Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore INETMS-คู่มือกฎหมายแรงงานสำหรับผู้ประกอบการ

INETMS-คู่มือกฎหมายแรงงานสำหรับผู้ประกอบการ

Published by Linda Groen, 2023-06-16 06:54:55

Description: INETMS-คู่มือกฎหมายแรงงานสำหรับผู้ประกอบการ

Search

Read the Text Version

กรมบังคับคดี กระทรวงยตุ ธิ รรม http : www.facebook.com กรมบังคับคดี กระทรวงยุตธิ รรม

คูมอื  กฏหมายแรงงานสำหรับผูประกอบการ คูม ือ กฏหมายแรงงานสำหรบั ผปู ระกอบการ จดั ทำโดย กรมบงั คบั คดี พมิ พค ครมูง้ัือทก่ีฎ1หมาจยำแนรงวงานน 3,0001 เลม พฤษภสาำคหรมบั ผ2ูป 5ระ5ก9อบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผูป ระกอบการ 3 6 สารบญั 7 9 กฎหมายคุมครองแรงงาน 9 รูปแบบสญั ญาจา งแรงงาน 14 การจางเหมาแรงงาน (Outsourcing) 16 เวลาทำงาน วันหยดุ วันลา 20 การจา งคนตา งดาวทำงาน 22 การจายคาจา ง คาทำงานลว งเวลา คาทำงานในวันหยุด 24 การเลกิ จาง การจา ยคาชดเชย 29 การเลิกจา งไมเ ปนธรรม และการกระทำอนั ไมเปน ธรรม 31 ขอ ตกลงอันไมเ ปนธรรม 32 การจายเงนิ เขา กองทุนตา งๆ 32 แรงงานสมั พันธ กฎหมายทเ่ี กี่ยวของ หนวยงานท่เี ก่ียวของ บรรณานุกรม 2 คคมูมอืือกฎหมายแรงงาน สำหรับ ผปู ระกอบการ

คูมือ กฏหมายแรงงานสำหรับผูประกอบการ กฎหมายแรงงานสำหรบั ผปู ระกอบการ กฎหมายคมุ ครองแรงงาน [ใครบางอยูภายใตกฎหมายคมุ ครองแรงงาน?] กฎหมายคมุ ครองแรงงาน เปน กฎหมายคมุ ครองคนทำงานในเรอ่ื งสทิ ธิ ประโยชนตางๆ และสภาพการจางใหตองเปนไปตามมาตรฐานที่กฎหมาย กำหนดไว ทง้ั น้ี เพอ่ื ไมใ หน ายจา งเอารดั เอาเปรยี บลกู จา งและในขณะเดยี วกนั ก็เปนการคุมครองลูกจางใหไดรับการปฏิบัติอยางเหมาะสมและสามารถ ทำงานกับนายจางไดอยางมีความสุข จากขอกำหนดในเร่ืองตางๆ ของ กฎหมายแรงงาน สรางภาระหนาท่ีใหนายจางตองปฏิบัติตาม และนายจาง ไมสามารถตกลงใหสิทธิประโยชนใดต่ำกวามาตรฐานท่ีกฎหมายกำหนด ไวได แมลูกจางจะตกลงยินยอมใหนายจางใหสิทธิประโยชนที่ต่ำกวา กฎหมายคมุ ครองแรงงานก็ตาม ขอตกลงเชนนั้นกไ็ มส ามารถทำได เน่อื งจาก เปนขอตกลงที่ขัดกับความสงบเรียบรอยและหากตกลงเชนน้ันก็จะทำให ขอ ตกลงนั้นเปน โมฆะทันที ขอ ตกลงทีต่ ่ำกวา มาตรฐานทก่ี ฎหมายแรงงานกำหนด ขอ ตกลงน้ันเปน โมฆะ คมูือกฎหมายแรงงาน 3 สำหรับ ผูประกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผูป ระกอบการ แมว า กฎหมายแรงงานจะกำหนดใหล กู จา งทอ่ี ยภู ายใตก ฎหมายแรงงาน จะหมายถึง ผทู ที่ ำงานและไดรับเงินคาตอบแทนจากการทำงานนนั้ อยางไร ก็ตาม ไมใชวาทุกคนที่ทำงานและไดรับคาจางจะไดรับความคุมครองตาม กฎหมายน้ีเสมอไป ลูกจางตามกฎหมายคุมครองแรงงานน้ัน ไมรวมถึงผูท่ี ทำงานในราชการ สวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถิ่น นอกจากนี้ กฎหมายคุมครองแรงงานยังไมใหใชกับผูที่ทำงานใหกับรัฐวิสาหกิจ ดังนั้น ขาราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ จึงไมอยูภายใตบังคับของกฎหมาย คุมครองแรงงาน กฎหมายแรงงานไมใชกบั ขาราชการ และพนกั งานรฐั วสิ าหกิจ 4 คคูมมืออืกฎหมายแรงงาน สำหรับ ผปู ระกอบการ

คมู อื  กฏหมายแรงงานสำหรบั ผูประกอบการ นอกจากน้ี การเปนนายจาง-ลูกจา งตามกฎหมายคุมครองแรงงานนน้ั ยังกำหนดใหลูกจางตองทำงานภายใตการบังคับบัญชาของนายจางอีกดวย ทง้ั นี้ เพอื่ แยกความแตกตา งระหวา งสญั ญาจา งแรงงาน และสญั ญาจา งทำของ กลา วคอื หากเปน “สญั ญาจา งแรงงาน” ลกู จา งจะตอ งทำงานภายใตก ารควบคมุ บงั คบั บญั ชาของนายจา ง ไมว า จะเปน เวลาการทำงาน สถานทก่ี ารทำงาน ฯลฯ แตห ากเปน “สญั ญาจา งทำของ” ผวู า จา งไมม อี ำนาจบงั คบั บญั ชาเหนอื ลกู จา ง เพราะสัญญาจางทำของจะมุงผลสำเร็จของงานเปนสาระสำคัญ หากทำงาน สำเร็จและสงมอบไดตามที่กำหนดไว ก็ถือวาทำเสร็จครบถวนตามสัญญา จา งทำของแลว ผวู า จา งไมส ามารถใชอ ำนาจบงั คบั บญั ชากำหนดรายละเอยี ด ในการทำงานดังเชน นายจางในสัญญาจางแรงงานได ดังน้ัน ในข้ันตอนแรกผูประกอบการจึงตองสำรวจดูวา รูปแบบ ความสัมพันธของตนกับลูกจางนั้นเปนไปตามสัญญาจางแรงงานหรือ สัญญาจางทำของ หากเปนไปตามสัญญาจางแรงงานแลว นายจางก็จะตอง จัดใหลูกจางไดรับความคุมครองและสิทธิประโยชนตางๆ ตามกฎหมาย คมุ ครองแรงงาน แตห ากรปู แบบความสมั พนั ธเ ปน ไปตามสญั ญาจา งทำของแลว ผูรับจา งจะไมไ ดร ับการคมุ ครองตามกฎหมายแรงงานแตอยางใด คูมอืกฎหมายแรงงาน 5 สำหรบั ผปู ระกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผูประกอบการ รปู แบบสญั ญาจางแรงงาน รปู แบบสัญญาจา งแรงงานกำหนดไวอยา งไร? สัญญาจางแรงงานเปนสัญญาท่ีไมมีแบบกำหนดไวตายตัว และไมได กำหนดไววาจะตองทำเปนลายลักษณอักษรเทาน้ัน ดังนั้น การตกลง ทำงานดว ยวาจากท็ ำใหส ญั ญานนั้ สมบรู ณแ ลว อยา งไรกต็ าม หากนายจา งและ ลูกจางตองการทำสัญญาเปนลายลักษณอักษร ควรพิจารณาใสเน้ือหา ดงั ตอไปนลี้ งในสัญญา ชอื่ นามสกุล และท่อี ยู ของนายจา งและลกู จาง ชือ่ ตำแหนง งานและรายละเอียดขอบเขตงานของตำแหนงนน้ั สถานทที่ ำงาน กำหนดวนั เริม่ ตน สัญญา และวนั สน้ิ สุดของสัญญา (หากมี) กำหนดเวลาทำงานปกติ และเวลาพัก กำหนดรายละเอียดเกยี่ วกบั วันหยดุ วันลา คาจา งและอตั ราคาตอบแทนอ่ืน ๆ รอบการจา ยเงนิ คาจางและคาตอบแทนอนื่ ๆ ระเบยี บขอ บงั คับตาง ๆ เหตุแหงการเลกิ จาง และเหตแุ หง การเลิกจางโดยไมจายคา ชดเชย เจา ของลิขสทิ ธ์ขิ องงาน ขอตกลงเกี่ยวกบั การดำเนนิ กิจการแขง ขนั กับนายจาง รายละเอยี ดเกย่ี วกบั การหกั ภาษี ณ ทจ่ี า ย การหกั เงนิ เขา กองทนุ ตา ง ๆ สวัสดิการตา ง ๆ ลายมือช่อื ของลูกจางและนายจาง สญั ญาจา งแรงงานจะทำเปน ลายลกั ษณอกั ษรหรือจะทำดวยวาจาก็ได 6 คคมูมอืือกฎหมายแรงงาน สำหรับ ผูประกอบการ

คมู อื  กฏหมายแรงงานสำหรับผูประกอบการ การจางเหมาคา แรง (Outsourcing) ปจ จบุ นั ความนิยมในการจา งเหมาคา แรงของผปู ระกอบการมมี ากขนึ้ กวาในอดีต ท้ังนี้ เนื่องจากผูประกอบการตองการลดปญหาและคาใชจาย ในการรับสมัครคนเขาทำงาน ฝกทักษะในการทำงาน และบริหารจัดการ ลูกจางในสถานประกอบการ ทำใหผูประกอบการบางรายเลือกใชวิธีเหมา คาแรง โดยมอบหมายใหบุคคลอ่ืนจัดหาคนมาทำงานใหในตำแหนง ทีต่ องการ โดยจายเงินใหกับบุคคลท่จี ัดหาคนมาทำงานนน้ั เพื่อใหบุคคลนัน้ ไปจายเงินใหกับลูกจางตอไป การดำเนินการเชนนี้ชวยใหผูประกอบการ ลดคาใชจายในการดำเนินการอยางมากและเปนชองทางใหผูประกอบการใช วธิ กี ารจา งเหมาคา แรงมาเปน เหตใุ นการเอาเปรยี บลกู จา งเพราะคนทมี่ าทำงาน ไมม ฐี านะเปน ลกู จา งโดยตรงของผปู ระกอบการ แตเ ปน ลกู จา งของคนทจี่ ดั หา คนมาทำงาน เมื่อไมมีนิติสัมพันธโดยตรงกับลูกจาง ทำใหผูประกอบการ บางรายเอารัดเอาเปรียบลูกจาง โดยที่ลูกจางเองก็ไมสามารถฟองรองอะไร กบั ผปู ระกอบกจิ การได ผูประกอบการจึงเริม่ ใช การจางแบบเหมาคา แรงเพ่ือหลกี เลีย่ ง กฎหมายมากขนึ้ เรอื่ ย ๆ คมูอืกฎหมายแรงงาน 7 สำหรับ ผปู ระกอบการ

คมู อื  กฏหมายแรงงานสำหรับผปู ระกอบการ จนในท่ีสุด กฎหมายไดกำหนดบทบัญญัติคุมครองลูกจางเหมาคาแรง ขน้ึ ใหมว า ใหถ อื วา ผปู ระกอบการทจ่ี า งลกู จา งแบบเหมาคา แรงนน้ั เปน นายจา ง ของคนทมี่ าทำงาน นอกจากนย้ี งั กำหนดใหผ ปู ระกอบการตอ งจดั สทิ ธปิ ระโยชน และสวสั ดกิ ารทเี่ ปน ธรรมใหก บั ผทู ำงานแบบเหมาคา แรงใหเ ทา เทยี มกบั ลกู จา ง ตามสญั ญาจางโดยตรงคนอืน่ ๆ ทท่ี ำงานในลกั ษณะเดยี วกันกับลูกจาง เพ่ือ ไมใหเกดิ การเลอื กปฏบิ ัติขึ้นในสถานประกอบการ ดงั นนั้ ผปู ระกอบกจิ การจะตอ งระมดั ระวงั ในเรอื่ งการจดั สทิ ธปิ ระโยชน และสวสั ดกิ ารใหเ ทา เทยี ม และตอ งระลกึ ไวเ สมอวา ตนเองนน้ั มฐี านะเปน นายจา ง ของผทู เี่ ขา มาทำงานแบบจา งแรงงานนน้ั ดว ย จะปฏเิ สธความรบั ผดิ โดยอา งวา ตนเองไมใ ชนายจางเหมอื นในอดตี ไมไ ดอีกตอ ไป ลูกจา งเหมาคา แรงไดรับความคมุ ครองเหมือนลูกจางท่ัวไป 8 คคมูมือือกฎหมายแรงงาน สำหรบั ผปู ระกอบการ

คมู อื  กฏหมายแรงงานสำหรบั ผปู ระกอบการ การจางคนตา งดาวทำงาน แมลูกจางจะไมมีสัญชาติไทย แตหากทำงานในประเทศไทยภายใต หลกั สญั ญาจา งแรงงานแลว กจ็ ะไดร บั การคมุ ครองตามกฎหมายคมุ ครองแรงงาน ของไทย อยา งไรกต็ าม การจา งลกู จา งทเี่ ปน คนตา งดา วนนั้ ลกู จา งจะตอ งเขา มา ในประเทศอยางถูกตองตามกฎหมายและมีใบอนุญาตทำงานอยางถูกตอง ตามกฎหมาย การจางลูกจางคนตางดาวเขาทำงาน โดยไมมีใบอนุญาต มีความผิดทางอาญาท้ังนายจางและลูกจางดวย ดังนั้น นายจางจึงตองให ความสำคญั กับเรอ่ื งน้เี ปน อยา งยิง่ คมูือกฎหมายแรงงาน 9 สำหรับ ผปู ระกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรบั ผูประกอบการ หากลูกจางคนตางดาวนั้น ไมมีใบอนุญาตทำงานและประสงคจะ เขาทำงานสามารถยื่นแบบคำขอรับใบอนุญาตทำงานได ณ สำนักงานของ กรมการจัดหางาน ซ่ึงสถานประกอบการของนายจางน้ันต้ังอยู หาก สถานประกอบการน้ันถาอยูในเขตกรุงเทพมหานคร ใหติดตอโดยตรงไปยัง สำนักบริหารแรงงานตางดาว กรมการจัดหางาน แตหากสถานประกอบการ อยูต า งจังหวดั กใ็ หต ิดตอสำนกั งานจัดหางานจังหวัดน้นั ๆ ผูประกอบการสามารถศึกษารายละเอยี ดเพมิ่ เติมไดทเ่ี วบ็ ไซตข อง กรมการจัดหางาน www.doe.go.th หรอื หมายเลขสายดวน 1694 เวลาทำงาน วนั หยุด วันลา 1) เวลาทำงาน ในงานปกติทั่วไป กฎหมายกำหนดใหเวลาทำงานปกติไมเกิน 8 ชว่ั โมงตอวัน และไมเ กนิ 48 ชวั่ โมงตอ สปั ดาห ดงั น้นั นายจา งและลูกจาง จะตกลงกำหนดเวลาการทำงานมากเกินกวาวันละ 8 ชวั่ โมงไมไ ด นอกจากน้ี นายจางจะตองใหลูกจางมีเวลาพักในระหวางการทำงานดวย โดยกำหนดให นายจางตองจัดเวลาพักใหลูกจางพักไมนอยกวา 1 ช่ัวโมง หลังจากที่ลูกจาง ทำงานติดตอกันมาไมเกิน 5 ชั่วโมง แสดงวานายจางจะกำหนดใหลูกจาง ทำงานติดตอ กนั เกนิ 5 ชว่ั โมง โดยไมพักไมไ ด 10 คคูมมอืือกฎหมายแรงงาน สำหรบั ผูประกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรบั ผูประกอบการ อยางไรก็ตาม หากนายจางมีเหตุฉกุ เฉนิ หรือมคี วามจำเปน ตอ งการให ลกู จา งทำงานมากกวา วนั ละ 8 ชว่ั โมง นายจา งกจ็ ะตอ งตกลงใหล กู จา งทำงาน ลวงเวลา (OT) เปนคร้ังๆ ไป จะตกลงกันลวงหนาไวกอนเปนการบังคับให ลูกจางตองทำงานลวงเวลาไมได เวลาทำงานปกตหิ า มเกนิ วันละ 8 ช่ัวโมง เวลาพกั วันละอยา งนอย 1 ชวั่ โมง 2) วันหยุด แบง ออกเปน 3 ประเภท (1) วันหยุดประจำสัปดาห จะเปนวันใดของสัปดาหก็ได ไมจำเปน จะตองเปนวันเสารหรือวันอาทิตยเสมอไป เพียงแตจะตองมีการกำหนด ใหห ยดุ อยา งนอ ย สปั ดาหละ 1 วัน (2) วนั หยดุ ตามประเพณี กำหนดใหนายจา งหยดุ วนั แรงงานแหงชาติ และเลอื กวนั ดงั ตอ ไปนอี้ กี อยา งนอ ย 12 วนั เพอื่ ใหร วมแลว ลกู จา งมวี นั หยดุ ตาม ประเพณีไมตำ่ กวา 13 วนั • วนั หยดุ ราชการประจำป เชน วันปใ หม วันปย มหาราช เปน ตน • วันหยุดทางศาสนา หรือขนบธรรมเนียมประเพณีทองถ่ิน เชน วันวิสาขบชู า วันมาฆบูชา เปน ตน คูมือกฎหมายแรงงาน 11 สำหรบั ผูประกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผปู ระกอบการ (3) วันหยุดพักผอนประจำป (พักรอน) กำหนดใหนายจางจัดให มีวันหยุดประจำปอยางนอยปละ 6 วัน โดยหากลูกจางไมไดใช วันหยุดดังกลาวในปใดหรือใชไมครบตามสิทธิที่กำหนดไว ใหสามารถ ตกลงกันเล่ือนไปสะสมไวกบั ปตอๆ ไปได วันหยดุ วันหยดุ ประจำสปั ดาห วันหยุด ตามประเพณี วนั หยดุ พกั ผอนประจำป 12 คคูมมือือกฎหมายแรงงาน สำหรบั ผปู ระกอบการ

คูมอื  กฏหมายแรงงานสำหรบั ผปู ระกอบการ 3) วันลา สทิ ธใิ นการลาทกี่ ฎหมายกำหนดไวม หี ลายประเภท ไมว า จะเปน ลาปว ย ลาคลอดบุตร ลาเพ่ือเขารับราชการทหาร ลาฝกอบรม และลากิจ ซ่ึงใน ระหวางท่ีลา ใหนายจางจายเงินคาจางใหกับลูกจางเสมือนวาลูกจาง มาทำงาน ท้ังนี้ รายละเอียดวาจะตองจายเทาใดน้ันมีกำหนดไวในกฎหมาย ดงั นนั้ หากลกู จา งยน่ื ขอลาตามสทิ ธทิ กี่ ฎหมายกำหนดไว นายจา งตอ งอนญุ าต ใหลูกจางลาโดยตองจายคาจางในระหวางที่ลาตามที่กฎหมายกำหนดดวย มฉิ ะนนั้ จะเปน การกระทำท่ลี ะเมิดตอกฎหมายคมุ ครองแรงงาน คมูอืกฎหมายแรงงาน 13 สำหรบั ผูประกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผปู ระกอบการ การจายคาจาง คาทำงานลวงเวลา คาทำงานในวันหยุด 1) การจา ยคา จาง คาจางจะตองเปน เงิน เทานั้น ดังน้ัน นายจางไมสามารถตกลง จายคาจางเปนสิทธิประโยชนอ่ืนท่ีไมใชเงินใหกับลูกจางเพื่อตอบแทนการ ทำงานได การใหลูกจางทำงานเพ่ือแลกกับอาหารและท่ีอยูอาศัยนั้น ไมถือ เปน การจา ยคา จา งตามกฎหมายคมุ ครองแรงงาน การจา ยคา จา งจะตอ งตกลงใหแ นน อนวา เงนิ ทเ่ี ปน คา จา งนน้ั จะกำหนด จายใหกับลูกจางในวันท่ีเทาไร แตไมจำเปนตองจายเปนรายเดือนเสมอไป นายจางอาจตกลงจายเปนรายสัปดาห รายวัน รายช่ัวโมง หรือแมแตการ จายคา จา งตามผลงานโดยคำนวณเปนหนวยกส็ ามารถทำไดเ ชนกนั คาจางตอ งจายเปน เงิน เทา น้ัน 14 คคูมมืออืกฎหมายแรงงาน สำหรับ ผปู ระกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผปู ระกอบการ 2) คาทำงานลว งเวลา คา ทำงานในวนั หยุด อัตราการจายเงินคาตอบแทนการทำงานลวงเวลาหรือการทำงาน ในวนั หยดุ จะมอี ตั ราทส่ี งู กวา อตั ราคา จา งการทำงานในเวลาทำงานปกติ ทง้ั น้ี เพื่อลดความจูงใจไมใหนายจางตกลงใหลูกจางมาทำงานในชวงเวลาท่ีพน เวลาทำงานปกติหรือชวงเวลาท่ีเปนวันหยุด เน่ืองจากหากเรียกใหลูกจางมา ทำงานกจ็ ะตอ งจา ยคา ตอบแทนการทำงานในอตั ราทส่ี งู กวา ปกติ เชน นก้ี เ็ พอื่ ใหลูกจางมีเวลาพักผอนอยางเพียงพอ ซ่ึงจะทำใหลูกจางมีสุขภาพรางกาย ท่ีแขง็ แรงและมีประสิทธภิ าพในการทำงานทีส่ ูงตอไปในระยะยาว ตารางอตั ราคา ตอบแทนการทำงานนอกเหนือจากเวลาทำงานปกติ ประเภทการทำงาน อตั ราคา ตอบแทน 1.5 เทาของอตั ราคาจา งปกติ การทำงานลวงเวลา 1 เทาของอตั ราคาจางปกติ การทำงานในวนั หยดุ 2 เทา ของอตั ราคาจา งปกติ กรณีไดร บั คา จา งรายเดือน 3 เทา ของอัตราคาจางปกติ การทำงานในวนั หยดุ กรณไี ดร ับคา จางรายวัน รายชัว่ โมง หรอื ตามผลงาน การทำงานลว งเวลาในวันหยุด คมูือกฎหมายแรงงาน 15 สำหรบั ผูป ระกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผูประกอบการ การเลกิ จา ง การจายคาชดเชย ในกรณีสัญญาจางแรงงานไมไดกำหนดระยะเวลาส้ินสุดสัญญาไว เมื่อลูกจางหรือนายจางตองการส้ินสุดสัญญาจาง ฝายท่ีตองการส้ินสุด สัญญาจาง จะตองแจงใหอีกฝายหนึ่งทราบเปนลายลักษณอักษร และ จะตองบอกใหอีกฝายทราบกอนถึงกำหนดการจายคาจางรอบนั้นๆ เพ่ือใหมี ผลสิ้นสุดสัญญาในรอบการจายเงินครั้งตอไป ท้ังน้ีเพื่อใหอีกฝายมีเวลาพอ ในการเตรยี มตวั ฝา ยนายจา งกจ็ ะไดม เี วลาพอในการหาคนใหมม าทำงานแทน และ ฝายลูกจางก็จะไดมีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัวเพ่ือหางานใหม อยางไร ก็ตาม หากสัญญาจางมีกำหนดเวลาสิ้นสุดไวอยูแลว กฎหมายไมไดกำหนด ใหตองบอกกลาวลวงหนา ทั้งน้ี เน่ืองจากถือวาท้ังสองฝายทราบอยูแลว ถึงวนั ส้นิ สุดของสัญญา การสนิ้ สดุ นายจา ง สญั ญา เลิกจา ง ลูกจางสมคั รใจ คา เสยี หาย ลาออกเอง หากเปนการเลิกจา ง ไมตองจาย คา ชดเชย ไมเ ปนธรรม คา ชดเชย 16 คคมูมืออืกฎหมายแรงงาน สำหรบั ผปู ระกอบการ

คูมอื  กฏหมายแรงงานสำหรับผูประกอบการ การส้ินสุดสัญญา โดยที่ลูกจางเปนผูขอส้ินสุดสัญญาเอง เรียกวา “การลาออก” กฎหมายไมไดกำหนดใหนายจางจะตองจายคาชดเชยอะไร ใหก บั ลกู จางเนื่องจากถือวา ลกู จา งสมัครใจท่จี ะไมทำงานตอ เอง การสิ้นสุดสัญญา โดยนายจางไมใหลูกจางทำงานตอไปหรือการที่ นายจา งไมจ า ยคา จา งใหก บั ลกู จา ง เรยี กวา “การเลกิ จา ง” ซง่ึ ไมว า จะดว ยเหตุ ทสี่ ญั ญาครบกำหนดระยะเวลาแลว หรอื ดว ยเหตผุ ลใดกต็ าม กฎหมายกำหนด ใหนายจางจะตองจายเงินคาชดเชยใหกับลูกจางนั้น เพ่ือเปนการชดเชยให กับลูกจางท่ีทำงานมาใหกับนายจางและขณะเดียวกันก็เปนการชวยเหลือ ใหล ูกจางมีเงินพอที่จะใชจ ายในชว งเวลาทีห่ างานใหมดว ย อตั ราการจา ยคา ชดเชย ระยะเวลาในการทำงานใหก ับนายจาง อตั ราคา ชดเชย 120 วนั – 1 ป ไมนอ ยกวาคา จา ง 30 วัน 1 ป - 3 ป ไมนอ ยกวา คาจา ง 90 วัน 3 ป – 6 ป ไมน อยกวา คาจาง 180 วัน 6 ป – 10 ป ไมน อยกวาคา จา ง 240 วัน ไมน อ ยกวา คา จา ง 300 วนั มากกวา 10 ป ข้นึ ไป คูมอืกฎหมายแรงงาน 17 สำหรับ ผูประกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรบั ผปู ระกอบการ อยางไรก็ตาม เพ่ือความเปนธรรมสำหรับนายจาง กฎหมายกำหนด ยกเวนสำหรับบางกรณี ใหนายจางสามารถเลิกจางลูกจางไดทันทีโดยไมตอง บอกกลาวลวงหนา และไมต อ งจา ยคาชดเชย ดังนี้ 1. เลิกจางเน่ืองจากลูกจางทุจริตตอหนาที่หรือกระทำความผิดอาญา โดยเจตนาแกนายจา ง 2. เลิกจา งเนื่องจากลูกจา งจงใจทำใหน ายจา งไดรับความเสียหาย 3. เลิกจางเน่ืองจากลูกจางประมาทเลินเลอเปนเหตุใหนายจางไดรับ ความเสียหายอยา งรา ยแรง 4. เลิกจางเน่ืองจากลูกจางฝาฝนขอบังคับเก่ียวกับการทำงานหรือ ระเบยี บหรอื คำสงั่ ของนายจา งอนั ชอบดว ยกฎหมายและเปน ธรรม และนายจา ง ไดตักเตือนเปนหนังสือแลว (ยกเวน กรณีท่ีรายแรง นายจางไมจำเปนตอง ตักเตอื น สามารถเลิกจางไดเ ลย) 18 คคูมมือือกฎหมายแรงงาน สำหรับ ผูประกอบการ

คูมอื  กฏหมายแรงงานสำหรบั ผูประกอบการ 5. เลกิ จา งเนอื่ งจากลกู จา งละทงิ้ หนา ทเี่ ปน เวลา 3 วนั ทำงานตดิ ตอ กนั ไมวาจะมวี นั หยุดค่นั หรือไมก ต็ ามโดยไมมีเหตอุ นั สมควร 6. เลิกจางเน่ืองจากลูกจางไดรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงท่ีสุด ใหจ ำคกุ ยกเวน กรณที ลี่ กู จา งไดร บั โทษสำหรบั ความผดิ ทไี่ ดก ระทำโดยประมาท หรือความผิดลหโุ ทษ คูมอืกฎหมายแรงงาน 19 สำหรบั ผูประกอบการ

คมู อื  กฏหมายแรงงานสำหรบั ผูประกอบการ การเลิกจางไมเ ปน ธรรมและการกระทำอันไมเ ปน ธรรม แมวากฎหมายจะเปดโอกาสใหนายจางเลิกจางไดตลอดเวลา ไมวา จะดวยเหตุผลใด อยางไรก็ตาม กฎหมายก็ใหความคุมครองลูกจางในกรณี “การเลกิ จา งไมเ ปน ธรรม” ไว กลา วคอื หากการเลกิ จา งนน้ั เปน การเลกิ จา ง ทไ่ี มเปน ธรรมแลว (1) ลกู จา งสามารถขอใหศ าลสงั่ ใหน ายจา งรบั ลกู จา งกลบั เขา ทำงานตอ ในอัตราคา จา งเทา เดิม หรือ (2) ในกรณที ไ่ี มส ามารถทำงานรว มกนั ตอ ไปไดแ ลว นายจา งกจ็ ะตอ งจา ย “คาเสียหาย” ชดใชใหกับลูกจางในฐานะที่ตนเลิกจางลูกจางไมเปนธรรม ซึ่งคาเสียหายน้ี เปนคาเสียหายท่ีนอกเหนือไปจากคาชดเชยที่นายจาง ยังตอ งจายใหกับลูกจางอยดู วยอกี สวน ตวั อยา ง การเลกิ จา งไมเ ปน ธรรม เชน การเลกิ จา งเพราะนายจา งไมช อบ ลูกจางดวยเหตุผลสวนตัว หรือเลิกจางอันเนื่องมาจากการเลือกปฏิบัติ เปนตน ศาลสั่งใหร ับลูกจางกลับ เขาทำงานตอ เลิกจา งไมเ ปนธรรม ศาลส่งั ใหจายคา เสียหาย 20 คคูมมืออืกฎหมายแรงงาน สำหรบั ผูประกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผปู ระกอบการ นอกจากการเลิกจางไมเปนธรรมแลว ในเรื่อง“การกระทำ อันไมเปนธรรม” เพราะเหตุท่ีกฎหมายคุมครองลูกจางใหสามารถกระทำ การใดๆ อันเปนกิจกรรมทาง “แรงงานสัมพันธ” เชน การรวมกลุม เขาเปนสมาชิกสหภาพแรงงาน การยื่นขอเรียกรอง การเขาเปนตัวแทน เพื่อตอรองกับนายจาง เปนตน เหลานี้ กฎหมายกำหนดใหลูกจางตอง ไดรับความคุมครอง ใหลูกจางสามารถใชสิทธิของตนไดอยางเต็มท่ี ดังน้ัน นายจางไมสามารถเลิกจาง หรือกระทำการใดๆ อันอาจเปนผลใหลูกจาง ผูแทนลูกจาง กรรมการของสหภาพแรงงานหรือกรรมการสหพันธแรงงาน ไมสามารถทนทำงานอยูตอไปไดเพราะเหตุท่ีลูกจางหรือกรรมการ สหภาพแรงงานไดเขาเปนสมาชิกของสหภาพแรงงาน นัดชุมนุม ทำคำรอง ยน่ื ขอ เรยี กรอ ง เจรจา หรอื ดำเนนิ การฟอ งรอ ง หรอื เปน พยานหรอื ใหห ลกั ฐาน ตอ พนกั งานเจาหนาท่ีตามกฎหมายคุม ครองแรงงาน นอกจากน้ี กฎหมายยังไดก ำหนดไวอ ยางชดั เจน ไมใหนายจา งขดั ขวาง การเขาเปนสมาชิกสหภาพแรงงานของลูกจาง การดำเนินการใดของ สหภาพแรงงานและหามไมใหนายจางเขาแทรกแซงการดำเนินการของ สหภาพแรงงาน หากนายจางฝาฝนขอกำหนดเก่ียวกับแรงงานสัมพันธ กฎหมายกำหนดใหน ายจางมีความผดิ ในเรอ่ื งการกระทำอนั ไมเปน ธรรม คูมือกฎหมายแรงงาน 21 สำหรับ ผูประกอบการ

คมู อื  กฏหมายแรงงานสำหรบั ผูประกอบการ ขอ ตกลงอันไมเ ปนธรรม กอนที่จะมีการแกไขเพ่ิมเติมกฎหมายคุมครองแรงงาน พ.ศ. 2551 พบวาในสัญญาจางแรงงาน บางครั้งนายจางกำหนดขอบังคับเกี่ยวกับ การทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจางท่ีทำใหนายจางไดเปรียบลูกจาง เกินสมควร เชน การกำหนดหามลูกจางทำงานกับบริษัทคูแขงทางการคา หรือหามลูกจางประกอบกิจการอันเปนการแขงขันทางการคากับนายจาง เปน ตน ซง่ึ การกำหนดเชน น้ี การวนิ จิ ฉยั ในอดตี วา ขอ กำหนดเชน นนั้ กระทำได หรือไม ศาลจะหยิบยกหลักกฎหมายตามพระราชบัญญัติขอสัญญา อันไมเปนธรรมฯ มาพิจารณาถึงความเปนธรรมของขอตกลงนั้นวาเปน การเอาเปรียบลูกจางมากเกินไปหรือไม ทั้งนี้เน่ืองจากในอดีตนั้นยังไมมี กฎหมายคุมครองแรงงานกำหนดเรื่องน้ีไวโดยเฉพาะเจาะจง แมการกำหนด หามลูกจางกระทำการเชนน้ันอาจเปนการปองกันความเสียหายท่ีอาจจะ เกิดข้ึนกับนายจาง แตขอพิจารณาท่ีสำคัญคือ ลูกจางเองก็มีสิทธิเสรีภาพ ในการประกอบอาชีพเชนกัน การกำหนดขอหามที่เปนการเอาเปรียบลูกจาง มากจนเกินไป อาจไมเ ปน ธรรมกับลูกจางก็ได ตอ มา เมอ่ื มกี ารแกไขกฎหมาย คุมครองแรงงานในป พ.ศ. 2551 จึงเพม่ิ เติมบทบัญญตั ิใหศ าลพิจารณาสง่ั ให ขอบังคับเก่ียวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำส่ังท่ีทำใหนายจางไดเปรียบ ลกู จางเกินสมควรนั้น มีผลบังคบั เพยี งเทาที่เปนธรรมและพอสมควรแกกรณี 22 คคูมมือือกฎหมายแรงงาน สำหรบั ผปู ระกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผูประกอบการ ขอ ตกลงทน่ี ายจา งเอาเปรยี บลกู จา งอยา งไมเ ปน ธรรมจะบงั คบั ลกู จา ง ใหต อ งปฏบิ ตั ติ ามไดเ ทา ทเ่ี ปน ธรรมตอ ลกู จา งนน้ั เทา นน้ั ดงั นน้ั ในการกำหนดขอ บงั คบั เกย่ี วกบั การทำงาน ระเบยี บ หรอื คำสง่ั ใด ๆ ของนายจางนั้น จะตองคำนึงวาขอบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือ คำส่ังนั้นเอาเปรียบลูกจางมากเกินไปหรือไม เพราะการกำหนดขอบังคับ ไวมากมายหลายขอก็ไมใชวาจะใชบังคับผูกพันลูกจางใหตองปฏิบัติตาม เสมอไป หากแตกฎหมายกำหนดไวอยางชัดเจนวาขอบังคับเก่ียวกับ การทำงาน ระเบียบ หรือคำส่ังตางๆ น้ันจะบังคับลูกจางไดเทาที่เปนธรรม และพอสมควรเทานัน้ คูมอืกฎหมายแรงงาน 23 สำหรบั ผปู ระกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรบั ผูประกอบการ การจา ยเงินเขา กองทนุ ตางๆ นอกจากนายจางจะตองจายคาจางและคาตอบแทนตางๆ จากการ ทำงานใหกับลูกจางแลว กฎหมายยังกำหนดใหนายจางจะตองจายเงิน เขา “กองทุนประกันสังคม”ตามกฎหมายดวย หากการจางแรงงาน ประเภทนน้ั ๆ อยูภายใตเ กณฑท่ีกฎหมายกำหนดไว กฎหมายกำหนดใหลูกจางทุกคนที่มีอายุต้ังแต 15-60 ป ตองเปน ผปู ระกนั ตนในกองทนุ ประกนั สงั คม ดงั นน้ั ไมว า สถานประกอบการจะมลี กู จา ง กี่คนก็ตาม ลูกจางก็จะตองประกันตนตามกฎหมายประกันสังคมเสมอ โดยลูกจางและนายจางจะไมสามารถตกลงยกเวนไมเขาประกันตนได เวนแตมีกฎหมายกำหนดยกเวนไว แตหากไมมีกฎหมายกำหนด ยกเวนไว ไมวานายจางจะจัดหาประกันอื่นๆ ที่ใหสิทธิประโยชนสูงกวา ประกันสังคมใหกับลูกจางแลวก็ตาม นายจางก็ไมสามารถยกเหตุน้ี เปนขออา งไมสงเงินเขา กองทุนประกนั สงั คมได ในทุกๆ เดอื นทน่ี ายจา งจายเงนิ เดือน นายจางจะตอ งจายเงินสะสมเขา กองทนุ เปน จำนวนรอ ยละ 5 ของคา จา งทล่ี กู จา งไดร บั แตฐ านในการคดิ คา จา งนน้ั ไมใหค ดิ เกินกวา 15,000 บาท ดังน้ัน ไมวาลูกจางจะไดรบั คาจา งมากเพยี งใด นายจา งจา ยเงินสมทบเขากองทนุ ไมเกิน 750 บาท (5% ของ 15,000 บาท) และนอกจากนายจางจะตองจายเงินเขากองทุนแลว นายจางยังตองหักเงิน สวนที่เปนคาจางของลูกจางในจำนวนเทากันสงเขากองทุนประกันสังคมดวย เพราะฉะน้นั ในแตละเดอื น กองทุนประกนั สงั คมก็จะไดร บั เงินจากเงนิ สมทบ สว นของนายจา งและเงินสมทบสวนของลูกจางเทา ๆ กัน 24 คคมูมอืือกฎหมายแรงงาน สำหรับ ผปู ระกอบการ

คูมือ กฏหมายแรงงานสำหรบั ผูป ระกอบการ เมื่อลูกจางประกันตนในกองทุนประกันสังคมแลว ลูกจางก็จะมีสิทธิ ในการเบิกเงินทดแทน ไมวาจะเปนประโยชนทดแทนกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บปว ย คลอดบตุ ร สงเคราะหบตุ ร ชราภาพ ตาย หรือวา งงาน เหลา น้ี ผูประกันตนสามารถเบิกเงินจากสำนักงานประกันสังคมไดท้ังสิ้นตามเกณฑ ทกี่ ำหนดไว รายละเอยี ดเพ่ิมเตมิ เก่ยี วกับสิทธิประโยชนป ระกันสงั คม สามารถสอบถาม ไดท่สี ำนกั งานประกนั สังคม www.sso.go.th หรอื หมายเลขสายดว น 1506 คมูอืกฎหมายแรงงาน 25 สำหรบั ผปู ระกอบการ

คมู อื  กฏหมายแรงงานสำหรบั ผปู ระกอบการ นอกจากนายจางและลูกจางจะตองสงเงินสมทบเขากองทุนประกัน สังคมแลว นายจางบางคนอาจใหสิทธิลูกจางในการออมเงินใน “กองทุน สำรองเลย้ี งชพี ” ดว ย โดยหลกั การหกั เงนิ จะคลา ยคลงึ กับเงินประกนั สังคม แตความแตกตางจะอยูท่ีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพน้ันเปนการออมเงินระหวาง นายจางและลูกจางรวมกันโดย “ความสมัครใจ” ของทั้ง 2 ฝาย กฎหมาย ไมไดบังคับใหนายจางและลูกจางจะตองออมเงินกับกองทุนสำรองเล้ียงชีพ เสมอไป ซึ่งแตกตางจากกองทุนประกันสังคมท่ีกฎหมายบังคับใหลูกจาง ทกุ คนตองประกันตน ไมส ามารถเลือกยกเวนได 26 คคมูมือือกฎหมายแรงงาน สำหรบั ผูประกอบการ

คูมือ กฏหมายแรงงานสำหรับผปู ระกอบการ กองทนุ สำรองเลย้ี งชพี มหี ลกั การใหล กู จา งออมเงนิ ไวก บั กองทนุ ฯ เพอื่ ให มีเงินเพียงพอในการดำรงชวี ติ หลังจากเกษียณอายุ หรอื เมื่อส้นิ สุดการทำงาน โดยการออมเงนิ เขา กองทนุ สำรองเลยี้ งชพี นน้ั นายจา งและลกู จา งสามารถตกลง กันไดวาจะจายเงินเขากองทุนแตละเดือนเปนรอยละเทาใดของเงินเดือนก็ได กฎหมายกำหนดไวเ พียงใหไมต ่ำกวารอ ยละ 2 และไมเ กนิ รอยละ 15 ดังนน้ั ไมว า จะตกลงจา ยเงนิ เขา กองทนุ เทา ใดกต็ าม นายจา งและลกู จา งจะตอ งจา ยเงนิ จำนวนเทากันเขากองทุน และลูกจางถอนเงินที่ออมนั้นออกมาไมไดจนกวา ลูกจา งจะเกษียณอายุ หรอื สน้ิ สุดการเปนลูกจาง คูมอืกฎหมายแรงงาน 27 สำหรบั ผปู ระกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรบั ผปู ระกอบการ การกำหนดเชนนี้ แมจะดูเหมือนวาเปนการออมเพ่ือประโยชนของ ลกู จา งฝา ยเดยี ว แตป จ จบุ นั สถานประกอบการจำนวนมากเรมิ่ ยอมรบั หลกั การ ของกองทนุ สำรองเลย้ี งชพี มากขนึ้ เนอ่ื งจากการจดั ใหล กู จา งมกี ารออมเงนิ ผา น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นอกจากจะเปนประโยชนตอลูกจางแลว ยังเปน สวัสดิการท่ีดึงดูดลูกจางที่มีความรูความสามารถเขามาทำงานใหกับ ผูประกอบการไดเปนอยางดี และนายจางและลูกจางยังไดสิทธิประโยชน ทางภาษี หากสงเงินออมเขากองทุนสำรองเล้ียงชีพอีกดวย ดังน้ัน ผูประกอบกจิ การจึงควรสงเสริมใหลูกจา งออมเงนิ ผา นกองทุนสำรองเลยี้ งชพี เพื่อสรางความม่นั คงใหกบั ลูกจางเอง และยงั ไดป ระโยชนท างภาษอี กี ดว ย ขอ มลู เพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั กองทนุ สำรองเลย้ี งชพี สามารถศกึ ษารายละเอยี ด ไดท่ี www.thaipvd.com หรอื โทรศัพท 0-2695-9999 28 คคูมมืออืกฎหมายแรงงาน สำหรบั ผปู ระกอบการ

คมู อื  กฏหมายแรงงานสำหรับผปู ระกอบการ แรงงานสมั พันธ กฎหมายกำหนดใหล กู จา งของนายจา งคนเดยี วกนั หรอื ลกู จา ง ซงึ่ ทำงาน ในกิจการประเภทเดียวกันท่ีบรรลุนิติภาวะและมีสัญชาติไทยรวมกัน จำนวน ไมนอยกวา 10 คน สามารถรวมกลมุ กันกอ ตง้ั สหภาพแรงงานได คุณสมบัตขิ องผกู อ ตั้งสหภาพแรงงาน a นายจางคนเดยี วกนั หรอื ทำงานในกจิ การประเภทเดยี วกัน a บรรลนุ ติ ิภาวะ a มสี ัญชาติไทย a จำนวนไมน อ ยกวา 10 คน คูมอืกฎหมายแรงงาน 29 สำหรับ ผูป ระกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผปู ระกอบการ เมื่อตง้ั สหภาพแรงงานแลว ใหสหภาพแรงงานมีหนาท่ี เรยี กรอง เจรจา ทำความตกลงกับนายจา ง จัดการและดำเนินการเพื่อใหสมาชิกไดรับประโยชน ภายใตวัตถุ ทปี่ ระสงคข องสหภาพแรงงาน จดั ใหม กี ารบรกิ ารใหส มาชิกมาตดิ ตอเกย่ี วกบั การจดั หางาน จัดใหมีการบริการการใหคำปรึกษาเพื่อแกไขปญหาหรือขจัด ขอขัดแยงเกยี่ วกบั การบริหารงานและการทำงาน จั ด ใ ห มี ก า ร บ ริ ก า ร เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร จั ด ส ร ร เ งิ น ห รื อ ท รั พ ย สิ น เพ่อื สวัสดกิ ารของสมาชิก หรือเพ่ือสาธารณประโยชน ทง้ั นี้ สหภาพแรงงานไมส ามารถจดั ตง้ั ขน้ึ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคอ น่ื นอกเหนอื ไปจากการแสวงหาและคุมครองผลประโยชนเกี่ยวกับสภาพการจางและ สงเสริมความสัมพันธอันดีระหวางนายจางกับลูกจาง และระหวางลูกจาง ดวยกันเอง ดังนั้น สหภาพแรงงานท่ีจัดต้ังข้ึนเพื่อรวมกลุมเคลื่อนไหว ทางการเมอื ง เปน การกระทำทข่ี ัดตอ กฎหมายไมส ามารถจดทะเบยี นจดั ตง้ั ได ตามกฎหมายแรงงานสมั พันธ สหภาพแรงงานจะสามารถเก็บคาสมาชิกและเงินคาบำรุงกับสมาชิก ไดตามอัตราที่กำหนด การเขาเปนสมาชิกของสหภาพแรงงานเปนสิทธิ โดยแทของลูกจาง ดังน้ัน นายจางไมสามารถหามหรือบังคับใหลูกจาง เขา เปน สมาชกิ ของสหภาพแรงงานไมว า กรณใี ด มฉิ ะนน้ั นายจา งจะมคี วามผดิ ตามกฎหมายแรงงานสัมพนั ธ 30 คคูมมือือกฎหมายแรงงาน สำหรับ ผปู ระกอบการ

คูม อื  กฏหมายแรงงานสำหรบั ผูป ระกอบการ คุณสมบัตขิ องสมาชกิ สหภาพแรงงาน a เปนลูกจางของนายจางคนเดียวกันหรือทำงานในกิจการ ประเภทเดียวกนั กับผูข อจดทะเบยี น a อายุ 15 ปขึน้ ไป a สัญชาตใิ ดก็ได รายละเอียดเก่ียวกับกฎหมายคุมครองแรงงานหรือกฎหมายแรงงาน สมั พนั ธ สามารถศกึ ษารายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ ไดท เ่ี วบ็ ไซตข องกรมสวสั ดกิ ารและ คุมครองแรงงาน www.labour.go.th หรือหมายเลขสายดวน 1546 กฎหมายที่เกยี่ วขอ ง พระราชบัญญัตคิ มุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ พ.ศ. 2518 พระราชบัญญัติการทำงานของคนตางดาว พ.ศ. 2551 พระราชบัญญตั ิประกันสังคม พ.ศ. 2533 พระราชบัญญตั ิกองทนุ สำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 คูมือกฎหมายแรงงาน 31 สำหรับ ผปู ระกอบการ

คมู ือ กฏหมายแรงงานสำหรับผูประกอบการ หนว ยงานท่เี กย่ี วของ กรมสวสั ดิการและคุม ครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน สำนกั งานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน สำนกั งานคณะกรรมการกำกับหลกั ทรพั ยแ ละตลาดหลกั ทรัพย กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน บรรณานกุ รม สุดาศิริ วศวงศ และ ปานทิพย พฤกษาชลวิทย.คำอธิบายกฎหมายเกี่ยวกับ การคุมครองแรงงาน.กรุงเทพฯ: นติ ิบรรณาการ,2557. สุดาศิริ วศวงศ. คำอธบิ ายกฎหมายแรงงานสัมพนั ธ. กรงุ เทพฯ:นิตบิ รรณาการ, 2553. เกษมสันต วิลาวรรณ. คำอธิบายกฎหมายแรงงาน. กรุงเทพฯ: วิููชน, 2558. กองทนุ สำรองเลย้ี งชพี ไทย ,สำนกั งานคณะกรรมการกำกบั หลกั ทรพั ยแ ละตลาดหลกั ทรพั ย http://www.thaipvd.com 32 คคมูมอือืกฎหมายแรงงาน สำหรับ ผปู ระกอบการ

กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม 189/1 ถนนบางขุนนนท แขวงบางขนุ นนท เขตบางกอกนอ ย กรุงเทพมหานคร 10700 โทรศัพท 0 2881 4999 สายดวน 1111 กด 79 www.led.go.th


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook