลอง วนั ทท่ี ำกำรทดลอง (date) เปน็ วันที่ที่ไดท้ าการทดลองจรงิ วตั ถปุ ระสงค์ (objective) ควรเปน็ ประโยคส้นั ๆ ทบี่ อกว่าตอ้ งการรู้, ทดสอบ, หรือวเิ คราะห์อะไร สมมติฐำนกำรทดลอง (hypothesis) สมมติฐาน คือ การคาดคะเนคาตอบของปญั หาท่ีตอ้ งการศกึ ษา สมมติฐานต้องสมั พันธ์ระหวา่ งตวั แปรต้นและตัวแปรตาม สมมติฐานทต่ี ้ังขึ้นนน้ั อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ซึง่ จาเป็นต้องมีการทดสอบเพ่ือ ตรวจสอบสมมติฐาน แต่ไม่ใช่การตรวจสอบเพ่อื พิสูจน์ตามสมมติฐาน การต้ังสมมตฐิ านตอ้ งยึดปัญหาเป็น หลกั เสมอ ตวั แปรกำรทดลอง (variable) ตวั แปร (Variable) คือ ปัจจยั ทม่ี ีผลตอ่ การทดลองทางวทิ ยาศาสตร์ ตัวแปรแบง่ ออกเปน็ 3 ชนิด คอื ตวั แปรตน้ หรอื ตวั แปรอิสระ ตวั แปรตาม และตัวแปรควบคมุ ตวั แปรตน้ หรือตัวแปรอิสระ (Independent variable) คอื ตวั แปรทต่ี ้องศกึ ษาทาการตรวจสอบ และดผู ล เปน็ ตวั แปรที่เรากาหนดขึน้ มา เป็นตวั แปรที่ไม่อยใู่ นความควบคมุ ของตัวแปรใดๆ ชดุ ท่ี 1 การเปลยี่ นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 30 ตวั แปรตาม (Dependent variable) คอื ตวั แปรทเ่ี ปน็ ผลเนื่องมาจากตัวแปรต้น เมอื่ ตวั แปรต้น หรือสิ่งทเี่ ป็นสาเหตุเปลี่ยนไป ตวั แปรตามจะเปล่ยี นไปดว้ ย ตัวแปรควบคุม (Controlled variable) คอื ส่ิงอ่ืนๆ นอกจากตวั แปรตน้ ที่ทาให้ผลการทดลอง คลาดเคล่อื นแต่ เราควบคมุ ใหค้ งท่ตี ลอดการทดลอง เนอ่ื งจากยงั ไมต่ อ้ งการศกึ ษา อุปกรณแ์ ละสำรเคมี (equipment and chemicals) บอกอุปกรณแ์ ละสารเคมี ตามจานวนและปรมิ าณทต่ี อ้ งใช้ในการทดลอง แผนผงั วธิ ีกำรทดลอง (procedure) อ่านทาความเข้าใจวธิ กี ารทดลองอยา่ งละเอียดแล้วนามาเขียนเปน็ แผนผงั การทดลองท่ีเป็นลาดับ ขน้ั ตอน โดยใช้รูปภาพ สูตรเคมี และข้อความท่กี ะทดั รัดในการนาเสนอ ผลกำรทดลอง (result) การนาเสนอผลการทดลองควรใช้ตารางหรือกราฟ ถ้าผลการทดลองทไี่ ดเ้ ป็นตัวเลข และต้องบอก ให้ชัดเจนว่าค่าไหนเป็นค่าที่ได้จากการทดลอง ค่าไหนที่ได้จากการคานวณ และสามารถใช้ตารางเดียวใน การแสดงคา่ ทงั้ สองได้โดยใชใ้ นคอลมั นท์ ่ตี า่ งกันไม่จาเปน็ ตอ้ งใชส้ องตาราง ควรเขียนชื่อของค่าต่าง ๆ ไว้บนสุดของแต่ละคอลัมน์ โดยเขียนสัญลกั ษณ์ (สัญลักษณ์นั้นถูกใช้ท้ัง รายงาน) และหน่วย ไม่ควรมีคอลัมน์สาหรับค่าคงทีท่ ่ีเหมือนกัน ถ้าคอลัมน์น้ันเป็นคา่ ท่ีได้จากการคานวณ ควรเขยี นสมการของการคานวณท่บี นสดุ ของคอลัมน์นั้นด้วย ถ้าสมการน้นั ยาวและซบั ซอ้ นเกนิ ไป ควรเขยี นต่างหากพรอ้ มกับยกตวั อย่างการคานวณ ควรบนั ทึกผลการวดั อย่างเป็นระเบียบที่สุด ซึ่งจะชว่ ยให้สามารถวางแผนและเข้าใจในสงิ่ ที่กาลงั ทา อยู่ และช่วยประหยดั เวลา อภิปรำยผลกำรทดลอง (discussion) ควรอภิปรายผลการทดลองที่ได้ว่าเป็นอย่างไร สอดคล้องกับทฤษฎีหรือไม่ หากไม่สอดคล้องให้ อธิบายถึงสาเหตุที่ผลการทดลองคลาดเคล่ือน และบอกแนวทางแก้ไขความคลาดเคลื่อน ว่ามีอย่างไรบ้าง และการอภิปรายผลการทดลองในทางเคมีหากมีการทดลองที่เกิดปฏิกิริยาเคมีหรือมีสมการเคมีเก่ียวข้อง ตอ้ งเขียนสมการเคมีที่เกิดขึ้นด้วย การอภิปรายผลการทดลองไม่ใชก่ ารนาผลของการทดลองมาเขยี นซ้า ชดุ ท่ี 1 การเปลยี่ นแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 31 สรปุ ผลกำรทดลอง (conclusion) คอื การสรุปส่งิ ทีไ่ ด้ โดยกล่าวส้ัน ๆ ถึงสาระสาคัญท่ไี ดจ้ ากผลการทดลองท้ังท่ีได้ผลบวกหรอื ผลลบ และครบถว้ นตามวัตถปุ ระสงค์ทีต่ ง้ั ไว้ (ไม่ควรนาทฤษฎีมาสรุป) คำถำมทำ้ ยกำรทดลอง (question) ตอบคาถามท้ายการทดลองให้ครบถว้ นและถูกต้องทส่ี ดุ โดยใชข้ ้อมลู จาการทดลองท่ีได้และข้อมูล จากทฤษฎีทส่ี ืบค้นเพิ่มเตมิ ตวั อยำ่ ง กำรเขยี นรำยงำนผลกำรทดลอง ชื่อกำรทดลอง การทา Benzoic acid ใหบ้ ริสทุ ธโิ์ ดยการตกผลึก ผทู้ ำกำรทดลอง นางสาวศิริกานต์ กนั นัย วันท่ีทำกำรทดลอง 9 มิถนุ ายน 2552 วตั ถุประสงค์ 1. เพอ่ื ศกึ ษาการตกผลกึ ของสารอินทรยี แ์ ละตรวจสอบความบรสิ ทุ ธ์ขิ องสาร 2. ฝกึ การทาบริสุทธิ์โดยการตกผลกึ สมมติฐำนกำรทดลอง สามารถใชต้ ัวทาละลายเฮกเซนในการตกผลึกกรดเบนโซอิกใหบ้ ริสุทธิ์ ไดผ้ ลกึ มีลกั ษณะรปู รา่ ง คล้ายเขม็ แท่งเลก็ ๆ สีขาว ตัวแปรกำรทดลอง - benzoic acid - dichlorometane ตวั แปรต้น - hexane - chloroform - methanol - นา้ ชดุ ท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 32 ตัวแปรตำม - ผลจากการตกผลกึ benzoic acid ตวั แปรควบคมุ - ปรมิ าณสารเคมีทีใ่ ช้ อุปกรณแ์ ละสำรเคมี 1-2 ชิ้น อุปกรณ์ 2 ใบ 1. เศษกระเบอ้ื ง 2 ใบ 2. ขวดรปู กรวย 150 ml 1 เคร่ือง 3. บีกเกอร์ 150 ml 2 แท่ง 4. เครอ่ื ง hot plate 1 กรวย 5. แทง่ แก้วคนสาร 1 แผน่ 6. กรวยกรอง 1 ชดุ 7. กระดาษกรองแบบธรรมดา 1 ใบ 8. ชดุ stand และ ring 1 ชดุ 9. ขนั นา้ 2 อัน 10. ชุดกรวยกรองบชุ เนอร์ 2 หลอด 11. กระจกนาฬกิ า 1 แทง่ 12. หลอดหยด 1 เคร่อื ง 13. spatula 5 หลอด 14. เครือ่ งช่ังนา้ หนกั สาร 15. หลอดทดลองขนาดเลก็ 0.5 กรมั สำรเคมี 1.5 กรมั 1. ผงถ่าน 50 มิลลิลิตร 2. benzoic acid 10 มลิ ลลิ ิตร 3. hexane 10 มลิ ลิลิตร 4. dichlorometane 10 มลิ ลลิ ิตร 5. chloroform 10 มิลลิลิตร 6. methanol 7. นา้ ชดุ ที่ 1 การเปลี่ยนแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 33 แผนผงั วิธกี ำรทดลอง ตอนท่ี 1 กำรเลอื กตวั ทำละลำยในกำรตกผลกึ benzoic acid benzoic acid หลอดละประมาณ 0.1 กรมั (ขนาดเท่าหัวไม้ขดี ไฟ) C6H14 1 ml CH2Cl2 1 ml CHCl3 1 ml CH3OH 1 ml H2O 1 ml เขย่าหลอดทดลองทุกหลอด สังเกตการละลายในแต่ละหลอด นาสารละลายในแตล่ ะหลอดไปอุ่นให้รอ้ น สังเกตการละลายในแต่ละหลอด ตอนท่ี 2 กำรตกผลึก benzoic acid 1) benzoic acid (ไมบ่ ริสุทธ์ิ) 1.5 g 2) เศษกระเบ้ือง 1 ชิ้น 3) hexane คร้ังละประมาณ 10 ml จนละลายสารไดห้ มด (50 ml) ใหค้ วามร้อนโดยใช้เครอ่ื ง Hotplate คนด้วยแท่งแก้วจนสารละลายหมด ยกขวดรูปกรวยลงแลว้ ใส่ผงถา่ น 0.5 กรมั นาไปตม้ ใหเ้ ดือด 3-5 นาที (สาหรบั การทดลองนี้ไม่ใช้ เน่ืองจากเฮกเซนไมล่ ะลายสารปนเปือ้ นที่เป็นสี สขี องสารละลายใส) กรองขณะร้อนดว้ ยการกรองแบบธรรมดา โดย กรองบนเครื่อง Hot plate เพ่อื ป้องกนั การตกผลึก ก่อน ปล่อยสารละลายให้เย็นลงชา้ ๆ จนมีผลึกตก กรองผลึกแบบลดความดัน ทาใหแ้ ห้ง ชง่ั น้าหนัก หาช่วงจุดหลอมเหลว คานวณเปอรเ์ ซ็นต์ท่ไี ด้ ชดุ ท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 34 ผลกำรทดลอง ตอนที่ 1 การเลอื กตัวทาละลายในการตกผลกึ benzoic acid ตัวทำละลำย + benzoic acid กำรละลำยขณะเย็น กำรละลำยขณะร้อน ละลายได้ไมด่ ี ละลายไดด้ ี Hexane (C6H14) ละลายไดด้ ี ละลายได้ดี Dichlorometane (CH2Cl2) ละลายไดด้ ี ละลายไดด้ ี Chloroform (CHCl3) ละลายไดด้ ี ละลายได้ดี Methanol (CH3OH) ละลายไดไ้ มด่ ี ละลายได้ดี Water (H2O) ตอนท่ี 2 การตกผลกึ benzoic acid รปู รา่ งคล้ายเข็มแท่งเล็กๆ สีขาว 0.930 กรมั ลกั ษณะของผลกึ 121 oC – 122 oC นำ้ หนกั ผลึก เม่อื สอ่ งด้วย UV ปรากฏจุด 1 จุด มีคา่ Rf = 0.511 ชว่ งของกำรหลอมเหลว กำรทดสอบ TLC อภิปรำยผลกำรทดลอง การทดลองเลอื กตวั ทาละลายในการตกผลึกกรดเบนโซอิก โดยเลือกจากตวั ทาละลาย 5 ชนิดพบว่า เฮกเซนและน้ามสี มบตั ิเปน็ ตัวทาละลายในการตกผลกึ กรดเบนโซอิกได้ เนอื่ งจากสามารถละลาย กรดเบนโซ อิกได้ดใี นขณะร้อน แต่ไม่ละลายหรือละลายได้น้อยในขณะท่ีเย็น และทั้งน้าและเฮกเซนไม่ทาปฏิกริ ิยากับ กรดเบนโซอิก แต่น้ามีจุดเดอื ด 100 oC สูงกว่าเฮกเซน ซง่ึ มจี ดุ เดอื ด 69 oC ถา้ ใชน้ ้าเปน็ ตัวทาละลายจะทา ให้ผลึกแห้งช้า นอกจากน้ียังพบว่าเฮกเซนไม่ละลายสิ่งปนเป้ือนท่ีเป็นสี ดังน้ัน จึงเลือกเฮกเซนเป็นตัวทา ละลายในการตกผลกึ กรดเบนโซอิก ในระหว่างการตกผลึกกรดเบนโซอิก ขั้นตอนของการกรองแบบธรรมดาขณะร้อน กรดเบนโซอิก เกิดการตกผลึกออกมาก่อนในกรวยกรองและก้านกรวยทาให้เกิดการอุดตันและได้ผลึกท่ีไม่สมบูรณ์ แก้ไข โดยการทาให้สารละลาย กรวยกรองและขวดรูปกรวยที่รองรับร้อนขณะทาการกรองโดยให้ขวดรูปกรวยที่ รองรับตั้งอยบู่ นเคร่ือง hot plate พร้อมให้ความรอ้ นพอเหมาะ ผลึกของกรดเบนโซอิกทีต่ กผลกึ ได้ มีลักษณะรปู ร่างคล้ายเขม็ แท่งเล็ก ๆ สีขาว ได้นา้ หนกั 0.930 กรัม เมื่อคานวณเปอร์เซ็น yield พบว่าได้ 62.00 % yield เน่ืองมาจากมีการสูญเสียสารไประหว่างการ ทดลองในข้นั ตอนตา่ ง ๆ และสารต้งั ต้น 1.5 กรมั มีสิ่งปนเปอื้ นอยูด่ ้วย เมือ่ ตรวจสอบความบรสิ ุทธ์ิของสารด้วยการหาช่วงของการหลอมเหลว พบว่า ผลกึ ของกรดเบนโซ อิก มีชว่ งของการหลอมเหลวอยู่ท่ี 121 oC – 122 oC เปน็ ช่วงหลอมเหลวทแี่ คบ ไม่เกิน 2 oC แสดงวา่ ผลึก ชดุ ท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 35 ของกรดเบนโซอิกที่ได้มีความบริสุทธิ์ และเม่ือตรวจสอบความบริสุทธิ์ด้วย TLC พบว่า เม่ือส่องด้วย UV ปรากฏจดุ 1 จดุ มีคา่ Rf = 0.511 เปน็ การสนับสนนุ วา่ กรดเบนโซอิกท่ีตกผลกึ ได้มีความบรสิ ุทธิ์ สรปุ ผลกำรทดลอง การตกผลึกกรดเบนโซอิก ใช้เฮกเซนเปน็ ตัวทาละลายในการตกผลึก ได้ผลกึ มีลักษณะรูปรา่ งคลา้ ย เขม็ แท่งเล็ก ๆ สีขาว ได้น้าหนัก 0.930 กรัม มคี ่า 62.00% yield และเป็นผลึกกรดเบนโซอิกที่มีความ บรสิ ุทธิ์ ยนื ยนั ผลโดยการหาช่วงของการหลอมเหลวและ TLC คำถำมท้ำยกำรทดลอง 1. ผงถ่านฟอกสไี ด้อย่างไร ผงถา่ นฟอกสไี ด้โดยโมเลกุลของสีจะถกู ดูดตดิ บนพ้ืนผวิ และรูพรุนของถา่ น ดงั นั้น ประสทิ ธภิ าพการ ดูดซบั สจี ะเพมิ่ ขน้ึ ตามปริมาณพน้ื ผิวและรพู รนุ ของถ่าน ถ่านกัมมันต์ (activated carbon) เป็นถ่านท่ีมีสมบัติพิเศษที่ได้รับการเพิ่มคุณภาพหรือ ประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มีสมบัติหรืออานาจในการดูดซับสูง เนื่องจากมีรพู รุนขนาดเลก็ เกิดขึ้นจานวนมาก และขนาดรูพรุนก็แตกต่างกัน ทั้งน้ีขนึ้ อยู่กับกรรมวิธีในการ ผลติ และวัตถุประสงคใ์ นการใชง้ าน 2. ถ้าสารปนเปื้อนมสี แี ละไม่ละลายในตวั ทาละลาย ท่านจะกาจดั สารปนเป้ือนน้นั ออกได้อย่างไร สารปนเปื้อนมีสีและไม่ละลายในตัวทาละลาย กาจัดออกได้โดยการกรองสารละลายน้ันขณะร้อน ด้วยการกรองแบบธรรมดา (gravitational filtration) โดยใชก้ รวยแกว้ และกระดาษกรองพับจีบ เพื่อกาจัด สารปนเป้ือนท่ีมีสีและไม่ละลายในตัวทาละลาย (การใช้กระดาษกรองพับจีบ คือการเพ่ิมอัตราเร็วในการ กรองโดยการลดพน้ื ที่ผิวสัมผัสระหวา่ งกระดาษกรองและกรวยกรอง) 3. ควรกรองสารละลายท่ีรอ้ นด้วยการกรองแบบลดความดันหรอื ไม่ เพราะเหตุใด ไม่ควรกรองสารละลายที่ร้อนด้วยการกรองแบบลดความดัน เพราะการกรองสารละลายรอ้ นด้วย การกรองแบบลดความดันจะทาให้สารละลายที่ผ่านการกรองแลว้ อาจเกิดการเดอื ดไดภ้ ายใต้บรรยากาศท่ีมี ความดันต่าภายในขวดรองรบั การกรอง ทาใหส้ ารละลายล้นออกมาเป็นสาเหตุให้สูญเสียสารไปบางสว่ น 4. ถ้ากรองผลกึ ดว้ ยการกรองแบบธรรมดาจะดีหรือไม่ เพราะเหตุใด กรองผลกึ ด้วยการกรองแบบธรรมดาจะไม่ดี ดงั เหตผุ ล (1) ผลึกมคี วามช้นื สูงหรือมีตัวทาละลายติดอยทู่ ผ่ี ลึกมาก (2) ทาใหผ้ ลึกละลายได้หรือเสยี รปู ทรงได้ การไหลผ่านของตัวทาละลายชา้ กระดาษกรองช้นื (3) เลือกใช้การกรองไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ คือการกรองแบบธรรมดาเป็นการกรองที่ต้องการ ของเหลวทกี่ รองผา่ นตัวกรอง (filtrate) แตถ่ า้ ตอ้ งการผลกึ ตอ้ งใชก้ ารกรองแบบลดความดัน ชดุ ท่ี 1 การเปลยี่ นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 36 5. ในการตกผลึกด้วยตัวทาละลายท่ีมีจดุ เดือดสูง เช่น น้า อาจใช้บีกเกอร์เป็นภาชนะสาหรับตกผลกึ แต่ถ้า ใช้ตัวทาละลายที่มีจุดเดือดต่า เช่น อีเธอร์ ปิโตรเลียมอีเธอร์ จะต้องใช้ขวดรูปกรวยสาหรับตกผลึก เป็น เพราะเหตุใด การตกผลึกด้วยตัวทาละลายที่มีจุดเดือดสูง เช่น น้า อาจใช้บีกเกอร์เป็นภาชนะสาหรับตกผลึกได้ เน่ืองจากสารที่มีจุดเดือดสูง การระเหยของสารจะน้อยทาให้ไม่สูญเสียตัวทาระลายมาก ระบบยังคงอยู่ใน สภาวะที่ตกผลึกได้ แต่ถ้าใช้ตัวทาละลายที่มีจุดเดือดต่า เช่น อีเธอร์ ปิโตรเลียมอีเธอร์ จะต้องใช้ขวดรูป กรวยสาหรบั ตกผลกึ เพราะอัตราการระเหยของสารจะมาก การใช้ขวดรูปกรวยเพื่อเปน็ การลดพื้นที่ผวิ หน้า ทตี่ วั ทาละลายจะเกดิ การระเหย ระบบจึงไม่ถูกรบกวนมาก 6. ในการทดลองนี้ ถา้ ใชข้ วดรูปกรวยแทนบกี เกอรจ์ ะมีผลต่ออัตราเรว็ ของการตกผลึกหรือไม่ อยา่ งไร ถา้ ใช้ขวดรูปกรวยแทนบีกเกอร์ ในการทดลองนี้ จะไม่มีผลต่ออัตราเร็วของการตกผลึก เพราะน้า เปน็ ตวั ทาละลายท่ีมจี ุดเดือดสงู การระเหยของน้ามคี ่อนข้างน้อย ไม่วา่ จะใช้ขวดรูปกรวยหรอื บีกเกอร์ การ ระเหยของนา้ มีคา่ ใกล้เคียงกัน อตั ราเรว็ ของการตกผลกึ จงึ ใกล้เคียงกนั 7. การกรองแบบธรรมดาและการกรองแบบลดความดันมวี ัตถุประสงคใ์ นการใชเ้ หมอื นหรอื ต่างกันอย่างไร การกรองแบบธรรมดาและการกรองแบบลดความดนั มวี ตั ถุประสงคใ์ นการใชต้ า่ งกนั คือ การใช้การ กรองแบบธรรมดา เพื่อต้องการของเหลวท่ีกรองผ่านตัวกรอง (filtrate) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกรองร้อน (hotfiltration) เชน่ การแยกสิ่งปนเปื้อนท่ีไม่ละลายปริมาณน้อยออกจากสารละลายโดยใชก้ ระดาษกรอง แบบพบั เป็นตัวกรอง ในกรณีที่มีปรมิ าณสารปนเป้อื นมาก เช่น ในกรณที ่ีต้องการกรองสารดูดความชื้นออก จากสารละลาย การกรองธรรมดาก็ยังเปน็ วิธที ดี่ ีกวา่ การกรองสญุ ญากาศถึงแมจ้ ะใชเ้ วลานานกว่าก็ตาม การใชก้ ารกรองแบบลดความดนั เพื่อต้องการของแข็งท่ีค้างอยู่บนตัวกรอง เช่น การกรองเพื่อเอา ของแข็งท่เี ปน็ ผลติ ภัณฑท์ ไี่ ด้จากการตกตะกอนหรอื การตกผลกึ ควรเลอื กใช้การกรองแบบลดความดนั  ชุดที่ 1 การเปลี่ยนแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 37 ความรูท้ ี่ 3 การเปลยี่ นแปลงทผ่ี ันกลับได้ กำรเปลี่ยนแปลงของสำร เมื่อพจิ ารณาทิศทางของการเปลีย่ นแปลงสาร สามารถจาแนกการเปลยี่ นแปลงของสารออกเปน็ 2 ประเภท คือ การเปล่ยี นแปลงทผ่ี ันกลบั ได้และการเปล่ยี นแปลงทผี่ นั กลบั ไม่ได้  กำรเปลีย่ นแปลงทีผ่ ันกลับได้ การเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับได้ (reversible change) คือ การเปล่ียนแปลงท่ีสามารถกลับคืนสู่ สภาพเดิมได้อีก ประกอบไปด้วยการเปล่ียนแปลงไปข้างหน้า คือ การเปลี่ยนแปลงจากสารต้ังต้นไปเป็น ผลิตภัณฑ์ และการเปล่ียนแปลงยอ้ นกลบั คอื การเปลย่ี นแปลงจากสารผลิตภณั ฑไ์ ปเป็นสารตง้ั ตน้ และใช้เคร่ืองหมายลูกศร แทนการเปลี่ยนแปลงท่ีผนั กลับได้ เมอื่ จาแนกการเปลยี่ นแปลงของสาร ท่ีผันกลับได้ตามองค์ประกอบทางเคมี สามารถจาแนกได้เป็น การเปล่ียนแปลงทางกายภาพที่ผันกลับได้ และการเปลยี่ นแปลงทางเคมีมีท่ีผนั กลับได้ ดังนี้ 1.1 กำรเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพท่ีผนั กลับได้ คือ การเปลี่ยนแปลงท่ีไมท่ าให้องคป์ ระกอบ ภายในของสารเปล่ยี นแปลงหรือไมท่ าให้โครงสร้างโมเลกลุ ของสารเปล่ียนไป และเมื่อเกดิ การเปล่ียนแปลง ไปแล้วสามารถกลบั คนื ส่สู ภาพเดมิ ได้อกี เช่น การเปลย่ี นสถานะของน้า ; H2O (l) H2O (g) : ในภาชนะปดิ การเปลยี่ นสถานะของไอโอดนี ; I2 (s) I2 (g) : ในภาชนะปิด สารละลายอมิ่ ตวั ของเกลือ ; NaCl (s) NaCl (aq) สารละลายอ่ิมตวั ของนา้ ตาล ; C12H22O11 (s) C12H22O11 (aq) รูปท่ี 1 สำรละลำยอ่มิ ตัวของเกลอื (ท่ีมา : www.vcharkarn.comlesson1439) ชุดที่ 1 การเปลี่ยนแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 38 heat heat ice (s) water (l) steam (g) รปู ที่ 2 กำรเปล่ยี นสถำนะของนำ้ (ทมี่ า : irreversibleeunicecho.blogspot.com) 1.2 กำรเปลี่ยนแปลงทำงเคมีที่ผนั กลับได้ คอื การเปล่ยี นแปลงทที่ าใหโ้ ครงสรา้ งโมเลกุล ของสารเปล่ียนไป มกี ารทาลายพันธะเคมีเดมิ และสรา้ งพนั ธะเคมใี หม่ ทาให้เกดิ สารใหมข่ น้ึ สงั เกตได้จาก การเปล่ยี นสี กลน่ิ การเกิดฟองแกส๊ การตกตะกอนและอุณหภูมิทเ่ี ปลย่ี นไป และเมือ่ เกดิ การเปลี่ยนแปลง ไปแล้วสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อกี น่ันคอื การเกดิ ปฏิกิรยิ าผนั กลับได้ ปฏิกิริยำผันกลับได้ (reversible reaction) คือ การท่ีสารตั้งต้นทาปฏิกิริยากัน แล้วสาร ผลิตภัณฑ์ทเี่ กดิ ข้นึ บางสว่ นทาปฏกิ ริ ิยากลบั เปน็ สารต้งั ต้นใหม่ มีท้ังการเกิดปฏกิ ิริยำไปขำ้ งหน้ำ (forward reaction) และปฏิกิริยำย้อนกลับ (backward reaction) ซึ่งการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า คือ การ เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าจากสารตั้งต้นไปเป็นผลิตภัณฑ์ และการเกิดปฏิกริ ิยาย้อนกลบั คอื การเกิดปฏิกิริยา จากสารผลิตภัณฑ์ไปเปน็ สารต้ังต้น กล่าวได้วา่ เปน็ ปฏกิ ิริยำเคมีเกิดไม่สมบูรณ์ (incomplete reaction) เช่น ตวั อยา่ งการเกิดปฏิกริ ยิ าท่ีผนั กลับได้ ดงั น้ี CO(g) + NO2(g) CO2(g) + NO(g) ปฏิกิริยาไปข้างหนา้ : CO(g) + NO2(g) CO2(g) + NO(g) ปฏิกิรยิ ายอ้ นกลบั : CO2(g) + NO(g) CO(g) + NO2(g) Cu(s) + 2Ag+(aq) Cu2+(g) + 2Ag(s) ปฏกิ ิรยิ าไปขา้ งหน้า : Cu(s) + 2Ag+(aq) Cu2+(g) + 2Ag(s) ปฏิกิรยิ าย้อนกลบั : Cu2+(g) + 2Ag(s) Cu(s) + 2Ag+(aq) ชดุ ที่ 1 การเปลย่ี นแปลงที่ผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 39 N2(g) + 3H2(g) 2NH3(g) ปฏิกิรยิ าไปขา้ งหนา้ : N2(g) + 3H2(g) 2NH3(g) ปฏกิ ิรยิ าย้อนกลบั : 2NH3(g) N2(g) + 3H2(g) PbI2(s) Pb2+(aq) + 2I-(aq) ปฏิกริ ิยาไปข้างหน้า : ปฏกิ ริ ิยายอ้ นกลับ : PbI2(s) Pb2+(aq) + 2I-(aq) Pb2+(aq) + 2I-(aq) PbI2(s) [Cu(H2O)4]2+ (aq) + 4Cl- (aq) [CuCl4]2- (aq) + 4H2O (l) ปฏกิ ิริยาไปข้างหนา้ : [Cu(H2O)4]2+(aq) + 4Cl-(aq) [CuCl4]2-(aq) + 4H2O(l) ปฏกิ ริ ยิ าย้อนกลับ : [CuCl4]2-(aq) + 4H2O(l) [Cu(H2O)4]2+(aq) + 4Cl-(aq) 2SO2(g) + O2(g) 2SO3(g) ปฏกิ ิริยาไปขา้ งหนา้ : 2SO2(g) + O2(g) 2SO3(g) ปฏกิ ริ ิยาย้อนกลับ : 2SO3(g) 2SO2(g) + O2(g) SO2(g) + O2(g) 2SO2(g) + O2(g) 2SO3(g) SO3(g) รูปที่ 3 ปฏกิ ิริยำผนั กลับได้ของ 2SO2(g) + O2(g) 2SO3(g) (ทีม่ า : ths.talawanda.org~bramblenclassroomChemistryNotesSection.htm)  กำรเปลยี่ นแปลงที่ผนั กลับไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับไม่ได้ (irreversible change) คือ การเปล่ียนแปลงที่ไม่สามารถกลับสู่ สภาพเดิมได้อีก เป็นการเปล่ียนแปลงในทิศทางเดียว หรือเป็นการเปล่ียนแปลงท่ีเกิดข้ึนอย่างสมบูรณ์ ใช้ เคร่ืองหมายลูกศรไปข้างหน้า แทนการเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับไม่ได้ เช่น การท่ีโปรตีนจากอาหาร ได้รับความร้อน และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมที ผ่ี นั กลับไม่ได้ เปน็ ตน้ ชดุ ท่ี 1 การเปลีย่ นแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 40 Heat causes the egg to cook and set. This change is irreversible. รูปที่ 4 กำรเปล่ียนแปลงทผี่ ันกลบั ไม่ไดข้ องไขเ่ ม่ือได้รบั ควำมร้อน (ที่มา : sciencetask2robandtahni.weebly.comtask-card-4.html) ปฏิกิริยำท่ีผนั กลับไม่ได้ (irreversible reaction) คอื การที่สารต้ังตน้ ทาปฏกิ ิริยากันหมด เกิดผลิตภัณฑ์อย่างสมบูรณ์และไม่เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ ซ่ึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นปฏิกิริยำเคมีเกิดสมบูรณ์ (complete reaction) เช่น CO2(g) + Ca(OH)2(aq) CaCO3(s) + H2O(l) Pb(NO3)2(aq) + 2KI(aq) 2KNO3(aq) + PbI2(s) Zn(s) + 2H+(aq) Zn2+(aq) + H2(g) 2H2O2(aq) 2H2O(l) + O2(g) รูปที่ 5 กำรเกิดปฏิกริ ิยำระหว่ำงโลหะสงั กะสีกบั สำรละลำยกรด (ที่มา : www.gettyimages.com)  ชดุ ท่ี 1 การเปลย่ี นแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 41 กจิ กรรมท่ี 3 การเปล่ียนแปลงที่ผนั กลับได้ คำชแี้ จง นกั เรยี นพจิ ำรณำสถำนกำรณท์ ีก่ ำหนดให้แล้วตอบคำถำมตำมท่ีโจทย์ตอ้ งกำร 1. นกั เรียนทาเครื่องหมาย  หน้าขอ้ ความท่ีเป็นการเปลย่ี นแปลงท่ผี ันกลับได้ และทาเคร่อื งหมาย  หนา้ ข้อความที่เปน็ การเปลย่ี นแปลงท่ีผันกลบั ไมไ่ ด้ …………..1.1 การเผาไหม้ของแกส๊ หุงตม้ …………..1.2 น้าท่กี าลังเดอื ดอยูใ่ นหม้อต้ม …………..1.3 นา้ ในขวดทป่ี ดิ ฝาสนิททอ่ี ุณหภูมหิ ้อง …………..1.4 ลกู เหม็นในตเู้ สื้อผา้ …………..1.5 นา้ เกลอื เขม้ ขน้ ในขวดที่ปิดฝาสนทิ และมผี ลกึ เกลือเกิดในขวด …………..1.6 การเผาถา่ นไม้ …………..1.7 นา้ ร้อนในภาชนะทป่ี ิดฝาสนทิ …………..1.8 ใส่เกลด็ ไอโอดีนในหลอดทดลองพร้อมปดิ ด้วยจุก …………..1.9 การเกิดสนิมเหลก็ …………..1.10 การเผาแคลเซียมคารบ์ อเนตในภาชนะปดิ 2. นักเรยี นเขียนสมการแสดงการเปล่ียนแปลงท่ผี ันกลับได้ทางกายภาพตอ่ ไปนี้ 2.1 สารละลายอมิ่ ตวั ของน้าตาลทรายทมี่ ีผลึกของน้าตาลทรายอยู่ที่กน้ ขวด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นา้ รอ้ นในขวดแก้วท่ปี ิดสนิท ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 ลกู เหม็นในขวดที่ปิดฝา ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.4 โบรมนี เหลวในขวดรูปชมพู่ที่ปิดสนทิ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.5 สารละลายอ่ิมตัวของเกลือท่ีมีผลกึ เกลอื อย่ทู ่กี ้นบกี เกอร์ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ชดุ ท่ี 1 การเปลย่ี นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 42 3. นักเรียนเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาท่ีผนั กลบั ไดต้ อ่ ไปน้ี พรอ้ มท้ังระบปุ ฏกิ ริ ยิ าไปข้างหนา้ และ ปฏิกิรยิ ายอ้ นกลับ 3.1 การเผาแคลเซียมคารบ์ อเนตในภาชนะปดิ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.2 แกส๊ ไฮโดรเจนทาปฏิกิรยิ ากับแก๊สไอโอดนี ได้ผลติ ภณั ฑ์เปน็ แก๊สไฮโดรเจนไอโอไดด์ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.3 การสลายตวั ของแกส๊ ซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ ไดเ้ ป็นแกส๊ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์กบั แก๊สออกซิเจน ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.4 ปฏิกริ ิยาระหว่างแก๊สคาร์บอนไดออกไซดก์ บั แก๊สไฮโดรแจน ทาใหไ้ ด้ CO(g) และ H2O(l) ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.5 ปฏิกริ ยิ าระหวา่ งแกส๊ ไนโตรเจนกบั แก๊สออกซิเจน ได้เป็นแก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………  ชดุ ที่ 1 การเปลีย่ นแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 43 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation Phase) นกั เรียนปฏิบัติดังนี้  นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน เรือ่ ง การเปลยี่ นแปลงที่ผนั กลบั ได้  นกั เรียนและครรู ว่ มกนั เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น-หลังเรยี น กจิ กรรมท่ี 1 กจิ กรรมที่ 2 และกจิ กรรมท่ี 3 ชุดที่ 1 การเปลีย่ นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 44 แบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่อง การเปล่ยี นแปลงทผี่ ันกลบั ได้ คำชี้แจง 1. แบบทดสอบแบบปรนัยชนดิ เลอื กตอบจานวน 10 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน ใชเ้ วลา 10 นาที 2. นกั เรียนเลอื กคาตอบทถี่ กู ที่สดุ เพียงคาตอบเดียวแล้วทาเครือ่ งหมายกากบาท () ลงใน กระดาษคาตอบ ....................................................................................................................................................................... 1. ขอ้ ใดจัดเปน็ การเปลีย่ นแปลงในระบบเปิด ก. น้าในแก้วทป่ี ดิ ฝา ข. ลูกเหมน็ ในภาชนะปิด ค. กรดไฮโดรคลอริกกับโลหะสังกะสี ง. ปฏิกิริยาระหว่างกรดแอซิติกกับเอทานอล 2. ความหมายของระบบเปดิ คอื ข้อใด ก. ระบบท่ีมกี ารถา่ ยเทมวลและพลงั งานกบั สงิ่ แวดล้อม ข. ระบบทีม่ ีการถา่ ยเทมวลกบั ส่ิงแวดลอ้ ม ค. ระบบท่มี ีการถ่ายเทพลังงานกบั ส่ิงแวดลอ้ ม ง. ระบบที่ไมม่ ีการถ่ายเทมวลและพลงั งานกบั สง่ิ แวดล้อม 3. ขอ้ ใดจัดเปน็ ตวั อยา่ งของปฏกิ ริ ิยาทเี่ กิดขน้ึ อย่างสมบรู ณ์ ก. การระเหดิ ของไอโอดีนในภาชนะปิด ข. ปฏิกิริยาระหวา่ งสารละลายเลด (II) ไนเตรตกบั สารละลายโพแทสเซยี มไอโอไดด์ ค. เผาแคลเซยี มคาร์บอเนตในภาชนะปิด ง. สารละลายอ่มิ ตัวของน้าตาล 4. ข้อใดอธบิ ายความหมายของปฏกิ ิริยาท่เี กดิ ขึน้ อยา่ งสมบูรณไ์ ด้ถกู ตอ้ งท่สี ุด ก. ปฏกิ ิริยาทส่ี ามารถเกิดย้อนกลบั ได้ ข. ปฏิกิริยาที่สารผลติ ภณั ฑ์สารมารถเกิดไปเป็นสารตั้งต้นได้อกี ค. ปฏิกิรยิ าทเ่ี กิดข้นึ ในภาชนะปิดเท่านัน้ ง. ปฏิกิรยิ าท่ีไมส่ ามารถเกิดยอ้ นกลับได้ ชดุ ที่ 1 การเปล่ียนแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 45 5. การทดลองท่ีแสดงถงึ การเปลีย่ นแปลงท่ีผนั กลับได้ คอื ขอ้ ใด ก. ปฏิกริ ิยาระหวา่ ง CuSO4 และ HCl ข. ปฏกิ ิรยิ าระหวา่ งโลหะและกรด ค. น้าแข็งละลายในแก้วท่ีอณุ หภูมหิ อ้ ง ง. การระเหิดของไอโอดีน 6. การเปลีย่ นแปลงทางเคมที ่ีผันกลบั ได้ คือขอ้ ใด ก. คือ การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีแบบสมบรู ณ์ ข. คือ การเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมีแบบไม่สมบูรณ์ ค. ตวั อยา่ งเชน่ การผสม Pb(NO3)2(aq) และ KI(aq) ง. ตัวอยา่ งเช่น การผสม Zn(s) และ HCl(aq) 7. ขอ้ ใดกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ถกู ต้อง ก. มกี ารเปลยี่ นแปลงจากสารต้ังต้นไปเป็นสารผลิตภณั ฑ์ ข. มกี ารเปล่ียนแปลงไปขา้ งหนา้ อย่างเดียว ค. มกี ารเปล่ียนแปลงไปขา้ งหน้าและย้อนกลบั ง. เกิดกับสารท่ีเปน็ แก๊สเท่านั้น 8. ขอ้ ใดเป็นการเปลยี่ นแปลงท่ีผนั กลับไมไ่ ด้ ก. คือ การเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมีแบบไมส่ มบรู ณ์ ข. คอื การเปล่ยี นแปลงทส่ี ามารถกลบั สสู่ ภาพเดมิ ได้อกี ค. คือ การเปล่ยี นแปลงในทิศทางเดยี ว ง. คือ การเปลยี่ นแปลงไปขา้ งหน้าและยอ้ นกลบั 9. การเปลยี่ นแปลงทางกายภาพท่ีผันกลับได้เป็นอยา่ งไร ก. การเปลย่ี นแปลงทไี่ ม่ทาให้องคป์ ระกอบภายในของสารเปลี่ยนแปลง ข. การเปลี่ยนแปลงท่ไี ม่ทาให้โครงสรา้ งโมเลกลุ ของสารเปล่ยี นไป ค. เม่ือเกดิ การเปลีย่ นแปลงไปแล้วสามารถกลับคืนสสู่ ภาพเดมิ ได้อกี ง. ถูกทุกข้อ 10. ข้อใดเป็นการทดลองท่เี กดิ จากการเปล่ยี นแปลงทางกายภาพที่ผนั กลบั ได้ ก. การเปลี่ยนสถานะของน้า ข. การเปล่ียนสถานะของไอโอดนี ค. สารละลายอ่มิ ตวั ของเกลือ ง. ถกู ทกุ ข้อ  ชดุ ท่ี 1 การเปลยี่ นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 46 กระดาษคาตอบ แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง การเปลยี่ นแปลงท่ผี นั กลบั ได้ ชื่อ-สกลุ ........................................................................................เลขท่ี...............................ชั้น..................... ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนน หลังเรียน คะแนนเต็ม 10 คะแนนทไี่ ด้  ชดุ ท่ี 1 การเปล่ยี นแปลงท่ีผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 47 ขนั้ นาความรไู้ ปใช้ (Extention Phase) นกั เรียนปฏบิ ัติดงั นี้  นกั เรยี นยกตัวอยา่ งของการเปล่ียนแปลงทผ่ี ันกลบั ได้ทพ่ี บได้ในชีวติ ประจาวนั พร้อมท้ังเขยี นสมการการเปล่ยี นแปลง  นกั เรยี นนาความรู้ท่ไี ด้เรียนมา เร่ือง การเปลย่ี นแปลงทผ่ี ันกลับได้ มาอธิบาย ปรากฏการณ์ต่างๆ ทีเ่ กิดขนึ้ ในชีวติ ประจาวัน ชดุ ท่ี 1 การเปลีย่ นแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 48 ภำคผนวก ชดุ ท่ี 1 การเปลย่ี นแปลงที่ผันกลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 49 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เร่อื ง การเปลย่ี นแปลงท่ผี ันกลบั ได้ ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10   ชดุ ท่ี 1 การเปลยี่ นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M

CHEMICAL EQUILIBRIUM 50 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่อง การเปล่ยี นแปลงที่ผนั กลับได้ ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10   ชุดที่ 1 การเปลย่ี นแปลงท่ีผนั กลบั ได้ C H E M


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook