Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

คู่มือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

Published by Koon Kru Ter ST, 2021-05-20 06:04:19

Description: คู่มือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

Search

Read the Text Version

คำนำ หลกั สูตรการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน กาหนดให้มีสาระการเรียนรู้ ๘ กลุม่ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ซึง่ เปน็ กิจกรรมทีจ่ ดั ให้ผู้เรยี นได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศกั ยภาพ มงุ่ เนน้ เพม่ิ เติมจากกิจกรรมท่ีไดจ้ ดั ให้ผู้เรียน ตามกลุ่มสาระทั้ง ๘ กลมุ่ การเข้ารว่ มและปฏบิ ัติกจิ กรรมที่เหมาะสมร่วมกบั ผูอ้ ื่นอยา่ งมีความสขุ กับกจิ กรรมทีเ่ ลือก ดว้ ยตนเองตามความถนัด และความสนใจอยา่ งแท้จรงิ การพัฒนาทส่ี าคัญ คอื การพัฒนาองคร์ วมของความเปน็ มนษุ ยใ์ หค้ รบทกุ ด้าน ทั้งร่างกาย สติปญั ญา อารมณ์ และสงั คม ใหเ้ ปน็ ผู้มศี ลี ธรรม จรยิ ธรรม มีระเบยี บวนิ ัย และมี คุณภาพ ปลกู ฝงั และสร้างจติ สานกึ ของการทาประโยชนเ์ พ่ือสังคม และประเทศชาติ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ประกอบดว้ ยกิจกรรม ๓ กจิ กรรม คือ ๑. กจิ กรรมแนะแนว ๒. กจิ กรรมนักเรียน ไดแ้ ก่ ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ๒.๒ กิจกรรมชมุ นมุ หรอื ชมรม ๓. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ เพ่อื ให้การจัดกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน มปี ระสทิ ธภิ าพและประสบผลสาเร็จตามเปา้ หมายที่กาหนดไว้ โรงเรียน บ้านวงั ปนื จงึ ไดจ้ ดั ทาคู่มือการจดั กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น (ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑) ขึน้ โรงเรยี นบ้ำนวงั ปนื สำนักงำนเขตพน้ื ทกี่ ำรศึกษำประถมศึกษำสระแกว้ เขต ๑

สำรบัญ หนำ้ ๑ เรอ่ื ง ๑ นยิ ามของกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ๒ ลกั ษณะของกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๒ หลกั การจัดกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๒ คณุ ภาพผูเ้ รยี น ๓ เปา้ หมาย ๔ โครงสรา้ งเวลาการจดั กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ๔ การดาเนนิ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๓๒ ๓๔ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๙ ๒. กจิ กรรมนักเรียน ๕๓ ๕๗ ๒.๑ กิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี ๒.๒ กิจกรรมชมุ นุม ๓. กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ แนวทางการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน

๑ กจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี น นยิ ำมของกิจกรรมพัฒนำผเู้ รียน กิจกรรมพัฒนาผูเรียน เปนกิจกรรมที่สถานศึกษา ตองจัดใหผูเรียนทุกระดับช้ัน เพื่อสงเสริมพัฒนา ความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ใหเตม็ ศักยภาพ โดยมุงเนนการพัฒนาองครวมของความเปน มนษุ ยท้ังดานรางกาย สตปิ ญญา อารมณ และสังคม สรางเยาวชนของชาติใหเปนผูมีศลี ธรรม จรยิ ธรรม มีระเบียบวินัย ปลกู ฝง และสรางจิตสานึกของการทาประโยชนเพื่อสงั คมและสามารถบรหิ ารการจัดการตนเองได ลักษณะของกิจกรรมพฒั นำผ้เู รียน ๑. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหสอดคลองกับความสามารถความถนัด และความสนใจ โดยคานึงถึงความแตกตางระหวางบุคคล ดวยกระบวนการทางจิตวิทยาการแนะแนว ใหสอดคลอง ครอบคลุมดานการศึกษา อาชีพสวนตัวและสังคม กิจกรรมสาคัญในการพัฒนาไดแก กิจกรรมการรูจัก เขาใจและเห็น คุณคาในตนเองและผูอื่น กิจกรรมการปรับตัวและดารงชีวิต กิจกรรมแสวงหาและใชขอมูลสารสนเทศ กิจกรรมการ ตดั สนิ ใจและแกปญหา เปนตน ๒. กิจกรรมนักเรียน เปนกิจกรรมท่ีมุงพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเปนผูนา ผูตามที่ดี มีความ รับผิดชอบในการทางานรวมกัน การรูจักแกปญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การชวยเหลือแบงปนกัน เอื้ออาทรและสมานฉันท โดยจัดใหสอดคลองกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผูเรียน ใหผูเรียนได ปฏิบัติดวยตนเองในทุกขั้นตอน ไดแก การศึกษาวิเคราะห วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทางาน เนนการทางานรวมกันเปนกลุมตามความเหมาะสม และสอดคลองกับวุฒิภาวะของผูเรียน บริบทของสถานศึกษา และทองถน่ิ กจิ กรรมนักเรียนประกอบดวย ๒.๑ กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนำรี เปนกิจกรรมท่มี ุงพฒั นาความมรี ะเบยี บวินัย ความเปนผูนาผูตาม ที่ดี ความรบั ผิดชอบ การทางานรวมกันการรูจักแกปญหา การตดั สินใจทเี่ หมาะสม ความมเี หตผุ ล การชวยเหลอื แบง ปนกัน การประนีประนอมเพ่ือสงเสริมใหผูเรียนเจริญเติบโตเปนผูใหญที่มีความสมบูรณ พรอมทั้งดานรางกาย จิตใจ อารมณ สงั คมและสติปญญา เปนตน ๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ หรือชมรม เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหสอดคลองกับ ความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยเนนใหผูเรียนปฏิบัติดวยตนเอง ต้ังแตการศึกษาวิเคราะหวางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เนนการทางานรวมกันเปนกลุม กิจกรรมสาคัญในการพัฒนา ไดแก ชุมนุมหรือชมรมตางๆ ท่ีสถานศึกษากาหนดข้ึนตามความเหมาะสมและสอดคลองกับวุฒิภาวะของผูเรียนและบริบท ของสถานศึกษาและทองถน่ิ ๓. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์ เปนกิจกรรมท่ีสงเสริมใหผูเรียนไดทาประโยชนตาม ความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความ เสยี สละตอสงั คม มจี ติ ใจมงุ ทาประโยชนตอครอบครวั ชุมชนและสงั คม กจิ กรรมสาคัญ ไดแก กิจกรรมบาเพ็ญ ประโยชน กิจกรรมสรางสรรคสังคม กิจกรรมดารงรักษา สืบสานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมพัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือสังคม เปนตน การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน สามารถนาไป สอดแทรก หรือบูรณาการในกลุมสาระการเรียนรู กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ไดตามความเหมาะสม ทั้งนี้ การทา กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน ใหผูเรียนรายงานแสดงการเขารวมกิจกรรม และมีผูรับรองผลการเขารวม กจิ กรรมดวย

๒ หลกั กำรจัดกิจกรรมพฒั นำผ้เู รยี น กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นมีหลกั การจดั ดังนี้ ๑. มีการกาหนดวัตถุประสงค์และแนวปฏิบัตทิ ีชัดเจนเป็นรปู แบบ ๒. จัดให้เหมาะสมกับวัย วฒุ ิภาวะ ความสนใจ ความถนดั และความสามารถของผเู้ รยี น ๓. บรู ณาการวิชาการกับชีวติ จรงิ ให้เรยี นไดต้ ระหนกั ถึงความสาคัญของการเรยี นรตู้ ลอดชีวติ ๔. ใช้กระบวนการกลุ่มในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์จิตนาการ ที่เป็น ประโยชน์และสัมพนั ธก์ ับชีวติ ในแตล่ ะช่วงวัยอย่างต่อเน่ือง ๕. จานวนสมาชิกมคี วามเหมาะสมกบั ลกั ษณะของกจิ กรรม ๖. มีการกาหนดเวลาในการจดั กจิ กรรมใหเ้ หมาะสม สอดคล้องกบั วสิ ัยทศั นแ์ ละเป้าหมายของสถานศึกษา ๗. ผู้เรียนเป็นผดู้ าเนินการ มคี รูเปน็ ทปี่ รึกษา ถือเป็นหน้าที่และงานประจาโดยคานึงถงึ ความปลอดภัย ๘. ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรท้ังภาครัฐและเอกชน มีส่วน ร่วมในการจักกิจกรรม มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยวิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับ กิจกรรมอยา่ งเป็นระบบและตอ่ เนอ่ื ง โดยให้ถอื ว่าเป็นเกณฑก์ ารประเมินผลการผา่ นช่วงช้ันเรยี น คุณภำพของผู้เรยี น กจิ กรรมแนะแนว ผู้เรยี นไดร้ ับการพฒั นาความสามารถใหส้ อดคล้องกบั ความถนดั ความสนใจ คานงึ ถึงความ แตกต่างระหว่างบุคคลด้วยกระบวนการทางจิตวิทยาการแนะแนวให้สอดคล้องควบคุมด้านการศึกษาอาชีพส่วนตัว สังคม รู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น สามารถปรับตัว แสวงหาข้อมูลสารสนเทศในการตัดสินใจ และแกป้ ัญหาในการดารงชวี ิตประจาวัน กิจกรรมนักเรียน ผู้เรียนมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเอง มีความเป็นผู้นามีความสามัคคีในหมู่ คณะและชว่ ยเหลือซง่ึ กนั และกนั มคี วามอดทน อดกลั้น รู้จกั เสยี สละ มีความสุจรติ และบาเพญ็ ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม กิจกรรมเพื่อสังคม และสำธำรณประโยชน์ ผู้เรียนมีความเสียสละ มีความรับผิดชอบ บาเพ็ญประโยชน์ต่อ ครอบครัว ชมุ ชนและสงั คม เผยแพร่ความรปู้ ระชาสมั พันธ์ ข่าวสาร สืบสานศาสนา ศิลปวัฒนธรรมประเพณี เปำ้ หมำย ๑. ผู้เรียนรู้จักเข้าใจรู้คุณค่าของตนเองและผู้อ่ืน มีความรู้ด้านการศึกษา มีความรู้พื้นฐานด้าน การ ประกอบอาชพี และรู้จกั การปรบั ตัว ตดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดารงชวี ิตประจาวันและอยใู่ นสงั คมได้อย่างมคี วามสุข ๒. ผู้เรียนมคี วามรู้ มที ักษะในการปฏบิ ตั ิตนตอ่ ตนเองและสังคม มคี วามรักสามคั คี ความอดทน อดกลั้นในการอยู่รว่ มกนั มีความเสียสละ ซ่อื สตั ย์สุจริต และบาเพญ็ ประโยชนต์ ่อสว่ นรวม ๓. ผูเ้ รยี นมีความเสียสละ มีความรับผดิ ชอบตอ่ ครอบครัว ชุมชนและสงั คมได้รับความรขู้ า่ วสาร เกิดความรักและความภาคภูมิใจในความเปน็ ไทย

๓ โครงสร้ำงเวลำกำรจดั กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น ตามหลักการของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ได้กาหนด โครงสร้างเวลาใน การจัดกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี นในช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ถงึ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6 ปีละ ๑๒๐ ชั่วโมง เป็นเวลา สาหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ สาหรับกิจกรรม เพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ใหส้ ถานศกึ ษาจัดเวลาให้ผู้เรียนไดป้ ฏบิ ัติกจิ กรรม ดังน้ี ระดบั ประถมศกึ ษา (ป.๑-๖) รวม ๖ ปี จานวน ๖๐ ชว่ั โมง การจัดสรรเวลาของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้ข้ึนกับการบริหารจัดการของสถานศึกษา ทั้งนี้ให้เป็นไปตาม โครงสร้างเวลาของหลกั สตู ร และผเู้ รียนต้องไดร้ บั การพฒั นาและฝกึ ปฏบิ ัติ กจิ กรรมทั้ง ๓ ลักษณะ อย่างสม่าเสมอ และต่อเนื่องทุกปีจนจบการศึกษาตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ โรงเรยี นบา้ นวงั ปืน กาหนดโครงสรา้ งเวลาการจดั กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ดงั นี้ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ระดับประถมศึกษา ป.๖ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ๔๐ ๑. กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๓๐ ๒. กิจกรรมนักเรยี น ๑๐ ๑๒๐ ๒.๑ ลกู เสือ-เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒.๒ กิจกรรมชมุ นุม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓. กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ เวลาเรียนรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

๔ กำรดำเนนิ กิจกรรมพฒั นำผู้เรยี น ๑. กจิ กรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และอาชีพสามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครู รู้จกั และเข้าใจผเู้ รียน ทง้ั ยงั เป็นกิจกรรมท่ีชว่ ยเหลือและให้คาปรึกษาแกผ่ ้ปู กครองในการมีส่วนรว่ มพัฒนาผ้เู รยี น หลักกำร การจัดกิจกรรมแนะแนวต้องสง่ เสริมและสนบั สนุนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้อันจะนาไปสู่สมรรถนะ ที่สาคัญ ๕ ประการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘ ประการ โดยนาไปบูรณาการในการจัดกิจกรรมตาม ลักษณะของกิจกรรมแนะแนวทรี่ ะบุไว้ในหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ อีกทง้ั ยังต้อง ส่งเสรมิ และพฒั นาผ้เู รียนใหม้ ีทกั ษะชีวิต โดยมุ่งจัดกิจกรรมใหส้ อดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น และวิสัยทศั น์ของสถานศกึ ษา ท่ีตอบสนองจุดมุ่งหมายหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ให้ครอบคลุมท้ังด้านการศึกษาด้านอาชีพ รวมทั้งด้านส่วนตัวและสังคม เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ โดยผเู้ รยี นมอี สิ ระในการคิดและตัดสินใจด้วยตนเอง เรยี นร้ดู ้วยตนเอง ด้วยการปฏบิ ตั จิ นกระทัง่ เกิดทกั ษะชวี ติ ตลอดจนครทู ุกคนตอ้ งมสี ่วนร่วมในการจัดกิจกรรม โดยมี ครูแนะแนวเป็นพเ่ี ล้ียงและประสานงาน วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพื่อให้ผ้เู รยี นรจู้ ัก เข้าใจ รกั และเหน็ คณุ ค่าในตนเองและผอู้ ื่น ๒. เพื่อใหผ้ เู้ รยี นสามารถวางแผนการเรยี น อาชพี รวมทัง้ การดาเนนิ ชวี ติ และสังคม ๓. เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนสามารถปรับตวั ไดอ้ ย่างเหมาะสม และอยู่รว่ มกับผู้อื่นไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ขอบขำ่ ย การจัดกิจกรรมแนะแนว มีองคป์ ระกอบ ๓ ดา้ น ดังนี้ ๑. ดำ้ นกำรศึกษำ ใหผ้ เู้ รียนได้พฒั นาตนเองในดา้ นการเรยี นอยา่ งเต็มตามศักยภาพ รูจ้ ักแสวงหาและใช้ ข้อมลู ประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ มนี สิ ัยใฝร่ ใู้ ฝเ่ รียน มีวิธีการเรียนรู้ และสามารถวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้อยา่ งเหมาะสม ๒. ดำ้ นอำชีพ ให้ผ้เู รียนได้ร้จู ักตนเองในทกุ ด้าน ร้แู ละเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่างหลากหลาย มีเจตคตทิ ดี่ ตี ่ออาชีพสุจริตมีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพ่ือประกอบ อาชีพตามท่ีตนเองมีความถนัดและ สนใจ ๓. ดำ้ นสว่ นตวั และสังคม ให้ผเู้ รียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเหน็ คณุ ค่าของตนเอง และผู้อ่นื รกั ษ์สิ่งแวดล้อม มวี ุฒิภาวะทางอารมณ์ มเี จตคตทิ ่ีดตี อ่ การมีชวี ติ ท่ดี มี ีคุณภาพ มที กั ษะชวี ิต และสามารถปรับตัว ดารงชวี ติ อย่ใู นสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสุข



๖ แนวกำรจัดกจิ กรรม ๑. ศึกษาวิเคราะหส์ ภาพปัญหา ความตอ้ งการ ความสนใจ ธรรมชาตขิ องผู้เรียน ๒. วิเคราะห์สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และวิเคราะห์ ขอ้ มลู ของผู้เรียนเปน็ รายบคุ คล ๓. กาหนดสัดสว่ นของกจิ กรรมแนะแนวใหค้ รอบคลุมด้านการศึกษา ด้านอาชีพ ดา้ นสว่ นตวั และสังคมโดยยึด สภาพปญั หา ความตอ้ งการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู้เรียนและเป้าหมายของสถานศึกษาโดยครู ผปู้ กครอง และผู้เรียนมีส่วนรว่ ม ๔. กาหนดวัตถปุ ระสงค์การจัดกจิ กรรมแนะแนวของสถานศึกษา เป็นระดบั การศกึ ษา และชนั้ ปี ๕. ออกแบบการจดั กจิ กรรมแนะแนว ประกอบดว้ ย วัตถปุ ระสงค์ การจัดกจิ กรรม เวลาจัดกจิ กรรม หลกั ฐาน การทากิจกรรม และการประเมนิ ผล ๖. จัดทาแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวรายช่วั โมง ประกอบด้วย ช่ือกิจกรรม จุดประสงค์ เวลา เน้ือหา/สาระ วิธดี าเนนิ กิจกรรม ส่ือ/อุปกรณ์ และการประเมินผล ๗. จัดกจิ กรรมแนะแนวตามแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวและประเมนิ ผลการจดั กิจกรรม ๘. ประเมินเพอื่ ตดั สนิ ผล และสรปุ รายงาน กำรประเมนิ กิจกรรมแนะแนว การประเมินกิจกรรมแนะแนว ครูผจู้ ดั กจิ กรรมแนะแนว ผูเ้ รียน และผู้ปกครอง มภี ารกจิ ที่รับผดิ ชอบดงั น้ีค รู ผู้จัดกิจกรรมแนะแนว ผู้เรียน และผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการประเมินผล เพ่ือพัฒนาผู้เรียน โดยครูผู้จัดกิจกรรมมี ภารกิจในการวางแผนการประเมิน ดาเนนิ การประเมนิ นาผลการประเมินไปพัฒนาผ้เู รียนอยา่ งต่อเน่ือง และรายงาน ผลการดาเนนิ งานให้ผเู้ ก่ยี วข้องทราบ ผู้เรียนอาจมีส่วนร่วมในการวางแผนการประเมิน ประเมินตนเองและเพ่ือน ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเสนอ ความคิดเห็นในการประเมิน ประเมินผลการพัฒนาผู้เรียน โดยประสานร่วมมือกับครูผู้จัดกิจกรรม ประเมิน บันทึก สรุปผลการพัฒนาและการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมของผเู้ รยี น การประเมินเพ่ือตัดสนิ ผลการเรียน ครผู ้จู ัดกิจกรรมตรวจสอบเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม และประเมินผลการ ปฏิบัติกจิ กรรมดว้ ยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย ตดั สนิ ผลการประเมนิ เป็น “ผา่ น” และ “ไมผ่ ่าน” ดงั น้ี ผา่ น หมายถงึ ผู้เรียนมเี วลาเขา้ รว่ มกิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม และมผี ลงาน/ ชน้ิ งาน/ คุณลักษณะตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากาหนด ไม่ผ่าน หมายถงึ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไมค่ รบตามเกณฑ์ ไม่ผ่าน การปฏิบัติกิจกรรม หรอื มีผลงาน/ชิน้ งาน/คุณลักษณะ ไมเ่ ป็นไปตามเกณฑท์ ่สี ถานศกึ ษากาหนด

๗ โครงสรำ้ งกิจกรรมแนะแนว ชั้นประถมศึกษำปที ี่ ๑ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ที่ เรอื่ ง จุดประสงค์ชัน้ ปี จุดประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน ชั่วโมง ๑ ตวั หนู ๑.๑.๑ เรียกชือ่ ส่วนต่างๆ ๑.บอกชอื่ สว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ชอื่ สว่ นต่าง ๆ ของ ๓ ของรา่ งกายได้ถูกตอ้ ง ไดถ้ ูกต้อง ร่างกายเปน็ ความรู้ ๓ ๒.ช้ีสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายได้ พื้นฐานท่ีนักเรยี นควรรู้ ๓ ถกู ต้อง และเรยี กได้ถูกต้อง ๓. บอกหน้าทขี่ องสว่ นตา่ ง ๆ ของ รา่ งกาย ได้ถูกต้อง ๒ ชอบไหม ชอบ ๑.๑.๒ ระบุสว่ นตา่ ง ๆ ๑. รว่ มกับเพ่ีอนบอกสว่ นต่าง ๆ ความพึงพอใจในสว่ นต่าง ไหม ของร่างกายท่ีตนเอง ของรา่ งกาย ท่ตี นเองพอใจและ ๆ ของร่างกายตนเองทา พอใจ พรอ้ มเหตผุ ลและ รบั รู้ส่วนต่าง ๆ ของ รา่ งกายท่ี ให้มคี วามรกั และเหน็ รบั รู้ในสว่ นของร่างกายที่ เพ่ือนพอใจได้ คณุ คา่ ในตนเอง เพ่อื นพอใจ ๒.รว่ มอภิปรายกบั เพ่อื นทพ่ี อใจ สว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายที่ เหมือนกันเกี่ยวกับเหตุผลที่พอใจ ได้ ๓ ปลอดภยั ไว้ ๑.๑.๓ ดูแลสว่ นต่าง ๆ ๑.บอกวิธกี ารดูแลสว่ นต่าง ๆ การดแู ลสว่ นต่าง ๆ ของ ก่อน ของรา่ งกายท้ังของตนเอง ของรา่ งกาย ตนเอง ร่างกายใหป้ ลอดภยั จะทา และเพ่ือนใหป้ ลอดภัย ๒. ปฏิบตั ติ นในการดแู ลส่วนตา่ ง ๆให้เรามอี วัยวะทส่ี มบูรณ์ ของร่างกายของตนและเพื่อนให้ สามารถใชป้ ระโยชนได้ ปลอดภัยได้ ๔ บอกนดิ คิด ๑.๑.๔ บอกอารมณ์และ ๑.บอกอารมณแ์ ละความรู้สึกท่ี การรู้จักอารมณ์ และ ๔ อะไรอยู่ ๓ ความรูส้ ึกของตนเองได้ เคยเกิดขน กบั ตนเองได้ ความร้สู ึกของตนเองจะ ๕ เราตา่ งกัน ๒.บอกสาเหตุการเกดิ อารมณ์และ ชว่ ยใหเ้ ราสามารถ ความรสู้ ึกได้ ควบคมุ อารมณ์และ ๓. บอกอารมณแ์ ละความรู้สกึ ของ แสดงออก ไดอ้ ย่าง ตนเอง ในสภาวการณ์ต่าง ๆ ได้ เหมาะสม ๑.๒.๑ รับรู้ความแตกตา่ ง๑.ร่วมเสนอสงิ่ ท่ีแตกต่างทางดา้ น ลักษณะทางกายของ ทางด้านรา่ งกายของ รา่ งกาย ของตนเองและเพ่ือน บคุ คลเป็นลักษณะที่ ตนเอง และเพ่ือน ๒. สรุปไดว้ า่ คนเรามคี วาม ถ่ายทอดมาจากบรรพ ๑.๕.๑ ยอมรับความ แตกตา่ ง ทางด้านร่างกาย บุรษุ จงึ มคี วามแตกตา่ ง แตกต่างทางดา้ นร่างกาย กนั ถ้าเข้าใจและยอมรับ ของตนเองและเพือ่ น ไดจ้ ะทาใหม้ ีความสุขใน การอยใู่ นสงั คมได้ต่อไป

๘ ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงค์ชั้นปี จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน ช่ัวโมง ๖ หนชู อบแบบนี้ ๑.๓.๑ ระบุงานและ ๑.ร่วมสนทนาเกยี่ วกับงานและ การรูค้ วามชอบและไม่ ๔ เพือ่ นชอบ กจิ กรรมเก่ียวกับการ กจิ กรรม ดา้ นการเรียนทช่ี อบ ชอบของตนเองและเพ่ือน แบบน้ัน เรียน ทช่ี อบและไมช่ อบ ๒.รว่ มสนทนาเกยี่ วกับงานและ ด้านการเรยี นจะชว่ ยให้ และ รับร้คู วามชอบและ กิจกรรม ด้านการเรียนท่ีไม่ชอบ นกั เรียนและเพือ่ น มี ไม่ชอบ ของเพ่ือนในช้ัน ๓.บอกเหตุผลของการชอบและไม่ พฤติกรรมด้านการเรียนท่ี เรียน ชอบ เก่ยี วกบั งานและกจิ กรรม เหมาะสมต่อไป ด้านการเรยี น ของตนเองและ เพื่อนในชนั้ เรียนได้ ๗ พ่อแม่หนูทา ๒.๑.๑ บอกอาชีพของ ๑.บอกช่ืออาชีพของพ่อได้ ผู้ใหญท่ กุ คนต้องมงี านทา ๔ อะไร พ่อแม่ ๒.บอกขอ้ มูลอาชพี ของพ่อได้ เพอ่ี หารายไดม้ าสู่ พอสมควร ครอบครวั สาหรบั เลย้ี งดู ๓.บอกช่อื อาชพี ของแม่ได้ ลูกหลาน ๔.บอกข้อมลู อาชพี ของแม่ได้ พอสมควร ๘ หนูเก่งไหม ๓.๑.๑ บอกความหมาย ๑. อธิบายความหมายของ เครอ่ื งหมายและ ๓ ของเคร่ืองหมาย เคร่อื งหมาย สญั ลักษณท์ ี่แสดงถงึ สญั ลกั ษณท์ ่ีแสดง สญั ลกั ษณ์ แสดงคณุ ภาพ คุณภาพดา้ นการเรยี นได้ คณุ ภาพดา้ นการเรยี น ด้านการเรียน ของตน ตามหลกั สตู รสถานศึกษา เปน็ สง่ิ ท่ี ผู้เรยี นทุกคน จาเป็นต้องรู้ เพ่อี นาไปสู่ ความเขา้ ใจในความรู้ ความสามารถของตนเอง ๙ สุขภาพดีชีวี ๓.๓.๑ ดแู ลตวั เองในการ ๑.ระบกุ จิ วตั รประจาวนั ที่ต้อง เมือ่ คนเตบิ โตขึ้นจะ ๔ เปน็ สุข ปฏบิ ตั กิ ิจวัตรประจาวนั ปฏิบัติ สามารถทาภารกจิ ตา่ ง ๆ ๒.สารวจกิจวัตรประจาวันที่ ไดม้ ากขึ้น การดูแล ปฏิบัตไิ ดเ้ อง และยังไม่ปฏิบตั ิ ตนเองเก่ียวกับกิจวตั ร ๓.ร่วมอภปิ รายการปฏบิ ัตกิ จิ วตั ร ประจาวัน เป็นสงิ่ ท่ีเด็ก ประจาวนั ทตี่ นทาได้เองกบั กลมุ่ อายุ ๖-๗ ปี ทกุ คนต้อง เพ่ือน ทาได้ ๔.บอกประโยชนข์ องการปฏบิ ัติ กิจวัตรประจาวนั ได้ด้วยตนเอง

๙ ที่ เร่ือง จุดประสงคช์ ้นั ปี จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชว่ั โมง ๑๐ อะไรเอย่ ๓.๔.๑ รจู้ กั สงั เกต ตั้ง ๑.บอกรายละเอยี ดของสิง่ ท่ีเหน็ นิสัยช่างสังเกต ชา่ งสงสัย ๓ คาถาม และแสวงหา คาตอบ ได้ และชอบท่ีจะคน้ หา ๒.ตง้ั คาถามในสิง่ ท่ีตนเองสงสยั ได้ คาตอบเปน็ คุณลักษณะ ๓.บอกวิธหี าคาตอบของคาถามท่ี ของบุคคลแห่งการเรยี นรู้ ตนสงสัยได้ ท่คี วรสร้างให้มใี นตัว นกั เรียนตัง้ แตร่ ะดบั ประถมศกึ ษา อนั จะ สง่ ผลให้ประสบ ความสาเร็จในการเรียน และ การดารงชวี ติ ต่อไป ๑๑ อารมณ์หนู : ๓.๔.๒ รูเ้ ทา่ ทันอารมณ์ ๑.บอกสภาวะของอารมณแ์ ละ การรูเ้ ทา่ ทนั อารมณ์ ท่า ๓ อารมณ์ไหน ความรู้สกึ ของตนเองต่อสิ่งต่าง ๆ ใหบ้ คุ คลสามารถควบคุม ๒.บอกสาเหตุของสภาวะอารมณ์ และแสดงพฤติกรรมได้ และ ความรสู้ กึ ของตนเองตอ่ สง่ิ อย่างเหมาะสม เป็นทร่ี ัก ตา่ ง ๆ รอบตวั ได้ ใคร่ ของบุคคลทพ่ี บเห็น ๑๒ ฟังอย่างไรใหร้ ู้ ๓.๔.๓ เป็นผู้ฟังทดี่ ี ๑.จาแนกการปฏบิ ตั ิในการเปน็ การฟังจะทาใหบ้ ุคคลรบั รู้ ๓ เรอื่ ง ผูฟ้ ังทีด่ ี และไม่ดไี ด้ สงิ่ ต่าง ๆ เพิ่มมากขน้ึ ทา ๒.รว่ มกันบอกแนวปฏิบตั ติ นใน ให้รอบรู้ ฉลาดข้ึน เรียน การเปน็ ผฟู้ ง้ ที่ดีได้ เกง่ ขน้ึ ดงั นน้ั การฝกึ ๓.ปฏบิ ัตติ นอย่างถูกต้องในการ เปน็ ผู้ฟังทีด่ ีจงึ มผี ลดีอยา่ ง เป็นผู้ฟงั ทีด่ ีได้ ยงิ่ ต่อนักเรยี น รวม ๔๐

๑๐ โครงสร้ำงกิจกรรมแนะแนว ชั้นประถมศึกษำปที ี่ ๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงค์ชนั้ ปี จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง ๑ สว่ นต่าง ๆ ๑.๑.๑ อธิบายหน้าทขี่ อง ๑.เรียกช่ือส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย สว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย ๔ ของรา่ งกาย สว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย ได้ถูกต้อง ตา่ งก็มหี นา้ ท่ีและ ได้ถูกตอ้ ง ๒.ร่วมกับเพื่อนบอกหนา้ ท่ีของ ความสาคัญแตกตา่ งกัน สว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายได้ ออกไป โดยการทางานที่ ๓.ระบชุ อ่ื และหน้าที่ของสว่ นตา่ งๆสมั พันธ์กัน ทาให้มนุษย์ ของรา่ งกายตนเองได้ สามารถดารงชีวติ อยู่ได้ ๔.สรุปหนา้ ทข่ี องสว่ นตา่ ง ๆ ของ รา่ งกาย ได้ถกู ต้อง ๒ กายดี ชวี ีมสี ขุ ๑.๑.๒ ดแู ลรักษาส่วน ๑. ระบุวิธีปฏิบัตติ นในการดแู ล การดแู ลรักษาส่วนตา่ ง ๆ ๕ ๔ ต่าง ๆ ของร่างกายท้งั รกั ษา ส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายใน ของร่างกายดว้ ยวิธีที่ ของตนเอง และเพ่ือนให้ ชีวิตประจาวนั ได้ ถูกต้องจะทาใหม้ สี ุขภาพ ปลอดภยั ๒. อภิปรายกล่มุ ย่อยเกี่ยวกบั กายและสขุ ภาพจิตทีด่ ี วิธกี ารดแู ล รกั ษาสว่ นตา่ ง ๆ ของ สามารถดารงชีวิตอยู่ ร่างกาย รว่ มกับผู้อื่นในสังคมได้ ๓.นาเสนอวิธีดแู ลรกั ษาส่วนต่างๆ อย่างมีความสขุ ของรา่ งกายแต่ละส่วนอย่าง ปลอดภัยได้ ๔.สรปุ วิธีปฏบิ ตั ิตนในการดูแล ๓ รเู้ ขา รู้เรา ๑.๑.๓ บอกอารมณ์ ร๑กั .รษะาบสุอว่านรมตณ่างค์ ๆวาขมอรงสู้ รกึ า่ ขงกอางยได้ การเข้าใจอารมณ์ ความร้สู ึกของตน และ อตยนา่เองปงไลดอ้ ดภัย ความรสู้ ึก จติ ใจของ รบั รู้อารมณ์ความรสู้ กึ ๒๕..ประฏบิบอุ ตั าติ รนมใณนค์กวาารดมูแรู้สลกึรกัขษองาเสพว่ ื่อนนตนเองและผู้อนื่ จะทาให้ ของครู เพ่ือนในห้องเรยี น ตแลา่ งะคๆรูขไดอ้ งร่างกายได้อยา่ ง สามารถปรับตวั เข้ากบั และสมาชิก ในครอบครวั ป๓ล.รอะดบภอุ ัยาแรลมะณแค์ นวะานมารเู้สพกึ ื่อขนอไงด้ ผ้อู นื่ และอยู่ในสงั คมได้ สมาชกิ ในครอบครวั ได้ อย่างมีความสขุ

๑๑ ท่ี เร่ือง จุดประสงค์ชน้ั ปี จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน ชั่วโมง ๔ ต่างจติ ต่างใจ ๑.๒.๑ รบั ร้อู ารมณ์ ๑. บอกอารมณ์ ความรู้สึกของ การรับร้อู ารมณ์ ๔ ความรู้สกึ ของตนเอง และเพ่ือน ตนเอง เมื่ออยู่ในสภาวการณ์ ความรสู้ ึกของตนเองและ ๑.๕.๑ ยอมรบั ความ ๒. รับฟงั สง่ิ ที่เพ่ือนบอกอารมณ์ เพอ่ื นรวมท้งั การยอมรับ แตกต่าง ดา้ นอารมณ์ ความรสู้ กึ ของเขาในสถานการณ์ ในความแตกตา่ งทางด้าน จิตใจของตนเอง และ เพอื่ น ตา่ ง ๆ อารมณ์ ความรูส้ กึ และ ๓. บอกได้ว่าแตล่ ะคนมีอารมณ์ จติ ใจของแตล่ ะบุคคล ความรู้สึก จะทาให้นักเรยี นสามารถ ต่อสถานการณ์ตา่ งๆ ไมเ่ หมอื นกนั ปรบั ตัวและทากจิ กรรม ๔. ทากจิ กรรมรว่ มกับเพื่อนท่ีมี ร่วมกบั เพ่ือน ๆ ได้ อยา่ ง ความแตกต่าง ด้านอารมณ์และ ราบรน่ื และสนกุ สนาน จติ ใจได้ ๕ อาชีพดี มีสขุ ๒.๑.๑ บอกอาชพี ใน ๑.บอกช่อื อาชพี ในชมุ ชนที่ เป็นหน้าทข่ี องบคุ คลใน ๓ ชุมชน ๔ นกั เรียนอาศัยอยู่ได้ สงั คมท่จี ะประกอบอาชีพ ๒.ให้ขอ้ มูลเกีย่ วกบั อาชพี ตา่ ง ๆ เพ่ีอให้ไดม้ าซง่ึ ในชมุ ชน ไดต้ ามสมควร ค่าตอบแทนหรือรายได้ สาหรับ ใชจ้ า่ ยในการ ดารงชวี ิต ๖ เรยี นดี มี ๓.๑.๑ บอกความหมาย ๑. อธบิ ายความหมายผลการ ผลการเรียน หมายถึง อนาคต ผลการเรียน ของตน เรียนในแตล่ ะ รายวิชาและ ความสาเร็จทไี่ ด้รับจาก ๓.๑.๒ ระบวุ ชิ าที่มผี ล ภาพรวมของตนเองได้ การประเมนิ ความรู้ การเรียนอยู่ใน ระดับท่ดี ี ๒.ระบวุ ชิ าท่ีมีผลการเรียนดแี ละ ความสามารถ และทักษะ และทต่ี ้องปรับปรงุ ไมด่ ีได้ ทางการเรยี นรู้ของ ๓.บอกสาเหตุท่ีได้ผลการเรียนดี นกั เรยี น โดยพิจารณา และไมด่ ี จากชนิ้ งาน ภาระงาน ๔. บอกแนวทางการปรับปรุงวิธี และเกณฑ์การตัดสนิ ของ เรยี น ใหม้ ผี ลการเรียนดขี นึ้ สถานศึกษา ๗ น้าใจไมตรี ๓.๓.๑ แสดงพฤติกรรมท่ี ๑.บอกความหมายของความมี การให้ การแบ่งปนั แก่ ๔ แสดงถึง ความมเี มตตา เมตตาได้ ผูอ้ น่ื เปน็ การแสดงถึง แบง่ ปนั ของกนิ ของใช้ ๒.ระบุพฤตกิ รรมท่ีแสดงถึง ความมนี ้าใจ ทาให้เป็นที่ ความมเี มตตาได้ รักของผู้อ่นื มเี พอื่ นหลาย ๓. แสดงพฤตกิ รรมของบุคคลที่มี คน และมีความสุข ความเมตตา

๑๒ ท่ี เรื่อง จดุ ประสงค์ชั้นปี จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน ชว่ั โมง ๘ รทู้ ันเหตุการณ์ ๓.๔.๑ วเิ คราะห์ความ ๑.บอกความสาคัญของการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารเปน็ สิง่ ท่คี น ๔ นา่ เช่อื ถือ ของขอ้ มลู ขา่ วสารได้สมเหตุสมผล ขอ้ มลู ข่าวสารตา่ ง ๆ ได้ ท่วั ไปใหค้ วามสนใจซ่งึ มา ๒. สืบค้นข้อมูลข่าวสารจาก จากหลายแหล่ง มีทงั้ แหลง่ ตา่ ง ๆ ท่ีตนสนใจได้ เช่ือถือได้และเชอ่ื ถือไม่ได้ ๓.พิจารณาความน่าเชอ่ื ถอื ของ ด้งน้นั ผรู้ บั ขอ้ มูลข่าวสาร ข้อมูล ขา่ วสารที่ตนศึกษา จงึ ตอ้ งพิจารณาความ คน้ คว้า'ได้ น่าเช่ือถือของข้อมูล ก่อนที่จะเชอ่ื ถือข้อมลู นน้ั ๙ อารมณ์ของฉนั ๓.๔.๒ ควบคุมอารมณ์ ๑.จาแนกอารมณ์ดีและไม่ดีได้ การทบี่ ุคคลรู้จกั ควบคุม ๔ ๔ ของตนเองได้ ๒.พจิ ารณาพฤติกรรมการแสดง อารมณ์ของตนเอง อารมณ์ ของบุคคลต่าง ๆ แสดงออกทางพฤติกรรม ๓. ปฏบิ ัตติ นในการแสดงอารมณ์ ไดเ้ หมาะสมกบั วยั สง่ ผล ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ให้มบี คุ ลิกภาพที่ดี สุขภาพจิตดี และมี มนุษยสัมพันธ์กับผอู้ ่ืนได้ ดี ๑๐ สอ่ื สารดี มี ๓.๔.๓ ใชภ้ าษาและกริ ิยา ๑.บอกและยกตัวอยา่ งการใช้ การใชภ้ าษาและกิรยิ า สัมพนั ธ์ ที่เหมาะสม ในการ ภาษาและกิรยิ า มารยาทที่ ทา่ ทางที่เหมาะสมในการ ส่ือสาร เหมาะสมในการสอ่ื สารได้ สือ่ สาร เป็นการสร้าง ๒. แสดงบทบาทสมมติการใช้ ความสัมพนั ธท์ ่ีดีตอ่ กัน ภาษา และกริ ยิ ามารยาทท่ี ทา่ ใหม้ ีมิตรภาพท่ีดีและ เหมาะสมได้ สามารถดารงชวี ิตอยู่ใน ๓.สรุปความสาคญั ของการใช้ สังคมได้อยา่ งมีความสขุ ภาษาและ กริ ิยามารยาทที่ เหมาะสมในการสอ่ื สารได้ รวม ๔๐

๑๓ โครงสรำ้ งกจิ กรรมแนะแนว ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๓ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ที่ เร่อื ง จดุ ประสงค์,ช้ันปี จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง ๑ บอกหน่อยได้ ๑.๑.๑ บอกประโยชน์ ๑.บอกชอื่ ส่วนตา่ ง ๆ ของ สว่ นต่าง ๆ ในรา่ งกายล้วนมี ไหม ของสว่ นตา่ ง ๆ ของ ๒ ร่างกาย ได้ถกู ต้อง ร่างกายได้ ประโยชน์และมีความสาคญั ๒ ๒.บอกหนา้ ที่ของส่วนตา่ ง ๆ ต่อการดารงชีวติ ของมนษุ ย์ ๒ ของรา่ งกายได้ ถา้ ร่างกาย ขาดส่วนใดส่วน ๒ ๓. บอกประโยชนข์ องส่วน หนึ่งไปจะทาให้มนุษย์ไม่ ตา่ ง ๆ ของ ร่างกายได้ สามารถดาเนนิ ชีวิตได้อยา่ ง ปกติ ๒ อะไรท่ี ๑.๑.๒ รับรู้การ ๑.บอกส่วนตา่ ง ๆ ของ การเปลย่ี นแปลงทางรา่ งกาย เปลยี่ นแปลง เปล่ียนแปลง ของรา่ งกายร่างกายที่มี การเปล่ียนแปลง เปน็ พัฒนาการตามวัยของ ตามรยั ได้ มนษุ ย์ที่ต้องเกิดขน้ึ กบั ทุกคน ๒.รูเ้ กณฑ์มาตรฐานของ หากเรารับรู้ ถึงการ รา่ งกายตามวยั เปลยี่ นแปลงทเี่ กดิ ขึ้นกจ็ ะ ๓. เปรยี บเทยี บน้าหนักและ ช่วยใหเ้ ตรยี มความพร้อม ส่วนสูงของ ตนเองกบั เกณฑ์ สาหรับรบั การเปลยี่ นแปลง มาตรฐานของกรมอนามัย ได้เปน็ อย่างดี ๔.สรุปได้วา่ ร่างกายมีการ เปลย่ี นแปลง ตามวยั ๓ รแู้ ล้วยอมรับ ๑.๕.๑ ยอมรับการ ๑.บอกสาเหตุการ การเปลย่ี นแปลงของรา่ งกาย เปล่ยี นแปลงของร่างกาย เปลย่ี นแปลงของร่างกายตามทีพ่ ัฒนาไปตามสภาพและ ตามวยั วยั ตามวัยนนั้ ก่อให้เกดิ ผลดีต่อ ๒. มีความรสู้ กึ ทีด่ ีต่อการ การเตรยี ม ความพร้อมท่ีจะ เปล่ยี นแปลงของร่างกาย พฒั นาตนเอง ตลอดจนรู้เท่า ทันถงึ การเปลยี่ นแปลงท่ี เกดิ ขึน้ ทาให้เกิดการยอมรบั และ สามารถปรบั ตัวไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ๔ ทาไม? ทาไม? ๑.๒.๑ ระบุสาเหตขุ อง ๑.บอกสาเหตุของการเกิด อารมณ์ของคนเราจะ การเกิดอารมณ์ อารมณ์ และความร้สู ึกของ เปลยี่ นแปลงไปตาม ความร้สู ึก ของตนเอง ตนเองได้ สถานการณต์ ่าง ๆ ที่มา และเพ่ือน ๒. บอกสาเหตุของการเกิด กระทบ ถา้ เรารบั รเู้ ท่าทัน อารมณ์ และความรู้สึกของ จะทา่ ให้เราแสดงพฤตกิ รรม เพือ่ นได้ ได้อย่างเหมาะสม

๑๔ ท่ี เรื่อง จุดประสงค์,ชนั้ ปี จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชวั่ โมง ๕ เพราะวา่ ๑.๕.๒ ยอมรับความ ๑. บอกอารมณข์ องตนเองท่ี การเกิดอารมณ์ของบุคคล แตกต่าง แตกตา่ งด้านอารมณ์ เกดิ ข้นึ ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ จากสภาวการณ์ตา่ ง ๆ มี ๓ จติ ใจของตนเองและ ได้ ความแตกตา่ งกันอนั เพื่อน ๒.ระบคุ วามแตกต่างด้าน เนอ่ื งมาจากภูมิหลงั ของแต่ อารมณ์ของ ตนเองและ ละบุคคล การเขา้ ใจสาเหตุ เพือ่ นในสถานการณเ์ ดยี วกัน เหลา่ นี้จะช่วยให้เกดิ การ ๓.บอกเหตุผลทบี่ ุคคลมี ยอมรบั ซึง่ กันและกัน และมี อารมณ์ แตกต่างกัน พฤติกรรมที่ดีต่อกนั ทาให้มี ๔. สรปุ ได้ว่าบุคคลมีความ สัมพนั ธภาพที่ดีไดต้ ่อไป แตกตา่ งกันในดา้ นอารมณ์ และจิตใจ ๖ ใจเขาใจเรา ๑.๑.๓ รับร้อู ารมณ์ ๑. บอกอารมณ์และ อารมณ์และความรสู้ ึกของแต่ ๓ ความรูส้ ึกของครู เพื่อน ความรู้สึกของครู จาก ละบคุ คล เราสามารถรับร้ไู ด้ ตา่ งหอ้ งเรยี น และ พฤติกรรมท่ีแสดงออกได้ จากพฤติกรรมทแี่ สดงออก สมาชกิ ในครอบครัว ๒. บอกอารมณ์และ ถา้ เรา ยอมรับไดจ้ ะนาไปสู่ ความรสู้ กึ ของเพ่อื น ต่าง การอยู่ร่วมกนั อยา่ งมี ห้องเรยี นจากพฤติกรรมท่ี ความสุข แสดงออกได้ ๓. บอกอารมณแ์ ละ ความรู้สึกของสมาชิก ใน ครอบครัวจากพฤตกิ รรมของ แต่ละคนได้ ๗ เป็นเชน่ นน้ี ่เี อง ๓.๓.๑ แสดงความคิด ๑.รบั รอู้ ารมณ์ของตนเองใน สถานการณ์ต่าง ๆ อาจทาให้ ๒ และแสดงออกดา้ น อารมณ์ ทม่ี ตี ่อ สถานการณ์ ต่าง ๆ ได้อยา่ ง เกิดความคดิ และอารมณ์ สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ อยา่ งเหมาะสม เหมาะสม ซ่งึ อาจสง่ ผลกระทบต่อ ๒. แสดงพฤตกิ รรมของ ความรสู้ ึกนกึ คดิ ของตวั เอง ตนเองท้ังทางบวก และทาง ท้ังทางบวกและทางลบ แต่ ลบทีม่ ีตอ่ สถานการณ์ต่าง ๆ ถา้ นักเรยี นเรยี นรู้และเข้าใจ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม อารมณ์ทเ่ี กดิ ข้นึ จะสามารถ แสดงความคดิ และ พฤติกรรมได้อยา่ งเหมาะสม และสรา้ งสรรค์

๑๕ ที่ เรอ่ื ง จุดประสงคช์ นั้ ปี จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชวั่ โมง ๘ สือ่ สารดมี ี ๓.๔.๒ รจู้ ักเอาใจเขา มา ๑. ยอมรบั ผู้อื่นในสิ่งทีเ่ ปน็ การสอ่ื สารด้วยชอ่ งทางต่างๆ ๔ เพื่อน ใส่ใจเรา เขา ได้แก่ ท่าทาง คาพูด ๓.๔.๓ คานึงถงึ ความรู้สกึ ๒.ไมท่ ากบั ผู้อ่นื ในส่ิงทไี่ ม่ ข้อเขยี น จะส่งผลตอ่ ผูส้ ง่ สาร ของผู้อื่นในการส่ือสาร อยากใหผ้ ู้อนื่ ทากับเรา และผรู้ บั สาร ได้ทงั้ ผลดแี ละ ๓.ไมใ่ ชก้ ารสื่อสารที่ทาร้าย ผลเสีย การรู้จักเอาใจเขามา จติ ใจของผู้อืน่ ใส่ใจเรา และคานึงถงึ ความรูส้ ึกของผูอ้ ่ืนจะเปน็ การสานสัมพนั ธ์อันดใี ห้ เกิดขึน้ ทาให้ได้ประโยชนท์ ้งั ๒ ฝา่ ย ๙ กระจกหกดา้ น ๑.๓.๑ ระบุความสนใจ ๑.บอกความสนใจ ความ แตล่ ะคนมคี วามสนใจ ความ ๒ ความถนัด ความสามารถ ถนัด ความสามารถดา้ นการ ถนัด ความสามารถด้านการ ดา้ นการเรียนของตนเอง เรยี นของตนเองได้ เรียนแตกตา่ งกัน ถ้าแตล่ ะ พร้อมเหตุผล ๒. บอกเหตผุ ลทส่ี นับสนนุ คน ค้นพบความสนใจ ความ ความสนใจ ความถนัด และ ถนัด และความสามารถของ ความสามารถด้านการเรียน ตนเอง จะนามาใชใ้ ห้เกิด ของตนเองได้ ประโยชนต์ อการเรียนให้ดี ขน้ึ ๑๐ หลากหลายมติ ิ๑.๓.๒ รับรูค้ วามสนใจ ๑.บอกความสนใจ ความ ความสนใจ ความถนัด และ ๓ ความถนัด ความสามารถ ถนดั ความสามารถดา้ นการ ความสามารถด้านการเรียน ด้านการเรยี นของเพือ่ น เรียนของเพือ่ น พรอ้ มเหตุผล ของบุคคลมีความแตกตา่ งกัน พร้อมเหตผุ ล ได้ ซง่ึ เกดิ จากหลายปัจจัย เชน่ ๑.๖.๑ ยอมรับ ความ ๒. จดั กลุ่มผ้ทู ่มี ีความสนใจ สภาพแวดลอ้ ม สภาพ แตกตา่ ง ด้านความสนใจ ความถนดั ความสามารถด้าน ครอบครวั สภาพสังคม และ ความถนัด ความสามารถ การเรียนท่ีเหมือนกันของ ความแตกต่างนเี้ ป็นสิง่ ดีทจ่ี ะ ทางการเรียน ของตนเอง สมาชิกในหอ้ งเรียน ทาให้เกิดความหลากหลาย และเพ่ือน ๓. สรา้ งสรรค์งานจากความ ในการปฏบิ ัติกิจกรรม การ แตกต่างของตนเองและ ยอมรับตนเองและผอู้ ่ืนใน เพ่อื นได้ ด้านนี้จะทาให้สามารถนา ความ แตกตา่ งน้ีไป สรา้ งสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อสังคมตอ่ ไป

๑๖ ที่ เรอื่ ง จดุ ประสงค์,ชน้ั ปี จุดประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน ช่ัวโมง ๑๑ รับรูส้ มู่ ิตรภาพ ๑.๗.๑ ยอมรบั ความ ๑.บอกความหมายของคาว่า การมคี วามเขา้ ใจและยอมรบั ๓ แตกตา่ งด้านบคุ ลิกภาพ บคุ ลกิ ภาพได้ ในคณุ ค่าและความแตกต่าง ของตนเองและเพือ่ น ๒. บอกบุคลกิ ภาพทีด่ แี ละไม่ ดา้ นบุคลกิ ภาพของตนเอง ดขี องตนเอง และเพอื่ นได้ และเพ่ือน จะชว่ ยใหส้ ามารถ ๓. ไมป่ ฏเิ สธเพื่อนทีม่ ี ทางานกบั เพื่อนได้อย่าง บุคลกิ ภาพไม่เหมือนกับตน สร้างสรรค์ และความ แตกต่างกันเม่ือนามารวมกัน ยอ่ มก่อใหเ้ กดิ พลัง ในการ สรา้ งสรรคด์ ี ๆ ได้มากมาย ๑๒ หลากหลาย ๒.๑.๑ บอกอาชพี ท่ี ๑.บอกชอ่ื อาชพี ในห้องถิน่ การรู้จักอาชีพอย่าง ๓ อาชีพ หลากหลาย ๒. บอกช่อื อาชพี ได้อยา่ ง หลากหลาย จะทาให้ หลากหลาย นักเรียนรูโ้ ลกกวา้ งทางอาชีพ ๓.บอกข้อมลู อาชพี ไดต้ าม ซึง่ ชว่ ยใหน้ ักเรียนมีทางเลอื ก สมควร มากขนึ้ หากต้องตัดสนิ ใจ เลือกประกอบอาชีพใน อนาคต ๑๓ เตรียมพร้อมสู่ ๓.๑.๑ บอกพฤตกิ รรม ๑. ระบวุ ิชาท่ีตนเองมผี ลการ ผลการเรยี นเปน็ สิง่ ทส่ี ะท้อน ๓ เป้าหมาย ของตนเองทช่ี ว่ ยให้ ผล เรียนอยใู่ น ระดบั ดี ความรู้ ความสามารถในการ การเรยี นดี ๒. บอกพฤติกรรมของตนเอง เรยี นรรู้ ายวชิ าต่าง ๆ ที่ทาใหม้ ี ผลการเรยี นในวชิ า นกั เรียนทุกคน ต้องมผี ลการ นัน้ อยู่ในระดบั ดีข้นึ ไป เรยี นในระดับท่ีผา่ นสาหรับ ๓.สรปุ พฤตกิ รรมท่ีจะชว่ ย รายวิชาพ้ืนฐานทกุ รายวชิ า ใหผ้ ลการเรียน อยใู่ นระดบั ดี ดังน้นั การร้พู ฤตกิ รรมการ ทกุ รายวิชา เรียนชองตนเอง จะชว่ ยให้ สามารถปรับปรงุ เปลีย่ นแปลงเพ่ีอผลการเรียน ที่ดีขน้ึ ต่อไป

๑๗ ที่ เรอ่ื ง จดุ ประสงค์,ช้นั ปี จุดประสงคก์ ำรเรยี นรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ๑๔ เรยี นดมี วี ธิ ี ชั่วโมง ๓.๑.๒ ระบุพฤติกรรม ที่ ๑.ระบุแนวทางในการ การประเมินผลการเรียนช้ัน อย่างไร ๓ จะนามาใช้ในการปรบั ตัว ปรบั ตวั เพ่ือ ผลการเรยี น ประถมปีที่ ๓ นอกจากจะมี ๑๕ ทาอย่างไรดี ๓ หนอ ดา้ นการเรยี นใหม้ ีผล การ ระดบั ดขี ึน้ การสอนเหมือนตอนอยู่ชั้น ๔๐ เรยี นระดับดีข้ึนไป และมี ๒. บอกความสาคัญของการ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ แลว้ ยงั ความพร้อมสาหรบั การ ประเมิน ระดับชาติ มีการทดสอบระดบั ชาติท่ี ประเมนิ ระดบั ชาติ ๓. ปฏบิ ัตติ นเพื่อผลการเรยี น เรยี กวา่ National Test ท่ีดี และ เตรยี มความพร้อม (NT) ดงั น้ัน นักเรยี นช้ัน สาหรับการประเมิน ประถมศึกษาปีท่ี ๓ จึงต้องมี ระดับชาติ การเตรยี มความพร้อมเพอ่ี ผลการเรยี นและผลการ ทดสอบระดับชาติ ๓.๔.๑ ประเมนิ ๑. วิเคราะห์ความ ปัจจบุ นั มีภัยสังคมเกิดขึ้น สถานการณ์ และนาไป สมเหตุสมผล ของ มากมาย การรูจ้ ักคดิ ประยกุ ตใ์ ช้ ใน สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ วิเคราะห์ และประเมนิ ชีวติ ประจาวนั ๒. ประเมินผลที่อาจเกิดข้ึน สถานการณต์ ่าง ๆ ท่ีเคยเกดิ จากสถานการณต์ า่ ง ๆ ขน้ึ ในอดีต และนามา ๓. อธบิ ายวธิ กี ารคดิ และ ประยุกตใ์ ช้ในปัจจบุ ัน จะทา ตดั สินใจ เม่อื เผชญิ กับ ให้ไมต่ ดั สนิ ใจผิดพลาด หรือ สถานการณ์ต่าง ๆ ถกู ล่อลวงได้ รวม

๑๘ โครงสร้ำงกิจกรรมแนะแนว ช้ันประถมศึกษำปที ี่ ๔ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ท่ี เรอ่ื ง จุดประสงค์ชัน้ ปี จุดประสงคก์ ำรเรยี นรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ช่ัวโมง ๑ พัฒนาการ ๑.๑.๑ รับรกู้ าร ๑. สารวจสิ่งท่ีเปลยี่ นแปลง ร่างกายมีการเปลย่ี นแปลง ตามช่วงวัย ๑ เปลีย่ นแปลงของร่างกาย ของรา่ งกายตามวัย ตามวยั เรียนจาเปน็ ตอ้ งเรยี น ตามวัย ๒. ร่วมกับเพือ่ นสรปุ สิ่งที่ เกีย่ วกบั การเปลีย่ นแปลง เปล่ียนแปลงของรา่ งกายตามร่างกาย ของตนเองเพอี่ การ วยั ดแู ลทถ่ี ูกตอ้ ง ๒ รู้เขา รู้เรา ๑.๑.๒ บอกความคิด ๑. อธบิ ายการเกิดความคิด การรับร้อู ารมณ์ของตนและ ๓ ความรสู้ กึ อารมณ์ของ ความร้สู ึก อารมณ์ของบุคคล ผอู้ นื่ ทีเ่ ก่ียวข้อง ชว่ ยใหเ้ รา ๓ ตน ๒. ระบคุ วามคิด ความรู้สึก แสดงพฤตกิ รรมต่อบคุ คล ๓ และรบั ร้คู วามคดิ ของตนเองเม่อื กระทบกับ เหล่าน้ันไดอ้ ย่างเหมาะสม ความรสู้ กึ อารมณ์ของครู เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ได้ เพอ่ื น และสมาชกิ ใน ๓. สงั เกตความคดิ ความรสู้ ึก ครอบครัว อารมณ์ของครู เพ่ือน และ ๑.๒.๑ จาแนกความคิด สมาชิกในครอบครัว ความรู้สกึ อารมณท์ ่ีดี ๔. แยกได้ว่าความคิด และไม่ดขี องตนเองและ ความรู้สึก อารมณ์ใด ผูอ้ ่นื เปน็ บวกเปน็ ลบ ๓ รับได้ใจเป็นสขุ ๑.๔.๑ อธบิ ายบุคลิกภาพ ๑. บอกความหมายของ บุคลิกภาพของบุคคลมีความ ของตนเองและรบั รู้ บคุ ลกิ ภาพได้ แตกต่างกัน ซง่ึ มีท้ังดา้ นบวก บคุ ลกิ ภาพของเพื่อน ๒. รว่ มกบั เพอื่ นอธิบาย และด้านลบ หากยอมรับ ๑.๗.๑ รบั ได้กับ บคุ ลกิ ภาพ ความจริง ก็สามารถ บุคลิกภาพ ของตนเอง ของตนเองและเพือ่ น ปรับเปล่ยี นบคุ ลกิ ภาพให้ ๓. ยอมรับบคุ ลกิ ภาพของ เหมาะสมได้ ๑.๗.๒ ยอมรับในสงิ่ ท่ี ตนเองและผอู้ ืน่ ผู้อืน่ เป็นดา้ นบุคลิกภาพ ทง้ั ด้านบวกและด้านลบ ๔ ค่าของคน ๑.๕.๑ พอใจในสงิ่ ทด่ี ี ๑. มีความรสู้ ึกทด่ี ตี ่อร่างกาย ทกุ คนมีคณุ ค่าในตนเอง การ ของตนเองด้านร่างกาย ด้านบวก เห็นคุณค่าของตนเองจะทา ความคดิ อารมณ์และ ของตนเองและผู้อ่ืน ใหม้ ีกาลังใจในการประพฤติ จติ ใจ ๒. มคี วามรสู้ ึกท่ีดีต่อ ปฏิบัติตนต่อไป และการเห็น ๑.๕.๒ ช่นื ชมสิ่งท่ดี ีของ ความคดิ ด้านบวก คุณคา่ ของผู้อ่ืนจะทาให้มี ผู้อ่ืน ดา้ นร่างกาย ของตนเองและผู้อืน่ ความรู้สึกที่ดีต่อกัน ความคดิ อารมณ์ และจติ ใจ ๓. มคี วามร้สู กึ ท่ดี ีต่ออารมณ์ และจติ ใจด้านบวกของ ตนเองและผอู้ ื่น

๑๙ ท่ี เรอื่ ง จดุ ประสงค์,ชัน้ ปี จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชวั่ โมง ๕ ความแตกต่าง ๑.๖.๑ ยอมรบั สง่ิ ท่ี ๑.บอกความสนใจ ความ บคุ คลมคี วามสนใจ ความ ๓ ตนเอง มใี นดา้ นความ ถนัด ความสามารถทางการ ถนัด และความสามารถด้าน สนใจ ความถนัด เรยี นของตนได้ การเรียนแตกต่างกนั การได้ ความสามารถ ทางการ ๒.รบั รคู้ วามสนใจ ความ ทางานในสง่ิ ท่ี สอดคล้องกับ เรียน ถนดั ความสามารถทางการ ความสนใจ ความถนดั และ ๑.๖.๒ เขา้ ใจผ้อู ่ืนในด้าน เรยี นของผู้อื่น ความสามารถจะทาให้ ความสนใจ ความถนดั ๓.รับได้กบั สงิ่ ทตี่ นเองมีและ ผลงานดี และหากมีภารงาน ความสามารถทางการ เข้าใจผู้อ่นื ด้านความสนใจ ทตี่ ้องการ ความหลากหลาย เรียน ความถนดั ความสามารถ ในความถนดั ความสามารถ ทางการเรยี น การใช้บุคคลหลายคนทม่ี ี ความสามารถต่างกันจะทา ใหง้ าน ประสบความสาเร็จ เปน็ อยา่ งดี ๖ โตขน้ึ จะเป็น ๒.๑.๑ บอกลักษณะ ของ ๑.ระบุชื่อและลกั ษณะของ การรจู้ ักอาชีพและรู้จกั ๓ อะไร อาชพี ทีส่ นใจ อาชพี ท่ีสนใจ คุณลักษณะของตนเอง ๒.๑.๒ บอกคณุ ลกั ษณะ ๒.ระบลุ กั ษณะของตนเองที่ จะทาให้สามารถวางแผนเพ่อี ของตนเองท่ีสอดคล้อง สอดคล้องกบั อาชพี ทสี่ นใจ เข้าสู่อาชพี ได้ อย่าง กับ อาชพี ทีส่ นใจ เหมาะสม ๗ แกไ้ ขได้ ๓.๑.๑ วิเคราะหผ์ ลการ ๑. บอกระดับผลการเรียน การทราบสาเหตทุ ่ีทาให้ผล ๔ เรยี น ของตนแต่ละ รายวิชาของ ภาคเรยี นที่ ๑ การเรยี นไม่เป็นท่ีพอใจ รายวิชา ๒. ระบรุ ายวิชาทผ่ี ลการ ทาให้สามารถหาวิธแี กไขเพี่อ ๓.๑.๒ ระบุวิธีการพัฒนา เรยี นยงั ไมเ่ ป็นท่ีพอใจ พร้อม พัฒนาให้ผลการเรยี นดีข้นึ รายวิชาทผ่ี ลการเรียน ยงั สาเหตุทไี่ ดร้ ะดบั ผลการเรยี น ไม่เป็นท่ีพอใจ เชน่ นั้น ๓. รว่ มอภปิ รายกับเพ่อื นใน การพฒั นา ใหร้ ะดับผลการ เรยี นดีขนึ้ ๔. สรปุ วธิ กี ารพฒั นาผลการ เรียนของตนเอง

๒๐ ที่ เรอื่ ง จดุ ประสงค์ชัน้ ปี จุดประสงค์กำรเรยี นรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชวั่ โมง ๘ ฝืนใหไ้ กลไป ๓.๔.๑ มจี ินตนาการ และ๑.บอกรายละเอยี ดจากภาพ การสงั เกตรายละเอียด แล้ว ๔ ใหถ้ ึง มคี วามสามารถ ในการ ๒.บอกความสมั พนั ธ์ของส่ิง หาความสมั พนั ธ์เช่อื มโยง ๔ คดิ เชื่อมโยง ทอี่ ยู่ในภาพ ของรายละเอยี ดจากภาพ ๔ ๓. เล่าเรื่องจากภาพได้ และสือ่ ต่าง ๆ เป็นข้อมลู ๔.ฝึกการคดิ เชื่อมโยงจากสื่อ พนื้ ฐานของการคิดและการ ตา่ ง ๆ สรา้ งจินตนาการ ๙ ผ่อนคลาย ๓.๔.๒ มีวธิ ีผอ่ นคลาย ๑.บอกอารมณ์และ การทราบสาเหตุของ อารมณ์และความเครียด ความเครียดที่เคยเกิดกบั ความเครียด ทาใหส้ ามารถ ให้กบั ตนเอง ตนเอง พร้อมสาเหตุ หาวิธีผอ่ นคลายอารมณแ์ ละ ๒. แลกเปลย่ี นเรยี นร้วู ธิ ผี อ่ น ความเครียดให้หายไปได้ คลายอารมณ์ และ ความเครียดท่ีตนเคยใช้ได้ผล มาแล้วกบั กลมุ่ เพ่ือนได้ ๓.สรปุ วธิ กี ารท่ีจะเลอื กไว้ใช้ กบั ตนเองต่อไป ๑๐ ชืน่ ชมยนิ ดี ๓.๔.๓ รจู้ ักแสดง ๑.บอกไดว้ ่าการแสดงให้ การแสดงความชน่ื ชมต่อการ ความคดิ ความรสู้ ึกชื่นชมผู้อื่นรู้วา่ เราชนื่ ชมการกระทา กระทาความดีของผู้อ่นื ดว้ ย การกระทา ที่ดงี ามให้ ทีด่ ีงามของเขาเป็นวิธหี น่งึ คาพูด ภาษากาย และ ผู้อ่นื รับรู้ ในการสร้างสัมพันธภาพที่ดี สัญลกั ษณ์ ยอ่ มนาไปสู่ กับผอู้ ่ืน การมสี มั พันธภาพทด่ี ีต่อกนั ๒.ระบุวธิ ีการแสดงความช่ืน ชมผอู้ ่ืนอยา่ งหลากหลาย ๓. ปฏบิ ตั ติ นในการแสดง ความชื่นชมให้ผู้อืน่ รบั รู้ ๑๑ มิตรไมตรี ๓.๔.๔ มมี ารยาทในการ ๑. ฝึกการส่อื สารอยา่ งมี การสื่อสารเปน็ ส่งิ จาเปน็ ๔ สื่อสารกับผูอ้ ่นื มารยาท ในสถานการณ์ อยา่ งยงิ่ ท่จี ะต้องมีหลักเกณฑ์ ๓.๔.๕ ช่นื ชมความสาเร็จ ต่าง ๆ รู้จกั กาลเทศะ และทีส่ าคัญ ความสามารถและ ๒. อธบิ ายพฤตกิ รรมทแี่ สดง ตอ้ งคานึงถึง มารยาททดี่ ีใน การกระทาทีด่ ีงามชอง ถึง การมีมารยาทในการ การส่อื สาร ผอู้ น่ื ด้วยคาพูด ภาษา สอ่ื สาร กาย และสญั ลักษณ์

๒๑ ที่ เรอ่ื ง จุดประสงค์ชัน้ ปี จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชัว่ โมง ๑๒ สมั พันธภาพ ๓.๓.๑ ควบคุมความคดิ ๑.บอกไดว้ ่าความคดิ และ การควบคมุ อารมณ์เปน็ เร่ือง ๔ และอารมณช์ องตนเองได้ อารมณ์ใด ควรควบคุมใน สาคญั เพราะถ้าไมร่ ูจ้ ัก ๓.๔.๖ มีวธิ สี รา้ งความ การแสดงออก ควบคมุ อารมณ์แลว้ เม่ือมี ม่ันคง ในอารมณ์ของ ๒. ศกึ ษาวธิ กี ารควบคุม เหตุการณ์ใด ๆ เกดิ ขึ้น กจ็ ะ ตนเอง ได้อย่างเหมาะสม อารมณจ์ ากแหลง่ เรยี นรู้ ไม่สามารถปรบั ตนให้ ต่างๆ เหมาะสมกับสถานการณ์ ๓.สรุปวธิ ีควบคุมการสรา้ ง น้นั ๆ การควบคมุ อารมณจ์ ึง ความมน่ั คง ทางอารมณ์ที่ เป็นสงิ่ จาเป็น ต่อการดาเนิน เหมาะสมสาหรบั ตนเอง ชีวิต บคุ คลใดรู้จักควบคุม อารมณจ์ ะก่อให้เกิดผลดตี ่อ ตนเอง รวม ๔๐

๒๒ โครงสร้ำงกจิ กรรมแนะแนว ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี ๕ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ท่ี เรอื่ ง จุดประสงคช์ ัน้ ปี จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ๑ ตวั ฉัน ชวั่ โมง ๒ บุคลกิ ภาพ ๑.๑.๑ รบั รกู้ าร ๑. บอกสงิ่ ทีเ่ ปล่ยี นแปลง ในทกุ ช่วงวัยร่างกายจะมีการ ๒ ๓ แสดงออก เปล่ียนแปลง ของรา่ งกายของร่างกายในช่วงวัย ของ เปลีย่ นแปลงตลอดเวลา ซง่ึ อย่างม่นั ใจ ตามวัย ตนได้ เราเรียกว่าพัฒนาการ นักเรยี นจาเป็น ตอ้ งเรียนรู้ การเปลีย่ นแปลงทเี่ ปน็ ปกติ จะได้เข้าใจและยอมรับกบั การเปลีย่ นแปลงนั้น สามารถดูแลร่างกาย ได้ อยา่ งถูกต้อง ๑.๔.๑ ระบุบุคลิกภาพท่ี ๑. บอกบุคลิกภาพของ บุคลิกภาพ หมายถงึ กิรยิ า ๔ ดแี ละไม่ดี ของตนเอง ตนเองทั้งด้านดี และด้านไมด่ ี ท่าทาง ความคิด จิตใจ และรับรู้บคุ ลกิ ภาพท่ดี ี ๒. รบั ร้บู ุคลิกภาพของเพื่อน อารมณ์ ความรู้สึกของบุคคล และไมด่ ขี องเพ่อื น ทง้ั ดา้ นดี และดา้ นไม่ดี ซ่งึ มที ้ังด้านดี และด้านไม่ดี ๑.๗.๑ ภมู ใิ จใน ๓. บอกบุคลิกภาพดา้ นดที ่ี การรับรู้บุคลิกภาพของ บุคลิกภาพด้านที่ดี ของ ตนภมู ใิ จ ตนเองทั้ง ๒ ด้าน จะทาให้ ตน ๔. แสดงความช่นื ชมใน สามารถเปลี่ยนแปลง เพี่อ ๑.๗.๒ ชนื่ ชมบคุ ลิกภาพ บคุ ลกิ ภาพด้านดี ของผ้อู นื่ เป็นผู้มบี ุคลกิ ภาพท่ดี ี อนั จะ ด้านดี ของผู้อ่ืน เกิดความภาคภมู ิใจในตนเอง การรับรู้บุคลิกภาพทด่ี ีของ ผอู้ น่ื และแสดงความช่นื ชม ยอ่ มท่าใหม้ ี ความรสู้ ึกทดี่ ตี ่อ กนั ๑.๕.๑ แสดงออกถึง ๑. มพี ฤติกรรมที่แสดงถงึ ทุกคนมีสงิ่ ทดี่ ีในตนเอง การ ๓ ความมนั่ ใจ ในส่ิงท่ดี ขี อง ความมนั่ ใจในสง่ิ ที่ดี ของ ค้นพบและแสดงออกในส่งิ ท่ี ตนเอง ดา้ นร่างกาย ตนเอง ด้านร่างกาย ดีน้ันดว้ ยความม่ันใจนอกจาก ความคดิ อารมณ์ และ ความคดิ อารมณ์ และจิตใจ จะเพิ่ม คณุ คา่ ในตนเองแล้ว จติ ใจ ยงั กอ่ ให้เกิดประโยชนต์ อ่ สว่ นรวมด้วย

๒๓ ท่ี เรอื่ ง จดุ ประสงค์ชั้นปี จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชัว่ โมง ๔ แสดงออก ๓.๓.๑ รเู้ ท่าทนั ความคดิ ๑. บอกความคิดและอารมณ์ เมอ่ื มเี หตุการณ์มาปะทะ ๓ อย่าง เหมาะสม และอารมณ์ ของตนเอง ของตนเอง ในสถานการณ์ บุคคลยอ่ มแสดงความคดิ ๓.๓.๒ จดั การกบั ตา่ ง ๆ และอารมณ์ ซงึ่ เป็นได้ท้ัง ๒ ความคดิ และอารมณ์ ๒. จาแนกความคดิ และ ดา้ น คือ ดา้ นบวก และดา้ น ของตนเองได้อย่าง อารมณ์ ด้านบวกและดา้ น ลบ แลว้ แสดงออกตาม เหมาะสม ลบ ความคิดและอารมณ์ที่มที ง้ั ๓. ขจัดความคดิ และอารมณ์ เหมาะสมและไมเ่ หมาะสม ดา้ นลบ ในสถานการณ์ต่างๆ การร้เู ท่าทนั ความคดิ และ และแสดงออก อย่าง อารมณ์ของตนแล้วจัดการได้ เหมาะสม จะทา่ ใหแ้ สดงออกได้อยา่ ง เหมาะสมเป็นบุคคลทน่ี ่ารัก ในสายตาของคนทว่ั ไป ๕ คณุ คา่ ด้านการ ๑.๓.๑ บอกวิชาทตี่ นเอง ๑. ระบุรายวชิ าทีท่ าคะแนน คนทกุ คนมีความสามารถอยู่ ๔ เรียน ถนัด อยา่ งมเิ หตผุ ล ไดด้ แี ละมคี วามสุข ในการ ในตนเอง ซงึ่ แตกตา่ งกนั ที่ ๑.๓.๓ รับรวู้ ชิ าที่เพอื่ น เรียนและรับร้ขู องเพ่อื น เรยี กว่า พหุปญั ญา การ ถนดั พร้อมเหตผุ ล ๒. เลา่ ถงึ ความสนใจ ความ ภูมิใจ ในคณุ ค่าของตนเอง ๑.๖.๑ ภมู ใิ จในคณุ คา่ ถนัด และความสามารถ เป็นส่งิ ทีด่ ี แต่ไมค่ วรลมื ทจ่ี ะ ของตนเอง ในด้านความ ทางการเรียน และอาชีพของ ชนื่ ชมในคุณคา่ ของผอู้ ื่นด้วย สนใจ ความถนดั ตนดว้ ยความภาคภูมใิ จ การแสดงใหเ้ ขาได้รบั รู้ด้วย ความสามารถทางการ ๓. แสดงความนิยม ยกยอ่ ง เรียนและอาชีพ ในความสนใจ ความถนดั ๑.๖.๒ ช่ืนชมในคุณค่า และความสามารถทางการ ของผู้อืน่ ในด้านความ เรยี น และอาชีพของเพ่ือน สนใจ ความถนดั ความสามารถทางการ เรยี นและอาชีพ

๒๔ ท่ี เรอ่ื ง จดุ ประสงค์ชน้ั ปี จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ จำนวน ชวั่ โมง ๖ อาชพี ในฝนั ๑.๓.๒ บอกอาชีพทต่ี น ๑.ระบชุ ่อื อาชพี ที่อยูใ่ น การศึกษาข้อมลู ดา้ นอาชพี ๔ สนใจ ๒ ๒.๑.๑ บอกคุณสมบัติ ความสนใจ ทาใหม้ ีข้อมลู ท่ีละเอียด ของบุคคล ท่ีประกอบ อาชพี ๒.อธิบายคณุ สมบตั ขิ อง ชดั เจน ถูกต้อง อันจะนาไปสู่ ๒.๒.๑ ศึกษาข้อมูลด้าน อาชีพ ท่ีกวา้ งขวางและ บคุ คล การตดั สนิ ใจ ท่ีถูกต้องในการ ลึกซง้ึ มากขึ้น ท่ปี ระกอบอาชพี ที่อย่ใู น ประกอบอาชีพในอนาคต จงึ ความสนใจ เป็นความจาเป็นท่นี ักเรยี น ๓. ศึกษาข้อมลู เกยี่ วกบั จะต้องใชเ้ วลาในการศึกษา อาชพี ท่สี นใจ ให้ละเอยี ด หาขอ้ มูล ตั้งแตช่ ้นั และชัดเจน ประถมศกึ ษา เพ่ีอการเตรียม ความพร้อมสาหรับตนเองท่ี จะไม่มคี าวา่ สายเกินไป ๗ เธอท่ฉี นั รู้จัก ๑.๑.๒ รีบร้คู วามคดิ ๑. สังเกตกิริยาอาการที่ การคบหาสมาคมกบั ผู้อ่ืน ความรสู้ กึ อารมณข์ องผู้ ทต่ี นคบหาสมาคม แสดงถงึ ความคดิ ความรสู้ ึก ต้องรู้จกั สังเกตกริ ยิ าอาการท่ี อารมณ์ ของผู้ที่เก่ียวข้อง' แสดงถงึ ความคดิ ความรูส้ ึก ได้ และอารมณ์ ของตน เพี่อท่ี เราจะแสดงพฤติกรรมกับ ผู้อน่ื ได้อย่างเหมาะสม สง่ ผล ให้มีสัมพันธภาพที่ดตี ่อกัน ตลอดไป ๘ เรียนอยา่ งไร ๓.๑.๑ วิเคราะห์ผลการ ๑.บอกผลการเรยี นของ บคุ คลทีป่ ระสบความสาเร็จ ๔ ไดเ้ กรดดี เรียนของตน แต่ละ ตนเองในปีการศึกษา ท่ี ในการเรียนจะต้องมีการ รายวิชาและปรับปรุง ผ่านมาทุกรายวชิ า ตรวจสอบและประเมนิ ผล พฤติกรรม ตามการเรียน ๒.ระบุรายวชิ าที่ยังไมพ่ อใจ การเรยี นของตน วธิ ีทง่ี า่ ย ในรายวชิ าท่มี ี ผลการ ในผลการเรยี นนน้ั ท่ีสดุ คือ พจิ ารณาผลการ เรียนไม่เปน็ ท่ีพอใจ ๓.ระบพุ ฤติกรรมท่ีทาให้ผลเรียนครั้งลา่ สุดที่ผา่ นมาโดย การเรยี นในวชิ านัน้ ยังไม่ ไม่เศรา้ เสียใจกบั ความ เปน็ ทพี่ อใจ ผดิ พลาดแล้วทาให้ ผลการ ๔. ระบุพฤติกรรมทจี่ ะทา เรียนไมด่ ี แต่การท่ีจะ เพ่อื ใหผ้ ลการเรียน ในวิชา พจิ ารณาวา่ อะไรเป็นสาเหตุ น้ันดีขึน้ และคร้งั ต่อไปหากจะไม่ให้ เปน็ อย่างน้ีอีกจะปรบั ปรุง พฤติกรรมการเรยี นของ ตนเองอย่างไร

๒๕ ท่ี เรื่อง จดุ ประสงค์ชน้ั ปี จุดประสงค์กำรเรยี นรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ช่ัวโมง ๙ วพิ ากษ์อยา่ งมี ๓.๔.๑ วพิ ากษว์ ิจารณ์บน ๑. พูดถงึ ผู้อน่ื ด้วยข้อมลู ปจั จัยหนง่ึ ในการทาลายส้ม ๒ ๓ ข้อมลู พ้นื ฐาน ของข้อมลู สารสนเทศท่ถี ูกตอ้ ง พันธภาพระหวา่ งบุคคล คือ สารสนเทศทถี่ ูกต้อง การพดู ถึงผอู้ ื่นโดยขาดข้อมูล สารสนเทศ ทถ่ี ูกตอ้ ง นกั เรยี นจงึ ควรฝึกการทาใจ ให้เป็นกลาง วเิ คราะหข์ ้อมลู สารสนเทศท่ีมีทั้งข้อเทจ็ และ ข้อจรงิ แล้วจึง วพิ ากษว์ จิ ารณ์อย่างไม่มีอคติ ๑๐ สันติวิธี ๓.๔.๒ ยตุ ขิ อ้ ขดั แย้งใน ๑. วิเคราะหส์ าระสาคัญ การอยรู่ ่วมกันเปน็ หม่คู ณะ กล่มุ เพ่ือน ด้วยสันติวิธี ของความขดั แยง้ ในกลุ่ม ความขัดแย้งกนั เปน็ เรื่อง เพอ่ื นได้ ปกติ และจาเปน็ ตอ้ งยุติการ ๒.ใช้วิธกี ารดา้ นบวกในการ ขดั แยง้ นน้ั ก่อนทจ่ี ะบาน ยตขิ ้อขัดแยง้ ในกล่มุ เพื่อน ปลาย ซงึ่ การยุติข้อขดั แย้ง ควรเปน็ วธิ ีการด้านบวก หรอื ท่เี รียกว่าสันตวิ ธิ ีจะทาให้ข้อ ขดั แยง้ นั้น ยุติลงด้วยดี ตรงกันขา้ มหากใชว้ ิธกี าร ดา้ นลบ อาจหยดุ ได้ชั่วคราว และอาจจะเกิดผลตามมา คือ ความขดั แยง้ ท่ีรนุ แรง กวา่ เดมิ ๑๑ จิตอาสานาพา ๓.๔.๔ อาสาทางานเพ่ือ ๑.บอกชนิดของงานเพ่ือ การอยู่รว่ มกันในสังคมตอ้ งมี ๒ สังคม สว่ นรวม และสังคม ส่วนรวม และสังคมท่ี การพงึ่ พาอาศยั กัน และมี สามารถทาได้ กิจกรรมที่ทาประโยชน์แก่ ๒.สมคั รใจทางานเพื่อส่วน สงั คมไม่ใช่ จะเอาแต่ ร่วม และสังคมทสี่ นใจ ประโยชนจ์ ากสังคม นกั เรียน ๓.มีความรูส้ กึ ท่ีดใี นการ กส็ ามารถทางานเพ่ีอ ทางานเพ่ือส่วนรวม และ สว่ นรวมและสังคมท่ี สงั คม เหมาะสมกบั วัยได้ ซง่ึ การฝกึ นิสัยนี้ตั้งแต่เด็กจะทาให้เปน็ คนมีจติ อาสา เปน็ คนมี คุณภาพในสงั คม สงั คมชอง เราก็จะเปน็ สงั คม ท่ีมี ความสขุ ความเจรญิ

๒๖ ท่ี เรื่อง จุดประสงคช์ ้ันปี จุดประสงค์กำรเรยี นรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชวั่ โมง ๑๒ ภัยทไ่ี มค่ าดคิด ๓.๔.๓ รจู้ กั ปฏเิ สธ ๑.บอกวิธกี ารหาทางออก ปัจจุบันอันตรายมีอย่รู อบตัว ๓ ต่อรอง และร้องขอความ จาก สถานการณ์เสยี่ งได้ โดยเฉพาะอนั ตรายทเ่ี กิด ชว่ ยเหลือใน สถานการณ์ ๒. เสนอแนะการปฏเิ สธ ขนึ้ กับเด็ก เพราะฉะนน้ั เสย่ี ง ต่อรอง และ ขอความ นักเรียนจาเป็น ต้องเรยี นรูท้ ี่ ชว่ ยเหลือผูอ้ น่ื อยา่ ง จะปฏิเสธ ตอ่ รอง และรอ้ ง สรา้ งสรรค์ ขอความช่วยเหลือ หากอยู่ใน เหตกุ ารณท์ ่ีอาจกอ่ ให้เกิด อนั ตราย แก่ชวี ติ และ ทรพั ย์สนิ ๑๓ พฤติกรรมทาง ๓.๔.๕ แสดงออกถึง ๑. ระบุพฤติกรรมที่ควรทา การอยแู่ ละทางานร่วมกับ ๔ สงั คม พฤติกรรมท่ดี ีในการอยู่ และไม่ควรทา ในการอยู่ ผู้อ่นื นักเรียนต้องเรยี นร้ทู ่จี ะ ร่วมกับผู้อน่ื ร่วมกบั ผูอ้ ่ืน แสดงพฤติกรรมทด่ี ีตอ่ กัน ๓.๔.๖ รับฟงั และยอมรบั ๒. แสดงพฤตกิ รรมที่ รวมทั้งการรับฟงั และ ความคิดเห็นซง่ึ กันและ เหมาะสมในการอยู่รว่ มกับ ยอมรบั ความคดิ เหน็ ซ่ึงกัน กนั ผอู้ ่นื และกนั อนั จะทาใหเ้ กิด ๓. มีพฤติกรรมท่แี สดงถึง ความสงบเรยี บร้อยในสงั คม การรับฟงั และยอมรบั มีความสขุ ในการอยู่ และทา ความคิดเห็นซึง่ กนั และกนั กิจกรรมร่วมกับผอู้ ่นื รวม ๔๐

๒๗ โครงสร้ำงกิจกรรมแนะแนว ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ ๖ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ท่ี เรอ่ื ง จุดประสงคช์ ัน้ ปี จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชวั่ โมง ๑ Who are you ? ๑.๑.๑ รบั รคู้ วามคดิ ๑.สงั เกตความร้สู ึกอารมณ์ อารมณ์ (Emotion) เป็น ๓ ความรสู้ กึ อารมณ์ของ คู่ ของผสู้ นทนาได้ ความรสู้ กึ ภายในท่เี ร้าให้ สนทนา ๒.บอกประโยชนข์ องการรู้ บคุ คลเกิดการเปลยี่ นแปลง ความคิด ความร้สู ึก อารมณ์ ภายใน และแสดงออกเป็น ของคู่สนทนา พฤติกรรมตา่ ง ๆ คือ ความ ๓.มีความสามารถในการรับรู้ โกรธ (Anger) ความกลวั ความคดิ ความรู้สึก อารมณ์ (Fear) และความพึงพอใจ ของคสู่ นทนา (Pleasure) การพฒั นาวฒุ ิ ภาวะทางอารมณ์ ทาให้มี ความมนั่ คงในอารมณ์ สามารถควบคุมอารมณ์ และ ทาใหป้ ระสบความสุข หรอื ความสาเร็จในชีวิตได้ ๒ ความมน่ั ใจ ๑.๖.๑ แสดงออกถึง ๑.กล้าท่จี ะบอกผู้อน่ื ถงึ ความ ความม่นั ใจ (Confidence) ๓ ความ ม่ันใจในคุณค่าของ สนใจ ความถนดั เป็นสิง่ ทท่ี ุกคนต้องมี เพ่ีอ ตนเอง ดา้ นความสนใจ ความสามารถทางการเรียน นาไปสู่ความพรอ้ มท้ังในเร่ือง ความถนัด ความสามารถ และอาชีพ การเรยี น ความ ทางการเรยี น และอาชีพ ๒.นาคณุ ค่าของตนเองใน เจริญก้าวหนา้ ในหนา้ ท่ีการ ๑.๖.๒ เชอ่ื มนั่ ในคณุ คา่ ดา้ นความสนใจ ความถนดั งานและความสาเรจ็ ในการ ของผู้อ่ืน ด้านความสนใจ ความสามารถมาใช้ในการทา ดารงชีวิต ความถนดั ความสามารถ กิจกรรมด้านการเรยี นและ ทางการเรียนและอาชีพ อาชพี ๓.ให้ความสาคัญกับความ สนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรียน และอาชีพ ของผูอ้ ่นื

๒๘ ท่ี เรอื่ ง จุดประสงคช์ นั้ ปี จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน ช่วั โมง ๓ ความเชื่อมัน่ ๑.๗.๑ แสดงออกถึง ๑.บอกบุคลิกภาพด้านดขี อง บุคลกิ ภาพ ถือเปน็ ตวั ตน ๓ ในบุคลิกภาพ ความ มน่ั ใจในบุคลกิ ภาพ ตนเองได้ โดยรวมของบุคคล ซ่งึ มที ั้ง ดา้ นดี ของตนเอง ๒.นาบคุ ลิกภาพด้านดีมาใช้ ลกั ษณะทางกายและลกั ษณะ ๑.๗.๒ เชื่อมั่นในคณุ คา่ ในการทากิจกรรมดว้ ยความ ทางจติ มักมาจากพนั ธกุ รรม ของผู้อ่นื ด้านบุคลิกภาพ ม่ันใจ และส่งิ แวดล้อม ลา้ บุคคลใด ๓.ใหค้ วามสาคัญกับ มบี ุคลิกภาพทดี่ ี จะสามารถ บคุ ลกิ ภาพดา้ นดี ของผู้อ่นื ปรบั ตวั ต่อส่งิ แวดลอ้ ม แกป้ ญั หา เกิดความเชอื่ มัน่ สามารถควบคุมตัวเองเพ่ีอให้ บรรลุเปา้ หมายของงานได้ ๔ โลกกว้าง,ทาง ๒.๑.๑ มขี อ้ มลู โลกกวา้ ง ๑. แสวงหาข้อมูลด้าน การมขี ้อมลู ในด้านการศึกษา ๓ การศึกษา ทางการศกึ ษา การศึกษาต่อ จากแหลง่ และอาชีพทีก่ ว้างไกลชว่ ยให้ ๒.๑.๒ มีแนวทางในการ เรยี นรู้ทต่ี ่าง ๆ ผู้เรยี นสามารถเลอื กอาชีพได้ เลือกศึกษาต่อ ๒.มีแนวทางการศึกษา เหมาะสม กับตนเองและวาง ต่อเม่ือจบชั้นประถมศึกษาปี แผนการเรียนเพี่อมุ่งสู่อาชีพ ท่ี ๖ ท่หี ลากหลาย ได้ ๓. เลือกแนวทางศึกษาต่อที่ เหมาะสมกับตนเอง ๕ อาชพี ท่ีสนใจ ๒.๓.๑ ระบุอาชีพที่ ๑. บอกชือ่ อาชีพท่ตี นสนใจ การได้ประกอบอาชีพตาม ๓ ตนเอง สนใจ ได้ ความต้องการเป็นเป้าหมาย ๒.๒.๑ พจิ ารณาความ เหมาะสมของตนกบั ๒. บอกคณุ ลักษณะของผู้ ทางการเรยี นของนักเรียนทุก อาชพี ท่สี นใจ ประกอบอาชีพท่สี นใจ คน การตัดสินใจ เลอื กอาชีพ ๓. บอกคุณลกั ษณะของตนท่ี ใหต้ รงกบั ความถนัด ความ สอดคลอ้ ง สนใจ บคุ ลกิ ภาพ และทักษะ กบั อาชีพทีส่ นใจ ของนักเรยี นจะทาใหป้ ระสบ ความสาเร็จ และมีความสุข ในการทาอาชีพน้ัน ๆ

๒๙ ท่ี เรอื่ ง จุดประสงคช์ ้นั ปี จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชว่ั โมง ๖ วิเคราะหผ์ ล ๓.๑.๑ วเิ คราะห์ผลการ ๑. พจิ ารณาระดับผลการ การเรียนรใู้ หม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ ๔ การเรยี น เรียนของตนแต่ละ เรียนรายวิชาตา่ งๆ ต้องรู้จักการวางแผนการ รายวชิ า โดยเฉพาะ ในช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ เรียน ได้แก่ การวเิ คราะห์ วิชาที่ต้องใช้ประเมนิ ๒. พิจารณาระดับผลการ ขอ้ มลู สภาพความรู้ พ้ืนฐาน ระดบั ชาติ และการเรยี น เรียนรายวชิ าท่สี อบ 0-NET ของตนเอง เชน่ ผลการเรยี น ตอ่ ระดบั มัธยมศึกษา ๓. พิจารณาระดับผลการ อยู่ในระดับใด รายวชิ าใดทีม่ ี ตอนตน้ เรียนรายวิชาทใ่ี ช้ ผลการเรียนอยใู่ นระดับดี ๓.๑.๒ เรียนรเู้ พ่มิ เตมิ ในการสอบเขา้ เรียน'ต่อชัน้ รายวชิ าใด ผลการเรยี นควร เพ่อื ความพร้อมในการ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ แกไขปรับปรุง โดยเฉพาะชน้ั เชา้ เรียนตอ่ ๔. บอกแนวทางในการ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เป็น พฒั นาการเรยี นของตนเอง ระดบั ช้ันสาคัญท่ีจบหลักสูตร เพ่ือเตรียมความพรอ้ มในการ ระดับ ประถมศึกษา มีการ สอบและเขา้ เรยี นต่อ ประเมนิ ผลระดบั ชาติ (0-NET) เพี่อเป็นแนวทางใน การเตรยี มความพร้อมในการ เรยี นระดบั ตอ่ ไป ๗ สมาชิกท่ดี ี ๓.๔.๓ ปฏิบัติตามกฎ ๑. บอกกฎ กติกา และ การเรียนรู้,ทจี่ ะปฏบิ ตั ิตาม ๔ ของสงั คม กติกา และระเบียบของ ระเบียบของสังคมใน กฎ กติกา และระเบียบของ สงั คม โรงเรยี นได้ สงั คม เปน็ สง่ิ สาคญั ท่ีทาให้ ๓.๔.๖ ปฏบิ ัติตนเปน็ ๒. บอกผลดี ผลเสียของการ ผเู้ รยี น เปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของ สมาชกิ ทด่ี ีของครอบครัว ปฏบิ ัติและไม่ปฏิบตั ติ ามกฎ สังคม อยู่รว่ มกบั ผอู้ ่ืนไดด้ ้วย โรงเรียนและประเทศชาติ กติกา และระเบยี บ ของ ความสงบ เรยี บร้อย และมี สังคม ความสุข ๓. ระบุวธิ กี ารปฏบิ ตั ิเพื่อการ เป็นสมาชิกท่ดี ี ของ ครอบครัว โรงเรียน และ ประเทศชาติ ๘ อารมณ์ ๓.๓.๑ มวิ ธิ สี ร้าง ๑. เห็นความสาคญั ของการมิ การเรยี นรทู้ ่ีจะสร้างความ ๔ ความมนั่ คงในอารมณ์ ของตนเองได้อย่าง ความมั่นคงในอารมณ์ ม่ันคงในอารมณข์ องตน จะ เหมาะสม ๒. บอกวธิ สี รา้ งความมน่ั คง ทาใหก้ ารแสดงออกเปน็ ท่ี ในอารมณ์ ของตนไดอ้ ยา่ ง ยอมรบั ของสังคม เป็นคนท่ีมี เหมาะสม บคุ ลกิ ภาพดี มีสัมพันธภาพที่ ๓. ปฏิบตั ิตนในการสร้าง ดีกบั ผ้อู นื่ ความมนั่ คง ทางอารมณ์ของ ตนได้

๓๐ ท่ี เรอ่ื ง จุดประสงคช์ ้ันปี จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง ๙ คณุ ธรรมนา ๓.๓.๒ มีคณุ ธรรมท่ี ๑.อภิปรายประโยชนข์ อง คณุ ธรรม คือ หลักในการ ๓ ชีวติ เหมาะสมกับวยั เซ่นช่ี การมีคุณธรรม ดาเนินชีวติ ทีช่ ่วยให้การอยู่ อสัตย์ กตัญญูกตเวที ๒. ระบคุ ุณธรรมของนักเรียน ร่วมกนั ในสงั คมมีความสุข เออื้ เฟือ เผื่อแผ่ มีน้าใจ ในชว่ งวัย ทีค่ วรมี สงบ ไม่ว่าเดก็ หรือ ผู้ใหญก่ ็ มีจิตสานกึ เพื่อสว่ นรวม ๓. มกี ารเรยี นรวู้ ธิ กี ารปฏิบตั ิ ตอ้ งมีคณุ ธรรมนาชีวิต สามคั คี ฯลฯ ตนท่สี ะท้อน ถึงการมี สาหรบั เด็ก ๆ ต้องทาตามให้ ๓.๔.๕ มีจิตอาสา และทา คณุ ธรรมท่ีเหมาะสมกับวยั เปน็ คนท่มี ีคณุ ธรรมที่ กิจกรรมที่เปน็ ประโยชน์ ๔. แสดงพฤตกิ รรมทส่ี ะท้อน เหมาะสมกบั รยั รวมทั้ง การ ต่อส่วนรวม ถึงการ มีคุณธรรม มจี ิตอาสา ทาประโยชนต์ ่อ ๕.ปฏบิ ัติกิจกรรมทเี่ ปน็ ส่วนรวม ประโยชน์ ตอ่ สว่ นรวม ๑๐ คิดให้ดี ไมม่ ี ๓.๔.๑ รจู้ กั วิธีการ ๑.บอกกระบวนการในการ การดาเนินชีวิตของทกุ คน ๓ ปัญหา ตดั สินใจ และแก้ปญั หาท่ี ตดั สินใจ และแก้ปัญหาตา่ ง ต้องพบกบั ปัญหาทีต่ ้อง ถูกต้อง ๆ อย่างเปน็ ระบบ ตดั สินใจไม่มากกน็ อ้ ย และ ๒. คดิ วเิ คราะห์หาสาเหตุของ การตัดสนิ ใจของ แตล่ ะ ปญั หาได้ บุคคลจะมีผลตอ่ ชวี ิตปจั จบุ ัน ๓. กาหนดทางเลือกในการ และอนาคต นกั เรยี นจึง แกป้ ัญหา วเิ คราะห์,ข้อดี จาเป็นต้องมีทักษะในการ ขอ้ เสียของทางเลือก แต่ละ ตัดสนิ ใจ และแก้ปญั หา ทางเลอื กได้ อยา่ งมีเหตุผล ด้วยการฝึก ๔. ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้ การรูจ้ กั คดิ วิเคราะห์หา อย่างถูกต้อง เหมาะสม สาเหตุของปัญหา กาหนดการเลือกวิเคราะห์ ข้อดีข้อเสีย ของทางเลอื ก และพจิ ารณาตัดสินใจเลือก แนวทางในการแกป้ ญั หา อยา่ งมีเหตุผล จะทาให้การ ตดั สินใจ และแก้ปญั หาได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม

๓๑ ท่ี เรอื่ ง จุดประสงค์ชั้นปี จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน ชว่ั โมง ๑๑ ไมม่ ใี คร เดือดรอ้ น ๓.๔.๔ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ที่ ๑.บอกการกระทาที่ทาให้ การอยู่รว่ มกันในสงั คมตอ้ ง ๓ ทาแล้วมคี วามสุข ผู้อื่นไม่ ตนเองมีความสขุ คานึงถงึ ผู้อ่ืนด้วย การกระทา เดอื ดรอ้ น ๒. วเิ คราะห์บุคคลทรี่ ับผล กิจกรรมตา่ ง ๆ ทเ่ี ราพอใจ จากการกระทา ของตนเอง และมคี วามสขุ ต้องไม่มีผู้ไม่ ๓. สรปุ กิจกรรมท่คี วรปฏิบตั ิ สบายใจ หรอื เปน็ ทกุ ข์กบั โดยทาแลว้ ตนมคี วามสขุ การกระทาน้นั ๆ และผู้อน่ื ไม่เดือดรอ้ น ๑๒ ความรว่ มมือ ๓.๔.๒ ใหค้ วามร่วมมือ ๑.บอกประโยชนข์ องการให้ ความรว่ มมือเปน็ คณุ สมบัติท่ี ๓ และทางานร่วมกับผ้อู ่นื ความรว่ มมอื กับหมูค่ ณะ ดขี องบุคคลท่ีอยใู่ นสงั คมที่ ไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ ๒.บอกพฤติกรรมในการ ตอ้ งมีกจิ กรรมต้องทาร่วมกัน ทางานร่วมกบั ผู้อ่นื อยา่ ง เพอี่ ประโยชน์สขุ ของคนใน สร้างสรรค์ สงั คม สมาชิกในสังคมต้องให้ ๓. ปฏิบตั กิ ิจกรรมท่ีแสดงถึง ความร่วมมอื ในการทา การ ให้ความรว่ มมือกับผอู้ ื่น กจิ กรรมของสังคม อย่าง สร้างสรรค์ รวม ๔๐

๓๒ ๒. กจิ กรรมนักเรียน หลักกำร กิจกรรมนักเรียนเป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัด และความสนใจ โดยเน้น เร่ืองคุณธรรมจรยิ ธรรม ความมรี ะเบียบวินัย การไมเ่ หน็ แก่ตัว ความเปน็ ผูน้ าผตู้ ามทดี่ ีความรบั ผดิ ชอบ การทางาน ร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจ ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน และความเอ้ืออาทรและสมานฉันท์ การจดั กจิ กรรมนักเรียนควรดาเนนิ การ ดังนี้ ๑. จัดให้สอดคลอ้ งกับความสามารถและความสนใจของผู้เรียน ๒. เนน้ ให้ผเู้ รยี นได้ปฏิบัติดว้ ยตนเองในทุกขน้ั ตอน ๓. เน้นการทางานร่วมกนั เป็นกลมุ่ ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวฒุ ภิ าวะของผ้เู รยี น ตลอดจนบรบิ ท ของสถานศกึ ษาและทอ้ งถิ่น วตั ถุประสงค์ ๑. เพอื่ พัฒนาผ้เู รียนใหม้ ีระเบยี บวินยั มคี วามเป็นผู้นาผตู้ ามท่ีดี และมคี วามรบั ผิดชอบ ๒. เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีทกั ษะการทางานร่วมกนั รจู้ ักการแก้ปัญหา มีเหตุผลมีการ ตัดสินใจทเี่ หมาะสม ชว่ ยเหลือแบ่งปันและเอื้ออาทรและสมานฉนั ท์ ๓. สง่ เสริมสนบั สนนุ ใหผ้ เู้ รยี นมคี ุณธรรมจริยธรรม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๔. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนไดป้ ฏิบตั ิกจิ กรรมตามความถนดั และความสนใจ ขอบขำ่ ย กจิ กรรมนักเรียน ประกอบด้วย ๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ และนกั ศึกษาวชิ าทหาร สถานศกึ ษาใหผ้ ู้เรียนเลือกกิจกรรมใดกิจกรรมหนึง่ ตามความถนดั และความสนใจของผู้เรยี นใหส้ อดคล้อง กบั บรบิ ทของสถานศึกษา และครบตามหลกั สูตรของแต่ละกิจกรรม ๒. กิจกรรมชมุ นมุ ชมรม สถานศกึ ษาส่งเสริมให้ผูเ้ รียนจัดกิจกรรมอยา่ งหลากหลาย และเขา้ ร่วมกจิ กรรมตามความถนดั และความ สนใจ ทัง้ นี้ นักเรยี นชั้นประถมศกึ ษา จะต้องเขา้ ร่วมกจิ กรรมทั้งใน ขอ้ ๑ และ ๒

๓๓

๓๔ ๒.๑ กจิ กรรมลกู เสอื - เนตรนำรี กระบวนการลูกเสอื คือ กระบวนการพัฒนาเยาวชน มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อฝึกอบรม ใหก้ ารศกึ ษาและพฒั นา เยาวชนให้เป็นพลเมอื งดี โดยไม่คานึงถึงเชือ้ ชาติ ศาสนา ทงั้ นี้เป็นไปตามความมุง่ ประสงค์ หลักการ และวธิ กี าร ซ่ึงลกู เสือโลกไดก้ าหนดไว้ ปัจจบุ นั กระบวนการลูกเสือถือเป็นกระบวนการทางการศกึ ษาสว่ นหนึ่งซ่ึงมุ่งพัฒนา สมรรถภาพของบคุ คลทง้ั ทางสมอง รา่ งกาย จิตใจ และศีลธรรม เพ่ือให้เป็นบุคคลทม่ี ีความประพฤติ ดงี าม ไม่กระทาตนให้เป็นปัญหาต่อ สังคม และดารงชีวติ อย่างมีความหมายและสุขสบาย หลกั กำร กระบวนการลูกเสือมหี ลักการสาคญั ดังน้ี ๑. มศี าสนาเป็นหลักยึดทางจติ ใจ จงรักภักดตี ่อศาสนาท่ีตนเคารพนับถือ และพึงปฏิบตั ิศาสนกิจด้วยความ จริงใจ ๒. จงรกั ภกั ดีต่อพระมหากษตั ริย์และประเทศชาติของตน พรอ้ มดว้ ยการสง่ เสริมและ สนบั สนุนสนั ตสิ ุข และสนั ตภิ าพ ความเข้าใจที่ดีซึ่งกันและกนั และความร่วมมือซึง่ กันและกนั ตง้ั แต่ระดับท้องถ่นิ ระดับชาติ และระดับ นานาชาติ

๓๕ ๓. เข้ารว่ มพัฒนาสังคม ยอมรับและให้ความเคารพในเกยี รติและศักดิ์ศรีของผู้อนื่ และ เพ่ือนมนษุ ย์ทุกคน รวมท้ังธรรมชาติและสรรพสิง่ ทง้ั หลายในโลก ๔. มีความรับผิดชอบต่อการพัฒนาตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง ๕. ลูกเสอื ทกุ คนต้องยึดมนั่ ในคาปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ วตั ถปุ ระสงค์ พระราชบัญญตั ิลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพือ่ พัฒนาลกู เสือ ท้ังทางกาย สติปัญญา จติ ใจ และศีลธรรมใหเ้ ปน็ พลเมืองดี มีความรับผดิ ชอบ และชว่ ยสรา้ งสรรคส์ ังคม เพื่อให้ เกิดความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งนเี้ พื่อความสงบสขุ และความม่ังคงของประเทศชาติตามแนวทาง ดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. ใหม้ ีนิสยั ในการสังเกต จดจา เชอ่ื ฟัง และพง่ึ ตนเอง ๒. ให้มคี วามซ่อื สัตย์สุจรติ มีระเบียบวนิ ัย และเห็นอกเหน็ ใจผู้อน่ื ๓. ให้ร้จู ักบาเพ็ญตนเพอ่ื สาธารณประโยชน์ ๔. ให้ร้จู กั ทาการฝมี ือและฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆตามความเหมาะสม ๕. ให้รจู้ กั รักษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม และความมง่ั คงชองชาติ ขอบข่ำย กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี เป็นกจิ กรรมท่มี งุ่ ปลกู ฝงั ระเบียบวนิ ยั และกฎเกณฑ์ เพื่อการอยู่รว่ มกนั ใหร้ ู้จักการ เสียสละและบาเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและวิถชี วี ิตในระบอบประชาธปิ ไตย ซ่งึ การจัดกิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี ให้ เปน็ ไปตามขอ้ บังคับของสานักงานลกู เสือแหง่ ชาติ รวมทง้ั ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ โดยกาหนดหลักสูตร ดังน้ี ๑. ลกู เสือสารอง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๓ - เตรียมลูกเสือสารอง และดาวดวงท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ - ดาวดวงท่ี 2 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ - ดาวดวงที่ 3 ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓ ๒. ลูกเสือสามัญ เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ – ๖ - ลกู เสือสามญั เนตรนารี ตรี ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ - ลกู เสือสามญั เนตรนารี โท ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕ - ลูกเสือสามัญ เนตรนารี เอก ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖ แนวกำรจัดกิจกรรม การจดั กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี มแี นวทางการจัดกิจกรรมตามวธิ กี ารลูกเสอื (Scout Method) ซึ่งมี องคป์ ระกอบ ๗ ประการ คือ ๑. คำปฏญิ ำณและกฎ ถือเป็นหลกั เกณฑ์ทีล่ กู เสือทุกคนให้คามน่ั สญั ญาว่าจะปฏบิ ัติตามกฎ ของลูกเสือ กฎ ของลูกเสือมีไวใ้ ห้ลกู เสือเปน็ หลกั ในการปฏบิ ตั ิ ไม่ได้ “หา้ ม” ทา หรอื “บงั คับให้” ทา แตถ่ า้ “ทา” ก็จะทาให้เกดิ ผลดี แกต่ ัวเอง เป็นคนดี ไดร้ บั การยกย่องว่าเป็นผูม้ เี กียรตเิ ชื่อถือได้ ๒. เรยี นรู้จำกกำรกระทำ เปน็ การพฒั นาส่วนบคุ คล ความสาเร็จหรอื ไม่สาเรจ็ ของผลงานอย่ทู กี่ ารกระทาของ ตนเอง ทาใหม้ ีความรู้ท่ชี ดั เจน และสามารถแกป้ ัญหาต่างๆด้วยตนเองได้ และท้าทายความสามารถของตนเอง ๓. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอนั แทจ้ รงิ ของการลูกเสอื เป็นพ้ืนฐานในการอยู่ร่วมกนั การยอมรับซงึ่ กนั และกนั การแบง่ หน้าที่ความรับผดิ ชอบ การชว่ ยเหลอื ซง่ึ กันและกันซ่ึงเป็นการเรียนรู้ การใชป้ ระชาธิปไตยเบื้องต้น

๓๖ ๔. กำรใช้สญั ลกั ษณร์ ว่ มกัน ฝกึ ความเป็นหนง่ึ เดยี วในการเปน็ สมาชกิ ลูกเสอื เนตรนารี ด้วยการใช้ สัญลักษณร์ ่วมกัน ไดแ้ ก่ เคร่ืองแบบ เครื่องหมาย การทาความเคารพ รหัส คาปฏิญาณ กฎ คตพิ จน์ คาขวัญ ธง เปน็ ต้น วิธีการนีจ้ ะช่วยใหผ้ ้เู รียนตระหนกั และภาคภูมิใจในการเปน็ สมาชกิ ขององค์การลูกเสือแหง่ โลก ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทวั่ โลกและเป็นองค์กรท่ีมจี านวนสมาชิกมากทส่ี ุด ๕. กำรศกึ ษำธรรมชำติ คอื ส่ิงสาคญั อนั ดับหนึ่งในกิจกรรมลกู เสอื ธรรมชาตอิ นั โปร่งใสตามชนบท ป่าเขา ปา่ ละเมาะ และพุ่มไม้ เปน็ ท่ีปรารถนาอย่างย่ิงในการทากิจกรรมกับธรรมชาติ การปีนเขา ตัง้ ค่ายพักแรมในสุดสปั ดาห์ หรือตามวาระของการอยู่คา่ ยพักแรมตามกฎระเบยี บ เป็นท่ีเสนห่ าแก่เดก็ ทุกคน ถา้ ขาดสิง่ น้แี ลว้ กไ็ มเ่ รียกวา่ ใชช้ วี ิต แบบลกู เสือ ๖. ควำมกำ้ วหน้ำในกำรเข้ำร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่างๆที่จัดให้เด็กทา ต้องให้มีความก้าวหนา้ และดึงดูดใจ สร้างให้เกดิ ความกระตือรือร้น อยากที่จะทาและวัตถปุ ระสงค์ในการจัดแต่ละอย่างให้สัมพันธก์ ับความหลากหลายใน การพัฒนาตนเอง เกมการเล่นที่สนุกสนาน การแข่งขนั กนั ก็เป็นสิ่งดงึ ดดู ใจและเปน็ การจูงใจท่ีดี ๗. กำรสนบั สนุนโดยผ้ใู หญ่ ผูใ้ หญ่ชีแ้ นะหนทางทีถ่ ูกตอ้ งให้แก่เดก็ เพ่ือให้เขาเกิดความมั่นใจในการทจี่ ะ ตดั สนิ ใจกระทาสง่ิ ใดลงไปทง้ั คู่มีความต้องการซึง่ กนั และกันเดก็ ต้องการให้ผใู้ หญ่ช่วยชี้นา ผ้ใู หญ่เองก็ต้องการนาพาให้ ไปส่หู นทางทดี่ ี ใหไ้ ดร้ บั การพัฒนาอย่างถูกต้องและดที ี่สดุ จงึ เปน็ การร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย เง่ือนไข ๑. เวลำในกำรเขำ้ ร่วมกจิ กรรม การจัดกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ตามหลกั สูตรในแตล่ ะระดับชน้ั สถานศกึ ษาอาจจัดเวลาได้ตามความ เหมาะสม ส่วนการจดั กิจกรรมเพื่อรับเครื่องหมายวิชาพเิ ศษของลูกเสอื เนตรนารี แตล่ ะประเภท อาจใชใ้ นเวลาเรียน ปกติหรือนอกเวลาเรียนก็ได้ ๒. กำรจดั กิจกรรม ๒.๑ กำรจัดกจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารตี ามหลักสูตร ควรจัดใหม้ กี ารเปดิ ประชุมกอง ทกุ ครงั้ เพ่ือเป็น การฝกึ ความมีระเบยี บวินยั ในตนเอง โดยปฏิบัติตามข้ันตอน ดงั นี้ ๒.๑.๑ พิธเี ปิด (ชักธงข้นึ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก) ๒.๑.๒ เกมหรือเพลง ๒.๑.๓ เรียนตามหลกั สตู ร ๒.๑.๔ การเล่าเรื่องสน้ั ท่ีเปน็ ประโยชน์ ๒.๑.๕ พธิ ปี ิด (นัดหมาย ตรวจ ชักธงลง เลกิ ) ๒.๒ กิจกรรมกำรอยคู่ ำ่ ยพักแรม การเดินทางไกลและอยู่คา่ ยพักแรม มวี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อฝกึ ใหล้ ูกเสือ มคี วาม อดทน อยู่ในระเบียบวินัย รจู้ ักช่วยตวั เอง รู้จักอยู่และทางานร่วมกบั ผ้อู ื่น ตลอดจนเรยี นวชิ าลกู เสือ เพม่ิ เติม ผูบ้ ังคับบญั ชาลกู เสือจาเปน็ ต้องวางแผนนาลกู เสือไปเดินทางไกล และอยู่ค่ายพักแรมไวใ้ หพ้ ร้อมก่อนและเน่นิ ๆ ดังนนั้ บทบาทผบู้ งั คับบัญชาลูกเสือท่ีมหี นา้ ที่รบั ผิดชอบต่อลกู เสือตอ่ งานการอยู่คา่ ยพักแรม และตามหน้าที่ของตนเองจึง จาเป็นตอ้ งหาโอกาสใหล้ กู เสือของตนไดม้ ี โอกาสในการอยู่ค่ายพกั แรมเสมอ ใหผ้ กู้ ากับลกู เสือนาลกู เสือไปฝกึ เดินทางไกล และอยคู่ ่ายพักแรมปหี นึ่งไมน่ ้อยกวา่ ๑ คร้งั คร้งั หน่ึงใหอ้ ยู่ คา่ ยพักแรมอย่างน้อย ๑ คนื ๒.๓ กิจกรรมพธิ ีกำร สถานศกึ ษาควรจัดกิจกรรมพิธกี ารลูกเสอื เชน่ พิธีเขา้ ประจากอง พิธีทบทวน คาปฏญิ าณและสวนสนามพธิ ถี วายราชสดุดี พธิ ีประดบั เครื่องหมายต่างๆ เปน็ ตน้ เพ่ือให้ลูกเสือมีความภาคภูมใิ จและ เหน็ คุณค่าในการเปน็ ลูกเสือ ๒.๔ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ สถานศึกษาควรสง่ เสริมการจัดกิจกรรมใหล้ ูกเสือไดบ้ าเพ็ญประโยชน์ ตามอดุ มการณ์ของลูกเสือ

๓๗ ๓. ผบู้ ังคบั บญั ชาลูกเสอื ควรผ่านการฝึกอบรมวิชาผู้กากบั ลูกเสือขนั้ ความร้เู บื้องตน้ ในแต่ละประเภท ๔. สถานศกึ ษาควรใหม้ ีการจัดต้งั กลมุ่ หรือกองลูกเสือตามข้อบังคบั คณะลูกเสือแหง่ ชาติ กำรประเมินกจิ กรรม การประเมินกจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี เป็นกระบวนการทดสอบความสามารถและ พัฒนาการด้านตา่ งๆ ของผ้เู รียนลูกเสือเนตรนารี ซ่งึ นอกจากพจิ ารณาความรูต้ ามทฤษฎแี ล้วตอ้ งพจิ ารณาด้านความประพฤติ พฤติกรรม การเข้าร่วมกิจกรรมที่เน้นทกั ษะและการปฏบิ ัติตา่ งๆ ด้วยวิธีการประเมินท่หี ลากหลายและการประเมินตามสภาพจรงิ ซงึ่ แบ่งการประเมินผลออกเป็น ๒ ส่วน คอื ๑. กิจกรรมบังคับ เป็นการประเมนิ ผลกิจกรรมตามหลักสตู ร เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รียนผา่ นเกณฑ์ การตัดสนิ เลือ่ นช้นั หรือจบหลักสตู ร โดยการเขา้ รว่ มกิจกรรมและผา่ นการประเมนิ ตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากาหนด มกี ารประเมนิ ผล ตลอดภาคเรยี น/ปี โดยวธิ กี ารสงั เกตการเขา้ ร่วมกิจกรรม การซกั ถาม การทดสอบภาคทฤษฎแี ละปฏิบัติ โดยกาหนด ผลการประเมนิ เป็น “ผา่ น” และ “ไม่ผา่ น” ผ่าน หมายถงึ ผ้เู รียนมีเวลาเข้ารว่ มกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัติกจิ กรรม และมีผลงาน/ ชิ้นงาน/คณุ ลกั ษณะตามเกณฑท์ ี่สถานศกึ ษากาหนด ไมผ่ ่าน หมายถงึ ผเู้ รยี นมีเวลาเข้ารว่ มกิจกรรมไมค่ รบตามเกณฑ์ ไม่ผา่ น การปฏิบัตกิ ิจกรรม หรือมีผลงาน/ชนิ้ งาน/คุณลักษณะ ไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากาหนด ๒. วิชำพิเศษ การประเมนิ ผลวิชาพเิ ศษในแต่ละวชิ า ใช้วธิ กี ารทดสอบทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบตั ิ ตามหลกั เกณฑใ์ นข้อบงั คับคณะลกู เสือแห่งชาติ

๓๘ โครงสรำ้ งกิจกรรมลกู เสือ-เนตรนำรี สำรอง (เตรียมลกู เสือสำรองและดำวดวงท่ี ๑) ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน ช่วั โมง ๑ ประวัติกจิ การ ๑.๑ เลา่ ประวตั ขิ องกิจการลูกเสือ - ประวัตขิ องลูกเสือสารอง ๕ ลูกเสือสารอง สารองได้ - ประโยชน์ของการเปน็ ลูกเสือ ๒ ๑.๒ บอกประโยชน์ของการเป็นลูกเสอื สารอง ๓ สารองได้ - เครื่องแบบและสัญลักษณ์ของ ๓ ๑.๓ แตง่ เครือ่ งแบบลูกเสือสารองได้ ลกู เสือสารอง ๒ ความรเู้ ร่ืองเมาคลี ๒.๑ สรุปเนอ้ื หา นิยายเรอ่ื งเมาคลี ได้ - นิทานเร่ืองเมาคลี ๒.๒ บอกลักษณะนิสัยของตัวละครใน - ลกั ษณะนิสัยของตวั ละครเรอ่ื ง นยิ ายเรอ่ื งเมาคลีได้ เมาคลี ๒.๓ เลยี นแบบท่าทางของสัตวใ์ น - การแสดงบทบาทสมมุติเรื่อง นิยายเร่อื งเมาคลีได้ เมาคลี ๓ ระเบยี บแถว ๓.๑ เข้าแถวตามหมู่ของตนเองได้ - การเข้าแถวตามหมคู่ ณะของ เบอ้ื งตน้ ๓.๒ ปฏิบัตติ นอยู่ในระเบียบแถวทา่ ตน ตรง ทา่ พัก ทาพักอยู่กบั ท่ีได้ - การเขา้ แถวตามสัญญาณมือ ๓.๓ เข้าแถวหนา้ กระดานแถวเด่ียว ของผูก้ ากับ แถวตอน แถวครึง่ วงกลม และแถว - การปฏบิ ัตติ ามคาสัง่ ในการจดั วงกลมได้ ระเบยี บแถว ๔ การทาความเคารพ ๔.๑ แสดงทา่ ทาความเคารพเปน็ - การแสดงความเคารพเปน็ และการจบั มือซ้าย รายบคุ คล และเปน็ หมูไ่ ด้ รายบคุ คล ๔.๒ บอกประวตั ิการจบั มือซ้ายและ - การแสดงความเคารพเป็นหมู่ แสดงวธิ กี ารจับมอื ซ้ายแบบลูกเสือได้ - การแสดงการจบั มือแบบลูกเสอื ๕ คาปฏญิ าณ กฎ คติ ๕.๑ บอกและปฏบิ ัติตามคาปฏญิ าณ - การกลา่ วคาปฏิญาณ กฎ และ ๔ ๓ พจนข์ องลูกเสือ ของลูกเสือสารองได้ คติพจน์ของลูกเสือ สารอง สารอง ๕.๒ บอกและปฏบิ ตั ิตามกฎของ - การปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ ลูกเสอื สารองได้ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง ๕.๓ บอกและปฏิบตั ิตามคติพจน์ของ ลกู เสอื สารองได้ ๖ อนามัย ๖.๑ บอกเหตุผล และบอกวิธีการ -วิธีการรกั ษาความสะอาด ฟัน มือ รกั ษาความสะอาด ฟัน มือ เท้า เล็บได้ เทา้ เล็บ ๖.๒ แสดงวิธีการหายใจ แสดงวธิ ี -วิธกี ารหายใจ และวิธปี ้องกันโรค ปอ้ งกันโรคหวดั ไมใ่ ห้แพร่ออกไปได้ หวัดไมใ่ หแ้ พร่ออกไป

๓๙ ท่ี เรือ่ ง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน ชวั่ โมง ๖.๓ แสดงวิธปี ฏิบตั เิ มื่อมบี าดแผล -วิธปี ฏิบตั ิเมอ่ื มีบาดแผลเล็กน้อย ๒ ๒ เลก็ น้อย และขอความชว่ ยจากผใู้ หญ่ และขอความช่วยจากผู้ใหญเ่ ม่ือ ๑ ๒ เม่อื เกิดอุบตั ิเหตุเกดิ ขน้ึ ได้ เกดิ อุบตั ิเหตเุ กิดขึน้ ๔ ๔ ๗ ความสามารถใน ๗.๑ ขว้าง รบั ลกู บอล มว้ นหน้า ขวา้ ง รับลูกบอล มว้ นหนา้ ๑ เชิงทกั ษะ กระโดดข้ามสิ่งกดี ขวาง ปนี ต้นไมไ้ ด้ กระโดดขา้ มสิง่ กดี ขวาง ปนี ต้นไม้ ๘ การสารวจ ๘.๑ บอกสถานทที่ ่ีให้บริการใน -สารวจสถานท่ที ่ใี ห้บริการใน ทอ้ งถิน่ และขอความชว่ ยเหลือจาก ทอ้ งถ่นิ ผใู้ หญ่ ตารวจหรือหนว่ ยดับเพลิงได้ -การขอความช่วยเหลอื จากผูใ้ หญ่ ตารวจหรือหน่วยดบั เพลงิ ๙ การค้นหาธรรมชาติ ๙.๑ บอกชือ่ พชื สัตว์ท่พี บเห็น และ -บอกชือ่ พชื สตั ว์ท่พี บเห็น บอกลกั ษณะ ประโยชน์ โทษของพืช -บอกลักษณะ ประโยชน์ โทษของ หรือสัตวท์ พ่ี บเห็นได้ พืชหรือสตั วท์ ่ีพบเหน็ ๑๐ ความปลอดภัย ๑๐.๑ บอกสาเหตุที่ทาให้เกิดอุบตั เิ หตุ -สาเหตทุ ีท่ าใหเ้ กิดอบุ ตั เิ หตใุ นบา้ น ในบา้ น และอนั ตรายทเ่ี กิดจากไฟไหม้ และอันตรายที่เกิดจากไฟไหม้ ได้ -การเดนิ ถนน ขา้ มถนนอยา่ ง ๑๐.๒ แสดงตนในการเดินถนน ข้าม ปลอดภยั ถนนอย่างปลอดภยั ได้ ๑๑ การบรกิ าร ๑๑.๑ แสดงวธิ เี ก็บเสอ้ื ผา้ รองเท้า จัด -วิธเี ก็บเสือ้ ผา้ รองเทา้ ท่นี อนให้เกดิ ความเรียบร้อยได้ -การจัดท่ีนอน ๑๑.๒ แสดงวธิ ีตม้ นา้ รอ้ น และการทา -วิธีตม้ นา้ ร้อน ความสะอาดเครื่องใชห้ ลงั จากใช้เสรจ็ -การทาความสะอาดเคร่ืองใช้ แล้วได้ หลงั จากใชเ้ สรจ็ แล้ว ๑๒ ธงและประเทศ ๑๒.๑ บอกพระราชประวัติและพระ -พระราชประวตั แิ ละพระราช ต่างๆ ราชกรณยี กจิ ทส่ี าคัญของรัชกาล กรณยี กจิ ทส่ี าคัญของรชั กาล ปัจจุบันได้ ปัจจบุ ัน ๑๒.๒ รอ้ งเพลงชาติ เพลงสรรเสริญ -ร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระ พระบารมี และปฏบิ ตั ิได้ เม่ือมีการ บารมี บรรเลงเพลงชาติและเพลงสรรเสรญิ -ประวัติธงชาติไทย พระบารมี -สงิ่ ประกอบ ความหมายของธง ๑๒.๓ บอกประวตั ธิ งชาติไทย บอกส่งิ ชาติไทย ประกอบ ความหมายของธงชาติไทยได้ -ลกั ษณะของธงคณะลูกเสือ ๑๒.๔ บอกลกั ษณะของธงคณะ แห่งชาติ ลูกเสอื แหง่ ชาติได้ -ลกั ษณะของธงชาตอิ ังกฤษ และธง ๑๒.๕ บอกลกั ษณะของธงชาติอังกฤษ ชาติฟลิ ิปปินส์ และธงชาติฟลิ ปิ ปินสไ์ ด้ ๑๓ การฝมี ือ ๑๓.๑ นาเศษวัสดุมาประดิษฐเ์ ปน็ การประดิษฐ์เศษวัสดเุ ปน็ หนุ่ จาลองได้ หนุ่ จาลอง

ที่ เรอ่ื ง จุดประสงค์กำรเรยี นรู้ สำระกำรเรยี นรู้ ๔๐ ๑๔ กิจกรรมกลางแจง้ ๑๔.๑ บอกเครอ่ื งหมายทใ่ี ชใ้ นการ เครอื่ งหมายทใี่ ชใ้ นการเดนิ ทาง จำนวน ๑๕ การบันเทิง เดินทางสะกดรอยและเดนิ สะกดรอย สะกดรอยและเดนิ สะกดรอย ชั่วโมง ๑๖ การผกู เงื่อน ได้ ๑ ๑๕.๑ แสดงเงียบตามลาพงั หรือ การแสดงเงยี บตามลาพัง หรือ ร่วมกบั เพื่อนได้ ร่วมกบั เพื่อน ๑ -ผูกเง่อื นพิรอด เงื่อนขดั สมาธิ ๒ ๑๖.๑ ผกู เงือ่ นพริ อด เง่ือนขัดสมาธิ -ประโยชน์และการเก็บเชือก และบอกประโยชนแ์ ละการเก็บเชือก ๔๐ ได้ รวม

๔๑ โครงสร้ำงกจิ กรรมลูกเสอื -เนตรนำรี สำรอง (ดำวดวงที่ ๒) ช้นั ประถมศกึ ษำปีที่ ๒ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ท่ี เร่ือง จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน ช่วั โมง ๑ อนามยั ๑.๑ บอกความสาคัญของการหลับ - ความสาคญั ของการหลับสนทิ ใน 5 สนิทในเวลากลางคนื ได้ เวลากลางคืน ๖ ๑.๒ แสดงวธิ ปี ฐมพยาบาลเม่ือมเี ลือด - วธิ ีปฐมพยาบาลเมือ่ มเี ลือดกาเดา ๓ กาเดาออก ออก ๓ ๑ ๑.๓ บอกความสาคญั ของการขอความ - ความสาคญั ของการขอความ ๓ ๒ ความสามารถใน ชว่ ยเหลือจากผ้ใู หญเ่ ม่ือเกิดอุบตั ิเหตุ ช่วยเหลอื จากผใู้ หญ่เม่ือเกดิ ๓ เชิงทักษะ ได้ อบุ ัติเหตุ ๔ ๒.๑ กระโดดเชือกเท้าติดกนั โดย - การกระโดดเชือกเทา้ ตดิ กนั โดย แกวง่ เชอื กด้วยตนเองได้ แกว่งเชอื กดว้ ยตนเอง ๒.๒ เดนิ ทรงตวั บนราวไม้ และบน - การเดินทรงตัวบนราวไม้ และ กาแพงได้ บนกาแพง ๒.๓ เล้ียงลูกบอลด้วยปลายเทา้ อย่าง - การเลี้ยงลกู บอลด้วยปลายเท้า รวดเรว็ อ้อมสิง่ กีดขวางได้ อย่างรวดเรว็ อ้อมส่งิ กีดขวางได้ ๓ การสารวจ ๓.๑ เขียนรายงานการสารวจ และ - การเขียนรายงานการสารวจ เยือนสถานท่ีในท้องถน่ิ ได้ และเยอื นสถานทใ่ี นท้องถ่ิน ๔ การค้นหาธรรมชาติ ๔.๑ เพาะถ่วั งอกหรอื เมล็ดพันธพ์ ชื อนื่ - การเพาะถัว่ งอกหรือเมลด็ พนั ธ์ ท่ีงอกงา่ ยได้ พืชอ่ืนที่งอกง่าย ๔.๒ บอกชนดิ ของอาหารทใี่ ห้แกส่ ัตว์ - ชนิดของอาหารท่ใี ห้แกส่ ตั ว์เล้ียง เลีย้ งได้ ๕ ความปลอดภยั ๕.๑ บอกวิธีการปฏิบตั ิตนให้ปลอดภัย - วิธกี ารปฏิบตั ติ นใหป้ ลอดภัยใน ในการเดนิ ทาง ทางน้าได้ การเดินทาง ทางนา้ ๖ การบรกิ าร ๖.๑ จา บอก หรอื ส่งขา่ วดว้ ยตัวเลข - วิธสี ง่ ข่างใหผ้ ู้ใหญ่ หรือ ขอ้ ความ ช่ือ วธิ สี ง่ ข่างให้ผู้ใหญ่ หรอื เจา้ หนา้ ทีท่ ราบเม่ือเกดิ อุบัติเหตุ เจ้าหนา้ ท่ที ราบเม่ือเกดิ อบุ ัติเหตไุ ด้ - การใช้โทรศัพทส์ าธารณะ และ ๖.๒ ใชโ้ ทรศัพทส์ าธารณะ และสมุด สมดุ โทรศัพท์ โทรศพั ท์ได้ ๗ ธงและประเทศ ๗.๑ ปฏบิ ัติวธิ ชี ักธงข้ึน ชกั ธงลง และ - วิธชี ักธงข้นึ ชักธงลง และวิธเี กบ็ ตา่ งๆ บอกวิธเี กบ็ รกั ษาธงชาตใิ ห้เรยี บรอ้ ยได้ รักษาธงชาติใหเ้ รยี บร้อย ๗.๒ เขียนภาพธงคณะลกู เสือโลก - การเขียนภาพธงคณะลกู เสือโลก และเขียนภาพธงประเทศอื่นๆ ได้ ๔ และเขยี นภาพธงประเทศอ่ืนๆ ๔ ประเทศ ประเทศ ๗.๓ บอกชื่อ และที่ต้ังของประเทศ - ชื่อ และทตี่ ั้งของประเทศ ใกลเ้ คยี งได้ ใกลเ้ คียง ๘ การฝีมอื ๘.๑ สามารถนาเศษวัสดมุ าประดษิ ฐ์ - การประดษิ ฐเ์ ศษวัสดุเป็น เป็นอุปกรณห์ รอื ของเล่นได้ อปุ กรณ์หรือของเลน่

ที่ เรอ่ื ง จุดประสงค์กำรเรยี นรู้ สำระกำรเรียนรู้ ๔๒ ๙ กิจกรรมกลางแจ้ง ๙.๑ สามารถกอ่ ไฟ ปรุงอาหาร และ - การกอ่ ไฟ ปรุงอาหาร และดับ จำนวน ช่วั โมง ดบั ไฟ ทาความสะอาดสถานท่ีได้ ไฟ ทาความสะอาดสถานที่ ๓ ๔ ๑๐ การบันเทงิ ๑๐.๑ ทากจิ กรรม เล่านทิ าน ร้อง - กิจกรรม เลา่ นทิ าน ร้องเพลง ๓ เพลง ได้ - การมว้ นตัวทา่ ต่างๆ ตามลาพัง ๓ ๑๐.๒ ม้วนตัวทา่ ต่างๆ ตามลาพังและ และกบั เพ่ือนลูกเสือสารอง ๔๐ กบั เพื่อนลกู เสือสารองได้ ๑๑ การผกู เง่ือน ๑๑.๑ ผูกเงอ่ื นบ่วงสายธนู และเงอื่ น - การผกู เงอ่ื นบ่วงสายธนู และ กระหวัดไม้ พร้อมบอกประโยชน์ของ เง่อื นกระหวัดไม้ การนาเง่ือนบ่วงสายธนู และเง่อื น - ประโยชน์ของการนาเง่ือนบว่ ง กระหวดั ไม้ได้ สายธนู และเง่ือนกระหวัดไม้ ๑๒ คาปฏญิ าณ กฎ คติ ๑๒.๑ ปฏิบัติตามคาปฏญิ าณของ - การปฏบิ ัติตามคาปฏญิ าณของ พจน์ ลูกเสอื สารอง ลกู เสอื สารองได้ ลูกเสอื สารอง ๑๒.๒ ปฏบิ ัตติ ามกฎ ของลูกเสอื - การปฏิบตั ิตามกฎ ของลูกเสอื สารองได้ สารอง ๑๒.๓ ปฏบิ ตั ติ ามคตพิ จน์ของลูกเสอื - การปฏิบัตติ ามคติพจน์ของ สารองได้ ลูกเสือสารอง รวม

๔๓ โครงสรำ้ งกจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนำรี สำรอง (ดำวดวงที่ ๓) ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๓ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ที่ เรือ่ ง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ จานวน ชั่วโมง ๑ อนามยั ๑.๑ จดั ทาทเี่ กบ็ อปุ กรณ์ ปัจจุบนั - การจดั ทาทเ่ี กบ็ อปุ กรณ์ ปัจจุบนั ๕ พยาบาลสาหรบั ตนเองเพ่ือนาติดตัว พยาบาลสาหรับตนเองเพื่อนาติด ออกไปเมอื่ เดนิ ทางไปนอกสถานที่ ตวั ออกไปเม่ือเดนิ ทางไปนอก ๑.๒ บอกความสาคญั ของการขอความ สถานท่ี ช่วยเหลอื จากผู้ใหญ่เม่ือมีอุบัตเิ หตุ -ความสาคัญของการขอความ เกิดขน้ึ ได้ ชว่ ยเหลอื จากผใู้ หญ่เม่ือมีอุบัตเิ หตุ ๑.๓ แสดงวธิ ปี ฐมพยาบาล เมอ่ื ถกู เกดิ ข้ึน แมลงกดั ไฟไหม้ น้าร้อนลวกได้ -วธิ ีปฐมพยาบาล เมื่อถูกแมลงกัด ไฟไหม้ น้ารอ้ นลวก ๒ ความสามารถเชิง ๒.๑ ปฏิบตั ิกิจกรรม วิง่ ๕๐ เมตร - วง่ิ ๕๐ เมตร ๕ ทักษะ วิง่ หรอื กระโดดไกล ขว้างลูกบอล - วิง่ กระโดดไกล กระโดดข้ามสง่ิ กดี ขวางได้ - ขวา้ งลกู บอล - กระโดดข้ามสง่ิ กีดขวาง ๓ การสารวจ ๓.๑ ดูนาฬิกา และนบั เวลาได้ 24 - การดนู าฬกิ า และนับเวลา ๒๔ ๓ ชั่วโมง ชวั่ โมง ๓.๒ วางแผนในการเดินทางไกลได้ - การวางแผนในการเดนิ ทางไกล ๔ การคน้ หาธรรมชาติ ๔.๑ บอกสภาพดิน ฟา้ อากาศตาม - สภาพดิน ฟา้ อากาศตามฤดูกาล ๓ ฤดกู าลได้ - การจดั ทาสมุดภาพหรือสะสม ๔.๒ จัดทาสมดุ ภาพหรือสะสมส่งิ ของ ส่งิ ของเกย่ี วกับดนิ ฟ้า อากาศ เกยี่ วกบั ดนิ ฟา้ อากาศได้ ๕ ความปลอดภัย ๕.๑ ปฏบิ ตั ิตามกฎจราจร และบอก - การปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจร และ ๒ ข้อควรปฏบิ ัตใิ นการป้องกนั ภัยเมื่อไมม่ ี บอกขอ้ ควรปฏิบตั ิในการป้องกัน คนอยู่บา้ นได้ ภยั เมือ่ ไม่มคี นอยู่บา้ น ๖ การบรกิ าร ๖.๑ วางแผน และดาเนนิ การ - การวางแผน และดาเนินการ ๒ ให้บรกิ ารแก่ผู้อืน่ ได้ ให้บริการแก่ผู้อ่นื ๗ ธงและประเทศ ๗.๑ บอกลักษณะธงลกู เสอื ประจา - ลักษณะธงลกู เสือประจาจังหวัด ๓ ตา่ งๆ จังหวดั และธงคณะลูกเสอื แห่งชาติได้ – ลกั ษณะธงคณะลูกเสอื แห่งชาติ ๗.๒เขยี นภาพธงประเทศต่างๆ ได้ ๔ - การเขยี นภาพธงประเทศต่างๆ ประเทศ ๔ ประเทศ ๘ การฝีมือ ๘.๑ ประดษิ ฐส์ งิ่ ของจากเศษวัสดุ โดย - การประดิษฐส์ ่งิ ของจากเศษวัสดุ ๕ เครอ่ื งมอื ท่ีเหมาะสมได้ โดยเครือ่ งมือที่เหมาะสม ๘.๒ บอกวธิ กี ารใช้ และเกบ็ รกั ษา - วิธีการใช้ และเกบ็ รกั ษา เครอ่ื งมือได้ เครือ่ งมือ

๔๔ ท่ี เร่อื ง จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ จานวน ชว่ั โมง ๙ กจิ กรรมกลางแจ้ง ๙.๑ บอกทิศทางและวธิ ีอ่านเข็มทศิ ได้ - ทิศและวธิ อี ่านเข็มทิศ ๒ ๙.๒ หาเส้นทางในระยะทาง ๔๐๐ - การหาเส้นทางในระยะทาง ๓ ๔ เมตร โดยใชเ้ ขม็ ทิศได้ ๔๐๐ เมตร โดยใชเ้ ขม็ ทิศ ๓ ๑๐ การบันเทิง ๑๐.๑ ทากิจกรรม จัดและเข้าร่วม - การจดั และเขา้ ร่วมแสดงละคร ๔๐ แสดงละครกับเพื่อนลูกเสือหรือรอ้ ง กับเพื่อนลูกเสือ เพลงกบั เพื่อนลูกเสือได้ - การรอ้ งเพลงกับเพ่อื นลูกเสอื ๑๑ การผูกเงื่อน ๑๑.๑ ผกู เงอื่ นบ่วงสายธนู แบบต่างๆ - การผกู เง่อื นบ่วงสายธนูแบบ ได้ ตา่ งๆ ๑๑.๒ ผูกเงื่อนกระหวัดไม้ ๒ ช้ัน - การผูกเงือ่ นกระหวัดไม้ ๒ ชนั้ และขดเชือกยาวไวเ้ รยี บร้อยได้ และขดเชือกยาวไว้เรยี บร้อย ๑๒ คาปฏญิ าณ กฎ ๑๒.๑ ท่อง บอกความหมาย ปฏิบตั ิ - การทอ่ ง บอกความหมาย และ และคติพจน์ลกู เสือ ตามคาปฏิญาณของลูกเสือสารองได้ ปฏบิ ัติตามคาปฏิญาณของลกู เสอื สารอง ๑๒.๒ ทอ่ ง บอกความหมาย ปฏบิ ตั ิ สารอง ตามกฎของลกู เสือสารองได้ - การทอ่ ง บอกความหมาย และ ๑๒.๓ ทอ่ ง บอกความหมาย ปฏบิ ัติ ปฏิบัติตามกฎของลกู เสือสารอง ตามคติพจนข์ องลกู เสือสารองได้ - การท่อง บอกความหมาย และ ปฏิบัตติ ามคติพจนข์ องลูกเสือ สารอง รวม

๔๕ โครงสร้ำงกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนำรี ตรี จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ ท่ี เร่อื ง จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ จานวน ช่วั โมง ๑ ประวตั ิลอร์ด เบเดน ๑.๑ เล่าประวตั ขิ อง ลอรด์ เบเดน โพ - ประวตั ิของ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ๒ โพเอลล์ เอลล์ โดยย่อๆ ได้ โดยย่อๆ ๒ พระราชประวัติของ ๒.๑ เลา่ พระราชประวัตขิ อง - พระราชประวตั ขิ อง ๕ พระบาทสมเดจ็ พระ พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า มงกฎุ เกลา้ เจ้าอย่หู วั เจา้ อยหู่ ัว โดยย่อๆ ได้ เจ้าอยหู่ วั โดยย่อๆ ๒.๒ บอกพระราชกรณยี กิจของ - พระราชกรณยี กิจของ พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้า พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้า เจ้าอยูห่ วั อย่างน้อย ๒ ขอ้ ได้ เจ้าอย่หู วั อย่างน้อย ๒ ขอ้ ๒.๓ อธบิ ายการกาเนดิ ของลูกเสอื ไทย - การกาเนิดของลูกเสือไทย โดยสังเขป ได้ โดยสงั เขป ๓ ววิ ฒั นาการของ ๓.๑ บอกวิวฒั นาการของการลูกเสือ - ววิ ัฒนาการของการลกู เสือโลก ๓ ลูกเสือโลกและ โลกและลกู เสอื ไทยได้ - ววิ ัฒนาการของลกู เสือไทย ลกู เสือไทย ๔ การทาความเคารพ ๔.๑ แสดงความเคารพท่ามือเปล่า และ - การแสดงความเคารพท่ามือเปล่า ๑๐ การแสดงรหัส การ ทา่ ถือพลองได้ และท่าถอื พลอง จบั มือ ๔.๒ บอกความหมายของรหัสลูกเสอื ได้ - รหสั ลกู เสอื ถกู ต้อง - ความเป็นมาของการจับมือแบบ ๔.๓ บอกความเปน็ มาของการจับมอื ลกู เสอื และปฏบิ ัติ แบบลกู เสือ และปฏิบตั ไิ ด้ ๕ คาปฏิญาณ กฎ และ ๕.๑ บอกความหมาย และปฏิบตั ิตาม - คาปฏิญาณลูกเสอื สามัญ ๔ คตพิ จนข์ องลูกเสอื คาปฏิญาณลกู เสือสามญั ได้ - กฎของลกู เสือสามญั สามญั ๕.๒ กลา่ วคาปฏิญาณ และท่องกฎของ - คตพิ จน์ของลูกเสือสามญั ลกู เสอื สามญั ได้ ๕.๓ อธิบายความหมายของคติพจน์ ของลกู เสือสามัญได้ ๖ การบริการ ๖.๑ ปฏิบตั ิกจิ กรรมร่วมกบั หมู่ลูกเสอื - การปฏิบตั ิกจิ กรรมรว่ มกับหมู่ ๖ และกองลูกเสือ นอกสถานท่ีได้ ลูกเสือและกองลูกเสอื นอกสถานท่ี ๗ ระเบยี บแถว ๗.๑ ปฏิบัตติ ามระเบียบแถวทา่ มอื - การปฏิบัติตามระเบยี บแถวทา่ มือ ๑๐ เปล่าได้ เปล่า ๗.๒ ปฏบิ ัติตามระเบียบแถวทา่ ถอื ไม้ - การปฏิบัติตามระเบียบแถวท่าถอื พลองได้ ไมพ้ ลอง ๗.๓ ปฏบิ ตั ติ ามสัญญาณมือ สัญญาณ - การปฏิบัตติ ามสญั ญาณมือ นกหวีดได้ สญั ญาณนกหวีด ๗.๔ เข้าแถวรูปแบบต่างๆ ได้ - การเขา้ แถวรูปแบบต่างๆ รวม ๔๐

๔๖ โครงสรำ้ งกจิ กรรมลกู เสอื -เนตรนำรี โท ช้นั ประถมศึกษำปีที่ ๕ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ท่ี เรอ่ื ง จุดประสงค์การเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ จานวน ชว่ั โมง ๑ การรูจ้ กั พึ่งตนเอง ๑.๑ แสดงวธิ บี รรจสุ ิ่งของลงเครอ่ื งหลัง - วธิ บี รรจสุ ง่ิ ของลงเครื่องหลัง ๑๐ ได้ - การเตรยี มเคร่อื งปจั จบุ ันพยาบาล ๑.๒ เตรียมเคร่ืองปจั จุบันพยาบาล เปน็ สว่ นตวั สาหรบั การเดนิ ทางไกล เป็นส่วนตวั สาหรับการเดนิ ทางไกลได้ - การกอ่ ไฟ ปรงุ อาหาร เคร่ืองด่มื ๑.๓ กอ่ ไฟ ปรงุ อาหาร เครื่องดืม่ และ และปรุงอาหารอย่างง่ายนอกสถานที่ ปรุงอาหารอย่างง่ายนอกสถานท่ีได้ - การกางเตน็ ท์ และเกบ็ เต็นท์ ๑.๔ กางเต็นท์ และเกบ็ เตน็ ทไ์ ด้ ๒ การช่วยเหลือผู้อื่น ๒.๑ แสดงวิธีการปฐมพยาบาล - วิธีการปฐมพยาบาลบาดแผลที่ ๓ บาดแผลทีเ่ กดิ จาก แมง หรือสัตว์มีพิษ เกดิ จาก แมง หรือสัตวม์ ีพษิ ต่อย ต่อย ได้ - วธิ ปี ฐมพยาบาลเมื่อถูกแดดเผา ๒.๒ แสดงวิธีปฐมพยาบาลเม่ือถูกแดด ไฟลวก น้าร้อนลวก เผา ไฟลวก นา้ ร้อนลวกได้ - ชื่อสถานที่สาคัญในท้องถิน่ และ ๒.๓ บอกชื่อสถานท่สี าคัญในท้องถิน่ ชแี้ นะนาไปยงั สถานที่สาคญั ใน และชแ้ี นะนาไปยงั สถานทส่ี าคญั ใน ทอ้ งถน่ิ ท้องถิน่ ได้ ๓ การเดินทางไปยัง ๓.๑ บอกชื่อทิศ ทัง้ ๘ ได้ถูกต้อง - ช่ือทศิ ทั้ง ๘ ๓ สถานทีต่ า่ งๆ ๓.๒ บอกเครื่องหมายต่างๆ ในแผนที่ - เครื่องหมายต่างๆ ในแผนที่ และ และหาทศิ โดยใชแ้ ผนที่ เข็มทิศได้ หาทศิ โดยใชแ้ ผนที่ เข็มทศิ ๔ การเดินทางไกล ๔.๑ เดินทางไป – กลบั ระยะทาง ๕ - การเดินทางไป – กลับ ระยะทาง ๔ กิโลเมตร และบอก กฎ เคร่ืองหมาย ๕ กิโลเมตร จราจรได้ - กฎ เคร่ืองหมายจราจร ๕ ทกั ษะในวชิ าการ ๕.๑บอกวิธีการใช้มีด ขวาน อย่าง - วิธกี ารใช้มดี ขวาน อยา่ ง ๑๐ ลูกเสือ เหมาะสมกับงาน และบอกวิธกี ารเก็บ เหมาะสมกบั งาน และบอกวธิ ีการ รกั ษามีด ขวานได้ เก็บรกั ษามีด ขวาน ๕.๒ ผูกเงอ่ื นประมง เงื่อนผูกรน่ เง่ือน - การผูกเง่อื นประมง เง่ือนผูกรน่ คนลากได้อย่างน้อย ๑ เง่อื น เงือ่ นคนลาก ๕.๓ ผกู เงื่อนขดั สมาธิ และเง่ือน - การผกู เง่อื นขัดสมาธิ และเงือ่ น ขัดสมาธิ ๒ ช้นั ได้ ขดั สมาธิ ๒ ชน้ั ๕.๔ ผูกเง่อื นผูกซุง เงื่อนตระกรดุ เบ็ด - การผกู เงอื่ นผกู ซุง เงื่อนตระกรุด เงื่อนผกู รง้ั ไดอ้ ย่างนอ้ ย ๑ เง่ือน เบ็ด เงอ่ื นผกู รัง้ ๕.๕ ผกู แนน่ แบบต่างๆ และบอก - การผกู แน่นแบบต่างๆ และบอก ประโยชนข์ องการผูกแน่นแบบตา่ งๆ ได้ ประโยชนข์ องการผกู แนน่ แบบต่างๆ ๖ ธรรมชาตศิ กึ ษา ๖.๑ บอกฤดกู าลต่างๆ ในท้องถ่นิ ได้ - ฤดูกาลต่างๆ ในท้องถน่ิ ๓ ๖.๒ บอกทศิ ทางลม ช่ือลมประจา - ทศิ ทางลม ชือ่ ลมประจาฤดูกาลท่ี ฤดกู าลที่พัดผ่านได้ พัดผา่ น

๔๗ ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ จานวน ชั่วโมง ๖.๓ บอกลักษณะอากาศตามฤดูกาล - ลกั ษณะอากาศตามฤดูกาลน้ันๆ น้ันๆ ได้ ๗ งานอดิเรกและเรื่อง ๗.๑ เลอื กทางานอดิเรกทต่ี นเองถนัด - การทางานอดิเรกทตี่ นเองถนดั ๓ ท่นี ่าสนใจ และสนใจ อย่างน้อย ๒ อย่าง และสนใจ ๘ คาปฏิญาณ กฎ และ ๘.๑ บอกและปฏบิ ตั ิตามคาปฏญิ าณ - การปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ ๒ คตพิ จน์ ลกู เสือ กฎ คติพจนข์ องลูกเสือสามัญได้ คติพจนข์ องลูกเสอื สามัญ สามญั ๙ ระเบียบแถว ๙.๑ ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บแถวได้ - การปฏิบตั ิตามระเบยี บแถว ๒ รวม ๔๐


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook